ทำไมคู่รักสายหลีกเลี่ยงและสายวิตกกังวลถึงเลิกกันยาก: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
คำอธิบายวิดีโอ: คู่รักแบบวิตกกังวลไล่ตามความใกล้ชิด ส่วนคู่รักแบบหลีกเลี่ยงถอยห่าง คำขอเลิกทำให้บทบาทสลับกันชั่วคราว แต่เมื่อคืนดี ความกลัวเดิมก็กลับมา การตั้งชื่อรูปแบบนี้ช่วยให้หยุดทำซ้ำได้ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. a constant game of push and pull. (สำนวนและภาษาภาพพจน์): เข้าใจอุปมาของการไล่ตามและถอยหนีซ้ำ ๆ แล้วใช้กับแรงที่ขัดกันหรือความสัมพันธ์ที่ไม่มั่นคง 2. can't help but (ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค): แสดงปฏิกิริยาที่ควบคุมไม่ได้ด้วยกริยารูปพื้นฐาน และเปรียบเทียบกับ can't help doing 3. act out their compulsions. (กริยาวลี): เข้าใจความหมายทางจิตวิทยาว่านำแรงผลักภายในออกมาเป็นพฤติกรรมโดยไม่ไตร่ตรอง ไม่ใช่แสดงฉาก และอธิบายว่าความตระหนักช่วยหยุดพฤติกรรมนั้นได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
There is a certain sort of relationship that is alternately passionate, fiery, and painfully unfulfilling
0:00มีความสัมพันธ์บางประเภทที่เดี๋ยวก็เต็มไปด้วยความหลงใหล เร่าร้อน และเดี๋ยวก็ว่างเปล่าจนเจ็บปวด
and that tends to puzzle both outsiders and its participants.
0:07และมักจะทำให้ทั้งคนนอกและคนในความสัมพันธ์เองรู้สึกสับสน
anxiously attached and another who is avoidantly attached. วัฒนธรรม
0:15มีรูปแบบความผูกพันแบบวิตกกังวล และอีกคนที่มีรูปแบบความผูกพันแบบหลีกเลี่ยง
as psychologists put it: ระบุแหล่งที่มาของถ้อยคำเชิงวิชาชีพ
วลีแทรก as psychologists put it บอกว่าถ้อยคำที่ใช้นั้นมาจากใคร ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้ anxiously attached และ avoidantly attached เป็นคำศัพท์ที่นักจิตวิทยาใช้ ไม่ใช่ป้ายที่ผู้พูดคิดขึ้นอย่างลอย ๆ คำว่า put ในที่นี้หมายถึง “ถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูด” ไม่ใช่ “วาง” แม้วลีแทรกนี้จะคั่นประโยคชั่วครู่ แต่โครงสร้างหลักยังคงเชื่อม one person who is anxiously attached กับ another who is avoidantly attached วิธีนี้ช่วยให้ผู้พูดยืมคำศัพท์ของผู้เชี่ยวชาญมาใช้ พร้อมกับรักษาระยะห่างจากถ้อยคำนั้นเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีแทรกภาษาอังกฤษสี่คำที่ระบุว่าถ้อยคำนี้มาจากนักจิตวิทยา: This pattern is, ____, a form of selective attention.
ดูคำตอบ
as psychologists put it
ความแตกต่างระหว่าง anxiously attached กับ avoidantly attached
ในทฤษฎีความผูกพัน anxiously attached อธิบายรูปแบบที่คนหนึ่งกังวลเป็นพิเศษว่าจะถูกปฏิเสธหรือทอดทิ้ง และมักต้องการคำยืนยันหรือความใกล้ชิดเมื่อความสัมพันธ์ดูไม่แน่นอน Avoidantly attached อธิบายรูปแบบการปกป้องตนเองด้วยการสร้างระยะห่างทางอารมณ์ ลดความสำคัญของความต้องการ หรือถอยออกจากความใกล้ชิด คำเหล่านี้อธิบายแนวโน้มโดยกว้างในความสัมพันธ์ ไม่ได้หมายถึง attached ในความหมายว่าเชื่อมติดกันทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
ตามความหมายแบบย่อของทฤษฎีความผูกพันในที่นี้ พฤติกรรมใดตรงกับปฏิกิริยา avoidantly attached มากที่สุด?
- ถอยออกมาเมื่อความใกล้ชิดดูเสี่ยง
- ขอคำยืนยันซ้ำ ๆ เมื่อรู้สึกว่าอาจถูกปฏิเสธ
- เชื่อมติดกับอีกคนหนึ่งทางกายภาพ
ดูคำตอบ
ถอยออกมาเมื่อความใกล้ชิดดูเสี่ยง
a constant game of push and pull: การเคลื่อนไหวตรงข้ามที่เกิดซ้ำ
ในประโยคนี้ a constant game of push and pull เป็นอุปมาถึงรูปแบบที่เกิดซ้ำ ฝ่ายหนึ่งเข้าหาเพื่อความใกล้ชิดหรือการควบคุม ขณะที่อีกฝ่ายต่อต้านหรือถอยห่าง และต่อมาทิศทางของทั้งสองฝ่ายอาจสลับกันได้ push and pull หมายถึงแรงที่ตรงข้ามกัน ไม่ใช่การผลักและดึงทางกายจริง ๆ game ในที่นี้หมายถึงปฏิสัมพันธ์ต่อเนื่องที่มีการเคลื่อนไหวแบบเดิมซ้ำ ๆ ไม่ใช่การเล่นสนุก วลีนี้ยังใช้บรรยายแรงกดดันหรือแรงจูงใจที่ขัดแย้งกันในงาน การเมือง หรือการตัดสินใจส่วนตัวได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ในวลี 'a constant game of push and pull' คำว่า 'push and pull' หมายถึงอะไร
- การแลกเปลี่ยนอย่างร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายยอมประนีประนอม
- ความตึงเครียดที่เกิดซ้ำระหว่างการกระทำหรือแรงกดดันที่ตรงข้ามกัน
- เกมจริงที่เล่นโดยการเคลื่อนย้ายสิ่งของ
ดูคำตอบ
ความตึงเครียดที่เกิดซ้ำระหว่างการกระทำหรือแรงกดดันที่ตรงข้ามกัน
withholding, cold, and perhaps physically uninterested too.
0:34ปิดกั้น เย็นชา และบางทีอาจไม่สนใจในเรื่องทางกายด้วย
accuse someone of being: โครงสร้าง accuse + กรรม + of + -ing
Accuse รับบุคคลหรือกลุ่มเป็นกรรม แล้วตามด้วย of และคำนามหรือรูป -ing เช่น accuse someone of something หรือ accuse someone of doing/being something ในที่นี้ them เป็นกรรม ส่วน being emotionally distant, withholding, cold, and perhaps physically uninterested คือสภาพที่ถูกกล่าวหา หลัง accuse ต้องใช้ of being ไม่ใช่ to be นอกจากนี้ accuse ยังมีความหมายถึงการตำหนิหรือกล่าวโทษ คือเสนอข้อกล่าวหาเชิงลบต่อใครบางคน ไม่ใช่เพียงบรรยายอย่างเป็นกลาง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำบุพบทที่จำเป็น: The editor accused the writer ____ being dishonest.
ดูคำตอบ
of
for their part: เปลี่ยนไปกล่าวถึงอีกฝ่าย
ในที่นี้ for their part เปลี่ยนจุดสนใจจากฝ่ายที่กล่าวถึงไปแล้ว ไปยังสิ่งที่คนรักแบบหลีกเลี่ยงทำ มีความหมายว่า “ส่วนคนรักแบบหลีกเลี่ยง” หรือ “เมื่อมองจากฝ่ายของเขา” โดย part ไม่ได้หมายถึงอวัยวะหรือบทบาทในการแสดง ใช้โครงสร้าง for + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + part เพื่อจัดข้อมูลเมื่อต้องเปรียบเทียบบุคคลหรือกลุ่ม หลังจากนำเสนอฝ่ายหนึ่งแล้ว วลีนี้จะพาไปยังมุมมอง ปฏิกิริยา หรือพฤติกรรมของอีกฝ่าย
แบบฝึกหัด
หลังจากรายงานอธิบายความกังวลของคนงานแล้ว ก็เขียนว่า “For their part, the managers promise to discuss the issue.” วลีต้นประโยคทำหน้าที่อะไร
- บอกว่าผู้จัดการกำลังแสดงบทบาทหนึ่ง
- เปลี่ยนความสนใจไปยังจุดยืนหรือการกระทำของผู้จัดการ
- บอกว่าผู้จัดการรับผิดชอบเพียงบางส่วน
ดูคำตอบ
เปลี่ยนความสนใจไปยังจุดยืนหรือการกระทำของผู้จัดการ
far too demanding: เกินระดับที่ยอมรับได้ไปมาก
ใน far too demanding คำว่า too หมายถึง “เรียกร้องมากกว่าระดับที่ยอมรับได้หรือสมเหตุสมผล” ส่วน far เน้น too ให้แรงขึ้น จึงเป็นการตัดสินที่รุนแรงกว่าการพูดเพียง demanding มาก โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ far too + คำคุณศัพท์หรือคำกริยาวิเศษณ์ เช่น far too expensive, far too slowly ตรงนี้ far บอกระดับ ไม่ได้บอกระยะทาง และวลีนี้มักสื่อคำวิจารณ์ ความกังวล หรือผลเชิงลบอื่น ๆ
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่ใช้ far เพื่อบอกว่าน้ำหนักเกินขีดจำกัดที่ปลอดภัยไปมาก: The suitcase is ____ heavy for me to lift safely.
ดูคำตอบ
far too
as they put it pejoratively ในฐานะวลีแทรกที่บอกแหล่งที่มาและท่าที
วลีแทรก as they put it pejoratively บอกว่าควรตีความป้ายกำกับที่ตามมาอย่าง needy อย่างไร as they put it ระบุว่าถ้อยคำนั้นเป็นของคนที่ผู้เล่ากำลังรายงานคำพูด ส่วน pejoratively บอกว่าถ้อยคำนั้นมีนัยตัดสินในทางลบและดูถูก การแทรกวลีนี้ไว้กลางรายการช่วยแยกเสียงของผู้เล่าออกจากท่าทีที่กำลังถูกรายงาน ผู้เขียนจึงสามารถรายงานป้ายกำกับที่มีอคติโดยไม่เสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เป็นกลางหรือแสดงว่าตนเห็นด้วยเสมอไป
แบบฝึกหัด
วลีแทรก as they put it pejoratively ในประโยคนี้ส่งสัญญาณอะไร?
- คำว่า needy เป็นป้ายกำกับเชิงลบที่พวกเขาใช้ ไม่จำเป็นต้องเป็นการตัดสินของผู้เล่าเอง
- ผู้เล่าไม่แน่ใจว่าใครใช้คำว่า needy
- ผู้เล่ากำลังให้คำนิยามที่เป็นกลางของ needy
ดูคำตอบ
คำว่า needy เป็นป้ายกำกับเชิงลบที่พวกเขาใช้ ไม่จำเป็นต้องเป็นการตัดสินของผู้เล่าเอง
needy ในฐานะป้ายกำกับเชิงตำหนิในความสัมพันธ์
ในการพูดเรื่องความสัมพันธ์ needy ใช้อธิบายคนที่ถูกมองว่าเรียกร้องความสนใจ คำยืนยันให้สบายใจ การติดต่อ หรือแรงสนับสนุนทางอารมณ์มากเกินไป ในที่นี้คำนี้เป็นป้ายกำกับเชิงลบ ไม่ใช่การบอกอย่างเป็นกลางว่าคนนั้นมีความต้องการ คำนี้สื่อถึงการวิจารณ์และมักรวมถึงความรำคาญของผู้พูดด้วย ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือมาตรวัดที่เป็นกลางว่าคนหนึ่งควรต้องการการสนับสนุนมากเพียงใด
แบบฝึกหัด
needy ในประโยค He keeps calling me needy because I ask for reassurance. น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?
- เขาคิดว่าฉันเรียกร้องความสนใจหรือคำยืนยันให้สบายใจมากเกินไป
- เขาคิดว่าฉันกำลังได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ
- เขาคิดว่าฉันต้องการความช่วยเหลือทางการเงิน
ดูคำตอบ
เขาคิดว่าฉันเรียกร้องความสนใจหรือคำยืนยันให้สบายใจมากเกินไป
การละคำใน One person seems to want ..., the other ...
อนุประโยคที่สองใช้การละคำ โดยไม่กล่าว seems to want ซ้ำ เพราะสามารถเติมความหมายจากอนุประโยคแรกได้ง่าย ความหมายเต็มคือ “One person seems to want far too much; the other seems to want far too little.” โครงสร้างคู่ขนานนี้วาง far too much และ far too little ไว้เทียบกันโดยตรง ทำให้ความแตกต่างกระชับและชัดเจน ในการเปรียบเทียบแบบสมดุลที่คล้ายกัน ภาคแสดงที่ซ้ำกันสามารถละไว้ให้เข้าใจจากบริบทได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ เข้าใจว่ามีคำใดถูกละไว้หลัง the other?
- seems to want
- has
- gives
ดูคำตอบ
seems to want
the anxious partner loves the avoidant one with great intensity,
1:01ฝ่ายที่วิตกกังวลรักฝ่ายที่หลีกเลี่ยงอย่างรุนแรง
The dissatisfaction grows ever more intense until, ไวยากรณ์
1:08ความไม่พอใจทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่ง
grows ever more intense: ระดับที่ค่อย ๆ รุนแรงขึ้น
grow + คำคุณศัพท์ หมายถึง “ค่อย ๆ กลายเป็นหรือมีคุณลักษณะนั้น” ในที่นี้ grows intense บรรยายว่าความไม่พอใจมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นตามเวลา ไม่ได้หมายถึงการเติบโตทางกายภาพ ever more เสริมระดับการเปรียบเทียบ โดยหมายถึง “ยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ” ดังนั้น grows ever more intense จึงแสดงการทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ever ในที่นี้ไม่ใช่ ever ที่เกี่ยวกับประสบการณ์ในช่วงเวลาอย่างในคำถาม Have you ever...?
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ grow ตามด้วย ever more hostile: As the argument continued, the discussion ____.
ดูคำตอบ
grew ever more hostile
fed up with: ถึงขีดจำกัดของความอดทน
Fed up with หมายถึงรู้สึกรำคาญหรือเบื่อหน่ายกับสิ่งที่เกิดซ้ำจนไม่อยากทนอีกต่อไป ในประโยคนี้ ความรู้สึกเหมือนถูกปฏิเสธสะสมขึ้นเรื่อย ๆ จนคู่รักฝ่ายที่มีความกังวลถึงขีดจำกัด โครงสร้างคือ be fed up with + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing โดย with ใช้นำหน้าต้นเหตุของความไม่พอใจ ส่วน fed ในที่นี้ไม่ได้เกี่ยวกับการกิน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่แสดงความไม่พอใจสะสม: After a month of canceled practices, the team is ____ the constant schedule changes.
ดูคำตอบ
fed up with
they're off: บอกว่ากำลังจะจากไป
ใน they're off คำว่า off หมายถึงจากไปหรือออกเดินทาง They're เป็นรูปย่อของ they are ดังนั้นโครงสร้างเต็มคือ they are off ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการบอกว่าจะออกเดินทางตามปกติ แต่คู่รักกำลังบอกว่าจะออกจากความสัมพันธ์ บริบทจะเป็นตัวตัดสินว่า be off หมายถึงเพียงแค่จากไปหรือสื่อถึงการจากไปอย่างเด็ดขาดมากกว่า
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The taxi is waiting, so we're off,” คำว่า we're off หมายถึงอะไร?
- เรายกเลิกแท็กซี่แล้ว
- เรากำลังหยุดงานหนึ่งวัน
- แท็กซี่หยุดทำงานแล้ว
- ตอนนี้เรากำลังจะไปแล้ว
ดูคำตอบ
ตอนนี้เรากำลังจะไปแล้ว
At which point the avoidant party undergoes a complete sea change. โน้ต
1:22เมื่อถึงจุดนี้ ฝ่ายที่หลีกเลี่ยงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ
At which point ในฐานะคำเชื่อมการเล่าเรื่อง
At which point ย้อนกลับไปอ้างถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง และหมายถึง “จากนั้น ณ ช่วงเวลาหรือขั้นตอนนั้น” ในที่นี้ การประกาศก่อนหน้าว่าจะจากไปเป็นตัวกำหนดจุดเวลา และวลีนี้พาเรื่องราวตรงไปยังปฏิกิริยาของฝ่ายที่มีลักษณะหลีกเลี่ยง ในทางไวยากรณ์ which เชื่อม point เข้ากับอนุประโยคก่อนหน้า ไม่ใช่คำถามเกี่ยวกับสถานที่ ใช้โครงสร้างนี้หลังเหตุการณ์หรือขั้นตอนหนึ่งเพื่อเกริ่นถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทันทีหลังจากนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสามคำที่หมายถึง “จากนั้น ณ ขณะนั้น”: The final bell rang, ____ everyone rushed outside.
ดูคำตอบ
at which point
a complete sea change: การเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง
A sea change เป็นสำนวนที่หมายถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งและกว้างขวาง ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวบอกว่าทัศนคติของฝ่ายที่มีลักษณะหลีกเลี่ยงเปลี่ยนไปอย่างมาก ไม่ใช่การปรับเปลี่ยนเล็กน้อย และไม่ได้หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับทะเลตามตัวอักษร คำคุณศัพท์ complete ช่วยเน้นสำนวนให้แรงขึ้น โดยผู้พูดนำเสนอปฏิกิริยานี้ว่าเป็นการเปลี่ยนไปจากพฤติกรรมก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง รูปแบบที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ a sea change in something โดยเฉพาะกับทัศนคติ นโยบาย พฤติกรรม หรือสถานการณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึง “การเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง”: Over the next decade, there was a ____ in public attitudes toward remote work.
ดูคำตอบ
sea change
and reveals something that is normally utterly submerged in their character,
1:32และเผยให้เห็นสิ่งที่ปกติถูกฝังลึกอยู่ในนิสัยของพวกเขา
that of being engulfed in love: การใช้ that แทนคำนาม
ในที่นี้ that ใช้แทนคำนามเอกพจน์ fear ที่กล่าวไปก่อนหน้า that of being engulfed in love จึงหมายถึง the fear of being engulfed in love และทำให้วลีที่อธิบายซ้ำไม่ต้องใช้คำนามเดิมอีกครั้ง นี่คือการใช้คำแทนคำนาม ไม่ใช่ that ที่ชี้ไปยังสิ่งที่อยู่ไกล และไม่ใช่ that ที่นำหน้าอนุประโยค วลี of ที่ตามมาระบุเนื้อหาของ fear ที่ถูกแทน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างแทนคำนามแบบเป็นทางการเพื่อไม่ให้ใช้ concern ซ้ำ: Her main concern, ____ keeping the data safe, shaped the plan.
ดูคำตอบ
that of
at a stroke: การกระทำเดียวที่ให้ผลลัพธ์สมบูรณ์
At a stroke หมายถึงการที่การกระทำหรือเหตุการณ์เพียงหนึ่งอย่างทำให้ผลลัพธ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในคราวเดียว ในประโยคนี้ ความกลัวหายไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์เพียงครั้งเดียว ไม่ได้ค่อย ๆ จางหายไป วลีนี้เน้นทั้งสาเหตุเดียวและผลลัพธ์ที่ครอบคลุม ไม่ได้เน้นแค่ความเร็ว จึงมีความหมายที่หนักแน่นและเฉพาะเจาะจงกว่าการใช้ suddenly เพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ at a stroke ได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- She slowly learned the song at a stroke.
- He felt tired at a stroke every evening.
- The new rule removed all three fees at a stroke.
ดูคำตอบ
The new rule removed all three fees at a stroke.
Wholly liberated from the threat of being engulfed,
1:39เมื่อหลุดพ้นจากภัยคุกคามที่จะถูกกลืนกินโดยสิ้นเชิง
the anxious one may by now have packed their bags, โน้ต
1:41ฝ่ายที่วิตกกังวลอาจจะเก็บกระเป๋าเตรียมไปแล้ว
may by now have packed: การคาดคะเนที่ไม่แน่นอนเกี่ยวกับการกระทำที่เสร็จแล้ว
ใน may by now have packed คำว่า may แสดงความเป็นไปได้ ไม่ได้แสดงการอนุญาต ส่วน have packed ชี้ถึงการกระทำที่อาจเสร็จไปแล้ว ผู้พูดกำลังคาดคะเนอย่างระมัดระวังจากมุมมองปัจจุบัน ไม่ได้บอกว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ทราบแน่นอน By now หมายถึง “จนถึงตอนนี้” หรือ “เมื่อมาถึงจุดนี้” ในที่นี้วางอยู่ระหว่าง may กับ have และ may have packed by now ก็เป็นธรรมชาติเช่นกัน ทั้งสองลำดับหมายความว่าการกระทำนั้นอาจเสร็จแล้วในตอนนี้
แบบฝึกหัด
เลยกำหนดส่งแล้ว แต่คุณไม่แน่ใจว่าทีมทำเสร็จหรือยัง ประโยคใดเป็นการคาดคะเนอย่างระมัดระวังว่าการกระทำอาจเสร็จแล้ว?
- The team may by now have finished the report.
- The team must have finished the report by now.
- The team has finished the report by now.
ดูคำตอบ
The team may by now have finished the report.
packed their bags: เก็บกระเป๋าเพื่อส่งสัญญาณว่าจะจากไป
Pack one's bags มีความหมายตรงตัวว่าใส่ข้าวของส่วนตัวลงในกระเป๋าเดินทาง ในที่นี้ packed their bags บรรยายการกระทำจริง แต่ยังส่งสัญญาณว่าคนนั้นพร้อมจะออกจากบ้านหรือความสัมพันธ์ด้วย บริบทจะเป็นตัวตัดสินว่าวลีนี้หมายถึงการเดินทางทั่วไปหรือการจากไปอย่างเด็ดขาด หากมีสัญญาณของความขัดแย้งหรือการเลิกรา packing one's bags อาจสื่อว่า “ฉันจะไปแล้ว” ไม่ใช่ “ฉันจะไปเที่ยวพักผ่อน”
แบบฝึกหัด
ในประโยคใด packed her bags สื่อถึงการออกจากความสัมพันธ์หรือบ้านอย่างชัดเจนที่สุด ไม่ใช่เพียงการเตรียมเดินทาง?
- After being told the relationship was over, Elena packed her bags and moved out.
- At the airport, Elena packed her bags more tightly to meet the size limit.
- Before her weekend vacation, Elena packed her bags and checked her passport.
ดูคำตอบ
After being told the relationship was over, Elena packed her bags and moved out.
gives free rein to all their reserves of pent-up romanticism and ardor, สำนวน
1:45ก็จะปลดปล่อยความโรแมนติกและความเร่าร้อนที่ถูกกักเก็บไว้ออกมาอย่างเต็มที่
give free rein to: ปลดข้อจำกัดและปล่อยให้เป็นอิสระ
give free rein to something หมายถึงเลิกยับยั้งบางสิ่งและปล่อยให้สิ่งนั้นแสดงออกหรือดำเนินไปอย่างอิสระ ภาพเปรียบเทียบนี้มาจากการผ่อนบังเหียนที่ใช้ควบคุมม้า ในประโยคนี้ บุคคลนั้นปล่อยให้ความรู้สึกโรแมนติกและความเร่าร้อนที่เก็บกดมานานเผยออกมาโดยไม่มีการยับยั้ง โครงสร้างที่ใช้ทั่วไปคือ give free rein to + คำนามหรือวลีคำนาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่ถูกต้องตามที่เรียนข้างต้น: To encourage bold ideas, the director gave ____ the team's creativity.
ดูคำตอบ
free rein to
now that there seems so little danger of reciprocation. ไวยากรณ์
1:51เพราะตอนนี้ดูเหมือนจะมีความเสี่ยงที่จะต้องตอบแทนน้อยมาก
now that: ใช้สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปเป็นเหตุผล
now that ใช้ขึ้นต้นเหตุผลที่อาศัยสถานการณ์ใหม่หรือสถานการณ์ที่เพิ่งมีความสำคัญในตอนนี้ หมายถึงเพราะตอนนี้สิ่งนี้เป็นจริงแล้ว หรือเนื่องจากสถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว ในประโยคนี้ อนุประโยคหลัง now that อธิบายว่าเหตุใดการเผยความรู้สึกออกมาจึงดูปลอดภัย นั่นคือสถานการณ์ปัจจุบันดูเหมือนมีความเสี่ยงน้อยมากที่ความรู้สึกจะได้รับการตอบสนอง หลัง now that ต้องตามด้วยอนุประโยคที่มีประธานและกริยา
แบบฝึกหัด
เลือกคำเชื่อมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับช่องว่าง: The storm has passed. ___ the road is clear, we can drive home.
- Now that
- When
- Until
ดูคำตอบ
Now that
อุปลักษณ์เชิงระแวงใน “the honeyed words”
ในประโยคนี้ honeyed words หมายถึงคำพูดที่ฟังดูไพเราะ มีเสน่ห์ และทำให้สบายใจ น้ำผึ้งเป็นอุปลักษณ์ของความหวานในคำพูด ไม่ได้หมายถึงส่วนผสมจริง ๆ คำว่า honeyed มักเพิ่มนัยแห่งความระแวงด้วย กล่าวคือ ภาษานั้นอาจถูกแต่งขึ้นอย่างจงใจเพื่อประจบหรือโน้มน้าว มากกว่าจะจริงใจอย่างเต็มที่ ในที่นี้ คำดังกล่าวช่วยอธิบายว่าทำไมผู้ฟังจึงถูกดึงดูดด้วยคำพูดนั้น แม้ยังมีข้อสงสัยอยู่
แบบฝึกหัด
ผู้สื่อข่าวกล่าวว่า “The spokesperson offered honeyed words but no evidence.” คำว่า honeyed words สื่อถึงอะไรชัดเจนที่สุด?
- ภาษาที่พูดเบาจนฟังได้ยาก
- คำพูดเกี่ยวกับอาหารที่ทำจากน้ำผึ้ง
- ภาษาที่ไพเราะและโน้มน้าวใจ แต่อาจไม่จริงใจ
ดูคำตอบ
ภาษาที่ไพเราะและโน้มน้าวใจ แต่อาจไม่จริงใจ
"can't help but" + คำกริยารูปพื้นฐาน
can't help but + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงไม่สามารถหยุดหรือหลีกเลี่ยงปฏิกิริยาบางอย่างได้ ในประโยคนี้ บุคคลนั้นใจอ่อนแม้จะโกรธและสงสัยอยู่ จึงให้ความรู้สึกว่าเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ หลัง but ให้ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น can't help but be, can't help but smile และ can't help but notice โครงสร้างที่มีความหมายใกล้เคียงมากคือ can't help + -ing เช่น can't help being, can't help smiling และ can't help noticing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “ไม่สามารถหลีกเลี่ยงปฏิกิริยานั้นได้”: Whenever I see that old photo, I ____ smile.
ดูคำตอบ
can't help but
Be Won Over: การทำให้ใครบางคนเปลี่ยนท่าที
Be won over เป็นรูปถูกกระทำของ win someone over ในที่นี้ คนที่วิตกกังวลเป็นฝ่ายที่ท่าทีเปลี่ยน ไม่ใช่ฝ่ายที่โน้มน้าวผู้อื่น Win someone over หมายถึงการทำให้ใครสักคนเปลี่ยนจากความสงสัยหรือการต่อต้านไปเป็นการยอมรับ สนับสนุน หรือชื่นชอบ โดยมักอาศัยคำพูดหรือการกระทำ ไม่ได้หมายถึงการชนะการแข่งขัน โดย over สื่อถึงการดึงอีกฝ่ายมาอยู่ข้างเดียวกับเรา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ win over: Maya opposed the plan at first, but after hearing the safety details, she began to ____.
ดูคำตอบ
be won over
Appears to Have Become: การมองการเปลี่ยนแปลงก่อนหน้าอย่างระมัดระวัง
Appears แสดงว่าข้อความนี้เป็นการอนุมาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว กล่าวคือ จากสิ่งที่สังเกตได้ในตอนนี้ คู่รักคนนั้นดูเหมือนเปลี่ยนไป To have become เป็น perfect infinitive ซึ่งวางการเปลี่ยนแปลงไว้ก่อนการประเมินในปัจจุบันที่แสดงด้วย appears จึงมีความหมายว่า “ตอนนี้ดูเหมือนว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง appear ที่ถูกต้อง เพื่อประเมินอย่างระมัดระวังในปัจจุบันเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงก่อนหน้าที่เสร็จสิ้นแล้ว: From the latest photos, the old theater ____ a community center.
ดูคำตอบ
appears to have become
in the nick of time: ทันในนาทีสุดท้าย
in the nick of time หมายถึง “ก่อนที่จะสายเกินไปเพียงนิดเดียว” ในประโยคนี้ คนรักเปลี่ยนเป็นคนอบอุ่นในช่วงเวลาสุดท้ายที่ยังทัน และการเปลี่ยนแปลงนี้ยังอาจส่งผลต่อการตัดสินใจจากไปของอีกฝ่ายได้ สำนวนนี้เพิ่มความรู้สึกเร่งด่วนและสื่อว่าเกือบจะไม่ทันแล้ว ตรงนี้ nick ไม่ใช่ชื่อคน ควรเข้าใจทั้งวลีเป็นสำนวน ไม่ใช่แปลแยกตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึงการมาถึงในช่วงเวลาสุดท้ายที่ยังทัน: The firefighters reached the house ____.
ดูคำตอบ
in the nick of time
โครงสร้าง no reason not to return
no reason not to return มีส่วนปฏิเสธสองส่วน คือ no reason และ not to return เมื่อนำมารวมกันจะหมายความว่า ดูเหมือนไม่มีอะไรขัดขวางการกลับไป ดังนั้นประโยคนี้จึงสนับสนุนการกลับไป ไม่ได้คัดค้าน ถ้อยคำนี้มีน้ำเสียงระมัดระวัง ไม่ได้บังคับ โดยเสนอว่าการกระทำนั้นสมเหตุสมผลหรือทำได้ แต่ไม่ได้บอกว่าจำเป็นต้องกลับไป หรือรับประกันว่าการกลับไปจะเป็นทางเลือกที่ฉลาด
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความ “There is no reason not to return” ได้ตรงที่สุด?
- การกลับไปเป็นไปไม่ได้
- ดูเหมือนไม่มีอะไรขัดขวางการกลับไป
- จำเป็นต้องกลับไป
ดูคำตอบ
ดูเหมือนไม่มีอะไรขัดขวางการกลับไป
After all ในฐานะคำเชื่อมที่ใช้ให้เหตุผล
After all เป็นคำเชื่อมทางวาทกรรมที่นำเสนอข้อเท็จจริงเพื่อสนับสนุนหรืออธิบายข้อความก่อนหน้า ในที่นี้ใช้เตือนผู้ฟังว่าคนเหล่านั้นรักคนคนนี้จริง ๆ ดังนั้นการขาดความรักจึงไม่ใช่คำอธิบายที่เหมาะสม คำนี้ไม่ได้บอกเวลา รูปแบบที่ใช้ได้คือ ข้อความหรือการตัดสินใจ + after all + เหตุผลที่ผู้ฟังน่าจะรู้อยู่แล้วหรือควรนำมาพิจารณา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมทางวาทกรรมสองคำที่ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงสนับสนุน: “We should invite Maya. ____, she helped us plan the whole event.”
ดูคำตอบ
After all
it's not that ... สำหรับปฏิเสธคำอธิบายที่อาจเป็นไปได้
It's not that + อนุประโยค ใช้ปฏิเสธคำอธิบายที่อาจเป็นไปได้ แทนที่จะเสนอเนื้อหาในอนุประโยคนั้นว่าเป็นข้อยืนยันของผู้พูด ในประโยคนี้ they didn't love this person คือคำอธิบายที่ถูกปฏิเสธ ดังนั้นความหมายโดยรวมคือปัญหาไม่ได้อยู่ที่การขาดความรัก กรอบนี้มักทำให้การแก้ความเข้าใจฟังดูไม่ห้วนเกินไปและนำไปสู่เหตุผลที่แท้จริง รูปแบบที่พบบ่อยคือ It's not that X; it's that Y และ It's not that X, but Y
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกรอบการชี้แจงสามคำที่ปฏิเสธคำอธิบายที่อาจเป็นไปได้ก่อนบอกเหตุผลที่แท้จริง: “____ I dislike the plan; I just think we need more time.”
ดูคำตอบ
It's not that
It was the feeling they weren't loved back that was making things impossible. โน้ต
2:17แต่ความรู้สึกที่ไม่ได้รับความรักตอบต่างหากที่ทำให้เรื่องต่างๆ เป็นไปไม่ได้
It was ... that ...: การเน้นสาเหตุ
นี่คือประโยคเน้นแบบ it-cleft ที่มีโครงสร้าง It was + ส่วนที่ต้องการเน้น + that + ข้อมูลส่วนที่เหลือ It ไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ ส่วนที่ถูกเน้นคือกลุ่มคำนามทั้งหมด the feeling they weren't loved back และ that was making things impossible บอกว่าความรู้สึกนั้นก่อให้เกิดอะไร รูปประโยคปกติคือ The feeling they weren't loved back was making things impossible. ประโยคเน้นทำให้สาเหตุดูเป็นข้อมูลที่กำลังถูกระบุหรือแก้ไขให้ชัดเจน กล่าวคือ ปัญหาเกิดจากความรู้สึกว่าความรักไม่ได้รับการตอบแทนโดยเฉพาะ ใช้โครงสร้างนี้เมื่อต้องการเน้นคำตอบของคำถามที่แฝงอยู่ เช่น “อะไรเป็นสาเหตุของเรื่องนี้”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างอดีต It was ... that ...: The lack of trust made the project impossible. ____ the lack of trust ____ made the project impossible.
ดูคำตอบ
It was · that
love someone back: รักตอบอีกฝ่าย
ใน love someone back คำว่า back หมายถึง “เป็นการตอบกลับ” หาก A รัก B และ B loves A back แสดงว่า B ตอบรับความรักในเชิงโรแมนติกหรือความผูกพันของ A ไม่ได้หมายถึงรักจากด้านหลังหรือกลับมารักอีกครั้ง ในรูปถูกกระทำ weren't loved back คนเหล่านั้นรู้สึกว่าความรักที่ตนมอบให้ไม่ได้รับการตอบแทน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ love + คน + back และ be loved back
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่า Sam รัก Nora อยู่แล้ว และ Nora ก็ตอบรับด้วยความรักแบบเดียวกัน
- Sam loves Nora, and Nora loves Alex too.
- Sam loves Nora, and Nora loves him again.
- Sam loves Nora, and Nora loves him back.
ดูคำตอบ
Sam loves Nora, and Nora loves him back.
and it seems that the couple are headed for long-term happiness. กริยาวลี
2:24และดูเหมือนว่าทั้งคู่กำลังมุ่งหน้าสู่ความสุขในระยะยาว
are headed for: กำลังมุ่งไปสู่ผลลัพธ์ที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น
ในประโยคนี้ are headed for หมายถึง “กำลังมุ่งไปสู่ผลลัพธ์ที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น” สัญญาณในช่วงเวลานั้นบ่งชี้ว่าคู่รักน่าจะมีความสุขในระยะยาว แม้ว่าผลลัพธ์นั้นจะยังไม่เกิดขึ้นจริง be headed for ใช้ได้ทั้งกับจุดหมายที่เป็นสถานที่จริงและทิศทางของเหตุการณ์ วลีนี้แสดงถึงแนวโน้มที่ชัดเจน แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะไปถึงจุดหมายหรือเกิดผลลัพธ์นั้นแน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูปที่ถูกต้องของ be headed for: With demand increasing every week, the new café ____ a very busy summer.
ดูคำตอบ
is headed for
the avoidant partner gives free expression to love. วลี
2:30ฝ่ายที่หลีกเลี่ยงก็แสดงความรักได้อย่างอิสระ
give free expression to love: แสดงความรักอย่างไม่เก็บกั้น
give free expression to + ความรู้สึกหรือความคิด หมายถึงการแสดงสิ่งนั้นออกมาอย่างเปิดเผยโดยไม่เก็บกั้น ในประโยคนี้ คู่รักแบบหลีกเลี่ยงไม่กดความรักไว้อีกต่อไป และปล่อยให้ความรักแสดงออกมาอย่างเต็มที่ free บอกว่าการแสดงออกนั้นไม่มีสิ่งคอยจำกัด ไม่ได้หมายความว่าการแสดงออกนั้นไม่เสียเงิน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีทางการที่หมายถึง “แสดงออกมาอย่างเปิดเผยโดยไม่เก็บกั้น”: In his final speech, the leader ____ his hopes for the future.
ดูคำตอบ
gave free expression to
the anxious one is left feeling secure and trusting. ไวยากรณ์
2:36ฝ่ายที่วิตกกังวลก็รู้สึกปลอดภัยและไว้วางใจ
Liberated from ...: การขึ้นต้นแบบขนานเพื่อแสดงเหตุและผล
การขึ้นต้นด้วย Liberated from ... ซ้ำกันสร้างกรอบประโยคแบบขนาน วลีที่ขึ้นต้นด้วยกริยาช่องสามแต่ละวลีบอกเงื่อนไขของอนุประโยคหลักที่ตามมา ฝ่ายหนึ่งหลุดพ้นชั่วคราวจากความกังวลว่าจะสูญเสียตัวตนในความใกล้ชิด ส่วนอีกฝ่ายหลุดพ้นชั่วคราวจากความกลัวว่าจะถูกทอดทิ้ง เพราะใช้โครงสร้างเดียวกันซ้ำ ผู้อ่านจึงจับคู่แต่ละคนกับความกลัวและปฏิกิริยาที่ต่างกันได้ ประธานโดยนัยของแต่ละวลีขึ้นต้นคือประธานที่ตามมาทันที ได้แก่ the avoidant partner ในประโยคแรก และ the anxious one ในประโยคที่สอง ในที่นี้ liberated หมายถึงการหลุดพ้นจากความกลัวทางจิตใจ ไม่ใช่การปลดปล่อยในความหมายทางการเมืองหรือกฎหมาย
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดใช้วลีขึ้นต้นแบบขนานสองวลีเพื่อจับคู่แต่ละคนกับเงื่อนไขและผลลัพธ์ที่ต่างกัน?
- Maya relaxed after the deadline, and Leo, who dislikes noise, focused.
- Freed from deadline pressure, Maya relaxed; freed from background noise, Leo focused.
- Freed from deadline pressure and background noise, Maya watched Leo focus.
ดูคำตอบ
Freed from deadline pressure, Maya relaxed; freed from background noise, Leo focused.
be left feeling + คำคุณศัพท์: ลงท้ายด้วยความรู้สึกบางอย่าง
be left feeling + คำคุณศัพท์ ใช้อธิบายสภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลจากเหตุการณ์หรือการกระทำของคนอื่น ในประโยคนี้ ฝ่ายที่มีรูปแบบวิตกกังวลลงท้ายด้วยความรู้สึกมั่นคงและพร้อมจะไว้วางใจ เพราะความกลัวว่าจะถูกทอดทิ้งลดลง left ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างบอกผลลัพธ์ ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นถูกทอดทิ้งหรือถูกปล่อยให้อยู่ตามลำพัง secure และ trusting เป็นคำคุณศัพท์สองคำที่วางขนานกันหลัง feeling
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างกรรมวาจกบอกผลลัพธ์ be left feeling ในรูปอดีต: After the warm welcome, Nina ____ comfortable and included.
ดูคำตอบ
was left feeling
as it were: วลีแทรกเพื่อทำให้คำเปรียบเทียบเบาลง
“as it were” เป็นวลีแทรกตายตัวที่ช่วยลดน้ำหนักของถ้อยคำ มีความหมายใกล้กับ “จะว่าไปแล้ว” หรือ “พูดเชิงเปรียบเทียบ” วลีนี้บอกว่า “too nice” เป็นคำอธิบายโดยประมาณหรือดูขัดแย้งที่ผู้พูดตั้งใจเลือก ไม่ใช่ข้อยืนยันตามตัวอักษรอย่างเต็มที่ ในที่นี้ as it were ไม่ใช่โครงสร้างอดีตกาลหรือประโยคเงื่อนไขทั่วไป เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่านี่คือความเห็นแทรกเกี่ยวกับถ้อยคำที่ผู้พูดเลือกใช้
แบบฝึกหัด
as it were สื่ออะไรในประโยค "The plan gave us a map, as it were, for the next year"?
- แผนนั้นอาจไม่มีอยู่จริง
- Map เป็นคำอธิบายเชิงเปรียบเทียบหรือโดยประมาณ
- ประโยคนี้กล่าวถึงเงื่อนไขในอดีต
ดูคำตอบ
Map เป็นคำอธิบายเชิงเปรียบเทียบหรือโดยประมาณ
It seems the anxious one isn't going to leave them anymore.
2:46ดูเหมือนว่าฝ่ายที่วิตกกังวลจะไม่ทิ้งพวกเขาไปอีกแล้ว
They're just going to stick around and seek ever greater closeness. กริยาวลี
2:49พวกเขาแค่จะอยู่เคียงข้างและแสวงหาความใกล้ชิดที่มากยิ่งขึ้น
stick around: อยู่ต่อแทนที่จะจากไป
Stick around เป็นกริยาวลีแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “อยู่ในสถานที่หรือสถานการณ์ต่อไปแทนที่จะจากไป” ในที่นี้หมายความว่าคู่รักฝ่ายวิตกกังวลจะยังคงอยู่ในความสัมพันธ์ วลีนี้ยังใช้พูดถึงการรออยู่ใกล้ ๆ หรือการมีส่วนร่วมต่อไปได้ด้วย Stick ไม่ได้เกี่ยวกับกาว และ around ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่เป็นวงกลม ทั้งสองคำรวมกันทำหน้าที่เป็นกริยาคำเดียว
แบบฝึกหัด
stick around หมายถึงอะไรในประโยค "Please stick around after class so we can talk"?
- ติดสิ่งของให้เป็นวงกลม
- อยู่ที่นั่นต่อแทนที่จะจากไป
- เดินรอบอาคาร
ดูคำตอบ
อยู่ที่นั่นต่อแทนที่จะจากไป
which gradually proves intolerable once again to the anxious partner. การใช้คำ
3:00ซึ่งค่อยๆ กลายเป็นสิ่งที่ฝ่ายที่วิตกกังวลทนไม่ได้อีกต่อไป
have no option but to + คำกริยารูปพื้นฐาน
have no option but to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้นำเสนอว่าการกระทำหนึ่งเป็นทางเลือกเดียวที่มีอยู่ ในที่นี้ but หมายถึง “นอกจาก” ไม่ใช่ “แต่” กล่าวคือ ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเริ่มถอยห่าง สำนวนนี้อาจบอกถึงความรู้สึกส่วนตัวว่าตนถูกบังคับให้ทำเช่นนั้น ไม่ได้ยืนยันว่าตามความเป็นจริงไม่มีทางเลือกเลย ในบริบทนี้ ความกลัวในอดีตทำให้คนคนนั้นรู้สึกว่าการถอยห่างเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายเพื่อสื่อว่าการนั่งแท็กซี่เป็นทางเลือกเดียวที่มีอยู่: With the buses no longer running, we ____ take a taxi.
ดูคำตอบ
have no option but to
pull away ในความหมายว่าถอยห่างทางอารมณ์
ในบริบทของความสัมพันธ์ pull away หมายถึงการลดความใกล้ชิดหรือการมีส่วนร่วมทางอารมณ์ คนคนนั้นอาจเล่าเรื่องของตนเองน้อยลง หลีกเลี่ยงความสนิทสนม หรือตอบสนองน้อยลง โดยไม่จำเป็นต้องมีการเคลื่อนไหวทางกาย วลี get distant ที่อยู่ใกล้กันช่วยยืนยันความหมายทางอารมณ์นี้ pull away บรรยายการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความห่างเหิน จึงอาจเป็นเพียงชั่วคราว และวลีนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์จบลงแล้ว
แบบฝึกหัด
ในประโยค “When the relationship starts to feel serious, Mia begins to pull away,” pull away หมายความว่าอะไร?
- เธอก้าวถอยหลังจริง ๆ
- เธอมีความใกล้ชิดทางอารมณ์น้อยลง
- เธอยุติความสัมพันธ์ทันที
ดูคำตอบ
เธอมีความใกล้ชิดทางอารมณ์น้อยลง
prove + คำคุณศัพท์ ใน proves intolerable
ใน which gradually proves intolerable คำว่า which หมายถึงการถอยห่างและเว้นระยะอีกครั้ง ส่วน proves เป็นกริยาเชื่อมที่ตามด้วยคำคุณศัพท์ intolerable โดยหมายความว่าเมื่อสถานการณ์ดำเนินไป ระยะห่างนั้นก็เผยให้เห็นว่าเป็นสิ่งที่คู่รักฝ่ายที่มีความกังวลทนไม่ได้ prove ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “นำหลักฐานมาพิสูจน์” โครงสร้าง prove + คำคุณศัพท์ ใช้บอกผลหรือลักษณะที่ปรากฏชัดขึ้นจากประสบการณ์
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The new procedure proved effective,” proved effective หมายความว่าอย่างไร?
- ผลปรากฏว่ามีประสิทธิภาพ
- ให้หลักฐานว่าสิ่งอื่นมีประสิทธิภาพ
- ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นมีประสิทธิภาพ
ดูคำตอบ
ผลปรากฏว่ามีประสิทธิภาพ
The words needy and cold are once more in circulation. วลี
3:10คำว่างี่เง่าและเย็นชากลับมาใช้กันอีกหน
once more in circulation: กลับมาแพร่สะพัดอีกครั้ง
ใน are once more in circulation คำว่า in circulation หมายถึงกำลังถูกส่งต่อ พูดซ้ำ หรือใช้อย่างแพร่หลาย ส่วน once more แสดงว่าป้ายกำกับ needy และ cold กลับมาอยู่ในบทสนทนาอีกครั้ง วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่เป็นวงกลมจริง ๆ be in circulation ใช้บรรยายคำ ข่าวลือ แนวคิด เงิน หรือสิ่งของที่กำลังหมุนเวียนในหมู่ผู้คนหรือพร้อมให้ใช้งานได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “กำลังถูกเผยแพร่อีกครั้ง”: After a quiet month, the rumor is ____ around the office.
ดูคำตอบ
once more in circulation
It's time for another crisis and another threat of departure.
3:14ถึงเวลาสำหรับวิกฤตอีกครั้งและคำขู่ที่จะจากไปอีกรอบ
go on like this: ดำเนินต่อไปในรูปแบบเดิม
ในประโยคนี้ go on like this หมายถึง “ดำเนินต่อไปด้วยรูปแบบหรือสถานการณ์เดิม” คำว่า this ย้อนกลับไปอ้างถึงวงจรที่เกิดซ้ำซึ่งได้กล่าวไว้แล้ว วลีนี้จึงเชื่อมสถานการณ์ปัจจุบันเข้ากับความเป็นไปได้ที่สถานการณ์นั้นจะยืดเยื้อเป็นเวลานาน วลีนี้มักสื่อถึงความกังวล ความหงุดหงิด หรือคำเตือน เมื่อสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ดูเหมือนจะไม่เปลี่ยนแปลง ในที่นี้ may แสดงความเป็นไปได้ ส่วน for years or a lifetime บอกว่ารูปแบบนี้อาจดำเนินต่อไปนานเพียงใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสี่คำที่หมายถึง “ดำเนินต่อไปด้วยรูปแบบเดิมที่ไม่เปลี่ยนแปลง”: Unless the schedule changes, these delays may ____ for months.
ดูคำตอบ
go on like this
From the outside, ... From the inside, ...: มุมมองจากภายนอกและภายใน
วลีเปิดประโยคที่เป็นคู่กันนี้จัดเรียงสถานการณ์เดียวผ่านสองมุมมอง From the outside นำเสนอว่าสถานการณ์ดูเป็นอย่างไรสำหรับผู้สังเกตการณ์ที่ไม่ได้เผชิญด้วยตนเอง ส่วน From the inside นำเสนอความรู้สึกของคนที่ติดอยู่ในสถานการณ์นั้น ในที่นี้ outside และ inside หมายถึงจุดยืนทางสังคมหรือประสบการณ์ ไม่ใช่สถานที่ การใช้กรอบเดิมซ้ำทำให้ความแตกต่างปรากฏชัดทันที ประโยคที่สองละ it is ไว้ โดยรูปเต็มคือ From the inside, it is simply hellish. การละคำโดยเจตนานี้ทำให้การประเมินจากมุมมองคนข้างในสั้นและหนักแน่นขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมข้อความเปรียบต่างแบบคู่ขนานด้วยวลีบอกมุมมองเป้าหมายสองวลี: ____, the job looks easy. ____, every decision is stressful.
ดูคำตอบ
From the outside · From the inside
The anxious party can grow conscious of their unnatural pull towards unfulfilling people, โน้ต
3:35ฝ่ายที่วิตกกังวลสามารถตระหนักถึงแรงดึงดูดที่ผิดธรรมชาติของตนต่อคนที่ไม่สามารถเติมเต็มให้พวกเขาได้
grow conscious of: การตระหนักรู้ที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น
ในที่นี้ grow หมายถึง “ค่อย ๆ กลายเป็น” และ conscious หมายถึง “ตระหนักรู้” ดังนั้น grow conscious of จึงบอกว่าการรับรู้ค่อย ๆ ก่อตัวตามเวลา ไม่ใช่การเติบโตทางร่างกายหรือการค้นพบอย่างฉับพลันในครั้งเดียว โครงสร้างคือ grow conscious of + สิ่งที่เริ่มตระหนัก ในประโยคนี้ใช้เพื่อบอกถึงการเริ่มเห็นรูปแบบการดึงดูดที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่เน้นไว้: Over several months, Lena began to ____ how often she ignored her own needs.
ดูคำตอบ
grow conscious of
a pull towards unfulfilling people: แรงดึงดูดทางอารมณ์
ในที่นี้ pull เป็นคำนามที่หมายถึงแรงดึงดูดหรือแนวโน้มภายในที่รุนแรง ไม่ใช่แรงดึงทางกายภาพ ส่วนบุพบท towards ใช้ระบุบุคคลหรือสิ่งที่ใครบางคนรู้สึกดึงดูดเข้าหา Unfulfilling อธิบายผลที่คนเหล่านี้มีต่อความสัมพันธ์ กล่าวคือ ความสัมพันธ์กับพวกเขาไม่สามารถตอบสนองความต้องการทางอารมณ์หรือสร้างความพึงพอใจได้ ไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านั้นไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดถอดความหมายของ They feel a pull towards unfulfilling people? ได้ดีที่สุด
- พวกเขาเลือกคนเหล่านั้นอย่างรอบคอบเพราะคนเหล่านั้นประสบความสำเร็จมาก
- พวกเขาลากคนที่ยังไม่บรรลุเป้าหมายด้วยแรงทางกายภาพ
- พวกเขารู้สึกดึงดูดคนที่ไม่น่าจะตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ของตนได้
ดูคำตอบ
พวกเขารู้สึกดึงดูดคนที่ไม่น่าจะตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ของตนได้
and seek a future with more secure and reassuring sorts.
3:42และแสวงหาอนาคตกับคนประเภทที่ให้ความมั่นคงและอุ่นใจได้มากกว่า
both partners could acquire the vocabulary of attachment theory. วัฒนธรรม
3:49คือทั้งคู่สามารถเรียนรู้คำศัพท์ของทฤษฎีความผูกพัน (Attachment Theory)
ทฤษฎีความผูกพันในฐานะกรอบอธิบายความสัมพันธ์
ทฤษฎีความผูกพันเป็นกรอบทางจิตวิทยาสำหรับทำความเข้าใจว่า ประสบการณ์ในวัยเด็กกับผู้ดูแลอาจหล่อหลอมความคาดหวังและรูปแบบการรับมือในความสัมพันธ์ใกล้ชิดเมื่อโตขึ้นอย่างไร ในประโยคนี้ “the vocabulary of attachment theory” หมายถึงคำศัพท์ที่ทั้งคู่ใช้ร่วมกันเพื่อเรียกชื่อและสังเกตรูปแบบเหล่านั้น theory ในที่นี้หมายถึงกรอบคำอธิบายที่เป็นระบบ ไม่ใช่การคาดเดาอย่างไร้หลักฐาน ส่วน attachment หมายถึงสายสัมพันธ์ทางอารมณ์ ไม่ใช่การเชื่อมติดกันทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง “the vocabulary of attachment theory” มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด
- คำศัพท์ร่วมสำหรับอธิบายรูปแบบของสายสัมพันธ์ทางอารมณ์และความสัมพันธ์
- การคาดเดาอย่างไร้หลักฐานว่าคู่รักจะอยู่ด้วยกันต่อไปหรือไม่
- คำที่ใช้อธิบายว่าสิ่งของยึดติดกันทางกายภาพอย่างไร
ดูคำตอบ
คำศัพท์ร่วมสำหรับอธิบายรูปแบบของสายสัมพันธ์ทางอารมณ์และความสัมพันธ์
gain some insight into aspects of their childhoods that drive them on, โน้ต
3:55ได้รับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในบางแง่มุมของวัยเด็กที่ผลักดันพวกเขา
gain some insight into: เข้าใจอย่างลึกซึ้งขึ้น
Gain some insight into หมายถึง “พัฒนาความเข้าใจบางสิ่งให้ลึกซึ้งขึ้น” มักสื่อว่าเริ่มมองเห็นเหตุผลหรือรูปแบบที่อยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่เพียงรู้ข้อเท็จจริงเพิ่มขึ้น สิ่งที่ต้องการทำความเข้าใจจะตามหลัง into เช่น gain some insight into a problem, a reaction, or someone’s past ในตัวอย่างนี้ สิ่งนั้นคือ aspects of their childhoods
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “พัฒนาความเข้าใจให้ลึกซึ้งขึ้น”: After comparing the survey comments, the team began to ____ why customers were leaving.
ดูคำตอบ
gain some insight into
drive someone on: แรงภายในที่ผลักดันให้เดินหน้าต่อไป
ในที่นี้ drive them on หมายถึง “คอยผลักดันหรือกระตุ้นให้พวกเขาทำต่อไป” แรงผลักดันนี้เป็นเรื่องทางจิตใจ ซึ่งในประโยคนี้คือบางส่วนของประสบการณ์วัยเด็ก ไม่ได้หมายถึงการขับรถพาใครไปที่ใด คำว่า on เพิ่มความหมายว่าการกระทำนั้นดำเนินต่อไป โครงสร้างคือ drive + someone + on แรงผลักดันอาจเป็นความทะเยอทะยาน ความกลัว ความโกรธ ความรัก หรือประสบการณ์ในอดีต และอาจผลักให้คนทำสิ่งที่เป็นประโยชน์หรือเป็นโทษก็ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป drive ... on ที่หมายถึง “คอยผลักดันให้คนหนึ่งทำต่อไป”: Even after several failures, her determination continued to ____.
ดูคำตอบ
drive her on
and learn not to act out their compulsions. กริยาวลี
3:59และเรียนรู้ที่จะไม่ทำตามแรงกระตุ้นที่ควบคุมไม่ได้ของตน
act out a compulsion: แสดงแรงบีบบังคับภายในออกมาผ่านพฤติกรรม
ในบริบททางจิตวิทยานี้ act out their compulsions หมายถึงการแสดงแรงบีบบังคับภายในออกมาผ่านพฤติกรรม แทนที่จะตระหนักถึงและจัดการมันอย่างมีสติ บุคคลอาจทำพฤติกรรมรูปแบบเดิมซ้ำ แม้ว่ารูปแบบนั้นจะก่อปัญหา โครงสร้างคือ act out + ความรู้สึก ความขัดแย้ง จินตนาการ หรือแรงบีบบังคับภายใน ในที่นี้ act out ไม่ได้หมายถึงการแสดงบทบาทต่อหน้าผู้ชม กรรมของคำกริยาระบุแรงภายในที่ถูกแสดงออกผ่านพฤติกรรม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ act out ในความหมายทางจิตวิทยาแบบเดียวกับตัวอย่าง?
- Instead of talking about his anger, he acted it out by starting arguments.
- The class acted out a scene from the novel.
- She acted on the teacher's advice and applied early.
ดูคำตอบ
Instead of talking about his anger, he acted it out by starting arguments.
“เกม” ที่เล่นโดยไม่รู้ตัว... ปฏิเสธที่จะเล่นต่อ
ในที่นี้ games เป็นคำเปรียบเทียบถึงรูปแบบปฏิสัมพันธ์ที่เกิดซ้ำในความสัมพันธ์ ไม่ใช่ความบันเทิง อนุประโยคขยาย that they're unconsciously playing แสดงว่าคนอาจมีส่วนร่วมในรูปแบบเหล่านี้โดยไม่รู้ตัว ช่วงท้ายใช้คำว่า play ซ้ำ และ them ย้อนกลับไปแทน games การซ้ำนี้พาแนวคิดจากการ “มองเห็น” ไปสู่การ “เปลี่ยนแปลง” คือเริ่มจากระบุรูปแบบ แล้วจึงปฏิเสธที่จะเข้าร่วมอีกต่อไป ดังนั้น refuse to play จึงหมายถึงการหยุดร่วมมือกับวงจรเดิม
แบบฝึกหัด
การใช้ game/play ซ้ำในประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร?
- บอกว่าคนเหล่านั้นควรเรียนรู้กติกาของเกมเพื่อความบันเทิงก่อนเลิกเล่น
- เชื่อมการมองเห็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวเข้ากับการเลือกหยุดมีส่วนร่วมในรูปแบบนั้น
- สื่อว่าเพื่อนที่ห่วงใยควรเข้าร่วมรูปแบบเดียวกันเพื่อซ่อมแซมความสัมพันธ์
ดูคำตอบ
เชื่อมการมองเห็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวเข้ากับการเลือกหยุดมีส่วนร่วมในรูปแบบนั้น
helps us all handle the inevitable sorrows of love.
4:19ช่วยให้เราทุกคนรับมือกับความเศร้าจากความรักที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
and click the bell icon to turn on notifications.
4:26และคลิกที่ไอคอนรูปกระดิ่งเพื่อเปิดการแจ้งเตือน