พ่อทารก 🍼 | ตอนเต็ม | บลูอี้ (Bluey): บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
751 คำ 165 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: บลูอีและบิงโกนำเป้อุ้มเด็กเก่ามาเล่นเป็นเรื่องคุณพ่อตั้งครรภ์ คุณพ่อต้องเจอกับอาการปวด ความอยากอาหารแบบเกินจริง และการคลอดที่วุ่นวายโดยมีพ่อของลัคกีช่วย ก่อนจะกลับมาอวดอีกครั้งว่าทุกอย่างง่ายมาก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. I'm with child. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่านี่เป็นวิธีพูดว่า “ตั้งครรภ์” ที่ค่อนข้างเป็นทางการหรือล้าสมัย จึงมองออกว่าคุณพ่อตั้งใจใช้ถ้อยคำสูงส่งเพื่อเพิ่มความขบขันให้การแสดง และรู้ด้วยว่าในการสนทนาสมัยใหม่ทั่วไปมักใช้ pregnant มากกว่า 2. how hard can this be? — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: ตีความคำถามเชิงวาทศิลป์นี้ว่าเป็นความมั่นใจแบบสบาย ๆ ที่ประเมินงานต่ำเกินไป ไม่ใช่การถามระดับความยากจริง ๆ ผู้เรียนจึงสังเกตได้ว่าประโยคนี้มักส่งสัญญาณว่าจะเกิดปัญหาในเรื่อง และใช้บรรยายคนที่มั่นใจเกินเหตุได้ 3. That was a doddle. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เรียนรู้ว่า a doddle เป็นคำไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลีย หมายถึงเรื่องที่ง่ายมาก ทำให้เข้าใจมุกที่คุณพ่อคุยโวหลังการคลอดอันวุ่นวาย และนำไปใช้เมื่อต้องการพูดลดทอนความยากของงานที่ทำเสร็จแล้วได้อย่างเป็นธรรมชาติ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Mum.

0:06

แม่

Dad.

0:11

พ่อ

Bingo.

0:17

บิงโก

Bluey.

0:22

บลูอี้

You missed a spot, Bluey. วลี

0:27

ลูกเช็ดพลาดไปจุดนึงนะ บลูอี้

วลี

missed a spot: เว้นพื้นที่เล็ก ๆ ไว้โดยไม่ได้ทำ

miss a spot หมายถึงเว้นพื้นที่เล็ก ๆ ไว้โดยไม่ได้ทำความสะอาด ทาสี ทาบางอย่าง หรือตรวจดู ในประโยคนี้ missed เป็นรูปอดีต ผู้พูดกำลังชี้ว่ามีส่วนหนึ่งที่ Bluey ไม่ได้ทำให้ทั่ว ในสำนวนนี้ spot หมายถึง “พื้นที่เล็ก ๆ” ไม่ใช่ “สถานที่ท่องเที่ยว” รูปที่เป็นธรรมชาติคือ miss a spot และถ้าพลาดหลายจุดก็พูดว่า miss a few spots ได้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึงเว้นพื้นที่เล็ก ๆ ไว้โดยไม่ได้ทำความสะอาด: The rest of the mirror is clean, but this small area is still dirty—you ____.

ดูคำตอบ

missed a spot

Oh, do I have to get every bit? ไวยากรณ์

0:28

โธ่ หนูต้องเช็ดให้สะอาดทุกซอกทุกมุมเลยเหรอคะ?

ไวยากรณ์

do I have to ...?: ถามว่าจำเป็นต้องทำหรือไม่

Do I have to + คำกริยารูปพื้นฐาน...? ใช้ถามว่าจำเป็นต้องทำสิ่งหนึ่งหรือไม่ Do เป็นกริยาช่วยที่ใช้สร้างคำถามใน present simple ส่วน have to แสดงความจำเป็น และกริยาที่ตามมายังคงเป็นรูปพื้นฐาน: Do I have to finish...? คำถามนี้อาจเป็นกลางก็ได้ แต่ในประโยคนี้ Oh ช่วยแสดงความไม่เต็มใจ ผู้พูดกำลังถามโดยนัยว่าจำเป็นจริง ๆ หรือไม่ น้ำเสียงจะกำหนดว่าฟังเหมือนเพียงถามยืนยันหรือมีการขัดขืนเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยโครงสร้างจากบทเรียนที่ใช้ถามว่าสิ่งหนึ่งจำเป็นหรือไม่: ____ wear a helmet on this trail?

ดูคำตอบ

Do I have to

If you're going to do something, ไวยากรณ์

0:30

ถ้าลูกจะทำอะไรสักอย่าง

do it properly.

0:32

ก็ควรทำให้ดีไปเลย

ไวยากรณ์

If you're going to ..., do it ...: เชื่อมความตั้งใจกับคำแนะนำที่หนักแน่น

If you're going to + คำกริยา ใช้ตั้งเงื่อนไขจากสิ่งที่ผู้ฟังตั้งใจหรือเลือกจะทำ ในที่นี้หมายถึง “ในเมื่อจะทำแล้ว” ไม่ได้เป็นเพียงการคาดการณ์อนาคต อนุประโยคหลักเป็นประโยคคำสั่ง: do it properly เมื่อรวมกัน รูปแบบ If you're going to X, do Y ใช้ให้คำแนะนำอย่างหนักแน่นเกี่ยวกับมาตรฐานหรือวิธีที่ควรทำ เมื่อคนหนึ่งตัดสินใจลงมือทำสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเงื่อนไขตามด้วยคำสั่ง โดยใช้ keep และคำสรรพนามที่แทน a promise: If you're going to make a promise, ____.

ดูคำตอบ

keep it

Okay.

0:34

โอเคค่ะ

Mum, what's this?

0:36

แม่คะ นี่คืออะไรคะ?

Oh, that's your old papoose. วัฒนธรรม

0:37

อ๋อ นั่นเป้อุ้มเด็กอันเก่าของลูกน่ะ

วัฒนธรรม

papoose: คำเก่าที่หมายถึงอุปกรณ์อุ้มทารก

ในประโยคนี้ papoose หมายถึงอุปกรณ์อุ้มทารกให้แนบกับลำตัวของผู้ใหญ่ เป็นของใช้สำหรับดูแลทารก ไม่ใช่ของเล่นและไม่ใช่ตัวทารกเอง คำนี้เข้าสู่ภาษาอังกฤษจากภาษาหนึ่งในตระกูลแอลกองเควียน และในอดีตเคยใช้เรียกทารกชนพื้นเมืองในอเมริกาเหนือด้วย การใช้แบบเก่านี้อาจสร้างความไม่พอใจในปัจจุบัน ดังนั้นในที่นี้ให้เข้าใจเพียงว่าเป็นอุปกรณ์อุ้มทารกอันเก่า

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Oh, that's your old papoose," คำว่า papoose หมายถึงอะไร

  1. อุปกรณ์ที่ใช้ให้ทารกอยู่แนบกับลำตัวของผู้ใหญ่
  2. ตุ๊กตาทารกที่ใช้เล่นสมมติว่ากำลังดูแลเด็ก
  3. ทารกที่เคยถูกอุ้มมาก่อน
ดูคำตอบ

อุปกรณ์ที่ใช้ให้ทารกอยู่แนบกับลำตัวของผู้ใหญ่

Papoose?

0:40

เป้อุ้มเด็กเหรอคะ?

We used to walk you around the park in it instead of sleeping. โน้ต

0:41

เมื่อก่อนเราใช้พาหนูเดินเล่นรอบสวนตอนที่หนูไม่ยอมนอนไง

ไวยากรณ์

used to walk: นิสัยในอดีต

used to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกนิสัยหรือสภาพที่เคยเป็นจริงในอดีต และมักเปรียบต่างกับปัจจุบัน ในที่นี้ used to walk หมายถึงการพาเด็กเดินไปรอบสวนสาธารณะเป็นสิ่งที่ผู้พูดเคยทำเป็นประจำ แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำเป็นปกติแล้ว ในโครงสร้างนี้ used to เป็นรูปคงที่สำหรับบอกนิสัยในอดีต และ walk ยังคงเป็นคำกริยารูปพื้นฐาน ไม่ได้หมายถึง “ใช้บางสิ่งเพื่อเดิน”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปของ walk ที่ใช้บอกนิสัยในอดีต: When I was younger, I ____ five kilometres to school, but now I take the bus.

ดูคำตอบ

used to walk

วลี

walk you around the park: พาใครเดินไปทั่วบริเวณ

walk someone around a place หมายถึงการเดินพร้อมกับพา นำทาง อุ้ม หรือไปเป็นเพื่อนกับคนนั้นภายในบริเวณหนึ่ง ในประโยคนี้ walk you ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเด็กเป็นคนเดินเอง ผู้ใหญ่สามารถใช้ walk a baby ขณะอุ้มเด็กหรือเข็นเด็กในรถเข็นได้เช่นกัน ในที่นี้ around the park หมายถึงการเดินไปตามส่วนต่าง ๆ ภายในสวนสาธารณะ ไม่จำเป็นต้องเดินครบหนึ่งรอบตามขอบด้านนอก โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ walk + คน + around + สถานที่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าผู้พูดพาเด็กทารกเดินไปตามส่วนต่าง ๆ ของสวน?

  1. I walked the baby around the garden until she fell asleep.
  2. I walked around the baby in the garden until she fell asleep.
  3. I walked the garden around the baby until she fell asleep.
ดูคำตอบ

I walked the baby around the garden until she fell asleep.

ไวยากรณ์

instead of sleeping: การใช้ instead of + -ing

instead of ใช้บอกสิ่งหรือการกระทำที่ถูกแทนที่ ในโครงสร้าง B instead of A สิ่งที่เกิดขึ้นหรือถูกเลือกคือ B ส่วน A ไม่ได้เกิดขึ้น ในประโยคนี้ การพาเด็กเดินรอบสวนเกิดขึ้นแทนการนอน instead of ทำหน้าที่เหมือนบุพบท ดังนั้นเมื่อมีการกระทำตามหลัง มักใช้รูป -ing เช่น instead of sleeping, instead of driving ในโครงสร้างนี้ไม่ใช้กริยารูปพื้นฐาน sleep

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย instead of และรูปที่ถูกต้องของ take: Mia walked to work ____ a taxi.

ดูคำตอบ

instead of taking

Straps go around here การใช้คำ

0:44

สายรัดจะคล้องตรงนี้

and baby goes in here. การใช้คำ

0:46

แล้วทารกก็จะเข้าไปอยู่ตรงนี้

การใช้คำ

go around here: บอกแนวทางของชิ้นส่วน

ในการสาธิตวิธีสวมใส่นี้ go ใช้บอกว่าชิ้นส่วนควรอยู่ตรงไหนหรือควรพาดไปตามเส้นทางใด Straps go around here หมายถึงควรวางสายรัดให้อ้อมบริเวณที่ชี้อยู่ ไม่ได้หมายความว่าสายรัดเคลื่อนที่ได้เอง around แสดงเส้นทางที่โค้งหรืออ้อมรอบบางสิ่ง ส่วน here ชี้ตำแหน่งที่มองเห็นได้ในการสาธิต รูปแบบนี้ใช้บอกแนวของสายรัด สายไฟ ท่อ และชิ้นส่วนคล้ายกันได้

แบบฝึกหัด

คุณกำลังอธิบายว่าสายไฟควรอ้อมผ่านด้านหลังจอภาพ ประโยคใดบอกแนวของสายไฟได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. The cable carries the monitor around.
  2. The cable goes around the back of the monitor.
  3. The cable goes inside the monitor.
ดูคำตอบ

The cable goes around the back of the monitor.

การใช้คำ

baby goes in here: บอกตำแหน่งที่ควรวางไว้

ในประโยคนี้ baby goes in here หมายถึงควรวางเด็กไว้ในช่องที่กำลังชี้ให้ดู Go ใช้บอกตำแหน่งที่คนหรือสิ่งของควรอยู่ ไม่ได้หมายความว่าเด็กเดินเข้าไปเอง การใช้ go เพื่อบอกตำแหน่งแบบนี้พบได้บ่อยเวลาสาธิตวิธีจัดเก็บ วาง หรือประกอบสิ่งของ โดย X goes in here หมายถึง “นำ X ใส่ไว้ตรงนี้”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าควรใส่แบตเตอรี่ตรงไหน?

  1. The batteries come from here.
  2. The batteries go in here.
  3. The batteries stay near here.
ดูคำตอบ

The batteries go in here.

Get in it, Bingo.

0:48

เข้าไปเลย บิงโก

Okay.

0:49

โอเค

Hey, oh, hang on. น้ำเสียง/เจตนา

0:50

เฮ้ โอ๊ะ เดี๋ยวก่อนนะ

น้ำเสียง/เจตนา

oh, hang on: ขอให้หยุดสักครู่

ในประโยคนี้ hang on เป็นคำพูดแบบไม่เป็นทางการที่ขอให้อีกฝ่ายรอหรือหยุดสักครู่ ผู้พูดสังเกตเห็นบางอย่างจึงขัดจังหวะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ได้ใช้ในความหมายตรงตัวว่า “จับไว้ให้แน่น” หรือ “ห้อยอยู่” เมื่อใช้เดี่ยว ๆ Hang on ทำหน้าที่เป็นคำแทรกสั้น ๆ เพื่อหยุดการกระทำหรือบทสนทนาชั่วคราว ระหว่างที่ผู้พูดตรวจสอบ นึกทบทวน หรือแก้ไขบางอย่าง

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคเต็มที่ได้ยิน โดยเน้นฟังคำที่ตามหลัง hang

  1. Hang up; I need to check something.
  2. Hang back; I need to check something.
  3. Hang on, I need to check something.
ดูคำตอบ

Hang on, I need to check something.

You're not a baby.

0:51

ลูกไม่ใช่เด็กทารกแล้วนะ

Oh, ow.

0:52

โอ๊ะ โอ๊ย

Look, Dad has a baby in his belly.

0:56

ดูสิ พ่อมีเด็กทารกอยู่ในพุงด้วย

I know what we can play.

1:00

หนูรู้แล้วว่าเราจะเล่นอะไรกัน

Oh, no.

1:01

โอ้ ไม่นะ

Don't say it.

1:02

อย่าพูดออกมาเชียว

This episode of Bluey is called Dad Baby.

1:03

บลูอี้ ตอน พ่อท้อง

This isn't going to end well. สำนวน

1:07

เรื่องนี้ต้องจบไม่สวยแน่ๆ

สำนวน

This isn't going to end well: คาดการณ์ว่าผลลัพธ์จะไม่ดี

ในที่นี้ this หมายถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้น ส่วน isn't going to end well แสดงว่าจากสิ่งที่เห็นอยู่ ผู้พูดคาดว่าสถานการณ์จะให้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีหรือก่อปัญหา วลีนี้มักใช้เป็นคำเตือนหรือการคาดการณ์แบบขำ ๆ ก่อนเกิดปัญหา หมายถึงผลลัพธ์ของสถานการณ์ทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงว่าส่วนจบของเรื่องเขียนไว้ดีหรือไม่

แบบฝึกหัด

เพื่อนวางกล่องซ้อนกันมากเกินไปบนเก้าอี้ที่โยกเยก ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับคาดการณ์ว่าผลลัพธ์จะไม่ดี

  1. This isn't going to end well.
  2. This isn't going to end here.
  3. This isn't going to end soon.
ดูคำตอบ

This isn't going to end well.

Okay, you're pregnant with baby Bingo. วลี

1:09

เอาล่ะ พ่อกำลังท้องเบบี้บิงโกอยู่นะ

วลี

pregnant with baby Bingo: ระบุว่ากำลังตั้งครรภ์ลูกคนใด

โครงสร้าง be pregnant with + นามวลี ใช้ระบุว่าคนหนึ่งกำลังตั้งครรภ์ลูกคนใดหรือลูกกี่คน นามวลีอาจเป็นชื่อของลูกหรือคำอธิบายการตั้งครรภ์ เช่น pregnant with twins หรือ pregnant with her first child ในที่นี้ with baby Bingo หมายถึงตัวละครในการเล่นสมมติกำลังตั้งครรภ์ลูกที่ชื่อ Bingo with ในโครงสร้างนี้ไม่ได้แปลว่า “อยู่ด้วยกันกับ” เมื่อคำนามหลัง pregnant ระบุลูกที่กำลังตั้งครรภ์ ต้องใช้ with คั่นไว้

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ใช้เชื่อมกับลูกที่กำลังตั้งครรภ์: She is pregnant ____ twins.

ดูคำตอบ

with

So, you have to act pregnant. วลี

1:14

เพราะงั้น พ่อต้องทำตัวเหมือนคนท้องด้วย

วลี

act pregnant: ทำตัวเหมือนกำลังตั้งครรภ์

ในที่นี้ act หมายถึง “แสดงหรือแกล้งทำ” ไม่ใช่ “ลงมือทำ” ใน act pregnant คำว่า act ตามด้วยคำคุณศัพท์ pregnant ซึ่งบอกสภาวะที่ต้องแสดง วลีนี้หมายถึงทำท่าเหมือนกำลังตั้งครรภ์ในเกมหรือการแสดง ไม่ได้บอกว่าตั้งครรภ์จริง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ act + คำคุณศัพท์ เช่น act surprised, act calm หรือ act normal ใช้บอกลักษณะหรือพฤติกรรมที่คนหนึ่งตั้งใจแสดงออก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย act + คำคุณศัพท์ surprised: You already know what the gift is, but please ____ when you open it.

ดูคำตอบ

act surprised

Okay.

1:15

ตกลง

If we're going to do this, วลี

1:16

ถ้าเราจะทำแบบนี้

วลี

to do this ใน If we're going to do this

ในที่นี้ to do this เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง be going to + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย we're going to do this หมายถึง “เราตั้งใจจะทำเรื่องนี้” do เป็นคำกริยาหลัก ส่วน this ย้อนกลับไปอ้างถึงกิจกรรมที่ผู้พูดกำลังคุยกันอยู่แล้ว If เปลี่ยนความตั้งใจนั้นให้เป็นเงื่อนไข If we're going to do this, เกริ่นแนวคิดว่า “ถ้าเราตั้งใจจะทำเรื่องนี้ต่อจริง ๆ...” และโดยทั่วไปต้องมีอนุประโยคหลักหลังเครื่องหมายจุลภาค เพื่อบอกข้อกำหนด การตัดสินใจ หรือขั้นตอนถัดไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ If we're going to do this ได้ถูกต้องเพื่อกำหนดเงื่อนไขของแผนที่ทำร่วมกัน?

  1. If we're going this to do, we should choose a date today.
  2. If we're going to doing this, we should choose a date today.
  3. If we're going to do this, we should choose a date today.
ดูคำตอบ

If we're going to do this, we should choose a date today.

let's do it properly.

1:17

ก็ต้องทำให้สมจริงไปเลย

Hmm, how to act pregnant?

1:19

อืม คนท้องเขาทำตัวยังไงกันนะ?

I'm just going to get this ready.

1:22

พ่อขอเตรียมตัวแป๊บนะ

Oh, my back.

1:25

โอ๊ย ปวดหลังจัง

Oh, my feet.

1:27

โอ๊ย ปวดเท้า

Rub my feet, Bluey. วลี

1:29

นวดเท้าให้หน่อย บลูอี้

วลี

Rub my feet: ขอให้อีกฝ่ายช่วยนวดเท้าเพื่อบรรเทาอาการ

ในที่นี้ Rub my feet หมายถึง “ใช้มือกดและขยับไปมาบนเท้าของฉัน” โดยทั่วไปทำเพื่อบรรเทาความเมื่อยล้าหรือความไม่สบาย ในประโยคนี้ rub ไม่ได้หมายถึงทำความสะอาดหรือเช็ดให้แห้ง ประโยคนี้เป็นประโยคคำสั่ง จึงละประธาน you ไว้ คำว่า my บอกว่าเป็นเท้าของใครที่ได้รับการนวด และใช้โครงสร้างเดียวกันได้ใน rub her feet และ rub your feet

แบบฝึกหัด

เพื่อนเจ็บเท้าหลังจากเดินไกล ประโยคใดเป็นการขอให้อีกฝ่ายใช้มือนวดเท้าเบา ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Could you rub my feet for a minute?
  2. Could you wipe my feet for a minute?
  3. Could you rub my shoes for a minute?
ดูคำตอบ

Could you rub my feet for a minute?

Rub my feet.

1:30

นวดเท้าให้ฉันหน่อย

Bandit Heeler. น้ำเสียง/เจตนา

1:30

แบนดิท ฮีลเลอร์

น้ำเสียง/เจตนา

Bandit Heeler: การใช้ชื่อเต็มเป็นคำเตือนที่จริงจัง

ในความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด การเรียกทั้งชื่อและนามสกุลของใครสักคนขึ้นมาอย่างกะทันหันอาจทำให้คำเรียกนั้นฟังดูจริงจัง ในที่นี้ การพูดเพียง Bandit Heeler ทำหน้าที่เป็นคำเตือน ผู้พูดกำลังสื่อว่า “ฉันเอาจริงนะ หยุดหรือระวังให้ดี” ไม่ได้กำลังแนะนำตัวเขา ผลเช่นนี้เกิดจากการเปลี่ยนจากชื่อที่คุ้นเคยและใช้ตามปกติมาเป็นชื่อเต็ม ร่วมกับน้ำเสียงหนักแน่นและสถานการณ์ขณะนั้น การเรียกชื่อเต็มไม่ได้หมายถึงความโกรธเสมอไป

แบบฝึกหัด

ในครอบครัวที่ปกติเรียก Daniel ว่า “Dan” พี่สาวพูดว่า “Daniel Brooks.” ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ขณะที่เขาเอื้อมมือไปหยิบแล็ปท็อปของเธอ การใช้ชื่อเต็มน่าจะทำหน้าที่อะไร

  1. เป็นการแนะนำเขาอย่างเป็นทางการให้คนใหม่รู้จัก
  2. แสดงว่าเธอจำชื่อเล่นของเขาไม่ได้
  3. เป็นการเตือนอย่างจริงจังหรือบอกให้เขาหยุด
ดูคำตอบ

เป็นการเตือนอย่างจริงจังหรือบอกให้เขาหยุด

I'm hungry.

1:32

ฉันหิวจังเลย

Oh, I need to sit down.

1:33

โอ้ ฉันต้องนั่งพักหน่อยแล้ว

Oh, where's my vitamin E cream?

1:35

เอ๊ะ ครีมวิตามินอีของฉันอยู่ไหนนะ?

Something about stretch marks. การใช้คำ

1:37

เอาไว้ทาพวกรอยแตกลายน่ะ

การใช้คำ

stretch marks: เส้นที่เกิดจากผิวหนังยืด

stretch marks คือเส้นหรือริ้วที่เกิดขึ้นเมื่อผิวหนังยืดหรือเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาจเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ ช่วงที่ร่างกายโตเร็ว หรือน้ำหนักเปลี่ยนแปลง ในประโยคที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์นี้ stretch marks หมายถึงเส้นที่มองเห็นบนผิวหนัง โดยเฉพาะเส้นที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ ปกติใช้เป็นรูปพหูพจน์ หากพูดถึงเส้นเดียวจะใช้ a stretch mark

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่ใช้ทั่วไปสำหรับเส้นที่เกิดจากผิวหนังยืด: After a growth spurt, Leo noticed ____ on his skin.

ดูคำตอบ

stretch marks

Ow!

1:39

โอ๊ย!

How dare you? น้ำเสียง/เจตนา

1:40

คุณกล้าดียังไง?

น้ำเสียง/เจตนา

How dare you? ในฐานะคำตำหนิอย่างรุนแรง

How dare you? ไม่ใช่คำถามที่ใช้ขอข้อมูลจริง ๆ แต่เป็นการตำหนิอย่างรุนแรงเมื่ออีกฝ่ายทำหรือพูดสิ่งที่ผู้พูดมองว่าน่าตกใจ หยาบคาย หรือน่าขุ่นเคือง สามารถละการกระทำที่กล่าวถึงได้เมื่อบริบททำให้เข้าใจชัดเจนอยู่แล้ว ในการแสดงที่เกินจริงหรือการล้อเล่นที่เห็นได้ชัด วลีเดียวกันนี้อาจฟังดูตลกแบบเล่นใหญ่ แต่พื้นฐานของน้ำเสียงยังคงรุนแรง

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานทำผิดพลาดเล็กน้อยโดยไม่ได้ตั้งใจ How dare you? เป็นวิธีที่เป็นกลางในการถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรือไม่?

  1. ใช่ เป็นการขอคำอธิบายแบบเป็นกลาง
  2. ไม่ใช่ เป็นการตำหนิอย่างรุนแรงและอาจทำให้สถานการณ์แย่ลง
ดูคำตอบ

ไม่ใช่ เป็นการตำหนิอย่างรุนแรงและอาจทำให้สถานการณ์แย่ลง

You have no idea what I went through. น้ำเสียง/เจตนา

1:44

เธอไม่รู้หรอกว่าฉันผ่านอะไรมาบ้าง

น้ำเสียง/เจตนา

You have no idea what I went through: เน้นย้ำความยากลำบากที่ตนเผชิญ

ในที่นี้ You have no idea ไม่ได้เพียงบอกว่าผู้ฟังไม่มีข้อมูล แต่เน้นอย่างมากว่า “คุณไม่อาจเข้าใจหรือจินตนาการได้อย่างแท้จริง” What I went through หมายถึงประสบการณ์ยากลำบากที่ผู้พูดต้องทนผ่านมา ทั้งประโยคเรียกร้องให้ผู้ฟังเห็นความทุกข์ของผู้พูดอย่างจริงจัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างหนักแน่นว่าอีกฝ่ายไม่อาจเข้าใจได้ว่าประสบการณ์ของคนอื่นยากเพียงใด

  1. You know exactly how easy that year was for her.
  2. You have no idea which route she took during that year.
  3. You have no idea what she went through during that year.
ดูคำตอบ

You have no idea what she went through during that year.

How could you?

1:45

คุณทำแบบนี้ได้ยังไง?

I'm with child. การใช้คำ

1:46

ฉันกำลังอุ้มท้องอยู่นะ

การใช้คำ

with child: สำนวนแบบเก่าที่หมายถึง pregnant

With child เป็นสำนวนตายตัวแบบเก่าที่หมายถึง pregnant ใน I'm with child คำว่า child ไม่มีคำนำหน้านาม และประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดอยู่กับเด็กคนหนึ่ง ถ้อยคำนี้มักให้ความรู้สึกเป็นภาษาในวรรณกรรม ย้อนยุค สุภาพอ้อมค้อม หรือจงใจให้ดูเป็นละคร ในบทสนทนาสมัยใหม่ทั่วไป รูปที่ตรงและใช้กันตามปกติคือ I'm pregnant

แบบฝึกหัด

เติมบทพูดด้วยสำนวนตายตัวแบบเก่าสองคำที่หมายถึง pregnant: In the historical play, the queen says, "I am ____."

ดูคำตอบ

with child

Oh, slow down, Bluey. กริยาวลี

1:49

โอ้ ช้าลงหน่อย บลูอี้

กริยาวลี

slow down: ลดความเร็วหรือจังหวะ

slow down หมายถึงเคลื่อนที่หรือทำสิ่งหนึ่งให้ช้าลง ในประโยคนี้ พ่อขอให้ Bluey ลดความเร็วในการวิ่ง ตรงนี้ down บอกว่าความเร็วหรือจังหวะลดลง ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ลงไปยังที่ต่ำกว่า กริยาวลีนี้ใช้ได้กับการเคลื่อนที่ การพูด การขับรถ หรือจังหวะการทำกิจกรรม

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึง “พูดให้ช้าลง” ลงในคำขอ: You're speaking too fast. Could you ____, please?

ดูคำตอบ

slow down

It's hard to run.

1:50

วิ่งไม่ค่อยไหวเลย

Is she still following us?

1:52

เธอยังตามเรามาอยู่หรือเปล่า?

Whoops.

1:53

อุ๊ยตาย

I better clean that up. โน้ต

1:55

ฉันควรเช็ดให้สะอาดดีกว่า

ไวยากรณ์

I better: รูปไม่เป็นทางการของ I’d better

ในการพูดแบบกันเอง I better เป็นรูปไม่เป็นทางการและไม่ใช่รูปมาตรฐานของ I’d better ซึ่งหมายถึง I had better รูปนี้สื่อว่าผู้พูดคิดว่าการทำสิ่งหนึ่งตอนนี้เป็นเรื่องฉลาดหรือจำเป็น โดยมักแฝงว่าการรออาจทำให้เกิดปัญหา โครงสร้างมาตรฐานคือ ประธาน + had better + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น clean จึงเป็นกริยารูปพื้นฐาน ตรงนี้ better เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัว had better ไม่ได้ใช้เปรียบเทียบสองสิ่ง

แบบฝึกหัด

เติมรูปมาตรฐานของ I better แบบไม่เป็นทางการให้สมบูรณ์: I ____ leave now, or I'll miss the bus.

ดูคำตอบ

had better

กริยาวลี

clean that up: ทำความสะอาดความเลอะเทอะให้เรียบร้อย

clean that up หมายถึงการกำจัดความเลอะเทอะหรือสิ่งสกปรกที่ that กล่าวถึง เพื่อให้สถานที่หรือสิ่งของนั้นสะอาด ในที่นี้ up สื่อว่าทำงานให้เสร็จเรียบร้อย ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน clean up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้เมื่อมีกรรม คำนามวางไว้หลังวลีทั้งหมดหรือแทรกระหว่างสองคำก็ได้: clean up the spill หรือ clean the spill up แต่คำสรรพนามต้องอยู่ตรงกลาง: clean it up

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ clean up และคำสรรพนาม it ตามลำดับที่ถูกต้อง: The dog tracked mud inside, so we need to ____.

ดูคำตอบ

clean it up

Ah, cheese and crackers. สำนวน

1:56

อ้า ชีสกับแครกเกอร์

สำนวน

cheese and crackers: คำอุทานเบา ๆ ที่ฟังดูขี้เล่น

cheese and crackers มีความหมายตรงตัวเป็นชื่ออาหารสองอย่าง แต่ในที่นี้เป็นคำอุทานเบา ๆ ที่ฟังดูขี้เล่น ผู้พูดใช้เมื่อมีบางอย่างผิดพลาดเพื่อแสดงความประหลาดใจ ความรำคาญ หรือความหงุดหงิด ไม่ได้กำลังขออาหาร นี่คือคำสบถแบบเลี่ยงคำแรง โดยใช้คำที่ไม่รุนแรงแทนคำอุทานที่แรงกว่า น้ำเสียงอาจทำให้มีความรู้สึกใกล้เคียงกับ Oh no! หรือ For goodness' sake!

แบบฝึกหัด

ในประโยค Cheese and crackers! I left my keys at home คำอุทานตอนต้นแสดงอะไร?

  1. ผู้พูดกำลังอธิบายสูตรอาหาร
  2. ผู้พูดรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
  3. ผู้พูดอยากกินของว่าง
ดูคำตอบ

ผู้พูดรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย

You're heavy, Bingo!

1:58

ลูกตัวหนักจัง บิงโก!

Bluey, can you clean this up for me, mate? น้ำเสียง/เจตนา

2:01

บลูอี้ ช่วยเช็ดตรงนี้ให้พ่อหน่อยได้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

for me, mate? ในคำขอแบบเป็นกันเอง

ในคำขอ Can you clean this up for me? คำว่า for me ทำให้งานนั้นถูกนำเสนอว่าเป็นการช่วยเหลือผู้พูด แทนที่จะเป็นคำสั่งตรง ๆ mate เป็นคำเรียกผู้ฟังอย่างเป็นมิตร เมื่อใช้ for me และ mate ร่วมกัน คำขอจะฟังดูอบอุ่นและเป็นกันเองมากขึ้น โดย mate ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงคู่รัก

แบบฝึกหัด

for me, mate? ทำหน้าที่อย่างไรในคำขอนี้?

  1. เรียกผู้ฟังว่าเป็นคู่รักของผู้พูด
  2. บอกว่าผู้พูดตั้งใจจะทำความสะอาดเองโดยไม่ให้ใครช่วย
  3. ทำให้คำขอฟังดูเป็นมิตรและเป็นส่วนตัวมากขึ้น
ดูคำตอบ

ทำให้คำขอฟังดูเป็นมิตรและเป็นส่วนตัวมากขึ้น

Okay.

2:03

โอเคค่ะ

I'm going to sit down.

2:04

ฉันจะนั่งลงแล้วนะ

Ooh.

2:05

อึ๊บ

Watch it, big belly. น้ำเสียง/เจตนา

2:07

ระวังหน่อย พุงย้อย

น้ำเสียง/เจตนา

Watch it! ในฐานะคำเตือนทันที

Watch it! เป็นสำนวนเตือนในภาษาพูดที่มีความหมายว่า Be careful หรือ Pay attention to what you're doing ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้เพื่อตอบสนองต่อการสัมผัสร่างกายที่ไม่ต้องการ และมีน้ำเสียงบ่นเล็กน้อย สรรพนาม it ไม่ได้ชี้ถึงรายการหรือสิ่งของที่ต้องดู สำนวนนี้บอกให้ผู้ฟังควบคุมการกระทำหรือพฤติกรรมของตน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Watch it! เพื่อเตือนเกี่ยวกับการกระทำของผู้ฟัง?

  1. I put the watch beside it.
  2. Watch it! You're about to bump into me.
  3. Watch it tonight; the documentary is excellent.
ดูคำตอบ

Watch it! You're about to bump into me.

Sorry.

2:08

ขอโทษที

Oh, man.

2:10

ปัดโธ่เอ๊ย

I'm hungry.

2:11

ฉันหิวจัง

Okay, remember,

2:12

เอาล่ะ จำไว้นะ

you're eating for two people now. สำนวน

2:13

ตอนนี้คุณกินสำหรับสองคนแล้ว

สำนวน

eating for two people: สำนวนเกี่ยวกับการตั้งครรภ์

ในประโยคนี้ eating for two people หมายถึงการกินอาหารในช่วงตั้งครรภ์โดยคำนึงถึงทั้งผู้ตั้งครรภ์และทารกที่กำลังเติบโต สำนวนตายตัวที่ใช้กันทั่วไปคือ eating for two เป็นคำพูดแบบเบา ๆ ที่ไม่ได้หมายตามตัวอักษร ใช้อธิบายว่าหิวมากขึ้นหรือกินมากขึ้น ที่นี่ยังช่วยเสริมมุกเรื่องการแกล้งทำเป็นตั้งครรภ์ด้วย ไม่ได้หมายความว่าคนหนึ่งคนต้องกินอาหารเต็มมื้อสำหรับผู้ใหญ่สองคนจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนทั่วไปเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ให้สมบูรณ์: Now that Lena is pregnant, she says she's ____.

ดูคำตอบ

eating for two

Sounds good to me. วลี

2:15

ฟังดูเข้าท่าดีนะ

วลี

Sounds good to me: การตอบรับข้อเสนอหรือแผน

Sounds good to me เป็นคำตอบแบบเป็นกันเองและเป็นเชิงบวกต่อข้อเสนอ แผน หรือการนัดหมาย หมายถึง “ฉันคิดว่าแบบนั้นใช้ได้” หรือ “ฉันเห็นด้วย” sounds ในที่นี้บอกถึงความรู้สึกที่เกิดจากสิ่งที่เพิ่งได้ยิน ไม่ได้หมายถึงเสียงที่ไพเราะเท่านั้น รูปเต็มที่เข้าใจกันคือ That sounds good to me โดยละ that ไว้ ส่วน to me เน้นว่านี่เป็นความคิดเห็นของผู้พูดเอง

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบแบบเป็นกันเองด้วยสำนวนจากบทเรียน: 'We can start at nine.' — '____.'

ดูคำตอบ

Sounds good to me

Ow.

2:17

โอ๊ย

Watch it.

2:17

ระวังหน่อย

So, we've got cucumbers and radishes.

2:19

งั้น เรามีแตงกวากับหัวไชเท้า

Uh, I've actually got cravings for these dim sims. โน้ต

2:22

เอ่อ จริงๆ แล้วฉันอยากกินติ่มซำพวกนี้มากกว่า

วลี

got cravings for: ความอยากอย่างรุนแรงที่ยากจะมองข้าม

ในประโยคนี้ I've got cravings for these dim sims หมายถึงผู้พูดอยากกิน dim sims เหล่านี้มาก ๆ ตรงนี้ have got มีความหมายเหมือน have หรือ “มี” ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดได้รับความอยากนั้นมา craving รุนแรงกว่า want ทั่วไป และมักให้ความรู้สึกว่าเป็นแรงกระตุ้นจากร่างกายหรืออารมณ์ รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ have got cravings for + คำนาม และ have a craving for + คำนาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบที่เน้นไว้เพื่อแสดงความอยากอย่างรุนแรงและเกิดซ้ำ: Since I began training every day, I've ____ salty foods.

ดูคำตอบ

got cravings for

วัฒนธรรม

dim sims: ของว่างแบบออสเตรเลีย

dim sim เป็นชื่อของว่างแบบออสเตรเลียที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารจีน มีลักษณะเป็นแป้งห่อไส้และมักนำไปนึ่งหรือทอด ในประโยคนี้ dim sims เป็นรูปพหูพจน์ จึงหมายความว่าผู้พูดอยากกินของว่างนี้มากกว่าหนึ่งชิ้น คำนี้ใช้เป็นหลักในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย แม้จะมีความเกี่ยวข้องทางประวัติศาสตร์กับ dim sum ของจีน แต่ dim sim เป็นชื่ออาหารออสเตรเลียชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ใช่การสะกด dim sum อีกรูปแบบหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย dim sims ในประโยคนี้ได้ถูกต้อง?

  1. เป็นของว่างออสเตรเลียแต่ละชิ้นที่อาจนำไปนึ่งหรือทอด
  2. เป็นชื่อพหูพจน์ของมื้ออาหาร dim sum แบบกวางตุ้ง
  3. เป็นเกมจำลองสถานการณ์ด้วยคอมพิวเตอร์
ดูคำตอบ

เป็นของว่างออสเตรเลียแต่ละชิ้นที่อาจนำไปนึ่งหรือทอด

Dim sims?

2:25

ติ่มซำเนี่ยนะ?

The baby wants dim sims.

2:27

ลูกในท้องอยากกินติ่มซำน่ะ

Okay.

2:29

ก็ได้

Mine.

2:30

ของฉัน

Hey!

2:30

เฮ้!

I'll try again. วลี

2:32

ขอลองอีกรอบนะ

วลี

I'll try again: ลองสิ่งเดิมอีกครั้ง

'I'll try again' บอกว่าการลองครั้งก่อนไม่สำเร็จ และตอนนี้ผู้พูดตัดสินใจว่าจะลองซ้ำอีกครั้ง I'll เป็นรูปย่อของ I will โดย will ในที่นี้แสดงการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในขณะนั้น Again ขยายคำว่า try และหมายถึงการลองอีกครั้งกับงานหรือเป้าหมายเดิม ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนไปทำเป้าหมายอื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย I'll และวลีที่หมายถึง “ลองทำสิ่งเดิมอีกครั้งหนึ่ง”: That didn't work, so ____.

ดูคำตอบ

I'll try again

Mine.

2:33

ของฉัน

Right.

2:36

เอาล่ะ

Mine.

2:36

ของฉัน

Mine.

2:38

ของฉัน

Hey,

2:38

เฮ้,

Bingo.

2:39

บิงโก

I'm hungry.

2:39

ฉันหิวจังเลย

Come on. น้ำเสียง/เจตนา

2:43

เอาน่า

น้ำเสียง/เจตนา

Come on: เร่งให้อีกฝ่ายลงมือทำ

ในประโยคนี้ Come on เป็นคำอุทานที่ใช้เร่งให้อีกฝ่ายทำต่อหรือทำให้เร็วขึ้น I'm hungry บอกเหตุผลที่ผู้พูดเริ่มใจร้อน ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “เดินเข้ามาหาฉัน” Come on ยังใช้ให้กำลังใจหรือแสดงความไม่เชื่อได้ด้วย ดังนั้นความหมายจึงขึ้นอยู่กับสถานการณ์และน้ำเสียง ในประโยคนี้มีหน้าที่ผลักดันให้อีกฝ่ายลงมือทำต่อ

แบบฝึกหัด

ใน "I'm hungry. Come on." คำว่า Come on น่าจะทำหน้าที่อะไร?

  1. ใช้ขอให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาหาผู้พูด
  2. ใช้บอกว่าผู้พูดไม่หิวแล้ว
  3. ใช้เร่งให้อีกฝ่ายทำต่อหรือทำให้เร็วขึ้น
ดูคำตอบ

ใช้เร่งให้อีกฝ่ายทำต่อหรือทำให้เร็วขึ้น

Pregnant people need exercise too.

2:44

คนท้องก็ต้องออกกำลังกายเหมือนกันนะ

Oh, man.

2:47

โอ้โห

This thing is uncomfortable.

2:48

ไอ้นี่มันใส่ไม่สบายเลยแฮะ

Oh, my back.

2:49

โอ๊ย หลังฉัน

Forget this. น้ำเสียง/เจตนา

2:51

ช่างมันเถอะ

น้ำเสียง/เจตนา

Forget this: เลิกทำเพราะหงุดหงิด

ในประโยคนี้ Forget this. หมายถึง ‘ฉันจะไม่ทำสิ่งนี้ต่อแล้ว’ ผู้พูดรู้สึกหงุดหงิดหรือท้อใจ จึงตัดสินใจเลิกกิจกรรมหรือสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ คำว่า this ชี้ถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นการปฏิเสธหรือถอนตัวอย่างห้วน ๆ ไม่ใช่คำขอให้ลบเรื่องหนึ่งออกจากความทรงจำตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Forget this เพื่อแสดงว่าผู้พูดหงุดหงิดและกำลังเลิกกิจกรรมที่ทำอยู่?

  1. Could we take a short break and continue later?
  2. Let's keep going. I'm enjoying this game.
  3. Forget this. I'm done with this game.
ดูคำตอบ

Forget this. I'm done with this game.

I need to sit down.

2:52

ฉันต้องนั่งพักแล้ว

How's it going, pregnant man? วลี

2:54

เป็นไงบ้างล่ะ คุณพ่อตั้งครรภ์?

วลี

How's it going?: ถามถึงสถานการณ์หรือความคืบหน้า

How's it going? เป็นวิธีถามแบบไม่เป็นทางการเกี่ยวกับสภาพของใครบางคนในตอนนี้ หรือความคืบหน้าของสิ่งที่เข้าใจกันอยู่แล้วจากบริบท ในที่นี้ it หมายถึงสถานการณ์และประสบการณ์ปัจจุบันของบุคคลนั้น ไม่ใช่สิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง เมื่อใช้เป็นคำทักทายทั่วไป อาจมีความหมายว่า How are things? หรือ ‘ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง?’ หากมีบริบทของกิจกรรมที่ชัดเจน มักหมายถึง How is that going? หรือ ‘เรื่องนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?’ คำตอบสั้น ๆ เช่น Good, Not bad หรือ It's going well ฟังเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ถามเพื่อนอย่างเป็นธรรมชาติว่าโครงการใหม่คืบหน้าไปอย่างไร?

  1. How's it going with your new project?
  2. What does your new project look like?
  3. When did you start your new project?
ดูคำตอบ

How's it going with your new project?

Oh, yeah.

2:56

โอ้ เยี่ยมไปเลย

Too easy, man. การใช้คำ

2:57

ง่ายจะตายไป

การใช้คำ

Too easy, man. ในฐานะคำตอบแบบกันเองของออสเตรเลีย

ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียที่ไม่เป็นทางการ Too easy อาจหมายถึง “ง่ายมาก” หรือเมื่อใช้ตอบก็หมายถึง “ไม่มีปัญหา” ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังบอกอย่างมั่นใจว่าสถานการณ์นี้รับมือได้ง่าย ไม่ได้บ่นว่ามันง่ายเกินไป man เป็นคำเรียกอีกฝ่ายแบบกันเองและช่วยให้ฟังดูสบาย ๆ มากขึ้น ให้ดูบริบทเพื่อเลือกความหมาย หลังคำขอ Too easy อาจใช้ตอบรับคำขอ ส่วนเมื่อพูดถึงงาน ก็อาจเน้นว่างานนั้นแทบไม่ต้องใช้ความพยายาม

แบบฝึกหัด

คำตอบใดใช้ความหมายแบบกันเองของออสเตรเลียว่า “ไม่มีปัญหา” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The puzzle was too easy, so it was boring.
  2. Could you send me the address? — Too easy.
ดูคำตอบ

Could you send me the address? — Too easy.

Don't know what all the fuss is about. สำนวน

2:58

ไม่รู้ว่าคนอื่นจะโวยวายกันไปทำไม

สำนวน

what all the fuss is about ในคำถามทางอ้อม

fuss หมายถึงความตื่นเต้น ความกังวล ความวุ่นวาย หรือการบ่นเกี่ยวกับบางสิ่งอย่างเกินจำเป็น what all the fuss is about หมายถึง “เหตุผลที่มีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนั้น” เมื่ออยู่หลัง Don't know ผู้พูดกำลังบอกว่าไม่เข้าใจว่าทำไมคนอื่นจึงมีปฏิกิริยามาก และอาจกำลังสื่อว่าพวกเขาทำเกินเหตุ นี่เป็นคำถามทางอ้อมหลัง know จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what all the fuss is about ส่วนคำถามตรงใช้การสลับตำแหน่ง: What is all the fuss about? คำว่า all เน้นว่ามีความวุ่นวายหรือปฏิกิริยามาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ลำดับคำของคำถามทางอ้อมได้ถูกต้อง

  1. I don't understand what is all the fuss about.
  2. I don't understand what all the fuss is about.
ดูคำตอบ

I don't understand what all the fuss is about.

Oh, good.

3:00

โอ้ ดีจังเลย

Well, soon you'll start feeling the baby kicking. ไวยากรณ์

3:01

งั้นอีกเดี๋ยวคุณก็จะเริ่มรู้สึกว่าลูกดิ้นแล้วล่ะ

ไวยากรณ์

start feeling the baby kicking: ความรู้สึกเริ่มเกิดขึ้น

start + รูป -ing แสดงว่ากิจกรรม กระบวนการ หรือประสบการณ์เริ่มต้นขึ้น ในที่นี้ start feeling หมายถึงความรู้สึกทางร่างกายกำลังจะเริ่มเกิดขึ้นในไม่ช้า ภายในวลีนี้ feel + กรรม + -ing หมายถึงการรับรู้การกระทำขณะที่กำลังเกิดขึ้น the baby คือสิ่งที่รู้สึกได้ และ kicking คือการกระทำของทารก คนฟังไม่ใช่ผู้ที่กำลังเตะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ start กับรูป -ing ของ feel: As the train gets closer, you'll ____ the floor shaking.

ดูคำตอบ

start feeling

Oh, no.

3:03

โอ้ ไม่นะ

I'm sure that's not for a little while. วลี

3:05

ฉันว่าคงอีกนานกว่าจะถึงตอนนั้นมั้ง

วลี

not ... for a little while: ต้องรออีกเล็กน้อย

for a little while โดยทั่วไปใช้บอกช่วงเวลาสั้น ๆ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอยู่ภายใต้ความหมายเชิงปฏิเสธใน that's not for a little while เมื่อมอง not ... for a little while เป็นหน่วยเดียว จะหมายความว่าเหตุการณ์นั้นจะยังไม่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ ถัดจากนี้ จึงต้องรออีกเล็กน้อย ให้อ่านคำปฏิเสธกับวลีบอกเวลาร่วมกัน ประโยคนี้พูดถึงการต้องรอ ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์จะดำเนินอยู่นานเท่าไร

แบบฝึกหัด

ใน “The package won't arrive for a little while.” วลีบอกเวลาหมายความว่าอย่างไร

  1. พัสดุจะมาถึงทันทีและอยู่เพียงช่วงสั้น ๆ
  2. พัสดุจะยังไม่มาถึงทันที ต้องรออีกสักครู่
  3. พัสดุมาถึงก่อนหน้านี้เพื่อแวะมาไม่นาน
ดูคำตอบ

พัสดุจะยังไม่มาถึงทันที ต้องรออีกสักครู่

Ow!

3:06

โอ๊ย!

Me guts. การใช้คำ

3:10

ไส้ฉัน

การใช้คำ

Me guts: me แบบภาษาถิ่นที่มีความหมายว่า my

ใน Me guts คำว่า me ทำหน้าที่แสดงความเป็นเจ้าของแบบไม่เป็นมาตรฐานหน้าคำนาม guts ในภาษาอังกฤษมาตรฐานจะใช้ my ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “my guts” หรือในบริบทนี้กว้าง ๆ ว่า “ท้อง/ข้างในท้องของฉัน” ไม่ใช่การใช้ me เป็นคำสรรพนามกรรมตามปกติ คำอุทานสั้น ๆ นี้ฟังดูห้าว เกินจริง และเป็นเสียงเฉพาะของตัวละคร ผู้พูดจึงร้องบอกความเจ็บปวดพร้อมเพิ่มน้ำเสียงแบบภาษาถิ่นที่ชวนขำ

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดให้ความหมายแบบภาษาอังกฤษมาตรฐานของ Me guts ในประโยคนี้

  1. หมายถึง “Give me courage.”
  2. เป็นวิธีพูด “I am brave.” แบบมาตรฐาน
  3. เป็นวิธีพูด “My guts.” แบบไม่เป็นมาตรฐาน
ดูคำตอบ

เป็นวิธีพูด “My guts.” แบบไม่เป็นมาตรฐาน

Oh, you never forget that first kick. วลี

3:11

แหม คุณจะไม่มีวันลืมลูกดิ้นครั้งแรกหรอก

วลี

you never forget that first...: เน้นว่าประสบการณ์ครั้งแรกน่าจดจำ

You never forget... ใช้บอกว่าประสบการณ์หนึ่งน่าจดจำมาก ในประโยคนี้ that first kick หมายถึงครั้งแรกที่รู้สึกว่าทารกเตะ และโครงสร้างนี้ทำให้ประสบการณ์ครั้งแรกนั้นมีน้ำหนักทางอารมณ์เป็นพิเศษ you ในที่นี้ใช้กล่าวรวม ๆ ถึงคนทั่วไป ไม่ได้หมายถึงผู้ฟังตรงหน้าเพียงคนเดียว ส่วน never มักใช้เน้นอารมณ์ จึงใกล้กับความหมายว่า “ลืมได้ยากมาก” มากกว่าจะรับรองตามตัวอักษรว่าไม่มีใครลืมได้เลย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองคำจากบทเรียนที่ใช้กับประสบการณ์ซึ่งน่าจดจำมาก: You ____ your first day at a new school.

ดูคำตอบ

never forget

Okay,

3:14

เอาล่ะ

that's a wrap, kids. สำนวน

3:15

วันนี้พอแค่นี้แหละ เด็กๆ

สำนวน

that's a wrap: ประกาศว่ากิจกรรมจบแล้ว

“That’s a wrap” เป็นสำนวนพูดตายตัวที่หมายความว่าการถ่ายทำ งาน หรือกิจกรรมสิ้นสุดแล้ว ในประโยคนี้ใช้ประกาศว่าเกมจบแล้ว wrap ในสำนวนนี้เป็นคำนาม ไม่ได้หมายถึงการห่อสิ่งของ สำนวนนี้มาจากวงการผลิตภาพยนตร์และโทรทัศน์ แต่ปัจจุบันยังใช้เพื่อปิดการประชุม การซ้อม โปรเจกต์ และกิจกรรมกลุ่มทั่วไปได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนจากกองถ่ายที่ใช้ประกาศว่ากิจกรรมสิ้นสุดแล้ว: Great work, everyone. That's ____.

ดูคำตอบ

a wrap

Come on, unclip.

3:16

มาสิ ปลดล็อกเลย

No, not yet.

3:17

ไม่ ยังไม่ได้

You haven't had the baby. การใช้คำ

3:18

คุณยังไม่ได้คลอดลูกเลยนะ

การใช้คำ

had the baby: คลอดลูกแล้ว

ในบริบทการคลอด “had the baby” หมายถึง “คลอดลูกแล้ว” เป็นการกล่าวถึงเหตุการณ์ ไม่ใช่เพียงสถานการณ์ครอบครัวที่ใครคนหนึ่งมีลูกหรือดูแลเด็กอยู่ “You haven’t had the baby” ใช้ present perfect รูปปฏิเสธ: have not + had หมายความว่าจนถึงตอนนี้การคลอดที่คาดไว้ยังไม่เกิดขึ้น ส่วน “The baby” หมายถึงทารกคนที่ผู้ร่วมสนทนารู้อยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่า Mia คลอดลูกเมื่อเช้าตรู่วันนี้?

  1. Mia has a baby at home.
  2. Mia had the baby early this morning.
  3. Mia is looking after the baby this morning.
ดูคำตอบ

Mia had the baby early this morning.

Haha.

3:20

ฮ่าๆ

Too bad.

3:22

เสียใจด้วยนะ

How do you get this thing off? กริยาวลี

3:22

จะถอดไอ้นี่ออกยังไงเนี่ย?

กริยาวลี

get this thing off: เอาของออก

ในโครงสร้าง get + กรรม + off คำว่า off เป็นส่วนของกริยาวลีที่บอกว่าสิ่งของถูกเอาออกจากร่างกาย พื้นผิว หรือจุดที่ติดอยู่ ในประโยคนี้ get this thing off หมายถึงเอาของที่สวมอยู่ออก ไม่ได้หมายถึงลงจากยานพาหนะ กรรมวางอยู่ระหว่าง get กับ off ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม รูปที่ใช้ตามปกติในความหมายนี้คือ get it off

แบบฝึกหัด

เรียง get, it และ off ให้ถูกต้องเพื่อเติมคำถามให้สมบูรณ์: This sticker will not move. How can I ____?

ดูคำตอบ

get it off

You said if you're going to do something, ลำดับความ

3:25

คุณบอกเองนะว่าถ้าจะทำอะไร

do it properly.

3:27

ก็ต้องทำให้ดีไปเลย

ลำดับความ

You said ...: นำคำพูดของอีกฝ่ายกลับมาใช้

ผู้พูดเริ่มด้วย You said แล้วพูดซ้ำกฎที่อีกฝ่ายเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ จึงเป็นการนำข้อมูลเก่ากลับมาใช้ในบทสนทนาปัจจุบัน ไม่ใช่การเสนอกฎใหม่ เมื่อผู้พูดนำคำพูดของอีกฝ่ายมาใช้กับเจ้าตัว กฎนั้นจึงกลายเป็นแรงกดดันให้ทำตามสิ่งที่ตนเองพูด การย้อนกลับมาใช้คำพูดเดิมทำให้สถานการณ์พลิกและเกิดความขบขัน เพราะคนที่ตั้งมาตรฐานไว้กลับถูกมาตรฐานของตนเองผูกมัด

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้ทำหน้าที่หลักอะไรในบทสนทนา: You said if you're going to do something, do it properly.

  1. ประโยคนี้นำกฎของเขาเองกลับมาใช้เพื่อกดดันให้เขาทำตาม
  2. ประโยคนี้เสนอกฎใหม่ที่ยังไม่มีใครเคยพูดถึง
  3. ประโยคนี้ขอให้เขาอธิบายความหมายของ properly
ดูคำตอบ

ประโยคนี้นำกฎของเขาเองกลับมาใช้เพื่อกดดันให้เขาทำตาม

Ow!

3:29

โอ๊ย!

That advice doesn't apply to me. วลี

3:29

คำแนะนำนั้นไม่ใช้กับฉันหรอก

วลี

advice doesn't apply to me: ใช้ apply to เพื่อบอกว่า “มีผลกับ”

ในที่นี้ apply to หมายถึง “เกี่ยวข้องกับหรือมีผลใช้กับใครบางคน” advice คือสิ่งที่อาจมีผลใช้ ส่วน to me ระบุคนที่ได้รับผล รูปปฏิเสธแสดงว่าผู้พูดบอกว่าคำแนะนำนั้นไม่ได้มีไว้สำหรับตน apply ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ยื่นใบสมัคร” โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ rule, advice, law หรือ condition + apply to + บุคคลหรือสถานการณ์

แบบฝึกหัด

เติมรูปปฏิเสธของ apply to ให้สมบูรณ์: This advice ____ freelancers.

ดูคำตอบ

doesn't apply to

Hello.

3:32

สวัสดี

He's having a baby. การใช้คำ

3:33

เขากำลังจะคลอดลูกค่ะ

การใช้คำ

having a baby: กำลังคลอดในฉากปัจจุบัน

ในฉากจำลองการคลอดนี้ is having a baby หมายถึงการคลอดกำลังเกิดขึ้นตอนนี้ เขากำลังสวมบทเป็นคนที่คลอดลูก Having บรรยายเหตุการณ์ ไม่ใช่การครอบครอง และ present progressive แสดงว่าเหตุการณ์กำลังดำเนินอยู่ ในบริบทอื่น be having a baby อาจหมายถึงกำลังจะมีลูกหรือกำลังจะเป็นพ่อแม่ โดยเฉพาะเมื่อมีเวล future เช่น in June การกระทำและคำบอกเวลารอบข้างจะช่วยตัดสินว่าหมายถึงเหตุการณ์ใด

แบบฝึกหัด

ตัวละครอยู่ในห้องคลอดจำลองและหายใจระหว่างการหดรัดตัว แล้วมีคนพูดว่า "He's having a baby." ประโยคนี้หมายถึงอะไรในฉากดังกล่าว?

  1. ตัวละครกำลังแสดงว่าการคลอดเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้
  2. ตัวละครเป็นเจ้าของทารก
  3. ตัวละครกำลังดูแลทารก
ดูคำตอบ

ตัวละครกำลังแสดงว่าการคลอดเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้

What happens now?

3:37

แล้วไงต่อล่ะเนี่ย?

What are you asking me for? น้ำเสียง/เจตนา

3:38

มาถามฉันทำไม?

น้ำเสียง/เจตนา

What are you asking me for?: “มาถามฉันทำไม?”

โครงสร้าง What ... for? ใช้ถามเหตุผลหรือจุดประสงค์ และมักมีความหมายเท่ากับ Why ...? ในที่นี้ What are you asking me for? หมายถึง “มาถามฉันทำไม?” หรือ “ทำไมถึงเลือกให้ฉันเป็นคนตอบ?” ไม่ได้ถามว่าอีกฝ่ายกำลังถามเรื่องอะไร เพราะผู้พูดไม่คิดว่าตนเองเป็นคนที่เหมาะจะตอบ คำถามนี้จึงอาจสื่อถึงความประหลาดใจ ความไม่แน่ใจ หรือการไม่ต้องการรับผิดชอบเรื่องนั้น

แบบฝึกหัด

มีคนขอให้คุณอธิบายการตัดสินใจเรื่องหนึ่ง แต่คุณไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง คำถามใดหมายถึง “มาถามฉันทำไม?”

  1. What are you asking for?
  2. What are you asking me?
  3. What are you asking me for?
ดูคำตอบ

What are you asking me for?

Aren't you the midwife? วัฒนธรรม

3:39

คุณไม่ได้เป็นหมอตำแยหรอกเหรอ?

วัฒนธรรม

midwife: ผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลการตั้งครรภ์และการคลอด

midwife หมายถึงผดุงครรภ์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่ผ่านการฝึกอบรมให้ดูแลระหว่างตั้งครรภ์ เจ็บครรภ์ คลอดบุตร และช่วงแรกหลังคลอด ใน Aren't you the midwife? ผู้พูดคิดว่าอีกฝ่ายคือผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยในการคลอด midwife เป็นชื่อตำแหน่งงานเฉพาะ ไม่ใช่คำทั่วไปที่หมายถึงภรรยาหรือพยาบาลทุกคน และคนทุกเพศสามารถประกอบอาชีพนี้ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ midwife ด้วยความหมายที่ถูกต้อง?

  1. The midwife fixed the broken television.
  2. A midwife is any person who has a wife.
  3. The midwife cared for the patient during labour and helped with the birth.
ดูคำตอบ

The midwife cared for the patient during labour and helped with the birth.

No, I'm just a friend.

3:41

ไม่ ฉันเป็นแค่เพื่อน

I work at a petrol station. การใช้คำ

3:42

ฉันทำงานที่ปั๊มน้ำมัน

การใช้คำ

at a petrol station: ภาษาอังกฤษแบบบริติชสำหรับสถานที่ขายเชื้อเพลิง

petrol station เป็นคำที่ใช้ทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบบริติช หมายถึงสถานที่ที่ผู้ขับขี่ซื้อเชื้อเพลิงให้รถ ในประโยคนี้ at แสดงว่าสถานที่นั้นเป็นที่ทำงานของผู้พูด ดังนั้น work at a petrol station จึงหมายถึงทำงานอยู่ที่นั่น ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน สถานที่เดียวกันนี้มักเรียกว่า gas station

แบบฝึกหัด

เติมคำภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้ทั่วไปสำหรับสถานที่ที่ผู้ขับขี่ซื้อเชื้อเพลิง: We stopped at a ____ to fill up.

ดูคำตอบ

petrol station

What?

3:44

อะไรนะ?

I'm coming out.

3:45

ฉันจะออกไปแล้วนะ

Well, who's going to deliver my baby? การใช้คำ

3:47

แล้วใครจะทำคลอดให้ฉันล่ะ?

การใช้คำ

deliver my baby: deliver ในบริบทของการคลอด

ใน deliver my baby คำว่า deliver หมายถึงช่วยให้ทารกคลอดออกมา หรือทำคลอด คำถามนี้ถามว่าแพทย์ ผดุงครรภ์ หรือผู้ช่วยคนใดจะช่วยในการคลอด ไม่ได้หมายถึงการนำทารกไปส่งที่อื่น บทบาทของแต่ละคนในประโยคสำคัญมาก my baby ระบุว่าเป็นลูกของผู้พูด ส่วนคนที่จะ deliver the baby คือผู้ที่ช่วยทำคลอด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย deliver ในความหมายว่าช่วยทำคลอด: The midwife will ____ the baby at the hospital.

ดูคำตอบ

deliver

Hey, true blue. วัฒนธรรม

3:49

เฮ้ เพื่อนแท้

วัฒนธรรม

true blue: ซื่อสัตย์ จริงใจ หรือเป็นชาวออสเตรเลียแท้ ๆ

ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย true blue ใช้ชมคนที่ซื่อสัตย์และจริงใจได้ และยังหมายถึงคนที่เป็นชาวออสเตรเลียอย่างแท้จริงหรือมีความเป็นออสเตรเลียอย่างเต็มตัวได้ด้วย ใน “Hey, true blue.” คำนี้ฟังเหมือนคำเรียกอย่างเป็นกันเอง ไม่ใช่การบรรยายสี ในฉากนี้ ผู้พูดยังร้องคำที่เกี่ยวข้องกับเพลงออสเตรเลียชื่อ “True Blue” การรู้ว่าเป็นการอ้างถึงเพลงนี้จะช่วยอธิบายว่าทำไมวลีนี้จึงเพิ่มกลิ่นอายทางวัฒนธรรมออสเตรเลียให้กับฉาก

แบบฝึกหัด

ในบริบทแบบออสเตรเลียนี้ true blue น่าจะสื่อถึงอะไรที่สุด?

  1. บอกว่าคนคนนั้นสวมเสื้อผ้าสีน้ำเงินในเฉดที่ตรงเป๊ะ
  2. สื่อว่าคนคนนั้นซื่อสัตย์ จริงใจ หรือเป็นชาวออสเตรเลียแท้ ๆ
  3. หมายความว่าคนคนนั้นรู้สึกหนาว
ดูคำตอบ

สื่อว่าคนคนนั้นซื่อสัตย์ จริงใจ หรือเป็นชาวออสเตรเลียแท้ ๆ

Is it me and you?

3:51

เป็นฉันกับเธอเหรอ?

Yes.

3:53

ใช่เลย

Is it Mom and Dad?

3:54

เป็น Mom กับ Dad เหรอ?

Is it a... Uh, Lucky's Dad,

3:57

มันคือ... เอ่อ Lucky's Dad,

Can you give us a hand with something? สำนวน

3:59

คุณช่วยอะไรเราหน่อยได้ไหม?

สำนวน

give us a hand with something: ขอความช่วยเหลือ

โครงสร้าง give + person + a hand + with + task หมายถึง “ช่วยคนนั้นทำงานอย่างหนึ่ง” ในประโยคนี้ us ระบุคนที่ต้องการความช่วยเหลือ ส่วน with something ยังไม่ได้บอกชัดว่างานนั้นคืออะไร hand ในที่นี้หมายถึงความช่วยเหลือ ไม่ใช่อวัยวะของร่างกาย การใช้ Can you ทำให้สำนวนนี้กลายเป็นคำขอที่เป็นธรรมชาติและเป็นมิตร

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ขาดจากสำนวน give someone a hand ให้ประโยคสมบูรณ์: Could you give me ____ with this heavy suitcase?

ดูคำตอบ

a hand

Yeah, no worries, Bluey.

4:01

ได้สิ ไม่มีปัญหา บลูอี้

I didn't know this was the something. น้ำเสียง/เจตนา

4:03

ฉันไม่รู้ว่าให้ช่วยเรื่องนี้นะเนี่ย

น้ำเสียง/เจตนา

didn't know this was ...: เพิ่งรู้ตอนนี้ว่าสิ่งตรงหน้าคืออะไร

Didn't know this was ... หมายความว่าก่อนหน้านี้ผู้พูดยังไม่เข้าใจว่าสิ่งของหรือสถานการณ์ตรงหน้าคืออะไร และเพิ่งเข้าใจตอนนี้ this ชี้ไปยังสิ่งที่ผู้พูดกำลังเห็นหรือเผชิญอยู่ ส่วน didn't know บอกถึงการไม่รู้ในช่วงก่อนหน้าและสื่อว่าตอนนี้ผู้พูดเข้าใจแล้ว ในที่นี้ the something เป็นการนำคำคลุมเครือ something ที่ใช้ก่อนหน้านี้มาพูดซ้ำแบบขำ ๆ ผู้พูดเพิ่งรู้ว่างานที่ตนรับปากไว้คืองานเหนือความคาดหมายตรงหน้า ประโยคนี้จึงอาจแสดงทั้งความประหลาดใจและความลังเลที่รับปากไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงว่าผู้พูดเพิ่งรู้ว่าการประชุมตรงหน้าคือการประชุมที่เคยพูดถึงก่อนหน้านี้

  1. I knew this was the meeting you meant.
  2. I didn't know this was the meeting you meant.
  3. I don't know where the meeting will be.
ดูคำตอบ

I didn't know this was the meeting you meant.

Harden up, Pat, น้ำเสียง/เจตนา

4:05

อดทนไว้ แพท

น้ำเสียง/เจตนา

Harden up: คำสั่งตรงและแรงให้เข้มแข็งขึ้น

Harden up เป็นคำสั่งแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “เข้มแข็งกว่านี้” “หยุดบ่น” หรือ “อย่าถอย” ในที่นี้ harden ไม่ได้หมายถึงร่างกายแข็งขึ้นจริง ๆ แต่หมายถึงทำให้ความรู้สึกหรือท่าทีแข็งแกร่งขึ้น การเรียกชื่อ Pat ทำให้คำสั่งตรงมาก ในฉากนี้ผู้พูดกำลังกดดันให้ Pat ทำต่อแทนที่จะถอนตัว

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: การพูด “Harden up!” กับเพื่อนร่วมงานที่ไม่คุ้นเคยและกำลังทุกข์ใจอย่างหนัก มักเป็นคำพูดที่อ่อนโยนและใส่ใจ

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

but I don't know how to deliver a baby.

4:06

แต่ฉันทำคลอดไม่เป็นนะโว้ย

I thought you grew up on a farm. กริยาวลี

4:08

นึกว่านายโตมาในฟาร์มซะอีก

กริยาวลี

thought you grew up on a farm: นึกว่าคุณโตมาในฟาร์ม

ในที่นี้ grew up on a farm หมายถึงใช้ชีวิตวัยเด็กและเติบโตมาในฟาร์ม grow up ใช้พูดถึงการเติบโตของคนตั้งแต่วัยเด็ก ส่วน on a farm บอกสภาพแวดล้อมที่เติบโตมา ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นปลูกพืชผล I thought you ... แสดงว่านี่เป็นสิ่งที่ผู้พูดเคยเชื่อมาก่อน ในบริบทนี้ สถานการณ์ตรงหน้าไม่ตรงกับความเชื่อนั้น ผู้พูดจึงกำลังตั้งคำถามกับข้อสันนิษฐานเดิม ในภาษาอังกฤษ เมื่อใช้ farm กับ live, work หรือ grow up มักใช้ on เช่น live on a farm

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง “ใช้ชีวิตวัยเด็กในฟาร์ม” ลงในประโยค: Maya ____, so she is comfortable around farm animals.

ดูคำตอบ

grew up on a farm

We grew sorghum.

4:10

เราปลูกข้าวฟ่างต่างหาก

Dad, the cricket's started.

4:12

พ่อ คริกเก็ตเริ่มแล้วนะ

I'm busy, mate.

4:14

พ่อไม่ว่างน่ะลูก

Just shout if there's a wicket. วัฒนธรรม

4:15

ถ้ามีคนโดนจับออกก็ตะโกนบอกแล้วกัน

วัฒนธรรม

a wicket ในกีฬาคริกเก็ต

Wicket มีความหมายที่เกี่ยวข้องกันหลายอย่างในกีฬาคริกเก็ต อาจหมายถึงเป้าที่มีตอไม้สามอันอยู่ด้านหลังผู้ตี หรือหมายถึงเหตุการณ์ที่ผู้ตีออกจากการแข่งขันก็ได้ ใน Just shout if there's a wicket คำนี้หมายถึงมีผู้ตีออก ผู้พูดต้องการให้บอกเมื่อเหตุการณ์สำคัญนี้เกิดขึ้นในการแข่งขัน ไม่ได้หมายถึงมีประตูเล็ก ๆ ปรากฏขึ้น

แบบฝึกหัด

ในกีฬาคริกเก็ต “there's a wicket” ในบริบทนี้น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. ประตูเล็กในสวนเปิดออกแล้ว
  2. การแข่งขันถูกยกเลิกแล้ว
  3. ผู้ตีคนหนึ่งออกแล้ว
ดูคำตอบ

ผู้ตีคนหนึ่งออกแล้ว

Okay.

4:17

โอเคครับ

Well, how hard can this be? น้ำเสียง/เจตนา

4:18

แหม มันจะยากสักแค่ไหนกันเชียว?

น้ำเสียง/เจตนา

How hard can this be?: คำถามเชิงวาทศิลป์ที่แสดงความมั่นใจ

How hard can this be? มีรูปเป็นคำถามเกี่ยวกับความยาก แต่ในที่นี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดสื่อว่างานนี้คงไม่ยากมาก แทนที่จะขอให้ประเมินระดับความยากอย่างเป็นกลาง คำพูดที่มั่นใจแบบนี้อาจปูทางให้เกิดความย้อนแย้งได้ หากต่อมางานกลับยากขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่องว่างระหว่างความมั่นใจกับผลที่เกิดขึ้นจะสร้างความขบขัน

แบบฝึกหัด

เติมคำถามเชิงวาทศิลป์ที่สื่ออย่างมั่นใจว่างานนี้คงไม่ยากมากให้สมบูรณ์: I've watched one tutorial. ____?

ดูคำตอบ

How hard can this be

I'll just grab a leg.

4:20

ฉันแค่จับขาเอาไว้ก็พอ

Ow!

4:21

โอ๊ย!

Hey, where are you going?

4:22

เฮ้ นายจะไปไหนน่ะ?

Oh.

4:24

โอ้

I'm not going anywhere. วลี

4:25

ฉันไม่ได้ไปไหนสักหน่อย

วลี

I'm not going anywhere: อยู่ต่อหรือยืนกรานไม่ถอย

I'm not going anywhere หมายความว่าผู้พูดจะไม่จากไป ในที่นี้ผู้พูดกำลังถูกดึง จึงเป็นการปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าจะไม่ขยับออกไป ประโยคเดียวกันนี้ใช้ในความหมายเชิงนามธรรมได้ด้วย โดยอาจเป็นคำสัญญาว่าจะคอยสนับสนุนต่อไป หรือบอกว่าบุคคลนั้นจะไม่ยอมเลิกและไม่ยอมถูกผลักออกไป บริบทจะบอกว่าจุดเน้นคือสถานที่จริงหรือความมุ่งมั่น

แบบฝึกหัด

เพื่อนกลัวว่าคุณจะจากไป ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดว่าคุณจะอยู่ต่อเพื่อให้เพื่อนสบายใจ?

  1. I'm going nowhere with this project.
  2. I'm not going anywhere.
  3. I'm going somewhere after lunch.
ดูคำตอบ

I'm not going anywhere.

Bingo. That tickles!

4:28

บิงโก มันจั๊กจี้นะ!

Oh, we'll see about this. น้ำเสียง/เจตนา

4:30

โอ้ เดี๋ยวเราจะได้เห็นดีกัน

น้ำเสียง/เจตนา

we'll see about this: สื่อว่าจะลงมือทำหรือท้าทาย

ในที่นี้ we'll see about this ไม่ได้หมายถึงแค่การมองดูสิ่งของบางอย่างในภายหลัง แต่หมายถึงผู้พูดตั้งใจจะลงมือทำอะไรกับสถานการณ์ตรงหน้าแทนที่จะยอมรับผลที่เกิดขึ้น ความหมายอาจเป็น “ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง” แบบหนักแน่น หรือ “เดี๋ยวได้รู้กัน” แบบท้าทาย ขึ้นอยู่กับน้ำเสียง ในประโยคนี้เป็นความหมายแบบท้าทายและพร้อมลงมือทำ

แบบฝึกหัด

ในการสนทนาที่ตึงเครียด we'll see about this มีแนวโน้มสื่อถึงอะไรที่สุด?

  1. ผู้พูดต้องการให้ทุกคนมองดูสิ่งของชิ้นหนึ่ง
  2. ผู้พูดตัดสินใจจะไม่สนใจสถานการณ์นั้น
  3. ผู้พูดตั้งใจจะลงมือทำหรือท้าทายสถานการณ์นั้น
ดูคำตอบ

ผู้พูดตั้งใจจะลงมือทำหรือท้าทายสถานการณ์นั้น

I've got a foot.

4:32

ฉันจับเท้าได้แล้ว

Pull!

4:33

ดึง!

Oh, she's got my belly hair.

4:36

โอ้ เธอจับขนพุงฉันแล้ว

It's none for six, Dad. วัฒนธรรม

4:38

ยังไม่เสียวิคเก็ตแต่ได้หกแต้มแล้ว พ่อ

วัฒนธรรม

none for six: หกรันโดยยังไม่เสียวิกเก็ต

ในคริกเก็ต none for six เป็นการบอกคะแนนแบบย่อ หมายถึงฝ่ายตีทำได้หกรันโดยยังไม่เสียวิกเก็ตเลย none หมายถึงจำนวนวิกเก็ตที่เสีย ส่วน six หมายถึงจำนวนรันที่ทำได้ สำนวนนี้ละคำที่ผู้เล่นและแฟนคริกเก็ตเข้าใจจากบริบท โดยความหมายเต็มคือเสียศูนย์วิกเก็ตและทำได้หกรัน ไม่ได้หมายถึงศูนย์รัน

แบบฝึกหัด

ตามธรรมเนียมการบอกคะแนนที่ใช้ในที่นี้ none for six หมายถึงอะไร?

  1. ทำได้หกรันและเสียหกวิกเก็ต
  2. ทำได้หกรันและยังไม่เสียวิกเก็ต
  3. ทำได้ศูนย์รันและเสียหกวิกเก็ต
ดูคำตอบ

ทำได้หกรันและยังไม่เสียวิกเก็ต

Any boundaries? วัฒนธรรม

4:41

ตีลูกข้ามเส้นได้บ้างไหม?

One boundary, two singles.

4:42

ข้ามเส้นหนึ่ง วิ่งเดี่ยวสอง

วัฒนธรรม

การทำคะแนนคริกเก็ต: boundaries ... boundary, two singles

ในที่นี้ boundary และ single เป็นศัพท์การทำคะแนนในกีฬาคริกเก็ต boundary โดยทั่วไปได้สี่รันเมื่อลูกไปถึงขอบสนามหลังแตะพื้น หรือได้หกรันเมื่อลูกข้ามขอบสนามโดยไม่แตะพื้น ส่วน single คือหนึ่งรัน ซึ่งมักได้จากผู้ตีสองคนวิ่งระหว่างวิกเก็ตหนึ่งครั้ง Any boundaries? เป็นการถามว่ามีลูกตีที่ทำ boundary หรือไม่ ส่วน One boundary, two singles เป็นการสรุปสั้น ๆ ว่าได้รันมาอย่างไร ในที่นี้ boundary ไม่ได้หมายถึงขอบเขตส่วนตัว และ singles ไม่ได้หมายถึงคนโสด

แบบฝึกหัด

ในบทสนทนาเกี่ยวกับคริกเก็ตนี้ One boundary, two singles รายงานอะไร?

  1. พวกเขาทำได้หนึ่ง boundary และสอง singles
  2. พวกเขาระบุขอบสนามหนึ่งจุดและผู้เล่นสองคน
  3. พวกเขาพูดถึงขอบเขตส่วนตัวหนึ่งข้อและคนโสดสองคน
ดูคำตอบ

พวกเขาทำได้หนึ่ง boundary และสอง singles

Who got the boundary?

4:44

ใครตีข้ามเส้น?

Focus!

4:46

มีสมาธิหน่อย!

Oh, yeah. Sorry.

4:47

โอ้ ใช่ โทษที

I can see the butt.

4:51

ฉันเห็นก้นแล้ว

I can see the butt.

4:52

ฉันเห็นก้นแล้ว

Keep pulling.

4:53

ดึงต่อไป

Come on you, little...

4:55

มาเถอะ เจ้าตัวน้อย...

I'm getting a lot of dim sims.

4:56

ฉันได้กลิ่นติ่มซำหึ่งเลย

Oh,

4:58

โอ้

I do like to be beside the seaside... ไวยากรณ์

4:59

ฉันชอบอยู่ริมทะเลจริง ๆ...

ไวยากรณ์

do like to: do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า

ใน I do like to... คำว่า do ใช้เพื่อเน้นความหมาย โดยทำให้ประโยคบอกเล่า I like to... หนักแน่นขึ้น สื่อว่าชอบสิ่งนั้นจริง ๆ คำนี้ไม่ได้ใช้สร้างคำถาม เมื่อใช้ do, does หรือ did เพื่อเน้น กริยาหลักยังคงเป็นรูปพื้นฐาน เช่น do like, does enjoy และ did want ในที่นี้ like to ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน be

แบบฝึกหัด

เติมประโยคบอกเล่าด้วย do ที่ใช้เพื่อเน้น: I ____ like to read by the window.

ดูคำตอบ

do

Push! Keep pulling.

5:01

ดัน! ดึงต่อไป

Morning, Wendy.

5:03

อรุณสวัสดิ์ เวนดี้

You'll never get me out. กริยาวลี

5:07

คุณเอาฉันออกไปไม่ได้หรอก

กริยาวลี

get me out: ทำให้ใครบางคนออกจากที่ปิด

get me out ใช้โครงสร้าง get + คนหรือสิ่งของ + out หมายถึงทำให้หรือช่วยให้คนหรือสิ่งของนั้นออกจากที่ปิด ที่ติดอยู่ หรือจุดที่ออกมาได้ยาก คำว่า me บอกว่าคนที่ถูกพาออกคือผู้พูด ส่วน out แสดงการเคลื่อนจากข้างในไปข้างนอก ใน You'll never get me out คำว่า never ทำให้ประโยคมีน้ำเสียงท้าทาย ผู้พูดยืนยันว่าคนอื่นจะเอาตัวผู้พูดออกมาไม่สำเร็จ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึง “กรุณาช่วยให้เด็กออกมาจากในรถ”

  1. Please get the child out of the car.
  2. Please take the child out to buy a car.
  3. Please get out and call the child.
ดูคำตอบ

Please get the child out of the car.

Ow!

5:11

โอ๊ย!

She's not budging. การใช้คำ

5:11

เธอไม่ขยับเลย

การใช้คำ

She's not budging: ออกแรงแล้วก็ยังไม่ขยับ

budge หมายถึงขยับแม้เพียงเล็กน้อย มักใช้เมื่อคนหรือสิ่งของดันหรือดึงได้ยาก She's not budging หมายถึงแม้จะออกแรงแล้ว เธอก็ยังไม่ขยับเลย คำกริยานี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย คนที่ไม่ยอม budge คือคนที่ปฏิเสธจะเปลี่ยนการตัดสินใจหรือจุดยืน แต่ในประโยคนี้หมายถึงการเคลื่อนไหวทางกาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูป -ing ของ budge: The drawer is stuck. It isn't ____.

ดูคำตอบ

budging

We may have to go through the sunroof. สำนวน

5:12

เราอาจจะต้องผ่าออกทางซันรูฟแล้วล่ะ

สำนวน

have to go through the sunroof: อุปมาแบบขำ ๆ เกี่ยวกับการคลอด

ประโยคนี้จินตนาการว่าร่างกายเป็นรถยนต์ และทารกเป็นคนที่กำลังหาทางออกอื่น ซันรูฟแทนวิธีอื่นที่ทำให้ทารกคลอดออกมา ดังนั้นคำพูดนี้จึงเป็นอุปมาแบบขำ ๆ ไม่ได้กำลังพูดถึงรถจริง ความตลกเกิดจากการนำส่วนหนึ่งของรถมาใช้กับฉากการคลอด ในบริบทอื่น ให้มองหาการเปรียบเทียบที่ทุกคนเข้าใจร่วมกัน ซึ่งทำให้การกระทำที่เป็นไปไม่ได้ตามความหมายตรงตัวมีความหมายขึ้นมา

แบบฝึกหัด

ในฉากนี้ have to go through the sunroof หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขาต้องซ่อมซันรูฟก่อนที่ทารกจะเกิด
  2. พวกเขาอยู่ในรถจริงและต้องปีนออกทางหลังคา
  3. พวกเขาอาจต้องใช้วิธีอื่นเพื่อให้ทารกคลอดออกมา โดยเปรียบอย่างขำ ๆ ว่าเหมือนออกทางช่องบนหลังคารถ
ดูคำตอบ

พวกเขาอาจต้องใช้วิธีอื่นเพื่อให้ทารกคลอดออกมา โดยเปรียบอย่างขำ ๆ ว่าเหมือนออกทางช่องบนหลังคารถ

Just get this thing out of me.

5:14

แค่เอาไอ้นี่ออกไปจากตัวฉันก็พอ

Give me a go. วลี

5:16

ให้ฉันลองบ้างสิ

วลี

Give me a go: ขอให้ถึงตาตัวเองลอง

ในที่นี้ a go เป็นคำนามนับได้ที่หมายถึงการลองหนึ่งครั้งหรือหนึ่งรอบ ดังนั้น Give me a go จึงหมายถึง “ให้ฉันลองบ้าง” หรือ “ให้ถึงตาฉันบ้าง” ส่วน go ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ ใช้สำนวนนี้เมื่อคนอื่นกำลังทำหรือลองบางอย่างอยู่ และคุณต้องการโอกาสรับช่วงมาลองเอง

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบของ B ด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ให้ฉันลองบ้าง”: A: I've tried twice, but the lid is stuck. B: ____, please.

ดูคำตอบ

Give me a go

Get out of the way.

5:17

หลบไป

Okay.

5:19

โอเค

I'll pull and you push.

5:20

ฉันจะดึงแล้วนายก็ดันนะ

Okay.

5:21

โอเค

Oh, come on, Bingo.

5:22

โอ้ ออกมาสิ บิงโก

Ready?

5:24

พร้อมไหม?

Ready!

5:24

พร้อมแล้ว!

It's working.

5:30

ได้ผลแล้ว

Keep pushing.

5:31

ดันต่อไป

Dad, Sparky's out.

5:33

พ่อ สปาร์คกี้ออกแล้วนะ

Caught behind. วัฒนธรรม

5:35

โดนรับลูกได้ข้างหลัง

วัฒนธรรม

Caught behind: การออกในคริกเก็ตเมื่อวิกเก็ตคีปเปอร์รับลูกได้

“Caught behind” เป็นวิธีหนึ่งที่ผู้ตีออกในกีฬาคริกเก็ต ลูกบอลแตะหรือเฉี่ยวไม้ของผู้ตี แล้ววิกเก็ตคีปเปอร์ที่อยู่หลังวิกเก็ตรับลูกไว้ก่อนที่ลูกจะกระดอนจากพื้น ในรายงานการแข่งขันสั้น ๆ นี้ วลีดังกล่าวบอกว่าผู้เล่นออกอย่างไร “Behind” หมายถึงตำแหน่งของวิกเก็ตคีปเปอร์ ไม่ได้หมายถึงมีคนถูกจับจากด้านหลังในการไล่ตามทั่วไป

แบบฝึกหัด

ในกีฬาคริกเก็ต เหตุการณ์ใดเรียกว่า caught behind?

  1. ผู้เล่นในสนามรับลูกโด่งได้ใกล้เส้นเขตสนาม
  2. ลูกเฉี่ยวไม้ แล้ววิกเก็ตคีปเปอร์รับได้ก่อนลูกกระดอน
  3. ลูกผ่านผู้ตีและกลิ้งไปด้านหลังวิกเก็ตคีปเปอร์
ดูคำตอบ

ลูกเฉี่ยวไม้ แล้ววิกเก็ตคีปเปอร์รับได้ก่อนลูกกระดอน

Oh, biscuits. สำนวน

5:36

โอ้ บิสกิต

สำนวน

biscuits ใน Oh, biscuits! ที่ใช้เป็นคำอุทานเบา ๆ

“Biscuits” ปกติหมายถึงอาหารอบชนิดหนึ่ง แต่ใน “Oh, biscuits!” คำนี้ทำหน้าที่เป็นคำอุทานเบา ๆ เพื่อแสดงความผิดหวังหรือความรำคาญ ผู้พูดใช้คำธรรมดาที่ไม่หยาบแทนคำสบถที่แรงกว่า จึงทำให้ปฏิกิริยานี้เหมาะกับเด็กและมีอารมณ์ขำ ๆ ในที่นี้จึงมีความหมายคล้าย “โอ้ ไม่นะ!” หรือ “แย่จัง!” ไม่ได้กำลังพูดถึงอาหาร

แบบฝึกหัด

ใช้คำเกี่ยวกับอาหารที่เป็นเป้าหมายของบทเรียนนี้เติมคำอุทานเบา ๆ ให้สมบูรณ์: Oh, ____! I missed the bus.

ดูคำตอบ

biscuits

Just got to see this. ไวยากรณ์

5:37

ต้องดูช็อตนี้ซะหน่อยแล้ว

ไวยากรณ์

got to see this: ความจำเป็นหรือความอยากอย่างแรงกล้า

ในบริบทนี้ Just got to see this เป็นวลีสนทนาแบบสั้นและรวดเร็วจาก I've just got to see this โครงสร้าง have got to + คำกริยารูปพื้นฐานใช้เมื่อผู้พูดรู้สึกว่าจำเป็นมากหรือมีความอยากอย่างแรงกล้า หมายถึง “ฉันต้องดูนี่ให้ได้” แม้จะละประธานและกริยาช่วยไว้ แต่เข้าใจได้จากสถานการณ์ ในที่นี้ just เน้นความรู้สึกเร่งด่วน ณ ตอนนั้น ส่วน got ไม่ได้เป็นเพียงรูปอดีตของ get

แบบฝึกหัด

เพื่อนกำลังจะปิดหน้าผลการแข่งขันสด แต่คุณรู้สึกว่าต้องดูคะแนนให้ได้ ประโยคใดแสดงความรู้สึกแรงกล้านี้

  1. I've just got to see the final score.
  2. I've just seen the final score.
  3. I just got to see the final score yesterday.
ดูคำตอบ

I've just got to see the final score.

Look.

5:38

นี่

You're not going anywhere.

5:38

นายห้ามไปไหนเด็ดขาด

Okay, baby.

5:40

เอาล่ะ ที่รัก

Time to come out. วลี

5:41

ได้เวลาออกมาแล้ว

วลี

Time to come out: สัญญาณสั้น ๆ ให้ลงมือทำ

Time to + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นรูปสนทนาแบบสั้นของ It's time to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกอีกฝ่ายว่าถึงเวลาทำสิ่งต่อไปแล้ว ในที่นี้ come out หมายถึงออกมาจากข้างในหรือจากที่ซ่อนมายังจุดที่มองเห็นได้ ประโยคนี้เป็นสัญญาณให้ลงมือทำ ไม่ใช่คำถามว่าเวลาเท่าไร

แบบฝึกหัด

ใช้สัญญาณสั้น ๆ จากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: The hiding game is over. ____.

ดูคำตอบ

Time to come out

No!

5:42

ไม่!

Sing to me, Pat.

5:45

ร้องเพลงให้ฉันฟังหน่อย แพท

Oh, yeah, right-o. การใช้คำ

5:46

โอ้ ได้เลย จัดให้

การใช้คำ

right-o: คำว่า “ตกลง” แบบกันเองในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลีย

ในที่นี้ right-o เป็นคำตอบในภาษาพูดที่ใช้เดี่ยว ๆ ได้ หมายถึง “ตกลง” “ได้เลย” หรือ “ฉันจะทำ” ผู้พูดกำลังตอบรับสิ่งที่อีกฝ่ายขออย่างเป็นกันเอง ให้เข้าใจ right-o เป็นคำอุทานตอบรับหนึ่งคำ ในการใช้นี้ right ไม่ได้หมายถึงทิศทางและไม่ได้บอกว่าสิ่งใดถูกต้อง ส่วน -o ที่เติมเข้ามาทำให้คำตอบฟังสบาย ๆ และไม่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ right-o สื่อความหมายอะไร

  1. คำสั่งให้เลี้ยวขวา
  2. การตัดสินว่าคำตอบหนึ่งถูกต้อง
  3. การตอบรับแบบสบาย ๆ ว่า “ตกลง ฉันจะทำ”
ดูคำตอบ

การตอบรับแบบสบาย ๆ ว่า “ตกลง ฉันจะทำ”

Hey, true blue.

5:47

เฮ้ เพื่อนแท้

Is it me and you?

5:49

เป็นฉันกับเธอเหรอ?

Is it Mom and Dad?

5:51

เป็น Mom กับ Dad เหรอ?

Is it a cockatoo?

5:53

มันเป็นนกกระตั้วไหม?

Is it standing by your mate? สำนวน

5:55

มันยืนอยู่ข้างเพื่อนเธอเหรอ?

สำนวน

standing by your mate: สนับสนุนเพื่อนอย่างซื่อสัตย์

ใน standing by your mate นั้น stand by someone หมายถึงคอยสนับสนุนคนคนนั้นต่อไป โดยเฉพาะเมื่อเกิดความยากลำบาก สำนวนนี้สื่อถึงความซื่อสัตย์และไม่ทอดทิ้ง ไม่ใช่แค่การยืนอยู่ใกล้กันทางกายภาพ Mate เป็นคำไม่เป็นทางการที่หมายถึง “เพื่อน” หรือ “พวกเดียวกัน” และพบบ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลีย คำถามนี้ถามว่าคุณสมบัติที่กำลังพูดถึงคือการแสดงความซื่อสัตย์ต่อเพื่อนหรือไม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ stand by ในความหมายว่ายังคงซื่อสัตย์และคอยสนับสนุน

  1. I'll stand by my sister while she recovers.
  2. Please stand beside my sister for the photo.
  3. The spare chair is standing by the window.
ดูคำตอบ

I'll stand by my sister while she recovers.

Woo!

5:57

วู้!

Biscuits!

5:58

แย่แล้ว!

Born!

6:01

เกิดแล้ว!

Hooray!

6:02

ไชโย!

Hooray.

6:04

ไชโย

Now you have to give her a name. วลี

6:13

ตอนนี้เธอต้องตั้งชื่อให้เธอ

วลี

give her a name: ตั้งชื่อให้ใครสักคน

Give someone a name หมายถึงเลือกหรือตั้งชื่อให้คนหรือสัตว์ ใน give her a name คำว่า her คือผู้ที่ได้รับการตั้งชื่อ และ a name คือชื่อที่ตั้งให้เธอ ตรงนี้ give หมายถึงการตั้งชื่อ ไม่ใช่การยื่นสิ่งของให้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ give + คนหรือสัตว์ + a name

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ give + someone + a name กับคำสรรพนาม her เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Our new story character is a girl, so we need to ____.

ดูคำตอบ

give her a name

Oh, yeah.

6:15

โอ้ ใช่

Let's get a look at you. วลี

6:17

ขอดูหน้าหน่อยสิ

วลี

get a look at you: ได้เห็นคุณชัด ๆ

Get a look at someone or something หมายถึงมีโอกาสได้มองคนหรือสิ่งของ มักใช้เมื่อเห็นเป็นครั้งแรกหรือต้องการเห็นให้ชัดขึ้น ใน get a look at you คำว่า look เป็นคำนามนับได้ จึงต้องมี a และ at ใช้นำหน้าคนที่ถูกมอง Let's get a look at you เป็นคำชวนอย่างเป็นกันเองให้อีกฝ่ายยอมให้มอง คล้ายกับการพูดว่า “มาดูกันว่าเธอเป็นยังไง” หรือ “ขอฉันดูหน่อย” ตรงนี้ get ไม่ได้หมายถึงการได้สิ่งของมาครอบครอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย get a look at: Move the photo closer so I can ____ the details.

ดูคำตอบ

get a look at

I'm going to call you Chilli. ไวยากรณ์

6:25

ฉันจะเรียกเธอว่าชิลลี่นะ

ไวยากรณ์

call you Chilli: call + กรรม + ชื่อ

ใน call you Chilli คำว่า call หมายถึง “ตั้งชื่อคุณว่า Chilli” หรือ “เรียกคุณด้วยชื่อ Chilli” โครงสร้างคือ call + คน + ชื่อ โดย you คือคนที่ถูกเรียก และ Chilli คือชื่อที่ใช้เรียกคนนั้น ตรงนี้ call ไม่ได้แปลว่า “โทรหา” ภาษาอังกฤษวางชื่อไว้หลังคนโดยตรง จึงพูดว่า call you Chilli ไม่ใช่ call you as Chilli

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง call + กรรม + ชื่อที่ตรงตามคำในวงเล็บ: Our new puppy's name is Rocket, so we'll ____. (call / him / Rocket)

ดูคำตอบ

call him Rocket

Oh, you Heelers don't muck around. สำนวน

6:28

แหม ครอบครัวฮีลเลอร์นี่เอาจริงเอาจังกันจังเลยนะ

สำนวน

don't muck around: ลงมือโดยไม่ล่าช้า

Muck around เป็นกริยาวลีแบบไม่เป็นทางการที่อาจหมายถึงเสียเวลา เล่นไปเรื่อย หรือไม่จริงจัง ในรูปปฏิเสธ Heelers don't muck around หมายความว่าครอบครัว Heeler ลงมืออย่างรวดเร็วและจัดการเรื่องต่าง ๆ โดยไม่ล่าช้า ผู้พูดแสดงความประทับใจต่อความรวดเร็วของพวกเขาด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ ตรงนี้ muck around เป็นวลีเดียวกัน ไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งสกปรก โคลน หรือการทำให้บางอย่างสกปรก

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง “you Heelers don't muck around” หมายความว่าอะไร

  1. ครอบครัว Heeler หลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวเองสกปรก
  2. ครอบครัว Heeler ลงมืออย่างรวดเร็วและไม่เสียเวลา
  3. ครอบครัว Heeler ใช้เวลาเล่นมุกแทนที่จะลงมือทำ
ดูคำตอบ

ครอบครัว Heeler ลงมืออย่างรวดเร็วและไม่เสียเวลา

Well, if you're going to do something, ลำดับความ

6:30

ก็ถ้าจะทำอะไรสักอย่าง

do it properly.

6:32

ก็ต้องทำให้ดีไปเลยสิ

ลำดับความ

การพูดซ้ำ if you're going to do something, do it properly เพื่อเชื่อมกลับในตอนจบ

ในตอนจบ ประโยคนี้ย้ำหลักการที่กล่าวไว้ก่อนหน้า นี่คือการเชื่อมกลับหรือ callback: ถ้อยคำเดิมทำให้ผู้ชมนึกถึงตอนต้น และเชื่อมเข้ากับสิ่งที่เพิ่งทำเสร็จ ดังนั้น ประโยคนี้จึงทำหน้าที่จัดโครงเรื่อง ไม่ได้เพิ่มประเด็นไวยากรณ์หรือข้อมูลใหม่ มันช่วยปิดเรื่องให้สมบูรณ์และทำให้หลักการนี้กลายเป็นใจความของฉาก

แบบฝึกหัด

การพูดประโยคนี้ซ้ำในตอนจบมีหน้าที่หลักในการเล่าเรื่องอย่างไร?

  1. ประโยคนี้เสนอหลักการใหม่ที่ผู้ชมยังไม่เคยได้ยิน
  2. ประโยคนี้แก้ไวยากรณ์ของประโยคก่อนหน้า
  3. ประโยคนี้สะท้อนหลักการที่กล่าวไว้ก่อนหน้าและทำให้เรื่องราวจบอย่างสมบูรณ์
ดูคำตอบ

ประโยคนี้สะท้อนหลักการที่กล่าวไว้ก่อนหน้าและทำให้เรื่องราวจบอย่างสมบูรณ์

Well done, honey.

6:34

เก่งมากจ้ะที่รัก

She's beautiful.

6:37

เธอสวยมากเลย

That was a doddle. การใช้คำ

6:39

ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

การใช้คำ

a doddle: งานที่ง่ายมาก

ในภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการของอังกฤษและออสเตรเลีย a doddle หมายถึงสิ่งที่ทำได้ง่ายมาก ใน That was a doddle. คำว่า doddle เป็นคำนามนับได้ที่ตามหลัง a ดังนั้นทั้งประโยคจึงหมายความว่างานนั้นง่ายมาก หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่ยากหรือวุ่นวาย ผู้พูดอาจใช้ประโยคนี้เพื่อทำให้ตัวเองดูมั่นใจแบบสบาย ๆ ลดทอนความยาก หรือพูดเล่นกับความขัดแย้งนั้น ในที่นี้ความขัดแย้งทำให้คำพูดมีอารมณ์ขันแบบอวดเก่งเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยนามวลีแบบไม่เป็นทางการของอังกฤษจากบทเรียนนี้ คำนามหลักขึ้นต้นด้วย dod- และหมายถึง “สิ่งที่ง่ายมาก”: Everyone warned me about the test, but it was ____.

ดูคำตอบ

a doddle

Don't know what all the fuss is about.

6:41

ไม่รู้ว่าคนอื่นจะโวยวายกันไปทำไม

My turn.

6:43

ตาฉันบ้างล่ะ