วิธีรักษาความใจเย็นเมื่ออยู่กับผู้อื่น: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
คำอธิบายวิดีโอ: บทพูดนี้อธิบายว่าการแยกการกระทำจากเจตนาช่วยลดความโกรธ ความเกลียดตนเองที่ซ่อนอยู่ทำให้เกิดการตีความแบบเป็นศัตรู และการนึกถึงความเจ็บปวดที่มองไม่เห็นนำไปสู่ความเมตตา ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. ใช้ "a distinction between what someone does and what they meant to do." ซึ่งเป็นวลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน เพื่อเปรียบต่างการกระทำที่เห็นกับเจตนาเดิม 2. เข้าใจ "just below the radar of conscious awareness," ว่าเป็นสำนวนและถ้อยคำเปรียบเทียบถึงความรู้สึกหรือแบบแผนที่ยังส่งผลโดยเราไม่รู้ตัว 3. ตีความ "look for the pin." ว่าเป็นสำนวนและถ้อยคำเปรียบเทียบที่ผู้พูดสร้างขึ้น ให้ค้นหาความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่หลังพฤติกรรมทำร้าย แทนการตัดสินว่าคนนั้นชั่วร้าย
คำอธิบายในบทเรียนนี้
One of the most important ways to calm down is the power to hold on, even in challenging situations, กริยาวลี
0:00หนึ่งในวิธีที่สำคัญที่สุดในการสงบสติอารมณ์คือความสามารถในการยึดมั่น แม้ในสถานการณ์ที่ท้าทาย
calm down: สงบลงและรู้สึกว้าวุ่นน้อยลง
calm down เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “สงบลง หรือรู้สึกไม่ตื่นเต้น ไม่โกรธ หรือไม่ว้าวุ่นเท่าเดิม” ในที่นี้วลีนี้บอกถึงการเปลี่ยนจากปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่รุนแรงไปสู่สภาวะที่มั่นคงขึ้น ส่วน down ไม่ได้บอกทิศทางทางกายภาพ ในประโยคนี้ to calm down หมายถึงการกระทำที่คนคนหนึ่งทำได้เอง และใช้แบบไม่ต้องมีกรรม หากต้องการบอกว่าทำให้อีกคนสงบลง ให้วางกรรมไว้กลางวลีว่า calm someone down
แบบฝึกหัด
เติมคำอนุภาคที่ถูกต้องให้กริยาวลีสมบูรณ์: After the argument, Leo took a walk to calm ____.
ดูคำตอบ
down
hold on: เดินหน้าต่อภายใต้แรงกดดัน
hold on มีความหมายที่ใช้บ่อยหลายอย่าง ในประโยคนี้ even in challenging situations เป็นคำบอกใบ้สำคัญ โดย hold on หมายถึง “เดินหน้าต่อและไม่ยอมแพ้” แม้แรงกดดันจะทำให้ทำได้ยาก นี่เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบเกี่ยวกับการรักษาความมุ่งมั่นหรือยึดการตัดสินใจที่สำคัญให้ชัดเจน ไม่ได้หมายถึงการจับสิ่งของจริง ๆ และไม่ใช่คำสั่งในบทสนทนาที่หมายถึง “รอก่อน”
แบบฝึกหัด
ในสถานการณ์ใด hold on หมายถึง “เดินหน้าต่อและไม่ยอมแพ้”?
- นักวิ่งให้กำลังใจตัวเอง: “Hold on for one more minute.”
- ผู้โทรขอให้อีกคนรอ: “Hold on while I check the schedule.”
- เด็กคนหนึ่งจับราวไว้: “Hold on to the rail.”
ดูคำตอบ
นักวิ่งให้กำลังใจตัวเอง: “Hold on for one more minute.”
to a distinction between what someone does and what they meant to do. วลี
0:07ต่อการแยกแยะระหว่างสิ่งที่คนๆ หนึ่งทำกับสิ่งที่พวกเขาตั้งใจจะทำ
a distinction between A and B: การแยกแยะระหว่าง A กับ B
โครงสร้าง a distinction between A and B ใช้ชี้ว่าสองสิ่งที่เกี่ยวข้องกันมีความแตกต่างสำคัญและไม่ควรถูกมองว่าเหมือนกัน ในประโยคนี้ A คือสิ่งที่คนคนหนึ่งทำจริง ส่วน B คือสิ่งที่เขาตั้งใจจะทำ ใน meant to do คำว่า meant หมายถึง “ตั้งใจ” ไม่ใช่ “ถูกกำหนดให้ต้องทำ” หรือ “มีชะตาให้ทำ” เมื่อดูทั้งประโยค to ที่อยู่ต้นข้อความเป็นส่วนหนึ่งของ hold on to และกรรมคือ a distinction between...
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่ตรงตามรูป a distinction between A and B: We need to make ____ the written rule and its practical application.
ดูคำตอบ
a distinction between
the difference is enshrined in the contrasting concepts of murder and manslaughter. โน้ต
0:13ความแตกต่างนี้ถูกบัญญัติไว้ในแนวคิดที่ขัดแย้งกันระหว่างการฆาตกรรมและการฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา
enshrined in: ได้รับการกำหนดและรักษาไว้อย่างเป็นทางการ
enshrined in เป็นคำเปรียบเทียบแบบเป็นทางการ หมายถึงสิ่งหนึ่งได้รับการกำหนด รักษา หรือแสดงไว้อย่างเป็นทางการและถาวรในระบบหรือเอกสารที่มีอำนาจ ในประโยคนี้ ความแตกต่างระหว่างการกระทำกับเจตนาถูกกำหนดไว้ในกฎหมายผ่านแนวคิดทางกฎหมายที่ตรงข้ามกันของ murder และ manslaughter วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของไปวางไว้ในศาลเจ้าจริง ๆ ให้เข้าใจ X is enshrined in Y ว่า “X ได้รับการสะท้อนหรือคุ้มครองไว้อย่างมั่นคงใน Y”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนทางการที่หมายถึง “ได้รับการกำหนดและคุ้มครองไว้อย่างเป็นทางการ”: The right to a fair trial is ____ the constitution.
ดูคำตอบ
enshrined in
Murder và manslaughter
ในการเปรียบเทียบทางกฎหมายนี้ ทั้ง murder และ manslaughter เกี่ยวข้องกับการทำให้บุคคลเสียชีวิต แต่ใช้แทนกันไม่ได้ โดยทั่วไป murder เกี่ยวข้องกับการฆ่าโดยเจตนา หรือระดับความผิดอื่นที่กฎหมายมองว่าร้ายแรงกว่า ส่วน manslaughter โดยทั่วไปครอบคลุมการทำให้เสียชีวิตโดยมิชอบที่ถูกมองว่ามีความผิดน้อยกว่า เช่น เกิดจากความประมาทอย่างร้ายแรงหรือมีเจตนาในระดับต่ำกว่า คำจำกัดความและประเภทที่แน่นอนแตกต่างกันไปตามเขตอำนาจศาล แนวคิดที่นำไปใช้กับบริบทอื่นได้คือ แม้ผลลัพธ์จะเหมือนกันคือมีผู้เสียชีวิต แต่เจตนาและพฤติการณ์อื่นอาจเปลี่ยนความรับผิดและทำให้ชื่อทางกฎหมายต่างกัน
แบบฝึกหัด
ข่าวหนึ่งกล่าวถึงการทำให้เสียชีวิตโดยมิชอบจากพฤติกรรมที่ประมาท แต่ระบุว่าไม่มีเจตนาฆ่า ตามกฎหมายท้องถิ่น คำใดมีแนวโน้มจะเป็นชื่อของประเภทการฆ่าที่มีความร้ายแรงน้อยกว่า
- murder
- manslaughter
- ใช้คำใดก็ได้ เพราะทั้งสองคำมีความหมายเหมือนกันทุกประการ
ดูคำตอบ
manslaughter
but we collectively feel it makes a huge difference what the perpetrators intentions were. ไวยากรณ์
0:22แต่พวกเราต่างก็รู้สึกตรงกันว่าเจตนาของผู้กระทำผิดนั้นสร้างความแตกต่างอย่างมหาศาล
โครงสร้าง It makes a huge difference what ...
โครงสร้าง It makes a huge difference + อนุประโยค what หมายความว่า ข้อมูลที่ระบุในอนุประโยค what ส่งผลให้ผลลัพธ์ การตัดสิน หรือการตัดสินใจเปลี่ยนไปอย่างมาก ในประโยคนี้ ปัจจัยสำคัญคือเจตนาของผู้กระทำผิด It เป็นประธานที่วางไว้ล่วงหน้า โดยอนุประโยค what ที่ยาวกว่าจะตามมาทีหลังแต่เป็นส่วนที่มีเนื้อหาหลัก อนุประโยคนี้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what the perpetrators' intentions were ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถามตรง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่าหลักฐานที่ทีมพบจะส่งผลต่อผลลัพธ์อย่างมาก
- What evidence the team finds does it make a huge difference?
- It makes a huge difference what evidence the team finds.
- It makes a huge difference what evidence does the team find.
ดูคำตอบ
It makes a huge difference what evidence the team finds.
we're seldom very good at perceiving what motives happen to be involved in the incidents that frustrate us. ไวยากรณ์
0:31เรามักจะไม่ค่อยเก่งในการรับรู้ว่าแรงจูงใจใดบ้างที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ทำให้เราหงุดหงิด
happen to be involved in: การบอกความเกี่ยวข้องที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ
ในโครงสร้าง happen to + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า happen ไม่ได้แปลว่า “เกิดขึ้น” แต่ทำให้ข้อเท็จจริงนั้นฟังเป็นเรื่องบังเอิญ คาดไม่ถึง หรือเพิ่งมารู้ภายหลัง ไม่ใช่สิ่งที่วางแผนไว้ ในประโยคนี้ happen to ตามด้วย be ซึ่งเป็นรูปพื้นฐาน และ be involved in หมายถึง “เกี่ยวข้องกับหรือมีบทบาทในบางสิ่ง” เพราะประธานคือ what motives วลีนี้จึงหมายถึงแรงจูงใจใดบ้างที่บังเอิญเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกหงุดหงิด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ…อย่างคาดไม่ถึง”: It turns out that Leo ____ the museum project.
ดูคำตอบ
happens to be involved in
and escalate and confront when no strenuous or agitated responses are in fact warranted.
0:42และยกระดับปัญหาจนเกิดการเผชิญหน้า ในขณะที่ความจริงแล้วไม่จำเป็นต้องมีการตอบสนองที่รุนแรงหรือฉุนเฉียวเลย
We see intention where there was none: มองเห็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง
รูปแบบ see X where there was none หมายถึง “เชื่อว่ามี X อยู่ในสถานการณ์หนึ่ง ทั้งที่จริงแล้วไม่มี X อยู่เลย” ในประโยคเดิม none ย้อนกลับไปหมายถึง intention where นำเข้าสถานการณ์หรือหลักฐานที่กำลังถูกตีความ ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่จริง รูปแบบนี้ใช้วิจารณ์การตีความเกินจริงได้ เช่น มองเห็นรูปแบบ ภัยคุกคาม การดูหมิ่น หรือปัญหาทั้งที่สิ่งนั้นไม่มีอยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบที่ตรงตามเป้าหมาย ซึ่งหมายความว่าโค้ชคิดว่ามีคำวิจารณ์ทั้งที่จริงไม่มี: The coach saw criticism ____.
ดูคำตอบ
where there was none
Part of the reason why we jump so readily to dark conclusions and see plots to insult and harm us โน้ต
0:48ส่วนหนึ่งของเหตุผลที่เราด่วนสรุปไปในทางเลวร้ายและมองเห็นแผนการที่จะดูถูกและทำร้ายเรา
jump so readily to dark conclusions: รีบด่วนสรุปไปในทางมืดมนอย่างง่ายดาย
Jump to conclusions เป็นสำนวนที่หมายถึงการตัดสินว่าอะไรเป็นความจริงก่อนที่จะมีหลักฐานเพียงพอ ในที่นี้ conclusions ไม่ได้เป็นกลาง เพราะ dark ทำให้ข้อสรุปเหล่านั้นมีลักษณะหวาดระแวง มองโลกในแง่ร้าย หรือมุ่งไปที่เจตนาร้าย So readily เสริมว่าการกระโดดทางความคิดเช่นนี้เกิดขึ้นได้ง่ายมากหรือแทบไม่ลังเลเลย เมื่อรวมกัน วลีนี้วิจารณ์นิสัยที่รีบคิดถึงสิ่งเลวร้ายที่สุด ไม่ได้หมายถึงการกระโดดทางร่างกาย
แบบฝึกหัด
ผู้จัดการเห็นว่าไฟล์หนึ่งหายไปและสรุปทันทีว่าพนักงานตั้งใจลบไฟล์นั้น ประโยคใดอธิบายผู้จัดการได้ดีที่สุด
- The manager reached a careful conclusion after reviewing the evidence.
- The manager refused to draw any conclusion.
- The manager jumped too readily to dark conclusions.
ดูคำตอบ
The manager jumped too readily to dark conclusions.
โครงสร้าง Part of the reason why ... is ...
Part of the reason why + อนุประโยค + is + สาเหตุ หมายถึง “หนึ่งในสาเหตุที่ส่งผลให้เกิดสถานการณ์นี้คือ...” คำว่า Part of แสดงว่าอาจมีสาเหตุอื่นด้วย จึงเป็นการกล่าวอย่างระมัดระวัง ไม่ได้เหมารวมว่านี่คือสาเหตุทั้งหมด อนุประโยคที่มี why บอกสถานการณ์ที่ต้องการคำอธิบาย ในที่นี้คือการที่คนรีบคาดเดาไปในทางมืดมนและจินตนาการว่ามีแผนการทำร้ายตนเอง ส่วนข้อมูลหลัง is บอกสาเหตุที่ผู้พูดเสนอ คือการเกลียดชังตนเอง แม้อนุประโยค why จะยาว แต่ Part of the reason why ... is ทั้งหมดก็ยังเป็นกรอบคำอธิบายเดียวกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกรอบสองส่วนที่ใช้เสนอหนึ่งในสาเหตุ: ____ people distrust the update ____ that the company explained it poorly.
ดูคำตอบ
Part of the reason why · is
the more we appear in our own eyes as really rather plausible targets for mockery and harm. วลี
1:01ในสายตาของเราเอง เราก็ยิ่งดูเหมือนเป็นเป้าหมายที่สมเหตุสมผลสำหรับการเยาะเย้ยและการถูกทำร้ายมากยิ่งขึ้น
The less ..., the more ...: การเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่สัมพันธ์กัน
The less X, the more Y เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบแบบเป็นคู่ หมายความว่าเมื่อ X ลดลง Y จะเพิ่มขึ้น ในที่นี้ การชอบตัวเองน้อยลงเชื่อมโยงกับการมองตัวเองมากขึ้นว่าเป็นเป้าหมายที่ดูน่าเชื่อว่าจะถูกเยาะเย้ยหรือทำร้าย คำว่า the ทั้งสองจุดเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างนี้ ไม่ใช่คำนำหน้านาม in our own eyes ทำให้การตัดสินในส่วนหลังเป็นมุมมองส่วนตัว กล่าวคือเป็นการบอกว่าเรามองตัวเองอย่างไร ไม่ใช่คนอื่นมองเราอย่างเป็นกลางอย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเปรียบเทียบแบบเป็นคู่ให้สมบูรณ์: ____ sleep I get, ____ tired I feel the next day.
ดูคำตอบ
The less · the more
plausible targets for mockery and harm: เป้าหมายที่ดูสมเหตุสมผลสำหรับการเยาะเย้ยและการทำร้าย
ใน plausible targets for mockery and harm คำว่า plausible ขยายการตัดสินว่าคนเหล่านี้ดูเป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อหรือพอเข้าใจได้สำหรับการถูกเลือกเป็นเป้าหมาย ไม่ได้หมายความว่าตัวคนเหล่านี้น่าเชื่อถือ และไม่ได้บอกว่าการเยาะเย้ยหรือทำร้ายเป็นสิ่งที่ชอบธรรม Target for + คำนาม ระบุการกระทำหรือการปฏิบัติที่อาจมุ่งไปยังเป้าหมาย เช่น targets for mockery, criticism, or attack ในที่นี้ appear in our own eyes แสดงว่านี่เป็นการรับรู้เกี่ยวกับตัวเอง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เป็นกลาง
แบบฝึกหัด
ผู้พูดต้องการรายงานมุมมองที่ผิดของผู้รังแกว่า เด็กคนนี้ดูเป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อสำหรับการเยาะเย้ย แต่ผู้พูดไม่ได้เห็นด้วยกับการรังแก ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด
- To the bully, the child may be an easy target for mockery.
- To the bully, the child may be a possible target for mockery.
- To the bully, the child may seem like a plausible target for mockery.
ดูคำตอบ
To the bully, the child may seem like a plausible target for mockery.
Why would a drill have started up outside just as we were settling down to work? โน้ต
1:07ทำไมเสียงสว่านถึงต้องดังขึ้นข้างนอกตอนที่เรากำลังจะนั่งลงทำงานพอดี?
just as สำหรับเวลาที่ตรงกันพอดี
ในประโยคนี้ just as เป็นคำเชื่อมบอกเวลาที่หมายถึง “ในจังหวะพอดีที่……” โดยเชื่อมเหตุการณ์ที่เครื่องเจาะเริ่มทำงานกับช่วงที่ทุกคนกำลังสงบใจและเริ่มจดจ่อกับงาน พร้อมเน้นว่าสองเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแทบจะพร้อมกันพอดี โครงสร้างนี้ใช้แสดงว่าเหตุการณ์หนึ่งขัดจังหวะอีกเหตุการณ์หนึ่ง หรือสองเหตุการณ์เกิดตรงกันพอดีได้ ในที่นี้ just ทำให้ความหมายด้านเวลาของ as ชัดเจนและแม่นยำขึ้น ไม่ได้หมายถึง “ในแบบเดียวกับ”
แบบฝึกหัด
ใช้ just as เพื่อแสดงว่าเวลาเกิดขึ้นตรงกันพอดี: The bell rang ____ I opened the door.
ดูคำตอบ
just as
settling down to work: สงบใจและเริ่มจดจ่อกับงาน
Settle down to work หมายถึงสงบใจ จัดตัวให้พร้อม และเริ่มจดจ่อกับงาน ใน were settling down รูปกำลังกระทำแสดงว่าการเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะตั้งใจทำงานยังดำเนินอยู่ตอนที่เครื่องเจาะเริ่มทำงาน ในที่นี้ to เป็นคำบุพบทที่นำหน้ากิจกรรม และ work เป็นคำนามที่หมายถึงกิจกรรมนั้น หากใช้คำกริยาในโครงสร้างเดียวกัน ให้ใช้รูป -ing เช่น settle down to studying
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ settle down to: After the noisy break, we finally ____ our homework.
ดูคำตอบ
settled down to
even though we'll have to be in a meeting very soon?
1:14ทั้งๆ ที่เราจะต้องเข้าประชุมในอีกไม่ช้านี้แล้ว?
Why would the phone operator be taking so long to find our details?
1:17ทำไมพนักงานรับโทรศัพท์ถึงใช้เวลานานมากในการหาข้อมูลของเรา?
because we're appropriate targets for these kinds of things,
1:25เพราะเราเป็นเป้าหมายที่เหมาะสมสำหรับเรื่องแบบนี้
because we're the sort of people against whom disruptive drilling is legitimately likely to be directed.
1:28เพราะเราเป็นคนประเภทที่สมควรจะตกเป็นเป้าของการขุดเจาะที่น่ารำคาญได้อย่างชอบธรรม
When we carry a background excess of self-disgust around with us,
1:36เมื่อเราแบกรับความรังเกียจตัวเองที่มากเกินไปไว้เป็นฉากหลัง
we'll constantly seek confirmation from the wider world that we really are the worthless people we take ourselves to be. ไวยากรณ์
1:44เราจะคอยมองหาการยืนยันจากโลกภายนอกอยู่เสมอว่า เราเป็นคนไร้ค่าอย่างที่เราคิดว่าตัวเองเป็นจริงๆ
ต่ำกว่าเรดาร์ของการรับรู้อย่างมีสติเพียงเล็กน้อย
below the radar ตามความหมายตรงตัวคืออยู่ต่ำเกินกว่าที่เรดาร์จะตรวจพบ ในที่นี้ just below the radar of conscious awareness เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงความรังเกียจตนเองที่อยู่เบื้องหลังยังคงส่งผล แต่เกือบจะอยู่นอกขอบเขตที่จิตสำนึกจะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ส่วน of conscious awareness ระบุว่าสิ่งใดตรวจจับมันไม่ได้ ภาพเปรียบเทียบเดียวกันนี้ใช้บอกความรู้สึก นิสัย หรืออิทธิพลที่ส่งผลต่อคนคนหนึ่งโดยที่เจ้าตัวไม่ได้รับรู้อย่างชัดเจนได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ just below the radar of conscious awareness หมายความว่าอย่างไร
- มันยังส่งผลอยู่ แต่จิตสำนึกไม่ได้สังเกตเห็นอย่างชัดเจน
- มันสามารถวัดได้ด้วยอุปกรณ์เรดาร์จริง
- มันถูกประกาศต่อโลกภายนอกโดยตั้งใจ
ดูคำตอบ
มันยังส่งผลอยู่ แต่จิตสำนึกไม่ได้สังเกตเห็นอย่างชัดเจน
take ourselves to be: มองว่าตัวเราเป็น
โครงสร้าง take + กรรม + to be + ส่วนเติมเต็ม หมายถึงเชื่อหรือตัดสินว่ากรรมนั้นเป็นบุคคลหรือสิ่งที่ระบุไว้ ourselves เป็นคำสรรพนามสะท้อนกลับ ดังนั้น take ourselves to be จึงหมายถึงเชื่อว่าเราเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อนุประโยคสัมพันธ์วาง worthless people ไว้ก่อนคำกริยา: the worthless people we take ourselves to be ความหมายพื้นฐานคือ we take ourselves to be worthless people ในที่นี้ take แสดงการตัดสิน ไม่ได้หมายถึงการถือหรือพาไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “เชื่อว่าเราเป็น”: We ____ responsible people.
ดูคำตอบ
take ourselves to be
where someone close to us is likely to have left us feeling dirty and culpable. ไวยากรณ์
1:54โดยที่ใครบางคนที่ใกล้ชิดอาจทำให้เรารู้สึกสกปรกและรู้สึกผิด
is likely to have left us feeling: การคาดคะเนสาเหตุก่อนหน้าและผลที่ตามมา
ประธานของ is likely คือ someone close to us วลี is likely to have left ใช้ตัดสินจากมุมมองปัจจุบันว่า การกระทำก่อนหน้านี้น่าจะเกิดขึ้น แต่ไม่แน่นอน โครงสร้าง perfect infinitive คือ to have left วางสาเหตุนั้นไว้ก่อนเวลาที่กำลังตัดสิน leave someone feeling + คำคุณศัพท์ หมายถึง “ทำให้ใครบางคนอยู่ในสภาพความรู้สึกนั้นหลังเกิดเหตุการณ์” ตรงนี้ left ไม่ได้แปลว่า “จากไป” ส่วน feeling dirty and culpable คือผลทางอารมณ์ที่เกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ likely และกริยา leave เพื่อแสดงการตัดสินในปัจจุบันเกี่ยวกับสาเหตุที่น่าจะเกิดขึ้นก่อนหน้า: The long delay ____ everyone feeling frustrated.
ดูคำตอบ
is likely to have left
we now travel through society assuming the worst, วลี
1:59ตอนนี้เราจึงเดินทางผ่านสังคมโดยคาดเดาในแง่ร้ายที่สุดไว้ก่อน
assuming the worst: การคาดสิ่งเลวร้ายที่สุดอย่างต่อเนื่อง
Assume the worst หมายถึง คาดผลลัพธ์หรือคำอธิบายที่เลวร้ายที่สุดก่อนจะมีหลักฐานเพียงพอ เป็นการบอกข้อสันนิษฐานในแง่ร้าย ไม่ใช่หลักฐานว่าเรื่องเลวร้ายที่สุดเกิดขึ้นแล้ว ในประโยคนี้ assuming the worst เป็นวลี present participle ที่อธิบายทัศนคติซึ่งผู้คนติดตัวไปขณะใช้ชีวิตในสังคม วลีนี้ตอบคำถามว่า “พร้อมกับข้อสันนิษฐานแบบใด?” และแสดงว่าความคาดหมายนั้นดำเนินต่อไปพร้อมกับการกระทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวน assume the worst ในรูปที่เหมาะสม: Without checking the facts, Nia was ____ when her friend did not answer.
ดูคำตอบ
assuming the worst
and because we're the prisoners of past patterns we haven't yet understood. สำนวน
2:07และเพราะเราเป็นนักโทษของรูปแบบในอดีตที่เรายังไม่เข้าใจมัน
not because A, but because B: ปฏิเสธเหตุผลหนึ่งและบอกเหตุผลที่แท้จริง
โครงสร้าง not because A, but because B จะปฏิเสธ A ว่าไม่ใช่คำอธิบายก่อน แล้วจึงบอกว่า B คือเหตุผลที่แท้จริง ในที่นี้ not ปฏิเสธเฉพาะอนุประโยค because แรก ไม่ได้ปฏิเสธการกระทำที่กำลังอธิบาย and because ที่ตามมาจะเพิ่มเหตุผลที่แท้จริงอีกหนึ่งข้อควบคู่กับ but because ใช้โครงสร้างนี้เพื่อแก้ความเข้าใจผิดเรื่องสาเหตุ และเน้นเหตุผลที่อยู่หลัง but
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง not because ... but because: I stayed ____ I was afraid, ____ I wanted to help.
ดูคำตอบ
not because · but because
ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ prisoners of past patterns
ใน prisoners of past patterns คำว่า prisoners เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านั้นถูกขังจริง ๆ แต่หมายถึงวิธีคิดและการตอบสนองแบบเดิมที่จำกัดทางเลือกของพวกเขา ราวกับว่ากำลังขังพวกเขาไว้ในคุก โครงสร้าง prisoner(s) of + พลังเชิงนามธรรม หมายถึงผู้ที่ถูกพลังนั้นควบคุมอย่างมากหรือติดอยู่ในอำนาจของมัน ในที่นี้ past patterns หมายถึงนิสัยทางความคิดและอารมณ์ที่เรียนรู้มา แต่ยังไม่ถูกสังเกตเห็นหรือเข้าใจ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ prisoner of ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อหมายถึงการถูกพลังเชิงนามธรรมควบคุม?
- He was a prisoner of his fear and never spoke up.
- The prisoner walked back to his cell.
- The prisoner of war was finally released.
ดูคำตอบ
He was a prisoner of his fear and never spoke up.
if we could resort to some of the unflustered poise we naturally use around children. การใช้คำ
2:15หากเราสามารถดึงเอาความสุขุมเยือกเย็นตามธรรมชาติที่เราใช้เมื่ออยู่กับเด็กๆ ออกมาได้บ้าง
resort to: หันไปใช้วิธีหนึ่ง
ในประโยคนี้ resort to หมายถึง “หันไปเลือกและใช้บางอย่าง” สิ่งที่นำมาใช้คือวิธีวางตัวอย่างสงบ ไม่ใช่บุคคลหรือสถานที่ โครงสร้างคือ resort to + คำนามหรือรูป -ing มักสื่อว่าเลือกใช้บางอย่างเมื่อวิธีปกติใช้ไม่ได้หรือไม่ได้ผล แต่ในประโยคนี้ไม่ได้เน้นความหมายว่าเป็น “ทางเลือกสุดท้าย” แบบจนตรอก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีทางการที่หมายถึง “หันไปใช้วิธีหนึ่งเมื่อทางเลือกที่ง่ายกว่าล้มเหลวแล้ว”: After the simple fixes failed, the technicians had to ____ replacing the whole unit.
ดูคำตอบ
resort to
unflustered poise: ความสุขุมที่ไม่หวั่นไหว
Unflustered poise หมายถึงความมั่นใจที่สงบและควบคุมตนเองได้ ซึ่งยังเห็นได้จากภายนอกแม้อยู่ในสถานการณ์ที่กดดันหรือน่าหงุดหงิด unflustered บอกว่าบุคคลนั้นไม่ตื่นตระหนกหรือสับสน ส่วน poise เพิ่มความหมายของการควบคุมตนเองและท่าทีภายนอกที่สุขุม ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายท่าทีมั่นคงที่คนเราแสดงออกโดยธรรมชาติเมื่ออยู่กับเด็ก ๆ มีความหมายเฉพาะและสละสลวยกว่าการพูดเพียงว่า calm
แบบฝึกหัด
ผู้พูดต้องการชม Lina ที่ยังคงสงบและดูมั่นใจว่าควบคุมสถานการณ์ได้ระหว่างการสัมภาษณ์ที่ตึงเครียด ควรใช้สำนวนใดมากที่สุด?
- calm
- unflustered poise
- composure
ดูคำตอบ
unflustered poise
Small children sometimes behave in really maddening ways.
2:21เด็กเล็กๆ บางครั้งก็มีพฤติกรรมที่น่าโมโหจริงๆ
throw away something you've just fetched for them.
2:29หรือขว้างปาสิ่งของที่คุณเพิ่งหยิบมาให้ทิ้งไป
But we rarely feel personally agitated or wounded by their behavior.
2:32แต่เราแทบจะไม่รู้สึกฉุนเฉียวเป็นการส่วนตัวหรือรู้สึกเจ็บปวดกับพฤติกรรมของพวกเขาเลย
And the reason is that we don't assign a negative motive or mean intention to a small person. วลี
2:36และเหตุผลก็คือเราไม่ได้ยัดเยียดแรงจูงใจในแง่ลบหรือเจตนาร้ายให้กับคนตัวเล็กๆ
Assign a negative motive or mean intention to someone: มองว่าคนหนึ่งมีแรงจูงใจในทางลบหรือเจตนาร้าย
ในที่นี้ assign ... to หมายถึงการมองว่าแรงจูงใจหรือเจตนาบางอย่างเป็นของคนคนหนึ่ง กล่าวคือ เราตัดสินว่านั่นคือเหตุผลเบื้องหลังพฤติกรรมของคนนั้น วลีนี้บอกถึงการตีความของผู้สังเกต ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว โครงสร้างคือ assign + motive/intention + to + person ในประโยคนี้ a negative motive กับ mean intention เป็นสิ่งสองอย่างที่วางขนานกันและถูกนำไปผูกกับบุคคล ส่วน a small person คือผู้ที่ถูกตัดสินเช่นนั้น assign ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “มอบหมายงาน”
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างเป้าหมายเติมประโยคให้สมบูรณ์: Without more evidence, we shouldn't ____ the new student.
ดูคำตอบ
assign a negative motive to
or they're upset by the arrival of a younger sibling.
2:49หรือพวกเขาอาจกำลังหงุดหงิดกับการมาถึงของน้องคนใหม่
We've got a large repertoire of alternative explanations ready in our heads วลี
2:52เรามีชุดคำอธิบายทางเลือกมากมายเตรียมพร้อมไว้ในหัวของเรา
A large repertoire of alternative explanations: ชุดคำอธิบายทางเลือกจำนวนมากที่พร้อมใช้
ในประโยคนี้ a repertoire of explanations หมายถึงชุดคำอธิบายที่คนเรารู้อยู่แล้วและสามารถนึกขึ้นมาใช้ได้เมื่อต้องการ Large แสดงว่ามีทางเลือกอยู่มากมาย Repertoire มักใช้กับเพลงหรือชิ้นงานที่ใช้แสดง แต่ใช้กับทักษะ กลยุทธ์ การตอบสนอง และสิ่งที่เป็นชุดพร้อมใช้อื่น ๆ ได้ด้วย คำนี้สื่อถึงทรัพยากรที่สะสมไว้และพร้อมใช้ ไม่ใช่เพียงมีจำนวนมาก
แบบฝึกหัด
วลีใดสื่อชัดที่สุดถึงชุดกลยุทธ์ที่ผู้ให้คำปรึกษาสะสมไว้และสามารถนำมาใช้เมื่อต้องการ
- a wide range of strategies
- a repertoire of strategies
- a written list of strategies
ดูคำตอบ
a repertoire of strategies
and none of these lead us to panic or get terribly agitated.
2:56และไม่มีคำอธิบายไหนเลยที่จะทำให้เราตื่นตระหนกหรือหงุดหงิดอย่างรุนแรง
This is the reverse of what tends to happen around adults.
3:00นี่คือสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นเมื่ออยู่กับผู้ใหญ่
Here we imagine that people have deliberately got us in their sights. สำนวน
3:04ในกรณีนี้ เราจินตนาการว่าผู้คนตั้งใจที่จะมุ่งเป้ามาที่เรา
got us in their sights: เล็งใครเป็นเป้าหมาย
สำนวน have/get someone in your sights มาจากการเล็งเป้าผ่านศูนย์เล็งของอาวุธ ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ สำนวนนี้หมายถึงการกำหนดให้ใครเป็นเป้าหมายและเตรียมจะลงมือกับคนนั้น ไม่ใช่เพียงแค่มองเห็นเขา ในประโยคนี้ have deliberately got us in their sights สื่อว่า “เรา” ถูกจงใจเลือกเป็นเป้าหมายที่จะถูกเอาเปรียบ โครงสร้างคือ have/get + คน + in + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + sights
แบบฝึกหัด
เมื่อมีคนพูดว่า “The rival company has us in its sights” เขาน่าจะหมายความว่าอะไร
- บริษัทนั้นเลือกเราเป็นเป้าหมายและอาจลงมือกับเรา
- บริษัทนั้นเพียงสังเกตเห็นรูปลักษณ์ของเรา
- บริษัทนั้นกำลังวัดระยะห่างระหว่างเรา
ดูคำตอบ
บริษัทนั้นเลือกเราเป็นเป้าหมายและอาจลงมือกับเรา
it's natural to suppose that they've sized us up and have reasoned that they can safely take advantage of us. โน้ต
3:10เป็นเรื่องปกติที่จะสมมติว่าพวกเขาได้ประเมินเราแล้วและให้เหตุผลว่าพวกเขาสามารถเอาเปรียบเราได้อย่างปลอดภัย
sized us up: ประเมินใครอย่างรวดเร็ว
Size someone up เป็นกริยาวลีแบบแยกคำได้ หมายถึงการสังเกตและประเมินความสามารถ ลักษณะนิสัย จุดแข็ง จุดอ่อน หรือสถานการณ์ของใครอย่างรวดเร็ว เป็นการตัดสิน ไม่ใช่การวัดขนาดร่างกาย เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง size กับ up จึงพูดว่า size us up ไม่ใช่ size up us ในประโยคนี้ they've sized us up หมายถึงพวกเขาประเมินผู้พูดแล้ว และใช้ผลการประเมินนั้นสรุปว่าสามารถเอาเปรียบได้อย่างปลอดภัย
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีที่หมายถึง “ประเมินพวกเขาอย่างรวดเร็ว” ให้สมบูรณ์: Before the match, the coach watched the new players to ____.
ดูคำตอบ
size them up
take advantage of us: เอาเปรียบใครอย่างไม่เป็นธรรม
ในประโยคนี้ take advantage of us หมายถึง “เอาเปรียบเราอย่างไม่เป็นธรรม” ฝ่ายตรงข้ามที่ผู้พูดนึกถึงได้ตัดสินแล้วว่าพวกผู้พูดคงไม่ขัดขืน จึงคิดว่าสามารถปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างไม่เป็นธรรมได้โดยไม่มีความเสี่ยง เมื่อ take advantage of ตามด้วยบุคคลหรือกลุ่มคน มักหมายถึงการใช้ความไว้ใจ จุดอ่อน ความมีน้ำใจ หรือการขาดความรู้ของคนเหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเอง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The scammer tried to take advantage of her because she was inexperienced,” take advantage of her หมายถึงอะไร?
- ใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์
- ใช้การขาดประสบการณ์ของเธออย่างไม่เป็นธรรม
- ยอมรับว่าเธอได้เปรียบ
ดูคำตอบ
ใช้การขาดประสบการณ์ของเธออย่างไม่เป็นธรรม
They probably relish the thought of causing us a little distress. วลี
3:15พวกเขาอาจจะสนุกกับความคิดที่ได้ทำให้เรารู้สึกทุกข์ใจเล็กน้อย
relish the thought of: เพลิดเพลินกับเหตุการณ์ที่จินตนาการไว้
ในที่นี้ relish the thought of หมายถึง “รู้สึกยินดีอย่างมากหรือตั้งตารอเมื่อนึกภาพบางสิ่ง” ประโยคนี้สื่อว่าพวกเขาอาจเพลิดเพลินจริง ๆ กับการนึกภาพว่าผู้พูดรู้สึกไม่สบายใจ จึงทำให้คำบรรยายมีน้ำเสียงตำหนิอย่างชัดเจน รูปแบบคือ relish the thought of + คำนามหรือรูป -ing ในคำบรรยาย causing คือรูป -ing ที่ตามหลัง of: relish the thought of causing us a little distress.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าเธอรู้สึกยินดีอย่างมากเมื่อนึกภาพเหตุการณ์นั้น และใช้รูปแบบได้ถูกต้อง?
- She relishes the thought of leading the parade.
- She relishes to lead the parade.
- She accepts the thought of leading the parade.
ดูคำตอบ
She relishes the thought of leading the parade.
But if we employ the infant model of interpretation,
3:19แต่ถ้าเราใช้รูปแบบการตีความแบบเดียวกับเด็กทารก
We'd think that maybe they didn't sleep well that night,
3:24เราอาจจะคิดว่าพวกเขาคงนอนไม่หลับเมื่อคืน
The French philosopher Emile Auguste Chartier,
3:30นักปรัชญาชาวฝรั่งเศส เอมิล โอกุสต์ ชาร์ติเยร์ (Emile Auguste Chartier)
was said to be the finest teacher in France in the first half of the 20th century, ไวยากรณ์
3:33ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นครูที่เก่งที่สุดในฝรั่งเศสในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20
was said to be: การถ่ายทอดคำกล่าวถึงชื่อเสียงโดยไม่ระบุแหล่งที่มา
Was said to be เป็นโครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำ: ประธาน + รูปของ be + said + infinitive ที่มี to ในที่นี้หมายถึงผู้คนกล่าวว่าอแล็งเป็นครูที่ดีที่สุดในฝรั่งเศส แต่ประโยคไม่ได้ระบุว่าผู้พูดเหล่านั้นคือใคร รูปแบบนี้นำเสนอชื่อเสียงหรือคำกล่าวอ้าง แทนที่ผู้เขียนจะยืนยันโดยตรง รูปของ be เปลี่ยนตามกาลและความสอดคล้องกับประธาน (is said, was said) ส่วน infinitive แสดงเนื้อหาที่ถูกรายงาน (to be, to have, to know)
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนรายงานแบบถูกกระทำสี่คำจากบทเรียน: The explorer ____ the first person to cross the desert alone.
ดูคำตอบ
was said to be
and he developed a formula for calming himself and his pupils down in the face of irritating people. วลี
3:37และเขาได้พัฒนาสูตรในการสงบสติอารมณ์ของตนเองและลูกศิษย์เมื่อต้องเผชิญกับคนที่น่ารำคาญ
in the face of: เมื่อต้องเผชิญกับความท้าทาย
In the face of + กลุ่มคำนาม หมายถึงขณะที่ต้องเผชิญกับสิ่งที่ยากลำบาก น่ากลัว หรือทำให้ท้อใจ สำนวนนี้เน้นแรงกดดันจากสถานการณ์และการตอบสนองของบุคคลนั้น ในที่นี้ คนที่น่ารำคาญคือความท้าทายที่อแล็งและลูกศิษย์ต้องรับมืออย่างสงบ คำว่า face ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว และวลีนี้ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “ขณะเผชิญกับความท้าทาย”: The coach remained patient ____ constant criticism.
ดูคำตอบ
in the face of
อุปมาที่สร้างจากบริบท “look for the pin”
ในข้อความนี้ “look for the pin” เป็นอุปมาที่สร้างขึ้นจากบริบท คำว่า “pin” แทนต้นตอของความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่และยังคงทิ่มแทงใครบางคน ไม่ได้หมายถึงเข็มหมุดจริง ๆ คำพูดนี้ชวนให้มองลึกลงไปกว่าพฤติกรรมที่โหดร้ายหรือน่าตกใจ แล้วค้นหาความทุกข์ที่อาจผลักดันให้คนนั้นทำเช่นนั้น เนื่องจากนี่เป็นอุปมาที่สร้างขึ้นในบริบท ไม่ใช่สำนวนอังกฤษตายตัว จึงต้องเข้าใจความหมายจากคำอธิบายต่อมาว่า “the source of the agony”
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ “look for the pin” ขอให้ผู้อ่านทำอะไร?
- ค้นหาความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ซึ่งอาจผลักดันพฤติกรรมที่ทำร้ายผู้อื่นของคนนั้น
- ค้นหาวัตถุโลหะชิ้นเล็กที่คนนั้นทำหาย
- ค้นหารหัสผ่านหรือรหัสที่เกี่ยวข้องกับคนนั้น
ดูคำตอบ
ค้นหาความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ซึ่งอาจผลักดันพฤติกรรมที่ทำร้ายผู้อื่นของคนนั้น
look for the source of the agony that drives a person to behave in appalling ways. ไวยากรณ์
3:51ให้มองหาต้นตอของความเจ็บปวดที่ผลักดันให้คนๆ หนึ่งแสดงพฤติกรรมที่น่ารังเกียจออกมา
“drives a person to behave”: โครงสร้าง drive someone to do something
ใน “drives a person to behave” คำว่า drive หมายถึง “ผลักดันหรือนำไปสู่อย่างรุนแรง” ไม่ได้หมายถึง “ขับยานพาหนะ” โครงสร้างคือ drive + someone + to + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ agony คือสาเหตุ a person คือผู้ได้รับผล และ behave นำเข้าสู่การกระทำที่เกิดขึ้น โครงสร้างนี้เน้นแรงกดดันอย่างมากจากความกลัว ความเจ็บปวด สถานการณ์ หรือความสิ้นหวัง แต่ไม่ได้แปลว่าบุคคลนั้นถูกบังคับทางกาย ไม่มีทางเลือกเลย หรือไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่ตรงตามรูป drive + people + to: Constant noise can ____ lose focus.
ดูคำตอบ
drive people to
The calming thought is to imagine that they're suffering off stage in some area we can't see. สำนวน
3:56ความคิดที่ทำให้สงบลงได้คือการจินตนาการว่าพวกเขากำลังทนทุกข์อยู่หลังเวทีในมุมที่เรามองไม่เห็น
suffering off stage: ความทุกข์ที่ซ่อนจากสายตาสาธารณชน
ในโรงละคร off stage หมายถึงบริเวณนอกเวทีที่ผู้ชมมองไม่เห็น แต่ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงพวกเขากำลังทุกข์อยู่ในส่วนที่เป็นเรื่องส่วนตัวของชีวิตหรือจิตใจซึ่งคนอื่นมองไม่เห็น ความทุกข์นั้นเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการแสดง ภาพเปรียบเทียบเรื่องเวทีทำให้เห็นความต่างระหว่างพฤติกรรมที่มองเห็นได้กับประสบการณ์ที่ซ่อนอยู่ จึงสื่อว่าการกระทำต่อหน้าสาธารณะอาจไม่เผยให้เห็นความทุกข์ของคนนั้น
แบบฝึกหัด
ใน “Maya jokes with everyone at school, but she may be suffering off stage,” คำว่า “off stage” หมายถึงอะไร
- ในส่วนที่เป็นเรื่องส่วนตัวของชีวิตซึ่งคนอื่นมองไม่เห็น
- หลังม่านในโรงละคร
- ขณะแกล้งทำเป็นเจ็บปวดต่อหน้าผู้ชม
ดูคำตอบ
ในส่วนที่เป็นเรื่องส่วนตัวของชีวิตซึ่งคนอื่นมองไม่เห็น
To be mature is to learn to imagine this zone of pain in spite of the lack of much available evidence. โน้ต
4:02การเป็นผู้ใหญ่คือการเรียนรู้ที่จะจินตนาการถึงพื้นที่แห่งความเจ็บปวดนี้ แม้จะไม่มีหลักฐานแสดงให้เห็นมากนักก็ตาม
To be mature is to learn to imagine: นิยามคุณลักษณะผ่านการกระทำ
รูปแบบ To be X is to do Y ใช้นิยามคุณลักษณะที่เป็นนามธรรมด้วยการระบุการกระทำหรือนิสัยที่แสดงคุณลักษณะนั้น ในประโยคนี้ To be mature เป็นประธาน และ to learn to imagine this zone of pain เป็นส่วนเติมเต็มประธานที่อธิบายว่าความเป็นผู้ใหญ่เกี่ยวข้องกับอะไร ส่วนหลักทั้งสองเป็นวลี infinitive คำว่า to หน้า learn ไม่ได้แสดงจุดประสงค์หรือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นภายหลัง แต่ทั้งประโยคสร้างคำนิยามคล้ายสมการว่า การเป็นผู้ใหญ่หมายถึงการเรียนรู้ที่จะจินตนาการถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ แม้มีหลักฐานจำกัด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ To be X is to do Y: “____ a good teammate ____ listen when others speak.”
ดูคำตอบ
To be · is to
in spite of + นามวลี
in spite of ใช้เพิ่มข้อเท็จจริงที่ทำให้การกระทำหลักดูยากขึ้นหรือเหนือความคาดหมาย ในที่นี้ การพยายามจินตนาการถึงความเจ็บปวดของผู้อื่นยังเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นผู้ใหญ่ แม้แทบไม่มีหลักฐานให้ยึดถือ in spite of เป็นวลีบุพบท จึงตามด้วยนามวลี the lack of much available evidence และยังตามด้วยรูป -ing ได้ เช่น in spite of feeling unsure
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีบุพบทสามคำที่แสดงความหมายเชิงยอมรับข้อขัดแย้ง: The match continued ____ the heavy rain.
ดูคำตอบ
in spite of
They may not look as if they were maddened by an inner psychological ailment. ไวยากรณ์
4:08พวกเขาอาจดูไม่ได้เหมือนกำลังคลุ้มคลั่งจากความเจ็บป่วยทางจิตใจที่อยู่ภายใน
look as if they were maddened: ดูเหมือนถูกทำให้เสียสติ
look as if + อนุประโยค ใช้บรรยายความรู้สึกที่ได้จากรูปลักษณ์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ในประโยคนี้ may not look as if หมายความว่าพฤติกรรมภายนอกของพวกเขาอาจไม่แสดงสัญญาณของปัญหาภายในเลย แต่ไม่ได้ปฏิเสธว่าความทุกข์นั้นมีอยู่ They were maddened เป็นโครงสร้างกรรมวาจก โดยนำเสนอว่าความผิดปกติทางจิตใจภายในเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาทุกข์ใจหรือขาดเหตุผล ถ้อยคำทั้งหมดจึงแยกสิ่งที่คนอื่นมองเห็นออกจากสิ่งที่อาจกำลังเกิดขึ้นภายใน
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? They may not look as if they were maddened by an inner psychological ailment.
- พวกเขาจงใจแกล้งทำเป็นสงบ
- รูปลักษณ์ของพวกเขาอาจไม่เผยให้เห็นความทุกข์ภายในที่กำลังส่งผลต่อพวกเขา
- พวกเขาได้รับการวินิจฉัยอย่างแน่นอนว่าเป็นโรคทางจิตใจ
ดูคำตอบ
รูปลักษณ์ของพวกเขาอาจไม่เผยให้เห็นความทุกข์ภายในที่กำลังส่งผลต่อพวกเขา
full of themselves: สำนวนที่หมายถึงหลงตัวเอง
ในประโยคนี้ full of themselves เป็นสำนวนที่หมายถึงพอใจในตัวเองมากเกินไปหรือหลงตัวเอง เป็นการตัดสินท่าทีของพวกเขาในเชิงลบ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าร่างกายของพวกเขาเต็มไปด้วยตัวเอง คำสรรพนามสะท้อนกลับต้องสอดคล้องกับประธาน จึงใช้ได้เป็น full of myself, yourself, himself, herself, ourselves หรือ themselves เมื่อเปลี่ยนประธาน ความหมายเชิงวิจารณ์ของสำนวนยังคงเดิม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้สำนวนเพื่อวิจารณ์คนที่ชื่นชมตัวเองมากเกินไป
- After the hike, Leo was full of energy.
- After one small win, Leo started acting full of himself.
- Leo felt confident because he had practiced.
ดูคำตอบ
After one small win, Leo started acting full of himself.
but the pin simply must be there or they would not be causing us harm. ไวยากรณ์
4:15แต่เข็มเล่มนั้นจะต้องมีอยู่แน่ๆ มิฉะนั้นพวกเขาคงไม่ทำร้ายเรา
must ... or ... would not: อนุมานสาเหตุจากผลที่เกิดขึ้น
ในที่นี้ must be ไม่ได้แสดงคำสั่ง แต่แสดงการอนุมานอย่างมั่นใจ เนื่องจากกำลังเกิดอันตราย ผู้พูดจึงสรุปว่าเข็มซึ่งถูกมองว่าเป็นต้นเหตุของความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ต้องมีอยู่จริง อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย or เป็นการทดสอบแบบสมมติสิ่งตรงข้าม หากเข็มไม่อยู่ตรงนั้น พวกเขาก็ไม่น่าจะกำลังก่ออันตราย รูปแบบคือ X must be true, or Y would not be happening เป็นการย้อนจากผลที่สังเกตเห็นไปหาสาเหตุที่น่าจะเป็น จึงเป็นการตีความ ไม่ใช่หลักฐานแน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมการอนุมานให้สมบูรณ์โดยใช้รูปแบบ must be ... or ... would not ตามที่กำหนด: The heater ____, or the room ____ this warm.
ดูคำตอบ
must be on · would not be
and sadness beneath the aggressive surface. สำนวน
4:25และความเศร้าโศกที่อยู่ภายใต้เปลือกนอกที่ก้าวร้าว
ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ beneath the aggressive surface
ในประโยคนี้ beneath ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ the aggressive surface หมายถึงความโกรธหรือความเป็นปฏิปักษ์ที่คนอื่นมองเห็น ส่วน turmoil, disappointment, worry และ sadness ถูกนึกภาพว่าเป็นความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ ภาพของพื้นผิวกับส่วนลึกนี้ชวนให้เรามองเลยพฤติกรรมที่เห็นไปถึงความรู้สึกที่อาจซ่อนอยู่ เป็นการตีความความก้าวร้าวด้วยความเข้าอกเข้าใจ ไม่ได้ยืนยันว่าคนที่ก้าวร้าวทุกคนจะมีอารมณ์เหล่านี้เหมือนกันทั้งหมด
แบบฝึกหัด
beneath the aggressive surface ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร
- สิ่งที่อยู่ใต้ผิวหนังของคนจริง ๆ
- สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากพฤติกรรมก้าวร้าวจบลงอย่างสมบูรณ์
- สิ่งที่ซ่อนอยู่หลังความก้าวร้าวที่ผู้คนมองเห็นได้
ดูคำตอบ
สิ่งที่ซ่อนอยู่หลังความก้าวร้าวที่ผู้คนมองเห็นได้
โครงสร้าง aim compassion ... at someone
Aim compassion at someone มอง compassion เป็นสิ่งที่สามารถส่งไปยังเป้าหมายได้ ในที่นี้หมายถึงการตั้งใจมอบความเห็นอกเห็นใจให้คนที่ทำให้เรารำคาญมากที่สุด ไม่ใช่การโจมตีพวกเขา โครงสร้างคือ aim + สิ่งที่ส่งไป + at + เป้าหมาย คำว่า in an unexpected place อธิบายว่าการเลือกเป้าหมายนี้น่าประหลาดใจ ส่วน at ใช้นำหน้าเป้าหมายจริงคือ those who annoy us most
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างบอกทิศทาง aim ... at ให้สมบูรณ์: During the discussion, Mia tried to ____ her criticism ____ the plan, not the people.
ดูคำตอบ
aim · at
move from anger to pity: เปลี่ยนจากความโกรธเป็นความเห็นอกเห็นใจ
รูปแบบ move from A to B หมายถึงการเปลี่ยนจากสถานะ อารมณ์ จุดยืน หรือช่วงหนึ่งไปสู่อีกช่วงหนึ่ง ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ทางกาย แต่หมายถึงปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่เปลี่ยนจากความโกรธไปเป็นความเห็นอกเห็นใจ from บอกจุดเริ่มต้น และ to บอกจุดหมายใหม่ ในประโยคนี้ pity หมายถึงความเห็นอกเห็นใจต่อความทุกข์ที่ซ่อนอยู่ของผู้อื่น ไม่ได้หมายถึงการเยาะเย้ยหรือดูถูก รูปแบบเดียวกันนี้ยังใช้แสดงการเปลี่ยนระหว่างความคิด หัวข้อ หรือช่วงต่าง ๆ ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูปแบบ move from X to Y ที่กำหนด: After discussing what went wrong, the team needs to ____ blame ____ solutions.
ดูคำตอบ
move from · to