ความขัดแย้งของคุณค่า - Akshita Agarwal: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
609 คำ 188 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอใช้การเลือกระหว่างน้ำกับเพชรเพื่ออธิบายว่าเหตุใดคุณค่าจึงขึ้นอยู่กับความต้องการและสถานการณ์ อรรถประโยชน์ส่วนเพิ่มลดลงอย่างไรเมื่อเรามีสิ่งเดิมมากขึ้น และเหตุใดคุณค่าจึงมีต้นทางอยู่ที่ความชอบและการตัดสินใจของมนุษย์ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Put simply, — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์ เข้าใจว่าวลีเปลี่ยนผ่านนี้ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะถ่ายทอดแนวคิดซับซ้อนให้ง่ายขึ้น และนำไปใช้พาผู้ฟังจากคำอธิบายเชิงนามธรรมสู่ความหมายเชิงปฏิบัติที่กระชับได้ 2. the more of it you acquire, the less useful or enjoyable every additional bit becomes. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค เข้าใจว่าโครงสร้างคู่ the more..., the less... เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่เคลื่อนไปคนละทิศทาง และใช้บรรยายแนวโน้มที่ประโยชน์ลดลงเมื่อปริมาณหรือการทำซ้ำเพิ่มขึ้นได้ 3. the ultimate source of value comes from us. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม เรียนรู้ ultimate source of ในฐานะคำที่ใช้ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อระบุต้นกำเนิดพื้นฐาน และใช้ทั้งข้อความเพื่อสรุปว่าคุณค่าเกิดจากความต้องการ ความพึงพอใจ และทางเลือกของมนุษย์ ไม่ใช่คุณสมบัติถาวรของวัตถุ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Imagine you're on a game show and you can choose between two prizes, วลี

0:06

ลองจินตนาการว่าคุณอยู่ในรายการเกมโชว์และคุณสามารถเลือกรางวัลได้สองอย่าง

a diamond or a bottle of water.

0:10

เพชรหนึ่งเม็ดหรือน้ำหนึ่งขวด

วลี

choose between two prizes: เลือกระหว่างสองตัวเลือกที่ชัดเจน

choose between two prizes หมายถึงการตัดสินใจว่าจะรับรางวัลชิ้นใดจากสองชิ้น รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ choose between A and B โดยวางสองตัวเลือกไว้หลัง between ในประโยคนี้ two prizes ตามด้วย a diamond or a bottle of water ซึ่งระบุตัวเลือกทั้งสอง ใช้ between เพราะนำเสนอการเลือกระหว่างตัวเลือกสองอย่างที่แยกจากกันชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย choose และคำบุพบทที่ถูกต้อง: You must ____ the red key and the blue key.

ดูคำตอบ

choose between

It's an easy choice.

0:14

เป็นการตัดสินใจที่ง่ายมาก

The diamonds are clearly more valuable.

0:15

เพชรมีมูลค่ามากกว่าอย่างชัดเจน

Now imagine being given the same choice again,

0:17

ทีนี้ลองจินตนาการว่าคุณได้รับตัวเลือกเดียวกันนั้นอีกครั้ง

only this time you're not on a game show ลำดับความ

0:20

เพียงแต่ครั้งนี้คุณไม่ได้อยู่ในรายการเกมโชว์

but dehydrated in the desert

0:22

แต่กำลังขาดน้ำอยู่ในทะเลทราย

after wandering for days.

0:24

หลังจากรอนแรมมาหลายวัน

ลำดับความ

only this time: คงสถานการณ์เดิมแต่เปลี่ยนหนึ่งเงื่อนไข

only this time เชื่อมสถานการณ์สมมติใหม่กับสถานการณ์ก่อนหน้า มีความหมายว่า “แต่ในครั้งนี้มีสิ่งนี้เปลี่ยนไป” กล่าวคือ ตัวเลือกยังเหมือนเดิม แต่ฉากเปลี่ยนจากรายการเกมโชว์เป็นการอยู่ในสภาพขาดน้ำกลางทะเลทราย only ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว วลีนี้ช่วยจัดข้อมูลโดยคงกรอบสถานการณ์เดิมไว้และเน้นเงื่อนไขใหม่ที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ only this time ทำหน้าที่อะไร? We'll run the experiment again, only this time we'll record the temperature.

  1. คงสถานการณ์พื้นฐานไว้และนำเสนอเงื่อนไขที่เปลี่ยนไป
  2. บอกว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้เพียงครั้งเดียว
  3. จำกัดให้ประโยคพูดถึงเรื่องเวลาเท่านั้น
ดูคำตอบ

คงสถานการณ์พื้นฐานไว้และนำเสนอเงื่อนไขที่เปลี่ยนไป

Do you choose differently?

0:26

คุณจะเลือกต่างออกไปไหม?

Why?

0:28

ทำไมล่ะ?

Aren't diamonds still more valuable? น้ำเสียง/เจตนา

0:29

เพชรไม่ได้มีมูลค่ามากกว่าแล้วหรือ?

น้ำเสียง/เจตนา

Aren't diamonds still more valuable? ในฐานะคำถามเชิงโต้แย้ง

คำถามปฏิเสธนี้เสนอว่า “เพชรยังมีค่ามากกว่า” เป็นคำตอบที่ผู้พูดคาดว่าผู้ฟังจะนำมาพิจารณา ในการให้เหตุผลนี้ ผู้พูดกำลังหยิบยกข้อโต้แย้งที่ดูเหมือนชัดเจนขึ้นมา ไม่ได้แสดงว่าตนไม่มีข้อมูล คำถามนี้ผลักการอภิปรายไปสู่ประเด็นว่า “มีค่า” หมายถึงอะไร still สื่อว่าผู้พูดคาดว่าข้อสรุปเดิมจะยังเป็นจริง แม้ว่าสถานการณ์หรือเงื่อนไขจะเปลี่ยนไปแล้ว

แบบฝึกหัด

คำถามปฏิเสธนี้มีหน้าที่หลักอย่างไรในการให้เหตุผล?

  1. คำถามนี้ประกาศว่าเพชรไม่มีคุณค่าเหลืออยู่เลย
  2. คำถามนี้ขอข้อมูลพื้นฐานเรื่องราคา เพราะผู้พูดไม่ได้คาดหมายคำตอบไว้เลย
  3. คำถามนี้หยิบยกข้อโต้แย้งที่ดูเหมือนชัดเจน เพื่อให้การให้เหตุผลตรวจสอบความหมายของ “คุณค่า” ได้
ดูคำตอบ

คำถามนี้หยิบยกข้อโต้แย้งที่ดูเหมือนชัดเจน เพื่อให้การให้เหตุผลตรวจสอบความหมายของ “คุณค่า” ได้

This is the paradox of value, การใช้คำ

0:31

นี่คือความขัดแย้งของคุณค่า

famously described by pioneering economist Adam Smith.

0:34

ซึ่งอธิบายไว้อย่างโด่งดังโดยนักเศรษฐศาสตร์ผู้บุกเบิก อดัม สมิธ

การใช้คำ

the paradox of value: คุณค่าในการใช้สอยและมูลค่าแลกเปลี่ยน

the paradox of value คือปัญหาทางเศรษฐศาสตร์ที่ว่า สิ่งของซึ่งมีประโยชน์ในทางปฏิบัติอย่างมากอาจมีมูลค่าแลกเปลี่ยนต่ำ ขณะที่สิ่งของซึ่งจำเป็นน้อยกว่าอาจมีมูลค่าแลกเปลี่ยนสูง ในตัวอย่างที่รู้จักกันดีเรื่องน้ำกับเพชร น้ำมีคุณค่าในการใช้สอยสูงแต่มักมีราคาถูก ส่วนเพชรมีความจำเป็นน้อยกว่าแต่ราคาแพง ให้เข้าใจ the paradox of value ว่าเป็นชื่อของความแตกต่างเฉพาะนี้ ไม่ใช่ความเห็นต่างทั่วไปทุกเรื่องว่าสิ่งใดมีคุณค่า

แบบฝึกหัด

the paradox of value อธิบายปรากฏการณ์ใด?

  1. สินค้าราคาแพงทุกชนิดมีประโยชน์มากกว่าสินค้าราคาถูกทุกชนิด
  2. สินค้าชนิดเดียวกันต้องมีราคาเดียวกันในทุกสถานการณ์
  3. สิ่งจำเป็นที่มีประโยชน์อาจมีมูลค่าแลกเปลี่ยนต่ำ ขณะที่สินค้าที่จำเป็นน้อยกว่าอาจมีมูลค่าแลกเปลี่ยนสูง
ดูคำตอบ

สิ่งจำเป็นที่มีประโยชน์อาจมีมูลค่าแลกเปลี่ยนต่ำ ขณะที่สินค้าที่จำเป็นน้อยกว่าอาจมีมูลค่าแลกเปลี่ยนสูง

And what it tells us is that ลำดับความ

0:38

และสิ่งที่มันบอกเราก็คือ

defining value is not as simple as it seems. ไวยากรณ์

0:39

การนิยามคุณค่านั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด

ลำดับความ

what it tells us is that: การสรุปจากหลักฐาน

What it tells us is that... ใช้เกริ่นข้อสรุปที่ได้จากสิ่งที่กล่าวถึงไปแล้ว ในประโยคนี้ it หมายถึงข้อย้อนแย้งที่พูดถึงก่อนหน้า และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกข้อสรุป อนุประโยค what it tells us ทั้งส่วนทำหน้าที่เป็นประธานของ is ไม่ใช่คำถาม โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้ What X tells us is that + conclusion เชื่อมหลักฐานหรือตัวอย่างก่อนหน้ากับแนวคิดที่สิ่งนั้นสนับสนุน

แบบฝึกหัด

ใช้คำใบ้ this และรูปแบบ What X tells us is that เติมประโยคให้สมบูรณ์: The survey found that most riders want later buses. ____ the schedule needs to change.

ดูคำตอบ

What this tells us is that

ไวยากรณ์

defining value is not as simple as it seems: การใช้วลี gerund เป็นประธาน

defining value เป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน โดยเปลี่ยนการกระทำ “การนิยามคุณค่า” ให้เป็นหัวข้อเดียวสำหรับการพูดถึง กริยาที่ตามมาจึงเป็นรูปเอกพจน์ is not as simple as it seems เป็นภาคแสดง โครงสร้าง not as + adjective + as... บอกว่าในความเป็นจริงมีคุณสมบัตินั้นน้อยกว่าที่ภาพภายนอกทำให้คิด ในที่นี้หมายความว่าการนิยามคุณค่ายากกว่าที่เห็น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี gerund เป็นประธานและใช้โครงสร้าง not as...as ได้ถูกต้อง?

  1. Learning the rules are not as easy than it seems.
  2. Learning the rules is not as easy as it seems.
  3. Learn the rules is not as easy as it seems.
ดูคำตอบ

Learning the rules is not as easy as it seems.

On the game show,

0:43

ในรายการเกมโชว์

you were thinking about each item's exchange value, การใช้คำ

0:44

คุณกำลังคิดถึงมูลค่าในการแลกเปลี่ยนของสิ่งของแต่ละชิ้น

what you could obtain for them at a later time. ไวยากรณ์

0:47

ว่าคุณจะได้อะไรจากมันในภายหลัง

การใช้คำ

each item's exchange value: มูลค่าเมื่อนำไปขายหรือแลกเปลี่ยน

exchange value หมายถึงสิ่งที่สิ่งของชิ้นหนึ่งอาจแลกมาได้เมื่อขายหรือแลกเปลี่ยน เช่น เงิน สินค้าอื่น หรือบริการ คำนี้เป็นศัพท์ทางเศรษฐศาสตร์ ดังนั้น exchange จึงบอกชนิดของมูลค่า ไม่ได้หมายถึงการกระทำว่า “แลกเปลี่ยน” each item's เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของและหมายถึง “มูลค่าแลกเปลี่ยนของสิ่งของแต่ละชิ้น” ส่วน what you could obtain for them ที่ตามมาทำให้คำนี้ชัดเจนขึ้นด้วยการบอกถึงสิ่งตอบแทนที่อาจได้รับในอนาคต

แบบฝึกหัด

คำจำกัดความใดตรงกับ exchange value มากที่สุด

  1. สิ่งของมีประโยชน์ต่อเจ้าของในตอนนี้เพียงใด
  2. ใครคนหนึ่งรู้สึกผูกพันกับสิ่งของมากเพียงใด
  3. สิ่งของอาจขายหรือแลกเป็นเงินหรือมูลค่าอื่นได้มากเพียงใด
ดูคำตอบ

สิ่งของอาจขายหรือแลกเป็นเงินหรือมูลค่าอื่นได้มากเพียงใด

ไวยากรณ์

what you could obtain for them: อนุประโยค what ที่ใช้อธิบายคำศัพท์

what you could obtain for them at a later time เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นนาม วางไว้หลัง exchange value เพื่ออธิบายเพิ่มเติม โดยบอกว่าคำนามธรรมนี้หมายถึงอะไร นั่นคือสิ่งที่อาจได้รับในภายหลังโดยแลกกับสิ่งของเหล่านั้น what ในที่นี้หมายถึง “สิ่งที่” ไม่ได้ใช้เพื่อขอคำตอบ ในโครงสร้าง obtain something for an item คำว่า for ชี้ถึงสิ่งของที่ให้ไปเป็นการแลกเปลี่ยน ดังนั้น for them จึงหมายถึง “โดยแลกกับสิ่งของเหล่านั้น” ไม่ใช่ “เพื่อประโยชน์ของสิ่งของเหล่านั้น”

แบบฝึกหัด

what you could obtain for them at a later time ทำหน้าที่อะไรในประโยค

  1. บอกเหตุผลที่ได้สิ่งของเหล่านั้นมา
  2. ถามผู้ฟังโดยตรงเกี่ยวกับอนาคต
  3. อธิบายเนื้อหาของ exchange value
ดูคำตอบ

อธิบายเนื้อหาของ exchange value

But in an emergency like the desert scenario, ลำดับความ

0:50

แต่ในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างในทะเลทราย

what matters far more is their use value. โน้ต

0:53

สิ่งที่สำคัญกว่ามากคือมูลค่าการใช้งาน

ลำดับความ

But in an emergency like the desert scenario: การเปลี่ยนเงื่อนไขในการตัดสิน

But แสดงว่าประเด็นถัดไปขัดแย้งกับสถานการณ์ก่อนหน้า ส่วน in an emergency like the desert scenario กำหนดเงื่อนไขใหม่ก่อน แล้วจึงนำไปสู่ข้อวินิจฉัยที่ใช้ภายใต้เงื่อนไขนั้น การเรียงข้อมูลแบบนี้เปลี่ยนกรอบการประเมินก่อนจะบอกข้อสรุป และส่งสัญญาณว่าเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน เกณฑ์ตัดสินว่าอะไรสำคัญก็อาจเปลี่ยนตามไปด้วย

แบบฝึกหัด

But in an emergency like the desert scenario, ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. บอกความขัดแย้งและกำหนดสถานการณ์ใหม่ที่ทำให้การตัดสินเปลี่ยนไป
  2. เพิ่มคำอธิบายที่ไม่เกี่ยวข้องว่าสิ่งของเหล่านั้นอยู่ที่ไหน
  3. บอกว่าสถานการณ์ในทะเลทรายสำคัญน้อยกว่าหัวข้อก่อนหน้า
ดูคำตอบ

บอกความขัดแย้งและกำหนดสถานการณ์ใหม่ที่ทำให้การตัดสินเปลี่ยนไป

ไวยากรณ์

what matters far more is: การเน้นสิ่งที่มีลำดับความสำคัญสูงกว่ามาก

What matters far more is... หมายถึง “สิ่งที่สำคัญกว่ามากคือ...” อนุประโยค what matters far more ทำหน้าที่เป็นประธาน และข้อความหลัง is ระบุปัจจัยที่มีลำดับความสำคัญสูงกว่า Far ขยายคำเปรียบเทียบ more ให้หนักแน่นขึ้น โดยแสดงว่าความสำคัญแตกต่างจากอีกปัจจัยหนึ่งอย่างมาก แม้อีกปัจจัยนั้นจะเข้าใจได้จากบริบทโดยไม่ได้กล่าวซ้ำก็ตาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่ตรงกับความหมายว่า “สิ่งที่มีลำดับความสำคัญสูงกว่ามากคือ”: ____ whether the medicine reaches patients in time.

ดูคำตอบ

What matters far more is

How helpful they are in your current situation.

0:56

ว่ามันมีประโยชน์แค่ไหนในสถานการณ์ปัจจุบันของคุณ

การใช้คำ

their use value: คุณค่าจากการใช้งานในสถานการณ์ปัจจุบัน

Use value คือคุณค่าด้านการใช้งานจริงของสิ่งของ ซึ่งเกิดจากสิ่งที่มันทำได้หรือความต้องการที่มันตอบสนองได้ ในที่นี้ their use value หมายถึงความมีประโยชน์ของตัวเลือกต่าง ๆ ในภาวะฉุกเฉิน ไม่ใช่ราคาที่ขายได้ ประโยคถัดมา How helpful they are in your current situation กล่าวซ้ำแนวคิดนี้ด้วยคำที่ง่ายขึ้น Use value ขึ้นอยู่กับความต้องการและสถานการณ์ ดังนั้นของชิ้นเดียวกันอาจมีประโยชน์มากในสถานการณ์หนึ่ง แต่น้อยลงในอีกสถานการณ์หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำศัพท์เศรษฐศาสตร์สองคำที่หมายถึงประโยชน์ในการใช้งานจริง: During a power outage, a working flashlight has high ____ because it provides immediate light.

ดูคำตอบ

use value

And because we only get to choose one of the options,

0:59

และเนื่องจากเราเลือกได้เพียงตัวเลือกเดียว

we also have to consider its opportunity cost การใช้คำ

1:01

เรายังต้องพิจารณาถึงค่าเสียโอกาส

or what we lose by giving up the other choice. ไวยากรณ์

1:05

หรือสิ่งที่เราต้องสูญเสียจากการสละอีกตัวเลือกหนึ่งด้วย

การใช้คำ

we also have to consider its opportunity cost: ต้องพิจารณาต้นทุนค่าเสียโอกาสด้วย

Opportunity cost คือต้นทุนค่าเสียโอกาส หรือคุณค่าของทางเลือกที่ดีที่สุดที่ต้องสละไปเมื่อตัดสินใจเลือก ในประโยคนี้ consider its opportunity cost หมายถึงต้องนำประโยชน์ที่เสียไปจากอีกทางเลือกมาพิจารณาในการตัดสินใจด้วย วลี or what we lose by giving up the other choice อธิบายความหมายของคำนี้ หากมีทางเลือกมากกว่าสองทาง opportunity cost ไม่ใช่ผลรวมคุณค่าของทุกทางเลือกที่ปฏิเสธ แต่เป็นคุณค่าของทางเลือกที่ดีที่สุดที่สละไป

แบบฝึกหัด

Nina สามารถเลือกอ่านหนังสือสอบหรือไปดูภาพยนตร์ เธอเลือกอ่านหนังสือ opportunity cost ของการเลือกนี้คืออะไร?

  1. ความเพลิดเพลินที่เธอน่าจะได้รับจากการไปดูภาพยนตร์
  2. เงินที่เธอจ่ายซื้อสมุดไปแล้ว
  3. ความรู้ที่เธอได้รับจากการอ่านหนังสือ
ดูคำตอบ

ความเพลิดเพลินที่เธอน่าจะได้รับจากการไปดูภาพยนตร์

ไวยากรณ์

or what we lose... ในฐานะคำอธิบายเพิ่มเติม

or ตรงนี้ไม่ได้เสนออีกตัวเลือกหนึ่ง แต่ใช้เริ่มคำอธิบาย opportunity cost ที่ชัดเจนขึ้นว่าเป็นสิ่งที่เราเสียไปเมื่อยอมทิ้งอีกตัวเลือกหนึ่ง what we lose by giving up the other choice เป็นอนุประโยค what ที่ระบุผลประโยชน์ซึ่งสูญเสียไป โครงสร้าง “คำศัพท์เชิงนามธรรม + or + อนุประโยค what” ช่วยอธิบายศัพท์ด้วยคำที่เข้าใจง่ายกว่า

แบบฝึกหัด

or ในตัวอย่างทำหน้าที่อะไร?

  1. ใช้สิ่งที่เราสูญเสียเป็นตัวเลือกที่สองให้เลือก
  2. กล่าวอธิบาย opportunity cost ใหม่ด้วยคำที่เข้าใจง่ายกว่า
  3. แสดงว่าแนวคิดทั้งสองขัดแย้งกัน
ดูคำตอบ

กล่าวอธิบาย opportunity cost ใหม่ด้วยคำที่เข้าใจง่ายกว่า

After all, it doesn't matter how much you could get โน้ต

1:08

ท้ายที่สุดแล้ว มันไม่สำคัญเลยว่าคุณจะได้เงินเท่าไหร่

from selling the diamond

1:10

จากการขายเพชร

if you never make it out of the desert. สำนวน

1:11

หากคุณไม่เคยรอดชีวิตออกจากทะเลทราย

ลำดับความ

After all: ใช้เริ่มเหตุผลที่สนับสนุนข้อความก่อนหน้า

After all ใช้เริ่มเหตุผลที่ช่วยเสริมข้อคิดเห็นซึ่งเพิ่งกล่าวไป โดยบอกผู้ฟังว่า “ให้นึกถึงข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องนี้ด้วย” ในประโยคนี้ ข้อเท็จจริงที่ว่าไม่สามารถออกจากทะเลทรายได้สนับสนุนความคิดที่ว่าราคาขายเพชรไม่มีความสำคัญ After all ทำหน้าที่จัดลำดับเหตุผล ไม่ได้หมายถึง “หลังจากทุกสิ่ง” ในแง่เวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เมื่อพิจารณาเหตุผลสนับสนุนนี้”: We should take a map. ____, the trail is not clearly marked.

ดูคำตอบ

After all

ไวยากรณ์

it doesn't matter how much ... if ...: เมื่อเงื่อนไขทำให้จำนวนหนึ่งไม่สำคัญ

โครงสร้าง it doesn't matter how much + อนุประโยค หมายความว่าปริมาณหรือระดับนั้นไม่สำคัญ ในประโยคนี้ how much you could get หมายถึงราคาที่อาจขายได้ อนุประโยค if บอกเงื่อนไขที่ทำให้จำนวนเงินนั้นหมดความสำคัญ หากคนคนนั้นออกจากทะเลทรายไม่ได้ ราคาที่อาจขายเพชรได้ก็ไม่มีคุณค่าในทางปฏิบัติ ใช้โครงสร้างนี้เมื่อเงื่อนไขหนึ่งทำให้ตัวเลข ระดับ หรือผลลัพธ์ไม่สำคัญอีกต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายโดยใช้รูปย่อด้วย: ____ the repair costs if the machine cannot be fixed.

ดูคำตอบ

It doesn't matter how much

สำนวน

make it out of the desert: ออกจากสถานที่อันตรายได้สำเร็จ

make it out of the desert หมายถึงออกจากทะเลทรายได้สำเร็จ โดยเฉพาะเมื่อการออกมานั้นยากหรืออันตราย ในที่นี้ make it ไม่ได้หมายถึงสร้างสิ่งของ แต่หมายถึงทำสำเร็จ ส่วน out of แสดงการเคลื่อนจากด้านในออกสู่ด้านนอก โครงสร้าง make it out of + สถานที่ ใช้บรรยายการหนีออกมาหรือการออกจากสถานการณ์ยากลำบากได้อย่างปลอดภัย จุดเน้นอยู่ที่ผลลัพธ์ว่าทำสำเร็จ ไม่ใช่เพียงการเคลื่อนที่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึงออกมาได้สำเร็จ: The hikers must ____ the canyon before dark.

ดูคำตอบ

make it out of

Most modern economists deal with the paradox of value วลี

1:14

นักเศรษฐศาสตร์ยุคใหม่ส่วนใหญ่รับมือกับความขัดแย้งของคุณค่า

by attempting to unify these considerations

1:17

โดยพยายามรวบรวมข้อพิจารณาเหล่านี้เข้าด้วยกัน

under the concept of utility. วลี

1:19

ภายใต้แนวคิดของอรรถประโยชน์

วลี

deal with ... by attempting to ...: ระบุปัญหาและวิธีการ

รูปแบบ deal with X by doing Y หมายถึง “จัดการ X ด้วยวิธี Y” หลัง deal with จะเป็นปัญหา งาน หรือสถานการณ์ที่ต้องจัดการ ส่วนหลัง by ใช้รูป -ing เพื่อระบุวิธีการ ในประโยคนี้ X คือ the paradox of value และ Y คือ attempting to unify the considerations under the concept of utility ในการใช้นี้ deal with หมายถึง “จัดการ” หรือ “รับมือ” ไม่ใช่ “ซื้อหรือขาย”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ deal with ... by doing ...: The city can ____ traffic congestion ____ improving public transportation.

ดูคำตอบ

deal with · by

วลี

under the concept of utility: รวมความคิดไว้ในกรอบเดียว

ในที่นี้ under the concept of utility หมายถึง “อยู่ในกรอบที่จัดระบบด้วยแนวคิดเรื่องอรรถประโยชน์” นักเศรษฐศาสตร์กำลังพยายามมองข้อพิจารณาหลายอย่างว่าเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดที่กว้างกว่าแนวคิดเดียว under ในที่นี้แสดงความสัมพันธ์เชิงนามธรรม ไม่ใช่ตำแหน่งในพื้นที่ รูปแบบ under the concept of X ใช้แสดงว่ากรณี ความคิด หรือหมวดหมู่ต่าง ๆ ถูกจัดกลุ่มหรืออธิบายภายใต้แนวคิดร่วมเดียวกัน

แบบฝึกหัด

under the concept of utility ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร?

  1. ตัดแนวคิดเรื่องอรรถประโยชน์ออกจากการอภิปรายทั้งหมด
  2. วางคำว่า utility ที่เขียนไว้ใต้คำอื่น ๆ บนหน้ากระดาษ
  3. นำข้อพิจารณาหลายอย่างมาอยู่ในกรอบทฤษฎีเดียวที่จัดระบบด้วยแนวคิดเรื่องอรรถประโยชน์
ดูคำตอบ

นำข้อพิจารณาหลายอย่างมาอยู่ในกรอบทฤษฎีเดียวที่จัดระบบด้วยแนวคิดเรื่องอรรถประโยชน์

How well something satisfies a person's wants or needs. ไวยากรณ์

1:21

ว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งสามารถตอบสนองความต้องการหรือความจำเป็นของบุคคลได้ดีเพียงใด

ไวยากรณ์

How well something satisfies... ในฐานะส่วนของคำนิยาม

How well something satisfies a person's wants or needs หมายถึง “ระดับที่สิ่งหนึ่งตอบสนองความต้องการหรือความจำเป็นเหล่านั้นได้” ในที่นี้ how well นำหน้าอนุประโยคที่ระบุระดับ ไม่ได้ใช้ถามผู้ฟัง ในคำบรรยายนี้ อนุประโยคดังกล่าวเป็นส่วนของคำนิยามที่อ้างกลับไปถึง utility ภายในอนุประโยค ประธานอยู่หน้าคำกริยาในลำดับ something satisfies เช่นเดียวกับลำดับคำของอนุประโยคซ้อน

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: ในคำบรรยายนี้ “How well something satisfies a person's wants or needs” เป็นส่วนของคำนิยาม ไม่ใช่คำถามตรง

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

จริง

Utility can apply to anything ไวยากรณ์

1:25

อรรถประโยชน์สามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกสิ่ง

from the basic need for food

1:26

ตั้งแต่ความต้องการพื้นฐานอย่างอาหาร

to the pleasure of hearing a favorite song

1:28

ไปจนถึงความสุขจากการได้ฟังเพลงโปรด

and will naturally vary for different people and circumstances.

1:30

และจะแตกต่างกันไปตามบุคคลและสถานการณ์

ไวยากรณ์

can apply to anything from A to B เพื่อแสดงขอบเขตที่กว้าง

ใน can apply to anything from A to B คำว่า apply to หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ ใช้ได้กับ หรือครอบคลุม” ส่วน anything from A to B แสดงปลายสองด้านของช่วงที่กว้าง ปลายทั้งสองเป็นตัวอย่างที่ช่วยให้ผู้ฟังมองเห็นขอบเขต ไม่ได้กล่าวถึงการเคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ในที่นี้ ความจำเป็นพื้นฐานด้านอาหารและความเพลิดเพลินจากการฟังเพลงโปรดเป็นปลายสองด้านที่แตกต่างกันมาก จึงแสดงว่า utility อาจเกี่ยวข้องได้ทั้งกับความต้องการที่จำเป็นและความเพลิดเพลินง่าย ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ apply to ... from A to B ได้ถูกต้องเพื่อแสดงช่วงที่กว้าง

  1. The discount applies to anyone from new members to long-time customers.
  2. The discount applies for anyone from new members to long-time customers.
  3. The discount applies anyone from new members and long-time customers.
ดูคำตอบ

The discount applies to anyone from new members to long-time customers.

A market economy provides us with an easy way to track utility. การใช้คำ

1:34

ระบบเศรษฐกิจแบบตลาดช่วยให้เรามีวิธีง่ายๆ ในการติดตามอรรถประโยชน์

การใช้คำ

A market economy: ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยตลาด

A market economy เป็นศัพท์มาตรฐานทางเศรษฐศาสตร์ หมายถึงระบบที่การตัดสินใจของผู้ซื้อและผู้ขายมีส่วนสำคัญในการกำหนดราคา การผลิต และการกระจายสินค้า market ทำหน้าที่ขยาย economy ไม่ได้หมายถึงตลาดจริงเพียงแห่งเดียว ในประโยคนี้ นามวลีทั้งหมดเป็นประธานของ provides ส่วนคำนำหน้านาม a แสดงว่า market economy เป็นระบบเศรษฐกิจประเภทหนึ่ง

แบบฝึกหัด

a market economy ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. สถานที่จริงที่ผู้คนไปซื้ออาหาร
  2. รายการสิ่งของส่วนตัวที่คนคนหนึ่งต้องการซื้อ
  3. ระบบเศรษฐกิจที่กิจกรรมในตลาดมีส่วนสำคัญในการกำหนดราคาและการผลิต
ดูคำตอบ

ระบบเศรษฐกิจที่กิจกรรมในตลาดมีส่วนสำคัญในการกำหนดราคาและการผลิต

Put simply, ลำดับความ

1:38

พูดง่ายๆ ก็คือ

the utility something has to you

1:39

อรรถประโยชน์ที่สิ่งหนึ่งมีต่อคุณ

is reflected by how much you'd be willing to pay for it. ไวยากรณ์

1:41

สะท้อนให้เห็นจากจำนวนเงินที่คุณยินดีจะจ่ายเพื่อมัน

ลำดับความ

Put simply: ใช้เกริ่นคำอธิบายที่เข้าใจง่ายขึ้น

Put simply เป็นคำเชื่อมความที่หมายถึง “พูดง่าย ๆ” โดยบอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปจะกล่าวซ้ำหรือสรุปแนวคิดที่ซับซ้อนกว่าให้อยู่ในรูปที่เข้าใจง่ายขึ้น ในประโยคนี้ คำนี้นำเข้าสู่คำอธิบายเรื่องประโยชน์และความเต็มใจที่จะจ่าย ในที่นี้ put หมายถึง “ถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูด” ไม่ใช่ “วาง” วลีนี้มักอยู่ต้นประโยคและคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค

แบบฝึกหัด

Put simply ในตัวอย่างนี้ส่งสัญญาณอะไร?

  1. ผู้พูดกำลังเริ่มหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. ผู้พูดกำลังจะอธิบายแนวคิดหนึ่งในแบบที่เข้าใจง่ายขึ้น
  3. ผู้พูดกำลังสั่งให้วางบางสิ่งอย่างระมัดระวัง
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังจะอธิบายแนวคิดหนึ่งในแบบที่เข้าใจง่ายขึ้น

ไวยากรณ์

is reflected by how much you'd be willing to pay for it: แสดงประโยชน์ผ่านพฤติกรรม

ใน is reflected by คำกริยาแบบถูกกระทำหมายถึง “ถูกแสดงหรือเผยให้เห็นโดย...” ไม่ใช่ความหมายทางกายภาพที่แสงหรือภาพสะท้อนกลับมา ประธานที่เป็นแนวคิดนามธรรมอย่าง utility ถูกทำให้เห็นได้ผ่านสัญญาณที่วัดได้ นั่นคือจำนวนเงินที่คนหนึ่งยินดีจ่าย รูปแบบ A is reflected by B เชื่อมคุณลักษณะนามธรรม A กับหลักฐานหรือพฤติกรรม B ที่แสดงคุณลักษณะนั้น ในที่นี้ how much you'd be willing to pay for it เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามและเป็นกรรมของ by

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างถูกกระทำเป้าหมายได้ถูกต้อง เพื่อบอกว่าการเลือกใช้เงินแสดงถึงลำดับความสำคัญของทีม

  1. A team's priorities are reflected to how it spends its budget.
  2. A team's priorities reflect by how it spends its budget.
  3. A team's priorities are reflected by how it spends its budget.
ดูคำตอบ

A team's priorities are reflected by how it spends its budget.

Now imagine yourself back in the desert,

1:44

ทีนี้ลองจินตนาการว่าคุณกลับไปอยู่ในทะเลทรายอีกครั้ง

only this time you get offered a new diamond

1:46

เพียงแต่ครั้งนี้คุณจะได้รับเพชรเม็ดใหม่

or a fresh bottle of water every 5 minutes.

1:48

หรือน้ำขวดใหม่ทุกๆ 5 นาที

If you're like most people, น้ำเสียง/เจตนา

1:51

หากคุณเหมือนคนส่วนใหญ่

you'll first choose enough water to last the trip วลี

1:53

อันดับแรกคุณจะเลือกน้ำให้เพียงพอสำหรับการเดินทาง

and then as many diamonds as you can carry.

1:55

แล้วจากนั้นก็เลือกเพชรให้มากที่สุดเท่าที่คุณจะขนไหว

น้ำเสียง/เจตนา

If you're like most people: วางกรอบการคาดการณ์ให้เป็นแนวโน้มทั่วไป

If you're like most people หมายถึง “ถ้าปฏิกิริยาของคุณคล้ายกับคนส่วนใหญ่” อนุประโยค if จัดให้ผู้ฟังอยู่ในกลุ่มที่น่าจะเข้าข่ายก่อน แล้วประโยคหลักจึงคาดการณ์ว่าผู้ฟังจะเลือกอะไร นี่เป็นวิธีวางกรอบให้ผู้ฟังนึกตาม ไม่ใช่การตัดสินว่าผู้ฟังเป็นคนธรรมดา คำว่า if ทำให้ข้อความมีเงื่อนไข จึงนำเสนอทางเลือกนั้นว่าเป็นแนวโน้มที่พบบ่อย ไม่ใช่กฎที่ใช้กับทุกคน

แบบฝึกหัด

If you're like most people ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. วลีนี้บอกว่าผู้ฟังเป็นคนธรรมดาอย่างแน่นอน
  2. วลีนี้นำเสนอการคาดการณ์ว่าเป็นแนวโน้มทั่วไป พร้อมเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น
  3. วลีนี้ถามว่าผู้ฟังรู้จักคนส่วนใหญ่เป็นการส่วนตัวหรือไม่
ดูคำตอบ

วลีนี้นำเสนอการคาดการณ์ว่าเป็นแนวโน้มทั่วไป พร้อมเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น

วลี

enough water to last the trip: โครงสร้าง enough + คำนาม + to-infinitive

Enough water หมายถึงน้ำในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ วลี infinitive to last the trip บอกเกณฑ์ของคำว่า “เพียงพอ” กล่าวคือ น้ำที่มีต้องใช้ได้จนการเดินทางสิ้นสุด โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ enough + คำนาม + to-infinitive ในที่นี้ last เป็นคำกริยา หมายถึง “มีใช้ต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาที่ต้องการ” ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่แปลว่า “สุดท้าย”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าอาหารมีเพียงพอสำหรับตลอดสุดสัปดาห์?

  1. We packed food enough to last the weekend.
  2. We packed enough food to last the weekend.
  3. We packed enough food for last the weekend.
ดูคำตอบ

We packed enough food to last the weekend.

This is because of something called marginal utility. การใช้คำ

1:58

นี่เป็นเพราะสิ่งที่เรียกว่าอรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม

การใช้คำ

something called marginal utility: การใช้ called เพื่อแนะนำศัพท์

Something called marginal utility ใช้แนะนำชื่อของแนวคิดที่ผู้ฟังอาจยังไม่รู้จัก called marginal utility อยู่หลัง something และบอกว่าแนวคิดนั้นมีชื่อว่าอะไร ในทางไวยากรณ์ called marginal utility เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบลดรูปจาก something that is called marginal utility โครงสร้าง something called X ใช้กล่าวถึงศัพท์ที่ยังไม่คุ้นเคยก่อนจะอธิบายเพิ่มเติมได้

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง something called X แล้วเติมหนึ่งคำในประโยค: The device uses something ____ biometric authentication.

ดูคำตอบ

called

And it means that when you choose between diamonds and water, ไวยากรณ์

2:01

และมันหมายความว่าเมื่อคุณเลือกระหว่างเพชรกับน้ำ

you compare utility obtained from every additional bottle of water วลี

2:04

คุณกำลังเปรียบเทียบอรรถประโยชน์ที่ได้จากน้ำทุกๆ ขวดที่เพิ่มขึ้น

to every additional diamond.

2:07

กับเพชรทุกๆ เม็ดที่เพิ่มขึ้น

ไวยากรณ์

when you choose between A and B: การกำหนดสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจ

when you choose between diamonds and water เป็นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when ซึ่งใช้กำหนดสถานการณ์ให้ประโยคหลักก่อน กล่าวคือ การเปรียบเทียบในประโยคหลักใช้ได้ทุกครั้งที่ต้องตัดสินใจแบบนี้ ในที่นี้ when หมายถึง “ในสถานการณ์ที่” ไม่ได้ถามถึงเวลา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ when + ประธาน + การกระทำ แล้วตามด้วยประโยคหลัก ภายในรูปแบบนี้ choose between A and B ใช้บอกตัวเลือกสองอย่าง และเชื่อมตัวเลือกด้วย and

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ when you choose between A and B เพื่อกำหนดสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจก่อน: ____ the bus ____ the train, compare the travel times.

ดูคำตอบ

When you choose between · and

วลี

compare utility obtained from A to B: การเปรียบเทียบแหล่งที่มาของอรรถประโยชน์สองอย่าง

ใน compare utility obtained from every additional bottle of water to every additional diamond โครงสร้าง compare A to B นำปริมาณสองอย่างมาเทียบกันเพื่อประเมิน ปริมาณแรกคืออรรถประโยชน์ที่ได้จากน้ำเพิ่มอีกหนึ่งขวด ส่วนปริมาณที่สองเข้าใจจากบริบทว่าเป็นอรรถประโยชน์ที่ได้จากเพชรเพิ่มอีกหนึ่งเม็ด obtained from every additional bottle of water เป็นอนุประโยคกรรมวาจกแบบย่อที่ขยาย utility และบอกแหล่งที่มาของอรรถประโยชน์นั้น หน้า every additional diamond ละคำซ้ำ utility obtained from ไว้ เพราะเข้าใจความหมายที่ขนานกันได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ compare A to B: To choose a plan, ____ the benefit obtained from Plan A ____ the benefit obtained from Plan B.

ดูคำตอบ

compare · to

And you do this each time an offer is made. ไวยากรณ์

2:09

และคุณทำแบบนี้ทุกครั้งที่มีการเสนอให้

ไวยากรณ์

each time an offer is made: การบอกสถานการณ์ที่เกิดซ้ำ

each time + อนุประโยค หมายถึง “ทุกครั้งที่สถานการณ์นั้นเกิดขึ้น” โครงสร้างนี้แสดงว่าการกระทำในประโยคหลักเกิดซ้ำทุกครั้งที่มีสถานการณ์ดังกล่าว ในที่นี้ you do this คือการกระทำที่เกิดซ้ำ และ an offer is made คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำ an offer is made เป็นรูปถูกกระทำ โดยเน้นว่ามีการยื่นข้อเสนอ ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้ยื่น ส่วน do this อ้างกลับไปถึงการกระทำที่อธิบายไว้ก่อนหน้าในบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ each time และรูปถูกกระทำของ make an offer: We review the terms ____.

ดูคำตอบ

each time an offer is made

The first bottle of water is worth more to you ไวยากรณ์

2:12

น้ำขวดแรกมีค่าสำหรับคุณ

than any amount of diamonds,

2:14

มากกว่าเพชรจำนวนเท่าใดก็ตาม

but eventually you have all the water you need.

2:16

แต่ในที่สุดคุณก็มีน้ำครบตามที่คุณต้องการแล้ว

ไวยากรณ์

is worth more to you than: การเปรียบเทียบคุณค่าส่วนบุคคล

be worth more to someone than ใช้เปรียบเทียบคุณค่าของสองสิ่งจากมุมมองของบุคคลนั้น ในประโยคนี้ น้ำขวดแรกมีคุณค่าในการใช้งานสำหรับคุณมากกว่าเพชรเพราะเป็นสิ่งที่ต้องการทันที ไม่ได้หมายความว่าน้ำมีราคาตลาดสูงกว่า โครงสร้างคือ A + be + worth more + to someone + than + B ส่วน any amount of diamonds ช่วยเน้นการเปรียบเทียบว่า ในสถานการณ์นี้ ต่อให้มีเพชรจำนวนมากก็ยังไม่มีคุณค่าเท่าน้ำขวดนั้น

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง be worth more to someone than โดยใช้ me เป็นบุคคลในการเปรียบเทียบ: On a cold hike, this warm jacket ____ the cash in my pocket.

ดูคำตอบ

is worth more to me than

After a while, ลำดับความ

2:18

หลังจากนั้นไม่นาน

every additional bottle becomes a burden. สำนวน

2:19

น้ำทุกขวดที่เพิ่มขึ้นจะกลายเป็นภาระ

ลำดับความ

After a while: เลื่อนไปยังช่วงเวลาที่หลังขึ้น

After a while หมายถึง “หลังจากเวลาผ่านไประยะหนึ่ง” เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้จะเลื่อนคำอธิบายไปยังช่วงเวลาที่หลังขึ้น และบอกว่าข้อความถัดไปอธิบายสิ่งที่เป็นจริงในตอนนั้น ระยะเวลาของ while ไม่ได้ระบุแน่นอน วลีนี้มักเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงหรือผลที่เกิดขึ้นภายหลัง ในประโยคนี้ ขวดที่เพิ่มมาเริ่มมีประโยชน์น้อยลงและสร้างความยุ่งยากมากขึ้น

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ after a while อย่างถูกต้องเพื่อบอกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากเวลาผ่านไประยะหนึ่ง

  1. After a while, the puppy stopped barking.
  2. While the puppy was barking, I closed the window.
  3. The puppy barked for a while.
ดูคำตอบ

After a while, the puppy stopped barking.

สำนวน

every additional bottle becomes a burden: ขวดที่เพิ่มมาแต่ละขวดกลายเป็นภาระ

ใน every additional bottle คำว่า every หมายถึง “แต่ละอันโดยไม่มีข้อยกเว้น” และใช้กับคำนามนับได้เอกพจน์ bottle ส่วน additional หมายถึงเพิ่มมาอีกหนึ่งจากจำนวนที่มีอยู่แล้ว ดังนั้นวลีนี้จึงเน้นผลของแต่ละหน่วยที่เพิ่มขึ้น Becomes a burden แสดงการเปลี่ยนแปลงของสภาพ Burden หมายถึงสิ่งที่ตอนนี้ก่อให้เกิดความยากลำบาก ความพยายาม ค่าใช้จ่าย หรือความรับผิดชอบ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่น้ำหนักทางกายภาพ ในที่นี้ ขวดที่เพิ่มมาอาจยังมีประโยชน์ แต่การพกพาหรือจัดการขวดนั้นสร้างปัญหามากกว่าประโยชน์แล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ became a burden เพื่อแสดงว่าสิ่งของที่เพิ่มมาเริ่มก่อให้เกิดปัญหา

  1. Once the closet was full, every additional box was a gift.
  2. Once the closet was full, every additional box needed a label.
  3. Once the closet was full, every additional box became a burden.
ดูคำตอบ

Once the closet was full, every additional box became a burden.

That's when you begin to choose diamonds over water. ลำดับความ

2:22

นั่นคือตอนที่คุณเริ่มเลือกเพชรแทนน้ำ

ลำดับความ

That's when: ชี้จุดเปลี่ยน

That's when หมายถึง “นั่นคือเวลาหรือช่วงที่...” ในที่นี้ that ย้อนกลับไปยังสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when บอกว่าอะไรเริ่มเกิดขึ้น ณ จุดนั้น โครงสร้างนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย โดยเริ่มจากกำหนดเงื่อนไขหรือช่วงหนึ่งก่อน แล้วใช้ That's when + อนุประโยค เพื่อเกริ่นการกระทำหรือผลลัพธ์ใหม่

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “นั่นคือจุดที่...” ให้ประโยคสมบูรณ์: The rain finally stopped. ____ we left the shelter.

ดูคำตอบ

That's when

And it's not just necessities like water. ลำดับความ

2:25

และไม่ใช่แค่ของจำเป็นอย่างน้ำเท่านั้น

ลำดับความ

It's not just X: ขยายขอบเขต

And เชื่อมประโยคนี้กับประเด็นก่อนหน้า It's not just X ยังคงรวม X ไว้ในข้อความที่กล่าว แต่บอกว่าขอบเขตกว้างกว่า X โครงสร้างนี้ส่งสัญญาณว่าจะมีตัวอย่างเพิ่มเติมหรือหมวดหมู่ที่กว้างขึ้นตามมา ใน necessities like water คำว่า like หมายถึง “เช่น” โดยน้ำเป็นตัวอย่างหนึ่งของสิ่งจำเป็น ดังนั้นประโยคนี้จึงขยายขอบเขตการพูดถึง ไม่ได้ตัดน้ำออก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ not just เพื่อยังคงรวมกลุ่มแรกไว้พร้อมกับขยายขอบเขต?

  1. The museum is not for tourists; it is for local families.
  2. The museum is not just for tourists; local families enjoy it too.
  3. The museum is just for tourists; local families cannot enter.
ดูคำตอบ

The museum is not just for tourists; local families enjoy it too.

When it comes to most things, ลำดับความ

2:27

เมื่อพูดถึงของส่วนใหญ่

the more of it you acquire, ไวยากรณ์

2:29

ยิ่งคุณได้มันมามากเท่าไหร่

the less useful or enjoyable every additional bit becomes.

2:30

สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาแต่ละชิ้นก็ยิ่งมีประโยชน์หรือให้ความสุขน้อยลงเท่านั้น

ลำดับความ

When it comes to most things: การกำหนดขอบเขตหัวข้อ

When it comes to most things หมายถึง “เมื่อพูดถึงสิ่งส่วนใหญ่” หรือ “ในเรื่องของสิ่งส่วนใหญ่” เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะกำหนดขอบเขตที่ข้อความทั่วไปหลังจากนั้นใช้ได้ รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ when it comes to + X ในที่นี้ comes ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง ๆ แต่วลีทั้งหมดใช้เพื่อเกริ่นหัวข้อ

แบบฝึกหัด

เติมวลีเกริ่นหัวข้อที่มีความหมายว่า “เมื่อพูดถึง” ให้ประโยคสมบูรณ์: ____ planning a school trip, cost matters.

ดูคำตอบ

When it comes to

ไวยากรณ์

the more..., the less...: การเชื่อมการเปลี่ยนแปลงที่สวนทางกัน

รูปแบบเปรียบเทียบแบบคู่ the more..., the less... เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่ไปในทิศทางตรงข้ามกัน กล่าวคือ เมื่อปริมาณที่ได้มาเพิ่มขึ้น สิ่งที่เพิ่มมาแต่ละส่วนก็มีประโยชน์หรือให้ความเพลิดเพลินน้อยลง ในรูปแบบนี้ the ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะแบบปกติ แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเปรียบเทียบแบบคู่ ให้วางส่วนเปรียบเทียบหนึ่งไว้หน้าจุลภาคและอีกส่วนไว้ข้างหลัง โดยไม่เติม so ระหว่างสองส่วน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง the more..., the less... ให้สมบูรณ์เพื่อแสดงว่ายิ่งเติมน้ำตาล เครื่องดื่มก็ยิ่งไม่ดีต่อสุขภาพ: ____ sugar you add, ____ healthy the drink becomes.

ดูคำตอบ

The more · the less

This is the law of diminishing marginal utility. การใช้คำ

2:34

นี่คือกฎการลดน้อยถอยลงของอรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม

การใช้คำ

the law of diminishing marginal utility: กฎอรรถประโยชน์ส่วนเพิ่มลดน้อยถอยลง

กฎอรรถประโยชน์ส่วนเพิ่มลดน้อยถอยลงเป็นหลักเศรษฐศาสตร์ เมื่อคนบริโภคสินค้าชนิดเดิมเพิ่มทีละหน่วย หน่วยใหม่แต่ละหน่วยมักให้ความพึงพอใจเพิ่มเติมน้อยกว่าหน่วยก่อนหน้า โดยสมมติให้ปัจจัยอื่นคงเดิม ในที่นี้ อรรถประโยชน์ส่วนเพิ่มหมายถึงประโยชน์หรือความพึงพอใจจากหน่วยที่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งหน่วย คำว่า diminishing อธิบายว่าประโยชน์เพิ่มเติมนี้ลดลง ไม่ได้หมายความว่าความพึงพอใจรวมต้องลดลงเสมอไป ความพึงพอใจรวมอาจยังเพิ่มขึ้นได้ เพียงแต่เพิ่มขึ้นครั้งละน้อยลง

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย the law of diminishing marginal utility ได้ดีที่สุด

  1. ความพึงพอใจเพิ่มเติมจากหน่วยใหม่แต่ละหน่วยมีแนวโน้มลดลง
  2. ความพึงพอใจรวมต้องกลายเป็นค่าลบหลังการซื้อทุกครั้ง
  3. หน่วยใหม่แต่ละหน่วยต้องให้ความพึงพอใจเท่ากันทุกประการ
ดูคำตอบ

ความพึงพอใจเพิ่มเติมจากหน่วยใหม่แต่ละหน่วยมีแนวโน้มลดลง

You might gladly buy two or three helpings of your favorite food, ไวยากรณ์

2:37

คุณอาจยินดีที่จะซื้ออาหารจานโปรดสักสองสามที่

but the fourth would make you nauseated

2:40

แต่ที่ที่สี่อาจทำให้คุณรู้สึกคลื่นไส้

ไวยากรณ์

might ..., but the fourth would ...: เปรียบเทียบผลเมื่อปริมาณเพิ่มขึ้น

ประโยคนี้เปรียบเทียบปริมาณที่น้อยกว่ากับการเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งหน่วย might แสดงว่าการซื้อสองหรือสามที่เป็นการกระทำที่อาจทำด้วยความเต็มใจ ส่วน but และ would นำไปสู่ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในสถานการณ์สมมติที่มีถึงที่สี่ The fourth ใช้แทน the fourth helping เพราะรู้อยู่แล้วว่าหมายถึงคำนามใด จึงละ helping ได้ ใน make you nauseated โครงสร้าง make + คน + คำคุณศัพท์ หมายถึงทำให้ใครบางคนอยู่ในสภาพหรือรู้สึกแบบนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ might ... but ... would ... อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อเปรียบเทียบปริมาณน้อยที่ยังยอมรับได้กับผลเสียเมื่อเพิ่มปริมาณมากขึ้น

  1. I might enjoy two or three slices, but a fourth slice would make me feel sick.
  2. I might enjoy two or three slices, so a fourth slice would make me just as happy.
  3. I would enjoy two or three slices because a fourth slice might make me feel sick.
ดูคำตอบ

I might enjoy two or three slices, but a fourth slice would make me feel sick.

and the hundredth would spoil before you could even get to it. กริยาวลี

2:42

และที่ที่ร้อยอาจเน่าเสียก่อนที่คุณจะได้กินมันด้วยซ้ำ

กริยาวลี

before you could even get to it: ยังไม่มีโอกาสได้จัดการมันเลย

ในประโยคนี้ get to it หมายถึงมีเวลาหรือโอกาสจัดการ ใช้ หรือกินสิ่งนั้น ไม่ได้หมายถึงเดินทางไปถึงสิ่งนั้นจริง ๆ เพราะ it หมายถึงอาหาร การกระทำที่ตั้งใจจึงคือการกินหรือใช้ส่วนนั้น รูปแบบ before you could even + คำกริยา บอกว่าเหตุการณ์แรกเกิดเร็วมากจนไม่สามารถทำการกระทำถัดไปได้ even ช่วยเน้นว่าคุณไม่มีโอกาสทำสิ่งนั้นเลย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The report was archived before Lena could even get to it,” get to it หมายความว่าอะไร

  1. เดินไปยังสถานที่ที่เก็บรายงานไว้
  2. มีเวลาหรือโอกาสจัดการรายงาน
  3. เข้าใจทุกแนวคิดในรายงาน
ดูคำตอบ

มีเวลาหรือโอกาสจัดการรายงาน

Or you could pay to see the same movie over and over วลี

2:45

หรือคุณอาจจะจ่ายเงินเพื่อดูหนังเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

until you got bored of it or spent all of your money. วลี

2:48

จนกว่าคุณจะเบื่อหรือใช้เงินจนหมด

วลี

over and over: ทำสิ่งเดิมซ้ำหลายครั้ง

Over and over เป็นวลีวิเศษณ์ตายตัวที่หมายถึงซ้ำแล้วซ้ำอีก ในตัวอย่าง วลีนี้ขยาย see และแสดงว่าดูหนังเรื่องเดิมหลายครั้ง วลีนี้ใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติในการสนทนาและงานเขียนทั่วไป เป็นภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวันและเห็นภาพชัดกว่า repeatedly และบริบทอาจทำให้การทำซ้ำฟังดูเหนื่อยหรือน่ารำคาญได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ซ้ำแล้วซ้ำอีก”: I checked the address ____, but I still worried that I had typed it wrong.

ดูคำตอบ

over and over

วลี

got bored of it: ค่อย ๆ หมดความสนใจ

get bored of + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing หมายถึงค่อย ๆ หมดความสนใจในสิ่งหนึ่งหลังจากเวลาผ่านไป ใน got bored of it คำว่า got เป็นรูปอดีตของ get และแสดงการเปลี่ยนไปสู่ความรู้สึกเบื่อ ส่วน it หมายถึงสิ่งของหรือกิจกรรมที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ใช้โครงสร้างนี้เมื่อการทำซ้ำหรือประสบการณ์ที่ต่อเนื่องทำให้สิ่งหนึ่งไม่น่าสนใจอีกต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ get bored of: Mia watched the same show every night until she ____ it.

ดูคำตอบ

got bored of

Either way, ลำดับความ

2:50

ไม่ว่าจะเป็นทางไหน

you'd eventually reach a point where the marginal utility วลี

2:51

ในที่สุดคุณก็จะถึงจุดที่อรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม

for buying another movie ticket became zero.

2:54

สำหรับการซื้อตั๋วหนังอีกใบกลายเป็นศูนย์

ลำดับความ

Either way: สองเส้นทาง หนึ่งผลลัพธ์

Either way ที่ต้นประโยคใช้รวบสองตัวเลือกหรือสองสถานการณ์ที่กล่าวถึงก่อนหน้า แล้วบอกว่าทั้งสองแบบนำไปสู่ข้อสรุปเดียวกัน ในประโยคนี้ เส้นทางที่เป็นไปได้ทั้งสองแบบจบลงเมื่ออรรถประโยชน์ส่วนเพิ่มเป็นศูนย์ สำนวนนี้จัดระเบียบข้อมูลโดยปิดการเปรียบเทียบและพาผู้ฟังไปยังผลลัพธ์ร่วมกัน เมื่อใช้เป็นคำเชื่อมต้นประโยค ปกติจะมีเครื่องหมายจุลภาคตามหลัง

แบบฝึกหัด

Either way ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? We can order now or cook at home. Either way, we'll eat before seven.

  1. บอกว่ายอมรับได้เฉพาะตัวเลือกแรก
  2. เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเลือกเหล่านั้น
  3. แสดงว่าทั้งสองตัวเลือกนำไปสู่ผลลัพธ์เดียวกัน
ดูคำตอบ

แสดงว่าทั้งสองตัวเลือกนำไปสู่ผลลัพธ์เดียวกัน

วลี

reach a point where ... became zero: ถึงจุดเปลี่ยน

reach a point where + อนุประโยค หมายถึงกระบวนการหนึ่งดำเนินไปจนถึงขั้นหรือจุดเปลี่ยนที่เจาะจง อนุประโยคที่ตามหลัง where บอกว่าสภาวะใดเกิดขึ้นในขั้นนั้น โดย point ในที่นี้เป็น “ขั้น” เชิงนามธรรม ไม่ใช่สถานที่จริง ในประโยคนี้ eventually บอกผลสุดท้ายของกระบวนการที่ค่อย ๆ ดำเนินไป ส่วน became zero ระบุจุดเปลี่ยน คือการซื้อตั๋วหนังเพิ่มอีกหนึ่งใบไม่เพิ่มอรรถประโยชน์ส่วนเพิ่มแล้ว โครงสร้างนี้ยังใช้พูดถึงขีดจำกัดด้านความสามารถ ความสนใจ ต้นทุน หรือผลลัพธ์ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย reach a point where ในรูปกาลที่ถูกต้อง: After several hours of discussion, we ____ we needed a break.

ดูคำตอบ

reached a point where

Utility applies not just to buying things, ไวยากรณ์

2:57

อรรถประโยชน์ไม่ได้ใช้แค่กับการซื้อของเท่านั้น

but to all our decisions.

2:59

แต่รวมถึงการตัดสินใจทั้งหมดของเราด้วย

ไวยากรณ์

not just to ... but to ...: ขยายขอบเขต

not just A, but B หมายความว่าข้อความนั้นเป็นจริงทั้งกับ A และ B โครงสร้างนี้มักใช้แก้ความเข้าใจที่แคบเกินไป โดยเพิ่มขอบเขตที่กว้างกว่าหรือสำคัญกว่าเข้ามา ในที่นี้ อรรถประโยชน์ใช้กับการซื้อของ และเมื่อมองให้กว้างขึ้น ก็ใช้กับการตัดสินใจทั้งหมดด้วย ส่วนหน้าและส่วนหลังควรมีรูปแบบขนานกัน เนื่องจาก applies ใช้กับบุพบท to ประโยคนี้จึงใช้ not just to buying things, but to all our decisions ส่วน also หลัง but จะใส่หรือไม่ก็ได้ เพราะ not just ... but ... เป็นโครงสร้างที่สมบูรณ์อยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้ not just to ... but to ... เพื่อขยายกลุ่มที่กฎครอบคลุม: The new rule applies ____ teachers, ____ students as well.

ดูคำตอบ

not just to · but to

And the intuitive way to maximize it ไวยากรณ์

3:01

และวิธีที่ง่ายที่สุดในการเพิ่มมันให้สูงสุด

and avoid diminishing returns การใช้คำ

3:03

และหลีกเลี่ยงผลตอบแทนที่ลดน้อยถอยลง

is to vary the way we spend our time and resources.

3:05

คือการเปลี่ยนวิธีที่เราใช้เวลาและทรัพยากรของเรา

ไวยากรณ์

the way to ... is to ...: การบอกวิธี

โครงสร้าง the way to + คำกริยา is to + คำกริยา จะบอกเป้าหมายก่อน แล้วจึงบอกการกระทำที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายนั้น to ตัวแรกนำเข้าสู่เป้าหมาย ส่วน to หลัง is นำเข้าสู่วิธีที่แนะนำ ในประโยคนี้ maximize it and avoid diminishing returns บอกเป้าหมาย ส่วน vary the way we spend our time and resources บอกวิธี คำอย่าง best, easiest หรือ most practical สามารถใช้แทน intuitive เพื่อประเมินวิธีนั้นได้

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่บอกเป้าหมายและวิธีให้สมบูรณ์: The best way ____ new vocabulary is ____ it in context.

ดูคำตอบ

to remember · to use

การใช้คำ

avoid diminishing returns: หลีกเลี่ยงผลประโยชน์เพิ่มเติมที่ลดลงเมื่อเพิ่มปัจจัยนำเข้า

Diminishing returns อธิบายรูปแบบที่การเพิ่มเวลา ความพยายาม เงิน หรือปัจจัยนำเข้าอื่นยังอาจให้ประโยชน์อยู่ แต่แต่ละหน่วยที่เพิ่มเข้ามาให้ประโยชน์เพิ่มเติมน้อยกว่าก่อนหน้า To avoid diminishing returns หมายถึงการป้องกันหรือลดการถดถอยของประสิทธิผลเพิ่มเติมนี้ วลีนี้ไม่ได้หมายความในตัวเองว่าผลรวมกำลังลดลงหรือติดลบ ผลรวมอาจยังเพิ่มขึ้นได้ สิ่งที่เล็กลงคือผลประโยชน์จากแต่ละหน่วยที่เพิ่มเข้ามา

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของ diminishing returns?

  1. การฝึกในชั่วโมงแรกทำให้เกิดความเสียหายทันที
  2. การฝึกเพิ่มทุกหนึ่งชั่วโมงทำให้พัฒนาขึ้นเท่ากันทุกครั้ง
  3. การฝึกเพิ่มทุกหนึ่งชั่วโมงยังช่วยได้ แต่ช่วยน้อยกว่าชั่วโมงก่อนหน้า
ดูคำตอบ

การฝึกเพิ่มทุกหนึ่งชั่วโมงยังช่วยได้ แต่ช่วยน้อยกว่าชั่วโมงก่อนหน้า

After our basic needs are met, ไวยากรณ์

3:08

หลังจากความต้องการพื้นฐานของเราได้รับการตอบสนองแล้ว

we'd theoretically decide to invest in choices

3:10

ในทางทฤษฎีเราจะตัดสินใจลงทุนในตัวเลือกต่างๆ

only to the point they're useful or enjoyable. วลี

3:13

เฉพาะในจุดที่มันมีประโยชน์หรือให้ความสุขเท่านั้น

ไวยากรณ์

After our basic needs are met: การตั้งเงื่อนไขเบื้องต้นด้วยอนุประโยคกรรมวาจก

โครงสร้าง After + อนุประโยค วางสถานการณ์หนึ่งไว้ก่อนการตัดสินใจหลัก ในที่นี้ After our basic needs are met ตั้งเงื่อนไขว่าความต้องการที่จำเป็นต้องได้รับการตอบสนองก่อน แล้วจึงค่อยตัดสินใจเรื่องทางเลือกอื่น ใน meet a need คำว่า meet หมายถึง “ตอบสนอง” ใช้รูปกรรมวาจก are met เพราะ basic needs เป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำ โครงสร้างนี้ใช้บอกว่าอะไรเกิดขึ้นหลังจากเงื่อนไขหนึ่งได้รับการทำให้สำเร็จ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกของ meet: After everyone's basic needs ____, we can discuss spending on extras.

ดูคำตอบ

are met

วลี

only to the point they're useful or enjoyable: การกำหนดขีดสูงสุด

Only to the point ... จำกัดว่าควรลงทุนไปไกลแค่ไหน ขอบเขตคือช่วงที่ทางเลือกเหล่านั้นยังมีประโยชน์หรือให้ความเพลิดเพลิน เมื่อมันไม่มีทั้งประโยชน์และความเพลิดเพลินแล้ว ประโยคนี้สื่อว่าควรหยุดลงทุน point ในที่นี้หมายถึงขีดจำกัดหรือจุดแบ่งเชิงนามธรรม ไม่ใช่สถานที่จริงหรือความคิดเห็น รูปเต็มที่ชัดเจนกว่าสำหรับผู้เรียนคือ only to the point where they're useful or enjoyable ในต้นฉบับไม่ได้กล่าว where อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปเต็มที่ชัดเจนของ only to the point ...: Keep revising the report ____ each change still improves it.

ดูคำตอบ

only to the point where

Of course, ลำดับความ

3:15

แน่นอนว่า

how effectively any of us manage to maximize utility in real life ไวยากรณ์

3:16

พวกเราแต่ละคนจะสามารถเพิ่มอรรถประโยชน์ในชีวิตจริงได้ดีแค่ไหนนั้น

is another matter.

3:19

เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ลำดับความ

Of course: การยอมรับข้อจำกัดในทางปฏิบัติ

ในประโยคนี้ Of course ไม่ได้หมายความเพียงว่าสิ่งหนึ่งเป็นเรื่องแน่นอน แต่ใช้เปิดประเด็นข้อจำกัดที่ผู้พูดคาดว่าผู้ฟังจะยอมรับได้ กล่าวคือ ทฤษฎีอาจชัดเจน แต่การนำไปใช้ในชีวิตจริงอย่างมีประสิทธิภาพยังไม่แน่นอนเท่าไร เมื่อเป็นคำเชื่อมทางความคิดที่ต้นประโยค Of course จะเชื่อมข้อจำกัดใหม่นี้กับแนวคิดก่อนหน้า และช่วยไม่ให้แนวคิดนั้นฟังดูเป็นข้อสรุปที่ตายตัว ความหมายในที่นี้คือ “หลักการนั้นสมเหตุสมผล แต่ยังมีเงื่อนไขในทางปฏิบัติที่สำคัญ”

แบบฝึกหัด

Of course, ในประโยคตัวอย่างทำหน้าที่อะไร

  1. เปิดประเด็นใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
  2. ยอมรับข้อจำกัดในทางปฏิบัติและทำให้ทฤษฎีก่อนหน้าไม่ฟังดูตายตัวเกินไป
  3. พิสูจน์ว่าผู้คนสามารถเพิ่มอรรถประโยชน์สูงสุดได้สำเร็จเสมอ
ดูคำตอบ

ยอมรับข้อจำกัดในทางปฏิบัติและทำให้ทฤษฎีก่อนหน้าไม่ฟังดูตายตัวเกินไป

ไวยากรณ์

how effectively ... is another matter: การใช้อนุประโยค how เป็นประธาน

ข้อความ how effectively any of us manage to maximize utility in real life เป็นอนุประโยคคำถามทางอ้อมที่ขึ้นต้นด้วย how หนึ่งชุด อนุประโยคทั้งชุดทำหน้าที่เป็นประธานทางไวยากรณ์ของ is เนื่องจากไม่ใช่คำถามตรง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ how effectively + ประธาน + กริยา ไม่ใช่ how effectively + do + ประธาน + กริยา วลี is another matter หมายความว่าคำถามนี้ต้องพิจารณาแยกจากทฤษฎีก่อนหน้า ไม่ได้หมายความว่าคำถามนี้ไม่สำคัญ รูปแบบ how + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ + ประธาน + กริยา + is another matter ใช้แยกแนวคิดทั่วไปออกจากระดับที่แนวคิดนั้นใช้ได้ผลจริงในทางปฏิบัติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค how เป็นประธานได้ถูกต้อง และหมายความว่าความสำเร็จในทางปฏิบัติต้องพิจารณาแยกต่างหาก

  1. How well does the new schedule work in practice is another matter.
  2. How well the new schedule works in practice is another matter.
  3. How well the new schedule works in practice doesn't matter.
ดูคำตอบ

How well the new schedule works in practice is another matter.

But it helps to remember that the ultimate source of value โน้ต

3:21

แต่มันช่วยให้จำไว้ว่าแหล่งที่มาที่แท้จริงของคุณค่า

comes from us.

3:23

มาจากตัวเราเอง

ลำดับความ

But it helps to remember: นำเข้าสู่ข้อสรุปสุดท้ายอย่างนุ่มนวล

But เป็นสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนทิศทาง หลังจากพูดถึงปัญหาหรือข้อจำกัด ผู้พูดจะเสนอประเด็นสุดท้ายที่ยังสำคัญอยู่ ส่วน it helps to remember that... ใช้นำเสนอแนวคิดถัดไปว่าเป็นข้อสรุปที่ควรจำ ไม่ใช่คำสั่งที่แข็งกร้าว ในโครงสร้างนี้ it เป็นประธานแทนรูปแบบ ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that คือเนื้อหาที่ต้องจำ โครงสร้างทั้งหมดช่วยจัดระเบียบคำอธิบายโดยพาความสนใจกลับมายังประเด็นหลักอย่างนุ่มนวล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบการแสดงความขัดแย้งและเตือนอย่างนุ่มนวลจากบทเรียน: The first plan failed. ____ one setback does not end the project.

ดูคำตอบ

But it helps to remember that

วลี

the ultimate source of value comes from us: สืบย้อนคุณค่าไปถึงต้นกำเนิดพื้นฐาน

The ultimate source of X หมายถึงต้นกำเนิดที่ลึกที่สุดหรือเป็นพื้นฐานที่สุดของ X เมื่อเราสืบย้อนสาเหตุกลับไป ในที่นี้ ultimate ไม่ได้หมายถึงแหล่งที่เกิดขึ้นสุดท้ายตามลำดับเวลา Comes from บอกถึงที่มา ไม่ใช่การเคลื่อนที่ทางกายภาพ ประโยคนี้นำเสนอว่าผู้พูดและผู้คนที่รวมอยู่ใน us คือต้นกำเนิดพื้นฐานของคุณค่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดคงความหมายของ "the ultimate source of value comes from us" ได้ดีที่สุด

  1. ผู้คนคือแหล่งเดียวที่เป็นไปได้ในคุณค่าทุกชนิด
  2. คุณค่ามาจากผู้ที่มาถึงเป็นคนสุดท้าย
  3. ผู้คนคือต้นกำเนิดพื้นฐานของคุณค่า
ดูคำตอบ

ผู้คนคือต้นกำเนิดพื้นฐานของคุณค่า

The needs we share,

3:25

ความต้องการที่เรามีร่วมกัน

the things we enjoy,

3:26

สิ่งที่เราชื่นชอบ

and the choices we make.

3:27

และการตัดสินใจที่เราเลือก