ผมให้ Tesla ขับบนถนนที่อันตรายที่สุดในอเมริกา: บทเรียนภาษาอังกฤษ

CGP Grey

ความยากในการเรียน
740 คำ 194 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: ผู้ขับขี่ทดสอบระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Tesla บน Tail of the Dragon ที่อันตราย เฝ้าดูรถเข้าโค้งแคบ และจบเส้นทางโดยไม่มีมนุษย์เข้าควบคุม ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. try it out - กริยาวลี: บอกการทดลองซอฟต์แวร์หรืออุปกรณ์ด้วยการใช้จริง และวางคำสรรพนามระหว่าง try กับ out 2. putting my life in the hands of a non-human driver. - สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจภาพของความไว้วางใจและการเสียการควบคุม เมื่อความปลอดภัยขึ้นกับคนหรือระบบ 3. as close to the white line as possible, - ไวยากรณ์และรูปประโยค: ใช้ as + คำคุณศัพท์ + as possible เพื่อบอกระดับสูงสุดที่ทำได้และระบุจุดอ้างอิงด้านตำแหน่ง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

This is my dad's Tesla and I'm going to take it driving on the deadliest road in America.

0:00

นี่คือรถ Tesla ของพ่อผม และผมจะขับมันไปบนถนนที่อันตรายที่สุดในอเมริกา

But I'm not going to be driving

0:07

แต่ผมจะไม่ได้เป็นคนขับ

because I've just installed the full self-driving pre-release beta software.

0:09

เพราะผมเพิ่งติดตั้งซอฟต์แวร์เบต้าสำหรับการขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบก่อนเปิดตัว

It's only allowed right now on a tiny number of cars

0:16

ตอนนี้มันได้รับอนุญาตให้ใช้ได้ในรถเพียงไม่กี่คันเท่านั้น

for testing in urban environments.

0:19

สำหรับการทดสอบในสภาพแวดล้อมเขตเมือง

So of course I wanted to try it out on a famously dangerous mountain road กริยาวลี

0:21

ดังนั้น แน่นอนว่าผมอยากลองใช้มันบนถนนบนภูเขาที่ขึ้นชื่อเรื่องความอันตราย

กริยาวลี

try it out: ทดสอบด้วยการใช้งานจริง

ในที่นี้ try it out หมายถึงการใช้หรือทดสอบซอฟต์แวร์ที่เพิ่งติดตั้งจริง ๆ เพื่อดูว่าทำงานได้ดีเพียงใด out เป็นส่วนที่ทำให้กริยาวลีสมบูรณ์ ไม่ได้บอกทิศทางการเคลื่อนที่ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง try กับ out: try it out แต่ถ้ากรรมเป็นคำนาม ใช้ได้ทั้ง try the software out และ try out the software

แบบฝึกหัด

เรียงคำว่า try, it และ out ให้ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: I installed the new keyboard app, and I want to ____ before recommending it.

ดูคำตอบ

try it out

to see what it can really do. ไวยากรณ์

0:27

เพื่อดูว่ามันทำอะไรได้บ้าง

ไวยากรณ์

what it can really do: ลำดับคำในคำถามแบบฝัง

ใน see what it can really do ส่วนที่เน้นเป็นคำถามแบบฝังและทำหน้าที่เป็นกรรมของ see หมายถึงสิ่งต่าง ๆ หรือความสามารถที่มันทำได้จริง โดย what เป็นกรรมของ do เนื่องจากคำถามนี้ฝังอยู่ในประโยคบอกเล่าที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what + ประธาน + กริยาช่วย + กริยา อย่าสลับเป็น What can it really do? เว้นแต่จะเป็นคำถามโดยตรง

แบบฝึกหัด

ใช้คำว่า what, it, can, really และ do เพื่อเติมคำถามแบบฝังให้สมบูรณ์: Let's test the telescope and see ____.

ดูคำตอบ

what it can really do

Will I survive? ลำดับความ

0:29

ผมจะรอดไหม?

Will I crash my dad's car

0:30

ผมจะทำรถพ่อพัง

and be in big trouble?

0:32

และเจอปัญหาใหญ่หรือเปล่า?

ลำดับความ

คำถามขนาน Will I...? ที่สร้างความลุ้นระทึก

คำถาม Will I...? สองประโยคเรียงเป็นโครงสร้างขนาน แต่ละคำถามเสนอผลลัพธ์ในอนาคตที่อาจเกิดขึ้น ไล่จากการรอดชีวิตไปจนถึงการขับรถชนและเจอปัญหาร้ายแรง ตรงนี้ผู้พูดไม่ได้รอให้ใครตอบ คำถามเหล่านี้เกริ่นถึงความเสี่ยงโดยยังไม่เฉลยผล จึงสร้างความลุ้นระทึกก่อนเริ่มการทดสอบ รูปแบบนี้ใช้เสนอผลลัพธ์ที่ยังไม่แน่นอนหลายอย่าง และทำให้ผู้ชมอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

แบบฝึกหัด

คำถาม Will I...? สองประโยคในช่วงเปิดเรื่องนี้มีหน้าที่หลักอะไร?

  1. รับรองว่าผลลัพธ์ทั้งสองอย่างจะเกิดขึ้น
  2. เกริ่นถึงความเสี่ยงที่ยังไม่แน่นอนและสร้างความลุ้นระทึก
  3. ขอคำแนะนำเรื่องการขับรถจากผู้ชม
ดูคำตอบ

เกริ่นถึงความเสี่ยงที่ยังไม่แน่นอนและสร้างความลุ้นระทึก

Right now,

0:34

ตอนนี้

I don't know.

0:34

ผมก็ไม่รู้

But either way, ลำดับความ

0:35

แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ลำดับความ

either way: ข้อสรุปเดียวกันสำหรับทั้งสองทางเลือก

Either way เชื่อมทางเลือกที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากับผลลัพธ์ การตัดสินใจ หรือการกระทำหนึ่งอย่างที่ไม่เปลี่ยนไป ในที่นี้หมายความว่าไม่ว่าผลลัพธ์ที่เป็นไปได้แบบใดจะเกิดขึ้น ประเด็นถัดไปก็ยังคงเป็นจริง Way ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงถนนจริง ๆ วลีนี้ปิดทางแยกของความเป็นไปได้ที่ยังไม่แน่นอน และพาผู้ฟังกลับมาสู่ข้อสรุปร่วมกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ไม่ว่าเราจะเลือกแบบไหน”: We can take the train or drive. ____, we need to leave by six.

ดูคำตอบ

Either way

it's road trip time.

0:37

มันถึงเวลาออกเดินทางแล้ว

You deserve a real name.

0:57

เธอสมควรได้รับชื่อจริงๆ

Winter,

0:59

Winter

welcome to the world. สำนวน

0:59

ยินดีต้อนรับสู่โลกใบนี้

สำนวน

การใช้ “Welcome to the world” กับสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์

วลี “Welcome to the world” มักใช้กล่าวต้อนรับทารกแรกเกิด ในที่นี้ ผู้พูดพูดกับรถทันทีหลังจากตั้งชื่อให้รถ การเปรียบการตั้งชื่อเสมือนการเกิดเป็นการทำให้รถมีลักษณะเหมือนมนุษย์ ผู้พูดไม่ได้หมายความว่ารถเพิ่งถูกผลิตขึ้น การนำวลีคุ้นเคยนี้ไปใช้กับสิ่งของที่คาดไม่ถึงจึงสร้างอารมณ์ขันแบบขี้เล่น

แบบฝึกหัด

นักออกแบบเพิ่งตั้งชื่อให้หุ่นยนต์ตัวใหม่ หากเธอพูดว่า “Welcome to the world, Nova” เธอหมายความว่าอย่างไร

  1. เธอระบุว่าหุ่นยนต์เพิ่งถูกผลิตเสร็จในตอนนี้
  2. เธอเปรียบการตั้งชื่อหุ่นยนต์อย่างขี้เล่นว่าเป็นการเกิดของมัน
  3. เธอบอกว่าหุ่นยนต์เพิ่งเดินทางมาจากอีกประเทศหนึ่ง
ดูคำตอบ

เธอเปรียบการตั้งชื่อหุ่นยนต์อย่างขี้เล่นว่าเป็นการเกิดของมัน

So where are we?

1:01

แล้วตอนนี้เราอยู่ที่ไหนกัน?

In the Great Smoky Mountains วัฒนธรรม

1:01

ในเทือกเขาเกรตสโมกกี

วัฒนธรรม

Great Smoky Mountains ในฐานะชื่อสถานที่เฉพาะ

Great Smoky Mountains เป็นชื่อเฉพาะของเทือกเขาแห่งหนึ่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งทอดตัวตามแนวพรมแดนระหว่างรัฐนอร์ทแคโรไลนากับรัฐเทนเนสซี ในบรรทัดนี้ วลีดังกล่าวระบุสถานที่ที่เฉพาะเจาะจง Smoky เป็นส่วนหนึ่งของชื่อทางการ ไม่ใช่คำบรรยายทั่วไปสำหรับภูเขาใด ๆ ที่ดูเหมือนมีควัน การมองว่าวลีที่ขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดเป็นชื่อสถานที่หนึ่งชื่อช่วยป้องกันการแปลแยกคำที่ทำให้เข้าใจผิด

แบบฝึกหัด

ใน “In the Great Smoky Mountains” คำว่า Great Smoky Mountains หมายถึงอะไร

  1. เทือกเขาเฉพาะแห่งหนึ่งบนพรมแดนระหว่างรัฐนอร์ทแคโรไลนากับรัฐเทนเนสซี
  2. บริเวณที่ถูกปกคลุมด้วยควันไฟป่าชั่วคราว
  3. ภูเขาสูงใด ๆ ที่ดูเหมือนมีควันปกคลุม
ดูคำตอบ

เทือกเขาเฉพาะแห่งหนึ่งบนพรมแดนระหว่างรัฐนอร์ทแคโรไลนากับรัฐเทนเนสซี

on the border of North Carolina and Tennessee,

1:03

บริเวณชายแดนรัฐนอร์ทแคโรไลนาและเทนเนสซี

where lies a mountain pass ไวยากรณ์

1:05

ที่ซึ่งมีเส้นทางผ่านภูเขา

of some of the most twisty and dangerous driving in the country.

1:07

ที่คดเคี้ยวและอันตรายที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ

ไวยากรณ์

การกลับลำดับเพื่อเปิดฉากใน where lies a mountain pass

where ย้อนกลับไปกล่าวถึงสถานที่ที่เพิ่งพูดถึง ในที่นี้กริยาบอกตำแหน่ง lies อยู่หน้าประธานที่เป็นคำนามเต็มรูป a mountain pass จึงเกิดการกลับลำดับแบบเน้นสถานที่ ลำดับคำปกติคือ where a mountain pass lies ลำดับนี้นำเสนอสถานที่ก่อน แล้วจึงแนะนำสิ่งที่อยู่ตรงนั้น ทำให้น้ำเสียงเป็นทางการและคล้ายการเล่าเรื่องมากขึ้น ซึ่งพบบ่อยในเสียงบรรยายสารคดีและงานเขียนเชิงวรรณกรรม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้การกลับลำดับแบบเป็นทางการที่นำสถานที่ขึ้นก่อนเหมือน where lies a mountain pass?

  1. Beyond the river lies a quiet village.
  2. Does a quiet village lie beyond the river?
  3. A quiet village lies beyond the river.
ดูคำตอบ

Beyond the river lies a quiet village.

Just hours after we arrived,

1:10

เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเรามาถึง

this happened.

1:12

สิ่งนี้ก็เกิดขึ้น

Parts from accidents like these are salvaged

1:13

ชิ้นส่วนจากอุบัติเหตุเหล่านี้ถูกกู้ขึ้นมา

to build the Tree of Shame at the entrance วัฒนธรรม

1:15

เพื่อสร้าง Tree of Shame ที่ตรงทางเข้า

วัฒนธรรม

จุดเตือนภัยที่เรียกว่า Tree of Shame

Tree of Shame เป็นชื่อเฉพาะของสิ่งจัดแสดงเพื่อเตือนภัยตรงทางเข้าถนนบนภูเขาสายนี้ มันประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนยานพาหนะที่เก็บกู้หลังเกิดอุบัติเหตุ ไม่ใช่ต้นไม้ธรรมดาที่ยังมีชีวิต คำว่า shame ทำให้สถานที่นี้มีนัยเตือนใจ ชิ้นส่วนที่เสียหายทำให้ผู้คนเห็นอันตรายอย่างชัดเจนและเตือนผู้ขับขี่คนอื่นให้ระมัดระวัง

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ Tree of Shame หมายถึงอะไร?

  1. ชื่อทั่วไปสำหรับอนุสรณ์ริมถนนทุกแห่ง
  2. สิ่งจัดแสดงเตือนภัยที่ทำจากชิ้นส่วนรถซึ่งเก็บกู้จากอุบัติเหตุ
  3. ต้นไม้ธรรมดาที่มีชื่อเล่นไม่เหมือนใคร
ดูคำตอบ

สิ่งจัดแสดงเตือนภัยที่ทำจากชิ้นส่วนรถซึ่งเก็บกู้จากอุบัติเหตุ

to serve as warning to others of what can go wrong.

1:17

เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงสิ่งที่อาจผิดพลาดได้สำหรับคนอื่นๆ

But here's the thing, ลำดับความ

1:20

แต่มันมีอยู่ว่า

ลำดับความ

here's the thing: การเกริ่นเข้าสู่ประเด็นสำคัญ

Here's the thing เป็นคำเกริ่นในบทสนทนา ใช้บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะให้ข้อเท็จจริง ปัญหา หรือข้อมูลแก้ไขที่สำคัญที่สุด ในที่นี้ วลีนี้เปลี่ยนกรอบความคิดจากอันตรายที่เพิ่งพูดถึงไปสู่อีกมุมหนึ่งที่คาดไม่ถึง thing ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่จับต้องได้ แต่วลีทั้งชุดทำหน้าที่จัดลำดับข้อมูลที่จะพูดต่อไป

แบบฝึกหัด

ใน “The picnic sounds great. But here's the thing: the park closes at five,” วลี here's the thing ส่งสัญญาณถึงอะไร

  1. กำลังจะมีข้อเท็จจริงสำคัญที่อาจเปลี่ยนมุมมองของผู้ฟัง
  2. ผู้พูดกำลังชี้ไปที่สิ่งของที่จับต้องได้
  3. ผู้พูดจบหัวข้อแล้วและไม่มีอะไรจะเสริมอีก
ดูคำตอบ

กำลังจะมีข้อเท็จจริงสำคัญที่อาจเปลี่ยนมุมมองของผู้ฟัง

driving hundreds of curves faster than you should ไวยากรณ์

1:21

การขับผ่านโค้งหลายร้อยโค้งด้วยความเร็วที่มากกว่าที่ควร

on a mountain's edge,

1:23

ตรงริมหน้าผา

it's a lot of fun.

1:24

มันสนุกมาก

ไวยากรณ์

faster than you should: การละกริยาที่ซ้ำ

ใน faster than you should คำว่า should มีส่วนเติมเต็มที่ละไว้แต่เข้าใจได้จากบริบท คือ should drive ภาษาอังกฤษมักละกริยาที่ซ้ำหลังคำกริยาช่วยหรือ modal เมื่อมองจากโครงสร้างเปรียบเทียบแล้วรู้ชัดว่าคำที่หายไปคืออะไร วลีนี้เปรียบเทียบความเร็วจริงกับความเร็วที่สมควรหรือปลอดภัย จึงหมายถึงความเร็วที่สูงกว่าระดับที่ควร ไม่ได้หมายเพียงว่ามีคนให้คำแนะนำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย than + he + should และละกริยา drive ที่ซ้ำไว้: “On wet roads, Dan often drives faster ____.”

ดูคำตอบ

than he should

Name it the Tail of the Dragon, ไวยากรณ์

1:25

ตั้งชื่อมันว่า Tail of the Dragon

and the drivers will come.

1:27

แล้วคนขับก็จะแห่กันมา

ไวยากรณ์

Name it ... และ ... will ...: คำสั่งที่เชื่อมเงื่อนไขกับผลลัพธ์

ในรูปแบบนี้ ประโยคคำสั่ง Name it ... นำเสนอการกระทำในฐานะเงื่อนไข ส่วน and the drivers will come บอกผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ความหมายใกล้กับ “If you name it ..., the drivers will come.” โดย and เชื่อมเงื่อนไขเข้ากับผลที่ตามมา ไม่ได้แค่เชื่อมการกระทำสองอย่างที่ไม่เกี่ยวกัน รูปแบบสั้นกระชับนี้ฟังดูมั่นใจและคล้ายคำขวัญ: ตั้งชื่อถนนให้น่าสนใจ แล้วชื่อนั้นจะดึงดูดนักขับ สามารถนำไปใช้เป็นรูปแบบ “Do X, and Y will happen.” ในสถานการณ์อื่นได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึง “ถ้าคุณกดปุ่มนี้ ประตูจะเปิด”

  1. Press this button, and the door will open.
  2. Press this button, or the door will open.
  3. Pressing this button, but the door will open.
ดูคำตอบ

Press this button, and the door will open.

I don't have any idea what this is,

1:41

ผมไม่รู้เลยว่านี่คืออะไร

but it's adorable.

1:43

แต่มันน่ารักมาก

I did not understand just how dangerous this was until now. ไวยากรณ์

1:54

ผมไม่เคยเข้าใจเลยว่ามันอันตรายแค่ไหนจนกระทั่งตอนนี้

ไวยากรณ์

just how ... until now: การเน้นระดับและการเพิ่งตระหนักในภายหลัง

ในที่นี้ just เน้น how dangerous ดังนั้น just how dangerous จึงหมายถึงระดับความอันตรายทั้งหมดหรือระดับที่น่าประหลาดใจ just ตรงนี้ไม่ได้แปลว่า “เพียงเท่านั้น” หรือ “เมื่อสักครู่” โครงสร้างปฏิเสธ did not understand ... until now วางจุดที่ความเข้าใจเปลี่ยนแปลงไว้ที่ปัจจุบัน ก่อนหน้านี้ผู้พูดยังไม่เข้าใจอันตรายอย่างเต็มที่ until now จำกัดช่วงเวลาของการ “ยังไม่เข้าใจ” ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์อันตรายเพียงจนถึงตอนนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าผู้พูดเพิ่งเข้าใจระดับของอันตรายอย่างเต็มที่ในตอนนี้

  1. I understood the danger until now, but now I am unsure.
  2. I knew exactly how dangerous the climb was from the start.
  3. I didn't realize just how dangerous the climb was until now.
ดูคำตอบ

I didn't realize just how dangerous the climb was until now.

The nearest hospital is an hour away.

1:58

โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างออกไปหนึ่งชั่วโมง

So on busy days like this,

2:00

ดังนั้นในวันที่คนเยอะแบบนี้

an ambulance waits for the inevitable at the exit to save time. การใช้คำ

2:01

รถพยาบาลจะมารออุบัติเหตุที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ตรงทางออกเพื่อประหยัดเวลา

การใช้คำ

the inevitable: ผลลัพธ์ที่คาดไว้และใช้เสมือนคำนาม

ในที่นี้ คำคุณศัพท์ inevitable วางหลัง the และทำหน้าที่เป็นนามวลี โดย the inevitable หมายถึงเหตุการณ์หรือผลลัพธ์ที่ทุกคนคาดว่าไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ไม่มีการระบุเหตุการณ์นั้นอย่างชัดเจน เพราะสถานการณ์ทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉิน รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้พูดนำเสนอผลลัพธ์ที่คาดไว้เป็นแนวคิดเดียวที่ทุกคนเข้าใจร่วมกัน มักให้ความรู้สึกน่าตื่นเต้นหรือหม่นเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the inevitable หมายถึงอะไร

  1. อุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉินที่คาดว่าจะเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว
  2. ทางออกที่รถพยาบาลต้องใช้
  3. รถพยาบาลคันหนึ่งที่ชื่อ Inevitable
ดูคำตอบ

อุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉินที่คาดว่าจะเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว

But ambulances are not immune from accidents. วลี

2:05

แต่รถพยาบาลเองก็ไม่พ้นจากอุบัติเหตุเช่นกัน

วลี

immune from accidents เทียบกับรูปมาตรฐาน immune to accidents

ในประโยคนี้ immune from accidents หมายถึงได้รับการปกป้องจากอุบัติเหตุหรือไม่อาจได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุ รูปปฏิเสธ not immune บอกว่ารถพยาบาลก็อาจประสบหรือเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุได้เช่นกัน ในการใช้ภาษาอังกฤษปัจจุบันโดยทั่วไป เมื่อกล่าวถึงอันตราย อิทธิพล โรค หรือปัญหา รูปแบบมาตรฐานที่ปลอดภัยที่สุดคือ immune to เช่น not immune to accidents ส่วน immune from ยังพอเข้าใจได้ แต่ไม่ใช่รูปแบบที่ดีที่สุดสำหรับนำไปใช้ตามในบริบทนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยบุพบทมาตรฐาน: Even emergency vehicles are not immune ____ accidents.

ดูคำตอบ

to

Off hours is when drivers push the limits สำนวน

2:07

นอกเวลาเร่งด่วนคือช่วงที่คนขับชอบลองท้าทายขีดจำกัด

when they hope no one is around.

2:09

ตอนที่พวกเขาหวังว่าจะไม่มีใครอยู่แถวนั้น

สำนวน

push the limits: ไปให้ถึงหรือท้าทายขีดจำกัด

push the limits เป็นสำนวนที่หมายถึงการไปให้ถึงขอบเขตของสิ่งที่เป็นไปได้ ได้รับอนุญาต หรือปลอดภัย ไม่ได้หมายถึงการผลักเส้นแบ่งให้เคลื่อนที่จริง ๆ ในที่นี้ ผู้ขับขี่กำลังทดสอบขีดจำกัดของความเร็ว การควบคุมรถ และความปลอดภัยเมื่อคิดว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ ๆ เราไม่จำเป็นต้องระบุว่าเป็นขีดจำกัดของอะไร หากบริบททำให้เข้าใจชัดเจนอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ push the limits หมายถึงอะไร

  1. ขยับเครื่องหมายเขตแดนจริง ๆ
  2. หยุดก่อนจะถึงจุดที่ยาก
  3. พยายามทำสิ่งต่าง ๆ ตรงขอบเขตของความสามารถ กฎ หรือความปลอดภัย
ดูคำตอบ

พยายามทำสิ่งต่าง ๆ ตรงขอบเขตของความสามารถ กฎ หรือความปลอดภัย

Going over the speed limit to break records,

2:11

ขับเกินขีดจำกัดความเร็วเพื่อทำลายสถิติ

crossing yellow lines and rounding blind turns with sheer drops.

2:13

ข้ามเส้นเหลือง และตีโค้งลับตาที่มีหน้าผาชัน

Trucks are banned from the road for being too great a risk, ไวยากรณ์

2:17

รถบรรทุกถูกแบนจากถนนสายนี้เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงเกินไป

ไวยากรณ์

too great a risk: too + คำคุณศัพท์ + a + คำนามเอกพจน์

ใน too great a risk คำว่า great หมายถึงมากหรือร้ายแรงในด้านระดับ ไม่ได้หมายถึงยอดเยี่ยม ส่วน too แสดงว่าความเสี่ยงสูงเกินกว่าที่สถานการณ์จะยอมรับได้ จึงเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ นี่คือโครงสร้างแบบเป็นทางการ too + คำคุณศัพท์ + a/an + คำนามนับได้เอกพจน์: too great a risk ต่างจากลำดับคำคุณศัพท์ทั่วไปตรงที่ a อยู่หลังคำคุณศัพท์ รูปที่ใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่าคือ a risk that is too great

แบบฝึกหัด

เรียง too, great, a และ risk ให้ถูกต้องเพื่อเติมประโยค: The guide decided that crossing the melting ice was ____.

ดูคำตอบ

too great a risk

but signs don't stop everyone.

2:20

แต่ป้ายก็ไม่สามารถหยุดทุกคนได้

The police were waiting for him down the road.

2:23

ตำรวจก็เลยไปรอเขาอยู่ตรงปลายทาง

The Dragon has killed multiple people along every one of its 11 miles.

2:25

The Dragon ฆ่าผู้คนไปหลายรายตลอดความยาว 11 ไมล์ของมัน

It's a challenge for even the best human drivers,

2:29

มันเป็นความท้าทายแม้กระทั่งสำหรับคนขับที่เป็นมนุษย์ที่เก่งที่สุด

but I'm putting my life in the hands of a non-human driver. สำนวน

2:32

แต่ผมกำลังฝากชีวิตไว้ในมือของคนขับที่ไม่ใช่มนุษย์

สำนวน

put my life in the hands of someone: ฝากชีวิตไว้ในมือของใครบางคน

To put your life in the hands of someone or something หมายถึงการฝากความปลอดภัยทางร่างกายไว้กับบุคคล กลุ่ม หรือระบบ แม้คุณจะควบคุมสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้ไม่ทั้งหมด คำว่า hands เป็นคำเปรียบเทียบถึงอำนาจควบคุมและความรับผิดชอบ ผู้ขับหรือระบบจึงไม่จำเป็นต้องมีมือจริง ๆ ในประโยคนี้ ผู้พูดเน้นความเสี่ยงของการปล่อยให้ผู้ขับที่ไม่ใช่มนุษย์เข้าควบคุม สำนวนนี้สื่อทั้งการต้องพึ่งพาและความไว้วางใจแบบกังวลใจ ไม่ใช่เพียงการขอความช่วยเหลือทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ฝากความปลอดภัยทางร่างกายไว้กับใครบางคน”: During the rescue, I was ____ the helicopter pilot.

ดูคำตอบ

putting my life in the hands of

Uh,

2:35

เอ่อ

I am having some serious doubts about this. วลี

2:36

ผมเริ่มมีความสงสัยอย่างมากกับเรื่องนี้

วลี

have some serious doubts about something: มีข้อสงสัยอย่างมากเกี่ยวกับบางสิ่ง

To have serious doubts about something หมายถึงการไม่มั่นใจอย่างมากว่าสิ่งหนึ่งถูกต้อง ปลอดภัย เป็นความจริง หรือมีแนวโน้มจะได้ผลหรือไม่ เป็นการแสดงข้อกังขาที่หนักแน่นโดยไม่พูดตรง ๆ ว่าสิ่งนั้นผิดอย่างแน่นอน some ไม่ได้ลดความหนักของ serious ในที่นี้ ในภาษาพูดทั่วไป some serious doubts หมายถึงมีความกังวลหลายข้อหรือมีข้อกังวลสำคัญเกิดขึ้น ส่วนรูป present continuous อย่าง am having แสดงว่าข้อสงสัยเหล่านี้เป็นปฏิกิริยาปัจจุบันที่กำลังก่อตัวของผู้พูด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงข้อกังขาที่หนักแน่นแต่ไม่ใช่ข้อสรุปเด็ดขาดเกี่ยวกับแผนหนึ่ง?

  1. I am completely certain that this plan will fail.
  2. I have one small question about this plan.
  3. I have some serious doubts about this plan.
ดูคำตอบ

I have some serious doubts about this plan.

On the drive up,

2:38

ระหว่างทางที่ขับขึ้นมา

I had to disengage the beta autopilot several times, การใช้คำ

2:39

ผมต้องปลดระบบออโต้ไพลอตเบต้าออกหลายครั้ง

การใช้คำ

disengage the beta autopilot: ยุติการควบคุมอัตโนมัติ

ในบริบทการขับรถ disengage the beta autopilot หมายถึงการหยุดไม่ให้ระบบขับขี่อัตโนมัติรุ่นทดสอบควบคุมรถ เพื่อให้ผู้ขับเข้าควบคุมแทน คำนี้หมายถึงการยุติการควบคุมนั้น ไม่ใช่การปิดรถทั้งคันหรือเพียงแค่เหยียบเบรก โครงสร้าง disengage + system or control ใช้เมื่อยุติการควบคุมของกลไกที่กำลังทำงานอยู่ several times แสดงว่าผู้ขับต้องเข้าแทรกแซงหลายครั้ง

แบบฝึกหัด

ในรายงานการทดสอบการขับรถ “the driver disengaged the autopilot” หมายความว่าอะไร

  1. ผู้ขับปิดรถทั้งคัน
  2. ผู้ขับยุติการควบคุมของระบบขับขี่อัตโนมัติและเข้าควบคุมรถแทน
  3. ผู้ขับเพียงแค่เหยียบเบรก ขณะที่ระบบขับขี่อัตโนมัติยังควบคุมรถอยู่
ดูคำตอบ

ผู้ขับยุติการควบคุมของระบบขับขี่อัตโนมัติและเข้าควบคุมรถแทน

and last night while doom-scrolling Dragon accident videos, การใช้คำ

2:41

และเมื่อคืนขณะที่เลื่อนดูวิดีโออุบัติเหตุของ The Dragon อย่างเมามัน

การใช้คำ

doom-scrolling: เลื่อนดูเนื้อหาเชิงลบอย่างหยุดไม่ได้

Doom-scrolling หมายถึงการเลื่อนดูเนื้อหาออนไลน์ที่ทำให้ไม่สบายใจ น่าตกใจ หรือเป็นเชิงลบซ้ำ ๆ แม้จะทำให้รู้สึกแย่ลง ในประโยคนี้ คำดังกล่าวให้ความรู้สึกล้อเลียนตัวเองว่าผู้พูดดูวิดีโออุบัติเหตุต่อไปและหยุดได้ยาก Doom เพิ่มความหมายเรื่องเนื้อหาเชิงลบและความวิตกกังวล ส่วน scrolling เพียงอย่างเดียวบอกแค่การเลื่อนดูฟีด ในที่นี้ doom-scrolling เป็นคำกริยารูป -ing หลัง while

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดอธิบายด้วยคำว่า doom-scrolling ได้เหมาะสมที่สุด

  1. อ่านการแจ้งเตือนฉุกเฉินหนึ่งรายการแล้วปิดแอป
  2. เลื่อนดูรูปจากวันหยุดที่สนุกสนาน
  3. เลื่อนดูข่าวที่น่ากลัวต่อไปเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง แม้ว่าจะทำให้รู้สึกกังวล
ดูคำตอบ

เลื่อนดูข่าวที่น่ากลัวต่อไปเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง แม้ว่าจะทำให้รู้สึกกังวล

I found the last guy who tried the old Tesla autopilot on this road,

2:45

ผมเจอคนล่าสุดที่ลองใช้ระบบออโต้ไพลอต Tesla รุ่นเก่าบนถนนสายนี้

and he had to disengage minutes in วลี

2:50

และเขาต้องปลดระบบภายในไม่กี่นาที

วลี

minutes in: ไม่กี่นาทีหลังจากเริ่ม

ในที่นี้ minutes in เป็นวลีวิเศษณ์บอกเวลาที่หมายถึง “ไม่กี่นาทีหลังจากกิจกรรมนั้นเริ่มขึ้น” โดยระบุช่วงต้นของการขับรถหรือการทดสอบ ชื่อกิจกรรมถูกละไว้เพราะเข้าใจได้จากบริบท ส่วน in ที่อยู่ท้ายวลีหมายถึง “หลังจากเข้าสู่การดำเนินกิจกรรมแล้ว” ไม่ได้หมายถึง “อยู่ข้างในสถานที่” หรือ “ภายในเวลาที่กำหนด”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสั้น ๆ ที่หมายถึง “ไม่กี่นาทีหลังจากกิจกรรมนั้นเริ่มขึ้น”: The new game was so difficult that Mia quit ____.

ดูคำตอบ

minutes in

because it was way too dangerous. การใช้คำ

2:52

เพราะมันอันตรายเกินไปมาก

การใช้คำ

way too dangerous: อันตรายเกินระดับที่ยอมรับได้ไปมาก

ใน way too dangerous คำว่า too dangerous หมายถึง “อันตรายเกินกว่าระดับที่ยอมรับได้หรือปลอดภัย” ส่วน way ใช้เสริมความหมายของ too ผู้พูดจึงตัดสินว่าความอันตรายเกินขีดจำกัดไปมาก สำนวนนี้แรงกว่า very dangerous เพราะ very บอกเพียงว่ามีระดับความอันตรายสูง แต่ way too dangerous ยังบอกด้วยว่าไม่ควรปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ชัดเจนที่สุดว่าความเสี่ยงสูงเกินระดับที่ยอมรับได้ไปมาก?

  1. The route is too dangerous.
  2. The route is way too dangerous.
  3. The route is very dangerous.
ดูคำตอบ

The route is way too dangerous.

I am not confident she's going to make this run without me having to disengage and take over. โน้ต

2:55

ผมไม่มั่นใจว่าเธอจะวิ่งจบเส้นทางนี้โดยที่ผมไม่ต้องปลดระบบแล้วควบคุมเองได้

ไวยากรณ์

without me having to disengage: โดยที่ฉันไม่ต้องลงมือ

ใน without me having to disengage คำว่า without นำหน้าการกระทำที่ไม่ได้กลายเป็นสิ่งจำเป็น me ระบุคนที่อาจต้องลงมือหากสถานการณ์ต่างออกไป และ having to disengage หมายถึงการจำเป็นต้องปิดโหมดขับขี่อัตโนมัติ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ without + คำสรรพนามรูปกรรมหรือคำนาม + having to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมีบางอย่างเกิดขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องให้คนนั้นทำการกระทำดังกล่าว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ without + รูปกรรมของ I + having to + restart it: The app fixed the error ____.

ดูคำตอบ

without me having to restart it

กริยาวลี

take over: รับช่วงการควบคุมจากผู้ควบคุมเดิม

ในที่นี้ take over หมายถึงการกลายเป็นผู้ขับที่ควบคุมรถจริงหลังจากปิดระบบอัตโนมัติแล้ว over เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ใช่คำบอกสถานที่ โดยทั่วไป take over หมายถึงรับช่วงการควบคุมหรือความรับผิดชอบจากคนหรือระบบที่ดูแลอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นชัดว่าควบคุมอะไรอยู่ ก็สามารถใช้โดยไม่มีกรรมได้เหมือนในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “รับการควบคุมต่อจากระบบ”: When the automatic steering stopped, the driver had to ____.

ดูคำตอบ

take over

But I guess that's the whole point, น้ำเสียง/เจตนา

2:59

แต่ผมเดาว่านั่นแหละคือประเด็นสำคัญ

right?

3:01

ใช่ไหมล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

ฉันว่านั่นแหละคือจุดประสงค์ทั้งหมด ใช่ไหม?

“I guess” ทำให้ข้อสรุปของผู้พูดนุ่มนวลลง จึงฟังเหมือนเป็นการตีความอย่างไม่ฟันธงมากกว่าคำยืนยันที่หนักแน่น “The whole point” หมายถึงจุดประสงค์หลัก ซึ่งในที่นี้คือการทดสอบว่ารถจะเดินทางตามเส้นทางจนจบได้โดยไม่มีคนเข้าแทรกแซงหรือไม่ “Right?” ที่ท้ายประโยคใช้ชวนให้อีกฝ่ายเห็นด้วย เมื่อรวมกันแล้ว ผู้พูดกำลังหาเหตุผลสนับสนุนการทดสอบที่มีความเสี่ยง และขอความมั่นใจไปพร้อมกันว่าความคิดของตนนั้นสมเหตุสมผล

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ ผู้พูดแสดงท่าทีอย่างไรด้วย “I guess ... right?”

  1. ผู้พูดเสนอจุดประสงค์ของการทดสอบอย่างระมัดระวังและชวนให้อีกฝ่ายเห็นด้วย
  2. ผู้พูดปฏิเสธจุดประสงค์ของการทดสอบอย่างหนักแน่น
  3. ผู้พูดถามว่ากำลังเดินทางไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่
ดูคำตอบ

ผู้พูดเสนอจุดประสงค์ของการทดสอบอย่างระมัดระวังและชวนให้อีกฝ่ายเห็นด้วย

Beta testing the robot with my life.

3:02

เอาชีวิตผมมาเป็นเบต้าเทสต์ให้กับหุ่นยนต์

Okay,

3:05

โอเค

here we go.

3:05

ไปกันเลย

I'm going to put her in full self-driving beta mode, วลี

3:06

ผมจะตั้งเธอไว้ในโหมดเบต้าขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ

วลี

เปลี่ยนรถเป็นโหมดเบต้าสำหรับการขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ

ในรูปแบบ “put + object + in + mode” คำว่า put หมายถึงทำให้หรือเปลี่ยนบางสิ่งเข้าสู่สถานะการทำงานหนึ่ง “Her” เป็นกรรมและหมายถึงรถที่ถูกกล่าวถึงเหมือนเป็นคน ส่วน “in full self-driving beta mode” บอกสถานะหลังจากเปลี่ยนแล้ว ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนย้ายสิ่งของเข้าไปในสถานที่จริง โครงสร้างนี้ใช้เมื่อเปลี่ยนอุปกรณ์ ยานพาหนะ หรือซอฟต์แวร์ไปเป็นการตั้งค่าที่มีชื่อเฉพาะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ put + object + in + mode: Before takeoff, ____ your phone ____ airplane mode.

ดูคำตอบ

put · in

and I'm going to have my hands on the wheel,

3:10

และผมจะเอามือวางบนพวงมาลัย

but let the wheel slide through them so that you can see ไวยากรณ์

3:13

แต่จะปล่อยให้พวงมาลัยหมุนลื่นผ่านมือผมไป เพื่อให้คุณเห็น

ไวยากรณ์

let the wheel slide: let + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน

ใน let the wheel slide คำว่า let แสดงการอนุญาตหรือการไม่ขัดขวางการกระทำ สิ่งที่ได้รับอนุญาตให้เคลื่อนที่คือ the wheel และการกระทำของมันคือ slide ส่วน them หมายถึง hands ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ดังนั้นพวงมาลัยจึงเลื่อนผ่านช่องว่างระหว่างมือทั้งสองข้าง โครงสร้างคือ let + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน ต้องใช้ slide ไม่ใช่ to slide: let the wheel slide

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวได้ถูกต้องว่า Mia อนุญาตให้ Ben ใช้กล้องของเธอ?

  1. Mia let Ben to use her camera.
  2. Mia let Ben use her camera.
  3. Mia made Ben use her camera.
ดูคำตอบ

Mia let Ben use her camera.

that it's really the Tesla doing it herself. ไวยากรณ์

3:16

ว่า Tesla กำลังทำมันเองจริงๆ

ไวยากรณ์

so that you can see: ใช้ so that เพื่อบอกจุดประสงค์

ใน so that you can see คำว่า so that นำเสนอจุดประสงค์ของการปล่อยให้พวงมาลัยเคลื่อนผ่านระหว่างมือของผู้พูด ผลที่ต้องการคือให้ผู้ชมเห็นอย่างชัดเจนว่าใครหรืออะไรเป็นผู้ควบคุมพวงมาลัย ใช้ so that + อนุประโยคเพื่อเชื่อมการกระทำกับจุดประสงค์ของมัน ซึ่งมีความหมายว่า “ทำ X เพื่อให้ Y เกิดขึ้นได้” ส่วน that ถัดไปใน see that it's really... ใช้นำเสนอเนื้อหาที่มองเห็น ไม่ใช่คำเชื่อมบอกจุดประสงค์อีกคำหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมบอกจุดประสงค์ที่มีสองคำจากบทเรียนนี้: I moved closer ____ I could read the sign.

ดูคำตอบ

so that

ไวยากรณ์

ใช้ it's ... the Tesla doing it herself เพื่อเน้นผู้กระทำที่แท้จริง

ในประโยคนี้ it's นำเข้าสู่โครงสร้างเน้นจุดสำคัญแบบ it is + ผู้กระทำ + อนุประโยค -ing โครงสร้างนี้เน้นว่า the Tesla เป็นผู้ทำการกระทำนั้น ไม่ใช่คนที่อยู่ในรถ ส่วน it ที่ขึ้นต้นเป็นเพียงองค์ประกอบทางโครงสร้าง ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดโดยเฉพาะ Really เพิ่มน้ำหนักของการแก้ความเข้าใจ ส่วน doing it หมายถึงงานขับรถที่พูดถึงไปแล้ว Herself สานต่อการทำให้รถมีบุคลิกเป็นผู้หญิง และย้ำว่ารถกำลังทำงานโดยไม่มีมนุษย์ควบคุม

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้โครงสร้างเน้นจุดสำคัญได้ถูกต้อง เพื่อแสดงว่าหุ่นยนต์เป็นผู้ทำการกระทำ ไม่ใช่พ่อ

  1. It's moving the robot by itself.
  2. It's the robot moving by itself.
  3. The robot it's moving by itself.
ดูคำตอบ

It's the robot moving by itself.

All right,

3:19

เอาล่ะ

motorcycle high crash area,

3:19

พื้นที่อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์สูง

and this is the official start.

3:21

และนี่คือจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ

Here we go.

3:24

ไปกันเลย

Ooh, boy.

3:29

โอ้ โห

Also,

3:32

อ้อ แล้วก็

I'm not doing any of the speed adjusting around these turns.

3:32

ผมไม่ได้ทำการปรับความเร็วใดๆ ตรงโค้งพวกนี้เลย

So she's deciding entirely how slow to take the corners. ไวยากรณ์

3:35

ดังนั้นเธอจึงเป็นคนตัดสินใจทั้งหมดว่าจะเข้าโค้งช้าแค่ไหน

ไวยากรณ์

how slow to take the corners: how + ระดับ + to-infinitive

How slow to take the corners เป็นวลีแทรกที่บอกเนื้อหาของการตัดสินใจ โดยใช้รูปแบบ how + คำบอกระดับ + to-infinitive หมายถึงการตัดสินใจว่าจะใช้ความช้าหรือความเร็วระดับใดขณะขับผ่านทางโค้ง เพราะวลีนี้ตามหลัง deciding จึงไม่ใช่คำถามตรงและไม่ต้องสลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วย Take a corner หมายถึงขับรถผ่านหรือรับมือกับทางโค้ง รูปแบบเดียวกันใช้กับมาตรวัดอื่นได้ เช่น how fast to go, how far to move it และ how early to leave

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยคำในวงเล็บ โดยใช้รูปแบบ how + ระดับ + to-infinitive: We need to decide ____ the shelf. (high / put)

ดูคำตอบ

how high to put

So in making left-hand turns,

3:43

เพราะฉะนั้นเวลาเลี้ยวซ้าย

the Tesla's just too close to the line.

3:45

Tesla เข้าใกล้เส้นมากเกินไป

I wish there was a way I could tell her stay as close to the white line as possible, ไวยากรณ์

3:47

ผมหวังว่าจะมีวิธีบอกให้เธอชิดเส้นขาวให้มากที่สุด

ไวยากรณ์

I wish there was a way: อยากให้มีวิธีที่ตอนนี้ยังไม่มี

ใน I wish there was a way ผู้พูดต้องการวิธีแก้ปัญหา แต่เห็นว่ายังไม่มีวิธีที่รู้จักหรือใช้ได้ในตอนนี้ รูปอดีต was ไม่ได้หมายความว่าความปรารถนาเกิดขึ้นในอดีต เมื่ออยู่หลัง wish รูปนี้แสดงระยะห่างจากความเป็นจริงในปัจจุบัน หลังโครงสร้างนี้สามารถตามด้วย to + คำกริยา หรืออนุประโยคได้ เช่น I wish there was a way to fix it และ I wish there was a way I could help โครงสร้างนี้ใช้แสดงความเสียดายที่ไม่มีตัวเลือกบางอย่าง พร้อมบอกการกระทำที่ผู้พูดอยากให้เป็นไปได้

แบบฝึกหัด

แอปนี้ไม่มีตัวเลือกสำหรับส่งออกข้อมูล ประโยคใดแสดงความเสียดายของผู้พูดต่อการขาดตัวเลือกนี้ได้ดีที่สุด

  1. I hope there is a way to export the data.
  2. I wish there was a way to export the data.
  3. I wished there was a way to export the data.
ดูคำตอบ

I wish there was a way to export the data.

ไวยากรณ์

as close to ... as possible: ระยะที่ใกล้ที่สุดเท่าที่ทำได้

ใน as close to the white line as possible คำว่า close to นำจุดอ้างอิงเข้ามา และ as สองตำแหน่งสร้างโครงสร้างที่แสดงระดับสูงสุดเท่าที่ทำได้ คำสั่งนี้หมายถึงให้ลดระยะห่างจากเส้นสีขาวให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่สภาพจริงเอื้ออำนวย นี่ไม่ใช่การเปรียบเทียบความเท่ากันตามปกติกับคนหรือสิ่งของอีกอย่าง as possible ตอนท้ายทำหน้าที่แทนสิ่งที่ใช้เปรียบเทียบ และหมายถึงภายในขอบเขตที่ทำได้จริง โครงสร้างเดียวกันใช้กับคำคุณศัพท์อื่นได้ เช่น as quiet as possible

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างในบทเรียนเพื่อแสดงระยะที่ใกล้ที่สุดเท่าที่ทำได้: Please place the chair ____ the wall ____.

ดูคำตอบ

as close to · as possible

which she's doing now just fine, on the right-hand turn.

3:51

ซึ่งเธอกำลังทำได้ดีมากในตอนนี้ ตอนเลี้ยวขวา

But on the left-hand turns,

3:53

แต่พอเลี้ยวซ้าย

uh it's a it's a little dicier. การใช้คำ

3:55

เอ่อ มันค่อนข้างจะเสี่ยงนิดนึง

การใช้คำ

a little dicier: คำเตือนเปรียบเทียบที่นุ่มนวลกว่า

Dicey เป็นคำคุณศัพท์ไม่เป็นทางการที่ใช้กับสถานการณ์ซึ่งดูเสี่ยง ไม่มั่นคง หรือคาดเดาได้ยาก ส่วน dicier เป็นรูปขั้นกว่า ดังนั้น a little dicier จึงหมายถึงสถานการณ์นี้มีความเสี่ยงหรือความไม่แน่นอนมากกว่าอีกสถานการณ์หนึ่งเล็กน้อย A little ช่วยลดความแรงของการเปรียบเทียบ ผู้พูดกำลังเตือนอย่างระมัดระวัง ไม่ได้บอกว่าสถานการณ์นี้อันตรายอย่างยิ่ง

แบบฝึกหัด

"It's a little dicier" น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด

  1. สถานการณ์นี้เสี่ยงกว่าและคาดเดาได้ยากกว่าอีกสถานการณ์หนึ่งเล็กน้อย
  2. ทั้งสองสถานการณ์มีระดับความเสี่ยงเท่ากันทุกประการ
  3. สถานการณ์นี้ปลอดภัยกว่าและคาดเดาได้ง่ายกว่าอีกสถานการณ์หนึ่งมาก
ดูคำตอบ

สถานการณ์นี้เสี่ยงกว่าและคาดเดาได้ยากกว่าอีกสถานการณ์หนึ่งเล็กน้อย

The one thing that's very helpful is though is I can really look much further down the road ไวยากรณ์

3:57

แต่สิ่งหนึ่งที่มีประโยชน์มากๆ ก็คือ ผมสามารถมองไปข้างหน้าได้ไกลกว่าเดิมมาก

than I could if I had to also be keeping my eyes fully on the turn ahead. วลี

4:02

มากกว่าตอนที่ผมต้องจดจ่ออยู่กับโค้งข้างหน้าเพียงอย่างเดียว

ไวยากรณ์

much further ... than I could: การเปรียบเทียบที่เน้นความแตกต่าง

Much further ... than สร้างโครงสร้างเปรียบเทียบที่เน้นว่าความแตกต่างมีขนาดใหญ่ Further แสดงว่าระยะที่มองเห็นไกลกว่า และ much บอกว่าความแตกต่างนั้นมาก ส่วนอนุประโยค than นำเสนอระดับความสามารถอีกระดับที่ใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ ใน than I could คำว่า could ใช้แทนวลีที่ยาวกว่า เช่น could look down the road in that situation ภาษาอังกฤษมักละวลีกริยาที่ซ้ำหลังคำกริยาช่วยเมื่อความหมายชัดเจน ในที่นี้เกณฑ์เปรียบเทียบคือความสามารถของผู้พูดในสถานการณ์สมมติที่ต้องคอยมองทางโค้งข้างหน้าด้วย

แบบฝึกหัด

เลือกคำเติมที่เป็นธรรมชาติและหมายถึงระยะที่ไกลกว่ามาก: With the new headlights, we can see ... down the road than before.

  1. very further
  2. more further
  3. much further
ดูคำตอบ

much further

วลี

จับจ้องโค้งข้างหน้าอย่างเต็มที่

Keep your eyes on something หมายถึงมองสิ่งนั้นต่อเนื่องและไม่ปล่อยให้ความสนใจหันไปที่อื่น ในประโยคนี้เป็นการกระทำตามตัวอักษร คือผู้ขับต้องมองโค้งที่อยู่ตรงหน้าอย่างต่อเนื่อง Fully เน้นว่าต้องใช้ความสนใจทางสายตาทั้งหมด โครงสร้างเดียวกันยังใช้เชิงเปรียบเทียบได้ เช่น keep your eyes on the goal ซึ่งหมายถึงจดจ่อกับเป้าหมายต่อไป ไม่ได้หมายถึงจ้องมองจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง keep + eyes + on ด้วยสำนวนที่หมายถึง “มองโดยตรงอย่างต่อเนื่อง”: While cycling at night, keep ____ the road ahead.

ดูคำตอบ

your eyes on

So I am very alert for traffic coming the other way. วลี

4:07

ดังนั้นผมเลยตื่นตัวกับรถที่สวนมาได้ดีมาก

วลี

traffic coming the other way: รถที่วิ่งสวนทางมา

Traffic coming the other way หมายถึงยานพาหนะที่เคลื่อนเข้าหาคุณจากทิศทางตรงข้าม คำว่า coming the other way ใช้ขยาย traffic โดยรูปที่เต็มกว่าคือ traffic that is coming the other way ในที่นี้ the other way หมายถึงทิศทางการเดินทางที่ตรงข้าม ไม่ได้หมายถึงวิธีหรือทางแก้แบบอื่น

แบบฝึกหัด

วลีใดหมายถึง “ยานพาหนะที่เคลื่อนเข้าหาคุณจากทิศทางตรงข้าม”?

  1. traffic coming by another route
  2. traffic coming the other way
  3. traffic going the same way
ดูคำตอบ

traffic coming the other way

Oh my god.

5:11

โอ้พระเจ้า

Oh my god,

5:13

โอ้พระเจ้า

it's over.

5:13

จบแล้ว

She did the whole road all by herself.

5:15

เธอขับตลอดทั้งเส้นทางด้วยตัวเธอเอง

Amazing.

5:20

น่าทึ่งมาก

Whoof.

5:22

ฟู่

Woo!

5:24

วู้!

She made it all the way by herself. วลี

5:25

เธอทำมันได้ตลอดรอดฝั่งด้วยตัวเอง

วลี

made it all the way: ไปถึงปลายทางทั้งหมดได้สำเร็จ

ในประโยคนี้ made it all the way หมายถึง “ไปถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทางทั้งหมดได้สำเร็จ” made it นำเสนอผลลัพธ์ว่าเป็นความสำเร็จ ส่วน all the way เน้นว่าเธอเดินทางครบทั้งหมด ไม่ใช่เพียงบางส่วน รูปแบบ make it all the way ยังใช้บอกการผ่านกระบวนการที่ยากจนสำเร็จได้ เช่น ไปถึงจุดหมาย รอบชิงชนะเลิศ หรือจุดสิ้นสุดของโครงการ ในที่นี้ make ไม่ได้แปลว่า “สร้าง” หรือ “ผลิต”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่หมายถึง “ไปถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทางทั้งหมดได้สำเร็จ”: The trail was steep, but we ____ to the summit before sunset.

ดูคำตอบ

made it all the way

Zero disengagements the entire time.

5:29

ไม่มีการปลดระบบเลยแม้แต่ครั้งเดียวตลอดช่วงเวลา

Oh,

5:32

โอ้

I'm so pumped. การใช้คำ

5:32

ผมตื่นเต้นมาก

การใช้คำ

so pumped: ตื่นเต้นมากในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ

ในที่นี้ so pumped หมายถึง “ตื่นเต้นมากและเต็มไปด้วยพลัง” so ทำให้ความหมายของ pumped เข้มขึ้น ผู้พูดกำลังฉลองและตั้งตารอสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป นี่เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบแบบไม่เป็นทางการ ในประโยคนี้ pumped ไม่ได้หมายถึงการถูกเติมด้วยอากาศหรือของเหลว

แบบฝึกหัด

การใช้ pumped ตรงนี้เป็นธรรมชาติหรือไม่ คุณส่งข้อความถึงเพื่อนสนิทว่า “I'm so pumped for the concert tonight!”

  1. ไม่ใช่ Pumped ใช้ได้เฉพาะความหมายตามตัวอักษรเท่านั้น
  2. ใช่ เป็นธรรมชาติในบริบทที่ไม่เป็นทางการนี้
ดูคำตอบ

ใช่ เป็นธรรมชาติในบริบทที่ไม่เป็นทางการนี้

All right.

5:34

เอาล่ะ

Now it's time to turn around and go back.

5:35

ตอนนี้ถึงเวลาต้องกลับรถและขับกลับไปแล้ว

That's hilarious.

5:49

ตลกชะมัด

She's stopping for the photographer.

5:50

เธอหยุดรถเพื่อให้ช่างภาพถ่ายรูป

Winter,

5:51

Winter

I didn't know you were a bit of a vain girl.

5:52

ฉันไม่รู้เลยว่าเธอจะเป็นสาวที่ค่อนข้างรักสวยรักงามขนาดนี้

Okay,

5:56

โอเค

this is it. น้ำเสียง/เจตนา

5:57

ถึงแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

This is it: การมาถึงสถานที่หรือช่วงเวลาที่รอคอย

'This is it' ดึงความสนใจของทุกคนไปยังสถานที่หรือช่วงเวลาที่รอคอยและมาถึงแล้ว ในฉากนี้หมายความว่าพวกเขามาถึงสถานที่สำคัญซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของขั้นต่อไป ในที่นี้ it หมายถึงสถานการณ์ทั้งหมด ไม่ได้แทนสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่งที่กล่าวชื่อไว้ ตามบริบท สำนวนนี้อาจหมายถึง 'เรามาถึงแล้ว' 'ถึงเวลาแล้ว' หรือ 'นี่คือจุดสำคัญ'

แบบฝึกหัด

หลังจากฝึกมาหลายเดือน มีอายืนอยู่ที่เส้นเริ่มต้น ประโยคใดใช้บอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าช่วงเวลาที่รอคอยมาถึงแล้ว

  1. Here it is.
  2. That's it.
  3. This is it.
ดูคำตอบ

This is it.

This is the start

5:57

นี่คือจุดเริ่มต้น

this is the official start of the Dragon's Tail.

5:58

นี่คือจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของ Tail of the Dragon

Autopilot has brought us to our destination.

6:01

ออโต้ไพลอตพาเรามาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว

I'm going to pop into the general store. การใช้คำ

6:03

ผมจะแวะไปที่ร้านขายของชำสักหน่อย

การใช้คำ

pop into the general store: การแวะสั้น ๆ แบบสบาย ๆ

Pop into + สถานที่ หมายถึงเข้าไปในสถานที่นั้นเพื่อแวะช่วงสั้น ๆ แบบสบาย ๆ ในที่นี้ผู้พูดวางแผนจะเข้าไปในร้านขายของชำเพียงครู่หนึ่ง น่าจะเพื่อซื้อของบางอย่าง แล้วจึงเดินทางต่อ Pop ทำให้การกระทำฟังดูรวดเร็วและง่าย ๆ ไม่ได้หมายถึง 'ระเบิด' ส่วน into ใช้นำหน้าจุดหมาย เช่น pop into the shop, pop into the office หรือ pop into a café

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงเข้าไปข้างในช่วงสั้น ๆ แบบสบาย ๆ: On my way home, I'll ____ the pharmacy for some toothpaste.

ดูคำตอบ

pop into

Well,

6:04

เอาล่ะ

I've got to get one for Winter. ไวยากรณ์

6:05

ผมต้องซื้อให้ Winter สักอัน

ไวยากรณ์

I've got to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกความจำเป็นเร่งด่วน

ในประโยคนี้ I've got to หมายถึง I have to หรือ I really need to คือผู้พูดรู้สึกว่าต้องหรือจำเป็นต้องทำจริง ๆ การซื้อของหนึ่งชิ้นถูกนำเสนอเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำต่อ และมักให้ความรู้สึกว่าเพิ่งตัดสินใจในตอนนั้น โครงสร้างคือ have/has got to + กริยารูปพื้นฐาน เช่น I've got to get คำว่า got ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างทั้งหมด ไม่ได้แปลว่า “ได้รับ” หรือ “ได้มา”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป have got to แบบภาษาพูดของ I have to: My appointment starts at noon, so ____ leave by eleven.

ดูคำตอบ

I've got to

She totally deserves it.

6:06

เธอสมควรได้รับมันจริงๆ

I've got something for you.

6:08

ฉันมีอะไรมาให้เธอด้วยล่ะ

She did the whole route all by herself.

6:12

เธอวิ่งตลอดทั้งเส้นทางด้วยตัวเอง

It's still a very beta beta,

6:14

มันยังคงเป็นเบต้าที่ยังเบต้ามากๆ

but this self-driving test made it up and down the Dragon with zero human intervention. การใช้คำ

6:15

แต่การทดสอบการขับขี่อัตโนมัตินี้สามารถขับขึ้นและลง The Dragon ได้สำเร็จโดยไม่มีมนุษย์แทรกแซงเลยแม้แต่น้อย

การใช้คำ

zero human intervention: ไม่มีมนุษย์เข้าควบคุมหรือแก้ไข

ในประโยคนี้ zero human intervention หมายถึงระหว่างการทดสอบไม่มีคนเข้าควบคุม ปรับแก้ หรือเปลี่ยนการควบคุมของระบบด้วยวิธีอื่น คำว่า zero ทำให้ข้อความนี้เป็นการยืนยันแบบเด็ดขาดว่าระบบอัตโนมัติวิ่งได้ทั้งขาขึ้นและขาลงด้วยตัวเอง ไม่ได้หมายความว่าไม่มีมนุษย์อยู่ในบริเวณนั้นเลย ในรายงานทางเทคนิค intervention หมายถึงการกระทำของมนุษย์ที่ส่งผลต่อการทำงานอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

ในรายงานการทดสอบ ประโยคนี้ยืนยันอะไร? 'The robot completed the route with zero human intervention.'

  1. ไม่มีใครอยู่ใกล้พื้นที่ทดสอบเลย
  2. ไม่มีใครเข้าควบคุมหรือแก้ไขการทำงานของหุ่นยนต์ตลอดเส้นทาง
  3. มีคนควบคุมหุ่นยนต์เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ
ดูคำตอบ

ไม่มีใครเข้าควบคุมหรือแก้ไขการทำงานของหุ่นยนต์ตลอดเส้นทาง