คำแสดงคำถามและ "เมื่อไหร่" ที่ควรใช้ - มินิคลาสเรียนภาษาอังกฤษ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
British Council | English
ภาพรวมวิดีโอ: บทเรียนสั้นนี้จัดกลุ่มคำถาม wh- เจ็ดคำตามหน้าที่ โดยเริ่มจาก what, where, when, why และ who ก่อนเข้าสู่ which และ whose ที่ผู้เรียนมักสับสน เพื่อแยกการถามเกี่ยวกับสิ่งของ สถานที่ เวลา เหตุผล บุคคล ตัวเลือก และความเป็นเจ้าของ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. go through — กริยาวลี: เข้าใจว่าในบริบทการเรียนหมายถึงการไล่ตรวจสอบหรืออธิบายหลายหัวข้อทีละข้อ ไม่ใช่การเคลื่อนผ่านสิ่งใดจริง ๆ และนำไปใช้เกริ่นการทบทวนอย่างเป็นลำดับในชั้นเรียน การประชุม หรือการนำเสนอได้ 2. when someone asks why, / because. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: มองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างคำถามที่ใช้ why เพื่อถามเหตุผลกับคำอธิบายที่ขึ้นต้นด้วย because และเชื่อมคำถามกับคำตอบเชิงเหตุผลได้อย่างเป็นธรรมชาติในการสนทนา 3. Whose — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: ใช้คำถามนี้เพื่อถามว่าใครเป็นเจ้าของสิ่งหนึ่งหรือสิ่งนั้นเป็นของใคร พร้อมแยกจาก who ที่ใช้ถามถึงบุคคล และ who's ซึ่งเป็นรูปย่อของ who is หรือ who has ได้อย่างถูกต้อง
คำอธิบายในบทเรียนนี้
In today's mini English lesson,:กรอบเปิดบทเรียน
In today's mini English lesson เป็นกรอบประโยคสำหรับเปิดบทเรียน ก่อนผู้พูดจะบอกหัวข้อ วลีนี้จะระบุเวลาและประเภทของกิจกรรมที่กำลังจะเริ่ม ในที่นี้ today's หมายถึงบทเรียนนี้ที่จัดขึ้นวันนี้ ไม่ได้เน้นวันที่เป็นหลัก หลังกรอบนี้มักตามด้วยข้อความที่บอกหัวข้อ เช่น we're going to learn about question words คุณสามารถใช้รูปแบบ In today's + event, ... เพื่อพาผู้ฟังจากบริบทเข้าสู่หัวข้อได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้เปิดบทเรียนสั้น ๆ แล้วแนะนำหัวข้อได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- Today's lesson was shorter than yesterday's.
- I learned three new question words after school yesterday.
- In today's mini English lesson, we're going to learn three new question words.
ดูคำตอบ
In today's mini English lesson, we're going to learn three new question words.
look at ในความหมายว่าพิจารณาหัวข้อ
ในที่นี้ look at ไม่ได้หมายถึงเพียงการหันสายตาไปมองสิ่งใดสิ่งหนึ่ง กรรมของวลีนี้คือหัวข้อการเรียนรู้เชิงนามธรรม wh- question words จึงหมายถึงการพิจารณา อภิปราย หรือเรียนรู้เกี่ยวกับหัวข้อนั้น ในบทเรียน การประชุม และการอธิบาย look at + a topic มักใช้บอกว่ากลุ่มจะพิจารณาอะไรต่อไป ให้ดูกรรมและสถานการณ์เพื่อแยกความหมายนี้ออกจากความหมายตรงตัวที่เกี่ยวกับการมอง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ look at ในความหมายว่าพิจารณาหรืออภิปรายหัวข้อเชิงนามธรรม?
- Please look at the blue bird in the tree.
- He looked at the clock to check the time.
- At our club meeting, we'll look at ideas for the school garden.
ดูคำตอบ
At our club meeting, we'll look at ideas for the school garden.
wh- question words: หมวดคำแสดงคำถามที่อิงการสะกด
คำว่า wh- question words เป็นชื่อเรียกกลุ่มคำที่ใช้ถามข้อมูลเฉพาะประเภท ตัวอย่างที่พบบ่อยคือ what, where, when, who, why, which และ whose ซึ่งใช้ถามสิ่งของ สถานที่ เวลา บุคคล เหตุผล ตัวเลือก หรือความเป็นเจ้าของ เครื่องหมายยัติภังค์ใน wh- แสดงว่านี่คือป้ายชื่อหมวดที่อิงจากการขึ้นต้นเหมือนกันในการสะกด ไม่ใช่คำที่ใช้เดี่ยว ๆ และไม่ได้หมายความว่าทุกคำจะออกเสียงขึ้นต้นเหมือนกัน เช่น who กับ what ขึ้นต้นด้วยเสียงต่างกัน
แบบฝึกหัด
รายการใดมีแต่คำแสดงคำถาม wh- ที่พบบ่อย?
- book, desk, pencil, chair
- what, where, when, who, why
- quickly, slowly, loudly, quietly
ดูคำตอบ
what, where, when, who, why
a little bit: ทำให้ confusing ฟังดูเบาลง
ในที่นี้ a little bit หมายถึง “ในระดับเล็กน้อย” และขยายคำว่า confusing ทำให้คำบรรยายมีน้ำหนักเบาลง ผู้พูดจึงยอมรับว่ามันอาจยาก แต่ยังฟังดูปลอบใจมากกว่าทำให้ตื่นตกใจ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a little bit + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ เช่น a little bit tired หรือ drive a little bit more slowly ในวลีนี้ bit เป็นส่วนหนึ่งของคำบอกระดับ ไม่ได้หมายถึงชิ้นเล็ก ๆ หรือหน่วยข้อมูลดิจิทัล
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ a little bit เพื่อทำให้คำบรรยายเชิงลบฟังดูนุ่มนวลขึ้น?
- The instructions are not confusing at all.
- The instructions are a little bit confusing.
- The instructions are completely impossible to understand.
ดูคำตอบ
The instructions are a little bit confusing.
a ton of: วิธีพูดแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง a lot of
ในประโยคนี้ a ton of หมายความว่าสิ่งที่พูดถึงไปแล้วมีจำนวนมาก เป็นการพูดเกินจริงเรื่องจำนวนโดยตั้งใจ ไม่ได้เป็นการบอกน้ำหนัก ใช้วลีนี้หน้าสิ่งที่นับเป็นชิ้นได้ สิ่งที่ไม่ได้ไล่นับทีละชิ้น หรือคำสรรพนามที่แทนของหลายสิ่งได้ เช่น a ton of questions, a ton of homework, a ton of them ในที่นี้ them หมายถึงคำที่พูดถึงไปก่อนหน้านี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ a ton of เป็นคำพูดแบบไม่เป็นทางการที่มีความหมายว่า a lot of
- We have a ton of photos from the trip.
- She wrote the word ton on the board.
- The truck can carry one ton.
ดูคำตอบ
We have a ton of photos from the trip.
we're going to go through them and I'll simplify กริยาวลี
0:17เราจะมาทบทวนและฉันจะทำให้มันเข้าใจง่ายขึ้น
go through: ทบทวนหรืออธิบายทีละข้อตามลำดับ
ในที่นี้ go through หมายถึงการทบทวน อธิบาย หรือจัดการสิ่งที่พูดถึงก่อนหน้านี้ทีละข้อ ผู้พูดตั้งใจจะอธิบายคำคำถามที่ขึ้นต้นด้วย wh- ตามลำดับ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ผ่านสถานที่ใด ใช้โครงสร้าง go through + เนื้อหาหรือรายการที่กำลังจัดการ เช่น go through the answers, the plan หรือ the checklist วลีนี้เน้นการตรวจดูทั้งชุด โดยมักทำตามลำดับ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ทบทวนทีละข้อ”: Before the quiz, let's ____ the answers together.
ดูคำตอบ
go through
and hopefully you'll be able to use them in the future. ไวยากรณ์
0:20และหวังว่าคุณจะสามารถนำไปใช้ได้ในอนาคตนะคะ
be able to: การบอกความสามารถในอนาคต
be able to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “มีความสามารถที่จะทำบางสิ่ง” ใน you'll be able to use คำว่า be อยู่หลัง will และ able ตามด้วย to + คำกริยารูปพื้นฐาน use ประโยคนี้กล่าวถึงสิ่งที่ผู้เรียนจะทำได้ในอนาคต ต้องใช้รูปของ be ไว้หน้า able และห้ามละ to: be able to do something
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be able to: After a few more lessons, Omar will ____ read the map by himself.
ดูคำตอบ
be able to
and then we're going to review two that some students struggle with. วลี
0:25แล้วค่อยไปทบทวนสองคำที่นักเรียนบางคนยังสับสนอยู่
struggle with: รู้สึกว่าสิ่งหนึ่งยาก
struggle with + สิ่งหนึ่งหรือการกระทำรูป -ing หมายถึง “รู้สึกว่าสิ่งนั้นยากและต้องใช้ความพยายามมากขึ้น” ในประโยคนี้ two หมายถึงคำแสดงคำถามสองคำที่นักเรียนบางคนเข้าใจได้ยาก ไม่ได้หมายถึงการต่อสู้ทางร่างกาย คำที่อยู่หลัง with ระบุว่าสิ่งใดยาก เช่น struggle with spelling หรือ struggle with remembering names วลีนี้บอกว่ามีความยาก ไม่ได้หมายความว่าจะทำสำเร็จไม่ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่า Maya รู้สึกว่าคำแนะนำยาว ๆ นั้นยาก?
- Maya struggles long instructions.
- Maya struggles to long instructions.
- Maya struggles with long instructions.
ดูคำตอบ
Maya struggles with long instructions.
let's start with: บอกหัวข้อแรกที่จะเริ่ม
Let's start with ใช้จัดลำดับบทเรียนหรือกิจกรรม หมายถึง “มาเริ่มจัดการสิ่งนี้เป็นอันดับแรกกัน” ในที่นี้ the first one หมายถึงคำแสดงคำถามคำแรก คือ What Let's รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟัง จึงฟังเหมือนการชวนอย่างเป็นกันเองให้เริ่มไปพร้อมกัน หลัง with ให้ใส่หัวข้อ รายการ หรือขั้นตอนที่จะทำก่อน
แบบฝึกหัด
เติมคำสองคำให้วลีเป้าหมายสมบูรณ์: Let's ____ the first question.
ดูคำตอบ
start with
What are you doing?: ลำดับคำในประโยคคำถาม
What are you doing? ใช้ถามถึงการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ โครงสร้างคือ What + be + ประธาน + คำกริยา-ing ในคำถามตรง are ต้องอยู่หน้า you คำถามตรงที่สมบูรณ์คือ What are you doing? ไม่ใช่ What you are doing? ซึ่งใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า
แบบฝึกหัด
คุณเห็นเพื่อนกำลังทำบางอย่างและต้องการถามถึงการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ คำถามใดมีลำดับคำถูกต้อง
- What doing you are?
- What you are doing?
- What are you doing?
ดูคำตอบ
What are you doing?
What is usually used to talk about objects and things. โน้ต
0:35What มักจะใช้พูดถึงสิ่งของและเรื่องราวต่างๆ
What: การถามเกี่ยวกับสิ่งของและสิ่งต่าง ๆ
What ใช้ถามเกี่ยวกับสิ่งของ สิ่งต่าง ๆ หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ในประโยคนี้ what ระบุประเภทของข้อมูลที่กำลังอธิบายว่าเป็น objects and things ใช้ what เมื่อคำตอบที่ยังไม่รู้คือสิ่งของหรือข้อมูล การเลือกคำถามคำอื่นขึ้นอยู่กับว่าคำตอบนั้นเป็นคนหรือเป็นหนึ่งในตัวเลือกจำนวนจำกัดที่รู้กันอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
เลือกคำถามที่ถามเกี่ยวกับสิ่งของที่ยังไม่รู้
- Who is in the drawer?
- What is in the drawer?
- Where is the drawer?
ดูคำตอบ
What is in the drawer?
is usually used to: การบอกจุดประสงค์ทั่วไป
be + used to + กริยารูปพื้นฐานเป็นโครงสร้างประโยคถูกกระทำที่ใช้บอกจุดประสงค์ หมายถึงบางสิ่งมักถูกใช้เพื่อทำกิจกรรมหนึ่ง ในประโยคนี้ is usually used to talk อธิบายว่า What มีหน้าที่ทั่วไปเช่นนี้ usually บอกการใช้งานที่พบได้ทั่วไป ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเช่นนี้ทุกครั้ง
แบบฝึกหัด
เติมวลีถูกกระทำสองคำที่บอกจุดประสงค์ให้สมบูรณ์: A password is usually ____ protect an account
ดูคำตอบ
used to
Where: ใช้ถามสถานที่หรือตำแหน่ง
Where เป็นคำแสดงคำถามที่ใช้ถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่ยังไม่ทราบ ในประโยคคำถาม คำนี้อาจหมายถึงที่ไหนหรือไปที่ไหน ขึ้นอยู่กับคำกริยา คำตอบจะระบุสถานที่ เช่น at school, in the kitchen หรือ near the park ใช้ where เมื่อต้องการคำตอบที่เป็นสถานที่ ไม่ใช่เวลาหรือเหตุผล
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ใช้ถามตำแหน่งของห้องสมุดในคำถามภาษาอังกฤษนี้: ____ is the nearest library?
ดูคำตอบ
Where
When: ใช้ถามเวลาหรือวันที่
When เป็นคำแสดงคำถามที่ใช้ถามข้อมูลเวลาที่ยังไม่ทราบ สามารถใช้ถามเวลาตามนาฬิกา วันที่ วัน ช่วงเวลา หรือเวลาตามกำหนดการได้ คำตอบอาจเป็น at three o'clock, on Monday, next week หรือ in summer ใช้ when เมื่อต้องการทราบว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นเมื่อใด
แบบฝึกหัด
เติมคำแสดงคำถามภาษาอังกฤษหนึ่งคำที่ใช้ถามได้ทั้งเวลาหรือวันที่: ____ does the festival begin?
ดูคำตอบ
When
are we meeting later?: ใช้ present continuous พูดถึงนัดหมายในอนาคต
ใน are we meeting รูป present continuous มีความหมายถึงอนาคต คำว่า later แสดงว่าการพบกันไม่ได้กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ แต่ผู้พูดคาดไว้หรือนัดกันแล้วว่าจะพบกันภายหลัง โครงสร้างคำถามคือ When + be + ประธาน + คำกริยา-ing? ใช้ถามเวลาของแผนหรือนัดหมายในอนาคต
แบบฝึกหัด
ใช้ present continuous เติมคำถามเกี่ยวกับการไปเยี่ยมชมที่วางแผนไว้ให้สมบูรณ์: When ____ the museum tomorrow?
ดูคำตอบ
are we visiting
dressed as: สวมชุดเพื่อแต่งเป็นบุคคล สัตว์ หรือตัวละคร
Be dressed as + บุคคล สัตว์ ตัวละคร หรือฐานะ หมายถึงการสวมเสื้อผ้าหรือชุดแฟนซีที่ทำให้ดูเหมือนบุคคลหรือสิ่งนั้น ในประโยคนี้ a flamingo คือภาพที่ผู้แต่งกายต้องการแสดง as ในที่นี้ใช้บอกบทบาทหรือฐานะที่ชุดนั้นแสดง ไม่ได้เพียงบอกว่าสวมเสื้อผ้าอะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึงการสวมชุดเป็นตัวละคร: Mia is ____ a pirate for the school play.
ดูคำตอบ
dressed as
the vibe: เหตุผลแบบไม่เป็นทางการที่อิงกับความรู้สึกหรือสไตล์
ในประโยคนี้ the vibe หมายถึงความรู้สึกโดยรวม บรรยากาศ หรือสไตล์ เป็นสิ่งที่เป็นนามธรรม ไม่ใช่วัตถุทางกายภาพ It's just the vibe เป็นการให้เหตุผลแบบจงใจไม่เจาะจง กล่าวคือ ตัวเลือกนั้นให้ความรู้สึกหรือภาพลักษณ์ที่เข้ากัน แม้ผู้พูดจะอธิบายอย่างละเอียดไม่ได้หรือไม่ต้องการอธิบายก็ตาม Because ใช้เพื่อนำเข้าสู่เหตุผลนี้
แบบฝึกหัด
คำตอบใดใช้ the vibe เป็นเหตุผลแบบไม่เป็นทางการที่อิงกับความรู้สึกหรือสไตล์?
- Why did you choose neon lights? Because the shop closes at nine.
- Why did you choose neon lights? Because they use less electricity.
- Why did you choose neon lights? Because it's just the vibe.
ดูคำตอบ
Why did you choose neon lights? Because it's just the vibe.
why: การถามหาเหตุผล
Why เป็นคำแสดงคำถามที่ใช้ถามหาเหตุผล ในที่นี้ประโยคกำลังอธิบายหน้าที่พื้นฐานดังกล่าว คำถามที่ใช้ why จะถามว่าอะไรทำให้บางอย่างเกิดขึ้น หรือเหตุใดบางคนจึงเลือกทำบางสิ่ง คำตอบมักเริ่มด้วย because แต่ข้อความใดที่บอกเหตุผลอย่างชัดเจนก็ใช้ตอบได้
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ใช้ถามหาเหตุผลให้คำถามสมบูรณ์: ____ did Mia leave early? Because she felt sick.
ดูคำตอบ
Why
when someone asks why ... because: เชื่อมคำถามหาเหตุผลกับคำตอบ
When someone asks why เป็นการตั้งคำถามเกี่ยวกับเหตุผล ส่วน Because ใช้นำเหตุผลในคำตอบ ดังนั้นสองส่วนนี้จึงจัดข้อมูลเป็นคำถามหาเหตุผล แล้วตามด้วยคำอธิบาย คำตอบที่สมบูรณ์มักบอกเหตุผลที่ชัดเจนต่อ เช่น Because the road is closed. คำถามที่ใช้ why อาจตอบโดยไม่ใช้ because ก็ได้ แต่คำตอบยังต้องบอกเหตุผล
แบบฝึกหัด
เติมคู่ why–because ให้สมบูรณ์ด้วยคำเป้าหมาย: Why is Maya wearing a coat? ____ it is cold outside.
ดูคำตอบ
Because
Who: ใช้ถามถึงบุคคล
Who เป็นคำถามที่ใช้เมื่อข้อมูลที่หายไปคือบุคคลหนึ่งคนหรือหลายคน คำตอบอาจเป็นชื่อ บทบาท หรือสำนวนอื่นที่กล่าวถึงบุคคล เช่น Aisha, my teacher หรือ the new student
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ใช้ถามเกี่ยวกับบุคคลให้คำถามสมบูรณ์: ____ called you? My aunt.
ดูคำตอบ
Who
get into: เริ่มพูดถึงส่วนถัดไป
ในประโยคนี้ get into หมายถึง “เริ่มจัดการหรือเริ่มพูดถึง” วลีนี้ใช้พาบทเรียนจากเนื้อหาก่อนหน้าไปสู่ข้อที่ยาก โครงสร้าง get into + หัวข้อ รายละเอียด หรืองาน สามารถใช้บอกการเริ่มต้นส่วนใหม่ได้ ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงการเข้าไปในสถานที่จริง ๆ หรือการตกอยู่ในปัญหา
แบบฝึกหัด
ครูกำลังจะเปลี่ยนไปยังส่วนที่ยากขึ้น เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนนี้: Now let's ____ the difficult examples.
ดูคำตอบ
get into
Which สำหรับเลือกจากกลุ่มที่รู้อยู่แล้ว
Which ใช้ถามให้อีกฝ่ายระบุหนึ่งตัวเลือกหรือหลายตัวเลือกจากกลุ่มที่รู้อยู่แล้ว มองเห็นได้ หรือถูกจำกัดด้วยสถานการณ์ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ประโยคบอกว่า Which มักเกี่ยวข้องกับการเลือก ไม่จำเป็นต้องพูดตัวเลือกทั้งหมดออกมาเสมอไป แต่ทั้งสองฝ่ายควรรู้ว่ากำลังพิจารณาตัวเลือกจากกลุ่มใด
แบบฝึกหัด
บนโต๊ะมีการ์ดสองใบ ใบหนึ่งสีแดงและอีกใบสีฟ้า คำถามใดขอให้อีกฝ่ายเลือกการ์ดหนึ่งใบอย่างชัดเจน
- Which card do you want, the red one or the blue one?
- Whose card is this?
- What colour is your card?
ดูคำตอบ
Which card do you want, the red one or the blue one?
make a decision: กลุ่มคำที่เป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษ
Make a decision หมายถึงเลือกว่าจะทำอะไรหลังจากพิจารณาตัวเลือกต่าง ๆ แล้ว ในภาษาอังกฤษ make เป็นคำกริยาที่ใช้คู่กับคำนาม decision อย่างเป็นธรรมชาติ ใช้ make a decision ไม่ใช่ do a decision นอกจากนี้ยังใช้คำกริยา decide ได้ เช่น You have to decide แต่โครงสร้างประโยคจะเปลี่ยนไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกลุ่มคำธรรมชาติที่หมายถึง “เลือกหลังจากคิดแล้ว”: We have heard both ideas, so we need to ____ now.
ดูคำตอบ
make a decision
Whose: ถามว่าสิ่งหนึ่งเป็นของใคร
Whose หมายถึง “ของใคร” ใช้ถามว่าสิ่งหนึ่งเป็นของบุคคลใดหรือเกี่ยวข้องกับใคร สามารถวางหน้าคำนามได้ เช่น Whose coat is this? หรือใช้เดี่ยว ๆ ได้ เช่น Whose is this? ในประโยคตัวอย่าง possession หมายถึงความเป็นเจ้าของหรือการเป็นของใคร Whose ยังใช้ถามเรื่องที่ไม่ใช่ทรัพย์สินได้ เช่น Whose turn is it?
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ใช้ถามว่าใครเป็นเจ้าของเสื้อแจ็กเก็ต: ____ jacket is hanging by the door?
ดูคำตอบ
Whose
on set: ที่กองถ่าย
ในงานผลิตภาพยนตร์ โทรทัศน์ ภาพถ่าย หรือสื่ออื่น ๆ on set หมายถึงอยู่ ณ สถานที่ที่กำลังถ่ายทำ ถ่ายภาพ หรือบันทึกอยู่ ในที่นี้ set หมายถึงสถานที่ทำงานของนักแสดงและทีมงาน ไม่ได้หมายถึงสิ่งของหนึ่งชุดหรือการตั้งค่าอุปกรณ์ วลีนี้บอกตำแหน่งที่โทรศัพท์ดัง กล่าวคือ โทรศัพท์กำลังดังอยู่ในกองถ่าย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ on set ในความหมายว่า “อยู่ในกองถ่าย”?
- The actors must be quiet on set.
- She set the book on the desk.
- I bought a matching set of cups.
ดูคำตอบ
The actors must be quiet on set.
That's it for: ปิดช่วงที่ระบุ
That's it for + หัวข้อ กิจกรรม หรือช่วงเวลา ใช้บอกว่าส่วนที่ระบุจบแล้วและจะไม่มีเนื้อหาเพิ่มในส่วนนั้นอีก ส่วนที่ตามหลัง for ระบุขอบเขตที่กำลังปิด ซึ่งในประโยคนี้คือ today's lesson คำว่า it รวบเนื้อหาก่อนหน้าให้เป็นหนึ่งส่วน ไม่ได้ชี้ถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง วิธีนี้ช่วยให้ผู้พูดปิดช่วงหนึ่งและพาผู้ฟังไปยังสิ่งถัดไปหรือช่วงจบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนปิดท้ายเป้าหมายเพื่อบอกว่าการประชุมวันนี้จบแล้ว: ____ today's meeting.
ดูคำตอบ
That's it for
Go ahead: การชวนหรืออนุญาตให้อีกฝ่ายลงมือทำ
Go ahead ใช้บอกว่าอีกฝ่ายสามารถหรือควรเริ่มทำสิ่งที่เข้าใจกันชัดเจนอยู่แล้วจากสถานการณ์ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังชวนผู้ชมอย่างนุ่มนวลให้เขียนคำตอบไว้ในช่องความคิดเห็น ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “เดินไปข้างหน้า” แต่เป็นสำนวนในบทสนทนาที่ทำให้อีกฝ่ายเปลี่ยนจากการรอหรือพูดคุยไปสู่การลงมือทำ
แบบฝึกหัด
เพื่อนถามว่า “May I open the window?” คำตอบใดเป็นการอนุญาตให้เริ่มทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Go ahead.
- Please wait.
- I'd rather you didn't.
ดูคำตอบ
Go ahead.
I would like you to write seven wh- questions. น้ำเสียง/เจตนา
1:58ฉันอยากให้คุณเขียนคำถาม wh- เจ็ดข้อ
would like you to: โครงสร้างสำหรับขออย่างสุภาพ
would like + คน + to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกความต้องการหรือขอให้คนนั้นทำบางอย่างอย่างสุภาพ ในประโยคนี้ ครูใช้ would like you to write เพื่อมอบหมายงานแบบไม่ตรงเกินไป คนที่อยู่ระหว่าง like กับ to คือผู้ทำกริยา เช่น I would like you to help. แต่ถ้าไม่มี you ประโยค I would like to help จะหมายถึง I เป็นคนที่อยากช่วย ไม่ใช่ผู้ฟัง
แบบฝึกหัด
ครูกำลังมอบหมายงานอ่านอย่างสุภาพ เติมสำนวนเป้าหมายในประโยค: I ____ read the first chapter tonight.
ดูคำตอบ
would like you to
Stay tuned เพื่อติดตามเนื้อหาที่จะมีต่อไป
ในประโยคนี้ Stay tuned หมายถึง “ติดตามช่องนี้ต่อไปเพื่อไม่ให้พลาดสิ่งที่จะตามมา” เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ปิดท้ายสื่อ ไม่ใช่คำสั่งให้ปรับเสียงเครื่องดนตรีหรือตั้งค่าอุปกรณ์ รูปแบบ stay tuned for + กลุ่มคำนาม ใช้บอกเนื้อหาที่จะมีต่อไป ในประโยคนี้คือ for more mini English lessons สำนวนนี้มาจากการปรับวิทยุหรือโทรทัศน์ค้างไว้ที่ช่องหนึ่ง แต่ปัจจุบันใช้กับวิดีโอ โซเชียลมีเดีย และประกาศต่าง ๆ ด้วย
แบบฝึกหัด
ผู้ดำเนินรายการกำลังจบวิดีโอและต้องการให้ผู้ชมติดตามโพสต์ในอนาคต ประโยคใดเหมาะที่สุด
- Stay in touch with your former classmates.
- Stay seated until the doors open.
- Stay tuned for more travel tips.
ดูคำตอบ
Stay tuned for more travel tips.