วิธีแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างสุภาพ (และไม่ค่อยสุภาพเท่าไหร่!) - มินิบทเรียนภาษาอังกฤษ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
British Council | English
คำอธิบายวิดีโอ: เรื่องราวข้อเสนอให้ลงทุนบิตคอยน์ที่น่าสงสัยระหว่างเพื่อนถูกใช้เป็น “เทอร์โมมิเตอร์วัดระดับการไม่เห็นด้วย” เมื่อแผนยิ่งไร้เหตุผลและอีกฝ่ายล้ำเส้น ปฏิกิริยาภาษาอังกฤษก็ไล่จากการแสดงข้อกังวลอย่างสุภาพ ไปสู่ความไม่เชื่อ และจบด้วยการตำหนิส่วนตัวอย่างรุนแรง ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. "I've got a few reservations, — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที เรียนรู้การบอกว่ามีข้อกังวลจริงโดยไม่ปฏิเสธความคิดทันที สำนวนที่นุ่มนวลนี้เหมาะกับช่วงต้นของการหารือ การประเมินข้อเสนอ หรือความสัมพันธ์ที่ต้องระวัง เพราะช่วยชี้ความเสี่ยงพร้อมเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายอธิบาย 2. "You're joking, right? — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที เข้าใจว่าเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่มักสื่อว่าไม่อยากเชื่อ ไม่ใช่ถามตรง ๆ ว่าอีกฝ่ายกำลังล้อเล่นหรือไม่ ใช้คัดค้านคำกล่าวที่ฟังดูเหลวไหลด้วยความแรงระดับกลางได้ แต่ควรรู้ว่าน้ำเสียงสงสัยนี้คมกว่าการแสดงข้อกังวลอย่างสุภาพ 3. Have you lost your mind? — สำนวนและภาษาภาพพจน์ เข้าใจว่าเป็นคำกล่าวหาแบบไม่ตรงตัวที่รุนแรงมาก โดยมองว่าความคิดหรือพฤติกรรมของอีกฝ่ายไร้เหตุผลอย่างยิ่ง ใช้โต้กลับอย่างหนักแน่นเมื่ออีกฝ่ายล้ำเส้นได้ แต่อาจฟังเป็นการดูหมิ่น จึงควรจำกัดไว้ในข้อโต้เถียงที่ร้อนแรงหรือระหว่างคนที่สนิทกันมาก
คำอธิบายในบทเรียนนี้
go through: ตรวจดูหรืออธิบายรายการตามลำดับ
ในประโยคนี้ go through หมายถึงตรวจดูหรืออธิบายสำนวนทีละอย่างตามลำดับ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ผ่านสถานที่หนึ่ง โครงสร้างคือ go through + เนื้อหาที่ต้องทบทวน เช่น รายการ เอกสาร หรือชุดขั้นตอน มักสื่อว่าดูเนื้อหาตั้งแต่ต้นจนจบ
แบบฝึกหัด
เติมวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ตรวจดูแต่ละรายการตามลำดับ” ลงในประโยค: Before the meeting, let's ____ the agenda together.
ดูคำตอบ
go through
when disagreeing with someone: disagree with + บุคคล
เมื่อ disagree ตามด้วยบุคคลหรือความคิดเห็นที่เราไม่เห็นด้วย ต้องใช้ with: disagree with someone ภาษาอังกฤษต้องมี with ตรงนี้ จึงไม่ใช้ disagree someone หรือ disagree to someone ใน when disagreeing with someone วลีนี้บอกเวลาหรือสถานการณ์ที่สำนวนเหล่านี้มีประโยชน์ รูปแบบสำคัญที่นำไปใช้ต่อได้คือ disagree with + บุคคลหรือความคิดเห็น
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่หายไป: It is okay to disagree ____ your friend, but be polite.
ดูคำตอบ
with
Let me paint a picture for you: การเปิดฉากสมมติ
ในที่นี้ Let me paint a picture for you หมายถึง “ขอให้ฉันบรรยายฉากหนึ่งเพื่อให้คุณนึกภาพได้ชัดเจน” paint a picture เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ผู้พูดสร้างภาพในใจด้วยคำพูด ไม่ได้ใช้สีวาดภาพจริง ๆ สำนวนนี้ส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีเรื่องเล่า สถานการณ์สมมติ หรือตัวอย่างที่มีรายละเอียด ช่วยให้ผู้ฟังเปลี่ยนจากแนวคิดกว้าง ๆ ไปสู่ภาพเหตุการณ์ที่ชัดเจน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้สำนวนที่เน้นไว้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อเปิดฉากสมมติ?
- Let me paint a picture for you; please pass me the brushes and paint.
- Let me paint a picture for you: imagine a school where every lesson happens outdoors.
- Let me take a picture for you while you stand by the tree.
ดูคำตอบ
Let me paint a picture for you: imagine a school where every lesson happens outdoors.
let's call him Mike: การตั้งชื่อให้บุคคลในตัวอย่าง
Let's call him Mike หมายถึง “ให้เราใช้ชื่อ Mike เรียกเขา” ในโครงสร้าง call + คน + ชื่อ คำว่า call หมายถึง “ตั้งชื่อหรือเรียกว่า” ไม่ได้หมายถึง “โทรศัพท์หา” Let's call him/her + ชื่อ ใช้ตั้งชื่อชั่วคราวให้บุคคลสมมติ หรือใช้ชื่อแทนสำหรับคนที่ไม่จำเป็นต้องบอกชื่อจริง วิธีนี้ทำให้ติดตามเรื่องเล่าหรือตัวอย่างได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดตั้งชื่อชั่วคราวว่า Leo ให้ตัวละครสมมติได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- Imagine a young inventor; let's call him Leo.
- Imagine a young inventor; let's phone him Leo.
- Imagine a young inventor; let's call Leo.
ดูคำตอบ
Imagine a young inventor; let's call him Leo.
comes up with: คิดและสร้างไอเดียขึ้นมา
comes up with หมายถึง “คิดและสร้างขึ้นมา” ใช้กับไอเดีย แผน คำตอบ หรือวิธีแก้ปัญหา ในประโยคนี้สิ่งที่คิดขึ้นมาได้คือ a brilliant idea ส่วน up ไม่ได้บอกถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน come up with ต้องเข้าใจเป็นวลีเดียวกัน โดยเนื้อหาที่คิดได้จะตามหลัง with ส่วน comes เป็นรูปปัจจุบันสำหรับประธานเอกพจน์บุรุษที่สามของ come
แบบฝึกหัด
เติมรูปสามคำของ come up with ที่สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ในปัจจุบันกาล: Every week, Leo ____ a new game idea.
ดูคำตอบ
comes up with
How do you feel about ...?: ถามปฏิกิริยาของอีกฝ่าย
How do you feel about ...? ใช้ถามปฏิกิริยาหรือทัศนคติของอีกฝ่ายต่อไอเดีย ข้อเสนอ หรือสถานการณ์ ในที่นี้ผู้พูดกำลังลองดูว่าอีกฝ่ายมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อโอกาสที่จะหาเงินจำนวนมาก ไม่ได้ถามเรื่องสุขภาพร่างกาย หลัง about ใช้นามวลีหรือรูปกริยา -ing: How do you feel about the plan? / How do you feel about moving? ในตัวอย่าง making 3 million pounds คือกิจกรรมที่กำลังได้รับการพิจารณา
แบบฝึกหัด
ใช้ How do you feel about ...? เพื่อเติมคำถามให้สมบูรณ์: ____ taking the earlier train?
ดูคำตอบ
How do you feel about
in no time: อย่างรวดเร็วมาก
in no time เป็นสำนวนที่หมายถึง “อย่างรวดเร็วมาก” หรือ “หลังจากผ่านไปเพียงช่วงสั้น ๆ” โดยบอกว่าการกระทำนั้นใช้เวลาน้อยเพียงใด ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเวลาให้ใช้ ในคำถามนี้ สำนวนดังกล่าวทำให้การหาเงินดูเหมือนจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก จึงทำให้คำสัญญาฟังดูน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “อย่างรวดเร็วมาก” ให้สมบูรณ์: The mechanic repaired my bike ____.
ดูคำตอบ
in no time
Sounds too good to be true: การแสดงความสงสัย
Sounds too good to be true หมายความว่าแนวคิด คำสัญญา หรือข้อเสนอนั้นดูดีมากจนเชื่อได้ยาก สำนวนนี้แสดงความสงสัยและอาจสื่อว่ามีเงื่อนไข ความเสี่ยง หรือการหลอกลวงซ่อนอยู่ รูปเต็มคือ It sounds too good to be true ในบทสนทนาทั่วไป สามารถละประธาน it ที่เข้าใจได้จากบริบทเหมือนในคำบรรยายได้
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบที่แสดงความสงสัยด้วยสำนวนจากบทเรียน: A free game console for everyone? That ____.
ดูคำตอบ
sounds too good to be true
tell me more: ขอรายละเอียดเพิ่มโดยยังไม่แสดงความเห็นด้วย
tell me more เป็นการขอให้อีกฝ่ายพูดต่อและให้รายละเอียดเพิ่ม ในประโยคนี้ ผู้พูดยังคงสงสัยอยู่ แต่ใช้สำนวนนี้เพื่อเปิดโอกาสให้การสนทนาดำเนินต่อไป สำนวนนี้แสดงความเต็มใจที่จะฟัง ไม่ได้แสดงว่าผู้พูดเชื่อ เห็นชอบ หรือเห็นด้วย จึงใช้ได้เมื่อต้องการข้อมูลเพิ่มก่อนตัดสินใจว่าจะคิดอย่างไร
แบบฝึกหัด
คำตอบใดแสดงความสงสัยพร้อมกับเชิญให้อีกฝ่ายพูดต่อ?
- I'm not interested, so let's change the subject.
- I'm convinced, so you do not need to explain.
- I'm not convinced yet, but tell me more.
ดูคำตอบ
I'm not convinced yet, but tell me more.
just need to: ทำให้ข้อกำหนดดูเป็นเรื่องง่าย
ใน You just need to... คำว่า need to บอกว่าสิ่งหนึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำ ส่วน just ทำให้ดูเหมือนว่าเป็นเพียงขั้นตอนเดียวหรือเป็นขั้นตอนเล็ก ๆ ที่ง่าย จึงช่วยลดความรู้สึกว่ายากหรือเป็นภาระของผู้ฟังได้ การพูดแบบนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าคำขอนั้นง่าย ปลอดภัย หรือสมเหตุสมผลจริง ๆ ในประโยคนี้ just ทำให้ข้อเรียกร้องให้มอบเงิน 20,000 ปอนด์ฟังดูง่ายและร้ายแรงน้อยกว่าความเป็นจริง
แบบฝึกหัด
ใน “You just need to pay a fee” คำว่า just ทำหน้าที่หลักอย่างไร?
- พิสูจน์ว่าข้อกำหนดนั้นปลอดภัย
- ทำให้ข้อกำหนดดูเป็นเรื่องเล็กหรือง่าย
- ทำให้การกระทำนั้นเป็นเพียงทางเลือก
ดูคำตอบ
ทำให้ข้อกำหนดดูเป็นเรื่องเล็กหรือง่าย
invest it in Bitcoin and crypto: invest + กรรม + in + เป้าหมายการลงทุน
invest it in ... ใช้โครงสร้าง invest + กรรม + in + เป้าหมายการลงทุน กรรมคือเงินหรือทรัพยากรที่นำไปลงทุน โดย it ในที่นี้หมายถึงเงินที่กล่าวถึงก่อนหน้า และ Bitcoin and crypto คือเป้าหมายการลงทุน ในที่นี้ in ใช้นำหน้าสิ่งที่รับการลงทุน ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ คุณสามารถเปลี่ยนเป้าหมายเป็น a company, a fund, property หรือ a project ได้
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่จำเป็นเพื่อให้ได้โครงสร้างเป้าหมาย: They invested their savings ____ a small technology company.
ดูคำตอบ
in
so you're going to try to be nice about this. น้ำเสียง/เจตนา
0:39คุณก็เลยพยายามที่จะพูดรักษาน้ำใจหน่อย
try to be nice about this: จัดการความไม่เห็นด้วยอย่างนุ่มนวล
try to be nice about this หมายถึงพยายามพูดหรือปฏิบัติอย่างสุภาพและนุ่มนวลขณะจัดการเรื่องนั้น try to แสดงถึงความพยายาม ส่วน nice อธิบายวิธีจัดการเรื่องนี้ ไม่ได้ชมว่าตัวเรื่องนั้นดี ผู้พูดอาจยังไม่เห็นด้วย วลีนี้แสดงถึงการเลือกควบคุมน้ำเสียงและรักษาความสัมพันธ์ขณะจัดการปัญหา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงว่าผู้พูดไม่เห็นด้วย แต่ตั้งใจจะจัดการสถานการณ์อย่างนุ่มนวล?
- I disagree, so I'll use the harshest words I can.
- I disagree, but I'll try to be nice about it.
- I agree because the idea is nice.
ดูคำตอบ
I disagree, but I'll try to be nice about it.
I'm not really sure: ทำให้ความสงสัยหรือการไม่เห็นด้วยฟังนุ่มนวล
I'm not really sure มีความหมายตรงตัวว่าผู้พูดไม่แน่ใจ ในประโยคนี้ วลียังช่วยทำให้ความเห็นเชิงลบฟังนุ่มนวลขึ้นด้วย ผู้พูดไม่ได้บอกตรง ๆ ว่าการลงทุนนี้เป็นความคิดที่ไม่ดี แต่แสดงความสงสัยหรือไม่เห็นด้วยอย่างสุภาพ โครงสร้าง I'm not really sure + อนุประโยค ใช้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับแผนโดยยังเปิดทางให้พูดคุยต่อได้ not really sure หมายถึงผู้พูดยังไม่ปักใจเชื่อเต็มที่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงความสงสัยต่อข้อเสนออย่างสุภาพแทนที่จะปฏิเสธตรง ๆ
- That's definitely a good idea.
- I'm not really sure that's a good idea.
- No. That's a terrible idea.
ดูคำตอบ
I'm not really sure that's a good idea.
at this point: จำกัดการตัดสินไว้ที่ขั้นตอนปัจจุบัน
At this point หมายถึง “ในเวลาหรือขั้นตอนปัจจุบัน” ในที่นี้ point หมายถึงขั้นตอนหนึ่งในการดำเนินไปของสถานการณ์ ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ วลีนี้จำกัดการตัดสินไว้ที่เงื่อนไขปัจจุบัน การบอกว่าความคิดหนึ่งอาจไม่ดี at this point จึงยังเปิดโอกาสให้นำกลับมาพิจารณาใหม่ในภายหลัง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าหลักฐานยังไม่เพียงพอในขั้นตอนปัจจุบัน
- At this point, we don't have enough evidence to decide.
- At some point, we will have enough evidence to decide.
- At that point, we had enough evidence to decide.
ดูคำตอบ
At this point, we don't have enough evidence to decide.
I've got a few reservations: การแสดงข้อกังวลอย่างสุภาพ
ในที่นี้ I've got a few reservations หมายถึง “ฉันมีข้อกังวลหรือข้อสงสัยอยู่บ้าง” คำว่า reservations ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงการจองโรงแรมหรือร้านอาหาร แต่หมายถึงประเด็นที่ทำให้ผู้พูดยังไม่เห็นด้วยหรือไม่มั่นใจอย่างเต็มที่ a few ทำให้คำคัดค้านฟังดูจำกัดอยู่เพียงบางจุด ไม่ใช่การปฏิเสธทั้งหมด สำนวนนี้แสดงความลังเลอย่างสุภาพ และโดยทั่วไปจะตามด้วยการอธิบายข้อกังวลที่ชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสุภาพที่เรียนในบทนี้ให้ตรงตามรูปเดิม: The proposal has potential, but ____ about the cost.
ดูคำตอบ
I've got a few reservations
What do you know about Bitcoin investments?" น้ำเสียง/เจตนา
0:55นายจะไปรู้อะไรเกี่ยวกับการลงทุนในบิตคอยน์?"
What do you know about...?: การท้าทายความเชี่ยวชาญของอีกฝ่าย
What do you know about...? สามารถใช้ถามอย่างเป็นกลางว่าคนคนหนึ่งรู้อะไรบ้าง แต่ในบริบทนี้ คำถามกำลังท้าทายว่าอีกฝ่ายมีความรู้มากพอที่จะตัดสินหรือให้คำแนะนำหรือไม่ โดยมีน้ำหนักใกล้เคียงกับ “คุณมีคุณสมบัติพอที่จะพูดแบบนั้นจริงหรือ” ถ้อยคำเพียงอย่างเดียวไม่ได้แสดงท่าทีเสมอไป ต้องดูบริบทและวิธีพูดว่าเป็นการขอข้อมูลอย่างจริงใจหรือเป็นคำถามที่แสดงความสงสัย
แบบฝึกหัด
Jordan ไม่เคยบริหารร้านอาหาร แต่ยืนยันว่าการเปิดร้านอาหารเป็นเรื่องง่าย ในบริบทนี้ “What do you know about running a restaurant?” ทำหน้าที่หลักอย่างไร
- เป็นการท้าทายว่า Jordan มีประสบการณ์หรือความรู้เพียงพอหรือไม่
- เป็นการแสดงว่าผู้พูดเห็นด้วยกับ Jordan
- เป็นการขอให้ Jordan บอกข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลาง
ดูคำตอบ
เป็นการท้าทายว่า Jordan มีประสบการณ์หรือความรู้เพียงพอหรือไม่
At which point: เชื่อมเหตุการณ์กับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา
At which point ย้อนอ้างถึงเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวไป ในที่นี้หมายถึง “เมื่อเรื่องนั้นเกิดขึ้น” หรือ “จากนั้น” โดย point หมายถึงช่วงเวลาหนึ่งในเรื่อง ไม่ใช่สถานที่จริง สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับเรื่องโดยเชื่อมสถานการณ์ก่อนหน้ากับการตอบสนองถัดไป คือมีบางอย่างเกิดขึ้นก่อน แล้วไมค์ก็ตอบในตอนนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ at which point เพื่อเชื่อมเหตุการณ์ก่อนหน้ากับปฏิกิริยาที่เกิดตามมา
- The guide pointed to the place where the paths meet.
- At this point, we still do not know the answer.
- The fire alarm rang, at which point everyone left the building.
ดูคำตอบ
The fire alarm rang, at which point everyone left the building.
trust me: ขอให้อีกฝ่ายเชื่อในการตัดสินใจของคุณ
trust me เป็นคำขอโดยตรงในรูปคำสั่ง ผู้พูดขอให้ผู้ฟังเชื่อในการตัดสินใจ คำสัญญา หรือความสามารถของตน สำนวนนี้ใช้ปลอบใจได้ แต่ก็ใช้เพิ่มน้ำหนักในการโน้มน้าวได้เช่นกัน ในที่นี้ ผู้พูดตอบข้อสงสัยด้วย trust me แต่ไม่ได้ให้เหตุผล ดังนั้นสำนวนนี้จึงทำหน้าที่เป็นคำรับรองส่วนตัว และกดดันผู้ฟังเล็กน้อยให้ยอมรับคำกล่าวโดยไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
แบบฝึกหัด
มีคนถามว่าเหตุใดแผนหนึ่งจึงปลอดภัย และผู้พูดตอบเพียง “Trust me.” สำนวนนี้กำลังทำหน้าที่อะไร
- ยกเลิกแผนและหยุดพยายามโน้มน้าว
- ขอให้ผู้ฟังเชื่อผู้พูดโดยไม่ให้หลักฐานสนับสนุน
- ให้หลักฐานอย่างละเอียดว่าแผนนั้นปลอดภัย
ดูคำตอบ
ขอให้ผู้ฟังเชื่อผู้พูดโดยไม่ให้หลักฐานสนับสนุน
like a billionaire: การบอกความใกล้เคียงแบบไม่เป็นทางการ
ในประโยคนี้ like a billionaire เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการว่าเธอเป็นมหาเศรษฐีพันล้านโดยประมาณ หรือถ้าเป็นการเล่าแบบเกินจริงก็หมายถึงว่าแทบจะเป็นมหาเศรษฐีพันล้านอยู่แล้ว คำนี้เป็นเพียงคำบรรยายกว้าง ๆ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางการเงินที่ผ่านการยืนยัน like ในที่นี้อยู่หลังคำกริยาเชื่อม is ใน she's และนำเข้าสู่คำบรรยาย a billionaire ไม่ใช่คำกริยาหลักที่แปลว่า “ชอบ”
แบบฝึกหัด
like ใน “She's like a billionaire now” น่าจะทำหน้าที่อะไรที่สุด?
- บอกว่าเธอชอบมหาเศรษฐีพันล้านคนหนึ่งโดยเฉพาะ
- ให้ข้อมูลความมั่งคั่งที่แม่นยำและผ่านการยืนยันอย่างเป็นทางการ
- ทำให้ billionaire เป็นคำบรรยายแบบไม่เป็นทางการ โดยประมาณ หรือเกินจริง
ดูคำตอบ
ทำให้ billionaire เป็นคำบรรยายแบบไม่เป็นทางการ โดยประมาณ หรือเกินจริง
triple it: ใช้ triple เป็นคำกริยา
ใน triple it คำว่า triple เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ทำให้มันกลายเป็นสามเท่าของจำนวนเดิม” คำสรรพนาม it เป็นกรรมของ triple และหมายถึงเงิน โครงสร้างสั้น ๆ คือ triple + กรรม เช่น triple the budget, triple our output หรือ triple its value ถ้าจำนวนเดิมคือ 100 การ tripling it จะทำให้จำนวนสุดท้ายเป็น 300
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำกริยาหนึ่งคำที่หมายถึง “ทำให้ยอดขายเป็นสามเท่าของระดับเดิม”: The company hopes to ____ its sales next year.
ดูคำตอบ
triple
being very pushy: การกดดันคนอื่นมากเกินไปในตอนนี้
pushy ใช้บรรยายคนที่กดดันผู้อื่นมากเกินไปเพื่อให้ยอมรับคำขอ ความคิด หรือการตัดสินใจ คำนี้มีความหมายเชิงลบ เพราะคนคนนั้นไม่ได้แค่มั่นใจหรือกระตือรือร้น แต่กำลังทำเกินขอบเขต ในที่นี้ is being เน้นพฤติกรรมของไมค์ในตอนนี้ ไม่ได้บอกว่าเขามีนิสัยแบบนี้เสมอ ส่วน very ทำให้น้ำเสียงตำหนิแรงขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดวิจารณ์ว่าคนคนหนึ่งกำลังกดดันผู้อื่นมากเกินไปในตอนนี้
- She is being patient while everyone decides.
- She is being very pushy because she keeps demanding an immediate answer.
- She is confident because she explains her idea clearly.
ดูคำตอบ
She is being very pushy because she keeps demanding an immediate answer.
push back: ต่อต้านแรงกดดันหรือทักท้วงข้อเรียกร้อง
ในประโยคนี้ push back หมายถึงการต่อต้าน ทักท้วง หรือคัดค้านแรงกดดัน ข้อเรียกร้อง หรือความคิดอย่างชัดเจน เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการใช้แรงผลักจริง ๆ ที่นี่ไม่มีคำตามหลัง push back เพราะรู้อยู่แล้วว่าแรงกดดันมาจากไหน เมื่อต้องการระบุสิ่งที่คัดค้าน รูปแบบ push back against an unfair demand พบได้บ่อย และ push back on a proposal ก็ใช้กันทั่วไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ต่อต้านแรงกดดัน”: The rule is unfair, so we should ____ against it.
ดูคำตอบ
push back
You're joking, right? เพื่อแสดงความประหลาดใจและความไม่เชื่อ
You're joking, right? มักหมายถึง “ฉันแทบไม่เชื่อว่าคุณพูดจริง” ผู้พูดกำลังตอบสนองต่อสิ่งที่น่าประหลาดใจหรือยอมรับได้ยาก ไม่ได้แค่ถามว่าอีกฝ่ายกำลังเล่าเรื่องตลกหรือไม่ right? ที่ท้ายประโยคใช้ขอคำยืนยัน แต่ในที่นี้ยังเพิ่มความสงสัยด้วย ผู้พูดคาดหวังหรือหวังว่าจะได้ยินว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดจริง
แบบฝึกหัด
ผู้พูดน่าจะหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า You're joking, right?
- ฉันรู้สึกประหลาดใจและสงสัยว่าคุณพูดจริงหรือไม่
- ช่วยเล่าเรื่องตลกอีกเรื่องให้ฟังหน่อย
- ฉันเห็นด้วยกับสิ่งที่คุณพูด
ดูคำตอบ
ฉันรู้สึกประหลาดใจและสงสัยว่าคุณพูดจริงหรือไม่
You can't be serious เพื่อแสดงความไม่เชื่ออย่างมาก
You can't be serious หมายถึง “ฉันไม่เชื่อว่าคุณหมายความอย่างนั้นจริง ๆ” can't be ในที่นี้แสดงการตัดสินอย่างหนักแน่นของผู้พูดว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดจริง ไม่ได้หมายถึงการขาดความสามารถ ประโยคนี้มักแสดงทั้งความประหลาดใจและการไม่เห็นด้วยหรือไม่พอใจอย่างมาก จึงมีน้ำเสียงแรงกว่าการพูดเพียงว่า I have concerns
แบบฝึกหัด
คำตอบใดแสดงความไม่เชื่ออย่างมากต่อข้อเสนอที่อันตรายได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- That sounds like a safe and sensible plan.
- Could you repeat the plan? I did not hear it clearly.
- You can't be serious. That plan could put everyone in danger.
ดูคำตอบ
You can't be serious. That plan could put everyone in danger.
I'm telling you: ยืนยันว่าสิ่งที่พูดเป็นเรื่องจริง
ในที่นี้ “I'm telling you” ไม่ได้มีหน้าที่หลักแค่บอกว่าผู้พูดกำลังพูดอยู่ แต่ใช้เพิ่มน้ำหนักให้คำยืนยันของผู้พูด โดยมีความหมายว่า “เชื่อฉันสิ สิ่งที่ฉันพูดเป็นเรื่องจริง” มักใช้เมื่อผู้ฟังสงสัยผู้พูดหรือไม่ได้จริงจังกับประเด็นนั้น สำนวนนี้เน้นย้ำคำยืนยันที่พูดไปแล้ว ไม่ได้ทำหน้าที่ให้ข้อมูลหลักด้วยตัวเอง
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า “I'm telling you”?
- เพียงบอกว่าตนกำลังพูดอยู่ในขณะนั้น
- ยืนกรานให้ผู้ฟังเชื่อคำยืนยันนั้น
- ขอให้ผู้ฟังพูดคำยืนยันนั้นซ้ำ
ดูคำตอบ
ยืนกรานให้ผู้ฟังเชื่อคำยืนยันนั้น
Plus ที่ต้นประโยค: เพิ่มเหตุผลอีกหนึ่งข้อ
“Plus” ที่อยู่ต้นประโยคเป็นคำเชื่อมความคิดในบทสนทนา มีความหมายว่า “นอกจากนี้” “อีกอย่างหนึ่ง” หรือ “ยิ่งไปกว่านั้น” คำนี้บอกผู้ฟังให้เชื่อมข้อมูลใหม่กับประเด็นก่อนหน้าในฐานะเหตุผลหรือหลักฐานเพิ่มเติม ในที่นี้ ข้อมูลหลัง “Plus” ทำให้เหตุผลของผู้พูดหนักแน่นขึ้นและเพิ่มแรงกดดัน ให้เข้าใจว่าเป็นสัญญาณว่าจะมีประเด็นสนับสนุนเพิ่มมาอีก ไม่ใช่เครื่องหมายบวกทางคณิตศาสตร์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมแบบไม่เป็นทางการจากบทเรียนที่ใช้เพิ่มเหตุผลอีกหนึ่งข้อ: The park is close. ____, it has a playground.
ดูคำตอบ
Plus
has gone too far: ล้ำเส้นที่ยอมรับได้
ในที่นี้ has gone too far หมายถึงพฤติกรรมของไมค์ได้เกินขอบเขตที่ยอมรับได้ เป็นสำนวนเกี่ยวกับการกระทำ ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปไกลเกินไปจริง ๆ รูป present perfect ใน has gone เชื่อมพฤติกรรมก่อนหน้านี้เข้ากับการตัดสินของผู้พูดในตอนนี้ สิ่งที่ไมค์ทำมาถึงจุดที่ผู้พูดเห็นว่ายอมรับไม่ได้แล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ go too far ในรูป present perfect: After posting his friend's private photo without permission, Leo ____.
ดูคำตอบ
has gone too far
What are you talking about?: การโต้แย้งอย่างหนักแน่น
ในการโต้เถียงนี้ What are you talking about? ไม่ใช่การถามหัวข้ออย่างสงบ แต่เป็นการตั้งคำถามอย่างหนักแน่นต่อสิ่งที่อีกฝ่ายเพิ่งพูด เพื่อแสดงความไม่เชื่อ ความตกใจ หรือความไม่เห็นด้วย คำเดียวกันนี้อาจเป็นคำถามจริง ๆ ได้ในบางสถานการณ์ ดังนั้นน้ำเสียงและบริบทจึงสำคัญ ในความขัดแย้ง ผู้ฟังมักเข้าใจว่าใกล้เคียงกับ “นั่นไม่สมเหตุสมผล” หรือ “คุณพูดอย่างนั้นได้อย่างไร?”
แบบฝึกหัด
ตัดสินสถานการณ์: คุณไม่เข้าใจคำอธิบายของครู การพูด What are you talking about? ด้วยน้ำเสียงโกรธเป็นวิธีขอคำอธิบายอย่างสุภาพ
- ไม่เหมาะสม
- เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
Have you lost your mind?: คำตำหนิรุนแรงที่ไม่ได้หมายตามตัวอักษร
Have you lost your mind? โดยทั่วไปเป็นคำตำหนิรุนแรงที่ไม่ได้ถามตามตัวอักษร ในประโยคนี้ผู้พูดไม่ได้ถามเรื่องสุขภาพจิต แต่หมายความว่าความคิดหรือการกระทำของอีกฝ่ายดูไม่มีเหตุผลอย่างมาก รูปคำถามทำให้ปฏิกิริยานี้ฟังหนักแน่นและเผชิญหน้า ใช้แสดงความไม่อยากเชื่อ ความโกรธ หรือการไม่เห็นด้วยอย่างมาก ไม่ใช่เพื่อขอข้อมูล
แบบฝึกหัด
ตัดสินการตอบต่อไปนี้: เพื่อนร่วมชั้นเสนอความคิดทั่วไปที่คุณไม่ชอบ แล้วคุณพูดว่า Have you lost your mind? นี่เป็นการแสดงความเห็นต่างที่เหมาะสมและให้เกียรติหรือไม่?
- ไม่เหมาะสม
- เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
There's no way that'll work: การปฏิเสธความเป็นไปได้อย่างหนักแน่น
There's no way that'll work หมายความว่าผู้พูดมั่นใจว่าแนวคิดหรือแผนนั้นจะไม่สำเร็จ ในที่นี้ no way หมายถึง “เป็นไปไม่ได้” ไม่ใช่ไม่มีเส้นทางหรือวิธีการตามตัวอักษร That'll เป็นรูปย่อของ that will โดย That ชี้กลับไปยังแนวคิดที่กำลังพูดถึง และ work หมายถึง “สำเร็จ” หรือ “ได้ผล”
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเป้าหมายของบทเรียนให้สมบูรณ์: There's ____ this plan will work without a budget.
ดูคำตอบ
no way
disagreement thermometer ในฐานะสเกลวัดความแรง
disagreement thermometer เป็นอุปมาเพื่อการสอนที่นำวิธีแสดงความไม่เห็นด้วยมาเรียงบนสเกลจากเบาไปหาแรง “อุณหภูมิ” ที่สูงขึ้นหมายถึงการไม่เห็นด้วยที่ตรงหรือหนักแน่นขึ้น ไม่ใช่การวัดอุณหภูมิจริง ในประโยคนี้ อุปมาดังกล่าวบอกว่าข้อมูลต่อจากนี้จะจัดอย่างไร โดยจะเปรียบเทียบสำนวนตามระดับความแรง
แบบฝึกหัด
disagreement thermometer ในที่นี้หมายถึงอะไร?
- ใช้วัดอุณหภูมิร่างกายของผู้คนระหว่างการโต้เถียง
- ใช้นับจำนวนคนที่ไม่เห็นด้วย
- ใช้เรียงวิธีแสดงความไม่เห็นด้วยจากเบาไปหาแรง
ดูคำตอบ
ใช้เรียงวิธีแสดงความไม่เห็นด้วยจากเบาไปหาแรง
Starting off with ... เพื่อเกริ่นรายการแรก
Starting off with ... ใช้เกริ่นรายการแรกในลิสต์หรือคำอธิบายทีละขั้น มีความหมายว่า “เริ่มด้วย...” และบอกผู้ฟังว่าอาจมีรายการอื่นตามมา ในที่นี้ start off หมายถึง “เริ่ม” ไม่ได้หมายถึง “ออกไป” ส่วนรายการแรกจะตามหลัง with
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียน: ____ the easiest question, we'll work through the set in order.
ดูคำตอบ
Starting off with
that you can use when disagreeing with someone,
2:04ที่คุณสามารถนำไปใช้ได้เมื่อคุณไม่เห็นด้วยกับใครสักคน
depending on how strongly you feel: เลือกตามระดับความรู้สึก
depending on how strongly you feel บอกเกณฑ์ที่ใช้เลือกจากสำนวนหลายแบบ หมายความว่าสำนวนที่เหมาะที่สุดจะเปลี่ยนไปตามความหนักแน่นของความคิดเห็นหรืออารมณ์ของคุณ ในที่นี้ how strongly you feel หมายถึงระดับความหนักแน่นของการเห็นด้วย การไม่เห็นด้วย หรือปฏิกิริยาทางอารมณ์ ไม่ได้หมายถึงความแรงของความรู้สึกทางร่างกาย
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ขึ้นอยู่กับ” ให้สมบูรณ์: We can eat outside or indoors, ____ the weather.
ดูคำตอบ
depending on