ร้านอาหารบางแห่งกำลังเสิร์ฟหอยเชลล์ปลอมอยู่หรือเปล่า?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Inside Edition
แนะนำวิดีโอ: รายงานนี้ตรวจหอยเชลล์จากร้านอาหารหลายแห่ง เผยว่าเนื้อปลาบดอาจถูกขายเป็นหอยเชลล์ และแนะนำการดูรูปร่างกับดมกลิ่นเพื่อแยกของทดแทน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “fool you into believing” — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้ fool someone into doing something เพื่ออธิบายการหลอกและความเชื่อผิดที่เกิดขึ้น 2. “so-called scallops” — ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: เข้าใจว่า so-called แสดงความสงสัยเชิงวิจารณ์ต่อชื่อเรียกที่หลักฐานโต้แย้ง 3. “the real deal” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจวลีไม่เป็นทางการที่หมายถึงของแท้ และใช้เปรียบเทียบของจริงกับของเลียนแบบ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
With inflation raging everybody's watching their budget. โน้ต
0:00ในช่วงที่เงินเฟ้อพุ่งแรง ทุกคนต่างคอยระวังค่าใช้จ่าย
with + คำนาม + -ing: With inflation raging
โครงสร้าง with + คำนาม + กริยารูป -ing ใช้นำเสนอสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่เป็นฉากหลังของประโยคหลัก ในที่นี้ inflation เป็นคำนามและ raging เป็นกริยารูป -ing โดย raging หมายถึงดำเนินต่อไปอย่างรุนแรง ไม่ได้หมายถึงกำลังโกรธตามตัวอักษร วลีนี้ไม่ใช่ประโยคหลักที่สมบูรณ์ แต่ใช้วางกรอบเหตุผลหรือสถานการณ์ที่ทำให้ทุกคนระมัดระวังการใช้จ่าย คล้ายกับ because หรือ while inflation is raging และช่วยให้ข้อมูลหลักกระชับขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง with + คำนาม + -ing โดยใช้คำในวงเล็บ (the deadline / approach): ____, the team worked late.
ดูคำตอบ
With the deadline approaching
Watching their budget: เฝ้าระวังและควบคุมค่าใช้จ่าย
ในวลี watch someone's budget คำว่า watch หมายถึงเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วน budget หมายถึงจำนวนเงินที่มีไว้ใช้จ่าย วลีนี้จึงหมายถึงใส่ใจและควบคุมการใช้จ่าย ไม่ใช่มองดูงบประมาณด้วยตา คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนไปตามบุคคล เช่น watch my budget, watch your budget หรือ watch their budget ในคำบรรยาย their ย้อนกลับไปแทน everybody และการใช้ they กับ their แบบเอกพจน์หลัง everybody เป็นเรื่องธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่า Maya กำลังติดตามและจำกัดการใช้จ่ายของตน?
- Maya is watching her budget.
- Maya is checking the budget spreadsheet.
- Maya is preparing a budget.
ดูคำตอบ
Maya is watching her budget.
do ที่ใช้เน้นใน do go
ในอนุประโยค if แบบบอกเล่านี้ do เป็นกริยาช่วยที่วางหน้า go ซึ่งเป็นกริยารูปพื้นฐาน เพื่อเน้นว่าการออกไปกินข้าวข้างนอกอาจเกิดขึ้นจริง ความหมายจึงใกล้เคียงกับ “ถ้าคุณออกไปกินข้าวข้างนอกจริง ๆ” หรือ “ถ้าคุณได้ออกไปกินข้างนอกจริง ๆ” ตรงนี้เป็น do ที่ใช้เน้น ไม่ใช่กริยาหลัก do ที่แปลว่า “ทำ” และไม่ใช่เครื่องหมายของประโยคคำถาม โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ do/does/did + กริยารูปพื้นฐานในประโยคบอกเล่า เมื่อต้องการยืนยัน แก้ความเข้าใจ หรือเน้นการกระทำอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมกริยาช่วยที่ใช้เน้นเพื่อยืนยันความเป็นไปได้: If you ____ go out to eat, set a budget first.
ดูคำตอบ
do
go out to eat: ออกไปกินข้าวนอกบ้าน
Go out to eat เป็นวลีกริยาที่ใช้ทั่วไป หมายถึงการออกจากบ้านหรือสถานที่ที่อยู่เป็นประจำเพื่อไปกินอาหารที่อื่น โดยมากคือร้านอาหารหรือคาเฟ่ ในบริบทนี้ go out สื่อถึงการกินนอกบ้าน ส่วน to eat เป็น infinitive บอกจุดประสงค์ว่าออกไปเพื่ออะไร ควรเรียน go out to eat เป็นกลุ่มคำธรรมชาติที่ใช้พูดถึงแผนการกินอาหาร ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ก้าวออกไปข้างนอกแล้วบังเอิญกินอะไรบางอย่าง
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดตรงกับ go out to eat มากที่สุด?
- ออกจากบ้านก่อนมื้อเย็นโดยไม่ได้กินอาหาร
- นำอาหารที่ปรุงแล้วจากครัวออกไปที่สวน
- ไปกินอาหารที่ร้านอาหารแทนการทำอาหารที่บ้าน
ดูคำตอบ
ไปกินอาหารที่ร้านอาหารแทนการทำอาหารที่บ้าน
get what you're paying for: ได้รับสิ่งที่สัญญาไว้
ในที่นี้ get what you're paying for หมายถึงการได้รับสินค้าหรือบริการที่เงินของคุณควรใช้ซื้อ ในบริบทนี้ยังสื่อว่าสิ่งนั้นควรเป็นของแท้และตรงกับที่สัญญาไว้ ไม่ใช่แค่ผู้ขายส่งมอบอะไรก็ได้ โครงสร้าง get what + ประธาน + be paying for ใช้เพื่อตรวจสอบว่าผู้ซื้อได้รับสินค้า บริการ หรือระดับคุณภาพที่ถูกต้องหรือไม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าลูกค้าควรได้รับสินค้าหรือบริการตรงตามที่กำลังจ่ายเงินซื้อ?
- You should get what you're paying for.
- You should get your money back.
- You usually get what you pay for.
ดูคำตอบ
You should get what you're paying for.
As Lisa Guerrero found out you might not. กริยาวลี
0:09แต่จากที่ Lisa Guerrero ตรวจสอบมา คุณอาจไม่ได้ของอย่างที่คิด
found out: ค้นพบข้อมูล
Found out เป็นรูปอดีตของ find out และหมายถึงการได้รู้หรือค้นพบข้อเท็จจริงหลังจากตรวจสอบ สืบสวน หรือพบเจอบางอย่าง ในที่นี้ As Lisa Guerrero found out แสดงว่าข้อความถัดไปเป็นสิ่งที่ผู้สื่อข่าวค้นพบจากการสืบสวน หลัง find out มักเป็นข้อมูล โดยมักอยู่ในอนุประโยคที่มี that หรือเริ่มด้วย what, why, whether หรือ who โดยทั่วไปไม่ได้หมายถึงการหาตำแหน่งของวัตถุ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ find out ที่หมายถึง “ค้นพบข้อเท็จจริง”: After checking the schedule, Nora ____ that the train had been canceled.
ดูคำตอบ
found out
And sometimes it's actually hard to tell what you're being served. วลี
0:11และบางครั้งก็แยกได้ยากจริง ๆ ว่าคุณถูกเสิร์ฟอะไรมา
hard to tell: ตัดสินได้ยาก
ในที่นี้ hard to tell หมายถึง “ตัดสินหรือแยกแยะได้ยาก” คำว่า tell ไม่ได้หมายถึงการพูด บอกข้อมูล หรือสั่งใคร แต่หมายถึงการใช้เบาะแสที่มีอยู่เพื่อให้รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร เมื่อเข้าใจอยู่แล้วว่ากำลังตัดสินเรื่องอะไร สามารถใช้เป็นคำตอบสั้น ๆ ว่า Hard to tell ได้ หรือจะตามด้วยอนุประโยคคำถามก็ได้: It is hard to tell which copy is real. ใช้เมื่อหลักฐานที่มีไม่ทำให้คำตอบชัดเจน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ tell ในความหมายว่า “ตัดสินจากเบาะแสที่มีอยู่”
- It's hard to tell which painting is the original.
- It's hard to tell the story clearly.
- It's hard to tell Mia the news.
ดูคำตอบ
It's hard to tell which painting is the original.
you'd think: เกริ่นความคาดหมายที่จะถูกหักล้าง
ในที่นี้ you'd think หมายถึง “คนทั่วไปย่อมคาดว่าเป็นเช่นนั้น” ผู้พูดเสนอแนวคิดที่ดูสมเหตุสมผลว่าการสั่งหอยเชลล์ควรทำให้ได้รับหอยเชลล์ แต่ข้อเท็จจริงถัดไปจะหักล้างความคาดหมายนั้น You'd เป็นรูปย่อของ you would และวลีนี้ไม่ได้ถามความคิดเห็นส่วนตัวของผู้ฟังโดยตรง รูปแบบอย่าง You'd think ..., but ... และ You'd think ..., right? ชวนให้ผู้ฟังยอมรับข้อสันนิษฐานที่ดูเหมือนชัดเจน และมักใช้ปูทางไปสู่ความประหลาดใจหรือการประชดเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
โค้ชพูดว่า “You'd think the shorter route would be faster, but it is blocked by traffic.” ในที่นี้ You'd think ทำหน้าที่อะไร
- ยืนยันว่าผู้พูดได้ลองใช้ทั้งสองเส้นทางแล้ว
- เกริ่นความคาดหมายที่สมเหตุสมผล แล้วข้อเท็จจริงถัดไปหักล้างความคาดหมายนั้น
- ขอให้ผู้ฟังเลือกเส้นทาง
ดูคำตอบ
เกริ่นความคาดหมายที่สมเหตุสมผล แล้วข้อเท็จจริงถัดไปหักล้างความคาดหมายนั้น
right? ท้ายประโยคเพื่อขอความเห็นชอบ
ในที่นี้ right? ที่ท้ายประโยคใช้ขอให้ผู้ฟังยืนยันหรือเห็นด้วยกับข้อสรุปของผู้พูด ผู้พูดนำเสนอข้อสรุปนั้นว่าเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดหรือน่าจะเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว ไม่ได้ตั้งคำถามแบบเปิด ในประโยคนี้ คำถามสั้น ๆ ดังกล่าวชวนให้ผู้ฟังยอมรับข้อสันนิษฐานตามสามัญสำนึกก่อนที่ผู้พูดจะพูดต่อ ในบริบทอื่น รูปแบบเดียวกันอาจใช้ตรวจสอบว่าทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกัน หรือหากใช้น้ำเสียงท้าทาย ก็อาจทำหน้าที่คล้ายคำถามเชิงวาทศิลป์มากขึ้น
แบบฝึกหัด
ผู้พูดใช้ right? ที่ท้ายประโยคตัวอย่างเพื่อทำอะไร?
- ถามว่าผู้ฟังควรไปทางไหน
- ชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วยกับข้อสรุปที่คาดไว้อยู่แล้ว
- แก้ไขการออกเสียงของผู้ฟัง
ดูคำตอบ
ชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วยกับข้อสรุปที่คาดไว้อยู่แล้ว
My team and I are about to go on an ordering spree for scallops. โน้ต
0:26ฉันกับทีมงานกำลังจะตระเวนสั่งหอยเชลล์กันครั้งใหญ่
are about to + คำกริยา สำหรับอนาคตที่ใกล้จะเกิดขึ้น
ใน are about to go โครงสร้าง be about to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าคาดว่าการกระทำนั้นจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้อย่างมาก ในที่นี้ about ไม่ได้แปลว่า «ประมาณ» แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างบอกอนาคตแบบตายตัว รูปของ be เปลี่ยนไปตามประธานและกาล เช่น I am about to leave, they are about to leave และ she was about to leave โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อต้องการประกาศการกระทำถัดไปในลำดับเหตุการณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป be about to ที่ถูกต้องซึ่งมีสามคำ: The train ____ leave, so please board now.
ดูคำตอบ
is about to
Go on an ordering spree: ทำกิจกรรมซ้ำอย่างเข้มข้นในเวลาสั้น ๆ
“Go on an ordering spree” หมายถึงการสั่งของจำนวนมากภายในช่วงเวลาสั้น ๆ โครงสร้างคือ go on a/an + คำนามที่เป็นกิจกรรม + spree โดย spree เพิ่มความหมายว่ากิจกรรมนั้นเกิดขึ้นอย่างเข้มข้นเป็นชุด และมักมากกว่าปกติ ในที่นี้หมายถึงทีมกำลังสั่งหอยเชลล์จากหลายแห่งเพื่อใช้ในการตรวจสอบ ไม่ได้หมายถึงการกินหอยเชลล์จำนวนมากตามใจชอบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ “go on a ... spree”: After saving for months, Maya ____ shopping spree and bought clothes from five stores.
ดูคำตอบ
went on a
We gathered samples of scallops from restaurants across the USA.
0:30เราเก็บตัวอย่างหอยเชลล์จากร้านอาหารทั่วสหรัฐฯ
Here at Fish House, a popular fish market in New York City,
0:35ที่ Fish House ตลาดปลายอดนิยมในนครนิวยอร์กแห่งนี้
On prominent display: จัดแสดงในจุดที่มองเห็นและสังเกตได้ง่าย
“On prominent display” หมายถึงถูกวางไว้ในที่ที่ผู้คนมองเห็นและสังเกตได้ง่าย prominent เพิ่มความหมายว่าโดดเด่นเป็นพิเศษ ส่วน on display เพียงบอกว่าสิ่งนั้นกำลังถูกจัดแสดง ในโครงสร้างนี้ display เป็นคำนามที่ตามหลังบุพบท on วลีทั้งหมดมักตามหลัง be เช่น สิ่งหนึ่ง is หรือ was on prominent display
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลี “on prominent display”: At the museum entrance, the ancient vase was ____.
ดูคำตอบ
on prominent display
then we sent them to Applied Food Technologies in Florida,
0:44แล้วส่งไปยัง Applied Food Technologies ในรัฐฟลอริดา
where Molly Sims and her colleagues specialize in seafood DNA analysis. วลี
0:48ซึ่ง Molly Sims และเพื่อนร่วมงานเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ DNA ของอาหารทะเล
specialize in + สาขาหรือกิจกรรม
specialize in หมายถึงการมีสาขาวิชา ประเภทงาน หรือผลิตภัณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นความเชี่ยวชาญหลัก ในประโยคนี้ การวิเคราะห์ดีเอ็นเอของอาหารทะเลคือความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพของ Molly Sims และเพื่อนร่วมงาน โครงสร้างมาตรฐานคือ specialize in + คำนามหรือรูป -ing เช่น specialize in seafood DNA analysis และ specialize in identifying fish species บุพบท in เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่เหมาะสมของ specialize in: This research group ____ detecting rare diseases.
ดูคำตอบ
specializes in
Guess what? ในฐานะคำเกริ่นเพื่อดึงความสนใจ
ในการใช้นี้ Guess what? ไม่ใช่คำขอจริง ๆ ให้ผู้ฟังแก้คำถาม ผู้พูดใช้เพื่อดึงความสนใจและส่งสัญญาณว่ากำลังจะบอกข่าวที่น่าประหลาดใจ น่าตื่นเต้น หรือสำคัญ ผู้ฟังอาจตอบว่า What? หรือเพียงรอฟังเฉลยก็ได้ วลีนี้ช่วยจัดลำดับบทสนทนาด้วยการสร้างช่วงสั้น ๆ แห่งความคาดหวังก่อนบอกข่าว
แบบฝึกหัด
เพื่อนคนหนึ่งพูดว่า “Guess what? Our science team made it to the finals.” ในที่นี้ Guess what? ทำหน้าที่อะไร?
- เป็นการดึงความสนใจของคุณก่อนบอกข่าวที่น่าประหลาดใจ
- เป็นการแสดงว่าผู้พูดไม่ได้ยินคุณ
- เป็นการขอให้คุณแก้ปริศนาทายคำจริง ๆ
ดูคำตอบ
เป็นการดึงความสนใจของคุณก่อนบอกข่าวที่น่าประหลาดใจ
The lab found there wasn't any scallop in the scallop. ลำดับความ
0:55ห้องแล็บพบว่าในหอยเชลล์จานนั้นไม่มีหอยเชลล์อยู่เลย
there wasn't any scallop in the scallop: หนึ่งคำ สองสิ่งที่อ้างถึง
scallop ที่ปรากฏครั้งแรกหมายถึงหอยเชลล์จริงที่ห้องปฏิบัติการตรวจหา ส่วน the scallop ครั้งที่สองหมายถึงอาหารที่ขายหรือนำเสนอว่าเป็นหอยเชลล์ ดังนั้นประโยคนี้จึงไม่ได้ขัดแย้งกัน ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ชื่อนั้นเพียงแต่ไม่มีหอยเชลล์จริงอยู่เลย การใช้คำนามคำเดิมซ้ำโดยอ้างถึงคนละสิ่งทำให้ผลตรวจกลายเป็นการเปิดเผยที่กระชับและน่าจดจำ รูปแบบการรายงานนี้บอกก่อนว่าสิ่งใดขาดหายไป แล้วจึงระบุผลิตภัณฑ์หรือคำกล่าวอ้างที่ทำให้ผู้คนคาดว่าน่าจะมีสิ่งนั้นอยู่
แบบฝึกหัด
ข้อความที่เน้นไว้ในรายงานนี้หมายความว่าอย่างไร
- ห้องปฏิบัติการไม่สามารถระบุได้ว่าผลิตภัณฑ์นั้นเป็นหอยเชลล์หรือไม่
- ห้องปฏิบัติการพบว่าตัวอย่างหอยเชลล์ทุกชิ้นเป็นของจริง
- ผลิตภัณฑ์ที่ขายว่าเป็นหอยเชลล์ไม่มีหอยเชลล์จริงอยู่เลย
ดูคำตอบ
ผลิตภัณฑ์ที่ขายว่าเป็นหอยเชลล์ไม่มีหอยเชลล์จริงอยู่เลย
We were certainly surprised to see such a blatantly false scallop.
0:59เราประหลาดใจมากที่เจอหอยเชลล์ปลอมแบบโจ่งแจ้งขนาดนี้
My best guess to what they were is probably some sort of surimi type product. น้ำเสียง/เจตนา
1:05ถ้าให้เดา ก็น่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทซูริมิอะไรสักอย่าง
My best guess ... probably some sort of: การซ้อนระดับความไม่แน่ใจ
My best guess ทำให้การระบุสิ่งของทั้งหมดเป็นการตัดสินที่ผู้พูดเห็นว่าน่าจะเป็นไปได้มากที่สุด ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว probably เพิ่มเครื่องหมายแสดงความน่าจะเป็นอีกชั้นหนึ่ง ส่วน some sort of จัดสิ่งของนั้นไว้ในหมวดหมู่กว้าง ๆ แทนการระบุผลิตภัณฑ์ที่แน่นอน เมื่อนำมาใช้ร่วมกัน สำนวนเหล่านี้จะเพิ่มความระมัดระวังหลายชั้น ผู้พูดคิดว่าสิ่งเหล่านั้นน่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทซูริมิ แต่ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะระบุให้แน่ชัด รูปแบบนี้มีประโยชน์เมื่อต้องการให้ความเห็นที่มีเหตุผล แต่ยังคงให้ทั้งข้อสรุปและการจัดประเภทเป็นเพียงข้อมูลชั่วคราว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดรายงานการระบุอย่างระมัดระวังและยังไม่ถือเป็นข้อสรุปสุดท้ายจากหลักฐานที่มีจำกัดได้ดีที่สุด
- It was definitely an imitation crab product.
- My best guess is that it was probably some sort of imitation crab product.
- I have no possible explanation for what it was.
ดูคำตอบ
My best guess is that it was probably some sort of imitation crab product.
What the heck ในคำถามไม่เป็นทางการที่เน้นอารมณ์
ในที่นี้ What the heck ทำให้คำถามพื้นฐาน What is that? มีน้ำหนักมากขึ้น แสดงความประหลาดใจและความงุนงงอย่างชัดเจน และอาจสื่อความหงุดหงิดได้ตามน้ำเสียง คำว่า heck ทำหน้าที่เป็นคำเสริมน้ำหนักทางอารมณ์ ไม่ได้หมายถึงสถานที่ตามตัวอักษร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ what the heck + โครงสร้างคำถาม เช่น What the heck happened? ทำให้คำถามหนักแน่นขึ้นโดยหลีกเลี่ยงคำสบถที่รุนแรงกว่า
แบบฝึกหัด
เมื่อเพื่อนเปิดอุปกรณ์ที่คุณไม่รู้จัก คำถามใดแสดงความประหลาดใจแบบไม่เป็นทางการที่ชัดเจนแต่ค่อนข้างไม่รุนแรงได้เป็นธรรมชาติที่สุด?
- Could you identify that item, please?
- What the heck is that?
- What the hell is that?
- What is that?
ดูคำตอบ
What the heck is that?
surimi fish paste: ผลิตภัณฑ์ปลาแปรรูป
Surimi คือเนื้อปลาที่สับละเอียด ล้าง และผสมจนเป็นเนื้อบดข้น ซึ่งสามารถปรุงรส ขึ้นรูป และทำให้สุกได้ ในประโยคนี้ fish paste เป็นคำอธิบายแบบง่ายของ surimi โดย surimi ไม่ใช่ชื่อปลาสายพันธุ์ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เนื้อปลาบดนี้สามารถขึ้นรูปเป็นปูอัด ชิ้นที่ดูคล้ายหอยเชลล์ และรูปทรงอื่น ๆ ได้ ดังนั้นรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียวจึงไม่บอกว่าเดิมมาจากสัตว์ชนิดใด คำว่า surimi หมายถึงวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์แปรรูป ส่วนการขายจะเป็นการหลอกลวงหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการติดฉลาก
แบบฝึกหัด
บรรจุภัณฑ์ระบุว่าผลิตภัณฑ์อาหารทะเลทำจาก surimi คุณสรุปอะไรได้อย่างแน่นอน?
- มาจากปลาสายพันธุ์ธรรมชาติที่ชื่อ surimi
- ทำจากเนื้อปลาที่ผ่านการแปรรูปและขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร
- ผลิตภัณฑ์นี้ถูกขายอย่างฉ้อโกงโดยอัตโนมัติ
- ต้องมีเนื้อปูหรือเนื้อหอยเชลล์แท้
ดูคำตอบ
ทำจากเนื้อปลาที่ผ่านการแปรรูปและขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร
So it's a bunch of goo that's shaped like a scallop to fool you. การใช้คำ
1:14สรุปก็คือเนื้อปลาเละ ๆ ที่ปั้นเป็นรูปหอยเชลล์เพื่อหลอกคุณ
a bunch of goo: คำบรรยายแบบไม่เป็นทางการและเชิงดูแคลน
ในประโยคนี้ goo หมายถึงสารที่ข้น เหนียว และไม่มีรูปทรงแน่นอน โดยไม่ได้ระบุชัดว่าเป็นอะไร คำนี้เป็นคำเรียกแบบไม่เป็นทางการและไม่เฉพาะเจาะจง ไม่ใช่ชื่อส่วนผสม โดยปกติ a bunch of ใช้กล่าวถึงกลุ่มสิ่งของหรือปริมาณมาก แต่เมื่อใช้กับคำนามนับไม่ได้อย่าง goo จะหมายอย่างกว้าง ๆ ว่า “ปริมาณหนึ่งที่ไม่ได้ระบุแน่ชัด” เมื่อรวมเป็น a bunch of goo วัสดุนั้นจะฟังดูไม่น่ากินและไม่คุ้มที่จะอธิบายให้แม่นยำ ซึ่งสอดคล้องกับความรู้สึกรังเกียจของผู้พูด
แบบฝึกหัด
การตีความใดตรงกับ a bunch of goo ในประโยคมากที่สุด?
- คำบรรยายแบบไม่เป็นทางการและเชิงดูแคลนถึงวัสดุเหนียวในปริมาณที่ไม่ได้ระบุ
- มัดของแข็งหลายชิ้นที่แยกจากกันตามความหมายตรงตัว
- ชื่อส่วนผสมที่แม่นยำของของเหลวที่ตวงไว้
ดูคำตอบ
คำบรรยายแบบไม่เป็นทางการและเชิงดูแคลนถึงวัสดุเหนียวในปริมาณที่ไม่ได้ระบุ
Dr. David Friedman, an expert on seafood and the author of Food Sanity,
1:20Dr. David Friedman ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารทะเลและผู้เขียนหนังสือ Food Sanity
scallops are the most frequently substituted. ไวยากรณ์
1:27หอยเชลล์เป็นชนิดที่ถูกนำของอื่นมาสวมรอยบ่อยที่สุด
the most frequently substituted: รูปแบบกรรมวาจกขั้นสูงสุด
ใน the most frequently substituted คำว่า most ขยายคำกริยาวิเศษณ์ frequently ในที่นี้ substituted หมายถึง “ถูกแทนที่ด้วยผลิตภัณฑ์อื่น” Frequently บอกว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อยเพียงใด ส่วน most จัดให้ความถี่นั้นสูงที่สุด กล่าวคือหอยเชลล์ถูกแทนที่บ่อยกว่าสิ่งอื่นทั้งหมดในกลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ รูปแบบเต็มคือ be + the most + คำกริยาวิเศษณ์ + คำกริยาช่องที่สาม เช่น are the most frequently substituted รูปแบบนี้รวมการเปรียบเทียบขั้นสูงสุดกับประโยคกรรมวาจก จึงเน้นสิ่งที่ได้รับผลจากการกระทำ ไม่จำเป็นต้องกล่าวกลุ่มเปรียบเทียบซ้ำ หากบริบทก่อนหน้าระบุไว้อย่างชัดเจนแล้ว
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบ “the most frequently + past participle” เติมประโยคให้สมบูรณ์: Of all the problems in the survey, login errors are ____.
ดูคำตอบ
the most frequently reported
Unlike + นามวลี: วางกรอบการเปรียบต่าง
Unlike + นามวลีจะวางสิ่งที่ใช้เป็นจุดอ้างอิงในการเปรียบเทียบไว้ก่อนข้อความหลัก ใน unlike natural scallops, คำว่า natural scallops คือจุดอ้างอิง จากนั้นอนุประโยคหลักจึงอธิบายว่า surimi แตกต่างอย่างไร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Unlike A, B + ข้อความเกี่ยวกับ B ในที่นี้ unlike เป็นคำบุพบท ไม่ใช่คำกริยา dislike
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทหนึ่งคำที่มีความหมายว่า “ต่างจาก” เพื่อทำประโยคเปรียบต่างให้สมบูรณ์: “____ the older model, this laptop has a brighter screen.”
ดูคำตอบ
Unlike
typically made up of cheap fish like pollock or whiting. กริยาวลี
1:36ซึ่งมักทำจากปลาราคาถูกอย่างปลาพอลล็อกหรือปลาไวทิง
Be Made Up of: ระบุส่วนประกอบขององค์รวม
Be made up of หมายถึง “ประกอบด้วย” โดยสิ่งที่เป็นองค์รวมจะเป็นประธาน และส่วนประกอบจะอยู่หลัง of: องค์รวม + be made up of + ส่วนประกอบ ในตัวอย่าง made up of อยู่ในโครงสร้างขยายแบบย่อหลังเครื่องหมายจุลภาค โดยใจความเต็มที่เข้าใจได้คือ “surimi is typically made up of cheap fish.” รูปแบบนี้อธิบายองค์ประกอบ ไม่ได้หมายถึงการแต่งเรื่องขึ้นมา make up แบบ active อาจหมายถึง “ประกอบเป็น” เมื่อส่วนประกอบเป็นประธาน หรือหมายถึง “แต่งขึ้น” ใน make up a story แต่ที่นี่ไม่ได้ใช้โครงสร้างทั้งสองแบบนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “ประกอบด้วย”: “The committee is ____ teachers, parents, and students.”
ดูคำตอบ
made up of
and then they slice it in these little hockey pucks. วัฒนธรรม
1:44แล้วหั่นเป็นแว่นเล็ก ๆ เหมือนลูกพัคฮอกกี้
“Hockey pucks” ในฐานะการเปรียบเทียบรูปร่าง
ในประโยคนี้ hockey pucks เป็นการเปรียบเทียบรูปร่าง ไม่ใช่ส่วนผสม ลูกพัคฮอกกี้คือแผ่นกลมแบนแข็งที่ใช้ในกีฬาไอซ์ฮอกกี้ ดังนั้นชิ้นที่หั่นจึงถูกบรรยายว่าเป็นแผ่นกลมขนาดเล็ก หนา และมีรูปร่างสม่ำเสมอมาก การเปรียบเทียบนี้ยังช่วยอธิบายว่าทำไมขนาดและรูปร่างที่เหมือนกันจึงน่าสงสัยในบริบทนี้ เพราะชิ้นที่ได้จากธรรมชาติมีโอกาสน้อยกว่าที่จะดูเหมือนกันทุกชิ้นแบบผลิตภัณฑ์ที่ตัดจากแท่งแปรรูป โดยทั่วไป การเรียกวัตถุว่า hockey pucks เป็นการเน้นรูปทรงกระบอกแบนของมัน
แบบฝึกหัด
little hockey pucks ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- ชิ้นหลวม ๆ ที่ม้วนเป็นแถบยาวและบาง
- ชิ้นที่ทำจากอุปกรณ์ที่ใช้ในกีฬาไอซ์ฮอกกี้
- ชิ้นเล็ก กลมแบน และมีรูปร่างสม่ำเสมอมาก
ดูคำตอบ
ชิ้นเล็ก กลมแบน และมีรูปร่างสม่ำเสมอมาก
And then they try to fool you into believing that it's the genuine stuff. วลี
1:46จากนั้นก็พยายามหลอกให้คุณเชื่อว่านี่คือของแท้
โครงสร้าง “fool someone into believing ...”
Fool someone into doing something หมายถึงการหลอกใครบางคนจนการหลอกนั้นทำให้คนนั้นลงมือทำบางอย่างหรือเกิดความเชื่อบางอย่าง ในที่นี้ you คือผู้ที่ได้รับผล และ believing that it's the genuine stuff คือความเชื่อที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ โครงสร้างคือ fool + คน + into + รูป -ing: fool you into believing ไม่ใช่กริยา infinitive หลัง into โครงสร้างนี้ให้ข้อมูลมากกว่า fool someone เพียงอย่างเดียว เพราะระบุผลที่เกิดจากการหลอกด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป simple past ของ fool me into believing: The forged certificate ____ the painting was authentic.
ดูคำตอบ
fooled me into believing
had it sent: have + กรรม + กริยาช่องที่สาม
ใน had it sent คำว่า had เป็นรูปอดีตของ have ที่ใช้ในโครงสร้างบอกการจัดให้ผู้อื่นทำบางอย่าง รูปแบบคือ have + กรรม + กริยาช่องที่สาม โดย it เป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำจาก sent ประธานจัดให้บุคคลอื่นหรือผู้ให้บริการส่งมันไป ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่า we เป็นผู้ขนส่งหรือส่งมอบด้วยตนเอง โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อกระบวนการหรือผลลัพธ์สำคัญกว่าผู้ที่ลงมือทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย have + กรรม + กริยาช่องที่สาม เพื่อแสดงว่าผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ทำงานนี้: The frame was valuable, so we ____ by a professional.
ดูคำตอบ
had it restored
what we were served ในฐานะประธานที่เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบรวม
What we were served เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบรวม โดย what รวมความหมายของสิ่งของหรืออาหารเข้ากับหน้าที่เชื่อมแบบสัมพัทธ์ที่เทียบได้กับ that ภายในอนุประโยค we เป็นผู้รับ และ were served อยู่ในรูปถูกกระทำ ดังนั้นอาหารที่ไม่ทราบว่าเป็นอะไรจึงหมายถึงสิ่งที่มีคนนำมาให้เรา อนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานของ wasn't ห้ามวางคำนามเพิ่มไว้หน้าอนุประโยค what ชนิดนี้ ให้ใช้ what we were served ไม่ใช่ the thing what we were served แม้ scallops จะเป็นพหูพจน์ แต่ wasn't ที่เป็นเอกพจน์มองอาหารทั้งจานหรือวัตถุดิบนั้นเป็นประธานหนึ่งหน่วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค what เป็นประธานได้ถูกต้องโดยไม่มีคำนามส่วนเกิน?
- What they discovered changed the plan.
- What did they discover changed the plan.
- The thing what they discovered changed the plan.
ดูคำตอบ
What they discovered changed the plan.
Wouldn't you feel better if the menu said imitation scallops? น้ำเสียง/เจตนา
2:01ถ้าในเมนูเขียนว่า “หอยเชลล์เลียนแบบ” จะไม่ดีกว่าหรือ
Wouldn't you feel better if ...? ในฐานะข้อเสนอแนะที่ชี้นำให้เห็นด้วย
Wouldn't you feel better if ...? เป็นคำถามปฏิเสธที่ปกติชี้นำไปยังคำตอบว่าใช่ ผู้พูดไม่ได้เปรียบเทียบสองคำตอบอย่างเป็นกลาง แต่กำลังกระตุ้นให้อีกฝ่ายเห็นด้วยอย่างนุ่มนวลว่าการเปลี่ยนแปลงที่เสนอจะดีกว่า อนุประโยค if นำเสนอเงื่อนไขที่เสนอ รูปแบบนี้เปลี่ยนคำแนะนำหรือคำวิจารณ์ให้เป็นคำถามได้: Wouldn't you feel better if + ประธาน + กริยารูปอดีต ...? รูปอดีตตรงนี้ใช้บอกการเปลี่ยนแปลงที่สมมติขึ้น ไม่ได้กล่าวถึงเวลาในอดีต
แบบฝึกหัด
ในคำถาม “Wouldn't you feel better if we used a clearer label?” ผู้พูดน่าจะกำลังทำอะไร?
- ผู้พูดเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงจะทำให้สถานการณ์แย่ลงอย่างแน่นอน
- ผู้พูดไม่ได้คาดหวังคำตอบใดเป็นพิเศษและต้องการเพียงคำตอบว่าใช่หรือไม่
- ผู้พูดคาดหวังความเห็นด้วยและกำลังแนะนำการเปลี่ยนแปลงอย่างนุ่มนวล
ดูคำตอบ
ผู้พูดคาดหวังความเห็นด้วยและกำลังแนะนำการเปลี่ยนแปลงอย่างนุ่มนวล
So the customer actually knows what they're paying for.
2:04ลูกค้าจะได้รู้จริง ๆ ว่าจ่ายเงินซื้ออะไร
Do you have any idea how many things are imitation? น้ำเสียง/เจตนา
2:09คุณรู้ไหมว่ามีของตั้งกี่อย่างที่เป็นของเลียนแบบ
Do you have any idea ...? ในฐานะคำถามท้าทายที่แสดงความไม่อยากเชื่อ
Do you have any idea ...? ใช้เพื่อขอข้อมูลจริง ๆ ได้ แต่ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นคำถามท้าทายที่แสดงความไม่อยากเชื่อ เมื่อใช้กับ how many ผู้พูดสื่อเป็นนัยว่าจำนวนมีมาก และปัญหาใหญ่กว่าที่อีกฝ่ายเข้าใจ โดยไม่ได้คาดหวังตัวเลขที่แน่นอนจริง ๆ ให้ใช้บริบทและน้ำเสียงตีความรูปแบบนี้ คำถามด้วยน้ำเสียงสงบอาจหมายถึง “ถ้ารู้ก็ช่วยบอกหน่อย” แต่การเน้น any idea หรือ how many อย่างหนักอาจสื่อถึงความประหลาดใจ ความหงุดหงิด หรือความไม่เชื่อ
แบบฝึกหัด
เจ้าของร้านพูดด้วยความหงุดหงิดว่า “Do you have any idea how many labels we would need to replace?” คำถามนี้น่าจะสื่อเป็นนัยถึงอะไร?
- เจ้าของร้านต้องการตัวเลขที่แน่นอนอย่างใจเย็นและไม่ได้สื่อความหมายอื่น
- เจ้าของร้านเชื่อว่าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนป้ายใดเลย
- จำนวนมีมาก ดังนั้นการเปลี่ยนทั้งหมดจึงเป็นเรื่องยาก
ดูคำตอบ
จำนวนมีมาก ดังนั้นการเปลี่ยนทั้งหมดจึงเป็นเรื่องยาก
That's why + ผลลัพธ์
That's why ย้อนกลับไปอ้างถึงเหตุผลหรือสถานการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวไป แล้วนำเข้าสู่ผลที่ตามมา คือ “we're doing this investigation” โดย that ในที่นี้ไม่ได้ชี้ถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ใช้ That's why เพื่อเชื่อมเหตุที่รู้อยู่แล้วเข้ากับผลลัพธ์ การตัดสินใจ หรือการกระทำที่เกิดจากเหตุนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคที่สองด้วยสำนวนสองคำที่ขึ้นต้นด้วย “That's” และย้อนกลับไปอ้างถึงเหตุก่อนหน้า: The server is down. ____ we cannot process orders right now.
ดูคำตอบ
That's why
Over at Angel Fish Market, also in the Big Apple, วัฒนธรรม
2:15ส่วนที่ Angel Fish Market ซึ่งอยู่ในบิ๊กแอปเปิลเช่นกัน
the Big Apple: ชื่อเล่นของนครนิวยอร์ก
the Big Apple เป็นชื่อเล่นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายของนครนิวยอร์ก ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวระบุว่า Angel Fish Market อยู่ในเมืองเดียวกับสถานที่ที่กล่าวถึงก่อนหน้า ไม่ใช่สินค้าที่ขายอยู่ในตลาด การรู้จักชื่อเล่นของสถานที่เช่นนี้ช่วยให้ติดตามสิ่งที่ข้อความอ้างถึงได้ แม้จะไม่ได้กล่าวชื่อทางการของสถานที่นั้นซ้ำ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Their tour ends in the Big Apple,” คำว่า “the Big Apple” หมายถึงสถานที่ใด
- ตลาดผลไม้
- นครนิวยอร์ก
- รัฐนิวยอร์ก
ดูคำตอบ
นครนิวยอร์ก
Later she confirmed their fried scallops are imitation
2:26ต่อมาเธอยืนยันว่าหอยเชลล์ทอดของร้านเป็นของเลียนแบบ
and that they would change the menu to reflect that. วลี
2:30และจะเปลี่ยนเมนูให้ระบุเรื่องนี้อย่างชัดเจน
change the menu to reflect that: mengubah menu agar mencerminkan fakta
ใน change the menu to reflect that คำว่า change หมายถึงการแก้ไขเมนู ส่วน to reflect that บอกจุดประสงค์ของการแก้ไข คือข้อความใหม่ต้องแสดงข้อเท็จจริงที่เพิ่งได้รับการยืนยันอย่างถูกต้องว่าหอยเชลล์เหล่านั้นเป็นของเลียนแบบ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ change something to reflect something ซึ่งหมายถึงการแก้ไขเอกสาร กฎ บันทึก หรือแหล่งข้อมูลอื่นให้ตรงกับความเป็นจริงหรือข้อมูลล่าสุด ในที่นี้ reflect หมายถึง “แสดงให้ตรงตามความจริง” ไม่ใช่ “สะท้อนภาพ”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสองส่วนของโครงสร้าง change something to reflect something: The editors will ____ the report ____ the corrected figures.
ดูคำตอบ
change · to reflect
the lab says these so-called scallops การใช้คำ
2:35ห้องแล็บบอกว่าสิ่งที่เรียกกันว่าหอยเชลล์เหล่านี้
so-called scallops: ความสงสัยต่อชื่อ scallops
ใน so-called scallops คำว่า so-called แสดงว่าผู้พูดเว้นระยะจากป้ายชื่อ scallops ในบริบทนี้ ผลจากห้องปฏิบัติการบอกว่าอาหารดังกล่าวเป็นอย่างอื่น วลีนี้จึงหมายถึงอาหารที่ถูกนำเสนอว่าเป็นหอยเชลล์ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่หอยเชลล์ โดยทั่วไป so-called ที่อยู่หน้าคำนามอาจหมายถึง “ที่รู้จักกันทั่วไปว่า” ได้ แต่โทนและบริบทมักทำให้มีความหมายเชิงสงสัย ผู้พูดอาจสงสัยว่าป้ายชื่อนั้นจริง เหมาะสม หรือชอบธรรมหรือไม่ ผู้ฟังจึงควรจับท่าทีนี้ให้ได้ แทนที่จะถือว่า so-called เป็นรูปที่เป็นกลางของ called โดยอัตโนมัติ
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความต่อไปนี้: คู่มือเขียนว่า “This area is home to a bird called the marsh warbler.” การแทน called ด้วย so-called จะยังคงน้ำเสียงเป็นกลาง
- จริง
- เท็จ
ดูคำตอบ
เท็จ
turned out to be made of something called spinefoot fish. กริยาวลี
2:38ที่จริงทำมาจากปลาชนิดหนึ่งที่เรียกว่าปลาสลิดหิน
turned out to be: ผลลัพธ์ที่เพิ่งค้นพบภายหลัง
“turned out to be” แสดงว่าตัวตน ลักษณะ หรือสภาพที่แท้จริงของประธานเพิ่งเป็นที่รู้หลังจากการตรวจสอบ การสืบค้น หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง ในประโยคนี้ การทดสอบเผยให้รู้ว่าสิ่งของเหล่านั้นทำมาจากอะไร โครงสร้างคือ ประธาน + turn out + to be + ส่วนเติมเต็ม ต่างจาก be แบบธรรมดา เพราะโครงสร้างนี้นำเสนอข้อมูลในฐานะข้อเท็จจริงที่เพิ่งเปิดเผยหรือข้อสรุปสุดท้าย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่นำเสนอผลลัพธ์ว่าเป็นสิ่งที่เพิ่งค้นพบภายหลัง: After the lab test, the necklace ____ glass rather than crystal.
ดูคำตอบ
turned out to be
don't look anything like: รูปลักษณ์แตกต่างกันอย่างมาก
“don’t look anything like” หมายถึงสองสิ่งแทบไม่มีความคล้ายกันทางสายตาเลย ในโครงสร้างปฏิเสธนี้ anything ทำให้การเปรียบเทียบหนักแน่นขึ้นและลดระดับความคล้ายให้เกือบเป็นศูนย์ โดยไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกรรมของ look look like ใช้เริ่มการเปรียบเทียบจากรูปลักษณ์ การเพิ่ม not ... anything ทำให้คำตัดสินหนักแน่นกว่าการพูดเพียง don’t look like มาก ส่วน sure ที่อยู่ข้างหน้ายิ่งเน้นความมั่นใจของผู้พูด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้หนักแน่นที่สุดว่าโคมไฟที่ได้รับแทบไม่มีรูปลักษณ์คล้ายกับรูปสินค้าเลย?
- The delivered lamp doesn't look anything like the product photo.
- The delivered lamp isn't exactly like the product photo.
- The delivered lamp doesn't look like the product photo.
ดูคำตอบ
The delivered lamp doesn't look anything like the product photo.
the real deal: ของแท้ ไม่ใช่ของเลียนแบบ
ในคำถามนี้ the real deal หมายถึงหอยเชลล์แท้ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จริงตามที่กล่าวอ้าง ไม่ใช่วัตถุดิบทดแทนที่ขึ้นรูปให้ดูเหมือนหอยเชลล์ คำว่า deal ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงธุรกรรมหรือส่วนลด สำนวนนี้ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งเป็นของแท้ตามที่กล่าวอ้างจริง ๆ และยังใช้ชมคนว่ามีความสามารถหรือคุณภาพอย่างแท้จริงได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เพื่อนนำเสื้อกีฬาที่มีลายเซ็นและได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญว่าเป็นของแท้มาให้ดู “It’s the real deal” หมายความว่าอย่างไร?
- มันเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงทางธุรกิจ
- มันขายในราคาถูก
- มันเป็นของแท้ ไม่ใช่ของปลอม
ดูคำตอบ
มันเป็นของแท้ ไม่ใช่ของปลอม
you want to ในความหมายของคำแนะนำขั้นตอน
ในที่นี้ you want to ไม่ได้บอกความต้องการส่วนตัวของผู้ฟัง แต่ใช้ในคำอธิบายวิธีตรวจสอบหอยเชลล์เพื่อแนะนำขั้นตอนถัดไป โดยมีความหมายใกล้เคียงกับ “คุณควร” หรือ “ทางที่ดีควร” ผู้พูดมักใช้ you want to + คำกริยารูปพื้นฐานในคำแนะนำ เพื่อชี้แนวทางโดยไม่ให้ฟังเหมือนคำสั่งโดยตรง ประธาน you สามารถหมายถึงใครก็ตามที่ทำตามขั้นตอนนั้นโดยทั่วไป
แบบฝึกหัด
ในชั้นเรียนทำอาหาร ผู้สอนพูดว่า “You want to let the pan heat up first.” ผู้สอนกำลังทำอะไร?
- กำลังถามว่าผู้ฟังอยากอุ่นกระทะหรือไม่
- กำลังแนะนำขั้นตอนถัดไป
- กำลังบอกว่าขั้นตอนนี้เป็นข้อบังคับที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ดูคำตอบ
กำลังแนะนำขั้นตอนถัดไป
If you see that they're exactly the same size like hockey pucks,
2:52ถ้าเห็นว่าทุกชิ้นมีขนาดเท่ากันเป๊ะเหมือนลูกพัคฮอกกี้
because scallops have a sweet seaweed type of aroma.
3:00เพราะหอยเชลล์จะมีกลิ่นหอมหวานคล้ายสาหร่ายทะเล
sniff test: การตรวจสอบอย่างรวดเร็วด้วยการดม
ในที่นี้ a sniff test หมายถึงการตรวจสอบแบบรวดเร็วและไม่เป็นทางการด้วยการดมหอยเชลล์ หอยเชลล์แท้ควรมีกลิ่นอ่อน ๆ หวาน ๆ คล้ายสาหร่ายทะเล ดังนั้นกลิ่นที่ผิดปกติอาจเป็นสัญญาณเตือนได้ คำนามประสมนี้ใช้รูปแบบการกระทำหรือประสาทสัมผัส + test โดยคำแรกบอกว่าตรวจสอบด้วยวิธีใด ปกติหมายถึงการตรวจเบื้องต้นแบบง่าย ๆ ไม่ใช่การทดสอบในห้องปฏิบัติการ
แบบฝึกหัด
วลีใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุดในความหมายว่า “การตรวจสอบอย่างรวดเร็วด้วยการดม”? Before pouring the milk, I gave it a quick ____.
- sniff test
- taste test
- eye test
ดูคำตอบ
sniff test
fishy ... fishy: กลิ่นคาวกับความน่าสงสัย
fishy คำแรกมีความหมายตามตัวอักษร โดยบรรยายกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์และคล้ายกลิ่นปลา ส่วนคำที่สองเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ: something's fishy หมายถึงมีบางอย่างดูน่าสงสัยหรือไม่ชอบมาพากล การใช้คำเดียวกันซ้ำทำให้เกิดการเล่นคำ literally ชี้ให้เห็นว่าความน่าสงสัยในที่นี้เชื่อมโยงกับกลิ่นจริง ๆ แม้ว่า something's fishy ปกติจะใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ
แบบฝึกหัด
อะไรทำให้ประโยคนี้เป็นการเล่นคำ? If it smells fishy, something's fishy going on.
- fishy คำแรกบรรยายกลิ่นคล้ายปลา ส่วนคำที่สองหมายถึงน่าสงสัย
- คำแรกหมายถึงน่าสงสัย ส่วนคำที่สองหมายถึงอร่อย
- ทั้งสองคำหมายเพียงว่าอาหารนั้นมาจากทะเล
ดูคำตอบ
fishy คำแรกบรรยายกลิ่นคล้ายปลา ส่วนคำที่สองหมายถึงน่าสงสัย
Well, it wasn't all fishy business: การเปลี่ยนไปสู่ข้อสรุปที่สมดุลขึ้น
Well เป็นสัญญาณเปลี่ยนจากข่าวร้ายก่อนหน้าไปสู่ผลลัพธ์ที่สมดุลขึ้น โดยบอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะจำกัดภาพรวมด้านลบที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ It wasn't all ... เป็นการปฏิเสธเพียงบางส่วน หมายความว่าบางเรื่องน่าสงสัย แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ในที่นี้ fishy business หมายถึงกิจกรรมที่น่าสงสัยหรือไม่ซื่อสัตย์ ส่วน fishy ก็เข้ากับบริบทการตรวจสอบอาหารทะเลอย่างขบขัน ประโยคนี้จึงเตรียมผู้ฟังให้พบตัวอย่างของแท้โดยไม่ลบล้างปัญหาก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
คำเปลี่ยนประเด็น "Well, it wasn't all fishy business." สื่ออะไรแก่ผู้ฟัง
- ทุกกรณีน่าสงสัย และผู้พูดกำลังเพิ่มข่าวร้ายอีก
- ไม่พบกรณีน่าสงสัยที่ใดเลย
- บางกรณีน่าสงสัย แต่ผลถัดไปจะแสดงว่ากรณีอื่นเป็นของแท้
ดูคำตอบ
บางกรณีน่าสงสัย แต่ผลถัดไปจะแสดงว่ากรณีอื่นเป็นของแท้
Our scallops that we sampled in Dallas, Toledo, and in St. Louis
3:14หอยเชลล์ตัวอย่างที่เราเก็บจากดัลลัส โตเลโด และเซนต์หลุยส์
turned out to be the real deal: ข้อสรุปที่ใช้ปิดการสืบสวน
Turned out to be นำเสนอผลที่ทราบหลังจากตรวจสอบหรือสืบสวน ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่าความเป็นของแท้ของตัวอย่างคือสิ่งที่ค้นพบ ไม่ใช่สิ่งที่คาดไว้ก่อน The real deal ให้ข้อสรุปสุดท้ายว่าหอยเชลล์เป็นของแท้ เมื่อวาง turned out to be the real deal ไว้ท้ายประโยค ก็จะปิดการสืบสวนด้วยการย้อนกลับไปยังคำถามเรื่องของจริงกับของปลอม และสร้างสมดุลกับผลด้านลบก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เหตุใดรายงานจึงจบด้วย turned out to be the real deal แทนที่จะเพียงบอกว่าหอยเชลล์เป็นของแท้
- สื่อว่าหอยเชลล์เปลี่ยนจากสินค้าปลอมกลายเป็นหอยเชลล์จริง
- สื่อว่าความเป็นของแท้คือผลจากการสืบสวน และทำให้รายงานจบด้วยข้อสรุปที่ชัดเจน
- หมายความว่าการทดสอบไม่เคยได้ข้อสรุปที่เชื่อถือได้
ดูคำตอบ
สื่อว่าความเป็นของแท้คือผลจากการสืบสวน และทำให้รายงานจบด้วยข้อสรุปที่ชัดเจน