ความจริงสุดทึ่งที่จะทำให้คุณอึ้ง ภาค 2: บทเรียนภาษาอังกฤษ
AsapSCIENCE
แนะนำวิดีโอ: คำบรรยายวิทยาศาสตร์จังหวะเร็วเชื่อมข้อเท็จจริงเหนือคาดเกี่ยวกับชีววิทยา ความน่าจะเป็น เคมี สิ่งของใกล้ตัว และสมอง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “did you know that” — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ใช้คำถามนี้เป็นประโยคเกริ่นข้อเท็จจริง แต่หลัง that ยังเรียงคำแบบประโยคบอกเล่า จุดประสงค์คือดึงความสนใจ ไม่ใช่ขอคำตอบว่าใช่หรือไม่ 2. “will result in” — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม: ใช้ result in ตามด้วยนามวลีเพื่อบอกผลที่คาดไว้ ส่วน result from ใช้บอกสาเหตุ จึงต้องแยกทิศทางให้ชัด 3. “Strange as it may be,” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจโครงสร้างยอมรับข้อขัดแย้งที่ย้ายคำคุณศัพท์มาข้างหน้าว่าหมายถึง “แม้อาจดูแปลก” แล้วใช้ยอมรับความประหลาดใจก่อนเสนอข้อสรุป
คำอธิบายในบทเรียนนี้
ใช้ did you know that เกริ่นนำข้อเท็จจริง
Did you know that นำเสนอข้อเท็จจริงในรูปคำถามที่ส่งตรงถึงผู้ฟัง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำหน้าที่เป็นคำเกริ่นเพื่อดึงความสนใจ ผู้พูดคาดว่าข้อมูลหลัง that จะเป็นเรื่องใหม่หรือน่าประหลาดใจ ไม่ได้ต้องการเพียงคำตอบ yes หรือ no เสมอไป หลัง that ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า เช่น most alcoholic beverages contain ... ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถาม รูปแบบนี้ช่วยให้แนะนำข้อเท็จจริงพร้อมกับสื่อสารกับผู้ฟังโดยตรง
แบบฝึกหัด
เติมวลีเกริ่นนำแบบเต็มเพื่อให้ประโยคข้อเท็จจริงสมบูรณ์: ____ honey never spoils?
ดูคำตอบ
Did you know that
minerals necessary to sustain human life: ส่วนขยายหลังคำนามแบบกระชับ
Necessary to sustain human life ขยายคำว่า minerals แม้ว่าจะปรากฏหลังคำนาม วลีนี้ระบุว่าแร่ธาตุที่กล่าวถึงคือแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ โครงสร้างแบบกระชับคือ คำนาม + คำคุณศัพท์ + to-infinitive ในที่นี้ minerals necessary to sustain human life สามารถขยายเป็น minerals that are necessary to sustain human life ส่วน infinitive อธิบายว่าแร่ธาตุเหล่านี้จำเป็นเพื่ออะไร
แบบฝึกหัด
รูปแบบใดเมื่อขยายแล้วคงความหมายของ minerals necessary to sustain human life ไว้?
- the minerals that human life considers necessary
- the life that is necessary to sustain the minerals
- the minerals that are necessary to sustain human life
ดูคำตอบ
the minerals that are necessary to sustain human life
at any given moment (ณ เวลาใดก็ตาม)
at any given moment หมายถึง “ณ เวลาใดเวลาหนึ่งที่เราเลือกขึ้นมาตรวจดู” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าค่าประมาณ 1% ใช้ได้กับจุดเวลาใดก็ได้ ไม่ได้หมายถึงเพียงช่วงเวลาพิเศษช่วงหนึ่ง คำว่า given ในที่นี้หมายถึง “ที่กำหนดหรือเลือกไว้” ไม่ใช่ “ที่ถูกมอบให้ใคร” วลีทั้งชุดเป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไปเพื่อบรรยายสภาวะ จำนวน หรือสัดส่วนที่โดยทั่วไปเป็นจริงตลอดช่วงเวลาหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมวลีบอกเวลาที่ใช้กันทั่วไปและหมายถึง “ณ เวลาใดเวลาหนึ่งที่เลือกขึ้นมาตรวจดู”: “At ____, at least one technician is monitoring the network.”
ดูคำตอบ
any given moment
Or how about the fact that ...? (การเพิ่มข้อเท็จจริงอีกข้อ)
Or เชื่อมประโยคนี้เข้ากับข้อเท็จจริงน่าประหลาดใจก่อนหน้า และส่งสัญญาณว่ากำลังจะเพิ่มอีกหนึ่งรายการ How about เชิญให้ผู้ฟังพิจารณารายการใหม่นั้น ส่วน the fact that นำเข้าสู่อนุประโยคเต็มที่บอกเนื้อหาของข้อเท็จจริง กรอบประโยคนี้มีหน้าที่เชิงวาทศิลป์ ผู้พูดไม่ได้กำลังเสนอให้ทำกิจกรรม Or how about the fact that + อนุประโยค เป็นวิธีที่มีชีวิตชีวาในการต่อรายการหรือเสริมประเด็นด้วยข้อเท็จจริงอีกข้อหนึ่งที่ผู้พูดนำเสนอว่าเป็นเรื่องจริง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Or how about the fact that bees can recognize human faces?” กรอบข้อความตอนต้นทำหน้าที่อะไร
- ระบุว่าข้อเท็จจริงนั้นยังไม่แน่นอน
- เพิ่มข้อเท็จจริงอีกข้อให้ผู้ฟังพิจารณา
- เสนอให้ทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับผึ้ง
ดูคำตอบ
เพิ่มข้อเท็จจริงอีกข้อให้ผู้ฟังพิจารณา
the equivalent of สำหรับการเปรียบเทียบข้ามหน่วย
“the equivalent of” ใช้นำหน้าปริมาณ มูลค่า หรือผลลัพธ์ที่เท่ากับอีกสิ่งหนึ่งเพื่อจุดประสงค์ในการเปรียบเทียบ ในประโยคนี้มีการอธิบายปริมาณข้อมูลดีเอ็นเอด้วยหน่วยจัดเก็บข้อมูลของคอมพิวเตอร์ที่คุ้นเคย ดังนั้น 37.5 เมกะไบต์จึงเป็นปริมาณที่ใช้เปรียบเทียบ ไม่ใช่การวัดลักษณะทางกายภาพของดีเอ็นเอโดยตรง รูปแบบทั่วไปคือ the equivalent of + คำนามหรือปริมาณ คำว่า equivalent หมายถึงเท่ากันในด้านที่กำลังเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าสองสิ่งนั้นเหมือนกันทุกด้าน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ปริมาณเท่ากับ”: The reservoir holds ____ 800 Olympic-sized swimming pools of water.
ดูคำตอบ
the equivalent of
This means that: เชื่อมข้อเท็จจริงกับผลลัพธ์
“This” อ้างกลับไปถึงข้อเท็จจริงหรือการคำนวณทั้งหมดในประโยคก่อนหน้า ไม่ได้อ้างถึงเพียงคำนามที่อยู่ใกล้ที่สุด จากนั้น “means that” จะนำเสนอการตีความหรือผลลัพธ์ที่ตามมาจากข้อมูลนั้น รูปแบบ This means that + อนุประโยค จัดลำดับคำอธิบายโดยให้ข้อมูลสนับสนุนก่อนแล้วจึงให้ข้อสรุป รูปแบบนี้บอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปสืบเนื่องจากสิ่งที่เพิ่งกล่าวไปอย่างไร
แบบฝึกหัด
เลือกคำเชื่อมที่อ้างกลับไปยังประโยคแรกทั้งประโยคและนำเสนอผลในทางปฏิบัติ: The library closes at six. ____ we need to leave before then.
- This means that
- For example
- Meanwhile
ดูคำตอบ
This means that
equates to: ระบุผลลัพธ์ที่เทียบเท่ากัน
ในที่นี้ equates to หมายถึง “เท่ากับ” หรือ “มีค่าเทียบเท่าหลังจากการเปรียบเทียบหรือแปลงค่า” วลีนี้นำเข้าสู่ผลลัพธ์ที่คำนวณได้ โดยนำปริมาณดังกล่าวไปเทียบกับข้อมูลมากกว่า 1,500 เทราไบต์ ไม่ได้บอกตามตัวอักษรว่ากระบวนการทางชีววิทยานั้นเป็นการถ่ายโอนข้อมูลจริง ๆ โครงสร้างคือ A equates to B ใช้ได้ดีในคำอธิบายเชิงวิเคราะห์หรือเชิงเทคนิค เมื่อต้องแปลงตัวเลข ผลกระทบ หรือปริมาณให้เป็นค่าที่เทียบเท่ากัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีแสดงความเท่าเทียมแบบเป็นทางการจากบทเรียน: In this storage estimate, one petabyte ____ 1,000 terabytes.
ดูคำตอบ
equates to
Tell that to: ใช้ตัวอย่างโต้แย้งแบบหยอกล้อ
Tell that to X มักไม่ใช่คำสั่งให้ไปบอกข้อมูลจริง ๆ แต่เป็นคำตอบเชิงหยอกล้อหรือท้าทายที่หมายความว่า “X เป็นหลักฐานว่าคำกล่าวของคุณไม่ได้เป็นจริงในทุกกรณี” ในประโยคนี้ การเอ่ยถึงสัตว์ที่มีองคชาตสองอันสร้างตัวอย่างโต้แย้งแบบขบขันต่อคำกล่าวเหมารวมก่อนหน้า รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ กล่าวข้ออ้างก่อน แล้วตามด้วย Tell that to + คน กลุ่ม หรือสิ่งที่ขัดแย้งกับข้ออ้างนั้น
แบบฝึกหัด
เติมบทสนทนาด้วยวลีท้าทายสามคำจากบทเรียน: “Everyone can work without internet access.” “____ the team whose files are all online.”
ดูคำตอบ
Tell that to
ใช้ Or better yet, เพื่อยกระดับตัวเลือกหรือตัวอย่าง
Or better yet บอกว่าผู้พูดกำลังแทนที่ตัวเลือกก่อนหน้า หรือต่อจากตัวเลือกนั้นด้วยสิ่งที่โดดเด่น มีประโยชน์ หรือเหมาะสมกว่า ในประโยคนี้ จิงโจ้ถูกยกเป็นตัวอย่างที่ชัดและแรงกว่าสัตว์ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ วลีนี้จัดลำดับข้อมูลเป็น แนวคิดแรก + or better yet + แนวคิดที่ยกระดับขึ้น คำว่า better ในที่นี้หมายถึงตัวเลือกใหม่เหมาะกับบริบทหรือสร้างผลกระทบได้มากกว่า ไม่ได้หมายความว่าดีกว่าในเชิงศีลธรรมหรือดีกว่าในทุกด้านเสมอไป
แบบฝึกหัด
คำเชื่อมใดแสดงได้ดีที่สุดว่าข้อเสนอที่สองเป็นตัวเลือกที่ยกระดับขึ้น? “We could show a picture. _____, we could bring the model into the classroom.”
- On the other hand
- Or better yet
- Or rather
ดูคำตอบ
Or better yet
ใช้ on the other hand เพื่อนำเสนออีกด้านที่แตกต่างกัน
On the other hand บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปยังอีกด้าน กรณี หรือมุมมองที่แตกต่างกัน ในประโยคนี้ เนื้อหาเปลี่ยนจากสัตว์ที่พูดถึงก่อนหน้าไปยังพฤติกรรมที่แตกต่างของหมึกสายตัวผู้ วลีนี้ใช้ได้โดยไม่ต้องกล่าว on the one hand อย่างชัดเจน หากด้านแรกเป็นที่เข้าใจอยู่แล้ว เมื่อใช้เป็นคำเชื่อมแทรกกลางอนุประโยค งานเขียนมาตรฐานมักคั่นวลีนี้ด้วยเครื่องหมายจุลภาคทั้งสองด้าน: The male octopus, on the other hand, often tears off his mating arm.
แบบฝึกหัด
คำเชื่อมใดนำเสนอข้อเท็จจริงที่สองเป็นข้อดีที่ช่วยถ่วงดุล แทนที่จะปฏิเสธข้อเท็จจริงแรก? “The apartment is small. _____, it is close to the station.”
- On the contrary
- For example
- On the other hand
ดูคำตอบ
On the other hand
tears off: ฉีกหรือดึงบางสิ่งออกอย่างแรง
ในโครงสร้าง tear something off คำว่า tear บอกการดึงหรือฉีกอย่างแรง ส่วน off บอกว่าสิ่งนั้นแยกออกจากของชิ้นใหญ่กว่าหรือตำแหน่งเดิมโดยสมบูรณ์ ในประโยคนี้ tears off his mating arm หมายถึงฉีกแขนผสมพันธุ์ออกจากลำตัว โดย off เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ใช่คำบอกสถานที่ที่แยกต่างหาก กริยาวลีนี้แยกคำได้ กรรมที่เป็นคำนามวางหลังวลีทั้งหมดหรือแทรกระหว่างกริยากับคำอนุภาคก็ได้: tear off the label หรือ tear the label off แต่ถ้าเป็นคำสรรพนามต้องวางไว้ตรงกลาง: tear it off
แบบฝึกหัด
เติมรูปอดีตของ “tear off” ให้สมบูรณ์: Yesterday, she ____ the old label before reusing the jar.
ดูคำตอบ
tore off
swims off: ว่ายน้ำจากไป
Swim off หมายถึงออกจากสถานที่หนึ่งด้วยการว่ายน้ำ คำว่า swim บอกวิธีการเคลื่อนที่ ส่วน off เพิ่มความหมายของการจากไป ดังนั้น swims off จึงหมายถึง “ว่ายออกไปจากจุดที่อยู่” ไม่ใช่ “หยุดว่ายน้ำ” การใช้ off เพื่อบอกการจากไปเช่นนี้ยังพบหลังคำกริยาแสดงการเคลื่อนที่อื่น ๆ เช่น walk off และ drive off มักไม่ระบุจุดหมาย เพราะเน้นว่าจากไปจากที่เดิม
แบบฝึกหัด
เติมรูปปัจจุบันที่ถูกต้องของ “swim off”: Whenever a diver approaches, the turtle ____.
ดูคำตอบ
swims off
How romantic. ที่ใช้เป็นคำประชดตามบริบท
How + adjective เป็นโครงสร้างอุทานที่มีความหมายว่า “...มาก” หรือ “ช่าง...จริง ๆ” เมื่ออยู่ตามลำพัง How romantic. อาจเป็นคำชมจากใจจริงว่าสิ่งหนึ่งโรแมนติก ในที่นี้ คำบวกดังกล่าวตามหลังจุดจบที่หม่นหมอง คือหมึกยักษ์ตัวผู้ออกไปและตายหลังผสมพันธุ์ ความขัดกันระหว่างคำชมกับเหตุการณ์แสดงถึงการประชดและอารมณ์ขันแบบมืด ผู้พูดไม่ได้กำลังชื่นชมจุดจบนั้นจริง ๆ เมื่อตีความคำอุทานเชิงบวกเช่นนี้ ให้ตรวจดูว่าคำชมตามความหมายตรงสอดคล้องกับข้อเท็จจริงรอบข้างหรือไม่
แบบฝึกหัด
เมื่อพิจารณาจุดจบที่หม่นหมองซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้า How romantic. น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด?
- ความขบขันเชิงประชดจากการเรียกจุดจบที่หม่นหมองว่าโรแมนติก
- ความสับสนว่าเกิดอะไรขึ้น
- ความชื่นชมอย่างจริงใจต่อเหตุการณ์ที่เปี่ยมด้วยความรัก
ดูคำตอบ
ความขบขันเชิงประชดจากการเรียกจุดจบที่หม่นหมองว่าโรแมนติก
the average person ในความหมายบุคคลตัวแทนทางสถิติ
the average person เป็นวลีนามเอกพจน์ที่ใช้กล่าวถึงคนโดยทั่วไป ไม่ได้ระบุบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เสนอค่าเฉลี่ยระดับประชากรราวกับว่ามีบุคคลทั่วไปหนึ่งคนเป็นตัวแทน ในประโยคนี้ หมายความว่าระยะทางเฉลี่ยที่ผู้คนเดินตลอดชีวิตเท่ากับการเดินรอบโลกสามครั้ง Average ขยาย person ในความหมายทางสถิติ ไม่ใช่คำวิจารณ์ว่าใครบางคนธรรมดาหรือไม่มีอะไรโดดเด่น ข้อความเช่นนี้บอกแนวโน้มส่วนกลางและไม่จำเป็นต้องตรงกับทุกคน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “บุคคลตัวแทนทางสถิติ”: In our survey, ____ spent 30 minutes commuting each morning.
ดูคำตอบ
the average person
if ... walked ... it would take: เงื่อนไขแบบที่สอง
ในประโยคนี้ if the population of China walked สร้างสถานการณ์สมมติ และ it would take บอกผลลัพธ์ที่สมมติขึ้น โครงสร้างคือ if + รูปอดีต และ would + กริยารูปพื้นฐาน ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่าเงื่อนไขแบบที่สอง walked ในที่นี้ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงในอดีต แต่แสดงระยะห่างจากความเป็นจริง เพราะประชากรจีนไม่ได้กำลังเดินเป็นแถวผ่านหน้าผู้ฟังจริง ๆ โครงสร้างนี้ใช้ได้ดีกับการทดลองทางความคิด การประมาณการ และการคาดการณ์เชิงสมมติ
แบบฝึกหัด
เติมเงื่อนไขแบบที่สองโดยใช้โครงสร้างมาตรฐาน if + รูปอดีต และ would + กริยารูปพื้นฐาน: If every resident ____ the island at once, the evacuation ____ several days. (leave; take)
ดูคำตอบ
left · would take
considering the rate of reproduction: การคำนึงถึงปัจจัยหนึ่ง
considering the rate of reproduction หมายถึงการนำอัตราการสืบพันธุ์มาคำนึงถึงตอนประมาณเวลา considering ทำหน้าที่คล้ายคำบุพบทหน้ากลุ่มคำนาม the rate of reproduction และไม่ใช่การกระทำอีกอย่างหนึ่งของประธาน it เมื่อวางไว้ท้ายประโยค วลีนี้จะเพิ่มปัจจัยที่ใช้กำหนดขอบเขตของการประมาณว่าใช้เวลาประมาณ 30 ปี โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดระบุสมมติฐานหรือหลักฐานที่รวมอยู่ในการตัดสินใจ แผน หรือจำนวนได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย considering และคำในวงเล็บ: The schedule still looks realistic, ____. (the recent delays)
ดูคำตอบ
considering the recent delays
will have grown: ผลที่เสร็จสมบูรณ์ภายในเวลาในอนาคต
Will have grown เป็นรูป future perfect ซึ่งมีโครงสร้าง will + have + คำกริยาช่องที่ 3 grown รูปนี้มองไปยังจุดอ้างอิงหนึ่งในอนาคตและบอกว่าผลลัพธ์จะเสร็จสมบูรณ์แล้วเมื่อถึงเวลานั้น ในที่นี้ after only two weeks คือจุดอ้างอิงในอนาคต วลีนี้เน้นผลที่สะสมได้ในเวลานั้น ซึ่งก็คือแบคทีเรีย 1,000 ตัว ไม่ได้เพียงบอกว่าจะมีการเพิ่มจำนวนในภายหลัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป future perfect ของ grow: By Friday, the seedlings ____ five centimeters.
ดูคำตอบ
will have grown
is the second best-selling product of all time: อันดับยอดขายในประวัติศาสตร์ที่แน่นอน
The second best-selling หมายความว่าผลิตภัณฑ์หนึ่งอยู่ในอันดับสองของการจัดอันดับตามยอดขาย second กำหนดลำดับ ส่วน best-selling บอกว่าสิ่งที่ใช้วัดอันดับคือยอดขาย Of all time กำหนดขอบเขตให้ครอบคลุมประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกทั้งหมดซึ่งกำลังพูดถึง ในประโยคนี้ after the Rubik's Cube ระบุว่าผลิตภัณฑ์ที่อยู่เหนือ iPhone คือรูบิกส์คิวบ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่ใช้ second และ best-selling: The game ranks number two in total sales. It is the ____ game of all time.
ดูคำตอบ
second best-selling
อ่าน quintillion ... thousand เป็นจำนวนเต็มขนาดใหญ่จำนวนเดียว
ในภาษาอังกฤษ ลำดับทั้งหมดนี้อ่านเป็นจำนวนเต็มจำนวนเดียว โดยเรียงหน่วยตามมาตราส่วนแบบสั้นจากใหญ่ไปเล็ก ได้แก่ quintillion (10^18), quadrillion (10^15), trillion (10^12), billion (10^9), million (10^6) และ thousand (10^3) ตัวเลขที่อยู่หน้าคำบอกหน่วยแต่ละคำจะเติมลงในกลุ่มค่าประจำหลักสามหลักที่ตรงกัน เมื่อเขียนเป็นตัวเลข จะได้ 43,252,003,274,489,856,000 เลข 3 ใน 3 trillion อยู่ในกลุ่ม 10^12 กลุ่มนั้นจึงต้องเขียนเป็น 003 และเพราะวลีจบที่ thousand กลุ่มหน่วยสุดท้ายจึงเป็น 000 อย่านำแต่ละกลุ่มมาบวกกันหรือเข้าใจว่าเป็นจำนวนที่แยกจากกัน
แบบฝึกหัด
ตัวเลขที่เขียนแบบใดตรงกับจำนวนที่อ่านออกเสียงและไฮไลต์ไว้?
- 43,252,003,274,489,856
- 43,252,300,274,489,856,000
- 43,252,003,274,489,856,000
ดูคำตอบ
43,252,003,274,489,856,000
ใช้ Much like เพื่อเปิดการเปรียบเทียบที่คล้ายกันมาก
Much like + นามวลี ที่ต้นประโยคใช้เปิดการเปรียบเทียบที่มีความคล้ายกันมากก่อนข้อความหลัก โดยบอกให้ผู้ฟังใช้สิ่งเปรียบเทียบที่คุ้นเคยเป็นกรอบในการทำความเข้าใจสิ่งที่จะตามมา ในที่นี้ much เพิ่มน้ำหนักให้ like จึงหมายถึง “ในลักษณะที่คล้ายกับอย่างมาก” ไม่ใช่คำกริยา like ที่หมายถึง “ชอบ” วลีนี้ทำหน้าที่จัดระเบียบคำอธิบาย แต่ตัวมันเองยังไม่ได้บอกว่าความคล้ายกันเฉพาะเจาะจงอยู่ตรงไหน
แบบฝึกหัด
เติมการเปรียบเทียบด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ในลักษณะที่คล้ายกับอย่างมาก”: ____ a map, the dashboard shows where the project is heading.
ดูคำตอบ
Much like
when shuffled ในฐานะอนุประโยคบอกเวลาแบบ passive ที่ย่อรูป
“when shuffled” เป็นอนุประโยคบอกเวลาแบบถูกกระทำที่ย่อรูป และมีความหมายเท่ากับ “when it is shuffled” กล่าวคือ สำรับไพ่เป็นสิ่งที่ถูกสับ ละประธานที่เข้าใจได้และกริยา be ไว้ เพราะคำนามที่ which อ้างถึงชัดเจนอยู่แล้ว โครงสร้าง when + past participle ให้ข้อมูลเรื่องเวลาหรือเงื่อนไขแก่ประโยคหลัก ส่วน shuffled ไม่ใช่กริยาหลัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยอนุประโยคบอกเวลาแบบ passive ที่ย่อรูปซึ่งหมายถึง “when it is heated”: The metal, ____, expands.
ดูคำตอบ
when heated
will result in: เชื่อมสาเหตุกับผลลัพธ์ที่คาดการณ์ไว้
“will result in” นำเสนอผลอย่างหนึ่งว่าเป็นผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดจากสาเหตุ ในประโยคนี้คาดว่าการสับไพ่จะสร้างรูปแบบการเรียงขึ้นมา และผลลัพธ์จะอยู่หลัง in โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ สาเหตุ + result in + ผลลัพธ์ ส่วน will เพิ่มความหมายของการคาดการณ์ในอนาคต หลัง result in ใช้นามวลีหรือรูป -ing เช่น result in damage หรือ result in losing time
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่เชื่อมจากสาเหตุไปสู่ผลลัพธ์จากบทเรียนนี้: Too many failed login attempts may ____ a locked account.
ดูคำตอบ
result in
has never existed ever before: ไม่เคยมีอยู่มาก่อนเลย
Has never existed ใช้ present perfect ในโครงสร้าง has + past participle โดยสื่อว่าตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้ยังไม่เคยมีการจัดเรียงแบบนี้ และการไม่เคยมีมาก่อนนั้นเกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ที่กำลังกล่าวถึง Ever before ช่วยเน้น never ในภาษาพูด และหมายถึง “ในเวลาใดก็ตามก่อนหน้านี้” สองคำนี้ไม่ใช่การปฏิเสธซ้อน แต่ใช้ร่วมกันเพื่อย้ำอย่างชัดเจนว่าผลลัพธ์นี้ไม่เคยมีมาก่อน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลี present perfect แบบเน้นย้ำจากบทเรียน: The lab has just created a new crystal. According to all earlier records, this exact structure ____.
ดูคำตอบ
has never existed ever before
How can this be?: คำถามเชื่อมไปสู่คำอธิบาย
How can this be? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่ใช้เชื่อมเนื้อหา โดย this ย้อนกลับไปยังข้อสรุปที่น่าประหลาดใจในประโยคก่อน ส่วน how ถามว่ามีคำอธิบายหรือกลไกใดที่ทำให้ข้อสรุปนั้นเป็นจริงได้ ผู้พูดไม่ได้กล่าวหาว่าใครโกหก คำถามนี้สร้างความอยากรู้ เว้นจังหวะในการอธิบาย และส่งสัญญาณว่าหลักฐานหรือคำอธิบายกำลังจะตามมา
แบบฝึกหัด
ผู้นำเสนอเพิ่งบอกผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจและกำลังจะอธิบายสาเหตุ ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับใช้เชื่อมเนื้อหา
- Can this be repeated?
- How can this be?
- Who can this be?
- Where can this be?
ดูคำตอบ
How can this be?
calculation shows that: เชื่อมหลักฐานเข้ากับข้อสรุป
ในประโยคนี้ calculation คือหลักฐาน ส่วน shows หมายถึง “บ่งชี้” หรือ “สนับสนุนข้อสรุป” ไม่ได้หมายถึงการนำบางอย่างมาแสดงให้คนอื่นดู อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกข้อสรุปที่ได้จากการคำนวณ ใช้รูปแบบ calculation/data/analysis + shows that + อนุประโยค เพื่อเชื่อมหลักฐานเข้ากับผลลัพธ์อย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้การคำนวณเป็นหลักฐานและวางข้อสรุปไว้ในอนุประโยค that ได้อย่างถูกต้อง
- The latest calculation is shown that the battery can run for eight hours.
- The latest calculation shows that the battery can run for eight hours.
- The latest calculation shows the battery that it can run for eight hours.
ดูคำตอบ
The latest calculation shows that the battery can run for eight hours.
is required for combustion: be required for + คำนาม
ใน is required for combustion วลี is required for หมายถึง “จำเป็นสำหรับ” ประธาน oxygen บอกสิ่งที่จำเป็น ส่วน for combustion บอกกระบวนการที่ต้องใช้สิ่งนั้น ใช้ be required for + คำนามหรือกลุ่มคำนาม เพื่อบอกว่าบางสิ่งจำเป็นต่อจุดประสงค์ กระบวนการ หรือเงื่อนไขหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ be required for หน้าคำนามที่บอกกระบวนการได้ถูกต้อง
- Water is required for plant growth.
- Water is required to plant growth.
- Water is required for grow plants.
ดูคำตอบ
Water is required for plant growth.
puts fire out: ความหมายและลำดับคำแบบแยกได้
ในประโยคนี้ puts fire out หมายถึง “ดับไฟ” ประธานคือ water ดังนั้น put จึงต้องอยู่ในรูปเอกพจน์บุรุษที่สามคือ puts Put out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ ถ้ากรรมเป็นคำนาม สามารถใช้ได้ทั้ง put the fire out และ put out the fire แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องใช้ put it out โดยวางกรรมไว้ระหว่าง put กับ out
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย put out โดยวางกรรมที่เป็นคำนามไว้ระหว่างกริยากับคำอนุภาค: This safety system ____ small fires ____ automatically.
ดูคำตอบ
puts · out
Before the eraser was invented: Before + รูปถูกกระทำของ simple past
อนุประโยค Before the eraser was invented กำหนดขอบเขตเวลาในอดีต โดยบอกว่าการกระทำในประโยคหลัก ซึ่งก็คือการใช้ขนมปังลบรอยดินสอ เกิดขึ้นก่อนการประดิษฐ์ยางลบ ในที่นี้ Before แสดงลำดับเวลาที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เงื่อนไข Was invented เป็นรูปถูกกระทำของ simple past โดยมีโครงสร้าง was + invented ส่วน The eraser เป็นสิ่งที่รับการกระทำ และผู้ประดิษฐ์ไม่สำคัญหรือไม่ได้ถูกกล่าวถึง รูปแบบนี้ใช้แนะนำสิ่งที่ผู้คนเคยทำก่อนมีสิ่งประดิษฐ์หรือการเปลี่ยนแปลงได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ด้วยรูป simple past แบบถูกกระทำของ invent: Before the washing machine ____, people washed clothes by hand.
ดูคำตอบ
was invented
was used to remove: จุดประสงค์แบบกรรมวาจกด้วย be used to do
ใน was used to remove ส่วน was used เป็นรูปกรรมวาจก โดย bread เป็นสิ่งที่ถูกนำมาใช้ ส่วน infinitive to remove บอกจุดประสงค์ว่าขนมปังถูกใช้ทำอะไร โครงสร้างที่นำไปใช้กับประโยคอื่นได้คือ be used to + กริยารูปพื้นฐาน โดย be เปลี่ยนตามกาลและประธาน เช่น is used to clean และ was used to remove ในที่นี้หมายถึงถูกใช้เพื่อทำบางอย่าง ไม่ได้หมายถึงนิสัยในอดีตหรือความเคยชิน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างกรรมวาจกที่บอกจุดประสงค์โดยใช้ use: A soft cloth ____ clean the screen.
ดูคำตอบ
is used to
while: ความเปรียบต่าง ไม่ใช่เวลาเดียวกัน
while ในที่นี้นำเสนอความแตกต่างเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้บอกช่วงเวลา โดยเชื่อมข้อเท็จจริงก่อนหน้าเกี่ยวกับขนมปังเข้ากับข้อเท็จจริงอีกอย่างเกี่ยวกับเนยถั่วที่แตกต่างแต่ชวนประหลาดใจไม่แพ้กัน ในงานเขียนเชิงอธิบาย while ที่แสดงความเปรียบต่างจะจัดข้อมูลในสองอนุประโยคโดยวางข้อเท็จจริงหนึ่งเทียบกับอีกข้อหนึ่ง มักเข้าใจได้ใกล้เคียงกับ whereas ผู้อ่านจึงควรเปรียบเทียบข้อมูล ไม่ใช่คิดว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน
แบบฝึกหัด
while ในประโยคตัวอย่างแสดงความสัมพันธ์แบบใด
- เปรียบเทียบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเนยถั่วกับข้อเท็จจริงก่อนหน้า
- นำเสนอช่วงเวลาที่มีการประดิษฐ์ยางลบ
- บอกว่าเหตุการณ์ทั้งสองเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
ดูคำตอบ
เปรียบเทียบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเนยถั่วกับข้อเท็จจริงก่อนหน้า
under extremely high pressure: ภายใต้แรงดันที่สูงมาก
under extremely high pressure หมายถึงการอยู่ภายใต้แรงดันทางกายภาพที่สูงมาก under ใช้บอกเงื่อนไขที่กระทำต่อเนยถั่ว และ extremely ช่วยเน้นระดับของ high ให้แรงขึ้น pressure ในที่นี้มีความหมายตามตัวอักษรในบริบททางวิทยาศาสตร์ ในบริบทอื่น รูปแบบ under pressure อาจใช้บอกว่าคนกำลังเผชิญความเครียดได้ แต่นั่นไม่ใช่ความหมายในประโยคนี้
แบบฝึกหัด
เติมหนึ่งคำให้สำนวนมาตรฐาน under pressure สมบูรณ์: In the lab, the sample was ____ extremely high pressure.
ดูคำตอบ
under
be turned into: ถูกเปลี่ยนให้เป็นสิ่งใหม่
be turned into หมายถึงถูกเปลี่ยนให้เป็นสิ่งของหรือสภาพที่แตกต่างออกไป ใน can be turned into ประธานเป็นฝ่ายรับการเปลี่ยนแปลง จึงเป็นรูปถูกกระทำ: can + be + turned into + ผลลัพธ์ ในโครงสร้างนี้ into ชี้ไปที่ผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนเข้าไปในสถานที่ เปรียบเทียบรูปกระทำ Pressure can turn the material into diamonds กับรูปถูกกระทำ The material can be turned into diamonds.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ turn into: With the right machine, fresh fruit can ____ smooth juice.
ดูคำตอบ
be turned into
That's one useful sandwich: one ที่ใช้เน้นการประเมิน
ในประโยคนี้ one ไม่ได้หมายถึงเลข 1 เท่านั้น ในโครงสร้าง one + คำคุณศัพท์ + คำนามเอกพจน์ คำนี้สามารถเน้นการประเมินได้ โดย That's one useful sandwich มีความหมายประมาณว่า “นี่เป็นแซนด์วิชที่มีประโยชน์มากจริง ๆ” คำชมที่หนักแน่นนี้ถูกพูดให้เกินจริงโดยตั้งใจ การทำเหมือนว่าแซนด์วิชประหลาดชิ้นหนึ่งใช้งานได้ดีอย่างน่าทึ่งทำให้เกิดอารมณ์ขบขัน ผู้พูดกำลังสรุปด้วยความชื่นชมแบบขำ ๆ
แบบฝึกหัด
ในคำพูดขำ ๆ ว่า “That's one useful sandwich.” คำว่า one ทำหน้าที่หลักอย่างไร
- หมายความว่าแซนด์วิชนี้เป็นชิ้นแรกตามลำดับ
- เน้นการประเมินแซนด์วิชอย่างหนักแน่นและขบขันของผู้พูด
- เพียงบอกว่ามีแซนด์วิชอยู่หนึ่งชิ้นพอดีและไม่ได้เพิ่มท่าทีใด ๆ
ดูคำตอบ
เน้นการประเมินแซนด์วิชอย่างหนักแน่นและขบขันของผู้พูด
if you feel like + คำนามหรือกริยา-ing
ในที่นี้ if you feel like หมายถึง “ถ้าคุณต้องการ” หรือ “ถ้าคุณอยาก” วลีนี้เสนอการดื่มกาแฟร้อนหนึ่งถ้วยเป็นทางเลือก ไม่ได้หมายถึง “ถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองคล้ายกับ...” ใช้ feel like + คำนาม สำหรับสิ่งที่อยากได้ และ feel like + กริยา-ing สำหรับกิจกรรมที่อยากทำ เช่น feel like coffee และ feel like going out เมื่อนำไปไว้ในอนุประโยค if ข้อเสนอจะมีเงื่อนไขและไม่สร้างแรงกดดัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนสนทนาจากบทเรียนนี้: It's been a long week, and I ____ staying home tonight.
ดูคำตอบ
feel like
“try yelling”: ใช้ try + -ing เพื่อทดลองวิธีหนึ่ง
ใน “try yelling” คำว่า try ตามด้วย gerund คือ yelling รูปแบบ try + -ing หมายถึงการทดลองทำสิ่งหนึ่งในฐานะวิธีที่อาจใช้ได้ แล้วดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น ในที่นี้ yelling คือวิธีที่เสนอให้ใช้สร้างพลังงานเสียง ระยะเวลาถึงแปดปีทำให้คำแนะนำนี้ดูเหลวไหลมากกว่าจะจริงจัง จึงเกิดความขบขันขึ้น โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ได้ในคำแนะนำทั่วไปเมื่อเสนอทางแก้ที่เป็นไปได้วิธีหนึ่ง
แบบฝึกหัด
แท็บเล็ตเครื่องหนึ่งค้าง ประโยคใดเสนออย่างเป็นธรรมชาติให้ทดลองแตะหน้าจอเป็นทางแก้ที่อาจใช้ได้?
- Try to tap the screen twice.
- Try tapping the screen twice.
ดูคำตอบ
Try tapping the screen twice.
“enough sound energy to heat your coffee up”: enough + คำนาม + to-infinitive
ใน “enough sound energy to heat your coffee up” คำว่า enough อยู่หน้ากลุ่มคำนาม sound energy และบอกว่าปริมาณนั้นเพียงพอ ส่วน to-infinitive บอกผลที่ปริมาณดังกล่าวทำให้เกิดขึ้นได้ นั่นคือการอุ่นกาแฟ รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ enough + คำนาม + to + คำกริยา เช่น enough time to finish และ enough money to buy it ในที่นี้ to heat ไม่ได้เพียงบอกจุดประสงค์ แต่เชื่อมปริมาณที่เพียงพอกับผลที่สามารถเกิดขึ้นได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลี enough + คำนาม: We have ____ to catch the last train.
ดูคำตอบ
enough time
heat your coffee up: phrasal verb heat up ที่แยกได้
ในที่นี้ heat your coffee up หมายถึงทำให้กาแฟร้อนขึ้น Heat up เป็น phrasal verb ที่ใช้ทั่วไปเพื่อเพิ่มอุณหภูมิของอาหาร เครื่องดื่ม ห้อง หรือสิ่งของ เมื่อกรรมเป็นคำนาม phrasal verb ที่แยกได้คำนี้ใช้ได้ทั้ง heat your coffee up และ heat up your coffee แต่เมื่อกรรมเป็นสรรพนาม ต้องวางสรรพนามไว้ระหว่างคำกริยากับคำอนุภาค โดยพูดว่า heat it up ไม่ใช่ heat up it
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งโดยใช้ heat up และวางสรรพนามกรรมในตำแหน่งที่ถูกต้อง: The soup is cold, so please ____.
ดูคำตอบ
heat it up
Strange as it may be: โครงสร้างยอมรับข้อขัดแย้งที่วางคำคุณศัพท์ไว้ข้างหน้า
Strange as it may be เป็นอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อขัดแย้งที่มีความหมายว่า although it may be strange การวางคำคุณศัพท์ Strange ไว้ข้างหน้าทำให้การยอมรับนี้กระชับและค่อนข้างเป็นทางการ โดย as ในที่นี้หมายถึง although ไม่ใช่ because หรือ “ในแบบเดียวกับที่” ผู้พูดยอมรับก่อนว่าแนวคิดหนึ่งฟังดูน่าประหลาดใจ แล้วจึงระบุว่าข้อความหลักที่ตามมายังคงเป็นจริง โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ คำคุณศัพท์ + as + ประธาน + may be แล้วตามด้วยข้อความหลัก
แบบฝึกหัด
เปลี่ยน although it may be strange ให้เป็นโครงสร้างแสดงการยอมรับข้อขัดแย้งที่วางคำคุณศัพท์ไว้ข้างหน้า แล้วเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, the plan could work.
ดูคำตอบ
Strange as it may be
And finally, สำหรับเกริ่นประเด็นสุดท้าย
“And finally,” เป็นคำบอกโครงสร้างการพูดที่ใช้เกริ่นรายการสุดท้ายในชุดข้อเท็จจริงหรือประเด็นที่เรียงลำดับกัน ในที่นี้ finally ช่วยจัดระเบียบเนื้อหาและส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะสรุปจบ คำนี้ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากรอคอยมานาน ในตำแหน่งนี้ควรเข้าใจว่าเป็นป้ายบอกโครงสร้างที่หมายถึง “นี่คือประเด็นสุดท้าย”
แบบฝึกหัด
คำเปลี่ยนเรื่องใดบอกผู้ฟังได้ชัดเจนที่สุดว่าผู้พูดกำลังเกริ่นรายการสุดท้ายในชุดรายการ?
- Eventually,
- At last,
- And finally,
ดูคำตอบ
And finally,
a physicist studying atoms: อนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อ
ใน a physicist studying atoms ส่วน studying atoms เป็นอนุประโยค present participle ที่วางหลัง physicist เพื่อระบุว่าหมายถึงนักฟิสิกส์คนใด และมีความหมายเท่ากับ a physicist who is studying atoms physicist เป็นประธานโดยนัยของ studying ส่วน atoms เป็นกรรม วลีคำนามทั้งชุดเป็นประธานของ is; studying ไม่ใช่กริยาหลักอีกตัวหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ย่อ “the woman who is standing by the window” แล้วเติมประโยคให้สมบูรณ์: The woman ____ by the window is our teacher.
ดูคำตอบ
standing
แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงอะตอมที่กำลังพยายามทำความเข้าใจตัวเอง
อนุประโยค is really just atoms trying to understand themselves เปลี่ยนกรอบมุมมองต่อนักฟิสิกส์โดยเน้นไปที่สสารที่ประกอบเป็นตัวบุคคล หลัง is คำว่า really just นำเสนอการมองว่าเป็นสิ่งเดียวกันแบบจงใจลดทอนรายละเอียด นักฟิสิกส์ถูกนำเสนอว่าเป็น atoms ส่วน trying to understand themselves อธิบายว่าอะตอมเหล่านั้นกำลังทำอะไร โดย themselves ย้อนกลับไปหา atoms ซึ่งเป็นพหูพจน์ นี่เป็นการย่อแนวคิดเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่นิยามทางวิทยาศาสตร์ที่เคร่งครัด ข้อเท็จจริงที่คุ้นเคยถูกจัดใหม่ให้กลายเป็นข้อสรุปที่คาดไม่ถึงว่า สสารกำลังศึกษาสสาร จึงเกิดอารมณ์ขันแบบย้อนแย้งและชวนคิดเชิงปรัชญา
แบบฝึกหัด
อนุประโยคที่เน้นไว้ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- เปลี่ยนกรอบให้นักฟิสิกส์เป็นสสารที่กำลังศึกษาตัวเอง เพื่อสร้างแนวคิดที่กระชับและย้อนแย้ง
- กล่าวว่าอะตอมกำลังพยายามทำความเข้าใจนักฟิสิกส์
- กล่าวตามตัวอักษรว่านักฟิสิกส์กับกลุ่มอะตอมเหมือนกันทุกประการในทางวิทยาศาสตร์
ดูคำตอบ
เปลี่ยนกรอบให้นักฟิสิกส์เป็นสสารที่กำลังศึกษาตัวเอง เพื่อสร้างแนวคิดที่กระชับและย้อนแย้ง
มีคำถามที่อยากรู้คำตอบมาก ๆ ไหม?
Got ...? ที่ต้นคำถามนี้เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ Have you got ...? หรือ Do you have ...? ประธานที่ละไว้แต่เข้าใจได้คือ you ดังนั้นนี่จึงเป็นคำถาม ไม่ใช่ประโยคบอกเล่าอดีตกาลที่ใช้ got สิ่งที่มีในที่นี้คือ a burning question you want answered หมายถึงคำถามที่รู้สึกเร่งด่วนหรือน่าสนใจเป็นพิเศษ และต้องการให้ใครสักคนตอบ การเปิดประโยคสั้น ๆ ทำให้น้ำเสียงมีชีวิตชีวาและเชิญชวนให้ผู้ชมมีส่วนร่วม
แบบฝึกหัด
เติมคำเชิญชวนผู้ชมแบบสบาย ๆ ให้สมบูรณ์ด้วยรูปสั้นที่เรียนในข้อนี้: ____ an idea you want to share?
ดูคำตอบ
Got
a burning question: คำถามที่อยากได้คำตอบมาก ๆ
ในประโยคนี้ a burning question หมายถึงคำถามที่ผู้พูดอยากได้คำตอบมาก ๆ คำว่า burning ใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อสื่อถึงความอยากรู้อย่างแรงกล้าหรือความสำคัญ ไม่ได้หมายถึงไฟจริง ๆ สำนวนนี้มักนำเสนอคำถามว่าเป็นเรื่องที่ค้างคาอยู่ในใจของใครบางคน ในที่นี้ใช้เพื่อเชิญชวนผู้ชมให้ส่งคำถามที่อยากให้มีคนอธิบายมากที่สุด
แบบฝึกหัด
a burning question ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- คำถามเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังติดไฟ
- คำถามที่ใครบางคนอยากให้มีคนตอบมาก ๆ
- คำถามที่ได้รับคำตอบแล้ว
ดูคำตอบ
คำถามที่ใครบางคนอยากให้มีคนตอบมาก ๆ
question you want answered: want + กรรม + กริยาช่องที่สาม
ใน question you want answered กลุ่มคำ you want answered เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบลดรูปที่ขยาย question รูปเต็มคือ a question that you want someone to answer answered มีความสัมพันธ์แบบถูกกระทำกับ question กล่าวคือ ต้องการให้ question เป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำและอยู่ในสภาพที่ได้รับคำตอบแล้ว โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ want + กรรม + กริยาช่องที่สาม ซึ่งแสดงผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดกับกรรม โดยมักไม่ระบุว่าใครเป็นผู้ทำ
แบบฝึกหัด
ใช้ want, the report และ finish เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง want + กรรม + กริยาช่องที่สาม: We ____ by Friday.
ดูคำตอบ
want the report finished