10 อาชีพรายได้สูงที่ทำให้คุณต้องประหลาดใจ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The Infographics Show

ความยากในการเรียน
1,497 คำ 204 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: วิดีโอเปรียบเทียบการฝึก ความเสี่ยง ตารางงาน และรายได้ของสิบอาชีพในสหรัฐฯ ที่ให้ค่าตอบแทนสูงเกินคาด ตั้งแต่งานรถไฟจนถึงงานแพทย์และนักผจญเพลิง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. what it takes to land the position (ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค) ใช้บอกเงื่อนไขหรือความพยายามที่ต้องมีเพื่อให้ได้งาน โดย takes ไม่ได้หมายถึงเวลา หรือการหยิบถือเท่านั้น 2. take the board exam to become board certified. (วัฒนธรรมและบริบทโลกจริง) ช่วยแยกการสอบเข้าแพทย์ การฝึกวิชาชีพ ใบอนุญาต และการรับรองเฉพาะทางในสหรัฐฯ 3. laugh all the way to the bank (สำนวนและภาษาภาพพจน์) หมายถึงยังทำเงินได้มากแม้ถูกวิจารณ์ ไม่ใช่หัวเราะระหว่างเดินไปธนาคารจริงๆ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Are you thinking about changing careers ไวยากรณ์

0:00

คุณกำลังคิดที่จะเปลี่ยนอาชีพ

but feeling intimidated

0:02

แต่รู้สึกหวาดหวั่น

about the education and licensure

0:03

เกี่ยวกับการศึกษาและใบอนุญาต

associated with well-paying jobs?

0:04

ที่เกี่ยวข้องกับงานที่รายได้ดีหรือเปล่า?

ไวยากรณ์

thinking about changing careers: การคิดเปลี่ยนสายอาชีพ

think about ตามด้วยคำนามหรือรูป -ing เพราะ about เป็นคำบุพบท ในประโยคนี้ thinking about changing หมายถึงกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง ไม่ได้หมายความว่าตัดสินใจแน่นอนแล้ว changing careers หมายถึงการย้ายไปทำงานหรืออาชีพคนละประเภท ไม่ใช่เพียงเปลี่ยนนายจ้างแต่ยังทำอาชีพเดิม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ think about และรูป -ing ของ move: I'm ____ to another city for work.

ดูคำตอบ

thinking about moving

Exactly how much grunt work does it take

0:06

ต้องทำงานหนักแค่ไหน

to get the gratification of a new career

0:08

เพื่อให้ได้ผลตอบแทนจากอาชีพใหม่

making at least six figures?

0:10

ที่ทำเงินได้อย่างน้อยหกหลัก?

We did the math on the grunt to grat ratio for you

0:12

เราคำนวณอัตราส่วนงานหนักต่อผลตอบแทนให้คุณแล้ว

with 10 jobs you wouldn't expect to be well-paying

0:14

ด้วย 10 อาชีพที่คุณคาดไม่ถึงว่าจะมีรายได้ดี

and the details on what it takes to land the position โน้ต

0:16

และรายละเอียดว่าต้องทำอย่างไรถึงจะได้ตำแหน่งนั้น

ไวยากรณ์

what it takes to land the position: สิ่งที่จำเป็นต่อการได้ตำแหน่งนั้น

What it takes to do something หมายถึงความสามารถ คุณสมบัติ ความพยายาม เวลา หรือเงื่อนไขอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการบรรลุสิ่งนั้น ในที่นี้วลีนี้เกริ่นถึงรายละเอียดของสิ่งที่จำเป็นต่อการได้งาน โดย take ไม่ได้หมายถึงการหยิบหรือเอาสิ่งของจริง ๆ ใน what it takes คำว่า it เป็นประธานสมมติที่ไม่ได้หมายถึง position อนุประโยค what ทั้งหมดอยู่หลังคำบุพบท on เนื่องจากฝังอยู่ในวลีที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what it takes ไม่ใช่ what does it take ส่วน Land the position หมายถึงได้งานนั้นสำเร็จ

แบบฝึกหัด

เลือกคำตอบที่เติมอนุประโยคฝังได้อย่างเป็นธรรมชาติ: The mentor explained ___ a competitive internship.

  1. what it takes to landing
  2. what it takes to land
  3. what does it take to land
ดูคำตอบ

what it takes to land

วลี

land the position: ได้ตำแหน่งงานสำเร็จ

ในบริบทการสมัครงาน land the position หมายถึง “ได้ตำแหน่งงานนั้นสำเร็จ” ในที่นี้ land เป็นคำกริยาที่หมายถึงการได้สิ่งที่ต้องพยายามหรือแข่งขันเพื่อให้ได้มา ส่วน position หมายถึงตำแหน่งงานที่เฉพาะเจาะจง วลีนี้เน้นผลลัพธ์ที่สำเร็จ ไม่ใช่เพียงการยื่นใบสมัครหรือเข้าสัมภาษณ์ และมักสื่อด้วยว่าการได้ตำแหน่งนั้นต้องใช้ความพยายาม

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: After a tough final interview, Luis managed to ____.

ดูคำตอบ

land the position

in this episode of The Infographics Show,

0:19

ใน The Infographics Show ตอนนี้

10 surprisingly high-paying jobs.

0:21

10 อาชีพรายได้ดีอย่างน่าประหลาดใจ

Don't forget to subscribe and click the bell button

0:24

อย่าลืมกดติดตามและกดปุ่มกระดิ่ง

so that you can be part of our notification squad.

0:25

เพื่อที่คุณจะได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมแจ้งเตือนของเรา

Number 10,

0:29

อันดับ 10

railroad conductor.

0:30

พนักงานควบคุมรถไฟ

Did you know that in the US

0:31

คุณรู้หรือไม่ว่าในสหรัฐอเมริกา

professional railroad conductors are still around?

0:33

พนักงานควบคุมรถไฟมืออาชีพยังคงมีอยู่?

Neither did we, ไวยากรณ์

0:35

เราก็ไม่รู้เหมือนกัน

but they exist

0:36

แต่พวกเขามีอยู่จริง

ไวยากรณ์

Neither did we: เห็นด้วยกับข้อความปฏิเสธ

Neither did we หมายถึง “เราก็ไม่รู้เหมือนกัน” แม้ Did you know...? จะเป็นคำถามรูปบอกเล่า แต่ผู้พูดมองว่าคำตอบที่คาดไว้น่าจะเป็น “ไม่รู้” แล้วเสริมว่าพวกเขาก็ไม่รู้เช่นกัน โครงสร้างคือ neither + กริยาช่วยหรือกริยาช่วยบอกความหมาย + ประธาน กริยาช่วยอยู่หน้าประธานและต้องสอดคล้องกับอนุประโยคก่อนหน้า: didn't know → Neither did we; can't swim → Neither can I.

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “I didn't understand the instructions.” คำตอบใดแสดงความเห็นด้วยกับข้อความปฏิเสธได้ถูกต้อง?

  1. Neither I did.
  2. So did I.
  3. Neither did I.
ดูคำตอบ

Neither did I.

and they cash in in some areas. กริยาวลี

0:36

และทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำในบางพื้นที่

กริยาวลี

cash in: ทำกำไรหรือทำเงินได้มาก

ในประโยคนี้ cash in หมายถึง “ทำเงินได้มาก” หรือ “ทำกำไร” เป็นการพูดถึงความสำเร็จทางการเงินในบางสาขา ไม่ได้หมายถึงการจับหรือจัดการเงินสดจริง ๆ in ตัวที่สองเป็นคำเริ่มต้นของวลี in some areas ไม่ใช่อีกส่วนหนึ่งของ cash in บริบทในประโยคนี้ทำให้ cash in มีความหมายว่า “ทำกำไร” แต่ cash in ยังอาจหมายถึงการแลกชิปหรือการลงทุนเป็นเงินสดได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “When the town hosts its music festival, nearby cafés often cash in by staying open late,” cash in หมายความว่าอะไร?

  1. ทำเงินเพิ่มจากโอกาสนั้น
  2. แลกเหรียญเป็นธนบัตร
  3. ปิดร้านก่อนผู้คนจะมาถึง
ดูคำตอบ

ทำเงินเพิ่มจากโอกาสนั้น

The national median salary is just $54,000,

0:38

เงินเดือนเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่เพียง $54,000

but it does go all the way up to $104,000. วลี

0:41

แต่สามารถขึ้นไปได้สูงสุดถึง $104,000

วลี

all the way up to: เน้นค่าสูงสุดที่สูงมาก

all the way up to เน้นว่าตัวเลขสูงสุดอยู่เหนือกว่าตัวเลขก่อนหน้าหรือจุดอ้างอิงอื่นมาก ในที่นี้วลีดังกล่าวทำให้การเพิ่มจาก 54,000 ดอลลาร์ไปถึงจำนวนสูงสุดที่เป็นไปได้ 104,000 ดอลลาร์ฟังดูเป็นช่วงที่กว้างและน่าสนใจ up to ระบุค่าสูงสุดที่อาจไปถึงได้ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้ถึงค่านั้น all the way เน้นความกว้างของช่วง ส่วน does ย้ำเพิ่มเติมว่าตัวเลขที่สูงกว่านั้นมีโอกาสเป็นจริงได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีห้าคำที่เรียนในบทนี้ซึ่งใช้เน้นค่าสูงสุดที่สูงมาก: Basic tickets cost $40, but VIP packages can go ____ $300.

ดูคำตอบ

all the way up to

The grunt is working your way up in a dying industry กริยาวลี

0:44

งานหนักคือการไต่เต้าในอุตสาหกรรมที่กำลังซบเซา

and learning on the job วลี

0:47

และเรียนรู้จากหน้างาน

กริยาวลี

work your way up ที่หมายถึงการก้าวหน้าทีละขั้น

Work your way up หมายถึงการค่อย ๆ ก้าวขึ้นมาจากตำแหน่งหรือระดับล่าง โดยมักอาศัยเวลา ความพยายาม และประสบการณ์ ในที่นี้ working your way up กล่าวถึงความก้าวหน้าในอาชีพ ไม่ใช่การเคลื่อนตัวขึ้นด้านบนจริง ๆ โครงสร้างคือ work + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + way up โดยคำแสดงความเป็นเจ้าของต้องตรงกับคนที่กำลังก้าวหน้า: I worked my way up; she worked her way up.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ work your way up: Leo started as an assistant and ____ to department head over ten years.

ดูคำตอบ

worked his way up

วลี

learning on the job: เรียนรู้ผ่านการทำงานจริง

Learn on the job หมายถึงการเรียนรู้ทักษะขณะลงมือทำงานจริง แทนที่จะเรียนทุกอย่างล่วงหน้าในชั้นเรียนหรือหลักสูตรฝึกอบรม ในประโยคนี้ learning on the job แสดงว่าประสบการณ์จริงเป็นแหล่งของการเรียนรู้ ในที่นี้ on the job เป็นวลีวิเศษณ์ที่บอกว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างไรหรือเมื่อใด นั่นคือเกิดขึ้นระหว่างการทำงานจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย on the job: The manual explained the basics, but Priya learned the practical skills ____.

ดูคำตอบ

on the job

without many mentors or companies to choose from.

0:48

โดยไม่มีพี่เลี้ยงหรือบริษัทให้เลือกมากนัก

You're away from home for long periods of time,

0:50

คุณต้องจากบ้านเป็นเวลานานๆ

but the grat is you get to see the country

0:52

แต่ผลตอบแทนคือคุณจะได้เดินทางทั่วประเทศ

in an all-time kind of way.

0:53

ในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

You get to feel like that kid you once were

0:55

คุณจะได้รู้สึกเหมือนเป็นเด็กคนนั้นอีกครั้ง

with your first train set

0:57

ตอนที่ได้ชุดรถไฟของเล่นชุดแรก

and you can avoid the 9 to 5 วัฒนธรรม

0:58

และคุณสามารถหลีกเลี่ยงงานประจำ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

วัฒนธรรม

the 9 to 5: รูปแบบการทำงานดั้งเดิมที่มีเวลาตายตัว

ในประโยคนี้ the 9 to 5 หมายถึงรูปแบบดั้งเดิมของการทำงานให้กับนายจ้างตามเวลาทำงานช่วงกลางวันที่แน่นอน โดยเฉพาะงานสำนักงาน คำนี้ใช้เรียกกิจวัตรหรือรูปแบบการทำงาน ไม่ใช่กะใดกะหนึ่งในวันใดวันหนึ่ง ตัวเลขเหล่านี้เป็นคำย่อที่เข้าใจกันทางวัฒนธรรม จึงอาจรวมถึงงานที่เวลาเริ่มและเลิกจริงแตกต่างกันได้ ในที่นี้ avoid the 9 to 5 หมายถึงการหลีกเลี่ยงชีวิตการทำงานแบบดั้งเดิมที่มีเวลาตายตัว

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึงชีวิตการทำงานแบบดั้งเดิมซึ่งมีเวลาตายตัวให้สมบูรณ์: After years in an office, Maya left ____ to become a freelance designer.

ดูคำตอบ

the nine-to-five

and tell corporate America

0:59

แล้วบอกโลกธุรกิจของอเมริกา

to kiss your uh caboose. สำนวน

1:00

ให้ไปจูบ เอ่อ ท้ายขบวนรถไฟของคุณ (ไปให้พ้น)

สำนวน

kiss your uh caboose: คำดูหมิ่นแบบเลี่ยงคำที่ใช้เพื่อความขบขัน

ในประโยคนี้ caboose ใช้แทนบั้นท้ายของคนอย่างขบขัน ตามความหมายตรงตัว caboose คือรถตู้โดยสารคันสุดท้ายของรถไฟ ดังนั้นการใช้ caboose แทน ass หรือ butt จึงเป็นทั้งคำเลี่ยงและมุกเล่นคำเกี่ยวกับรถไฟ เสียงลังเล uh ทำให้ได้ยินการเซ็นเซอร์ตัวเอง ราวกับผู้พูดหยุดก่อนเลือกคำที่ปลอดภัยกว่า ดังนั้นการบอก corporate America ให้ kiss your caboose จึงหมายถึงการปฏิเสธชีวิตการทำงานในโลกธุรกิจอย่างท้าทาย ไม่ใช่คำขอตามตัวอักษร และยังคงเป็นการดูหมิ่นแม้จะใช้ถ้อยคำตลก

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ tell corporate America to kiss your, uh, caboose สื่อความหมายอะไร?

  1. ขอให้บริษัทตรวจสอบด้านหลังของรถไฟ
  2. ขอเปลี่ยนเวลาทำงานในสำนักงานอย่างสุภาพ
  3. ปฏิเสธโลกธุรกิจแบบขี้เล่นแต่ยังคงดูหมิ่น
ดูคำตอบ

ปฏิเสธโลกธุรกิจแบบขี้เล่นแต่ยังคงดูหมิ่น

All aboard.

1:02

ทุกคนขึ้นรถ!

Number 9,

1:03

อันดับ 9

crab fisherman.

1:04

ชาวประมงจับปู

Tolerating the miserable work of capturing crab

1:05

การทนต่องานจับปูที่แสนลำบาก

through terrifying squalls

1:08

ฝ่าพายุที่น่าสะพรึงกลัว

for five figures per month การใช้คำ

1:09

เพื่อแลกกับรายได้ห้าหลักต่อเดือน

was popularized by Discovery Channel's

1:10

ได้รับความนิยมจากรายการเรียลลิตี้

reality series

1:12

ของ Discovery Channel

The Deadliest Catch.

1:13

The Deadliest Catch

การใช้คำ

“five figures per month” สำหรับจำนวนเงินห้าหลักต่อเดือน

ในที่นี้ five figures บอกขนาดของจำนวนเงินว่าเป็นเลขห้าหลัก จึงอยู่ระหว่าง 10,000 ถึง 99,999 ในสกุลเงินที่เกี่ยวข้อง บริบทนี้สื่อเป็นนัยว่าหมายถึงดอลลาร์ แต่ตัววลีเองไม่ได้ระบุสกุลเงิน per month กำหนดให้ช่วงดังกล่าวเป็นจำนวนเงินต่อเดือน ถ้อยคำนี้บอกเพียงระดับคร่าว ๆ ไม่ใช่รายได้ที่แน่นอน และ figures ในที่นี้หมายถึงหลักของตัวเลข ไม่ได้หมายถึงบุคคล แผนภูมิ หรือรูปร่าง

แบบฝึกหัด

จาก “The designer earns five figures per month.” ข้อใดเป็นสิ่งที่สรุปได้อย่างแน่นอน

  1. นักออกแบบคนนั้นมีรายได้ต่อเดือนเท่ากับ 50,000 พอดีในสกุลเงินที่เกี่ยวข้อง
  2. นักออกแบบคนนั้นมีรายได้ต่อเดือนระหว่าง 10,000 ถึง 99,999 ในสกุลเงินที่เกี่ยวข้อง
  3. นักออกแบบคนนั้นมีรายได้ต่อปีระหว่าง 10,000 ถึง 99,999 ในสกุลเงินที่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

นักออกแบบคนนั้นมีรายได้ต่อเดือนระหว่าง 10,000 ถึง 99,999 ในสกุลเงินที่เกี่ยวข้อง

Even negotiating the dynamic

1:14

แม้กระทั่งการรับมือกับความสัมพันธ์

between the personalities on board การใช้คำ

1:16

ระหว่างผู้คนบนเรือ

seems treacherous enough to think twice. สำนวน

1:17

ก็ดูอันตรายพอที่จะทำให้ต้องคิดหนักแล้ว

การใช้คำ

ความหมายตามตัวอักษรของ“on board”: อยู่บนเรือ

ในประโยคนี้ on board ใช้ความหมายตามตัวอักษรเกี่ยวกับการเดินทางและการเดินเรือ คืออยู่บนหรืออยู่ภายในเรือจริง ๆ The personalities on board หมายถึงคนบนเรือจับปูและบุคลิกที่แตกต่างกันของคนในกลุ่มนั้น วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านั้นเห็นด้วยกับแผนใดแผนหนึ่ง ความหมายเชิงเปรียบเทียบดังกล่าวมักปรากฏในรูปแบบอย่าง be on board with the idea บริบทและไวยากรณ์รอบ ๆ ช่วยบอกได้ว่าต้องใช้ความหมายใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ on board ในความหมายตามตัวอักษรเกี่ยวกับสถานที่เหมือนกับในคำบรรยาย

  1. We hope the new coach will come on board next week.
  2. The manager is on board with our proposal.
  3. Three engineers are on board the research vessel.
ดูคำตอบ

Three engineers are on board the research vessel.

สำนวน

Think twice ก่อนลงมือทำ

Think twice เป็นสำนวนที่หมายถึง “พิจารณาให้รอบคอบอีกครั้งก่อนลงมือทำ” ไม่ได้หมายถึงการคิดให้ครบสองครั้งจริง ๆ ในโครงสร้างอย่าง dangerous enough to make someone think twice อันตรายทำให้เกิดเหตุผลที่จะลังเล และอาจทำให้คนนั้นตัดสินใจไม่ลงมือทำก็ได้ ในคำบรรยายนี้ เราเข้าใจได้จากสถานการณ์ว่าใครเป็นผู้ที่อาจต้องคิดใหม่

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยสำนวนที่หมายถึง “พิจารณาให้รอบคอบอีกครั้งก่อนลงมือทำ”: You should ____ before sharing your password.

ดูคำตอบ

think twice

But in recent years,

1:19

แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

changing safety regulations

1:20

กฎระเบียบด้านความปลอดภัยที่เปลี่ยนไป

have made fishing for Dungeness crab

1:21

ทำให้การจับปูดันจิเนส

more doable.

1:23

เป็นไปได้มากขึ้น

There is also an after season

1:24

นอกจากนี้ยังมีช่วงหลังฤดูกาล

for other kinds of crab as well as fish.

1:25

สำหรับปูชนิดอื่นรวมถึงปลาด้วย

All said and done, สำนวน

1:27

ท้ายที่สุดแล้ว

you can still clear $200,000 a year การใช้คำ

1:28

คุณยังสามารถทำเงินสุทธิได้ $200,000 ต่อปี

after a few years experience.

1:30

หลังจากมีประสบการณ์สองสามปี

สำนวน

All said and done: ข้อสรุปสุดท้าย

All said and done เป็นสำนวนที่หมายถึง “หลังจากพิจารณาทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องแล้ว” สำนวนนี้รวบรวมประเด็นก่อนหน้าให้เป็นข้อสรุปสุดท้าย ไม่ได้บอกตามตัวอักษรว่าทุกคนพูดและทำงานเสร็จแล้ว ในที่นี้ สำนวนดังกล่าวปิดการพูดถึงสภาพที่ยากลำบากและนำไปสู่ผลลัพธ์สำคัญว่า หลังจากมีประสบการณ์แล้ว งานนี้ยังสามารถให้รายได้ต่อปีที่สูงได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคสรุปด้วยสำนวนที่หมายถึง “หลังจากพิจารณาทุกอย่างแล้ว”: ____, the library is still the best place for our meeting.

ดูคำตอบ

All said and done

การใช้คำ

clear $200,000 a year: clear ที่บอกผลลัพธ์ทางการเงิน

ในที่นี้ clear $200,000 a year หมายถึงสุดท้ายแล้วหาเงินได้หรือมีเงินเหลือประมาณ 200,000 ดอลลาร์ต่อปี clear เป็นคำกริยาที่บอกผลลัพธ์ทางการเงิน ไม่ใช่ความหมายทั่วไปว่า “เอาออก” หรือ “ทำให้โล่ง” clear มักสื่อถึงจำนวนที่เหลือหลังหักต้นทุนหรือรายการหักที่เกี่ยวข้อง แต่ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าหักอะไรบ้าง อย่าสรุปว่าเป็นรายได้หลังหักภาษีโดยเฉพาะ เว้นแต่บริบทจะระบุไว้

แบบฝึกหัด

ฟรีแลนซ์คนหนึ่งพูดว่า “I expect to clear $80,000 this year.” ประโยคนี้มีความหมายตามธรรมชาติมากที่สุดว่าอย่างไร

  1. ฉันคาดว่าค่าบริการที่ประกาศไว้ก่อนหักต้นทุนใด ๆ จะเท่ากับ 80,000 ดอลลาร์พอดี
  2. ฉันคาดว่าจะเอาเงิน 80,000 ดอลลาร์ออกจากบัญชีธนาคาร
  3. ฉันคาดว่าสุดท้ายจะหาเงินได้หรือมีเงินเหลือประมาณ 80,000 ดอลลาร์ โดยรายการหักขึ้นอยู่กับบริบท
ดูคำตอบ

ฉันคาดว่าสุดท้ายจะหาเงินได้หรือมีเงินเหลือประมาณ 80,000 ดอลลาร์ โดยรายการหักขึ้นอยู่กับบริบท

The grunt work is working your way up

1:32

งานหนักคือการต้องไต่เต้าขึ้นไป

because there is no school for crab fishing.

1:34

เพราะไม่มีโรงเรียนสอนจับปู

You have to find a crew you trust and respect

1:36

คุณต้องหาลูกเรือที่คุณไว้ใจและเคารพ

to show you the ropes สำนวน

1:38

เพื่อสอนงานให้คุณ

for when you start as a deckhand.

1:39

ตอนที่คุณเริ่มจากการเป็นลูกเรือฝึกหัด

สำนวน

show you the ropes: การสอนพื้นฐานเชิงปฏิบัติให้คนใหม่

Show someone the ropes หมายถึงช่วยให้คนใหม่เรียนรู้พื้นฐานที่ใช้ได้จริงของงาน สถานที่ หรือกิจกรรมหนึ่ง ๆ โครงสร้างคือ show + คน + the ropes โดยในที่นี้ you คือคนที่ได้รับการแนะนำ เดิมสำนวนนี้หมายถึงการเรียนรู้วิธีจัดการเชือกบนเรือ จึงเข้ากับบริบทของลูกเรือประจำดาดฟ้าเป็นพิเศษ ในภาษาอังกฤษปัจจุบันมักใช้ในเชิงเปรียบเทียบและเน้นขั้นตอนกับความรู้เชิงปฏิบัติ ไม่ใช่การเรียนทฤษฎีแบบครบถ้วน

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึงการให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติแก่คนใหม่: On your first day, Maya will ____.

ดูคำตอบ

show you the ropes

And you'll be away from home

1:40

และคุณจะต้องห่างบ้าน

and leave your loved ones behind to worry. กริยาวลี

1:41

ทิ้งคนที่คุณรักไว้ข้างหลังให้ต้องเป็นห่วง

กริยาวลี

leave your loved ones behind: ทิ้งคนที่คุณรักไว้ข้างหลัง

Leave someone behind หมายถึงการที่คนหนึ่งออกไป แต่อีกคนยังอยู่ที่เดิมและไม่ได้ไปด้วย โครงสร้างคือ leave + คน + behind ในประโยคนี้ คนที่อยู่บ้านต้องแยกจากคนที่ออกเดินทางจริง ๆ สำนวนนี้ยังเน้นผลทางความรู้สึกด้วย คือคนที่รักยังอยู่ที่นั่นและคอยเป็นห่วง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสองส่วนที่หมายถึง Ben จากไปโดยไม่ได้พาเพื่อน ๆ ไปด้วย: "When Ben moved abroad, he had to ____ his closest friends ____."

ดูคำตอบ

leave · behind

The grat is having a non-traditional career

1:43

ผลตอบแทนคือการมีอาชีพที่ไม่เหมือนใคร

and six figures to roll hard on

1:45

และเงินหกหลักให้ใช้จ่ายอย่างเต็มที่

in your few days on land.

1:47

ในช่วงสองสามวันบนบกของคุณ

Number 8,

1:48

อันดับ 8

building inspector.

1:49

ผู้ตรวจสอบอาคาร

It's not super scintillating,

1:50

มันไม่ใช่งานที่ดูหรูหราอะไรมาก

but if you're good with checklists

1:52

แต่ถ้าคุณเก่งเรื่องการตรวจสอบตามรายการ

and you have a mind for structural engineering, วลี

1:53

และคุณมีหัวทางด้านวิศวกรรมโครงสร้าง

working for a city government

1:55

การทำงานให้กับรัฐบาลท้องถิ่น

inspecting buildings

1:56

ในการตรวจสอบอาคาร

could bring home six figures. สำนวน

1:57

อาจทำเงินให้คุณถึงหกหลัก

วลี

have a mind for structural engineering: มีหัวทางวิศวกรรมโครงสร้าง

Have a mind for + คำนาม หมายถึงมีความสามารถทางความคิด สัญชาตญาณ หรือวิธีคิดที่เหมาะกับวิชาหรืองานนั้น ในที่นี้หมายความว่าคนที่เข้าใจวิศวกรรมโครงสร้างได้โดยธรรมชาติอาจเหมาะกับงานตรวจสอบอาคาร Mind เป็นคำนามในโครงสร้างนี้ สำนวนนี้บอกถึงความถนัด ไม่ใช่ mind ที่เป็นกริยาและหมายถึง “ขัดข้องหรือไม่พอใจ” และไม่ได้หมายถึงเพียงการจำข้อมูลได้

แบบฝึกหัด

ใช้ have a mind for ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: "Omar spots tiny patterns in data; he ____ statistics."

ดูคำตอบ

has a mind for

สำนวน

bring home six figures เพื่อบอกว่ามีรายได้สูง

ในที่นี้ bring home หมายถึงหารายได้ ไม่ใช่นำสิ่งของกลับบ้านจริง ๆ วลีนี้บอกว่างานดังกล่าวอาจสร้างรายได้สูง Six figures หมายถึงจำนวนตั้งแต่ 100,000 ถึง 999,999 ในบริบทเรื่องงานและเงินเดือนในสหรัฐฯ นี้ โดยปกติหมายถึงรายได้ต่อปีเป็นดอลลาร์สหรัฐ แต่ตัววลีเองไม่ได้ระบุสกุลเงิน ช่วงเวลา หรือจำนวนที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

ในการพูดคุยเรื่องเงินเดือนงานในสหรัฐฯ could bring home six figures น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด

  1. คนทำงานจะได้รับเงินหลังหักภาษีเท่ากับ 600,000 ดอลลาร์พอดี
  2. คนทำงานต้องนำเอกสารหกฉบับกลับบ้าน
  3. งานนี้อาจให้รายได้ 100,000 ถึง 999,999 ดอลลาร์ต่อปี
ดูคำตอบ

งานนี้อาจให้รายได้ 100,000 ถึง 999,999 ดอลลาร์ต่อปี

The grunt part is working your way up

1:58

งานหนักคือการไต่เต้า

in the kind of large bureaucracy

2:00

ในระบบราชการขนาดใหญ่

that is a major US city

2:01

ระดับเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ

that is big enough to pay at least $68,000 per year

2:03

ที่ใหญ่พอจะจ่ายเงินเดือนอย่างน้อย $68,000 ต่อปี

and all the way up to $117,000 per year.

2:06

และสูงสุดถึง $117,000 ต่อปี

It's also highly specialized,

2:09

นอกจากนี้ยังเป็นงานที่เฉพาะทางสูง

so you'll give up other career tracks

2:10

ดังนั้นคุณจะต้องทิ้งเส้นทางอาชีพอื่น

and there are a few months of studying

2:12

และต้องใช้เวลาเรียนสองสามเดือน

for a standardized exam.

2:13

เพื่อสอบวัดระดับมาตรฐาน

But the grat is a well-paying job

2:14

แต่ผลตอบแทนคืองานที่รายได้ดี

with predictable days

2:16

ที่มีวันทำงานที่คาดเดาได้

and permanent demand for your skills.

2:17

และมีความต้องการทักษะของคุณอยู่เสมอ

Number 7,

2:19

อันดับ 7

egg donor.

2:20

ผู้บริจาคไข่

Here is one for the ladies.

2:21

นี่คือทางเลือกสำหรับคุณผู้หญิง

It can be lucrative,

2:22

มันอาจทำกำไรได้งาม

but it has its dilemmas

2:23

แต่มันก็มีประเด็นกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

and it's not really a job

2:24

และมันไม่ใช่งานจริงๆ

as in an existing role in any company,

2:26

เหมือนตำแหน่งที่มีอยู่ในบริษัททั่วไป

but an opportunity you can make your full-time gig การใช้คำ

2:28

แต่เป็นโอกาสที่คุณสามารถทำเป็นงานประจำได้

if you're really really determined to get some cash.

2:30

ถ้าคุณมุ่งมั่นที่จะหาเงินจริงๆ

การใช้คำ

full-time gig ในฐานะกิจกรรมหลักที่มีค่าตอบแทน

ในที่นี้ gig หมายถึงงานที่ได้รับค่าตอบแทนหรือวิธีหาเงิน ไม่ได้หมายถึงการแสดงของนักดนตรีเท่านั้น Full-time บอกว่าคนคนนั้นจะทำให้โอกาสนี้เป็นงานหลักที่ทำเป็นประจำ แทนที่จะทำเป็นครั้งคราว การเรียกสิ่งนี้ว่า full-time gig ไม่ได้ทำให้มันกลายเป็นตำแหน่งที่จัดตั้งไว้ในบริษัทโดยอัตโนมัติ วลีนี้เข้ากับการเปรียบต่างในประโยคระหว่างงานบริษัทแบบทั่วไปกับโอกาสที่คนหนึ่งสามารถพัฒนาให้เป็นงานประจำได้

แบบฝึกหัด

full-time gig ในตัวอย่างหมายถึงอะไร

  1. การแสดงดนตรีที่กินเวลาตลอดทั้งวัน
  2. งานถาวรที่รับประกันพร้อมสวัสดิการพนักงาน
  3. กิจกรรมหลักที่มีค่าตอบแทน ซึ่งอาจอยู่นอกตำแหน่งมาตรฐานในบริษัท
ดูคำตอบ

กิจกรรมหลักที่มีค่าตอบแทน ซึ่งอาจอยู่นอกตำแหน่งมาตรฐานในบริษัท

The grunt is altering your cycle,

2:32

งานหนักคือการเปลี่ยนแปลงรอบเดือนของคุณ

feeling like a human Petri dish, สำนวน

2:34

รู้สึกเหมือนเป็นจานเพาะเชื้อที่มีชีวิต

and the whole ethical conundrum

2:35

และปัญหาทางจริยธรรมทั้งหมด

of creating a human

2:37

เกี่ยวกับการสร้างมนุษย์คนหนึ่ง

you'll never meet.

2:38

ที่คุณจะไม่มีวันได้พบเจอ

สำนวน

feeling like a human Petri dish: รู้สึกเหมือนเป็นจานเพาะเชื้อที่เป็นมนุษย์

จานเพาะเชื้อคือภาชนะตื้นในห้องทดลองที่ใช้เพาะเซลล์หรือจุลินทรีย์ การเปรียบคนกับ human Petri dish สื่อว่าผู้พูดรู้สึกว่าร่างกายของตนกลายเป็นพื้นที่สำหรับกระบวนการทางการแพทย์หรือการทดลองซ้ำ ๆ คำเปรียบนี้ถ่ายทอดความไม่สบายใจ การสูญเสียอำนาจควบคุมร่างกาย และความรู้สึกว่าตนถูกปฏิบัติเหมือนวัสดุแทนที่จะเป็นมนุษย์ คำว่า feeling like บอกว่านี่เป็นการเปรียบเทียบที่เป็นความรู้สึกส่วนตัวและกล่าวเกินจริง ไม่ใช่ข้อความตามตัวอักษร คำเปรียบนี้ทำให้กระบวนการดังกล่าวดูเป็นลบ แต่ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวมันเองว่ากระบวนการนั้นไม่ปลอดภัยหรือผิดจริยธรรม

แบบฝึกหัด

ผู้พูดหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า “feeling like a human Petri dish”?

  1. พวกเขาภูมิใจที่ได้ทำงานเป็นนักวิทยาศาสตร์ในห้องทดลอง
  2. พวกเขารู้สึกว่าร่างกายของตนถูกปฏิบัติเหมือนวัสดุสำหรับการทดลอง
  3. พวกเขากำลังนอนอยู่ในจานเพาะเชื้อจริง ๆ
ดูคำตอบ

พวกเขารู้สึกว่าร่างกายของตนถูกปฏิบัติเหมือนวัสดุสำหรับการทดลอง

But the grat is up to $14,000 per cycle,

2:38

แต่ผลตอบแทนสูงถึง $14,000 ต่อรอบ

so you could,

2:41

ดังนั้นคุณสามารถ

if you go on back-to-back cycles วลี

2:42

หากคุณทำติดต่อกันหลายรอบ

and take two months off,

2:44

แล้วพักสองเดือน

clear about $140,000 in a year.

2:45

คุณจะทำเงินได้ราวๆ $140,000 ในหนึ่งปี

วลี

go on back-to-back cycles: thực hiện các chu kỳ liên tiếp

ในประโยคนี้ go on หมายถึงเข้ารับหรือผ่านกระบวนการบางอย่าง ส่วน cycles คือรอบที่เกิดซ้ำของกระบวนการนั้น Back-to-back ขยาย cycles และหมายความว่ารอบหนึ่งตามด้วยอีกรอบโดยมีเวลาคั่นเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย รูปแบบ back-to-back + คำนามพหูพจน์ที่เป็นเหตุการณ์นำไปใช้ได้กว้าง เช่น back-to-back meetings, games, shifts หรือ classes โดยบอกเพียงการจัดเวลาเท่านั้น ไม่ได้บอกด้วยตัวมันเองว่าตารางนั้นปลอดภัยหรือเหมาะสมหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “เข้ารับหลายรอบต่อเนื่องกันโดยแทบไม่มีช่วงพัก”: Because the appointments are tightly scheduled, Maya will ____.

ดูคำตอบ

go on back-to-back cycles

Number 6,

2:47

อันดับ 6

anesthesiologist.

2:48

วิสัญญีแพทย์

Anesthesiologists,

2:50

วิสัญญีแพทย์

in their quiet bedside role

2:51

ในบทบาทเงียบๆ ข้างเตียงผู้ป่วย

near the superstar surgeon,

2:52

ใกล้กับศัลยแพทย์ชื่อดัง

look like some kind of low-level nurse

2:54

ดูเหมือนพยาบาลระดับล่าง

or technician.

2:56

หรือช่างเทคนิค

They're actually doctors

2:56

แท้จริงแล้วพวกเขาคือแพทย์

and they make bank. สำนวน

2:57

และทำเงินได้มหาศาล

สำนวน

สำนวนไม่เป็นทางการ make bank

ในที่นี้ make bank หมายถึง “หาเงินได้มาก” คำว่า bank สื่อกว้าง ๆ ถึงเงินก้อนใหญ่ ดังนั้นวลีนี้จึงเน้นว่ามีรายได้สูง ไม่ใช่แค่มีงานทำ วลีนี้ยังสร้างความแตกต่างที่ชวนประหลาดใจด้วย คือแม้ตอนแรกหมอเหล่านี้อาจดูไม่โดดเด่น แต่อาชีพของพวกเขาอาจมีรายได้สูงมาก

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ make bank หมายถึงอะไร

  1. เปิดบัญชีธนาคาร
  2. หาเงินได้มาก
  3. ยืมเงินจากธนาคาร
ดูคำตอบ

หาเงินได้มาก

The grunt is med school like any other doctor.

2:59

งานหนักคือการเรียนแพทย์เหมือนหมอคนอื่นๆ

That's completing a four-year degree,

3:01

นั่นคือการเรียนจบปริญญา 4 ปี

doing the MCAT preparation to take the standardized exam to get into a decent medical school, วัฒนธรรม

3:03

เตรียมตัวสอบ MCAT เพื่อสอบมาตรฐานเข้าโรงเรียนแพทย์ดีๆ

then going through four years of medical school

3:07

จากนั้นเรียนโรงเรียนแพทย์อีก 4 ปี

and four years of residency

3:09

และเป็นแพทย์ประจำบ้านอีก 4 ปี

วัฒนธรรม

MCAT: ข้อสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนแพทย์

MCAT ย่อมาจาก Medical College Admission Test เป็นข้อสอบมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไปในการรับเข้าโรงเรียนแพทย์ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ผู้สมัครมักสอบ MCAT ก่อนเข้าโรงเรียนแพทย์ และสถาบันจะพิจารณาคะแนนในกระบวนการรับเข้า ข้อสอบนี้ไม่ใช่การสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์หรือการสอบรับรองแพทย์เฉพาะทางหลังจบการฝึกแพทย์ประจำบ้าน

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดเกี่ยวกับ MCAT ถูกต้อง

  1. การสอบรับรองแพทย์เฉพาะทางที่สอบหลังจบการฝึกแพทย์ประจำบ้าน
  2. ข้อสอบมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไปในการรับเข้าโรงเรียนแพทย์ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
  3. การสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ที่สอบหลังจบโรงเรียนแพทย์เท่านั้น
ดูคำตอบ

ข้อสอบมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไปในการรับเข้าโรงเรียนแพทย์ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

that actually comprise a one-year internship วัฒนธรรม

3:10

ซึ่งจริงๆ แล้วประกอบด้วยการเป็นแพทย์ฝึกหัด 1 ปี

plus a three-year residency.

3:12

บวกกับการเป็นแพทย์ประจำบ้าน 3 ปี

วัฒนธรรม

one-year internship plus a three-year residency: internship หนึ่งปีบวก residency สามปี

ผู้พูดแบ่งการฝึกทางคลินิกสี่ปีหลังจบโรงเรียนแพทย์ออกเป็นสองส่วน คือ internship หนึ่งปี ซึ่งหมายถึงปีแรกของการฝึกทางคลินิกหลังจบการศึกษาภายใต้การกำกับดูแล บวกกับการฝึกเฉพาะทางแบบ residency อีกสามปี สองช่วงนี้รวมกันเป็นสี่ปี ไม่ใช่การเพิ่มอีกหนึ่งปีหลังจาก residency สี่ปีที่แยกต่างหาก

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายการฝึกทางการแพทย์นี้ one-year internship plus a three-year residency หมายถึงอะไร

  1. ฝึกงานในบริษัทหนึ่งปี แล้วอาศัยอยู่ในโรงพยาบาลสามปี
  2. เพิ่มการฝึกหนึ่งปีหลังจาก residency สี่ปีที่แยกต่างหาก
  3. ปีแรกของการฝึกหลังจบการศึกษาภายใต้การกำกับดูแล ตามด้วยการฝึกเฉพาะทางสามปี
ดูคำตอบ

ปีแรกของการฝึกหลังจบการศึกษาภายใต้การกำกับดูแล ตามด้วยการฝึกเฉพาะทางสามปี

Some anesthesiologists do additional residencies

3:14

วิสัญญีแพทย์บางคนยังเรียนต่อยอด

beyond those 12 years mandatory

3:16

นอกเหนือจาก 12 ปีภาคบังคับนั้น

and then have to study and take the board exam วัฒนธรรม

3:18

และจากนั้นต้องอ่านหนังสือและสอบบอร์ด

to become board certified.

3:19

เพื่อรับใบรับรองความเชี่ยวชาญ

That board certification is an important credential

3:21

ใบรับรองบอร์ดนั้นเป็นหนังสือรับรองที่สำคัญ

to earn the trust involved

3:23

เพื่อสร้างความไว้วางใจที่จำเป็น

วัฒนธรรม

take the board exam to become board certified: สอบและรับการรับรองเฉพาะทาง

To take the board exam หมายถึงการเข้าสอบที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรับรองความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ส่วน to become board certified หมายถึงการได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการเฉพาะทางทางการแพทย์หลังจากผ่านข้อกำหนดแล้ว board ในที่นี้หมายถึงองค์กรวิชาชีพที่ทำหน้าที่รับรอง ไม่ใช่คณะกรรมการบริหารของบริษัท Board certification เป็นคุณวุฒิเฉพาะทางที่แยกต่างหาก และไม่เหมือนกับใบอนุญาตทางกฎหมายขั้นพื้นฐานสำหรับการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

แบบฝึกหัด

ข้อความใดตรงกับ take the board exam to become board certified ในบริบทนี้มากที่สุด

  1. ได้รับใบอนุญาตทางกฎหมายขั้นพื้นฐานให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
  2. ผ่านขั้นตอนการรับรองความเชี่ยวชาญเฉพาะทางกับคณะกรรมการทางการแพทย์
  3. สอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนแพทย์
ดูคำตอบ

ผ่านขั้นตอนการรับรองความเชี่ยวชาญเฉพาะทางกับคณะกรรมการทางการแพทย์

in taking someone safely

3:25

ในการพาใครสักคนผ่าน

through a major surgery and recovery.

3:26

การผ่าตัดใหญ่และการพักฟื้นอย่างปลอดภัย

But then the grat is you make more than a family doctor,

3:28

แต่แล้วผลตอบแทนคือคุณทำเงินได้มากกว่าแพทย์ครอบครัว

general practitioner,

3:30

แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป

pediatrician,

3:31

กุมารแพทย์

or psychiatrist does.

3:32

หรือจิตแพทย์เสียอีก

That is,

3:33

กล่าวง่ายๆ คือ

anesthesiologists take home, การใช้คำ

3:34

วิสัญญีแพทย์นำเงินกลับบ้าน

on average,

3:35

โดยเฉลี่ย

$294,811.

3:36

$294,811

การใช้คำ

take home ในความหมายเกี่ยวกับรายได้

ในที่นี้ take home หมายถึง “หาได้หรือได้รับเป็นรายได้” ประโยคนี้บอกว่าวิสัญญีแพทย์มีรายได้เฉลี่ย 294,811 ดอลลาร์ ไม่ได้หมายถึงการถือเงินกลับบ้านจริง ๆ แม้ take home อาจหมายถึงเงินที่เหลือหลังหักรายการต่าง ๆ แต่ตัวสำนวนเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าตัวเลขนี้เป็นยอดหลังหักภาษี ต้องดูบริบทว่าจำนวนเงินเป็นยอดก่อนหักหรือสุทธิ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ take home: After taxes, Maya ____ $3,000 a month.

ดูคำตอบ

takes home

That is a national average.

3:39

นั่นคือค่าเฉลี่ยระดับชาติ

In larger US cities,

3:40

ในเมืองใหญ่ๆ ของสหรัฐฯ

their annual salary is in the $400,000 to $500,000 range.

3:41

เงินเดือนประจำปีของพวกเขาอยู่ในช่วง $400,000 ถึง $500,000

Number 5,

3:45

อันดับ 5

write for the federal government.

3:46

เขียนงานให้กับรัฐบาลกลาง

A writer editor for the State Department,

3:47

นักเขียนและบรรณาธิการของกระทรวงการต่างประเทศ

in which you don't do any foreign policy analysis or speechwriting,

3:49

ซึ่งคุณไม่ต้องวิเคราะห์นโยบายต่างประเทศหรือเขียนสุนทรพจน์ใดๆ

but analyze communication documents

3:53

แต่เป็นการวิเคราะห์เอกสารสื่อสาร

and systemic functions of the department itself,

3:54

และการทำงานของระบบในแผนกนั้นๆ

grosses you $95,000 to $123,000 per year.

3:57

ทำรายได้รวมให้คุณ $95,000 ถึง $123,000 ต่อปี

If you'd like to do something similar

4:01

หากคุณอยากทำสิ่งที่คล้ายกัน

for the Department of Energy

4:02

ให้กับกระทรวงพลังงาน

and recommend standards for documentation

4:03

และให้คำแนะนำมาตรฐานสำหรับการจัดทำเอกสาร

for adults and other reports,

4:05

สำหรับรายงานผู้ใหญ่และรายงานอื่นๆ

you could start as low as $79,000,

4:07

คุณอาจเริ่มต้นที่ $79,000

but also go up to $123,000.

4:09

แต่ก็สามารถขึ้นไปถึง $123,000 ได้

The grunt is working your way up

4:12

งานหนักคือการไต่เต้า

in a dull bureaucracy

4:14

ในระบบราชการที่น่าเบื่อหน่าย

and memorizing templates and standards

4:15

ต้องจดจำเทมเพลตและมาตรฐาน

and learning to speak bureaucratese. การใช้คำ

4:16

และเรียนรู้ที่จะใช้ภาษาราชการ

การใช้คำ

speak bureaucratese ในฐานะคำเรียกเชิงวิจารณ์

ใน speak bureaucratese คำว่า bureaucratese หมายถึงภาษาที่ซับซ้อน แข็งทื่อ หรือคลุมเครือ ซึ่งเกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐและองค์กรขนาดใหญ่ ส่วน speak หมายถึง “ใช้รูปแบบภาษานั้น” ไม่ใช่สื่อสารด้วยภาษาจริงอีกภาษาหนึ่ง คำลงท้าย -ese ทำให้ดูขบขันราวกับว่ารูปแบบการพูดนี้เป็นภาษาหนึ่ง คำนี้มักมีน้ำเสียงวิจารณ์หรือล้อเลียน และสื่อว่าถ้อยคำดังกล่าวเข้าใจยากสำหรับคนทั่วไป

แบบฝึกหัด

speak bureaucratese สื่อความหมายโดยนัยว่าอย่างไร?

  1. ใช้ภาษาที่ซับซ้อนและแข็งทื่อซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบราชการ
  2. พูดด้วยท่าทีสุภาพและเป็นมิตรเป็นพิเศษ
  3. พูดภาษาที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการและใช้โดยเจ้าหน้าที่รัฐ
  4. พูดเฉพาะเรื่องแบบฟอร์มและขั้นตอนในสำนักงาน
ดูคำตอบ

ใช้ภาษาที่ซับซ้อนและแข็งทื่อซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบราชการ

The grat is the money,

4:19

ผลตอบแทนคือเงิน

the great benefits,

4:20

สวัสดิการที่ยอดเยี่ยม

and the job security.

4:21

และความมั่นคงในหน้าที่การงาน

Number 4,

4:22

อันดับ 4

longshoreman. วัฒนธรรม

4:23

คนงานท่าเรือ

This job loading and unloading ship cargo

4:24

งานขนถ่ายสินค้าขึ้นลงเรือนี้

at large ports is,

4:26

ที่ท่าเรือขนาดใหญ่คือ

of course,

4:27

แน่นอนว่า

only available if you're near a big port

4:28

ทำได้ก็ต่อเมื่อคุณอยู่ใกล้ท่าเรือใหญ่เท่านั้น

like Houston,

4:29

เช่น ฮิวสตัน

Los Angeles,

4:30

ลอสแองเจลิส

Long Beach,

4:31

ลองบีช

or New York,

4:31

หรือนิวยอร์ก

or are willing to move.

4:32

หรือยินดีที่จะย้ายที่อยู่

วัฒนธรรม

longshoreman: คนงานขนถ่ายสินค้าในท่าเรือ

Longshoreman คือคนงานที่ขนถ่ายสินค้าขึ้นและลงจากเรือที่ท่าเรือ งานนี้เกี่ยวข้องกับท่าเทียบเรือ การขนส่งสินค้า เครน และคลังสินค้า ไม่ใช่การเดินเรืออยู่บนเรือ ในประโยคนี้ การยกชื่อสถานที่หลายแห่งช่วยอธิบายว่างานประเภทนี้ส่วนใหญ่อยู่ใกล้ท่าเรือขนาดใหญ่ คำนี้เป็นชื่ออาชีพเฉพาะในท่าเรือ ไม่ได้หมายถึงทุกคนที่ทำงานบนฝั่ง

แบบฝึกหัด

บุคคลใดเหมาะจะเรียกว่า longshoreman มากที่สุด

  1. คนงานที่ขนถ่ายสินค้าขึ้นลงเรือบรรทุกสินค้าที่ท่าเรือ
  2. ลูกเรือที่บังคับเรือข้ามมหาสมุทร
  3. พนักงานสำนักงานที่จัดตารางท่องเที่ยวชายหาด
ดูคำตอบ

คนงานที่ขนถ่ายสินค้าขึ้นลงเรือบรรทุกสินค้าที่ท่าเรือ

But you might be willing for the money.

4:33

แต่คุณอาจจะยอมย้ายเพราะเงิน

There is no education requirement,

4:35

ไม่มีข้อกำหนดด้านการศึกษา

just experience.

4:37

มีแค่ประสบการณ์

West Coast longshoremen average $98,000

4:38

คนงานท่าเรือฝั่งตะวันตกมีรายได้เฉลี่ย $98,000

according to shippingwatch.com,

4:41

อ้างอิงจาก shippingwatch.com

but with overtime and union power to play hardball on negotiations, สำนวน

4:43

แต่ด้วยค่าล่วงเวลาและอำนาจของสหภาพในการเจรจาต่อรอง

that salary gets north of $100,000. สำนวน

4:46

เงินเดือนนั้นจึงทะลุ $100,000

สำนวน

play hardball: ใช้กลยุทธ์แข็งกร้าว

Play hardball หมายถึงการใช้กลยุทธ์ที่แข็งกร้าวและกดดัน รวมถึงไม่ยอมอ่อนข้อให้ง่าย ๆ โดยเฉพาะในการเจรจาหรือการแข่งขัน เป็นคำเปรียบเทียบจากกีฬาเบสบอล แต่โดยทั่วไปใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ในที่นี้ อำนาจของสหภาพทำให้คนงานมีจุดยืนที่แข็งแกร่งในการต่อรองเรื่องค่าจ้าง วลีนี้สื่อถึงแรงกดดันและการเผชิญหน้า แต่ไม่ได้หมายความในตัวเองว่ามีใครทำสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่ซื่อสัตย์

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ใช้กลยุทธ์แข็งกร้าวและไม่ยอมอ่อนข้อ” ให้สมบูรณ์: During the contract talks, the company decided to ____.

ดูคำตอบ

play hardball

สำนวน

gets north of $100,000: สูงกว่าตัวเลขที่กำหนด

ในประโยคนี้ gets north of $100,000 หมายถึง “เพิ่มขึ้นจนเกิน 100,000 ดอลลาร์” north of ใช้ภาพเปรียบเทียบจากการที่ทิศเหนืออยู่ด้านบนของแผนที่ เพื่อบอกว่าตัวเลขสูงกว่าเกณฑ์ที่กล่าวไว้ สำนวนนี้ไม่ได้บอกว่าสูงกว่าเท่าไรแน่ การใช้เชิงเปรียบเทียบนี้พบได้บ่อยเมื่อพูดถึงเงินเดือน ราคา คะแนน และตัวเลขอื่น ๆ

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งระบุว่า “The project cost is north of $2 million.” ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. โครงการมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า 2 ล้านดอลลาร์
  2. โครงการมีค่าใช้จ่ายมากกว่า 2 ล้านดอลลาร์
  3. โครงการมีค่าใช้จ่ายเท่ากับ 2 ล้านดอลลาร์พอดี
ดูคำตอบ

โครงการมีค่าใช้จ่ายมากกว่า 2 ล้านดอลลาร์

And an LA Times analysis in 2015

4:49

และการวิเคราะห์ของ LA Times ในปี 2015

showed over half of longshoremen

4:51

แสดงให้เห็นว่ากว่าครึ่งของคนงานท่าเรือ

made over $100,000,

4:53

ทำเงินได้เกิน $100,000

while foremen and managers top $200,000.

4:54

ขณะที่หัวหน้าคนงานและผู้จัดการรับเกิน $200,000

A few bosses get $300,000

4:58

เจ้านายบางคนได้ถึง $300,000

and all get free healthcare.

5:00

และทุกคนได้รับสวัสดิการรักษาพยาบาลฟรี

A New York longshoreman makes at least $124,000

5:01

คนงานท่าเรือในนิวยอร์กทำเงินได้อย่างน้อย $124,000

with another round of negotiations coming up in 2018. กริยาวลี

5:05

พร้อมกับการเจรจารอบใหม่ที่จะมาถึงในปี 2018

กริยาวลี

coming up: เหตุการณ์ที่กำลังใกล้เข้ามา

ในประโยคนี้ coming up หมายถึง “ใกล้เข้ามาในแง่ของเวลา” หรือ “มีกำหนดจะเกิดขึ้นในอนาคต” เมื่อวางหลังคำนามที่เป็นเหตุการณ์ เช่น negotiations coming up วลีนี้บอกว่าเหตุการณ์นั้นกำลังจะมาถึง ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์กำลังเคลื่อนเข้าหาผู้พูด ในที่นี้ in 2018 เป็นอนาคตเมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ผู้พูดพูดประโยคนี้ ไม่ได้หมายความว่าปี 2018 ยังเป็นอนาคตเมื่อมองจากปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ใกล้เข้ามาในแง่ของเวลา”: We have an important deadline ____ next Friday.

ดูคำตอบ

coming up

The grunt is working your way up

5:08

งานหนักคือการต้องไต่เต้าขึ้นไป

and the intense physical labor

5:10

และการใช้แรงงานกายอย่างหนัก

with never-ending stacks of cargo

5:11

กับกองสินค้าที่ไม่มีวันหมด

waiting to be moved.

5:13

ที่รอการเคลื่อนย้าย

But the grat is the cash,

5:14

แต่ผลตอบแทนคือเงินสด

the healthcare,

5:15

สวัสดิการรักษาพยาบาล

and holding one of the few jobs that globalization actually needs.

5:16

และได้ทำหนึ่งในไม่กี่อาชีพที่โลกาภิวัตน์ต้องการจริงๆ

Number 3,

5:19

อันดับ 3

mine operator underground.

5:20

คนงานเหมืองใต้ดิน

It's not for you if you're scared of tight spaces ไวยากรณ์

5:22

มันไม่เหมาะกับคุณถ้าคุณกลัวที่แคบ

and it's not glamorous,

5:24

และมันไม่ได้หรูหรา

ไวยากรณ์

It's not for you if...: บอกเหตุผลว่าทำไมบางสิ่งจึงไม่เหมาะ

รูปแบบ It's not for you if... บอกว่ากิจกรรม งาน ผลิตภัณฑ์ หรือตัวเลือกอื่นไม่เหมาะกับคนคนนั้น เมื่อเงื่อนไขหลัง if เป็นจริง ในที่นี้ tight spaces หมายถึงพื้นที่เล็กและปิดล้อม ดังนั้นความกลัวพื้นที่แบบนี้จึงเป็นเหตุผลที่งานเหมืองอาจไม่เหมาะกับเขา Not for you เป็นคำแนะนำเรื่องความเหมาะสม ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าสิ่งนั้นถูกห้าม ไม่มีให้เลือก หรือเกินคุณสมบัติของใคร รูปแบบนี้เชื่อมคำแนะนำกับเหตุผลได้โดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ It's not for you if...: This ride looks exciting, but ____ you panic in the dark.

ดูคำตอบ

it's not for you if

literally digging around in the dirt.

5:25

ต้องขุดดินอยู่ตลอดเวลาจริงๆ

And there's this coal miner image

5:27

และมีภาพลักษณ์ของคนงานเหมืองถ่านหิน

out in the pop culture lexicon

5:28

ในพจนานุกรมวัฒนธรรมป๊อป

of being,

5:30

ว่าเป็น

well,

5:30

เอ่อ

white trash. การใช้คำ

5:30

ขยะผิวขาว

การใช้คำ

white trash ในฐานะคำติดป้ายทางชนชั้นที่ดูหมิ่น

White trash เป็นคำเรียกที่ดูหมิ่นอย่างรุนแรงต่อคนผิวขาวซึ่งถูกเหมารวมว่ายากจน ไม่มีการศึกษา หรือด้อยกว่าในสังคม ในประโยคนี้ คำดังกล่าวใช้เรียกภาพเหมารวมเกี่ยวกับคนงานเหมืองถ่านหินในวัฒนธรรมสมัยนิยม ไม่ใช่คำบรรยายที่เป็นกลางและไม่ได้หมายถึงขยะตามตัวอักษร วลีนี้นำการระบุว่าเป็นคนผิวขาวมารวมกับการดูหมิ่นทางชนชั้น ควรเข้าใจความหมายเมื่อพบในคำพูดที่ถูกยกมาหรือในการวิเคราะห์สื่อ แต่อย่าใช้เป็นหมวดหมู่ทั่วไปเพื่อเรียกคน

แบบฝึกหัด

คุณกำลังเขียนรายงานที่เป็นกลางเกี่ยวกับชุมชนคนผิวขาวที่ยากจน white trash เป็นคำเรียกที่เหมาะสมหรือไม่

  1. ใช่ เป็นหมวดหมู่ทางสังคมที่เป็นกลาง
  2. ไม่ใช่ เป็นคำติดป้ายเชิงดูหมิ่นตามชนชั้น
ดูคำตอบ

ไม่ใช่ เป็นคำติดป้ายเชิงดูหมิ่นตามชนชั้น

But you can laugh all the way to the bank สำนวน

5:31

แต่คุณสามารถหัวเราะร่าไปจนถึงธนาคารได้

because if you're willing to work underground, ไวยากรณ์

5:33

เพราะถ้าคุณยินดีทำงานใต้ดิน

you'll clear $150,000 to $165,000.

5:35

คุณจะทำรายได้สุทธิ $150,000 ถึง $165,000

สำนวน

สำนวน “laugh all the way to the bank”

“laugh all the way to the bank” เป็นสำนวนที่หมายถึงการมีความสุขกับความสำเร็จทางการเงินครั้งใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อคนอื่นเคยล้อเลียน วิจารณ์ หรือสงสัยในตัวคุณ การหัวเราะและการเดินทางไปธนาคารไม่ได้มีความหมายตามตัวอักษร ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวใช้โต้กลับภาพเหมารวมด้านลบเกี่ยวกับงานเหมือง กล่าวคือ คำวิจารณ์มีความสำคัญน้อยลงเพราะงานนี้อาจให้รายได้สูงมาก โดยทั่วไป สำนวนนี้นำปฏิกิริยาด้านลบของคนอื่นมาเปรียบกับเงินที่คนคนหนึ่งหาได้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ทำเงินได้มากแม้จะถูกวิจารณ์” ให้สมบูรณ์: Even if people mock the idea, she may ____ after the product becomes a hit.

ดูคำตอบ

laugh all the way to the bank

ไวยากรณ์

ประโยคเงื่อนไขจริง “If you're willing to ..., you'll ...”

นี่คือประโยคเงื่อนไขที่เป็นไปได้จริง โดย if + present simple ใช้บอกเงื่อนไขที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง และ will + กริยารูปพื้นฐานใช้บอกผลในอนาคตที่คาดไว้ ในประโยคนี้ การยอมทำงานใต้ดินคือเงื่อนไข ส่วนการได้เงินจำนวนดังกล่าวคือผลลัพธ์ “Be willing to” หมายถึงการยอมรับด้วยความสมัครใจหรือพร้อมจะทำบางอย่าง ไม่ใช่เพียงแค่สามารถทำได้ โครงสร้างนี้นำไปใช้กับตัวเลือก ข้อเสนอ และผลที่ตามมาซึ่งเป็นไปได้จริงได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเงื่อนไขที่เป็นไปได้จริงด้วยรูปที่ถูกต้องของ be willing to และ will: If you ____ work weekends, you ____ earn extra pay.

ดูคำตอบ

are willing to · will

The grunt is learning the trade on the job,

5:38

งานหนักคือการเรียนรู้งานหน้างาน

the danger,

5:40

อันตราย

the dirt,

5:41

ความสกปรก

and taking such a specific career track วลี

5:41

และการเลือกเส้นทางอาชีพเฉพาะทางสุดๆ

that it doesn't prepare you for much else.

5:43

จนไม่ได้เตรียมคุณให้พร้อมสำหรับงานอื่นเลย

วลี

career track: เส้นทางอาชีพที่มีความเฉพาะทาง

career track คือเส้นทางในชีวิตการทำงานที่มีการวางแผนไว้หรือมองเห็นทิศทางได้ชัดเจน โดยมักมุ่งไปสู่งานประเภทหนึ่ง รวมถึงทักษะและลำดับการเลื่อนตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง คำว่า track ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงเส้นทาง ไม่ใช่ลู่วิ่งจริง และวลีนี้มีความหมายกว้างกว่างานเพียงตำแหน่งเดียว ในประโยคนี้ such a specific career track หมายถึงเส้นทางที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูงในงานเหมือง ประโยคกำลังเตือนว่าการเตรียมตัวสำหรับเส้นทางนี้อาจนำไปใช้กับงานประเภทอื่นได้ไม่ดีนัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ career track ในความหมายว่าเส้นทางชีวิตการทำงานที่มีการวางแผนและมีความเฉพาะทาง

  1. Leah applied for a weekend job at the café.
  2. Leah ran around the track after work.
  3. Leah chose a career track in medical research.
ดูคำตอบ

Leah chose a career track in medical research.

But the grat is the earnings.

5:45

แต่ผลตอบแทนคือรายได้

And while automation continues to improve mining,

5:47

และถึงแม้ว่าระบบอัตโนมัติจะเข้ามาปรับปรุงการทำเหมือง

you're not being replaced by a robot quite yet. โน้ต

5:49

แต่คุณยังไม่ถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ในตอนนี้หรอก

ไวยากรณ์

you're not being replaced: รูปปฏิเสธของ present progressive passive

You're not being replaced ใช้รูปปฏิเสธของ present progressive passive โดยมีโครงสร้างเป็น ประธาน + am/is/are + not + being + กริยาช่องที่สาม You คือผู้ที่ได้รับผลจากการกระทำ ส่วนผู้กระทำที่ไม่ได้กล่าวตรง ๆ คือหุ่นยนต์ซึ่งจะเป็นฝ่ายเข้ามาแทนที่ รูปนี้นำเสนอการแทนที่ว่าเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับตอนนี้ และปฏิเสธว่ากระบวนการนั้นกำลังเกิดขึ้น Being เป็นส่วนที่จำเป็นใน progressive passive หากตัดออก you're not replaced จะบอกสภาวะที่เรียบง่ายกว่าหรือสถานการณ์ทั่วไป Quite yet เพิ่มความหมายว่า “จนถึงตอนนี้” และยังเปิดโอกาสว่าสถานการณ์อาจเปลี่ยนในภายหลัง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปปฏิเสธแบบเต็มโดยไม่ย่อของ present progressive passive ของ replace: The designers ____ by the new tool; it only speeds up routine tasks.

ดูคำตอบ

are not being replaced

วลี

not ... quite yet: ตอนนี้ยังไม่ แต่ภายหลังอาจเป็นไปได้

“not ... quite yet” หมายถึงเหตุการณ์นั้นยังไม่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ แต่ยังเปิดความเป็นไปได้ว่าอาจเกิดขึ้นภายหลัง ในประโยคนี้ “not” สร้างความปฏิเสธ และ “quite yet” ทำให้ขอบเขตเวลาดูนุ่มนวลขึ้น กล่าวคือ อย่างน้อยตอนนี้ยังไม่ถึงจุดที่จะถูกแทนที่ ใช้โครงสร้างนี้เมื่อรายงานความคืบหน้าหรือคาดการณ์ เพื่อสื่อว่าสถานการณ์นี้เป็นเพียงชั่วคราว ไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย

แบบฝึกหัด

เติมสองส่วนของโครงสร้างเป้าหมายเพื่อให้ข้อความรายงานที่ระมัดระวังนี้สมบูรณ์: The new checkout system is ____ ready for every store ____.

ดูคำตอบ

not · quite yet

That is,

5:52

กล่าวง่ายๆ คือ

you will be in demand for a while. วลี

5:52

คุณยังเป็นที่ต้องการไปอีกสักพัก

วลี

be in demand: เป็นที่ต้องการอย่างมาก

“Be in demand” หมายถึงมีคน นายจ้าง หรือลูกค้าจำนวนมากต้องการหรือจำเป็นต้องมีสิ่งที่เป็นประธานของประโยค ในที่นี้ “you” หมายถึงคนที่ทำงานประเภทนี้ จึงสื่อว่าคนทำงานเหล่านั้นจะยังเป็นที่ต้องการของนายจ้างไปอีกระยะหนึ่ง โครงสร้างคือ ประธาน + be + in demand โดยประธานอาจเป็นคนทำงาน ทักษะ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “เป็นที่ต้องการของนายจ้างจำนวนมาก” ให้ประโยคสมบูรณ์: Cybersecurity specialists are ____ across many industries.

ดูคำตอบ

in demand

Number 2,

5:54

อันดับ 2

city employees,

5:55

พนักงานเทศบาล

at least those of affluent towns.

5:56

อย่างน้อยก็พนักงานในเมืองที่ร่ำรวย

You can actually make more than $143,000

5:58

คุณสามารถทำเงินได้มากกว่า $143,000

without any education requirements

6:00

โดยไม่ต้องใช้วุฒิการศึกษาใดๆ

in some cities like Santa Monica.

6:02

ในบางเมืองอย่างซานตาโมนิกา

But we picked the silliest job in that particular city that pays six figures,

6:03

แต่เราเลือกงานที่ดูงี่เง่าที่สุดในเมืองนั้นที่จ่ายหลักหกหลัก

farmers' market manager.

6:07

ผู้จัดการตลาดนัดเกษตรกร

In fact,

6:09

ในความเป็นจริง

105 city of Santa Monica workers

6:09

พนักงานเมืองซานตาโมนิกา 105 คน

cleared over $300,000 in 2016

6:11

ทำเงินสุทธิไปกว่า $300,000 ในปี 2016

to the horror of watchdog blog Transparent California. วลี

6:14

สร้างความตกตะลึงให้กับบล็อกเฝ้าระวัง Transparent California

วลี

to the horror of: ทำให้…ตกใจหรือสะเทือนใจอย่างมาก

to the horror of a person or group หมายถึงเหตุการณ์หนึ่งทำให้บุคคลหรือกลุ่มนั้นตกใจ สะเทือนใจ หรือวิตกอย่างรุนแรง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอว่า Transparent California มีปฏิกิริยาในแง่ลบอย่างมากต่อรายได้สูงของพนักงาน โดย horror ใช้ในเชิงเปรียบเทียบและไม่จำเป็นต้องหมายถึงความกลัวอันตรายทางกายภาพ โครงสร้าง to the horror of + บุคคลหรือกลุ่ม ทำหน้าที่กำหนดมุมมอง โดยบอกผู้อ่านว่าควรตีความข้อมูลก่อนหน้าหรือหลังจากนั้นผ่านปฏิกิริยาอันรุนแรงของฝ่ายใด

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่แสดงปฏิกิริยาเชิงลบอย่างรุนแรงของชาวบ้านให้สมบูรณ์: The council approved the demolition, ____ local residents.

ดูคำตอบ

to the horror of

The city's global cash and resulting steady stream of tourists สำนวน

6:17

กระแสเงินจากทั่วโลกของเมืองและจำนวนนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

produce high occupancy taxes, วัฒนธรรม

6:20

ทำให้เกิดภาษีผู้เข้าพักในอัตราสูง

that is the city's share of hotel bills,

6:22

ซึ่งก็คือส่วนแบ่งของเมืองจากบิลค่าโรงแรม

and parking taxes filling city coffers การใช้คำ

6:24

และภาษีที่จอดรถที่เติมเต็มคลังของเมือง

and boosting salaries for all jobs.

6:26

ช่วยเพิ่มเงินเดือนให้กับทุกตำแหน่งงาน

สำนวน

steady stream of tourists: กระแสนักท่องเที่ยวที่มาอย่างต่อเนื่อง

A steady stream of tourists หมายถึงนักท่องเที่ยวยังคงเดินทางมาเป็นระยะอย่างต่อเนื่องและค่อนข้างสม่ำเสมอ stream เป็นคำเปรียบเทียบที่ทำให้เห็นภาพผู้คนไหลมาเหมือนน้ำ แทนที่จะมาถึงเป็นกลุ่มเดียวเพียงครั้งเดียว steady เน้นความต่อเนื่องและความสม่ำเสมอโดยประมาณ ไม่ได้หมายความว่าจำนวนต้องเท่ากันทุกขณะ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ a steady stream of + คำนาม ซึ่งมักใช้อธิบายสิ่งที่เข้ามาซ้ำ ๆ เช่น ผู้มาเยือน คำขอ ข้อความ หรือรายได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงกระแสที่สม่ำเสมอและต่อเนื่อง: The bakery had a ____ customers throughout the morning.

ดูคำตอบ

steady stream of

วัฒนธรรม

high occupancy taxes ในใบเรียกเก็บเงินของโรงแรม

ในที่นี้ occupancy taxes คือภาษีที่เมืองเรียกเก็บเมื่อผู้เข้าพักจ่ายค่าที่พักระยะสั้น เช่น ห้องพักในโรงแรม ในบริบทนี้ high บอกว่ารายได้จากภาษีมีจำนวนมากหรือระดับภาษีสูง ส่วน occupancy หมายถึงการเข้าพักที่ถูกเก็บภาษี ไม่ใช่ร้อยละของห้องที่มีผู้เข้าพัก คำอธิบายต่อมาว่าเป็นส่วนแบ่งของเมืองจากค่าโรงแรมแสดงให้เห็นว่าภาษีนี้เป็นแหล่งรายได้ของเมือง ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่ใช้ชื่อภาษีหรือระบบเดียวกัน

แบบฝึกหัด

นักเดินทางเห็น occupancy taxes ในใบเรียกเก็บเงินของโรงแรม คำนี้หมายถึงอะไร

  1. ภาษีของรัฐที่เรียกเก็บจากที่พักระยะสั้น
  2. ร้อยละของห้องโรงแรมที่มีผู้เข้าพักอยู่ในขณะนี้
  3. เงินที่จ่ายให้ผู้เข้าพักในโรงแรมโดยตรง
ดูคำตอบ

ภาษีของรัฐที่เรียกเก็บจากที่พักระยะสั้น

การใช้คำ

city coffers ในความหมายว่าเงินสาธารณะของเมือง

city coffers เป็นสำนวนเปรียบเทียบที่หมายถึงคลังหรือเงินสาธารณะที่รัฐบาลเมืองมีให้ใช้ ภาพเปรียบเทียบนี้มาจาก coffer ซึ่งเดิมหมายถึงหีบเก็บเงิน แต่รูปพหูพจน์นี้โดยทั่วไปหมายถึงเรื่องการเงิน ไม่ใช่หีบจริง ๆ ใน filling city coffers ผู้พูดหมายความว่ารายได้จากภาษีเพิ่มจำนวนเงินที่เมืองนำไปใช้ได้ ไม่ได้หมายความว่าเงินนั้นกลายเป็นรายได้ส่วนตัวของเจ้าหน้าที่เมือง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเปรียบเทียบสองคำ ซึ่งคำที่สองมีความหมายตรงตัวว่าหีบเก็บเงิน: Parking fees add money to the ____.

ดูคำตอบ

city coffers

The grunt is a dull bureaucratic job

6:28

งานหนักคืองานราชการที่น่าเบื่อหน่าย

and perhaps your nagging conscience

6:30

และอาจรวมถึงความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่คอยกวนใจ

if you happen to be the assistant city librarian ไวยากรณ์

6:32

หากคุณบังเอิญเป็นผู้ช่วยบรรณารักษ์ของเมือง

bringing home $220,000

6:34

ที่รับเงินเดือน $220,000

or occupying another overpaid post.

6:35

หรือดำรงตำแหน่งอื่นที่จ่ายเงินเกินจริง

ไวยากรณ์

if you happen to be: เงื่อนไขที่ฟังเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญ

ในประโยคนี้ if you happen to be หมายถึง “หากบังเอิญคุณเป็น” หรือ “หากปรากฏว่าคุณอยู่ในสถานะนั้น” โดย happen ตามด้วยรูป infinitive ที่มี to และ be ใช้นำเข้าสู่ตัวตนหรือสถานะ วลีนี้นำเสนอเงื่อนไขเหมือนเป็นความเป็นไปได้ที่กล่าวแทรกขึ้นมา จึงฟังตรงน้อยกว่า if you are ในที่นี้ความฟังดูสบาย ๆ ดังกล่าวเป็นการประชด เพราะผู้พูดกำลังวิจารณ์ผู้ที่มีตำแหน่งรายได้สูงอย่างเจาะจง ไม่ได้บรรยายการพบกันโดยบังเอิญจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสามคำที่ทำให้เงื่อนไขฟังเป็นความเป็นไปได้ที่กล่าวแทรกขึ้นมาแทนที่จะถามตรง ๆ: If you ____ free after lunch, could you look over this report?

ดูคำตอบ

happen to be

The grat is,

6:38

ผลตอบแทนคือ

well,

6:39

เอ่อ

you're overpaid

6:39

คุณได้รับเงินเกินจริง

and you're in sunny Santa Monica

6:40

และคุณได้อยู่ในซานตาโมนิกาที่แดดจ้า

or another rich city living large. สำนวน

6:41

หรือเมืองคนรวยอื่นๆ และใช้ชีวิตอย่างหรูหรา

สำนวน

living large: เพลิดเพลินกับชีวิตราคาแพงและหรูหรา

ในประโยคนี้ living large หมายถึงการเพลิดเพลินกับวิถีชีวิตที่มั่งคั่งและฟุ่มเฟือย มีสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายและใช้จ่ายอย่างโดดเด่น คำว่า large ไม่ได้บอกขนาดทางกายภาพ แต่ living large เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่ใช้เป็นคำตายตัว เนื่องจากประโยคยังใช้คำว่า overpaid และกล่าวถึงเมืองที่ร่ำรวย วลีนี้จึงสื่อการวิจารณ์แบบขบขัน ไม่ใช่เพียงความชื่นชม ในบริบทอื่นอาจมีน้ำเสียงเฉลิมฉลองหรืออิจฉาก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการสองคำที่หมายถึง “เพลิดเพลินกับวิถีชีวิตราคาแพงและหรูหรา”: After his first album became a hit, he started ____.

ดูคำตอบ

living large

Number 1,

6:44

อันดับ 1

firefighter.

6:44

นักดับเพลิง

Hmm,

6:45

อืม

running into burning buildings

6:46

วิ่งเข้าไปในตึกที่ไฟไหม้

and maintaining the fitness level to regularly charge flights of stairs.

6:47

และรักษาระดับความฟิตเพื่อที่จะวิ่งขึ้นบันไดเป็นประจำ

Maybe not?

6:50

อาจจะไม่เอาดีกว่า?

Think again. น้ำเสียง/เจตนา

6:51

คิดดูใหม่นะ

It has its advantages.

6:52

มันก็มีข้อดีของมัน

น้ำเสียง/เจตนา

Think again: การโต้แย้งข้อสรุปแรก

“Think again” บอกผู้ฟังว่าข้อสรุปแรกของเขาน่าจะผิด และท้าทายให้พิจารณาใหม่ ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ “ใช้เวลาคิดให้นานขึ้น” ในข้อความนี้ สำนวนดังกล่าวทำให้เรื่องพลิกไปอีกทาง หลังจาก “Maybe not?” ผู้พูดส่งสัญญาณว่ากำลังจะให้ข้อมูลใหม่ที่แสดงถึงข้อดีบางอย่าง วิธีนี้พบได้บ่อยในโฆษณา การโต้แย้ง และคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

ใน “Maybe this job has no benefits. Think again. It pays very well,” คำว่า “Think again” ทำหน้าที่อะไร?

  1. ผู้พูดปฏิเสธข้อสรุปแรกและขอให้ผู้ฟังพิจารณาใหม่
  2. ผู้พูดเห็นด้วยว่าข้อสรุปแรกน่าจะถูกต้อง
  3. ผู้พูดขอเวลาเพิ่มเพื่อตัดสินใจเรื่องของตนเอง
ดูคำตอบ

ผู้พูดปฏิเสธข้อสรุปแรกและขอให้ผู้ฟังพิจารณาใหม่

Salary varies by city and position,

6:53

เงินเดือนแตกต่างกันไปตามเมืองและตำแหน่ง

but in major cities like New York and LA,

6:55

แต่ในเมืองใหญ่ๆ อย่างนิวยอร์กและแอลเอ

you'll clear six figures.

6:57

คุณจะทำรายได้สุทธิหกหลัก

You'll make at least $121,000 from day วลี

6:58

คุณจะทำเงินได้อย่างน้อย $121,000 ตั้งแต่วัน

one in Los Angeles,

7:01

แรกในลอสแองเจลิส

วลี

from day one: ตั้งแต่เริ่มต้น

“From day one” หมายถึงเริ่มตั้งแต่จุดแรกสุดและดำเนินต่อจากจุดนั้น เน้นว่าไม่ต้องมีช่วงเวลารอก่อนที่บางสิ่งจะเป็นจริงหรือเริ่มมีผล ในที่นี้หมายความว่าเงินเดือนที่กล่าวถึงมีผลทันทีที่เริ่มงาน ไม่ใช่หลังจากการฝึกอบรม ช่วงทดลองงาน หรือการเลื่อนตำแหน่ง “Day one” อาจใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยหมายถึงจุดเริ่มต้นของงาน โครงการ หรือความสัมพันธ์ ไม่จำเป็นต้องเป็นวันตามปฏิทินที่เจาะจง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายสามคำที่มีคำว่า “day” และหมายถึง “ตั้งแต่จุดแรกสุด”: For every new employee, the mentoring program is available ____.

ดูคำตอบ

from day one

but in New York you'll have to work for five years

7:02

แต่ในนิวยอร์กคุณต้องทำงานถึง 5 ปี

to get to $110,000 as a low-level firefighter.

7:03

กว่าจะได้ถึง $110,000 ในฐานะนักดับเพลิงระดับล่าง

But then you get promoted on your way to chief วลี

7:06

แต่จากนั้นคุณจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งไปจนถึงระดับหัวหน้า

and earn more at each level,

7:08

และได้รับเงินมากขึ้นในแต่ละระดับ

over $300,000 in some fire departments.

7:09

มากกว่า $300,000 ในหน่วยดับเพลิงบางแห่ง

วลี

on your way to chief: ก้าวไปสู่ตำแหน่งเป้าหมาย

On your way to chief นำเสนอ chief ในฐานะจุดหมายบนเส้นทางอาชีพ กล่าวคือนักดับเพลิงกำลังก้าวผ่านการเลื่อนตำแหน่งต่าง ๆ ไปสู่บทบาทผู้นำนั้น วลีนี้บอกความก้าวหน้า ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่สำเร็จแล้ว วลีนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ตามโครงสร้าง be on your way to + เป้าหมาย ตำแหน่ง หรือผลลัพธ์ ในที่นี้ chief เป็นคำนามที่เป็นชื่อตำแหน่ง ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่แปลว่า “หลัก” และข้อความนี้ก็ไม่ได้รับประกันว่าบุคคลนั้นจะได้เป็น chief ในท้ายที่สุด

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างเป้าหมายพร้อมคำสรรพนามที่อ้างถึง Lena เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: After earning two promotions, Lena is ____ becoming chief.

ดูคำตอบ

on her way to

The grunt is you're working in fire,

7:12

งานหนักคือคุณต้องทำงานท่ามกลางกองเพลิง

putting yourself in danger, วลี

7:14

เอาตัวเองไปเสี่ยงอันตราย

วลี

putting yourself in danger: ทำให้ตัวเองเผชิญความเสี่ยง

Putting yourself in danger หมายถึงการที่การกระทำของคุณเองทำให้คุณเข้าไปอยู่หรือยังคงอยู่ในสถานการณ์ที่อาจได้รับอันตราย ในประโยคนี้ putting วางขนานกับ working และเสริมถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นระหว่างทำงานดับเพลิง รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ put + คำสรรพนามสะท้อนกลับ + in danger โดยคำสรรพนามสะท้อนกลับต้องอ้างกลับไปยังประธาน เช่น I put myself in danger, she puts herself in danger และ they put themselves in danger

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนเป้าหมายและคำสรรพนามสะท้อนกลับที่สอดคล้องกับ you: If you climb without a safety line, you are ____.

ดูคำตอบ

putting yourself in danger

worrying about your coworkers,

7:15

ต้องคอยเป็นห่วงเพื่อนร่วมงาน

dealing with deeply distressed people วลี

7:16

รับมือกับผู้คนที่โศกเศร้าเสียใจอย่างหนัก

who are watching their homes and offices burning,

7:17

ที่ต้องดูบ้านและที่ทำงานของตัวเองถูกไฟไหม้

วลี

dealing with deeply distressed people: การรับมือกับผู้ที่ทุกข์ใจอย่างรุนแรง

ในที่นี้ dealing with deeply distressed people หมายถึงการติดต่อกับคนเหล่านั้นและตอบสนองต่อความต้องการ คำถาม และปฏิกิริยาเฉพาะหน้าของพวกเขา ไม่ได้หมายถึงการทำธุรกิจกับพวกเขา deeply distressed สื่อถึงความกลัว ความตกใจ หรือความเจ็บปวดทางอารมณ์อย่างรุนแรง คำว่า deeply ทำให้ distressed มีระดับที่หนักกว่าความกังวลหรือความเครียดทั่วไปมาก จึงเหมาะกับผู้ที่กำลังเผชิญเหตุการณ์ร้ายแรง

แบบฝึกหัด

ผู้ให้คำปรึกษาภาวะวิกฤตพูดคุยกับผู้โทรที่อยู่ในอาการตกใจหลังเกิดภัยพิบัติ ประโยคใดอธิบายงานนี้ได้ดีที่สุด

  1. The counselor deals with mildly stressed people.
  2. The counselor deals in deeply distressed people.
  3. The counselor deals with deeply distressed people.
ดูคำตอบ

The counselor deals with deeply distressed people.

and you're also a paramedic,

7:19

และคุณยังเป็นเจ้าหน้าที่กู้ชีพด้วย

meaning you have to see terrible injuries from violence

7:21

หมายความว่าคุณต้องเห็นการบาดเจ็บสาหัสจากความรุนแรง

and witness other human loss.

7:23

และเป็นพยานถึงความสูญเสียชีวิตผู้อื่น

But you work days at a time วลี

7:24

แต่คุณจะทำงานติดกันหลายวัน

and then have chunks of time free, วลี

7:26

แล้วก็มีเวลาว่างยาวๆ

วลี

days at a time: ครั้งละหลายวันติดต่อกัน

Days at a time หมายถึงแต่ละช่วงกินเวลาหลายวันติดต่อกัน ในประโยคนี้ ช่วงการทำงานหนึ่งช่วงยาวหลายวัน แล้วตามด้วยเวลาว่างก้อนใหญ่ โครงสร้างคือ จำนวนหรือช่วงเวลา + at a time ซึ่งแบ่งกิจกรรมออกเป็นช่วงหรือรอบ และมักเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบที่เกิดซ้ำ ไม่ได้หมายถึง “ตรงเวลาทุกวัน” และไม่ได้บอกว่ากิจกรรมนั้นเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “ครั้งละหลายวันติดต่อกัน”: During migration season, the biologists live on the island for ____, then return to the mainland.

ดูคำตอบ

days at a time

วลี

have chunks of time free: มีเวลาว่างเป็นช่วงยาว ๆ

Chunks of time หมายถึงช่วงเวลาที่ค่อนข้างยาวและนำไปใช้ทำสิ่งต่าง ๆ ได้ คำว่า chunk บอกเพียงช่วงเวลาโดยประมาณ ไม่ได้ระบุจำนวนชั่วโมงหรือวันที่แน่นอน ใน have chunks of time free คำว่า free บอกว่าช่วงเวลาเหล่านั้นไม่มีงานหรือกิจกรรมอื่นกำหนดไว้ ประโยคนี้เปรียบเทียบวันที่ทำงานหนักติดต่อกันกับช่วงเวลาว่างยาว ๆ หลังจากนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงมีช่วงเวลายาว ๆ หลายช่วงซึ่งไม่มีตารางกำหนดไว้: After three busy days, I ____ on Thursday and Friday.

ดูคำตอบ

have chunks of time free

so you can travel and buy toys

7:27

เพื่อให้คุณได้เดินทางและซื้อของเล่น

with your six figures you're earning,

7:28

ด้วยเงินหกหลักที่คุณหามาได้

with solid job security.

7:30

พร้อมกับความมั่นคงในอาชีพที่แข็งแกร่ง

And you get to contribute to your community วลี

7:31

และคุณได้มีส่วนช่วยเหลือชุมชน

and truly help people every time you go to work.

7:33

และได้ช่วยเหลือผู้คนจริงๆ ทุกครั้งที่คุณไปทำงาน

วลี

contribute to your community: สร้างประโยชน์ให้ชุมชนของคุณ

To contribute to your community หมายถึงทำสิ่งที่ช่วยผู้คนหรือสถานที่รอบตัวคุณ สิ่งที่มอบให้เป็นประโยชน์นั้นอาจเป็นงาน เวลา ทักษะ ความคิด เงิน หรือการสนับสนุนแบบอื่น ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวแสดงคุณค่าของงานต่อส่วนรวม การช่วยผู้คนขณะทำงานทำให้ชุมชนได้รับประโยชน์ โครงสร้าง contribute to + กลุ่ม เป้าหมาย หรือโครงการ เน้นผลดีที่เกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงการให้เงินเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงได้ถูกต้องว่า contribute to a community อาจหมายถึงการมอบเวลาและทักษะ ไม่ใช่แค่เงินเท่านั้น

  1. Maya can contribute to her community only by donating money.
  2. By coaching the youth team, Maya contributes to her community.
  3. By coaching the youth team, Maya contributes her community.
ดูคำตอบ

By coaching the youth team, Maya contributes to her community.

So,

7:35

เอาล่ะ

which of these high-paying jobs took you most by surprise? วลี

7:35

งานรายได้ดีงานไหนที่ทำให้คุณประหลาดใจมากที่สุด?

วลี

took you most by surprise: สิ่งที่ทำให้คุณประหลาดใจมากที่สุด

Take someone by surprise เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงบางสิ่งเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดและทำให้คนนั้นประหลาดใจ คำว่า by เป็นส่วนหนึ่งของสำนวน ไม่ได้สื่อถึงการเคลื่อนที่หรือจุดหมายจริง ๆ ใน took you most by surprise คำว่า most ใช้เปรียบเทียบงานรายได้สูงทั้งหมดและถามว่างานใดสร้างความประหลาดใจมากที่สุด Which of these high-paying jobs เป็นประธานของคำถาม ดังนั้น took จึงเป็นคำกริยารูปอดีต

แบบฝึกหัด

เติมคำถามให้สมบูรณ์โดยใช้ take someone by surprise ในรูปอดีต และวาง most ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ: Of all the results, which one ____?

ดูคำตอบ

took you most by surprise

Would you consider working any of these jobs?

7:38

คุณจะพิจารณาทำงานพวกนี้บ้างไหม?

Let us know in the comments.

7:40

บอกให้เรารู้ในคอมเมนต์หน่อยนะ

Be sure to check out our other video,

7:41

อย่าลืมไปดูวิดีโออื่นๆ ของเรา

Top 10 Tallest Buildings in the World.

7:42

10 อันดับตึกที่สูงที่สุดในโลก

Thanks for watching

7:44

ขอบคุณที่รับชม

and as always,

7:45

และเช่นเคย

don't forget to like,

7:46

อย่าลืมกดไลค์

share,

7:46

แชร์

and subscribe.

7:46

และกดติดตาม

See you next time.

7:47

แล้วพบกันใหม่คราวหน้า