คุณจะตายอย่างไร?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
589 คำ 175 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: วิดีโอนี้เปรียบเทียบการเสียชีวิตที่คนปรารถนากับสาเหตุที่เป็นไปได้กว่า แล้วกล่าวถึงอายุขัย โรค ความกลัวจากสื่อ ภูมิศาสตร์ และซอฟต์แวร์ทำนาย ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. the odds of that happening - กลุ่มคำและคำที่ใช้ร่วมกัน: อ้างถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าและประเมินโอกาสอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่พูดซ้ำ 2. lone wolf - วัฒนธรรม สื่อ และบริบทจริง: เข้าใจป้ายคำสำหรับผู้ก่อเหตุที่ถูกมองว่าลงมือโดยลำพัง ไม่แปลเป็นสัตว์ และตรวจแหล่งข่าวกับกรอบเรื่อง 3. has been shown to estimate - ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: อ่าน be shown to + กริยาเป็นหลักฐานที่ถูกรายงาน ไม่ใช่คำรับประกัน และใช้สรุปผลวิจัย

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Surveys show that most people want to die quickly in their sleep and without notice,

0:00

ผลสำรวจชี้ว่า คนส่วนใหญ่อยากเสียชีวิตอย่างรวดเร็วในขณะหลับโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า

but the odds of that happening for you are incredibly low. วลี

0:04

แต่โอกาสที่เรื่องนั้นจะเกิดขึ้นกับคุณนั้นต่ำอย่างเหลือเชื่อ

วลี

the odds of that happening: โอกาสที่เรื่องนั้นจะเกิดขึ้น

The odds of an event หมายถึงโอกาสหรือความน่าจะเป็นที่เหตุการณ์หนึ่งจะเกิดขึ้น ในที่นี้ the odds of that happening หมายถึงโอกาสที่เหตุการณ์ซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้านี้จะเกิดขึ้น และ incredibly low บอกว่าโอกาสนั้นต่ำอย่างยิ่ง หลัง of วลี that happening เป็นอนุประโยคแบบ gerund-participle โดย that ย้อนกลับไปแทนเหตุการณ์ทั้งหมด ส่วน happening นำเสนอเหตุการณ์นั้นในฐานะสิ่งที่กำลังประเมินความเป็นไปได้ โครงสร้างนี้ช่วยสรุปความเป็นไปได้ที่กล่าวไปแล้วโดยไม่ต้องพูดซ้ำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ the odds of อย่างถูกต้องเพื่อประเมินโอกาสที่เหตุการณ์หนึ่งจะเกิดขึ้น

  1. The odds of the flight being delayed are high.
  2. The odds of the flight will be delayed are high.
  3. The odds that the flight being delayed are high.
ดูคำตอบ

The odds of the flight being delayed are high.

So, when the time comes, วลี

0:08

ดังนั้น เมื่อเวลานั้นมาถึง

how are you most likely to die?

0:10

คุณมีแนวโน้มจะเสียชีวิตด้วยวิธีใดมากที่สุด

วลี

when the time comes: เมื่อเวลานั้นมาถึง

When the time comes หมายถึงเมื่อช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องในอนาคตมาถึงในที่สุด สิ่งที่ the time อ้างถึงจะเข้าใจได้จากบริบท ดังนั้นวลีนี้จึงใช้กล่าวถึงช่วง ขั้นตอน การตัดสินใจ หรือเหตุการณ์สำคัญที่ยังไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอนได้ ในประโยคนี้ หัวข้อเรื่องความตายที่อยู่รอบ ๆ ทำให้ the time เป็นการกล่าวถึงความตายของบุคคลอย่างนุ่มนวล ความหมายนี้มาจากบริบท ไม่ใช่จากตัววลีเอง ในสถานการณ์อื่นอาจหมายถึงการสอบ การตัดสินใจ การเกษียณ หรือหลักหมายสำคัญอื่นได้

แบบฝึกหัด

คณะกรรมการจะตัดสินใจในช่วงสำคัญช่วงหนึ่งในอนาคต แต่ยังไม่ได้กำหนดวันที่ คำขึ้นต้นใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุดโดยไม่ทำให้ดูเหมือนกำลังกล่าวถึงความตายของใคร

  1. When the clock comes, we'll review all the evidence.
  2. When your time comes, we'll review all the evidence.
  3. When the time comes, we'll review all the evidence.
  4. When time comes, we'll review all the evidence.
ดูคำตอบ

When the time comes, we'll review all the evidence.

In 1901,

0:12

ในปี 1901

the average life expectancy of humans was 31 years old,

0:13

มนุษย์มีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 31 ปี

and in just over 100 years,

0:16

และในเวลาเพียงร้อยกว่าปี

that average has gone up to 71. กริยาวลี

0:18

ค่าเฉลี่ยนั้นก็เพิ่มขึ้นเป็น 71 ปี

กริยาวลี

gone up to: เพิ่มขึ้นไปถึงค่าใหม่

ในประโยคนี้ has gone up หมายความว่าค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาก่อนหน้ามาจนถึงปัจจุบัน รูป present perfect คือ has gone นำเสนอการเปลี่ยนแปลงนั้นว่าเกี่ยวข้องกับตัวเลขในปัจจุบัน คำบุพบท to บอกจุดปลายทาง โดย 71 คือระดับใหม่ที่เพิ่มขึ้นไปถึง ไม่ได้หมายความว่าค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 71 หน่วย เพราะปริมาณที่เพิ่มขึ้นจะนำหน้าด้วย by

แบบฝึกหัด

ราคาเดิมคือ 50 ดอลลาร์และตอนนี้เป็น 65 ดอลลาร์ ประโยคใดระบุค่าปลายทางใหม่ได้ถูกต้อง

  1. The price has gone up to $15.
  2. The price has gone up to $65.
  3. The price has gone up by $65.
ดูคำตอบ

The price has gone up to $65.

If you live in a developed nation like France or Canada,

0:21

หากคุณอาศัยอยู่ในประเทศพัฒนาแล้วอย่างฝรั่งเศสหรือแคนาดา

you'll likely live closer to 82,

0:24

คุณก็น่าจะมีอายุเกือบ 82 ปี

while developing or majority world countries like Rwanda การใช้คำ

0:26

ส่วนในประเทศกำลังพัฒนาหรือประเทศในกลุ่มโลกส่วนใหญ่อย่างรวันดา

age to 64 on average.

0:29

ผู้คนมีอายุเฉลี่ย 64 ปี

การใช้คำ

developing or majority world countries: คำเรียกระดับโลกในกรอบมุมมองที่ต่างกัน

Developing or Majority World countries เชื่อมคำเรียกสองแบบสำหรับกลุ่มประเทศขนาดใหญ่ในการอภิปรายเรื่องความเหลื่อมล้ำทั่วโลก ในที่นี้ or บอกว่า Majority World ถูกเสนอเป็นกรอบมุมมองอีกแบบหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าคำเรียกทั้งสองสร้างรายชื่อประเทศที่แน่นอนและเหมือนกันทุกประการ Majority World เน้นว่าผู้คนในภูมิภาคที่กล่าวถึงคิดเป็นประชากรส่วนใหญ่ของโลก คำนี้มักเปลี่ยนจุดสนใจจากการอธิบายประเทศโดยยึดสิ่งที่ถูกมองว่าประเทศเหล่านั้นขาดเป็นหลัก แม้ตัวคำจะยังมีความหมายกว้างและขึ้นอยู่กับบริบท

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ Majority World ในบริบทนี้มากที่สุด

  1. คำพ้องที่ตรงกันทุกประการสำหรับ developing countries ในทุกการใช้
  2. คำเรียกที่อิงมุมมองและเน้นว่าภูมิภาคเหล่านี้มีประชากรส่วนใหญ่ของโลก
  3. รายชื่อประเทศอย่างเป็นทางการที่รัฐบาลใช้การลงคะแนนเสียงข้างมาก
  4. ประเทศที่ตั้งอยู่เฉพาะทางใต้ของเส้นศูนย์สูตร
ดูคำตอบ

คำเรียกที่อิงมุมมองและเน้นว่าภูมิภาคเหล่านี้มีประชากรส่วนใหญ่ของโลก

And many of these people die in weird ways,

0:31

และคนจำนวนมากก็เสียชีวิตด้วยวิธีแปลก ๆ

including 27 people from selfie-related accidents in 2015.

0:33

รวมถึง 27 คนที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเกี่ยวกับการเซลฟีในปี 2015

One man died of heart failure and exhaustion

0:39

ชายคนหนึ่งเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวและความอ่อนล้า

after playing StarCraft for 50 hours on end, สำนวน

0:41

หลังเล่น StarCraft ติดต่อกันนาน 50 ชั่วโมง

สำนวน

on end หลังคำบอกระยะเวลา

เมื่อวางหลังคำบอกระยะเวลา on end หมายถึงดำเนินต่อเนื่องตลอดช่วงเวลานั้นโดยแทบไม่มีหรือไม่มีการหยุดพักที่มีนัยสำคัญเลย ใน 50 hours on end คำนี้เน้นว่ากิจกรรมดำเนินไปยาวนานมากและไม่ขาดตอน ให้เข้าใจ on end เป็นสำนวนบอกเวลาแบบตายตัว ไม่ใช่แปล on กับ end แยกกัน มักตามหลังระยะเวลาอย่าง hours, days หรือ weeks

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึงต่อเนื่องตลอดทั้งช่วงเวลา: The construction noise continued for hours ____.

ดูคำตอบ

on end

and annually 100 people die in Russia

0:44

และในรัสเซีย มีผู้เสียชีวิตปีละ 100 คน

from falling ice,

0:46

จากน้ำแข็งที่ตกลงมา

not to mention about 70 children will choke to death โน้ต

0:48

ยังไม่นับเด็กอีกราว 70 คนที่สำลักจนเสียชีวิต

on hot dogs every year.

0:50

ขณะกินฮอตดอกในแต่ละปี

ลำดับความ

not to mention เพื่อเพิ่มอีกประเด็นที่น่าสนใจ

not to mention ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม หลังจากได้กล่าวประเด็นหนึ่งไปแล้ว แม้รูปคำจะดูเหมือนเป็นปฏิเสธ แต่ผู้พูดกล่าวถึงข้อเท็จจริงใหม่นั้นจริง ๆ และนำเสนอว่าเกี่ยวข้องหรือชัดเจนเกินกว่าจะละไว้ได้ ในที่นี้ วลีนี้ขยายรายการด้วยสถิติการเสียชีวิตรายปีที่น่าตกใจอีกข้อ ทำให้ข้อมูลสะสมและมักทวีความเข้มขึ้น ในบริบทอื่น ประเด็นที่เพิ่มมาอาจเพียงช่วยเสริมข้อโต้แย้งโดยไม่จำเป็นต้องสำคัญกว่าในเชิงวัตถุวิสัย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสำหรับเพิ่มข้อมูลสามคำที่มีรูปเหมือนเป็นปฏิเสธ: The apartment is spacious, ____ close to the subway.

ดูคำตอบ

not to mention

วลี

choke to death on: เสียชีวิตเพราะสำลักบางสิ่ง

Choke to death หมายถึงการสำลักทำให้คนเสียชีวิต วลีบอกผล to death ระบุชัดว่าผลลัพธ์ถึงแก่ชีวิต ส่วน choke เพียงคำเดียวไม่ได้สื่อว่าต้องเสียชีวิต คำบุพบท on นำหน้าอาหารหรือสิ่งของที่อุดกั้นทางเดินหายใจ โดยมีโครงสร้าง choke to death on + อาหารหรือสิ่งของ ในประโยคนี้ hot dogs คือสาเหตุ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ choke to death on: The report says the victim ____ a piece of food; the blockage was fatal.

ดูคำตอบ

choked to death on

But if we use the United States as an example of the Western World,

0:52

แต่ถ้าเราใช้สหรัฐอเมริกาเป็นตัวอย่างของโลกตะวันตก

we had over 318 million people living in 2014,

0:55

ในปี 2014 มีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 318 ล้านคน

of which more than 2.6 million died. ไวยากรณ์

1:00

และในจำนวนนี้เสียชีวิตไปมากกว่า 2.6 ล้านคน

ไวยากรณ์

เมื่อ of which ใช้กับคน: ควรใช้ of whom

Of which นำหน้าประโยคย่อยสัมพันธ์ที่แสดงความเป็นส่วนหนึ่ง โดย more than 2.6 million ถูกนำเสนอว่าเป็นส่วนหนึ่งของจำนวนทั้งหมดที่กล่าวไว้ก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม จำนวนทั้งหมดนั้นคือ people ดังนั้นภาษาอังกฤษมาตรฐานแบบเป็นทางการจึงมักใช้ of whom ในที่นี้: ..., of whom more than 2.6 million died. ในโครงสร้างนี้ ให้ใช้ whom เมื่อคำนามหลักหมายถึงคน และใช้ which เมื่อหมายถึงสิ่งของ ข้อความเดิมยังพอเข้าใจได้ แต่ไม่ใช่แบบอย่างที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับงานเขียนทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคย่อยสัมพันธ์แบบเป็นทางการด้วยคำเชื่อมสองคำที่ถูกต้องสำหรับคน: The school has 600 students, ____ 120 take the bus.

ดูคำตอบ

of whom

Almost half of these people died of heart disease or cancer, วลี

1:03

เกือบครึ่งหนึ่งเสียชีวิตจากโรคหัวใจหรือมะเร็ง

which is much different than 100 years ago

1:06

ซึ่งแตกต่างจากเมื่อ 100 ปีก่อนอย่างมาก

when most people died from tuberculosis and influenza.

1:08

ตอนที่คนส่วนใหญ่เสียชีวิตจากวัณโรคและไข้หวัดใหญ่

วลี

died of เทียบกับ died from

ทั้ง died of และ died from ใช้บอกสาเหตุการเสียชีวิต ในประโยคนี้ ทั้งสองวลีตามด้วยชื่อโรค จึงแสดงให้เห็นว่าการใช้ของทั้งคู่ทับซ้อนกัน และไม่ได้มีกฎตายตัวว่าโรคต้องใช้ of ส่วนอุบัติเหตุต้องใช้ from โดยทั่วไป died of นำเสนอโรค ภาวะ หรือสาเหตุโดยตรงว่าเป็นสาเหตุการเสียชีวิต ส่วน died from มักเน้นกระบวนการ ที่มา หรือผลที่นำไปสู่การเสียชีวิตมากกว่า เช่น died from severe injuries หรือ died from complications ควรเลือกตามจุดเน้นและคำที่มักใช้ร่วมกัน ไม่ใช่ตามกฎตายตัว

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: โรคใช้ได้เฉพาะ died of ส่วนสาเหตุภายนอกใช้ได้เฉพาะ died from

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

Scientific advancements such as antibiotics and vaccines

1:12

ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เช่น ยาปฏิชีวนะและวัคซีน

have allowed us to die less often of the flu or TB, ไวยากรณ์

1:15

ช่วยให้เราเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่หรือวัณโรคน้อยลง

ไวยากรณ์

allow + คน + to: allowed us to

โครงสร้าง allow + คน + to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมีคนให้อนุญาต หรือในประโยคนี้คือมีเงื่อนไขบางอย่างทำให้การกระทำหรือผลลัพธ์เกิดขึ้นได้ us เป็นกรรมของ allowed ส่วน to die เป็น infinitive ที่บอกว่าสิ่งใดเกิดขึ้นได้ ในที่นี้ allowed us to ไม่ได้หมายความว่าวิทยาศาสตร์อนุญาตให้ผู้คนตาย แต่บรรยายผลของความก้าวหน้าทางการแพทย์ นั่นคือผู้คนมีโอกาสเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่หรือวัณโรคน้อยลง สามารถใช้โครงสร้างเดียวกันเพื่ออธิบายว่ากฎ เครื่องมือ หรือเงื่อนไขเปลี่ยนสิ่งที่ผู้คนทำได้อย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำ allow + us + to และเปลี่ยน allow ให้สอดคล้องกับประธานเอกพจน์: Faster internet now ____ join the meeting from home.

ดูคำตอบ

allows us to

and even decreased how often we die of cancer. ไวยากรณ์

1:18

และยังลดการเสียชีวิตจากมะเร็งได้ด้วย

ไวยากรณ์

ลำดับคำแบบแฝงใน how often we die

ใน decreased how often we die นั้น how often we die เป็นอนุประโยค wh แบบแฝง โดยอนุประโยคทั้งส่วนทำหน้าที่เป็นความถี่ที่ถูกลดลง กล่าวคือ ประโยคนี้พูดถึงการลดความถี่ของการเสียชีวิต ไม่ใช่การเสียชีวิตครั้งใดครั้งหนึ่ง เพราะอนุประโยคนี้แฝงอยู่ในประโยคบอกเล่า จึงใช้ลำดับคำแบบบอกเล่า: how often + ประธาน + กริยา ส่วนการใช้ do และการสลับตำแหน่งจะใช้เมื่ออนุประโยค wh เป็นคำถามโดยตรงเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค how often แบบแฝงหลังกริยารายงานได้ถูกต้อง?

  1. The survey shows how often people exercise.
  2. The survey shows how often do people exercise.
  3. How often people exercise?
ดูคำตอบ

The survey shows how often people exercise.

In the 1970s,

1:21

ในช่วงทศวรรษ 1970

the survival rate from cancer was only 50%. การใช้คำ

1:22

อัตราการรอดชีวิตจากมะเร็งมีเพียง 50%

การใช้คำ

ศัพท์สถิติ survival rate

survival rate คือสัดส่วนของคนในกลุ่มที่กำหนดซึ่งยังมีชีวิตอยู่หลังจากระยะเวลาที่ระบุหรือ ณ จุดเวลาที่กำหนด ในประโยคนี้ 50% ถูกนำเสนอเป็นสัดส่วนของผู้ป่วยมะเร็งที่ยังมีชีวิตอยู่ตามสถิติที่กำลังกล่าวถึง คำนี้อธิบายการรอดชีวิต ไม่ได้หมายถึงการฟื้นตัวหรือหายขาดเสมอไป สถิติทางการแพทย์ที่ครบถ้วนมักระบุโรค กลุ่มประชากร และช่วงเวลา แต่คำบรรยายนี้ไม่ได้ให้ระยะติดตามผลที่ชัดเจน จึงไม่ควรสรุปเองว่าเป็นอัตราการรอดชีวิตห้าปี

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งระบุว่า 80% ของกลุ่มผู้ป่วยที่กำหนดยังมีชีวิตอยู่ห้าปีหลังการวินิจฉัย โดยไม่ได้อ้างว่าโรคของพวกเขาหายไป คำใดอธิบาย 80% นี้ได้ดีที่สุด?

  1. five-year survival rate
  2. mortality rate
  3. cure rate
ดูคำตอบ

five-year survival rate

Today, that has increased to 68%

1:25

ทุกวันนี้ ตัวเลขนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 68%

with 15.5 million cancer survivors

1:28

โดยมีผู้รอดชีวิตจากมะเร็ง 15.5 ล้านคน

alive in the US today.

1:30

ที่ยังมีชีวิตอยู่ในสหรัฐฯ ในปัจจุบัน

Thanks, science. น้ำเสียง/เจตนา

1:32

ขอบคุณนะ วิทยาศาสตร์

น้ำเสียง/เจตนา

“Thanks, science.”: การขอบคุณวิทยาศาสตร์แบบขี้เล่นและใช้การทำให้เป็นบุคคล

Thanks, science. พูดถึงวิทยาศาสตร์ราวกับเป็นคนที่รับคำขอบคุณได้ ในบริบทนี้ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ได้รับเครดิตจากอัตราการรอดชีวิตที่สูงขึ้น และคำแทรกสั้นผิดปกตินี้ทำให้จังหวะการเล่าเบาสบายและขี้เล่น รูปแบบ Thanks, X ใช้พูดกับสิ่งของ ระบบ หรือแนวคิดโดยตรง หลังจากสิ่งนั้นทำให้เกิดผลลัพธ์ที่น่ายินดี น้ำเสียงขึ้นอยู่กับบริบท โดยผลลัพธ์ในที่นี้เป็นเรื่องดี ประโยคนี้จึงสื่อถึงความชื่นชม ไม่ใช่การประชด

แบบฝึกหัด

ผู้บรรยายพูดว่า “The software restored every lost file. Thanks, cloud backup.” ประโยคสุดท้ายทำหน้าที่อะไร?

  1. ประโยคนี้ขอบคุณผู้ที่ออกแบบการสำรองข้อมูลบนคลาวด์อย่างเป็นทางการ
  2. ประโยคนี้ให้เครดิตแก่การสำรองข้อมูลบนคลาวด์อย่างขี้เล่น ราวกับว่ามันรับคำขอบคุณได้
  3. ประโยคนี้บ่นว่าการสำรองข้อมูลบนคลาวด์ทำให้ไฟล์หายไป
ดูคำตอบ

ประโยคนี้ให้เครดิตแก่การสำรองข้อมูลบนคลาวด์อย่างขี้เล่น ราวกับว่ามันรับคำขอบคุณได้

Unfortunately, both heart disease and cancer aren't sudden killers

1:33

น่าเสียดายที่ทั้งโรคหัวใจและมะเร็งไม่ได้คร่าชีวิตคนอย่างฉับพลัน

and involve mostly long-drawn-out deaths. การใช้คำ

1:37

แต่ส่วนใหญ่นำไปสู่กระบวนการเสียชีวิตที่ยืดเยื้อ

การใช้คำ

long-drawn-out: ยืดเยื้ออย่างไม่น่าพึงพอใจ

ใน long-drawn-out deaths คำว่า long-drawn-out เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่ขยาย deaths โดยบรรยายกระบวนการที่ดำเนินต่อไปเป็นเวลานานมากแทนที่จะจบลงอย่างรวดเร็ว สำนวนนี้มักมีการประเมินเชิงลบ กล่าวคือ ระยะเวลานั้นทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า เจ็บปวด น่าเบื่อ หรือยาวนานเกินความจำเป็น ในที่นี้มันตรงข้ามกับ sudden และเน้นประสบการณ์ของกระบวนการเสียชีวิตที่ยืดเยื้อ ไม่ใช่ความยาวทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์สามส่วนที่เชื่อมด้วยเครื่องหมายยัติภังค์และหมายถึง “ยืดเยื้อจนน่าอึดอัด”: What should have been a short approval process became a ____ ordeal.

ดูคำตอบ

long-drawn-out

In fact,

1:39

ที่จริงแล้ว

60% of deaths in a hospital are attributed to one of these,

1:39

60% ของการเสียชีวิตในโรงพยาบาลเกิดจากโรคใดโรคหนึ่งในสองโรคนี้

with one in 10 of those individuals ไวยากรณ์

1:43

และหนึ่งใน 10 ของคนกลุ่มนั้น

being in a hospital for a month or more.

1:45

ต้องอยู่โรงพยาบาลนานหนึ่งเดือนขึ้นไป

ไวยากรณ์

with one in 10 ... being: โครงสร้างบอกสถานการณ์เสริม

หลังอนุประโยคหลักที่สมบูรณ์ with จะนำอนุประโยคเสริมที่ไม่ผันตามกาลเข้ามา one in 10 of those individuals เป็นประธานในเชิงความหมายของ being และ being in a hospital for a month or more บรรยายสภาพของคนกลุ่มนั้น ในที่นี้ with ไม่ได้หมายถึงการอยู่ร่วมกันหรือเครื่องมือ และ being ก็ไม่ใช่กริยาแท้ของประโยค โครงสร้างนี้ทำให้สถิติหลักยังคงเด่นอยู่ พร้อมกับเพิ่มสถิติที่เกี่ยวข้องเป็นข้อมูลประกอบ รูปแบบที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ อนุประโยคหลัก + with + นามวลี + being + ส่วนเติมเต็ม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปไม่ผันตามกาลของ be: The report lists 200 delayed orders, with 30 of them ____ held at customs.

ดูคำตอบ

being

Of course,

1:47

แน่นอนว่า

sudden deaths do happen ไวยากรณ์

1:48

การเสียชีวิตอย่างฉับพลันก็เกิดขึ้นได้

ไวยากรณ์

do happen: do ที่ใช้เน้นในอนุประโยคบอกเล่า

ในอนุประโยคบอกเล่านี้ do เป็นกริยาช่วยเน้นที่วางหน้ากริยารูปพื้นฐาน happen โดย do แสดงกาลปัจจุบันและสอดคล้องกับประธานพหูพจน์ sudden deaths ส่วน happen ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน การใช้แบบนี้ไม่ได้ทำให้อนุประโยคกลายเป็นคำถามหรือประโยคปฏิเสธ การเน้นนี้ยอมรับข้อยกเว้นจากข้อความเหมารวมก่อนหน้า กล่าวคือ การเสียชีวิตอย่างกะทันหันเกิดขึ้นจริง do ที่ใช้เน้นมักบอกการแก้ความเข้าใจ การยอมรับประเด็น หรือการยืนยัน ไม่ได้เพิ่มการกระทำใหม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคบอกเล่าด้วยกริยาช่วยเน้นที่สอดคล้องกับประธานพหูพจน์: Unexpected delays ____ happen, even with careful planning.

ดูคำตอบ

do

with over 136,000 people dying of unintentional injuries or accidents

1:49

โดยมีผู้เสียชีวิตจากการบาดเจ็บโดยไม่ตั้งใจหรืออุบัติเหตุมากกว่า 136,000 คน

in 2014 in the US.

1:54

ในสหรัฐฯ เมื่อปี 2014

The media can also affect our fear and anxiety

1:56

สื่อก็ส่งผลต่อความกลัวและความวิตกกังวลของเราได้เช่นกัน

of death from strange causes.

1:59

เกี่ยวกับการเสียชีวิตจากสาเหตุแปลก ๆ

After all, ลำดับความ

2:00

เพราะถึงอย่างไร

not one person died of a shark attack

2:01

ก็ไม่มีใครเสียชีวิตจากฉลามโจมตีแม้แต่คนเดียว

in the US during 2014,

2:03

ในสหรัฐฯ ตลอดปี 2014

but 38 people were killed by dogs that year.

2:05

แต่ในปีนั้นมีคนถูกสุนัขทำร้ายจนเสียชีวิต 38 คน

ลำดับความ

After all ในฐานะคำเชื่อมที่นำเสนอเหตุผลสนับสนุน

After all ใช้นำเสนอเหตุผลหรือหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวอ้างซึ่งได้กล่าวไว้แล้วหรือเข้าใจได้จากบริบท โดยส่งสัญญาณว่าข้อเท็จจริงที่ตามมาควรช่วยให้ผู้ฟังยอมรับข้อกล่าวอ้างนั้น ในประโยคนี้ สถิติที่ตามหลัง After all สนับสนุนประเด็นก่อนหน้าว่าความกลัวของผู้คนอาจไม่สอดคล้องกับความเสี่ยงจริง วลีนี้ทำหน้าที่จัดโครงสร้างการให้เหตุผล ไม่ได้วางเหตุการณ์ไว้ท้ายลำดับเวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่ใช้เสนอเหตุผลสนับสนุน: We should leave now. ____, the last bus departs in twenty minutes.

ดูคำตอบ

After all

Many fear biking within a city,

2:08

หลายคนกลัวการปั่นจักรยานในเมือง

but you're more likely to die walking as a pedestrian ไวยากรณ์

2:10

แต่คุณมีโอกาสเสียชีวิตขณะเดินในฐานะคนเดินเท้ามากกว่า

ไวยากรณ์

more likely to + คำกริยา เพื่อแสดงความเป็นไปได้แบบสัมพัทธ์

More likely to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าเหตุการณ์หนึ่งมีความน่าจะเป็นสูงกว่าเมื่อเทียบกับอีกสิ่งหนึ่ง โครงสร้างนี้แสดงความเป็นไปได้แบบสัมพัทธ์ ไม่ใช่ความแน่นอน สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบอาจปรากฏในวลีที่มี than ใช้ compared with นำหน้า หรือมาจากบริบทก่อนหน้า ในที่นี้ การกล่าวถึงการปั่นจักรยานก่อนหน้านี้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบสำหรับข้อความเรื่องการเสียชีวิตขณะเดินในฐานะคนเดินเท้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่ใช้เปรียบเทียบความน่าจะเป็น: Compared with unprepared candidates, prepared candidates are ____ answer confidently.

ดูคำตอบ

more likely to

with 6,200 pedestrians killed

2:13

โดยมีคนเดินเท้าเสียชีวิต 6,200 คน

and only 900 killed in bike accidents.

2:15

ขณะที่อุบัติเหตุจักรยานมีผู้เสียชีวิตเพียง 900 คน

For every one person that dies in a terrorist attack, ไวยากรณ์

2:18

ต่อทุกหนึ่งคนที่เสียชีวิตจากการก่อการร้าย

80 will die from alcoholism.

2:21

จะมี 80 คนเสียชีวิตจากโรคพิษสุราเรื้อรัง

ไวยากรณ์

การใช้ For every one person ..., 80 ... เพื่อบอกอัตราส่วน

ในที่นี้ For every one person ..., 80 ... ใช้กำหนดอัตราส่วนระหว่างจำนวนสองจำนวน จำนวนแรกเป็นค่าที่ใช้อ้างอิง ส่วนอนุประโยคที่สองให้จำนวนที่สอดคล้องกัน คือ ผู้เสียชีวิตจากการก่อการร้าย 1 คนต่อผู้เสียชีวิตจากภาวะติดสุรา 80 คน For every ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “เพื่อประโยชน์ของทุกคน” ในข้อความเชิงสถิติ หมายถึง “ทุกจำนวนที่ระบุในหมวดหมู่หนึ่งจะมีจำนวนในอีกหมวดหมู่หนึ่งที่สอดคล้องกัน” ประโยคนี้สรุปข้อมูล ไม่ได้ทำนายว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคต้นฉบับกล่าวถึงอะไร

  1. ประโยคนี้กล่าวว่าภาวะติดสุราเป็นสาเหตุของการก่อการร้าย
  2. ประโยคนี้ทำนายว่าบุคคลใดก็ตามที่ถูกเอ่ยชื่อจะเสียชีวิตจากหนึ่งในสองสาเหตุนี้
  3. ประโยคนี้ให้อัตราส่วนทางสถิติว่า ในข้อมูล ทุกการเสียชีวิตจากการก่อการร้าย 1 ราย จะมีการเสียชีวิตจากภาวะติดสุรา 80 ราย
ดูคำตอบ

ประโยคนี้ให้อัตราส่วนทางสถิติว่า ในข้อมูล ทุกการเสียชีวิตจากการก่อการร้าย 1 ราย จะมีการเสียชีวิตจากภาวะติดสุรา 80 ราย

In fact,

2:23

ที่จริงแล้ว

a majority of terrorist activity in the West

2:23

เหตุก่อการร้ายส่วนใหญ่ในโลกตะวันตก

is caused by lone wolf attackers, วัฒนธรรม

2:26

เกิดจากผู้ก่อเหตุที่ลงมือเพียงลำพัง

วัฒนธรรม

“lone wolf” ใน “lone wolf attackers”

ใน lone wolf attackers คำว่า lone wolf เป็นคำขยายประสมที่บรรยายผู้โจมตีว่าเป็นผู้ที่ดำเนินการอย่างอิสระ แทนที่จะอยู่ภายใต้คำสั่งด้านปฏิบัติการโดยตรงจากองค์กร คำนี้เป็นป้ายกำกับเชิงเปรียบเทียบในสื่อและวงการความมั่นคง ไม่ได้หมายถึงสัตว์จริง ๆ ป้ายกำกับนี้บอกความสัมพันธ์กับองค์กร ไม่ได้บอกเพียงว่ามีคนอยู่ในที่เกิดเหตุแค่คนเดียว คำนิยามที่แน่นอนอาจแตกต่างกัน และผู้ที่ถูกเรียกว่า lone wolf อาจยังได้รับอิทธิพลทางอุดมการณ์ ติดต่อกับผู้อื่น หรือได้รับการสนับสนุนทางอ้อม

แบบฝึกหัด

บุคคลหนึ่งลงมือโจมตีเพียงลำพัง แต่ผู้สืบสวนกล่าวว่ามีกลุ่มหนึ่งเป็นผู้สั่งการแผนดังกล่าว ข้อมูลนี้สนับสนุนป้ายกำกับใด

  1. ป้ายกำกับทั้งสองมีความหมายเหมือนกันทุกประการ
  2. solo attacker
  3. lone wolf
ดูคำตอบ

solo attacker

of which 80% were not Islamic fundamentalists, ลำดับความ

2:28

และ 80% ของคนกลุ่มนี้ไม่ใช่ผู้ยึดถือแนวคิดอิสลามมูลฐานนิยม

but instead political extremists,

2:31

แต่เป็นกลุ่มหัวรุนแรงทางการเมือง

nationalists, racial, and religious supremacists.

2:32

กลุ่มชาตินิยม และกลุ่มที่เชื่อว่าเชื้อชาติหรือศาสนาของตนเหนือกว่า

ลำดับความ

โครงสร้าง not X, but instead Y สำหรับการแก้ความเข้าใจ

ในโครงสร้าง not X, but instead Y ผู้พูดจะปฏิเสธการจัดประเภทที่ผู้ฟังอาจคาดไว้ก่อน แล้วจึงให้การจัดประเภทใหม่มาแทน ในประโยคนี้ not Islamic fundamentalists คือ X ส่วนรายการที่เริ่มด้วย political extremists คือ Y ลำดับนี้ทำให้ติดตามการแก้ความเข้าใจได้ง่าย คือไม่ใช้ X สำหรับข้อกล่าวอ้างนี้ และตีความรายการที่ตามมาว่าเป็นการจัดประเภททางเลือก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแก้ความเข้าใจด้วย not X, but instead Y: The missing files were ____ deleted by the user, ____ moved automatically to an archive.

ดูคำตอบ

not · but instead

On a worldwide scale in 2015, ลำดับความ

2:35

เมื่อมองในระดับโลกในปี 2015

78% of all terrorist deaths occurred in just five countries:

2:38

78% ของผู้เสียชีวิตจากการก่อการร้ายทั้งหมดเกิดขึ้นในเพียงห้าประเทศ ได้แก่

ลำดับความ

On a worldwide scale: การกำหนดขอบเขตระดับโลก

On a worldwide scale เป็นวลีที่วางไว้ต้นประโยคเพื่อกำหนดขอบเขต ก่อนผู้อ่านจะพบตัวเลข วลีนี้บอกให้ตีความข้อมูลว่าเป็นยอดรวมหรือภาพรวมระดับโลก ไม่ใช่หลักฐานจากสถานที่เดียว วลีนี้จัดข้อมูลจากกรอบกว้างไปสู่ผลลัพธ์เฉพาะ ในประโยคเดิม in 2015 กำหนดกรอบเวลาแยกต่างหาก และส่วนที่เหลือให้ข้อมูลสถิติ ส่วน worldwide ไม่ได้หมายความว่าทุกประเทศมีผลลัพธ์เหมือนกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ วลีต้นประโยคทำหน้าที่อะไร? On a worldwide scale, the survey found a rise in online shopping.

  1. วลีนี้บอกว่าทุกประเทศมีผลลัพธ์เหมือนกันทุกประการ
  2. วลีนี้กำหนดให้ผลการสำรวจเป็นภาพรวมระดับโลก
  3. วลีนี้จำกัดผลการสำรวจไว้ที่เมืองเดียว
ดูคำตอบ

วลีนี้กำหนดให้ผลการสำรวจเป็นภาพรวมระดับโลก

Afghanistan,

2:42

อัฟกานิสถาน

Iraq,

2:43

อิรัก

Nigeria,

2:44

ไนจีเรีย

Pakistan,

2:44

ปากีสถาน

and Syria.

2:45

และซีเรีย

Where you live has a big impact on how you're likely to die, โน้ต

2:46

สถานที่ที่คุณอาศัยอยู่ส่งผลอย่างมากต่อแนวโน้มว่าคุณจะเสียชีวิตอย่างไร

too.

2:48

เช่นกัน

ไวยากรณ์

Where you live ... how you're likely to die: อนุประโยค wh แบบฝัง

Where you live เป็นอนุประโยค wh แบบฝัง คำว่า where นำเข้าสถานที่ที่ยังไม่ทราบหรือเปลี่ยนแปลงได้ แต่ทั้งอนุประโยคทำหน้าที่เป็นประธานของ has ไม่ใช่คำถาม How you're likely to die เป็นอนุประโยค wh แบบฝังอีกชุดหนึ่ง และในที่นี้ทำหน้าที่เป็นกรรมของบุพบท on ภายในอนุประโยคทั้งสองให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือประธานอยู่หน้ากริยา โดยไม่ใช้ do แบบคำถามหรือการสลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค wh หนึ่งชุดเป็นประธาน และใช้อีกชุดหลัง on ได้ถูกต้อง

  1. What do you eat has a big impact on how do you feel.
  2. What you eat has a big impact on how you feel.
  3. What you eat has a big impact on how do you feel.
ดูคำตอบ

What you eat has a big impact on how you feel.

วลี

has a big impact on: การแสดงผลกระทบอย่างมาก

Has a big impact on หมายถึงส่งผลกระทบอย่างมากต่อบางสิ่ง ในที่นี้ impact เป็นคำนาม โดย has ทำหน้าที่เป็นกริยา big ขยาย impact และ on นำเข้าสู่บุคคล สิ่งของ ผลลัพธ์ หรืออนุประโยคที่ได้รับผลกระทบ รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ have/has a big impact on + นามวลี คำสรรพนาม รูป -ing หรืออนุประโยค ในตัวอย่าง Where you live คือปัจจัยที่ส่งผล และ how you're likely to die คือผลลัพธ์ที่ได้รับอิทธิพล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ have a big impact on ในรูปที่ถูกต้อง: Sleep quality ____ your concentration.

ดูคำตอบ

has a big impact on

In the 34 poorest countries,

2:49

ใน 34 ประเทศที่ยากจนที่สุด

you're most likely to die of respiratory problems,

2:51

คุณมีแนวโน้มเสียชีวิตจากปัญหาระบบทางเดินหายใจมากที่สุด

not from cigarettes,

2:53

ไม่ใช่เพราะบุหรี่

but from ingesting smoke while cooking.

2:55

แต่เพราะสูดควันเข้าไประหว่างทำอาหาร

Females in Japan are less likely to die of heart disease

2:57

ผู้หญิงในญี่ปุ่นมีโอกาสเสียชีวิตจากโรคหัวใจน้อยกว่า

and live to 87 years old on average

3:00

และมีอายุเฉลี่ยถึง 87 ปี

compared to 80 years old for American females.

3:02

เทียบกับผู้หญิงอเมริกันที่มีอายุเฉลี่ย 80 ปี

This is often attributed to the Japanese diet. วลี

3:04

เรื่องนี้มักเชื่อกันว่าเป็นผลมาจากอาหารญี่ปุ่น

วลี

ใช้ attributed to เพื่อเสนอเหตุอย่างระมัดระวัง

ในประโยคนี้ is attributed to นำเสนอ Japanese diet ว่าเป็นคำอธิบายที่ผู้คนมักใช้กับผลดังกล่าว โครงสร้างกรรมวาจกคือ ผลลัพธ์ + be attributed to + สาเหตุที่มีการเสนอ สำนวนนี้รายงานการให้เหตุผล ไม่ได้พิสูจน์ความเป็นเหตุเป็นผล คำอย่าง often ทำให้ข้อกล่าวอ้างระมัดระวังยิ่งขึ้น จึงไม่ได้ระบุว่าอาหารแบบนี้เป็นสาเหตุเดียวที่ได้รับการยืนยันแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานคำอธิบายเชิงสาเหตุที่พบได้ทั่วไปโดยไม่ได้อ้างว่าสาเหตุนั้นได้รับการพิสูจน์แล้ว

  1. The decline happened after better safety standards were introduced.
  2. The decline is often attributed to better safety standards.
  3. The decline is proven to be caused only by better safety standards.
ดูคำตอบ

The decline is often attributed to better safety standards.

In the future,

3:07

ในอนาคต

we'll likely not only live longer, ไวยากรณ์

3:08

เราน่าจะไม่เพียงมีชีวิตยืนยาวขึ้น

but potentially know exactly how and when we'll die.

3:09

แต่อาจรู้แน่ชัดด้วยว่าเราจะเสียชีวิตอย่างไรและเมื่อไร

ไวยากรณ์

ใช้ not only ... but potentially เพื่อเพิ่มข้อมูลที่ยังไม่แน่นอน

โครงสร้างคู่ not only X, but Y เพิ่มประเด็นที่สองต่อจากประเด็นแรก และมักทำให้ Y ดูโดดเด่นกว่า ในที่นี้ X คือ live longer และ Y คือ know exactly how and when we'll die โดยทั้งสองเป็นวลีกริยาที่อยู่ภายใต้ we'll สามารถละ also หลัง but ได้ Potentially ไม่ได้ใช้แทน also แต่ทำหน้าที่ลดความแน่นอนของการคาดการณ์ที่สอง โดยสื่อว่าการรู้เรื่องนี้เป็นเพียงสิ่งที่เป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างคู่ให้สมบูรณ์: The app may ____ save time, ____ reduce errors. ใช้ not only ในช่องแรก และใช้ potentially เพื่อลดความแน่นอนของประโยชน์ข้อที่สอง

ดูคำตอบ

not only · but potentially

In fact,

3:13

ที่จริงแล้ว

a recent computer software has been developed

3:13

เมื่อไม่นานมานี้ มีการพัฒนาซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ขึ้นมา

that has been shown to estimate how and when you'll die ไวยากรณ์

3:15

ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถคาดการณ์ได้ว่าคุณจะเสียชีวิตอย่างไรและเมื่อไร

ไวยากรณ์

has been shown to estimate ในฐานะโครงสร้างรายงานหลักฐาน

has been shown to estimate ประกอบด้วย has been shown ซึ่งเป็นรูป passive ของ present perfect และ to-infinitive คือ estimate รูป passive ไม่ระบุบุคคลหรือการทดสอบที่สร้างหลักฐาน ส่วน present perfect แสดงว่าหลักฐานนั้นเกิดขึ้นแล้วก่อนหน้านี้และยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวหมายความว่างานศึกษาหรือการทดสอบที่มีอยู่บ่งชี้ว่าซอฟต์แวร์สามารถทำการประมาณนั้นได้ เป็นการรายงานหลักฐานที่สนับสนุนความสามารถที่สังเกตพบ ไม่ใช่การรับประกันว่าการประมาณทุกครั้งจะถูกต้อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูป present perfect passive ของ show ตามด้วย to-infinitive: In controlled trials, the tool ____ future energy demand accurately.

ดูคำตอบ

has been shown to estimate

with 96% accuracy วลี

3:18

ด้วยความแม่นยำ 96%

วลี

with 96% accuracy สำหรับรายงานประสิทธิภาพที่วัดได้

with 96% accuracy เป็นวลีบุพบทที่ขึ้นต้นด้วย with และใช้รายงานระดับความถูกต้องที่วัดได้ของการกระทำหรือผลลัพธ์ ในที่นี้วลีนี้ขยาย estimate โดยข้อความอ้างว่าการประมาณของซอฟต์แวร์มีระดับความแม่นยำ 96% ภายใต้การประเมินที่เกี่ยวข้อง เปอร์เซ็นต์นี้จะมีความหมายเมื่ออ้างอิงกับการทดสอบ ชุดข้อมูล และเกณฑ์วัดความแม่นยำที่กำหนดไว้เท่านั้น ไม่ได้หมายถึงอัตรารอดชีวิต 96% โดยอัตโนมัติ ไม่ใช่ความน่าจะเป็น 96% สำหรับแต่ละคน และไม่รับประกันว่าคำทำนายรายบุคคลจะเชื่อถือได้

แบบฝึกหัด

เติมรายงานการประเมินโดยใช้ with + 96% + accuracy และเขียนสัญลักษณ์เปอร์เซ็นต์เป็นคำว่า percent: On the held-out test set, the classifier labeled the images ____.

ดูคำตอบ

with 96 percent accuracy

based on medical history, วลี

3:20

โดยอิงจากประวัติการรักษา

lifestyle,

3:22

วิถีชีวิต

and many other factors.

3:22

และปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย

วลี

based on: ระบุพื้นฐานของการประมาณ

ในประโยคนี้ based on ใช้นำเสนอข้อมูลที่ใช้ในการประมาณ ได้แก่ ประวัติทางการแพทย์ วิถีชีวิต และปัจจัยอื่น ๆ โดยตอบคำถามว่า “การประมาณนี้สร้างขึ้นจากข้อมูลอะไร” ใช้ based on + นามวลี เพื่อระบุหลักฐาน ข้อมูลนำเข้า เกณฑ์ หรือแหล่งข้อมูลที่เป็นพื้นฐานของข้อสรุป การตัดสินใจ การคาดการณ์ หรือการออกแบบ วลีนี้บอกว่าข้อมูลที่ตามมาเป็นพื้นฐาน แต่ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวมันเองว่าข้อมูลนั้นเป็นสาเหตุของผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “ใช้ข้อมูลนี้เป็นพื้นฐาน”: The recommendation was ____ recent test results.

ดูคำตอบ

based on

The question is, ลำดับความ

3:24

คำถามก็คือ

do you want to know how and when you'll die?

3:25

คุณอยากรู้ไหมว่าตัวเองจะเสียชีวิตอย่างไรและเมื่อไร

ลำดับความ

The question is, ...: เน้นประเด็นสำคัญ

กรอบประโยค The question is, รวบรวมข้อมูลก่อนหน้าให้เหลือเป็นประเด็นสำคัญหนึ่งประเด็นที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังตอบ ในที่นี้ ผู้พูดเปลี่ยนจากการอธิบายสิ่งที่อาจคาดการณ์ได้ไปเป็นการถามว่าผู้ฟังต้องการรู้ข้อมูลนั้นจริงหรือไม่ เมื่อกรอบนี้ตามด้วยคำถามตรงที่สมบูรณ์ ให้คงลำดับคำแบบคำถามตรงไว้: The question is, do you want ...? วลีนี้ทำหน้าที่เป็นป้ายบอกทางในบทสนทนา ช่วยเปลี่ยนจากข้อมูลพื้นหลังหรือคำอธิบายไปสู่ตัวเลือกหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ The question is, เพื่อนำเสนอคำถามตรงที่สมบูรณ์ได้ถูกต้อง

  1. The question is, do you want to continue?
  2. The question is, whether do you want to continue?
  3. The question is whether do you want to continue?
ดูคำตอบ

The question is, do you want to continue?

Let us know in the comments below.

3:27

บอกเราได้ในช่องแสดงความคิดเห็นด้านล่าง

You can also find out the top five regrets people have before dying

3:29

คุณยังดูได้ด้วยว่าห้าสิ่งที่ผู้คนเสียใจที่สุดก่อนเสียชีวิตคืออะไร

in our AsapTHOUGHT video.

3:33

ในวิดีโอ AsapTHOUGHT ของเรา

Link in the description for that video.

3:34

ลิงก์ของวิดีโอนั้นอยู่ในคำอธิบาย

And subscribe for more weekly science videos.

3:36

และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ทุกสัปดาห์