พ่อทารก 🍼 | ตอนเต็ม | บลูอี้ (Bluey): บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
คำอธิบายวิดีโอ: บลูอีและบิงโกนำเป้อุ้มเด็กเก่ามาเล่นเป็นเรื่องคุณพ่อตั้งครรภ์ คุณพ่อต้องเจอกับอาการปวด ความอยากอาหารแบบเกินจริง และการคลอดที่วุ่นวายโดยมีพ่อของลัคกีช่วย ก่อนจะกลับมาอวดอีกครั้งว่าทุกอย่างง่ายมาก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. I'm with child. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่านี่เป็นวิธีพูดว่า “ตั้งครรภ์” ที่ค่อนข้างเป็นทางการหรือล้าสมัย จึงมองออกว่าคุณพ่อตั้งใจใช้ถ้อยคำสูงส่งเพื่อเพิ่มความขบขันให้การแสดง และรู้ด้วยว่าในการสนทนาสมัยใหม่ทั่วไปมักใช้ pregnant มากกว่า 2. how hard can this be? — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: ตีความคำถามเชิงวาทศิลป์นี้ว่าเป็นความมั่นใจแบบสบาย ๆ ที่ประเมินงานต่ำเกินไป ไม่ใช่การถามระดับความยากจริง ๆ ผู้เรียนจึงสังเกตได้ว่าประโยคนี้มักส่งสัญญาณว่าจะเกิดปัญหาในเรื่อง และใช้บรรยายคนที่มั่นใจเกินเหตุได้ 3. That was a doddle. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เรียนรู้ว่า a doddle เป็นคำไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลีย หมายถึงเรื่องที่ง่ายมาก ทำให้เข้าใจมุกที่คุณพ่อคุยโวหลังการคลอดอันวุ่นวาย และนำไปใช้เมื่อต้องการพูดลดทอนความยากของงานที่ทำเสร็จแล้วได้อย่างเป็นธรรมชาติ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
missed a spot: เว้นพื้นที่เล็ก ๆ ไว้โดยไม่ได้ทำ
miss a spot หมายถึงเว้นพื้นที่เล็ก ๆ ไว้โดยไม่ได้ทำความสะอาด ทาสี ทาบางอย่าง หรือตรวจดู ในประโยคนี้ missed เป็นรูปอดีต ผู้พูดกำลังชี้ว่ามีส่วนหนึ่งที่ Bluey ไม่ได้ทำให้ทั่ว ในสำนวนนี้ spot หมายถึง “พื้นที่เล็ก ๆ” ไม่ใช่ “สถานที่ท่องเที่ยว” รูปที่เป็นธรรมชาติคือ miss a spot และถ้าพลาดหลายจุดก็พูดว่า miss a few spots ได้
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึงเว้นพื้นที่เล็ก ๆ ไว้โดยไม่ได้ทำความสะอาด: The rest of the mirror is clean, but this small area is still dirty—you ____.
ดูคำตอบ
missed a spot
do I have to ...?: ถามว่าจำเป็นต้องทำหรือไม่
Do I have to + คำกริยารูปพื้นฐาน...? ใช้ถามว่าจำเป็นต้องทำสิ่งหนึ่งหรือไม่ Do เป็นกริยาช่วยที่ใช้สร้างคำถามใน present simple ส่วน have to แสดงความจำเป็น และกริยาที่ตามมายังคงเป็นรูปพื้นฐาน: Do I have to finish...? คำถามนี้อาจเป็นกลางก็ได้ แต่ในประโยคนี้ Oh ช่วยแสดงความไม่เต็มใจ ผู้พูดกำลังถามโดยนัยว่าจำเป็นจริง ๆ หรือไม่ น้ำเสียงจะกำหนดว่าฟังเหมือนเพียงถามยืนยันหรือมีการขัดขืนเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
เติมคำถามด้วยโครงสร้างจากบทเรียนที่ใช้ถามว่าสิ่งหนึ่งจำเป็นหรือไม่: ____ wear a helmet on this trail?
ดูคำตอบ
Do I have to
If you're going to ..., do it ...: เชื่อมความตั้งใจกับคำแนะนำที่หนักแน่น
If you're going to + คำกริยา ใช้ตั้งเงื่อนไขจากสิ่งที่ผู้ฟังตั้งใจหรือเลือกจะทำ ในที่นี้หมายถึง “ในเมื่อจะทำแล้ว” ไม่ได้เป็นเพียงการคาดการณ์อนาคต อนุประโยคหลักเป็นประโยคคำสั่ง: do it properly เมื่อรวมกัน รูปแบบ If you're going to X, do Y ใช้ให้คำแนะนำอย่างหนักแน่นเกี่ยวกับมาตรฐานหรือวิธีที่ควรทำ เมื่อคนหนึ่งตัดสินใจลงมือทำสิ่งนั้น
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบเงื่อนไขตามด้วยคำสั่ง โดยใช้ keep และคำสรรพนามที่แทน a promise: If you're going to make a promise, ____.
ดูคำตอบ
keep it
papoose: คำเก่าที่หมายถึงอุปกรณ์อุ้มทารก
ในประโยคนี้ papoose หมายถึงอุปกรณ์อุ้มทารกให้แนบกับลำตัวของผู้ใหญ่ เป็นของใช้สำหรับดูแลทารก ไม่ใช่ของเล่นและไม่ใช่ตัวทารกเอง คำนี้เข้าสู่ภาษาอังกฤษจากภาษาหนึ่งในตระกูลแอลกองเควียน และในอดีตเคยใช้เรียกทารกชนพื้นเมืองในอเมริกาเหนือด้วย การใช้แบบเก่านี้อาจสร้างความไม่พอใจในปัจจุบัน ดังนั้นในที่นี้ให้เข้าใจเพียงว่าเป็นอุปกรณ์อุ้มทารกอันเก่า
แบบฝึกหัด
ในประโยค "Oh, that's your old papoose," คำว่า papoose หมายถึงอะไร
- อุปกรณ์ที่ใช้ให้ทารกอยู่แนบกับลำตัวของผู้ใหญ่
- ตุ๊กตาทารกที่ใช้เล่นสมมติว่ากำลังดูแลเด็ก
- ทารกที่เคยถูกอุ้มมาก่อน
ดูคำตอบ
อุปกรณ์ที่ใช้ให้ทารกอยู่แนบกับลำตัวของผู้ใหญ่
We used to walk you around the park in it instead of sleeping. โน้ต
0:41เมื่อก่อนเราใช้พาหนูเดินเล่นรอบสวนตอนที่หนูไม่ยอมนอนไง
used to walk: นิสัยในอดีต
used to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกนิสัยหรือสภาพที่เคยเป็นจริงในอดีต และมักเปรียบต่างกับปัจจุบัน ในที่นี้ used to walk หมายถึงการพาเด็กเดินไปรอบสวนสาธารณะเป็นสิ่งที่ผู้พูดเคยทำเป็นประจำ แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำเป็นปกติแล้ว ในโครงสร้างนี้ used to เป็นรูปคงที่สำหรับบอกนิสัยในอดีต และ walk ยังคงเป็นคำกริยารูปพื้นฐาน ไม่ได้หมายถึง “ใช้บางสิ่งเพื่อเดิน”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปของ walk ที่ใช้บอกนิสัยในอดีต: When I was younger, I ____ five kilometres to school, but now I take the bus.
ดูคำตอบ
used to walk
walk you around the park: พาใครเดินไปทั่วบริเวณ
walk someone around a place หมายถึงการเดินพร้อมกับพา นำทาง อุ้ม หรือไปเป็นเพื่อนกับคนนั้นภายในบริเวณหนึ่ง ในประโยคนี้ walk you ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเด็กเป็นคนเดินเอง ผู้ใหญ่สามารถใช้ walk a baby ขณะอุ้มเด็กหรือเข็นเด็กในรถเข็นได้เช่นกัน ในที่นี้ around the park หมายถึงการเดินไปตามส่วนต่าง ๆ ภายในสวนสาธารณะ ไม่จำเป็นต้องเดินครบหนึ่งรอบตามขอบด้านนอก โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ walk + คน + around + สถานที่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าผู้พูดพาเด็กทารกเดินไปตามส่วนต่าง ๆ ของสวน?
- I walked the baby around the garden until she fell asleep.
- I walked around the baby in the garden until she fell asleep.
- I walked the garden around the baby until she fell asleep.
ดูคำตอบ
I walked the baby around the garden until she fell asleep.
instead of sleeping: การใช้ instead of + -ing
instead of ใช้บอกสิ่งหรือการกระทำที่ถูกแทนที่ ในโครงสร้าง B instead of A สิ่งที่เกิดขึ้นหรือถูกเลือกคือ B ส่วน A ไม่ได้เกิดขึ้น ในประโยคนี้ การพาเด็กเดินรอบสวนเกิดขึ้นแทนการนอน instead of ทำหน้าที่เหมือนบุพบท ดังนั้นเมื่อมีการกระทำตามหลัง มักใช้รูป -ing เช่น instead of sleeping, instead of driving ในโครงสร้างนี้ไม่ใช้กริยารูปพื้นฐาน sleep
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย instead of และรูปที่ถูกต้องของ take: Mia walked to work ____ a taxi.
ดูคำตอบ
instead of taking
go around here: บอกแนวทางของชิ้นส่วน
ในการสาธิตวิธีสวมใส่นี้ go ใช้บอกว่าชิ้นส่วนควรอยู่ตรงไหนหรือควรพาดไปตามเส้นทางใด Straps go around here หมายถึงควรวางสายรัดให้อ้อมบริเวณที่ชี้อยู่ ไม่ได้หมายความว่าสายรัดเคลื่อนที่ได้เอง around แสดงเส้นทางที่โค้งหรืออ้อมรอบบางสิ่ง ส่วน here ชี้ตำแหน่งที่มองเห็นได้ในการสาธิต รูปแบบนี้ใช้บอกแนวของสายรัด สายไฟ ท่อ และชิ้นส่วนคล้ายกันได้
แบบฝึกหัด
คุณกำลังอธิบายว่าสายไฟควรอ้อมผ่านด้านหลังจอภาพ ประโยคใดบอกแนวของสายไฟได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- The cable carries the monitor around.
- The cable goes around the back of the monitor.
- The cable goes inside the monitor.
ดูคำตอบ
The cable goes around the back of the monitor.
baby goes in here: บอกตำแหน่งที่ควรวางไว้
ในประโยคนี้ baby goes in here หมายถึงควรวางเด็กไว้ในช่องที่กำลังชี้ให้ดู Go ใช้บอกตำแหน่งที่คนหรือสิ่งของควรอยู่ ไม่ได้หมายความว่าเด็กเดินเข้าไปเอง การใช้ go เพื่อบอกตำแหน่งแบบนี้พบได้บ่อยเวลาสาธิตวิธีจัดเก็บ วาง หรือประกอบสิ่งของ โดย X goes in here หมายถึง “นำ X ใส่ไว้ตรงนี้”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าควรใส่แบตเตอรี่ตรงไหน?
- The batteries come from here.
- The batteries go in here.
- The batteries stay near here.
ดูคำตอบ
The batteries go in here.
oh, hang on: ขอให้หยุดสักครู่
ในประโยคนี้ hang on เป็นคำพูดแบบไม่เป็นทางการที่ขอให้อีกฝ่ายรอหรือหยุดสักครู่ ผู้พูดสังเกตเห็นบางอย่างจึงขัดจังหวะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ได้ใช้ในความหมายตรงตัวว่า “จับไว้ให้แน่น” หรือ “ห้อยอยู่” เมื่อใช้เดี่ยว ๆ Hang on ทำหน้าที่เป็นคำแทรกสั้น ๆ เพื่อหยุดการกระทำหรือบทสนทนาชั่วคราว ระหว่างที่ผู้พูดตรวจสอบ นึกทบทวน หรือแก้ไขบางอย่าง
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคเต็มที่ได้ยิน โดยเน้นฟังคำที่ตามหลัง hang
- Hang up; I need to check something.
- Hang back; I need to check something.
- Hang on, I need to check something.
ดูคำตอบ
Hang on, I need to check something.
This isn't going to end well: คาดการณ์ว่าผลลัพธ์จะไม่ดี
ในที่นี้ this หมายถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้น ส่วน isn't going to end well แสดงว่าจากสิ่งที่เห็นอยู่ ผู้พูดคาดว่าสถานการณ์จะให้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีหรือก่อปัญหา วลีนี้มักใช้เป็นคำเตือนหรือการคาดการณ์แบบขำ ๆ ก่อนเกิดปัญหา หมายถึงผลลัพธ์ของสถานการณ์ทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงว่าส่วนจบของเรื่องเขียนไว้ดีหรือไม่
แบบฝึกหัด
เพื่อนวางกล่องซ้อนกันมากเกินไปบนเก้าอี้ที่โยกเยก ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับคาดการณ์ว่าผลลัพธ์จะไม่ดี
- This isn't going to end well.
- This isn't going to end here.
- This isn't going to end soon.
ดูคำตอบ
This isn't going to end well.
pregnant with baby Bingo: ระบุว่ากำลังตั้งครรภ์ลูกคนใด
โครงสร้าง be pregnant with + นามวลี ใช้ระบุว่าคนหนึ่งกำลังตั้งครรภ์ลูกคนใดหรือลูกกี่คน นามวลีอาจเป็นชื่อของลูกหรือคำอธิบายการตั้งครรภ์ เช่น pregnant with twins หรือ pregnant with her first child ในที่นี้ with baby Bingo หมายถึงตัวละครในการเล่นสมมติกำลังตั้งครรภ์ลูกที่ชื่อ Bingo with ในโครงสร้างนี้ไม่ได้แปลว่า “อยู่ด้วยกันกับ” เมื่อคำนามหลัง pregnant ระบุลูกที่กำลังตั้งครรภ์ ต้องใช้ with คั่นไว้
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่ใช้เชื่อมกับลูกที่กำลังตั้งครรภ์: She is pregnant ____ twins.
ดูคำตอบ
with
act pregnant: ทำตัวเหมือนกำลังตั้งครรภ์
ในที่นี้ act หมายถึง “แสดงหรือแกล้งทำ” ไม่ใช่ “ลงมือทำ” ใน act pregnant คำว่า act ตามด้วยคำคุณศัพท์ pregnant ซึ่งบอกสภาวะที่ต้องแสดง วลีนี้หมายถึงทำท่าเหมือนกำลังตั้งครรภ์ในเกมหรือการแสดง ไม่ได้บอกว่าตั้งครรภ์จริง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ act + คำคุณศัพท์ เช่น act surprised, act calm หรือ act normal ใช้บอกลักษณะหรือพฤติกรรมที่คนหนึ่งตั้งใจแสดงออก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย act + คำคุณศัพท์ surprised: You already know what the gift is, but please ____ when you open it.
ดูคำตอบ
act surprised
to do this ใน If we're going to do this
ในที่นี้ to do this เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง be going to + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย we're going to do this หมายถึง “เราตั้งใจจะทำเรื่องนี้” do เป็นคำกริยาหลัก ส่วน this ย้อนกลับไปอ้างถึงกิจกรรมที่ผู้พูดกำลังคุยกันอยู่แล้ว If เปลี่ยนความตั้งใจนั้นให้เป็นเงื่อนไข If we're going to do this, เกริ่นแนวคิดว่า “ถ้าเราตั้งใจจะทำเรื่องนี้ต่อจริง ๆ...” และโดยทั่วไปต้องมีอนุประโยคหลักหลังเครื่องหมายจุลภาค เพื่อบอกข้อกำหนด การตัดสินใจ หรือขั้นตอนถัดไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ If we're going to do this ได้ถูกต้องเพื่อกำหนดเงื่อนไขของแผนที่ทำร่วมกัน?
- If we're going this to do, we should choose a date today.
- If we're going to doing this, we should choose a date today.
- If we're going to do this, we should choose a date today.
ดูคำตอบ
If we're going to do this, we should choose a date today.
Rub my feet: ขอให้อีกฝ่ายช่วยนวดเท้าเพื่อบรรเทาอาการ
ในที่นี้ Rub my feet หมายถึง “ใช้มือกดและขยับไปมาบนเท้าของฉัน” โดยทั่วไปทำเพื่อบรรเทาความเมื่อยล้าหรือความไม่สบาย ในประโยคนี้ rub ไม่ได้หมายถึงทำความสะอาดหรือเช็ดให้แห้ง ประโยคนี้เป็นประโยคคำสั่ง จึงละประธาน you ไว้ คำว่า my บอกว่าเป็นเท้าของใครที่ได้รับการนวด และใช้โครงสร้างเดียวกันได้ใน rub her feet และ rub your feet
แบบฝึกหัด
เพื่อนเจ็บเท้าหลังจากเดินไกล ประโยคใดเป็นการขอให้อีกฝ่ายใช้มือนวดเท้าเบา ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ
- Could you rub my feet for a minute?
- Could you wipe my feet for a minute?
- Could you rub my shoes for a minute?
ดูคำตอบ
Could you rub my feet for a minute?
Bandit Heeler: การใช้ชื่อเต็มเป็นคำเตือนที่จริงจัง
ในความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด การเรียกทั้งชื่อและนามสกุลของใครสักคนขึ้นมาอย่างกะทันหันอาจทำให้คำเรียกนั้นฟังดูจริงจัง ในที่นี้ การพูดเพียง Bandit Heeler ทำหน้าที่เป็นคำเตือน ผู้พูดกำลังสื่อว่า “ฉันเอาจริงนะ หยุดหรือระวังให้ดี” ไม่ได้กำลังแนะนำตัวเขา ผลเช่นนี้เกิดจากการเปลี่ยนจากชื่อที่คุ้นเคยและใช้ตามปกติมาเป็นชื่อเต็ม ร่วมกับน้ำเสียงหนักแน่นและสถานการณ์ขณะนั้น การเรียกชื่อเต็มไม่ได้หมายถึงความโกรธเสมอไป
แบบฝึกหัด
ในครอบครัวที่ปกติเรียก Daniel ว่า “Dan” พี่สาวพูดว่า “Daniel Brooks.” ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ขณะที่เขาเอื้อมมือไปหยิบแล็ปท็อปของเธอ การใช้ชื่อเต็มน่าจะทำหน้าที่อะไร
- เป็นการแนะนำเขาอย่างเป็นทางการให้คนใหม่รู้จัก
- แสดงว่าเธอจำชื่อเล่นของเขาไม่ได้
- เป็นการเตือนอย่างจริงจังหรือบอกให้เขาหยุด
ดูคำตอบ
เป็นการเตือนอย่างจริงจังหรือบอกให้เขาหยุด
stretch marks: เส้นที่เกิดจากผิวหนังยืด
stretch marks คือเส้นหรือริ้วที่เกิดขึ้นเมื่อผิวหนังยืดหรือเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาจเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ ช่วงที่ร่างกายโตเร็ว หรือน้ำหนักเปลี่ยนแปลง ในประโยคที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์นี้ stretch marks หมายถึงเส้นที่มองเห็นบนผิวหนัง โดยเฉพาะเส้นที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ ปกติใช้เป็นรูปพหูพจน์ หากพูดถึงเส้นเดียวจะใช้ a stretch mark
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่ใช้ทั่วไปสำหรับเส้นที่เกิดจากผิวหนังยืด: After a growth spurt, Leo noticed ____ on his skin.
ดูคำตอบ
stretch marks
How dare you? ในฐานะคำตำหนิอย่างรุนแรง
How dare you? ไม่ใช่คำถามที่ใช้ขอข้อมูลจริง ๆ แต่เป็นการตำหนิอย่างรุนแรงเมื่ออีกฝ่ายทำหรือพูดสิ่งที่ผู้พูดมองว่าน่าตกใจ หยาบคาย หรือน่าขุ่นเคือง สามารถละการกระทำที่กล่าวถึงได้เมื่อบริบททำให้เข้าใจชัดเจนอยู่แล้ว ในการแสดงที่เกินจริงหรือการล้อเล่นที่เห็นได้ชัด วลีเดียวกันนี้อาจฟังดูตลกแบบเล่นใหญ่ แต่พื้นฐานของน้ำเสียงยังคงรุนแรง
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมงานทำผิดพลาดเล็กน้อยโดยไม่ได้ตั้งใจ How dare you? เป็นวิธีที่เป็นกลางในการถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรือไม่?
- ใช่ เป็นการขอคำอธิบายแบบเป็นกลาง
- ไม่ใช่ เป็นการตำหนิอย่างรุนแรงและอาจทำให้สถานการณ์แย่ลง
ดูคำตอบ
ไม่ใช่ เป็นการตำหนิอย่างรุนแรงและอาจทำให้สถานการณ์แย่ลง
You have no idea what I went through: เน้นย้ำความยากลำบากที่ตนเผชิญ
ในที่นี้ You have no idea ไม่ได้เพียงบอกว่าผู้ฟังไม่มีข้อมูล แต่เน้นอย่างมากว่า “คุณไม่อาจเข้าใจหรือจินตนาการได้อย่างแท้จริง” What I went through หมายถึงประสบการณ์ยากลำบากที่ผู้พูดต้องทนผ่านมา ทั้งประโยคเรียกร้องให้ผู้ฟังเห็นความทุกข์ของผู้พูดอย่างจริงจัง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างหนักแน่นว่าอีกฝ่ายไม่อาจเข้าใจได้ว่าประสบการณ์ของคนอื่นยากเพียงใด
- You know exactly how easy that year was for her.
- You have no idea which route she took during that year.
- You have no idea what she went through during that year.
ดูคำตอบ
You have no idea what she went through during that year.
with child: สำนวนแบบเก่าที่หมายถึง pregnant
With child เป็นสำนวนตายตัวแบบเก่าที่หมายถึง pregnant ใน I'm with child คำว่า child ไม่มีคำนำหน้านาม และประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดอยู่กับเด็กคนหนึ่ง ถ้อยคำนี้มักให้ความรู้สึกเป็นภาษาในวรรณกรรม ย้อนยุค สุภาพอ้อมค้อม หรือจงใจให้ดูเป็นละคร ในบทสนทนาสมัยใหม่ทั่วไป รูปที่ตรงและใช้กันตามปกติคือ I'm pregnant
แบบฝึกหัด
เติมบทพูดด้วยสำนวนตายตัวแบบเก่าสองคำที่หมายถึง pregnant: In the historical play, the queen says, "I am ____."
ดูคำตอบ
with child
slow down: ลดความเร็วหรือจังหวะ
slow down หมายถึงเคลื่อนที่หรือทำสิ่งหนึ่งให้ช้าลง ในประโยคนี้ พ่อขอให้ Bluey ลดความเร็วในการวิ่ง ตรงนี้ down บอกว่าความเร็วหรือจังหวะลดลง ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ลงไปยังที่ต่ำกว่า กริยาวลีนี้ใช้ได้กับการเคลื่อนที่ การพูด การขับรถ หรือจังหวะการทำกิจกรรม
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีที่หมายถึง “พูดให้ช้าลง” ลงในคำขอ: You're speaking too fast. Could you ____, please?
ดูคำตอบ
slow down
I better: รูปไม่เป็นทางการของ I’d better
ในการพูดแบบกันเอง I better เป็นรูปไม่เป็นทางการและไม่ใช่รูปมาตรฐานของ I’d better ซึ่งหมายถึง I had better รูปนี้สื่อว่าผู้พูดคิดว่าการทำสิ่งหนึ่งตอนนี้เป็นเรื่องฉลาดหรือจำเป็น โดยมักแฝงว่าการรออาจทำให้เกิดปัญหา โครงสร้างมาตรฐานคือ ประธาน + had better + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น clean จึงเป็นกริยารูปพื้นฐาน ตรงนี้ better เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัว had better ไม่ได้ใช้เปรียบเทียบสองสิ่ง
แบบฝึกหัด
เติมรูปมาตรฐานของ I better แบบไม่เป็นทางการให้สมบูรณ์: I ____ leave now, or I'll miss the bus.
ดูคำตอบ
had better
clean that up: ทำความสะอาดความเลอะเทอะให้เรียบร้อย
clean that up หมายถึงการกำจัดความเลอะเทอะหรือสิ่งสกปรกที่ that กล่าวถึง เพื่อให้สถานที่หรือสิ่งของนั้นสะอาด ในที่นี้ up สื่อว่าทำงานให้เสร็จเรียบร้อย ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน clean up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้เมื่อมีกรรม คำนามวางไว้หลังวลีทั้งหมดหรือแทรกระหว่างสองคำก็ได้: clean up the spill หรือ clean the spill up แต่คำสรรพนามต้องอยู่ตรงกลาง: clean it up
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ clean up และคำสรรพนาม it ตามลำดับที่ถูกต้อง: The dog tracked mud inside, so we need to ____.
ดูคำตอบ
clean it up
cheese and crackers: คำอุทานเบา ๆ ที่ฟังดูขี้เล่น
cheese and crackers มีความหมายตรงตัวเป็นชื่ออาหารสองอย่าง แต่ในที่นี้เป็นคำอุทานเบา ๆ ที่ฟังดูขี้เล่น ผู้พูดใช้เมื่อมีบางอย่างผิดพลาดเพื่อแสดงความประหลาดใจ ความรำคาญ หรือความหงุดหงิด ไม่ได้กำลังขออาหาร นี่คือคำสบถแบบเลี่ยงคำแรง โดยใช้คำที่ไม่รุนแรงแทนคำอุทานที่แรงกว่า น้ำเสียงอาจทำให้มีความรู้สึกใกล้เคียงกับ Oh no! หรือ For goodness' sake!
แบบฝึกหัด
ในประโยค Cheese and crackers! I left my keys at home คำอุทานตอนต้นแสดงอะไร?
- ผู้พูดกำลังอธิบายสูตรอาหาร
- ผู้พูดรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
- ผู้พูดอยากกินของว่าง
ดูคำตอบ
ผู้พูดรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
Bluey, can you clean this up for me, mate? น้ำเสียง/เจตนา
2:01บลูอี้ ช่วยเช็ดตรงนี้ให้พ่อหน่อยได้ไหม?
for me, mate? ในคำขอแบบเป็นกันเอง
ในคำขอ Can you clean this up for me? คำว่า for me ทำให้งานนั้นถูกนำเสนอว่าเป็นการช่วยเหลือผู้พูด แทนที่จะเป็นคำสั่งตรง ๆ mate เป็นคำเรียกผู้ฟังอย่างเป็นมิตร เมื่อใช้ for me และ mate ร่วมกัน คำขอจะฟังดูอบอุ่นและเป็นกันเองมากขึ้น โดย mate ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงคู่รัก
แบบฝึกหัด
for me, mate? ทำหน้าที่อย่างไรในคำขอนี้?
- เรียกผู้ฟังว่าเป็นคู่รักของผู้พูด
- บอกว่าผู้พูดตั้งใจจะทำความสะอาดเองโดยไม่ให้ใครช่วย
- ทำให้คำขอฟังดูเป็นมิตรและเป็นส่วนตัวมากขึ้น
ดูคำตอบ
ทำให้คำขอฟังดูเป็นมิตรและเป็นส่วนตัวมากขึ้น
Watch it! ในฐานะคำเตือนทันที
Watch it! เป็นสำนวนเตือนในภาษาพูดที่มีความหมายว่า Be careful หรือ Pay attention to what you're doing ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้เพื่อตอบสนองต่อการสัมผัสร่างกายที่ไม่ต้องการ และมีน้ำเสียงบ่นเล็กน้อย สรรพนาม it ไม่ได้ชี้ถึงรายการหรือสิ่งของที่ต้องดู สำนวนนี้บอกให้ผู้ฟังควบคุมการกระทำหรือพฤติกรรมของตน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Watch it! เพื่อเตือนเกี่ยวกับการกระทำของผู้ฟัง?
- I put the watch beside it.
- Watch it! You're about to bump into me.
- Watch it tonight; the documentary is excellent.
ดูคำตอบ
Watch it! You're about to bump into me.
eating for two people: สำนวนเกี่ยวกับการตั้งครรภ์
ในประโยคนี้ eating for two people หมายถึงการกินอาหารในช่วงตั้งครรภ์โดยคำนึงถึงทั้งผู้ตั้งครรภ์และทารกที่กำลังเติบโต สำนวนตายตัวที่ใช้กันทั่วไปคือ eating for two เป็นคำพูดแบบเบา ๆ ที่ไม่ได้หมายตามตัวอักษร ใช้อธิบายว่าหิวมากขึ้นหรือกินมากขึ้น ที่นี่ยังช่วยเสริมมุกเรื่องการแกล้งทำเป็นตั้งครรภ์ด้วย ไม่ได้หมายความว่าคนหนึ่งคนต้องกินอาหารเต็มมื้อสำหรับผู้ใหญ่สองคนจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนทั่วไปเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ให้สมบูรณ์: Now that Lena is pregnant, she says she's ____.
ดูคำตอบ
eating for two
Sounds good to me: การตอบรับข้อเสนอหรือแผน
Sounds good to me เป็นคำตอบแบบเป็นกันเองและเป็นเชิงบวกต่อข้อเสนอ แผน หรือการนัดหมาย หมายถึง “ฉันคิดว่าแบบนั้นใช้ได้” หรือ “ฉันเห็นด้วย” sounds ในที่นี้บอกถึงความรู้สึกที่เกิดจากสิ่งที่เพิ่งได้ยิน ไม่ได้หมายถึงเสียงที่ไพเราะเท่านั้น รูปเต็มที่เข้าใจกันคือ That sounds good to me โดยละ that ไว้ ส่วน to me เน้นว่านี่เป็นความคิดเห็นของผู้พูดเอง
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบแบบเป็นกันเองด้วยสำนวนจากบทเรียน: 'We can start at nine.' — '____.'
ดูคำตอบ
Sounds good to me
Uh, I've actually got cravings for these dim sims. โน้ต
2:22เอ่อ จริงๆ แล้วฉันอยากกินติ่มซำพวกนี้มากกว่า
got cravings for: ความอยากอย่างรุนแรงที่ยากจะมองข้าม
ในประโยคนี้ I've got cravings for these dim sims หมายถึงผู้พูดอยากกิน dim sims เหล่านี้มาก ๆ ตรงนี้ have got มีความหมายเหมือน have หรือ “มี” ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดได้รับความอยากนั้นมา craving รุนแรงกว่า want ทั่วไป และมักให้ความรู้สึกว่าเป็นแรงกระตุ้นจากร่างกายหรืออารมณ์ รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ have got cravings for + คำนาม และ have a craving for + คำนาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบที่เน้นไว้เพื่อแสดงความอยากอย่างรุนแรงและเกิดซ้ำ: Since I began training every day, I've ____ salty foods.
ดูคำตอบ
got cravings for
dim sims: ของว่างแบบออสเตรเลีย
dim sim เป็นชื่อของว่างแบบออสเตรเลียที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารจีน มีลักษณะเป็นแป้งห่อไส้และมักนำไปนึ่งหรือทอด ในประโยคนี้ dim sims เป็นรูปพหูพจน์ จึงหมายความว่าผู้พูดอยากกินของว่างนี้มากกว่าหนึ่งชิ้น คำนี้ใช้เป็นหลักในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย แม้จะมีความเกี่ยวข้องทางประวัติศาสตร์กับ dim sum ของจีน แต่ dim sim เป็นชื่ออาหารออสเตรเลียชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ใช่การสะกด dim sum อีกรูปแบบหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบาย dim sims ในประโยคนี้ได้ถูกต้อง?
- เป็นของว่างออสเตรเลียแต่ละชิ้นที่อาจนำไปนึ่งหรือทอด
- เป็นชื่อพหูพจน์ของมื้ออาหาร dim sum แบบกวางตุ้ง
- เป็นเกมจำลองสถานการณ์ด้วยคอมพิวเตอร์
ดูคำตอบ
เป็นของว่างออสเตรเลียแต่ละชิ้นที่อาจนำไปนึ่งหรือทอด
I'll try again: ลองสิ่งเดิมอีกครั้ง
'I'll try again' บอกว่าการลองครั้งก่อนไม่สำเร็จ และตอนนี้ผู้พูดตัดสินใจว่าจะลองซ้ำอีกครั้ง I'll เป็นรูปย่อของ I will โดย will ในที่นี้แสดงการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในขณะนั้น Again ขยายคำว่า try และหมายถึงการลองอีกครั้งกับงานหรือเป้าหมายเดิม ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนไปทำเป้าหมายอื่น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย I'll และวลีที่หมายถึง “ลองทำสิ่งเดิมอีกครั้งหนึ่ง”: That didn't work, so ____.
ดูคำตอบ
I'll try again
Come on: เร่งให้อีกฝ่ายลงมือทำ
ในประโยคนี้ Come on เป็นคำอุทานที่ใช้เร่งให้อีกฝ่ายทำต่อหรือทำให้เร็วขึ้น I'm hungry บอกเหตุผลที่ผู้พูดเริ่มใจร้อน ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “เดินเข้ามาหาฉัน” Come on ยังใช้ให้กำลังใจหรือแสดงความไม่เชื่อได้ด้วย ดังนั้นความหมายจึงขึ้นอยู่กับสถานการณ์และน้ำเสียง ในประโยคนี้มีหน้าที่ผลักดันให้อีกฝ่ายลงมือทำต่อ
แบบฝึกหัด
ใน "I'm hungry. Come on." คำว่า Come on น่าจะทำหน้าที่อะไร?
- ใช้ขอให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาหาผู้พูด
- ใช้บอกว่าผู้พูดไม่หิวแล้ว
- ใช้เร่งให้อีกฝ่ายทำต่อหรือทำให้เร็วขึ้น
ดูคำตอบ
ใช้เร่งให้อีกฝ่ายทำต่อหรือทำให้เร็วขึ้น
Forget this: เลิกทำเพราะหงุดหงิด
ในประโยคนี้ Forget this. หมายถึง ‘ฉันจะไม่ทำสิ่งนี้ต่อแล้ว’ ผู้พูดรู้สึกหงุดหงิดหรือท้อใจ จึงตัดสินใจเลิกกิจกรรมหรือสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ คำว่า this ชี้ถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นการปฏิเสธหรือถอนตัวอย่างห้วน ๆ ไม่ใช่คำขอให้ลบเรื่องหนึ่งออกจากความทรงจำตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Forget this เพื่อแสดงว่าผู้พูดหงุดหงิดและกำลังเลิกกิจกรรมที่ทำอยู่?
- Could we take a short break and continue later?
- Let's keep going. I'm enjoying this game.
- Forget this. I'm done with this game.
ดูคำตอบ
Forget this. I'm done with this game.
How's it going?: ถามถึงสถานการณ์หรือความคืบหน้า
How's it going? เป็นวิธีถามแบบไม่เป็นทางการเกี่ยวกับสภาพของใครบางคนในตอนนี้ หรือความคืบหน้าของสิ่งที่เข้าใจกันอยู่แล้วจากบริบท ในที่นี้ it หมายถึงสถานการณ์และประสบการณ์ปัจจุบันของบุคคลนั้น ไม่ใช่สิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง เมื่อใช้เป็นคำทักทายทั่วไป อาจมีความหมายว่า How are things? หรือ ‘ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง?’ หากมีบริบทของกิจกรรมที่ชัดเจน มักหมายถึง How is that going? หรือ ‘เรื่องนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?’ คำตอบสั้น ๆ เช่น Good, Not bad หรือ It's going well ฟังเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ถามเพื่อนอย่างเป็นธรรมชาติว่าโครงการใหม่คืบหน้าไปอย่างไร?
- How's it going with your new project?
- What does your new project look like?
- When did you start your new project?
ดูคำตอบ
How's it going with your new project?
Too easy, man. ในฐานะคำตอบแบบกันเองของออสเตรเลีย
ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียที่ไม่เป็นทางการ Too easy อาจหมายถึง “ง่ายมาก” หรือเมื่อใช้ตอบก็หมายถึง “ไม่มีปัญหา” ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังบอกอย่างมั่นใจว่าสถานการณ์นี้รับมือได้ง่าย ไม่ได้บ่นว่ามันง่ายเกินไป man เป็นคำเรียกอีกฝ่ายแบบกันเองและช่วยให้ฟังดูสบาย ๆ มากขึ้น ให้ดูบริบทเพื่อเลือกความหมาย หลังคำขอ Too easy อาจใช้ตอบรับคำขอ ส่วนเมื่อพูดถึงงาน ก็อาจเน้นว่างานนั้นแทบไม่ต้องใช้ความพยายาม
แบบฝึกหัด
คำตอบใดใช้ความหมายแบบกันเองของออสเตรเลียว่า “ไม่มีปัญหา” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The puzzle was too easy, so it was boring.
- Could you send me the address? — Too easy.
ดูคำตอบ
Could you send me the address? — Too easy.
what all the fuss is about ในคำถามทางอ้อม
fuss หมายถึงความตื่นเต้น ความกังวล ความวุ่นวาย หรือการบ่นเกี่ยวกับบางสิ่งอย่างเกินจำเป็น what all the fuss is about หมายถึง “เหตุผลที่มีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนั้น” เมื่ออยู่หลัง Don't know ผู้พูดกำลังบอกว่าไม่เข้าใจว่าทำไมคนอื่นจึงมีปฏิกิริยามาก และอาจกำลังสื่อว่าพวกเขาทำเกินเหตุ นี่เป็นคำถามทางอ้อมหลัง know จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what all the fuss is about ส่วนคำถามตรงใช้การสลับตำแหน่ง: What is all the fuss about? คำว่า all เน้นว่ามีความวุ่นวายหรือปฏิกิริยามาก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ลำดับคำของคำถามทางอ้อมได้ถูกต้อง
- I don't understand what is all the fuss about.
- I don't understand what all the fuss is about.
ดูคำตอบ
I don't understand what all the fuss is about.
Well, soon you'll start feeling the baby kicking. ไวยากรณ์
3:01งั้นอีกเดี๋ยวคุณก็จะเริ่มรู้สึกว่าลูกดิ้นแล้วล่ะ
start feeling the baby kicking: ความรู้สึกเริ่มเกิดขึ้น
start + รูป -ing แสดงว่ากิจกรรม กระบวนการ หรือประสบการณ์เริ่มต้นขึ้น ในที่นี้ start feeling หมายถึงความรู้สึกทางร่างกายกำลังจะเริ่มเกิดขึ้นในไม่ช้า ภายในวลีนี้ feel + กรรม + -ing หมายถึงการรับรู้การกระทำขณะที่กำลังเกิดขึ้น the baby คือสิ่งที่รู้สึกได้ และ kicking คือการกระทำของทารก คนฟังไม่ใช่ผู้ที่กำลังเตะ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ start กับรูป -ing ของ feel: As the train gets closer, you'll ____ the floor shaking.
ดูคำตอบ
start feeling
not ... for a little while: ต้องรออีกเล็กน้อย
for a little while โดยทั่วไปใช้บอกช่วงเวลาสั้น ๆ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอยู่ภายใต้ความหมายเชิงปฏิเสธใน that's not for a little while เมื่อมอง not ... for a little while เป็นหน่วยเดียว จะหมายความว่าเหตุการณ์นั้นจะยังไม่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ ถัดจากนี้ จึงต้องรออีกเล็กน้อย ให้อ่านคำปฏิเสธกับวลีบอกเวลาร่วมกัน ประโยคนี้พูดถึงการต้องรอ ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์จะดำเนินอยู่นานเท่าไร
แบบฝึกหัด
ใน “The package won't arrive for a little while.” วลีบอกเวลาหมายความว่าอย่างไร
- พัสดุจะมาถึงทันทีและอยู่เพียงช่วงสั้น ๆ
- พัสดุจะยังไม่มาถึงทันที ต้องรออีกสักครู่
- พัสดุมาถึงก่อนหน้านี้เพื่อแวะมาไม่นาน
ดูคำตอบ
พัสดุจะยังไม่มาถึงทันที ต้องรออีกสักครู่
Me guts: me แบบภาษาถิ่นที่มีความหมายว่า my
ใน Me guts คำว่า me ทำหน้าที่แสดงความเป็นเจ้าของแบบไม่เป็นมาตรฐานหน้าคำนาม guts ในภาษาอังกฤษมาตรฐานจะใช้ my ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “my guts” หรือในบริบทนี้กว้าง ๆ ว่า “ท้อง/ข้างในท้องของฉัน” ไม่ใช่การใช้ me เป็นคำสรรพนามกรรมตามปกติ คำอุทานสั้น ๆ นี้ฟังดูห้าว เกินจริง และเป็นเสียงเฉพาะของตัวละคร ผู้พูดจึงร้องบอกความเจ็บปวดพร้อมเพิ่มน้ำเสียงแบบภาษาถิ่นที่ชวนขำ
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดให้ความหมายแบบภาษาอังกฤษมาตรฐานของ Me guts ในประโยคนี้
- หมายถึง “Give me courage.”
- เป็นวิธีพูด “I am brave.” แบบมาตรฐาน
- เป็นวิธีพูด “My guts.” แบบไม่เป็นมาตรฐาน
ดูคำตอบ
เป็นวิธีพูด “My guts.” แบบไม่เป็นมาตรฐาน
you never forget that first...: เน้นว่าประสบการณ์ครั้งแรกน่าจดจำ
You never forget... ใช้บอกว่าประสบการณ์หนึ่งน่าจดจำมาก ในประโยคนี้ that first kick หมายถึงครั้งแรกที่รู้สึกว่าทารกเตะ และโครงสร้างนี้ทำให้ประสบการณ์ครั้งแรกนั้นมีน้ำหนักทางอารมณ์เป็นพิเศษ you ในที่นี้ใช้กล่าวรวม ๆ ถึงคนทั่วไป ไม่ได้หมายถึงผู้ฟังตรงหน้าเพียงคนเดียว ส่วน never มักใช้เน้นอารมณ์ จึงใกล้กับความหมายว่า “ลืมได้ยากมาก” มากกว่าจะรับรองตามตัวอักษรว่าไม่มีใครลืมได้เลย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองคำจากบทเรียนที่ใช้กับประสบการณ์ซึ่งน่าจดจำมาก: You ____ your first day at a new school.
ดูคำตอบ
never forget
that's a wrap: ประกาศว่ากิจกรรมจบแล้ว
“That’s a wrap” เป็นสำนวนพูดตายตัวที่หมายความว่าการถ่ายทำ งาน หรือกิจกรรมสิ้นสุดแล้ว ในประโยคนี้ใช้ประกาศว่าเกมจบแล้ว wrap ในสำนวนนี้เป็นคำนาม ไม่ได้หมายถึงการห่อสิ่งของ สำนวนนี้มาจากวงการผลิตภาพยนตร์และโทรทัศน์ แต่ปัจจุบันยังใช้เพื่อปิดการประชุม การซ้อม โปรเจกต์ และกิจกรรมกลุ่มทั่วไปได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนจากกองถ่ายที่ใช้ประกาศว่ากิจกรรมสิ้นสุดแล้ว: Great work, everyone. That's ____.
ดูคำตอบ
a wrap
had the baby: คลอดลูกแล้ว
ในบริบทการคลอด “had the baby” หมายถึง “คลอดลูกแล้ว” เป็นการกล่าวถึงเหตุการณ์ ไม่ใช่เพียงสถานการณ์ครอบครัวที่ใครคนหนึ่งมีลูกหรือดูแลเด็กอยู่ “You haven’t had the baby” ใช้ present perfect รูปปฏิเสธ: have not + had หมายความว่าจนถึงตอนนี้การคลอดที่คาดไว้ยังไม่เกิดขึ้น ส่วน “The baby” หมายถึงทารกคนที่ผู้ร่วมสนทนารู้อยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่า Mia คลอดลูกเมื่อเช้าตรู่วันนี้?
- Mia has a baby at home.
- Mia had the baby early this morning.
- Mia is looking after the baby this morning.
ดูคำตอบ
Mia had the baby early this morning.
get this thing off: เอาของออก
ในโครงสร้าง get + กรรม + off คำว่า off เป็นส่วนของกริยาวลีที่บอกว่าสิ่งของถูกเอาออกจากร่างกาย พื้นผิว หรือจุดที่ติดอยู่ ในประโยคนี้ get this thing off หมายถึงเอาของที่สวมอยู่ออก ไม่ได้หมายถึงลงจากยานพาหนะ กรรมวางอยู่ระหว่าง get กับ off ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม รูปที่ใช้ตามปกติในความหมายนี้คือ get it off
แบบฝึกหัด
เรียง get, it และ off ให้ถูกต้องเพื่อเติมคำถามให้สมบูรณ์: This sticker will not move. How can I ____?
ดูคำตอบ
get it off
You said ...: นำคำพูดของอีกฝ่ายกลับมาใช้
ผู้พูดเริ่มด้วย You said แล้วพูดซ้ำกฎที่อีกฝ่ายเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ จึงเป็นการนำข้อมูลเก่ากลับมาใช้ในบทสนทนาปัจจุบัน ไม่ใช่การเสนอกฎใหม่ เมื่อผู้พูดนำคำพูดของอีกฝ่ายมาใช้กับเจ้าตัว กฎนั้นจึงกลายเป็นแรงกดดันให้ทำตามสิ่งที่ตนเองพูด การย้อนกลับมาใช้คำพูดเดิมทำให้สถานการณ์พลิกและเกิดความขบขัน เพราะคนที่ตั้งมาตรฐานไว้กลับถูกมาตรฐานของตนเองผูกมัด
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้ทำหน้าที่หลักอะไรในบทสนทนา: You said if you're going to do something, do it properly.
- ประโยคนี้นำกฎของเขาเองกลับมาใช้เพื่อกดดันให้เขาทำตาม
- ประโยคนี้เสนอกฎใหม่ที่ยังไม่มีใครเคยพูดถึง
- ประโยคนี้ขอให้เขาอธิบายความหมายของ properly
ดูคำตอบ
ประโยคนี้นำกฎของเขาเองกลับมาใช้เพื่อกดดันให้เขาทำตาม
advice doesn't apply to me: ใช้ apply to เพื่อบอกว่า “มีผลกับ”
ในที่นี้ apply to หมายถึง “เกี่ยวข้องกับหรือมีผลใช้กับใครบางคน” advice คือสิ่งที่อาจมีผลใช้ ส่วน to me ระบุคนที่ได้รับผล รูปปฏิเสธแสดงว่าผู้พูดบอกว่าคำแนะนำนั้นไม่ได้มีไว้สำหรับตน apply ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ยื่นใบสมัคร” โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ rule, advice, law หรือ condition + apply to + บุคคลหรือสถานการณ์
แบบฝึกหัด
เติมรูปปฏิเสธของ apply to ให้สมบูรณ์: This advice ____ freelancers.
ดูคำตอบ
doesn't apply to
having a baby: กำลังคลอดในฉากปัจจุบัน
ในฉากจำลองการคลอดนี้ is having a baby หมายถึงการคลอดกำลังเกิดขึ้นตอนนี้ เขากำลังสวมบทเป็นคนที่คลอดลูก Having บรรยายเหตุการณ์ ไม่ใช่การครอบครอง และ present progressive แสดงว่าเหตุการณ์กำลังดำเนินอยู่ ในบริบทอื่น be having a baby อาจหมายถึงกำลังจะมีลูกหรือกำลังจะเป็นพ่อแม่ โดยเฉพาะเมื่อมีเวล future เช่น in June การกระทำและคำบอกเวลารอบข้างจะช่วยตัดสินว่าหมายถึงเหตุการณ์ใด
แบบฝึกหัด
ตัวละครอยู่ในห้องคลอดจำลองและหายใจระหว่างการหดรัดตัว แล้วมีคนพูดว่า "He's having a baby." ประโยคนี้หมายถึงอะไรในฉากดังกล่าว?
- ตัวละครกำลังแสดงว่าการคลอดเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้
- ตัวละครเป็นเจ้าของทารก
- ตัวละครกำลังดูแลทารก
ดูคำตอบ
ตัวละครกำลังแสดงว่าการคลอดเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้
What are you asking me for?: “มาถามฉันทำไม?”
โครงสร้าง What ... for? ใช้ถามเหตุผลหรือจุดประสงค์ และมักมีความหมายเท่ากับ Why ...? ในที่นี้ What are you asking me for? หมายถึง “มาถามฉันทำไม?” หรือ “ทำไมถึงเลือกให้ฉันเป็นคนตอบ?” ไม่ได้ถามว่าอีกฝ่ายกำลังถามเรื่องอะไร เพราะผู้พูดไม่คิดว่าตนเองเป็นคนที่เหมาะจะตอบ คำถามนี้จึงอาจสื่อถึงความประหลาดใจ ความไม่แน่ใจ หรือการไม่ต้องการรับผิดชอบเรื่องนั้น
แบบฝึกหัด
มีคนขอให้คุณอธิบายการตัดสินใจเรื่องหนึ่ง แต่คุณไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง คำถามใดหมายถึง “มาถามฉันทำไม?”
- What are you asking for?
- What are you asking me?
- What are you asking me for?
ดูคำตอบ
What are you asking me for?
midwife: ผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลการตั้งครรภ์และการคลอด
midwife หมายถึงผดุงครรภ์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่ผ่านการฝึกอบรมให้ดูแลระหว่างตั้งครรภ์ เจ็บครรภ์ คลอดบุตร และช่วงแรกหลังคลอด ใน Aren't you the midwife? ผู้พูดคิดว่าอีกฝ่ายคือผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยในการคลอด midwife เป็นชื่อตำแหน่งงานเฉพาะ ไม่ใช่คำทั่วไปที่หมายถึงภรรยาหรือพยาบาลทุกคน และคนทุกเพศสามารถประกอบอาชีพนี้ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ midwife ด้วยความหมายที่ถูกต้อง?
- The midwife fixed the broken television.
- A midwife is any person who has a wife.
- The midwife cared for the patient during labour and helped with the birth.
ดูคำตอบ
The midwife cared for the patient during labour and helped with the birth.
at a petrol station: ภาษาอังกฤษแบบบริติชสำหรับสถานที่ขายเชื้อเพลิง
petrol station เป็นคำที่ใช้ทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบบริติช หมายถึงสถานที่ที่ผู้ขับขี่ซื้อเชื้อเพลิงให้รถ ในประโยคนี้ at แสดงว่าสถานที่นั้นเป็นที่ทำงานของผู้พูด ดังนั้น work at a petrol station จึงหมายถึงทำงานอยู่ที่นั่น ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน สถานที่เดียวกันนี้มักเรียกว่า gas station
แบบฝึกหัด
เติมคำภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้ทั่วไปสำหรับสถานที่ที่ผู้ขับขี่ซื้อเชื้อเพลิง: We stopped at a ____ to fill up.
ดูคำตอบ
petrol station
deliver my baby: deliver ในบริบทของการคลอด
ใน deliver my baby คำว่า deliver หมายถึงช่วยให้ทารกคลอดออกมา หรือทำคลอด คำถามนี้ถามว่าแพทย์ ผดุงครรภ์ หรือผู้ช่วยคนใดจะช่วยในการคลอด ไม่ได้หมายถึงการนำทารกไปส่งที่อื่น บทบาทของแต่ละคนในประโยคสำคัญมาก my baby ระบุว่าเป็นลูกของผู้พูด ส่วนคนที่จะ deliver the baby คือผู้ที่ช่วยทำคลอด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย deliver ในความหมายว่าช่วยทำคลอด: The midwife will ____ the baby at the hospital.
ดูคำตอบ
deliver
true blue: ซื่อสัตย์ จริงใจ หรือเป็นชาวออสเตรเลียแท้ ๆ
ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย true blue ใช้ชมคนที่ซื่อสัตย์และจริงใจได้ และยังหมายถึงคนที่เป็นชาวออสเตรเลียอย่างแท้จริงหรือมีความเป็นออสเตรเลียอย่างเต็มตัวได้ด้วย ใน “Hey, true blue.” คำนี้ฟังเหมือนคำเรียกอย่างเป็นกันเอง ไม่ใช่การบรรยายสี ในฉากนี้ ผู้พูดยังร้องคำที่เกี่ยวข้องกับเพลงออสเตรเลียชื่อ “True Blue” การรู้ว่าเป็นการอ้างถึงเพลงนี้จะช่วยอธิบายว่าทำไมวลีนี้จึงเพิ่มกลิ่นอายทางวัฒนธรรมออสเตรเลียให้กับฉาก
แบบฝึกหัด
ในบริบทแบบออสเตรเลียนี้ true blue น่าจะสื่อถึงอะไรที่สุด?
- บอกว่าคนคนนั้นสวมเสื้อผ้าสีน้ำเงินในเฉดที่ตรงเป๊ะ
- สื่อว่าคนคนนั้นซื่อสัตย์ จริงใจ หรือเป็นชาวออสเตรเลียแท้ ๆ
- หมายความว่าคนคนนั้นรู้สึกหนาว
ดูคำตอบ
สื่อว่าคนคนนั้นซื่อสัตย์ จริงใจ หรือเป็นชาวออสเตรเลียแท้ ๆ
give us a hand with something: ขอความช่วยเหลือ
โครงสร้าง give + person + a hand + with + task หมายถึง “ช่วยคนนั้นทำงานอย่างหนึ่ง” ในประโยคนี้ us ระบุคนที่ต้องการความช่วยเหลือ ส่วน with something ยังไม่ได้บอกชัดว่างานนั้นคืออะไร hand ในที่นี้หมายถึงความช่วยเหลือ ไม่ใช่อวัยวะของร่างกาย การใช้ Can you ทำให้สำนวนนี้กลายเป็นคำขอที่เป็นธรรมชาติและเป็นมิตร
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ขาดจากสำนวน give someone a hand ให้ประโยคสมบูรณ์: Could you give me ____ with this heavy suitcase?
ดูคำตอบ
a hand
didn't know this was ...: เพิ่งรู้ตอนนี้ว่าสิ่งตรงหน้าคืออะไร
Didn't know this was ... หมายความว่าก่อนหน้านี้ผู้พูดยังไม่เข้าใจว่าสิ่งของหรือสถานการณ์ตรงหน้าคืออะไร และเพิ่งเข้าใจตอนนี้ this ชี้ไปยังสิ่งที่ผู้พูดกำลังเห็นหรือเผชิญอยู่ ส่วน didn't know บอกถึงการไม่รู้ในช่วงก่อนหน้าและสื่อว่าตอนนี้ผู้พูดเข้าใจแล้ว ในที่นี้ the something เป็นการนำคำคลุมเครือ something ที่ใช้ก่อนหน้านี้มาพูดซ้ำแบบขำ ๆ ผู้พูดเพิ่งรู้ว่างานที่ตนรับปากไว้คืองานเหนือความคาดหมายตรงหน้า ประโยคนี้จึงอาจแสดงทั้งความประหลาดใจและความลังเลที่รับปากไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงว่าผู้พูดเพิ่งรู้ว่าการประชุมตรงหน้าคือการประชุมที่เคยพูดถึงก่อนหน้านี้
- I knew this was the meeting you meant.
- I didn't know this was the meeting you meant.
- I don't know where the meeting will be.
ดูคำตอบ
I didn't know this was the meeting you meant.
Harden up: คำสั่งตรงและแรงให้เข้มแข็งขึ้น
Harden up เป็นคำสั่งแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “เข้มแข็งกว่านี้” “หยุดบ่น” หรือ “อย่าถอย” ในที่นี้ harden ไม่ได้หมายถึงร่างกายแข็งขึ้นจริง ๆ แต่หมายถึงทำให้ความรู้สึกหรือท่าทีแข็งแกร่งขึ้น การเรียกชื่อ Pat ทำให้คำสั่งตรงมาก ในฉากนี้ผู้พูดกำลังกดดันให้ Pat ทำต่อแทนที่จะถอนตัว
แบบฝึกหัด
จริงหรือเท็จ: การพูด “Harden up!” กับเพื่อนร่วมงานที่ไม่คุ้นเคยและกำลังทุกข์ใจอย่างหนัก มักเป็นคำพูดที่อ่อนโยนและใส่ใจ
- เท็จ
- จริง
ดูคำตอบ
เท็จ
thought you grew up on a farm: นึกว่าคุณโตมาในฟาร์ม
ในที่นี้ grew up on a farm หมายถึงใช้ชีวิตวัยเด็กและเติบโตมาในฟาร์ม grow up ใช้พูดถึงการเติบโตของคนตั้งแต่วัยเด็ก ส่วน on a farm บอกสภาพแวดล้อมที่เติบโตมา ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นปลูกพืชผล I thought you ... แสดงว่านี่เป็นสิ่งที่ผู้พูดเคยเชื่อมาก่อน ในบริบทนี้ สถานการณ์ตรงหน้าไม่ตรงกับความเชื่อนั้น ผู้พูดจึงกำลังตั้งคำถามกับข้อสันนิษฐานเดิม ในภาษาอังกฤษ เมื่อใช้ farm กับ live, work หรือ grow up มักใช้ on เช่น live on a farm
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่หมายถึง “ใช้ชีวิตวัยเด็กในฟาร์ม” ลงในประโยค: Maya ____, so she is comfortable around farm animals.
ดูคำตอบ
grew up on a farm
a wicket ในกีฬาคริกเก็ต
Wicket มีความหมายที่เกี่ยวข้องกันหลายอย่างในกีฬาคริกเก็ต อาจหมายถึงเป้าที่มีตอไม้สามอันอยู่ด้านหลังผู้ตี หรือหมายถึงเหตุการณ์ที่ผู้ตีออกจากการแข่งขันก็ได้ ใน Just shout if there's a wicket คำนี้หมายถึงมีผู้ตีออก ผู้พูดต้องการให้บอกเมื่อเหตุการณ์สำคัญนี้เกิดขึ้นในการแข่งขัน ไม่ได้หมายถึงมีประตูเล็ก ๆ ปรากฏขึ้น
แบบฝึกหัด
ในกีฬาคริกเก็ต “there's a wicket” ในบริบทนี้น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?
- ประตูเล็กในสวนเปิดออกแล้ว
- การแข่งขันถูกยกเลิกแล้ว
- ผู้ตีคนหนึ่งออกแล้ว
ดูคำตอบ
ผู้ตีคนหนึ่งออกแล้ว
How hard can this be?: คำถามเชิงวาทศิลป์ที่แสดงความมั่นใจ
How hard can this be? มีรูปเป็นคำถามเกี่ยวกับความยาก แต่ในที่นี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดสื่อว่างานนี้คงไม่ยากมาก แทนที่จะขอให้ประเมินระดับความยากอย่างเป็นกลาง คำพูดที่มั่นใจแบบนี้อาจปูทางให้เกิดความย้อนแย้งได้ หากต่อมางานกลับยากขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่องว่างระหว่างความมั่นใจกับผลที่เกิดขึ้นจะสร้างความขบขัน
แบบฝึกหัด
เติมคำถามเชิงวาทศิลป์ที่สื่ออย่างมั่นใจว่างานนี้คงไม่ยากมากให้สมบูรณ์: I've watched one tutorial. ____?
ดูคำตอบ
How hard can this be
I'm not going anywhere: อยู่ต่อหรือยืนกรานไม่ถอย
I'm not going anywhere หมายความว่าผู้พูดจะไม่จากไป ในที่นี้ผู้พูดกำลังถูกดึง จึงเป็นการปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าจะไม่ขยับออกไป ประโยคเดียวกันนี้ใช้ในความหมายเชิงนามธรรมได้ด้วย โดยอาจเป็นคำสัญญาว่าจะคอยสนับสนุนต่อไป หรือบอกว่าบุคคลนั้นจะไม่ยอมเลิกและไม่ยอมถูกผลักออกไป บริบทจะบอกว่าจุดเน้นคือสถานที่จริงหรือความมุ่งมั่น
แบบฝึกหัด
เพื่อนกลัวว่าคุณจะจากไป ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดว่าคุณจะอยู่ต่อเพื่อให้เพื่อนสบายใจ?
- I'm going nowhere with this project.
- I'm not going anywhere.
- I'm going somewhere after lunch.
ดูคำตอบ
I'm not going anywhere.
we'll see about this: สื่อว่าจะลงมือทำหรือท้าทาย
ในที่นี้ we'll see about this ไม่ได้หมายถึงแค่การมองดูสิ่งของบางอย่างในภายหลัง แต่หมายถึงผู้พูดตั้งใจจะลงมือทำอะไรกับสถานการณ์ตรงหน้าแทนที่จะยอมรับผลที่เกิดขึ้น ความหมายอาจเป็น “ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง” แบบหนักแน่น หรือ “เดี๋ยวได้รู้กัน” แบบท้าทาย ขึ้นอยู่กับน้ำเสียง ในประโยคนี้เป็นความหมายแบบท้าทายและพร้อมลงมือทำ
แบบฝึกหัด
ในการสนทนาที่ตึงเครียด we'll see about this มีแนวโน้มสื่อถึงอะไรที่สุด?
- ผู้พูดต้องการให้ทุกคนมองดูสิ่งของชิ้นหนึ่ง
- ผู้พูดตัดสินใจจะไม่สนใจสถานการณ์นั้น
- ผู้พูดตั้งใจจะลงมือทำหรือท้าทายสถานการณ์นั้น
ดูคำตอบ
ผู้พูดตั้งใจจะลงมือทำหรือท้าทายสถานการณ์นั้น
none for six: หกรันโดยยังไม่เสียวิกเก็ต
ในคริกเก็ต none for six เป็นการบอกคะแนนแบบย่อ หมายถึงฝ่ายตีทำได้หกรันโดยยังไม่เสียวิกเก็ตเลย none หมายถึงจำนวนวิกเก็ตที่เสีย ส่วน six หมายถึงจำนวนรันที่ทำได้ สำนวนนี้ละคำที่ผู้เล่นและแฟนคริกเก็ตเข้าใจจากบริบท โดยความหมายเต็มคือเสียศูนย์วิกเก็ตและทำได้หกรัน ไม่ได้หมายถึงศูนย์รัน
แบบฝึกหัด
ตามธรรมเนียมการบอกคะแนนที่ใช้ในที่นี้ none for six หมายถึงอะไร?
- ทำได้หกรันและเสียหกวิกเก็ต
- ทำได้หกรันและยังไม่เสียวิกเก็ต
- ทำได้ศูนย์รันและเสียหกวิกเก็ต
ดูคำตอบ
ทำได้หกรันและยังไม่เสียวิกเก็ต
การทำคะแนนคริกเก็ต: boundaries ... boundary, two singles
ในที่นี้ boundary และ single เป็นศัพท์การทำคะแนนในกีฬาคริกเก็ต boundary โดยทั่วไปได้สี่รันเมื่อลูกไปถึงขอบสนามหลังแตะพื้น หรือได้หกรันเมื่อลูกข้ามขอบสนามโดยไม่แตะพื้น ส่วน single คือหนึ่งรัน ซึ่งมักได้จากผู้ตีสองคนวิ่งระหว่างวิกเก็ตหนึ่งครั้ง Any boundaries? เป็นการถามว่ามีลูกตีที่ทำ boundary หรือไม่ ส่วน One boundary, two singles เป็นการสรุปสั้น ๆ ว่าได้รันมาอย่างไร ในที่นี้ boundary ไม่ได้หมายถึงขอบเขตส่วนตัว และ singles ไม่ได้หมายถึงคนโสด
แบบฝึกหัด
ในบทสนทนาเกี่ยวกับคริกเก็ตนี้ One boundary, two singles รายงานอะไร?
- พวกเขาทำได้หนึ่ง boundary และสอง singles
- พวกเขาระบุขอบสนามหนึ่งจุดและผู้เล่นสองคน
- พวกเขาพูดถึงขอบเขตส่วนตัวหนึ่งข้อและคนโสดสองคน
ดูคำตอบ
พวกเขาทำได้หนึ่ง boundary และสอง singles
do like to: do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า
ใน I do like to... คำว่า do ใช้เพื่อเน้นความหมาย โดยทำให้ประโยคบอกเล่า I like to... หนักแน่นขึ้น สื่อว่าชอบสิ่งนั้นจริง ๆ คำนี้ไม่ได้ใช้สร้างคำถาม เมื่อใช้ do, does หรือ did เพื่อเน้น กริยาหลักยังคงเป็นรูปพื้นฐาน เช่น do like, does enjoy และ did want ในที่นี้ like to ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน be
แบบฝึกหัด
เติมประโยคบอกเล่าด้วย do ที่ใช้เพื่อเน้น: I ____ like to read by the window.
ดูคำตอบ
do
get me out: ทำให้ใครบางคนออกจากที่ปิด
get me out ใช้โครงสร้าง get + คนหรือสิ่งของ + out หมายถึงทำให้หรือช่วยให้คนหรือสิ่งของนั้นออกจากที่ปิด ที่ติดอยู่ หรือจุดที่ออกมาได้ยาก คำว่า me บอกว่าคนที่ถูกพาออกคือผู้พูด ส่วน out แสดงการเคลื่อนจากข้างในไปข้างนอก ใน You'll never get me out คำว่า never ทำให้ประโยคมีน้ำเสียงท้าทาย ผู้พูดยืนยันว่าคนอื่นจะเอาตัวผู้พูดออกมาไม่สำเร็จ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายถึง “กรุณาช่วยให้เด็กออกมาจากในรถ”
- Please get the child out of the car.
- Please take the child out to buy a car.
- Please get out and call the child.
ดูคำตอบ
Please get the child out of the car.
She's not budging: ออกแรงแล้วก็ยังไม่ขยับ
budge หมายถึงขยับแม้เพียงเล็กน้อย มักใช้เมื่อคนหรือสิ่งของดันหรือดึงได้ยาก She's not budging หมายถึงแม้จะออกแรงแล้ว เธอก็ยังไม่ขยับเลย คำกริยานี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย คนที่ไม่ยอม budge คือคนที่ปฏิเสธจะเปลี่ยนการตัดสินใจหรือจุดยืน แต่ในประโยคนี้หมายถึงการเคลื่อนไหวทางกาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูป -ing ของ budge: The drawer is stuck. It isn't ____.
ดูคำตอบ
budging
have to go through the sunroof: อุปมาแบบขำ ๆ เกี่ยวกับการคลอด
ประโยคนี้จินตนาการว่าร่างกายเป็นรถยนต์ และทารกเป็นคนที่กำลังหาทางออกอื่น ซันรูฟแทนวิธีอื่นที่ทำให้ทารกคลอดออกมา ดังนั้นคำพูดนี้จึงเป็นอุปมาแบบขำ ๆ ไม่ได้กำลังพูดถึงรถจริง ความตลกเกิดจากการนำส่วนหนึ่งของรถมาใช้กับฉากการคลอด ในบริบทอื่น ให้มองหาการเปรียบเทียบที่ทุกคนเข้าใจร่วมกัน ซึ่งทำให้การกระทำที่เป็นไปไม่ได้ตามความหมายตรงตัวมีความหมายขึ้นมา
แบบฝึกหัด
ในฉากนี้ have to go through the sunroof หมายความว่าอย่างไร
- พวกเขาต้องซ่อมซันรูฟก่อนที่ทารกจะเกิด
- พวกเขาอยู่ในรถจริงและต้องปีนออกทางหลังคา
- พวกเขาอาจต้องใช้วิธีอื่นเพื่อให้ทารกคลอดออกมา โดยเปรียบอย่างขำ ๆ ว่าเหมือนออกทางช่องบนหลังคารถ
ดูคำตอบ
พวกเขาอาจต้องใช้วิธีอื่นเพื่อให้ทารกคลอดออกมา โดยเปรียบอย่างขำ ๆ ว่าเหมือนออกทางช่องบนหลังคารถ
Give me a go: ขอให้ถึงตาตัวเองลอง
ในที่นี้ a go เป็นคำนามนับได้ที่หมายถึงการลองหนึ่งครั้งหรือหนึ่งรอบ ดังนั้น Give me a go จึงหมายถึง “ให้ฉันลองบ้าง” หรือ “ให้ถึงตาฉันบ้าง” ส่วน go ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ ใช้สำนวนนี้เมื่อคนอื่นกำลังทำหรือลองบางอย่างอยู่ และคุณต้องการโอกาสรับช่วงมาลองเอง
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบของ B ด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ให้ฉันลองบ้าง”: A: I've tried twice, but the lid is stuck. B: ____, please.
ดูคำตอบ
Give me a go
Caught behind: การออกในคริกเก็ตเมื่อวิกเก็ตคีปเปอร์รับลูกได้
“Caught behind” เป็นวิธีหนึ่งที่ผู้ตีออกในกีฬาคริกเก็ต ลูกบอลแตะหรือเฉี่ยวไม้ของผู้ตี แล้ววิกเก็ตคีปเปอร์ที่อยู่หลังวิกเก็ตรับลูกไว้ก่อนที่ลูกจะกระดอนจากพื้น ในรายงานการแข่งขันสั้น ๆ นี้ วลีดังกล่าวบอกว่าผู้เล่นออกอย่างไร “Behind” หมายถึงตำแหน่งของวิกเก็ตคีปเปอร์ ไม่ได้หมายถึงมีคนถูกจับจากด้านหลังในการไล่ตามทั่วไป
แบบฝึกหัด
ในกีฬาคริกเก็ต เหตุการณ์ใดเรียกว่า caught behind?
- ผู้เล่นในสนามรับลูกโด่งได้ใกล้เส้นเขตสนาม
- ลูกเฉี่ยวไม้ แล้ววิกเก็ตคีปเปอร์รับได้ก่อนลูกกระดอน
- ลูกผ่านผู้ตีและกลิ้งไปด้านหลังวิกเก็ตคีปเปอร์
ดูคำตอบ
ลูกเฉี่ยวไม้ แล้ววิกเก็ตคีปเปอร์รับได้ก่อนลูกกระดอน
biscuits ใน Oh, biscuits! ที่ใช้เป็นคำอุทานเบา ๆ
“Biscuits” ปกติหมายถึงอาหารอบชนิดหนึ่ง แต่ใน “Oh, biscuits!” คำนี้ทำหน้าที่เป็นคำอุทานเบา ๆ เพื่อแสดงความผิดหวังหรือความรำคาญ ผู้พูดใช้คำธรรมดาที่ไม่หยาบแทนคำสบถที่แรงกว่า จึงทำให้ปฏิกิริยานี้เหมาะกับเด็กและมีอารมณ์ขำ ๆ ในที่นี้จึงมีความหมายคล้าย “โอ้ ไม่นะ!” หรือ “แย่จัง!” ไม่ได้กำลังพูดถึงอาหาร
แบบฝึกหัด
ใช้คำเกี่ยวกับอาหารที่เป็นเป้าหมายของบทเรียนนี้เติมคำอุทานเบา ๆ ให้สมบูรณ์: Oh, ____! I missed the bus.
ดูคำตอบ
biscuits
got to see this: ความจำเป็นหรือความอยากอย่างแรงกล้า
ในบริบทนี้ Just got to see this เป็นวลีสนทนาแบบสั้นและรวดเร็วจาก I've just got to see this โครงสร้าง have got to + คำกริยารูปพื้นฐานใช้เมื่อผู้พูดรู้สึกว่าจำเป็นมากหรือมีความอยากอย่างแรงกล้า หมายถึง “ฉันต้องดูนี่ให้ได้” แม้จะละประธานและกริยาช่วยไว้ แต่เข้าใจได้จากสถานการณ์ ในที่นี้ just เน้นความรู้สึกเร่งด่วน ณ ตอนนั้น ส่วน got ไม่ได้เป็นเพียงรูปอดีตของ get
แบบฝึกหัด
เพื่อนกำลังจะปิดหน้าผลการแข่งขันสด แต่คุณรู้สึกว่าต้องดูคะแนนให้ได้ ประโยคใดแสดงความรู้สึกแรงกล้านี้
- I've just got to see the final score.
- I've just seen the final score.
- I just got to see the final score yesterday.
ดูคำตอบ
I've just got to see the final score.
Time to come out: สัญญาณสั้น ๆ ให้ลงมือทำ
Time to + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นรูปสนทนาแบบสั้นของ It's time to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกอีกฝ่ายว่าถึงเวลาทำสิ่งต่อไปแล้ว ในที่นี้ come out หมายถึงออกมาจากข้างในหรือจากที่ซ่อนมายังจุดที่มองเห็นได้ ประโยคนี้เป็นสัญญาณให้ลงมือทำ ไม่ใช่คำถามว่าเวลาเท่าไร
แบบฝึกหัด
ใช้สัญญาณสั้น ๆ จากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: The hiding game is over. ____.
ดูคำตอบ
Time to come out
right-o: คำว่า “ตกลง” แบบกันเองในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลีย
ในที่นี้ right-o เป็นคำตอบในภาษาพูดที่ใช้เดี่ยว ๆ ได้ หมายถึง “ตกลง” “ได้เลย” หรือ “ฉันจะทำ” ผู้พูดกำลังตอบรับสิ่งที่อีกฝ่ายขออย่างเป็นกันเอง ให้เข้าใจ right-o เป็นคำอุทานตอบรับหนึ่งคำ ในการใช้นี้ right ไม่ได้หมายถึงทิศทางและไม่ได้บอกว่าสิ่งใดถูกต้อง ส่วน -o ที่เติมเข้ามาทำให้คำตอบฟังสบาย ๆ และไม่เป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ right-o สื่อความหมายอะไร
- คำสั่งให้เลี้ยวขวา
- การตัดสินว่าคำตอบหนึ่งถูกต้อง
- การตอบรับแบบสบาย ๆ ว่า “ตกลง ฉันจะทำ”
ดูคำตอบ
การตอบรับแบบสบาย ๆ ว่า “ตกลง ฉันจะทำ”
standing by your mate: สนับสนุนเพื่อนอย่างซื่อสัตย์
ใน standing by your mate นั้น stand by someone หมายถึงคอยสนับสนุนคนคนนั้นต่อไป โดยเฉพาะเมื่อเกิดความยากลำบาก สำนวนนี้สื่อถึงความซื่อสัตย์และไม่ทอดทิ้ง ไม่ใช่แค่การยืนอยู่ใกล้กันทางกายภาพ Mate เป็นคำไม่เป็นทางการที่หมายถึง “เพื่อน” หรือ “พวกเดียวกัน” และพบบ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลีย คำถามนี้ถามว่าคุณสมบัติที่กำลังพูดถึงคือการแสดงความซื่อสัตย์ต่อเพื่อนหรือไม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ stand by ในความหมายว่ายังคงซื่อสัตย์และคอยสนับสนุน
- I'll stand by my sister while she recovers.
- Please stand beside my sister for the photo.
- The spare chair is standing by the window.
ดูคำตอบ
I'll stand by my sister while she recovers.
give her a name: ตั้งชื่อให้ใครสักคน
Give someone a name หมายถึงเลือกหรือตั้งชื่อให้คนหรือสัตว์ ใน give her a name คำว่า her คือผู้ที่ได้รับการตั้งชื่อ และ a name คือชื่อที่ตั้งให้เธอ ตรงนี้ give หมายถึงการตั้งชื่อ ไม่ใช่การยื่นสิ่งของให้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ give + คนหรือสัตว์ + a name
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบ give + someone + a name กับคำสรรพนาม her เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Our new story character is a girl, so we need to ____.
ดูคำตอบ
give her a name
get a look at you: ได้เห็นคุณชัด ๆ
Get a look at someone or something หมายถึงมีโอกาสได้มองคนหรือสิ่งของ มักใช้เมื่อเห็นเป็นครั้งแรกหรือต้องการเห็นให้ชัดขึ้น ใน get a look at you คำว่า look เป็นคำนามนับได้ จึงต้องมี a และ at ใช้นำหน้าคนที่ถูกมอง Let's get a look at you เป็นคำชวนอย่างเป็นกันเองให้อีกฝ่ายยอมให้มอง คล้ายกับการพูดว่า “มาดูกันว่าเธอเป็นยังไง” หรือ “ขอฉันดูหน่อย” ตรงนี้ get ไม่ได้หมายถึงการได้สิ่งของมาครอบครอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย get a look at: Move the photo closer so I can ____ the details.
ดูคำตอบ
get a look at
call you Chilli: call + กรรม + ชื่อ
ใน call you Chilli คำว่า call หมายถึง “ตั้งชื่อคุณว่า Chilli” หรือ “เรียกคุณด้วยชื่อ Chilli” โครงสร้างคือ call + คน + ชื่อ โดย you คือคนที่ถูกเรียก และ Chilli คือชื่อที่ใช้เรียกคนนั้น ตรงนี้ call ไม่ได้แปลว่า “โทรหา” ภาษาอังกฤษวางชื่อไว้หลังคนโดยตรง จึงพูดว่า call you Chilli ไม่ใช่ call you as Chilli
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง call + กรรม + ชื่อที่ตรงตามคำในวงเล็บ: Our new puppy's name is Rocket, so we'll ____. (call / him / Rocket)
ดูคำตอบ
call him Rocket
don't muck around: ลงมือโดยไม่ล่าช้า
Muck around เป็นกริยาวลีแบบไม่เป็นทางการที่อาจหมายถึงเสียเวลา เล่นไปเรื่อย หรือไม่จริงจัง ในรูปปฏิเสธ Heelers don't muck around หมายความว่าครอบครัว Heeler ลงมืออย่างรวดเร็วและจัดการเรื่องต่าง ๆ โดยไม่ล่าช้า ผู้พูดแสดงความประทับใจต่อความรวดเร็วของพวกเขาด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ ตรงนี้ muck around เป็นวลีเดียวกัน ไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งสกปรก โคลน หรือการทำให้บางอย่างสกปรก
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง “you Heelers don't muck around” หมายความว่าอะไร
- ครอบครัว Heeler หลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวเองสกปรก
- ครอบครัว Heeler ลงมืออย่างรวดเร็วและไม่เสียเวลา
- ครอบครัว Heeler ใช้เวลาเล่นมุกแทนที่จะลงมือทำ
ดูคำตอบ
ครอบครัว Heeler ลงมืออย่างรวดเร็วและไม่เสียเวลา
การพูดซ้ำ if you're going to do something, do it properly เพื่อเชื่อมกลับในตอนจบ
ในตอนจบ ประโยคนี้ย้ำหลักการที่กล่าวไว้ก่อนหน้า นี่คือการเชื่อมกลับหรือ callback: ถ้อยคำเดิมทำให้ผู้ชมนึกถึงตอนต้น และเชื่อมเข้ากับสิ่งที่เพิ่งทำเสร็จ ดังนั้น ประโยคนี้จึงทำหน้าที่จัดโครงเรื่อง ไม่ได้เพิ่มประเด็นไวยากรณ์หรือข้อมูลใหม่ มันช่วยปิดเรื่องให้สมบูรณ์และทำให้หลักการนี้กลายเป็นใจความของฉาก
แบบฝึกหัด
การพูดประโยคนี้ซ้ำในตอนจบมีหน้าที่หลักในการเล่าเรื่องอย่างไร?
- ประโยคนี้เสนอหลักการใหม่ที่ผู้ชมยังไม่เคยได้ยิน
- ประโยคนี้แก้ไวยากรณ์ของประโยคก่อนหน้า
- ประโยคนี้สะท้อนหลักการที่กล่าวไว้ก่อนหน้าและทำให้เรื่องราวจบอย่างสมบูรณ์
ดูคำตอบ
ประโยคนี้สะท้อนหลักการที่กล่าวไว้ก่อนหน้าและทำให้เรื่องราวจบอย่างสมบูรณ์
a doddle: งานที่ง่ายมาก
ในภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการของอังกฤษและออสเตรเลีย a doddle หมายถึงสิ่งที่ทำได้ง่ายมาก ใน That was a doddle. คำว่า doddle เป็นคำนามนับได้ที่ตามหลัง a ดังนั้นทั้งประโยคจึงหมายความว่างานนั้นง่ายมาก หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่ยากหรือวุ่นวาย ผู้พูดอาจใช้ประโยคนี้เพื่อทำให้ตัวเองดูมั่นใจแบบสบาย ๆ ลดทอนความยาก หรือพูดเล่นกับความขัดแย้งนั้น ในที่นี้ความขัดแย้งทำให้คำพูดมีอารมณ์ขันแบบอวดเก่งเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยนามวลีแบบไม่เป็นทางการของอังกฤษจากบทเรียนนี้ คำนามหลักขึ้นต้นด้วย dod- และหมายถึง “สิ่งที่ง่ายมาก”: Everyone warned me about the test, but it was ____.
ดูคำตอบ
a doddle