การ์ตูนตอนไฟดับ พร้อมคำบรรยาย | เป๊ปป้าพิก การ์ตูนสำหรับเด็กและครอบครัวอย่างเป็นทางการ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Peppa Pig - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: ไฟฟ้าดับทำให้ไฟส่องสว่างและเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านของครอบครัวพิกหยุดทำงาน ระหว่างรอให้ไฟฟ้ากลับมา เป๊ปป้าใช้กล่องกระดาษแข็งกับไฟฉายทำเป็นรายการข่าวโทรทัศน์สมมติ และได้เรียนรู้ว่าครอบครัวสามารถคิดความบันเทิงขึ้นเองได้แม้โทรทัศน์จะเปิดไม่ได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. power cut. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่าเป็นคำที่ใช้ทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบบริติชเพื่อหมายถึงการหยุดจ่ายไฟฟ้า และเชื่อมโยงกับคำแบบอเมริกัน power outage ได้ โดยไม่แปลแยกคำตรงตัวว่าเป็นการ “ตัดพลังงาน” 2. make up their own games. — กริยาวลี: เข้าใจว่า make up ในบริบทนี้หมายถึงคิดหรือสร้างขึ้นมา และใช้วลีนี้กล่าวถึงเด็กที่คิดเกมเล่นเอง หรือคนที่สร้างกิจกรรมของตนแทนการพึ่งความบันเทิงที่เตรียมไว้แล้ว 3. Welcome to Peppa Pig News with me, Peppa Pig. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในโลกจริง: สังเกตรูปแบบเปิดรายการของพิธีกรโทรทัศน์ ซึ่งประกอบด้วยคำต้อนรับ ชื่อรายการ และการแนะนำตัวผู้ดำเนินรายการ แล้วนำรูปแบบนี้ไปปรับใช้เมื่อสวมบทบาทหรือแนะนำรายการของตนเอง
คำอธิบายในบทเรียนนี้
power cut: คำภาษาอังกฤษแบบบริติชที่หมายถึงไฟดับ
power cut เป็นนามวลีที่หมายถึงการหยุดจ่ายไฟฟ้า ในชื่อเรื่องนี้ วลีดังกล่าวใช้เรียกเหตุการณ์นั้น โดย cut เป็นคำนามหลัก ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า ตัด ให้จำ power cut เป็นวลีหนึ่งหน่วย เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในชีวิตประจำวันของภาษาอังกฤษแบบบริติชเมื่อไฟฟ้าดับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ power cut เป็นนามวลีภาษาอังกฤษแบบบริติชที่หมายถึงไฟดับ
- The technician made a clean cut through the power cable.
- The shop closed during a power cut.
- The shop reduced its power use for the day.
ดูคำตอบ
The shop closed during a power cut.
Peppa and George are in the sitting room dancing to their favorite song. โน้ต
0:06เป๊ปป้าและจอร์จอยู่ในห้องนั่งเล่น กำลังเต้นรำเพลงโปรดของพวกเขา
sitting room: ชื่อเรียกห้องนั่งเล่นในภาษาอังกฤษแบบบริติช
sitting room เป็นชื่อเรียกห้องชนิดหนึ่งในบ้านที่ใช้เป็นคำตายตัว ไม่ใช่คำบรรยายตามตัวอักษรของห้องใดก็ตามที่มีคนนั่งอยู่ คำนี้หมายถึงห้องที่ใช้พักผ่อน พูดคุย ดูโทรทัศน์ และทำกิจกรรมคล้ายกัน คำนี้สัมพันธ์กับภาษาอังกฤษแบบบริติชเป็นพิเศษ ในประโยคนี้ in the sitting room บอกว่าเป๊ปป้าและจอร์จกำลังเต้นอยู่ที่ไหน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ sitting room เป็นชื่อเรียกห้องชนิดหนึ่งในบ้าน
- We watched television in the sitting room.
- We sat in the waiting room until noon.
- We moved the chairs into a storage room.
ดูคำตอบ
We watched television in the sitting room.
dance to a song: เต้นตามเพลง
Dance to a song หมายถึงเต้นในขณะที่เพลงนั้นกำลังเล่น โดยปกติจะเต้นตามจังหวะ ในที่นี้ to ใช้เชื่อมกับเพลงที่กำหนดจังหวะการเต้น ไม่ได้บอกจุดหมายปลายทาง โครงสร้างคือ dance to + เพลง ดนตรี จังหวะดนตรี หรือจังหวะ
แบบฝึกหัด
เติม dance และคำบุพบทหนึ่งคำเพื่อให้หมายถึงการเคลื่อนไหวตามจังหวะเพลง: At parties, they love to ____ their favorite song.
ดูคำตอบ
dance to
And Mummy Pig is in her study doing important work on her computer.
0:15และมัมมี่พิกอยู่ในห้องทำงาน กำลังทำงานสำคัญบนคอมพิวเตอร์
has gone all dark: go + คำคุณศัพท์เพื่อบอกการเปลี่ยนสภาพ
ใน it's gone all dark คำว่า it's หมายถึง it has และ gone เป็นรูป past participle ของ go โครงสร้าง go + คำคุณศัพท์บอกการเปลี่ยนไปสู่สภาพใหม่ ดังนั้น has gone dark จึงหมายถึง “มืดลงแล้ว” ไม่ใช่ “จากไปแล้ว” all ขยายความ dark ให้หนักแน่นขึ้น โดยบอกว่าทุกอย่างรอบตัวผู้พูดตอนนี้ดูมืดสนิท Present perfect แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นมีผลอยู่ในปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
เติมรูป present perfect ของ go + all dark: The lights have just gone out, and the hallway ____.
ดูคำตอบ
has gone all dark
won't work: อุปกรณ์ไม่สามารถทำงานได้
เมื่อประธานเป็นเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ work หมายถึง “ทำงานหรือใช้งานได้” ในประโยคนี้ won't work หมายถึงเครื่องดูดฝุ่นไม่สามารถทำงานหรือใช้งานได้ตามปกติ เมื่อประธานเป็นสิ่งไม่มีชีวิต won't มักบอกว่าอุปกรณ์ใช้งานไม่ได้ในขณะนั้น โดยเฉพาะหลังจากมีคนลองใช้แล้ว ไม่ได้หมายความว่าเครื่องนั้นไม่มีงานทำหรือจงใจไม่ให้ความร่วมมือ
แบบฝึกหัด
my vacuum won't work ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร
- เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดได้แต่ไม่ยอมทำ
- เครื่องดูดฝุ่นไม่มีงานทำ
- เครื่องดูดฝุ่นทำงานไม่ได้
ดูคำตอบ
เครื่องดูดฝุ่นทำงานไม่ได้
has switched off: อุปกรณ์หยุดทำงานแล้ว
switch off หมายถึง “หยุดทำงาน” หรือ “ปิด/ดับ” ในประโยคนี้ computer เป็นประธาน ดังนั้น has switched off จึงหมายความว่าคอมพิวเตอร์หยุดทำงานแล้ว โดยไม่ได้ระบุว่าใครเป็นคนปิด has switched off เป็นรูป present perfect คือการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นก่อนตอนนี้ และตอนนี้คอมพิวเตอร์อยู่ในสภาพปิด switch off ใช้กับกรรมได้ด้วย เช่น Please switch off the computer.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าหน้าจอหยุดทำงานโดยไม่ได้บอกว่ามีคนปิดหน้าจอ
- The screen has been switched off.
- The technician has switched the screen off.
- The screen has switched off.
ดูคำตอบ
The screen has switched off.
Mummy Pig tries the light switch, but the lights do not come on. กริยาวลี
0:37มัมมี่พิกลองกดสวิตช์ไฟ แต่ไฟก็ไม่ติด
do not come on: ไฟไม่ติด
เมื่อใช้ไฟหรืออุปกรณ์เป็นประธาน come on หมายถึง “ติดขึ้นมา” หรือ “เริ่มทำงาน” ในรูปปฏิเสธ the lights do not come on หมายความว่าเมื่อลองเปิดสวิตช์แล้วไม่เกิดผลตามที่คาดไว้ การใช้นี้อธิบายการเปลี่ยนสถานะของอุปกรณ์ ไม่ใช่คำอุทาน Come on! ที่ใช้ในความหมายว่า “เร็วเข้า” หรือ “เอาเลย”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าไฟไม่ติด โดยไม่ได้บอกว่าใครเป็นคนเปิดสวิตช์
- The lights did not come on.
- The lights did not come here.
- Someone did not turn the lights on.
ดูคำตอบ
The lights did not come on.
It must be...: ข้อสรุปที่มั่นใจมากจากหลักฐาน
ใน It must be a power cut คำว่า must ใช้แสดงข้อสรุปที่มั่นใจมากโดยอาศัยหลักฐาน ผู้พูดไม่ได้กำลังบอกกฎ แต่เห็นว่าสถานการณ์ทำให้ไฟดับเป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผลที่สุด โครงสร้าง ประธาน + must be + นามวลีหรือคำคุณศัพท์ หมายความว่าผู้พูดมั่นใจมากว่าสิ่งหนึ่งเป็นจริงจากสิ่งที่เห็นหรือรู้ เป็นการอนุมาน ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
must ใน It must be a power cut หมายความว่าอะไร
- มีคนถูกกำหนดให้ต้องทำให้ไฟดับ
- ผู้พูดเชื่อว่าไฟดับเป็นไปไม่ได้
- ผู้พูดอนุมานจากหลักฐานด้วยความมั่นใจมาก
ดูคำตอบ
ผู้พูดอนุมานจากหลักฐานด้วยความมั่นใจมาก
is when... สำหรับนิยามง่าย ๆ ในภาษาพูด
โครงสร้าง A is when... ใช้ให้นิยามแบบง่าย ๆ โดยบอกสถานการณ์ที่ A เกิดขึ้น ในประโยคนี้ อนุประโยค there is no electricity อธิบายความหมายของ power cut when ในที่นี้ไม่ได้ใช้ถามคำถาม แต่ใช้เกริ่นสถานการณ์ที่เป็นคำนิยาม จึงนำโครงสร้างนี้ไปใช้อธิบายเหตุการณ์หรือสภาวะด้วยภาษาทั่วไปได้
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเป้าหมายเพื่อทำให้นิยามภาษาพูดแบบง่าย ๆ สมบูรณ์: A blackout ____ an area suddenly loses electricity.
ดูคำตอบ
is when
Electricity is what makes everything in our house work. ไวยากรณ์
0:50ไฟฟ้าคือสิ่งที่ทำให้ทุกอย่างในบ้านเราทำงานได้ไงจ๊ะ
is what makes... work สำหรับอธิบายสาเหตุหรือหน้าที่
ใน is what makes... คำว่า what หมายถึง “สิ่งที่” ไม่ใช่คำที่ใช้ถาม อนุประโยคทั้งหมด what makes everything in our house work อยู่หลัง is และอธิบายหน้าที่ของ electricity ภายในอนุประโยคนี้ make ใช้รูปแบบ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน: makes everything ... work หลังกรรมให้ใช้ work ไม่ใช่ works หรือ to work
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้โครงสร้าง what makes + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน ได้ถูกต้อง
- Heat is what makes the ice melts.
- Heat is what makes the ice melt.
- Heat is what makes the ice to melt.
ดูคำตอบ
Heat is what makes the ice melt.
come back again: บริการกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง
come back ไม่ได้ใช้เฉพาะกับคนที่กลับมาเท่านั้น เมื่อใช้กับไฟฟ้า บริการอินเทอร์เน็ต เสียง หรือสิ่งอื่นที่หายไปชั่วคราว จะหมายถึงสิ่งนั้นกลับมาใช้งานหรือรับรู้ได้อีกครั้ง ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังถามว่าไฟฟ้าจะกลับมาใช้ได้หรือไม่ again เน้นความหมายของการกลับไปสู่สภาพเดิม เนื่องจาก come back มีความหมายนี้อยู่แล้ว จึงมักละ again ได้ แต่ come back again ก็ฟังเป็นธรรมชาติในบทสนทนา
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The Wi-Fi stopped working, but it came back ten minutes later.” came back หมายความว่าอะไร
- มันเคลื่อนกลับมาหาผู้พูด
- มีคนนำมันไปคืนที่ร้าน
- มันกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง
ดูคำตอบ
มันกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง
in the meantime: เปลี่ยนไปพูดถึงสิ่งที่ทำระหว่างรอ
in the meantime หมายถึงช่วงเวลาก่อนที่อีกเหตุการณ์หนึ่งซึ่งคาดไว้ว่าจะเกิดขึ้น เป็นสำนวนบอกเวลา ไม่ใช่สถานที่ สำนวนนี้จัดลำดับข้อมูลโดยเปลี่ยนจากเรื่องที่ยังต้องรอ ไปยังการกระทำหรือสถานการณ์ในช่วงเวลาที่รอ เมื่อวางไว้ต้นอนุประโยค โดยทั่วไปจะตามด้วยเครื่องหมายจุลภาคเหมือนในตัวอย่าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย in the meantime: The train will arrive in ten minutes; ____, let's wait inside.
ดูคำตอบ
in the meantime
torch: “ไฟฉาย” ในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ
ตรงนี้ torch หมายถึงไฟฟ้าขนาดเล็กที่ถือด้วยมือ หรือสิ่งที่ภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมักเรียกว่า flashlight ครอบครัวต้องการแสงสว่างตอนไฟดับ จึงไม่ได้หมายถึงคบเพลิงที่กำลังไหม้ ฉากช่วยบอกความหมายที่ถูกต้องได้ หากเป็นการให้แสงสว่างภายในอาคารสมัยใหม่ มักหมายถึงไฟฉาย แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับไฟหรือเปลวไฟ อาจหมายถึงคบเพลิง
แบบฝึกหัด
ในประโยคภาษาอังกฤษแบบอังกฤษนี้ torch น่าจะหมายถึงอะไร? The power is out, so we need a torch.
- ไฟฟ้าที่ถือด้วยมือ
- สวิตช์ไฟ
- ไม้ที่กำลังลุกไหม้
ดูคำตอบ
ไฟฟ้าที่ถือด้วยมือ
go and get it: ไปเอาของมา
ใน go and get it โครงสร้าง go and + กริยารูปพื้นฐานนำเสนอสองขั้นตอนที่ต่อเนื่องกันเป็นแผนเดียว คือไปยังสถานที่นั้นก่อน แล้วจึงทำการกระทำถัดไป ตรงนี้ get หมายถึงไปหยิบและนำกลับมา ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงไปยังจุดที่ของอยู่แล้วนำของกลับมา ใน I'll go and get it คำว่า I'll มีความหมายของ will ส่วน go และ get ยังคงเป็นกริยารูปพื้นฐาน โครงสร้างภาษาพูดแบบเดียวกันใช้ได้ใน go and check และ go and ask
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบโดยใช้ go and + get และใช้ it แทนชุดปฐมพยาบาล: The first-aid kit is in the car. I'll ____.
ดูคำตอบ
go and get it
just a bit: ลดระดับให้ฟังดูเบาลง
a bit หมายถึง “ในระดับเล็กน้อย” และ just ทำให้ระดับนั้นฟังดูน้อยลงไปอีก ใน just a bit dark ผู้พูดทำให้ความมืดดูเป็นเรื่องเล็กน้อยมากกว่าเรื่องร้ายแรง ถ้อยคำนี้ยังช่วยลดน้ำหนักของคำตอบ ทำให้ผู้พูดฟังดูสงบและช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจ ไม่ได้เป็นการวัดอย่างแม่นยำว่าบริเวณนั้นมืดเพียงใด
แบบฝึกหัด
just a bit ส่งผลต่อความหมายและน้ำเสียงของประโยคนี้อย่างไร?
- เน้นว่าสถานที่นั้นมืดสนิทและอันตราย
- บอกระดับแสงด้วยค่าที่แม่นยำ
- ทำให้ความมืดดูมีเพียงเล็กน้อยและทำให้สถานการณ์ฟังดูไม่ร้ายแรงนัก
ดูคำตอบ
ทำให้ความมืดดูมีเพียงเล็กน้อยและทำให้สถานการณ์ฟังดูไม่ร้ายแรงนัก
making a funny face: ทำสีหน้าตลก
Make a funny face เป็นสำนวนภาษาอังกฤษตามธรรมชาติสำหรับการตั้งใจทำสีหน้าที่ดูตลก แปลก หรือขบขัน ในที่นี้ make หมายถึง “ทำให้ใบหน้าแสดงสีหน้าอย่างหนึ่ง” ไม่ได้หมายถึงการสร้างวัตถุ ภาษาอังกฤษใช้ make ไม่ใช่ do เพราะการกระทำกำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ ประโยคจึงใช้ is making ดังนั้นสำนวนพื้นฐาน make a funny face จึงปรากฏเป็น is making a funny face
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่ใช้ make และหมายถึงการทำหน้าตลก: For the photo, Mia is ____.
ดูคำตอบ
making a funny face
Don't worry: การพูดให้อีกฝ่ายสบายใจ
Don't worry เป็นคำพูดที่ใช้บ่อยเพื่อให้อีกฝ่ายที่กลัว กังวล หรือตื่นเต้นรู้สึกสบายใจขึ้น แม้รูปประโยคจะเป็นคำสั่ง แต่ในที่นี้เป็นการบอกอย่างอ่อนโยนให้ใจเย็นลง ไม่ใช่คำสั่งที่แข็งกร้าว หลังจากนั้นมักตามด้วยคำอธิบาย คำรับรอง หรือข้อเสนอที่จะช่วย รูปแบบนี้ช่วยปลอบอีกฝ่ายก่อน แล้วจึงบอกว่าเหตุใดสถานการณ์จึงปลอดภัยหรือจัดการได้
แบบฝึกหัด
เพื่อนตกใจกลัวเพราะได้ยินเสียงบางอย่าง คำตอบใดช่วยให้เพื่อนสบายใจได้ดีที่สุด
- Don't worry. I'll check what made the noise.
- Stop talking about the noise.
- You must be worried because the noise was loud.
ดูคำตอบ
Don't worry. I'll check what made the noise.
It's only...: บอกว่าบางสิ่งไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
ใน It's only Peppa คำว่า only หมายถึง “เป็นเพียง” หรือ “ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่านั้น” โครงสร้างนี้ใช้บอกว่าสิ่งที่อีกฝ่ายเห็นหรือได้ยินจริง ๆ คืออะไร และอธิบายว่าเป็นสิ่งธรรมดาหรือปลอดภัย จึงช่วยลดความกลัวของผู้ฟัง only ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเป๊ปป้าเป็นคนเพียงคนเดียวที่อยู่ตรงนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ It's only + คนหรือสิ่งของ เมื่อสิ่งที่เป็นต้นเหตุจริงไม่น่ากลัวอย่างที่ดูในตอนแรก
แบบฝึกหัด
เด็กเข้าใจผิดคิดว่าเสื้อโค้ตบนเก้าอี้เป็นคน ประโยคใดใช้ It's only... เพื่อบอกว่าสิ่งนั้นไม่ได้น่ากลัว
- It's the only coat on the chair.
- Only put the coat on the chair.
- It's only a coat on the chair.
ดูคำตอบ
It's only a coat on the chair.
Oh, we'd better tell Daddy we found the torch. ไวยากรณ์
1:51โอ้ เราควรบอกคุณพ่อว่าเราเจอไฟฉายแล้วนะ
we'd better tell: คำแนะนำเร่งด่วนตามสถานการณ์ปัจจุบัน
We'd better tell เป็นรูปย่อของ we had better tell โครงสร้าง had better + กริยารูปพื้นฐานนำเสนอการกระทำว่าเป็นขั้นตอนถัดไปที่เหมาะสมที่สุดหรือจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน และมักสื่อว่าการล่าช้าอาจทำให้เกิดปัญหาได้ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังตัดสินใจว่ากลุ่มควรทำอะไรต่อไป คือบอกพ่อว่าพบไฟฉายแล้ว ในโครงสร้างนี้ 'd หมายถึง had และหลัง better ใช้ tell โดยตรง ไม่ใช่ to tell
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง had better ได้ถูกต้องเพื่อให้คำแนะนำที่ควรทำทันที
- We'd better to tell him now.
- We'd better tell him now.
- We would better tell him now.
ดูคำตอบ
We'd better tell him now.
Daddy is still in the cellar looking for the torch. กริยาวลี
1:55แด๊ดดี้พิกยังคงอยู่ในห้องใต้ดินเพื่อหาไฟฉาย
looking for the torch: กำลังพยายามหาบางสิ่งให้พบ
looking for the torch หมายถึงกำลังพยายามหาไฟฉายให้พบ look for ทำหน้าที่เป็นหน่วยเดียวในรูป look for + คนหรือสิ่งของ ในสำนวนนี้ for เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้มีความหมายเรื่องจุดประสงค์หรือผู้ได้รับประโยชน์แยกต่างหาก รูป -ing ใน looking แสดงว่าการค้นหาเป็นกิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่ ไม่ได้หมายความว่าพบไฟฉายแล้ว
แบบฝึกหัด
กุญแจของคุณหายไป ประโยคใดหมายความว่าคุณกำลังพยายามหากุญแจ
- I'm looking for my keys.
- I found my keys.
- I'm looking at my keys.
ดูคำตอบ
I'm looking for my keys.
all the time: ตลอดช่วงเวลานั้น
ในประโยคนี้ all the time หมายถึง “ตลอดช่วงเวลานั้น” ไฟฉายอยู่ในครัวตั้งแต่เริ่มค้นหาจนค้นหาเสร็จ เพียงแต่ทุกคนมารู้ทีหลัง all the time ยังหมายถึง “บ่อยมาก” หรือ “ตลอดเวลา” ในเชิงนิสัยได้ด้วย แต่ประโยคนี้พูดถึงช่วงเวลาหนึ่งที่จบไปแล้ว และ was in the kitchen เป็นสภาวะที่ต่อเนื่อง จึงหมายถึง “อยู่แบบนั้นตลอดช่วงเวลา”
แบบฝึกหัด
ในประโยคภาษาอังกฤษ“The charger was under the sofa all the time,” all the time หมายถึงอะไร
- มันเพิ่งมาปรากฏตรงนั้นในตอนท้าย
- มีคนนำมันไปวางตรงนั้นหลายครั้ง
- มันอยู่ตรงนั้นตลอดช่วงที่ค้นหา
ดูคำตอบ
มันอยู่ตรงนั้นตลอดช่วงที่ค้นหา
What a stroke of luck!: อุทานเมื่อโชคดีอย่างไม่คาดคิด
a stroke of luck คือเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดี stroke เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนตายตัวในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการตีจริง ๆ What a + นามวลีเอกพจน์! เป็นรูปแบบประโยคอุทาน ดังนั้น What a stroke of luck! จึงแสดงความประหลาดใจและความยินดีอย่างมากที่เรื่องหนึ่งลงเอยด้วยดีเพราะโชคช่วย
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะจะอธิบายด้วย“What a stroke of luck!”มากที่สุด
- คุณเก็บหนังสือเดินทางไว้ในลิ้นชักเดิมทุกวัน
- คุณพบหนังสือเดินทางที่หายโดยไม่คาดคิดก่อนออกไปสนามบินห้านาที
- คุณพลาดเที่ยวบินเพราะลืมเวลาออกเดินทาง
ดูคำตอบ
คุณพบหนังสือเดินทางที่หายโดยไม่คาดคิดก่อนออกไปสนามบินห้านาที
Now, we just have to wait until the electricity comes back. ไวยากรณ์
2:11เอาล่ะ ตอนนี้เราก็แค่ต้องรอจนกว่าไฟฟ้าจะกลับมา
have to wait until the ...: ต้องรอจนกว่าบางสิ่งจะเกิดขึ้น
ใน have to wait until... คำว่า have to แสดงว่าจำเป็นต้องรอ ส่วน just ในที่นี้แสดงว่าสิ่งเดียวที่เหลือให้ทำคือรอ wait until ใช้บอกเวลาหรือเหตุการณ์ที่ทำให้การรอสิ้นสุดลง ไม่ได้บอกเหตุผลที่รอ แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในอนาคต อนุประโยคหลัง until มักใช้ present simple เช่น until the electricity comes back ไม่ใช้ until the electricity will come back
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้อย่างถูกต้องว่าเราต้องรอต่อไปจนกว่าแพทย์จะติดต่อเรา?
- We have to wait until the doctor will call us.
- We have to wait until the doctor calls us.
- We have to wait for the doctor calls us.
ดูคำตอบ
We have to wait until the doctor calls us.
How long will that be?: การถามระยะเวลา
How long will that be? ใช้ถามระยะเวลา ว่าสถานการณ์หนึ่งจะดำเนินอยู่นานเท่าใด หรือต้องรออีกนานแค่ไหน ในที่นี้ that หมายถึงสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง ไม่ได้หมายถึงความยาวของวัตถุ exactly ที่ท้ายประโยคแสดงว่าผู้พูดต้องการเวลาประมาณการที่แม่นยำขึ้น และอาจทำให้คำถามฟังดูเร่งเร้ามากขึ้นเล็กน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำเสียง
แบบฝึกหัด
ช่างบอกว่ายังซ่อมไม่เสร็จ และคุณคาดว่าจะได้คำตอบว่า "About twenty minutes." คุณควรถามว่าอย่างไร?
- How long will that be?
- When will that be?
- What time will that be?
ดูคำตอบ
How long will that be?
ใช้ I would say เพื่อกะประมาณอย่างรอบคอบ
I would say ใช้เกริ่นการกะประมาณหรือการประเมินส่วนตัว ความหมายใกล้กับ 'ในความเห็นของฉัน' หรือ 'ถ้าให้กะอย่างดีที่สุด' จึงทำให้ข้อความที่ตามมาเป็นความเห็น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน would ในที่นี้ไม่ได้กล่าวถึงอดีต แต่ช่วยเว้นระยะจากการยืนยันอย่างเด็ดขาด คำตอบจึงฟังไม่ตรงเกินไปและเปิดโอกาสว่าผู้พูดอาจคาดผิดได้
แบบฝึกหัด
คุณไม่แน่ใจทั้งหมดว่าการเดินทางจะใช้เวลานานเท่าไร ประโยคใดเป็นการกะประมาณอย่างสุภาพและรอบคอบ
- I would say it will take about three hours.
- It will take exactly three hours.
- How long would you say it takes?
ดูคำตอบ
I would say it will take about three hours.
ใช้ I know what we can do เพื่อเกริ่นไอเดียใหม่
I know what we can do มักใช้ประกาศว่าผู้พูดเพิ่งคิดไอเดียหรือวิธีแก้ปัญหาได้ ในบทสนทนา ประโยคนี้พากลุ่มจากปัญหาไปสู่ขั้นตอนต่อไปที่เสนอขึ้นมา จึงไม่ได้เป็นเพียงการบอกว่าผู้พูดรู้อะไรบางอย่าง What we can do เป็นคำถามแฝงที่ตามหลัง know จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what + we + can + do ส่วน What can we do? เป็นคำถามตรงและทำหน้าที่ต่างกัน
แบบฝึกหัด
กลุ่มต้องการแผนใหม่และคุณเพิ่งคิดแผนหนึ่งได้ ประโยคใดใช้เกริ่นไอเดียของคุณได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- I don't know what to do.
- What can we do?
- I know what we can do.
ดูคำตอบ
I know what we can do.
“won't go on” เมื่ออุปกรณ์เปิดไม่ติด
ในประโยคนี้ won't go on หมายถึง “เปิดไม่ติดหรือไม่เริ่มทำงาน” คำว่า it หมายถึงอุปกรณ์ และผู้พูดได้ลองเปิดอุปกรณ์นั้นแล้ว Go on มักหมายถึง “ดำเนินต่อ” แต่เมื่อประธานเป็นอุปกรณ์และบริบทชัดเจนว่ากำลังพยายามเปิดเครื่อง ก็อาจหมายถึง “เริ่มทำงาน” ได้ ต้องดูบริบทเพื่อเลือกความหมาย
แบบฝึกหัด
คุณกดปุ่มเปิดเครื่อง แต่หน้าจอโทรทัศน์ยังคงมืดอยู่ “It won't go on” หมายความว่าอะไร
- โทรทัศน์จะไม่ถูกวางไว้ข้างบน
- โทรทัศน์ไม่เริ่มทำงาน
- รายการโทรทัศน์จะไม่ดำเนินต่อ
ดูคำตอบ
โทรทัศน์ไม่เริ่มทำงาน
“Now what are we going to do?” หลังจากแผนล้มเหลว
Now what are we going to do? ใช้ถามถึงแผนต่อไปหลังจากสถานการณ์เปลี่ยนไปหรือแผนก่อนหน้าล้มเหลว มีความหมายใกล้เคียงกับ “What should we do now?” Now ที่ขึ้นต้นประโยคไม่ได้บอกเพียงเวลาปัจจุบัน แต่ยังแสดงว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ทางเลือกเดิมใช้ไม่ได้ กลุ่มจึงต้องหาทางเลือกใหม่
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะกับคำถาม “Now what are we going to do?” มากที่สุด
- แผนเดิมของเราล้มเหลว และเราต้องการแผนใหม่
- เราเพียงต้องการรู้เวลาปัจจุบัน
- เราทำทุกอย่างเสร็จแล้วและไม่ต้องการแผนอื่น
ดูคำตอบ
แผนเดิมของเราล้มเหลว และเราต้องการแผนใหม่
In the olden days: วิธีพูดว่า “นานมาแล้ว” แบบเล่าเรื่อง
In the olden days หมายถึง “นานมาแล้ว ในยุคก่อน” โดยไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่แน่นอน วลีนี้ทำให้เนื้อหาที่ตามมาฟังเหมือนเรื่องเล่า หรือความทรงจำอันอบอุ่นเกี่ยวกับอดีตที่แตกต่างจากปัจจุบันมาก ในประโยคนี้ใช้เกริ่นถึงชีวิตก่อนมีโทรทัศน์
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะเริ่มด้วย “In the olden days”?
- ผู้เล่าเรื่องกำลังเริ่มเล่าเรื่องชีวิตเมื่อนานมาแล้ว
- ตารางประวัติศาสตร์กำลังระบุปี 1914 ถึง 1918 อย่างเจาะจง
- คู่มือซ่อมกำลังระบุวันที่ผลิตเครื่องจักรอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ
ผู้เล่าเรื่องกำลังเริ่มเล่าเรื่องชีวิตเมื่อนานมาแล้ว
would have to: ความจำเป็นที่เกิดซ้ำในอดีต
เมื่อมีกรอบเวลาในอดีตที่ชัดเจน would have to สามารถบอกความจำเป็นที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ หรือเป็นเรื่องปกติในเวลานั้นได้ โดย would แสดงรูปแบบที่เกิดซ้ำในอดีต และ have to ให้ความหมายเรื่องความจำเป็น ในที่นี้ would ไม่ได้แสดงความปรารถนาหรือเงื่อนไขที่ไม่เป็นจริง ประโยคนี้กำลังสรุปภาพรวมว่าเด็ก ๆ ในสถานการณ์สมัยก่อนนั้นมักจำเป็นต้องทำอะไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ would have to เพื่อบอกความจำเป็นที่เกิดเป็นประจำจากเงื่อนไขในอดีต?
- Before refrigerators, families would have to buy fresh food more often.
- Maya knew she would have to visit the dentist the next day.
- If the road closed, Leo would have to take the train.
ดูคำตอบ
Before refrigerators, families would have to buy fresh food more often.
make up their own games: คิดเกมของตัวเองขึ้นมา
ในที่นี้ make up หมายถึงคิดหรือสร้างสิ่งที่ยังไม่มีขึ้นมา เกมเหล่านี้ไม่ได้มีเตรียมไว้อยู่แล้ว แต่เด็ก ๆ เป็นคนคิดขึ้นมาเอง ในโครงสร้าง make up + game/story/excuse กรรมคือเนื้อหาที่ถูกคิดขึ้นมา ส่วน their own เน้นว่าเด็ก ๆ เป็นคนสร้างเกมเอง ไม่ใช่คนอื่น
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The children made up their own game.” คำว่า made up หมายถึงอะไร
- พวกเขากลับมาคืนดีกันหลังจากทะเลาะกัน
- พวกเขาแต่งหน้าก่อนเล่น
- พวกเขาคิดเกมนั้นขึ้นมาเอง
ดูคำตอบ
พวกเขาคิดเกมนั้นขึ้นมาเอง
Mummy, will you cut a hole in this box for me? โน้ต
3:00แม่คะ แม่ช่วยตัดรูที่กล่องนี้ให้หนูหน่อยได้ไหมคะ?
Will you ... for me?: การขอความช่วยเหลืออย่างสุภาพ
Will you + กริยารูปพื้นฐาน ... for me? ใช้ขอให้อีกฝ่ายทำบางอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อผู้พูด ในที่นี้ will เป็นการถามว่าอีกฝ่ายยินดีทำหรือไม่ ไม่ใช่การคาดการณ์อนาคต for me ระบุว่าใครเป็นผู้ได้รับความช่วยเหลือ เมื่อเทียบกับประโยคคำสั่ง Cut a hole... รูปคำถามจะนำเสนอการกระทำนั้นเป็นคำขอ แต่ระดับความสุภาพยังขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและสถานการณ์ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมคำขอให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง Will you ... for me?: ____ carry this bag ____, please?
ดูคำตอบ
Will you · for me
cut a hole in ...: ตัดให้เกิดช่อง
Cut a hole in something หมายถึงการตัดวัสดุหรือสิ่งของให้เกิดช่อง ในตัวอย่างนี้ this box คือสิ่งของที่จะมีช่องอยู่บนกล่อง โครงสร้างคือ cut + a hole + in + วัสดุหรือสิ่งของ cut อาจหมายถึงการใช้กรรไกร มีด หรืออุปกรณ์ตัดชนิดอื่น ขึ้นอยู่กับวัสดุและเครื่องมือ ส่วน in บอกว่าช่องถูกทำขึ้นที่ใด ไม่ได้บอกทิศทางการเคลื่อนที่
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่ใช้ cut: To thread the ribbon through, please ____ the card.
ดูคำตอบ
cut a hole in
What for?: ถามจุดประสงค์
What for? เป็นคำถามสั้น ๆ ในบทสนทนา ใช้ถามจุดประสงค์ของการกระทำ คำขอ หรือสิ่งของที่เพิ่งพูดถึง ในที่นี้หมายถึงการถามว่าทำไมจึงต้องมีช่องในกล่อง what และ for ทำงานร่วมกันเป็นคำถามที่หมายถึง “เพื่อจุดประสงค์อะไร” ไม่ได้ถามว่าใครจะเป็นผู้รับสิ่งของ
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า “I need the scissors.” คุณตอบว่า “What for?” คุณกำลังถามอะไร
- กรรไกรมีไว้ให้ใคร
- กรรไกรอยู่ที่ไหน
- ทำไมจึงต้องใช้กรรไกร
ดูคำตอบ
ทำไมจึงต้องใช้กรรไกร
You'll see: ยังไม่เฉลยจนกว่าจะถึงเวลา
ในคำตอบนี้ You'll see หมายถึง “พอถึงตอนนั้นก็จะรู้เอง” ไม่ได้หมายเพียงว่า “จะมองเห็นบางอย่าง” ผู้พูดยังไม่อธิบายแผนและปล่อยให้ผลลัพธ์เป็นตัวเฉลย สำนวนนี้ใช้เก็บเรื่องเซอร์ไพรส์ไว้เป็นความลับ สร้างความคาดหวัง หรือแสดงความมั่นใจว่าผลลัพธ์จะทำให้ทุกอย่างชัดเจนได้
แบบฝึกหัด
เพื่อนถามว่าคุณวางแผนทำเซอร์ไพรส์อะไรไว้ คุณตอบว่า “You'll see.” โดยมากหมายความว่าอะไร?
- ฉันจะอธิบายแผนทั้งหมดเดี๋ยวนี้
- คุณได้เห็นเรื่องเซอร์ไพรส์แล้ว
- ตอนนี้ฉันยังเก็บคำตอบไว้ แล้วภายหลังทุกอย่างจะชัดเจนเอง
ดูคำตอบ
ตอนนี้ฉันยังเก็บคำตอบไว้ แล้วภายหลังทุกอย่างจะชัดเจนเอง
There you are: ยื่นของหรือบอกว่างานเสร็จแล้ว
ในที่นี้ There you are เป็นสำนวนตายตัวที่พูดตอนยื่นของให้ใครบางคน หรือทำสิ่งที่อีกฝ่ายขอเสร็จแล้ว มีความหมายใกล้เคียงกับ “นี่จ้ะ” หรือ “เสร็จแล้วนะ” ความหมายนี้มาจากสถานการณ์ ไม่ใช่ความหมายตรงตัวของคำ ผู้พูดไม่ได้กำลังบอกว่าเปปป้าอยู่ที่ไหน สำนวนนี้ปิดท้ายการกระทำสั้น ๆ ด้วยการบอกว่าสิ่งที่ขอพร้อมแล้ว
แบบฝึกหัด
พนักงานร้านกาแฟวางเครื่องดื่มของลูกค้าบนเคาน์เตอร์แล้วพูดว่า “There you are.” สำนวนนี้หมายความว่าอะไร?
- เครื่องดื่มพร้อมแล้วและกำลังยื่นให้ลูกค้า
- พนักงานต้องการให้ลูกค้าเตรียมเครื่องดื่มเอง
- พนักงานกำลังชี้ว่าลูกค้ายืนอยู่ตรงไหน
ดูคำตอบ
เครื่องดื่มพร้อมแล้วและกำลังยื่นให้ลูกค้า
have to sit down: ต้องนั่งเป็นขั้นตอนถัดไป
ใน have to sit down คำว่า have to แสดงความจำเป็น ส่วน sit down คือการกระทำที่ต้องทำ และ there บอกว่าคนนั้นควรนั่งที่ไหน ใน you'll have to... คำว่า will ทำให้ความจำเป็นนั้นอยู่ในขั้นตอนถัดไปของกิจกรรม ผู้พูดกำลังกำหนดว่าสิ่งใดคือสิ่งที่ผู้ฟังต้องทำต่อไป ไม่ได้เพียงคาดเดาว่าผู้ฟังจะนั่งลง
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า "you'll have to sit down"?
- คาดเดาว่าผู้ฟังน่าจะนั่งลง
- กำหนดให้การนั่งเป็นขั้นตอนถัดไปที่จำเป็น
- เสนอการนั่งเป็นตัวเลือกที่ไม่จำเป็น
ดูคำตอบ
กำหนดให้การนั่งเป็นขั้นตอนถัดไปที่จำเป็น
point this torch at me: หันสิ่งของไปยังเป้าหมาย
โครงสร้าง point + สิ่งของ + at + เป้าหมาย หมายถึงการหันหรือเล็งสิ่งของไปยังคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ใน point this torch at me คำว่า this torch คือสิ่งของที่ถูกหันไป และ me คือเป้าหมาย at ในที่นี้บอกเป้าหมายของทิศทาง ไม่ได้เพียงบอกสถานที่ โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับสิ่งของอย่างกล้อง รีโมต หรือไฟได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายถึง “หันรีโมตไปทางโทรทัศน์”?
- Point the remote at the television.
- Point the television remote at me.
- Point at the remote beside the television.
ดูคำตอบ
Point the remote at the television.
Welcome to Peppa Pig News with me, Peppa Pig. วัฒนธรรม
3:25ยินดีต้อนรับสู่ข่าวเป๊ปป้าพิก กับดิฉัน เป๊ปป้าพิก
Welcome to ... with me, ...: คำเปิดรายการแบบผู้ดำเนินรายการ
นี่เป็นคำเปิดรายการในแบบผู้ดำเนินรายการ Welcome to ใช้แนะนำว่า Peppa Pig News คือชื่อรายการและกล่าวต้อนรับผู้ชม ส่วน with me, Peppa Pig บอกว่าเป๊ปป้าเป็นผู้ดำเนินรายการ ในรูปแบบภาษาของสื่อนี้ with me ไม่ได้เน้นความหมายว่าอยู่ด้วยกันทางกายภาพ แต่หมายถึงผู้ชมจะรับชมหรือรับฟังรายการที่ดำเนินโดยบุคคลนี้
แบบฝึกหัด
ในช่วงเปิดรายการ ประโยคนี้มีหน้าที่หลักอะไร: Welcome to Morning Music with me, Anna.
- บอกชื่อรายการและแนะนำ Anna ว่าเป็นผู้ดำเนินรายการ
- ขอให้ผู้ชมเดินทางไปที่ไหนสักแห่งกับ Anna
- บอกว่า Anna เป็นคนเดียวที่กำลังชมรายการ
ดูคำตอบ
บอกชื่อรายการและแนะนำ Anna ว่าเป็นผู้ดำเนินรายการ
has made her own ...: สร้างสิ่งที่เป็นของตัวเอง
has made her own television หมายความว่าเป๊ปป้าสร้างโทรทัศน์ที่เป็นของเธอเอง her own เน้นที่สิ่งของว่าเป็นแบบที่เป็นของเธอเอง วลีทั้งหมดพูดถึงการสร้างโทรทัศน์ขึ้นมา ไม่ใช่แค่การมีหรือซื้อโทรทัศน์ has made เป็น present perfect ซึ่งแสดงว่าการทำเสร็จแล้วและผลลัพธ์ยังสำคัญในตอนนี้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ have/has made + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + own + คำนาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย has made + her own: Mia ____ board game, and it is ready to play.
ดูคำตอบ
has made her own
Today, the whole world stopped working: การวางกรอบแบบข่าวและการพูดเกินจริง
Today ที่ต้นประโยคกำหนดกรอบเวลาเหมือนการเปิดข่าว โดยบอกผู้ฟังก่อนว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อไร แล้วจึงนำเสนอใจความหลัก The whole world stopped working จงใจทำให้เหตุไฟดับในพื้นที่เล็ก ๆ ฟังดูเป็นเหตุการณ์ใหญ่ระดับโลก ในการเล่นเลียนแบบข่าวนี้ เป็นการพูดเกินจริงเพื่อสร้างอารมณ์ขัน ไม่ใช่รายงานข้อเท็จจริงตามตัวอักษร ในบริบทอื่น ให้ดูสถานการณ์รอบข้างเพื่อตัดสินว่าวลีกว้าง ๆ อย่าง the whole world เป็นข้อเท็จจริงหรือเป็นการใช้เชิงโวหาร
แบบฝึกหัด
“Today, the whole world stopped working” มีหน้าที่หลักอย่างไรในประโยคนี้?
- จำกัดผลกระทบของไฟดับไว้เพียงห้องเดียว
- เปิดด้วยคำบอกเวลาและพูดเกินจริงถึงผลกระทบของไฟดับ
- พิสูจน์ตามข้อเท็จจริงว่าเครื่องจักรทุกเครื่องในโลกเสียพร้อมกัน
ดูคำตอบ
เปิดด้วยคำบอกเวลาและพูดเกินจริงถึงผลกระทบของไฟดับ
a long, long time: การเน้นด้วยการพูดซ้ำ
ใน a long, long time มีการพูด long ซ้ำโดยตั้งใจเพื่อเน้นว่าระยะเวลานั้นยาวนานมาก การพูดซ้ำนี้ไม่ใช่ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ เมื่อเทียบกับ a long time รูปที่พูดซ้ำมีอารมณ์และพลังในการสื่อมากกว่า โดยแสดงให้เห็นว่าผู้พูดรู้สึกว่าการรอนั้นยาวนานเพียงใด รูปนี้ไม่ได้บอกระยะเวลาที่แน่นอน และพบได้บ่อยเป็นพิเศษในนิทาน การพูดกับเด็ก และบทสนทนาที่มีชีวิตชีวา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยพูดคำคุณศัพท์ซ้ำ เพื่อแสดงว่าการรอนั้นรู้สึกยาวนานเป็นพิเศษ: We waited a ____, ____ time for the bus.
ดูคำตอบ
long · long
I haven't finished yet: ยังไม่เสร็จจนถึงตอนนี้
haven't finished ซึ่งเป็น present perfect รูปปฏิเสธ เชื่อมสิ่งที่เริ่มก่อนหน้านี้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน กล่าวคือ งานหรือช่วงที่ผู้พูดกำลังพูดยังไม่จบในขณะที่พูด ส่วน yet ที่ท้ายประโยคหมายถึง “จนถึงตอนนี้” และมักสื่อว่ายังมีโอกาสทำให้เสร็จในภายหลัง ในการสนทนา I haven't finished yet ไม่ได้แค่บอกความคืบหน้าเท่านั้น ในที่นี้ยังช่วยรักษาสิทธิ์ในการพูดของผู้พูดด้วย โดยหมายถึง “ฉันยังพูดหรือทำสิ่งนี้อยู่ ดังนั้นอย่าเพิ่งขัดจังหวะหรือไปขั้นต่อไป”
แบบฝึกหัด
คุณยังเขียนงานอยู่และมีคนกำลังจะหยิบแล็ปท็อปของคุณไป คำตอบใดบอกได้เป็นธรรมชาติที่สุดว่างานยังไม่เสร็จในตอนนี้และคุณต้องการเวลาเพิ่ม?
- I won't finish anything.
- I didn't finish yesterday.
- I haven't finished yet.
ดูคำตอบ
I haven't finished yet.
Switch the lights off: ตำแหน่งกรรมใน phrasal verb ที่แยกได้
Switch off เป็น phrasal verb ที่แยกได้ หมายถึง “ปิด” ไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ ใน Switch the lights off กรรมที่เป็นคำนาม the lights แยกสองส่วนออกจากกันเป็น switch + กรรม + off ชนิดของกรรมเป็นตัวกำหนดลำดับคำ กลุ่มคำนามเต็มสามารถอยู่ได้สองตำแหน่ง แต่คำสรรพนามที่เป็นกรรมแบบสั้นอยู่ได้เพียงตำแหน่งเดียว
แบบฝึกหัด
คุณใช้ it แทนเครื่องจักรหนึ่งเครื่อง ประโยคใดวางคำสรรพนามไว้ในตำแหน่งที่ถูกต้อง?
- Please switch it.
- Please switch it off.
- Please switch off it.
ดูคำตอบ
Please switch it off.
The Queen ในฐานะพระอิสริยยศของพระมหากษัตริย์หญิงแห่งอังกฤษ
ในบริบทของรายการจากอังกฤษนี้ The Queen เป็นพระอิสริยยศที่ใช้เรียกพระมหากษัตริย์หญิงแห่งสหราชอาณาจักร ไม่ใช่ชื่อบุคคล The ชี้ถึงพระองค์หนึ่งที่ผู้ฟังรู้ว่าเป็นใคร และ Queen เขียนขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เพราะเป็นส่วนหนึ่งของพระอิสริยยศ พระมหากษัตริย์เป็นบุคคลสาธารณะที่คนทั่วประเทศรู้จัก การให้ The Queen ปรากฏในข่าวสมมติของ Peppa ทำให้เรื่องที่แต่งขึ้นฟังเหมือนประกาศสำคัญระดับประเทศ จึงเกิดความขบขันจากการพูดเกินจริง
แบบฝึกหัด
ในข่าวสมมตินี้ เหตุใดจึงกล่าวถึง The Queen?
- เพื่อรายงานผลการแข่งขันหมากรุก
- เพื่อให้ข่าวฟังดูเป็นเรื่องสำคัญระดับประเทศและยิ่งใหญ่อย่างขบขัน
- เพื่ออธิบายว่าไฟฟ้าผลิตขึ้นอย่างไร
ดูคำตอบ
เพื่อให้ข่าวฟังดูเป็นเรื่องสำคัญระดับประเทศและยิ่งใหญ่อย่างขบขัน
and says that everyone can now be happy again.
4:11และตรัสว่าตอนนี้ทุกคนมีความสุขได้อีกครั้งแล้วค่ะ
has just found: present perfect สำหรับข่าวที่เพิ่งเกิดขึ้น
has just found ใช้ present perfect ในรูป has + found โดย found เป็นกริยารูป past participle ของ find ปกติ just อยู่ระหว่างกริยาช่วยกับ past participle และในที่นี้หมายถึง “เพิ่ง” ไม่ใช่ “เพียงแค่” รูปนี้นำเสนอการค้นพบเป็นข่าวที่เพิ่งเกิดขึ้น และเน้นว่าผลยังเกี่ยวข้องกับตอนนี้ การใช้แบบนี้เป็นธรรมชาติมากในข่าวหรือประกาศภาษาอังกฤษแบบบริติช เมื่อพบไฟฟ้าแล้ว สถานการณ์ตอนนี้จึงเปลี่ยนได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย has + just + รูป past participle ของ find: The mechanic ____ the problem, so the car can be repaired now.
ดูคำตอบ
has just found
Let's dance: ใช้ Let's + คำกริยารูปพื้นฐานเพื่อเสนอให้ทำร่วมกัน
Let's + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอให้ผู้พูดกับผู้ฟังหรือคนในกลุ่มทำบางอย่างร่วมกัน Let's dance เป็นการชวนให้มาเต้นด้วยกัน ไม่ใช่การสั่งให้คนอื่นเต้นตามลำพัง Let's เป็นรูปย่อของ let us แต่ในภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวัน มักใช้เป็นโครงสร้างตายตัวสำหรับเสนอให้ทำบางอย่างร่วมกัน
แบบฝึกหัด
เติมข้อเสนอให้ทำร่วมกันด้วยรูปย่อของ let us: The music has started. ____ dance.
ดูคำตอบ
Let's
quite enjoyed: ความรู้สึกเชิงบวกแบบพอดีในภาษาอังกฤษแบบบริติช
ใน quite enjoyed คำว่า quite ขยาย enjoyed และสื่อถึงความรู้สึกเชิงบวกแต่ไม่รุนแรงเกินไป เป๊ปป้าสนุกกับช่วงไฟดับจริง แต่ถ้อยคำนี้ค่อนข้างเก็บอารมณ์ ไม่ได้แสดงความกระตือรือร้นอย่างมาก ในภาษาอังกฤษแบบบริติช quite มักหมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “พอสมควร” เมื่อขยายความหมายที่มีระดับมากน้อยได้ ความหนักเบาของคำอาจเปลี่ยนตามบริบทและการลงเสียง จึงไม่ควรเข้าใจว่าแปลว่า “โดยสมบูรณ์” เสมอไป
แบบฝึกหัด
ในประโยคภาษาอังกฤษแบบบริติชนี้ I quite enjoyed the film น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด
- ฉันรักทุกช่วงของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยความกระตือรือร้นอย่างมาก
- ฉันชอบภาพยนตร์เรื่องนี้ในแบบเชิงบวกแต่ไม่แสดงความกระตือรือร้นมาก
- ฉันไม่ชอบภาพยนตร์เรื่องนี้
ดูคำตอบ
ฉันชอบภาพยนตร์เรื่องนี้ในแบบเชิงบวกแต่ไม่แสดงความกระตือรือร้นมาก
she's happy the electricity is back again: การละ that หลัง happy
ใน she's happy the electricity is back again คำว่า happy ตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ the electricity is back again อนุประโยคนี้บอกข้อเท็จจริงที่ทำให้เธอดีใจ รูปเต็มคือ she's happy that the electricity is back again ในภาษาอังกฤษสนทนา มักละ that หลัง happy ได้ ใช้รูป be happy (that) + ประธาน + กริยา เพื่อบอกว่าใครบางคนดีใจเพราะข้อเท็จจริงเป็นจริงหรือมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ตรงนี้ไม่ได้ขาดคำบุพบท
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ happy ตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ที่ละ that ไว้
- I'm happy you came.
- I'm happy to visit you.
- I'm happy about your visit.
ดูคำตอบ
I'm happy you came.