ทำไม 'ความรัก' ถึงเป็นคำที่ไร้ประโยชน์ – และ 3 คำทางเลือก: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
616 คำ 159 คำ/นาที

คำอธิบาย: ภาษาอังกฤษรวมความปรารถนา ความผูกพัน และความเมตตาไว้ใน love ส่วน eros, philia และ agape ทำให้เห็นความรักหลายรูปแบบ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใน “as it almost always does,” คำว่า does ใช้แทน wanes ในข้อความแทรก ผู้เรียนจึงไม่กล่าวกริยาซ้ำและเพิ่มข้อสังเกตอย่างรอบคอบได้ 2. สำนวนและภาษาภาพพจน์: “come to grief” หมายถึงล้มเหลว มีปัญหา หรือพบจุดจบที่ไม่ดี ไม่ใช่เพียงรู้สึกเศร้า ผู้เรียนจะเข้าใจสำนวนนี้ในเรื่องเล่า 3. ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: “Under their tutelage,” เป็นสำนวนทางการ หมายถึงอยู่ภายใต้คำแนะนำของใคร ใช้กับการศึกษา ผู้ให้คำปรึกษา และอิทธิพลทางความคิด โดยไม่แปล under เป็นตำแหน่งทางกายภาพ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Love is our highest value,

0:00

ความรักคือคุณค่าสูงสุดของเรา

what we all crave,

0:02

สิ่งที่เราทุกคนโหยหา

and what we believe makes us fundamentally human.

0:03

และสิ่งที่เราเชื่อว่าทำให้เรามีความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง

But it's also the source of considerable anxiety. วลี

0:07

แต่มันก็เป็นแหล่งที่มาของความวิตกกังวลอย่างมากเช่นกัน

วลี

source of considerable anxiety: การระบุสาเหตุ

ในที่นี้ source หมายถึง “สาเหตุ” หรือ “ต้นตอ” ไม่ใช่แหล่งที่ได้รับข้อมูล โครงสร้าง source of + คำนาม ใช้ระบุว่าสิ่งหนึ่งก่อให้เกิดอะไร ในประโยคนี้ความรักก่อให้เกิดความวิตกกังวล considerable หมายถึง “มากหรือสำคัญในด้านปริมาณหรือระดับ” ไม่ได้หมายถึง “ที่สามารถนำมาพิจารณาได้” ดังนั้นวลีทั้งหมดจึงบอกว่าความรักก่อให้เกิดความวิตกกังวลในระดับมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกสาเหตุที่เน้นไว้: For some people, public speaking is a ____.

ดูคำตอบ

source of considerable anxiety

Chiefly, we worry whether we're entirely normal,

0:11

โดยหลักแล้ว เรามักกังวลว่าเราปกติธรรมดาดีหรือไม่

because it frequently feels as if we're not experiencing love the way we should be. ไวยากรณ์

0:14

เพราะบ่อยครั้งรู้สึกราวกับว่าเราไม่ได้กำลังสัมผัสกับความรักในแบบที่เราควรจะเป็น

ไวยากรณ์

as if: บรรยายความรู้สึก ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

as if ใช้นำอนุประโยคที่แสดงความรู้สึกหรือสิ่งที่ดูเหมือนเป็นจริง ในที่นี้ as if ทำให้ we're not experiencing love the way we should be เป็นความรู้สึกที่ผู้คนมักมี วลีนี้ไม่ได้ยืนยันว่าความรู้สึกดังกล่าวเป็นความจริง ผู้พูดจึงสามารถอธิบายความรู้สึกส่วนตัวพร้อมเว้นระยะจากข้อสรุปนั้นได้

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความประโยคนี้ได้ตรงที่สุด: “It feels as if everyone is watching me”?

  1. ทุกคนกำลังมองอย่างแน่นอน และนั่นเป็นสาเหตุของความรู้สึกนี้
  2. ผู้พูดต้องการให้ทุกคนเริ่มมองตน
  3. ผู้พูดรู้สึกเช่นนั้น แต่ไม่ได้บอกว่าสิ่งนี้เป็นจริงอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

ผู้พูดรู้สึกเช่นนั้น แต่ไม่ได้บอกว่าสิ่งนี้เป็นจริงอย่างแน่นอน

Society is subtly highly prescriptive in this regard. โน้ต

0:20

สังคมเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ในเรื่องนี้อย่างแยบยลและเข้มงวด

การใช้คำ

ความหมายเชิงทางการของ highly prescriptive

ในที่นี้ prescriptive หมายถึงการตั้งกฎหรือความคาดหวังที่เข้มงวดว่าผู้คนควรประพฤติตัวอย่างไร ส่วน highly เน้นระดับของข้อบังคับนั้นให้แรงขึ้น กล่าวคือ สังคมไม่ได้เพียงเสนอรูปแบบหนึ่ง แต่กำหนดอย่างชัดเจนว่าอะไรถือเป็นเรื่องปกติหรือยอมรับได้ นี่คือความหมายของ prescriptive ในการวิเคราะห์สังคม ไม่ใช่ความหมายทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับใบสั่งยา ส่วน subtly เสริมว่าแรงกดดันนั้นอาจรุนแรงแม้ไม่ได้กล่าวออกมาอย่างเปิดเผย

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่ตรงกับความหมายว่า “ตั้งกฎหรือความคาดหวังอย่างเข้มงวด” ให้สมบูรณ์: The club is ____ about what members may wear.

ดูคำตอบ

highly prescriptive

วลี

ใช้ in this regard เพื่อจำกัดขอบเขตของข้อสรุป

In this regard หมายถึง “ในประเด็นนี้” หรือ “ในแง่เฉพาะนี้” วลีนี้เชื่อมข้อความกับประเด็นที่เพิ่งกล่าวถึงและจำกัดขอบเขตของข้อสรุปไว้ที่แง่นั้น แทนที่จะกล่าวแบบทั่วไป ในที่นี้ this ย้อนกลับไปยังหัวข้อก่อนหน้า ส่วน regard หมายถึง “แง่” หรือ “ด้าน” ไม่ใช่ความชื่นชมหรือคำทักทาย

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่ย้อนกลับไปยังข้อเท็จจริงที่ว่าตารางใหม่ช่วยลดความล่าช้าได้อย่างถูกต้อง: The new schedule reduced delays. ___, it worked well.

  1. Best regards
  2. In this regard
  3. With regard to
ดูคำตอบ

In this regard

It suggests that to be a decent person,

0:24

มันบ่งบอกว่าการจะเป็นคนดีได้นั้น

we should all be within sexual relationships

0:27

เราทุกคนควรจะมีความสัมพันธ์ทางเพศ

and furthermore, that within these,

0:30

และยิ่งไปกว่านั้น ภายในความสัมพันธ์เหล่านั้น

we should love in a very particular way.

0:32

เราควรจะมีความรักในรูปแบบที่เฉพาะเจาะจงมาก

We should be constantly thrilled by our partner's presence.

0:35

เราควรจะตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลาที่คนรักของเราอยู่ด้วย

We should long to see them after every absence.

0:38

เราควรจะตั้งตารอที่จะพบพวกเขาหลังจากห่างหายไปทุกครั้ง

We should crave to hold them in our arms,

0:41

เราควรจะโหยหาที่จะกอดพวกเขาไว้ในอ้อมแขน

to kiss and be kissed by them,

0:43

ที่จะจูบและถูกพวกเขาจูบ

and most of all, want to have sex with them every day or so.

0:45

และเหนือสิ่งอื่นใด คือต้องการมีเซ็กส์กับพวกเขาแทบทุกวัน

In other words, ลำดับความ

0:48

พูดอีกอย่างก็คือ

ลำดับความ

ใช้ “In other words” เพื่อส่งสัญญาณการกล่าวใหม่

In other words ใช้เกริ่นการกล่าวเนื้อหาเดิมด้วยถ้อยคำใหม่ ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้เพื่อบอกผู้ฟังว่าแนวคิดถัดไปจะสรุปความคาดหวังที่กล่าวมาก่อนหน้าให้ชัดเจนและกว้างขึ้น สำนวนนี้ทำหน้าที่จัดระเบียบข้อมูล ไม่ใช่เพิ่มหลักฐานใหม่ โดยเริ่มจากแนวคิดที่มีรายละเอียด แล้วตามด้วยคำอธิบายที่สั้นหรือตรงไปตรงมากว่า

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดแสดงได้ดีที่สุดว่าประโยคที่สองเป็นการกล่าวประโยคแรกใหม่? "No one under eighteen may enter. _____ visitors must be eighteen or older."

  1. In addition,
  2. For example,
  3. In other words,
ดูคำตอบ

In other words,

we should follow the script of romantic ecstasy throughout our lives. สำนวน

0:49

เราควรจะทำตามบทบาทของความปลาบปลื้มโรแมนติกไปตลอดชีวิตของเรา

สำนวน

ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ “follow the script”

Follow the script ตามความหมายตรงตัวคือการพูดหรือทำตามคำสั่งในบทที่เขียนไว้ แต่ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดย script หมายถึงรูปแบบชีวิตรักที่สังคมคาดหวัง ส่วน follow the script หมายถึงการดำเนินชีวิตตามรูปแบบที่กำหนดไว้ล่วงหน้านั้น อุปมานี้มักสื่อว่าพฤติกรรมถูกกำกับด้วยบทบาทหรือความคาดหวัง แทนที่จะเกิดจากการเลือกอย่างอิสระ

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Leo followed the script society had set for him," วลี followed the script น่าจะหมายความว่าอะไร?

  1. เขาอ่านบทละครออกเสียง
  2. เขาใช้ชีวิตตามรูปแบบที่สังคมกำหนดไว้ล่วงหน้า
  3. เขาเขียนเรื่องราวใหม่ให้สังคม
ดูคำตอบ

เขาใช้ชีวิตตามรูปแบบที่สังคมกำหนดไว้ล่วงหน้า

This is beautiful in theory and hugely punitive in practice. ลำดับความ

0:55

สิ่งนี้สวยงามในทางทฤษฎี แต่เป็นการลงโทษอย่างรุนแรงในทางปฏิบัติ

ลำดับความ

in theory ... in practice: เปรียบเทียบแนวคิดที่น่าดึงดูดกับผลลัพธ์อันรุนแรง

in theory วางแนวคิดไว้ในระดับหลักการหรือสิ่งที่คาดหวัง ส่วน in practice เปลี่ยนไปกล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเมื่อนำแนวคิดนั้นไปใช้ วลีคู่นี้จัดโครงสร้างความต่างระหว่างอุดมคติกับความเป็นจริงได้อย่างชัดเจน beautiful ประเมินว่าแนวคิดนั้นน่าดึงดูด ส่วน hugely punitive ประเมินว่าผลที่เกิดขึ้นจริงสร้างภาระหนักหรือทำให้รู้สึกอับอาย ในที่นี้ punitive ไม่จำเป็นต้องหมายถึงโทษทางกฎหมาย แต่บรรยายผลอันรุนแรงที่มาตรฐานหนึ่งก่อให้เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้สร้างความแตกต่างแบบใด?

  1. ทั้งแนวคิดและผลที่เกิดขึ้นจริงล้วนสวยงาม
  2. แนวคิดฟังดูน่าดึงดูด แต่ผลที่เกิดขึ้นจริงกลับรุนแรงและสร้างภาระหนัก
  3. ทฤษฎีนี้เป็นโทษทางกฎหมายที่ใช้จริงไม่ได้
ดูคำตอบ

แนวคิดฟังดูน่าดึงดูด แต่ผลที่เกิดขึ้นจริงกลับรุนแรงและสร้างภาระหนัก

If we're going to define love like this

1:00

หากเราจะนิยามความรักแบบนี้

and peg the idea of normality accordingly,

1:02

และยึดติดกับแนวคิดเรื่องความปกติแบบนั้น

then most of us will have to admit to ourselves, perhaps with considerable embarrassment, วลี

1:05

พวกเราส่วนใหญ่คงต้องยอมรับกับตัวเอง บางทีอาจด้วยความรู้สึกละอายใจอย่างมาก

วลี

admit to ourselves: ยอมรับข้อเท็จจริงที่ยากกับตัวเอง

ใน admit to ourselves ส่วน to ourselves ระบุว่าการยอมรับนั้นบอกกับใคร นั่นคือเรายอมรับความจริงนั้นกับตัวเองเป็นการส่วนตัว วลีนี้เน้นการยอมรับสิ่งที่ยากหรือทำให้ไม่สบายใจภายในใจ ไม่ใช่การสารภาพกับผู้อื่น รูปแบบที่พบบ่อยคือ admit to oneself that ... และ admit something to oneself คำสรรพนามสะท้อนกลับจะเปลี่ยนตามประธาน เช่น I admit to myself, she admits to herself และ we admit to ourselves

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย admit และวลีสะท้อนกลับที่ถูกต้อง: We need to ____ that the plan has failed.

ดูคำตอบ

admit to ourselves

that we don't know much about love and therefore,

1:10

ว่าเราไม่ค่อยรู้เรื่องความรักมากนัก และดังนั้น

don't qualify as decent, sane, or normal people. วลี

1:13

จึงไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นคนดี มีสติ หรือคนปกติ

วลี

qualify as: ผ่านเกณฑ์จนถือว่าเป็นสิ่งหนึ่ง

ใน qualify as คำว่า qualify หมายถึง “มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขจนถือว่าหรือจัดอยู่ในประเภทหนึ่ง” คำที่ตามหลัง as จะบอกประเภทหรือคำอธิบายที่ใช้ตัดสิน รูปปฏิเสธในที่นี้บอกว่า คนบางกลุ่มถูกมองว่าไม่อาจนับเป็นคนดี มีสติ หรือปกติได้ด้วยซ้ำ เนื่องจากคำเหล่านี้เป็นการตัดสินคุณค่าพื้นฐานของคน ถ้อยคำนี้จึงใช้วิจารณ์และเสียดสีมาตรฐานที่ถูกยัดเยียด ไม่ได้พูดถึงคุณวุฒิทางวิชาชีพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ถูกจัดว่าเป็น”: Under the city rules, this room does not ____ legal housing.

ดูคำตอบ

qualify as

We've created a cult of love สำนวน

1:18

เราได้สร้างลัทธิบูชาความรักขึ้นมา

สำนวน

a cult of love: คำเปรียบเทียบเชิงวิจารณ์การบูชาความรักมากเกินไป

a cult of love เป็นคำเปรียบเทียบ คำว่า cult สื่อถึงการอุทิศตนอย่างรุนแรงและไม่ตั้งคำถาม วลีนี้จึงนำเสนอความรักแบบโรแมนติกว่าเป็นสิ่งที่สังคมปฏิบัติต่อแทบจะเหมือนศาสนา วลีนี้ไม่ได้กล่าวถึงกลุ่มศาสนาที่มีอยู่จริง ผู้พูดใช้ภาพที่รุนแรงนี้ในเชิงวิจารณ์ เพื่อชี้ว่าผู้คนทำให้ความรักเป็นอุดมคติและกดดันให้ผู้อื่นยอมรับความเชื่อเกี่ยวกับความรัก

แบบฝึกหัด

a cult of love ในประโยค “We've created a cult of love” หมายถึงอะไร

  1. ผู้คนได้สร้างวัฒนธรรมที่อบอุ่นซึ่งทุกคนแสดงความรักต่อกัน
  2. มีการก่อตั้งกลุ่มศาสนาอย่างเป็นทางการเพื่อบูชาเทพแห่งความรัก
  3. สังคมปฏิบัติต่อความรักแบบโรแมนติกด้วยความทุ่มเทที่มากเกินไปและแทบไม่ตั้งคำถาม
ดูคำตอบ

สังคมปฏิบัติต่อความรักแบบโรแมนติกด้วยความทุ่มเทที่มากเกินไปและแทบไม่ตั้งคำถาม

radically out of line with most of our real experiences of relationships. วลี

1:20

ซึ่งขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับประสบการณ์ความสัมพันธ์ส่วนใหญ่ในชีวิตจริงของเรา

วลี

radically out of line with: ไม่สอดคล้องอย่างสิ้นเชิงกับ

be out of line with something หมายถึงไม่สอดคล้องกับบางสิ่ง หรือเบี่ยงเบนจากมาตรฐานที่สิ่งนั้นกำหนดไว้ ในที่นี้วลีดังกล่าวบอกว่าแนวคิดหนึ่งเกี่ยวกับความรักไม่ตรงกับประสบการณ์ความสัมพันธ์จริงของคนส่วนใหญ่ radically เน้นความไม่สอดคล้องให้แรงขึ้น โดยบอกว่าความแตกต่างนั้นเป็นระดับพื้นฐาน ไม่ใช่เพียงเล็กน้อย ในโครงสร้างนี้ out of line with เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการยืนผิดตำแหน่งในแถวหรือเพียงแค่ประพฤติตัวหยาบคาย

แบบฝึกหัด

ใช้ radically ตามด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนนี้เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The survey's conclusion is ____ the responses people actually gave.

ดูคำตอบ

radically out of line with

This is where the ancient Greeks can help. ลำดับความ

1:25

นี่คือจุดที่ชาวกรีกโบราณสามารถช่วยได้

ลำดับความ

This is where ... can help: ตรงนี้เองที่...ช่วยได้

This is where + คน เครื่องมือ หรือแนวคิด + can help ใช้ย้อนกลับไปอ้างถึงปัญหาที่กล่าวไว้ แล้วจึงนำเสนอสิ่งที่จะช่วยได้ โครงสร้างนี้จัดข้อมูลตามลำดับ ปัญหา → แหล่งความช่วยเหลือ where ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง แต่หมายถึงในสถานการณ์นี้หรือในจุดนี้ของปัญหา ดังนั้นกรอบประโยคนี้จึงเชื่อมคำอธิบายส่วนหนึ่งไปยังส่วนถัดไปได้

แบบฝึกหัด

ใช้กรอบสามคำจากบทเรียนนี้เพื่อเติมประโยคเชื่อมให้สมบูรณ์: The team cannot find the latest files. ____ a shared folder can help.

ดูคำตอบ

This is where

They realized early on that there are many kinds of love, วลี

1:28

พวกเขาตระหนักแต่เนิ่นๆ ว่าความรักมีหลายประเภท

วลี

early on: ในช่วงแรก

early on หมายถึงในช่วงแรกของระยะเวลา กระบวนการ หรือพัฒนาการบางอย่าง ในประโยคนี้ ช่วงเวลาที่กล่าวถึงคือพัฒนาการของแนวคิดกรีกโบราณ จึงหมายความว่าพวกเขาเข้าใจเรื่องนี้ตั้งแต่ระยะค่อนข้างต้น ไม่ได้หมายถึงตอนเช้าตรู่ on เป็นส่วนประกอบตายตัวของวลีวิเศษณ์นี้ ช่วงเวลาที่เป็นกรอบอ้างอิงอาจระบุไว้ที่อื่นหรืออนุมานได้จากบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึงในช่วงแรกของโครงการ: We realized ____ that the budget was too small.

ดูคำตอบ

early on

each with their respective virtues and seasons,

1:32

แต่ละประเภทก็มีคุณธรรมและฤดูกาลของมัน

and that a good society requires us to append a correct vocabulary

1:35

และสังคมที่ดีต้องการให้เรากำหนดคำศัพท์ที่ถูกต้อง

to these different states of the heart, lending each one legitimacy in the process. โน้ต

1:40

ให้กับสภาวะจิตใจที่แตกต่างกันเหล่านี้ เพื่อเป็นการมอบความชอบธรรมให้กับแต่ละสิ่งในกระบวนการนี้

สำนวน

states of the heart: สภาวะทางอารมณ์

states of the heart เป็นอุปมาที่หมายถึงสภาวะทางอารมณ์หรือรูปแบบความรักที่แตกต่างกัน heart หมายถึงโลกทางอารมณ์ภายในของบุคคล ส่วน states หมายถึงสภาวะหรือวิธีรู้สึกที่แตกต่างกัน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวจัดประสบการณ์อย่าง eros, philia และ agape เป็นความรักคนละประเภท ไม่ได้อธิบายสภาพทางกายภาพหรือทางการแพทย์ของหัวใจ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ states of the heart หมายถึงอะไร

  1. สภาวะทางอารมณ์หรือประเภทของความรักที่แตกต่างกัน
  2. ปัญหาทางการแพทย์ที่ส่งผลต่อหัวใจ
  3. เขตการเมืองที่ปกครองแยกจากกัน
ดูคำตอบ

สภาวะทางอารมณ์หรือประเภทของความรักที่แตกต่างกัน

วลี

lending each one legitimacy: มอบความชอบธรรมให้แต่ละสภาวะ

ในที่นี้ lending each one legitimacy หมายถึงการทำให้สภาวะทางอารมณ์แต่ละแบบดูถูกต้องและสมควรได้รับการยอมรับจากสังคม each one หมายถึงสภาวะต่าง ๆ ของหัวใจที่กล่าวถึงก่อนหน้า และการตั้งชื่อที่แม่นยำให้แต่ละสภาวะคือสิ่งที่มอบความชอบธรรมให้มัน ในโครงสร้าง lend something legitimacy คำว่า lend หมายถึงมอบหรือเพิ่มคุณสมบัติบางอย่าง ไม่ใช่ให้ยืมสิ่งของชั่วคราว โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บอกได้ว่าป้ายกำกับ กฎ สถาบัน หรือหลักฐานทำให้ข้อกล่าวอ้าง สถานะ หรือการกระทำดูเป็นที่ยอมรับหรือมีเหตุผลรองรับมากขึ้นอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ lend legitimacy: Public consultation can ____ to the final decision.

ดูคำตอบ

lend legitimacy

The Greeks anointed the powerful physical feelings การใช้คำ

1:46

ชาวกรีกได้ตั้งชื่อให้กับความรู้สึกทางกายอันรุนแรง

we often experience at the start of a relationship

1:49

ที่เรามักประสบในช่วงเริ่มต้นของความสัมพันธ์

with the word eros.

1:52

ด้วยคำว่า อิรอส (eros)

การใช้คำ

anointed ... with the word eros: ตั้งชื่ออย่างทรงเกียรติด้วยคำว่า eros

ในประโยคนี้ anointed หมายถึงการตั้งชื่ออย่างเคร่งขรึมและยกย่อง ไม่ได้หมายถึงการทาน้ำมันจริง ๆ ชาวกรีกถูกนำเสนอว่าเป็นผู้เชื่อมคำว่า eros เข้ากับความรู้สึกทางกายอันรุนแรงในช่วงเริ่มต้นของความสัมพันธ์ คำกริยานี้ให้ความรู้สึกเชิงพิธีการ ทำให้การตั้งชื่อดูสำคัญและเกือบเป็นทางการ ในบริบทอื่น anoint ยังหมายถึงการเลือกหรือยกย่องบุคคลอย่างเปิดเผยให้รับบทบาทพิเศษได้ โดยมักใช้ในโครงสร้าง anoint someone as something

แบบฝึกหัด

anointed ในประโยคตัวอย่างหมายความว่าอะไร

  1. ทาน้ำมันจริง ๆ ลงบนจุดเริ่มต้นของทุกความสัมพันธ์
  2. พิสูจน์ว่า eros เป็นความรักประเภทเดียวที่ชอบธรรม
  3. ตั้งชื่อที่เคร่งขรึมและยกย่องให้กับความรู้สึกเหล่านั้น
ดูคำตอบ

ตั้งชื่อที่เคร่งขรึมและยกย่องให้กับความรู้สึกเหล่านั้น

But they knew that love is not necessarily over ไวยากรณ์

1:54

แต่พวกเขารู้ว่าความรักไม่ได้จำเป็นต้องจบลง

ไวยากรณ์

not necessarily: ปฏิเสธความแน่นอนโดยไม่ยืนยันผลตรงข้าม

ใน not necessarily over คำว่า not ปฏิเสธ necessarily ไม่ได้ปฏิเสธ over โดยตรง ผู้พูดกำลังโต้แย้งข้อสรุปว่าเมื่อความเข้มข้นทางเพศลดลง ความรักจะต้องจบลงแน่นอน ความรักอาจจบหรืออาจดำเนินต่อก็ได้ ประโยคนี้เปิดไว้ทั้งสองความเป็นไปได้ ใช้ not necessarily ไว้หน้าผลลัพธ์ที่ต้องการตั้งข้อสงสัย รูปแบบนี้ช่วยโต้แย้งข้อสรุปที่มั่นใจเกินไปโดยไม่ต้องยืนยันว่าผลตรงข้ามเป็นจริงเสมอ

แบบฝึกหัด

love is not necessarily over ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ความรักอาจดำเนินต่อไป การจบลงของความรักไม่ใช่ข้อสรุปที่แน่นอน
  2. ความรักกำลังดำเนินต่อไปอย่างแน่นอน
  3. โดยปกติความรักจะจบลงทันที
  4. ความรักจบลงแล้วอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

ความรักอาจดำเนินต่อไป การจบลงของความรักไม่ใช่ข้อสรุปที่แน่นอน

when this sexual intensity wanes,

1:58

เมื่อความรุนแรงทางเพศนี้จางหายไป

as it almost always does, after a year or so in a relationship. ไวยากรณ์

2:00

อย่างที่เกือบจะมักจะเป็นเสมอ หลังจากคบกันไปประมาณหนึ่งปี

ไวยากรณ์

as it almost always does: does ใช้แทน wanes

อนุประโยค as ที่คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคเป็นคำอธิบายแทรกเกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อนหน้า ในที่นี้ it หมายถึง sexual intensity และ does ใช้แทน wanes ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงหมายถึง as sexual intensity almost always wanes การใช้ does ช่วยเลี่ยงการพูดกริยาเต็มซ้ำอีกครั้ง As นำเสนอการลดลงนี้ว่าเป็นรูปแบบปกติหรือสิ่งที่คาดว่าจะเกิด ไม่ใช่การกระทำใหม่ เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าคำอธิบายนี้ตัดออกได้ เมื่อตัดออกแล้ว อนุประโยค when ที่อยู่รอบ ๆ ยังมีโครงสร้างพื้นฐานครบถ้วน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาแทน slows down: The train slows down near the bridge, as it often ____.

ดูคำตอบ

does

Our feelings can then evolve into another sort of love วลี

2:04

ความรู้สึกของเราสามารถพัฒนาไปสู่ความรักอีกรูปแบบหนึ่ง

วลี

evolve into: ค่อย ๆ พัฒนาไปเป็นรูปแบบใหม่

ในที่นี้ evolve into หมายถึง “ค่อย ๆ พัฒนาจนกลายเป็นรูปแบบที่ต่างออกไป” ความรู้สึกไม่ได้หายไปหรือถูกแทนที่อย่างฉับพลัน แต่เปลี่ยนไปเป็นความรักอีกแบบเมื่อเวลาผ่านไป โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ A evolves into B โดย A คือรูปแบบเดิม และ B คือผลลัพธ์ที่พัฒนาขึ้นภายหลัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นการค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นรูปแบบใหม่ได้ดีที่สุด

  1. Over several years, the club evolved into a national organization.
  2. The club was suddenly replaced by a national organization.
  3. A national organization appeared without any earlier form.
ดูคำตอบ

Over several years, the club evolved into a national organization.

they captured with the word philia,

2:08

ที่พวกเขาใช้คำว่า ฟิเลีย (philia)

normally translated as friendship, วลี

2:11

ปกติแปลว่า มิตรภาพ

วลี

normally translated as: ระบุคำแปลที่ใช้กันทั่วไป

ใน normally translated as ส่วน translated as ใช้นำคำที่ใช้แปลในอีกภาษาหนึ่ง ส่วน normally บอกว่านี่เป็นคำแปลที่ใช้กันทั่วไป ไม่ได้ยืนยันว่าสองสำนวนมีความหมายตรงกันทุกอย่างในทุกบริบท รูปแบบเต็มคือ X is normally translated as Y โดย X คือคำหรือวลีต้นฉบับ และ Y คือคำแปลที่มักใช้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุคำที่แปลออกมาจริง ๆ แทนที่จะบอกเพียงภาษาเป้าหมาย

  1. The phrase atención primaria normally translates English as “primary care.”
  2. The phrase atención primaria is normally translated as “primary care.”
  3. The phrase atención primaria is normally translated into English.
ดูคำตอบ

The phrase atención primaria is normally translated as “primary care.”

though the Greek word is far warmer, more loyal, ไวยากรณ์

2:13

แม้ว่าคำในภาษากรีกจะอบอุ่นกว่ามาก ซื่อสัตย์กว่ามาก

and more touching than its English counterpart.

2:16

และซาบซึ้งกว่าคำในภาษาอังกฤษมากก็ตาม

ไวยากรณ์

far warmer, more loyal, and more touching than: การเปรียบเทียบแบบขนานที่เน้นความแตกต่างมาก

far ในที่นี้หมายถึง “ในระดับที่มากกว่ามาก” เป็นคำที่ใช้เน้นระดับ ไม่ได้หมายถึงระยะทาง โดยขยายคำเปรียบเทียบ warmer และน้ำหนักของคำยังครอบคลุมรายการที่วางขนานกัน ได้แก่ warmer, more loyal และ more touching คำเปรียบเทียบทั้งสามใช้สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบเดียวกันหลัง than คือ its English counterpart โครงสร้างนี้ช่วยให้เปรียบเทียบสองสิ่งได้หลายด้านพร้อมกับเน้นว่าความแตกต่างนั้นมีมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ far ได้ถูกต้องเพื่อเน้นความแตกต่างอย่างมากในการเปรียบเทียบสามด้านที่วางขนานกัน

  1. The new design is far lighter, more durable, and easier to repair than the old one.
  2. The new design is very lighter, more durable, and easier to repair than the old one.
  3. The new design is far light, durable, and easy to repair than the old one.
ดูคำตอบ

The new design is far lighter, more durable, and easier to repair than the old one.

One might be willing to die for philia. ไวยากรณ์

2:18

คนๆ หนึ่งอาจยอมตายเพื่อฟิเลียได้

ไวยากรณ์

might be willing to: ความเป็นไปได้ที่จะเต็มใจทำโดยสมัครใจ

might แสดงว่าความเต็มใจนั้นเป็นเพียงความเป็นไปได้หรือเป็นสมมติฐาน ไม่ใช่เรื่องแน่นอน และในที่นี้ไม่ได้บอกเวลาในอดีต ส่วน be willing to หมายถึงพร้อมทำบางสิ่งด้วยความสมัครใจ โครงสร้างคือ ประธาน + might be willing to + กริยารูปพื้นฐาน เมื่อนำมารวมกันจะสื่ออย่างระมัดระวังว่าบางคนอาจเลือกลงมือทำ โดยไม่ได้ยืนยันว่าเขาจะทำอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

ใช้ might be willing to เติมประโยคเพื่อแสดงความเป็นไปได้ที่จะเต็มใจทำโดยสมัครใจ: With a little more information, Rosa ____ join the committee.

ดูคำตอบ

might be willing to

Aristotle recommended that we outgrow eros in youth การใช้คำ

2:21

อริสโตเติลแนะนำว่าเราควรเติบโตให้พ้นจากอิรอสในวัยหนุ่มสาว

การใช้คำ

Outgrow eros: เติบโตจนก้าวพ้นช่วงหนึ่ง

ในประโยคนี้ outgrow ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ outgrow eros หมายถึงการเติบโตจนก้าวพ้นช่วงที่ความหลงใหลทางกายอย่างรุนแรงเป็นแรงหลักของความรัก ไม่ได้หมายถึงการมีร่างกายใหญ่กว่า eros โครงสร้างคือ outgrow + คำนาม มักใช้บอกว่าหลังจากคนคนหนึ่งเติบโตขึ้น นิสัยเดิม ความสนใจ รูปแบบความสัมพันธ์ หรือช่วงชีวิตหนึ่งไม่เหมาะกับเขาหรือไม่ได้นำทางเขาอีกต่อไป การก้าวพ้นช่วงนั้นไม่จำเป็นต้องหมายความว่าช่วงก่อนหน้าไม่มีคุณค่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ outgrow: After a few years, Leo had ____ his need for constant approval.

ดูคำตอบ

outgrown

and then base our relationships, especially our marriages,

2:25

และจากนั้นก็สร้างความสัมพันธ์ของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแต่งงาน

on a philosophy of philia.

2:28

บนปรัชญาของฟิเลีย

The word adds an important nuance วลี

2:30

คำนี้ได้เพิ่มรายละเอียดที่สำคัญ

to our understanding of a viable union.

2:32

ให้กับความเข้าใจของเราเกี่ยวกับชีวิตคู่ที่ยั่งยืน

วลี

เพิ่มแง่มุมที่ละเอียดอ่อนแต่สำคัญให้กับความเข้าใจของเรา

ในที่นี้ adds an important nuance to our understanding หมายถึงการเพิ่มความแตกต่างที่ละเอียดอ่อนแต่มีความหมายเข้าไปในสิ่งที่เราเข้าใจอยู่แล้ว ประเด็นใหม่ช่วยปรับมุมมองเดิมให้แม่นยำขึ้น ไม่ได้แทนที่หรือพลิกมุมมองนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ add a nuance to + คำนาม มักใช้ในการวิเคราะห์เมื่อรายละเอียดหนึ่งทำให้ความเข้าใจ การตีความ การอภิปราย หรือคำอธิบายแม่นยำขึ้นและไม่ตายตัวเกินไป

แบบฝึกหัด

ใช้ add an important nuance to ในรูปที่ถูกต้อง: The witness's final comment ____ our understanding of the dispute.

ดูคำตอบ

adds an important nuance to

It allows us to see that we may still love

2:35

มันช่วยให้เราเห็นว่าเรายังคงสามารถรักกันได้

even when we're in a phase ไวยากรณ์

2:37

แม้ในยามที่เราอยู่ในช่วงเวลา

ไวยากรณ์

even when: อุปสรรคที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์

even when ใช้นำเข้าสถานการณ์ที่ตามปกติอาจทำให้ใจความหลักดูมีโอกาสเป็นจริงน้อยลง ในที่นี้ ความสัมพันธ์อาจอยู่ในช่วงที่ความเร่าร้อนลดลง แต่ก็ยังอาจมีความรักต่อไปได้ ข้อความส่วนนี้ไม่ได้บอกเงื่อนไขว่าความรักจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสถานการณ์นั้นเกิดขึ้น แต่หมายความว่าแม้จะมีความขัดแย้งกับสิ่งที่คาดไว้ ใจความหลักก็ยังเป็นจริงในสถานการณ์นั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่ลงท้ายด้วย when ซึ่งแสดงว่ายังคงพูดอย่างสุภาพแม้กำลังไม่พอใจ: I try to speak kindly ____ I am upset.

ดูคำตอบ

even when

that our own more one-sided vocabulary fails to value. สำนวน

2:39

ที่คำศัพท์ที่ลำเอียงของเราไม่สามารถให้คุณค่าได้

สำนวน

more one-sided vocabulary: มุมมองเชิงแนวคิดที่ไม่สมดุล

ในที่นี้ one-sided ใช้อธิบายระบบคำศัพท์ที่สะท้อนหรือให้คุณค่ากับหัวข้อเพียงด้านหนึ่งเป็นหลัก เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ เพราะระบบคำไม่ได้มีด้านทางกายภาพ แต่หมายถึงวิธีจัดระเบียบแนวคิดที่ไม่ครบถ้วนหรือไม่สมดุล more แสดงการเปรียบเทียบ ผู้พูดมองว่าระบบคำศัพท์นี้มีมุมมองที่จำกัดกว่า โดยเฉพาะเพราะให้การยอมรับความรักรูปแบบอื่นนอกเหนือจากความหลงใหลเชิงโรแมนติกน้อยกว่า คำวิจารณ์นี้มุ่งไปที่กรอบแนวคิด ไม่ใช่รูปร่างหรือการสะกดของคำแต่ละคำ

แบบฝึกหัด

more one-sided vocabulary ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ระบบคำศัพท์ที่สะท้อนบางแง่มุมมากกว่าแง่มุมอื่น จึงมองข้ามส่วนหนึ่งของหัวข้อนั้น
  2. ระบบคำศัพท์ที่คำทั้งหมดพิมพ์อยู่บนกระดาษเพียงด้านเดียว
  3. ระบบคำศัพท์ที่มีเพียงฝ่ายเดียวในการสนทนาเป็นผู้ใช้
ดูคำตอบ

ระบบคำศัพท์ที่สะท้อนบางแง่มุมมากกว่าแง่มุมอื่น จึงมองข้ามส่วนหนึ่งของหัวข้อนั้น

The Greeks had a third word for love, agape. วัฒนธรรม

2:44

ชาวกรีกมีคำที่สามสำหรับความรักคือ อากาเป (agape)

This can best be translated as a charitable love.

2:49

คำนี้อาจแปลได้ดีที่สุดว่า ความรักที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา

วัฒนธรรม

agape: ความรักที่เปี่ยมด้วยเมตตาและไม่เห็นแก่ตัว

Agape เป็นคำภาษากรีกโบราณที่หมายถึงความรักอันเปี่ยมด้วยเมตตาและไม่เห็นแก่ตัว ในประโยคนี้หมายถึงการดูแลผู้อื่น แม้ว่าคนนั้นจะมีข้อบกพร่อง กำลังทุกข์ทรมาน หรือไม่สามารถตอบแทนได้ คำว่า charitable ในที่นี้สื่อถึงความกรุณาและความเอื้อเฟื้อทางจิตใจ ไม่ได้หมายถึงการบริจาคเงินเท่านั้น คำนี้เน้นความห่วงใยทางจริยธรรมหรือจิตวิญญาณ ไม่ใช่ความดึงดูดเชิงรักใคร่หรือทางเพศ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดงความหมายของ agape ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด

  1. คนคนหนึ่งดูแลคนแปลกหน้าที่กำลังทุกข์โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
  2. คนคนหนึ่งรู้สึกดึงดูดเชิงรักใคร่อย่างรุนแรงต่อเพื่อนร่วมชั้นคนใหม่
  3. คนคนหนึ่งบริจาคเงินเพียงเพื่อให้ได้รับคำชมและความสนใจ
ดูคำตอบ

คนคนหนึ่งดูแลคนแปลกหน้าที่กำลังทุกข์โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

It's what we might feel towards someone who's behaved rather badly

2:52

มันคือสิ่งที่เราอาจรู้สึกต่อคนที่ประพฤติตัวค่อนข้างแย่

or come to grief through flaws of character, สำนวน

2:55

หรือพบกับความทุกข์ระทมเนื่องจากข้อบกพร่องทางนิสัย

สำนวน

come to grief: ลงเอยด้วยความล้มเหลวหรือปัญหาร้ายแรง

Come to grief เป็นสำนวนที่หมายถึงประสบความล้มเหลว ปัญหาร้ายแรง ภัยพิบัติ หรือจุดจบที่ไม่ดี ในประโยคนี้หมายถึงคนที่ได้รับผลลัพธ์อันเลวร้ายเพราะข้อบกพร่องด้านนิสัย ไม่ได้หมายเพียงว่าเริ่มรู้สึกเศร้า โครงสร้างทั่วไปคือ คนหรือแผน + come to grief และมักตามด้วย through, because of หรือ when เพื่อบอกสาเหตุหรือสถานการณ์ สำนวนนี้มองปัญหาว่าเป็นผลลัพธ์หลังจากเหตุการณ์ดำเนินมาเป็นลำดับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนที่หมายถึง “ลงเอยด้วยความล้มเหลวอย่างร้ายแรง”: Without a safety plan, the expedition could ____.

ดูคำตอบ

come to grief

but for whom we still feel compassion. ไวยากรณ์

2:58

แต่เรายังคงรู้สึกสงสารพวกเขา

ไวยากรณ์

for whom ในอนุประโยคสัมพันธ์แบบเป็นทางการ

วลีพื้นฐานคือ feel compassion for someone ซึ่งหมายถึง “รู้สึกเห็นอกเห็นใจใครบางคน” ในอนุประโยคสัมพันธ์ whom อ้างกลับไปถึงคนนั้นและทำหน้าที่เป็นกรรมของบุพบท for การวาง for ไว้หน้า whom ทำให้เกิดอนุประโยคสัมพันธ์ที่ย้ายบุพบทมาไว้ข้างหน้า โครงสร้างนี้เชื่อมคนที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้กับความเห็นอกเห็นใจที่มีต่อคนนั้น และทำให้ประโยคมีลักษณะเป็นภาษาเขียนที่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบทางการที่ย้ายบุพบทมาไว้ข้างหน้า: She is the student ____ the scholarship was created.

ดูคำตอบ

for whom

It's what a god might feel for his or her people, ลำดับความ

3:01

มันคือสิ่งที่พระเจ้าอาจรู้สึกต่อผู้คนของพระองค์

or what an audience might feel for a tragic character in a play.

3:04

หรือสิ่งที่ผู้ชมอาจรู้สึกต่อตัวละครโศกนาฏกรรมในละคร

ลำดับความ

อนุประโยคขนาน what ... might feel for

อนุประโยค what ที่ปรากฏซ้ำเป็นนามานุประโยคที่วางขนานกัน แต่ละอนุประโยคหมายถึง “ความรู้สึกแบบที่ฝ่ายหนึ่งอาจมีต่ออีกฝ่าย” โดยเริ่มจากเทพที่มีต่อผู้คนของตน แล้วตามด้วยผู้ชมที่มีต่อตัวละครโศกนาฏกรรม การวางสองอนุประโยคในรูปแบบ what X might feel for Y, or what A might feel for B ช่วยให้ผู้พูดอธิบายความรู้สึกที่เป็นนามธรรมผ่านสองสถานการณ์ที่เปรียบเทียบกันได้ ตัวอย่างเหล่านี้ชี้ไปยังความรักแบบเมตตาที่มีลักษณะร่วมกัน ไม่ได้บอกว่าความสัมพันธ์ทั้งสองเหมือนกันทุกประการ

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักของอนุประโยค what สองส่วนที่วางขนานกันในประโยคนี้คืออะไร

  1. อนุประโยคเหล่านี้แสดงว่าเทพและผู้ชมรู้สึกเหมือนกันทุกประการเสมอ
  2. อนุประโยคเหล่านี้ระบุคนสองคนที่ปรากฏอยู่ในละครเรื่องเดียวกันจริง ๆ
  3. อนุประโยคเหล่านี้อธิบายความรู้สึกที่เป็นนามธรรมผ่านตัวอย่างสองแบบที่เปรียบเทียบกันได้
ดูคำตอบ

อนุประโยคเหล่านี้อธิบายความรู้สึกที่เป็นนามธรรมผ่านตัวอย่างสองแบบที่เปรียบเทียบกันได้

It's the kind of love that we experience in relation to someone's weakness วลี

3:08

มันเป็นความรักประเภทที่เราประสบเมื่อเกี่ยวข้องกับความอ่อนแอของใครบางคน

วลี

in relation to: ระบุจุดอ้างอิง

in relation to หมายถึง “ในแง่ของ” หรือ “โดยเกี่ยวข้องกับ” ในที่นี้วลีนี้เชื่อมความรักแบบดังกล่าวเข้ากับจุดอ่อนของอีกคน และหมายถึงความรักที่เราสัมผัสเมื่อจุดอ่อนนั้นเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้อง หลังวลีนี้จะตามด้วยกลุ่มคำนามที่ทำหน้าที่เป็นจุดอ้างอิงในการทำความเข้าใจข้อความ

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The policy was updated in relation to online sales." วลี "in relation to online sales" หมายถึงอะไร?

  1. เพราะการขายออนไลน์อ่อนแอ
  2. ในส่วนที่เกี่ยวกับการขายออนไลน์
  3. มีความสัมพันธ์เชิงรักใคร่กับผู้ขายออนไลน์
ดูคำตอบ

ในส่วนที่เกี่ยวกับการขายออนไลน์

rather than their strength.

3:12

มากกว่าที่จะเป็นจุดแข็งของพวกเขา

It reminds us that love isn't just about admiration for virtues. ไวยากรณ์

3:14

มันเตือนเราว่าความรักไม่ได้เป็นเพียงแค่ความชื่นชมในคุณงามความดี

It's also about sympathy and generosity

3:19

แต่มันยังเกี่ยวกับความเห็นอกเห็นใจและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

ไวยากรณ์

isn't just about ... also about ...: ขยายแนวคิด

โครงสร้างคู่ isn't just about A. It's also about B ใช้ขยายคำนิยามหรือข้อกล่าวอ้าง โดยบอกว่า A เป็นจริง แต่ A ไม่ใช่ภาพทั้งหมด และต้องรวม B เข้าไปด้วย just จำกัดความคิดที่ว่ามีเพียง A เท่านั้นที่สำคัญ ส่วน also ระบุว่า B เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เกี่ยวข้องและสำคัญพอ ๆ กัน ทั้งสองส่วนอาจอยู่ในประโยคเดียวกันหรือแยกเป็นสองประโยคที่เชื่อมต่อกันเหมือนในที่นี้

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง isn't just about ... also about ... ให้สมบูรณ์ตามรูปแบบ: Innovation ____ having ideas. It's ____ testing them.

ดูคำตอบ

isn't just about · also about

towards what is weak and imperfect in us. ไวยากรณ์

3:22

ต่อสิ่งที่อ่อนแอและไม่สมบูรณ์แบบในตัวเรา

ไวยากรณ์

what is weak and imperfect ในฐานะอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่มีคำนามนำหน้า

ในที่นี้ what is weak and imperfect หมายถึง “ส่วนหรือลักษณะที่อ่อนแอและไม่สมบูรณ์” วลีนี้เรียกลักษณะเหล่านั้นรวมกันเป็นกลุ่ม ส่วน in us แสดงว่าลักษณะเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติมนุษย์ ในโครงสร้างนี้ what นำอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่มีคำนามนำหน้า โดย what มีความหมายของ “สิ่งที่” หรือ “สิ่งต่าง ๆ ที่” อยู่ในตัวแล้ว อนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นกรรมของ towards จึงไม่ต้องมีคำนามแยกอยู่ข้างหน้า ในที่นี้ what ไม่ใช่คำแสดงคำถาม

แบบฝึกหัด

เลือกอนุประโยคที่เติม “We should first improve ___ in the plan” ได้ถูกต้องและหมายถึง “สิ่งต่าง ๆ ที่อ่อนแอและไม่สมบูรณ์”

  1. that is weak and imperfect
  2. what is weak and imperfect
  3. which is weak and imperfect
ดูคำตอบ

what is weak and imperfect

Having these three words to hand, วลี

3:26

การมีคำทั้งสามนี้อยู่ในมือ

วลี

to hand: อยู่ใกล้และพร้อมใช้

ใน Having these three words to hand วลี to hand หมายถึง “อยู่ใกล้และพร้อมใช้” ไม่ได้หมายความว่าถือคำสามคำนั้นไว้ในมือจริง ๆ แต่หมายถึงมีคำเหล่านั้นพร้อมใช้เป็นเครื่องมือในการคิดหรือพูดคุย To have หรือ keep something to hand เป็นรูปแบบตายตัวที่พบมากเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติช สิ่งที่พร้อมใช้จะอยู่หน้า to hand เช่น have the notes to hand และ keep a dictionary to hand

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษแบบบริติชที่หมายถึง “อยู่ใกล้และพร้อมใช้”: Keep the instruction sheet ____ while you assemble the desk.

ดูคำตอบ

to hand

eros, philia, and agape,

3:28

อิรอส, ฟิเลีย, และอากาเป

powerfully extends our sense of what love really is.

3:31

ช่วยขยายความเข้าใจของเราอย่างทรงพลังว่าความรักที่แท้จริงคืออะไร

The ancient Greeks were wise in dividing the blinding monolith of love สำนวน

3:35

ชาวกรีกโบราณมีความชาญฉลาดในการแบ่งแยกความรักอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้เรามืดบอด

into its constituent parts. วลี

3:40

ออกเป็นส่วนประกอบย่อยๆ

สำนวน

อุปมา “blinding monolith of love”

ในอุปมานี้ ความรักถูกมองเป็น monolith หรือมวลก้อนเดียวที่ใหญ่โต แข็ง และมองไม่เห็นการแบ่งแยกภายใน ส่วน blinding เพิ่มความหมายว่าแนวคิดเดียวที่ทรงพลังนี้เจิดจ้ามากจนทำให้ผู้คนมองไม่เห็นรูปแบบต่าง ๆ ของความรักอย่างชัดเจน คำทั้งสองไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว วลีนี้วิจารณ์นิสัยที่มองความรักทุกชนิดเป็นสิ่งเดียวกันโดยไม่แยกความแตกต่าง และปูทางไปสู่แนวคิดที่ว่าความรักสามารถแบ่งออกเป็นส่วนต่าง ๆ ได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “the blinding monolith of love” สื่อถึงอะไร?

  1. ความรักถูกแบ่งเป็นประเภทที่มีป้ายกำกับชัดเจนแล้ว
  2. ความรักถูกมองเป็นแนวคิดเดียวที่ทรงพลังและไม่มีการแบ่งแยก
  3. ความรักคืออนุสาวรีย์หินจริงที่สะท้อนแสงอันตราย
ดูคำตอบ

ความรักถูกมองเป็นแนวคิดเดียวที่ทรงพลังและไม่มีการแบ่งแยก

วลี

โครงสร้าง divide ... into its constituent parts

รูปแบบ divide something into its constituent parts หมายถึงการแยกสิ่งที่เป็นองค์รวมออกเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่ประกอบกันเป็นสิ่งนั้น Into บอกผลที่เกิดจากการแบ่ง ส่วน constituent ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง “ที่ประกอบเป็นส่วนหนึ่งขององค์รวม” ในประโยคนี้ องค์รวมคือแนวคิดกว้าง ๆ เกี่ยวกับความรัก และส่วนต่าง ๆ คือความรักแต่ละชนิด รูปแบบนี้ยังใช้กับระบบ แนวคิด วัสดุ และปัญหาได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อต้องวิเคราะห์โครงสร้างภายใน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบทางการที่เรียนในที่นี้: To inspect the clock's structure, the repairer divided it ____.

ดูคำตอบ

into its constituent parts

Under their tutelage, we can see that we probably have far more love in our lives โน้ต

3:43

ภายใต้การสอนของพวกเขา เราจะเห็นได้ว่าเราอาจมีความรักในชีวิตของเรามากกว่านั้นมาก

การใช้คำ

Under someone's tutelage: ภายใต้การสั่งสอนของใครบางคน

Under someone's tutelage หมายถึงการเรียนรู้ภายใต้การสอนและคำแนะนำของบุคคลนั้น tutelage ไม่ได้หมายถึงแค่การถูกเฝ้าดู แต่สื่อถึงความสัมพันธ์ในการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง ในที่นี้ their หมายถึงชาวกรีกโบราณ ประโยคนี้มองคำศัพท์เกี่ยวกับความรักที่ละเอียดของพวกเขาเป็นเสมือนคำสอนที่ช่วยให้เรามองชีวิตของตนเองต่างออกไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัว under someone's tutelage The apprentice learned the craft ____ a master carpenter.

ดูคำตอบ

under the tutelage of

than our current vocabulary knows how to recognize. สำนวน

3:47

มากกว่าที่คำศัพท์ปัจจุบันของเราจะรู้จักที่จะยอมรับ

ไวยากรณ์

far more ... than: มากกว่า…อย่างมาก

Far more ... than เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบที่เน้นความแตกต่าง more แสดงว่ามีปริมาณมากกว่า far เน้นว่าความแตกต่างนั้นมาก และ than นำเข้าสิ่งที่ใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ ในประโยคนี้ love เป็นคำนามนับไม่ได้ ดังนั้น far more love จึงหมายถึงความรักในปริมาณที่มากกว่ามาก far ในที่นี้บอกระดับ ไม่ได้หมายถึงระยะทางจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ far เป็นคำเน้น The new battery lasts ____ hours than the old one.

ดูคำตอบ

far more

สำนวน

our current vocabulary knows how to recognize: การทำให้คำศัพท์มีลักษณะเหมือนมนุษย์

ผู้เขียนใช้บุคลาธิษฐานกับ “our current vocabulary” โดยทำให้คลังคำศัพท์ดูราวกับว่า “รู้วิธีแยกแยะ” บางสิ่งได้ ตัวคำเองไม่ได้มีจิตสำนึก แต่ vocabulary ในที่นี้หมายถึงแนวคิดและชื่อเรียกที่ผู้ใช้ภาษามีให้ใช้ ใจความที่กว้างขึ้นคือ ภาษาช่วยจัดระบบการรับรู้ของเรา หากภาษามีเพียงชื่อเรียกกว้าง ๆ สำหรับประสบการณ์หนึ่ง เราอาจสังเกตและแยกแยะประเภทย่อย ๆ ได้ยากขึ้น ดังนั้นวลีนี้จึงเชื่อมข้อจำกัดของการตั้งชื่อเข้ากับข้อจำกัดของการรับรู้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ ผู้เขียนต้องการสื่ออะไรด้วยการทำให้ vocabulary มีความสามารถที่จะ “know how to recognize”?

  1. ผู้คนจะรับรู้ประสบการณ์หนึ่งได้ก็ต่อเมื่อจำคำทุกคำที่ใช้อธิบายประสบการณ์นั้นได้แล้ว
  2. แนวคิดและชื่อเรียกที่ผู้คนมีให้ใช้อาจจำกัดว่าพวกเขาจะสังเกตเห็นความแตกต่างใดบ้าง
  3. รายการคำศัพท์จะมีจิตสำนึกเมื่อมีคำมากเพียงพอ
  4. ผู้เขียนกำลังอ้างว่าพจนานุกรมเฝ้าสังเกตพฤติกรรมมนุษย์อย่างกระตือรือร้น
ดูคำตอบ

แนวคิดและชื่อเรียกที่ผู้คนมีให้ใช้อาจจำกัดว่าพวกเขาจะสังเกตเห็นความแตกต่างใดบ้าง

Did you know that The School of Life is actually a place,

3:55

คุณรู้หรือไม่ว่า The School of Life เป็นสถานที่จริง

10 places, in fact,

3:58

มีถึง 10 แห่งด้วยกัน

campuses all over the world from Melbourne to London,

4:00

วิทยาเขตทั่วโลกจากเมลเบิร์นไปจนถึงลอนดอน

Taipei to Istanbul,

4:03

จากไทเปไปจนถึงอิสตันบูล

with classes and books and lots more.

4:05

พร้อมคลาสเรียน หนังสือ และอื่นๆ อีกมากมาย

Please click on the link below to explore more.

4:08

โปรดคลิกที่ลิงก์ด้านล่างเพื่อสำรวจเพิ่มเติม