เป๊ปป้าพิกและผองเพื่อนกระโดดลงไปในแอ่งโคลนที่ใหญ่ที่สุดในโลก!: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Peppa Pig - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: ฝนตกหนักจนน้ำท่วมละแวกบ้านของเป๊ปป้า คุณปู่พิกจึงพาครอบครัวนั่งเรือไปรับของที่ทุกคนต้องการจากร้านค้า เมื่อน้ำลดลงก็ทิ้งแอ่งโคลนขนาดใหญ่มากไว้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. That means — การเชื่อมความ การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้การเชื่อมข้อเท็จจริงที่เพิ่งสังเกตเห็นเข้ากับข้อสรุปหรือผลที่คาดว่าจะตามมา เครื่องหมายเชื่อมความนี้ช่วยให้อธิบายเหตุและผลได้ชัดเจน เรียบเรียงเหตุผลใหม่ และพาผู้ฟังจากความคิดหนึ่งไปสู่อีกความคิดหนึ่งอย่างเป็นธรรมชาติในบทสนทนาประจำวัน 2. Ahoy there. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: รู้จักคำทักทายแบบกะลาสีหรือโจรสลัดซึ่งใช้สร้างบรรยากาศการผจญภัยทางเรือ ผู้เรียนจะแยกออกได้ว่าคำนี้มีน้ำเสียงสนุกและผูกกับโลกการเดินเรืออย่างชัดเจน ไม่ใช่คำแทน hello ทั่วไปในบทสนทนาสมัยใหม่ 3. It was lucky / or we'd have nothing for dinner. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การนำข้อเท็จจริงที่โชคดีมาเทียบกับผลลัพธ์เชิงลบแบบสมมุติซึ่งคงเกิดขึ้นหากเรื่องราวต่างออกไป รูปแบบนี้ช่วยอธิบายว่าเหตุการณ์หนึ่งสำคัญเพราะอะไร และใช้ or ตามด้วย would have เพื่อสื่อผลในความหมายว่า “ไม่เช่นนั้น” ได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
my little brother: การแนะนำน้องชาย
ใน my little brother คำว่า little บอกความสัมพันธ์ด้านอายุในครอบครัวว่า พี่น้องผู้ชายคนนี้อายุน้อยกว่าผู้พูด ไม่ได้เน้นว่าตัวเล็ก นี่เป็นวิธีแนะนำน้องชายที่เป็นธรรมชาติและฟังดูสนิทสนม ส่วน my younger brother จะบอกความสัมพันธ์ด้านอายุอย่างชัดเจนกว่า
แบบฝึกหัด
นีน่าอายุสิบขวบ ส่วนน้องชายของเธอ ลีโอ อายุหกขวบ นีน่าใช้ประโยคใดแนะนำลีโอได้
- Leo is my older brother.
- Leo is my little sister.
- Leo is my little brother.
ดูคำตอบ
Leo is my little brother.
bedtime for + คน: บอกว่าถึงเวลาเข้านอนของใครบางคน
bedtime คือเวลาที่ใครบางคนเข้านอนตามปกติ ในโครงสร้าง It is bedtime for + person คำว่า for ใช้นำหน้าคนที่ถึงเวลาเข้านอนแล้ว ประโยคนี้มักไม่ได้เพียงบอกเวลา แต่ยังประกาศว่าคนนั้นควรหยุดกิจกรรมที่กำลังทำและเตรียมตัวนอน คำที่เป็นธรรมชาติในที่นี้คือ bedtime โดยปกติจะไม่ใช้ sleeping time
แบบฝึกหัด
เติมคำประกาศกิจวัตรนี้ด้วยวลีเป้าหมาย: It's ____ Mia.
ดูคำตอบ
bedtime for
so much rain: การใช้ much กับคำนามนับไม่ได้
so much + คำนามนับไม่ได้ ใช้เน้นว่ามีปริมาณมาก ที่นี่ rain หมายถึงปริมาณฝนโดยรวม ไม่ใช่หยดฝนแต่ละหยดที่นับได้ จึงใช้ so much rain โครงสร้างนี้ใช้กับคำนามนับไม่ได้คำอื่นได้ด้วย เช่น so much water และ so much time
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ so much ได้ถูกต้องเพื่อบอกว่ามีน้ำปริมาณมาก
- There are so many water on the floor.
- There is so much water on the floor.
- There is so many water on the floor.
ดูคำตอบ
There is so much water on the floor.
That means there will be puddles to jump in tomorrow. โน้ต
0:27นั่นแปลว่าพรุ่งนี้จะมีแอ่งน้ำให้กระโดดเล่น
That means: การนำไปสู่ข้อสรุปจากข้อมูลก่อนหน้า
That อ้างถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวไป คือฝนตกมาก จากนั้น means ใช้เกริ่นผลหรือข้อสรุปที่ได้จากข้อมูลนั้น นั่นคือพรุ่งนี้จะมีแอ่งน้ำ ในฐานะคำเชื่อมในบทสนทนา That means ช่วยให้ผู้ฟังตามเหตุผลจากข้อเท็จจริงไปสู่สิ่งที่ตามมาได้ มักมีความหมายในเชิงว่า “ดังนั้นสิ่งนี้จึงบอกเราได้ว่า...” ไม่ใช่เพียงการแปลคำว่า mean แบบคำต่อคำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่เชื่อมข้อเท็จจริงกับผลของมัน: The bus is late. ____ we need to wait.
ดูคำตอบ
That means
puddles to jump in: คำนาม + to-infinitive + คำบุพบท
ใน puddles to jump in วลี to-infinitive คือ to jump in วางหลังคำนาม puddles เพื่อบอกว่าสามารถทำอะไรในแอ่งน้ำเหล่านั้นได้ กล่าวคือ เป็นแอ่งน้ำที่คนสามารถกระโดดลงไปได้ คำบุพบท in เชื่อมการกระทำ jump เข้ากับ puddles คือมีคนกระโดดลงไปในแอ่งน้ำ ภาษาอังกฤษมักคงคำบุพบทที่จำเป็นนี้ไว้ท้ายโครงสร้าง เช่น a chair to sit on
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำในวงเล็บ โดยใช้ to-infinitive หลังคำนาม: I need a box ____. (put these toys in)
ดูคำตอบ
to put these toys in
Oh, goody: คำอุทานแสดงความดีใจแบบเด็ก ๆ
Oh, goody เป็นคำอุทานที่แสดงความดีใจหรือความตื่นเต้นรอคอย มีความหมายใกล้เคียงกับ Great! หรือ Wonderful! ในประโยคนี้ ผู้พูดดีใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป ตรงนี้ goody ทำหน้าที่เป็นคำอุทาน ไม่ได้หมายถึง “คนดี” หรือ “ขนม” สำนวนนี้มักทำให้ปฏิกิริยาฟังดูขี้เล่นและเหมือนเด็ก
แบบฝึกหัด
เด็กคนหนึ่งเพิ่งได้ยินว่าครอบครัวจะไปเที่ยวสวนสัตว์ คำตอบใดแสดงความดีใจและตื่นเต้น?
- Oh, no! We get to visit the zoo.
- Oh, goody! We get to visit the zoo.
- Never mind. We get to visit the zoo.
ดูคำตอบ
Oh, goody! We get to visit the zoo.
You can never have too much X: มากแค่ไหนก็ไม่เกินไป
ในประโยคนี้ You can never have too much rain เป็นการพูดเกินจริงอย่างกระตือรือร้น หมายถึงผู้พูดชอบฝนมากจนรู้สึกว่าฝนจะมากเท่าไรก็ไม่เกินไป ไม่ได้กล่าวตามความเป็นจริงว่าฝนที่มากเกินไปไม่มีทางเกิดขึ้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ You can never have too much + คำนามนับไม่ได้ ถ้าเป็นคำนามนับได้รูปพหูพจน์ ให้ใช้ too many เช่น You can never have too many books.
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเป้าหมายเพื่อบอกว่ายิ่งมีความอดทนมากยิ่งดี: You ____ patience.
ดูคำตอบ
can never have too much
What are you doing here?: ประหลาดใจที่พบใครในสถานที่ที่ไม่คาดคิด
ในที่นี้ What are you doing here? ไม่ได้มุ่งถามว่าคนคนนั้นกำลังทำกิจกรรมอะไรเป็นหลัก คำว่า here บอกว่าการที่บุคคลนั้นมาอยู่ในสถานที่นี้เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิด ดังนั้นคำถามจึงมีความหมายใกล้เคียงกับ Why are you here? หรือ How come you're here? น้ำเสียงเป็นตัวกำหนดเจตนาทางสังคม ประโยคนี้อาจแสดงความประหลาดใจอย่างยินดี ความสงสัยแบบไม่เข้าใจ หรือการตั้งคำถามอย่างระแวง
แบบฝึกหัด
ในงานประชุม มายาบังเอิญพบเพื่อนบ้านที่เธอคิดว่าอยู่ต่างประเทศ What are you doing here? น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด
- ผู้พูดต้องการรู้เพียงว่าบุคคลนั้นกำลังทำกิจกรรมอะไร
- ผู้พูดกำลังถามถึงงานประจำของบุคคลนั้นในสถานที่ดังกล่าว
- ผู้พูดประหลาดใจที่บุคคลนั้นอยู่ในสถานที่ดังกล่าว
ดูคำตอบ
ผู้พูดประหลาดใจที่บุคคลนั้นอยู่ในสถานที่ดังกล่าว
has made a flood: เชื่อมสาเหตุก่อนหน้ากับผลในปัจจุบัน
ใน has made คำว่า has เป็นกริยาช่วย และ made เป็นกริยาช่อง past participle ของ make ทั้งสองคำรวมกันเป็น present perfect ในที่นี้ฝนตกไปก่อนหน้านี้ แต่ประโยคเน้นน้ำท่วมที่ยังคงอยู่ในตอนนี้ ใช้โครงสร้างนี้เพื่อเชื่อมสาเหตุที่เกิดก่อนหน้ากับผลในปัจจุบัน ไม่ใช่เพื่อระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในเวลาอดีตที่เจาะจงและสิ้นสุดแล้ว
แบบฝึกหัด
สนามเด็กเล่นยังคงเลอะเทอะหลังพายุ และไม่ได้ระบุเวลาอดีตที่สิ้นสุดแล้ว ประโยคใดเน้นผลในปัจจุบันได้ดีที่สุด
- The storm has made a mess of the playground.
- The storm makes a mess of the playground every winter.
- The storm made a mess of the playground yesterday.
ดูคำตอบ
The storm has made a mess of the playground.
a desert island: คำเปรียบเทียบถึงการถูกล้อมและตัดขาด
A desert island หมายถึงเกาะห่างไกลที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ ในประโยคนี้บ้านไม่ได้กลายเป็นเกาะจริง ๆ ผู้พูดใช้คำเปรียบเทียบ น้ำท่วมล้อมรอบบ้านและตัดบ้านออกจากภายนอก จึงทำให้บ้านดูและให้ความรู้สึกเหมือนเกาะที่โดดเดี่ยว คำว่า desert ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าบ้านอยู่ในทะเลทรายที่มีทราย
แบบฝึกหัด
ในบริบทของน้ำท่วม "Our house is a desert island." หมายความว่าอะไร
- บ้านเป็นร้านที่ขายของหวาน
- บ้านถูกน้ำล้อมและตัดขาดจากภายนอก
- บ้านตั้งอยู่ในทะเลทรายที่ร้อนและเต็มไปด้วยทราย
ดูคำตอบ
บ้านถูกน้ำล้อมและตัดขาดจากภายนอก
here I come: คำประกาศอย่างตื่นเต้นก่อนลงมือ
Here I come! เป็นคำประกาศอย่างตื่นเต้นว่ากำลังจะมุ่งไปหา เริ่มต้น หรือสนุกกับบางสิ่ง ในประโยคนี้ Peppa พูดกับแอ่งโคลนก่อนที่จะเข้าไปเล่น here ในที่นี้ไม่ได้เพียงแค่ระบุสถานที่ รูปแบบทั้งหมดคือ เป้าหมาย + here I come ซึ่งนำเป้าหมายมาพูดก่อน ทำให้การเริ่มลงมือฟังดูกระตือรือร้นและมีอารมณ์แบบละคร
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวเพื่อให้คำประกาศที่ตื่นเต้นสมบูรณ์: Beach, ____!
ดูคำตอบ
here I come
will have to swim: ความจำเป็นในอนาคต
Will have to swim หมายความว่าในอนาคตการว่ายน้ำจะเป็นสิ่งจำเป็น will วางความจำเป็นไว้ในอนาคต ส่วน have to + คำกริยารูปพื้นฐานแสดงความจำเป็นที่เกิดจากสถานการณ์ โครงสร้างนี้ไม่ได้เพียงคาดการณ์ว่าคุณพ่อจะว่ายน้ำ ในประโยคนี้ สภาพน้ำท่วมทำให้ดูเหมือนว่าจำเป็นต้องว่ายน้ำ หลัง will ต้องใช้ have ซึ่งเป็นรูปพื้นฐาน ไม่ใช้ has หรือ had
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างสามคำที่แสดงความจำเป็นในอนาคตให้ประโยคสมบูรณ์: The road will be closed tomorrow, so we ____ take another route.
ดูคำตอบ
will have to
has arrived on his boat: ใช้ on กับเรือลำใดลำหนึ่ง
ในประโยคนี้ has arrived แสดงว่าการมาถึงเสร็จสิ้นแล้วและเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ตอนนี้ ส่วน on his boat บอกว่าคุณปู่พิกนั่งเรือลำใดมา เมื่อกล่าวถึงเรือลำใดลำหนึ่งที่มีคำแสดงความเป็นเจ้าของหรือคำนำหน้านาม การใช้ on his boat หรือ on the boat เป็นธรรมชาติถ้าหมายถึงว่าเขาอยู่บนเรือลำนั้น หากบอกเพียงวิธีเดินทาง ให้ใช้ by boat โดยไม่เติม his, the หรือ a: He arrived by boat.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่า Tom มาถึงโดยนั่งเรือลำที่เขาเป็นเจ้าของ?
- Tom arrived by the boat.
- Tom arrived by his boat.
- Tom arrived on his boat.
ดูคำตอบ
Tom arrived on his boat.
Ahoy there: คำทักทายแบบชาวเรือที่มีลีลาการแสดง
Ahoy there เป็นคำร้องเรียกแบบชาวเรือ ใช้เรียกใครบางคนหรือดึงความสนใจ มีความหมายคร่าว ๆ คล้ายคำว่า ‘สวัสดี คนทางนั้น!’ ที่มีกลิ่นอายการเดินเรือ ในประโยคนี้ ผู้พูดเพิ่งมาถึงทางเรือ คำนี้จึงเข้ากับฉากบนเรือ ในเรื่องเล่าและการเล่นสมัยใหม่ คำนี้มักใช้เลียนแบบคำพูดของกะลาสีหรือโจรสลัด และสร้างน้ำเสียงสนุกแบบการแสดง กลิ่นอายการเดินเรือเป็นส่วนหนึ่งของความหมาย ไม่ใช่เพียงการตกแต่ง
แบบฝึกหัด
ตัดสิน: การใช้ “Ahoy there!” เป็นคำเปิดแบบเป็นกลางในการประชุมธุรกิจที่เป็นทางการทั่วไปนั้นเหมาะสม
- เหมาะสม
- ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
Wonderful boating weather: การประเมินอากาศตามกิจกรรม
Wonderful boating weather เป็นคำประเมินสั้น ๆ ที่ละ It's ไว้ มีความหมายว่า It's wonderful weather for boating โดย boating ทำหน้าที่เป็นคำนามขยาย บอกกิจกรรมที่สภาพอากาศนี้เหมาะสม การประเมินนี้มาจากมุมมองของผู้พูด ไม่ใช่การยืนยันอย่างเป็นกลางว่าอากาศน่าสบายสำหรับทุกคน ในที่นี้ สภาพอากาศที่สร้างปัญหาให้คนอื่นกลับเหมาะกับการเดินทางทางเรือ จึงเกิดอารมณ์ขันเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
เติมกิจกรรมที่ระบุในบริบทเพื่อให้คำประเมินสั้น ๆ สมบูรณ์: คุณวางแผนจะไปเดินป่าและท้องฟ้าแจ่มใส Wonderful ____ weather!
ดูคำตอบ
hiking
the shops: จุดหมายสำหรับซื้อของในชีวิตประจำวันแบบบริติช
ในภาษาอังกฤษแบบบริติช the shops มักหมายถึงสถานที่ซื้อของในละแวกใกล้เคียงที่มองรวมกันเป็นจุดหมายประจำวันแห่งเดียว โดยเฉพาะเมื่อไปเพื่อซื้อของ รูปพหูพจน์นี้เป็นสำนวนที่ใช้กันตามปกติ และไม่ได้หมายความด้วยตัวเองว่าจะต้องไปหลายร้านที่ระบุชัดเจน ใน We're sailing to the shops คำว่า to แสดงจุดหมาย ส่วน sailing เปลี่ยนวิธีเดินทาง แต่ the shops ยังคงมีความหมายแบบบริติชทั่วไปว่าเป็นจุดหมายสำหรับไปซื้อของ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนบอกจุดหมายแบบบริติชจากบทเรียนนี้: We need some milk, so I'm going ____.
ดูคำตอบ
to the shops
Do you need anything? เพื่อเสนอความช่วยเหลือ
ในที่นี้ Do you need anything? เป็นการเสนอความช่วยเหลือ ไม่ใช่แค่ถามทั่วไปว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร เนื่องจากผู้พูดกำลังจะไปร้านค้า จึงมีความหมายว่า 'มีอะไรที่อยากให้ฉันซื้อหรือนำกลับมาให้ไหม' Anything ทำให้คำถามเปิดกว้าง อีกฝ่ายสามารถบอกสิ่งของที่ต้องการหรือจะตอบ No, thanks ก็ได้ ในบริบทอื่น คำถามเดียวกันอาจเป็นการเสนอความช่วยเหลือแบบอื่น จึงต้องดูสถานการณ์รอบข้างเพื่อเข้าใจว่าผู้พูดกำลังเสนออะไร
แบบฝึกหัด
ในบริบทการซื้อของนี้ ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อถามว่า Do you need anything?
- ตรวจสอบว่าอีกฝ่ายเข้าใจคำถามหรือไม่
- เตือนอีกฝ่ายว่าอย่าซื้ออะไร
- เสนอว่าจะซื้อหรือนำบางอย่างมาให้อีกฝ่าย
ดูคำตอบ
เสนอว่าจะซื้อหรือนำบางอย่างมาให้อีกฝ่าย
Can you get us some tomatoes and spaghetti? น้ำเสียง/เจตนา
1:36ช่วยซื้อระเขือเทศกับสปาเกตตีให้เราหน่อยได้ไหมคะ?
get us some tomatoes: โครงสร้าง get + คน + สิ่งของ
ในบริบทการซื้อของนี้ Can you get us some tomatoes เป็นการขอให้อีกฝ่ายซื้อหรือหามะเขือเทศแล้วนำกลับมา ที่นี่ get หมายถึง 'หาได้มาหรือนำมา' ไม่ใช่ 'เข้าใจ' โครงสร้างคือ get + ผู้รับ + สิ่งของ โดย us ระบุคนที่จะได้รับมะเขือเทศ และ some tomatoes ระบุสิ่งที่ต้องหามา นอกจากนี้ยังวางสิ่งของไว้ก่อนแล้วใช้ for ได้ด้วย: get some tomatoes for us
แบบฝึกหัด
เติมคำขอโดยใช้ get + คน + สิ่งของ คุณกำลังขอน้ำหนึ่งขวดให้ตัวเอง: Can you ____ a bottle of water?
ดูคำตอบ
get me
everything that is said: อนุประโยคขยายคำนามรูปถูกกระทำ
ใน everything that is said ส่วน that is said เป็นอนุประโยคที่ขยาย everything คำว่า said เป็นกริยาช่องสาม และเมื่อใช้กับ is จะเป็นรูปถูกกระทำ is said ดังนั้น everything จึงหมายถึงคำพูดหรือเนื้อหาทั้งหมดที่ผู้คนพูดออกมา ไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้พูด เพราะเน้นที่เนื้อหา ไม่ใช่ผู้พูด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ everything that is + กริยาช่องสาม เช่น everything that is written หรือ everything that is shown
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยคขยายคำนามรูปถูกกระทำได้ถูกต้อง เพื่อสื่อว่าเนื้อหาที่พูดทั้งหมดถูกบันทึกไว้
- The recorder saves everything that is said during the meeting.
- The recorder saves everything that says during the meeting.
- The recorder saves everything that is saying during the meeting.
ดูคำตอบ
The recorder saves everything that is said during the meeting.
shopping list: รายการสิ่งของที่จะซื้อ
shopping list คือรายการสิ่งของที่จะซื้อ ในคำนามประสมนี้ shopping ขยาย list เพื่อบอกว่ารายการมีไว้ใช้ทำอะไร ไม่ได้หมายความว่ารายการนั้นกำลังทำกริยา shopping วลีนี้เป็นนามนับได้ รูปที่ใช้บ่อย ได้แก่ make หรือ write a shopping list, check the shopping list และ put something on the shopping list ในตัวอย่าง พอลลี่สามารถทำหน้าที่เป็นสิ่งที่ช่วยจำรายการของได้
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึงรายการสิ่งของที่จะซื้อ: Let's make a ____ before we go to the supermarket.
ดูคำตอบ
shopping list
Who's a clever parrot? ในฐานะคำชมแบบหยอกล้อ
ใน Who's a clever parrot? คำว่า Who's ย่อมาจาก who is แต่ผู้พูดไม่ได้ถามเพื่อหาว่าคนหรือสัตว์นั้นคือใคร คำตอบชัดเจนอยู่แล้ว คือเจ้านกแก้วที่ผู้พูดกำลังพูดด้วย ประโยคคำถามนี้ทำหน้าที่เป็นคำชมที่อบอุ่นและหยอกล้อ การทำให้นกแก้วเป็นคำตอบของคำถามเท่ากับบอกอย่างเอ็นดูว่ามันฉลาด รูปแบบนี้มักใช้กับสัตว์เลี้ยงและเด็กเล็ก
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังทำอะไรเป็นหลักเมื่อพูดว่า Who's a clever parrot?
- ขอให้นกแก้วบอกชื่อของตัวเอง
- พยายามหาว่าสัตว์ตัวไหนเป็นนกแก้ว
- ชมว่านกแก้วฉลาดด้วยความเอ็นดูและหยอกล้อ
ดูคำตอบ
ชมว่านกแก้วฉลาดด้วยความเอ็นดูและหยอกล้อ
Can we come too, please? สำหรับขอเข้าร่วมอย่างสุภาพ
Can we come too, please? ใช้ขออนุญาตให้ผู้พูดและอีกอย่างน้อยหนึ่งคนเข้าร่วมการเดินทางหรือกิจกรรมที่คนอื่นกำลังวางแผนหรือกำลังทำอยู่ Can we come...? หมายถึง อนุญาตให้พวกเราไปด้วยได้ไหม ในที่นี้ too หมายถึง ด้วยหรือเช่นกัน ไม่ได้หมายถึง มากเกินไป ส่วน please ที่ท้ายประโยคทำให้คำขอสุภาพขึ้น
แบบฝึกหัด
เพื่อนสองคนบอกว่ากำลังจะไปสวนสาธารณะ คุณกับน้องสาวอยากไปด้วย ควรถามว่าอย่างไร?
- Can we come too, please?
- Can you come with us, please?
- Are we coming too late?
ดูคำตอบ
Can we come too, please?
Hop aboard: คำชวนขึ้นยานพาหนะอย่างร่าเริง
Hop aboard เป็นคำชวนอย่างเป็นกันเองและกระตือรือร้นให้ใครสักคนขึ้นเรือหรือยานพาหนะชนิดอื่น ในที่นี้ hop ช่วยให้คำชวนฟังดูมีชีวิตชีวาและเป็นมิตร ไม่ได้หมายความว่าต้องกระโดดขึ้นไปจริง ๆ aboard หมายถึงการขึ้นไปอยู่บนเรือ รถไฟ รถโดยสาร หรือเครื่องบิน ในประโยคนี้เป็นการบอกทิศทางให้ขึ้นเรือ ไม่ใช่คำนาม board ที่หมายถึงแผ่นไม้
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะกับการใช้ Hop aboard มากที่สุด
- ไกด์บนเรือชวนผู้โดยสารขึ้นเรืออย่างอบอุ่น
- ครูบอกให้เด็กกระโดดข้ามแผ่นไม้
- เจ้าของบ้านเชิญแขกเข้าไปในห้องนั่งเล่น
ดูคำตอบ
ไกด์บนเรือชวนผู้โดยสารขึ้นเรืออย่างอบอุ่น
Look, there's ...: ดึงความสนใจไปยังข้อมูลใหม่
Look ทำหน้าที่ดึงความสนใจของผู้ฟังก่อน แล้วเปลี่ยนจุดสนใจไปยังสิ่งที่เพิ่งสังเกตเห็น จากนั้น there's Suzy Sheep's house จึงระบุสถานที่ที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังมอง จึงเกิดลำดับข้อมูลที่ชัดเจน คือส่งสัญญาณให้สนใจก่อน แล้วค่อยนำเสนอคน สิ่งของ หรือสถานที่ใหม่ ในบทสนทนา Look จึงช่วยจัดลำดับสิ่งที่จะพูดต่อไป ไม่ได้เป็นเพียงคำสั่งให้ใช้ตามองเท่านั้น
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคภาษาอังกฤษ: Look, there's Suzy Sheep's house. ประโยคนี้จัดลำดับข้อมูลอย่างไร
- ระบุสถานที่ก่อน แล้วจึงขอให้ผู้ฟังสนใจ
- ถามว่าบ้านหลังนั้นเป็นของ Suzy หรือไม่
- ดึงความสนใจของผู้ฟังก่อน แล้วจึงระบุสถานที่ที่เพิ่งสังเกตเห็น
ดูคำตอบ
ดึงความสนใจของผู้ฟังก่อน แล้วจึงระบุสถานที่ที่เพิ่งสังเกตเห็น
Chocolate, please: คำขอสั้น ๆ ด้วยรูปแบบ “วลีนาม + please”
Chocolate, please. ในที่นี้เป็นคำขอแบบย่อ ใจความเต็มอาจเป็น Please bring me some chocolate หรือ I'd like some chocolate แต่สถานการณ์ทำให้รู้อยู่แล้วว่าต้องการให้อีกฝ่ายทำอะไร เมื่ออีกฝ่ายเพิ่งถามว่าต้องการอะไร สามารถใช้รูปแบบ “คำนามหรือวลีนาม + please” เพื่อบอกสิ่งที่ต้องการอย่างสุภาพได้ please ทำให้ชื่อสิ่งของกลายเป็นคำขอที่สุภาพ ไม่ใช่เพียงการเอ่ยชื่อสิ่งของลอย ๆ
แบบฝึกหัด
พนักงานถามว่า “What would you like to drink?” เติมคำขอในรูปแบบ “วลีนาม + please” ให้สมบูรณ์: Tea, ____.
ดูคำตอบ
please
Great weather for it: ใช้ it ย้อนกลับไปหมายถึงกิจกรรมก่อนหน้า
Great weather for it. เป็นรูปย่อของ It's great weather for it. สรรพนาม it ย้อนกลับไปหมายถึงกิจกรรมที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ซึ่งในฉากนี้คือการช่วยชีวิตผู้คน it ไม่ได้หมายถึงสภาพอากาศ ส่วน weather for it หมายถึง “สภาพอากาศที่เหมาะกับกิจกรรมนั้น” คำตอบนี้แสดงความเห็นด้วยกับผู้พูดก่อนหน้า แต่ก็มีอารมณ์ขันเล็กน้อย เพราะสภาพอากาศที่ทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นสาเหตุให้ต้องมีการช่วยเหลือ การเรียกว่าเป็น “อากาศดีสำหรับการช่วยเหลือ” จึงไม่ใช่คำชมสภาพอากาศตามปกติ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Great weather for it.” คำว่า it หมายถึงอะไรในฉากนี้ และเหตุใดประโยคนี้จึงมีอารมณ์ขัน?
- it หมายถึงสภาพอากาศเอง และเป็นเพียงการคุยเรื่องอากาศทั่วไป
- it หมายถึงกิจกรรมช่วยเหลือ และน้ำท่วมทำให้จำเป็นต้องมีกิจกรรมนั้น
- it หมายถึงอุปกรณ์ช่วยเหลือชิ้นหนึ่ง และผู้พูดชอบขนาดของมัน
ดูคำตอบ
it หมายถึงกิจกรรมช่วยเหลือ และน้ำท่วมทำให้จำเป็นต้องมีกิจกรรมนั้น
that stick thing: การบรรยายสิ่งของเมื่อไม่รู้ชื่อที่แน่นอน
ใน that stick thing คำว่า thing ใช้แทนชื่อที่แน่นอนของสิ่งของซึ่งผู้พูดไม่รู้หรือบอกไม่ได้ ส่วน stick บรรยายรูปร่างที่ยาวและเรียวเหมือนไม้ และ that ชี้ไปยังสิ่งของที่กำลังกล่าวถึง นี่เป็นโครงสร้างภาษาพูดที่ยืดหยุ่น โดยใช้คำชี้เฉพาะ ตามด้วยคำบรรยายง่าย ๆ และ thing เพื่อระบุสิ่งของที่ไม่รู้จักให้ชัดพอที่ผู้ฟังจะหาเจอ
แบบฝึกหัด
คุณไม่รู้ชื่อของสิ่งของชิ้นเล็กสีฟ้าที่อยู่บนชั้น คำถามใดใช้ระบุสิ่งของนั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- What's that shelf called?
- Why is the shelf blue?
- What's that little blue thing on the shelf?
ดูคำตอบ
What's that little blue thing on the shelf?
Action stations!: คำสั่งทางเรือให้ทุกคนเข้าประจำตำแหน่ง
Action stations! เป็นคำสั่งตายตัวในรูปแบบของกองทัพเรือและทหาร สั่งให้ทุกคนไปยังตำแหน่งหน้าที่ที่กำหนดทันทีและเตรียมพร้อมปฏิบัติการ โดย stations ในที่นี้หมายถึงตำแหน่งหน้าที่ ไม่ใช่สถานีรถไฟ ในเรื่องผจญภัยหรือเรื่องสำหรับเด็ก ตัวละครอาจเลียนแบบคำสั่งนี้เพื่อสร้างบรรยากาศตื่นเต้นแบบเรือดำน้ำหรือเรือรบ
แบบฝึกหัด
ในการผจญภัยทางเรือ Action stations! สั่งให้ผู้คนทำอะไร
- หยุดทำงานและพักผ่อน
- ไปยังตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายและเตรียมพร้อมปฏิบัติการ
- มองหาสถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุด
ดูคำตอบ
ไปยังตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายและเตรียมพร้อมปฏิบัติการ
Ahoy there, me hearties: ภาษากะลาสีและโจรสลัดแบบจงใจสร้างสไตล์
Ahoy เป็นคำร้องเรียกแบบชาวเรือสมัยก่อน ใช้เรียกให้สนใจหรือทักทาย ส่วน hearties เป็นคำเรียกเพื่อนพ้องอย่างสนิทสนม ใน me hearties คำว่า me เป็นรูปแบบที่จงใจใช้แทน my ตามภาพจำของภาษากะลาสีหรือโจรสลัด ทั้งประโยคจงใจให้ฟังดูเป็นการแสดงและมีกลิ่นอายการเดินเรือ ควรเข้าใจว่าเป็นน้ำเสียงของตัวละคร ไม่ใช่ว่า me ใช้แทน my ได้ตามปกติในภาษาอังกฤษมาตรฐาน
แบบฝึกหัด
ถ้อยคำ Ahoy there, me hearties. สื่อถึงน้ำเสียงแบบใดในที่นี้?
- คำถามว่าผู้ฟังมีสุขภาพดีหรือไม่
- คำทักทายอย่างเป็นทางการในการประชุมธุรกิจ
- การเลียนแบบอย่างขบขันของกะลาสีหรือโจรสลัดสมัยก่อนที่ทักทายพวกพ้อง
ดูคำตอบ
การเลียนแบบอย่างขบขันของกะลาสีหรือโจรสลัดสมัยก่อนที่ทักทายพวกพ้อง
Lovely day to go sailing, with just the sea and the sky. วลี
3:05วันที่ดีในการล่องเรือ มีแค่ทะเลกับท้องฟ้า
Lovely day to go sailing: การละ It's a
Lovely day to go sailing เป็นวลีละในภาษาพูด ประโยคเต็มคือ It's a lovely day to go sailing โดย lovely ขยาย day และ to go sailing บอกกิจกรรมที่วันนี้ดูเหมาะหรือน่าทำ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำคุณศัพท์ + คำบอกวันหรือเวลา + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ผู้พูดใช้เพื่อแสดงความคิดเห็นสั้น ๆ ต่อสภาพอากาศหรือบรรยากาศตรงหน้า
แบบฝึกหัด
เติมความคิดเห็นในภาษาพูดด้วยรูป infinitive ของ GO: Lovely day ____ sailing.
ดูคำตอบ
to go
The stories I could tell: การบอกเป็นนัยว่ามีประสบการณ์มากมายที่ยังไม่ได้เล่า
สำนวนนี้เป็นนามวลีเชิงอุทาน โดย I could tell ขยาย stories ให้ความหมายใกล้เคียงกับ There are so many stories I could tell และบอกเป็นนัยว่าผู้พูดมีประสบการณ์ที่น่าจดจำ น่าประหลาดใจ หรืออาจเป็นเรื่องส่วนตัวอยู่มากมาย วลีนี้ใช้เดี่ยว ๆ เพื่อสร้างน้ำเสียงของคนมากประสบการณ์และมีความเป็นละครได้ แต่ไม่ได้เป็นการสัญญาว่าจะเล่าเรื่องใดเรื่องหนึ่งต่อทันที
แบบฝึกหัด
ผู้พูดน่าจะต้องการสื่ออะไรด้วย The stories I could tell.?
- ฉันสัญญาว่าจะเล่าเรื่องใดเรื่องหนึ่งทันที
- ฉันต้องการให้ใครสักคนเขียนเรื่องราวแทนฉัน
- ฉันมีประสบการณ์น่าจดจำมากมายที่สามารถนำมาเล่าได้
ดูคำตอบ
ฉันมีประสบการณ์น่าจดจำมากมายที่สามารถนำมาเล่าได้
any shopping: ของที่ต้องซื้อในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
ในการใช้ภาษาอังกฤษแบบบริติชในชีวิตประจำวันนี้ shopping เป็นคำนามนับไม่ได้ที่หมายถึงของซึ่งต้องซื้อหรือนำกลับมาจากร้าน ดังนั้น Do you need any shopping? จึงถามว่าอีกฝ่ายต้องการให้ซื้ออะไรให้หรือไม่ ไม่ได้ถามว่าอีกฝ่ายจำเป็นต้องทำกิจกรรมซื้อของหรือไม่ เมื่อ shopping มีความหมายนี้จะเป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้ any shopping ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และไม่ใช้ shoppings เพื่อนับสิ่งของแต่ละชิ้น
แบบฝึกหัด
ความหมายใดตรงกับ Do you need any shopping? ในบริบทนี้มากที่สุด
- การขอคำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกร้านค้า
- การเสนอว่าจะซื้อหรือนำบางอย่างกลับมาให้อีกฝ่าย
- การถามว่าอีกฝ่ายต้องไปซื้อของด้วยตัวเองหรือไม่
ดูคำตอบ
การเสนอว่าจะซื้อหรือนำบางอย่างกลับมาให้อีกฝ่าย
because of the flood: because of + นามวลี
because of ใช้นำหน้าเหตุผลและตามด้วยคำนามหรือนามวลี ในที่นี้นามวลี the flood บอกเหตุผลที่ผู้พูดคาดเดาเช่นนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ because of + นามวลี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ because เมื่อต้องอยู่หน้านามวลี the storm: The picnic was canceled ____ the storm.
ดูคำตอบ
because of
isn't it?: คำถามท้ายประโยคเพื่อชวนให้เห็นด้วย
isn't it? เป็นคำถามท้ายประโยคแบบปฏิเสธที่เติมหลังความคิดเห็นแบบบอกเล่า ส่วน Silly เป็นรูปย่อที่เข้าใจได้ว่าเต็ม ๆ คือ It's silly ดังนั้นกริยาและประธานที่ละไว้คือ is กับ it และคำถามท้ายที่สอดคล้องกันคือ isn't it? ในที่นี้ผู้พูดคิดอยู่แล้วว่าสถานการณ์นั้นดูงี่เง่าและชวนผู้ฟังให้เห็นด้วย คำถามท้ายนี้ทำให้การตัดสินฟังดูเหมือนเป็นความเห็นร่วมกัน ไม่ใช่การถามข้อมูลใหม่แบบเป็นกลาง
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกล่าวว่า "The room is quiet, isn't it?" คำถามท้ายประโยคนี้น่าจะทำหน้าที่ใดมากที่สุด?
- แก้คำพูดของผู้ฟังที่บอกว่าห้องนี้เสียงดัง
- ชวนผู้ฟังให้เห็นด้วยว่าห้องนี้เงียบ
- ถามว่าคำว่า quiet หมายความว่าอะไร
ดูคำตอบ
ชวนผู้ฟังให้เห็นด้วยว่าห้องนี้เงียบ
A little bit of rain and everyone stays at home. ลำดับความ
3:33ฝนตกนิดหน่อยทุกคนก็อยู่แต่ในบ้านกันหมด
A little bit of X and Y: ทำให้ปฏิกิริยาดูเกินเหตุ
ประโยคนี้เริ่มด้วยการทำให้สาเหตุดูเล็กน้อยผ่าน A little bit of rain แล้วใช้ and เพื่อนำไปสู่ปฏิกิริยาที่ใหญ่กว่ามาก คือ everyone stays at home การเรียงข้อมูลแบบ “สาเหตุเล็กน้อย + and + ปฏิกิริยาใหญ่” ทำให้ปฏิกิริยานั้นดูเกินเหตุและทำให้คำพูดมีน้ำเสียงบ่น ในที่นี้ a little bit จงใจพูดให้ฝนดูไม่รุนแรง ทั้งที่สถานการณ์โดยรวมมีน้ำท่วมรุนแรง จึงเป็นการแสดงท่าทีของผู้พูด ไม่ใช่การบอกปริมาณฝนอย่างเป็นกลาง
แบบฝึกหัด
A little bit of rain and everyone stays at home สร้างผลทางความหมายอย่างไรในที่นี้?
- รายงานปริมาณฝนด้วยความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์
- บอกว่าฝนกับการอยู่บ้านไม่เกี่ยวข้องกัน
- พูดให้ฝนดูเป็นเรื่องเล็ก จึงทำให้การอยู่บ้านดูเป็นปฏิกิริยาที่เกินเหตุ
ดูคำตอบ
พูดให้ฝนดูเป็นเรื่องเล็ก จึงทำให้การอยู่บ้านดูเป็นปฏิกิริยาที่เกินเหตุ
What can I get you?: คำถามในงานบริการ
What can I get you? เป็นคำถามที่ใช้กันทั่วไปในงานบริการ หมายถึง “อยากให้ฉันนำ เตรียม หรือขายอะไรให้คุณ” ในที่นี้ get หมายถึงการจัดหาหรือไปหยิบของให้ลูกค้า ไม่ได้หมายถึงการเข้าใจลูกค้า คำถามนี้เน้นว่าผู้ให้บริการทำอะไรให้ลูกค้าได้บ้าง ในร้านค้า คาเฟ่ บาร์ ร้านอาหาร หรือเวลาต้อนรับแขกที่บ้าน มักใช้เป็นคำเชิญอย่างเป็นมิตรให้สั่งหรือขอสิ่งของ
แบบฝึกหัด
เติมคำถามอย่างเป็นมิตรของพนักงานคาเฟ่ด้วยสำนวนตรงตามที่เรียน: Good afternoon. ____?
ดูคำตอบ
What can I get you
Oh dear: ปฏิกิริยาแบบนุ่มนวลเมื่อเกิดปัญหาเล็กน้อย
Oh dear เป็นคำอุทานแบบตายตัวที่ใช้เมื่อสังเกตเห็นปัญหา รู้สึกกังวล หรือตอบสนองต่อข่าวที่น่าผิดหวัง ในประโยคนี้สื่อว่ามีบางอย่างผิดพลาดเล็กน้อยโดยไม่ฟังดูโกรธหรือตื่นตกใจ ในสำนวนนี้ dear ไม่ใช่คำเรียกคนที่รัก แต่คำทั้งสองทำงานร่วมกันเป็นปฏิกิริยาหนึ่งแบบ
แบบฝึกหัด
Oh dear ในการใช้นี้สื่อถึงอะไร
- การเรียกใครบางคนอย่างสนิทสนม
- ความตื่นเต้นต่อความสำเร็จ
- ปฏิกิริยาแบบนุ่มนวลต่อปัญหาเล็กน้อย
ดูคำตอบ
ปฏิกิริยาแบบนุ่มนวลต่อปัญหาเล็กน้อย
what everyone wants: ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในอนุประโยค wh แบบฝัง
what everyone wants เป็นอนุประโยค wh แบบฝัง อนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นกรรมของ remember และหมายถึงสิ่งที่ผู้คนซึ่งกำลังกล่าวถึงต้องการ เนื่องจากอนุประโยคนี้ฝังอยู่ในประโยคบอกเล่า จึงใช้ลำดับ ประธาน + กริยา คือ what + everyone + wants อย่าใช้ลำดับคำของคำถามตรงที่มี does ส่วน What does everyone want? เป็นรูปที่ถูกต้องเมื่อใช้เป็นคำถามตรงที่สมบูรณ์ในตัวเอง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค wh แบบฝังได้ถูกต้อง
- I know what does she need.
- I know what needs she.
- I know what she needs.
ดูคำตอบ
I know what she needs.
a good 'un: รูปภาษาถิ่นของ a good one
ใน a good 'un คำว่า 'un เป็นการเขียนแบบภาษาถิ่นที่ไม่เป็นมาตรฐานของ one โดยใช้แทนคนที่กำลังได้รับคำชม ไม่ใช่คำนามอีกคำหนึ่งที่มีความหมายใหม่ You're a good 'un. เป็นคำชมที่อบอุ่น หมายความว่าผู้ฟังเป็นคนดี ช่วยเหลือผู้อื่น หรือทำบางอย่างได้ดี รูปแบบนี้ทำให้ประโยคมีน้ำเสียงภาษาพูดและภาษาถิ่นอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่างนี้ 'un แทนคำมาตรฐานภาษาอังกฤษคำใด?
- one
- uncle
- under
ดูคำตอบ
one
It was lucky Peppa was going to the shops, or we'd have nothing for dinner. ไวยากรณ์
4:05โชคดีนะที่เปปป้าไปร้านค้า ไม่งั้นเราคงไม่มีอะไรกินมื้อเย็นแน่ๆ
It was lucky ... or we'd ...: or ที่หมายถึง otherwise
It was lucky ... บอกข้อเท็จจริงที่เป็นเรื่องดี ส่วนอนุประโยคหลัง or บอกผลร้ายที่จะเกิดขึ้นหากไม่มีข้อเท็จจริงนั้น ในที่นี้ or หมายถึง otherwise หรือ “ไม่อย่างนั้น” ไม่ได้หมายถึงการเลือกระหว่างสองสิ่ง ใน we'd have nothing คำว่า we'd หมายถึง we would รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ข้อเท็จจริงที่โชคดี + or + ผลร้ายที่สมมุติขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ or ในความหมายว่า otherwise หรือ “ไม่อย่างนั้น”?
- Is the meeting on Monday or Tuesday?
- It was lucky we checked the address, or we'd have gone to the wrong house.
- Would you like tea or coffee?
ดูคำตอบ
It was lucky we checked the address, or we'd have gone to the wrong house.
Here's your ... สำหรับยื่นสิ่งของให้ผู้อื่น
Here's your ... เป็นสำนวนที่พูดขณะยื่นสิ่งของให้ผู้อื่นโดยตรง ในที่นี้ here ทำหน้าที่นำสิ่งของมาให้ผู้ฟัง ไม่ได้เพียงบอกว่าสิ่งของอยู่ที่ไหน ในตัวอย่างใช้ Here's หน้าคำนามพหูพจน์ chocolates แต่ตามไวยากรณ์มาตรฐานที่เคร่งครัดควรพูดว่า Here are your chocolates. ในบทสนทนาแบบไม่เป็นทางการ บางคนใช้ Here's เป็นคำขึ้นต้นตายตัวแม้อยู่หน้าคำนามพหูพจน์ แต่ผู้เรียนควรใช้ Here are เมื่อเป็นพหูพจน์อย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เจ้าหน้าที่วางตั๋วหนึ่งใบลงในมือคุณ ประโยคใดทำหน้าที่ส่งมอบตั๋วได้ตรงที่สุด
- Your ticket is on the desk.
- Here's your ticket.
- This is your ticket.
ดูคำตอบ
Here's your ticket.
Now we can ... เมื่อเงื่อนไขพร้อมแล้ว
Now we can ... เชื่อมเงื่อนไขที่สำเร็จแล้วเข้ากับขั้นตอนถัดไปที่เพิ่งทำได้ now แสดงว่าสถานการณ์เปลี่ยนไป โดยสิ่งที่จำเป็นเพิ่งเกิดขึ้น จึงสามารถทำกริยาหลัง can ได้แล้ว โครงสร้างนี้เรียบเรียงข้อมูลตามลำดับว่า การเตรียมพร้อมเสร็จสิ้นหรืออุปสรรคหมดไป แล้วจึงเกิดผลลัพธ์ กล่าวคือเงื่อนไขครบแล้ว ตามด้วย Now we can + คำกริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ can แสดงความเป็นไปได้ที่เพิ่งเกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงการได้รับอนุญาตเท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบที่กำหนด Now we can เพื่อแสดงว่าเตรียมพร้อมเสร็จแล้วและทำขั้นตอนต่อไปได้: The bags are packed. ____ leave.
ดูคำตอบ
Now we can
The water has gone, but left a big muddy puddle. ไวยากรณ์
4:30น้ำลดไปแล้ว แต่ทิ้งบ่อโคลนขนาดใหญ่ไว้
has gone, but left ...: การเปลี่ยนแปลงที่ทิ้งผลลัพธ์ไว้
ใน has gone, but left ... โครงสร้าง present perfect เชื่อมวลีกริยาช่องสามสองวลีกับสถานการณ์ปัจจุบัน น้ำไม่อยู่แล้ว แต่ผลที่เกิดขึ้นคือแอ่งโคลนยังมองเห็นได้ ให้เข้าใจว่า has ใช้กับทั้ง gone และ left หากเขียนเต็มจะเป็น has gone, but has left ... ในที่นี้ left หมายถึงน้ำทำให้บางสิ่งคงเหลืออยู่ ไม่ได้หมายถึงน้ำจากไป และ but เน้นความต่างระหว่างสิ่งที่หายไปกับผลที่ยังเหลืออยู่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบเดียวกันเพื่อบอกว่าบางสิ่งจบลงแล้ว แต่ผลของมันยังคงอยู่
- The rain will stop before the walk begins.
- The rain stopped while the paths were still dry.
- The rain has stopped, but left the paths muddy.
ดูคำตอบ
The rain has stopped, but left the paths muddy.
This is the biggest muddy puddle in the world ever. ไวยากรณ์
4:38นี่คือบ่อโคลนที่ใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมาเลย
the biggest ... in the world ever: การพูดเกินจริงอย่างสนุกสนานด้วยคำขั้นสูงสุด
The biggest muddy puddle ใช้ biggest ซึ่งเป็นรูปขั้นสูงสุดของ big โดยปกติจะใช้ the หน้าคำขั้นสูงสุด และ in the world ระบุขอบเขตของการเปรียบเทียบ Ever เพิ่มความหมายว่าไม่ว่าในช่วงเวลาใดหรือเท่าที่เคยมีมา การใช้ in the world และ ever ซ้อนกันทำให้คำกล่าวหนักแน่นเป็นพิเศษ ในที่นี้เป็นการพูดเกินจริงอย่างสนุกสนานและตื่นเต้น ไม่ใช่สถิติโลกที่ได้รับการยืนยัน
แบบฝึกหัด
the biggest ... in the world ever ทำหน้าที่หลักอย่างไรในประโยคนี้
- ยืนยันว่าแอ่งโคลนนี้ครองสถิติโลกอย่างเป็นทางการ
- บอกว่าแอ่งโคลนเคยมีอยู่หนึ่งครั้งในอดีต
- เป็นการพูดเกินจริงอย่างสนุกสนานว่าแอ่งโคลนมีขนาดใหญ่มาก
ดูคำตอบ
เป็นการพูดเกินจริงอย่างสนุกสนานว่าแอ่งโคลนมีขนาดใหญ่มาก