บลูอี้ ตอนเต็ม | ผีเสื้อ | ตอนเต็ม | @disneyjr: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Disney Jr.

ความยากในการเรียน
705 คำ 153 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ระหว่างเล่นเกมผีเสื้อ Bluey กับ Judo วิ่งหนีและทิ้ง Bingo ไว้ข้างหลัง แต่ความรู้สึกผิด การขอโทษ และกติกาใหม่ช่วยให้เพื่อนทั้งสามยอมรับความรับผิดชอบของตนเองและกลับมาเล่นด้วยกันอีกครั้ง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. take the washing in. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เข้าใจสำนวนในชีวิตประจำวันซึ่งเป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลีย หมายถึงการเก็บผ้าที่ตากไว้แล้วนำเข้าบ้าน ผู้เรียนจะมอง take, washing และ in เป็นการกระทำเดียวที่มีทิศทางเข้าด้านใน แทนการแปลแยกทีละคำจนไม่เห็นภาพของการเก็บผ้า 2. taking ages. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: สังเกตวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการว่าสิ่งหนึ่งใช้เวลานานมาก ซึ่งมักแฝงความรู้สึกหงุดหงิดหรือไม่อดทน จึงแยกน้ำเสียงที่เป็นภาษาสนทนาและมีอารมณ์ของวลีนี้ออกจาก taking a long time ที่เป็นกลางกว่าได้ 3. made me do it. / didn't make me do it. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ make + คน + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกว่าคนหนึ่งทำให้หรือกดดันให้อีกคนลงมือทำบางอย่าง การเปรียบต่างสองรูปนี้ช่วยให้เข้าใจการเปลี่ยนจากการโทษผู้อื่นไปสู่การยอมรับความรับผิดชอบ และยืนยันว่า do หลัง make ไม่เติม to แม้จะอยู่ในรูปปฏิเสธ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Mum!

0:08

แม่!

Dad.

0:14

พ่อ

Bingo.

0:20

บิงโก

Bluey.

0:25

บลูอี้

Make sure it's nice and high off the ground. โน้ต

0:29

ทำให้แน่ใจว่ามันอยู่สูงจากพื้นพอดีนะ

ไวยากรณ์

Make sure + อนุประโยค: ยืนยันผลลัพธ์

ในคำสั่ง Make sure หมายถึง “ตรวจสอบหรือทำสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้บางอย่างเป็นจริง” ในที่นี้ make ไม่ได้แปลว่า “สร้าง” โครงสร้างคือ make sure + ประธาน + กริยา อนุประโยคหลัง make sure บอกผลที่ต้องตรวจสอบหรือทำให้แน่ใจ ในประโยคนี้ ผลนั้นคือสิ่งของต้องอยู่สูงจากพื้นตามที่กำหนด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกให้ใครสักคนตรวจสอบว่าประตูล็อกแล้วได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Make the door sure before you leave.
  2. Make sure to the door before you leave.
  3. Make sure the door is locked before you leave.
ดูคำตอบ

Make sure the door is locked before you leave.

วลี

high off the ground: อยู่สูงจากพื้นมาก

High off the ground หมายถึงสิ่งหนึ่งอยู่สูงเหนือพื้นมาก โดยมีช่องว่างระหว่างสิ่งนั้นกับพื้น off สื่อถึงการแยกออกจากพื้นผิว ส่วน high บอกว่าระยะในแนวดิ่งมาก ใช้ off the ground ต่อท้ายคำบอกความสูงแบบกว้าง ๆ เหมือนในประโยคนี้ หรือต่อท้ายตัวเลขวัดระยะก็ได้: The shelf is six feet off the ground.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่ารังนกอยู่สูงเหนือพื้นมาก

  1. The bird's nest is high on the ground.
  2. The bird's nest is high off the ground.
  3. The bird's nest is deep under the ground.
ดูคำตอบ

The bird's nest is high off the ground.

Yes, boss. น้ำเสียง/เจตนา

0:32

รับทราบ เจ้านาย

น้ำเสียง/เจตนา

Yes, boss. ในความหมายยอมทำตามแบบล้อเล่น

คำตอบ Yes, boss. ตามความหมายตรงตัวคือผู้พูดยอมรับคำสั่งและเรียกอีกฝ่ายว่า boss แต่ระหว่างคนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิท อาจใช้แบบขำ ๆ ในความหมายว่า “โอเค เดี๋ยวทำให้” หรือ “ตามบัญชา” โดยไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายเป็นนายจ้างจริง ๆ ท่าทีขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและความสัมพันธ์ น้ำเสียงสบาย ๆ ฟังดูให้ความร่วมมือและหยอกล้อ แต่น้ำเสียงเรียบหรือเน้นเกินจริงอาจฟังดูหงุดหงิดหรือประชด

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับความหมายแบบล้อเล่นของ Yes, boss. มากที่สุด?

  1. พนักงานแนะนำผู้จัดการให้ผู้มาเยือนรู้จักอย่างเป็นทางการ
  2. คนในครอบครัวสั่งเรื่องเล็กน้อย และอีกฝ่ายตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ แบบหยอกล้อ
  3. ลูกค้าถามชื่อเจ้าของบริษัท
ดูคำตอบ

คนในครอบครัวสั่งเรื่องเล็กน้อย และอีกฝ่ายตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ แบบหยอกล้อ

Snap!

0:33

แป๊ก!

Ow.

0:34

โอ๊ย

Bluey, that's not making this any easier. วลี

0:34

บลูอี้ ทำแบบนี้ไม่ได้ช่วยอะไรเลยนะ

วลี

not making this any easier: make + กรรม + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า

ในที่นี้ make + กรรม + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า ใช้บอกผลลัพธ์ว่าการกระทำหนึ่งทำให้บางสิ่งมีสภาพมากขึ้นหรือน้อยลง ใน not making this any easier คำว่า this หมายถึงงานหรือสถานการณ์ที่กำลังจัดการอยู่ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่าการกระทำนั้นไม่ได้ทำให้สถานการณ์ง่ายขึ้น ในโครงสร้างปฏิเสธ not ... any easier คำว่า any ช่วยเน้นว่าสถานการณ์ไม่ได้ง่ายขึ้นเลย ทั้งประโยคเป็นการบ่นว่าพฤติกรรมของอีกคนไม่ได้ช่วย และอาจทำให้เรื่องยากขึ้นด้วย

แบบฝึกหัด

เติมคำในประโยคบ่นโดยใช้โครงสร้างจากบทเรียนให้ตรงตามแบบ: Everyone talking at once ____.

ดูคำตอบ

isn't making this any easier

What are you doing, Bluey's dad?

0:38

ทำอะไรอยู่คะ พ่อของบลูอี้?

Hey, Judo.

0:40

ไง จูโด

Just putting up a swing. กริยาวลี

0:41

กำลังติดชิงช้าอยู่น่ะ

กริยาวลี

putting up: ประกอบหรือติดตั้งบางสิ่ง

ในประโยคนี้ putting up หมายถึงการประกอบและติดตั้งชิงช้าให้อยู่ในตำแหน่งพร้อมใช้งาน ตรงนี้ put up ทำหน้าที่เป็นกริยาวลี การแปล put กับ up แยกกันจะทำให้พลาดความหมายของการกระทำทั้งหมด เมื่อกรรมเป็นคำนาม กริยาวลีนี้แยกได้: put up a swing หรือ put a swing up แต่เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างกริยากับคำอนุภาค: put it up ไม่ใช่ put up it

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ put up ในความหมายว่า “สร้างขึ้นหรือติดตั้ง”?

  1. We put up the tent before the rain started.
  2. We put away the tent before the rain started.
  3. We looked at the tent before the rain started.
ดูคำตอบ

We put up the tent before the rain started.

Yeah, it's a fabric swing.

0:42

ใช่ เป็นชิงช้าผ้าน่ะ

Yeah, they have them at Bluey's school.

0:44

ใช่แล้ว ที่โรงเรียนบลูอี้ก็มี

I know that.

0:47

ฉันรู้แล้วน่า

Bluey's my friend.

0:48

บลูอี้เป็นเพื่อนฉันนี่

All right, have fun, squids.

0:52

เอาล่ะ ขอให้สนุกนะ เด็กๆ

I've gotta take the washing in. โน้ต

0:54

พ่อต้องไปเก็บผ้าที่ซักแล้วล่ะ

การใช้คำ

I've gotta: การบอกความจำเป็นแบบไม่เป็นทางการ

I've gotta เป็นรูปภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการมากของ I've got to หมายถึง “ฉันต้อง…” หรือ “ฉันจำเป็นต้อง…” ในที่นี้ผู้พูดบอกว่าจำเป็นต้องเก็บผ้าที่ตากไว้เข้ามา gotta ต้องตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน: I've gotta take, I've gotta go ไม่ได้หมายถึง “ฉันได้รับบางอย่างแล้ว” หรือ “ฉันเป็นเจ้าของบางอย่าง”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแบบไม่เป็นทางการด้วยสำนวนจากบทเรียน: ____ leave now.

ดูคำตอบ

I've gotta

วลี

take the washing in: เก็บผ้าที่ตากไว้นอกบ้านเข้ามาข้างใน

ในประโยคนี้ take the washing in หมายถึงเก็บเสื้อผ้าที่ตากไว้ข้างนอกแล้วนำเข้าบ้าน the washing หมายถึงเสื้อผ้าที่ซักแล้ว ส่วน in บอกทิศทางว่าเข้าไปด้านในบ้าน ให้เข้าใจ take + the washing + in เป็นการกระทำเดียวกันทั้งชุด ในที่นี้ washing ไม่ได้หมายถึงการซักผ้า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Leah จะเก็บเสื้อผ้าที่ตากอยู่ข้างนอกแล้วนำเข้าบ้าน

  1. Leah will wash the clothes before it rains.
  2. Leah will take the washing in before it rains.
  3. Leah will take the washing out before it rains.
ดูคำตอบ

Leah will take the washing in before it rains.

Let's play butterflies. น้ำเสียง/เจตนา

0:59

เรามาเล่นเป็นผีเสื้อกันเถอะ

น้ำเสียง/เจตนา

Let's play: ชวนให้มาเล่นด้วยกัน

Let's play ใช้ชวนผู้ฟังให้เล่นด้วยกันกับผู้พูด เป็นข้อเสนอให้ทำสิ่งหนึ่งร่วมกัน ไม่ใช่คำสั่งที่ให้เฉพาะอีกฝ่ายเป็นคนทำ Let's เป็นรูปย่อของ let us ใช้โครงสร้าง Let's + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น Let's play, Let's go หรือ Let's try

แบบฝึกหัด

เติมข้อเสนอให้ทำร่วมกันด้วยรูปย่อของ let us: ____ build a blanket fort.

ดูคำตอบ

Let's

Yeah.

1:01

เย้

This episode of Bluey is called Butterflies. วลี

1:02

บลูอี้ตอนนี้นำเสนอตอน ผีเสื้อ

วลี

is called: บอกชื่อหรือชื่อเรื่อง

X is called Y หมายความว่า Y เป็นชื่อหรือชื่อเรื่องของ X ในประโยคตัวอย่าง Butterflies เป็นชื่อตอนและวางอยู่หลัง is called โดยตรง called ในที่นี้มาจาก call ในความหมายว่า “ตั้งชื่อหรือเรียกด้วยชื่อนั้น” ไม่ได้หมายถึง “โทรศัพท์” โครงสร้างคือ ประธาน + รูปที่เหมาะสมของ be + called + ชื่อ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกชื่อเกมได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. This game calls Treasure Hunt.
  2. This game is called Treasure Hunt.
  3. This game is call Treasure Hunt.
ดูคำตอบ

This game is called Treasure Hunt.

Okay, first the caterpillar crawls along the ground. ลำดับความ

1:06

โอเค ก่อนอื่นหนอนผีเสื้อจะคลานไปตามพื้น

Then it gets in the cocoon.

1:10

จากนั้นมันจะเข้าไปในดักแด้

Then it hatches as a butterfly.

1:11

แล้วมันก็จะฟักตัวออกมาเป็นผีเสื้อ

ลำดับความ

first ... Then ... Then: เรียงลำดับขั้นตอน

First ใช้บอกขั้นตอนเริ่มต้น ส่วน then แต่ละคำจะพาผู้ฟังไปยังขั้นตอนถัดไป ทำให้ทั้งสามประโยคเป็นลำดับเหตุการณ์ที่ชัดเจน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงสามอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ใช้ First, ... Then, ... Then, ... เมื่อต้องอธิบายกติกา คำแนะนำ หรือกระบวนการ First จัดลำดับการกระทำแรก ส่วน then ใช้นำเข้าสู่การกระทำถัด ๆ ไปตามลำดับ

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดแสดงลำดับขั้นตอนได้ชัดเจนที่สุด

  1. Wash first then your hands dry with a towel.
  2. Then, wash your hands. First, dry them with a towel.
  3. First, wash your hands. Then, dry them with a towel.
ดูคำตอบ

First, wash your hands. Then, dry them with a towel.

But the butterfly catchers have been hiding. ไวยากรณ์

1:13

แต่นักจับผีเสื้อซ่อนตัวอยู่

ไวยากรณ์

have been hiding: ดำเนินต่อจากก่อนหน้านี้จนถึงตอนนี้

have been hiding เป็นโครงสร้าง present perfect continuous: have been + กริยาเติม -ing โครงสร้างนี้แสดงว่าการซ่อนตัวเริ่มขึ้นก่อนหน้านี้และดำเนินต่อมาจนถึงตอนนี้ ในบางบริบท โครงสร้างเดียวกันยังใช้กับการกระทำที่เพิ่งจบลงแต่ผลยังเชื่อมโยงกับปัจจุบันอย่างชัดเจนได้ด้วย ในประโยคนี้ เข้าใจได้ว่าการซ่อนตัวดำเนินต่อมาจนถึงขณะปัจจุบัน รูปกริยานี้อธิบายว่าทำไมคนจับผีเสื้อจึงปรากฏตัวขึ้นได้อย่างกะทันหัน ไม่ได้เพียงบอกว่ามีการซ่อนตัวครั้งหนึ่งและจบไปแล้วในอดีต

แบบฝึกหัด

ใช้รูป present perfect continuous ของ hide เติมประโยคให้สมบูรณ์: The children ____ behind the curtain for ten minutes, and they are still there.

ดูคำตอบ

have been hiding

Catch it.

1:17

จับมันเลย

Oh, can I be the caterpillar first? น้ำเสียง/เจตนา

1:17

โอ้ ฉันขอเป็นหนอนผีเสื้อก่อนได้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Can I be the caterpillar first?: ขอรับบทก่อนคนอื่น

Can I be + บทบาท + first? ใช้ขออนุญาตรับบทนั้นก่อนคนอื่น ในที่นี้ be the caterpillar หมายถึงเล่นเป็นหนอนผีเสื้อในเกม ไม่ได้หมายถึงกลายเป็นหนอนผีเสื้อจริง ๆ ส่วน first บอกลำดับของการผลัดกันเล่น คำขอแบบเดียวกันใช้กับบทบาทอื่นได้ หากต้องการขอทำการกระทำบางอย่างก่อนแทนที่จะรับบทบาท ให้ใช้ Can I + การกระทำ + first? เช่น Can I go first? หรือ Can I try first?

แบบฝึกหัด

ในเกมสวมบทบาท ประโยคใดใช้ถามอย่างเป็นธรรมชาติว่าขอเล่นเป็นหมอก่อนคนอื่นได้ไหม

  1. Can I see the doctor first?
  2. Can I be the doctor first?
  3. Can I go to the doctor first?
ดูคำตอบ

Can I be the doctor first?

I'm going first.

1:20

ฉันเป็นก่อน

Come on, Bingo. น้ำเสียง/เจตนา

1:21

มาเถอะ บิงโก

น้ำเสียง/เจตนา

Come on สำหรับให้กำลังใจหรือเร่งให้ลงมือ

ในประโยคนี้ Come on เป็นคำพูดสั้น ๆ ที่กระตุ้นให้ Bingo เข้าร่วมหรือลงมือทำ ตามสถานการณ์อาจหมายถึง “เอาเลย” “ลองดู” หรือ “เร็วเข้า” โดยไม่จำเป็นต้องหมายถึงให้ผู้ฟังเดินเข้ามาหาผู้พูดจริง ๆ น้ำเสียงถ่ายทอดความหมายส่วนใหญ่ น้ำเสียงที่อบอุ่นฟังดูให้กำลังใจ แต่น้ำเสียงที่แข็งขึ้นอาจทำให้คำเดียวกันฟังดูหงุดหงิดหรือไม่เชื่อ

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมทีมของคุณกำลังลังเลก่อนการแข่งขัน ประโยคใดให้กำลังใจแบบเป็นธรรมชาติและไม่เป็นทางการเพื่อให้เขาเริ่มลงมือ?

  1. Go on, tell me what happened.
  2. Come over after the race.
  3. Come on, you can do this!
ดูคำตอบ

Come on, you can do this!

We'll be the butterfly catchers.

1:22

เรามาเป็นนักจับผีเสื้อกัน

Eep, eep, eep, eep, eep, eep,

1:25

อี๊ป อี๊ป อี๊ป อี๊ป อี๊ป อี๊ป,

Judo is so bossy.

1:30

จูโดชอบทำตัวเป็นเจ้านายจัง

Yeah, she is.

1:32

ใช่ เธอเป็นแบบนั้นแหละ

But she doesn't have anyone else to play with. ไวยากรณ์

1:33

แต่เธอไม่มีคนอื่นให้เล่นด้วยนี่นา

ไวยากรณ์

doesn't have anyone else to play with: ไม่มีคนอื่นที่พร้อมทำสิ่งนั้นด้วย

ใน doesn't have anyone else to play with คำว่า anyone else หมายถึง “คนอื่นอีก” โดย else ต้องอยู่หลัง anyone ไม่ใช่อยู่ข้างหน้า วลี infinitive to play with อธิบายว่าขาดคนแบบไหน นั่นคือคนที่เธอสามารถเล่นด้วยได้ ส่วน with อยู่ท้ายประโยคเพราะโครงสร้างพื้นฐานคือ play with someone โครงสร้างที่ใช้ทั่วไปนี้นำไปใช้เป็น anyone else to talk to, work with หรือ ask ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า Leo ไม่มีคนอื่นที่สามารถคุยด้วยได้?

  1. Leo doesn't have anyone else to talk.
  2. Leo doesn't have anyone else to talk to.
  3. Leo doesn't have else anyone to talk to.
ดูคำตอบ

Leo doesn't have anyone else to talk to.

Ooh.

1:37

อู้ว

Poor little bug on the wall,

1:39

แมลงน้อยน่าสงสารบนกำแพง

Ding, jing

1:41

ดิ๊ง จิ๊ง

No one to love him at all, วลี

1:42

ไม่มีใครรักเขาเลยสักคน

วลี

at all: การเน้นความหมายปฏิเสธ

ในประโยคนี้ at all ช่วยเน้นความหมายปฏิเสธของ No one ให้แรงขึ้น No one ... at all จึงหมายถึงว่าไม่มีใครเลยจริง ๆ โดยไม่มีข้อยกเว้น เมื่ออยู่หลังข้อความปฏิเสธ at all มักมีความหมายว่า «ไม่ว่าในทางใด» หรือ «ไม่เลยแม้แต่น้อย» ใช้เพื่อเพิ่มน้ำหนัก ไม่ได้บอกสถานที่หรือปริมาณ

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่มีความหมายว่า «ไม่เลยแม้แต่น้อย» ให้ประโยคสมบูรณ์: I don't feel tired ____.

ดูคำตอบ

at all

Ding, jing

1:44

ดิ๊ง จิ๊ง

No one to tickle his toes,

1:45

ไม่มีใครจี้ที่นิ้วเท้าเขา

Ding, jing

1:47

ดิ๊ง จิ๊ง

No one to blow his nose.

1:48

ไม่มีใครเช็ดน้ำมูกให้เขา

She's coming out. กริยาวลี

1:53

เธอออกมาแล้ว

กริยาวลี

coming out: การเคลื่อนที่จากด้านในออกมาด้านนอก

ในประโยคนี้ coming out อธิบายการเคลื่อนที่จากด้านในออกมาด้านนอก out บอกทิศทาง และ is coming แสดงว่าการเคลื่อนที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ โดยทั่วไป come นำเสนอการเคลื่อนที่ว่าเข้าหาผู้พูดหรือสถานที่ที่กำลังเป็นจุดสนใจ หากระบุสถานที่ต้นทาง ให้ใช้ come out of + สถานที่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายได้ถูกต้องว่าลูกไก่กำลังเคลื่อนที่จากด้านในเปลือกออกมาด้านนอก

  1. The chick is sitting beside its shell.
  2. The chick is going into its shell.
  3. The chick is coming out of its shell.
ดูคำตอบ

The chick is coming out of its shell.

Whoo!

1:54

วู้!

Flap, flap, flap.

1:55

พึ่บ พึ่บ พึ่บ

Flap... Catch her!

1:57

พึ่บ... จับเธอสิ!

My turn. น้ำเสียง/เจตนา

2:03

ตาฉันแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

My turn. ใช้บอกว่า “ถึงตาฉันแล้ว”

My turn. เป็นรูปพูดสั้น ๆ ที่เป็นธรรมชาติของ It’s my turn. ใช้บอกว่าผู้พูดเป็นคนถัดไปในกิจกรรมที่ทำสลับกันตามลำดับ turn ในที่นี้หมายถึงโอกาสของคนหนึ่งตามลำดับที่กำหนดไว้ ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนทิศทาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคที่พูดเมื่อต่อไปเป็นตาของคุณ: Sam has finished. Now it's ____.

ดูคำตอบ

my turn

You're too small to be a caterpillar. ไวยากรณ์

2:03

เธอตัวเล็กเกินไปที่จะเป็นหนอนผีเสื้อนะ

ไวยากรณ์

too small to be: โครงสร้าง too + คำคุณศัพท์ + to + คำกริยา

ใน too small to be คำว่า too หมายถึงระดับที่เกินขีดจำกัดที่ยอมรับได้หรือใช้งานได้ ไม่ได้หมายถึง “ด้วย” โครงสร้าง too + คำคุณศัพท์ + to + คำกริยารูปพื้นฐาน บอกว่าระดับนั้นมากหรือน้อยเกินไป จนการกระทำหรือสภาวะหลัง to เป็นไปไม่ได้หรือไม่เหมาะสม ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าขนาดตัวที่เล็กเป็นเหตุผลที่บทบาทหนอนผีเสื้อไม่เหมาะสม โครงสร้างเดียวกันพบได้ใน too young to drive และ too difficult to explain

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าความร้อนของซุปทำให้ยังกินไม่ได้ในตอนนี้

  1. The soup is hot enough to eat right now.
  2. The soup is too hot to eat right now.
  3. The soup is very hot right now.
ดูคำตอบ

The soup is too hot to eat right now.

No, I'm not.

2:05

ไม่ ฉันไม่ได้ตัวเล็ก

Go on, Bingo. น้ำเสียง/เจตนา

2:07

มาเถอะ บิงโก

น้ำเสียง/เจตนา

Go on: ใช้ให้กำลังใจให้อีกฝ่ายทำต่อหรือเริ่มทำ

ในประโยคนี้ Go on เป็นประโยคคำสั่งที่ใช้กระตุ้นให้บิงโกทำสิ่งที่คาดหมายในสถานการณ์นั้น ขึ้นอยู่กับว่าการกระทำนั้นเริ่มแล้วหรือยัง อาจหมายถึง “เอาเลย” “เริ่มได้” หรือ “ทำต่อไป” ไม่ได้เป็นคำสั่งให้เคลื่อนที่ตามความหมายตรงตัว เมื่ออีกฝ่ายหยุดกลางคันขณะกำลังพูด Go on ยังหมายถึง “พูดต่อสิ ฉันฟังอยู่” ได้ด้วย บริบทจะบอกว่าควรเริ่มหรือทำสิ่งใดต่อ

แบบฝึกหัด

เพื่อนหยุดพูดกลางเรื่อง ประโยคใดเป็นวิธีที่เป็นธรรมชาติที่สุดในการกระตุ้นให้พูดต่อ

  1. Come on, I'm listening.
  2. Go on, I'm listening.
  3. Go away, I'm listening.
ดูคำตอบ

Go on, I'm listening.

We'll be the butterfly catchers.

2:08

เรามาเป็นนักจับผีเสื้อกัน

Eep, eep, eep, eep, eep, eep,

2:12

อี๊ป อี๊ป อี๊ป อี๊ป อี๊ป อี๊ป,

Little kids take so long to do everything. วลี

2:30

เด็กเล็กทำอะไรก็ใช้เวลานานไปหมด

วลี

take so long to do: บอกว่าการกระทำหนึ่งใช้เวลานานมาก

โครงสร้าง subject + take + คำบอกเวลา + to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าคนหรือสิ่งหนึ่งต้องใช้เวลาเท่าใดในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ใน take so long to do คำว่า so long หมายถึง “เป็นเวลานานมาก” และกริยารูป infinitive ที่มี to จะระบุว่าทำอะไร ในประโยคนี้ Little kids เป็นประธาน และ everything เป็นกรรมของ do ประโยคนี้บ่นว่าเด็กเล็กต้องใช้เวลานานมากกับทุกงาน คำว่า so ช่วยเน้นความหมายและอาจสื่อถึงความประหลาดใจ ความหงุดหงิด หรือการบ่น

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายที่หมายถึง “ต้องใช้เวลานานมากในการ” ให้ประโยคสมบูรณ์: The old computer ____ start.

ดูคำตอบ

takes so long to

She's only got little legs. การใช้คำ

2:32

ก็เธอมีแค่ขาสั้นๆ นี่นา

การใช้คำ

She's only got: ใช้ have got บอกการมีอยู่ในปัจจุบัน

ใน She's only got คำว่า She's ย่อมาจาก she has และ has got หมายถึง “มี” หรือ “เป็นเจ้าของ” ประโยคนี้บอกว่าขาของเธอเล็กหรือสั้น ไม่ได้หมายความว่าเธอเพิ่งได้ขามา only ทำให้ขาเล็ก ๆ นั้นถูกมองว่าเป็นข้อจำกัด และทำให้ประโยคฟังเหมือนกำลังอธิบายว่าเธอทำอะไรได้แค่ไหน รูปแบบนี้ใช้บอกจำนวนหรือลักษณะที่มีอยู่อย่างจำกัดได้: ประธาน + have/has only got + คำนาม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถอดความ “She's only got little legs” ได้ถูกต้องที่สุด?

  1. She has just received some legs.
  2. She can use only her legs.
  3. She only has small legs.
ดูคำตอบ

She only has small legs.

Poor little bug on the wall,

2:38

แมลงน้อยน่าสงสารบนกำแพง

Ding, jing

2:40

ดิ๊ง จิ๊ง

No one to love him at all,

2:41

ไม่มีใครรักเขาเลยสักคน

Ding, jing

2:43

ดิ๊ง จิ๊ง

No one...

2:44

ไม่มีใคร...

Hurry up, Bingo.

2:45

เร็วๆ สิ บิงโก

Hey, Bluey.

2:48

นี่ บลูอี้

Yeah?

2:48

หืม?

Let's run away from Bingo. กริยาวลี

2:50

เราวิ่งหนีบิงโกกันเถอะ

กริยาวลี

run away from: ออกห่างเพื่อหนีหรือหลีกเลี่ยง

run away from + คน สถานที่ หรือสิ่งของ หมายถึงเคลื่อนที่ออกห่างอย่างรวดเร็วเพื่อหนีหรือหลีกเลี่ยงคนนั้น สถานที่นั้น หรือสิ่งนั้น from ใช้นำหน้าสิ่งที่ประธานพยายามจะอยู่ให้ไกลออกไป ในที่นี้ผู้พูดกำลังเล่นกันและต้องการทิ้ง Bingo ไว้ข้างหลัง วลีนี้จึงมีน้ำเสียงสนุก ๆ ไม่ได้บอกว่ามีอันตรายจริง บริบทจะเป็นตัวกำหนดว่า run away from ฟังดูจริงจังหรือเป็นการเล่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “ออกห่างเพื่อหนี”: The rabbit saw the dog and began to run ____ it.

ดูคำตอบ

away from

What?

2:51

อะไรนะ?

Why?

2:52

ทำไมล่ะ?

She's taking ages. การใช้คำ

2:53

เธอช้าเป็นบ้าเลย

การใช้คำ

taking ages: ใช้เวลานานมาก

ใน take ages คำว่า ages เป็นการพูดเกินจริงแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงใช้เวลานานมาก ไม่ได้หมายถึงหลายยุคหลายสมัยตามตัวอักษร ในที่นี้ She's taking ages หมายถึงเธอใช้เวลานานกว่าที่ผู้พูดคาดไว้มาก วลีนี้มักแฝงความรู้สึกใจร้อนหรือรำคาญเล็กน้อยด้วย เมื่อเทียบกับ taking a long time แล้ว taking ages จะเน้นความหมายมากกว่าและเป็นภาษาสนทนามากกว่า

แบบฝึกหัด

ใช้ take ages ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The repair is ____.

ดูคำตอบ

taking ages

Well, uh

2:54

เอ่อ คือ

Come on,

2:58

มาเถอะ

No one to tickle his toes...

3:00

ไม่มีใครจี้ที่นิ้วเท้าเขา...

Wait for me. วลี

3:02

รอฉันด้วย

วลี

wait for someone or something: รอใครบางคนหรือบางสิ่ง

Wait for someone/something หมายถึงอยู่รอหรือชะลอการกระทำจนกว่าคนนั้นหรือสิ่งนั้นจะมาถึงหรือพร้อม ใน Wait for me คำว่า for เชื่อมกับ me เพื่อบอกว่าผู้พูดต้องการให้คนอื่นรอตนเอง เมื่อคำนามหรือคำสรรพนามระบุสิ่งหรือคนที่รอ ภาษาอังกฤษมาตรฐานต้องใช้ for เช่น wait for me, wait for the bus โดย wait ไม่สามารถตามด้วยสิ่งที่รอโดยตรงได้

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่ต้องใช้หน้าคนที่กำลังรอให้ประโยคสมบูรณ์: We'll wait ____ Mia outside the library.

ดูคำตอบ

for

No one to blow his nose.

3:03

ไม่มีใครเช็ดน้ำมูกให้เขา

Okay.

3:06

โอเค

I think I'm almost ready to be a butterfly now.

3:07

ฉันคิดว่าฉันเกือบพร้อมจะเป็นผีเสื้อแล้วล่ะ

Ooh, look at me.

3:14

อู้ว ดูฉันสิ

I'm a butterfly.

3:15

ฉันเป็นผีเสื้อแล้ว

Flap, flap, flap, flap.

3:17

พึ่บ พึ่บ พึ่บ พึ่บ

I'm flapping around.

3:21

ฉันกำลังบินไปรอบๆ

I hope there's no butterfly catchers nearby. น้ำเสียง/เจตนา

3:23

หวังว่าจะไม่มีนักจับผีเสื้ออยู่แถวนี้นะ

น้ำเสียง/เจตนา

I hope: แสดงความหวังและปูไปสู่สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป

I hope นำหน้าประโยคย่อยที่บอกถึงสถานการณ์ที่ผู้พูดอยากให้เป็นจริง ผลลัพธ์นั้นยังมีโอกาสเกิดขึ้นหรือยังไม่แน่นอน จึงเป็นการมองไปข้างหน้าแทนที่จะบอกข้อเท็จจริง ในประโยคนี้ คำพูดฟังเหมือนเป็นความหวังว่าจะหลีกเลี่ยงคนจับผีเสื้อ แต่ในเกมสมมติ ผู้พูดกลับอยากให้มีคนมาเข้าร่วมการไล่จับจริง ๆ ดังนั้น I hope จึงฟังดูขี้เล่นและเกินจริงเล็กน้อย พร้อมทั้งปูไปสู่สิ่งที่อาจเกิดขึ้นต่อไป

แบบฝึกหัด

ในการเล่นซ่อนหา ประโยคใดแสดงความหวังได้อย่างเป็นธรรมชาติและปูไปสู่สิ่งที่อาจเกิดขึ้นต่อไปอย่างขี้เล่น

  1. Please do not look behind this curtain.
  2. I hope no one finds me behind this curtain.
  3. No one found me behind this curtain yesterday.
ดูคำตอบ

I hope no one finds me behind this curtain.

Oh.

3:27

โอ้

Where are they?

3:28

พวกเขาอยู่ไหนนะ?

Flap, flap, flap, flap.

3:29

พึ่บ พึ่บ พึ่บ พึ่บ

Not because you're dirty, ลำดับความ

3:32

ไม่ใช่เพราะเธอสกปรก

not because you're clean.

3:33

ไม่ใช่เพราะเธอสะอาด

ลำดับความ

Not because..., not because...: ปฏิเสธสองเหตุผลด้วยโครงสร้างขนาน

โครงสร้างซ้ำ Not because..., not because... วางคำอธิบายสองอย่างที่ถูกปฏิเสธไว้แบบขนานกัน เมื่อได้ยิน not because ครั้งที่สอง ก็เป็นสัญญาณว่าผู้พูดยังคงเรียบเรียงข้อมูลด้วยรูปแบบเดิม ไม่ได้เริ่มแนวคิดใหม่ที่แยกออกไป Dirty และ clean มีความหมายตรงข้ามกัน การใช้ถ้อยคำแบบขนานจึงทำให้ได้ยินความต่างชัดและทำให้ประโยคมีจังหวะแบบเพลงเด็ก ส่วนนี้ปฏิเสธเหตุผลทั้งสอง แต่ยังไม่บอกเหตุผลที่แท้จริง จึงสามารถปูไปสู่ข้อความที่จะตามมาได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างขนานแบบเดียวกันเพื่อปฏิเสธเหตุผลสองข้อ

  1. Because you're tired, you're probably bored.
  2. Not because you're tired, not because you're bored.
  3. Not because you're tired, but because you're bored.
ดูคำตอบ

Not because you're tired, not because you're bored.

Bluey, you were meant to catch me. ไวยากรณ์

3:34

บลูอี้ เธอต้องมาจับฉันสิ

ไวยากรณ์

were meant to: การกระทำที่คาดไว้แต่ไม่ได้เกิดขึ้น

be meant to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งเป็นสิ่งที่คาดหมาย วางแผน หรือกำหนดให้ทำ ในที่นี้ were meant to catch me หมายถึงตามกติกาเกม หน้าที่ของบลูอี้คือจับผู้พูดให้ได้ เมื่อใช้โครงสร้างนี้ในอดีต มักสื่อว่าการกระทำที่คาดไว้ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ผู้พูดกำลังชี้ให้เห็นความต่างระหว่างกติกาหรือแผนกับสิ่งที่บลูอี้ทำจริง ๆ โดย meant ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “หมายความว่า”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ be meant to: You ____ bring the map, but you left it at home.

ดูคำตอบ

were meant to

Quick, Bluey.

3:39

เร็วเข้า บลูอี้

Run away.

3:40

หนีเร็ว

Quick.

3:44

เร็วเข้า

We can hide in my house.

3:45

เราไปซ่อนที่บ้านฉันได้นะ

Flap, flap, flap.

3:52

พึ่บ พึ่บ พึ่บ

I think we lost her. การใช้คำ

3:59

ฉันว่าเราสลัดเธอพ้นแล้วล่ะ

การใช้คำ

we lost her: หนีผู้ไล่ตามให้พ้น

ในสถานการณ์ที่มีการไล่ตามหรือถูกติดตาม lose someone อาจหมายถึงหนีไปไกลจนอีกฝ่ายหาไม่พบหรือตามต่อไม่ได้ ในที่นี้ we lost her หมายถึง “เราหนีเธอพ้นแล้ว” ไม่ใช่ “เราทำเธอหายโดยไม่ตั้งใจ” ในการใช้แบบนี้ ประธานคือคนหรือกลุ่มที่กำลังหนี ส่วนกรรมคือผู้ไล่ตามหรือผู้ติดตาม ความสัมพันธ์ของบทบาทนี้ช่วยให้แยกความหมายที่ต้องการได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “We took two quick turns and finally lost the car following us,” lost the car หมายความว่าอะไร?

  1. เราจำไม่ได้แล้วว่าจอดรถของเราไว้ที่ไหน
  2. เราทำให้รถคันนั้นเสียหายจนซ่อมไม่ได้
  3. เราหนีรถที่กำลังตามเราอยู่พ้นแล้ว
ดูคำตอบ

เราหนีรถที่กำลังตามเราอยู่พ้นแล้ว

Uh, I might go and see if Bingo's all right. น้ำเสียง/เจตนา

4:01

เอ่อ ฉันว่าฉันควรไปดูว่าบิงโกโอเคไหม

น้ำเสียง/เจตนา

might go and see if: พูดแผนที่จะไปตรวจสอบให้นุ่มนวล

ผู้พูดนำเสนอการไปดูสถานการณ์ว่าเป็นสิ่งที่อาจทำต่อไป แทนที่จะประกาศการตัดสินใจตรง ๆ ในบริบทนี้ might ช่วยทำให้ความตั้งใจที่จริง ๆ ค่อนข้างชัดเจนนุ่มนวลลง จึงออกไปได้โดยไม่ต้องโต้แย้งอีกฝ่ายตรง ๆ go and see หมายถึงไปที่นั่นแล้วดูหรือตรวจสอบ ส่วน see if ใช้นำสถานการณ์ที่จะตรวจสอบ คือบิงโกไม่เป็นไรหรือไม่ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ I might go and see if + อนุประโยค

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนเพื่อให้แผนฟังดูนุ่มนวล: I ____ Maya needs a ride home.

ดูคำตอบ

might go and see if

She'll be fine. น้ำเสียง/เจตนา

4:04

เธอไม่เป็นไรหรอก

น้ำเสียง/เจตนา

She'll be fine: ใช้ปลอบใจหรือปัดความกังวลก็ได้

She'll be fine เป็นการคาดว่าเธอจะไม่เป็นไรหรือรับมือได้โดยไม่ต้องมีคนช่วย มักใช้เพื่อทำให้คนที่กำลังกังวลสบายใจขึ้น ในฉากนี้ ประโยคดังกล่าวยังลดความสำคัญของความกังวลและห้ามอีกฝ่ายไม่ให้ไปดูสถานการณ์ด้วย คำพูดนี้อาจฟังดูห่วงใยหรือปัดความกังวลทิ้งก็ได้ โดยน้ำเสียงและจุดประสงค์ของผู้พูดจะกำหนดว่าความหมายใดเด่นกว่า

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งอยากไปดูนีน่า คุณตอบว่า She'll be fine. คุณน่าจะกำลังสื่ออะไร?

  1. นีน่าน่าจะไม่เป็นไรแม้ไม่ได้รับความช่วยเหลือทันที
  2. ตอนนี้นีน่ารู้สึกสบายดีอย่างแน่นอน
  3. คุณกำลังถามว่านีน่าต้องการความช่วยเหลือหรือไม่
ดูคำตอบ

นีน่าน่าจะไม่เป็นไรแม้ไม่ได้รับความช่วยเหลือทันที

Now let's play phones.

4:06

ทีนี้เรามาเล่นโทรศัพท์กัน

Phones?

4:07

โทรศัพท์เหรอ?

Ring, ring.

4:08

กริ๊ง กริ๊ง

Ring, ring.

4:10

กริ๊ง กริ๊ง

I just think that Bingo might like น้ำเสียง/เจตนา

4:11

ฉันแค่คิดว่าบิงโกอาจจะอยาก

น้ำเสียง/เจตนา

I just think that: ทำให้ความเห็นที่แตกต่างฟังนุ่มนวลขึ้น

I just think that ใช้เกริ่นความคิดเห็นของผู้พูดอย่างนุ่มนวล think ทำให้เนื้อหาที่ตามมาดูเป็นการประเมินส่วนตัว ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน ส่วน just ช่วยลดความแรงของการแทรกหรือการไม่เห็นด้วย ในที่นี้ just ไม่ได้หมายความว่าความคิดนั้นไม่สำคัญ แต่ทั้งวลีส่งสัญญาณว่าผู้พูดอยากเสนออีกมุมหนึ่งโดยไม่พูดตรงเกินไป จึงมักวางไว้ก่อนการแสดงความกังวล ข้อเสนอแนะ หรือความเห็นที่แตกต่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเกริ่นความเห็นที่แตกต่างได้อย่างนุ่มนวลที่สุด?

  1. You are wrong, so we should ask Maya first.
  2. I know that we must ask Maya first.
  3. I just think that we should ask Maya first.
ดูคำตอบ

I just think that we should ask Maya first.

Ring, ring.

4:13

กริ๊ง กริ๊ง

Hello?

4:14

ฮัลโหล?

Hi.

4:15

สวัสดี

It's me, Judo.

4:16

ฉันเอง จูโด

I've had such a nice day. ไวยากรณ์

4:17

วันนี้ฉันมีวันที่ดีมากเลย

ไวยากรณ์

I've had: เชื่อมประสบการณ์ของวันนี้กับปัจจุบัน

I've had เป็นรูปย่อของ I have had โดย have เป็นกริยาช่วย และ had เป็นกริยาช่องสาม ใน have a nice day คำว่า have หมายถึงการใช้เวลาหรือผ่านประสบการณ์ในวันนั้น ไม่ได้หมายถึงการครอบครองวัน present perfect ใช้ย้อนมองประสบการณ์ตั้งแต่ช่วงต้นวันจนถึงขณะที่พูด และเชื่อมประสบการณ์นั้นกับความรู้สึกดีในตอนนี้ จึงเป็นธรรมชาติเมื่อวันนั้นยังดำเนินอยู่ หรือผู้พูดกำลังสรุปวันจากมุมมองปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ใช้ I กับรูปย่อ present perfect ของ have เพื่อเติมประโยค: ____ a great morning so far.

ดูคำตอบ

I've had

Let me tell you all about it. น้ำเสียง/เจตนา

4:19

ให้ฉันเล่าให้ฟังทั้งหมดเลยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Let me tell you: รับช่วงการพูดเพื่อเริ่มอธิบาย

Let me tell you ใช้เกริ่นว่าผู้พูดกำลังจะอธิบายหรือเล่าเรื่อง ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้วลีนี้เพื่อรับช่วงการพูดและส่งสัญญาณว่ากำลังจะเล่ารายละเอียดเพิ่มเติม แม้ let me จะมีรูปเหมือนการขออนุญาต แต่วลีนี้มักเป็นคำเปิดก่อนเริ่มพูดมากกว่าจะเป็นการขออนุญาตจริง ๆ ผลที่ผู้ฟังรับรู้ขึ้นอยู่กับจังหวะและน้ำเสียง โดยอาจฟังกระตือรือร้นและเป็นมิตร หรือฟังเหมือนพยายามควบคุมบทสนทนาหากใช้ขัดจังหวะผู้อื่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รับช่วงการพูดและเริ่มเล่าเรื่องได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Let me tell you what happened after lunch.
  2. I heard what happened after lunch.
  3. Could you tell me what happened after lunch?
ดูคำตอบ

Let me tell you what happened after lunch.

Okay.

4:21

โอเค

First, I bought some lovely new plants.

4:22

อย่างแรก ฉันซื้อต้นไม้ใหม่สวยๆ มาด้วย

But then I

4:25

แต่แล้วฉัน

Oh, is that right?

4:25

โอ้ จริงเหรอ?

Poor little bug on the wall,

4:27

แมลงน้อยน่าสงสารบนกำแพง

Ding, jing

4:30

ดิ๊ง จิ๊ง

No one to love him at all,

4:31

ไม่มีใครรักเขาเลยสักคน

Ding, jing

4:34

ดิ๊ง จิ๊ง

So, then I went to the bakery to get some cream buns for Casper.

4:35

แล้วจากนั้น ฉันก็ไปร้านเบเกอรี่เพื่อซื้อขนมปังครีมให้แคสเปอร์

But they ran out of cream buns. กริยาวลี

4:39

แต่ขนมปังครีมหมดเกลี้ยงเลย

กริยาวลี

ran out of: ใช้หรือขายสิ่งของจนหมด

Ran out of เป็นรูปอดีตของ run out of หมายถึงบุคคล ร้านค้า หรือฝ่ายที่มีของสำรองได้ใช้หรือขายจำนวนที่เหลือจนหมด จึงไม่เหลืออีกเลย ในประโยคนี้ ร้านไม่มีขนมปังครีมเหลือขายแล้ว โครงสร้างคือ ประธาน + run out of + สิ่งของ เช่น The bakery ran out of bread. ผู้ที่ถือครองหรือจัดหาของนั้นเป็นประธาน ส่วนสิ่งของที่หมดจะตามหลัง of

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ run out of: By 10 a.m., the bakery ____ blueberry muffins.

ดูคำตอบ

ran out of

Could you believe it? น้ำเสียง/เจตนา

4:41

เชื่อไหมล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Could you believe it? ในฐานะคำถามเชิงวาทศิลป์ที่แสดงความประหลาดใจ

ในที่นี้ Could you believe it? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดกำลังแสดงความประหลาดใจ ความไม่อยากเชื่อ หรือความไม่พอใจ ไม่ได้ถามอย่างจริงจังว่าผู้ฟังเชื่อคำกล่าวนั้นหรือไม่ ประโยคนี้ยังชวนให้ผู้ฟังรู้สึกแบบเดียวกันด้วย คำตอบที่เป็นธรรมชาติอาจเป็นการแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ที่น่าประหลาดใจ แทนที่จะตอบว่าใช่หรือไม่

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ จุดประสงค์หลักของ Could you believe it? คืออะไร?

  1. ขอให้ตรวจสอบตามข้อเท็จจริงว่ารายงานหนึ่งเป็นจริงหรือไม่
  2. ชวนให้ผู้ฟังรู้สึกประหลาดใจร่วมกับผู้พูด
  3. ถามว่าผู้ฟังได้รับอนุญาตให้เชื่อบางอย่างหรือไม่
ดูคำตอบ

ชวนให้ผู้ฟังรู้สึกประหลาดใจร่วมกับผู้พูด

Judo, I think I need to find Bingo. น้ำเสียง/เจตนา

4:43

จูโด ฉันคิดว่าฉันต้องไปหาบิงโกแล้วล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

I think I need to ... เพื่อบอกการตัดสินใจอย่างนุ่มนวล

ใน I think I need to find Bingo คำว่า need to แสดงว่าการไปหา Bingo เป็นสิ่งที่จำเป็น ส่วน I think ช่วยทำให้การบอกเรื่องนี้นุ่มนวลขึ้น จึงทำให้การตัดสินใจฟังดูไม่กะทันหันหรือแข็งเกินไป รูปแบบนี้มักใช้เพื่อบอกความต้องการส่วนตัว การเปลี่ยนแผน หรือการขอตัวออกจากบทสนทนาอย่างสุภาพ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดไม่แน่ใจมากเสมอไป เพราะ I think อาจมีหน้าที่หลักในการคำนึงถึงความรู้สึกของผู้ฟัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้ใช้รูปแบบ I think I need to เพื่อทำให้การตัดสินใจฟังนุ่มนวลขึ้น: I ____ head home now.

ดูคำตอบ

think I need to

So, then I asked for chocolate eclairs. วลี

4:45

งั้น ฉันก็เลยสั่งช็อกโกแลตเอแคลร์แทน

วลี

I asked for: การขอสิ่งของ

I asked for เป็นรูปอดีตของ ask for ในที่นี้หมายถึงผู้พูดขอเอแคลร์ช็อกโกแลตจากร้านหรือพนักงานบริการ โดยสื่อว่าพยายามสั่งหรือซื้อขนมนั้น ใช้ ask for + สิ่งของหรือบริการ เพื่อบอกว่าต้องการอะไร ถ้าไม่มี for โครงสร้าง ask + คน อาจบอกว่าพูดหรือถามใคร เช่น I asked the cashier ส่วนสิ่งของที่ขอมักไม่วางต่อหลัง ask โดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ใช้หลัง ask เมื่อต้องการขอสิ่งของ: At the café, I asked ____ a glass of water.

ดูคำตอบ

for

Judo, but they were out of them too. วลี

4:48

จูโด แต่มันก็หมดเหมือนกันนะ

วลี

were out of them: ไม่มีของเหลืออยู่

Were out of them หมายถึงร้านค้าหรือคนที่อยู่ที่นั่นไม่มีสินค้าพวกนั้นเหลืออยู่ในเวลานั้น be out of + สิ่งของ ใช้บรรยายสภาพที่ไม่มีของหรือสินค้าในสต็อก Them ย้อนกลับไปหมายถึง chocolate eclairs ส่วน too แสดงว่าสินค้านี้ก็ไม่มีเช่นเดียวกับสินค้าอีกอย่างที่กล่าวถึงก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตที่ถูกต้องของ be out of ในประโยค: Yesterday, the shop ____ batteries, so I couldn't buy any.

ดูคำตอบ

was out of

I mean, come on. น้ำเสียง/เจตนา

4:50

แบบว่า โธ่เอ๊ย

น้ำเสียง/เจตนา

I mean, come on: การโต้แย้งด้วยความไม่พอใจ

ในประโยคนี้ I mean ไม่ได้ใช้เพื่อให้คำจำกัดความอย่างละเอียด แต่ช่วยเน้นปฏิกิริยาของผู้พูด คล้ายกับพูดว่า “เอาจริงนะ” หรือ “ดูนี่สิ” come on ไม่ได้เป็นการชวนให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ ในที่นี้ใช้แสดงความไม่พอใจหรือความไม่อยากเชื่อ และกระตุ้นให้ผู้ฟังเห็นด้วยว่าสถานการณ์นี้ไม่สมเหตุสมผล เมื่อใช้ I mean, come on ร่วมกัน จึงเป็นการบ่นหรือโต้แย้งแบบไม่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ ผู้พูดน่าจะหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า I mean, come on?

  1. ผู้พูดกำลังขอให้ผู้ฟังเข้ามาใกล้อย่างสุภาพ
  2. ผู้พูดกำลังให้คำจำกัดความของคำกริยา come
  3. ผู้พูดรู้สึกไม่พอใจและคาดหวังให้ผู้ฟังเห็นด้วยว่าสถานการณ์นี้ไม่สมเหตุสมผล
ดูคำตอบ

ผู้พูดรู้สึกไม่พอใจและคาดหวังให้ผู้ฟังเห็นด้วยว่าสถานการณ์นี้ไม่สมเหตุสมผล

Oh, I just don't know what the world's coming to. สำนวน

4:51

โอ้ ฉันไม่รู้เลยว่าโลกนี้มันเป็นอะไรไปแล้ว

สำนวน

don't know what the world's coming to: การบ่นถึงสภาพโลกอย่างน่าทึ่ง

ใน I don't know what the world's coming to ผู้พูดไม่ได้ถามว่าโลกกำลังเดินทางไปที่ไหน สำนวนนี้หมายถึง “ไม่อยากเชื่อเลยว่าสิ่งต่าง ๆ จะเลวร้าย แปลก หรือน่าผิดหวังได้ขนาดนี้” สำนวนนี้มักขยายตัวอย่างเหตุการณ์หนึ่งให้กลายเป็นการบ่นถึงสังคมหรือสภาพของโลกโดยรวม เมื่อใช้กับความไม่สะดวกเล็กน้อยอย่างในประโยคนี้ การกล่าวเกินจริงอาจฟังดูน่าทึ่งหรือมีอารมณ์ขัน

แบบฝึกหัด

I don't know what the world's coming to ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้พูดต้องการคำบอกทางสำหรับโลก
  2. ผู้พูดคิดว่าสิ่งต่าง ๆ ในสังคมเลวร้ายหรือแปลกจนน่าตกใจ
  3. ผู้พูดกำลังถามอย่างใจเย็นว่าเกิดอะไรขึ้นโดยไม่ได้แสดงความคิดเห็น
ดูคำตอบ

ผู้พูดคิดว่าสิ่งต่าง ๆ ในสังคมเลวร้ายหรือแปลกจนน่าตกใจ

Okay, then.

4:53

โอเค งั้น

I'm going now.

4:54

ฉันไปล่ะนะ

Bye.

4:55

บ๊ายบาย

I mean, are you trying to run a shop? น้ำเสียง/เจตนา

4:55

แบบว่า นี่ตกลงจะเปิดร้านไหมเนี่ย?

น้ำเสียง/เจตนา

Are you trying to run a shop?: การตำหนิด้วยคำถามเชิงวาทศิลป์

ใน run a shop คำว่า run หมายถึง “บริหารหรือดำเนินกิจการ” ไม่ใช่ “วิ่ง” คำถามตรงนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์หลักเพื่อถามว่าอีกฝ่ายกำลังพยายามบริหารร้านอยู่หรือไม่ เมื่อพูดด้วยน้ำเสียงตำหนิ Are you trying to run a shop? จะเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ โดยสื่อเป็นนัยว่าอีกฝ่ายบริหารร้านได้แย่หรือไม่ได้ทำตัวเหมือนเจ้าของร้านที่มีความสามารถ รูปประโยคคำถามทำให้คำวิจารณ์ฟังดูตรงและแรง ไม่ใช่คำถามกลาง ๆ

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วยคำถามที่เน้นไว้?

  1. ตำหนิว่าอีกฝ่ายบริหารร้านได้แย่มาก
  2. ถามอย่างเป็นกลางว่าอีกฝ่ายวางแผนจะเปิดร้านหรือไม่
  3. เสนอว่าจะช่วยอีกฝ่ายหาร้าน
ดูคำตอบ

ตำหนิว่าอีกฝ่ายบริหารร้านได้แย่มาก

Bingo.

4:58

บิงโก

Bingo.

5:00

บิงโก

Where are you?

5:01

เธออยู่ไหน?

Bingo.

5:04

บิงโก

Hey.

5:05

นี่

I'm sorry, Bingo.

5:07

ฉันขอโทษนะ บิงโก

I didn't mean to run away from you. น้ำเสียง/เจตนา

5:08

ฉันไม่ได้ตั้งใจจะวิ่งหนีเธอเลย

น้ำเสียง/เจตนา

I didn't mean to + คำกริยา: บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ

I didn't mean to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “ฉันทำสิ่งนั้นไป แต่ไม่ได้ตั้งใจ” ในประโยคนี้ ผู้พูดยอมรับว่าได้หนีไปจริง แต่ไม่ได้วางแผนหรือตั้งใจทำเช่นนั้น โครงสร้างนี้มักใช้เพื่ออธิบายเหตุที่เกิดโดยไม่ตั้งใจ แก้ความเข้าใจผิด หรือเริ่มกล่าวคำขอโทษ mean to ตรงนี้หมายถึง “ตั้งใจจะ” ดังนั้นคำกริยาที่ตามมาจึงคงรูปพื้นฐาน เช่น mean to leave และ mean to interrupt

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่บอกว่าไม่ได้ตั้งใจทำให้อีกฝ่ายเจ็บเพื่อให้คำขอโทษสมบูรณ์: I'm sorry I hurt you. I ____ hurt you.

ดูคำตอบ

didn't mean to

Judo made me do it. ไวยากรณ์

5:11

จูโดบังคับให้ฉันทำ

Well, she didn't make me do it.

5:14

ความจริง เธอไม่ได้บังคับให้ฉันทำหรอก

ไวยากรณ์

made me do it ... didn't make me do it: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to

make + กรรม + กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to หมายถึงคนหรือสิ่งหนึ่งทำให้อีกคนทำบางอย่าง ใน made me do it คำว่า me คือคนที่ลงมือทำ และหน้า do ไม่ใส่ to ในรูปปฏิเสธ did ทำหน้าที่บอกอดีต และ not แสดงการปฏิเสธ: didn't make me do it คำว่า make กลับเป็นรูปพื้นฐาน ส่วน do ยังคงเป็นกริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to ในที่นี้ผู้พูดโยนความผิดให้ Judo ก่อน แล้วจึงแก้คำพูดนั้น

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to ได้ถูกต้อง

  1. The thunder made the dog hid.
  2. The thunder made the dog hide.
  3. The thunder made the dog to hide.
ดูคำตอบ

The thunder made the dog hide.

I did it a bit myself. น้ำเสียง/เจตนา

5:17

ฉันก็อยากทำเองนิดหน่อยเหมือนกัน

น้ำเสียง/เจตนา

a bit myself: ยอมรับว่าตนเองมีส่วนรับผิดชอบ

ในบริบทนี้ a bit หมายถึง “ในระดับหนึ่ง” ส่วน myself ใช้เน้น I ว่าผู้พูดเองก็มีส่วนตัดสินใจทำสิ่งนั้น myself ตรงนี้เป็นคำเน้น ไม่ใช่กรรมสะท้อนกลับที่รับการกระทำ เมื่อใช้ a bit myself ร่วมกัน คำยอมรับจะฟังดูนุ่มลง แต่ยังดึงความรับผิดชอบบางส่วนกลับมาที่ผู้พูด ความหมายคือคนอื่นอาจมีอิทธิพลต่อการกระทำ แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นสิ่งที่ผู้พูดทำเอง

แบบฝึกหัด

เมื่อพูดว่า I did it a bit myself ผู้พูดกำลังสื่ออะไร

  1. ผู้พูดบอกว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำนั้นเลย
  2. ผู้พูดยอมรับว่าตนเองก็มีส่วนรับผิดชอบ
  3. ผู้พูดบอกว่าอีกคนต้องรับผิดชอบทั้งหมด
ดูคำตอบ

ผู้พูดยอมรับว่าตนเองก็มีส่วนรับผิดชอบ

I'll never do it again, Bingo. น้ำเสียง/เจตนา

5:20

ฉันจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว บิงโก

I promise.

5:22

ฉันสัญญา

น้ำเสียง/เจตนา

I'll never do it again ... I promise: คำสัญญาที่หนักแน่นหลังการขอโทษ

I'll never do it again เป็นคำสัญญาเกี่ยวกับพฤติกรรมในอนาคต ผู้พูดบอกว่าจะไม่ทำสิ่งเดิมอีก never ทำให้คำมั่นนั้นเด็ดขาด และ will ชี้ถึงความตั้งใจนับจากนี้ I promise ยืนยันว่าผู้พูดจริงจังกับคำมั่นนั้น เมื่อใช้หลังการขอโทษ สองส่วนนี้ไม่ได้แค่แสดงความเสียใจ แต่ยังบอกผู้ฟังด้วยว่าจะเปลี่ยนแปลงอะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสัญญาอย่างชัดเจนที่สุดว่าจะไม่ทำผิดซ้ำ?

  1. I'll never do it again. I promise.
  2. I might try to do better next time.
  3. I did it again yesterday.
ดูคำตอบ

I'll never do it again. I promise.

Please, can we play together? น้ำเสียง/เจตนา

5:24

ได้โปรด เรามาเล่นด้วยกันได้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Please, can we play ...?: การขอร้องอย่างสุภาพ

ใน Please, can we play...? คำว่า can we ใช้ขอให้อีกฝ่ายตกลงทำบางอย่างร่วมกัน ไม่ได้ถามว่าผู้พูดมีความสามารถที่จะเล่นหรือไม่ Please ทำให้คำขอนุ่มนวลขึ้นและอาจทำให้ฟังดูจริงจังหรืออ้อนวอนมากขึ้น รูปคำถามเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตอบตกลงหรือปฏิเสธ ต่างจากคำสั่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดขอให้อีกฝ่ายตกลงเล่นด้วยกันอย่างสุภาพ?

  1. You must play with me after lunch.
  2. Please, can we play together after lunch?
  3. We are able to play together after lunch.
ดูคำตอบ

Please, can we play together after lunch?

Poor little bug on the wall,

5:33

แมลงน้อยน่าสงสารบนกำแพง

Ding, jing

5:37

ดิ๊ง จิ๊ง

No one to love her at all,

5:38

ไม่มีใครรักเธอเลยสักคน

Jing, jing

5:43

จิ๊ง จิ๊ง

No one to tickle his toes,

5:45

ไม่มีใครจี้ที่นิ้วเท้าเขา

Jing, jing

5:48

จิ๊ง จิ๊ง

No one to blow his nose,

5:50

ไม่มีใครเช็ดน้ำมูกให้เขา

Jing, jing

5:53

จิ๊ง จิ๊ง

Ring, ring.

5:57

กริ๊ง กริ๊ง

Oh, no.

5:59

โอ้ ไม่นะ

It's Judo on the phone.

5:59

จูโดโทรมา

Tell her I'm not here. น้ำเสียง/เจตนา

6:01

บอกเธอไปว่าฉันไม่อยู่

น้ำเสียง/เจตนา

Tell her I'm not here: tell + คน + ข้อความ

โครงสร้างคำสั่ง tell + คน + อนุประโยค ใช้ขอให้ผู้ฟังนำข้อความไปบอกคนนั้น ใน Tell her I'm not here. คำว่า her คือผู้รับข้อความ และ I'm not here คือเนื้อหาที่ต้องบอก ในภาษาพูดทั่วไปมักละ that ซึ่งไม่จำเป็นออกไป ในที่นี้ ผู้พูดไม่อยากถูกพบหรือติดต่อ จึงเป็นการขอให้ผู้ฟังช่วยปิดบังด้วยว่าผู้พูดอยู่ตรงนั้น ในสถานการณ์อื่น โครงสร้างเดียวกันใช้ฝากข้อความธรรมดาที่เป็นความจริงได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดขอให้ใครสักคนนำข้อความไปบอก Maya ได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. Tell to Maya I'm busy right now.
  2. Tell Maya I'm busy right now.
  3. Say Maya I'm busy right now.
ดูคำตอบ

Tell Maya I'm busy right now.

No.

6:02

ไม่เอา

Quick.

6:03

เร็วเข้า

Hide.

6:03

ซ่อนตัว

Ring, ring.

6:06

กริ๊ง กริ๊ง

Aaah!

6:06

อ๊า!

Ring, ring.

6:08

กริ๊ง กริ๊ง

Bluey, where are you?

6:09

บลูอี้ เธออยู่ไหน?

Ring, ring.

6:13

กริ๊ง กริ๊ง

Put your phone on silent. วลี

6:14

ตั้งโทรศัพท์เป็นโหมดปิดเสียงสิ

วลี

Put your phone on silent: put + อุปกรณ์ + on silent

Put your phone on silent. หมายถึงการเปลี่ยนการตั้งค่าของโทรศัพท์เพื่อไม่ให้ส่งเสียงเรียกเข้า ในที่นี้ put หมายถึงการตั้งหรือเปลี่ยนบางสิ่งให้อยู่ในสถานะหนึ่ง ไม่ใช่การนำโทรศัพท์ไปวางไว้ที่ใดที่หนึ่ง เมื่อใช้ put โครงสร้างที่เป็นธรรมชาติคือ put + อุปกรณ์ + on silent ส่วนคำกริยาอื่นใช้โครงสร้างต่างกัน เช่น set your phone to silent

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยสำนวนจากบทเรียนให้ครบถ้วน: Please ____ before the movie starts.

ดูคำตอบ

put your phone on silent

Oh, yeah.

6:16

โอ้ ใช่

Good idea.

6:16

ความคิดดี

Bzzz, bzzz.

6:18

ครืด ครืด

Thanks, Bingo.

6:18

ขอบใจนะ บิงโก

There you are. น้ำเสียง/เจตนา

6:20

อยู่นี่เอง

น้ำเสียง/เจตนา

There you are. เมื่อพบคนที่กำลังตามหา

ในฉากนี้ There you are. พูดเมื่อผู้พูดเห็นหรือพบคนที่กำลังตามหา ความหมายใกล้กับ “เจอแล้ว” หรือ “ที่แท้อยู่ตรงนี้เอง” นี่เป็นคำพูดที่ใช้แสดงปฏิกิริยาเมื่อพบใคร ไม่ใช่ประโยคที่ต้องแปลตำแหน่งของคำว่า you แบบคำต่อคำ

แบบฝึกหัด

ในฉากนี้ There you are. สื่อความหมายอะไร

  1. ผู้พูดกำลังถามว่าใครบางคนไปไหน
  2. ผู้พูดพบคนที่กำลังตามหาในที่สุด
  3. ผู้พูดกำลังยื่นสิ่งของที่อีกฝ่ายขอ
ดูคำตอบ

ผู้พูดพบคนที่กำลังตามหาในที่สุด

You ran away from me.

6:21

พวกเธอวิ่งหนีฉัน

Well, you ran away from me. น้ำเสียง/เจตนา

6:23

เอ่อ เธอวิ่งหนีฉันก่อนนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Well, ที่ใช้เกริ่นก่อนโต้แย้ง

Well ที่ต้นคำตอบนี้เป็นคำบอกทิศทางของบทสนทนา ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่แปลว่า “สุขภาพดี” หรือคำวิเศษณ์ที่แปลว่า “อย่างดี” คำนี้ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะโต้แย้ง ให้เหตุผล หรือเสนออีกด้านหนึ่ง ในที่นี้ Well ปูทางไปสู่การกล่าวโต้กลับว่าอีกฝ่ายเป็นคนวิ่งหนีไป ความหมายในคำแปลอาจใกล้กับ “แต่” หรือ “ก็” หรืออาจไม่ต้องแปลเป็นคำแยก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาษาและน้ำเสียง

แบบฝึกหัด

Well, ที่ต้นคำตอบนี้ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกว่าผู้พูดมีสุขภาพดี
  2. ยุติการสนทนาอย่างเป็นทางการ
  3. เกริ่นก่อนแสดงความไม่เห็นด้วยหรือโต้แย้งเพื่อปกป้องตนเอง
ดูคำตอบ

เกริ่นก่อนแสดงความไม่เห็นด้วยหรือโต้แย้งเพื่อปกป้องตนเอง

And you were ignoring me. ไวยากรณ์

6:26

แถมเธอยังเมินฉันด้วย

ไวยากรณ์

were ignoring me: การกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ในอดีต

were ignoring เป็น past continuous มีโครงสร้าง were + คำกริยาเติม -ing ในที่นี้รูปดังกล่าวแสดงว่าการเมินกำลังเกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงหนึ่งของอดีต รูปนี้เน้นประสบการณ์ที่ถูกเมินอยู่ในตอนนั้น ไม่ได้แปลว่าการกระทำต้องกินเวลานานมากเสมอไป แต่เป็นการมองการกระทำจากภายในช่วงเวลาในอดีตนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นได้ชัดที่สุดว่าการเมินยังดำเนินต่อไปในขณะที่อีกเหตุการณ์หนึ่งในอดีตกำลังเกิดขึ้น

  1. You were ignoring me while I was trying to explain.
  2. You are ignoring me right now.
  3. You ignored me once last week.
ดูคำตอบ

You were ignoring me while I was trying to explain.

Oh, yeah.

6:27

โอ้ ใช่

I did.

6:28

ฉันทำจริงๆ

Okay.

6:30

โอเค

New rule.

6:30

กฎใหม่

From now on, วลี

6:31

นับจากนี้ไป

no one runs away from anyone. ไวยากรณ์

6:33

ไม่มีใครวิ่งหนีใครอีก

วลี

From now on: การเปลี่ยนแปลงที่เริ่มตั้งแต่ตอนนี้

From now on หมายถึงเริ่มตั้งแต่ขณะนี้และดำเนินต่อไปในอนาคต โดยกำหนดให้ปัจจุบันเป็นจุดเริ่มต้นของกฎ นิสัย หรือการตัดสินใจใหม่ วลีนี้มักอยู่ต้นประโยค ส่วนที่เหลือของประโยคจะบอกว่านับจากจุดนั้นเป็นต้นไปจะให้ทำอะไรหรือใช้อะไรเป็นกฎ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “เริ่มตั้งแต่ตอนนี้และดำเนินต่อไปในอนาคต”: From ____, I will check my work before I submit it.

ดูคำตอบ

now on

ไวยากรณ์

no one ... anyone ในขอบเขตการปฏิเสธ

ในประโยคนี้ no one เป็นประธานและทำให้อนุประโยคมีความหมายปฏิเสธอยู่แล้ว คือไม่มีแม้แต่คนเดียวที่หนี ส่วน anyone เป็นกรรมของบุพบท from และหมายถึงบุคคลใดก็ตามที่อยู่ภายใต้ขอบเขตการปฏิเสธนั้น เมื่อรวมกัน ประโยคนี้จึงครอบคลุมคนทุกคนในทั้งสองบทบาท ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน เมื่อ no one แสดงความหมายปฏิเสธแล้ว รูปที่ใช้ตามมาสำหรับบุคคลที่ไม่จำกัดโดยทั่วไปคือ anyone การใช้ no one ซ้ำจะไม่สื่อรูปแบบภาษาอังกฤษมาตรฐานที่ต้องการได้อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ทิ้งคนอื่นไว้ข้างหลัง

  1. No one may leave everyone behind.
  2. Someone may leave anyone behind.
  3. No one may leave anyone behind.
ดูคำตอบ

No one may leave anyone behind.

Okay?

6:35

โอเคไหม?

Okay.

6:37

โอเค

Okay.

6:37

โอเค

Sorry, Judo.

6:38

ขอโทษนะ จูโด

That's okay. น้ำเสียง/เจตนา

6:39

ไม่เป็นไร

น้ำเสียง/เจตนา

การใช้ That's okay เพื่อตอบคำขอโทษ

เมื่อใช้ตอบคำขอโทษ That's okay. หมายถึง “ฉันยอมรับคำขอโทษของคุณ” หรือ “คุณไม่ต้องกังวล” ประโยคนี้ช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจและช่วยให้เรื่องนั้นจบลง okay ในที่นี้ไม่ได้เป็นเพียงการบอกว่าสิ่งหนึ่งดี ตำแหน่งของประโยคในบทสนทนาซึ่งอยู่หลัง I'm sorry ทำให้ประโยคนี้มีหน้าที่ให้อภัยและปลอบให้อีกฝ่ายสบายใจ

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “I'm sorry I knocked over your water.” คำตอบใดยอมรับคำขอโทษได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. That's okay.
  2. Congratulations.
  3. You're welcome.
ดูคำตอบ

That's okay.

I'm sorry, too, Bingo.

6:40

ฉันก็ขอโทษเหมือนกัน บิงโก

That's okay.

6:42

ไม่เป็นไร

Just don't do it again. น้ำเสียง/เจตนา

6:43

แค่ขอว่าอย่าทำอีกก็พอ

น้ำเสียง/เจตนา

Just don't do it again: การกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนหลังเกิดความผิดพลาด

Don't + คำกริยารูปพื้นฐานเป็นคำสั่งปฏิเสธ ใช้บอกผู้ฟังว่าอย่าทำสิ่งที่เคยทำไปแล้วซ้ำอีก ส่วน again ย้อนกลับไปหมายถึงการกระทำนั้น Just ที่ต้นประโยคทำให้ข้อเรียกร้องมุ่งไปที่เงื่อนไขเพียงข้อเดียว และอาจทำให้น้ำเสียงแข็งน้อยลงเล็กน้อย แต่ไม่ได้เปลี่ยนประโยคนี้ให้เป็นคำแนะนำที่เลือกไม่ทำตามได้ ผู้พูดยังคงกำหนดขอบเขตไว้อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ใน "Just don't do it again" คำว่า just ทำให้คำขอนี้เป็นสิ่งที่ไม่ทำตามก็ได้

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

All right, Bingo.

6:46

เอาล่ะ บิงโก

You can be the butterfly.

6:47

เธอเป็นผีเสื้อได้นะ

Actually, I wanna be the catcher. โน้ต

6:49

ที่จริง ฉันอยากเป็นคนจับมากกว่า

น้ำเสียง/เจตนา

Actually, สำหรับแก้ตัวเลือกที่คนอื่นคาดไว้

Actually, ที่ต้นประโยคเป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังแก้ความเข้าใจหรือการจัดบทบาทที่คนอื่นคาดไว้ และใช้เกริ่นถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้พูด คืออยากเป็นคนจับ Actually ในที่นี้เป็นคำเชื่อมในการสนทนา ไม่ใช่คำบอกเวลาที่หมายถึง “ตอนนี้” รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ Actually, I want/prefer... แล้วตามด้วยข้อมูลที่ต่างจากสิ่งที่ผู้ฟังคาดไว้

แบบฝึกหัด

Actually, ที่ต้นประโยค "Actually, I wanna be the catcher" ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกว่าตัวเลือกนั้นกำลังเกิดขึ้นในเวลาปัจจุบัน
  2. ยืนยันว่าผู้พูดเห็นด้วยกับแผนเดิม
  3. แก้ตัวเลือกที่คนอื่นคาดไว้และบอกความต้องการที่แท้จริงของผู้พูด
ดูคำตอบ

แก้ตัวเลือกที่คนอื่นคาดไว้และบอกความต้องการที่แท้จริงของผู้พูด

การใช้คำ

I wanna: รูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ I want to

I wanna เป็นรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ I want to และต้องตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน เช่น wanna be, wanna go หรือ wanna play ในประโยคนี้ I wanna be มีความหมายว่า I want to be เมื่อได้ยิน wanna ให้ขยายกลับเป็น want to เพื่อให้เห็นโครงสร้างและความหมายที่ครบถ้วน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษแบบภาษาพูดด้วยรูปไม่เป็นทางการของ I want to: ____ build a sandcastle.

ดูคำตอบ

I wanna

Me too.

6:51

ฉันด้วย

Me too.

6:52

ฉันด้วย

Oh, but who will we catch then?

6:53

อ้าว แล้วเราจะจับใครล่ะทีนี้?

I'm gonna put these clean clothes away. โน้ต

6:55

ฉันจะเอาเสื้อผ้าที่ซักแล้วพวกนี้ไปเก็บก่อน

การใช้คำ

I'm gonna: รูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ I am going to

เมื่อ going to ใช้บอกการกระทำที่วางแผนไว้หรือคาดว่าจะเกิดขึ้น I'm gonna เป็นรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ I am going to โดย gonna ต้องตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน และในประโยคนี้คำกริยาคือ put เมื่อต้องการดูโครงสร้างเต็ม ให้ขยาย I'm gonna กลับเป็น I am going to รูปของ be จะเปลี่ยนตามประธาน เช่น I'm gonna, you're gonna, she's gonna

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษแบบภาษาพูดด้วยรูปไม่เป็นทางการของ I am going to: ____ pack my bag tonight.

ดูคำตอบ

I'm gonna

กริยาวลี

put these clean clothes away: กริยาวลี put away ที่แยกคำได้

put something away หมายถึงนำสิ่งของไปเก็บไว้ในที่เก็บตามปกติ เพื่อให้เรียบร้อยและไม่วางทิ้งไว้ข้างนอก ในประโยคนี้ put these clean clothes away หมายถึงนำเสื้อผ้าสะอาดไปเก็บในตู้เสื้อผ้า ลิ้นชัก หรือสถานที่อื่นที่เหมาะสม โดย away เพิ่มความหมายว่า “เก็บเข้าที่” put away เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ ถ้ากรรมเป็นคำนาม จะวางระหว่าง put กับ away เหมือนใน put these clean clothes away หรือวางหลัง away เหมือนใน put away these clean clothes ก็ได้ แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางตรงกลางเท่านั้น: put them away ไม่ใช่ put away them

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งให้สมบูรณ์โดยใช้ put away และคำสรรพนาม them: The toys are no longer in use. Please ____.

ดูคำตอบ

put them away

unh put these clean clothes away.

6:59

อึ๊บ เอาเสื้อผ้าที่ซักแล้วพวกนี้ไปเก็บก่อน

unh put these clean clothes away.

7:01

อึ๊บ เอาเสื้อผ้าที่ซักแล้วพวกนี้ไปเก็บก่อน

I'm gonna...

7:03

ฉันจะ...