คนที่สามารถรับรสชาติของคำพูดได้ - 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ
BBC Learning English
ภาพรวมวิดีโอ: รายการสำรวจภาวะประสาทสัมผัสเชื่อมโยงผ่านพี่น้องหญิงชาวสกอตแลนด์สองคน ซึ่งรับรู้รสอาหารบางอย่างเมื่อได้ยินคำต่าง ๆ พร้อมอธิบายว่าการผสมกันของประสาทสัมผัสอาจกระตุ้นความอยากอาหารได้อย่างไร และงานวิจัยด้านประสาทวิทยากับพันธุกรรมกำลังหักล้างความเชื่อเดิมที่ว่าประสบการณ์เช่นนี้เป็นเพียงจินตนาการ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. synesthesia, — ความหมายและระดับการใช้คำศัพท์: เข้าใจศัพท์เฉพาะที่หมายถึงภาวะทางระบบประสาทซึ่งประสาทสัมผัสตั้งแต่สองอย่างขึ้นไปทำงานเชื่อมโยงกัน และใช้ได้อย่างแม่นยำเมื่อพูดถึงการรับรู้ จิตวิทยา หรือประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสที่ไม่ทั่วไป 2. craving, a strong feeling of wanting a particular food. — ความหมายและระดับการใช้คำศัพท์: แยกความต่างระหว่าง craving กับ want ที่มีน้ำหนักเบากว่า และอธิบายความต้องการอาหารชนิดหนึ่งอย่างรุนแรง เช่น เมื่อคำหนึ่งทำให้เกิดรสชาติที่ชัดเจนจนอยากกินขึ้นมา 3. actually it does have — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกต does ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า และใช้ do, does หรือ did เพื่อโต้แย้งข้อสงสัยหรือแก้ความเชื่อเดิมอย่างหนักแน่น เช่น ย้ำว่าประสบการณ์หนึ่งมีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์จริง
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Hello, this is 6 Minute English from BBC Learning English.
0:08สวัสดี นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English.
sweet and sour: รสเปรี้ยวหวานหนึ่งรส
sweet and sour หมายถึงรสชาติผสมหนึ่งรสที่มีทั้งความหวานและความเปรี้ยว ในตัวอย่างนี้ คำคุณศัพท์สองคำทำงานร่วมกันหลัง is ไม่ได้แสดงสองตัวเลือกที่แยกจากกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีบอกรสชาติสามคำที่เรียนในบทนี้: The sauce is ____.
ดูคำตอบ
sweet and sour
I don't know if... เพื่อแสดงความไม่แน่ใจอย่างนุ่มนวล
I don't know if... อาจหมายตามตัวอักษรว่าขาดข้อมูล แต่ในที่นี้ใช้เพื่อลดความหนักแน่นของคำพูด ผู้พูดเลี่ยงการยืนยันชัดเจนว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ตนชอบที่สุด ความหมายใกล้กับ I'm not sure whether... และเปิดพื้นที่ให้มีความเห็นอื่น โครงสร้างคือ I don't know if + อนุประโยค โดยอนุประโยคหลัง if บอกเรื่องที่ผู้พูดยังไม่แน่ใจ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงอย่างนุ่มนวลว่าคุณไม่แน่ใจว่าสิ่งหนึ่งเป็นสิ่งที่คุณชอบที่สุดหรือไม่
- I don't know if it's my favorite.
- It cannot be anyone's favorite.
- It is definitely my favorite.
ดูคำตอบ
I don't know if it's my favorite.
saying out loud: พูดออกเสียง
ในประโยคนี้ saying out loud หมายถึงการออกเสียงพูดคำนั้นจริง ๆ ให้ได้ยิน ไม่ใช่แค่คิดในใจหรืออ่านเงียบ ๆ รูป -ing ทำให้วลีนี้ทำหน้าที่บอกกิจกรรมที่ผู้พูดชอบทำ out loud เน้นว่ามีเสียงออกมา ไม่ได้หมายความว่าต้องพูดดังมากเสมอไป
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่มี out และหมายถึงการพูดให้ได้ยิน: Please read the new word ____.
ดูคำตอบ
out loud
Nincompoop: คำเรียกคนโง่แบบขำ ๆ
ในประโยคนี้ saying out loud หมายถึงการออกเสียงพูดคำนั้นจริง ๆ ให้ได้ยิน ไม่ใช่แค่คิดในใจหรืออ่านเงียบ ๆ รูป -ing ทำให้วลีนี้ทำหน้าที่บอกกิจกรรมที่ผู้พูดชอบทำ out loud เน้นว่ามีเสียงออกมา ไม่ได้หมายความว่าต้องพูดดังมากเสมอไป
แบบฝึกหัด
ตัดสินว่าถูกหรือผิด: การเรียกเพื่อนร่วมงานที่ไม่สนิทว่า nincompoop ในอีเมลเรื่องงานที่เป็นทางการ เป็นการเลือกใช้คำที่ปลอดภัยและเป็นกลาง
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ผิด
“For me,” สำหรับระบุมุมมองส่วนตัว
For me, ที่ต้นประโยคเป็นการกำหนดมุมมองส่วนตัว ความหมายใกล้กับ in my experience หรือ in my opinion ดังนั้นรสชาติและกลิ่นที่ตามมาจึงเป็นตัวอย่างของผู้พูดเอง ไม่ใช่การบอกว่าทุกคนรู้สึกเหมือนกัน เครื่องหมายจุลภาคช่วยให้เห็นว่าวลีนี้ใช้เกริ่นมุมมอง ในตำแหน่งอื่น for me อาจหมายถึงผู้รับโดยตรงได้ เช่น This present is for me แต่ในประโยคนี้ไม่ได้ทำหน้าที่นั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อความรู้สึกส่วนตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติ แทนที่จะบอกข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทุกคน
- Rainy days give relaxing to me.
- For me, rainy days are relaxing.
- Rainy days are relaxing for every person.
ดูคำตอบ
For me, rainy days are relaxing.
five senses: การมองเห็น การได้ยิน การดมกลิ่น การรับรส และการสัมผัส
five senses ตามแนวคิดดั้งเดิมคือวิธีทั่วไปที่ร่างกายรับข้อมูล ได้แก่ sight, hearing, smell, taste และ touch ในคำบรรยายใช้ sound เป็นคำเรียกง่าย ๆ แทน hearing ตรงนี้ senses หมายถึงความสามารถในการรับสัมผัส ไม่ได้หมายถึง “ความหมาย” หรือ “วิจารณญาณ” เครื่องหมายทวิภาคแสดงว่าคำที่ตามมาเป็นชื่อของประสาทสัมผัสทั้งห้า โครงสร้าง “หมวดหมู่: รายการ” บอกว่ารายการด้านหลังใช้อธิบายหมวดหมู่ด้านหน้า
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดตรงกับ five senses ที่แจกแจงไว้ในคำบรรยาย
- sight, sound, smell, taste, and touch
- color, shape, size, speed, and age
- thought, memory, sleep, hunger, and luck
ดูคำตอบ
sight, sound, smell, taste, and touch
For most of us, ...: เริ่มจากกรณีทั่วไป
For most of us ใช้นำเสนอประสบการณ์ทั่วไปก่อนที่ผู้พูดจะพูดถึงข้อยกเว้นที่อาจมี ความหมายคือสำหรับคนส่วนใหญ่ในกลุ่ม ไม่ใช่สำหรับทุกคน ในแง่การจัดลำดับข้อมูล วลีนี้พาผู้ฟังจากกรณีทั่วไปไปสู่กรณีที่พบได้น้อยกว่า ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้ข้อความถัดไปเป็นการกล่าวโดยสรุป ไม่ใช่สถิติที่แม่นยำ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ For most of us เพื่อบอกประสบการณ์ทั่วไปและยังเปิดพื้นที่ให้มีข้อยกเว้น
- For all of us, mornings are exactly the same.
- For most of us, mornings are easier after a good night's sleep.
- Most of us have no exceptions to any rule.
ดูคำตอบ
For most of us, mornings are easier after a good night's sleep.
But that's not how everyone's brain works: แนะนำข้อยกเว้น
But that's not how everyone's brain works ใช้ But เพื่อเปลี่ยนจากรูปแบบทั่วไปที่เพิ่งอธิบายไป How someone's brain works หมายถึงวิธีที่คนคนนั้นประมวลผลข้อมูลหรือมีประสบการณ์ ไม่ได้หมายถึงว่าสมองทำงานทางกายภาพหรือไม่ ในที่นี้ that's ชี้กลับไปยังข้อความก่อนหน้าทั้งหมดที่บอกว่าประสาทสัมผัสไม่ผสมกัน Not everyone's หมายความว่าข้อความนี้ไม่ได้ใช้กับทุกคน แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีใครเป็นแบบนั้น ประโยคนี้ใช้เพื่อแนะนำข้อยกเว้นของการกล่าวโดยทั่วไป
แบบฝึกหัด
จริงหรือไม่จริง: ใน But that's not how everyone's brain works. ผู้พูดบอกว่ารูปแบบก่อนหน้านี้ไม่ได้ใช้ได้กับทุกคน แต่ไม่ได้บอกว่าใช้ไม่ได้กับใครเลย
- จริง
- ไม่จริง
ดูคำตอบ
จริง
Imagine being able to taste every word that you hear. ไวยากรณ์
0:58ลองจินตนาการว่าสามารถรับรสชาติของทุกคำที่คุณได้ยิน
Imagine being able to...: การจินตนาการถึงความสามารถ
Imagine being able to... ใช้ชวนผู้ฟังให้นึกภาพว่าตนมีความสามารถอย่างหนึ่ง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเข้าสู่แนวคิดที่น่าประหลาดใจเรื่องการลิ้มรสคำต่าง ๆ ในรูปแบบนี้ imagine ตามด้วย being ซึ่งเป็นรูป -ing โครงสร้างคือ imagine + being able to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใน Imagine being able to taste คำว่า taste เป็นคำกริยารูปพื้นฐานที่ตามหลัง to การเปิดเรื่องแบบนี้ใช้ได้ดีในคำบรรยาย เรื่องเล่า และการสนทนา เพราะช่วยพาผู้ฟังเข้าสู่สถานการณ์สมมติได้อย่างรวดเร็ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ Imagine + being able to + คำกริยารูปพื้นฐาน: Imagine ____ breathe underwater.
ดูคำตอบ
being able to
do just that: อ้างกลับไปถึงการกระทำเดิมอย่างตรงจุด
ใน who can do just that คำว่า that ย้อนกลับไปอ้างถึงการกระทำทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวถึงก่อนหน้า ซึ่งก็คือการลิ้มรสทุกคำที่ได้ยิน ส่วน do ใช้แทนการกระทำนั้น ผู้พูดจึงไม่ต้องพูดซ้ำทั้งหมด ในรูปแบบนี้ just หมายถึงตรงตามนั้นหรืออย่างแท้จริง คำนี้เน้นว่าพี่น้องสองสาวทำสิ่งเดียวกับที่อธิบายไว้ได้ ไม่ได้หมายถึงเพิ่งทำเมื่อครู่ เมื่อกล่าวถึงการกระทำหนึ่งแล้วต้องการยืนยันว่ามีคนทำการกระทำนั้นจริง สามารถใช้ do just that หรือ did just that ได้
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'Nora said she would email the report, and she did just that,' did just that หมายความว่าอะไร?
- เธอส่งรายงานทางอีเมลตามที่พูดไว้ทุกประการ
- เธอเพิ่งเริ่มพูดถึงรายงานเท่านั้น
- เธอไปทำงานอื่นแทน
ดูคำตอบ
เธอส่งรายงานทางอีเมลตามที่พูดไว้ทุกประการ
Julie McDowall and her younger sister Jen McCready
1:11Julie McDowall และ Jen McCready น้องสาวของเธอ
a neurological condition where two or more senses mix together. โน้ต
1:15ภาวะทางระบบประสาทที่ประสาทสัมผัสตั้งแต่สองอย่างขึ้นไปผสมกัน
synesthesia: เมื่อประสาทสัมผัสเชื่อมโยงกัน
synesthesia หรือภาวะประสาทสัมผัสร่วม เป็นภาวะทางระบบประสาทที่การกระตุ้นประสาทสัมผัสอย่างหนึ่งทำให้เกิดประสบการณ์จากอีกประสาทสัมผัสหนึ่งโดยอัตโนมัติ เช่น เสียงหนึ่งอาจทำให้คนคนนั้นรับรู้สีหรือรสชาติเดิมอย่างสม่ำเสมอ ในที่นี้ คำนี้เรียกรูปแบบการรับรู้ที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่จินตนาการทั่วไปหรือการเปรียบเทียบเชิงกวี วลีถัดมา a neurological condition ทำหน้าที่อธิบายคำนี้ให้ผู้ชมเข้าใจ
แบบฝึกหัด
synesthesia ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- การสูญเสียประสาทสัมผัสทั้งหมดชั่วคราว
- การใช้จินตนาการสร้างคำเปรียบเทียบ
- ภาวะที่ประสาทสัมผัสอย่างหนึ่งทำให้เกิดประสบการณ์จากอีกประสาทสัมผัสหนึ่งโดยอัตโนมัติ
ดูคำตอบ
ภาวะที่ประสาทสัมผัสอย่างหนึ่งทำให้เกิดประสบการณ์จากอีกประสาทสัมผัสหนึ่งโดยอัตโนมัติ
a neurological condition: ภาวะที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท
วลี a neurological condition หมายถึงภาวะสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท รวมถึงสมองและเส้นประสาท คำคุณศัพท์ neurological ขยายคำนาม condition ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ condition หมายถึงภาวะสุขภาพ ไม่ใช่กฎหรือข้อกำหนดที่ต้องทำให้ครบ
แบบฝึกหัด
a neurological condition ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- ภาวะสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท
- กฎที่ต้องทำให้ครบก่อนบางสิ่งจะเกิดขึ้น
- ข้อตกลงชั่วคราวเกี่ยวกับสภาพอากาศ
ดูคำตอบ
ภาวะสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท
condition where ...: where ที่ใช้กับสถานการณ์นามธรรม
where two or more senses mix together เป็นอนุประโยคขยายที่อธิบาย condition ตรงนี้ where ไม่ได้ชี้ถึงสถานที่จริง แต่หมายถึง “ในภาวะนี้” และอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นภายในภาวะนั้น เมื่ออยู่หลังคำนามนามธรรม เช่น condition, situation หรือ case คำว่า where สามารถนำหน้ารายละเอียดเกี่ยวกับสภาวะที่บางสิ่งเกิดขึ้นได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ where เพื่ออธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นในสถานการณ์ที่เป็นนามธรรม แทนที่จะชี้ถึงสถานที่จริง
- Where is the nearest clinic?
- This is a situation where every second matters.
- We visited the room where the test took place.
ดูคำตอบ
This is a situation where every second matters.
as they are called: ข้อความแทรกที่อธิบายชื่อเรียก
as they are called เป็นข้อความแทรกเกี่ยวกับชื่อ synesthetes หมายถึง “ซึ่งเป็นชื่อที่คนใช้เรียกพวกเขา” และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์หลักที่บอกด้วย hear และ becomes activated เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าส่วนนี้เป็นข้อมูลเสริม เมื่อตัดข้อความนี้ออก ประโยคยังมีโครงสร้างสมบูรณ์: When synesthetes hear a word, their sense of taste also becomes activated. as ตรงนี้หมายถึง “ตามที่เพิ่งกล่าวไว้” ไม่ได้หมายถึง “เพราะ”
แบบฝึกหัด
as they are called ทำหน้าที่อะไรในประโยค
- เพิ่มคำอธิบายที่ระบุชื่อที่ใช้เรียกคนกลุ่มนี้
- บอกเหตุผลที่คนกลุ่มนี้ได้ยินคำหนึ่งคำ
- บอกว่าคนกลุ่มนี้ไม่ชอบชื่อดังกล่าว
ดูคำตอบ
เพิ่มคำอธิบายที่ระบุชื่อที่ใช้เรียกคนกลุ่มนี้
becomes activated: เปลี่ยนเข้าสู่ภาวะทำงาน
ในประโยคนี้ becomes activated หมายถึง “เปลี่ยนจากยังไม่ทำงานมาเป็นเริ่มทำงาน” ประสาทรับรสเริ่มตอบสนองเมื่อบุคคลนั้นได้ยินคำหนึ่งคำ โครงสร้าง become + past participle เน้นการเปลี่ยนสภาวะ ใช้กับระบบ บริเวณสมอง ประสาทสัมผัส สัญญาณเตือน หรือสิ่งอื่น ๆ ที่เริ่มทำงานหลังถูกกระตุ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้สำนวนเป้าหมายเพื่อบอกว่าระบบเริ่มทำงาน
- The smoke alarm becomes activation when it detects smoke.
- The smoke alarm becomes excited when it detects smoke.
- The smoke alarm becomes activated when it detects smoke.
ดูคำตอบ
The smoke alarm becomes activated when it detects smoke.
produce specific tastes: ทำให้เกิดผลลัพธ์ทางประสาทสัมผัส
ในที่นี้ produce หมายถึง “ทำให้เกิดหรือก่อให้เกิด” ไม่ได้หมายถึง “ผลิตสินค้า” คำต่าง ๆ เป็นสาเหตุ ส่วนรสชาติที่เฉพาะเจาะจงเป็นผลลัพธ์ทางประสาทสัมผัส produce มักตามด้วยคำนามที่บอกผลลัพธ์ เช่น produce a taste, sound, effect, result หรือ sensation ส่วน specific แสดงว่ารสชาติเหล่านั้นมีลักษณะเฉพาะและแยกแยะได้ ไม่ใช่เพียงความรู้สึกของรสชาติที่คลุมเครือ
แบบฝึกหัด
เลือกคำกริยาที่เป็นธรรมชาติที่สุดเพื่อเติมประโยคแบบวิทยาศาสตร์นี้: This chemical reaction can (blank) a bright light.
- own
- build
- produce
ดูคำตอบ
produce
For example: การเกริ่นตัวอย่างเฉพาะ
For example เป็นคำบอกสัญญาณในข้อความ ซึ่งบอกว่ากรณีเฉพาะที่ตามมาจะช่วยอธิบายแนวคิดที่กว้างกว่าซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้า ในที่นี้ ประโยคเกี่ยวกับเจนและโซเฟียเป็นกรณีตัวอย่างที่ชัดเจนของคำอธิบายเรื่องประสาทสัมผัสเชื่อมโยงก่อนหน้านี้ เมื่อฟังหรืออ่าน ให้มอง For example เป็นสัญญาณที่ช่วยจัดลำดับข้อมูล เนื้อหาจะเปลี่ยนจากประเด็นทั่วไปไปยังหลักฐานหรือตัวอย่างที่สนับสนุนประเด็นนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่านี่เป็นเพียงกรณีเดียวที่เป็นไปได้
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดใช้ For example ได้ถูกต้องเพื่อเกริ่นตัวอย่างที่สมบูรณ์และสนับสนุนแนวคิดก่อนหน้า
- Some sounds can trigger colors, such as a bell may look bright yellow.
- Some sounds can trigger colors. For example, a bell may look bright yellow.
- Some sounds can trigger colors. For example of a bell may look bright yellow.
ดูคำตอบ
Some sounds can trigger colors. For example, a bell may look bright yellow.
when Jen hears ... she tastes: เหตุการณ์กระตุ้นและปฏิกิริยา
อนุประโยค when บอกเหตุการณ์กระตุ้น คือเจนได้ยินชื่อนั้น ส่วนประโยคหลักบอกปฏิกิริยา คือเธอรับรู้รสชาติของมาร์ชเมลโลว์สีชมพู ในที่นี้ when หมายถึง “เมื่อ” หรือเนื่องจากเป็นปฏิกิริยาที่เกิดซ้ำ จึงเข้าใจได้ว่า “ทุกครั้งที่” และไม่ได้ใช้เพื่อตั้งคำถาม โครงสร้าง When + present simple ตามด้วยประโยคหลักใน present simple ใช้เชื่อมเหตุการณ์กระตุ้นที่เกิดซ้ำกับผลที่มักเกิดขึ้น เมื่ออนุประโยค when อยู่ข้างหน้า ให้ใส่เครื่องหมายจุลภาคก่อนประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค when ได้ถูกต้องเพื่อแสดงเหตุการณ์กระตุ้นที่เกิดซ้ำและปฏิกิริยาที่มักตามมา
- Maya covers her ears before the school bell rings.
- When does the school bell ring? Maya covers her ears.
- When the school bell rings, Maya covers her ears.
ดูคำตอบ
When the school bell rings, Maya covers her ears.
tastes like noodles: taste like + คำนาม
taste like + คำนาม หมายถึง “มีรสชาติคล้ายสิ่งนั้น” ในประโยคที่เล่นกับความรู้สึกนี้ ชื่อ Leo ถูกบรรยายว่าทำให้เกิดรสชาติคล้ายบะหมี่ ในโครงสร้างนี้ like หมายถึง “คล้าย” ไม่ได้หมายถึง “ชอบ” ประธานเอกพจน์ the name Leo ใช้ tastes ส่วน I หรือประธานพหูพจน์ใช้ taste
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ taste like เติมประโยคให้สมบูรณ์: This tea ____ peaches.
ดูคำตอบ
tastes like
We'll hear more from the unusual sisters later.
1:38เราจะได้ฟังเรื่องราวจากสองพี่น้องที่ไม่ธรรมดานี้เพิ่มเติมในภายหลัง
But first, I have a question: หยุดก่อนขั้นตอนถัดไปเพื่อถามคำถาม
But first, I have a question บอกผู้ฟังว่าผู้พูดจะหยุดขั้นตอนถัดไปที่ทุกคนคาดไว้ชั่วคราว แล้วถามบางอย่างก่อนจะดำเนินต่อ But แสดงการเปลี่ยนทิศทางเล็กน้อยจากลำดับที่วางไว้ ส่วน first วางคำถามไว้ก่อนสิ่งที่จะตามมา ไม่ได้แสดงการโต้แย้งอย่างรุนแรง คำบอกลำดับแบบนี้ช่วยให้ผู้ฟังตามขั้นตอนของรายการ บทสัมภาษณ์ บทเรียน หรือการนำเสนอได้ โดยทำกิจกรรมสั้น ๆ ก่อน แล้วจึงกลับเข้าสู่หัวข้อหลัก
แบบฝึกหัด
เลือกคำเชื่อมที่เป็นธรรมชาติที่สุด: We'll explain the answer soon. ___, let's look at one clue.
- For example
- In the end
- But first
ดูคำตอบ
But first
We've just heard what happens: ทบทวนแล้วเชื่อมไปยังส่วนถัดไป
We've just heard what happens หมายความว่าผู้พูดและผู้ฟังเพิ่งได้ยินข้อมูลนั้นเมื่อไม่นานมานี้ present perfect ในรูป have heard แสดงว่าการได้ยินเมื่อครู่นั้นยังเกี่ยวข้องกับการสนทนาในปัจจุบัน ไม่ใช่เหตุการณ์ในอดีตที่จบไปและแยกจากตอนนี้ ในรายการ We've just heard... เป็นสัญญาณที่ช่วยจัดลำดับเนื้อหา โดยย้อนกลับไปกล่าวถึงสิ่งที่เพิ่งนำเสนออย่างสั้น ๆ แล้วใช้ข้อมูลนั้นเป็นพื้นฐานของคำถามหรือคำอธิบายถัดไป เมื่อได้ยินวลีนี้ ให้คาดว่าการสนทนาจะเดินหน้าต่อจากการทบทวนนั้น
แบบฝึกหัด
We've just heard... ในที่นี้ทำหน้าที่หลักอย่างไรในการจัดลำดับเนื้อหา
- ขอให้ผู้ฟังฟังเนื้อหาเดิมอีกครั้ง
- ทบทวนข้อมูลที่เพิ่งนำเสนอและเชื่อมกับสิ่งที่จะตามมา
- ประกาศว่ารายการจบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว
ดูคำตอบ
ทบทวนข้อมูลที่เพิ่งนำเสนอและเชื่อมกับสิ่งที่จะตามมา
I don't know what this says about me, Sam, น้ำเสียง/เจตนา
2:02ผมไม่รู้ว่านี่บ่งบอกอะไรเกี่ยวกับตัวผมนะ Sam
what this says about me: ตัวเลือกหนึ่งเผยอะไรเกี่ยวกับเรา
ใน I don't know what this says about me คำว่า this หมายถึงสิ่งที่ผู้พูดเลือกหรือคาดเดา ส่วน says about me หมายถึง “เผยหรือบอกเป็นนัยบางอย่างเกี่ยวกับบุคลิก รสนิยม หรือภาพลักษณ์ของฉัน” ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งใดกำลังพูดกับเขาตามตัวอักษร ผู้พูดใช้วลีนี้เพื่อหยอกตัวเองเบา ๆ ก่อนจะเดาคำตอบแบบขำ ๆ เขาบอกเป็นนัยว่าการเลือกแซนด์วิชแยมอาจทำให้คนมองเขาในลักษณะหนึ่ง แต่ไม่ได้กำลังวิเคราะห์นิสัยของตัวเองอย่างจริงจัง Sam เป็นคำเรียกคู่สนทนาโดยตรง
แบบฝึกหัด
I don't know what this says about me ในบริบทนี้หมายความว่าอย่างไร
- ฉันต้องการให้ Sam พูดคำตอบอีกครั้ง
- ฉันอ่านข้อความที่เขียนถึงฉันไม่ได้
- ฉันสงสัยว่าตัวเลือกของฉันเผยอะไรเกี่ยวกับบุคลิกหรือภาพลักษณ์ของฉัน
ดูคำตอบ
ฉันสงสัยว่าตัวเลือกของฉันเผยอะไรเกี่ยวกับบุคลิกหรือภาพลักษณ์ของฉัน
I'm going to guess that...: ใช้เกริ่นการเดาคำตอบในตอนนั้น
I'm going to guess that... ใช้เกริ่นคำตอบที่ผู้พูดยังไม่แน่ใจ ในประโยคนี้ผู้พูดเลือกข้อ C โดยการเดา going to แสดงการกระทำที่ผู้พูดตั้งใจจะทำต่อไป คือการเดา ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปที่ใด หลัง that ใช้อนุประโยคที่บอกสิ่งที่เดา เช่น the answer is twelve
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายเพื่อเกริ่นคำตอบที่ยังไม่แน่ใจ: I'm ____ the answer is twelve.
ดูคำตอบ
going to guess that
don't worry: คำพูดที่ใช้ปลอบใจอย่างเป็นมิตร
Don't worry เป็นคำพูดที่ใช้ปลอบใจ โดยบอกอีกฝ่ายว่าปัญหาไม่ใหญ่ จัดการได้ หรือมีแนวโน้มว่าจะได้รับการแก้ไข ในประโยคนี้ใช้ทำให้นีลสบายใจระหว่างรอคำตอบ คำนี้ไม่ใช่คำสั่งตามตัวอักษรให้หยุดทำสิ่งใด ผู้พูดกำลังช่วยลดความกังวลของอีกฝ่าย และมักตามด้วยเหตุผลหรือวิธีแก้ไข
แบบฝึกหัด
เพื่อนกลัวว่าพวกคุณจะสาย แต่ยังมีเวลาเหลือมาก เลือกคำพูดปลอบใจที่สุภาพและเป็นธรรมชาติ
- Why are you never on time?
- Don't worry; we still have plenty of time.
- You must worry; we still have plenty of time.
ดูคำตอบ
Don't worry; we still have plenty of time.
I'll reveal the answer later: เลื่อนการเปิดเผยข้อมูลเพื่อสร้างความลุ้น
ประโยคนี้หมายความว่าผู้พูดตั้งใจยังไม่บอกคำตอบตอนนี้ และจะประกาศคำตอบในช่วงต่อไปของรายการเดียวกัน Reveal สื่อถึงการทำให้ข้อมูลที่เดิมยังไม่รู้หรือถูกเก็บไว้เป็นที่เปิดเผย จึงให้ความรู้สึกว่าเป็นการ “เฉลย” คำตอบ ในฐานะสัญญาณบอกโครงสร้างรายการ ประโยคนี้เชื่อมคำถามก่อนหน้าเข้ากับช่วงที่จะตามมา ช่วยสร้างความคาดหวังและบอกให้ผู้ฟังติดตามรายการต่อเพื่อรอฟังคำตอบ
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วยประโยคนี้?
- จะไม่มีการบอกคำตอบเลย
- กำลังบอกคำตอบทันที
- เลื่อนการบอกคำตอบออกไปเพื่อสร้างความคาดหวัง
ดูคำตอบ
เลื่อนการบอกคำตอบออกไปเพื่อสร้างความคาดหวัง
Synesthesia isn't only about people like Julie and Jen who taste words. ไวยากรณ์
2:11ซินเนสทีเซียไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของคนอย่าง Julie และ Jen ที่รับรสชาติของคำศัพท์ได้
Synesthesia isn't only about ...: ขยายขอบเขตของหัวข้อ
ในโครงสร้าง X isn't only about Y นั้น Y ยังรวมอยู่ในหัวข้อ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของหัวข้อ ในประโยคนี้ คนอย่าง Julie และ Jen เป็นตัวอย่างของภาวะประสาทสัมผัสเชื่อมโยง และผู้พูดกำลังขยายหัวข้อไปยังรูปแบบอื่นของภาวะนี้ ตำแหน่งของ only สำคัญ เพราะ isn't only about ทำให้ขอบเขตกว้างขึ้น ไม่ได้บอกว่าภาวะนี้ไม่มีจริงหรือไม่เกี่ยวข้องกับคนเหล่านั้น โครงสร้างนี้มักใช้เพื่อเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับตัวอย่างเพิ่มเติมหรือคำอธิบายที่กว้างขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างแบบย่อที่ใช้ only เพื่อแสดงว่าไวยากรณ์เป็นส่วนหนึ่งของวิชา แต่ไม่ใช่เนื้อหาทั้งหมด: This course ____ grammar; it also builds speaking skills.
ดูคำตอบ
isn't only about
hear colors or see sounds: การเชื่อมข้ามประสาทสัมผัสในภาวะประสาทสัมผัสร่วม
ภาวะประสาทสัมผัสร่วมคือปรากฏการณ์ที่ประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสหรือทางความคิดแบบหนึ่งกระตุ้นอีกแบบหนึ่งโดยอัตโนมัติ synesthete คือผู้ที่มีประสบการณ์นี้ ดังนั้นในบริบทเชิงวิทยาศาสตร์นี้ hear colors และ see sounds จึงอธิบายการเชื่อมข้ามประสาทสัมผัสที่บุคคลนั้นรับรู้จริง ในภาษาทั่วไป การจับคู่คำเหล่านี้ดูขัดแย้งกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าสีสร้างคลื่นเสียง และไม่ใช่เพียงคำเปรียบเทียบทั่วไป may แสดงว่านี่เป็นตัวอย่างที่อาจเกิดขึ้นได้ ผู้มีภาวะประสาทสัมผัสร่วมแต่ละคนไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์คู่เดียวกัน
แบบฝึกหัด
ในบริบทเชิงวิทยาศาสตร์นี้ ประโยคดังกล่าวหมายความว่าอย่างไร
- ผู้มีภาวะประสาทสัมผัสร่วมไม่สามารถมองเห็นหรือได้ยินตามปกติ
- สีสร้างคลื่นเสียงที่ทุกคนได้ยินได้
- บางคนมีประสบการณ์ที่ประสาทสัมผัสต่างชนิดเชื่อมโยงกันโดยอัตโนมัติ
ดูคำตอบ
บางคนมีประสบการณ์ที่ประสาทสัมผัสต่างชนิดเชื่อมโยงกันโดยอัตโนมัติ
In fact, there could be as many as 150 different types of synesthesia. ไวยากรณ์
2:24อันที่จริง อาจมีซินเนสทีเซียรูปแบบต่างๆ มากถึง 150 ชนิด
as many as: เน้นจำนวนที่นับได้ว่ามีมาก
ในที่นี้ as many as 150 หมายถึงจำนวนอาจสูงถึง 150 และนำเสนอตัวเลขนี้ว่ามากอย่างน่าประหลาดใจ วลีนี้เน้นขนาดของจำนวนที่นับได้ ไม่ใช่การเปรียบเทียบว่าสองสิ่งมีจำนวนเท่ากันแบบทั่วไป ใช้ as many as + ตัวเลข กับสิ่งที่นับได้ในรูปพหูพจน์ เช่น as many as 200 people โครงสร้างนี้พบได้บ่อยในรายงาน งานเขียนวิทยาศาสตร์ และบทสนทนาทั่วไป เมื่อต้องการทำให้ตัวเลขดูโดดเด่น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลี as ... as ที่เน้นจำนวนที่นับได้ว่ามากอย่างน่าประหลาดใจ: The aquarium can welcome ____ 800 visitors a day.
ดูคำตอบ
as many as
having synesthesia is a gift: คำเปรียบเทียบเชิงบวก
gift ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบถึงสิ่งที่มีคุณค่าและเป็นเรื่องดี พี่น้องคู่นี้มองภาวะซินเนสทีเซียว่าเป็นความสามารถพิเศษ ไม่ได้หมายถึงของขวัญจริง ๆ ที่มีคนมอบให้ วลี Having synesthesia เป็นประธานของ is a gift ส่วน For the Scottish sisters แสดงว่านี่คือมุมมองของพี่น้องคู่นี้ ประโยคจึงไม่ได้บอกว่าทุกคนที่มีภาวะซินเนสทีเซียรู้สึกเหมือนกัน
แบบฝึกหัด
ข้อใดตรงกับความหมายของวลีที่เน้นไว้
- มีคนห่อภาวะซินเนสทีเซียเป็นของขวัญแล้วมอบให้พี่น้องคู่นี้
- ภาวะซินเนสทีเซียถูกมองว่าเป็นความสามารถที่มีคุณค่าและเป็นเรื่องดี
- พี่น้องคู่นี้ต้องมอบภาวะซินเนสทีเซียให้คนอื่น
ดูคำตอบ
ภาวะซินเนสทีเซียถูกมองว่าเป็นความสามารถที่มีคุณค่าและเป็นเรื่องดี
BBC World Service program, The Food Chain: การระบุแหล่งที่มาและชื่อรายการ
ในวลีที่บอกแหล่งที่มานี้ BBC World Service คือชื่อบริการสื่อ ส่วน The Food Chain คือชื่อรายการ ที่นี่ The Food Chain เป็นชื่อเฉพาะ ไม่ใช่คำอธิบายแนวคิดทางวิทยาศาสตร์เรื่องห่วงโซ่อาหาร ข้อมูลลักษณะนี้บอกว่าความคิดเห็นก่อนหน้านี้มาจากที่ใด โดยมักกล่าวชื่อสถานีหรือบริการก่อน แล้วตามด้วยชื่อรายการที่เฉพาะเจาะจง
แบบฝึกหัด
ในวลีบอกแหล่งที่มาที่เน้นไว้ The Food Chain คืออะไร
- ชื่อคนที่กำลังพูดกับเจน
- ชื่อรายการหนึ่งของ BBC World Service
- คำนิยามทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่ในประโยค
ดูคำตอบ
ชื่อรายการหนึ่งของ BBC World Service
the only thing I would say is it's quite hard น้ำเสียง/เจตนา
2:42สิ่งเดียวที่ฉันอยากจะบอกก็คือมันค่อนข้างยาก
the only thing I would say is...: กล่าวข้อกังวลหนึ่งข้ออย่างนุ่มนวล
the only thing I would say is... ใช้เกริ่นข้อกังวลเพียงข้อเดียว หลังจากให้ความเห็นโดยรวมในทางบวกหรืออย่างสมดุล ในประโยคนี้ ข้อกังวลคือการกินให้ดีต่อสุขภาพนั้นค่อนข้างยาก I would say ช่วยลดความตรงของคำตัดสิน โดย would ตรงนี้ไม่ได้บอกอนาคต is ตัวแรกปิดกรอบเกริ่นนำ ส่วน it's ที่ตามมาเริ่มเนื้อหาความเห็น ดังนั้น is it's ที่ต่อกันจึงถูกต้องในภาษาพูดตามธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เติมกรอบเป้าหมายสำหรับบอกข้อกังวลหนึ่งข้ออย่างนุ่มนวล: ____ that the app takes a long time to open.
ดูคำตอบ
The only thing I would say is
I'll be like, oh, I need to get a tuna baguette now. การใช้คำ
2:49ฉันก็จะแบบ โอ้ ฉันต้องไปซื้อบาแกตต์ทูน่าเดี๋ยวนี้เลย
if you hear a word that...: เงื่อนไขที่มีอนุประโยคขยายคำนาม
if you hear... ตั้งเงื่อนไข ภายในส่วนนี้ hear รับกลุ่มคำนาม a word that maybe tastes like tuna ทั้งกลุ่มเป็นกรรม that maybe tastes like tuna เป็นอนุประโยคขยาย word โดย that แทนคำนั้นและเป็นประธานของ tastes ความหมายคือการได้ยินคำนั้นอาจทำให้นึกถึงรสชาติคล้ายทูน่า ไม่ได้หมายความว่า you มีรสชาติเหมือนทูน่า โครงสร้างนี้ช่วยเพิ่มคำอธิบายให้คำนามที่อยู่ในเงื่อนไขได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบเดียวกัน คือมีเงื่อนไข if ที่ประกอบด้วยคำนาม ตามด้วยอนุประโยคที่ขยายคำนามนั้น?
- If a dog sees you and looks lost, tell an adult.
- If you see a dog that looks lost, tell an adult.
- If you see that a dog looks lost, tell an adult.
ดูคำตอบ
If you see a dog that looks lost, tell an adult.
I'll be like: การนำเข้าปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทันที
ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ I'll be like ใช้นำเข้าปฏิกิริยาที่ผู้พูดคาดว่าตัวเองจะมี ซึ่งมีความหมายว่า “ฉันจะคิดหรือพูดประมาณนี้” เนื้อหาที่ตามมาอาจเป็นคำพูด ความคิด สีหน้า หรือท่าที และไม่จำเป็นต้องเป็นคำพูดที่ยกมาตรงทุกคำ ในที่นี้ be like ไม่ได้หมายถึง “คล้ายกัน” แต่ใช้นำเข้าความคิดที่ผุดขึ้นมาทันทีว่า “โอ้ ตอนนี้ฉันต้องไปซื้อแซนด์วิชบาแก็ตทูน่าแล้ว”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ be like เพื่อนำเข้าปฏิกิริยาที่คาดว่าจะเกิดขึ้น?
- I'll be like, 'Wow, this is amazing!'
- I'll like the film if it is funny.
- I'll look like my older sister in that hat.
ดูคำตอบ
I'll be like, 'Wow, this is amazing!'
You know, it's almost like being pregnant and having a craving. ลำดับความ
2:51คุณรู้ไหม มันเกือบจะเหมือนคนท้องแล้วเกิดอาการแพ้ท้องอยากกินของเปรี้ยวเลยล่ะ
It's almost like...: การสร้างภาพเปรียบเทียบแบบใกล้เคียง
It's almost like... จัดคำอธิบายออกเป็นสองส่วน โดย it ย้อนกลับไปถึงประสบการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง แล้วจึงเปรียบเทียบประสบการณ์นั้นกับสิ่งที่นึกภาพได้ง่ายกว่า ในที่นี้ การตั้งครรภ์และอยากกินอาหารบางอย่างถูกใช้เป็นภาพเปรียบเทียบเพื่ออธิบายความอยากอาหารที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรง almost แสดงว่าทั้งสองอย่างคล้ายกันมากแต่ไม่เหมือนกันทั้งหมด ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าผู้พูดกำลังตั้งครรภ์ แต่เปรียบเทียบเพียงลักษณะหนึ่งของประสบการณ์ทั้งสอง นั่นคือความรู้สึกอยากกินอาหารอย่างมาก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสร้างการเปรียบเทียบแบบใกล้เคียงได้อย่างชัดเจน?
- It's exactly the same as walking through a dream.
- It's almost like walking through a dream.
- It's not like walking through a dream.
ดูคำตอบ
It's almost like walking through a dream.
Words can be so vivid that you just you want to eat that. ไวยากรณ์
2:54คำพูดมันสามารถชัดเจนมากจนคุณแค่อยากจะกินสิ่งนั้น
so vivid that...: เชื่อมระดับกับผลลัพธ์
โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + that + อนุประโยค แสดงว่าระดับของสิ่งหนึ่งมากพอที่จะก่อให้เกิดหรืออธิบายผลลัพธ์ ในประโยคนี้ so vivid บอกว่าภาพจากถ้อยคำนั้นชัดเจนและมีชีวิตชีวามาก ส่วน that นำเข้าสู่ผลลัพธ์ คือผู้พูดรู้สึกอยากกินสิ่งที่ถูกบรรยาย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ so + คำคุณศัพท์ + that + อนุประโยคผลลัพธ์ that หลัง vivid เป็นคำเชื่อมที่นำเข้าสู่ผลลัพธ์ ซึ่งต่างจาก that ตัวสุดท้ายใน eat that ที่ใช้ชี้ถึงสิ่งที่ถูกบรรยาย การพูด you ซ้ำเป็นการเริ่มพูดใหม่โดยธรรมชาติ ส่วนใจความของอนุประโยคผลลัพธ์คือ you just want to eat that
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง so...that ที่แสดงระดับและผลลัพธ์ โดยใช้ interesting: The puzzle was ____ I forgot the time.
ดูคำตอบ
so interesting that
That's the only negative I would say about it. น้ำเสียง/เจตนา
2:56นั่นคือข้อเสียเพียงอย่างเดียวที่ฉันจะพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องนี้
That's the only negative...: จำกัดขอบเขตของคำวิจารณ์
ใน the only negative คำว่า negative เป็นคำนามที่หมายถึงข้อเสียเพียงอย่างเดียว การเรียกว่า the only one เป็นการจำกัดคำวิจารณ์ไว้ที่จุดนั้น และสื่อเป็นนัยว่าความเห็นโดยรวมยังเป็นบวก I would say ทำให้คำกล่าวนุ่มนวลลง เพราะนำเสนอเป็นความเห็นส่วนตัวที่ผ่านการพิจารณา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ตายตัว สำนวนเต็มเหมาะกับการรีวิวอย่างสมดุล คือระบุปัญหาหนึ่งอย่างพร้อมสื่อว่าส่วนอื่นโดยรวมน่าพอใจ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดให้ความเห็นที่สมดุลและโดยรวมเป็นบวก พร้อมระบุข้อเสียหนึ่งอย่าง?
- The app has several serious problems, so I cannot recommend it.
- The only negative I would mention is that the app takes a little time to learn.
- The app works well, and I cannot think of any negatives.
ดูคำตอบ
The only negative I would mention is that the app takes a little time to learn.
For Jen, the only drawback to synesthesia is that it can be hard to eat healthily โน้ต
3:00สำหรับ Jen ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของซินเนสทีเซียคือมันอาจทำให้ยากต่อการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ
only drawback to synesthesia: ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของภาวะประสาทสัมผัสร่วม
ในประโยคนี้ the only drawback to synesthesia หมายถึง “ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของการมีภาวะประสาทสัมผัสร่วม” drawback เป็นคำนามที่ใช้เรียกด้านลบของสิ่งหนึ่ง ไม่ใช่กริยาวลี draw back รูปแบบ a drawback to something สามารถตามด้วย is that... เพื่อบอกว่าปัญหานั้นคืออะไรโดยเฉพาะ คำว่า only สื่อว่า นอกจากปัญหานี้แล้ว Jen มองภาวะประสาทสัมผัสร่วมในทางบวกเป็นส่วนใหญ่
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบ a drawback to something เติมประโยคให้สมบูรณ์: The main ____ this plan is that it costs too much.
ดูคำตอบ
drawback to
that it can be hard to eat healthily: การกินอาหารเพื่อสุขภาพอาจเป็นเรื่องยาก
อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ทั้งหมดบอกอย่างชัดเจนว่าข้อเสียนั้นคืออะไร ภายในอนุประโยคนี้ รูปแบบ it can be hard to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการทำบางอย่างอาจเป็นเรื่องยาก ในที่นี้ it ไม่ได้แทนสิ่งของ แต่ทำหน้าที่อยู่ในตำแหน่งประธาน ส่วนกิจกรรมจริงคือ to eat healthily การใช้ it แบบนี้บางครั้งเรียกว่า it ที่เป็นประธานสมมติหรือประธานนำหน้า คำว่า can สื่อว่าความยากอาจเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นทุกครั้ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ it can be hard to + คำกริยารูปพื้นฐาน ได้ถูกต้อง?
- It can hard concentrating when the room is noisy.
- It can be hardly to concentrate when the room is noisy.
- It can be hard to concentrate when the room is noisy.
ดูคำตอบ
It can be hard to concentrate when the room is noisy.
Hearing certain words produces...: วลี -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน
Hearing certain words เป็นวลีรูป -ing ที่ใช้เรียกการกระทำว่า “การได้ยินคำบางคำ” วลีทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานของ produces ตรงนี้ไม่ใช่ present continuous เพราะไม่มีรูปของ be และ hearing ไม่ใช่กริยาหลักของอนุประโยคนี้ เมื่อประธานนำเสนอการกระทำหนึ่งอย่างเป็นแนวคิดเดียว กริยา present tense จึงใช้รูปเอกพจน์คือ produces ไม่ใช่ produce โครงสร้างนี้ใช้บอกได้ว่ากิจกรรมหนึ่งทำให้เกิดอะไรหรือมีผลอย่างไร
แบบฝึกหัด
ใช้ read ในรูป -ing เป็นประธาน และเปลี่ยน improve เป็นรูป present tense ที่ถูกต้อง: ____ every day ____ your vocabulary.
ดูคำตอบ
Reading · improves
craving: ความอยากที่รุนแรงและเจาะจง
craving คือความอยากที่รุนแรงและเจาะจงจนละเลยได้ยาก ในประโยคนี้หมายถึงความต้องการอย่างมากที่จะกินอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง ซึ่งแรงกว่าการบอกเพียงว่าอยากได้หรืออยากกิน คำหลังเครื่องหมายจุลภาคอธิบาย craving ซ้ำด้วยคำที่ง่ายกว่า รูปแบบที่ใช้บ่อยคือ have a craving for + อาหารหรือสิ่งของ เช่น I have a craving for chocolate.
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบที่ใช้บ่อยด้วย craving และคำบุพบทที่ถูกต้อง: I have a ____ chocolate.
ดูคำตอบ
craving for
That could be because: การเสนอเหตุผลที่เป็นไปได้
That ย้อนกลับไปอ้างถึงสิ่งที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ That could be because บอกว่าข้อมูลถัดไปเป็นเหตุผลที่เป็นไปได้ จึงพาคำอธิบายจากสิ่งที่เกิดขึ้นไปสู่สาเหตุที่อาจทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น Could ทำให้เหตุผลมีความแน่นอนน้อยกว่า is ผู้พูดกำลังเสนอเหตุผลที่สมเหตุสมผล ไม่ได้บอกว่าเหตุผลนั้นได้รับการพิสูจน์แล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเสนอเหตุผลที่เป็นไปได้ของหน้าจอมืดอย่างระมัดระวัง
- The screen is dark. That could be because the battery is empty.
- The screen is dark, so the battery can never work again.
- The screen is dark. That is definitely because the battery is empty.
ดูคำตอบ
The screen is dark. That could be because the battery is empty.
so vivid, clear, detailed, and powerful in her mind: ประสบการณ์ในใจที่แจ่มชัดและทรงพลัง
คำคุณศัพท์ vivid, clear, detailed และ powerful ที่เรียงต่อกันบรรยายว่าเจนรับรู้เสียงของคำนั้นในใจอย่างเข้มข้นเพียงใด So เพิ่มระดับของคำบรรยายทั้งหมด ส่วน in her mind แสดงว่าประสบการณ์นี้เกิดขึ้นในความคิดของเธอ vivid ในที่นี้หมายถึงปรากฏอย่างแจ่มชัดและเหมือนจริง ไม่ได้หมายถึงมีสีสด แม้จะเป็นประสบการณ์ในใจ แต่เจนก็รับรู้รายละเอียดของเสียงนั้นได้ง่าย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ vivid เพื่อบรรยายประสบการณ์ในใจที่ชัดเจน ไม่ใช่สีที่สด
- The box is very heavy and square.
- She painted the door a vivid orange.
- I still have a vivid memory of our first day at school.
ดูคำตอบ
I still have a vivid memory of our first day at school.
while most of us experience each sense in isolation. ไวยากรณ์
3:24ในขณะที่พวกเราส่วนใหญ่สัมผัสกับแต่ละประสาทสัมผัสอย่างแยกกัน
There's still much ... don't know about why: ใช้ much ในความหมายว่า “หลายสิ่ง”
ใน There's still much doctors don't know about why... คำว่า much ใช้เดี่ยว ๆ และหมายถึง “หลายสิ่ง” หรือ “ข้อมูลจำนวนมาก” There is แสดงว่ายังมีข้อมูลที่ไม่รู้อยู่ และ still แสดงว่าสภาวะที่ยังไม่รู้นั้นดำเนินต่อไป ส่วน doctors don't know about why... เป็นอนุประโยคขยาย much รูปที่ไม่ละคำคือ much that doctors don't know about why... โดยในประโยคเดิมละ that ไว้ วลีที่ขึ้นต้นด้วย about บอกว่าความไม่รู้นั้นเกี่ยวกับคำถามใด สามารถใช้โครงสร้าง There is still much + ประธาน + don't/doesn't know about... เพื่อบอกว่าหัวข้อหนึ่งยังมีคำถามที่ไม่มีคำตอบอีกมาก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่านักวิทยาศาสตร์ยังมีหลายสิ่งที่ไม่เข้าใจเกี่ยวกับการนอนหลับ
- There is still many scientists do not understand about sleep.
- There are still much scientists do not understand about sleep.
- There is still much scientists do not understand about sleep.
ดูคำตอบ
There is still much scientists do not understand about sleep.
experience sense mixing: experience ที่ใช้เป็นกริยา
ใน experience sense mixing คำว่า experience เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม หมายถึง “ประสบ” หรือ “รู้สึก” ส่วน sense mixing เป็นกรรมตรงและเป็นชื่อของปรากฏการณ์ที่คนนั้นรู้สึก ซึ่งประสบการณ์จากประสาทสัมผัสต่าง ๆ เชื่อมโยงหรือผสมกัน ถ้อยคำนี้รายงานสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนหนึ่งอย่างเป็นกลาง experience ในที่นี้ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงความรู้หรือทักษะที่สะสมตามเวลา รูปแบบกริยาเดียวกันนี้ใช้กับเหตุการณ์ ความรู้สึก อาการ และความยากลำบากได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ experience เป็นกริยาในความหมายว่า “ประสบ” ได้ถูกต้อง
- Some people experience a sudden change in taste after an illness.
- Some people are experience a sudden change in taste after an illness.
- Some people experience about a sudden change in taste after an illness.
ดูคำตอบ
Some people experience a sudden change in taste after an illness.
while most of us ...: การเปรียบต่างคนสองกลุ่ม
ในที่นี้ while เชื่อมข้อเท็จจริงสองอย่างและนำมาเปรียบต่างกัน คือ บางคนรับรู้ประสาทสัมผัสหลายอย่างปะปนกัน ส่วนคนส่วนใหญ่รับรู้ประสาทสัมผัสแยกจากกัน ในการใช้นี้ while มีความหมายเหมือน whereas หรือ but ไม่ใช่ during the time that โครงสร้าง one group does X while another does Y นำคนสองกลุ่มมาไว้ในประโยคเดียวและเน้นความแตกต่าง ส่วนข้อความหลัง while บอกประสบการณ์ที่นำมาเปรียบต่าง คือ คนส่วนใหญ่รับรู้ประสาทสัมผัสแต่ละอย่างแยกจากกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ while เพื่อเปรียบต่างคนหรือสิ่งสองกลุ่ม ไม่ใช่เพื่อบอกเวลา
- The birds rested while the storm passed.
- The birds returned when spring arrived.
- Some birds build nests in trees, while others nest on the ground.
ดูคำตอบ
Some birds build nests in trees, while others nest on the ground.
synesthesia makes the world a more interesting, colorful place. ไวยากรณ์
3:30ซินเนสทีเซียทำให้โลกนี้น่าสนใจและมีสีสันมากขึ้น
But it's clear that: เปลี่ยนไปสู่ข้อสรุปที่ชัดเจน
But แสดงการเปลี่ยนจากความไม่แน่นอนที่กล่าวไว้ก่อนหน้า จากนั้น it's clear that นำเข้าสู่ประเด็นที่ผู้พูดเห็นว่าแน่นอน จึงช่วยจัดลำดับคำอธิบายจากสิ่งที่ยังไม่รู้ไปสู่สิ่งที่ยังสรุปได้ clear ในที่นี้หมายถึงเห็นได้ชัดหรือรับรู้ได้ง่ายจากหลักฐาน ไม่ได้หมายถึงภาพคมชัดหรือมองเห็นได้ชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยกรอบคำที่ใช้แนะนำข้อสรุปที่ชัดเจน: We may not know every detail, but ____ the plan is working.
ดูคำตอบ
it's clear that
make the world a more interesting, colorful place: make + กรรม + ส่วนเติมเต็ม
ตรงนี้ make หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเปลี่ยนเป็นสภาพหนึ่ง” ไม่ใช่ “ผลิตสิ่งของ” โครงสร้างคือ make + กรรม + ส่วนเติมเต็ม โดย synesthesia เป็นประธาน the world เป็นกรรม และ a more interesting, colorful place บอกสภาพของโลกที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ ส่วนเติมเต็มอาจเป็นคำคุณศัพท์หรือวลีนามก็ได้ เช่น make life easier และ make the room a welcoming place ในโครงสร้างนี้ไม่ใส่ to be หน้าส่วนเติมเต็ม
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ make + กรรม + ส่วนเติมเต็มได้ถูกต้อง เพื่อสื่อว่าบางสิ่งทำให้เกิดผลลัพธ์หนึ่ง
- Music makes the long drive to be more enjoyable.
- Music makes the long drive more enjoyable.
- Music makes that the long drive is more enjoyable.
ดูคำตอบ
Music makes the long drive more enjoyable.
is Guy Leschziner, consultant neurologist at King's College London, การใช้คำ
3:38คือ Guy Leschziner ประสาทแพทย์ที่ปรึกษาจาก King's College London
Someone who can explain why ...: ประธานยาวที่มีอนุประโยคซ้อนกัน
วลีทั้งหมด Someone who can explain why so little is known about synesthesia เป็นประธานของประโยค คำหลักคือ Someone อนุประโยคขยาย who can explain ... บอกว่าเป็นคนไหน และอนุประโยค why ที่ซ้อนอยู่บอกว่าสิ่งที่คนนั้นอธิบายได้คืออะไร เมื่อต้องการหาใจความหลัก ให้ย่อประธานยาว ๆ เป็น Someone ชั่วคราว: Someone is Guy Leschziner กริยาหลักคือ is ที่อยู่ช่วงหลัง ส่วน explain และ is known อยู่ภายในประธาน
แบบฝึกหัด
วลีใดเป็นประธานทั้งหมดในประโยคนี้: Someone who can explain why the lights went out is Elena, our electrician?
- why the lights went out
- Elena, our electrician
- Someone who can explain why the lights went out
ดูคำตอบ
Someone who can explain why the lights went out
consultant neurologist at King's College London: ตำแหน่งแพทย์แบบอังกฤษและสังกัด
ในระบบสาธารณสุขของสหราชอาณาจักร consultant neurologist หมายถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านประสาทวิทยา ตรงนี้ consultant เป็นระดับตำแหน่งทางการแพทย์ ไม่ได้หมายถึงที่ปรึกษาธุรกิจทั่วไป วลีทั้งหมดวางไว้หลังชื่อ Guy Leschziner เพื่อบอกตำแหน่งทางวิชาชีพและความเกี่ยวข้องกับ King's College London รูปแบบ ชื่อ + ตำแหน่ง + at + สถาบัน พบได้บ่อยในการแนะนำผู้เชี่ยวชาญอย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
consultant ในประโยคใดหมายถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสในโรงพยาบาล
- The clinic hired a consultant to redesign its website.
- Dr Shah is a consultant neurologist at a London hospital.
- Maya is a consultant who advises hospitals on computer security.
ดูคำตอบ
Dr Shah is a consultant neurologist at a London hospital.
Here he is speaking to BBC World Service's The Food Chain. ลำดับความ
3:46และนี่คือตอนที่เขาพูดคุยกับรายการ The Food Chain ของ BBC World Service
Here he is speaking to ...: การแนะนำคลิปเสียงที่กำลังจะตามมา
ในสำนวนของผู้ดำเนินรายการนี้ Here he is speaking to ... นำความสนใจของผู้ฟังไปยังเสียงบันทึกที่กำลังจะได้ยิน Here มีความหมายใกล้เคียงกับ “ต่อไปมาฟังเขาพูด” ไม่ได้เน้นว่าเขาอยู่ใกล้ ๆ จริง หลัง speaking to อาจเป็นบุคคล สถานีหรือองค์กรกระจายเสียง หรือชื่อรายการก็ได้ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวใช้แนะนำเสียงของ Guy Leschziner ขณะให้สัมภาษณ์กับรายการ The Food Chain
แบบฝึกหัด
ผู้ดำเนินรายการกำลังจะเปิดส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ทางวิทยุของผู้หญิงคนหนึ่ง ประโยคใดใช้แนะนำคลิปนั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- She often speaks near the BBC Radio 4 building.
- Here she is speaking to BBC Radio 4.
- Here is the studio where she recorded the interview.
ดูคำตอบ
Here she is speaking to BBC Radio 4.
One of the problems with synesthesia is: การระบุปัญหาหนึ่งข้อจากหลายข้อ
One of the problems with synesthesia is ใช้เพื่อเสนอปัญหาหนึ่งข้อจากกลุ่มปัญหาที่มีหลายข้อ with synesthesia ระบุหัวข้อที่กำลังพูดถึง ส่วน is เชื่อมโยงหัวข้อนั้นกับปัญหาที่จะอธิบายต่อไป ในประโยคนี้ ปัญหาคือภาวะซินเนสทีเซียถูกมองข้ามมานานหลายปี หลัง one of คำนามนับได้ต้องอยู่ในรูปพหูพจน์ คือ problems แต่ประธานหลักทางไวยากรณ์คือ One ดังนั้นกริยาเชื่อมจึงใช้รูปเอกพจน์ is โครงสร้างนี้ช่วยเสนอปัญหาหนึ่งข้อโดยไม่บอกว่านั่นเป็นปัญหาเพียงข้อเดียว
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้โครงสร้างนี้ได้ถูกต้องเพื่อระบุปัญหาหนึ่งข้อจากหลายปัญหาที่เป็นไปได้
- One of the problems with the plan are its high cost.
- One of the problems with the plan is its high cost.
- One of the problem with the plan is its high cost.
ดูคำตอบ
One of the problems with the plan is its high cost.
it's been dismissed:ถูกมองว่าไม่สำคัญมาเป็นเวลานาน
it's been dismissed เป็นรูปย่อของ it has been dismissed และเป็นประโยคถูกกระทำในรูป present perfect หมายความว่าผู้คนมองว่าภาวะซินเนสทีเซียไม่สำคัญมาเป็นเวลานานต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยเน้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับภาวะนี้ ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้กระทำ ในที่นี้ dismissed หมายถึงถูกตัดสินว่าไม่สำคัญ ไม่น่าเชื่อถือ หรือไม่คุ้มค่าที่จะนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง ไม่ได้หมายถึงถูกไล่ออกหรือถูกส่งตัวออกไป ต้องดูกรรมและบริบทเพื่อระบุความหมาย
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ dismissed หมายถึงถูกตัดสินว่าไม่สำคัญหรือไม่คุ้มค่าที่จะพิจารณาอย่างจริงจัง
- The patient was dismissed from the room at noon.
- The patient's concerns were dismissed as unimportant.
- The manager dismissed the team at the end of the day.
ดูคำตอบ
The patient's concerns were dismissed as unimportant.
an overactive imagination: วิธีพูดเชิงสงสัยว่าบางคนจินตนาการมากเกินไป
an overactive imagination หมายถึงจินตนาการที่ถูกมองว่าทำงานมากเกินไป กล่าวคือ คนคนนั้นถูกคิดว่าแต่งเรื่อง ขยายเรื่อง หรือกังวลถึงสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง คำเติมหน้า over- ทำให้ overactive เป็นการประเมินว่า “มากเกินไป” ไม่ใช่คำชมธรรมดา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวถ่ายทอดมุมมองที่ไม่ให้ความสำคัญกับคนที่มีภาวะประสาทสัมผัสไขว้ ประสบการณ์จริงของพวกเขาถูกมองว่าเป็นผลจากจินตนาการ แทนที่จะเป็นสัญญาณของปรากฏการณ์ที่มีอยู่จริง
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่สื่อว่าบางคนจินตนาการถึงปัญหาที่ไม่มีอยู่จริงให้สมบูรณ์: They dismissed the strange noise as the result of an ____.
ดูคำตอบ
overactive imagination
that actually it does have an underlying neurological and genetic basis. โน้ต
4:04จริงๆ แล้วมันมีพื้นฐานทางระบบประสาทและพันธุกรรมอยู่เบื้องหลัง
What research ... has taught us is that ...: จากหลักฐานไปสู่ข้อสรุป
What research in recent years has taught us เป็นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what กลุ่มคำทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานและหมายถึงสิ่งที่งานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้สอนเรา ในที่นี้ what ไม่ได้ใช้ถามคำถาม รูปแบบเต็มคือ What + evidence source + has taught us + is that + conclusion โดยระบุแหล่งที่มาของหลักฐานก่อน แล้วจึงให้ข้อสรุปในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ทำให้ข้อสรุปฟังดูมีงานวิจัยสนับสนุนอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้เป็นไปตามรูปแบบ What + evidence source + has taught us + is that + conclusion: ____ recent research has taught us ____ that regular sleep helps memory.
ดูคำตอบ
What · is
actually it does have: ใช้ does เน้นย้ำในประโยคบอกเล่า
ใน actually it does have คำว่า does เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า ทำให้ have หนักแน่นขึ้น โดยหมายถึงมีจริง ๆ หรือมีอย่างแน่นอน ในที่นี้ใช้แก้หรือโต้แย้งความคิดที่ว่าไม่มีพื้นฐานดังกล่าว เมื่อประธานเป็น it ซึ่งเป็นบุรุษที่สามเอกพจน์ ให้ใช้ does + กริยารูปพื้นฐาน: does have ไม่ใช่ does has คำว่า does แสดงกาลปัจจุบันและสอดคล้องกับ it แล้ว have จึงคงรูปพื้นฐาน ส่วน actually ยังบอกด้วยว่าความจริงต่างจากความเชื่อก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคแก้ความเข้าใจให้สมบูรณ์โดยใช้ does เพื่อเน้น: The phone ____ a flashlight.
ดูคำตอบ
does have
underlying neurological and genetic basis: สำนวนทางการสำหรับอธิบายปัจจัยเบื้องลึก
an underlying neurological and genetic basis หมายถึงพื้นฐานในระดับลึกที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและยีน คำว่า underlying บอกว่าพื้นฐานนี้อยู่เบื้องหลังลักษณะที่มองเห็น แม้จะไม่สามารถมองเห็นได้โดยตรง neurological และ genetic ต่างก็ขยายคำว่า basis ในที่นี้ basis หมายถึงพื้นฐานที่ช่วยอธิบายบางสิ่ง ไม่ใช่ฐานที่เป็นสิ่งปลูกสร้างหรือสถานที่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ underlying ... basis อย่างเป็นธรรมชาติเพื่ออธิบายปัจจัยในระดับลึก?
- The laboratory built a genetic basis under the floor.
- The pattern traveled to an underlying genetic location.
- The pattern may have an underlying genetic basis.
ดูคำตอบ
The pattern may have an underlying genetic basis.
Synesthetes were labeled people with overactive imaginations,
4:17ผู้มีภาวะนี้ถูกตีตราว่าเป็นคนที่มีจินตนาการล้ำเลิศเกินจริง
a tendency to imagine things that are not true.
4:21มีแนวโน้มที่จะจินตนาการถึงสิ่งที่ไม่เป็นความจริง
But research is showing that the causes of synesthesia could run in the family. โน้ต
4:24แต่งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าสาเหตุของซินเนสทีเซียอาจส่งต่อทางสายเลือดได้
But research is showing that: อัปเดตมุมมองด้วยหลักฐานใหม่
But เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะปรับหรืออัปเดตสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า ส่วน research is showing that นำหลักฐานใหม่มาเป็นเหตุผลของการเปลี่ยนมุมมองนั้น ผู้ฟังจึงคาดได้ว่าหลัง that จะเป็นข้อสรุปที่งานวิจัยชี้ไป ในที่นี้ showing หมายถึง “ให้หลักฐานว่า” หรือ “ชี้ว่า” ไม่ใช่การนำบางสิ่งมาแสดงให้เห็นด้วยตา รูปกำลังกระทำ is showing นำเสนอข้อค้นพบว่าเป็นสิ่งที่กำลังปรากฏหรือพัฒนาอยู่ แต่ไม่ได้หมายความในตัวเองว่าข้อกล่าวอ้างนั้นได้รับการพิสูจน์แล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ผลการวิจัยที่กำลังปรากฏเพื่ออัปเดตมุมมองเดิมได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- People once thought sleep was wasted time, but research is looking that it supports memory.
- People once thought sleep was wasted time, but research is showing that it supports memory.
- People once thought sleep was wasted time, but research is displaying that it supports memory.
ดูคำตอบ
People once thought sleep was wasted time, but research is showing that it supports memory.
could run in the family: รูปแบบที่อาจพบในครอบครัว
Run in the family เป็นสำนวนที่หมายถึงลักษณะ ความสามารถ นิสัย หรือภาวะทางการแพทย์บางอย่างพบในสมาชิกหลายคนของครอบครัวเดียวกัน ในที่นี้ run ไม่ได้หมายถึงการวิ่ง แต่ทั้งวลีอธิบายรูปแบบที่พบซ้ำในครอบครัว Could ทำให้ข้อความนี้เป็นเพียงความเป็นไปได้ ในประโยคนี้ สาเหตุอาจมีความเกี่ยวข้องกับครอบครัว แต่ถ้อยคำนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่ายีนใดยีนหนึ่งเป็นสาเหตุ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “พบได้ทั่วไปในสมาชิกของครอบครัวเดียวกัน” ให้สมบูรณ์: Poor eyesight ____ my family.
ดูคำตอบ
runs in
Julie and Jen's brothers don't have synesthesia,
4:29พี่น้องผู้ชายของ Julie และ Jen ไม่มีภาวะซินเนสทีเซีย
And with an estimated 4% of the world population having some form of sense mixing, ไวยากรณ์
4:34และด้วยจำนวนประชากรโลกที่คาดว่า 4% มีภาวะการผสมผสานของประสาทสัมผัสบางรูปแบบ
with an estimated 4% ... having ...: โครงสร้างพื้นหลัง with + คำนาม + -ing
ตรงนี้ with นำหน้านามวลี an estimated 4% of the world population และ having some form of sense mixing เป็นส่วนเติมเต็มรูป -ing ที่อธิบายประชากรกลุ่มนั้น having ในที่นี้ไม่ใช่ present perfect แต่เป็นรูป -ing ของ have และมีประชากรประมาณ 4% นั้นเป็นประธาน เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลี with ทั้งหมดจะย่อข้อมูลประมาณการให้เป็นข้อมูลพื้นหลัง ส่วนอนุประโยคหลักที่ตามมาจะสื่อสารใจความสำคัญและผลในประโยคนี้ ขณะที่ estimated แสดงว่า 4% เป็นตัวเลขโดยประมาณ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ with + นามวลี + -ing ได้ถูกต้องเพื่อให้ข้อมูลพื้นหลัง?
- With more families shopping online, local stores are changing their services.
- With more families are shopping online, local stores are changing their services.
- With more families shop online, local stores are changing their services.
ดูคำตอบ
With more families shopping online, local stores are changing their services.
a world of new and exciting possibilities is opening up to millions. กริยาวลี
4:39โลกแห่งความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นกำลังเปิดกว้างสำหรับผู้คนนับล้าน
opening up to millions: ความเป็นไปได้ที่เริ่มเข้าถึงได้
ตรงนี้ opening up ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม คือความเป็นไปได้หลากหลายอย่างกำลังเริ่มปรากฏและเข้าถึงได้ รูป present continuous ใน is opening up แสดงว่านี่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่ to millions ระบุผู้คนที่สามารถเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้ ส่วน millions หมายถึง millions of people ไม่ได้มีการเปิดสิ่งของจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ใช้รูป present continuous ของ open up to ในความหมายว่า “กำลังเปิดให้เข้าถึงได้” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: New training opportunities are ____ people in remote towns.
ดูคำตอบ
opening up to
Exciting possibilities like tasting someone's name.
4:44ความเป็นไปได้ที่น่าตื่นเต้นอย่างการรับรสของชื่อใครบางคน
I asked what synesthete Jen McCready tastes
4:49ฉันถามว่า Jen McCready ผู้มีภาวะซินเนสทีเซียรับรสชาติอะไร
Remember in my question, เพื่อย้อนกลับไปที่คำถามก่อนหน้า
ในที่นี้ Remember เป็นการขอให้ผู้ฟังนึกถึงสิ่งที่กล่าวไปแล้ว ไม่ใช่ให้จดจำข้อมูลใหม่ วลี in my question ชี้เฉพาะไปยังคำถามก่อนหน้า คำขึ้นต้นนี้เชื่อมคำตอบหรือการพูดคุยกลับไปยังคำถามนั้น จึงทำหน้าที่เหมือนป้ายบอกทางที่ช่วยให้ผู้ฟังตามโครงสร้างคำถามและคำตอบได้
แบบฝึกหัด
Remember in my question, ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- ขอให้ผู้ฟังจำชื่อใหม่ให้ได้
- แสดงว่าผู้พูดลืมคำถามนั้นแล้ว
- พาผู้ฟังย้อนกลับไปยังคำถามก่อนหน้า
ดูคำตอบ
พาผู้ฟังย้อนกลับไปยังคำถามก่อนหน้า
Was I right? เพื่อเช็กคำตอบที่ให้ไปก่อนหน้านี้
Was I right? ใช้ถามว่าคำตอบ การเดา หรือการตัดสินที่พูดไปแล้วนั้นถูกต้องหรือไม่ ในที่นี้ right หมายถึง “ถูกต้อง” ไม่ใช่ทิศทางที่ตรงข้ามกับซ้าย Was เป็นรูปอดีต เพราะผู้พูดกำลังย้อนกลับไปดูคำตอบหรือการตัดสินก่อนหน้าและขอให้ยืนยัน
แบบฝึกหัด
คุณเพิ่งเดาคำตอบไปและตอนนี้อยากรู้ว่าเดาถูกหรือไม่ คำถามใดเป็นธรรมชาติ
- Was I on the right?
- Was I right?
- Was I right-handed?
ดูคำตอบ
Was I right?
Well, Neil, no. กับการเกริ่นให้นุ่มนวลก่อนพูด no
ตรงนี้ well ไม่ได้หมายความว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งดี แต่เป็นคำส่งสัญญาณในภาษาพูดที่ช่วยให้ผู้พูดมีจังหวะสั้น ๆ ก่อนพูด no ทำให้การแก้คำตอบฟังไม่ห้วนเกินไป Neil คือชื่อของคนที่ผู้พูดกำลังพูดด้วย การวางชื่อไว้ระหว่าง well กับ no ทำให้คำตอบรู้สึกเป็นกันเองและเจาะจงถึงอีกฝ่ายมากขึ้น แต่โทนเสียงก็ยังสำคัญ
แบบฝึกหัด
ส่วนเริ่มต้นของคำตอบนี้ให้ผลหลักอย่างไร: Well, Maya, no. That isn't the right box?
- จบบทสนทนาโดยไม่ตอบ
- เกริ่นสั้น ๆ ก่อนแก้คำตอบโดยตรง
- ชม Maya ก่อนบอกคำตอบ
ดูคำตอบ
เกริ่นสั้น ๆ ก่อนแก้คำตอบโดยตรง
In fact: เปิดเผยสถานการณ์จริงหลังจากการคาดเดา
In fact เป็นสัญญาณว่าข้อมูลถัดไปคือสถานการณ์จริง โดยเฉพาะเมื่อแตกต่างจากสิ่งที่เพิ่งคาดเดาหรือคิดไว้ ตรงนี้คำนี้พาผู้ฟังจากการคาดเดาเรื่องแซนด์วิชแยมไปสู่รสชาติที่ Jen รับรู้จริง ๆ ในฐานะคำที่ช่วยจัดลำดับข้อมูล คำนี้บอกว่ากำลังจะมีการแก้ความเข้าใจหรือชี้แจง ไม่ใช่เพียงเพิ่มรายละเอียดอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง
แบบฝึกหัด
คำเชื่อมใดแสดงได้ดีที่สุดว่าประโยคที่สองกำลังแก้การคาดเดาก่อนหน้า? I guessed the bag was empty. ___, it was full.
- Meanwhile
- For example
- In fact
ดูคำตอบ
In fact
spaghetti hoops: ชื่อแบบบริติชของพาสต้าวงแหวนชิ้นเล็ก
spaghetti hoops เป็นชื่ออาหารในภาษาอังกฤษแบบบริติช หมายถึงพาสต้าชิ้นเล็กรูปวงแหวน ซึ่งโดยปกติขายเป็นอาหารกระป๋องในซอสมะเขือเทศ คำว่า hoops ในที่นี้หมายถึงวงแหวนเล็ก ๆ คำนี้เรียกอาหารชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ได้หมายถึงเส้นสปาเกตตียาวทั่วไป จึงทำให้เห็นภาพเฉพาะเจาะจงกว่าการพูดเพียงว่า spaghetti
แบบฝึกหัด
spaghetti hoops ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- มีตบอลที่เสิร์ฟพร้อมสปาเกตตี
- พาสต้าชิ้นเล็กรูปวงแหวน ซึ่งมักอยู่ในซอสมะเขือเทศ
- เส้นสปาเกตตียาวที่จัดวางเป็นวงกลม
ดูคำตอบ
พาสต้าชิ้นเล็กรูปวงแหวน ซึ่งมักอยู่ในซอสมะเขือเทศ
Oh well, it could be worse: การยอมรับความผิดหวังเล็กน้อย
Oh well แสดงว่าผู้พูดยอมรับผลที่น่าผิดหวังและจะไม่กังวลกับมันต่อไป ส่วน It could be worse หมายความว่ายังมีสถานการณ์ที่แย่กว่านี้ได้ ดังนั้นสถานการณ์ตอนนี้จึงยังพอรับไหว เมื่อใช้รวมกัน ประโยคนี้ช่วยปลอบใจตนเองหรือผู้อื่นอย่างเบา ๆ และจบเรื่องของปัญหาเล็กน้อย ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดอยากให้สถานการณ์แย่ลง
แบบฝึกหัด
คุณพลาดรถบัสหนึ่งคัน แต่คันถัดไปจะมาในอีกสิบนาที เติมคำตอบด้วยสำนวนจากบทเรียน: ____, it ____.
ดูคำตอบ
Oh well · could be worse
The name Robert makes Jen taste rotten eggs. ไวยากรณ์
5:10ชื่อ Robert ทำให้ Jen รับรสชาติของไข่เน่า
makes Jen taste: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
Makes Jen taste ใช้โครงสร้างแสดงเหตุ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าชื่อ Robert ทำให้ Jen เกิดความรู้สึกเหมือนได้ชิมไข่เน่า โดย Jen ไม่ได้เลือกให้เกิดปฏิกิริยานี้เอง เมื่อใช้ make เชิงสาเหตุในประโยค active กริยาหลังกรรมจะไม่เติม to: ใช้ makes Jen taste ไม่ใช่ makes Jen to taste ประธานเป็นเอกพจน์จึงเปลี่ยน make เป็น makes แต่ taste ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ laugh: The funny story made everyone ____.
ดูคำตอบ
laugh
Sorry to any Roberts listening. น้ำเสียง/เจตนา
5:14ขอโทษใครก็ตามที่ชื่อ Robert ที่กำลังฟังอยู่ด้วยนะครับ
Sorry to any Roberts listening: การขอโทษผู้ฟังบางส่วนอย่างเป็นกันเอง
Sorry to any Roberts listening เป็นคำขอโทษสั้น ๆ แบบเป็นกันเองที่พูดกับผู้ฟังซึ่งชื่อ Robert หลังจากล้อชื่อดังกล่าวอย่างไม่รุนแรง ผู้พูดแสดงว่าเข้าใจว่าผู้ฟังบางคนอาจรู้สึกว่าตนถูกพาดพิง และช่วยลดความแรงของคำพูด ในที่นี้ Roberts เป็นรูปพหูพจน์ของชื่อ Robert หมายถึงคนหลายคนที่ชื่อ Robert ส่วน listening ใช้ขยายคนเหล่านั้นและเป็นรูปย่อของ who are listening
แบบฝึกหัด
ผู้จัดรายการวิทยุเพิ่งพูดมุกที่ไม่รุนแรงเกี่ยวกับครู ประโยคใดเป็นการขอโทษครูที่กำลังฟังอยู่อย่างเป็นกันเอง
- Thanks to all the teachers listening.
- Sorry to any teachers listening.
- Are any teachers listening?
ดูคำตอบ
Sorry to any teachers listening.
a neurological condition where two or more senses mix together.
5:21ภาวะทางระบบประสาทที่ประสาทสัมผัสตั้งแต่สองอย่างขึ้นไปผสมกัน
ทบทวนคำศัพท์ที่เราเรียนมา
“Let's recap the vocabulary we've learned” เป็นสัญญาณว่าเรากำลังเข้าสู่ช่วงทบทวนคำศัพท์ที่พูดถึงไปแล้วแบบสั้น ๆ let's ชวนผู้ฟังให้ร่วมทบทวน ส่วน recap หมายถึงการย้อนดูประเด็นสำคัญอีกครั้ง และ vocabulary we've learned ระบุเนื้อหาที่จะทบทวน ในแง่โครงสร้างของเนื้อหา วลีนี้มักบอกว่ากำลังเปลี่ยนจากการอธิบายหลักไปสู่การสรุปหรือทบทวน ไม่ใช่การเริ่มหัวข้อใหม่ นอกจากนี้ยังใช้กับเนื้อหาอื่นได้ เช่น the key ideas we've learned
แบบฝึกหัด
บทเรียนใกล้จะจบแล้ว และครูต้องการทบทวนเนื้อหาก่อนหน้า เลือกสำนวนที่เหมาะสมที่สุด
- Let's introduce a completely new topic.
- Let's recap the three main ideas.
- Let's skip the earlier material.
ดูคำตอบ
Let's recap the three main ideas.
A nincompoop is an informal way of saying a silly person.
5:26Nincompoop เป็นวิธีพูดอย่างไม่เป็นทางการหมายถึงคนโง่
A craving for something is the strong desire to have it.
5:30A craving for something คือความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะได้มา
A vivid sensation is clear, strong, and detailed in your mind.
5:34A vivid sensation คือความรู้สึกที่ชัดเจน รุนแรง และมีรายละเอียดในใจของคุณ
an overactive imagination is the tendency to imagine things that are not true.
5:44an overactive imagination คือแนวโน้มที่จะจินตนาการถึงสิ่งที่ไม่เป็นความจริง
เวลาหกนาทีของเราหมดแล้ว
ใน “our 6 minutes are up” คำว่า are up หมายถึงช่วงเวลาที่กำหนดไว้สิ้นสุดลงหรือใช้หมดแล้ว our 6 minutes หมายถึงช่วงเวลาหกนาทีที่จัดสรรไว้สำหรับรายการ ดังนั้นผู้พูดกำลังส่งสัญญาณว่าช่วงนี้ต้องจบลง เมื่อใช้กับเวลา up ไม่ได้หมายถึง “ข้างบน” หรือการเคลื่อนไหวทางกายภาพ โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับวลีอย่าง your ten minutes are up ได้
แบบฝึกหัด
ใช้ be up เติมประโยคให้สมบูรณ์: Your ten minutes ____.
ดูคำตอบ
are up
If you've enjoyed this look into the weird and wonderful world of synesthesia, สำนวน
5:52หากคุณสนุกกับการเจาะลึกเข้าไปในโลกที่แปลกประหลาดและมหัศจรรย์ของซินเนสทีเซีย
look into the weird and wonderful world of synesthesia: นำเสนอหัวข้อเป็นโลกน่าพิศวงที่ชวนให้สำรวจ
ตรงนี้ look เป็นคำนาม โดย this look into... หมายถึงการสำรวจหรือแนะนำหัวข้อแบบสั้น ๆ ไม่ใช่กริยาวลี look into ที่แปลว่าสืบสวนหรือตรวจสอบ การเรียก synesthesia ว่าเป็น world ทำให้หัวข้อนี้ดูเหมือนสถานที่ที่ผู้ชมเข้าไปสำรวจได้ weird and wonderful ในที่นี้หมายถึงแปลกไม่เหมือนใครแต่ก็น่าหลงใหล และมีน้ำเสียงค่อนข้างบวก การซ้ำเสียง /w/ ต้นคำใน weird และ wonderful เป็นสัมผัสอักษร ทำให้วลีมีจังหวะ ดึงดูดใจ และจำง่าย
แบบฝึกหัด
ข้อความที่เน้นสร้างผลหลักอย่างไร?
- บอกว่าผู้พูดมองเข้าไปข้างในโลกที่มีอยู่จริงตามตัวอักษร
- ทำให้หัวข้อดูเป็นสถานที่ที่แปลกแต่น่าหลงใหลและน่าสำรวจ พร้อมเพิ่มสัมผัสอักษรที่จำง่าย
- ใช้ภาษาการแพทย์ที่เป็นทางการเพื่อทำให้ซินเนสทีเซียดูเป็นเรื่องธรรมดา
ดูคำตอบ
ทำให้หัวข้อดูเป็นสถานที่ที่แปลกแต่น่าหลงใหลและน่าสำรวจ พร้อมเพิ่มสัมผัสอักษรที่จำง่าย
we hope you'll join us again next time. ลำดับความ
5:57เราหวังว่าคุณจะเข้าร่วมกับเราอีกครั้งในครั้งหน้า
we hope you'll join us again next time: คำเชิญปิดท้ายอย่างเป็นมิตร
นี่เป็นสำนวนทั่วไปสำหรับปิดรายการ We hope... แสดงความหวังอย่างเป็นมิตร ไม่ใช่คำสั่ง ส่วน you'll join us again next time เป็นการเชิญผู้ชมหรือผู้ฟังให้กลับมาในตอนหรือกิจกรรมครั้งถัดไป join us ในที่นี้หมายถึงกลับมามีส่วนร่วมกับเราอีกด้วยการฟัง ชม หรือเข้าร่วม ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสมัครเป็นสมาชิก เมื่อมองทั้งประโยค สำนวนนี้ใช้จบรายการปัจจุบันพร้อมชี้ไปยังรายการครั้งต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมคำเชิญปิดรายการด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนนี้: We hope you'll ____ next time.
ดูคำตอบ
join us again
and useful vocabulary here at 6 Minute English.
6:01และคำศัพท์ที่เป็นประโยชน์ที่นี่ที่ 6 Minute English