เรียนภาษาอังกฤษผ่านภาพยนตร์ ตอนที่ 3 - บทเรียน English for Life: บทเรียนภาษาอังกฤษ
British Council | English
ภาพรวมวิดีโอ: บทเรียนนี้อธิบายการเรียนภาษาอังกฤษแบบเข้มข้นผ่านภาพยนตร์และซีรีส์ด้วยการทำ shadowing การเขียนตามคำบอกช่วงสั้น ๆ และการแปลกลับเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมย้ำว่าควรฝึกเป็นช่วงสั้น ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อยังคงสนุกกับการรับชมและไม่ทำให้เนื้อหากลายเป็นงานที่น่าเบื่อ ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. is called shadowing. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เรียนรู้ว่า shadowing เป็นศัพท์ด้านการเรียนภาษาที่หมายถึงการหยุดฉากไว้แล้วเลียนแบบประโยคที่เพิ่งได้ยิน คุณจะนำวิธีนี้ไปใช้ได้โดยสังเกตจังหวะ น้ำเสียง คำที่ลงเสียงหนักและเบา จากนั้นอัดเสียงตัวเองแล้วเทียบกับต้นฉบับ โดยไม่ต้องตั้งเป้าว่าจะกำจัดสำเนียงของตนเอง 2. write down — กริยาวลี: เข้าใจและใช้กริยาวลีที่พบบ่อยนี้เมื่อต้องบอกให้บันทึกภาษาพูดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร ในการเขียนตามคำบอกช่วงสั้น ๆ คุณสามารถเปิดฉากเดิมซ้ำ เขียนสิ่งที่ได้ยิน เปิดคำบรรยาย แล้วเปรียบเทียบทั้งสองฉบับเพื่อดูว่าส่วนใดฟังถูกและรายละเอียดใดที่พลาดไป 3. little and often, — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่าสำนวนสั้น ๆ นี้เป็นคำแนะนำให้ฝึกครั้งละน้อยแต่ทำบ่อย ๆ แทนการเรียนยาวต่อเนื่องจนเหนื่อย คุณสามารถใช้เพื่ออธิบายกิจวัตรที่ทำต่อเนื่องได้ ช่วยให้สัมผัสภาษาอังกฤษซ้ำอย่างสม่ำเสมอ และป้องกันไม่ให้การวิเคราะห์แบบเข้มข้นทำให้ภาพยนตร์หรือซีรีส์น่าเบื่อ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
using film and series to improve your English: ใช้ A เพื่อทำ B
วลีทั้งหมด using film and series to improve your English บอกหัวข้อหลังคำบุพบท about เนื่องจาก use อยู่หลัง about จึงต้องใช้รูป -ing คือ using และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง present continuous ในที่นี้ ภายในวลีนี้ use A to do B หมายถึง “ใช้ A เพื่อทำ B” film and series คือสิ่งที่นำมาใช้ ส่วน to improve your English บอกจุดประสงค์ โครงสร้างนี้ใช้บอกได้ว่าเครื่องมือหรือวิธีการหนึ่งช่วยให้ทำอะไรได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ about + using A to do B ได้ถูกต้อง
- This lesson is about use songs to learn new words.
- This lesson is about using songs for learn new words.
- This lesson is about using songs to learn new words.
ดูคำตอบ
This lesson is about using songs to learn new words.
taking a relaxed approach: ใช้แนวทางแบบผ่อนคลาย
take an approach หมายถึง “เลือกวิธีจัดการกับบางสิ่ง” ในประโยคนี้ take เปลี่ยนเป็น taking เพราะอยู่หลัง talked about ส่วน approach เป็นคำนามที่หมายถึงวิธีหรือท่าที ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนเข้าใกล้ relaxed บอกว่าแนวทางนั้นสงบและไม่กดดันมาก แต่ไม่จำเป็นต้องหมายถึงความสะเพร่า หากต้องการระบุกิจกรรมหรือปัญหาที่ใช้แนวทางนี้ ให้ใช้ approach to + คำนามหรือรูป -ing เช่น a relaxed approach to learning
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อความหมายว่า “ลองใช้วิธีที่สงบและไม่กดดันมากกับบทเรียนช่วงแรก” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Try to take a relaxed approach to the first few lessons.
- Try to take a relaxed approach the first few lessons.
- Try to use a relaxed way to the first few lessons.
ดูคำตอบ
Try to take a relaxed approach to the first few lessons.
we talked about ways you can pick up the pace to study a bit harder. สำนวน
0:07เราได้พูดถึงวิธีที่คุณสามารถเร่งจังหวะให้เรียนหนักขึ้นอีกนิด
pick up the pace: เร่งจังหวะให้เร็วขึ้น
Pick up the pace หมายถึงเริ่มทำสิ่งหนึ่งให้เร็วขึ้นหรือมีพลังมากขึ้น ในประโยคนี้หมายถึงเพิ่มความเร็วและความเข้มข้นในการเรียน ไม่ได้หมายถึงการหยิบอะไรขึ้นมาจริง ๆ วลีนี้มักสื่อถึงการเปลี่ยนจากจังหวะปัจจุบันให้เร็วขึ้น จึงใช้ได้กับการเรียน งาน การออกกำลังกาย และกิจกรรมอื่นที่กำลังดำเนินอยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึง “เริ่มทำงานให้เร็วขึ้น”: Our group project is not finished, and class ends soon, so we need to ____.
ดูคำตอบ
pick up the pace
ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีเรียนอย่างเข้มข้น
Give someone some advice หมายถึงให้คำแนะนำแก่คนคนหนึ่งโดยเฉพาะ ในที่นี้ you คือผู้รับคำแนะนำ และ some advice คือสิ่งที่ผู้พูดตั้งใจจะให้ ส่วนอนุประโยค how to ที่ตามมาระบุเรื่องที่คำแนะนำนั้นจะช่วยได้ คือวิธีเรียนอย่างเข้มข้นมาก รูปแบบมาตรฐานที่นำไปใช้ต่อได้คือ give someone some advice on how to do something ส่วน advice for how to ... ในคำบรรยายเข้าใจได้และพบได้ในภาษาพูด แต่ on how to ... มักเป็นธรรมชาติกว่า โดยเฉพาะในงานเขียนที่ผ่านการเรียบเรียง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบ advice ได้อย่างเป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษมาตรฐาน
- The teacher gave me some advice on how to remember new words.
- The teacher gave me an advice on how to remember new words.
- The teacher made me some advices on how to remember new words.
ดูคำตอบ
The teacher gave me some advice on how to remember new words.
the main aim is still to enjoy yourself: ย้ำเป้าหมายหลักที่ยังคงเดิม
the main aim is still to ... ใช้บอกจุดประสงค์ที่สำคัญที่สุด still แสดงว่าจุดประสงค์นี้ไม่เปลี่ยน แม้กำลังพูดถึงกิจกรรมหรือวิธีการเฉพาะ ในประโยคนี้ เป้าหมายหลักยังคงเป็นการสนุกกับสิ่งที่ทำ โครงสร้างนี้ใช้ดึงความสนใจกลับมาที่เป้าหมายหลัก: the main aim is still to + กริยารูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่แสดงว่าเป้าหมายหลักยังไม่เปลี่ยนลงในประโยค: Even after we change the plan, the main aim is ____ keep everyone safe.
ดูคำตอบ
still to
don't have to: บอกว่าไม่จำเป็นต้องทำ ไม่ใช่ห้ามทำ
don't have to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงไม่จำเป็นต้องทำสิ่งนั้น ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังลดความกดดันว่าไม่จำเป็นต้องทำกิจกรรมนี้ทุกครั้งที่ดูหนังหรือรายการโทรทัศน์ จะทำก็ได้ หรือจะเลือกไม่ทำก็ได้ สำนวนนี้เปิดทางให้เลือกได้ ไม่ได้หมายความว่าการกระทำนั้นถูกห้าม
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่หมายความว่าการนำสมุดมาเป็นทางเลือก ไม่ใช่สิ่งที่ห้ามทำ
- You mustn't bring a notebook; it could get lost.
- You don't have to bring a notebook; I have an extra one.
- You can't bring a notebook; bags are not allowed.
ดูคำตอบ
You don't have to bring a notebook; I have an extra one.
every single time: เน้นว่าทุกครั้งโดยไม่มีข้อยกเว้น
ในวลี every single time คำว่า single ช่วยเน้น every time ให้แรงขึ้น หมายถึงทุกครั้งโดยไม่มีข้อยกเว้น single ไม่ได้บอกจำนวนว่าเกิดขึ้นหนึ่งครั้ง แต่เน้นแต่ละโอกาสทั้งหมด ในประโยคนี้ don't have to ... every single time จำกัดขอบเขตของความจำเป็น การกระทำนี้อาจมีประโยชน์ในบางครั้ง แต่ไม่จำเป็นต้องทำทุกครั้งที่ดูภาพยนตร์หรือโทรทัศน์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเน้นที่หมายถึง “ทุกครั้งโดยไม่มีข้อยกเว้น”: Mia checks the map ____ she reaches a new station.
ดูคำตอบ
every single time
But if ..., here are ...: เปลี่ยนจากข้อจำกัดไปสู่คำแนะนำ
But เชื่อมประโยคนี้กับคำเตือนก่อนหน้าว่าการเรียนอย่างเข้มข้นไม่ได้จำเป็นเสมอไป คำนี้ไม่ได้เพียงแสดงความตรงข้าม แต่ยังพาเนื้อหาไปสู่ทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการเรียนแบบนั้นจริง ๆ อนุประโยคที่ใช้ if กำหนดเงื่อนไข ส่วน here are ใช้เกริ่นรายการที่จะตามมา รูปแบบนี้จัดข้อมูลตามลำดับ “ข้อจำกัดทั่วไป → เงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง → คำแนะนำ”
แบบฝึกหัด
คุณเพิ่งบอกว่าแผนแบบละเอียดไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับเปลี่ยนไปสู่รายการสำหรับผู้ที่ต้องการแผนนั้น?
- A detailed plan is not necessary for everyone.
- These three ideas prove that everyone needs a detailed plan.
- But if you want a more detailed plan, here are three ideas.
ดูคำตอบ
But if you want a more detailed plan, here are three ideas.
is called shadowing: ชื่อของเทคนิคการเลียนแบบเสียงพูด
ในที่นี้ shadowing คือชื่อเทคนิคการเรียนภาษา ผู้เรียนฟังผู้พูดแล้วเลียนแบบคำ การออกเสียง จังหวะ และทำนองเสียงโดยเว้นช่วงเพียงเล็กน้อย คำว่า is called ใช้บอกชื่อของเทคนิคนี้ shadowing ไม่ได้หมายถึงเงาจริง ๆ ครูบางคนใช้คำนี้ในความหมายกว้าง ๆ สำหรับการฝึกฟังแล้วพูดตามอย่างใกล้ชิด แต่โดยทั่วไปหมายถึงการพูดตามแทบจะพร้อมกับเสียงต้นฉบับ
แบบฝึกหัด
ในการเรียนภาษา shadowing โดยทั่วไปหมายถึงอะไร?
- วาดเส้นรอบเงาของคนคนหนึ่ง
- อ่านเนื้อหาในใจแล้วค้นหาความหมายของทุกคำ
- ฟังคำพูดแล้วเลียนแบบโดยเว้นช่วงเพียงเล็กน้อย
ดูคำตอบ
ฟังคำพูดแล้วเลียนแบบโดยเว้นช่วงเพียงเล็กน้อย
work on your pronunciation: ฝึกและพัฒนาทักษะ
ในโครงสร้าง work on something คำว่า work on หมายถึงการใช้เวลาและความพยายามเพื่อพัฒนา ทำให้ดีขึ้น หรือทำสิ่งนั้นให้เสร็จ ในที่นี้ work on your pronunciation หมายถึงฝึกเพื่อให้การออกเสียงดีขึ้น ไม่ได้หมายถึงการทำงาน “บน” การออกเสียงตามตัวอักษร วางทักษะ ปัญหา หรืองานไว้หลัง on เช่น work on my spelling, work on a problem หรือ work on writing more clearly โดยห้ามตัด on ออกจากโครงสร้างนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนนี้: My speech is next week, so I need to ____ my pronunciation.
ดูคำตอบ
work on
repeat the expression that you just heard: พูดวลีที่เพิ่งได้ยินซ้ำ
repeat the expression หมายถึงพูดส่วนของภาษานั้นอีกครั้ง ในที่นี้ expression หมายถึงวลีหรือถ้อยคำสั้น ๆ ที่นำไปใช้ซ้ำได้ ไม่ได้หมายถึงสีหน้า ส่วน that you just heard ระบุว่าต้องพูด expression ใดซ้ำ ส่วน just หมายถึง “เพิ่ง” ดังนั้นคำสั่งทั้งหมดจึงให้เลียนแบบถ้อยคำที่ได้ยินล่าสุด
แบบฝึกหัด
คำสั่งใดขอให้ผู้ฟังพูดส่วนของภาษาที่เพิ่งได้ยินซ้ำได้อย่างถูกต้อง?
- Pause the recording and explain the expression that you just heard.
- Pause the recording and repeat the expression that you read earlier.
- Pause the recording and repeat the expression that you just heard.
ดูคำตอบ
Pause the recording and repeat the expression that you just heard.
and the strong words and weak words in the sentence. การใช้คำ
0:49และคำที่ลงน้ำหนักและไม่ลงน้ำหนักในประโยค
focus on the intonation: เน้นฟังทำนองเสียง
focus on หมายถึงมุ่งความสนใจไปที่สิ่งหนึ่ง ในที่นี้ focus on the intonation บอกให้ฟังอย่างใกล้ชิดว่าเสียงสูงขึ้นและต่ำลงอย่างไร แทนที่จะฟังเฉพาะคำเท่านั้น ต้องมี on ในรูปแบบ focus on something หลัง on ให้ใส่สิ่งหรือกิจกรรมที่เราสนใจ เช่น focus on the rhythm หรือ focus on speaking clearly
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่หายไปให้ประโยคสมบูรณ์: During the second listen, focus ____ the speaker's intonation.
ดูคำตอบ
on
Strong words และ weak words: ความเด่นของคำในประโยค
ในบริบทการเรียนการออกเสียงนี้ strong words และ weak words บอกว่าคำหนึ่งฟังเด่นมากน้อยเพียงใดในประโยค strong words จะเด่นกว่า มักชัดกว่า ยาวกว่า หรือดังกว่า ส่วน weak words จะเด่นน้อยกว่า และอาจออกเสียงสั้นลงหรือลดรูปเสียง คำว่า strong และ weak ไม่ได้หมายถึงคำที่ “ดี” หรือ “ไม่ดี” ความเด่นขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ประโยคต้องการสื่อ คำที่ให้ข้อมูลหลัก เช่น คำนามและกริยาหลัก มักได้รับการเน้นเสียง ส่วนคำทำหน้าที่ทางไวยากรณ์ เช่น คำนำหน้านามและคำบุพบท มักออกเสียงเบา แต่ผู้พูดสามารถเน้นคำใดคำหนึ่งเพื่อย้ำหรือเปรียบต่างได้
แบบฝึกหัด
strong words และ weak words ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- หมายถึงคำที่ดีและคำที่ไม่ดี
- หมายถึงคำที่ต้องเก็บไว้และคำที่ต้องตัดออก
- หมายถึงคำที่ออกเสียงให้เด่นมากหรือน้อยต่างกัน
ดูคำตอบ
หมายถึงคำที่ออกเสียงให้เด่นมากหรือน้อยต่างกัน
you can record yourself on your phone and listen back. โน้ต
0:53คุณสามารถบันทึกเสียงตัวเองในโทรศัพท์และฟังทวนได้
If you're feeling confident, you can ...: การเสนอเป็นทางเลือก
If you're feeling confident, you can ... ใช้เสนอการกระทำหนึ่งเป็นทางเลือก โดยอนุประโยค if กำหนดเงื่อนไขว่าผู้ฟังรู้สึกพร้อมในขณะนั้น และ can นำเสนอสิ่งที่ผู้ฟังเลือกทำได้แทนการออกคำสั่ง ในที่นี้ feeling confident บอกความรู้สึกหรือความพร้อมของผู้ฟังในขณะนั้น ไม่ได้บอกว่าเป็นลักษณะนิสัยที่ติดตัวถาวร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเสนอการแบ่งปันเป็นทางเลือกโดยคำนึงถึงความรู้สึกของผู้ฟังในขณะนั้น
- You are confident, so you have to share your idea with the group.
- Share your idea with the group right now.
- If you're feeling confident, you can share your idea with the group.
ดูคำตอบ
If you're feeling confident, you can share your idea with the group.
record yourself on your phone: ใช้โทรศัพท์อัดเสียงตัวเอง
ใน record yourself คำว่า yourself เป็นกรรมของ record ดังนั้นคนที่อยู่ในเสียงหรือภาพที่บันทึกก็คือตัวคุณเอง เนื่องจากการกระทำถัดไปคือ listen back ประโยคนี้จึงหมายถึงการอัดเสียงของตัวเองเป็นหลัก on your phone ระบุอุปกรณ์ที่ใช้บันทึก สามารถเติมการกระทำได้ เช่น record yourself reading และเติมวลีที่บอกอุปกรณ์ได้ เช่น on your phone
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดหมายถึงการใช้โทรศัพท์บันทึกเสียงหรือภาพของตัวเอง?
- Ask someone to record a message on your phone.
- Record yourself on your phone.
- Record something on your phone for yourself.
ดูคำตอบ
Record yourself on your phone.
listen back: ฟังสิ่งที่เพิ่งบันทึกไว้
listen back หมายถึงการฟังสิ่งที่บันทึกไว้หลังจากบันทึกเสร็จแล้ว มักใช้เมื่อต้องการตรวจสอบว่าเสียงเป็นอย่างไร ในที่นี้ back หมายถึงการย้อนกลับไปที่สิ่งที่บันทึก ไม่ใช่การขยับตัวไปข้างหลัง ผู้ฟังเข้าใจอยู่แล้วว่าหมายถึงเสียงบันทึกจาก record yourself จึงไม่ต้องระบุซ้ำ เมื่อต้องการบอกสิ่งที่จะฟัง ใช้ listen back to + เสียงบันทึกหรือข้อความ เช่น listen back to the recording
แบบฝึกหัด
คำสั่งใดหมายถึงการฟังสิ่งที่คุณเพิ่งบันทึกเสร็จ?
- Read back the speech and check your spelling.
- Listen back to the recording and check your timing.
- Listen again to the teacher's live example.
ดูคำตอบ
Listen back to the recording and check your timing.
listen again to the original: ฟังฉบับต้นทางอีกครั้ง
listen again to the original หมายถึง “ฟังฉบับที่ใช้เป็นแหล่งอ้างอิงอีกหนึ่งครั้ง” เมื่อ listen ตามด้วยสิ่งที่ฟัง ต้องใช้ to และ again แสดงว่าทำซ้ำอีกครั้ง ในที่นี้ the original เป็นนามวลีที่หมายถึงฉบับในซีรีส์หรือภาพยนตร์ ซึ่งเป็นต้นฉบับที่ใช้เลียนแบบหรือตรวจสอบ ไม่ได้หมายถึง “สร้างสรรค์” หรือ “ใหม่” ในบริบทนี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าให้ฟังฉบับต้นทางอีกหนึ่งครั้งก่อนตรวจสอบฉบับของตนเอง
- Listen again to the original before checking your version.
- Listen again the original before checking your version.
- Listen to the original before checking your version.
ดูคำตอบ
Listen again to the original before checking your version.
compare it with what you said: compare A with B ที่ใช้อนุประโยค what
Compare A with B หมายถึงการนำ A และ B มาพิจารณาควบคู่กันเพื่อหาความเหมือนหรือความแตกต่าง ในประโยคนี้ it คือ A และ what you said คือ B What you said เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามทั้งชุด หมายถึง “สิ่งที่คุณพูด” อนุประโยคทั้งหมดเป็นกรรมของ with และใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ไม่ใช่แบบประโยคคำถาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ compare A with B: ____ your practice recording ____ what the actor said.
ดูคำตอบ
Compare · with
The aim is not to completely get rid of your accent, โน้ต
1:02จุดประสงค์ไม่ใช่เพื่อกำจัดสำเนียงของคุณไปโดยสิ้นเชิง
get rid of: กำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการ
get rid of หมายถึงเอาออก ทิ้ง หรือทำให้สิ่งที่ไม่ต้องการหมดไป ใน get rid of your accent หมายถึงทำให้สำเนียงหายไปหรือกำจัดสำเนียง ไม่ใช่การแปล get และ rid แยกกันตามตัวอักษร ใช้โครงสร้างตายตัว get rid of + สิ่งที่ต้องการกำจัด คำว่า of ห้ามละ เมื่อเปลี่ยนเวลาให้เปลี่ยนเฉพาะ get เช่น got rid of
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวที่หมายถึง “กำจัดหรือทิ้ง”: We need to ____ these broken toys.
ดูคำตอบ
get rid of
it's just to get the right rhythm and intonation of the language. วลี
1:05มันเป็นเพียงการจับจังหวะและระดับเสียงสูงต่ำที่ถูกต้องของภาษาเท่านั้น
is not to ..., it's just to ...: ระบุเป้าหมายที่แท้จริง
รูปแบบ The aim is not to X; it's just to Y ใช้เปรียบต่างจุดประสงค์สองอย่าง not to X ตัดเป้าหมายที่คนอื่นอาจเข้าใจผิดออกไป ส่วน just to Y บอกเป้าหมายที่แท้จริงและจำกัดกว่า ในประโยคนี้ เป้าหมายที่ถูกตัดออกคือการกำจัดสำเนียงให้หมด ส่วนเป้าหมายที่แท้จริงคือการใช้จังหวะและทำนองเสียงของภาษาให้ถูกต้อง ใช้รูปแบบนี้เมื่อต้องการแก้ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับจุดประสงค์ของกิจกรรม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบเป้าหมาย: The aim ____ memorise every answer; ____ learn from your mistakes.
ดูคำตอบ
is not to · it's just to
get the right rhythm and intonation: ทำให้จังหวะและทำนองเสียงเหมาะสม
ในประโยคนี้ get the right rhythm and intonation หมายถึง “พัฒนาหรือทำจังหวะและทำนองการพูดให้เหมาะสม” get ในที่นี้หมายถึง “ทำให้ได้” ส่วน right หมายถึง “เหมาะสมหรือถูกต้อง” ไม่ได้หมายถึงทิศ “ขวา” ที่ตรงข้ามกับ left rhythm คือแบบแผนของจังหวะหนักเบา ระยะเวลา และการหยุดในการพูด ส่วน intonation คือการขึ้นลงของเสียง โครงสร้าง get the right + คำนาม ใช้เพื่อบอกว่าทำให้ได้หรือเลือกสิ่งที่เหมาะกับจุดประสงค์
แบบฝึกหัด
ในประโยค “We repeated the line to get the right rhythm and intonation,” วลี get the right rhythm and intonation หมายถึงอะไร
- ย้ายจังหวะและทำนองเสียงไปทางขวา
- จดจังหวะและทำนองเสียงลงมา
- ทำให้ได้จังหวะและทำนองเสียงที่เหมาะสม
ดูคำตอบ
ทำให้ได้จังหวะและทำนองเสียงที่เหมาะสม
The second piece of advice is to work on your listening skill. โน้ต
1:09คำแนะนำข้อที่สองคือการฝึกทักษะการฟังของคุณ
The second piece of advice is to ...: เริ่มคำแนะนำข้อถัดไป
คำว่า second บอกลำดับของความคิดว่าได้เสนอคำแนะนำไปแล้วหนึ่งข้อ และกำลังเริ่มอีกข้อหนึ่ง สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ฟังตามโครงสร้างของการพูดหรือคำอธิบายได้ advice เป็นคำนามนับไม่ได้ เมื่อต้องการนับเป็นหนึ่งข้อจึงใช้ a piece of advice จากนั้นรูป to + คำกริยารูปพื้นฐาน จะนำเข้าสิ่งที่แนะนำให้ทำ เช่น is to work
แบบฝึกหัด
“The second piece of advice is to ...” บอกอะไรแก่ผู้ฟัง
- ผู้พูดให้คำแนะนำทั้งหมดเสร็จแล้ว
- ผู้พูดกำลังแก้ไขคำแนะนำข้อแรก
- คำแนะนำข้อที่สองกำลังเริ่มขึ้น และ to นำเข้าสิ่งที่ต้องทำ
ดูคำตอบ
คำแนะนำข้อที่สองกำลังเริ่มขึ้น และ to นำเข้าสิ่งที่ต้องทำ
work on your listening skill: พัฒนาความสามารถอย่างต่อเนื่อง
ในประโยคนี้ work on your listening skill หมายถึงใช้เวลาฝึกเพื่อให้ความสามารถในการฟังดีขึ้น โดย work on ตามด้วยสิ่งที่ต้องการปรับปรุง พัฒนา หรือทำให้คืบหน้า ในที่นี้ listening skill หมายถึงความสามารถโดยรวมในการเข้าใจภาษาพูด ไม่ใช่เคล็ดลับการฟังแบบใดแบบหนึ่ง โครงสร้างเดียวกันใช้กับเป้าหมายอื่นได้ เช่น work on your pronunciation หรือ work on a project
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า “ฉันต้องใช้เวลาพัฒนาการออกเสียงของตนเอง”
- I need to work over my pronunciation.
- I need to work my pronunciation on.
- I need to work on my pronunciation.
ดูคำตอบ
I need to work on my pronunciation.
and write down exactly what you think the characters are saying. โน้ต
1:14และเขียนสิ่งที่คุณคิดว่าตัวละครกำลังพูดออกมาให้เป๊ะ
write down: บันทึกข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษร
write down หมายถึงบันทึกข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้ใช้หรือจำได้ในภายหลัง ในประโยคนี้คำสั่งให้เปลี่ยนสิ่งที่ได้ยินเป็นคำที่เขียนไว้ โดย down เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลีและไม่ได้บอกทิศทางลงด้านล่าง write down เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำนาม ทั้ง write down the number และ write the number down เป็นธรรมชาติ แต่เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง write กับ down โดยใช้ write it down ไม่ใช่ write down it
แบบฝึกหัด
ใช้ write down โดยวางคำสรรพนามให้ถูกตำแหน่ง: This address is important, so ____ before you leave.
ดูคำตอบ
write it down
exactly what you think the characters are saying: ลำดับคำในอนุประโยค what ที่ฝังอยู่
วลี exactly what you think the characters are saying ทั้งหมดเป็นกรรมของ write down โดยคำว่า what นำเข้าสิ่งที่ต้องจด และ you think แสดงว่านี่คือสิ่งที่คุณคิดว่าน่าจะถูกต้องที่สุด ไม่ใช่คำพูดที่ยืนยันแล้ว ส่วน exactly กำหนดให้เขียนถ้อยคำให้แม่นยำที่สุดเท่าที่ทำได้ เนื่องจากนี่เป็นอนุประโยค what ที่ฝังอยู่ จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าภายในว่า what you think the characters are saying อย่าใช้ลำดับคำของคำถามตรงอย่าง what do you think หลัง write down โครงสร้างนี้ช่วยให้กล่าวถึงเนื้อหาที่ยังไม่แน่นอนภายในประโยคบอกเล่าหรือคำสั่งที่ยาวกว่าได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค what ที่ฝังอยู่ได้ถูกต้อง
- Write down exactly what you think the speaker is saying.
- Write down exactly what you think is the speaker saying.
- Write down exactly what do you think the speaker is saying.
ดูคำตอบ
Write down exactly what you think the speaker is saying.
as many times as necessary: จำนวนครั้งที่ทำซ้ำขึ้นอยู่กับความจำเป็น
as many times as necessary หมายถึง ทำซ้ำกี่ครั้งก็ได้เท่าที่จำเป็น จำนวนครั้งไม่ได้ถูกกำหนดไว้ตายตัว เพราะ necessary ขึ้นอยู่กับเป้าหมายหรืองาน ไม่ใช่จำนวนที่กำหนดล่วงหน้า รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ as many + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ + as necessary ในที่นี้ times ใช้นับจำนวนครั้งที่ทำซ้ำ จึงใช้ many ไม่ใช่ much
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ทำซ้ำกี่ครั้งก็ได้เท่าที่จำเป็น”: You may replay this short clip ____.
ดูคำตอบ
as many times as necessary
until you've written down everything that you heard. ไวยากรณ์
1:22จนกว่าคุณจะจดทุกสิ่งที่คุณได้ยินลงไป
until you've written down ...: ทำต่อไปจนเสร็จ
Until บอกจุดสิ้นสุดของการกระทำที่ทำซ้ำก่อนหน้านี้ คือให้ฟังและเขียนต่อไป แล้วหยุดเมื่อบันทึกข้อมูลทั้งหมดเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วเท่านั้น You've written down เป็นรูปย่อของ you have written down โดย present perfect แสดงว่าการเขียนเสร็จสมบูรณ์เมื่อถึงจุดนั้น ในคำสั่งที่กล่าวถึงอนาคต อนุประโยคที่ใช้ until มักใช้รูป present แทน will
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าการกระทำดำเนินต่อไปจนเสร็จสมบูรณ์?
- Keep listening until you've written down every word.
- Keep listening until you will have written down every word.
- Keep listening until you've wrote down every word.
ดูคำตอบ
Keep listening until you've written down every word.
put the subtitles on: ทำให้คำบรรยายปรากฏ
ในที่นี้ put the subtitles on หมายถึงทำให้คำบรรยายปรากฏบนหน้าจอ Put on ไม่ได้หมายถึงการวางสิ่งของไว้ที่ใดจริง ๆ แต่หมายถึงเปิดหรือเริ่มสิ่งที่ดูหรือฟังได้ Put ... on เป็นโครงสร้างที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำนาม สามารถใช้ได้ทั้ง put the subtitles on และ put on the subtitles แต่เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง คือ put them on ไม่ใช่ put on them
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งโดยใช้ put และคำสรรพนาม them: The subtitles are off. Please ____.
ดูคำตอบ
put them on
compare them with what you wrote: ระบุ A และ B ที่นำมาเปรียบเทียบ
โครงสร้าง compare A with B หมายถึงการนำ A กับ B มาเทียบกันเพื่อดูว่ามีอะไรเหมือนหรือต่างกัน ในประโยคนี้ A คือ them ซึ่งย้อนกลับไปหมายถึง subtitles ส่วน B คือ what you wrote หรือ “สิ่งที่คุณเขียนไว้” คำสรรพนามพหูพจน์ them เชื่อมคำสั่งนี้กับ subtitles ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือใช้คำบรรยายตรวจเทียบกับสิ่งที่คุณเขียน ไม่ใช่เปรียบเทียบตัวละคร
แบบฝึกหัด
ใน compare them with what you wrote มีการเปรียบเทียบสองสิ่งใดกัน?
- the subtitles and what you wrote
- the episode and the subtitles
- the characters and what you wrote
ดูคำตอบ
the subtitles and what you wrote
This way: เชื่อมวิธีการกับผลลัพธ์
This way เป็นคำเชื่อมที่วางต้นประโยค หมายถึง “เมื่อทำอย่างนั้น” หรือ “เมื่อใช้วิธีที่เพิ่งกล่าวถึง” วลีนี้ย้อนกลับไปยังขั้นตอนก่อนหน้า แล้วนำเข้าสู่ผลที่ได้ คือคุณจะรู้ว่าส่วนไหนได้ยินถูกต้องและส่วนไหนพลาดไป วลีนี้จัดข้อมูลโดยกล่าวถึงวิธีก่อนแล้วตามด้วยผลลัพธ์ ในที่นี้ way ไม่ได้หมายถึงถนนหรือทิศทางจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เมื่อทำอย่างนั้น”: Check your notes against the transcript. ____, you can spot any missing words.
ดูคำตอบ
This way
what you heard correctly and what you missed: อนุประโยค what แบบขนาน
what you heard correctly และ what you missed เป็นอนุประโยค what สองส่วนที่เชื่อมแบบขนานด้วย and แต่ละอนุประโยคกล่าวถึงเนื้อหาหนึ่งกลุ่ม ได้แก่ ส่วนที่คุณฟังได้ถูกต้องและส่วนที่คุณฟังไม่ทัน เมื่อนำมาใช้คู่กัน ทั้งสองส่วนจะสร้างการเปรียบเทียบที่สมดุลและช่วยเติมความหมายของ see อนุประโยคเหล่านี้ฝังอยู่ในประโยคใหญ่ จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า เช่น what you heard และ what you missed ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถามตรง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค what แบบขนานสองส่วนหลัง check ได้ถูกต้อง
- You can check what you understood and what you missed.
- You can check what did you understand and what did you miss.
- You can check what you understood and what did you miss.
ดูคำตอบ
You can check what you understood and what you missed.
And the final piece of advice is to watch a short section
1:32และคำแนะนำข้อสุดท้ายคือให้ดูช่วงเวลาสั้นๆ
if you want to: ละการกระทำที่กล่าวซ้ำและแสดงว่าเป็นทางเลือก
if you want to หมายถึง “ถ้าคุณอยากทำอย่างนั้น” โดยยังคง to ซึ่งเป็นเครื่องหมายของ infinitive ไว้ แต่ละวลีกริยา use subtitles เพราะเพิ่งกล่าวถึงไป วิธีนี้ช่วยเลี่ยงการพูดซ้ำ ในประโยคนี้ อนุประโยค if แสดงว่าการใช้คำบรรยายเป็นสิ่งที่ผู้ฟังเลือกเองได้ ทำให้คำแนะนำฟังนุ่มนวลขึ้นและบอกชัดว่าสามารถใช้ได้ แต่ไม่ได้บังคับให้ใช้
แบบฝึกหัด
เติมคำแนะนำที่เป็นทางเลือกด้วยสำนวนจากบทเรียน: You can sit by the window ____.
ดูคำตอบ
if you want to
into your first language: เป็นภาษาแรกของคุณ
your first language คือภาษาที่คุณเรียนรู้เป็นภาษาแรก หรือหนึ่งในหลายภาษาที่คุณเรียนรู้เป็นกลุ่มแรก โดยปกติจะเรียนรู้ตั้งแต่อายุยังน้อย และมักเรียกว่าภาษาแม่ ไม่ได้หมายถึงภาษาต่างประเทศภาษาแรกที่คุณเรียน ในโครงสร้าง translate something into a language คำว่า into ใช้นำหน้าภาษาที่เป็นผลลัพธ์ของการแปล ดังนั้น into your first language จึงบอกว่าต้องแปลข้อความเป็นภาษาแรกของคุณ
แบบฝึกหัด
first language ในที่นี้มีความหมายที่ถูกต้องว่าอะไร?
- ภาษาหรือหนึ่งในหลายภาษาที่คนหนึ่งเรียนรู้เป็นกลุ่มแรก
- ภาษาต่างประเทศภาษาแรกที่คนหนึ่งเรียน
- ภาษาที่คนหนึ่งชอบมากที่สุด
ดูคำตอบ
ภาษาหรือหนึ่งในหลายภาษาที่คนหนึ่งเรียนรู้เป็นกลุ่มแรก
translate it back into English: แปลกลับเป็นภาษาอังกฤษ
translate it back into English หมายถึงแปลเนื้อหาเดิมให้กลับมาเป็นภาษาอังกฤษอีกครั้ง ขั้นตอนก่อนหน้านี้ได้แปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาอื่น และ back แสดงการย้อนกลับ ใน translate A into B คำว่า into นำหน้าภาษาเป้าหมาย ส่วน translate A back into B เพิ่มความหมายว่ากลับไปเป็น B โดย back อยู่หลังกรรมและอยู่หน้า into B
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกล่าวได้ถูกต้องว่าโน้ตถูกแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาสเปน แล้วแปลกลับเป็นภาษาอังกฤษ?
- She translated the note into Spanish and then translated it back into English.
- She translated the note into Spanish and then translated back it into English.
- She translated the note into Spanish and then translated it back from English.
ดูคำตอบ
She translated the note into Spanish and then translated it back into English.
ใช้ See if you can ... เพื่อเสนอความท้าทายอย่างเป็นมิตร
See if you can ... หมายถึง “ลองทำแล้วดูว่าคุณทำได้ไหม” ในที่นี้ see หมายถึงตรวจสอบด้วยการลองทำ ไม่ใช่ใช้ตา “มอง” สำนวนนี้ทำให้คำสั่งกลายเป็นความท้าทายเล็ก ๆ หรือการทดสอบตนเอง โดยทั่วไปจะฟังนุ่มนวลกว่าคำสั่งตรง ๆ อย่าง Translate it แม้ว่าผู้พูดยังคาดหวังให้อีกฝ่ายลองทำ
แบบฝึกหัด
เติมความท้าทายอย่างเป็นมิตรของครูด้วย See if you can: ____ finish the maze before the timer ends.
ดูคำตอบ
See if you can
into exactly what the characters said: อนุประโยค what แบบฝัง
what the characters said เป็นอนุประโยค what ที่ฝังอยู่ในประโยค ทั้งอนุประโยคหมายถึง “คำพูดหรือเนื้อหาที่ตัวละครพูด” โดยวางหลัง into เพื่อระบุถ้อยคำที่คำแปลต้องกลายเป็น และ exactly เน้นว่าต้องตรงกันอย่างแม่นยำ ภายในอนุประโยคแบบฝัง ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what the characters said ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถามตรง ๆ คำว่า what ทำหน้าที่เป็นกรรมของ said อยู่แล้ว จึงไม่เติม it หลัง said
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค what แบบฝังได้ถูกต้อง?
- We wrote down exactly what the actor said.
- We wrote down exactly what the actor said it.
- We wrote down exactly what did the actor say.
ดูคำตอบ
We wrote down exactly what the actor said.
Then you can look again and see how well you've remembered. ไวยากรณ์
1:53จากนั้นคุณก็สามารถกลับไปดูได้อีกครั้งว่าคุณจำได้ดีแค่ไหน
how well you've remembered: อนุประโยคซ้อนที่บอกระดับ
how well you've remembered หมายถึง “คุณจำได้ดีแค่ไหน” หรือระดับความสำเร็จในการจำ ตรงนี้ how ใช้ถามระดับ และ well บอกคุณภาพของการจำ ไม่ใช่ how ที่ใช้ในคำทักทาย อนุประโยค how นี้ซ้อนอยู่หลัง see จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: how well + ประธาน + กริยาช่วย + past participle ต้องพูดว่า how well you've remembered ไม่ใช่ how well have you remembered ส่วน present perfect เชื่อมการเรียนก่อนหน้านี้เข้ากับผลที่กำลังตรวจสอบอยู่ตอนนี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยคซ้อน how well เพื่อประเมินความจำได้ถูกต้อง
- Use the quiz to see how you've well remembered the new words.
- Use the quiz to see how well have you remembered the new words.
- Use the quiz to see how well you've remembered the new words.
ดูคำตอบ
Use the quiz to see how well you've remembered the new words.
notice ... mistakes that you're making: สังเกตเห็นข้อผิดพลาดในงานปัจจุบัน
notice any grammatical mistakes หมายถึงสังเกตเห็นข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์หากมี notice บอกถึงการรับรู้ข้อผิดพลาด ส่วน any เหมาะในที่นี้เพราะผู้พูดไม่ได้คิดไว้ก่อนว่าต้องมีข้อผิดพลาดแน่นอน that you're making เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย mistakes ส่วน make a mistake เป็นกลุ่มคำที่ใช้ตามธรรมชาติเมื่อบอกว่าคนหนึ่งทำผิด รูป present continuous ใน you're making ชี้ถึงข้อผิดพลาดที่กำลังเกิดขึ้นในงานหรือกิจกรรมปัจจุบันของผู้เรียน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของกริยา notice และ make: Reading your work slowly can help you ____ any grammatical mistakes that you're ____.
ดูคำตอบ
notice · making
any vocabulary that you're not using correctly: คำศัพท์ที่ใช้ไม่ถูกต้อง
คำว่า or ที่ต้นวลีเชื่อมส่วนนี้เข้ากับ grammatical mistakes และเพิ่มปัญหาอีกประเภทหนึ่ง คือคำศัพท์ที่ปรากฏในสิ่งที่ผู้เรียนพูดหรือเขียน แต่ถูกใช้ผิดวิธี จุดสำคัญคือการนำคำศัพท์ไปใช้ให้ถูกต้อง ไม่ใช่เพียงรู้จักหรือจำคำได้ ในที่นี้ vocabulary เป็นคำนามที่กล่าวถึงคำศัพท์โดยรวมและโดยปกตินับไม่ได้ ส่วน that you're not using correctly เป็นอนุประโยคขยาย vocabulary เพื่อจำกัดความหมายให้หมายถึงคำศัพท์ส่วนที่ใช้ไม่ถูกต้อง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ vocabulary เพื่อหมายถึงคำศัพท์โดยรวมและสร้างอนุประโยคขยายได้ถูกต้อง
- The tutor points out any vocabulary that you're not use correctly.
- The tutor points out any vocabularies that you're not using correctly.
- The tutor points out any vocabulary that you're not using correctly.
ดูคำตอบ
The tutor points out any vocabulary that you're not using correctly.
So, these are three things that you can do: สรุปรายการก่อนหน้า
ในที่นี้ So เป็นคำเชื่อมทางวาทกรรมที่ใช้ปิดและสรุปรายการซึ่งกล่าวไว้ก่อนประโยคนี้ แสดงว่าผู้พูดกำลังรวบรวมประเด็นก่อนหน้าเข้าด้วยกัน ไม่ได้กำลังเสนอผลลัพธ์ใหม่ในลำดับเหตุและผล these ย้อนกลับไปหมายถึงข้อเสนอแนะสามข้อที่กล่าวแล้ว ส่วน three things that you can do รวบข้อเสนอเหล่านั้นเป็นการกระทำที่ทำได้จริง รูปแบบ So, these are ... ช่วยให้ผู้ฟังรู้ว่าผู้พูดกำลังทบทวนและจัดระเบียบข้อมูลก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
หลังจากผู้พูดแจกแจงข้อเสนอแนะสามข้อแล้ว So, these are three things that you can do ทำหน้าที่หลักอะไร
- เริ่มเสนอข้อแนะนำใหม่สามข้อที่ไม่เกี่ยวข้องและยังไม่เคยกล่าวถึง
- สรุปข้อเสนอแนะสามข้อที่กล่าวไปแล้ว
- แก้ไขสิ่งที่ผู้พูดกล่าวไว้ก่อนหน้านี้
ดูคำตอบ
สรุปข้อเสนอแนะสามข้อที่กล่าวไปแล้ว
for too long: นานเกินระยะเวลาที่เหมาะสม
“for too long” หมายถึงการกระทำดำเนินต่อไปนานกว่าระยะเวลาที่เหมาะสม ปลอดภัย หรือเป็นประโยชน์ ในประโยคนี้ วลีนี้จำกัดระยะเวลาของ “do it” และทำให้คำสั่งห้ามกลายเป็นคำเตือนให้หยุดก่อนที่จะทำนานเกินไป “too” หมายถึง “เกินกว่าที่ยอมรับได้” ไม่ได้หมายถึงเพียง “very” วลีนี้มักบอกเป็นนัยว่าหากทำต่อไปอาจเกิดปัญหาได้
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ “for too long” แสดงว่าระยะเวลานานเกินขอบเขตที่เหมาะสม
- Don't stay in the sun for too long.
- We stayed at the museum for a long time.
- The road is very long.
ดูคำตอบ
Don't stay in the sun for too long.
because then ...: เชื่อมคำแนะนำกับผลที่ตามมา
ในส่วนที่เน้น “because” นำเข้าสู่เหตุผลของคำเตือน “Don't do it for too long” ส่วน “then” ชี้ไปที่ “the series will become ...” ว่าเป็นผลที่จะเกิดขึ้นหากยังทำต่อไป ในที่นี้หมายถึง “ในกรณีนั้น” รูปแบบการจัดข้อมูลคือ คำแนะนำหรือคำเตือน + because then + ผลที่ตามมา ในที่นี้ “then” ใช้จัดผลที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง ไม่ได้หมายถึงเพียงเหตุการณ์ถัดไปตามลำดับเวลา
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: Take a break, because then you'll be able to focus again. “because then” ทำหน้าที่อะไร?
- บอกว่าคำแนะนำนี้เกิดขึ้นในอดีต
- เพิ่มเหตุการณ์ที่จะเกิดทีหลังแต่ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่กล่าวมาก่อน
- นำเข้าสู่ผลที่อธิบายว่าทำไมคำแนะนำนี้จึงมีประโยชน์
ดูคำตอบ
นำเข้าสู่ผลที่อธิบายว่าทำไมคำแนะนำนี้จึงมีประโยชน์
little and often: ทำทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง
little and often หมายถึงทำครั้งละน้อยแต่ทำบ่อย ๆ little บอกปริมาณที่ทำในแต่ละครั้ง ส่วน often บอกความถี่ของกิจกรรมนั้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายวิธีทำกิจกรรม โดยสื่อว่าการฝึกสั้น ๆ ซ้ำหลายครั้งทำต่อเนื่องได้ง่ายกว่าการทุ่มแรงมากในครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
เติมคำแนะนำด้วยสำนวนที่หมายถึง “ทำในปริมาณน้อยแต่ทำบ่อย”: Practise ____ instead of doing one very long session each month.
ดูคำตอบ
little and often
you'll find it really helps: สังเกตเห็นผลจากประสบการณ์
ในที่นี้ you'll find หมายถึงคุณจะค้นพบหรือสังเกตเห็นจากประสบการณ์ ไม่ได้หมายถึงคุณจะออกไปค้นหา ส่วนอนุประโยค it really helps บอกผลที่คาดว่าผู้ฟังจะสังเกตเห็น โครงสร้างคือ you'll find (that) + ประธาน + กริยา โดยละ that ได้ในบทสนทนา ในประโยคนี้ it หมายถึงการทำกิจกรรมทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง และ really เน้นว่าวิธีนี้ช่วยได้จริง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ you'll find + อนุประโยค เพื่อสื่อว่าใครบางคนจะสังเกตเห็นผลจากประสบการณ์?
- Read aloud each day, and you'll find it gets easier.
- You'll find out the answer tomorrow.
- You'll find your book on the desk.
ดูคำตอบ
Read aloud each day, and you'll find it gets easier.
loads of: วิธีพูดว่า “มาก” แบบไม่เป็นทางการ
ในที่นี้ loads of หมายถึง “มาก” หรือ “จำนวนมาก” กล่าวคือ มีแอปฟรีดี ๆ อยู่เป็นจำนวนมาก วลีนี้ใช้บอกปริมาณ ไม่ใช่ความหมายตรงตัวของคำนาม load ที่เกี่ยวกับการบรรทุกหรือขนย้ายสิ่งของ loads of ใช้นำหน้าคำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น loads of apps และคำนามนับไม่ได้ เช่น loads of time ได้
แบบฝึกหัด
พิจารณาการเลือกใช้คำ: “Loads of participants completed the survey” เหมาะกับรายงานวิจัยที่เป็นทางการหรือไม่?
- เหมาะสม
- ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
you can use to help you use: use สองตำแหน่งที่มีกรรมต่างกัน
use ตัวแรกอยู่ในส่วน that you can use โดย that ย้อนกลับไปแทน apps ดังนั้นส่วนนี้จึงหมายถึง “แอปที่คุณสามารถใช้ได้” ส่วนคำว่า to help ที่ตามมาบอกจุดประสงค์ของการใช้แอปเหล่านั้น use ตัวที่สองอยู่ใน help you use film and TV และมี film and TV เป็นกรรม คุณสามารถนำโครงสร้าง เครื่องมือ + (that) you can use + to help you + กริยารูปพื้นฐาน ไปใช้ต่อได้ โดยบอกชื่อเครื่องมือก่อน แล้วจึงบอกว่าเครื่องมือนั้นช่วยให้ทำอะไร
แบบฝึกหัด
use แต่ละตัวในประโยคต้นฉบับหมายถึงการใช้อะไร?
- use ตัวแรกหมายถึงการใช้ apps ส่วน use ตัวที่สองหมายถึงการใช้ film and TV
- use ทั้งสองตัวหมายถึงการใช้ film and TV เท่านั้น
- use ตัวแรกแสดงการอนุญาต ส่วน use ตัวที่สองบอกนิสัยในอดีต
ดูคำตอบ
use ตัวแรกหมายถึงการใช้ apps ส่วน use ตัวที่สองหมายถึงการใช้ film and TV
do things like giving: ยกตัวอย่างฟังก์ชันด้วยรูป -ing
โครงสร้าง do things like + -ing ใช้ยกตัวอย่างสิ่งที่คน เครื่องมือ หรือระบบทำ ในประโยคนี้ giving you subtitles เป็นตัวอย่างหนึ่งของฟังก์ชันของแอป Giving เป็นรูป gerund ที่ตามหลัง like และใช้เรียกกิจกรรมที่นำมาเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่ present continuous เพราะไม่มีรูปของ be อยู่ข้างหน้า
แบบฝึกหัด
ใช้ recognize และโครงสร้าง things like + -ing เติมประโยคให้สมบูรณ์: The photo app does ____ faces in a picture.
ดูคำตอบ
things like recognizing
so you can check the meaning: เชื่อมฟังก์ชันกับประโยชน์ที่ได้รับ
คำเชื่อม so เชื่อมฟังก์ชันที่กล่าวมาก่อนกับสิ่งที่ฟังก์ชันนั้นทำให้ผู้ใช้ทำได้ ประโยคกล่าวถึงคำบรรยายสองภาษาก่อน แล้วจึงใช้ so you can check the meaning เพื่อบอกผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์หรือจุดประสงค์ หลัง can ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน จึงเป็น can check ในที่นี้ so หมายถึง “ดังนั้น” หรือ “เพื่อให้” ไม่ใช่ so ที่ใช้บอกระดับใน so difficult
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเชื่อมเป้าหมายเติมประโยคให้สมบูรณ์: The file is stored online, ____ open it on any device.
ดูคำตอบ
so you can
an inbuilt dictionary: พจนานุกรมที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์
an inbuilt dictionary หมายถึงฟังก์ชันพจนานุกรมที่มีรวมอยู่ในอุปกรณ์ แอป หรือโปรแกรมอยู่แล้ว ในที่นี้ inbuilt เป็นคำคุณศัพท์ที่ขยาย dictionary ไม่ได้หมายถึงพจนานุกรมที่อยู่ภายในอาคาร วลีนี้เน้นว่าพจนานุกรมเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่เครื่องมือแยกต่างหากที่ต้องเปิดหรือติดตั้งเพิ่ม
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายผลิตภัณฑ์ an inbuilt dictionary มีความหมายตรงกับข้อใดมากที่สุด
- พจนานุกรมถูกเก็บไว้ภายในอาคาร
- พจนานุกรมมีรวมอยู่เป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์แล้ว
- ต้องติดตั้งพจนานุกรมเป็นแอปแยกต่างหาก
ดูคำตอบ
พจนานุกรมมีรวมอยู่เป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์แล้ว
allow you to + คำกริยา: ทำให้การกระทำเป็นไปได้
allow you to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึง อนุญาตให้คุณทำบางอย่างหรือทำให้คุณสามารถทำสิ่งนั้นได้ ในประโยคนี้ประธานคือแอป ดังนั้น allow จึงอธิบายว่าฟังก์ชันของแอปทำให้การกระทำหนึ่งเป็นไปได้ ไม่ใช่การที่คนคนหนึ่งให้อนุญาต โครงสร้างคือ allow + คน + to + คำกริยารูปพื้นฐาน คนที่อยู่หลัง allow เป็นผู้ทำกริยานั้น เช่น allow you to put และห้ามละ to
แบบฝึกหัด
เติมคำอธิบายผลิตภัณฑ์โดยใช้ allow you to: These controls ____ change the text size.
ดูคำตอบ
allow you to
put your subtitles on a different device: แสดงเนื้อหาดิจิทัลบนอุปกรณ์อีกเครื่อง
ในที่นี้ put your subtitles on a different device หมายถึงทำให้คำบรรยายปรากฏหรือใช้งานได้บนอุปกรณ์อีกเครื่อง เช่น สมาร์ตโฟน โครงสร้างคือ put + เนื้อหาดิจิทัล + on + อุปกรณ์หรือแพลตฟอร์ม โดย on บอกสถานที่ที่สามารถดูหรือใช้เนื้อหานั้นได้ คำบรรยายไม่ได้เป็นสิ่งของที่นำไปติดไว้ด้านนอกอุปกรณ์ ในบริบทเทคโนโลยี put อาจหมายถึงการส่ง คัดลอก โหลด หรือแสดงเนื้อหา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการทำงานของเครื่องมือ
แบบฝึกหัด
ในบริบทเทคโนโลยีนี้ put your subtitles on a different device หมายถึงอะไร
- เปลี่ยนคำบรรยายเป็นชื่อของอุปกรณ์อีกเครื่อง
- นำคำบรรยายที่พิมพ์แล้วไปติดไว้ด้านนอกอุปกรณ์
- ทำให้คำบรรยายแสดงหรือใช้งานได้บนอุปกรณ์อีกเครื่อง
ดูคำตอบ
ทำให้คำบรรยายแสดงหรือใช้งานได้บนอุปกรณ์อีกเครื่อง
So, you only look at them when you really need to. ไวยากรณ์
2:35ดังนั้นคุณจึงเหลือบไปมองเฉพาะเมื่อต้องการมันจริงๆ เท่านั้น
you only look at them when you really need to: จำกัดเงื่อนไขด้วย only ... when ...
โครงสร้าง only + การกระทำ + when + เงื่อนไข หมายความว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อมีเงื่อนไขดังกล่าว ไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา ในที่นี้ only จำกัดความหมายของ look at them คือจะดูคำบรรยายเฉพาะเมื่อจำเป็นจริง ๆ ใน when you really need to มีการละ look at them เพราะใจความชัดเจนอยู่แล้ว ความหมายเต็มคือ when you really need to look at them
แบบฝึกหัด
Maya only calls the repair shop when she really needs to หมายถึงอะไร
- Maya ไม่เคยโทร แม้ในเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือ
- Maya โทรเป็นประจำ แม้ไม่มีอะไรต้องซ่อม
- ปกติ Maya จะไม่โทร เธอจะโทรเฉพาะเมื่อจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น
ดูคำตอบ
ปกติ Maya จะไม่โทร เธอจะโทรเฉพาะเมื่อจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น
in the description under the video: ตำแหน่งบนหน้าเว็บ
บนแพลตฟอร์มวิดีโอ description หมายถึงพื้นที่ข้อมูลแบบข้อความที่แนบมากับวิดีโอ ผู้สร้างมักใส่ลิงก์และข้อมูลเพิ่มเติมไว้ที่นั่น ในที่นี้ under the video บอกว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ใต้เครื่องเล่นวิดีโอบนหน้าเว็บ ไม่ได้หมายถึงคำบรรยายหรือข้อความที่ปรากฏอยู่ในตัววิดีโอ
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่างนี้ ควรไปหาลิงก์ของแอปที่ไหน?
- บนป้ายจริงที่อยู่ใต้หน้าจอคอมพิวเตอร์
- ในพื้นที่ข้อมูลแบบข้อความใต้เครื่องเล่นวิดีโอ
- ในคำบรรยายที่แสดงอยู่ในวิดีโอ
ดูคำตอบ
ในพื้นที่ข้อมูลแบบข้อความใต้เครื่องเล่นวิดีโอ
when you're practicing your English using film and TV,
2:44เมื่อคุณฝึกภาษาอังกฤษโดยใช้ภาพยนตร์และทีวี
remember the most important thing is to enjoy yourself. ลำดับความ
2:47จำไว้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องสนุกไปกับมัน
Whichever techniques you decide to use: การเลือกอย่างอิสระ ไม่ใช่คำถาม
Whichever techniques you decide to use หมายถึง ไม่ว่าคุณจะเลือกเทคนิคใดจากตัวเลือกที่มีอยู่ ในที่นี้ whichever ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม แต่ทำให้คำเตือนในประโยคหลักใช้ได้กับทุกตัวเลือก โครงสร้างคือ whichever + คำนาม + ประธาน + คำกริยา อนุประโยคเปิดนี้รวมตัวเลือกที่เป็นไปได้ทั้งหมดไว้ก่อนที่ผู้พูดจะให้คำแนะนำหนึ่งข้อซึ่งยังคงเป็นจริงสำหรับทุกตัวเลือก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ whichever และคำในวงเล็บ (tool / choose): ____, read the instructions first.
ดูคำตอบ
Whichever tool you choose
remember the most important thing is to ...: เน้นข้อสรุปสำคัญที่สุด
remember the most important thing is to ... ใช้จัดระเบียบข้อมูลในช่วงท้ายของคำแนะนำหลายข้อ remember ในรูปคำสั่งดึงความสนใจกลับมายังประเด็นหลัก ส่วน the most important thing is to ... ยกหลักการหนึ่งให้สำคัญกว่ารายละเอียดอื่น ๆ thing ในที่นี้หมายถึง “ประเด็น” หรือ “หลักการ” ไม่ใช่สิ่งของ ส่วน to-infinitive บอกว่าหลักการนั้นคืออะไร ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวพาคำแนะนำกลับมาสู่สารหลัก คือการสนุกกับกระบวนการเรียนรู้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเหมาะสมและเป็นธรรมชาติที่สุดสำหรับปิดท้ายคำแนะนำด้านการเรียนหลายข้อ โดยเน้นหลักการสำคัญ?
- I remembered where I put my notebook.
- Remember, the most important thing is to keep practicing.
- One important object is beside the desk.
ดูคำตอบ
Remember, the most important thing is to keep practicing.
and this is the best way to keep practicing your English. ไวยากรณ์
2:53และนี่คือวิธีที่ดีที่สุดในการหมั่นฝึกฝนภาษาอังกฤษของคุณต่อไป
that you find interesting: find + กรรม + คำคุณศัพท์
อนุประโยคสัมพันธ์ that you find interesting ขยาย series and films โดย that อ้างถึงซีรีส์และภาพยนตร์เหล่านั้นและทำหน้าที่เป็นกรรมของ find ส่วน interesting เป็นคำคุณศัพท์ที่อธิบายกรรมนี้ ในโครงสร้าง find + กรรม + คำคุณศัพท์ คำว่า find หมายถึง “มองว่า” หรือ “รู้สึกว่าเป็น...” ไม่ใช่ “ค้นหา” โครงสร้างนี้ใช้แสดงการประเมินบุคคลหรือสิ่งของของผู้พูด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง find + กรรม + คำคุณศัพท์ เพื่อสื่อว่า “ฉันคิดว่าพอดแคสต์นี้น่าสนใจ” ได้ถูกต้อง?
- I find interesting this podcast.
- I find this podcast interest.
- I find this podcast interesting.
ดูคำตอบ
I find this podcast interesting.
the best way to keep practicing your English:วิธีที่ดีที่สุดในการฝึกภาษาอังกฤษต่อไป
the best way to ... หมายถึง “วิธีที่ดีที่สุดในการ...” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเสนอว่าการเลือกซีรีส์และภาพยนตร์ที่คุณสนใจเป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุดในการฝึกภาษาอังกฤษต่อไป โดย this หมายถึงการเลือกนั้น โครงสร้างคือ the best way to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใน to keep practicing คำว่า keep หมายถึง “ทำต่อไป” และต้องตามด้วยคำกริยารูป -ing จึงใช้ practicing ไม่ใช่ to practice หลัง keep
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้โครงสร้าง the best way to + คำกริยารูปพื้นฐาน และ keep + -ing ได้ถูกต้อง
- Drawing every day is the best way keeping improving your skills.
- Drawing every day is the best way to keep improving your skills.
- Drawing every day is the best way to keep improve your skills.
ดูคำตอบ
Drawing every day is the best way to keep improving your skills.