สิ่งที่วิชาเพศศึกษาไม่ได้บอกเกี่ยวกับสมองของคุณ - Shannon Odell: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าวัยแรกรุ่นเริ่มต้นในสมอง โดยฮอร์โมนปรับโครงสร้างระบบอารมณ์และการให้รางวัล ขณะที่บริเวณซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมตนเองใช้เวลาพัฒนานานกว่า นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นว่าเหตุใดพฤติกรรมวัยรุ่นจึงไม่ควรถูกสรุปว่าเป็นเพียงความหุนหันพลันแล่น และประสบการณ์กับการตัดสินใจในชีวิตประจำวันมีส่วนหล่อหลอมสมองที่กำลังพัฒนาอย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษที่สำคัญ: 1. Research in animal models suggests — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้ที่จะสังเกตการนำเสนอข้อมูลวิทยาศาสตร์อย่างระมัดระวัง ซึ่งระบุแหล่งหลักฐานโดยไม่ถือว่าผลจากสัตว์เป็นข้อพิสูจน์โดยตรงเกี่ยวกับมนุษย์ และใช้ suggests เพื่อเสนอข้อสรุปที่มีแนวโน้มเป็นจริงโดยไม่ยืนยันเกินหลักฐาน 2. so does the response of the nucleus accumbens. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่าโครงสร้าง so + กริยาช่วย + ประธาน ใช้บอกการเพิ่มขึ้นที่เกิดคู่ขนานกัน กล่าวคือ เมื่อระดับฮอร์โมนสูงขึ้น การตอบสนองก็สูงขึ้นด้วย รูปกลับคำนี้เชื่อมแนวโน้มทั้งสองอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องกล่าววลีกริยาซ้ำทั้งหมด 3. So while และ you have more power than you think. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตบทสรุปที่ยอมรับก่อนว่าวัยแรกรุ่นอาจทำให้รู้สึกเหมือนสูญเสียการควบคุม แล้วจึงคืนความรู้สึกว่าผู้ฟังยังเป็นผู้กำหนดตนเอง รูปแบบนี้ช่วยรวบยอดคำอธิบายที่ซับซ้อนและเน้นว่าการเลือกของแต่ละคนยังส่งผลต่อพัฒนาการ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
While we often talk about puberty's effect on the body, โน้ต
0:07ในขณะที่เรามักจะพูดถึงผลกระทบของวัยแรกรุ่นที่มีต่อร่างกาย
puberty's effect on the body: โครงสร้างคำนาม effect on
ใน puberty's effect on the body คำว่า effect เป็นคำนาม และ on ใช้นำหน้าสิ่งที่ได้รับผล วลีคำนามทั้งหมดหมายถึงผลที่วัยแรกรุ่นมีต่อร่างกาย เมื่อต้องการแสดงความสัมพันธ์เดียวกันในบริบทอื่น ให้ใช้ A's effect on B หรือ the effect of A on B ในโครงสร้างคำนามนี้ห้ามตัด on ออก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำนาม effect และคำบุพบทที่จำเป็นในโครงสร้างนี้: The study examines stress's ____ sleep.
ดูคำตอบ
effect on
what gets overlooked are the fascinating changes that happen in the brain. วลี
0:09สิ่งที่ถูกมองข้ามไปคือการเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งที่เกิดขึ้นในสมอง
While ... what gets overlooked are: เปลี่ยนจุดสนใจไปยังข้อมูลที่ถูกมองข้าม
ในที่นี้ While หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในช่วงเวลาที่” ผู้พูดยอมรับหัวข้อที่คุ้นเคยเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายก่อน เพื่อสร้างความต่างกับอนุประโยคหลัก อนุประโยค what gets overlooked หมายถึง “สิ่งที่ผู้คนไม่ทันสังเกตหรือไม่ได้พูดถึง” การใช้ส่วนนี้เป็นประธานทำให้จุดสนใจย้ายไปยังการเปลี่ยนแปลงในสมองที่ตามหลัง are รูปแบบนี้ช่วยให้จับหัวข้อจริงของผู้พูดได้ โดยข้อมูลที่คุ้นเคยมาก่อน แล้วประเด็นที่ถูกละเลยจึงกลายเป็นจุดเน้น
แบบฝึกหัด
ประโยคตัวอย่างจัดลำดับข้อมูลอย่างไร
- ผู้พูดบอกว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งสองเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันพอดี
- ผู้พูดเปรียบเทียบหัวข้อที่คุ้นเคยกับหัวข้อที่ถูกมองข้าม
- ผู้พูดปฏิเสธแนวคิดที่ว่าวัยแรกรุ่นส่งผลต่อร่างกาย
ดูคำตอบ
ผู้พูดเปรียบเทียบหัวข้อที่คุ้นเคยกับหัวข้อที่ถูกมองข้าม
gets overlooked: รูปถูกกระทำด้วย get ในภาษาพูด
ใน gets overlooked โครงสร้าง get + กริยาช่องสาม overlooked ทำหน้าที่เป็นรูปถูกกระทำ หมายความว่าสิ่งหนึ่งไม่ได้รับการสังเกตหรือไม่ได้รับความสนใจมากพอ ตรงนี้ get ไม่ได้มีความหมายว่า “ได้รับ” โดยลำพัง เมื่อเทียบกับรูปถูกกระทำด้วย be รูปถูกกระทำด้วย get มักนำเสนอความหมายนี้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือเป็นผลลัพธ์ที่สิ่งหนึ่งลงเอย ในประโยคนี้ การเปลี่ยนแปลงในสมองคือข้อมูลที่ไม่ได้รับความสนใจ
แบบฝึกหัด
เติมรูปถูกกระทำด้วย get ของ overlook ซึ่งหมายถึง “ไม่ได้รับความสนใจ” ลงในประโยค: During a rushed review, a small error often ____.
ดูคำตอบ
gets overlooked
I've been sent here to talk to you about puberty.
0:29ฉันถูกส่งมาที่นี่เพื่อพูดคุยกับพวกคุณเกี่ยวกับวัยแรกรุ่น
Any questions?: การเชิญให้ผู้ฟังถาม
Any questions? เป็นคำถามแบบย่อที่มีความหมายใกล้เคียงกับ Does anyone have any questions? หลังการอธิบาย ประโยคนี้ใช้เชิญให้ผู้ฟังถามเกี่ยวกับสิ่งที่ยังไม่เข้าใจ ประโยคนี้ยังช่วยจัดลำดับการสนทนา โดยผู้พูดส่งสัญญาณว่าการอธิบายหยุดลงชั่วคราวและเปิดโอกาสให้ผู้ฟังพูด ปกติแล้วไม่ได้ถามแบบกว้าง ๆ ว่า “คำถาม” มีอยู่หรือไม่
แบบฝึกหัด
ผู้นำเสนออธิบายขั้นตอนหนึ่งเสร็จแล้วถามว่า “Any questions?” ผู้นำเสนอกำลังทำอะไร
- เชิญให้ผู้ฟังถามเพื่อขอคำชี้แจง
- ประกาศว่าไม่อนุญาตให้ถามคำถามเพิ่มเติม
- ถามว่าแนวคิดเรื่องคำถามมีอยู่หรือไม่
ดูคำตอบ
เชิญให้ผู้ฟังถามเพื่อขอคำชี้แจง
This ripening allows you to become a sexually mature adult. โน้ต
0:46การเติบโตเต็มที่นี้ช่วยให้คุณกลายเป็นผู้ใหญ่ที่เจริญพันธุ์อย่างสมบูรณ์
allows you to become ...: allow + กรรม + to do
allows you to become ใช้โครงสร้าง allow + กรรม + to + กริยา ในประโยคนี้ you เป็นกรรม และ to become บอกถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจาก This ripening เป็นกระบวนการ ไม่ใช่บุคคล allows ในที่นี้จึงหมายถึง “ทำให้เป็นไปได้” ไม่ใช่ “อนุญาตให้” วลีนี้เชื่อมโยงกระบวนการพัฒนากับผลลัพธ์ของการเข้าสู่สภาวะใหม่
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้โครงสร้าง allow + กรรม + to + กริยาได้ถูกต้อง เพื่ออธิบายว่าฟังก์ชันหนึ่งทำให้การกระทำเป็นไปได้
- The new tool allows users edit videos on their phones.
- The new tool allows to users edit videos on their phones.
- The new tool allows users to edit videos on their phones.
ดูคำตอบ
The new tool allows users to edit videos on their phones.
sexually mature adult: วุฒิภาวะทางชีววิทยาและการสืบพันธุ์
ในวลี sexually mature adult คำว่า sexually mature ใช้อธิบายพัฒนาการทางชีววิทยาของระบบสืบพันธุ์ หมายถึงร่างกายเข้าสู่ระยะพัฒนาการด้านการสืบพันธุ์ที่สัมพันธ์กับความเป็นผู้ใหญ่ ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่อายุมากขึ้น วลีนี้ไม่ได้ใช้อธิบายบุคลิกภาพ การควบคุมอารมณ์ หรือประสบการณ์ทางเพศ ในประโยคนี้ บริบททางวิทยาศาสตร์ทำให้ความหมายที่เกี่ยวข้องคือความหมายทางชีววิทยา
แบบฝึกหัด
ในบริบททางชีววิทยานี้ sexually mature adult หมายถึงอะไร
- ผู้ใหญ่ที่สงบ มีความรับผิดชอบ และจัดการอารมณ์ได้ดี
- ผู้ใหญ่ที่พัฒนาการด้านการสืบพันธุ์ถึงวุฒิภาวะทางชีววิทยาแล้ว
- ผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ทางเพศมากมาย
ดูคำตอบ
ผู้ใหญ่ที่พัฒนาการด้านการสืบพันธุ์ถึงวุฒิภาวะทางชีววิทยาแล้ว
There are so many other changes to your body that puberty can seem almost magical. ไวยากรณ์
0:55มีการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ มากมายในร่างกายของคุณจนวัยแรกรุ่นดูเหมือนเกือบจะเป็นเวทมนตร์
so many ... that puberty can seem: จำนวนมากที่นำไปสู่ผลลัพธ์
ใน so many other changes to your body คำว่า many ขยายคำนามนับได้รูปพหูพจน์ changes ส่วน so เน้นว่ามีจำนวนมากเป็นพิเศษ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลหรือความรู้สึกที่เกิดจากจำนวนมากนั้น คือ puberty can seem almost magical เมื่อฟังประโยคยาว ให้เชื่อม so many กับ that ที่ตามมาภายหลัง โครงสร้างคือ so many + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ + that + อนุประโยคบอกผล
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างบอกผล so many ... that ให้สมบูรณ์: There were ____ emails ____ I couldn't read them all before lunch.
ดูคำตอบ
so many · that
I'll take it from here: รับช่วงต่อตั้งแต่ขั้นตอนปัจจุบัน
I'll take it from here เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงผู้พูดจะทำต่อจากจุดนี้และจัดการส่วนที่เหลือ it อาจหมายถึงงาน คำอธิบาย บทสนทนา หรือสถานการณ์ ส่วน from here โดยทั่วไปหมายถึงขั้นตอนปัจจุบัน ไม่ใช่สถานที่จริง ใน I think I'll take it from here คำว่า I think ช่วยให้การขอรับช่วงต่อฟังดูห้วนหรือฉับพลันน้อยลง ผู้พูดกำลังบอกว่าอีกฝ่ายหยุดได้แล้วและตนจะทำต่อ ไม่ได้หมายความว่าจะหยิบสิ่งของขึ้นมาจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมงานเตรียมงานนำเสนอครึ่งแรกไว้แล้ว คำตอบใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าคุณจะทำต่อจากจุดปัจจุบัน
- Thanks for preparing the first half. I'll start over from the beginning.
- Thanks for preparing the first half. I'll leave it with you.
- Thanks for preparing the first half. I'll take it from here.
ดูคำตอบ
Thanks for preparing the first half. I'll take it from here.
between the ages of 9 and 14:การบอกช่วงอายุแบบเป็นทางการ
between the ages of 9 and 14 หมายความว่าอายุของบุคคลอยู่ในช่วงที่มี 9 และ 14 เป็นจุดปลายทั้งสอง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ between the ages of A and B โดย between ใช้เชื่อมจุดปลายสองค่า และคำนามพหูพจน์ ages ทำให้ชัดว่าตัวเลขหมายถึงอายุ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบช่วงอายุที่เป็นทางการซึ่งเรียนไปข้างต้น:The program is for children ____ 11 and 14.
ดูคำตอบ
between the ages of
puberty is triggered when a region known as the hypothalamus releases waves of a specialized hormone. โน้ต
1:13วัยแรกรุ่นจะถูกกระตุ้นเมื่อบริเวณที่เรียกว่าไฮโปทาลามัสหลั่งฮอร์โมนเฉพาะทางออกมาเป็นระลอก
is triggered when:การนำเสนอเงื่อนไขที่เป็นตัวกระตุ้น
ใน puberty is triggered when ... วลีกรรมวาจก is triggered นำเสนอ puberty ว่าเป็นกระบวนการที่เริ่มขึ้น ในที่นี้ trigger หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเริ่มขึ้น” ไม่ใช่การเหนี่ยวไกปืนตามความหมายตรงตัว อนุประโยค when ระบุเหตุการณ์หรือเงื่อนไขที่เริ่มกระบวนการนั้น รูปแบบ X is triggered when Y happens สามารถนำไปใช้เพื่ออธิบายลำดับเหตุและผล โดยยังคงให้ X ซึ่งเป็นผลลัพธ์เป็นหัวข้อหลัก
แบบฝึกหัด
เติมคำอธิบายกลไกด้วยรูปแบบกรรมวาจกที่เรียนไปข้างต้น:The emergency light ____ the power fails.
ดูคำตอบ
is triggered when
region known as the hypothalamus: ใช้ known as เพื่อแนะนำชื่อ
ในที่นี้ known as the hypothalamus อยู่หลัง region และบอกชื่อของบริเวณนั้น known as หมายถึง “ที่เรียกว่า” ไม่ได้หมายถึง “รู้ว่าเป็น” วลีนี้เป็นรูปย่อของอนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำ a region that is known as the hypothalamus การละ that is ทำให้คำนิยามและคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์กระชับขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ที่เรียกว่า”: The brain contains a small structure ____ the amygdala.
ดูคำตอบ
known as
releases waves of a specialized hormone: หลั่งซ้ำเป็นระลอก
ในที่นี้ waves of อธิบายการหลั่งฮอร์โมนที่เกิดขึ้นหลายรอบ waves เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงคลื่นน้ำทะเล ถ้อยคำนี้แสดงว่าฮอร์โมนถูกหลั่งเป็นช่วง ๆ ที่แยกจากกันตามเวลา ไม่ใช่หลั่งเพียงครั้งเดียวหรือหลั่งอย่างคงที่ตลอด รูปแบบ waves of + คำนาม ยังใช้บรรยายสิ่งที่เกิดซ้ำ แพร่กระจาย หรือถูกรับรู้เป็นระลอกต่อเนื่องได้
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The announcement triggered waves of comments throughout the day,” คำว่า waves of comments หมายถึงอะไร?
- ความคิดเห็นปรากฏขึ้นซ้ำ ๆ เป็นระลอก
- ความคิดเห็นถูกพามาด้วยคลื่นน้ำทะเล
- ความคิดเห็นเดียวต่อเนื่องโดยไม่หยุด
ดูคำตอบ
ความคิดเห็นปรากฏขึ้นซ้ำ ๆ เป็นระลอก
go to sleep a child and wake up an adult: สถานะก่อนและหลังที่วางขนานกัน
วลีนี้ใช้โครงสร้างขนานกัน โดย go to sleep จับคู่กับ wake up และ a child จับคู่กับ an adult คู่คำที่สมดุลกันนี้ย่อการเปลี่ยนแปลงที่ยาวนานให้เป็นภาพก่อนและหลังที่ชัดเจน พร้อมเน้นความฉับพลันของการเปลี่ยนแปลงในจินตนาการ คำว่า a child และ an adult บอกอัตลักษณ์ของประธานในสองช่วงเวลานั้น เป็นส่วนเติมเต็มที่อธิบายประธาน ไม่ใช่กรรมของ sleep หรือ wake วลีนี้จึงเข้าใจได้ว่า “เข้านอนตอนยังเป็นเด็ก แล้วตื่นขึ้นมาในฐานะผู้ใหญ่”
แบบฝึกหัด
go to sleep a child and wake up an adult จัดข้อมูลให้เกิดผลอย่างไร?
- ทำให้ a child และ an adult เป็นกรรมของคำกริยาสองคำที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
- บรรยายคนสองคนที่ทำกิจวัตรแยกกัน
- จับคู่การกระทำที่ตรงข้ามกันกับสถานะอัตลักษณ์ เพื่อทำให้ภาพการเปลี่ยนแปลงชั่วข้ามคืนที่สมมติขึ้นเด่นชัด
ดูคำตอบ
จับคู่การกระทำที่ตรงข้ามกันกับสถานะอัตลักษณ์ เพื่อทำให้ภาพการเปลี่ยนแปลงชั่วข้ามคืนที่สมมติขึ้นเด่นชัด
this maturation is slow and puberty lasts as long as 4 to 5 years. วลี
1:23แต่การเจริญเติบโตนี้เป็นไปอย่างช้า ๆ และวัยแรกรุ่นกินเวลานานถึง 4 ถึง 5 ปี
As convenient as it would be to ... เพื่อแสดงการยอมรับในสถานการณ์สมมติ
As convenient as it would be to ... เป็นวลีขึ้นต้นเชิงยอมรับข้อหนึ่งก่อนแสดงความขัดแย้ง หมายถึง แม้ว่าการทำ...จะสะดวกก็ตาม วลีนี้ยอมรับความน่าดึงดูดของการกระทำที่สมมติขึ้นก่อน แล้วประโยคหลักจึงบอกความจริงหรือข้อจำกัด รูปแบบในที่นี้คือ As + adjective + as + it would be + to-infinitive คำว่า would บอกว่าการเปลี่ยนแปลงทันทีนั้นเป็นเพียงสมมติฐาน ส่วน As ตัวแรกไม่ได้ใช้เปรียบเทียบว่าสองสิ่งสะดวกเท่ากัน
แบบฝึกหัด
As convenient as it would be to ... แสดงความสัมพันธ์แบบใดในประโยคต้นฉบับ?
- บอกว่าการกระทำสองอย่างสะดวกเท่ากัน
- ยอมรับว่าการกระทำที่สมมติขึ้นจะสะดวก แล้วเตรียมนำไปสู่ความจริงที่ขัดแย้งกัน
- บอกว่าความสะดวกเป็นสาเหตุที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ดูคำตอบ
ยอมรับว่าการกระทำที่สมมติขึ้นจะสะดวก แล้วเตรียมนำไปสู่ความจริงที่ขัดแย้งกัน
as long as 4 to 5 years: เน้นระยะเวลาที่ยาวนาน
ในประโยคนี้ as long as 4 to 5 years หมายถึงช่วงวัยแรกรุ่นอาจดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลานานถึงสี่หรือห้าปี เมื่อใช้ร่วมกับ lasts คำว่า as long as จะเน้นว่าระยะเวลานี้ค่อนข้างยาว ในที่นี้ as long as ตามด้วยจำนวนเวลา จึงใช้บอกระยะเวลา ไม่ได้ใช้ตั้งเงื่อนไขในความหมายว่า “ตราบใดที่”
แบบฝึกหัด
ใน "The repairs may take as long as six months," วลี "as long as six months" หมายความว่าอย่างไร
- การซ่อมจะเริ่มขึ้นหลังจากหกเดือน
- การซ่อมอาจใช้เวลานานถึงหกเดือน
- การซ่อมจะดำเนินต่อได้ก็ต่อเมื่อมีคนอนุมัติ
ดูคำตอบ
การซ่อมอาจใช้เวลานานถึงหกเดือน
undergoes its own transformation: ผ่านการเปลี่ยนแปลงของตนเอง
undergoes its own transformation หมายถึง “ผ่านการเปลี่ยนแปลงของมันเอง” สมองเป็นสิ่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ผู้ที่ตั้งใจดำเนินการเปลี่ยนแปลงนั้น Undergo เป็นสกรรมกริยา ดังนั้นคำที่บอกกระบวนการจึงเป็นกรรมที่ตามหลังโดยตรง เช่น undergo a transformation, undergo treatment หรือ undergo testing
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ undergo ได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าระบบกำลังประสบการเปลี่ยนแปลง
- The system is undergoing through a major transformation.
- The system is undergoing to a major transformation.
- The system is undergoing a major transformation.
ดูคำตอบ
The system is undergoing a major transformation.
thanks to: วลีบอกเหตุที่มีนัยยกความดีความชอบ
ในที่นี้ thanks to เป็นวลีบุพบทที่ใช้เกริ่นสาเหตุของผลลัพธ์ มีความหมายประมาณว่า “ต้องขอบคุณ” หรือ “เนื่องจาก” แต่บ่อยครั้งจะนำเสนอสาเหตุว่าเป็นสิ่งที่ช่วยให้เกิดผลลัพธ์หรือเป็นสิ่งที่ควรได้รับการยกย่อง ไม่ได้ใช้เพื่อกล่าวขอบคุณใครโดยตรง ในประโยคนี้ thanks to นำเสนอฮอร์โมนสองชนิดว่าเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงที่กำลังอธิบาย และเพิ่มน้ำเสียงเชิงบวกว่าฮอร์โมนเหล่านี้มีส่วนช่วยให้เกิดผลดังกล่าว
แบบฝึกหัด
เติมวลีบอกเหตุที่เป็นธรรมชาติให้สมบูรณ์: ____ the clear map, we reached the lake before sunset
ดูคำตอบ
Thanks to
two of puberty's key players, ...: คำอุปมาของผู้มีส่วนสำคัญ
ใน two of puberty's key players คำว่า key players เป็นคำอุปมาที่หมายถึงบุคคลหรือสิ่งต่าง ๆ ที่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงนักกีฬาหรือคนที่เล่นเกม คำว่า two of แสดงว่าผู้พูดเลือกผู้มีส่วนสำคัญสองอย่างจากกลุ่มที่ใหญ่กว่า ส่วนคำหลังเครื่องหมายจุลภาค คือ estrogen and testosterone เป็นวลีซ้อนที่บอกว่าผู้มีส่วนสำคัญสองอย่างนั้นคืออะไร
แบบฝึกหัด
key players ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร The two hormones are key players in the body's changes during puberty
- องค์ประกอบสองอย่างที่มีส่วนสำคัญต่อกระบวนการ
- คนสองคนที่เล่นวิดีโอเกม
- นักกีฬาสองคนที่กำลังแข่งขันกันในกีฬา
ดูคำตอบ
องค์ประกอบสองอย่างที่มีส่วนสำคัญต่อกระบวนการ
these hormones hitch a ride to the brain via the bloodstream. โน้ต
1:41ฮอร์โมนเหล่านี้อาศัยการไหลเวียนของเลือดเพื่อเดินทางไปยังสมอง
Produced in ...: วลี past participle ต้นประโยค
Produced in the developing testes and ovaries เป็นวลี past participle ที่วางไว้ต้นประโยคเพื่อบอกว่า these hormones ถูกสร้างขึ้นที่ใด ประธานโดยนัยของวลีนี้คือประธานของประโยคหลัก ซึ่งก็คือ these hormones รูปแบบเชิงรับ Produced แสดงว่าฮอร์โมนเป็นฝ่ายรับการกระทำ ไม่ใช่ฝ่ายที่ทำการกระทำ วลีนี้ย่อมาจากโครงสร้างที่ยาวกว่า เช่น These hormones, which are produced in the developing testes and ovaries, ... งานเขียนเชิงวิทยาศาสตร์ เชิงอธิบาย และเป็นทางการมักใช้โครงสร้างนี้เพื่อให้ข้อมูลเรื่องแหล่งที่มาหรือสภาพก่อนกล่าวถึงเหตุการณ์หลัก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่าฮอร์โมนถูกสร้างขึ้นในเซลล์เฉพาะแล้วเข้าสู่กระแสเลือด
- Produced in specialized cells, the hormone enters the bloodstream.
- Produced in specialized cells, researchers measured the hormone.
- Producing the hormone in specialized cells, the hormone enters the bloodstream.
ดูคำตอบ
Produced in specialized cells, the hormone enters the bloodstream.
hormones hitch a ride: อุปมาเรื่องการขนส่ง
ใน hormones hitch a ride คำว่า hitch a ride ตามตัวอักษรหมายถึงการเดินทางด้วยยานพาหนะที่คนอื่นจัดให้ หรือขอติดรถคนอื่นไปด้วย ในที่นี้มีการทำให้ฮอร์โมนดูเหมือนมนุษย์ โดยเปรียบว่ามันโดยสารกระแสเลือดไปยังสมอง ความหมายทางวิทยาศาสตร์จริง ๆ คือกระแสเลือดพาฮอร์โมนไปยังสมองเท่านั้น อุปมานี้ทำให้กระบวนการเห็นภาพง่ายและมีน้ำเสียงไม่เป็นทางการ แต่ไม่ได้หมายความว่าฮอร์โมนเลือกหรือควบคุมการเดินทางเอง
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ถูกพาไปโดยสิ่งอื่นที่กำลังเคลื่อนที่” ให้สมบูรณ์: Some seeds ____ on animals' fur and spread to new areas.
ดูคำตอบ
hitch a ride
via the bloodstream: การบอกเส้นทาง
via เป็นคำบุพบท หมายถึง “โดยผ่าน” หรือ “โดยใช้เส้นทางหนึ่ง” ในประโยคนี้ via the bloodstream บอกว่าฮอร์โมนไปถึงสมองได้อย่างไร นั่นคือเลือดที่ไหลเวียนพาฮอร์โมนไปถึงที่นั่น การใช้ via เพื่อบอกเส้นทางพบได้บ่อยในคำอธิบายสั้นกระชับด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การเดินทาง และกระบวนการ หลัง via ใช้นามวลีได้ทันที เช่น via the bloodstream โดยไม่เติม to
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ via ได้ถูกต้องเพื่อระบุเส้นทางที่สัญญาณเคลื่อนที่ผ่าน
- The signal travels to the brain via through the bloodstream.
- The signal travels to the brain via the bloodstream.
- The signal travels to the brain via to the bloodstream.
ดูคำตอบ
The signal travels to the brain via the bloodstream.
interact with receptors on neurons: มีปฏิสัมพันธ์กับตัวรับบนเซลล์ประสาท
ในที่นี้ they หมายถึงฮอร์โมนที่กล่าวถึงก่อนหน้า interact with หมายถึง “สัมผัสหรือทำงานในลักษณะที่ก่อให้เกิดผลบางอย่าง” ในงานเขียนทางวิทยาศาสตร์ วลีนี้ใช้กับโมเลกุลและโครงสร้างทางชีวภาพได้ ไม่ได้ใช้เฉพาะกับคน ประโยคนี้บอกว่าฮอร์โมนออกฤทธิ์ต่อตัวรับ โครงสร้างคือ interact with + นามวลี ใน receptors on neurons ส่วน on neurons บอกว่าตัวรับอยู่ที่ใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย interact และคำบุพบทที่ต้องใช้ร่วมกัน: Some medicines can ____ each other.
ดูคำตอบ
interact with
changing the way the individual cells work and function ไวยากรณ์
1:48เปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานและการทำหน้าที่ของเซลล์แต่ละเซลล์
changing the way ... work and function: การเติมผลที่เกิดขึ้น
Changing เป็นคำหลักของอนุประโยค -ing ที่เติมผลจากปฏิสัมพันธ์ซึ่งกล่าวมาก่อนหน้า กล่าวคือ ปฏิสัมพันธ์นั้นทำให้วิธีการทำงานของเซลล์เปลี่ยนไป ไม่ใช่กริยาหลักที่ผันตามประธานอีกตัวซึ่งวางขนานกับกริยาก่อนหน้า ในโครงสร้าง change the way + ประธาน + กริยา อนุประโยค the individual cells work and function อธิบายเนื้อหาของ way โดยใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือวางประธานไว้หน้ากริยา และหมายถึงเปลี่ยนวิธีที่เซลล์แต่ละเซลล์ทำงานและทำหน้าที่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing ได้ถูกต้องเพื่อแสดงผลของการกระทำแรก
- The software reorganized the menu, changed the way employees find files.
- The software reorganized the menu, changing the way employees find files.
- The software reorganized the menu, changing how do employees find files.
ดูคำตอบ
The software reorganized the menu, changing the way employees find files.
by making them more or less excitable: วิธีและทิศทางของการเปลี่ยนแปลง
โครงสร้าง by + -ing ใช้บอกวิธีหรือกลไกที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ by making ตอบว่าปฏิสัมพันธ์ที่กล่าวมาก่อนหน้าเปลี่ยนการทำงานของเซลล์ด้วยวิธีใด Making ใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย them หมายถึงเซลล์แต่ละเซลล์ และ excitable บอกสภาพที่เกิดขึ้น More or less excitable หมายความว่าเซลล์อาจถูกกระตุ้นได้ง่ายขึ้นหรือยากขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย by และรูป -ing ของ make: The new filter improves the photo ____ the colors clearer.
ดูคำตอบ
by making
altering ... or reshaping ...: วลี -ing แบบขนานที่บอกการเปลี่ยนแปลงอย่างเจาะจง
altering their growth และ reshaping their connections เป็นวลี -ing สองวลีที่มีโครงสร้างขนานกัน เมื่อรวมกับวลี making ที่มาก่อนหน้า วลีเหล่านี้จะสานต่อการแจกแจงวิธีที่เซลล์ได้รับผลกระทบ โดย or เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองแบบที่เป็นไปได้ ส่วน their ในทั้งสองวลีหมายถึงเซลล์เหล่านั้น ในที่นี้ alter หมายถึงการปรับเปลี่ยนกระบวนการเจริญเติบโตที่มีอยู่ ส่วน reshape หมายถึงการจัดรูปแบบการเชื่อมต่อใหม่ ในภาษาวิทยาศาสตร์ reshaping connections เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเปลี่ยนรูปร่างภายนอกทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูป -ing แบบขนานได้ถูกต้องเพื่อแจกแจงสองวิธีที่การรักษาอาจออกฤทธิ์?
- The treatment may work by altering cell growth or reshaping neural connections.
- The treatment may work by alter cell growth or reshaping neural connections.
- The treatment may work by altering cell growth or reshape neural connections.
ดูคำตอบ
The treatment may work by altering cell growth or reshaping neural connections.
Cumulatively: รวมผลที่กล่าวไว้ก่อนหน้าให้เป็นผลลัพธ์โดยรวม
Cumulatively เป็นคำเชื่อมที่วางไว้ต้นประโยค คำนี้บอกผู้อ่านให้นำผลหลายอย่างที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้มารวมกันและพิจารณาผลลัพธ์โดยรวม ในที่นี้ คำนี้รวบรวมการเปลี่ยนแปลงระดับเซลล์ที่กล่าวไว้ก่อน แล้วจึงนำไปสู่ผลกระทบที่กว้างขึ้นต่อความรู้สึก ความคิด และพฤติกรรม ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ Cumulatively ส่งสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากรายละเอียดที่แยกกันไปสู่สิ่งที่รายละเอียดเหล่านั้นก่อให้เกิดร่วมกัน จึงควรเข้าใจว่า “เมื่อพิจารณาผลเหล่านี้ร่วมกัน” ไม่ใช่คำที่ใช้อธิบายเหตุการณ์เดี่ยวที่แยกออกมา
แบบฝึกหัด
คำเชื่อมใดแสดงได้ดีที่สุดว่าผลหลายอย่างที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้กำลังถูกรวมเป็นผลลัพธ์โดยรวมหนึ่งเดียว?
- For example
- Separately
- Cumulatively
ดูคำตอบ
Cumulatively
โครงสร้าง change how you feel, think, and behave
ใน change how you feel, think, and behave อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย how ทำหน้าที่เป็นกรรมของ change โครงสร้างนี้หมายความว่าผลบางอย่างเปลี่ยนวิธีที่คุณรู้สึก คิด และกระทำ ภายในอนุประโยคนี้ you เป็นประธานร่วมของกริยาที่เรียงขนานกัน ได้แก่ feel, think และ behave อนุประโยคซ้อนใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ไม่ใช่แบบคำถาม จึงใช้ change how you feel ไม่ใช่ change how do you feel โครงสร้าง change how + ประธาน + กริยา ใช้อธิบายผลกระทบต่อวิธีที่บางสิ่งเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างภาษาอังกฤษสองคำที่มีความหมายว่า “ส่งผลต่อวิธีที่บางสิ่งเกิดขึ้น” ให้ประโยคสมบูรณ์: A major move can ____ you feel, think, and behave.
ดูคำตอบ
change how
a collection of brain regions responsible for emotional behavior. ไวยากรณ์
2:05ซึ่งเป็นกลุ่มของบริเวณสมองที่รับผิดชอบพฤติกรรมทางอารมณ์
a collection of ... responsible for ... ในฐานะคำนิยามแบบ appositive
วลีหลังเครื่องหมายจุลภาค a collection of brain regions responsible for emotional behavior เรียก the limbic system ซ้ำด้วยอีกชื่อหนึ่งและบอกผู้อ่านว่าศัพท์เฉพาะนี้หมายถึงอะไร นั่นคือกลุ่มของบริเวณต่าง ๆ ในสมอง ในทางไวยากรณ์ วลีนี้เป็นนามวลีอธิบายเสริมแบบ appositive และคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค ภายในวลีอธิบายเสริม responsible for emotional behavior ขยาย brain regions ในที่นี้ responsible for บอกบทบาทด้านหน้าที่ว่า บริเวณสมองเหล่านี้ช่วยก่อให้เกิดหรือควบคุมพฤติกรรมทางอารมณ์ ไม่ได้หมายถึงความผิดทางศีลธรรมหรือหน้าที่ส่วนบุคคล รูปแบบ ศัพท์เฉพาะ, a/an + คำนิยาม ช่วยให้นิยามศัพท์ได้อย่างลื่นไหลโดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่
แบบฝึกหัด
วลีที่เน้นไว้หลังเครื่องหมายจุลภาคทำหน้าที่อะไรในประโยค?
- วลีนี้เรียกระบบลิมบิกด้วยอีกชื่อหนึ่งและให้คำนิยาม
- วลีนี้บอกเงื่อนไขที่ทำให้ระบบลิมบิกพัฒนา
- วลีนี้บอกตำแหน่งของระบบลิมบิก
ดูคำตอบ
วลีนี้เรียกระบบลิมบิกด้วยอีกชื่อหนึ่งและให้คำนิยาม
Research in animal models suggests that the amygdala undergoes changes in size and connectivity during puberty. โน้ต
2:10การวิจัยในแบบจำลองสัตว์ชี้ให้เห็นว่าอะมิกดาลาผ่านการเปลี่ยนแปลงทั้งขนาดและการเชื่อมต่อในช่วงวัยแรกรุ่น
Research in animal models suggests: การรายงานหลักฐานอย่างระมัดระวัง
Research in animal models ระบุแหล่งที่มาของหลักฐาน ส่วน suggests that ใช้เกริ่นนำข้อค้นพบ ในภาษาอังกฤษเชิงวิทยาศาสตร์ suggests หมายถึงหลักฐานชี้ไปยังข้อสรุปหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการแนะนำ ถ้อยคำนี้จัดลำดับข้อกล่าวอ้างเป็นสองขั้นตอน โดยจำกัดหลักฐานไว้ที่งานวิจัยในสัตว์ก่อน แล้วจึงรายงานข้อสรุปอย่างระมัดระวัง ถ้อยคำนี้สนับสนุนข้อสรุปโดยไม่เสนอว่าเป็นเรื่องแน่นอนหรือเป็นข้อค้นพบโดยตรงในมนุษย์
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความต่อไปนี้: Research in animal models suggests that ... หมายความว่าข้อสรุปดังกล่าวได้รับการพิสูจน์อย่างแน่ชัดแล้วในมนุษย์
- ถูกต้อง
- ไม่ถูกต้อง
ดูคำตอบ
ไม่ถูกต้อง
animal models ในงานวิจัยชีวการแพทย์
ในงานวิจัยชีวการแพทย์ animal models หมายถึงสัตว์ที่ใช้ศึกษากระบวนการทางชีววิทยา โรค พัฒนาการ หรือการรักษา ในที่นี้ model หมายถึงสิ่งมีชีวิตที่ใช้เป็นตัวแทนในการวิจัยเพื่อช่วยเปิดเผยกลไก ไม่ได้หมายถึงของเล่น รูปปั้น หรือแบบจำลองสำหรับจัดแสดง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวจำกัดขอบเขตของหลักฐานไว้ที่งานวิจัยในสัตว์ ข้อค้นพบเช่นนี้อาจช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจชีววิทยาของมนุษย์ แต่ไม่ได้หมายความว่าผลแบบเดียวกันได้รับการยืนยันโดยตรงในมนุษย์แล้ว
แบบฝึกหัด
ในบทความชีวการแพทย์ animal models มีความหมายที่ถูกต้องที่สุดว่าอะไร
- แบบจำลองสัตว์ขนาดเล็กที่ทำขึ้นเพื่อจัดแสดง
- สัตว์ที่โพสท่าเพื่อโฆษณาสินค้า
- สัตว์ที่ใช้ศึกษากระบวนการทางชีววิทยา โรค หรือการรักษา
ดูคำตอบ
สัตว์ที่ใช้ศึกษากระบวนการทางชีววิทยา โรค หรือการรักษา
undergoes changes in size and connectivity: มีการเปลี่ยนแปลงด้านขนาดและการเชื่อมต่อ
ในประโยคนี้ undergoes changes หมายถึง “ผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลง” อะมิกดาลาเป็นสิ่งที่ได้รับผลจากกระบวนการนี้ ไม่ใช่ผู้กระทำที่ตั้งใจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และเนื่องจาก amygdala เป็นคำนามเอกพจน์ จึงใช้กริยา undergoes โครงสร้าง undergo changes in + คำนาม ใช้ระบุด้านที่เกิดการเปลี่ยนแปลง ในที่นี้คือ size และ connectivity โดย connectivity หมายถึงระดับหรือรูปแบบการเชื่อมต่อของบริเวณสมองนี้กับบริเวณอื่น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย undergo changes in โดยใช้รูปกริยาที่ถูกต้อง: During a merger, an organization ____ structure and leadership.
ดูคำตอบ
undergoes changes in
to helping you recognize emotions in your friends' faces.
2:21ไปจนถึงการช่วยให้คุณจดจำอารมณ์บนใบหน้าของเพื่อน
from detecting ... to helping ...: การแสดงขอบเขตของหน้าที่
ในที่นี้ from ... to ... แสดงจุดปลายทั้งสองของขอบเขต ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ระหว่างสถานที่ วลีนี้ใช้สองตัวอย่างเพื่อแสดงว่าหน้าที่ของอะมิกดาลากว้างเพียงใด โดยปลายด้านหนึ่งคือการตรวจจับภัยคุกคาม และอีกด้านคือการช่วยรับรู้อารมณ์ ปลายทั้งสองใช้รูป -ing ที่ขนานกัน คือ from detecting ... to helping ... โครงสร้างนี้ใช้แสดงขอบเขตของกิจกรรม หน้าที่ ตัวอย่าง หรือการทำงานได้
แบบฝึกหัด
เติมขอบเขตด้วยกริยา plan และ train โดยใช้ from ... to ... และรูป -ing ที่ขนานกัน: The role covers tasks ____ budgets ____ new staff.
ดูคำตอบ
from planning · to training
Its development allows you to better connect with your peers, วลี
2:24การพัฒนาของมันช่วยให้คุณเชื่อมต่อกับเพื่อนในวัยเดียวกันได้ดีขึ้น
connect with your peers: สร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนวัยเดียวกัน
ใน connect with your peers คำว่า connect with หมายถึงการสร้างหรือสัมผัสถึงความสัมพันธ์ทางสังคม อารมณ์ หรือความคิดกับผู้อื่น ในประโยคนี้ พัฒนาการดังกล่าวช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้ากับและเชื่อมโยงกับคนอื่น ไม่ได้หมายถึงการเชื่อมต่ออุปกรณ์ Peers คือคนที่มีอายุ สถานะ หรือบทบาทใกล้เคียงกับคุณ ในบริบทนี้หมายถึงคนที่มีอายุไล่เลี่ยกับคุณเป็นหลัก ไม่ได้หมายถึงเพื่อนร่วมงานเท่านั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าโครงการช่วยให้วัยรุ่นสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นที่มีอายุใกล้เคียงกัน
- The program helps teenagers connect the projector to a laptop.
- The program helps teenagers connect with their peers.
- The program helps teenagers connect their phones to the network.
ดูคำตอบ
The program helps teenagers connect with their peers.
while priming your brain for learning and discovery. ไวยากรณ์
2:27ในขณะเดียวกันก็เตรียมสมองของคุณให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้และการค้นพบ
while priming your brain for learning and discovery: พร้อมทั้งเตรียมสมองให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้และการค้นพบ
While + -ing ใช้เพิ่มการกระทำหรือผลที่เกิดขึ้นพร้อมกับประโยคหลัก ในที่นี้ ประธานที่ละไว้ของ priming คือ its development กล่าวคือ พัฒนาการนั้นทั้งช่วยให้คุณสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนวัยเดียวกันและเตรียมสมองให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้และการค้นพบ Prime เป็นคำกริยาในโครงสร้าง prime A for B ซึ่งหมายถึง “เตรียม A ให้พร้อมหรือเปิดรับ B มากขึ้น” คำนี้สื่อถึงการเตรียมพร้อม ไม่ได้รับประกันความสำเร็จ และไม่ใช่คำคุณศัพท์ prime ที่แปลว่า “หลัก” หรือ “สำคัญที่สุด”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ while + -ing และ prime A for B ได้ถูกต้อง
- A short warm-up relaxes the students while priming them to the lesson.
- A short warm-up relaxes the students while priming them for the lesson.
- A short warm-up relaxes the students while prime them for the lesson.
ดูคำตอบ
A short warm-up relaxes the students while priming them for the lesson.
involved in reward and sensation-seeking. การใช้คำ
2:35ซึ่งเกี่ยวข้องกับรางวัลและการแสวงหาความตื่นเต้น
nucleus accumbens: บริเวณหนึ่งของสมอง
nucleus accumbens เป็นชื่อบริเวณหนึ่งของสมอง ในประโยคนี้ มันคือส่วนที่ถูกจัดระเบียบและปรับโครงสร้างในช่วงวัยแรกรุ่น และวลีที่ตามมาเชื่อมโยงบริเวณนี้กับรางวัลและการแสวงหาความตื่นเต้น เพื่อให้เข้าใจข้อความนี้ ให้นึกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของระบบรางวัลและแรงจูงใจในสมอง คำนี้เป็นศัพท์ทางกายวิภาค ไม่ใช่ชื่อบุคคลหรือวลีนามทั่วไปที่แปลแยกทีละคำได้
แบบฝึกหัด
nucleus accumbens ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- บริเวณสมองที่เกี่ยวข้องกับรางวัลและแรงจูงใจ
- บุคคลที่ศึกษาพฤติกรรมของวัยรุ่น
- ฮอร์โมนที่หลั่งเข้าสู่กระแสเลือด
ดูคำตอบ
บริเวณสมองที่เกี่ยวข้องกับรางวัลและแรงจูงใจ
reward and sensation-seeking ในประสาทวิทยา
ในที่นี้ reward ไม่ได้หมายถึงเพียงรางวัลที่คนอื่นมอบให้ ในประสาทวิทยา คำนี้ยังรวมถึงการที่สมองรับรู้หรือประมวลผลบางสิ่งว่ามีคุณค่าหรือน่าพึงพอใจ ซึ่งอาจกระตุ้นพฤติกรรมได้ sensation-seeking เป็นคำที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ หมายถึงแนวโน้มที่จะแสวงหาประสบการณ์ใหม่ ๆ เข้มข้น หรือน่าตื่นเต้น ไม่ได้หมายถึงการพยายามค้นหาความรู้สึกทางกายตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
ความหมายใดของ sensation-seeking เหมาะกับบริบททางประสาทวิทยานี้
- แนวโน้มที่จะแสวงหาประสบการณ์ใหม่ ๆ เข้มข้น หรือน่าตื่นเต้น
- ความพยายามที่จะฟื้นประสาทสัมผัสทางกายที่สูญเสียไป
- การค้นหารางวัลที่มีคนซ่อนไว้
ดูคำตอบ
แนวโน้มที่จะแสวงหาประสบการณ์ใหม่ ๆ เข้มข้น หรือน่าตื่นเต้น
is thought to drive the pleasurable sensations we feel โน้ต
2:40เชื่อกันว่าเป็นแรงผลักดันความรู้สึกพึงพอใจที่เรารู้สึก
Activity in this dopamine ... hub: การใช้ hub เปรียบถึงบริเวณศูนย์กลางของสมอง
Activity in this dopamine ... เป็นส่วนต้นของวลีที่ยาวกว่า คือ Activity in this dopamine hub ในที่นี้ hub เป็นคำเปรียบเทียบถึง nucleus accumbens ซึ่งเป็นบริเวณสมองที่กล่าวถึงก่อนหน้า โดยนำเสนอบริเวณนี้ว่าเป็นศูนย์กลางสำคัญของกิจกรรมการให้รางวัลที่เกี่ยวข้องกับโดพามีน Activity in this ... หมายถึงกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในบริเวณนั้น วลีนี้ไม่ได้หมายถึงสถานีขนส่งหรือล้อจริง ๆ ในงานเขียนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี hub มักหมายถึงสถานที่หรือจุดเชื่อมต่อที่เป็นศูนย์กลางของระบบ
แบบฝึกหัด
dopamine hub ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- สถานีขนส่งที่ลำเลียงโดพามีนจริง ๆ
- บริเวณสมองสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของโดพามีน
- ส่วนที่มีรูปร่างเหมือนล้อภายในเซลล์สมอง
ดูคำตอบ
บริเวณสมองสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของโดพามีน
is thought to drive: การรายงานคำอธิบายเชิงเหตุและผลอย่างระมัดระวัง
is thought to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่านักวิจัยหรือคนทั่วไปมองว่าคำอธิบายหนึ่งน่าจะเป็นไปได้ โดยไม่ระบุว่าบุคคลใดเป็นผู้มีความเห็นนั้น ในประโยคนี้ ประธานคือกิจกรรมในศูนย์กลางโดพามีน และ drive หมายถึงมีส่วนสำคัญในการทำให้เกิดความรู้สึกพึงพอใจ โครงสร้างกรรมวาจกนี้นำเสนอความเชื่อมโยงเชิงเหตุและผลว่าเป็นคำอธิบายที่มีหลักฐานรองรับ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน อีกทั้งยังเน้นสาเหตุที่เสนอไว้โดยไม่ระบุแหล่งที่มาของความเห็นอย่างเจาะจง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างรายงานสามคำจากบทเรียนนี้: Regular exercise ____ improve sleep quality.
ดูคำตอบ
is thought to
drive the pleasurable sensations: drive ในความหมายเชิงเหตุแบบนามธรรม
ใน drive the pleasurable sensations คำว่า drive เป็นคำกริยาแสดงเหตุ ซึ่งหมายถึงทำให้เกิด ขับเคลื่อน หรือมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อบางสิ่ง ใจความคือปัจจัยที่กล่าวถึงถูกมองว่าเป็นแรงสำคัญเบื้องหลังความรู้สึกพึงพอใจ ไม่ได้เกี่ยวกับการขับยานพาหนะ รูปแบบเชิงนามธรรมคือ drive + นามวลีที่บอกผลลัพธ์ กระบวนการ หรือพฤติกรรม เช่น drive growth หรือ drive decisions การใช้นี้มักนำเสนอว่าประธานเป็นแรงที่มีบทบาทสำคัญต่อผลลัพธ์ ไม่ใช่เพียงบอกว่าสองสิ่งมีความเกี่ยวข้องกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ drive ในความหมายว่าเป็นเหตุหรือมีอิทธิพลอย่างมากต่อผลลัพธ์เชิงนามธรรม
- They went for a drive after lunch.
- She can drive the bus across town.
- Regular exercise can drive improvements in sleep quality.
ดูคำตอบ
Regular exercise can drive improvements in sleep quality.
like spending time with friends or having new experiences.
2:45เช่น การใช้เวลากับเพื่อน หรือการมีประสบการณ์ใหม่ ๆ
when doing rewarding activities: อนุประโยคบอกเวลารูปย่อ
ในประโยคนี้ when doing rewarding activities เป็นอนุประโยคบอกเวลารูปย่อ ซึ่งตรงกับ when we are doing rewarding activities โดยละประธาน we และคำกริยา are ไว้ เหลือเป็นรูป when + -ing ประธานที่เข้าใจได้ของ doing มาจากอนุประโยคใกล้เคียง ในที่นี้ คนที่รู้สึกถึงความรู้สึกเหล่านั้นก็คือคนที่ทำกิจกรรมด้วย โครงสร้างนี้สื่อความหมายว่าในขณะที่ใครบางคนกำลังทำบางสิ่งอย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ when + -ing โดยมีประธานที่เข้าใจได้อย่างชัดเจนและสมเหตุสมผล
- When cycling to work, the traffic lights changed.
- When cycling to work, Lena wears a helmet.
- When cycling to work, the rain began suddenly.
ดูคำตอบ
When cycling to work, Lena wears a helmet.
so does the response of the nucleus accumbens. ไวยากรณ์
2:53การตอบสนองของนิวเคลียสแอคคัมเบนส์ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
Several studies have found that: การเกริ่นนำหลักฐานจากงานวิจัย
“Several studies have found that” เป็นกรอบภาษาสำหรับรายงานหลักฐาน โดยนำเสนออนุประโยคหลัง that ว่าเป็นผลที่ได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยหลายชิ้น ไม่ใช่การคาดเดาส่วนตัวของผู้พูด “found” ในที่นี้หมายถึง “ค้นพบหรือได้ข้อสรุปผ่านการวิจัย” ไม่ใช่ “พบสิ่งของที่หายไป” วลีนี้ยังช่วยจัดระเบียบข้อมูลด้วยการระบุแหล่งหลักฐานก่อน แล้วจึงบอกผลการค้นพบหลัง “that”
แบบฝึกหัด
“Several studies have found that” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- เกริ่นนำการคาดเดาส่วนตัวที่ไม่มีงานวิจัยรองรับ
- นำเสนอข้อความถัดไปว่าเป็นข้อค้นพบที่ได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยหลายชิ้น
- บอกว่านักวิจัยพบสิ่งของที่หายไป
ดูคำตอบ
นำเสนอข้อความถัดไปว่าเป็นข้อค้นพบที่ได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยหลายชิ้น
as hormone levels increase through puberty: แสดงการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่ดำเนินไปพร้อมกัน
“as” ในที่นี้หมายถึง “ขณะที่การเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปกำลังเกิดขึ้น” หรือ “เปลี่ยนไปพร้อมกัน” ระดับฮอร์โมนเพิ่มขึ้นตลอดช่วงวัยแรกรุ่น และ “so does...” แสดงว่าการตอบสนองก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย รูปแบบนี้เชื่อมโยงแนวโน้มสองอย่างที่กำลังพัฒนาในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ตัวรูปแบบเองไม่ได้พิสูจน์ว่าการเปลี่ยนแปลงแรกเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงที่สอง และ “as” ในที่นี้ก็ไม่ได้มีความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า “เหมือนกับ”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ “as” เพื่อแสดงว่ากระบวนการสองอย่างเปลี่ยนไปพร้อมกัน
- Demand often falls because shoppers have less money.
- As prices rise, demand often falls.
- She works as a market analyst.
ดูคำตอบ
As prices rise, demand often falls.
so does the response...: รูปกลับคำที่หมายถึง “ก็เช่นกัน”
โครงสร้าง so + กริยาช่วย + ประธาน บอกว่าการกระทำหรือสภาวะแบบบอกเล่าที่กล่าวมาก่อนหน้านี้เป็นจริงกับประธานใหม่ด้วย ในที่นี้ประธานใหม่คือ the response of the nucleus accumbens ดังนั้นประโยคนี้จึงหมายความว่าการตอบสนองนั้นเพิ่มขึ้นเช่นกัน Does ทำหน้าที่แสดงไวยากรณ์ present simple และแทนภาคแสดง increase ที่กล่าวมาก่อน การวาง does ไว้หน้าประธานช่วยไม่ให้ต้องกล่าวภาคแสดงเต็มซ้ำอีกครั้ง โดย so ในโครงสร้างนี้ไม่ได้แปลว่า “ดังนั้น”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างกลับคำที่หมายถึง “ความเร็วลมก็ลดลงเช่นกัน”: The temperature dropped overnight, and ____ the wind speed.
ดูคำตอบ
so did
exploration and social engagement may feel that much more important during adolescence. โน้ต
2:57การสำรวจและการมีส่วนร่วมทางสังคมอาจรู้สึกว่าสำคัญมากยิ่งขึ้นในช่วงวัยรุ่น
As a result: ระบุผลลัพธ์
As a result เป็นคำเชื่อมทางความคิดที่ระบุว่าแนวคิดถัดไปเป็นผลจากสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า ในที่นี้ วลีนี้เชื่อมการตอบสนองของนิวเคลียสแอคคัมเบนส์ที่เพิ่มขึ้นก่อนหน้า เข้ากับผลที่ว่าการสำรวจและการมีส่วนร่วมทางสังคมรู้สึกว่าสำคัญขึ้นในช่วงวัยรุ่น เมื่อได้ยินหรืออ่านวลีนี้ ให้จัดข้อมูลที่ตามมาว่าเป็น “ผล” แล้วมองย้อนกลับไปหาสาเหตุหรือกลไก วลีนี้ทำหน้าที่จัดระเบียบความสัมพันธ์ทางตรรกะ ไม่ใช่เพียงคำเติมช่วงหยุด
แบบฝึกหัด
อ่านข้อความภาษาอังกฤษ: Heavy snow blocked the tracks. As a result, the train was delayed. As a result บอกความสัมพันธ์แบบใด?
- ข้อเท็จจริงทั้งสองขัดแย้งกัน
- รถไฟล่าช้าเป็นตัวอย่างของหิมะตกหนักประเภทหนึ่ง
- รางที่ถูกปิดกั้นเป็นสาเหตุ และรถไฟล่าช้าเป็นผลลัพธ์
ดูคำตอบ
รางที่ถูกปิดกั้นเป็นสาเหตุ และรถไฟล่าช้าเป็นผลลัพธ์
exploration and social engagement: การสำรวจและการมีส่วนร่วม
exploration หมายถึงการลองหรือค้นพบสภาพแวดล้อม กิจกรรม แนวคิด หรือความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ส่วน social engagement หมายถึงการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ในประโยคนี้ คำนามนามธรรมสองคำที่เชื่อมด้วย and ใช้เรียกกิจกรรมสองประเภทที่อาจดูสำคัญขึ้นในช่วงวัยรุ่น ที่นี่ engagement หมายถึงการมีส่วนร่วมหรือความผูกพันกับกิจกรรม ไม่ใช่คำมั่นว่าจะแต่งงาน
แบบฝึกหัด
social engagement หมายถึงอะไรในประโยคนี้
- ข้อตกลงอย่างเป็นทางการว่าจะแต่งงาน
- นัดหมายทางสังคมที่กำหนดไว้แล้ว
- การมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในกิจกรรมและความสัมพันธ์ทางสังคม
ดูคำตอบ
การมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในกิจกรรมและความสัมพันธ์ทางสังคม
may feel that much more important: ความเป็นไปได้และการเพิ่มระดับ
may feel นำเสนอความคิดนี้ว่าเป็นความรู้สึกส่วนตัวที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่กฎตายตัวที่ใช้ได้กับวัยรุ่นทุกคน that much ขยายวลีเปรียบเทียบ more important โดยหมายถึง “เพิ่มขึ้นอีกในระดับนั้น” และช่วยเน้นการเปรียบเทียบ ที่นี่ that much more important มีความหมายใกล้กับ “สำคัญยิ่งขึ้น” ส่วน that ใช้บอกระดับ ไม่ได้ชี้ไปยังสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ใน 'After the roads froze, leaving early became that much more important,' วลี that much more important สื่อความหมายอะไร
- ถนนที่เป็นน้ำแข็งทำให้การออกเดินทางแต่เนิ่น ๆ สำคัญยิ่งขึ้น
- ความสำคัญของการออกเดินทางแต่เนิ่น ๆ ยังคงเท่าเดิมทุกประการ
- การออกเดินทางแต่เนิ่น ๆ ครั้งหนึ่งโดยเฉพาะกลายเป็นเรื่องสำคัญ
ดูคำตอบ
ถนนที่เป็นน้ำแข็งทำให้การออกเดินทางแต่เนิ่น ๆ สำคัญยิ่งขึ้น
As these emotion and reward centers rapidly develop, ไวยากรณ์
3:03ในขณะที่ศูนย์กลางทางอารมณ์และรางวัลเหล่านี้พัฒนาอย่างรวดเร็ว
As these emotion and reward centers rapidly develop: as ที่แสดงการเปลี่ยนแปลงพร้อมกัน
ในที่นี้ as หมายถึง “ขณะที่” หรือ “ในช่วงเวลาที่” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย as ใช้กระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่เป็นฉากหลัง กล่าวคือ ศูนย์ควบคุมอารมณ์และการให้รางวัลกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่เหตุการณ์ในประโยคหลักดำเนินไป การใช้แบบนี้มักเชื่อมกระบวนการสองอย่างที่เปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาเดียวกัน ในที่นี้ as ไม่ได้เน้นความหมายว่า “เพราะว่า” แต่เน้นจังหวะเวลาที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่ใช่เพียงความสัมพันธ์แบบเหตุและผล
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ as เพื่อแสดงว่ากระบวนการหนึ่งกำลังเปลี่ยนไปพร้อมกับอีกกระบวนการหนึ่ง?
- As the puppy grows, it needs more space.
- As the road was closed, we took another route.
- This room is as quiet as the library.
ดูคำตอบ
As the puppy grows, it needs more space.
their connections with higher cortical brain regions
3:06การเชื่อมต่อของพวกมันกับบริเวณสมองส่วนเปลือกสมองที่สูงกว่า
tend to do so: บอกแนวโน้มและใช้แทนการกระทำที่กล่าวก่อนหน้า
ใน tend to do so นั้น tend to บอกแนวโน้มที่มักเกิดขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน ส่วน do so ใช้แทนคำกริยาก่อนหน้า develop ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่า การเชื่อมต่อเหล่านั้นมักจะพัฒนาด้วยเช่นกัน แต่ใช้เวลานานกว่า เมื่อตีความ do so ให้ย้อนกลับไปหาการกระทำที่วลีนี้ใช้แทน ในที่นี้ so เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างแทนคำ do so ไม่ได้หมายถึง “ดังนั้น”
แบบฝึกหัด
ใน “The engine may overheat, and older models tend to do so more often,” นั้น tend to do so หมายความว่าอย่างไร?
- รุ่นเก่าสร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิงเสมอ
- โดยทั่วไปแล้วรุ่นเก่ามีโอกาสร้อนเกินไปมากกว่า
- รุ่นเก่าได้รับการซ่อมบ่อยกว่า
ดูคำตอบ
โดยทั่วไปแล้วรุ่นเก่ามีโอกาสร้อนเกินไปมากกว่า
on an extended timeline: ในช่วงเวลาที่ยาวกว่า
ในประโยคนี้ on an extended timeline หมายความว่าการเชื่อมต่อเหล่านี้พัฒนาโดยใช้เวลานานกว่า และเติบโตเต็มที่ช้ากว่าระบบที่พัฒนาเร็วซึ่งนำมาเปรียบเทียบกัน ในที่นี้ extended อธิบายระยะเวลาที่ให้ไว้หรือจำเป็นสำหรับกระบวนการหนึ่ง ๆ วลีนี้นำเสนอพัฒนาการในลักษณะของกำหนดเวลาหรือลำดับความก้าวหน้า ไม่ได้หมายถึงการยืดสิ่งของในพื้นที่ทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
on an extended timeline ในประโยค The treatment will be tested on an extended timeline? หมายความว่าอะไร
- การทดสอบจะเกิดขึ้นทันที
- การทดสอบจะดำเนินต่อไปเป็นระยะเวลาค่อนข้างยาว
- การทดสอบถูกนำออกจากกำหนดการแล้ว
ดูคำตอบ
การทดสอบจะดำเนินต่อไปเป็นระยะเวลาค่อนข้างยาว
which help impose emotional regulation and impulse control, โน้ต
3:13ซึ่งช่วยบังคับการควบคุมอารมณ์และการควบคุมแรงกระตุ้น
impose emotional regulation and impulse control: ทำให้เกิดการกำกับอารมณ์และการควบคุมแรงกระตุ้น
Emotional regulation คือความสามารถในการรับรู้ จัดการ และปรับปฏิกิริยาทางอารมณ์ ส่วน impulse control คือความสามารถในการหยุดหรือยับยั้งตนเองไม่ให้ลงมือทำทันทีเมื่อเกิดแรงกระตุ้นอย่างฉับพลัน ทั้งสองอย่างเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมตนเอง แต่เน้นที่อารมณ์และการกระทำทันทีตามลำดับ ในที่นี้ impose หมายถึงทำให้เกิดหรือบังคับใช้การควบคุม บริเวณเปลือกสมองเหล่านี้ช่วยจำกัดปฏิกิริยาทางอารมณ์และพฤติกรรมที่เกิดจากแรงกระตุ้น Impulse control หมายถึงการควบคุมแรงกระตุ้นของตนเอง ไม่ใช่การควบคุมคนอื่น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดอธิบาย impulse control ได้ถูกต้อง
- การควบคุมแรงกระตุ้นคือความสามารถในการยับยั้งตนเองไม่ให้ลงมือทำทันทีเมื่อเกิดแรงกระตุ้น
- การควบคุมแรงกระตุ้นคือนิสัยที่แสดงทุกความรู้สึกออกมาทันที
- การควบคุมแรงกระตุ้นคือความสามารถในการบังคับให้คนอื่นเชื่อฟัง
ดูคำตอบ
การควบคุมแรงกระตุ้นคือความสามารถในการยับยั้งตนเองไม่ให้ลงมือทำทันทีเมื่อเกิดแรงกระตุ้น
which help impose emotional regulation and impulse control: อนุประโยคสัมพัทธ์แบบไม่จำกัดความ
อนุประโยค which help impose emotional regulation and impulse control อ้างกลับไปยัง These cortical regions และเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับหน้าที่ของบริเวณเหล่านี้ คือช่วยควบคุมอารมณ์และแรงกระตุ้น เครื่องหมายจุลภาคสองข้างระบุว่านี่คืออนุประโยคสัมพัทธ์แบบไม่จำกัดความ ซึ่งเป็นข้อมูลเสริมเกี่ยวกับนามวลีที่ทราบอยู่แล้วว่าหมายถึงอะไร เมื่อตัดอนุประโยคนี้ออก ประโยคหลัก These cortical regions continue to grow well past puberty, into your 20s. ยังคงสมบูรณ์ตามหลักไวยากรณ์ รูปแบบที่แทรกข้อมูลแล้วกลับสู่ใจความหลักนี้พบได้บ่อยในงานเขียนวิทยาศาสตร์
แบบฝึกหัด
which help impose emotional regulation and impulse control มีหน้าที่อะไรในประโยคต้นฉบับ
- แทนที่กริยาหลัก continue
- ระบุประธานใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ cortical regions
- เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับหน้าที่ของ cortical regions
ดูคำตอบ
เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับหน้าที่ของ cortical regions
well past puberty, into your 20s: เลยวัยแรกรุ่นไปมาก จนเข้าสู่ช่วงอายุ 20 กว่า
well ในที่นี้เป็นคำที่ใช้เพิ่มระดับความหมาย Well past puberty หมายถึงเลยช่วงวัยแรกรุ่นไปไกล ไม่ได้หมายถึงเติบโตหลังวัยแรกรุ่น «อย่างดี» Into your 20s แสดงว่าการเติบโตข้ามเส้นแบ่งของช่วงอายุและดำเนินต่อไปจนถึงช่วงอายุ 20-29 ปี วลีนี้นำเสนอกระบวนการเดียวที่เริ่มก่อนหน้านั้นและยังคงดำเนินอยู่ในบางส่วนของช่วงสิบปีดังกล่าว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย well past ... into ...: The restoration work continued ____ its original deadline, ____ the following year.
ดูคำตอบ
well past · into
While teens are often unfairly stereotyped as rash or impulsive, โน้ต
3:20แม้ว่าวัยรุ่นมักจะถูกเหมารวมอย่างไม่เป็นธรรมว่าบุ่มบ่ามหรือหุนหันพลันแล่น
unfairly stereotyped as rash or impulsive: ถูกเหมารวมอย่างไม่เป็นธรรมว่าบุ่มบ่ามหรือหุนหันพลันแล่น
Be stereotyped as + a characteristic หมายถึงการถูกติดป้ายแบบเหมารวมและลดทอนความซับซ้อน โดยอาศัยข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับกลุ่มหนึ่ง unfairly แสดงว่าผู้พูดไม่ยอมรับป้ายนั้นและมองว่าไม่เป็นธรรม ในที่นี้ rash เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึงการทำสิ่งใดโดยไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา ส่วน impulsive เน้นการลงมืออย่างฉับพลันตามแรงกระตุ้น ใน stereotyped as rash ไวยากรณ์และบริบทแสดงว่า rash เป็นคำคุณศัพท์ ไม่ใช่คำนามที่หมายถึง “ผื่นที่ผิวหนัง”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีรูปถูกกระทำที่หมายถึง “ถูกติดป้ายกลุ่มแบบเหมารวมและลดทอนความซับซ้อน”: Older workers are sometimes ____ resistant to change.
ดูคำตอบ
stereotyped as
While ..., research reveals ... ที่ใช้แสดงความขัดแย้งแบบยอมรับบางส่วน
while ในที่นี้หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในขณะที่” ที่กล่าวถึงเวลา อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย while ยอมรับมุมมองทั่วไปที่เรียบง่ายเกินไปก่อน แล้วประโยคหลักจึงหันความสนใจไปสู่งานวิจัยที่แสดงว่าความจริงซับซ้อนกว่ามุมมองนั้น โครงสร้างนี้จัดลำดับข้อโต้แย้งโดยวางความคิดเห็นที่จะถูกปรับแก้ไว้ก่อน แล้วตามด้วยข้อสรุปหลักที่มีหลักฐานรองรับ ส่วนแรกเพียงยอมรับว่ามีความเชื่อนี้อยู่ ไม่ได้ยืนยันว่าความเชื่อนั้นเป็นจริง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ while เพื่อยอมรับมุมมองแบบง่ายก่อน แล้วจึงเปลี่ยนไปเสนอข้อสรุปที่ละเอียดกว่าภายหลัง
- The app looks simple because user tests reveal that it takes time to learn.
- While the app was updating, I made some coffee.
- While the app looks simple, user tests reveal that it takes time to learn.
ดูคำตอบ
While the app looks simple, user tests reveal that it takes time to learn.
research reveals a more complex story: story ในความหมายของภาพรวมจากหลักฐาน
ในประโยคนี้ story เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ โดยหมายถึงภาพรวมของข้อเท็จจริงหรือคำอธิบายที่เกิดจากหลักฐาน ไม่ใช่เรื่องแต่ง ดังนั้น research reveals a more complex story จึงหมายความว่าหลักฐานแสดงให้เห็นว่าสถานการณ์จริงซับซ้อนกว่าที่คำอธิบายแบบง่าย ๆ ชวนให้คิด วลีนี้ยังช่วยพาข้อโต้แย้งไปข้างหน้า โดยส่งสัญญาณว่ารายละเอียดต่อไปจะเพิ่มเงื่อนไขหรือความแตกต่างให้กับมุมมองเดิมที่เรียบง่ายกว่า
แบบฝึกหัด
ในข้อโต้แย้ง research reveals a more complex story หมายความว่าอย่างไร
- หลักฐานยืนยันว่าคำอธิบายง่าย ๆ เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วอย่างสมบูรณ์
- หลักฐานแสดงให้เห็นว่าสถานการณ์จริงซับซ้อนกว่าที่คำอธิบายแบบง่าย ๆ ชวนให้คิด
- นักวิจัยได้แต่งเรื่องสมมติเกี่ยวกับหัวข้อนี้ขึ้นมา
ดูคำตอบ
หลักฐานแสดงให้เห็นว่าสถานการณ์จริงซับซ้อนกว่าที่คำอธิบายแบบง่าย ๆ ชวนให้คิด
just as capable as adults: เน้นความสามารถที่เท่ากันด้วย as ... as
โครงสร้าง just as + คำคุณศัพท์ + as แสดงว่าคนหรือกลุ่มสองฝ่ายมีคุณสมบัติบางอย่างในระดับเท่ากัน just as capable as adults หมายความว่า ภายใต้เงื่อนไขที่กล่าวไว้ วัยรุ่นมีความสามารถในการตัดสินใจอย่างรอบคอบในระดับเดียวกับผู้ใหญ่ ไม่ได้หมายความว่าวัยรุ่นด้อยกว่าผู้ใหญ่ ในที่นี้ just เน้นความเท่าเทียมและทำให้ข้อความมีน้ำเสียงแก้ความเข้าใจเดิม โดยโต้แย้งสมมติฐานที่ว่าวัยรุ่นต้องมีความสามารถน้อยกว่าเสมอ ส่วน capable of + -ing ใช้ระบุการกระทำที่บุคคลหนึ่งสามารถทำได้
แบบฝึกหัด
ใช้ capable ในโครงสร้าง just as ... as เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: After a few lessons, Maya is ____ her older brother when it comes to using the camera.
ดูคำตอบ
just as capable as
when given the time and space: อนุประโยคถูกกระทำแบบลดรูป
when given ... เป็นอนุประโยคกริยาวิเศษณ์รูปถูกกระทำแบบลดรูป ในที่นี้สามารถขยายเป็น when they are given the time and space ได้ โดยประธานที่ละไว้เป็นประธานเดียวกับประโยคหลัก และ given แสดงว่าประธานนั้นเป็นฝ่ายได้รับเวลาและพื้นที่ ไม่ใช่ฝ่ายมอบให้ ในบริบทนี้ time and space หมายถึงการมีเวลาเพียงพอและมีพื้นที่ปลอดจากแรงกดดันเพื่อคิดหรือตัดสินใจ อนุประโยคนี้กำหนดเงื่อนไขที่ข้อความหลักเป็นจริง ไม่ได้หมายถึงกาลอวกาศทางฟิสิกส์
แบบฝึกหัด
ย่อ when employees are given clear instructions โดยคง when ไว้ แล้วเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, employees usually complete the task correctly.
ดูคำตอบ
When given clear instructions
in the heat of the moment: การกระทำขณะอารมณ์รุนแรง
in the heat of the moment เป็นสำนวนที่หมายถึง “ขณะที่อารมณ์รุนแรง ความกดดัน หรือความตื่นเต้นกำลังส่งผลต่อการตัดสินใจ” ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวหมายถึงสถานการณ์ที่คนคนหนึ่งอาจตอบสนองทันทีแทนที่จะหยุดคิดก่อน คำว่า heat ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ สำนวนนี้จึงกล่าวถึงความรุนแรงของอารมณ์หรือความตึงเครียด ไม่ใช่อุณหภูมิจริง มักใช้เพื่ออธิบายคำพูด การตัดสินใจ หรือการกระทำที่เกิดจากความหุนหันพลันแล่น
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวน in the heat of the moment เติมประโยคให้สมบูรณ์: During the argument, Maya said something harsh ____.
ดูคำตอบ
in the heat of the moment
It's only ... that: การเน้นเงื่อนไขที่จำกัด
โครงสร้าง It is only + ส่วนที่เน้น + that + อนุประโยค เป็นประโยคเน้นแบบ it-cleft ในที่นี้ส่วนที่เน้นคือ during high stress or in the heat of the moment ดังนั้นประโยคจึงเน้นและจำกัดเงื่อนไขที่วัยรุ่นอาจรู้สึกว่าจัดการอารมณ์ได้ยากขึ้น การจำกัดด้วย only ไม่ได้หมายความว่าความยากนั้นต้องเกิดขึ้นแน่นอน may ยังคงแสดงความเป็นไปได้ และโครงสร้างนี้ยังป้องกันการตีความที่กว้างเกินไปว่าวัยรุ่นจัดการอารมณ์ได้ยากกว่าในทุกสถานการณ์
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง It's only ... that เพื่อเน้นเงื่อนไข: ____ during emergencies ____ this exit should be used.
ดูคำตอบ
It's only · that
teens may find it more difficult: โครงสร้าง find it + คำคุณศัพท์ + to do
โครงสร้างคือ ประธาน + find + it + คำคุณศัพท์ + to-infinitive ในที่นี้ teens เป็นประธาน find หมายถึง “รู้สึกจากประสบการณ์หรือประเมินว่า” it เป็นกรรมเชิงรูปแบบ และ to manage emotions ระบุกิจกรรมที่ถูกประเมิน ประโยคนี้หมายความว่าวัยรุ่นอาจรู้สึกว่าการจัดการอารมณ์ยากกว่าเดิม more difficult เป็นรูปเปรียบเทียบ ดังนั้นประโยคจึงอ้างถึงสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบซึ่งอาจระบุไว้ชัดเจนหรือเข้าใจได้จากบริบท ส่วน may แสดงว่าเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่การกล่าวยืนยันเกี่ยวกับวัยรุ่นทุกคน
แบบฝึกหัด
เรียง find, it, more difficult และ to ให้ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: After sleeping poorly, I may ____ remember new information.
ดูคำตอบ
find it more difficult to
to manage emotions: ปรับอารมณ์อย่างมีประสิทธิภาพ
to manage emotions หมายถึงการควบคุมและรับมือกับความรู้สึกอย่างมีสุขภาพดีและมีประสิทธิภาพ ในที่นี้ manage อธิบายว่าคนเรารับมือกับอารมณ์ของตนอย่างไร ไม่ได้หมายถึงการจัดการคนหรือแผนก และไม่ได้หมายความว่าต้องซ่อนหรือกำจัดความรู้สึกเสมอไป นี่เป็นคำที่ใช้ร่วมกันบ่อยและมีความเป็นกลาง manage ยังใช้กับ stress, pain หรือ anxiety ได้ด้วย เพื่อสื่อถึงการรับมือกับประสบการณ์เหล่านั้นอย่างเป็นวิธีการ
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ manage ในความหมายว่า “ปรับอารมณ์”
- A quiet walk can help Lina suppress her emotions after a difficult day.
- A quiet walk can help Lina manage her emotions after a difficult day.
- A quiet walk can help Lina express her emotions after a difficult day.
ดูคำตอบ
A quiet walk can help Lina manage her emotions after a difficult day.
allows adolescent brains to remain adaptable ไวยากรณ์
3:44ช่วยให้สมองวัยรุ่นยังคงมีความสามารถในการปรับตัว
allows adolescent brains to remain adaptable: โครงสร้าง allow + กรรม + to + คำกริยา
allows adolescent brains to remain adaptable ใช้โครงสร้าง allow + กรรม + to + คำกริยา กรรมคือ adolescent brains ส่วน to remain adaptable บอกว่าสมองเหล่านี้สามารถคงสภาพใดไว้ต่อไปได้ ประธาน this lengthy cortical development คือปัจจัยที่ทำให้ผลลัพธ์นี้เกิดขึ้นได้ ในที่นี้ allow แสดงความเป็นไปได้ที่เกิดจากเหตุปัจจัย กล่าวคือพัฒนาการทำให้ยังคงปรับตัวได้ ไม่ได้หมายถึงการอนุญาตจากบุคคล โครงสร้างนี้เหมาะสำหรับอธิบายว่าเงื่อนไข คุณลักษณะ หรือกระบวนการทำให้เกิดผลลัพธ์อย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง allow + กรรม + to + คำกริยา: A flexible schedule ____ when they learn best
ดูคำตอบ
allows students to study
as they learn and grow in new situations, ไวยากรณ์
3:47ขณะที่พวกเขากำลังเรียนรู้และเติบโตในสถานการณ์ใหม่ ๆ
as they learn and grow: as ที่แสดงว่าสองกระบวนการพัฒนาไปพร้อมกัน
ใน as they learn and grow คำว่า as นำหน้ากระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่องควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงอีกอย่างหนึ่ง ในที่นี้หมายถึง “ในระหว่างที่” หรือ “เมื่อกระบวนการดำเนินต่อไป” ไม่ใช่การเปรียบเทียบว่า “ในแบบเดียวกับ” อนุประโยคนี้นำเสนอการเรียนรู้และการเติบโตเป็นฉากหลังที่ดำเนินต่อเนื่องของใจความหลัก ใช้ as ที่บอกเวลาแบบนี้เมื่อกระบวนการหรือการเปลี่ยนแปลงสองอย่างดำเนินไปพร้อมกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ as เพื่อแสดงว่ากระบวนการที่กำลังพัฒนาสองอย่างดำเนินไปพร้อมกัน
- As children practice, their confidence grows.
- As the road was closed, we took another route.
- She works as a designer in Boston.
ดูคำตอบ
As children practice, their confidence grows.
form their identities: พัฒนาความเข้าใจว่าตนเองเป็นใคร
Form their identities หมายถึง “ค่อย ๆ พัฒนาความเข้าใจว่าตนเองเป็นใคร ให้คุณค่ากับอะไร และรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของที่ใด” ในที่นี้ identity หมายถึงความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับตัวตน ไม่ใช่เอกสารประจำตัวหรือเพียงข้อมูลระบุตัวตนอย่างเป็นทางการ Form เน้นว่าความรู้สึกเกี่ยวกับตัวตนนี้ถูกสร้างขึ้นตามกาลเวลา รูปพหูพจน์ identities สอดคล้องกับประธานพหูพจน์ โดยสามารถกล่าวรวมถึงอัตลักษณ์เฉพาะที่แต่ละคนพัฒนาขึ้น ในบริบทด้านการเติบโตและจิตวิทยา form an identity เป็นคำที่ใช้ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “พัฒนาความเข้าใจว่าตนเองเป็นใคร”: Through new experiences, teenagers gradually ____.
ดูคำตอบ
form their identities
build the skill sets needed for adulthood: พัฒนาชุดทักษะที่จำเป็นสำหรับชีวิตวัยผู้ใหญ่
ในที่นี้ build หมายถึง “ค่อย ๆ พัฒนา” ส่วน skill set คือกลุ่มความสามารถที่เกี่ยวข้องกันและใช้ร่วมกัน รูปพหูพจน์ skill sets หมายถึงความสามารถหลายกลุ่ม ไม่ใช่ทักษะเดี่ยวเพียงอย่างเดียว วลี needed for adulthood อยู่หลัง skill sets และทำหน้าที่ขยายคำนั้น เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อที่มีความหมายว่า that are needed for adult life เมื่อรวมกันแล้ว สำนวนนี้หมายถึงการพัฒนากลุ่มความสามารถที่จะช่วยให้คนหนึ่งใช้ชีวิตในฐานะผู้ใหญ่ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายจากบทเรียนนี้ให้ตรงทุกคำ: The program helps teenagers ____.
ดูคำตอบ
build the skill sets needed for adulthood
For all we know about X: ส่วนเปิดที่แสดงการยอมรับก่อนหักมุม
ในโครงสร้าง For all we know about X, ... คำว่า for all นำเข้าสู่ความหมายเชิงยอมรับข้อเท็จจริงก่อนหักไปยังข้อจำกัด โดยหมายถึง “แม้เราจะรู้ทุกสิ่งที่รู้เกี่ยวกับ X” ส่วนต้นยอมรับความรู้ที่มีอยู่ แล้วประโยคหลักจึงเสนอข้อจำกัด ข้อยกเว้น หรือประเด็นที่ยังไม่ได้แก้ไข ในประโยคนี้ หัวข้อที่เรามีความรู้คือผลของวัยเจริญพันธุ์ที่มีต่อสมอง ส่วนประโยคหลักบอกว่ายังมีคำถามอีกมากที่ไม่มีคำตอบ for ในที่นี้ไม่ได้บอกจุดประสงค์ ความแตกต่างระหว่างสิ่งที่รู้แล้วกับสิ่งที่ยังไม่รู้ทำให้เห็นความหมายเชิงยอมรับแล้วหักมุม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายถึง “แม้เราจะรู้เรื่องการนอนมากเพียงใด แต่คำถามสำคัญก็ยังไม่ได้รับคำตอบ”
- As far as we know, important questions about sleep remain unanswered.
- For all we know, sleep research may change completely next year.
- For all we know about sleep, important questions remain unanswered.
ดูคำตอบ
For all we know about sleep, important questions remain unanswered.
there remain many unanswered questions: โครงสร้างบอกการมีอยู่แบบเป็นทางการ
ในที่นี้ there ใช้บอกการมีอยู่ของบางสิ่ง และ remain หมายถึง “ยังคงมีอยู่ต่อไป” ประโยคนี้บอกว่าคำถามจำนวนมากยังไม่มีคำตอบ remain ในที่นี้เป็นกริยาอกรรม จึงไม่ได้หมายความว่ามีใครทิ้งคำถามเหล่านั้นไว้ ในโครงสร้างแบบเป็นทางการนี้ กริยาสอดคล้องกับนามวลีที่ตามหลัง: questions เป็นพหูพจน์จึงใช้ remain ส่วน question เป็นเอกพจน์จึงใช้ remains
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีบอกการมีอยู่แบบเป็นทางการที่ใช้ remain: Despite years of research, ____ several unanswered questions.
ดูคำตอบ
there remain
What sets off the initial puberty signal in the brain? กริยาวลี
4:00อะไรคือสิ่งที่จุดชนวนสัญญาณวัยแรกรุ่นเริ่มต้นในสมอง?
sets off: ทำให้กระบวนการเริ่มต้น
ในคำถามนี้ sets off หมายถึง “ทำให้เริ่มต้น” หรือ “กระตุ้น” คำถามกำลังถามว่าอะไรทำให้สัญญาณแรกของวัยแรกรุ่นในสมองเริ่มขึ้น วลีนี้จึงระบุสาเหตุของกระบวนการ เมื่อใช้ในความหมายนี้ set off จะตามด้วยสิ่งที่ถูกทำให้เริ่มขึ้น เช่น signal, alarm, reaction หรือ chain of events
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่หมายถึง “กระตุ้น”: A small spark can ____ a chain reaction.
ดูคำตอบ
set off
Why is the average onset of puberty shifting earlier? การใช้คำ
4:03ทำไมอายุเฉลี่ยของการเริ่มเข้าสู่วัยแรกรุ่นจึงเร็วขึ้น?
average onset of puberty shifting earlier: เวลาเฉลี่ยที่เริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วขึ้น
ในคำถามเชิงวิจัยนี้ the average onset of puberty หมายถึงอายุหรือช่วงเวลาโดยทั่วไปที่คนในกลุ่มหนึ่งเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ onset เป็นคำนามแบบเป็นทางการที่หมายถึงการเริ่มต้นของภาวะ กระบวนการ หรือช่วงระยะหนึ่ง shifting earlier หมายถึงจุดเริ่มต้นเฉลี่ยนี้กำลังเลื่อนไปอยู่ในช่วงอายุที่น้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ได้หมายความว่าหลังจากเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์แล้ว กระบวนการจะดำเนินเร็วขึ้น
แบบฝึกหัด
ข้อความที่เน้นไว้มีความหมายว่าอย่างไรในประโยคนี้?
- อายุเฉลี่ยที่เริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์กำลังลดลง
- วัยเจริญพันธุ์กินเวลานานขึ้นสำหรับทุกคน
- วัยเจริญพันธุ์ดำเนินเร็วขึ้นหลังจากเริ่มแล้ว
ดูคำตอบ
อายุเฉลี่ยที่เริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์กำลังลดลง
while hormones may seem powerful: ยอมรับข้อหนึ่งก่อนเสนอข้อจำกัด
ในที่นี้ while ใช้นำข้อความแสดงการยอมรับข้อหนึ่งก่อน ไม่ได้บอกความสัมพันธ์ด้านเวลา อนุประโยค while hormones may seem powerful ยอมรับความรู้สึกที่ดูสมเหตุสมผลก่อน แล้วประโยคหลักจึงจำกัดมุมมองนั้นว่า ฮอร์โมนอาจอธิบายทุกอย่างไม่ได้ โครงสร้างนี้ช่วยจัดเหตุผลให้สมดุล While A, B หมายถึง A อาจเป็นจริง แต่ B คือข้อจำกัดหรือความขัดแย้งที่สำคัญกว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมที่เน้นไว้ เพื่อยอมรับข้อหนึ่งก่อนแล้วจึงเสนอข้อจำกัด: ____ the app looks easy to use, it lacks important privacy controls.
ดูคำตอบ
While
may not be the full story: คำอธิบายที่อาจยังไม่ครบถ้วน
ในที่นี้ may not be the full story หมายความว่า ปัจจัยที่กำลังกล่าวถึงอาจอธิบายสถานการณ์ได้เพียงบางส่วน the full story หมายถึงคำอธิบายที่ครบถ้วนหรือข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงเรื่องเล่า may ทำให้ข้อความนี้เป็นการกล่าวอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่การยืนยันแน่นอน รูปแบบ X may not be the full story ใช้โต้แย้งคำอธิบายที่เรียบง่ายเกินไป และเปิดทางให้พิจารณาสาเหตุหรือข้อมูลอื่น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าการขึ้นราคาอาจอธิบายยอดขายที่ลดลงได้เพียงบางส่วน?
- The price increase may not be the full story behind the drop in sales.
- The price increase tells us exactly why sales dropped.
- The manager told a full story about the drop in sales.
ดูคำตอบ
The price increase may not be the full story behind the drop in sales.
in shaping and maturing the developing brain. ไวยากรณ์
4:17ในการสร้างรูปร่างและทำให้สมองที่กำลังพัฒนาเติบโตเต็มที่
may be just as influential as hormones: ระดับอิทธิพลที่เท่ากัน
May be just as influential as hormones ใช้โครงสร้าง be just as + adjective + as + noun เพื่อเปรียบเทียบระดับที่เท่ากัน ประธานคือประสบการณ์ในช่วงวัยรุ่น ซึ่งนำมาเปรียบเทียบกับ hormones ในด้านอิทธิพล just เน้นว่าปัจจัยแรกมีอิทธิพลได้ทัดเทียมปัจจัยที่สอง และมักใช้แก้สมมติฐานเดิมว่าปัจจัยที่สองสำคัญกว่า ส่วน may ทำให้ข้อสรุปมีความระมัดระวัง ไม่ใช่การยืนยันแบบเด็ดขาด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ influential ในโครงสร้างเปรียบเทียบ just as ... as: Good sleep may be ____ regular exercise in supporting concentration.
ดูคำตอบ
just as influential as
in shaping and maturing the developing brain: การบอกด้านที่เกิดอิทธิพล
In + -ing ใช้บอกด้านหรือกระบวนการที่เห็นผลกระทบ ในที่นี้วลีดังกล่าวหมายถึง ผลกระทบนั้นเกิดขึ้นในกระบวนการหล่อหลอมสมองที่กำลังพัฒนาและช่วยให้สมองเติบโตเต็มที่ shaping และ maturing เป็นรูป -ing สองคำที่ขนานกันและเชื่อมด้วย and โดยทั้งสองคำใช้ the developing brain เป็นกรรม ในที่นี้ maturing เป็นคำกริยาที่มีกรรม หมายถึงช่วยให้สมองเติบโตเต็มที่ ไม่ได้หมายถึงทำให้คนมีความคิดเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ in + -ing เพื่อบอกด้านของอิทธิพลได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Teachers can be influential in shaping a child's confidence.
- Teachers can be influential at shaping a child's confidence.
- Teachers can be influential to shape a child's confidence.
ดูคำตอบ
Teachers can be influential in shaping a child's confidence.
can make you feel as if puberty's in control, โน้ต
4:23อาจทำให้คุณรู้สึกราวกับว่าวัยแรกรุ่นเป็นผู้ควบคุม
can make you feel as if + อนุประโยค: ทำให้รู้สึกราวกับว่า…
โครงสร้างคือ can + make + คน + กริยารูปพื้นฐาน เช่น can make you feel หลัง make ต้องใช้ feel ไม่ใช่ to feel จากนั้น as if จะนำหน้าอนุประโยคที่อธิบายความรู้สึกหรือประสบการณ์นั้น อนุประโยค as if บอกว่าสถานการณ์นั้นดูหรือให้ความรู้สึกอย่างไรต่อบุคคล ไม่ได้ยืนยันว่าสถานการณ์นั้นเป็นความจริงอย่างเป็นกลาง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ make + คน + กริยารูปพื้นฐาน แล้วตามด้วย as if + อนุประโยคได้ถูกต้อง
- The strange silence can make feel you as if everyone has left.
- The strange silence can make you to feel as if everyone has left.
- The strange silence can make you feel as if everyone has left.
ดูคำตอบ
The strange silence can make you feel as if everyone has left.
puberty's in control: be in control หมายถึงเป็นฝ่ายควบคุม
Puberty's เป็นรูปย่อของ puberty is ส่วน be in control หมายถึงมีอำนาจกำหนดหรือควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้น ในที่นี้ puberty ถูกทำให้เหมือนเป็นบุคคลหรือพลังที่ตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ เนื่องจากแนวคิดนี้อยู่หลัง as if ในประโยคที่กว้างกว่า จึงบรรยายความรู้สึกส่วนตัวว่าช่วงวัยแรกรุ่นเข้าควบคุมทุกอย่าง ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าช่วงวัยแรกรุ่นมีความคิดหรือมีอุปกรณ์ควบคุม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่ากัปตันยังมีอำนาจและเป็นผู้กำกับสถานการณ์
- Even during the emergency, the captain remained under control.
- Even during the emergency, the captain remained in control.
- Even during the emergency, the captain remained out of control.
ดูคำตอบ
Even during the emergency, the captain remained in control.
So while ... you have more power than you think: การยอมรับข้อแย้งก่อนข้อสรุปหลัก
So ใช้ส่งสัญญาณว่าเป็นข้อสรุปจากสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ ส่วน while ในที่นี้ใช้เกริ่นการยอมรับข้อแย้ง โดยยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจอาจทำให้รู้สึกว่าวัยแรกรุ่นควบคุมทุกอย่าง แต่สิ่งนั้นไม่ใช่สารหลักในตอนจบ ประโยคหลัก you have more power than you think เป็นข้อสรุปสำคัญ โครงสร้าง So while X, Y มีประโยชน์เมื่อเรายอมรับความยากลำบากที่มีอยู่จริง แล้วเน้นย้ำว่าก็ยังมีอำนาจในการลงมือทำหรือยังมีความเป็นไปได้เหลืออยู่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ So while... เพื่อยอมรับปัญหาก่อนบอกสาระสำคัญ
- So while the bus is crowded, it still gets us there on time.
- The bus is crowded, so while it still gets us there on time.
- While the bus is crowded, so it still gets us there on time.
ดูคำตอบ
So while the bus is crowded, it still gets us there on time.
more power than you think: มีพลังมากกว่าที่ตัวเองคิด
ใน more power than you think โครงสร้าง more + คำนาม + than ใช้เปรียบเทียบปริมาณหรือระดับจริงกับสิ่งที่คนหนึ่งคาดไว้ คำที่ซ้ำกันถูกละไว้ โดย than you think มีความหมายเต็มว่า than you think you have ประโยคนี้บอกว่าความจริงมีมากกว่าและช่วยแก้การประเมินที่ต่ำเกินไปอย่างนุ่มนวล ในที่นี้ power หมายถึงความสามารถในการมีอิทธิพลต่อการเลือกและทิศทางของตนเอง ไม่ได้หมายถึงไฟฟ้าหรือจำเป็นต้องหมายถึงอำนาจทางการเมือง รูปแบบ more ... than you think สามารถนำไปใช้ให้กำลังใจ โดยบอกว่าคุณสมบัติ ปริมาณ หรือผลกระทบบางอย่างมีมากกว่าที่อีกฝ่ายตระหนัก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบนี้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่าอิทธิพลจริงของคนคนหนึ่งมีมากกว่าที่เจ้าตัวประเมินไว้
- You have more influence than you think.
- You have most influence that you think.
- You have as much influence than you think.
ดูคำตอบ
You have more influence than you think.
The everyday choices you make: สำนวน make choices และการใช้ everyday
Make choices เป็นคำที่ใช้ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติระหว่างคำกริยากับคำนาม เพื่อหมายถึงการตัดสินใจระหว่างตัวเลือกต่าง ๆ ภาษาอังกฤษมาตรฐานไม่ใช้ do choices ในความหมายนี้ ในกลุ่มคำนาม the everyday choices you make ส่วน you make วางหลัง choices เพื่อระบุว่าหมายถึงการเลือกใด โดยเป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ละ that ไว้: the everyday choices that you make Everyday เป็นคำคุณศัพท์หนึ่งคำที่วางหน้า choices หมายถึงสิ่งธรรมดาหรือสิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน กลุ่มคำทั้งหมดหมายถึงการตัดสินใจตามปกติของบุคคลที่ผู้พูดกำลังพูดด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำกริยากับคำนามที่เข้าคู่กันอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อหมายถึงการตัดสินใจระหว่างตัวเลือกต่าง ๆ
- We all do choices that shape our future.
- We all make choices that shape our future.
- We all perform choices that shape our future.
ดูคำตอบ
We all make choices that shape our future.
from learning ... to being ... to setting boundaries: ชุดรายการที่มีรูปแบบขนานกัน
รูปแบบ from A to B to C ใช้จัดตัวอย่างหลายอย่างให้เป็นชุดหรือขอบเขตที่กว้าง ในที่นี้สามรายการคือ learning new skills, being a good friend และ setting boundaries ในรูปแบบนี้ from และ to ทำหน้าที่เป็นคำบุพบท กิจกรรมที่ตามมาจึงใช้รูป -ing การใช้ learning, being และ setting ให้มีรูปแบบขนานกันทำให้รายการชัดเจน โดย to ในที่นี้ไม่ใช่เครื่องหมายของ infinitive
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ from A to B to C ได้ถูกต้องและรักษารูปแบบของกิจกรรมที่แจกแจงให้ขนานกัน
- The workshop covers everything from planning a budget to cook a meal to fixing a bike.
- The workshop covers everything from planning a budget to cooking a meal to fixing a bike.
- The workshop covers everything from plan a budget to cooking a meal to fix a bike.
ดูคำตอบ
The workshop covers everything from planning a budget to cooking a meal to fixing a bike.
setting boundaries: การกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนในความสัมพันธ์
Setting boundaries หมายถึงการตัดสินใจและสื่อสารอย่างชัดเจนว่าคุณยอมรับพฤติกรรมหรือข้อเรียกร้องแบบใด และยอมให้ผู้อื่นเข้าถึงเวลาและความเป็นส่วนตัวของคุณได้มากน้อยเพียงใด ในประโยคนี้หมายถึงขอบเขตส่วนบุคคลหรือทางสังคมที่เหมาะสม ไม่ใช่เส้นบนแผนที่ คำที่มักใช้คู่กันคือ set boundaries โดยใช้ในรูป set boundaries with someone หรือ set boundaries around a topic or behavior ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ setting boundaries อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่าบอกขอบเขตส่วนบุคคล
- Jordan is setting coastlines by telling friends not to call after 10 p.m.
- Jordan is setting boundaries by telling friends not to call after 10 p.m.
- Jordan is setting borders by telling friends not to call after 10 p.m.
ดูคำตอบ
Jordan is setting boundaries by telling friends not to call after 10 p.m.
ultimately steer the path: ชี้นำการเติบโตเมื่อเวลาผ่านไป
ในประโยคนี้ ultimately หมายถึง “ในท้ายที่สุด หลังจากผลต่าง ๆ สะสมไปตามเวลา” ส่วน steer the path เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงทางเลือกในชีวิตประจำวันชี้นำทิศทางการเติบโตของคนคนหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการบังคับยานพาหนะจริง ๆ steer สื่อถึงการมีอิทธิพลต่อทิศทาง ไม่ใช่การควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จ วลีนี้บอกว่าทางเลือกที่ทำซ้ำ ๆ มีส่วนหล่อหลอมคนคนหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าทางเลือกเพียงครั้งเดียวจะกำหนดอนาคตตลอดไป
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Daily choices can ultimately steer the path of your life,” คำว่า steer the path หมายถึงอะไร
- ค่อย ๆ มีอิทธิพลต่อทิศทางชีวิตของคุณ
- ขับยานพาหนะไปตามถนนจริง ๆ
- กำหนดอนาคตทั้งหมดด้วยทางเลือกเพียงครั้งเดียว
ดูคำตอบ
ค่อย ๆ มีอิทธิพลต่อทิศทางชีวิตของคุณ
of who you are and will become: อนุประโยค who แบบซ้อน
ในส่วนที่เน้นไว้ of ตามด้วยอนุประโยค who แบบซ้อนคือ who you are and will become อนุประโยคนี้ระบุตัวตนของบุคคล ดังนั้น who จึงไม่ได้ใช้เปิดคำถามโดยตรง อนุประโยคแบบซ้อนใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ who you are ไม่ใช่ who are you ภายในอนุประโยค are และ will become ใช้ประธาน you ร่วมกัน โดย are กล่าวถึงตัวตนในปัจจุบัน ส่วน will become ชี้ไปที่ตัวตนในอนาคต จึงเกิดการเปรียบเทียบระหว่างปัจจุบันกับอนาคต
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค who แบบซ้อนได้ถูกต้องเพื่อเปรียบเทียบตัวตนในปัจจุบันและอนาคต
- Your choices shape who you are and will you become.
- Your choices shape who are you and will become.
- Your choices shape who you are and will become.
ดูคำตอบ
Your choices shape who you are and will become.