ทำไมชีวิตในยุคมืดถึงได้เลวร้ายนัก: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The Infographics Show
แนะนำวิดีโอ: หลังโรมันตะวันตกล่มสลาย เนื้อหาสำรวจชีวิตในบริเตนยุคมืดผ่านอำนาจที่แตกแยก เกษตร อาหาร ศาสนา การแพทย์ สุขาภิบาล โรคภัย และการเอาชีวิตรอด ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. more by name than fact. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: บรรยายสถาบันที่ยังมีชื่อแต่แทบไม่มีอำนาจจริงและมีอยู่เพียงบนเอกสาร 2. may have been lost forever — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตโครงสร้างกริยาช่วยสมบูรณ์แบบกรรมวาจกสำหรับผลที่อาจเกิดในอดีต และแยกความเสี่ยงนั้นจากการสูญเสียที่แน่นอน 3. made it to — กริยาวลี: บอกการฝ่าความยากลำบากจนถึงอายุ สถานที่ หรือกำหนดเวลา ไม่ใช่การสร้างสิ่งของตามตัวอักษร
คำอธิบายในบทเรียนนี้
ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าล่มสลายแล้ว
โครงสร้างประโยคถูกกระทำ is widely recognized as having fallen นำเสนอการล่มสลายว่าเป็นข้อสรุปที่ผู้คนหรือแหล่งข้อมูลจำนวนมากยอมรับ ไม่ใช่การค้นพบส่วนตัวของผู้พูด ประธานคือสิ่งที่ล่มสลาย ส่วนที่ตามหลัง as อธิบายสภาพของประธานในเหตุการณ์ที่เสร็จสิ้นแล้ว Having fallen เป็นอนุประโยค -ing แบบ perfect ซึ่งวางเหตุการณ์การล่มสลายไว้ก่อนการยอมรับหรือการประเมิน จึงไม่ได้หมายความว่าจักรวรรดิกำลังล่มสลายอยู่ในขณะนี้ รูปแบบนี้เหมาะสำหรับนำเสนอข้อสรุปทางประวัติศาสตร์หรือวิชาการว่าเป็นมุมมองที่ยอมรับกันแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษที่ทำให้โครงสร้างถูกกระทำสมบูรณ์ลงในช่องว่าง: The old kingdom ____ after the final battle.
ดูคำตอบ
is widely recognized as having fallen
when Flavius Odoacer deposed Romulus Augustulus and declared himself ruler of all Italy. ไวยากรณ์
0:07เมื่อฟลาวิอุส โอโดเซอร์ปลดโรมูลุส ออกุสตุลุส และประกาศตนเป็นผู้ปกครองทั่วทั้งอิตาลี
ประกาศตนเป็นผู้ปกครอง
ใน declared himself ruler ประธานเป็นทั้งผู้ประกาศและผู้ที่สถานะเปลี่ยนไป himself เป็นกรรมสะท้อนกลับ ส่วน ruler เป็นส่วนเติมเต็มกรรมที่ระบุบทบาทใหม่ โครงสร้างคือ declare + oneself + บทบาท ดังนั้น วลีนี้หมายความว่าเขาอ้างหรือประกาศต่อสาธารณะว่าเขารับบทบาทนั้นด้วยตนเอง วลีนี้ไม่ได้บอกโดยตัวมันเองว่าผู้มีอำนาจอื่นแต่งตั้งเขาอย่างเป็นทางการ และรูปแบบที่เป็นทางการนี้เหมาะกับการเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์หรือการเมือง
แบบฝึกหัด
ถูกหรือผิด: ในประโยค “After the committee resigned, Lena declared herself chair” เลนาประกาศต่อสาธารณะว่าเธอรับตำแหน่งนั้นด้วยตนเอง
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ถูก
However, Rome had been largely in collapse for at least a century prior,
0:12อย่างไรก็ตาม กรุงโรมส่วนใหญ่ตกอยู่ในภาวะล่มสลายมาอย่างน้อยหนึ่งศตวรรษก่อนหน้านั้น
and by the time of the last Roman emperor in the west,
0:17และเมื่อถึงสมัยของจักรพรรดิโรมันองค์สุดท้ายในซีกโลกตะวันตก
more by name than fact: มีอยู่เพียงในนามมากกว่าในความเป็นจริง
ในที่นี้ more by name than fact หมายความว่าโรมยังคงมีอยู่ในทางการหรือยังคงถูกเรียกว่าเป็นจักรวรรดิ แต่แทบไม่เหลือสภาพความเป็นจริงทางการเมืองที่มีประสิทธิผลแล้ว name แทนชื่อหรือสถานะทางการ ส่วน fact แทนสภาพที่เป็นจริง โครงสร้างเปรียบเทียบที่กว้างกว่าอย่าง more X than Y แสดงว่าคำอธิบายหนึ่งตรงกับความจริงมากกว่าอีกคำอธิบายหนึ่ง ในประโยคนี้ by name บอกว่าชื่อเป็นเพียงพื้นฐานที่ทำให้ยังกล่าวได้ว่าโรมมีอยู่
แบบฝึกหัด
“the committee existed more by name than fact” หมายความว่าอย่างไร
- คณะกรรมการเปลี่ยนชื่อทางการหลังจากมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- คณะกรรมการยังคงมีสถานะทางการ แต่แทบไม่มีหน้าที่จริง
- คณะกรรมการมีข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อถือ แต่ไม่มีชื่อที่ได้รับการยอมรับ
ดูคำตอบ
คณะกรรมการยังคงมีสถานะทางการ แต่แทบไม่มีหน้าที่จริง
The collapse of Rome left a power vacuum across Europe, วลี
0:22การล่มสลายของกรุงโรมได้ทิ้งสุญญากาศแห่งอำนาจไว้ทั่วทั้งยุโรป
leave a power vacuum: ทิ้งสุญญากาศทางอำนาจ
Leave a power vacuum หมายถึงการสร้างหรือทิ้งสถานการณ์ที่ผู้มีอำนาจเดิมหายไป และไม่มีบุคคลหรือกลุ่มใดมีอำนาจควบคุมมากพอที่จะเข้ามาแทนที่ vacuum ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงการไม่มีอำนาจที่มีประสิทธิผล ไม่ใช่พื้นที่ว่างทางกายภาพ ในรูปแบบ event + left + result เหตุการณ์คือสาเหตุ ส่วน a power vacuum คือสภาพที่เกิดขึ้นตามมา สำนวนนี้จึงมีประโยชน์ในการอธิบายสิ่งที่เกิดหลังการล่มสลาย การถอนตัว การลาออก หรือการอ่อนกำลังลงของผู้มีอำนาจ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตกาลที่ถูกต้องของ leave a power vacuum: The president resigned before a successor was chosen and ____.
ดูคำตอบ
left a power vacuum
launching the continent into centuries of continuous warfare and cultural stagnation known as the Dark Ages. วลี
0:25ทำให้ทวีปนี้เข้าสู่สงครามที่ต่อเนื่องยาวนานหลายศตวรรษ และความซบเซาทางวัฒนธรรมที่รู้จักกันในชื่อ ยุคมืด
launching the continent into ...: launch + กรรม + into + สภาวะ
“Launching the continent into ...” เป็นอนุประโยคแบบ participle ที่บอกผลจากสุญญากาศทางอำนาจ ในที่นี้ launch + กรรม + into + สภาวะหรือช่วงเวลา หมายถึง “ทำให้กรรมนั้นเข้าสู่สถานการณ์ใหม่อย่างฉับพลันและรุนแรง” สุญญากาศทางอำนาจคือสาเหตุ the continent คือกรรมที่ได้รับผล และช่วงเวลาหลายศตวรรษแห่งสงครามกับความชะงักงันคือผลที่ตามมา ความหมายนี้เป็นเชิงเปรียบเทียบ ไม่มีสิ่งใดถูกยิงหรือปล่อยขึ้นสู่อากาศจริง ๆ คำว่า launch ทำให้การเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ดูฉับพลันและส่งผลกว้างไกล จึงมีน้ำหนักและความเป็นละครมากกว่าการใช้เพียง led to
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง launch ... into ในรูปอดีต: The CEO's sudden resignation ____ the company ____ months of uncertainty.
ดูคำตอบ
launched · into
we're taking a look at what a day in the life of the Dark Ages was like in ancient England. โน้ต
0:34เราจะมาดูว่าวันหนึ่งในชีวิตของยุคมืดในอังกฤษโบราณนั้นเป็นอย่างไร
taking a look at: เกริ่นหัวข้อที่จะพิจารณา
“Taking a look at” ใช้เกริ่นหัวข้อที่ผู้พูดกำลังจะตรวจดูหรืออธิบาย ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการมองด้วยตาเพียงชั่วครู่เสมอไป ในที่นี้หมายถึงการ “สำรวจ” หรือ “พิจารณา” หัวข้อหนึ่ง กรรมหลัง at อาจเป็นนามวลีหรือคำถามซ้อนก็ได้ ในตัวอย่าง what a day in the life of the Dark Ages was like คือคำถามที่กำลังนำมาพิจารณา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย take a look at ในรูป present continuous: Next, we're ____ the survey results.
ดูคำตอบ
taking a look at
what ... was like ในคำถามแฝง
ในประโยคนี้ what a day in the life of the Dark Ages was like เป็นกรรมของ taking a look at โดยถามถึงลักษณะและประสบการณ์ของวันทั่วไป ไม่ได้ถามถึงตัวตนหรือคำนิยามของวันนั้น เนื่องจากเป็นคำถามแฝงอยู่ในประโยคที่ใหญ่กว่า จึงคงลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า กล่าวคือประธาน a day in the life of the Dark Ages อยู่หน้า was รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ กริยา + what + ประธาน + be + like เช่น tell me what the job is like
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบคำถามแฝง what ... was like: After her first week abroad, Mia told us ____ daily life there was ____.
ดูคำตอบ
what · like
as it was known back then สำหรับกล่าวถึงชื่อเดิม
อนุประโยค as it was known back then เป็นคำอธิบายแทรกที่ขยาย Britannia โดยบอกผู้ฟังว่า Britannia เป็นชื่อที่ใช้เรียก England ในช่วงเวลาที่กำลังกล่าวถึง ส่วน as ในที่นี้นำเข้าสู่คำอธิบายเรื่องชื่อ ไม่ได้บอกสาเหตุ Back then หมายถึง “ในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น” โดยย้อนอ้างถึงอดีตที่ระบุไว้แล้วในบริบท ไม่ได้หมายถึงการย้อนกลับไปยังเวลานั้นจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมข้อความแทรกทางประวัติศาสตร์ด้วยสำนวนเป้าหมาย: New York—or New Amsterdam, ____—was already a busy port.
ดูคำตอบ
as it was known back then
who limited their advance at the famed Hadrian's Wall. วัฒนธรรม
0:44โดยที่พวกเขากำหนดขอบเขตการรุกรานไว้ที่กำแพงเฮเดรียนอันเลื่องชื่อ
Hadrian's Wall: แนวชายแดนของโรมัน
Hadrian's Wall เป็นแนวป้องกันชายแดนของโรมันที่สร้างพาดผ่านตอนเหนือของอังกฤษในปัจจุบัน ในประโยคนี้ ชื่อนี้หมายถึงแนวป้องกันสำคัญที่ขัดขวางการรุกขึ้นเหนือ ไม่ใช่กำแพงธรรมดาเฉพาะจุด กำแพงนี้มักถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของขอบเขตด้านเหนือของบริเตนภายใต้โรมัน แต่ไม่ใช่พรมแดนสมัยใหม่ระหว่างอังกฤษกับสกอตแลนด์
แบบฝึกหัด
Hadrian's Wall ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- กำแพงเล็ก ๆ รอบบ้านของชาวโรมันหลังหนึ่ง
- พรมแดนสมัยใหม่ระหว่างอังกฤษกับสกอตแลนด์
- แนวป้องกันชายแดนขนาดใหญ่ของโรมันทางตอนเหนือของอังกฤษ
ดูคำตอบ
แนวป้องกันชายแดนขนาดใหญ่ของโรมันทางตอนเหนือของอังกฤษ
The Romans never fully subjugated the local tribes.
0:47ชาวโรมันไม่เคยปราบปรามชนเผ่าท้องถิ่นได้อย่างราบคาบ
Britannia became a lawless free-for-all land of opposing warlords and self-declared kings. การใช้คำ
0:51บริทาเนียจึงกลายเป็นดินแดนที่ไร้กฎหมายและมีการแย่งชิงอำนาจระหว่างขุนศึกที่เป็นศัตรูกันและกษัตริย์ที่แต่งตั้งตนเอง
lawless free-for-all: ความขัดแย้งที่ไร้การควบคุม
ในประโยคนี้ lawless free-for-all บรรยายสถานที่ที่ไม่มีกฎซึ่งใช้การได้จริง และผู้นำฝ่ายต่าง ๆ แข่งขันและต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจ lawless เน้นย้ำว่าระเบียบตามปกติได้พังทลายลงแล้ว free-for-all หมายถึงการแข่งขัน การโต้เถียง หรือการต่อสู้ที่วุ่นวาย โดยมีหลายฝ่ายเข้าร่วมและแทบไม่มีการควบคุม ในที่นี้ free-for-all ทำหน้าที่ขยาย land
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำนามที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ซึ่งหมายถึงการแข่งขันที่ควบคุมไม่ได้และมีหลายฝ่ายเข้าร่วม: After the referee left, the match became a ____.
ดูคำตอบ
free-for-all
their kingdoms and right to rule extended only so far as their soldiers could reach, ไวยากรณ์
0:58อาณาจักรและสิทธิในการปกครองของพวกเขาขยายไปได้ไกลเท่าที่กองทหารของตนจะไปถึงเท่านั้น
extended only so far as ... could reach: การกำหนดขอบเขตสูงสุด
ในประโยคนี้ extended กล่าวถึงขอบเขตที่อำนาจทางการเมืองแผ่ไปถึง ไม่ใช่การยืดออกทางกายภาพ โครงสร้าง only so far as + อนุประโยคกำหนดขอบเขตสูงสุด กล่าวคือ สิทธิในการปกครองของพวกเขาไม่เกินไปกว่าสถานที่ที่ทหารสามารถไปถึงได้จริง ในการใช้แบบนี้ โครงสร้างเดียวกันสามารถกำหนดขีดจำกัดทั้งตามตัวอักษรและเชิงเปรียบเทียบให้กับพื้นที่ครอบคลุม อิทธิพล อำนาจ หรือทรัพยากร อนุประโยคหลัง as ระบุว่าสิ่งใดเป็นตัวกำหนดจุดสิ้นสุด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากตัวอย่างที่ใช้กำหนดขอบเขตสูงสุดอย่างชัดเจน On the remote island, medical support extends ____ the rescue boats can travel safely.
ดูคำตอบ
only so far as
would often find themselves forced to pay taxes and tribute to separate ruler who claimed their lands as their own. ไวยากรณ์
1:05มักพบว่าตนเองถูกบังคับให้จ่ายภาษีและเครื่องบรรณาการแก่ผู้ปกครองหลายกลุ่มที่อ้างสิทธิในดินแดนของพวกเขา
caught in the middle: ติดอยู่ระหว่างฝ่ายที่ขัดแย้งกัน
Caught in the middle เป็นสำนวนที่หมายถึงการถูกดึงเข้าไปในความขัดแย้งระหว่างสองฝ่ายขึ้นไปโดยไม่ได้สมัครใจ ในประโยคนี้ ชาวนาได้รับผลกระทบและแรงกดดันจากผู้ปกครองที่เป็นคู่แข่งกัน ทั้งที่ชาวนาไม่ใช่ผู้แย่งชิงอำนาจ คำว่า middle ในที่นี้บอกความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นตำแหน่งทางกายภาพ ใช้สำนวนนี้เมื่อบุคคลหรือกลุ่มที่ขัดแย้งกันเรียกร้องบางสิ่งจากบุคคลที่สาม กล่าวโทษบุคคลนั้น หรือทำให้เขาได้รับความเสียหายด้วยวิธีอื่น
แบบฝึกหัด
วลีใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด Leah's parents are arguing, and each asks her to take their side. Leah is ____.
- unaware of the dispute
- caught in the middle
- taking one side voluntarily
ดูคำตอบ
caught in the middle
find themselves forced to: ลงเอยด้วยการไม่มีทางเลือก
ในประโยคนี้ find ไม่ได้แปลว่า “ค้นหา” โครงสร้าง find + สรรพนามสะท้อนกลับ + กริยาช่องที่สาม ใช้บอกว่าคนหนึ่งพบว่าตนได้ตกอยู่ในสภาพบางอย่าง ซึ่งมักไม่ใช่สิ่งที่ตนเลือกเอง ในที่นี้ themselves ย้อนกลับไปหมายถึง peasants ส่วน forced บอกสภาพที่พวกเขาถูกบังคับ และ to pay ระบุการกระทำที่ต้องทำ ทั้งวลีจึงหมายความว่าชาวนาเหล่านั้นลงเอยด้วยการไม่มีทางเลือกนอกจากต้องจ่าย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างสี่คำ find + สรรพนามสะท้อนกลับ + forced + to ในรูปอดีต: When the bridge closed, the drivers ____ take a forty-mile detour.
ดูคำตอบ
found themselves forced to
and government services didn't consist of much more than armed soldiers coming by your door to demand taxes.
1:13และบริการจากรัฐบาลก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่ากองทหารติดอาวุธที่มาถึงหน้าประตูบ้านคุณเพื่อเรียกร้องภาษี
the entire European continent experienced an economic crash,
1:20ทวีปยุโรปทั้งหมดต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ
and major industries such as pottery making and construction all but disappeared overnight. สำนวน
1:24และอุตสาหกรรมหลักเช่นการทำเครื่องปั้นดินเผาและการก่อสร้างเกือบจะหายไปในชั่วข้ามคืน
all but disappeared: เกือบหายไป แต่ไม่ใช่หายไปทั้งหมด
ในที่นี้ all but เป็นวลีที่ทำหน้าที่เหมือนคำวิเศษณ์ มีความหมายว่า “เกือบทั้งหมด” หรือ “เกือบจะโดยสมบูรณ์” วลีนี้ขยาย disappeared จึงหมายความว่าอุตสาหกรรมเหล่านั้นใกล้จะไม่เหลืออยู่แล้ว แต่ถ้อยคำยังเปิดโอกาสให้มีสิ่งหลงเหลือหรือข้อยกเว้นเพียงเล็กน้อย ไม่ได้หมายความว่าหายไปทั้งหมดอย่างแน่นอน เมื่อใช้บรรยายการเปลี่ยนแปลง all but + คำกริยา จะเน้นว่าเหตุการณ์เกือบเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าสัญญาณเกือบหายไป แต่อาจไม่ได้หายไปทั้งหมดอย่างแน่นอน?
- The signal all but disappeared in the tunnel.
- The signal completely disappeared in the tunnel.
- All signals but one disappeared in the tunnel.
ดูคำตอบ
The signal all but disappeared in the tunnel.
Without a strong centralized government to print coins and enforce monetary policy,
1:29เมื่อไม่มีรัฐบาลกลางที่เข้มแข็งเพื่อผลิตเหรียญกษาปณ์และบังคับใช้นโยบายการเงิน
civilization across Europe returned back to bartering, ไวยากรณ์
1:33อารยธรรมทั่วยุโรปจึงกลับไปสู่การใช้ระบบแลกเปลี่ยนสินค้า
ใช้ return to bartering ไม่ใช่ return back to bartering
return มีความหมายว่า “กลับไป” อยู่แล้ว ดังนั้น back ใน returned back to bartering จึงซ้ำความหมายเดิม ในภาษาอังกฤษมาตรฐานที่ผ่านการเรียบเรียงควรใช้ returned to bartering โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ return to + คำนาม/รูป -ing และ go back to + คำนาม/รูป -ing ในที่นี้ bartering หมายถึงการแลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการโดยตรงโดยไม่ใช้เงิน
แบบฝึกหัด
ใช้ return ในรูปอดีตและไม่เติม back: After the storm, the town ____ using wells for water.
ดูคำตอบ
returned to
in the form of: บอกว่าสิ่งหนึ่งอยู่ในรูปแบบที่เป็นรูปธรรมแบบใด
in the form of ใช้บอกลักษณะ สื่อกลาง หรือประเภทที่เป็นรูปธรรมของสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ ภาษีไม่ได้ชำระด้วยเงินเท่านั้น แต่ชำระด้วยสินค้า อาหาร หรือการรับใช้จริงได้ด้วย โครงสร้างคือ in the form of + คำนามหรือกลุ่มคำนาม ในที่นี้ form หมายถึง “รูปแบบหรือประเภท” ไม่ใช่แบบฟอร์มที่ต้องกรอก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าพิพิธภัณฑ์รับหนังสือจริง ๆ เป็นสิ่งบริจาคแทนเงิน?
- The museum arranged the donations in the shape of a book.
- The museum accepted donations in the form of books.
- The museum recorded the donations on a form.
ดูคำตอบ
The museum accepted donations in the form of books.
Feudalism eventually began to take root in its most primitive form, สำนวน
1:42ระบบฟิวดัลในที่สุดก็เริ่มหยั่งรากในรูปแบบดั้งเดิมที่สุด
take root: ค่อย ๆ ตั้งมั่น
ในที่นี้ take root เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงระบบศักดินาเริ่มตั้งมั่น เหมือนรากพืชที่เริ่มยึดเกาะกับดิน สำนวนนี้บรรยายจุดเริ่มต้นของกระบวนการ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่เสร็จสมบูรณ์หรือเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ประธานมักเป็นแนวคิด ระบบ ธรรมเนียม ความเชื่อ หรือนิสัย เมื่อสิ่งใด take root ผู้คนหรือสถาบันจะเริ่มยอมรับสิ่งนั้น และสิ่งนั้นจะมีฐานที่มั่นคงสำหรับเติบโตต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “ค่อย ๆ ตั้งมั่น” ลงในประโยค: The community garden was unpopular at first, but the idea eventually began to ____.
ดูคำตอบ
take root
with local lords granting parcels of land to favorite soldiers, วลี
1:46โดยขุนนางท้องถิ่นจะมอบที่ดินผืนเล็กๆ ให้กับทหารคนโปรด
grant parcels of land to someone: โครงสร้างการมอบอย่างเป็นทางการ
วลีนี้ใช้โครงสร้าง grant + thing + to + recipient โดยขุนนางท้องถิ่นมอบแปลงที่ดิน ซึ่งเป็นสิ่งที่มอบ ให้แก่ทหารคนโปรด ซึ่งเป็นผู้รับ อย่างเป็นทางการ Granting อยู่ในรูป -ing เพราะการกระทำนี้เกิดควบคู่กับและอธิบายพัฒนาการที่กล่าวไว้ก่อนหน้า A parcel of land คือที่ดินหนึ่งผืนหรือหนึ่งแปลงที่มีขอบเขตชัดเจน ในที่นี้ parcel ไม่ได้หมายถึงพัสดุที่ส่งทางไปรษณีย์ Grant สื่อว่าผู้ให้มีอำนาจในการมอบทรัพย์สิน สิทธิ เงิน หรือการอนุญาตอย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างทางการที่ถูกต้อง grant + thing + to + recipient เพื่อเติมประโยค: The council voted to ____ the farming cooperative.
ดูคำตอบ
grant parcels of land to
as these elite soldiers of the era were much valued for their horses,
1:50เนื่องจากทหารชั้นยอดในยุคนี้ได้รับความนิยมอย่างมากจากการมีม้า
ลำดับการสืบทอดที่ชัดเจน
ในประโยคนี้ clear lines of succession หมายถึงลำดับที่ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับว่าใครจะสืบทอดบัลลังก์หรือตำแหน่งผู้นำต่อจากใคร clear เน้นว่าทุกคนรู้ลำดับและไม่มีข้อโต้แย้งร้ายแรง ส่วน line หมายถึงลำดับของผู้คน ไม่ใช่เส้นที่เป็นวัตถุและไม่ใช่เพียงผู้สืบทอดคนเดียว ใน there were often no clear lines of succession คำว่า lines ในรูปพหูพจน์หมายถึงลำดับหรือระบบการสืบทอดในลักษณะนี้โดยรวม ประโยคจึงหมายความว่าไม่มีกฎที่แน่นอนว่าจะให้ใครขึ้นมารับตำแหน่ง ทำให้หลายคนสามารถอ้างสิทธิ์ได้
แบบฝึกหัด
The constitution establishes a clear ____ for the presidency.
ดูคำตอบ
line of succession
prompting all-out war between the king's surviving family and other feuding nobles. วลี
2:00กระตุ้นให้เกิดสงครามเต็มรูปแบบระหว่างพระราชวงศ์ที่เหลืออยู่และขุนนางคู่แค้นอื่นๆ
สงครามเต็มรูปแบบ
All-out war เป็นวลีคำนามที่มีความหมายรุนแรง หมายถึงสงครามเต็มรูปแบบที่แต่ละฝ่ายทุ่มกำลังเกือบทั้งหมดที่มีอยู่และไม่ได้จำกัดความขัดแย้งไว้ all-out วางไว้หน้า war ในฐานะคำคุณศัพท์ประสมที่บอกระดับความรุนแรงและขอบเขตของสงคราม ในที่นี้ prompting all-out war หมายถึงวิกฤตการสืบทอดอำนาจทำให้เกิดความขัดแย้งด้วยอาวุธอย่างเต็มรูปแบบระหว่างสมาชิกครอบครัวของกษัตริย์ที่ยังมีชีวิตอยู่กับขุนนางฝ่ายคู่แข่ง ไม่ได้หมายความว่า “ทุกคนอยู่ข้างนอก” แต่ all-out บอกว่าสงครามขยายตัวและรุนแรงเพียงใด
แบบฝึกหัด
พาดหัวข่าวหนึ่งเขียนว่า “The two companies began an all-out price war.” คำว่า all-out บอกอะไร
- เป็นเพียงความขัดแย้งเล็ก ๆ เรื่องราคา
- ทุกคนออกจากบริษัทไปหมด
- การแข่งขันรุนแรงมาก และทั้งสองฝ่ายทุ่มเททุกวิถีทางที่มี
ดูคำตอบ
การแข่งขันรุนแรงมาก และทั้งสองฝ่ายทุ่มเททุกวิถีทางที่มี
Judaism and Islam competed with paganistic beliefs,
2:07ศาสนายิวและอิสลามแข่งขันกับความเชื่อแบบนอกรีต
but the young and still growing Christian faith quickly garnered support across the continent. วลี
2:11แต่ศรัทธาในศาสนาคริสต์ที่ยังใหม่และกำลังเติบโตก็ได้รับการสนับสนุนอย่างรวดเร็วทั่วทั้งทวีป
Garnered support: ได้รับและรวบรวมแรงสนับสนุน
Garnered support หมายถึง “ประสบความสำเร็จในการดึงดูดหรือรวบรวมแรงสนับสนุน” ซึ่งมักเกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาหนึ่ง ในประโยคนี้ ศรัทธานั้นไม่ได้เพียงมีผู้สนับสนุนอยู่แล้ว แต่ได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มขึ้นทั่วทั้งทวีป โครงสร้างคือ garner + support โดย garnered เป็นรูปอดีต และ support คือสิ่งที่ถูกรวบรวม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกลุ่มคำเป้าหมาย 2 คำ โดยใช้ garner ในรูปอดีตและใช้ support เป็นกรรม: After months of public meetings, the proposal finally ____ from local residents.
ดูคำตอบ
garnered support
The example of Jesus standing up to authoritarian Jewish elders in the New Testament resonated particularly well with peasants currently under the heel of brutal lords. โน้ต
2:15ตัวอย่างของพระเยซูที่ยืนหยัดต่อสู้กับผู้อาวุโสชาวยิวที่เผด็จการในพันธสัญญาใหม่ เป็นที่สะท้อนใจของชาวนาในขณะนั้นซึ่งตกอยู่ภายใต้การกดขี่ของขุนนางผู้โหดร้าย
Standing up to: ยืนหยัดต่อต้าน
Standing up to someone หมายถึงการต่อต้านหรือเผชิญหน้ากับคนนั้นแทนที่จะยอมจำนนต่อแรงกดดันหรือการข่มขู่ ในที่นี้ใช้บรรยายว่าพระเยซูท้าทายผู้อาวุโสที่มีอำนาจ ไม่ได้หมายถึงการลุกขึ้นยืนจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ stand up to + บุคคล กลุ่ม หรือพลัง โดยกรรมหลัง to คือฝ่ายตรงข้ามหรือแรงกดดันที่ถูกต่อต้าน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่า Maya ต่อต้านผู้จัดการที่ชอบข่มขู่ผู้อื่น
- Maya stood up for the intimidating manager.
- Maya agreed with the intimidating manager.
- Maya stood up to the intimidating manager.
ดูคำตอบ
Maya stood up to the intimidating manager.
resonated particularly well with ผู้ฟัง
ในที่นี้ resonated particularly well with หมายถึงตัวอย่างดังกล่าวสร้างความเชื่อมโยงส่วนตัวและทางอารมณ์กับเหล่าชาวนาอย่างมาก ประสบการณ์ที่พวกเขาถูกปกครองอย่างโหดร้ายทำให้เรื่องนี้รู้สึกเกี่ยวข้องกับชีวิตของตนเอง โครงสร้างคือ something resonates with someone ส่วน particularly well เน้นระดับความเชื่อมโยง และในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเสียงหรือการสั่นสะเทือนทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: Because the speech reflected their own experience, it ____ first-time voters.
ดูคำตอบ
resonated particularly well with
under the heel of: อุปมาสำหรับการกดขี่อย่างโหดร้าย
Under the heel of เป็นอุปมาที่รุนแรง หมายถึงการถูกบุคคล กลุ่ม หรือระบบที่มีอำนาจครอบงำและกดขี่ ภาพที่ใช้คือคนคนหนึ่งถูกเหยียบกดไว้ใต้ฝ่าเท้า ในประโยคนี้ ชาวนาไม่ได้อยู่ใต้เท้าของขุนนางจริง ๆ สำนวนนี้นำเสนอการปกครองของขุนนางว่าโหดร้ายและย่ำยีศักดิ์ศรี พร้อมแสดงท่าทีวิพากษ์วิจารณ์อำนาจนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนรุนแรงที่หมายถึง ‘ถูกกดขี่อย่างโหดร้ายโดย’: The novel portrays a city living ____ a ruthless dictator.
ดูคำตอบ
under the heel of
However, the clergy was not truly organized yet,
2:24อย่างไรก็ตาม คณะสงฆ์ยังไม่ได้รับการจัดตั้งอย่างแท้จริง
was not fully recognized as far north as Britain. ไวยากรณ์
2:31ไม่ได้รับการยอมรับอย่างเต็มที่เมื่อไปไกลถึงตอนเหนืออย่างอังกฤษ
as far north as: จุดเหนือสุดของขอบเขต
รูปแบบ as far north as ใช้ระบุจุดเหนือสุดของขอบเขต หมายถึงบางสิ่งขยายไปถึง เดินทางไปถึง มีให้บริการ หรือได้รับการยอมรับจนถึงสถานที่นั้น แต่อาจไม่เกินไปกว่านั้น ในประโยคนี้ การยอมรับยังขยายไปไม่ถึงบริเตนอย่างเต็มที่ โดยบริเตนถูกใช้เป็นจุดเหนือสุดที่กำลังกล่าวถึง คำว่า far north บอกตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ ไม่ได้เปรียบเทียบว่าบริเตนอยู่เหนือกว่าสถานที่อื่น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบที่ใช้บอกจุดเหนือสุด: The train route runs ____ Stockholm in summer.
ดูคำตอบ
as far north as
brands of Christianity: คำเรียกอย่างไม่เป็นทางการสำหรับรูปแบบต่าง ๆ ของศาสนาคริสต์
ในที่นี้ brand เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงยี่ห้อของสินค้า brands of Christianity หมายถึงรูปแบบหรือแนวทางต่าง ๆ ของความเชื่อและการปฏิบัติแบบคริสต์ที่สังเกตแยกออกจากกันได้ ในประโยคเชิงประวัติศาสตร์นี้ ใช้กล่าวรวม ๆ ถึงกลุ่มหรือธรรมเนียมคริสต์ที่แตกต่างกัน ถ้อยคำนี้ไม่เป็นทางการและมีการทำให้เข้าใจง่ายอยู่บ้าง ช่วยให้คนทั่วไปเห็นว่ามีหลายรูปแบบเกิดขึ้น แต่แม่นยำน้อยกว่าคำอย่าง denominations หรือ traditions และอาจฟังดูเป็นเชิงการค้าหรือเหมารวมเกินไป
แบบฝึกหัด
ในประโยค Different brands of Christianity appeared คำว่า brands มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด
- ป้ายการค้าที่แตกต่างกันสำหรับผลิตภัณฑ์ทางศาสนา
- ชื่อที่แตกต่างกันของวันหยุดทางคริสต์ศาสนา
- สถานที่ต่าง ๆ ที่มีการปฏิบัติศาสนาคริสต์
- รูปแบบหรือธรรมเนียมต่าง ๆ ของศาสนาคริสต์ที่แยกแยะได้
ดูคำตอบ
รูปแบบหรือธรรมเนียมต่าง ๆ ของศาสนาคริสต์ที่แยกแยะได้
leading to interfaith conflict and further dividing the population.
2:35นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างความเชื่อและการแบ่งแยกประชากรให้แตกแยกยิ่งขึ้น
The clergy was starting to emerge as a separate social class, วลี
2:39คณะสงฆ์เริ่มเกิดเป็นชนชั้นทางสังคมที่แยกตัวออกมา
emerge as a separate social class: ก่อตัวเป็นชนชั้นทางสังคมที่แยกออกมาต่างหาก
Emerge as หมายถึงค่อย ๆ ปรากฏชัด ตั้งมั่น หรือได้รับการยอมรับในฐานะตัวตนหรือบทบาทหนึ่ง ในที่นี้ a separate social class คือสถานะที่เหล่านักบวชกำลังเริ่มเข้ามามี โครงสร้างคือ emerge as + นามวลี โดยนำเสนอการเปลี่ยนแปลงว่าเป็นกระบวนการก่อตัวหรือได้รับการยอมรับ ไม่ใช่การที่ใครบางคนเคลื่อนออกมาจากสถานที่จริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ค่อย ๆ ตั้งมั่นหรือได้รับการยอมรับว่าเป็น”: After years of volunteer work, the small clinic began to ____ a trusted local institution.
ดูคำตอบ
emerge as
but they remained mostly independent from each other or any centralized control structure.
2:42แต่พวกเขาส่วนใหญ่ยังคงเป็นอิสระจากกันหรือจากโครงสร้างการควบคุมแบบรวมศูนย์ใดๆ
These early Christians helped to preserve a great amount of ancient texts and knowledge that may have been lost forever to rampaging barbarians, ไวยากรณ์
2:47คริสเตียนยุคแรกเหล่านี้ช่วยอนุรักษ์ตำราและความรู้โบราณจำนวนมากซึ่งอาจจะสูญหายไปตลอดกาลจากการถูกรุกรานโดยพวกคนเถื่อน
may have been lost forever: อาจสูญหายไปตลอดกาลแล้ว
May have been lost สร้างจาก may + have been + กริยาช่องที่สาม จึงเป็น modal perfect ในรูป passive ใช้ประเมินอย่างระมัดระวังถึงผลลัพธ์ในอดีตที่อาจเกิดกับตำราเหล่านั้น ส่วน lost forever หมายถึงสูญหายจนไม่สามารถกู้คืนได้ ในบริบทนี้ การเก็บรักษาได้ป้องกันผลลัพธ์นั้นไว้ วลีนี้จึงบรรยายความเสี่ยงในอดีตหรือชะตากรรมที่อาจเกิดแต่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่ความเป็นไปได้ในปัจจุบัน และไม่ใช่การยืนยันว่าตำราเหล่านั้นสูญหายไปอย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
เอกสารถูกช่วยไว้ก่อนที่หอจดหมายเหตุจะถูกไฟไหม้ ตัวเลือกใดเติมประโยคโดยบรรยายอย่างระมัดระวังถึงผลลัพธ์ในอดีตที่อาจเกิดขึ้นแต่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง? Without the rescue, the documents...
- may have been lost forever.
- may be lost forever.
- must have been lost forever.
- may have lost forever.
ดูคำตอบ
may have been lost forever.
securing Roman books and manuscripts with their growing monasteries.
2:54รักษากลุ่มหนังสือและต้นฉบับของชาวโรมันไว้ตามอารามที่กำลังเติบโต
ความแตกต่างระหว่าง sustenance farmers กับ subsistence farmers
ในบริบทนี้ sustenance farmers ไม่ใช่คำประสมมาตรฐานทางการเกษตร คำที่ใช้เป็นมาตรฐานและตั้งใจจะสื่อคือ subsistence farmers ซึ่งหมายถึงเกษตรกรที่ผลิตอาหารเป็นหลักให้เพียงพอต่อการบริโภคของตนเอง และมีผลผลิตส่วนเกินเพียงเล็กน้อยสำหรับขายหรือแลกเปลี่ยน Sustenance หมายถึงอาหารหรือสารอาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ความเกี่ยวข้องทางความหมายนี้อธิบายได้ว่าทำไมจึงสับสนกัน แต่ไม่ได้ทำให้ sustenance farmer เป็นคำมาตรฐาน ควรจำ subsistence farmer และ subsistence farming เป็นกลุ่มคำที่ใช้ร่วมกันทั้งชุด
แบบฝึกหัด
เติมคำศัพท์ทางการเกษตรมาตรฐานในประโยคภาษาอังกฤษ: Families who grow food mainly to feed themselves are ____.
ดูคำตอบ
subsistence farmers
growing enough to feed themselves and trade just enough excess for needed goods such as metal tools. วลี
3:05ปลูกพืชให้พอเลี้ยงตัวเอง และนำส่วนเกินไปแลกสินค้าที่จำเป็น เช่น เครื่องมือโลหะ ในปริมาณที่พอดีเท่านั้น
trade excess for needed goods: โครงสร้าง trade X for Y
ในโครงสร้าง trade X for Y นั้น X คือสิ่งที่ผู้หนึ่งมอบให้ และ Y คือสิ่งที่ได้รับ ที่นี่เกษตรกรมอบ excess ซึ่งเป็นปริมาณส่วนเกินจากความต้องการของตนเอง แล้วได้รับสิ่งของที่จำเป็น For ใช้นำหน้าสิ่งของที่ได้รับ ไม่ได้ใช้นำหน้าผู้รับประโยชน์ โครงสร้างนี้ใช้กับการแลกเปลี่ยนสิ่งของและการแลกแบบอื่นได้: trade something for something else
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างการแลกเปลี่ยนภาษาอังกฤษด้วยคำกริยารูปอดีตและคำบุพบทที่นำหน้าสิ่งที่ได้รับ: They ____ extra vegetables ____ soap.
ดูคำตอบ
traded · for
when in season — ช่วงที่สุกตามธรรมชาติและหาซื้อได้
ในประโยคนี้ in season หมายถึงถั่วต่าง ๆ สุกตามธรรมชาติและมักหาซื้อได้ในช่วงเวลานั้นของปี วลีนี้ตอบว่ากินถั่วเมื่อใด ไม่ได้หมายถึงฤดูกาลของรายการโทรทัศน์หรือตารางการแข่งขันกีฬา When in season เป็นอนุประโยคบอกเวลาที่ถูกย่อไว้ ประธานที่เข้าใจได้คือถั่วต่าง ๆ ที่กล่าวถึงก่อนหน้า และรูปเต็มคือ when they were in season ภาษาอังกฤษมักละประธานที่ซ้ำและรูปของ be เมื่อความหมายชัดเจน
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดเติมประโยคเกี่ยวกับผลไม้นี้ได้ดีที่สุด The market sells peaches at the lowest price ____.
- during the sports season — ในช่วงเวลาที่มีการแข่งขันตามกำหนด
- when in season — ในช่วงเวลาของปีที่อาหารเติบโตตามธรรมชาติและมักมีจำหน่าย
- during a TV season — ในช่วงที่รายการออกอากาศเป็นชุดหนึ่ง
ดูคำตอบ
when in season — ในช่วงเวลาของปีที่อาหารเติบโตตามธรรมชาติและมักมีจำหน่าย
though the primary diet of a Dark Ages peasant was various cereal crops ground into flour and made into bread. ไวยากรณ์
3:21แม้ว่าอาหารหลักของชาวนายุคมืดจะเป็นธัญพืชหลากหลายชนิดที่นำมาบดเป็นแป้งและทำเป็นขนมปัง
ground into flour and made into bread — วลีอนุภาคแบบถูกกระทำที่ย่อและเชื่อมกัน
ในประโยคนี้ ground into flour และ made into bread เป็นวลีอนุภาคแบบถูกกระทำสองวลีที่เชื่อมกัน และใช้ขยาย cereal crops โดย ground เป็น past participle ของ grind ส่วน made เป็น past participle ของ make ธัญพืชเป็นสิ่งที่ได้รับผลจากกระบวนการทั้งสอง ใจความแบบเต็มแต่ยาวกว่าคือ cereal crops that were ground into flour and were made into bread ประธานที่ซ้ำและ were ตัวที่สองถูกละไว้ จึงทำให้ประโยคแสดงลำดับการแปรรูปได้กระชับในสำนวนอธิบาย made into แสดงการเปลี่ยนจากวัสดุหรือรูปแบบหนึ่งไปเป็นผลิตภัณฑ์อีกอย่าง
แบบฝึกหัด
เติม past participle สองคำจากรูปแบบเป้าหมายลงในประโยค: The grains were ____ into flour and ____ into bread.
ดูคำตอบ
ground · made
People also consumed large quantities of very weak ale,
3:39ผู้คนยังบริโภคเบียร์เอลที่อ่อนมากๆ เป็นจำนวนมาก
mead was actually a very rare drink,
3:46แต่เครื่องดื่มน้ำผึ้งหมักนั้นถือเป็นเครื่องดื่มที่หายากมาก
Though popularized by myths: อนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงแบบย่อ
Though แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งก่อนที่ประโยคหลักจะเสนอใจความที่ขัดกันอย่างคาดไม่ถึง ในที่นี้ popularized เป็นกริยารูป past participle ที่มีความหมายแบบถูกกระทำ วลีนี้จึงหมายถึง “แม้มีดจะเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายจากเรื่องเล่าในตำนาน” ประธานที่ละไว้คือ mead ซึ่งเป็นประธานของประโยคหลัก โครงสร้างนี้เป็นรูปย่อของ “Though mead was popularized by myths” ไม่ได้หมายความว่า myths เป็นสิ่งที่ถูกทำให้แพร่หลาย
แบบฝึกหัด
ใน “Though popularized by myths, mead was actually a very rare drink,” อนุประโยค though แบบย่อหมายความว่าอย่างไร
- มีดเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายจากเรื่องเล่าในตำนาน
- เรื่องเล่าในตำนานเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายจากมีด
- มีดหายากเฉพาะในเรื่องเล่าในตำนานเท่านั้น
- เรื่องเล่าในตำนานทำให้มีดกลายเป็นของหายาก
ดูคำตอบ
มีดเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายจากเรื่องเล่าในตำนาน
Skilled craftsmen such as blacksmiths were extremely rare and highly valued,
3:51ช่างฝีมือผู้ชำนาญเช่นช่างตีเหล็กหายากมากและมีมูลค่าสูง
and the merchant or craftsman guilds of the Middle Ages did not exist yet.
3:55และยังไม่มีสมาคมพ่อค้าหรือช่างฝีมือในยุคกลางปรากฏขึ้น
with typically only the clergy having the ability to read. ไวยากรณ์
4:01โดยทั่วไปแล้วมีเพียงนักบวชเท่านั้นที่สามารถอ่านออกได้
with ... the clergy having the ability to read: สถานการณ์พื้นหลังเพิ่มเติม
ในที่นี้ with ใช้เพิ่มสถานการณ์พื้นหลัง ไม่ได้หมายถึงการอยู่ร่วมกับใครหรือการใช้เครื่องมือ กลุ่มคำนาม the clergy เป็นประธานที่เข้าใจได้ของ having ดังนั้นโครงสร้างนี้จึงหมายความว่า โดยปกติแล้วมีเพียงนักบวชเท่านั้นที่มีความสามารถในการอ่าน รูปแบบ with + กลุ่มคำนาม + อนุประโยค -ing เป็นวิธีกระชับในการแสดงสถานการณ์ที่เกิดควบคู่กับเหตุการณ์หลัก โดยขึ้นอยู่กับบริบท รูปแบบนี้อาจคล้ายกับการเพิ่มใจความว่า “ขณะที่/เนื่องจาก [คำนาม] กำลังทำหรืออยู่ในสภาพ ...”
แบบฝึกหัด
ใช้คำในวงเล็บเติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยอนุประโยคพื้นหลังแบบ with + คำนาม + -ing: We waited in the car, ____. (the rain / fall)
ดูคำตอบ
with the rain falling
but they would also often be called up into military service during non-harvest times, กริยาวลี
4:08แต่พวกเขายังมักถูกเรียกตัวไปรับราชการทหารในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูเก็บเกี่ยวด้วย
not only ... but they would also: ไม่เพียงแต่... แต่พวกเขายังจะ...
not only ... but ... also เชื่อมข้อเท็จจริงสองอย่างที่เกี่ยวข้องกัน และเน้นข้อเท็จจริงอย่างที่สองมากเป็นพิเศษ ในประโยคนี้ การทำงานในผืนดินคือหน้าที่แรก ส่วนการถูกเรียกตัวเข้ารับราชการทหารคือหน้าที่เพิ่มเติมที่คาดไม่ถึงกว่า เมื่อทั้งสองส่วนเป็นอนุประโยคสมบูรณ์ ส่วนที่สองสามารถมีประธานและกริยาช่วยของตัวเองได้ เช่น but they would also คำว่า but กับ also ไม่จำเป็นต้องอยู่ติดกัน โดยปกติ also จะอยู่หลัง would และอยู่ก่อนส่วนที่เหลือของวลีกริยา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างคู่ที่เน้นประโยชน์ข้อที่สอง: The program ____ teaches first aid, ____ prepares volunteers to lead a team.
ดูคำตอบ
not only · but it also
called up into military service: ถูกเรียกตัวเข้ารับราชการทหาร
Be called up เป็นรูปกรรมวาจกของ call someone up ในที่นี้หมายถึงหน่วยงานที่มีอำนาจเรียกชาวนาอย่างเป็นทางการให้เข้ารับราชการทหาร ส่วน into military service ระบุว่าพวกเขาถูกเรียกให้เข้าสู่หน้าที่ใด รูปกรรมวาจกทำให้ความสนใจอยู่ที่ผู้ได้รับคำสั่ง ไม่ใช่หน่วยงานที่ออกคำสั่ง ส่วนขยายเกี่ยวกับทหารทำให้ความหมายชัดเจน ดังนั้น called up ในที่นี้จึงไม่ได้หมายถึง “ถูกโทรหา”
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The reservists were called up into military service,” คำว่า “called up” หมายความว่าอะไร?
- พวกเขาเลือกออกจากกองทัพ
- พวกเขาถูกเรียกตัวอย่างเป็นทางการให้ไปปฏิบัติหน้าที่
- พวกเขาได้รับโทรศัพท์หนึ่งสาย
ดูคำตอบ
พวกเขาถูกเรียกตัวอย่างเป็นทางการให้ไปปฏิบัติหน้าที่
with most lords using conscripted armies rather than full-time professional soldiers. การใช้คำ
4:12โดยขุนนางส่วนใหญ่ใช้ทหารเกณฑ์มากกว่าทหารอาชีพเต็มเวลา
ความแตกต่างระหว่าง conscripted armies กับ full-time professional soldiers
ในประโยคนี้ conscripted armies หมายถึงกองกำลังที่ส่วนใหญ่ประกอบด้วยคนซึ่งกฎหมายหรือผู้มีอำนาจบังคับให้เข้ารับราชการ ส่วน full-time professional soldiers คือผู้ที่ได้รับค่าจ้างและยึดการเป็นทหารเป็นอาชีพประจำ คำว่า professional ในที่นี้บอกสถานะอาชีพ ไม่ได้หมายถึงเพียงว่ามีทักษะหรือวางตัวอย่างมืออาชีพ โครงสร้าง X rather than Y เสนอ X เป็นตัวเลือกหลักและปฏิเสธหรือนำไปเปรียบต่างกับ Y ดังนั้นขุนนางจึงพึ่งกำลังคนที่ถูกเกณฑ์เป็นหลัก ไม่ใช่ทหารอาชีพประจำการ
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบายความแตกต่างใน “The kingdom relied on conscripted armies rather than full-time professional soldiers” ได้ดีที่สุด
- ทหารส่วนใหญ่ถูกบังคับให้รับราชการ แทนที่จะเป็นทหารอาชีพเต็มเวลาที่ได้รับค่าจ้าง
- ทหารส่วนใหญ่อาสาเลือกอาชีพทหารถาวร
- ทหารเต็มเวลามีทักษะน้อยกว่าทหารที่ถูกเกณฑ์
ดูคำตอบ
ทหารส่วนใหญ่ถูกบังคับให้รับราชการ แทนที่จะเป็นทหารอาชีพเต็มเวลาที่ได้รับค่าจ้าง
Medicine in the Dark Ages consisted mostly of herbal remedies known as wortcunning in England. วัฒนธรรม
4:17การแพทย์ในยุคมืดส่วนใหญ่ประกอบด้วยสมุนไพรรักษาโรคที่รู้จักกันในชื่อ "wortcunning" ในอังกฤษ
wortcunning: ศัพท์เก่าสำหรับความรู้ด้านสมุนไพร
ในที่นี้ wortcunning เป็นศัพท์เก่าในประวัติศาสตร์ที่หมายถึงความรู้เกี่ยวกับพืชที่ใช้เป็นยา และการใช้พืชเหล่านั้นรักษาโรค คำนี้เรียกองค์ความรู้ด้านสมุนไพร ไม่ได้หมายถึงยาชนิดใดชนิดหนึ่ง คำประสมนี้สะท้อนความหมายเก่า โดย wort อาจหมายถึงพืชหรือสมุนไพร และ cunning อาจหมายถึงความรู้หรือทักษะ ในที่นี้ cunning ไม่ได้แปลว่า “เจ้าเล่ห์” หรือ “หลอกลวง”
แบบฝึกหัด
ในเอกสารทางประวัติศาสตร์ wortcunning น่าจะหมายถึงอะไร
- ความรู้และการใช้พืชสมุนไพรแบบดั้งเดิม
- ความรู้เกี่ยวกับการต้มเบียร์จากธัญพืช
- กลอุบายอันชาญฉลาดเพื่อหลอกผู้ป่วย
- ระบบฝึกทหารอาชีพ
ดูคำตอบ
ความรู้และการใช้พืชสมุนไพรแบบดั้งเดิม
Practices such as leeching to remove bad blood from an individual and superstitious use of magical remedies prospered, วัฒนธรรม
4:22วิธีปฏิบัติเช่นการใช้ปลิงดูดเลือดเสียออกจากบุคคลและการใช้ยารักษาเวทมนตร์ด้วยความเชื่องมงายนั้นเจริญรุ่งเรือง
การใช้ปลิงดูดเลือดเสียออก
ในที่นี้ leeching หมายถึงการนำปลิงมาเกาะตัวคนเพื่อให้ปลิงดูดเลือดออก เป็นวิธีรักษาแบบหนึ่ง ส่วน to remove bad blood หมายถึงความเชื่อทางการแพทย์ในสมัยก่อน ไม่ได้หมายถึงความเป็นศัตรูระหว่างผู้คน ทฤษฎีการแพทย์ในอดีตเชื่อว่าความเจ็บป่วยเกิดจากของเหลวในร่างกายไม่สมดุล จึงเชื่อว่าการเอาเลือดที่เรียกว่าเลือดเสียออกจะช่วยฟื้นฟูสุขภาพ ควรเข้าใจวลีทั้งหมดว่าเป็นการรักษาด้วยการเอาเลือดออก ไม่ใช่สำนวนสมัยใหม่ have bad blood
แบบฝึกหัด
ในประโยคเชิงประวัติศาสตร์นี้ to remove bad blood หมายถึงอะไร
- การยุติความบาดหมางส่วนตัว
- การเอาเลือดออกเป็นวิธีรักษาแบบโบราณ
- การรักษาการติดเชื้อด้วยการแพทย์สมัยใหม่
- การเอาเงินจากผู้ป่วย
ดูคำตอบ
การเอาเลือดออกเป็นวิธีรักษาแบบโบราณ
Yet, some of the foundations of real medicine were being rediscovered after the extinction of the Roman healing arts,
4:32กระนั้น รากฐานของการแพทย์ที่แท้จริงบางอย่างกำลังถูกค้นพบใหม่หลังจากการสูญสิ้นของศาสตร์การรักษาแบบโรมัน
with medical treatments for things such as styes involving onion,
4:37โดยการรักษาทางการแพทย์สำหรับสิ่งต่างๆ เช่น ตากุ้งยิง นั้นใช้หัวหอม
and various other ingredients containing very effective antibiotic and antibacterial properties.
4:42และส่วนผสมอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติยาปฏิชีวนะและต้านเชื้อแบคทีเรียที่มีประสิทธิภาพสูงมาก
An 11th century skull discovered in the Wharram Percy Medieval Village showed that a heavy blow to the head had been treated by cutting away part of the bone in the skull to relieve pressure on the brain.
4:50กะโหลกศีรษะจากศตวรรษที่ 11 ซึ่งถูกค้นพบในหมู่บ้านยุคกลางวอร์แรมเพอร์ซี เผยให้เห็นว่ารอยกระแทกอย่างแรงที่ศีรษะได้รับการรักษาโดยการตัดกระดูกบางส่วนในกะโหลกออกเพื่อบรรเทาแรงกดดันในสมอง
With the discovery of anesthesia over a millennia away, ไวยากรณ์
5:00ด้วยการค้นพบยาชาที่ยังคงห่างไกลออกไปอีกกว่าสหัสวรรษ
แก้ “over a millennia away,” เป็น “over a millennium away”
วลี over a millennia away ไม่ถูกต้องตามไวยากรณ์ เพราะ a ต้องตามด้วยคำนามเอกพจน์ที่นับได้ แต่ millennia เป็นรูปพหูพจน์ รูปที่ถูกต้องคือ over a millennium away ซึ่งหมายถึงอีกกว่าหนึ่งพันปีข้างหน้า ถ้าต้องการหมายถึงอีกหลายพันปีข้างหน้า ก็ใช้ millennia away ได้ แต่ห้ามใช้ a นำหน้า เลือกรูปเอกพจน์หรือพหูพจน์ให้ตรงกับจำนวนที่ต้องการสื่อ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าการค้นพบนี้จะต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งพันปี
- The discovery is over a millennium away.
- The discovery is over a millennia away.
- The discovery is a millennium over away.
- The discovery is millennia away from a thousand years.
ดูคำตอบ
The discovery is over a millennium away.
we don't care to consider just how painful such a procedure may have been. โน้ต
5:03เราไม่อยากนึกเลยว่าขั้นตอนนั้นจะเจ็บปวดเพียงใด
don't care to consider: บอกว่าไม่อยากทำด้วยน้ำเสียงสุขุม
ในที่นี้ don't care to consider หมายถึง “ไม่อยากคิดถึง” ในโครงสร้าง care to + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า care หมายถึง “เต็มใจหรืออยากทำ” ดังนั้นรูปปฏิเสธจึงสื่อว่าไม่เต็มใจทำ ไม่ได้หมายความว่าไม่ใส่ใจเรื่องนั้น ถ้อยคำนี้มีน้ำเสียงสุขุมและยับยั้งชั่งใจ ผู้บรรยายเลือกที่จะไม่ครุ่นคิดต่อเกี่ยวกับเรื่องที่เจ็บปวด โครงสร้างนี้ช่วยให้การปฏิเสธหรือการบอกว่าไม่อยากทำบางอย่างฟังดูนุ่มนวลขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่มีน้ำเสียงสุขุมและหมายถึง “ไม่อยากทำ”: I ____ discuss the disturbing details.
ดูคำตอบ
don't care to
just how painful: เน้นระดับที่มากอย่างเด่นชัด
ใน just how painful คำว่า just ขยาย how ให้หนักแน่นขึ้นและดึงความสนใจไปที่ระดับความเจ็บปวดที่มากหรือน่าตกใจ ในที่นี้ just ใช้เพื่อเน้น ไม่ได้หมายถึง “เพียงแค่” อนุประโยค how ทั้งหมดซ้อนอยู่หลัง consider: consider just how painful such a procedure may have been โดยบอกระดับที่กำลังนำมาพิจารณา จึงไม่ใช่คำถามโดยตรงและยังใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่เพิ่งเรียนตามรูปเดิม: The documentary showed ____ difficult the rescue had been.
ดูคำตอบ
just how
the fall of Rome had seen people return to a mostly isolated lifestyle, ไวยากรณ์
5:08การล่มสลายของกรุงโรมทำให้ผู้คนหันกลับมาใช้วิถีชีวิตที่โดดเดี่ยวเป็นส่วนใหญ่
การใช้เหตุการณ์เป็นประธานใน had seen people return
เมื่อเหตุการณ์ ช่วงเวลา หรือสถานที่เป็นประธานของ see คำว่า see มักไม่ได้หมายถึงการมองเห็นตามตัวอักษร แต่หมายถึงช่วงหรือเหตุการณ์นั้นมีพัฒนาการบางอย่างเกิดขึ้นหรือมีพัฒนาการนั้นเป็นลักษณะสำคัญ ในที่นี้ the fall of Rome had seen people return เชื่อมการล่มสลายของโรมกับการที่ผู้คนกลับไปใช้ชีวิตแบบแยกตัว ไม่ได้บอกว่ามีใครมองเห็นอะไรจริง ๆ โครงสร้างคือ see + คนหรือสิ่งของ + กริยารูปพื้นฐาน: had seen + people + return โดย had seen เป็น past perfect ส่วน return ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน การเขียนแบบนี้เชื่อมพัฒนาการสองอย่างอย่างกระชับ แต่ไม่ได้ยืนยันเหตุและผลโดยตรงอย่างชัดเจนเท่ากับ caused people to return เสมอไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้เหตุการณ์เป็นประธานของ see เพื่อบอกพัฒนาการโดยไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นสาเหตุโดยตรง?
- The recession caused many local shops to close.
- The recession saw many local shops close.
- The recession watched many local shops close.
ดูคำตอบ
The recession saw many local shops close.
with most people living in small communities or farmsteads.
5:12โดยคนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในชุมชนหรือไร่นาเล็กๆ
Yet, major cities and establishments did survive, ไวยากรณ์
5:15ทว่าเมืองใหญ่ๆ และสถาบันต่างๆ ก็ยังคงอยู่รอด
did ที่ใช้เน้นใน did survive
ในประโยคบอกเล่ารูปอดีต สามารถเติม did เพื่อเน้นว่าบางสิ่งเกิดขึ้นจริง Establishments did survive หมายความว่าสถาบันเหล่านั้นอยู่รอดจริง แม้ว่าความเสื่อมถอยก่อนหน้านี้จะทำให้คาดว่าไม่น่าจะอยู่รอดก็ตาม ส่วน Yet ช่วยเน้นความขัดแย้งนี้มากขึ้น โครงสร้างคือ ประธาน + did + กริยารูปพื้นฐาน โดย did ทำหน้าที่แสดงอดีตแล้ว ดังนั้น survive จึงต้องคงรูปพื้นฐาน ไม่ใช่ survived
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแก้ความคาดหมายที่ว่าไม่มีต้นไม้เก่าเหลืออยู่ได้ชัดเจนที่สุด?
- A few old trees survived the storm.
- A few old trees did survive the storm.
- A few old trees did survived the storm.
ดูคำตอบ
A few old trees did survive the storm.
and settlements such as those near modern York even exploded in population. สำนวน
5:18และการตั้งถิ่นฐานอย่างเช่นเมืองที่ใกล้กับยอร์กในยุคปัจจุบันก็มีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
Exploded in population: ประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมากมาย
exploded ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ ชุมชนเหล่านั้นไม่ได้ระเบิดจริง ๆ แต่จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมากมาย in population ระบุว่าสิ่งที่เพิ่มขึ้นคือประชากร โครงสร้าง “สถานที่หรือกลุ่ม + explode in population” สื่อถึงการเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและเด่นชัด ไม่ใช่การเติบโตอย่างช้า ๆ
แบบฝึกหัด
ใช้ explode in population ในรูปอดีตเพื่อเติมประโยค: During the gold rush, the remote town ____, growing from 500 to 8,000 residents.
ดูคำตอบ
exploded in population
These primitive cities were fairly squalid by modern comparison,
5:22เมืองดึกดำบรรพ์เหล่านี้ค่อนข้างสกปรกเมื่อเทียบกับยุคปัจจุบัน
with none of that famed Roman plumbing or luxuries such as public baths and waterworks.
5:26โดยไม่มีระบบประปาโรมันอันเลื่องชื่อ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างโรงอาบน้ำสาธารณะและระบบการจัดการน้ำ
Refuse ในฐานะคำนามที่หมายถึงของเสีย
ในประโยคนี้ refuse เป็นคำนาม หมายถึงวัสดุที่ไม่ต้องการหรือของเสีย วลี in the form of trash ยก trash เป็นของเสียชนิดหนึ่ง คำนามนี้โดยทั่วไปเป็นคำนามนับไม่ได้และฟังเป็นทางการหรือเชิงเทคนิคกว่า trash หรือ garbage ทั้งไวยากรณ์และการออกเสียงช่วยแยกมันจากคำกริยา refuse ที่หมายถึง “ปฏิเสธ”
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยคแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน ให้สังเกตตำแหน่งเน้นเสียงและเสียงท้ายของ refuse
- They refuse to take it away before noon.
- The refuse was taken away before noon.
ดูคำตอบ
The refuse was taken away before noon.
and rotting timber were discarded directly into the streets,
5:33และไม้ที่เน่าเปื่อยถูกทิ้งลงบนถนนโดยตรง
and deposits built up at a rate of roughly 1 inch a year. โน้ต
5:36และสิ่งทับถมนี้เพิ่มขึ้นในอัตราประมาณ 1 นิ้วต่อปี
built up: การสะสมเพิ่มขึ้นทีละน้อย
ในประโยคนี้ built up หมายถึงค่อย ๆ สะสมเพิ่มขึ้น ตะกอนหนาขึ้นทีละน้อยเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ได้หมายความว่ามีใครสร้างมันขึ้นมา build up เป็นกริยาวลีที่ใช้เมื่อสาร ปริมาณ แรงกดดัน หรือปัญหาเพิ่มขึ้นจากการสะสมซ้ำ ๆ ส่วน built เป็นทั้งรูปอดีตและรูป past participle ของ build
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ build up: After weeks without cleaning, dust had ____ on every shelf.
ดูคำตอบ
built up
at a rate of: การบอกอัตราที่วัดได้
at a rate of ใช้นำหน้าตัวเลขที่วัดว่าบางสิ่งเปลี่ยนแปลงหรือเกิดขึ้นเร็วเพียงใด ในที่นี้ roughly 1 inch a year หมายถึงความหนาของตะกอนเพิ่มขึ้นประมาณหนึ่งนิ้วในแต่ละปี หลังวลีนี้ให้ระบุปริมาณและหน่วยเวลา โดยมักใช้ per หรือ a/an เช่น at a rate of 5 percent per year หรือ at a rate of 1 inch a year คำว่า rate ในที่นี้หมายถึงอัตราการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่คะแนน การประเมิน หรือราคา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่า 4% เป็นอัตราการเติบโตต่อปี
- The customer base grew by 4%.
- The customer base grew to 4%.
- The customer base grew at a rate of 4% per year.
ดูคำตอบ
The customer base grew at a rate of 4% per year.
and the average life expectancy was a shocking 31 years. การใช้คำ
5:44และอายุขัยเฉลี่ยน่าตกใจอยู่ที่ 31 ปี
อายุคาดเฉลี่ย: ค่าเฉลี่ยของประชากร ไม่ใช่กำหนดอายุของแต่ละคน
อายุคาดเฉลี่ยคือค่าประมาณจำนวนปีโดยเฉลี่ยที่สมาชิกของประชากรหนึ่งคาดว่าจะมีชีวิตอยู่ ภายใต้สภาวะการเสียชีวิตที่ใช้ในการคำนวณ ในประโยคนี้เป็นสถิติของประชากร ไม่ใช่การคาดการณ์ว่าบุคคลหนึ่งจะเสียชีวิตเมื่ออายุเท่าใด เมื่อวัดตั้งแต่แรกเกิด การเสียชีวิตจำนวนมากในวัยทารกหรือวัยเด็กอาจดึงค่าเฉลี่ยให้ลดลงอย่างมาก ดังนั้น 31 ปีจึงไม่ได้หมายความว่าทุกคน หรือทุกคนที่รอดพ้นวัยเด็ก มักเสียชีวิตเมื่ออายุ 31 ปี
แบบฝึกหัด
รายงานทางประวัติศาสตร์ฉบับหนึ่งระบุว่า ประชากรหนึ่งมีอายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิด 31 ปี ข้อความนี้หมายความว่าอย่างไร
- ทุกคนที่มีชีวิตจนถึงวัยผู้ใหญ่คาดว่าจะเสียชีวิตเมื่ออายุ 31 ปี
- จำนวนปีที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่โดยเฉลี่ยภายใต้สภาวะการเสียชีวิตของประชากรนั้นคือ 31 ปี
- ทุกคนในประชากรนั้นเสียชีวิตเมื่ออายุ 31 ปีพอดี
ดูคำตอบ
จำนวนปีที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่โดยเฉลี่ยภายใต้สภาวะการเสียชีวิตของประชากรนั้นคือ 31 ปี
and poor nutrition all created a very high infant mortality rate. การใช้คำ
5:49และภาวะทุพโภชนาการ ล้วนทำให้อัตราการเสียชีวิตของทารกสูงมาก
อัตราการเสียชีวิตของทารก: การเสียชีวิตในวัยทารกในฐานะตัวชี้วัดประชากร
อัตราการเสียชีวิตของทารกเป็นตัวชี้วัดสุขภาพประชากรที่วัดการเสียชีวิตของทารกก่อนอายุที่กำหนด โดยปกติคือก่อนวันเกิดครบหนึ่งปี เทียบกับจำนวนการเกิดมีชีพ โดยทั่วไปจะรายงานเป็นจำนวนการเสียชีวิตต่อการเกิดมีชีพ 1,000 ราย ไม่ใช่เพียงจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด ในประโยคนี้ อัตราที่สูงมากบ่งชี้ถึงสภาพความเป็นอยู่และสุขภาพที่อันตราย และช่วยอธิบายว่าเหตุใดอายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดจึงต่ำ Mortality หมายถึงการเสียชีวิต ไม่ใช่การเจ็บป่วย
แบบฝึกหัด
เติมคำศัพท์ด้านสาธารณสุขให้สมบูรณ์: The report counts deaths before age one relative to live births and gives the ____.
ดูคำตอบ
infant mortality rate
he or she could typically expect to live into his or her 40s. วลี
5:57พวกเขาก็มักจะคาดหวังได้ว่าตนจะมีอายุยืนถึงวัย 40 กว่าปี
make it to + เวลา สถานที่ หรือช่วงหนึ่ง
ในที่นี้ made it to 20 years หมายถึง “สามารถรอดชีวิตจนถึงอายุ 20 ปีได้” คำสรรพนาม it ที่เป็นส่วนตายตัวไม่ได้อ้างถึงสิ่งของใด ๆ ส่วน make it เป็นกริยาวลีเชิงสำนวนที่หมายถึงประสบความสำเร็จในการไปถึงสถานที่ เวลา หรือช่วงหนึ่ง วลีนี้มักนำเสนอจุดหมายว่าเป็นสิ่งที่ไปถึงได้ยากหรือยังไม่แน่นอน โครงสร้างเดียวกันใช้บอกการไปถึงสถานที่ การอดทนจนถึงเส้นตาย หรือการไปถึงหลักสำคัญได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “สามารถไปถึงได้สำเร็จ”: Despite the delayed train, we ____ the theater before the doors closed.
ดูคำตอบ
made it to
live into one's 40s: มีชีวิตไปถึงช่วงวัย 40 กว่า ๆ
Live into his or her 40s หมายถึงมีชีวิตอยู่นานพอที่จะเข้าสู่ช่วงอายุ 40 ถึง 49 ปี คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนไปตามบุคคล เช่น my 40s, her 40s และ their 40s Into เน้นการเข้าสู่ช่วงอายุสิบปีนั้น ไม่ได้ระบุอายุที่แน่นอนและไม่จำเป็นต้องหมายถึงการมีชีวิตอยู่ตลอดทั้งช่วง ดังนั้นคำคาดการณ์ในประโยคจึงกว้างกว่า “มีชีวิตอยู่ถึงอายุ 40 ปีพอดี”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่า Mara มีชีวิตไปถึงช่วงใดช่วงหนึ่งระหว่างอายุ 80–89 ปี โดยไม่ได้กล่าวว่าเธออยู่ครบช่วงอายุสิบปีนั้น?
- Mara lived through her 80s.
- Mara lived into her 80s.
- Mara lived to 80.
ดูคำตอบ
Mara lived into her 80s.
fraught with hardships: เต็มไปด้วยความยากลำบากอย่างหนัก
ในประโยคนี้ fraught with hardships หมายถึง “เต็มไปด้วยความยากลำบากอย่างหนัก” คำว่า fraught มีนัยเชิงลบอย่างชัดเจน ดังนั้น hardships จึงไม่ได้เป็นเพียงการแจกแจงประสบการณ์แบบเป็นกลาง แต่ทำให้ชีวิตดูเต็มไปด้วยปัญหาและอันตราย รูปแบบที่ใช้ทั่วไปคือ be fraught with + คำนาม มักใช้บรรยายช่วงเวลา แผน ความสัมพันธ์ หรือกระบวนการที่มีปัญหา ความเสี่ยง หรือความตึงเครียดมากมาย
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่เป็นธรรมชาติและใช้ fraught with ได้ถูกต้อง
- The negotiations were fraught by delays and mistrust.
- The negotiations were fraught of delays and mistrust.
- The negotiations were fraught with delays and mistrust.
- The negotiations were fraught with progress and delight.
ดูคำตอบ
The negotiations were fraught with delays and mistrust.
The fall of Rome created a power and cultural identity vacuum within a continent that had for centuries identified itself solely as Roman.
6:05การล่มสลายของกรุงโรมทำให้เกิดสุญญากาศทางอำนาจและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมภายในทวีปที่อ้างว่าตนเป็นชาวโรมันเพียงอย่างเดียวมาตลอดหลายศตวรรษ
vengeful barbarians rampaged across the bones of the empire and effectively stamped out the last remnants of Roman society, โน้ต
6:15พวกคนเถื่อนผู้เคียดแค้นก็ออกอาละวาดบนโครงกระดูกของจักรวรรดิ และทำลายสิ่งที่หลงเหลืออยู่ของสังคมโรมันในท้ายที่สุด
the bones of the empire: อุปมาเรื่องกระดูกแทนสิ่งที่ยังหลงเหลือ
ในที่นี้ the bones of the empire เป็นอุปมา โดยวาดภาพจักรวรรดิโรมันที่ล่มสลายเป็นร่างที่ตายแล้ว ซึ่งเหลือเพียงโครงที่เคยค้ำจุนและเศษซากที่กระจัดกระจาย วลีนี้หมายถึงดินแดน โครงสร้าง และร่องรอยที่ยังคงอยู่หลังการล่มสลาย ไม่ใช่กระดูกจริง ภาพของร่างกายทำให้ความเสื่อมถอยดูรุนแรงและจับต้องได้ เป็นการเลือกใช้ภาษาที่เร้าอารมณ์ในการเล่าประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ศัพท์เกี่ยวกับสถาบันที่เป็นกลาง
แบบฝึกหัด
the bones of the empire ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- โครงสร้างและเศษซากของจักรวรรดิที่ล่มสลายซึ่งยังหลงเหลืออยู่
- รัฐบาลโรมันที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่
- โครงกระดูกจริงของผู้ปกครองโรมัน
- หน่วยทหารที่แข็งแกร่งที่สุดของจักรวรรดิ
ดูคำตอบ
โครงสร้างและเศษซากของจักรวรรดิที่ล่มสลายซึ่งยังหลงเหลืออยู่
stamped out: กำจัดบางสิ่งจนหมดสิ้น
ในประโยคนี้ stamped out หมายถึงทำลายหรือกำจัดจนหมดสิ้น เศษเสี้ยวสุดท้ายของสังคมโรมันถูกนำเสนอว่าถูกลบหายไป ไม่ใช่แค่ถูกทำให้อ่อนแอลงหรือหยุดไว้ชั่วคราว ในกริยาวลี stamp out คำว่า out เพิ่มความหมายของการกำจัดไปจนถึงจุดสิ้นสุด วลีนี้เน้นผลลัพธ์ที่รุนแรง คือสิ่งนั้นไม่เหลืออยู่อีกต่อไป
แบบฝึกหัด
วลีใดเติมประโยคนี้ได้ดีที่สุดเมื่อเป้าหมายคือการกำจัดให้หมดสิ้น? The new task force aims to ___ the illegal trade.
- slow down
- put off
- stamp out
ดูคำตอบ
stamp out
Yet ... as it's so often believed: แก้ไขความเชื่อทั่วไป
Yet เปิดการเปลี่ยนทิศทางจากภาพอันมืดมนก่อนหน้า จากนั้นอนุประโยคหลักให้ข้อแก้ไขว่า ยุคมืดไม่ได้หยุดการพัฒนาอารยธรรมมนุษย์อย่างสิ้นเชิง คำว่า Completely สำคัญ เพราะเป็นการจำกัดข้อกล่าวอ้าง ไม่ใช่กลับความหมายไปเป็นว่า “ไม่มีความเสื่อมถอยเลย” ส่วนท้าย as it's so often believed ชี้ไปยังความเชื่อทั่วไปที่แรงกว่าและกำลังถูกแก้ไข ในที่นี้ as มีความหมายประมาณว่า “อย่างที่ผู้คนมักเชื่อ” ไม่ใช่ “เพราะว่า” เมื่อใช้ร่วมกัน Yet ... as it's so often believed จะจัดข้อมูลเป็นการแก้ไขความเชื่อ คือส่งสัญญาณความขัดแย้ง เสนอข้อกล่าวอ้างที่แม่นยำขึ้น และระบุความเชื่อที่เรียบง่ายเกินไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วิธีดำเนินความแบบเดียวกันได้ดีที่สุด เพื่อแก้ไขความเชื่อทั่วไปที่เรียบง่ายเกินไป?
- Remote work does not lower productivity, so there is no reason to discuss the common belief.
- Remote work lowers productivity because many people believe that it does.
- Yet remote work does not necessarily lower productivity, despite the common belief that it always does.
ดูคำตอบ
Yet remote work does not necessarily lower productivity, despite the common belief that it always does.
and the influence of the Islamic caliph expanding across Africa and the Middle East.
6:37และอิทธิพลของรัฐเคาะลีฟะฮ์อิสลามก็แผ่ขยายไปทั่วแอฟริกาและตะวันออกกลาง
a struggle for survival: การดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด
ใน a struggle for survival คำว่า struggle ไม่ได้หมายถึงการต่อสู้ทางกายเพียงครั้งเดียว แต่หมายถึงความพยายามที่ยาวนานและยากลำบากเพื่อให้มีชีวิตอยู่ หรือเพื่อให้ได้สิ่งจำเป็น เช่น อาหาร ความปลอดภัย และที่พักพิง ในประโยคนี้ นามวลีหลัง remained บอกสภาพที่ดำเนินต่อเนื่องของชาวนา กล่าวคือ ชีวิตประจำวันถูกครอบงำด้วยปัญหาพื้นฐานเรื่องการอยู่รอด สำนวนนี้ยังใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้เมื่อองค์กรหรือระบบเสี่ยงอย่างร้ายแรงที่จะดำเนินต่อไปไม่ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงความพยายามอันยาวนานและยากลำบากเพื่อให้มีชีวิตอยู่: For the hikers trapped by the storm, each day became ____.
ดูคำตอบ
a struggle for survival
Families had to fight to produce enough food to feed themselves,
6:47ครอบครัวต้องต่อสู้เพื่อผลิตอาหารให้เพียงพอสำหรับเลี้ยงตัวเอง
while often being brutalized by competing warlords or self-appointed lords. ไวยากรณ์
6:50ในขณะเดียวกันก็มักถูกขุนศึกคู่แข่งหรือขุนนางที่ตั้งตนเองกระทำทารุณกรรมอยู่บ่อยครั้ง
while often being brutalized by: ขณะเดียวกันก็มักถูกกระทำอย่างโหดร้าย
while นำเข้าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกับการกระทำหลัก เนื่องจากเป็นอนุประโยคแบบย่อ ประธานที่ละไว้จึงต้องเข้าใจจากประโยคหลักก่อนหน้า กล่าวคือ ครอบครัวเหล่านั้นพยายามเอาชีวิตรอดพร้อมกับถูกทำร้ายไปด้วย being + คำกริยาช่องที่สามสร้างรูปถูกกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ ใน being brutalized ครอบครัวเป็นฝ่ายรับการกระทำ ส่วน often แสดงว่าเหตุการณ์เกิดซ้ำ การคง being ไว้ทำให้เห็นชัดว่าเป็นประสบการณ์แบบถูกกระทำที่ต่อเนื่อง ขณะที่ brutalized เพียงอย่างเดียวอาจฟังเหมือนการบอกสภาพหรือคำบรรยายแบบย่อมากกว่า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าพลเรือนถูกข่มขู่ซ้ำ ๆ ในเวลาเดียวกับที่พวกเขายังคงเคลื่อนที่ต่อไป?
- The civilians kept moving after they had threatened the armed groups.
- The civilians kept moving while often being threatened by armed groups.
- The civilians kept moving while often threatening armed groups.
ดูคำตอบ
The civilians kept moving while often being threatened by armed groups.