ทำไมวัยรุ่นถึงอารมณ์แปรปรวนนัก?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
AsapSCIENCE
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้เชื่อมโยงสมองและฮอร์โมนของวัยรุ่นกับอารมณ์รุนแรง อิทธิพลจากเพื่อน การเสี่ยง ความเครียด และการนอนที่ช้าลง พร้อมชี้ให้เห็นความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัว ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “what's going on” (กริยาวลี): ถามอย่างเป็นธรรมชาติว่าเบื้องหลังปัญหามีสถานการณ์อะไร และใช้คำถามนี้เปิดเข้าสู่คำอธิบาย 2. “Speaking of stress,” (สัมพันธภาพของเนื้อหา การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์): เปลี่ยนจากแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึงไปสู่หัวข้อที่เกี่ยวข้องโดยไม่ทำให้คำอธิบายสะดุด 3. “make incredible strides in” (สำนวนและภาษาเชิงเปรียบเทียบ): ใช้อุปมาเรื่องการก้าวหน้า โดยวางสาขาหลัง “in” เพื่อบอกพัฒนาการอย่างมากด้านการสื่อสาร การเรียน งาน หรือความสามารถอื่น
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Being a teen can be an amazing time of discovery, learning, and friendship,
0:00ช่วงวัยรุ่นอาจเป็นช่วงเวลาอันยอดเยี่ยมแห่งการค้นพบ การเรียนรู้ และมิตรภาพ
and emotional highs and lows where things can feel really tough. สำนวน
0:06และมีอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ จนหลายอย่างอาจรู้สึกหนักหนาสาหัสจริง ๆ
emotional highs and lows: อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ
ในประโยคนี้ emotional highs and lows หมายถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างมากระหว่างความรู้สึกด้านบวกมากกับด้านลบมาก highs คือช่วงที่รู้สึกดีหรือตื่นเต้น ส่วน lows คือช่วงที่ยากลำบากหรือเศร้า วลีนี้ใช้ระดับความสูงทางกายภาพเป็นภาพเปรียบเทียบของประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลง และคำว่า emotional จำกัดความหมายไว้ที่ความรู้สึกโดยเฉพาะในที่นี้ วลีนี้บอกถึงรูปแบบของความผันผวน ไม่ใช่ความสูงจริง และไม่ใช่เพียงรายการเหตุการณ์ดีและร้ายที่ไม่เกี่ยวกัน
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Starting a new school brought emotional highs and lows.” วลีที่เน้นไว้หมายถึงอะไร
- เหตุการณ์ดีและร้ายหลายอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
- การเปลี่ยนแปลงซ้ำ ๆ ระหว่างความรู้สึกด้านบวกมากและด้านลบมาก
- การเปลี่ยนแปลงของความสูงจริงของบุคคล
ดูคำตอบ
การเปลี่ยนแปลงซ้ำ ๆ ระหว่างความรู้สึกด้านบวกมากและด้านลบมาก
what's going on: กำลังเกิดอะไรขึ้น
ในที่นี้ what's going on หมายถึง “กำลังเกิดอะไรขึ้น” ผู้พูดถามว่ากระบวนการใดในสมองและร่างกายทำให้เกิดความรู้สึกเหล่านี้ ดังนั้นคำถามนี้จึงต้องการรู้ทั้งสถานการณ์และคำอธิบายของมัน What's เป็นรูปย่อของ what is และ going on เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “กำลังเกิดขึ้น” วลีนี้มักใช้เมื่อบางสิ่งไม่ชัดเจน ผิดปกติ หรือซับซ้อน ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “กำลังเกิดอะไรขึ้น”: The lights keep flickering. Do you know ____?
ดูคำตอบ
what's going on
make + กรรม + กริยารูปพื้นฐานใน make us feel
ใน make us feel คำว่า make เป็นคำกริยาเชิงเหตุ ทำหน้าที่บอกว่าบางสิ่งทำให้ใครบางคนเกิดความรู้สึกหรือทำการกระทำอย่างหนึ่ง us เป็นกรรมที่ได้รับผล และ feel บอกปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ส่วน this way เติมความหมายของ feel และอ้างถึงความรู้สึกที่กล่าวไว้ก่อนหน้า โครงสร้างเชิงเหตุแบบประธานกระทำคือ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to จึงต้องใช้ feel ไม่ใช่ to feel โครงสร้างนี้ใช้บอกสาเหตุของอารมณ์หรือการกระทำได้ คือบางสิ่งทำให้คนหนึ่งรู้สึกหรือทำบางอย่าง
แบบฝึกหัด
ใช้ make รูปปัจจุบันและสรรพนามกรรม me เติมประโยคให้สมบูรณ์: Her jokes ____ laugh every time.
ดูคำตอบ
make me
การรายงานแบบกรรมวาจกด้วย We're often told that
We're often told that เป็นกรอบการรายงานแบบกรรมวาจก we คือผู้รับข้อมูล told เป็นรูป past participle ของ tell และ that นำเข้าสู่เนื้อหาของข้อกล่าวอ้าง รูปกรรมวาจกไม่ระบุแหล่งที่มา จึงนำเสนอแนวคิดนั้นว่าเป็นสิ่งที่ผู้คนพูดซ้ำกันทั่วไป ไม่ใช่คำกล่าวของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง นอกจากนี้ยังใช้ปูทางไปสู่การจำกัดความหรือการแก้ไขในภายหลังได้ โครงสร้างนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าข้อกล่าวอ้างนั้นเป็นจริง
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ We're often told that... ทำหน้าที่อะไร?
- บอกว่ามีคนเล่าเรื่องให้เราฟังบ่อย ๆ
- ระบุว่านักวิจัยคนหนึ่งโดยเฉพาะเป็นผู้พูด
- นำเสนอข้อกล่าวอ้างที่พูดซ้ำกันทั่วไปโดยไม่ระบุแหล่งที่มา
ดูคำตอบ
นำเสนอข้อกล่าวอ้างที่พูดซ้ำกันทั่วไปโดยไม่ระบุแหล่งที่มา
although recent research has found adolescent development to be equally important. ไวยากรณ์
0:22แต่ผลวิจัยล่าสุดพบว่าพัฒนาการในช่วงวัยรุ่นก็สำคัญไม่แพ้กัน
has found adolescent development to be equally important เพื่อรายงานการประเมินจากหลักฐาน
ในโครงสร้าง find + กรรม + to be + ส่วนเติมเต็ม คำว่า find หมายถึง “ได้ข้อสรุปจากหลักฐาน” ไม่ใช่ “หาเจอ” ในที่นี้ adolescent development เป็นกรรม และ equally important เป็นการประเมินสิ่งนั้น ส่วน to be เชื่อมกรรมเข้ากับการประเมิน ไม่ได้บอกจุดประสงค์ has found เป็น present perfect จึงนำเสนอข้อสรุปจากงานวิจัยล่าสุดว่าเกี่ยวข้องกับการอภิปรายในปัจจุบัน โครงสร้างที่พบบ่อยในการรายงานผลการวิจัยอย่างเป็นทางการคือ research has found X to be Y
แบบฝึกหัด
เติมข้อสรุปจากงานวิจัยในรูป present perfect ด้วยโครงสร้าง find + กรรม + to be: Recent studies ____ the program ____ effective.
ดูคำตอบ
have found · to be
During childhood, our brains continually grow generating gray matter until they reach their maximum size,
0:26ตลอดวัยเด็ก สมองของเราจะเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยสร้างเนื้อเทา จนมีขนาดใหญ่ที่สุด
which for girls is around age 12 and boys around age 14.
0:31ซึ่งสำหรับเด็กผู้หญิงคือราวอายุ 12 ปี และเด็กผู้ชายราวอายุ 14 ปี
But even after this, the brain works to become more efficient
0:35แต่แม้หลังจากนั้น สมองก็ยังปรับตัวให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
by cutting away unused gray matter that isn't exercised by experience, โน้ต
0:38โดยตัดเนื้อเทาที่ไม่ได้ใช้งานและไม่ได้รับการฝึกฝนจากประสบการณ์ออก
cutting away: ตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออก
ใน cutting away unused gray matter คำว่า cut away หมายถึงการนำส่วนที่ไม่จำเป็นอีกต่อไปออกจากสิ่งที่เป็นก้อนหรือองค์รวมที่ใหญ่กว่า ประโยคนี้อธิบายพัฒนาการของสมองในเชิงเปรียบเทียบ สมองไม่ได้ใช้ใบมีดตัดจริง ๆ คำว่า away เพิ่มความหมายด้านผลลัพธ์ คือวัสดุที่ไม่ต้องการถูกนำออกและไม่เหลือเป็นส่วนหนึ่งขององค์รวมอีกต่อไป รูปแบบนี้ใช้ได้ทั้งกับการตัดแต่งจริงและกระบวนการค่อย ๆ กำจัดส่วนเกิน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ cut away: Before repairing the book, the conservator had to ____ the moldy edges.
ดูคำตอบ
cut away
and at the same time increasing myelin, which is fatty tissue that insulates brain pathways.
0:42พร้อมกับเพิ่มไมอีลิน ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อไขมันที่หุ้มฉนวนเส้นทางประสาทในสมอง
by cutting away ... and at the same time increasing เพื่อเชื่อมสองวิธีที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
by + -ing ตอบว่าสมองมีประสิทธิภาพมากขึ้น “อย่างไร” โดย cutting away unused gray matter เป็นวิธีแรก แม้จะไม่กล่าวซ้ำ แต่บุพบท by ก็ครอบคลุม increasing ซึ่งเป็นรูป -ing ที่ขนานกับ cutting ด้วย: by cutting away ... and ... increasing ... at the same time แสดงว่ากระบวนการทั้งสองเกิดขึ้นพร้อมกัน increasing ไม่ได้หมายความว่า myelin เป็นผู้ทำกริยา แต่เข้าใจว่าประธานคือสมองที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งสองอย่าง และ myelin คือสิ่งที่เพิ่มขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมคำอธิบายกระบวนการด้วยโครงสร้างที่ใช้บุพบทเดียวร่วมกัน โดยใช้ by แล้วตามด้วยรูป -ing ของ reduce: The store cut costs ____ buying in bulk and at the same time ____ packaging waste.
ดูคำตอบ
by · reducing
Puberty begins in the hypothalamus, where a protein called kisspeptin is produced, ไวยากรณ์
0:48วัยแรกรุ่นเริ่มต้นที่ไฮโปทาลามัส ซึ่งเป็นบริเวณที่ผลิตโปรตีนชื่อคิสเปปติน
a protein called kisspeptin: อนุประโยคสัมพัทธ์แบบลดรูป
ใน a protein called kisspeptin กลุ่มคำ called kisspeptin เป็นวลีคำกริยาช่องสามที่วางหลัง protein ใช้ระบุโปรตีนด้วยชื่อ และมีความหมายเท่ากับ a protein that is called kisspeptin นี่คืออนุประโยคสัมพัทธ์รูปถูกกระทำแบบลดรูป โดยละ that is แต่ความหมายแบบถูกกระทำยังคงอยู่ คำกริยาหลักของอนุประโยคที่ใหญ่กว่าคือ is produced ดังนั้น called จึงไม่ได้บอกว่าโปรตีนกำลังทำอะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างแบบกระชับที่ใช้ called และชื่อแอป WordQuest: Our class uses a reading app ____.
ดูคำตอบ
called WordQuest
triggering the pituitary gland to unleash the hormones testosterone, estrogen, and progesterone. ไวยากรณ์
0:52โปรตีนนี้จะกระตุ้นต่อมใต้สมองให้หลั่งฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน เอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน
triggering the pituitary gland to unleash: วลี -ing ที่แสดงผลลัพธ์และ trigger + กรรม + to-infinitive
ในที่นี้ triggering นำเสนอผลจากอนุประโยคก่อนหน้า กล่าวคือ การสร้าง kisspeptin ทำให้เหตุการณ์ถัดไปเริ่มขึ้น รูปนี้เป็นวลี participle แบบ -ing ไม่ใช่กริยาหลักอีกตัวที่เชื่อมขนานกับ begins ในโครงสร้าง trigger + กรรม + to-infinitive กรรมยังเป็นประธานโดยนัยของ infinitive ด้วย ดังนั้น the pituitary gland จึงเป็นผู้ทำกริยา unleash ส่วน kisspeptin เป็นสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดการกระทำนั้น โครงสร้างนี้เชื่อมขั้นตอนของกระบวนการเหตุและผลได้อย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี -ing ที่แสดงผลลัพธ์ ตามด้วยโครงสร้าง trigger + กรรม + to-infinitive ได้ถูกต้อง
- The software found an error, triggering the backup system start.
- The software found an error, triggering the backup system to start.
- The software found an error, triggered the backup system to start.
ดูคำตอบ
The software found an error, triggering the backup system to start.
but also cause you to seek emotionally charged experiences, โน้ต
1:00แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้คุณแสวงหาประสบการณ์ที่กระตุ้นอารมณ์อย่างรุนแรง
cause you to seek: cause + กรรม + to-infinitive
ในโครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive คำว่า cause นำเสนอการกระทำที่สองว่าเป็นผลจากปัจจัยแรก ในที่นี้ you เป็นกรรมของ cause และเป็นประธานโดยนัยของ seek ดังนั้นฮอร์โมนจึงทำให้คุณแสวงหาประสบการณ์ที่เข้มข้นทางอารมณ์ ในรูปแบบนี้ต้องใช้เครื่องหมาย infinitive คือ to หลัง cause โครงสร้างนี้มีประโยชน์ในการอธิบายว่าเงื่อนไข เหตุการณ์ หรือสารบางอย่างทำให้เกิดพฤติกรรมหรือผลลัพธ์อื่นได้อย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมคำที่จำเป็นในโครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive ให้ประโยคสมบูรณ์: The road closure caused us ____ take a different route.
ดูคำตอบ
to
Emotionally charged experiences สำหรับสื่อถึงความเข้มข้นทางอารมณ์
ใน emotionally charged experiences คำว่า charged ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึง “เต็มไปด้วยอารมณ์รุนแรงหรือมีแนวโน้มจะก่อให้เกิดอารมณ์รุนแรง” emotionally ขยาย charged และทั้งวลีใช้อธิบายประสบการณ์ที่มีความเข้มข้นทางอารมณ์สูง วลีนี้เจาะจงกว่าการใช้เพียง emotional เพราะสื่อถึงความรู้สึกหรือปฏิกิริยาที่รุนแรงเป็นพิเศษ ใช้อธิบายบทสนทนาที่ตึงเครียด ภาพยนตร์ที่ซาบซึ้ง เหตุการณ์สาธารณะ หรือความทรงจำที่ชัดเจนได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “เต็มไปด้วยอารมณ์รุนแรง”: The reunion after twenty years was ____.
ดูคำตอบ
emotionally charged
or driving 180 km per hour down the freeway.
1:05หรือขับรถบนทางด่วนด้วยความเร็ว 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Whether it's ... or ... สำหรับนำเสนอทางเลือก
Whether ... or ... ใช้นำเสนอทางเลือกหรือกรณีที่เป็นไปได้ต่าง ๆ ในที่นี้ whether it's นำเสนอตัวอย่างแรก และ or นำเสนอตัวอย่างที่สอง แสดงให้เห็นว่าทั้งสองอย่างนับเป็น emotionally charged experiences ทางเลือกที่สองไม่ได้กล่าว it's ซ้ำ ภาษาอังกฤษมักละคำที่ซ้ำเมื่อโครงสร้างคู่ขนานยังชัดเจน เช่น whether it's A or B ควรทำความเข้าใจ whether คู่กับ or เพราะในที่นี้ไม่ใช่คำถามแบบใช่หรือไม่ใช่ที่เป็นประโยคเดี่ยว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองส่วนที่ใช้เสนอทางเลือก: I enjoy the workshop ____ it's online ____ in person.
ดูคำตอบ
whether · or
It causes your response to emotionally loaded images or sounds to be more intense,
1:09ฮอร์โมนเหล่านี้ทำให้คุณตอบสนองต่อภาพหรือเสียงที่เร้าอารมณ์รุนแรงขึ้น
which is why listening to One Direction may produce large bouts of the feels. โน้ต
1:13นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการฟัง One Direction อาจทำให้อารมณ์พรั่งพรูออกมาอย่างท่วมท้น
which is why: การเชื่อมคำอธิบายที่สมบูรณ์เข้ากับผลลัพธ์
ในที่นี้ which ย้อนกลับไปอ้างถึงแนวคิดทั้งหมดก่อนหน้า กล่าวคือ ภาพหรือเสียงที่กระตุ้นอารมณ์ทำให้การตอบสนองรุนแรงขึ้น ไม่ได้อ้างถึงเพียงคำว่า intense ที่อยู่ใกล้ ๆ รูปแบบ statement, which is why + result เพิ่มผลลัพธ์หรือตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมซึ่งตามมาจากคำอธิบายทั้งหมดนั้น รูปแบบนี้จัดลำดับเหตุผลว่า “สถานการณ์นี้เป็นจริง ดังนั้นผลลัพธ์นี้จึงสมเหตุสมผล” แทนที่จะใช้ because เพื่อเกริ่นเหตุผล
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่ย้อนกลับไปอ้างถึงอนุประโยคแรกทั้งหมดและเกริ่นผลลัพธ์: The roads were flooded, ____ the match was postponed.
ดูคำตอบ
which is why
One Direction ในฐานะสิ่งอ้างอิงจากวัฒนธรรมป๊อป
One Direction เป็นชื่อเฉพาะของวงป๊อป ไม่ใช่วลีทั่วไป one direction ที่หมายถึงทิศทางหนึ่ง ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่บอกว่านี่คือชื่อ และ listening to One Direction หมายถึงการฟังเพลงของวงนี้ วงนี้ได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะในหมู่แฟนเพลงวัยรุ่น การกล่าวถึงวงจึงเป็นตัวอย่างที่คุ้นเคยว่าเพลงสามารถก่อให้เกิดอารมณ์ที่รุนแรงในแฟนเพลงวัยรุ่นได้ ความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมนี้อธิบายว่าทำไมชื่อนี้จึงปรากฏในการพูดถึงปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่รุนแรง
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ One Direction หมายถึงอะไร?
- ทิศทางทางกายภาพเพียงทิศเดียวที่ผู้ฟังควรหันไป
- One Direction ซึ่งเป็นชื่อวงป๊อปที่ใช้ในที่นี้เป็นตัวอย่างของเพลงที่อาจกระตุ้นอารมณ์อันรุนแรงของแฟนเพลง
- ศัพท์วิทยาศาสตร์สำหรับปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่รุนแรง
ดูคำตอบ
One Direction ซึ่งเป็นชื่อวงป๊อปที่ใช้ในที่นี้เป็นตัวอย่างของเพลงที่อาจกระตุ้นอารมณ์อันรุนแรงของแฟนเพลง
the feels: สแลงไม่เป็นทางการสำหรับอารมณ์ที่รุนแรง
the feels เป็นสแลงไม่เป็นทางการในอินเทอร์เน็ตและบทสนทนา ใช้หมายถึงอารมณ์ที่รุนแรง ซึ่งมักเป็นความซาบซึ้ง ความคิดถึง หรือความรู้สึกที่อธิบายเป็นคำพูดได้ยาก ในที่นี้ feels ถูกนำมาใช้เป็นคำนามหลัง the อย่างขบขัน ไม่ใช่คำกริยา feels ตามปกติ วลี large bouts of the feels ขยายมุกให้ชัดขึ้น โดย bouts ทำให้อารมณ์ฟังดูเหมือนอาการที่เกิดขึ้นเป็นช่วง ๆ เจตนาของผู้พูดคือการพูดเกินจริงอย่างมีอารมณ์ขัน ไม่ใช่การกล่าวอ้างทางการแพทย์ตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะกับการใช้ the feels มากที่สุด
- ข้อตกลงทางกฎหมายที่กำหนดเงื่อนไขการชำระเงิน
- รายงานห้องปฏิบัติการอย่างเป็นทางการที่นำเสนอผลลัพธ์
- โพสต์แบบสบาย ๆ ที่แสดงความรู้สึกต่อเพลงที่กินใจ
ดูคำตอบ
โพสต์แบบสบาย ๆ ที่แสดงความรู้สึกต่อเพลงที่กินใจ
The area of the brain responsible for planning ahead and assessing risk is still immature in teenagers, วลี
1:18สมองส่วนที่ทำหน้าที่วางแผนล่วงหน้าและประเมินความเสี่ยงยังพัฒนาไม่เต็มที่ในวัยรุ่น
planning ahead: การเตรียมการล่วงหน้า
Plan ahead หมายถึงการคิดถึงความต้องการ ปัญหา หรือโอกาสในอนาคต และเตรียมการก่อนที่สิ่งเหล่านั้นจะกลายเป็นเรื่องเร่งด่วน ahead เพิ่มความหมายของการเตรียมตัวล่วงหน้า โดยไม่ได้หมายถึงทิศทางทางกายภาพในที่นี้ ในประโยค planning ahead เป็นวลี -ing ที่เชื่อมแบบขนานกับ assessing risk หลัง responsible for และระบุหนึ่งในความสามารถในการมองไปข้างหน้าที่เกี่ยวข้องกับบริเวณสมองนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “เตรียมการก่อนที่จะจำเป็น”: To avoid sold-out trains, we should ____ and buy our tickets early.
ดูคำตอบ
plan ahead
more likely to: มีความน่าจะเป็นสูงกว่า แต่ไม่แน่นอน
ใน are more likely to participate โครงสร้าง be more likely to + กริยารูปพื้นฐานใช้เปรียบเทียบความน่าจะเป็น โดยหมายความว่าวัยรุ่นมีโอกาสทำพฤติกรรมนั้นสูงกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นกลุ่มเปรียบเทียบที่เข้าใจได้จากบริบท และยังสามารถระบุกลุ่มเปรียบเทียบโดยตรงด้วย than ได้ด้วย more likely บอกเพียงแนวโน้ม ไม่ได้หมายความว่าผลนั้นจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน โครงสร้างนี้จึงเหมาะกับการกล่าวอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับแนวโน้มของกลุ่ม สาเหตุ และพฤติกรรมที่คาดการณ์ไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเปรียบเทียบความน่าจะเป็นจากบทเรียน: Compared with first-time visitors, regular customers are ____ recognize the staff.
ดูคำตอบ
more likely to
participate in high-risk behavior: มีส่วนร่วมในพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูง
เมื่อ participate ตามด้วยกิจกรรมหรือพฤติกรรม ต้องมี in นำหน้าในรูป participate in + นามวลี ในที่นี้ high-risk เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่ขยาย behavior ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงการมีส่วนร่วมในพฤติกรรมที่มีโอกาสก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง เมื่อ high-risk อยู่หน้าคำนาม เครื่องหมายขีดกลางแสดงว่าสองคำนี้ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นคำขยายเดียว แต่เมื่ออยู่หลังกริยาเชื่อม มักเขียนแยกกัน เช่น the activity is high risk
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “มีส่วนร่วมในพฤติกรรมที่มีอันตรายร้ายแรง”: The course explains why some young people ____.
ดูคำตอบ
participate in high-risk behavior
adults and teens took the same amount of driving risks while alone.
1:33เมื่ออยู่คนเดียว ผู้ใหญ่กับวัยรุ่นเสี่ยงในการขับรถพอ ๆ กัน
teens took significantly more risks while adults were unaffected.
1:40วัยรุ่นกลับเสี่ยงมากขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่ผู้ใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบ
การใช้ What's the benefit of this behavior? ... Peer acceptance. เพื่อตั้งคำถามแล้วตอบเอง
ผู้พูดถามว่า What's the benefit of this behavior? แล้วตอบทันทีว่า Peer acceptance. นี่เป็นการตั้งคำถามแล้วตอบเอง โดยคำถามสร้างจังหวะหยุด ส่วนกลุ่มคำนามสั้น ๆ ทำให้คำตอบกลายเป็นจุดเน้น Peer acceptance เป็นคำตอบที่จงใจละองค์ประกอบบางส่วน และในที่นี้เทียบเท่ากับ The benefit is peer acceptance. รูปแบบคำถาม + คำตอบสั้นช่วยให้ผู้พูดเปลี่ยนจากการบรรยายพฤติกรรมไปสู่การระบุแรงจูงใจหรือคำอธิบายที่จะขยายความต่อไป
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบายหน้าที่ของ Peer acceptance. ในที่นี้ได้ดีที่สุด
- เป็นคำตอบที่จงใจย่อให้สั้นเพื่อเน้นประโยชน์ดังกล่าว
- เป็นข้อผิดพลาดในการถอดคำพูด เพราะทุกคำตอบต้องมีคำกริยา
- เป็นการเริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องแทนที่จะตอบคำถาม
ดูคำตอบ
เป็นคำตอบที่จงใจย่อให้สั้นเพื่อเน้นประโยชน์ดังกล่าว
In a study where teens were asked to rank music clips ไวยากรณ์
1:47ในงานวิจัยที่ให้วัยรุ่นจัดอันดับคลิปเพลง
were asked to rank: รูปถูกกระทำของ ask someone to do something
Were asked to rank เป็นรูปถูกกระทำของ asked the teens to rank โดยวัยรุ่นกลายเป็นประธานทางไวยากรณ์ ส่วนผู้วิจัยที่มอบหมายงานสามารถละไม่กล่าวถึงได้ โครงสร้างคือ ประธาน + be + asked + to-infinitive คำว่า Asked บอกถึงคำขอหรือคำสั่ง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการถูกถามคำถามด้วยวาจา และต้องคง to ไว้หน้า rank รูปแบบนี้พบบ่อยเมื่อคำอธิบายขั้นตอนเน้นว่าผู้เข้าร่วมต้องทำอะไร มากกว่าเน้นว่าใครเป็นผู้ให้คำสั่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ ask ที่ใช้เกริ่นถึงงานที่ได้รับมอบหมาย: In the study, participants ____ rate each clip from one to five.
ดูคำตอบ
were asked to
with and without knowing what their peers had picked,
1:50ทั้งในกรณีที่รู้และไม่รู้ว่าเพื่อนวัยเดียวกันเลือกอะไร
feeling socially isolated as a teen creates feelings of intense unworthiness. ไวยากรณ์
1:55การรู้สึกโดดเดี่ยวจากสังคมในช่วงวัยรุ่นทำให้เกิดความรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าอย่างรุนแรง
การใช้ Unlike small children and adults, เปิดการเปรียบเทียบ
Unlike + วลีคำนามทำหน้าที่วางกรอบการเปรียบเทียบไว้ต้นประโยค ในที่นี้ Unlike small children and adults, ส่งสัญญาณถึงความแตกต่างที่ต้องการสื่อว่า ความโดดเดี่ยวทางสังคมส่งผลต่ออารมณ์ของวัยรุ่นต่างจากที่ส่งผลต่อคนสองกลุ่มนั้น คำเปิดนี้จำกัดการเปรียบเทียบไว้เฉพาะข้อความที่ตามมา ไม่ได้เปรียบเทียบคุณลักษณะทุกอย่างของเด็ก ผู้ใหญ่ และวัยรุ่น ในที่นี้ Unlike เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยวลีคำนาม small children and adults ไม่ใช่อนุประโยคสมบูรณ์ที่มีกริยาของตัวเอง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำเปิดเปรียบเทียบ Unlike + วลีคำนามได้ถูกต้อง?
- Unlike office workers, remote workers often rely on written updates.
- Dislike office workers, remote workers often rely on written updates.
- Unlike office workers use email, remote workers often rely on written updates.
ดูคำตอบ
Unlike office workers, remote workers often rely on written updates.
feeling socially isolated as a teen creates: วลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน
Feeling socially isolated as a teen เป็นวลี gerund หนึ่งวลีที่ทำหน้าที่เป็นประธาน วลีนี้กล่าวถึงประสบการณ์หรือสภาวะหนึ่งอย่างเป็นแนวคิดเดียว ดังนั้นกริยาจึงเป็นรูปเอกพจน์ creates ไม่ใช่ create คำว่า as a teen อยู่ภายในวลีประธานและบอกช่วงวัยที่เกิดประสบการณ์นั้น คำนาม teen ที่อยู่ใกล้กริยาไม่ได้เป็นตัวกำหนดรูปกริยา แต่กริยาต้องสอดคล้องกับวลี gerund ทั้งวลี
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ require เติมประโยคให้สมบูรณ์: Learning a new skill ____ regular practice.
ดูคำตอบ
requires
This, along with our biology, can contribute to teens prioritizing friends over even family. วลี
2:00เมื่อรวมกับปัจจัยทางชีววิทยา สิ่งนี้อาจทำให้วัยรุ่นให้ความสำคัญกับเพื่อนมากกว่าแม้แต่ครอบครัว
contribute to + คำนามหรือรูป -ing
contribute to หมายถึงการเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยให้เกิดผลลัพธ์ ในประโยคนี้ สิ่งที่ this กล่าวถึงและปัจจัยทางชีววิทยาถูกนำเสนอว่าเป็นอิทธิพลที่อาจช่วยให้เกิดพฤติกรรมดังกล่าว ไม่ใช่สาเหตุเดียวหรือสาเหตุที่รับประกันว่าจะทำให้เกิดผลนั้น ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนาม นามวลี หรือรูป -ing ได้ Teens prioritizing friends over even family เป็นอนุประโยค -ing ที่ระบุผลลัพธ์ contribute ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการบริจาค และ to ไม่ได้ใช้สร้าง infinitive
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย contribute to: Lack of sleep can ____ making small problems feel overwhelming.
ดูคำตอบ
contribute to
prioritize A over even B: ให้ A สำคัญกว่าแม้กระทั่ง B
prioritize A over B หมายถึงการให้ความสำคัญ ความสนใจ เวลา หรือทรัพยากรแก่ A มากกว่า B ในประโยคนี้ prioritizing ขึ้นต้นอนุประโยค -ing ที่ระบุพฤติกรรมซึ่งปัจจัยก่อนหน้าอาจมีส่วนทำให้เกิดขึ้น ประโยคนี้เป็นการบรรยาย ไม่ใช่คำสั่ง over แสดงการจัดลำดับ ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ even หน้า family เน้นว่า B เป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจ เพราะโดยปกติครอบครัวน่าจะมีลำดับความสำคัญสูงมาก แต่เพื่อนก็อาจถูกจัดไว้ก่อนครอบครัว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ prioritize A over B: During the evacuation, staff must ____ passenger safety ____ luggage.
ดูคำตอบ
prioritize · over
stepping outside the safety of our family ในฐานะอุปมาเรื่องขอบเขต
ในที่นี้ stepping outside the safety of our family ไม่ได้หมายถึงเพียงการเดินออกจากบ้าน แต่เปรียบการคุ้มครองและความคุ้นเคยที่ครอบครัวมอบให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่มีขอบเขต และเปรียบการสร้างความสัมพันธ์นอกครอบครัวเป็นการข้ามขอบเขตนั้น โครงสร้าง step outside + ขอบเขตเชิงนามธรรม ทำให้การเปลี่ยนแปลงดูเหมือนการเคลื่อนจากพื้นที่ที่ได้รับการคุ้มครองหรือคุ้นเคยไปสู่สิ่งที่ไม่คุ้นเคย ตัวอย่างที่พบบ่อย ได้แก่ stepping outside your comfort zone, routine หรือ usual role
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่เปรียบพื้นที่สบายเป็นขอบเขต: Starting a new school can help you ____ your comfort zone.
ดูคำตอบ
step outside
In fact, teens have heightened social abilities
2:13ที่จริงแล้ว วัยรุ่นมีความสามารถทางสังคมสูงเป็นพิเศษ
like processing and evaluating facial expressions better than other age groups,
2:16เช่น ประมวลผลและประเมินสีหน้าได้ดีกว่าคนในช่วงวัยอื่น
allowing teens to be extremely cognizant of friends' joy, sadness, or stress. การใช้คำ
2:20ทำให้วัยรุ่นรับรู้ความสุข ความเศร้า หรือความเครียดของเพื่อนได้อย่างฉับไวมาก
Cognizant of: การรับรู้อย่างเป็นทางการที่ใช้คู่กับ of
ในประโยคนี้ cognizant of หมายถึงการรับรู้อารมณ์ของเพื่อนอย่างชัดเจนและใส่ใจต่ออารมณ์เหล่านั้น cognizant เป็นคำคุณศัพท์ที่ตามหลัง be ส่วน of ใช้นำสิ่งที่รับรู้โดยเฉพาะ วลีนี้กล่าวถึงการรับรู้ข้อเท็จจริง ผลกระทบ หรือสัญญาณบางอย่าง ไม่ได้หมายความด้วยตัวมันเองว่าบุคคลนั้นฉลาดโดยทั่วไปหรือมีความสามารถด้านการรับรู้สูง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคทางการด้วยสำนวนคำคุณศัพท์และคำบุพบทจากบทเรียนที่หมายถึง “ตระหนักรู้อย่างเต็มที่”: Reviewers must be ____ any conflicts of interest.
ดูคำตอบ
cognizant of
help soothe: help + กริยารูปพื้นฐาน
ใน help soothe คำว่า help ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน soothe โดยตรง โครงสร้าง help + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงช่วยให้การกระทำเกิดขึ้นหรือทำให้บรรลุผลได้ง่ายขึ้น เครื่องหมาย infinitive to สามารถละหลัง help ได้ ดังนั้น help to soothe จึงถูกต้องตามไวยากรณ์เช่นกัน ต้นฉบับใช้รูปที่สั้นกว่าและพบได้บ่อยมาก โดย soothe เป็นกริยา ไม่ใช่คำคุณศัพท์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ help ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน soothe โดยตรง: “A quiet voice can ____ an anxious child.”
ดูคำตอบ
help soothe
Speaking of stress, ในฐานะวลีเชื่อมหัวข้อ
Speaking of stress, นำคำนาม stress ที่เพิ่งกล่าวถึงก่อนหน้านี้มาใช้เป็นสะพานเชื่อมไปสู่ประเด็นถัดไปที่เกี่ยวข้อง ความหมายโดยประมาณคือ “ในเมื่อเพิ่งพูดถึงความเครียด ก็มีเรื่องที่เกี่ยวข้องจะกล่าวต่อ” Speaking of + คำนามหรือรูป -ing เป็นวลีเปลี่ยนประเด็นที่ต้นประโยค ไม่ใช่ประโยคหลักรูปกำลังกระทำที่หมายถึง “เรากำลังพูดอยู่” วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดเปลี่ยนจุดสนใจโดยยังคงความเชื่อมโยงอย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เติมวลีเปลี่ยนประเด็นที่ใช้หัวข้อซึ่งกล่าวถึงแล้วเป็นสะพานเชื่อม: “We need to book the hotel tonight. ____ travel, is your passport still valid?”
ดูคำตอบ
Speaking of
has the opposite impact on: การแสดงผลกระทบที่ตรงกันข้าม
ในโครงสร้าง have an impact on someone or something คำว่า impact หมายถึง “ผลกระทบ” และ on ใช้นำหน้าบุคคล กลุ่ม หรือสิ่งที่ได้รับผลกระทบ ในที่นี้ has สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ the hormone ส่วน on teens ระบุกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ The opposite หมายความว่าผลนั้นดำเนินไปในทิศทางตรงกันข้ามกับผลที่บริบทระบุไว้แล้ว กล่าวคือ ฮอร์โมนช่วยให้เด็กและผู้ใหญ่สงบลง แต่เพิ่มความวิตกกังวลในวัยรุ่น คำนี้ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพที่อยู่ “ฝั่งตรงข้าม” และเฉพาะเจาะจงกว่าการบอกเพียงว่าผลนั้นเป็นอันตราย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายความว่าผลกระทบกลับทิศ: “The medicine makes most patients sleepy, but it ____ Ava and keeps her awake.”
ดูคำตอบ
has the opposite impact on
making you want to wake up 3 to 4 hours later than adults,
2:38ที่ทำให้คุณอยากตื่นช้ากว่าผู้ใหญ่ 3 ถึง 4 ชั่วโมง
circadian rhythms: วัฏจักรของร่างกายประมาณ 24 ชั่วโมง
“Circadian rhythms” คือแบบแผนทางชีวภาพในร่างกายที่เกิดซ้ำเป็นรอบประมาณ 24 ชั่วโมง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของความง่วงและความตื่นตัว ในประโยคนี้ การเปลี่ยนแปลงของแบบแผนการจับเวลาภายในทำให้วัยรุ่นอยากตื่นช้ากว่าผู้ใหญ่โดยธรรมชาติ คำนี้ช่วยเชื่อมโยงพฤติกรรมกับระบบจับเวลาประจำวันของร่างกาย แทนที่จะมองว่าความอยากตื่นสายเป็นเพียงการเลือกส่วนบุคคล
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ circadian rhythms ในประโยคมากที่สุด?
- การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด
- จังหวะหรือทำนองดนตรีที่บุคคลหนึ่งชอบ
- แบบแผนทางชีวภาพของร่างกายที่เกิดซ้ำเป็นรอบประมาณ 24 ชั่วโมง
- ตารางเรียนตายตัวที่ผู้ใหญ่เป็นผู้กำหนด
ดูคำตอบ
แบบแผนทางชีวภาพของร่างกายที่เกิดซ้ำเป็นรอบประมาณ 24 ชั่วโมง
it's no wonder some people describe teens as emotionally moody. โน้ต
2:42ก็ไม่แปลกที่บางคนจะบอกว่าวัยรุ่นมีอารมณ์แปรปรวน
Pair that with: kết hợp hai yếu tố trong lập luận
Pair เป็นคำกริยารูปพื้นฐานในประโยคคำสั่ง โดยผู้พูดขอให้ผู้ฟังนำปัจจัยสองอย่างมารวมกันในความคิด that ย้อนกลับไปอ้างถึงปัจจัยที่เพิ่งกล่าว ส่วน with นำเข้าสู่ปัจจัยใหม่ วลีนี้จัดลำดับข้อโต้แย้งด้วยการเพิ่มอีกหนึ่งสาเหตุก่อนเสนอข้อสรุป ไม่ได้เพียงเชื่อมข้อเท็จจริงสองอย่างด้วย and แต่ยังส่งสัญญาณว่าผลร่วมของทั้งสองช่วยอธิบายสิ่งที่ตามมา
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่บอกให้ผู้อ่านพิจารณาสองปัจจัยร่วมกัน: “The trail is already steep. ____ the heavy rain, and the climb becomes much harder.”
ดูคำตอบ
Pair that with
it's no wonder: การนำเสนอข้อสรุปที่คาดหมายได้
“It's no wonder + อนุประโยค” หมายความว่าผลที่ตามมานั้นเข้าใจได้หรือไม่น่าประหลาดใจ เพราะมีเหตุผลที่กล่าวไว้แล้วหรือบอกเป็นนัย ในที่นี้ ปัจจัยก่อนหน้าทำให้การมองว่าวัยรุ่นมีอารมณ์แปรปรวนดูเป็นข้อสรุปที่สมเหตุสมผล ในฐานะรูปแบบการจัดลำดับความคิด วลีนี้ย้อนกลับไปหาเหตุผล แล้วจึงเสนอผลที่ตามมา: เหตุผล → it's no wonder → ผลที่คาดหมายได้ ในวลีนี้ wonder ไม่ได้หมายถึง “อยากรู้”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีเต็มที่หมายความว่าผลนั้นไม่น่าประหลาดใจ: Mia studied every evening, so ____ she passed the exam.
ดูคำตอบ
it's no wonder
describe A as B: บรรยายว่าวัยรุ่นมีอารมณ์แปรปรวน
describe A as B หมายถึงการบรรยายลักษณะของ A โดยกำหนดคุณสมบัติ อัตลักษณ์ หรือคำเรียก B ให้ ในประโยคนี้ teens คือ A และ emotionally moody คือ B ส่วน emotionally ขยาย moody ไม่ได้ขยาย describe ประธาน some people แสดงว่าคำบรรยายนี้เป็นมุมมองของคนบางกลุ่ม ดังนั้นประโยคจึงรายงานมุมมองโดยทั่วไป ไม่ได้ยืนยันแบบเหมารวมว่าวัยรุ่นทุกคนเป็นเช่นนั้น โครงสร้างนี้ใช้รายงานว่าบุคคล กลุ่ม สิ่งของ หรือผลลัพธ์ถูกบรรยายไว้อย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ใช้ขึ้นต้นส่วนบรรยายลักษณะให้สมบูรณ์: The review describes the hotel ____ quiet and comfortable.
ดูคำตอบ
as
On the other hand, teens are very physically healthy. ลำดับความ
2:46ในทางกลับกัน วัยรุ่นมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงมาก
On the other hand: เสนอความแตกต่างอีกด้านเพื่อสร้างความสมดุล
On the other hand เป็นเครื่องหมายทางวาทกรรมที่ใช้เสนออีกด้านหนึ่งของหัวข้อเดียวกันซึ่งมีความแตกต่างหรือช่วยสร้างความสมดุล ในที่นี้เนื้อหาเปลี่ยนจากความยากลำบากทางอารมณ์ ความเครียด และแนวโน้มที่จะเสี่ยงของวัยรุ่น ไปสู่สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงของพวกเขา สำนวนนี้ส่งสัญญาณให้ผู้ฟังเปรียบเทียบสองด้าน ไม่ได้หมายถึง “จากนั้น” และไม่ได้บอกลำดับว่าเกิดอะไรขึ้นต่อไป เมื่อวางไว้ต้นประโยค จะทำให้การเปลี่ยนมุมในข้อถกเถียงสองด้านชัดเจนกว่า but ที่อยู่ภายในอนุประโยค
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมสี่คำที่ใช้เสนออีกด้านหนึ่งเพื่อสร้างความสมดุล: The course is demanding. ____, the instructor gives students plenty of support.
ดูคำตอบ
On the other hand
increased tolerance to ... high resistance to: ความทนทานและความต้านทาน
Tolerance to หมายถึงความสามารถในการทนต่อสภาวะหรือการสัมผัสบางอย่างโดยไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง ในประโยคนี้ increased tolerance to temperature changes หมายถึงวัยรุ่นสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้ดีขึ้น Resistance to หมายถึงความสามารถในการต้านทานหรือป้องกันตนเองจากสิ่งที่เป็นอันตราย โรค หรือแรงบางอย่าง ในประโยคนี้ high resistance to cancer กล่าวถึงการป้องกันภัยคุกคามต่อสุขภาพ คำนามทั้งสองคำตามด้วย to แต่ความสัมพันธ์กับกรรมจะช่วยตัดสินว่าควรใช้คำใด
แบบฝึกหัด
พืชชนิดหนึ่งสามารถทนต่อดินเค็มได้ ส่วนเชื้อราชนิดหนึ่งสามารถต้านทานสารเคมีที่มีฤทธิ์รุนแรงได้ คู่ใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด? The plant has a high ___ salt, and the fungus has a high ___ the chemical.
- resistance to; tolerance to
- tolerance to; resistance to
- tolerance of; resistance from
ดูคำตอบ
tolerance to; resistance to
records show that death rates increase by 200 to 300% after childhood ไวยากรณ์
2:58สถิติแสดงให้เห็นว่าอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 200 ถึง 300% หลังพ้นวัยเด็ก
increase by 200 to 300%: เพิ่มขึ้น 200% ถึง 300%
ในประโยคนี้ increase by 200 to 300% บอกขนาดของการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับอัตราในวัยเด็ก บุพบท by ใช้นำหน้าปริมาณการเปลี่ยนแปลง ส่วน 200 to 300% ระบุช่วงของปริมาณนั้น วลีนี้ไม่ได้บอกอัตราสุดท้าย หากอัตราเริ่มต้นที่ 10 การเพิ่มขึ้น 200% จะทำให้อัตราเป็น 30 ส่วนการเพิ่มขึ้น 300% จะทำให้อัตราเป็น 40
แบบฝึกหัด
เติมบุพบทที่ใช้บอกปริมาณการเปลี่ยนแปลงให้ประโยคสมบูรณ์: The ticket price rose from $20 to $30, so it increased ____ 50%.
ดูคำตอบ
by
despite + นามวลี ใน despite physical fitness
Despite ใช้แสดงความสัมพันธ์แบบยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกับผลลัพธ์ โดยนำเสนอข้อเท็จจริงที่ตามปกติแล้วน่าจะทำให้คาดหวังผลลัพธ์อีกแบบหนึ่ง วลีต้นประโยค despite physical fitness สร้างความขัดแย้งที่น่าประหลาดใจกับการเพิ่มขึ้นของอัตราการเสียชีวิตที่กล่าวในภายหลัง Despite เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing ไม่ใช่อนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยาโดยตรง เครื่องหมายจุลภาคแสดงจุดสิ้นสุดของวลี despite ที่อยู่ต้นประโยคและแยกวลีนี้ออกจากประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดถูกต้องตามหลักไวยากรณ์?
- Despite of the heavy rain, the match continued.
- Despite it was raining heavily, the match continued.
- Despite the heavy rain, the match continued.
ดูคำตอบ
Despite the heavy rain, the match continued.
Scientists believe that many changes in white matter,
3:07นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในเนื้อขาว
may be to blame with an increased risk of errors during this time. วลี
3:11อาจเป็นสาเหตุ เพราะในช่วงนี้มีความเสี่ยงที่จะทำผิดพลาดมากขึ้น
may be to blame: อาจเป็นสาเหตุ
May be to blame หมายความว่าสิ่งหนึ่งอาจเป็นสาเหตุหรืออาจต้องรับผิดชอบต่อการเกิดปัญหา Be to blame เป็นส่วนเติมเต็มแบบตายตัวที่ตามหลังประธาน ไม่ได้หมายความว่าใครบางคนลงมือทำโดยมีจุดประสงค์เพื่อกล่าวโทษ ในที่นี้ may ทำให้ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์มีความระมัดระวัง การเปลี่ยนแปลงในสมองถูกนำเสนอว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุที่อาจมีส่วนทำให้ความเสี่ยงในการผิดพลาดเพิ่มขึ้น ไม่ใช่สาเหตุที่พิสูจน์แล้วหรือสาเหตุเพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
นักวิจัยพบความเชื่อมโยงแต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน ประโยคใดแสดงข้อสรุปของพวกเขาอย่างระมัดระวัง
- Changes in sleep patterns are definitely the only cause of the errors.
- Researchers blame the errors to changes in sleep patterns.
- Changes in sleep patterns may be to blame for the errors.
ดูคำตอบ
Changes in sleep patterns may be to blame for the errors.
the teenage brain is primed to learn quickly and memorize content fast. การใช้คำ
3:19สมองของวัยรุ่นจึงพร้อมที่จะเรียนรู้และจดจำข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
with a greater number ... increased plasticity ในฐานะวลีที่กำหนดเงื่อนไขพื้นหลัง
วลีต้นประโยค with + นามวลี นำเสนอสถานการณ์ที่มีอยู่แล้วในขณะที่ข้อความในประโยคหลักเป็นจริง ในที่นี้ a greater number of synaptic connections และ increased plasticity เป็นลักษณะสองประการที่เชื่อมแบบขนานกัน และร่วมกันเป็นเงื่อนไขพื้นหลังของความได้เปรียบด้านการเรียนรู้ของสมองวัยรุ่น ไม่ได้หมายความว่าสมองใช้ลักษณะเหล่านี้เป็นเครื่องมือ โครงสร้างนี้ช่วยให้งานเขียนเชิงอธิบายเชื่อมผลลัพธ์กับเงื่อนไขแวดล้อมได้โดยไม่ต้องเพิ่มอนุประโยคเต็มแยกต่างหาก เช่น because the brain has ... ความเชื่อมโยงเชิงเหตุผลเป็นนัยจากบริบท จึงไม่ชัดเจนเท่าการใช้ because
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ with + นามวลีที่เชื่อมแบบขนานกันอย่างถูกต้องเพื่อกำหนดเงื่อนไขพื้นหลังของผลลัพธ์
- The team can finish by Friday with.
- With more staff and better tools, the team can finish by Friday.
- With the team has more staff, it can finish by Friday.
- Because more staff and better tools, the team can finish by Friday.
ดูคำตอบ
With more staff and better tools, the team can finish by Friday.
primed to learn: ความพร้อมที่เกิดจากเงื่อนไขที่มีอยู่
ใน primed to learn คำว่า primed หมายถึงถูกทำให้อยู่หรืออยู่แล้วในภาวะที่ทำให้การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ง่ายหรือมีแนวโน้มสูงเป็นพิเศษ ประโยคนี้ระบุว่าภาวะดังกล่าวเกิดจากลักษณะของสมอง ไม่ใช่จากการฝึกซ้อมหรือการฝึกฝนอย่างตั้งใจ รูปแบบ be primed to + กริยารูปพื้นฐาน สามารถนำไปใช้ในบริบทอื่นได้ บุคคล กลุ่ม ระบบ หรือสถานการณ์อาจอยู่ในภาวะที่มีแนวโน้มจะตอบสนอง เติบโต ประสบความสำเร็จ หรือเปลี่ยนแปลง รูปแบบนี้บอกความพร้อมหรือแนวโน้ม ไม่ได้รับประกันว่าการกระทำจะเกิดขึ้นแน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมคำเป้าหมายที่หมายถึงเงื่อนไขที่มีอยู่ได้สร้างความพร้อมแล้ว: After months of testing, the new system is ____ to handle a much larger workload.
ดูคำตอบ
primed
Unlike an older brain rooted in what it knows, สำนวน
3:23ต่างจากสมองของคนที่มีอายุมากกว่าซึ่งยึดติดกับสิ่งที่ตัวเองรู้
rooted in: พื้นฐานที่หยั่งลึกและมั่นคง
ในที่นี้ rooted in หมายถึงมีพื้นฐานที่มั่นคงอยู่บนสิ่งที่สมองของคนอายุมากกว่ารู้อยู่แล้ว เป็นอุปลักษณ์จากพืช กล่าวคือ รากยึดต้นไม้ให้อยู่กับที่ฉันใด ความรู้และประสบการณ์ที่ก่อตัวแล้วก็อาจยึดรูปแบบความคิดให้อยู่กับที่ฉันนั้น โครงสร้าง rooted in + คำนามหรือกลุ่มคำนาม ใช้ระบุพื้นฐานที่หยั่งลึกของสิ่งหนึ่ง มักสื่อว่าพื้นฐานนั้นก่อตัวมาเป็นเวลานานและแยกออกจากสิ่งนั้นได้ยาก
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'Her fear of dogs is rooted in a frightening childhood experience,' rooted in หมายความว่าอะไร?
- มีพื้นฐานอย่างลึกซึ้งจากประสบการณ์นั้น
- ถูกฝังอยู่ใต้ประสบการณ์นั้นจริง ๆ
- เสียสมาธิชั่วคราวเพราะประสบการณ์นั้น
ดูคำตอบ
มีพื้นฐานอย่างลึกซึ้งจากประสบการณ์นั้น
and make incredible strides in communication and socialization. สำนวน
3:27และพัฒนาด้านการสื่อสารและการเข้าสังคมได้อย่างก้าวกระโดด
make incredible strides in: ก้าวหน้าอย่างมากในสาขาหนึ่ง
ในที่นี้ make incredible strides in หมายถึงมีความก้าวหน้าอย่างมากและเห็นได้ชัดในด้านการสื่อสารและการเข้าสังคม ตามตัวอักษร strides หมายถึงก้าวยาว ๆ แต่สำนวนนี้ใช้ก้าวเดินเป็นอุปลักษณ์ของการเดินหน้าอย่างรวดเร็ว รูปแบบคือ make + คำคุณศัพท์ + strides in + สาขาหรือกิจกรรม โดย incredible เน้นว่าความก้าวหน้านั้นมีมาก ส่วนกลุ่มคำหลักคือ make strides in
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ผันถูกต้องของ make incredible strides in: The team has ____ cancer research this year.
ดูคำตอบ
made incredible strides in
Not to mention: เพิ่มประเด็นสำคัญอีกข้อ
Not to mention ใช้เกริ่นประเด็นเพิ่มเติมที่ผู้พูดมองว่าเห็นได้ชัด สำคัญ หรือช่วยเพิ่มน้ำหนักในการโน้มน้าว แม้รูปคำตามตัวอักษรจะดูเหมือนว่าผู้พูดจะไม่กล่าวถึงเรื่องนั้น แต่จริง ๆ แล้วผู้พูดไม่ได้ปฏิเสธที่จะพูดถึง กลับกำลังส่งสัญญาณว่าประเด็นถัดไปก็ควรนำมาเสริมด้วย ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวสานต่อรายการข้อดีเดิมด้วยการเพิ่มคุณค่าของความมุ่งมั่นและการยอมรับความเสี่ยง ในบริบทอื่น not to mention มักวางหน้ากลุ่มคำนาม รูป -ing หรืออนุประโยคที่ใช้ that เพื่อเสริมสิ่งที่กล่าวไปแล้วให้หนักแน่นขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนสามคำที่ใช้เพิ่มข้อดีสำคัญอีกข้อ: The library is quiet, ____ completely free.
ดูคำตอบ
not to mention
X is what is needed to do Y: เน้นสิ่งที่จำเป็น
รูปแบบ X is what is needed to do Y ระบุว่า X คือสิ่งหรือการกระทำที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมาย what is needed เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่รวมความหมายของคำนามที่ถูกกล่าวถึงไว้แล้ว โดย what หมายถึง “the thing that” จึงไม่ใช่คำถาม ในประโยคนี้ taking risks ถูกวางไว้ในตำแหน่งเน้นเพื่อแสดงว่าเป็นสิ่งที่มักจำเป็นต่อการสร้างความเปลี่ยนแปลง often ช่วยจำกัดขอบเขตของข้อกล่าวอ้าง โดยหมายถึงเป็นจริงในหลายกรณี ไม่ได้หมายความว่าความเปลี่ยนแปลงทุกอย่างต้องอาศัยความเสี่ยงเสมอไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีเน้นจากบทเรียน: Patience ____ solve this difficult puzzle.
ดูคำตอบ
is what is needed to
Being a teen can be tough, but it can also be amazing: ข้อสรุปที่นำเสนอสองด้านอย่างสมดุล
ประโยคนี้ใช้โครงสร้างคู่ขนาน “X can be A, but it can also be B” เพื่อวางข้อประเมินสองด้านที่เป็นจริงทั้งคู่ไว้เคียงกัน “but” พาเนื้อหาจากด้านที่ยากไปสู่ด้านบวกที่ตัดกัน ส่วน “also” แสดงว่า amazing เป็นอีกด้านที่เพิ่มเข้ามาควบคู่กับ tough ไม่ได้ลบล้างด้านที่ tough ในฐานะประโยคปิดท้าย ประโยคนี้ย่อเนื้อหาก่อนหน้าให้เป็นข้อสรุปที่สมดุล การนำถ้อยคำ “Being a teen can be ...” จากช่วงต้นกลับมาใช้อีกครั้งทำให้เกิดการสะท้อนทางภาษาและเชื่อมตอนจบเข้ากับเนื้อหาทั้งหมด โครงสร้างนี้ยังใช้ปิดท้ายสุนทรพจน์หรือย่อหน้าที่พูดถึงหัวข้อซึ่งมีหลายด้านได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมข้อสรุปที่สมดุลนี้ด้วยสำนวนจากบทเรียน: Learning a new language can be difficult, ____ rewarding.
ดูคำตอบ
but it can also be
If you want to know why teens are the biggest super fans
3:43ถ้าคุณอยากรู้ว่าทำไมวัยรุ่นถึงเป็นแฟนคลับที่คลั่งไคล้ที่สุด
check out our latest AsapThought on the science of fandom.
3:48ลองดู AsapThought ตอนล่าสุดของเราเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์แห่งแฟนด้อม
And subscribe for more weekly science videos.
3:54และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ทุกสัปดาห์