วิธีใช้ get และ have ในรูป Causative – มินิบทเรียนภาษาอังกฤษ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

British Council | English

ความยากในการเรียน
433 คำ 181 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บทเรียนเปรียบเทียบครูสอนภาษาอังกฤษที่ทำทุกอย่างด้วยตนเองกับศิลปินเรเกตอนผู้มั่งคั่งที่ให้คนอื่นจัดการบริการส่วนตัว เพื่ออธิบายว่าโครงสร้าง causative ในภาษาอังกฤษใช้เมื่อใดและใช้อย่างไรในการสื่อว่าเราจัดให้คนอื่นทำบางสิ่งให้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. has his beard trimmed — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า have + กรรม + กริยาช่องสาม สื่อถึงบริการที่ประธานจัดให้เกิดขึ้น ไม่ใช่การลงมือทำเอง และนำรูปแบบนี้ไปใช้กับการดูแลตนเอง การซ่อมแซม และบริการทั่วไปในชีวิตประจำวันได้ 2. have or get plus the thing plus a verb in the past participle. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้สูตรหลักของ causative เพื่อแยกองค์ประกอบในประโยคและสร้างประโยคที่ถูกต้องเกี่ยวกับงานที่ผู้อื่นทำให้คุณจนเสร็จ 3. get your hair cut / or do you do it yourself? — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: แยกความแตกต่างระหว่างการจัดให้ได้รับบริการกับการทำงานนั้นเอง และใช้คำถามแบบเป็นธรรมชาตินี้เพื่อถามตอบว่าใครเป็นผู้จัดการงานประจำต่าง ๆ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Ah.

0:02

อา

If this is your life, you need to be using the causative. โน้ต

0:05

ถ้าชีวิตคุณเป็นแบบนี้ คุณต้องเริ่มใช้ causative แล้วล่ะ

ลำดับความ

If this is your life: เปิดด้วยสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับผู้ฟัง

ใน If this is your life คำว่า this หมายถึงสถานการณ์หรือรูปแบบการใช้ชีวิตทั้งหมดที่เพิ่งแสดงให้เห็น ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นหนึ่ง อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if ชวนผู้ฟังคิดว่าสถานการณ์นั้นตรงกับชีวิตของตนหรือไม่ เมื่อใช้เป็นคำเปิด อนุประโยคนี้ทำให้ประเด็นถัดไปเกี่ยวข้องกับผู้ฟังโดยตรง หากเงื่อนไขนั้นตรงกับคุณ คำแนะนำที่ตามมาก็มีไว้สำหรับคุณ นี่เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไปในการเชื่อมจากสถานการณ์ที่เป็นรูปธรรมไปสู่บทเรียน คำแนะนำ หรือคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

If this is your life ทำหน้าที่หลักอะไรในประโยคนี้?

  1. ชวนผู้ฟังเชื่อมโยงสถานการณ์นั้นกับชีวิตของตนก่อนฟังคำแนะนำ
  2. ระบุสิ่งของชิ้นหนึ่งที่เป็นของผู้ฟัง
  3. บอกว่าผู้ฟังทุกคนใช้ชีวิตเหมือนตัวอย่างทุกประการอยู่แล้ว
ดูคำตอบ

ชวนผู้ฟังเชื่อมโยงสถานการณ์นั้นกับชีวิตของตนก่อนฟังคำแนะนำ

ไวยากรณ์

you need to be using: แนวปฏิบัติที่ควรทำอยู่ในตอนนี้

You need to be using ประกอบด้วย need to และรูปต่อเนื่อง be using ในที่นี้ใช้ให้คำแนะนำที่หนักแน่นเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้ฟังควรทำอยู่ในปัจจุบันหรือต่อเนื่องในช่วงนี้ กล่าวคือ การใช้โครงสร้าง causative ควรเป็นส่วนหนึ่งของวิธีพูดในตอนนี้แล้ว รูปต่อเนื่องไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกำลังมองเห็นการกระทำนั้นเกิดขึ้นในวินาทีนี้ แต่เสนอสิ่งที่แนะนำว่าเป็นพฤติกรรมที่ควรเกิดขึ้นอยู่แล้วในตอนนี้หรือเกิดเป็นประจำในช่วงเวลานี้ ไม่ใช่การกระทำเพียงครั้งเดียวในอนาคต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงได้ดีที่สุดว่าการใช้รายการตรวจสอบเป็นแนวปฏิบัติที่ทีมควรทำอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน?

  1. The team needed to use the checklist during yesterday's inspection.
  2. The team needs to be using the checklist on every shift.
  3. The team needs to use the checklist for one inspection tomorrow.
ดูคำตอบ

The team needs to be using the checklist on every shift.

What is the causative and why would you need it? ลำดับความ

0:15

causative คืออะไรและทำไมคุณถึงต้องใช้มัน?

ลำดับความ

การใช้ What is ... and why would you need it? เปิดเรื่องด้วยคำถามสองข้อ

What is ...? เป็นการบอกล่วงหน้าว่าผู้พูดจะอธิบายแนวคิดหนึ่ง ส่วน Why would you need it? บอกว่าจะอธิบายต่อว่าแนวคิดนั้นมีจุดประสงค์หรือประโยชน์ในทางปฏิบัติอย่างไร would ตรงนี้ชวนให้ผู้ฟังนึกถึงสถานการณ์ที่โครงสร้าง causative อาจมีประโยชน์ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดสงสัยว่าผู้ฟังจำเป็นต้องใช้จริงหรือไม่ คำถามสองข้อนี้จึงจัดบทนำเป็น “มันคืออะไร” แล้วตามด้วย “ทำไมจึงสำคัญ”

แบบฝึกหัด

การเปิดเรื่องด้วยคำถามสองข้อนี้บอกผู้ฟังว่าจะได้ฟังเนื้อหาแบบใดต่อไป

  1. มีเพียงคำนิยามโดยไม่กล่าวถึงการใช้งาน
  2. การอธิบายแนวคิด แล้วตามด้วยคุณค่าในการใช้งานจริง
  3. การท้าทายให้ผู้ฟังพิสูจน์ว่าตนใช้แนวคิดนี้อยู่แล้ว
ดูคำตอบ

การอธิบายแนวคิด แล้วตามด้วยคุณค่าในการใช้งานจริง

Well,

0:18

เอาล่ะ

to help me, let me introduce you to English teacher Neeraj. วลี

0:19

เพื่อช่วยให้เห็นภาพ ขอแนะนำให้รู้จักกับครูสอนภาษาอังกฤษ Neeraj

วลี

let me introduce you to: การแนะนำใครบางคนให้ผู้ฟังรู้จัก

Let me introduce you to ... เป็นวิธีทั่วไปในการบอกว่าคุณกำลังจะแนะนำบุคคล กลุ่ม หรือสิ่งหนึ่งให้ใครบางคนรู้จัก โครงสร้างคือ introduce + ผู้ฟัง + to + บุคคลหรือสิ่งที่ถูกแนะนำ ในประโยคนี้ you คือผู้ฟัง และ English teacher Neeraj คือบุคคลที่ถูกแนะนำ Let me มีรูปเหมือนการขออนุญาต แต่ในที่นี้ใช้บอกอย่างสุภาพว่าผู้พูดกำลังจะทำอะไรต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: ____ our new coach.

ดูคำตอบ

Let me introduce you to

He's just a regular person, การใช้คำ

0:22

เขาเป็นแค่คนธรรมดาทั่วไป

การใช้คำ

just a regular person: คนธรรมดา

ใน just a regular person คำว่า regular หมายถึง “ธรรมดา” หรือ “ไม่ได้มีสถานะพิเศษ” ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นใช้ชีวิตตามตารางเวลาอย่างสม่ำเสมอ คำว่า just ช่วยจำกัดความหมายให้เป็น “ก็แค่คนธรรมดา” โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับคนดัง คนร่ำรวย หรือคนที่ได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

regular ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร? “After appearing on television, Ben still sees himself as just a regular person.”

  1. ธรรมดาและไม่มีสถานะพิเศษ
  2. กลับมาในช่วงเวลาที่กำหนดไว้
  3. ทำตามตารางประจำวันที่ตายตัว
ดูคำตอบ

ธรรมดาและไม่มีสถานะพิเศษ

but he likes to do everything himself and he likes to save money. ไวยากรณ์

0:24

แต่เขาชอบทำทุกอย่างด้วยตัวเองและเขาชอบประหยัดเงิน

ไวยากรณ์

do everything himself: ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง

do everything himself หมายถึง เขาลงมือทำงานทุกอย่างด้วยตัวเอง แทนที่จะขอหรือจ่ายเงินให้คนอื่นทำให้ ในที่นี้ everything เป็นกรรมของ do อยู่แล้ว ส่วน himself เป็นสรรพนามสะท้อนกลับที่ใช้เน้นและอ้างกลับไปที่ he หากตัดคำนี้ออก ประโยคยังถูกต้องตามไวยากรณ์ แต่ความหมายที่เน้นว่าเขาลงมือทำเองจะหายไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสรรพนามเน้นที่หมายถึง “ทำด้วยตัวเองโดยไม่ให้คนอื่นทำแทน”: Daniel painted the room ____.

ดูคำตอบ

himself

He trims his own beard. ไวยากรณ์

0:27

เขาเล็มหนวดเคราของเขาเอง

ไวยากรณ์

his own beard: เน้นว่าเคราเป็นของเขาเอง

ใน his own beard คำว่า own ช่วยเน้น his ว่าเครานั้นเป็นของเขา ไม่ใช่ของคนอื่น โครงสร้างคือ คำแสดงความเป็นเจ้าของ + own + คำนาม ในประโยคนี้ trims เป็นคำที่บอกว่าเขาเป็นคนเล็มเคราเอง ส่วน own ช่วยเน้นความต่างจากเคราของคนอื่นหรือจากการให้คนอื่นจัดการเคราของเขา แต่ own เพียงคำเดียวไม่ได้แปลว่า “โดยไม่มีใครช่วย”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นได้ถูกต้องว่าจักรยานเป็นของ Tom เอง?

  1. Tom repairs the own bicycle.
  2. Tom repairs his own bicycle.
  3. Tom repairs own his bicycle.
ดูคำตอบ

Tom repairs his own bicycle.

He cooks his own meals.

0:29

เขาทำอาหารกินเอง

He painted his apartment last summer.

0:32

เขาทาสีอพาร์ตเมนต์เองเมื่อฤดูร้อนที่แล้ว

It took him a while.

0:34

ซึ่งก็ใช้เวลาสักพักเลยล่ะ

He buys his own clothes now and again, วลี

0:35

เขาซื้อเสื้อผ้าให้ตัวเองเป็นครั้งคราว

วลี

now and again: สำนวนไม่เป็นทางการที่แปลว่า “เป็นครั้งคราว”

Now and again เป็นสำนวนบอกความถี่ที่มีความหมายว่า “เป็นครั้งคราว” หรือ “นาน ๆ ครั้ง” หมายถึงการกระทำที่เกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ไม่ได้เกิดบ่อย ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวขยาย buys และบอกว่าเขาซื้อเสื้อผ้าของตัวเองบ่อยแค่ไหน ให้เข้าใจทั้งสำนวนเป็นกลุ่มคำเดียว ไม่ใช่แยกเป็นความหมายของ now กับ again

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่แปลว่า “เป็นครั้งคราว”: We play board games ____.

ดูคำตอบ

now and again

even though he hates shopping. ไวยากรณ์

0:37

ถึงแม้ว่าเขาจะเกลียดการช้อปปิ้งก็ตาม

ไวยากรณ์

even though: แสดงความขัดแย้งกับข้อเท็จจริง

even though นำหน้าข้อมูลที่ผู้พูดถือว่าเป็นจริงหรือเป็นที่ยอมรับ และทำให้ข้อมูลนั้นขัดแย้งกับข้อเท็จจริงอีกอย่างหนึ่ง ในที่นี้ เขาเกลียดการชอปปิงจริง ๆ แต่สิ่งที่น่าแปลกคือเขายังคงซื้อเสื้อผ้า after even though ต้องตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ ในที่นี้คือ he hates shopping ซึ่งมีประธาน he และกริยา hates

แบบฝึกหัด

เติม even though เพื่อแสดงว่าอนุประโยคแรกเป็นข้อเท็จจริง: ____ Leo was tired, he finished the race.

ดูคำตอบ

Even though

He goes everywhere by bicycle.

0:40

เขาไปไหนมาไหนด้วยจักรยาน

If it rains,

0:43

ถ้าฝนตก

he has to hold his own umbrella.

0:44

เขาก็ต้องกางร่มเอง

Now let me introduce you to the world famous Neerajito.

0:47

ตอนนี้ขอแนะนำให้รู้จักกับ Neerajito ผู้โด่งดังระดับโลก

He's a fabulously wealthy reggaeton artist. การใช้คำ

0:51

เขาเป็นศิลปินเรกเกตอนที่รวยล้นฟ้า

การใช้คำ

fabulously wealthy: เน้นความร่ำรวยอย่างมากให้ดูมีสีสัน

fabulously wealthy หมายถึง “ร่ำรวยอย่างยิ่ง” fabulously เป็นคำวิเศษณ์ที่เพิ่มระดับความหมายของคำคุณศัพท์ wealthy ไม่ได้หมายความว่าความร่ำรวยนั้นเป็นเรื่องแต่งหรืออยู่ในเทพนิยาย วลีนี้ทำให้คำบรรยายดูมีสีสันและเกินจริงเล็กน้อย ในที่นี้ วลีนี้ทำให้ศิลปินดูเป็นดาวเด่นที่ร่ำรวยผิดปกติ ไม่ใช่แค่คนที่มีเงินอยู่บ้าง

แบบฝึกหัด

fabulously wealthy สื่อความหมายอย่างไรในคำบรรยายนี้?

  1. บรรยายว่าคนหนึ่งร่ำรวยอย่างยิ่งด้วยวิธีที่มีสีสันและเกินจริงเล็กน้อย
  2. หมายความว่าความร่ำรวยของคนนั้นมีอยู่เฉพาะในเรื่องแต่ง
  3. หมายความว่าคนนั้นเก่งในการเล่านิทานคติสอนใจ
ดูคำตอบ

บรรยายว่าคนหนึ่งร่ำรวยอย่างยิ่งด้วยวิธีที่มีสีสันและเกินจริงเล็กน้อย

He has his beard trimmed for him by his personal barber twice a week. ไวยากรณ์

0:54

เขาให้ช่างตัดผมส่วนตัวเล็มหนวดเคราให้สัปดาห์ละสองครั้ง

ไวยากรณ์

has his beard trimmed: have + กรรม + กริยาช่อง 3

has his beard trimmed ใช้โครงสร้าง have + object + past participle ได้แก่ has + his beard + trimmed โครงสร้างนี้หมายความว่าประธานจัดให้คนอื่นทำบริการกับเคราของเขา หรือเป็นผู้รับบริการนั้น his beard เป็นสิ่งที่ถูกกระทำ แต่ he ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเล็มเอง ในประโยคนี้ ช่างตัดผมเป็นผู้ลงมือเล็ม

แบบฝึกหัด

ใช้ have, my eyes และรูปที่ถูกต้องของ test เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: I ____ at the clinic once a year.

ดูคำตอบ

have my eyes tested

ไวยากรณ์

for him ... by his personal barber: ผู้รับประโยชน์และผู้กระทำ

for him บอกว่าบริการนี้ทำให้ใคร โดย him คือผู้รับประโยชน์ ส่วน by his personal barber บอกว่าใครเป็นผู้ลงมือเล็มจริง ๆ โดยช่างตัดผมคือผู้กระทำ วลีบุพบทสองวลีนี้ตอบคำถามต่างกัน คือ “ทำให้ใคร” และ “ทำโดยใคร” จึงสลับหน้าที่กันไม่ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Leo เป็นคนได้รับเค้ก และป้าของเขาเป็นคนทำเค้ก?

  1. The cake was made for his aunt by Leo.
  2. The cake was made for Leo by his aunt.
  3. The cake was made by Leo and his aunt.
ดูคำตอบ

The cake was made for Leo by his aunt.

He has all of his meals cooked for him by his private chef.

1:00

เขาให้เชฟส่วนตัวทำอาหารทุกมื้อให้

He recently got one of his mansions repainted pink. ไวยากรณ์

1:04

เมื่อไม่นานมานี้เขาเพิ่งให้คนมาทาสีคฤหาสน์หลังหนึ่งของเขาใหม่เป็นสีชมพู

ไวยากรณ์

got ... repainted pink: จัดให้คนอื่นทำงานและบอกผลลัพธ์

Got one of his mansions repainted ใช้โครงสร้าง get + กรรม + กริยาช่อง 3 ในที่นี้หมายถึงเขาจัดให้คนอื่นทาสีคฤหาสน์ใหม่ ประโยคไม่ได้บอกว่าเขาทาสีเอง Pink เป็นส่วนเติมเต็มที่บอกผลลัพธ์ โดยบอกว่าคฤหาสน์เป็นสีอะไรหลังจากทาใหม่ โครงสร้างนี้จึงบอกได้ทั้งการจัดให้เกิดการกระทำและผลสุดท้าย: get + กรรม + กริยาช่อง 3 + คำบอกผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าเราจัดให้คนอื่นทาสีห้องครัว และสีหลังทาเสร็จคือสีน้ำเงิน

  1. We got the kitchen paint blue last month.
  2. We got painted the kitchen blue last month.
  3. We got the kitchen painted blue last month.
ดูคำตอบ

We got the kitchen painted blue last month.

He gets his clothes made for him by his tailor.

1:08

เขาให้ช่างตัดเสื้อตัดชุดให้

He gets driven all over the city ไวยากรณ์

1:11

เขาให้คนขับรถพาขับไปทั่วเมือง

in his limousine by his driver.

1:13

ในรถลีมูซีนโดยคนขับรถของเขา

ไวยากรณ์

gets driven all over the city: มีคนขับรถพาไป ไม่ได้ขับเอง

Gets driven คือ get + กริยาช่อง 3 ในโครงสร้างกรรมวาจก เขาเป็นผู้รับการกระทำ โดยมีคนอื่นขับรถพาเขาไป วลี by his driver ระบุว่าคนที่ขับจริง ๆ คือคนขับรถของเขา All over the city หมายถึงตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วเมือง ดังนั้นส่วนที่เน้นจึงบอกว่าเขาเป็นคนที่ถูกพาไป ไม่ใช่คนที่ควบคุมรถ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Nora เป็นคนที่ถูกพาไป และพ่อของเธอเป็นคนขับรถไปส่งเธอที่โรงเรียน

  1. Nora gets driven to school by her father.
  2. Nora drives her father to school.
  3. Nora gets drive to school by her father.
ดูคำตอบ

Nora gets driven to school by her father.

And when it rains,

1:16

และเมื่อฝนตก

he has his umbrella held for him by his butler.

1:17

เขาให้พ่อบ้านกางร่มให้

As you can see, ลำดับความ

1:20

อย่างที่คุณเห็น

our friends have very different lifestyles.

1:21

เพื่อนของเรามีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันมาก

English teacher Neeraj does everything for himself,

1:24

ครูสอนภาษาอังกฤษ Neeraj ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง

whereas Neerajito has everything done for him. ลำดับความ

1:27

ในขณะที่ Neerajito มีคนทำให้ทุกอย่าง

ลำดับความ

As you can see: นำเข้าสู่ข้อสรุปที่สังเกตเห็นได้

As you can see เป็นวลีเชื่อมเนื้อหาที่ใช้เกริ่นข้อสรุปซึ่งผู้ฟังอนุมานได้จากข้อมูลที่แสดงไปแล้ว ในที่นี้ วลีนี้บอกว่าความแตกต่างของวิถีชีวิตเห็นได้ชัดจากตัวอย่างก่อนหน้า คำว่า see ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่มองด้วยตา แต่หมายถึงเข้าใจหรือสังเกตได้จากหลักฐาน ดังนั้นวลีนี้จึงเชื่อมตัวอย่างที่เป็นหลักฐานเข้ากับข้อสรุป

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะเริ่มด้วย As you can see?

  1. ขอให้ผู้ฟังหยุดดูตัวอย่าง
  2. ก่อนให้หลักฐานใด ๆ ให้ประกาศข้อเท็จจริงที่ผู้ฟังตรวจสอบไม่ได้
  3. หลังจากแสดงแผนภูมิสองอัน ให้บอกความแตกต่างที่สังเกตเห็นได้ง่าย
ดูคำตอบ

หลังจากแสดงแผนภูมิสองอัน ให้บอกความแตกต่างที่สังเกตเห็นได้ง่าย

ลำดับความ

whereas ... has everything done for him: เปรียบเทียบวิถีชีวิตสองแบบ

whereas ใช้นำอนุประโยคที่สองจากสองอนุประโยคที่มีความหมายต่างกัน ส่วนแรกบอกว่า Neeraj ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ส่วนอนุประโยคที่มี whereas แสดงการจัดการแบบตรงกันข้าม จึงนำวิถีชีวิตสองแบบมาเปรียบเทียบกัน has everything done for him ใช้โครงสร้าง have + object + past participle หมายความว่าคนอื่นทำงานเหล่านั้นเพื่อเขาหรือตามที่เขาจัดการไว้ ไม่ได้หมายความว่าเขาทำงานเสร็จด้วยตัวเอง whereas ในที่นี้แสดงความแตกต่าง ไม่ได้บอกเวลา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ whereas ได้ถูกต้องเพื่อเปรียบเทียบการทำงานด้วยตัวเองกับการจัดให้คนอื่นทำแทน?

  1. Nora repairs her bike herself, whereas Leo repairs his bike himself.
  2. Nora has repaired her bike, whereas Leo repaired his yesterday.
  3. Nora repairs her bike herself, whereas Leo has his bike repaired at a shop.
ดูคำตอบ

Nora repairs her bike herself, whereas Leo has his bike repaired at a shop.

Did you notice how we described Neerajito's life?

1:30

คุณสังเกตไหมว่าเราอธิบายชีวิตของ Neerajito อย่างไร?

He gets his beard trimmed.

1:33

เขาให้คนเล็มหนวดเคราให้

He has his meals cooked for him.

1:35

เขาให้คนทำอาหารให้

He gets his umbrella held for him.

1:37

เขาให้คนกางร่มให้

And he gets driven all around the city.

1:40

และเขาให้คนขับรถพาไปทั่วเมือง

In a situation where we get somebody to do something for us, ไวยากรณ์

1:42

ในสถานการณ์ที่เราให้คนอื่นทำบางสิ่งให้เรา

we use a structure called the causative structure.

1:45

เราจะใช้โครงสร้างที่เรียกว่า causative structure

ไวยากรณ์

get somebody to do something for us: ทำให้หรือขอให้คนหนึ่งลงมือทำ

ใน get somebody to do something คำว่า somebody คือคนที่ลงมือทำกริยานั้นจริง ๆ ส่วน get แสดงว่าคุณทำให้ ชักชวน หรือจัดการให้คนนั้นลงมือทำ ไม่ได้หมายความว่าคุณทำงานนั้นเอง รูปแบบคือ get + คน + to + กริยารูปพื้นฐาน ในคำบรรยาย for us บอกว่าใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการกระทำ ต้องมี to เสมอ ดังนั้น get somebody do something จึงไม่ใช่รูปแบบมาตรฐานนี้

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง causative ให้สมบูรณ์ โดยใช้ do ในรูปที่ถูกต้อง: get somebody ____ something for us.

ดูคำตอบ

to do

This structure is formed from have or get ไวยากรณ์

1:48

โครงสร้างนี้เกิดจาก have หรือ get

plus the thing plus a verb in the past participle.

1:52

บวกด้วยสิ่งของ บวกด้วยคำกริยาช่องที่ 3 (past participle)

ไวยากรณ์

have/get + the thing + past participle: ลำดับของโครงสร้าง causative

ประโยคนี้บอกลำดับของโครงสร้าง causative ว่า have/get + the thing + past participle โดย have หรือ get มาก่อน the thing หมายถึงคนหรือสิ่งของที่ได้รับผลจากการกระทำ และกริยาตัวสุดท้ายใช้รูป past participle เช่น repaired, cut หรือ cleaned โครงสร้างนี้มักหมายถึงการจัดให้คนอื่นเป็นผู้ทำงาน: We had the window repaired. ในคำอธิบายไวยากรณ์นี้ plus หมายถึงตามด้วย ไม่ใช่การบวกทางคณิตศาสตร์

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบให้ถูกต้องด้วยศัพท์ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษสองคำ: have/get + the thing + ____.

ดูคำตอบ

past participle

Have something done. ไวยากรณ์

1:56

Have something done

ไวยากรณ์

Have something done: ให้คนอื่นทำบางสิ่งให้

have + กรรม + กริยาช่อง 3 หมายถึงประธานจัดการให้คนอื่นทำงานนั้น กรรมเป็นสิ่งที่ถูกกระทำ และโดยทั่วไปประธานไม่ได้ลงมือทำเอง ในรูปแบบ Have something done คำว่า something คือตำแหน่งของกรรม และ done แทนกริยาช่อง 3 ให้เปลี่ยนทั้งสองส่วนเป็นคำที่ต้องการ เช่น have my hair cut, have the door painted หรือ have the car repaired

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ have + กรรม + กริยาช่อง 3 โดยใช้ it แทนรถและใช้ repair เป็นกริยา: The car is broken, so I'll ____ tomorrow.

ดูคำตอบ

have it repaired

It's called the causative because you cause something to happen. การใช้คำ

1:57

มันเรียกว่า causative เพราะคุณทำให้ (cause) บางสิ่งเกิดขึ้น

การใช้คำ

cause something to happen: cause ที่ใช้เป็นกริยา

ใน cause something to happen คำว่า cause เป็นกริยาที่หมายถึงทำให้เกิดหรือนำไปสู่ รูปแบบคือ cause + กรรม + to-infinitive โดย something เป็นกรรม และ to happen บอกว่ากรรมนั้นทำอะไร นี่คือเหตุผลที่ไวยากรณ์นี้เรียกว่า causative เพราะประธานทำให้การกระทำหรือผลลัพธ์เกิดขึ้น แม้ประธานจะไม่ได้ทำการกระทำนั้นด้วยตัวเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ cause เป็นกริยาในรูปแบบ cause + กรรม + to-infinitive?

  1. This button can cause the door to open.
  2. This button can cause to open the door.
  3. This button can the cause of the door opening.
ดูคำตอบ

This button can cause the door to open.

You don't do it yourself.

2:01

คุณไม่ได้ทำมันด้วยตัวเอง

For example,

2:02

ตัวอย่างเช่น

Neerajito gets his beard trimmed

2:04

Neerajito ให้คนเล็มหนวดเคราให้

twice a week by his personal barber. วลี

2:08

สัปดาห์ละสองครั้งโดยช่างตัดผมส่วนตัว

วลี

twice a week: สัปดาห์ละสองครั้ง

twice a week หมายถึง “สัปดาห์ละสองครั้ง” ในคำบรรยายนี้ วลีนี้บอกว่าการกระทำเกิดบ่อยแค่ไหน ส่วน by his personal barber ที่ตามมาบอกว่าใครเป็นคนทำ ดังนั้น twice a week เองไม่ได้บอกผู้กระทำ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ once/twice + a + หน่วยเวลา เช่น once a day และ twice a month ในที่นี้ a มีความหมายว่า “ต่อหนึ่ง” ถ้าสามครั้งขึ้นไป มักใช้ ตัวเลข + times เช่น three times a week สำหรับสองครั้ง twice เป็นรูปที่ใช้ทั่วไปและกระชับ ส่วน two times a week ก็ถูกไวยากรณ์เช่นกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทั่วไปที่ใช้ twice และหมายถึง “สัปดาห์ละสองครั้ง”: Lina practises the piano ____.

ดูคำตอบ

twice a week

He gets his umbrella held when it rains.

2:10

เขาให้คนกางร่มให้เมื่อฝนตก

Neerajito has his meals cooked for him.

2:14

Neerajito ให้คนทำอาหารให้เขา

Now, we don't all have to be rich, ไวยากรณ์

2:17

เอาล่ะ เราไม่จำเป็นต้องรวย

famous reggaeton stars

2:19

หรือเป็นดาราเรกเกตอนชื่อดัง

to have things done for us.

2:20

เพื่อที่จะให้คนอื่นทำสิ่งต่างๆ ให้เรา

ไวยากรณ์

we don't all have to be rich: การปฏิเสธเพียงบางส่วนด้วย not all

ใน we don't all have to be rich คำว่า don't ปฏิเสธแนวคิด “ทุกคน” ที่ all สื่อออกมา ประโยคนี้หมายถึง “ไม่ใช่พวกเราทุกคนที่จำเป็นต้องรวย” ไม่ใช่ “ไม่มีใครเลยที่จำเป็นต้องรวย” ลักษณะนี้เรียกว่าการปฏิเสธเพียงบางส่วน ประโยคเต็มปฏิเสธเงื่อนไขที่ใช้กับทั้งกลุ่ม นั่นคือ ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องเป็นดาวผู้ร่ำรวยและมีชื่อเสียงเพื่อให้คนอื่นทำสิ่งต่าง ๆ ให้ ส่วนแต่ละคนจะมีเงื่อนไขนั้นหรือไม่ ไวยากรณ์นี้ไม่ได้บอกไว้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่ากฎนี้ไม่ได้ใช้กับสมาชิกทุกคนในทีม

  1. Not every team member has to arrive early.
  2. No team member has to arrive early.
  3. Every team member has to arrive early.
ดูคำตอบ

Not every team member has to arrive early.

Most of us need to get things done for us because it's cheaper, โน้ต

2:22

เราส่วนใหญ่จำเป็นต้องให้คนอื่นทำสิ่งต่างๆ ให้ เพราะมันถูกกว่า

ไวยากรณ์

get things done for us: จัดให้คนอื่นทำงานแทนเรา

get things done for us หมายถึงการจัดให้คนอื่นทำงานต่าง ๆ ให้เรา สำนวนนี้ใช้โครงสร้างแสดงการให้ผู้อื่นทำ get + กรรม + กริยาช่องที่ 3 ซึ่งเน้นผลที่เสร็จแล้วมากกว่าการระบุว่าใครเป็นผู้ทำ ในที่นี้ things เป็นคำกว้าง ๆ ที่หมายถึงงานหลายชนิด ส่วน for us แสดงว่าคนอื่นทำงานแทนเรา ไม่ใช่เราลงมือทำเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าเราจัดให้คนอื่นทำชุดให้เรา

  1. We get the costumes make for us.
  2. We get the costumes made by ourselves.
  3. We get the costumes made for us.
ดูคำตอบ

We get the costumes made for us.

because it's faster,

2:26

เพราะมันเร็วกว่า

or simply because we can't do these things ourselves.

2:27

หรือแค่เพราะเราไม่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยตัวเอง

ลำดับความ

because..., because..., or simply because...: เรียงเหตุผลด้วยโครงสร้างขนาน

ประโยคนี้ใช้ because ซ้ำหน้าทุกเหตุผลที่เป็นอนุประโยคสมบูรณ์ จึงเกิดเป็นสามส่วนที่มีโครงสร้างขนานกัน การซ้ำนี้เกิดขึ้นโดยตั้งใจ เพื่อให้รายการเหตุผลชัดเจนและเน้นแต่ละเหตุผลแยกกัน or simply because ใช้เปิดเหตุผลสุดท้ายที่ตรงไปตรงมาที่สุดและปิดรายการ โครงสร้างนี้มีประโยชน์ในการพูดเมื่อต้องการให้ผู้ฟังติดตามเหตุผลหลายข้อทีละข้อ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบขนาน because..., because..., or simply because... ได้ชัดเจน

  1. We took the bus because it's cheaper, because it's direct, or simply because we don't have a car.
  2. We took the bus because it's cheaper, it's direct, or we simply don't have a car.
  3. We took the bus because cheaper, because direct, or simply because no car.
ดูคำตอบ

We took the bus because it's cheaper, because it's direct, or simply because we don't have a car.

So, that's when we need to use the causative structure.

2:30

ดังนั้น นั่นคือเวลาที่เราต้องใช้ causative structure

So, tell us,

2:33

เอาล่ะ บอกเราหน่อย

do you get your hair cut regularly ไวยากรณ์

2:34

คุณไปตัดผมเป็นประจำ

or do you do it yourself?

2:36

หรือว่าคุณตัดเอง?

ไวยากรณ์

get your hair cut ... or do you do it yourself?: ให้คนอื่นทำให้หรือทำเอง

get your hair cut ใช้โครงสร้าง get + กรรม + past participle ผมของคุณเป็นสิ่งที่ถูกกระทำ ส่วนคุณเป็นผู้จัดให้คนอื่นทำหรือเป็นผู้รับบริการ โดยปกติคนตัดจะเป็นคนอื่น เช่น ช่างตัดผม cut ในที่นี้เป็น past participle ไม่ใช่กริยารูปอดีตธรรมดาที่บอกว่าคุณเป็นคนลงมือตัดเอง ใน or do you do it yourself? คำว่า it หมายถึงการตัดผมของคุณที่กล่าวถึงไปแล้ว และ yourself เน้นว่าคุณเป็นผู้ลงมือทำเอง คำถามนี้จึงเปรียบเทียบระหว่างการให้คนอื่นทำงานนี้กับการทำด้วยตัวเอง

แบบฝึกหัด

Maya ไปที่ร้านทำผม และช่างเป็นคนตัดผมให้เธอ ประโยคใดตรงกับสถานการณ์นี้?

  1. Maya gets her hair cut at a salon.
  2. Maya cuts the stylist's hair at a salon.
  3. Maya cuts her own hair at a salon.
ดูคำตอบ

Maya gets her hair cut at a salon.

Tell us in the comments about some things you like to get done.

2:37

บอกเราในคอมเมนต์เกี่ยวกับบางสิ่งที่คุณชอบให้คนอื่นทำให้

Now, I'm not a famous reggaeton star,

2:40

เอาล่ะ ฉันไม่ใช่ดาราเรกเกตอนชื่อดัง

but I do like the idea of having a chef cook for me. ไวยากรณ์

2:42

แต่ฉันชอบไอเดียของการมีเชฟมาทำอาหารให้นะ

ไวยากรณ์

I do like: do ที่ใช้เน้นคำยืนยัน

ใน I do like คำว่า do เป็นกริยาช่วยที่เพิ่มเข้ามาในประโยคบอกเล่าเพื่อเน้นความหมาย ไม่ได้แปลว่า “ทำกิจกรรม” แต่ช่วยเน้น like ว่าผู้พูดชอบสิ่งนั้นจริง ๆ หรือชอบอย่างแน่นอน กริยาหลักหลัง do ต้องคงรูปเดิม เมื่ออยู่หลัง I'm not ... but ... คำว่า do ที่ใช้เน้นจะทำให้ความขัดแย้งชัดเจนขึ้น ส่วนแรกเป็นปฏิเสธ แต่ผู้พูดต้องการยืนยันความรู้สึกเชิงบวกในส่วนหลัง โครงสร้างนี้ยังใช้แก้ความเข้าใจผิดหรือทำให้ผู้ฟังมั่นใจได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ใช้ do เพื่อเน้นว่าผู้พูดอยากช่วยจริง ๆ: I ____ want to help.

ดูคำตอบ

do

ไวยากรณ์

having a chef cook for me: have + คน + กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to

โครงสร้างสำคัญคือ have + คน + กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to เช่น have a chef cook หมายถึงจัดการหรือทำให้ใครคนหนึ่งทำบางอย่าง a chef เป็นผู้ลงมือทำ ดังนั้น cook จึงไม่มี to อยู่ข้างหน้า ในวลีที่ยาวกว่าอย่าง the idea of having a chef cook for me การกระทำนี้อยู่หลังบุพบท of จึงเปลี่ยน have เป็น having แต่กฎที่ให้ใช้กริยารูปพื้นฐานหลัง a chef ยังคงเหมือนเดิม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ have + คน + กริยารูปพื้นฐานได้ถูกต้อง เพื่อสื่อว่าผู้จัดการเป็นคนจัดให้เกิดการกระทำนั้น

  1. The manager had the assistant to send the email.
  2. The manager had the assistant send the email.
  3. The manager had the assistant sent the email.
ดูคำตอบ

The manager had the assistant send the email.

So, let's see if I can get that done. ไวยากรณ์

2:47

ดังนั้น มาดูกันว่าฉันจะทำแบบนั้นได้ไหม

ไวยากรณ์

get that done: get + กรรม + กริยาช่องสาม

Get that done ใช้โครงสร้าง get + กรรม + กริยาช่องสาม โดยเน้นการทำให้บางสิ่งอยู่ในสภาพที่เสร็จสมบูรณ์ that ใช้แทนการกระทำหรือการจัดการที่เข้าใจกันแล้วจากบริบท และ done บอกผลที่เสร็จแล้ว ในประโยคนี้ that ย้อนกลับไปถึงการจัดให้เชฟทำอาหาร ดังนั้นผู้พูดอาจจัดให้คนอื่นทำให้เกิดขึ้น แทนที่จะทำทุกอย่างด้วยตนเอง Let's see if I can... แสดงว่าจะลองดู ไม่ใช่คำสัญญา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเรียง get, that และ done ให้ถูกต้อง: The repair has been approved, so let's ____ today.

ดูคำตอบ

get that done