วิธีเอาชนะความผิดพลาดของคุณ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: การทดลองเรียนภาษาที่ควบคุมผลลัพธ์ในช่วงแรกแสดงให้เห็นว่า การถูกกำหนดให้เป็นผู้สำเร็จหรือผู้ล้มเหลวอาจส่งผลต่อผลงานจริงในเวลาต่อมา วิดีโออธิบายว่าเหตุใดความมั่นใจที่ถูกกระทบจึงทำให้เรียนรู้จากข้อผิดพลาดได้ยาก เหตุใดผู้เริ่มต้นกับผู้เรียนขั้นสูงจึงต้องการคำติชมต่างกัน และเหตุใดการต่อยอดสิ่งที่ทำได้ดีอาจมีประโยชน์กว่าการจดจ่อกับความล้มเหลว ประเด็นการเรียนรู้ภาษาอังกฤษหลัก: 1. playing for real. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่า for real ใช้แยกการทดสอบหรือการแข่งขันจริงออกจากสถานการณ์จำลองหรือผลที่ถูกควบคุม และนำไปใช้เมื่อต้องการย้ำว่า ต่อจากนี้การกระทำ ผลลัพธ์ หรือผลตามมามีความหมายจริงแล้ว 2. Having just started out, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตวลี perfect participle ต้นประโยคที่ย่อภูมิหลังซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นให้เป็นเหตุผลของข้อความถัดไป และใช้รูปแบบนี้อธิบายอย่างกระชับว่าการเพิ่งเริ่มกิจกรรมหนึ่งส่งผลต่อความชอบหรือแรงจูงใจอย่างไร 3. building on what you're doing right — กริยาวลี: ใช้ build on เพื่อกล่าวถึงการพัฒนานิสัยที่ได้ผล จุดแข็ง หรือความสำเร็จเดิมต่อไป แทนการเริ่มใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อต้องอธิบายว่าความสำเร็จช่วยให้เห็นแนวทางปรับปรุงในอนาคตได้ชัดเจนกว่า
คำอธิบายในบทเรียนนี้
over 400 participants were enlisted to learn a mysterious invented language. การใช้คำ
0:09ผู้เข้าร่วมกว่า 400 คนถูกเกณฑ์มาเรียนรู้ภาษาประดิษฐ์อันลึกลับ
In a 2019 study: วางกรอบข้อมูลให้เป็นหลักฐานจากงานวิจัย
“In a 2019 study” ไม่ได้มีหน้าที่เพียงระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในปี 2019 เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะวางกรอบให้ข้อความที่ตามมาเป็นข้อมูลเกี่ยวกับงานวิจัยชิ้นหนึ่งโดยเฉพาะ การเปิดแบบนี้ทำให้ผู้ฟังคาดว่าจะได้ยินวิธีการ ผลลัพธ์ หรือหลักฐานอื่นจากงานวิจัย ไม่ใช่ความคิดเห็นส่วนตัวของผู้พูด รูปแบบ In a [year] study, ... มีประโยชน์สำหรับการเกริ่นถึงแหล่งที่มาของหลักฐาน
แบบฝึกหัด
“In a 2019 study” มีหน้าที่หลักอย่างไรในการจัดระเบียบข้อมูลในประโยคนี้
- แสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจวันที่ที่ถูกต้อง
- วางกรอบให้ข้อเท็จจริงที่ตามมาเป็นข้อมูลจากงานวิจัยชิ้นหนึ่งโดยเฉพาะ
- บอกว่างานวิจัยดำเนินต่อเนื่องตลอดทั้งปี
ดูคำตอบ
วางกรอบให้ข้อเท็จจริงที่ตามมาเป็นข้อมูลจากงานวิจัยชิ้นหนึ่งโดยเฉพาะ
were enlisted to learn: ถูกชักชวนมาทำภารกิจ
ในที่นี้ “were enlisted to learn” หมายถึง ผู้เข้าร่วมถูกชักชวนหรือรับเข้ามาเพื่อทำภารกิจการเรียน ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาสมัครเป็นทหาร รูปถูกกระทำ were enlisted ทำให้ผู้เข้าร่วมเป็นฝ่ายรับการกระทำ ส่วน to-infinitive คือ to learn บอกจุดประสงค์หรือภารกิจที่พวกเขาถูกรับเข้ามาทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตแบบถูกกระทำของ enlist ตามด้วย to: For the community project, several volunteers ____ clean the river.
ดูคำตอบ
were enlisted to
For example, which of these two characters represents an animal? โน้ต
0:19ตัวอย่างเช่น สัญลักษณ์สองตัวนี้ ตัวไหนเป็นตัวแทนของสัตว์?
ใช้ For example, เพื่อยกตัวอย่างเฉพาะ
For example บอกผู้ฟังว่าหลังจากแนวคิดหรือคำอธิบายทั่วไปแล้ว จะมีกรณีเฉพาะตามมา เครื่องหมายเชื่อมความนี้ช่วยให้เข้าใจประเด็นกว้าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ในประโยคนี้ มันบอกว่าคำถามถัดไปเป็นตัวอย่างหนึ่งของกระบวนการ คำนี้มีหน้าที่จัดลำดับข้อมูล ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาที่คำถามต้องการถาม เมื่อเห็นหรือได้ยินคำนี้ ให้คาดว่าจะมีกรณีที่เป็นรูปธรรมมาอธิบายประเด็นทั่วไปที่เพิ่งกล่าวถึง
แบบฝึกหัด
วลีใดบอกได้ดีที่สุดว่าประโยคถัดไปจะยกกรณีเฉพาะหนึ่งกรณีเพื่ออธิบายข้อความทั่วไป?
- In conclusion,
- For example,
- On the other hand,
ดูคำตอบ
For example,
ใช้ which of these two ... เพื่อเลือกหนึ่งอย่างจากสองอย่าง
โครงสร้าง "which of these two + คำนามพหูพจน์" หมายถึง “อันไหนในสองอันนี้” และจำกัดคำตอบให้เป็นหนึ่งในคู่ที่รู้ว่าเป็นอะไรอยู่แล้ว ในที่นี้ characters หมายถึงสัญลักษณ์ที่เขียนไว้ ไม่ใช่ตัวละครในเรื่อง ในคำถามนี้ which แทนสัญลักษณ์หนึ่งตัวและเป็นประธานของ represents ดังนั้นคำกริยาจึงเป็นรูปเอกพจน์ โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับสิ่งที่เป็นคู่ใด ๆ ก็ได้ ตราบใดที่ระบุทั้งสองอย่างไว้อย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดถามให้เลือกกุญแจหนึ่งดอกจากกุญแจสองดอกที่แสดงอยู่ได้อย่างถูกต้อง?
- Which of these two keys opens the storage room?
- Which of these two keys open the storage room?
- What of these two keys opens the storage room?
ดูคำตอบ
Which of these two keys opens the storage room?
they were asked about the same rune pairs with questions flipped. การใช้คำ
0:25พวกเขาถูกถามเกี่ยวกับอักษรรูนคู่เดิมแต่สลับคำถามกัน
with questions flipped: กลับทิศทางของคำถาม
ในประโยคนี้ flipped หมายถึง “ถูกกลับทิศ” หรือ “ถูกเปลี่ยนให้เป็นทิศตรงข้าม” มีการใช้คู่อักษรรูนเดิม แต่คำถามเปลี่ยนไปถามถึงหมวดหมู่ตรงข้าม ไม่ได้หมายถึงการพลิกคำถามจริง ๆ ทางกายภาพ โครงสร้างคือ with + คำนาม + กริยารูป past participle: with questions flipped โครงสร้างนี้เพิ่มสภาพผลลัพธ์ที่เกิดร่วมกับเหตุการณ์หลัก questions เป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำจาก flip ดังนั้น flipped จึงบอกว่าคำถามถูกเปลี่ยนอย่างไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า สิ่งของสองอย่างเดิมปรากฏอีกครั้งในลำดับตรงข้าม
- The same two items appeared again, but with the order to flip.
- The same two items appeared again, but with the order flipping.
- The same two items appeared again, but with the order flipped.
ดูคำตอบ
The same two items appeared again, but with the order flipped.
As in, which of these two runes represents a non-living object? ลำดับความ
0:29เช่น อักษรรูนสองตัวนี้ ตัวไหนเป็นตัวแทนของสิ่งที่ไม่มีชีวิต?
As in,: ใช้เกริ่นคำชี้แจงที่เจาะจง
As in ที่ต้นประโยคนี้ใช้เกริ่นการกล่าวซ้ำสิ่งที่เพิ่งพูดไปให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ผู้พูดบอกว่าคำถามถูก “กลับทิศ” แล้วจึงยกคำถามจริงมาแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าหมายถึงอะไร ในที่นี้ As in ทำหน้าที่คล้าย “กล่าวคือ” หรือ “พูดให้เจาะจงก็คือ” ไม่ใช่การรวม as + in ตามความหมายตรงตัวที่เกี่ยวกับสถานที่ คำนี้ช่วยให้ผู้ฟังรู้ว่าคำอธิบายเพิ่มเติมกำลังจะตามมา
แบบฝึกหัด
As in ที่ต้นประโยคบอกอะไรแก่ผู้ฟังในที่นี้
- ผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ผู้พูดกำลังจะชี้แจงแนวคิดก่อนหน้าด้วยถ้อยคำที่เจาะจง
- ผู้พูดกำลังเปรียบเทียบสถานที่จริงสองแห่ง
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังจะชี้แจงแนวคิดก่อนหน้าด้วยถ้อยคำที่เจาะจง
had a secret: การเกริ่นสร้างความสงสัยก่อนเฉลย
ในที่นี้ had a secret นำเสนอกฎที่ยังไม่เปิดเผยราวกับว่าเกมกำลังซ่อนบางอย่างอยู่ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าเกมมีข้อมูลส่วนตัวของใคร นี่เป็นการเกริ่นแบบเล่าเรื่องเพื่อดึงความสนใจ โดยหยุดคำอธิบายไว้ก่อนถึงข้อมูลสำคัญ สร้างความสงสัย และบอกเป็นนัยว่ากลไกหลักหรือจุดพลิกผันกำลังจะถูกเปิดเผย ในวิดีโอให้ความรู้ ประโยคแบบเล่าเรื่องเช่นนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายและรักษาความสนใจของผู้ชม
แบบฝึกหัด
this game had a secret มีหน้าที่หลักในการเรียบเรียงเนื้อหาอย่างไรในที่นี้?
- ประโยคนี้ยืนยันว่ากฎทั้งหมดได้รับการอธิบายแล้ว
- ประโยคนี้บอกว่าเกมรู้ข้อมูลส่วนตัวของผู้เล่น
- ประโยคนี้สร้างความสงสัยและส่งสัญญาณว่ากฎที่ยังไม่เปิดเผยกำลังจะถูกอธิบาย
ดูคำตอบ
ประโยคนี้สร้างความสงสัยและส่งสัญญาณว่ากฎที่ยังไม่เปิดเผยกำลังจะถูกอธิบาย
The subjects answers in round one determined the runes meanings in round two. การใช้คำ
0:37คำตอบของผู้ทดสอบในรอบแรกจะเป็นตัวกำหนดความหมายของอักษรรูนในรอบที่สอง
determined ... meanings: การกำหนดผลลัพธ์
ในประโยคนี้ determined หมายถึงตัดสินหรือกำหนดผลลัพธ์ คำตอบในรอบแรกทำให้สัญลักษณ์มีความหมายเฉพาะในรอบที่สอง ไม่ใช่การค้นพบความหมายที่มีอยู่ก่อนแล้ว โครงสร้างที่มีประโยชน์คือ X determines Y โดย X เป็นปัจจัยที่ควบคุมว่า Y จะออกมาเป็นอย่างไร determine ยังหมายถึงค้นหาคำตอบได้ด้วย จึงต้องดูความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล ไม่ใช่ดูเพียงคำกริยาเท่านั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ determined ในความหมายเชิงเหตุและผลแบบเดียวกับคำบรรยาย?
- The inspector determined why the alarm failed.
- The first vote determined the speaking order.
- The doctor determined whether the injury was serious.
ดูคำตอบ
The first vote determined the speaking order.
participants either had all their answers marked as correct, ไวยากรณ์
0:44ผู้เข้าร่วมอาจจะได้รับการตรวจคำตอบให้ถูกต้องทั้งหมด
had all their answers marked: have + กรรม + กริยาช่อง 3
Had all their answers marked as correct ใช้โครงสร้าง have + กรรม + กริยาช่อง 3 วลี all their answers เป็นกรรมที่รับการกระทำ marked เป็นกริยาช่อง 3 และ as correct ระบุว่าถูกให้ป้ายกำกับว่าอย่างไร ในที่นี้ had ไม่ได้แปลว่า มี และประโยคไม่ได้บอกว่าผู้เข้าร่วมเป็นคนทำเครื่องหมายเอง โครงสร้างนี้ไม่ระบุผู้กระทำและเน้นผลที่เกิดกับคำตอบ ในบริบทอื่น โครงสร้างเดียวกันอาจแสดงว่าประธานจัดให้เกิดการกระทำ เช่น had the car repaired
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่า Maria จัดให้คนอื่นพิมพ์บัตรเชิญ?
- Maria had the invitations printed.
- Maria printed the invitations.
- Maria had printed the invitations.
ดูคำตอบ
Maria had the invitations printed.
no matter what, or they were forced to fail every question. โน้ต
0:48ไม่ว่าจะตอบอะไร หรือพวกเขาถูกบังคับให้ตอบผิดทุกข้อ
either ... or ...: การจับคู่สองทางเลือก
Either ใช้นำตัวเลือกแรก และ or ใช้นำตัวเลือกที่สอง ในประโยคนี้ผู้เข้าร่วมได้รับการปฏิบัติหนึ่งในสองแบบที่เกิดพร้อมกันไม่ได้ คือคำตอบทั้งหมดถูกทำเครื่องหมายว่าถูก หรือถูกบังคับให้ตอบผิดทุกข้อ ในประโยคยาว ให้มอง either และ or เป็นป้ายบอกทางที่ใช้เป็นคู่ วางแต่ละคำตรงจุดเริ่มต้นของตัวเลือกนั้น ทั้งสองส่วนไม่จำเป็นต้องมีจำนวนคำเท่ากัน แต่ความสัมพันธ์ทางไวยากรณ์ต้องชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างคู่ที่แสดงสองตัวเลือกให้สมบูรณ์: ____ we submit the project tonight, ____ we ask for an extension.
ดูคำตอบ
Either · or
no matter what: ผลลัพธ์ที่ไม่เปลี่ยนแปลง
ในบริบทนี้ no matter what หมายถึง ไม่ว่าคำตอบจริงของผู้เข้าร่วมจะเป็นอะไร คำตอบอาจแตกต่างกันได้ แต่ผลที่ถูกกำหนดให้ถือว่าตอบถูกนั้นไม่เปลี่ยนแปลง วลีนี้แสดงความหมายเชิงยอมรับเงื่อนไขว่า แม้สถานการณ์จะเปลี่ยน ผลลัพธ์หลักก็ยังเหมือนเดิม และสามารถใช้วลีนี้เดี่ยว ๆ ได้เมื่อทุกคนเข้าใจเงื่อนไขที่เป็นไปได้อยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
เติมวลีสามคำที่ขึ้นต้นด้วย no และหมายถึง “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”: We will keep helping each other ____.
ดูคำตอบ
no matter what
were forced to fail: ความล้มเหลวที่เกิดจากการบังคับภายนอก
Were forced to fail เป็นรูปถูกกระทำในอดีตของ force someone to do something ผู้ที่ได้รับแรงกดดันเป็นประธานของประโยค ส่วน to fail ระบุผลลัพธ์ที่ถูกบังคับให้เกิดกับพวกเขา ในที่นี้ การออกแบบการทดลองเป็นสิ่งควบคุมผลลัพธ์ ผู้เข้าร่วมไม่ได้เลือกที่จะล้มเหลว และสำนวนนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาขาดความสามารถ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปถูกกระทำในอดีตของ force ตามด้วย fail: Under the rigged scoring system, the contestants ____ the test even though every answer was correct.
ดูคำตอบ
were forced to fail
every participant had the same amount of information.
0:54ผู้เข้าร่วมทุกคนมีข้อมูลในปริมาณที่เท่ากัน
This meant that: เชื่อมสถานการณ์ก่อนหน้ากับผลที่เกิดขึ้น
This ย้อนกลับไปกล่าวถึงสถานการณ์หรือการจัดวางทั้งหมดที่อธิบายไว้ก่อนหน้า ไม่ได้ชี้ไปที่คำนามเพียงคำเดียว ส่วน meant that บอกว่าอนุประโยคถัดไปคือผลหรือข้อสรุปที่ได้จากสถานการณ์นั้น รูปแบบนี้จัดข้อมูลเป็นลำดับดังนี้: ข้อเท็จจริงหรือการจัดเตรียมก่อนหน้า → สิ่งที่ข้อเท็จจริงเหล่านั้นบอกเป็นนัย ในประโยคนี้ รูปแบบดังกล่าวนำไปสู่ข้อสรุปว่าเมื่อถึงช่วงพัก ทุกคนมีข้อมูลในปริมาณเท่ากัน
แบบฝึกหัด
This meant that ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- บอกว่าผลที่ตามมาไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
- ชี้ไปที่ผู้เข้าร่วมเพียงคนเดียวที่กล่าวถึงก่อนหน้า
- กล่าวถึงสถานการณ์ก่อนหน้าทั้งหมดและนำเข้าสู่ผลของสถานการณ์นั้น
ดูคำตอบ
กล่าวถึงสถานการณ์ก่อนหน้าทั้งหมดและนำเข้าสู่ผลของสถานการณ์นั้น
playing for real: จากการฝึกหรือสถานการณ์จำลองสู่รอบจริง
ในประโยคนี้ playing for real หมายความว่ารอบที่สองเป็นรอบจริง สิ่งที่ผู้เข้าร่วมทำจริง ๆ เป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ ไม่ใช่การฝึกซ้อมหรือผลที่วางไว้ล่วงหน้า ไม่ได้หมายถึง “เล่นเพื่อความเป็นจริง” for real เป็นสำนวนตายตัวแบบไม่เป็นทางการที่บอกว่าบางสิ่งเป็นของจริงหรือทำอย่างจริงจัง เมื่อใช้กับ play มักสื่อถึงการเปลี่ยนจากการซ้อมหรือสถานการณ์จำลองไปสู่ขั้นที่มีความหมายจริง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าการฝึกจบแล้วและตอนนี้เกมเริ่มนับผลจริง?
- The warm-up is over, and now we're really enjoying the game.
- The warm-up is over, but we're still pretending to play.
- The warm-up is over, and now we're playing for real.
ดูคำตอบ
The warm-up is over, and now we're playing for real.
despite this even playing field: แม้เงื่อนไขยุติธรรมแต่ผลกลับต่างออกไป
วลีเต็มคือ despite this even playing field โดย an even playing field เป็นอุปมาจากกีฬา หมายถึงสถานการณ์ที่ผู้คนมีกฎ ข้อมูล ทรัพยากร หรือโอกาสเหมือนกัน ในที่นี้ทุกคนมีข้อมูลเท่ากัน ไม่ได้หมายถึงสนามกีฬาจริง ๆ Despite ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงที่ทำให้ผลลัพธ์ถัดไปดูน่าประหลาดใจ ในที่นี้ตามด้วยนามวลี this even playing field จึงสื่อว่าเงื่อนไขนั้นยุติธรรม แต่ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่ความยุติธรรมนั้นน่าจะทำให้คาดหวัง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ despite กับอุปมา an even playing field ได้ถูกต้อง
- Despite the even playing field, one team quickly gained an advantage.
- Despite of the even playing field, one team quickly gained an advantage.
- Despite the teams had an even playing field, one team quickly gained an advantage.
ดูคำตอบ
Despite the even playing field, one team quickly gained an advantage.
the successful participants from round one rose to the top of the ranks. สำนวน
1:03ผู้เข้าร่วมที่ประสบความสำเร็จจากรอบแรกก็ไต่อันดับขึ้นไปอยู่จุดสูงสุด
rose to the top of the ranks: ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำ
Rose เป็นรูปอดีตของ rise ในวลี rose to the top of the ranks การเคลื่อนที่ขึ้นด้านบนเป็นอุปมาของการเลื่อนตำแหน่งในกลุ่มที่มีการจัดอันดับ วลีนี้หมายความว่าผู้เข้าร่วมขึ้นไปอยู่ในกลุ่มผู้นำด้วยผลงานของตน The ranks หมายถึงชุดตำแหน่งหรือระดับที่เรียงลำดับ ไม่ใช่สถานที่จริง ดังนั้นสำนวนนี้จึงนำเสนอความสำเร็จเหมือนการเคลื่อนขึ้นในระบบการแข่งขันหรือการประเมิน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ rose to the top of the ranks อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อสื่อว่าคนหนึ่งกลายเป็นผู้มีผลงานระดับแนวหน้า
- After several promotions, Lina rose through the ranks but remained a middle manager.
- After several excellent scores, Lina rose to the top of the ranks.
- Lina rose from her chair and put the ranking sheet on the top shelf.
ดูคำตอบ
After several excellent scores, Lina rose to the top of the ranks.
While those cast as failures kept, well, failing. โน้ต
1:08ในขณะที่คนที่ถูกกำหนดให้ล้มเหลวก็ เอาล่ะ ล้มเหลวต่อไป
cast as failures: บทบาทหรือป้ายกำกับที่ถูกกำหนดจากภายนอก
ใน cast as failures คำว่า cast เป็นรูป past participle ในโครงสร้าง cast someone as something ซึ่งหมายถึงการกำหนด วาดภาพ หรือวางใครสักคนไว้ในบทบาทหรืออัตลักษณ์หนึ่ง วลีทั้งหมดขยาย those ดังนั้น those cast as failures จึงหมายถึง “คนที่ถูกวางไว้ในบทบาทของผู้ล้มเหลว” ในบริบทนี้ รูปแบบการทดลองเป็นสิ่งที่มอบบทบาทดังกล่าวให้พวกเขา ป้ายกำกับนี้มาจากภายนอก และถ้อยคำนี้ไม่ได้บอกว่าการเป็นผู้ล้มเหลวคืออัตลักษณ์โดยธรรมชาติหรือถาวรของพวกเขา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ cast ... as ในความหมายว่าบุคคลหนึ่งถูกนำเสนอหรือวางไว้ในบทบาทใดบทบาทหนึ่ง
- The report cast as the new employee every problem.
- The report cast the new employee as the source of every problem.
- The actor cast the report across the room.
ดูคำตอบ
The report cast the new employee as the source of every problem.
kept, well, failing: well ในฐานะคำแทรกที่แสดงความลังเล
โครงสร้างพื้นฐานคือ keep + -ing โดย kept failing หมายถึงพวกเขายังคงล้มเหลวต่อไป ในที่นี้ well เป็นคำบ่งชี้วาทกรรมที่แทรกเข้ามาและคั่นด้วยจังหวะหยุด ไม่ได้หมายถึง “อย่างดี” คำนี้ชะลอการพูดคำตรง ๆ อย่าง failing และเพิ่มน้ำเสียงลังเล ปลงใจ หรือประชดเล็กน้อย ราวกับว่าคำตอบนั้นชัดเจนแต่พูดออกมาตรง ๆ ได้ยาก
แบบฝึกหัด
well ที่แทรกอยู่ในประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร
- อธิบายสุขภาพของพวกเขาในขณะที่ยังคงล้มเหลวต่อไป
- หมายความว่าพวกเขาทำสิ่งที่เรียกว่าความล้มเหลวได้อย่างชำนาญ
- แสดงจังหวะหยุดและเพิ่มน้ำเสียงลังเลปลงใจก่อน failing
ดูคำตอบ
แสดงจังหวะหยุดและเพิ่มน้ำเสียงลังเลปลงใจก่อน failing
People often describe failure as a teachable moment, โน้ต
1:13ผู้คนมักอธิบายความล้มเหลวว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้
describe X as Y: บรรยาย X ว่าเป็น Y
โครงสร้าง describe X as Y หมายถึงการนำเสนอหรือบรรยาย X ว่าเป็น Y โดย X เป็นกรรมที่ตามหลัง describe ส่วน Y อยู่หลัง as และเป็นชื่อเรียก คุณลักษณะ หรือการตีความที่ให้แก่ X ในประโยคนี้ failure คือ X และ a teachable moment คือ Y โครงสร้างนี้รายงานมุมมองทั่วไปที่มีต่อความล้มเหลว แต่ไม่ได้แสดงโดยตัวมันเองว่าผู้พูดเห็นด้วยกับมุมมองนั้น
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปเพื่อให้เป็นโครงสร้าง describe X as Y: The coach described the loss ____ a useful lesson.
ดูคำตอบ
as
teachable moment: โอกาสในการเรียนรู้
teachable moment คือเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่สร้างโอกาสที่ดีในการเรียนรู้ ทบทวน หรือรับคำแนะนำ โดยมักเกิดขึ้นหลังจากความผิดพลาด ปัญหา หรือคำถาม คำว่า teachable ในที่นี้บอกถึงโอกาสในการเรียนรู้ที่อยู่ในสถานการณ์นั้น ไม่ได้หมายถึงเวลาที่กำหนดไว้ให้ใครบางคนสามารถสอนได้ตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ teachable moment ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- We bought a teachable moment from the school supply store.
- The classroom clock was a teachable moment because it showed three o'clock.
- The mistake became a teachable moment about checking our work.
ดูคำตอบ
The mistake became a teachable moment about checking our work.
a necessary stumble on our way to improvement. สำนวน
1:17เป็นการสะดุดที่จำเป็นในเส้นทางสู่การพัฒนาของเรา
a necessary stumble on our way to improvement ในฐานะอุปลักษณ์การเดินทาง
ในที่นี้ stumble หมายถึงความผิดพลาดหรืออุปสรรค ไม่ใช่การสะดุดจริง ๆ ขณะเดิน การเรียกสิ่งนี้ว่า necessary ทำให้มองอุปสรรคนั้นว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และอาจเป็นประโยชน์ด้วย วลี on our way to improvement ใช้อุปลักษณ์การเดินทาง โดยมอง improvement เป็นเหมือนจุดหมาย และมองประสบการณ์ที่ยากลำบากว่าเป็นหนึ่งก้าวในการไปถึงจุดหมายนั้น
แบบฝึกหัด
a necessary stumble on our way to improvement ในที่นี้หมายถึงอะไร
- อุปสรรคที่อาจเป็นส่วนที่มีประโยชน์ต่อความก้าวหน้า
- ความผิดพลาดที่จงใจทำเพื่อขัดขวางความก้าวหน้า
- การล้มจริง ๆ ระหว่างเดินทางไปยังสถานที่ใหม่
ดูคำตอบ
อุปสรรคที่อาจเป็นส่วนที่มีประโยชน์ต่อความก้าวหน้า
But learning from our mistakes isn't always easy, วลี
1:20แต่การเรียนรู้จากความผิดพลาดไม่ได้ง่ายเสมอไป
learning from our mistakes: ใช้ความผิดพลาดเป็นบทเรียน
Learning from our mistakes หมายถึงการนำสิ่งที่ผิดพลาดมาเป็นบทเรียน เพื่อให้เราเลือกได้ดีขึ้นในภายหลัง ในรูปแบบนี้ from บอกที่มาของบทเรียน ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ออกจากสถานที่หนึ่ง รูปแบบที่พบบ่อยคือ learn from + บุคคล ประสบการณ์ หรือความผิดพลาด ในที่นี้ learning from our mistakes เป็นวลีรูป -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของ isn't always easy
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสี่คำที่หมายถึง “ได้บทเรียนจากความผิดพลาดของเราเอง”: We can ____ and make a better plan next time.
ดูคำตอบ
learn from our mistakes
especially when those failures are demoralizing,
1:23โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความล้มเหลวเหล่านั้นบั่นทอนกำลังใจ
just downright confusing: การเน้นอย่างหนักแน่นและตรงไปตรงมา
ใน just downright confusing คำว่า downright เป็นคำวิเศษณ์ที่เพิ่มระดับให้ confusing โดยมีความหมายว่าอย่างสิ้นเชิงหรืออย่างมาก พร้อมทั้งแสดงการตัดสินที่หนักแน่นและตรงไปตรงมา กล่าวคือ ผู้พูดรู้สึกว่าความล้มเหลวเหล่านั้นเข้าใจได้ยากจริง ๆ just ช่วยเน้นปฏิกิริยานี้ให้ชัดขึ้นอีก ที่นี่ downright ไม่ใช่คำบอกทิศทาง และวลีนี้มีน้ำหนักแรงกว่าและแสดงการประเมินอย่างชัดเจนกว่า very confusing
แบบฝึกหัด
ผู้เขียนรีวิวต้องการแสดงการตัดสินเชิงลบที่หนักแน่นและตรงไปตรงมา ประโยคใดตรงกับน้ำเสียงนี้มากที่สุด
- The instructions were slightly confusing.
- The instructions were potentially confusing.
- The instructions were downright confusing.
ดูคำตอบ
The instructions were downright confusing.
So, what exactly prevents us from turning our mistakes into mastery? โน้ต
1:29แล้วอะไรล่ะที่ขัดขวางไม่ให้เราเปลี่ยนความผิดพลาดให้กลายเป็นความเชี่ยวชาญ?
what exactly prevents us...?: การตั้งคำถามหลักของคำอธิบาย
คำถามนี้ไม่ได้มีหน้าที่เพียงขอข้อมูล So เชื่อมคำถามเข้ากับความยากที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วน what exactly เปลี่ยนข้อสังเกตนั้นให้เป็นปัญหาหลักที่คำอธิบายจะกล่าวถึง Exactly ถามหาองค์ประกอบที่เฉพาะเจาะจงซึ่งขัดขวางการเปลี่ยนจากความผิดพลาดไปสู่ความเชี่ยวชาญ ในการอธิบาย คำถามเช่นนี้ช่วยนำผู้ฟังด้วยการบอกล่วงหน้าว่าส่วนถัดไปจะอธิบายเรื่องใด
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายนี้ คำถามที่เน้นไว้มีหน้าที่หลักอย่างไร
- ขอให้ผู้ฟังแจกแจงความผิดพลาดทุกอย่างที่เคยทำ
- ระบุคำถามหลักที่ส่วนถัดไปจะอธิบาย
- จบหัวข้อโดยไม่ชี้ว่าจะกล่าวถึงอะไรต่อไป
ดูคำตอบ
ระบุคำถามหลักที่ส่วนถัดไปจะอธิบาย
from turning our mistakes into mastery: โครงสร้าง turn X into Y
turn X into Y หมายถึงการเปลี่ยน X ให้กลายเป็น Y ในประโยคนี้ our mistakes คือ X และ mastery คือ Y แนวคิดก็คือการเรียนรู้สามารถเปลี่ยนความผิดพลาดให้เป็นความเชี่ยวชาญได้ ในประโยคเต็ม from เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง prevent someone from doing something เนื่องจาก turn อยู่หลังคำบุพบท from จึงใช้รูป turning
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปในโครงสร้าง turn X into Y ให้ประโยคสมบูรณ์: Careful planning can turn a small idea ____ a successful event.
ดูคำตอบ
into
Perhaps the most obvious hurdle to learning from failure is how painful it can be. สำนวน
1:35บางทีอุปสรรคที่ชัดเจนที่สุดในการเรียนรู้จากความล้มเหลวก็คือความเจ็บปวดที่มันสร้างขึ้น
most obvious hurdle to learning from failure: hurdle to + V-ing
hurdle ตามความหมายตรงตัวคือสิ่งกีดขวางที่นักวิ่งต้องกระโดดข้าม ในที่นี้ใช้เป็นอุปมาแทนความยากลำบากที่ขัดขวางความก้าวหน้า วลีนี้จึงหมายถึงอุปสรรคที่เห็นได้ชัดที่สุดต่อการเรียนรู้จากความล้มเหลว ในโครงสร้าง hurdle to + คำนามหรือ V-ing คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วย learning ไม่ใช่ learn
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ finish เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Limited time is a major hurdle to ____ the project by Friday.
ดูคำตอบ
finishing
People generally want to think of themselves as capable and competent, ไวยากรณ์
1:41โดยทั่วไปผู้คนต้องการมองว่าตนเองนั้นมีความสามารถและเก่งกาจ
think of themselves as capable and competent: โครงสร้าง think of X as Y
think of X as Y หมายถึง “มองหรือถือว่า X เป็น Y” ในประโยคนี้ themselves ย้อนกลับไปที่ people ส่วน capable and competent บอกถึงคุณสมบัติเชิงบวกที่ผู้คนอยากเชื่อว่าตนเองมี ส่วนที่ตามหลัง as ระบุตัวตน บทบาท หรือการประเมินที่เชื่อมกับ X หากไม่มี as คำว่า think of มักหมายถึง “นึกถึง” ดังนั้นความหมายเกี่ยวกับการมองตนเองจึงเกิดจากโครงสร้างเต็มทั้งชุด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง think of X as Y และคำสรรพนามสะท้อนกลับที่ถูกต้อง: Leo ____ a patient teacher.
ดูคำตอบ
thinks of himself as
and experiencing failure threatens that self-image. การใช้คำ
1:45และการประสบกับความล้มเหลวก็คุกคามภาพลักษณ์ของตนเองนั้น
threatens that self-image: ความหมายนามธรรมของ threaten
ในที่นี้ threatens หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเสี่ยงที่จะอ่อนแอลงหรือเสียหาย” การประสบความล้มเหลวอาจขัดกับความเชื่อว่าตนเองมีความสามารถ จึงทำให้ภาพเชิงบวกที่มีต่อตนเองสั่นคลอนได้ ไม่ได้หมายความว่ามีใครพูดข่มขู่ That self-image ย้อนกลับไปถึงการมองตนเองว่าเป็นคนที่มีความสามารถ คำนามนามธรรมอย่าง confidence, stability และ progress ก็สามารถเป็นกรรมของ threaten ได้เช่นกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ threaten ในความหมายนามธรรมแบบเดียวกับ threatens that self-image?
- Dark clouds threatened rain before sunset.
- The robber threatened the cashier with a knife.
- A sudden budget cut could threaten the project's future.
ดูคำตอบ
A sudden budget cut could threaten the project's future.
In a survey following a replication of the rune study, การใช้คำ
1:49ในการสำรวจที่ตามมาหลังจากการทำซ้ำการศึกษาเรื่องอักษรรูน
a replication of the rune study: ทำการวิจัยซ้ำเพื่อตรวจสอบผล
ในบริบทการวิจัย replication หมายถึงการทำการศึกษาหรือการทดลองเดิมอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบว่าจะได้ผลเดิมซ้ำหรือไม่ ในที่นี้ a replication of the rune study หมายถึงมีการทำการศึกษาเรื่องการเรียนรู้อักษรรูนอีกครั้ง ไม่ได้หมายถึงการคัดลอกไฟล์ ข้อมูลเดิม หรือรายงานที่เขียนไว้ หัวใจสำคัญคือการทำตามกระบวนการวิจัยอีกครั้งและเปรียบเทียบผลใหม่กับผลเดิม
แบบฝึกหัด
การกระทำใดเป็น replication ในบริบทการวิจัย?
- ทีมวิจัยทำการทดลองอีกครั้งเพื่อดูว่าจะได้ผลเดิมซ้ำหรือไม่
- บรรณาธิการพิมพ์รายงานวิจัยซ้ำ
- นักวิจัยบันทึกสำเนาไฟล์ข้อมูลเพิ่มอีกหนึ่งชุด
ดูคำตอบ
ทีมวิจัยทำการทดลองอีกครั้งเพื่อดูว่าจะได้ผลเดิมซ้ำหรือไม่
participants in the failure group indicated much lower levels of self-confidence after participating. วลี
1:52ผู้เข้าร่วมในกลุ่มที่ล้มเหลวระบุว่าระดับความมั่นใจในตนเองลดลงอย่างมากหลังจากเข้าร่วม
indicated much lower levels of self-confidence: การรายงานความแตกต่างที่วัดได้
ในที่นี้ indicated หมายถึงคำตอบหรือผลการวัดของผู้เข้าร่วม “แสดง” หรือ “บ่งชี้” บางอย่าง ไม่ได้หมายถึงว่าพวกเขาใช้นิ้วชี้สิ่งของ levels of self-confidence มองความมั่นใจในตนเองเป็นระดับที่วัดและเปรียบเทียบได้ much ใช้เน้นคำเปรียบเทียบ lower ดังนั้น much lower levels จึงหมายถึง “ระดับที่ต่ำกว่ามาก” ทั้งวลีเป็นวิธีแบบเป็นทางการในการรายงานความแตกต่างของความมั่นใจที่วัดได้อย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยควิจัยแบบเป็นทางการด้วยรูปแบบการรายงานที่ตรงตามบทเรียน: The follow-up survey ____ stress than the first survey.
ดูคำตอบ
indicated much lower levels of
It's tempting to dismiss this pain as a temporary setback, โน้ต
1:59มันน่าดึงดูดใจที่จะปัดความเจ็บปวดนี้ทิ้งไปโดยคิดว่าเป็นความพ่ายแพ้ชั่วคราว
It's tempting to...: การเสนอปฏิกิริยาแรกที่ดูน่าดึงดูด
It's tempting to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เกริ่นถึงการกระทำหรือการตัดสินที่ดูง่าย น่าดึงดูด หรือเป็นสิ่งที่คนเราน่าจะยอมรับโดยธรรมชาติ ในประโยคนี้ การมองข้ามความเจ็บปวดถูกเสนอว่าเป็นปฏิกิริยาแรกที่เข้าใจได้ ไม่ได้หมายความว่าเป็นข้อสรุปที่ถูกต้องหรือเป็นการล่อลวงตามตัวอักษร ผู้เขียนมักใช้โครงสร้างนี้ก่อน but, however หรือข้อความที่แก้ความคิดเดิม วิธีนี้ช่วยยอมรับว่ามุมมองง่าย ๆ ดูน่าเชื่ออย่างไร แล้วจึงพาไปสู่เหตุผลที่รอบคอบกว่า
แบบฝึกหัด
“It's tempting to skip the safety check, but that could cause serious problems” หมายความว่าอย่างไร
- มีคนเสนอรางวัลเพื่อให้ข้ามการตรวจสอบ
- ผู้พูดแนะนำอย่างหนักแน่นให้ข้ามการตรวจสอบ
- การข้ามการตรวจสอบเป็นปฏิกิริยาแรกที่ดูน่าดึงดูด แต่ผู้พูดเตือนถึงความเสี่ยงของการทำเช่นนั้น
ดูคำตอบ
การข้ามการตรวจสอบเป็นปฏิกิริยาแรกที่ดูน่าดึงดูด แต่ผู้พูดเตือนถึงความเสี่ยงของการทำเช่นนั้น
dismiss X as Y: ปฏิเสธ X ด้วยการติดป้ายว่าเป็น Y
ใน dismiss X as Y นั้น X คือความคิด คำเตือน ความรู้สึก หรือปัญหาที่ถูกปฏิเสธ ส่วน Y คือป้ายกำกับที่ใช้เป็นเหตุผลในการปฏิเสธนั้น Dismiss เพิ่มการตัดสินว่า X ไม่ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงการจัดประเภทหรือบรรยาย X ในประโยคนี้ ความเจ็บปวดถูกลดความสำคัญให้เป็นเพียง “อุปสรรคชั่วคราว” จึงอาจทำให้มองข้ามความสำคัญของมันได้ dismiss ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ไล่ใครออกจากงาน” หรือ “ให้ใครออกไป”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ dismiss X as Y เพื่อแสดงว่าสิ่งหนึ่งถูกปฏิเสธเพราะถูกมองว่าไม่ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างจริงจัง
- The editor regarded the report as useful.
- The editor described the report as detailed.
- The editor dismissed the report as unreliable.
ดูคำตอบ
The editor dismissed the report as unreliable.
their brains often stop processing new information. วลี
2:07สมองของพวกเขามักจะหยุดประมวลผลข้อมูลใหม่
some studies have found that: การนำเสนอหลักฐานจากงานวิจัยบางส่วน
some studies have found that ใช้เสนอข้อสรุปโดยอ้างอิงหลักฐานจากงานวิจัย ในที่นี้ found หมายถึงค้นพบจากการศึกษา ไม่ใช่พบสิ่งของที่หายไป ส่วนอนุประโยคที่ตามหลัง that บอกว่างานวิจัยค้นพบอะไร some จำกัดขอบเขตของข้อกล่าวอ้างไว้ที่งานวิจัยบางส่วน ส่วน have found เชื่อมผลการวิจัยก่อนหน้านี้เข้ากับการอภิปรายปัจจุบัน จึงช่วยสนับสนุนประเด็นหนึ่งโดยไม่อ้างว่างานวิจัยทั้งหมดเห็นตรงกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเสนอผลการวิจัยพร้อมจำกัดขอบเขตของหลักฐานอย่างระมัดระวัง
- Some studies have found that short breaks can improve concentration.
- All studies have proven that short breaks always improve concentration.
- I found my concentration after a short break.
ดูคำตอบ
Some studies have found that short breaks can improve concentration.
stop processing new information: การยุติกิจกรรมทางความคิดที่กำลังดำเนินอยู่
ในประโยคนี้ process information หมายถึงรับ ทำความเข้าใจ และจัดการข้อมูลในความคิด ส่วน stop processing new information หมายถึงสมองไม่ทำกิจกรรมทางความคิดนี้ต่อไป คำว่า process ไม่ได้หมายถึงการดำเนินเอกสารหรือขั้นตอนทางธุรการ โครงสร้าง stop + คำกริยาเติม -ing หมายถึงยุติกิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่ ในที่นี้ processing คือกิจกรรมที่หยุดลง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าคอมพิวเตอร์ไม่วิเคราะห์ข้อมูลที่เข้ามาต่อไปแล้ว
- The computer stopped processing the incoming data.
- The computer stopped and processed the incoming data.
- The computer stopped to process the incoming data.
ดูคำตอบ
The computer stopped processing the incoming data.
it can undermine your ability to learn. การใช้คำ
2:15มันสามารถบั่นทอนความสามารถในการเรียนรู้ของคุณได้
This suggests that: การอนุมานข้อสรุปจากหลักฐาน
This suggests that... เชื่อมหลักฐานก่อนหน้ากับข้อสรุปที่อนุมานได้ ในที่นี้ This อ้างถึงผลการวิจัยที่เพิ่งกล่าวไป และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกว่าหลักฐานนั้นอาจหมายถึงอะไร suggests ในที่นี้หมายถึง “ชี้ให้เห็น” หรือ “สนับสนุนแนวคิดว่า” ไม่ได้หมายถึง “แนะนำ” จึงนำเสนอข้อสรุปว่าเป็นการอนุมานที่มีเหตุผล แต่ยังไม่ได้พิสูจน์อย่างสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
This suggests that... สื่อความหมายอะไรในประโยคนี้
- เป็นการแนะนำผู้ฟังโดยตรงว่าควรทำอะไร
- เป็นการนำเสนอข้อสรุปที่หลักฐานก่อนหน้าสนับสนุน แต่ยังไม่ได้พิสูจน์อย่างสมบูรณ์
- เป็นการบอกว่าข้อสรุปนั้นแน่นอนโดยไม่มีข้อสงสัย
ดูคำตอบ
เป็นการนำเสนอข้อสรุปที่หลักฐานก่อนหน้าสนับสนุน แต่ยังไม่ได้พิสูจน์อย่างสมบูรณ์
if ... is large enough: การกำหนดเกณฑ์ด้านระดับ
อนุประโยค if กำหนดเกณฑ์ด้านระดับความรุนแรง เมื่อภัยคุกคามสูงถึงระดับที่เพียงพอ ผลที่เป็นไปได้ในประโยคหลักก็อาจเกิดขึ้นได้ enough มีความสำคัญเพราะใช้บอกระดับที่จำเป็น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ if + ประธาน + be + คำคุณศัพท์ + enough แล้วตามด้วยประโยคหลัก เมื่อ enough ขยายคำคุณศัพท์ จะวางไว้หลังคำคุณศัพท์ เช่น large enough, strong enough, clear enough
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างคำคุณศัพท์ + enough เติมประโยคให้สมบูรณ์: If the road is wide ____, two buses can pass safely.
ดูคำตอบ
enough
undermine your ability to learn: บั่นทอนความสามารถในการเรียนรู้
ในที่นี้ undermine หมายถึง “ทำให้บางสิ่งอ่อนแอลงหรือเสียหายจนทำงานได้ไม่ดีเท่าเดิม” โดยผลกระทบมักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปหรือทางอ้อม วลีนี้บอกว่าบางสิ่งอาจลดความสามารถในการเรียนและทำให้เรียนยากขึ้น ไม่ได้หมายถึงการขุดใต้ดิน undermine มักใช้กับกรรมที่เป็นนามธรรม เช่น confidence, trust, authority หรือ ability ใน ability to learn โครงสร้าง ability to + คำกริยา หมายถึงความสามารถในการทำสิ่งนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ undermine ในความหมายว่า “บั่นทอนคุณสมบัติที่เป็นนามธรรม”
- Repeated criticism can undermine a child's confidence.
- Repeated criticism can restore a child's confidence.
- Repeated criticism can measure a child's confidence.
ดูคำตอบ
Repeated criticism can undermine a child's confidence.
However, your tolerance for failure also depends on your relationship with the task at hand. วลี
2:18อย่างไรก็ตาม ความอดทนต่อความล้มเหลวของคุณก็ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ของคุณกับงานที่ทำอยู่ด้วย
your tolerance for failure: ความสามารถในการรับมือกับความล้มเหลว
your tolerance for failure คือระดับที่คุณรับมือกับความพยายามที่ไม่สำเร็จ ความหงุดหงิด หรืออุปสรรคได้โดยไม่ยอมแพ้ วลีนี้กล่าวถึงความอดทนทางจิตใจ ไม่ใช่ความทนต่อสิ่งต่าง ๆ ในทางการแพทย์ และไม่ได้หมายถึงการเห็นชอบกับความล้มเหลว โครงสร้าง tolerance for + คำนาม ระบุสิ่งที่คนหนึ่งสามารถทนรับได้ เช่น tolerance for risk หรือ tolerance for uncertainty ระดับของมันอธิบายได้ด้วย high, low, greater หรือ limited
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดแสดงถึง high tolerance for failure
- มายายังคงทดสอบการออกแบบใหม่หลังจากที่ความพยายามหลายครั้งไม่ได้ผล
- มายาปฏิเสธที่จะลองทำสิ่งใดก็ตามที่เธออาจทำได้ไม่สมบูรณ์แบบ
- มายาบอกว่าทุกความพยายามที่ล้มเหลวถือเป็นความสำเร็จแล้ว
ดูคำตอบ
มายายังคงทดสอบการออกแบบใหม่หลังจากที่ความพยายามหลายครั้งไม่ได้ผล
depends on your relationship with the task at hand: ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ของคุณกับงานตรงหน้า
Depend on หมายความว่าสิ่งหนึ่งได้รับอิทธิพลหรือถูกกำหนดโดยอีกปัจจัยหนึ่ง ในที่นี้ผลลัพธ์คือระดับการยอมรับความล้มเหลว ส่วนความสัมพันธ์ของคุณกับงานตรงหน้าคือหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อมัน คำว่า also บอกว่ายังอาจมีปัจจัยอื่นอีก Relationship with the task ไม่ได้หมายถึงมิตรภาพ แต่หมายถึงว่าคุณคุ้นเคยกับงานนั้นเพียงใด ทุ่มเทให้มันมากแค่ไหน หรือรู้สึกเชื่อมโยงกับมันเป็นการส่วนตัวเพียงใด โดยทั่วไป relationship with ยังใช้บรรยายว่าคนหนึ่งมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรม หัวข้อ หรือแนวคิดอย่างไรได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ สำนวนที่เน้นไว้หมายความว่าอะไร
- ความสามารถในการยอมรับความล้มเหลวของคุณไม่เกี่ยวข้องกับงานปัจจุบัน
- ความสามารถในการยอมรับความล้มเหลวของคุณได้รับอิทธิพลจากว่าคุณคุ้นเคย ทุ่มเท หรือเชื่อมโยงกับงานปัจจุบันเพียงใด
- คุณกับงานปัจจุบันเป็นเพื่อนกันเหมือนคนสองคน
ดูคำตอบ
ความสามารถในการยอมรับความล้มเหลวของคุณได้รับอิทธิพลจากว่าคุณคุ้นเคย ทุ่มเท หรือเชื่อมโยงกับงานปัจจุบันเพียงใด
the task at hand: งานที่ต้องจัดการในตอนนี้
The task at hand หมายถึงงานที่ต้องให้ความสนใจในตอนนี้ at hand เป็นวลีที่วางหลัง task เพื่อขยายความ ไม่ได้หมายความว่างานนั้นอยู่ในมือของใครจริง ๆ รูปแบบเดียวกันนี้พบได้ใน the issue at hand และ the matter at hand วลีนี้ช่วยดึงความสนใจมาที่หัวข้อปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องที่จะจัดการในภายหลัง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ at hand ในความหมายว่า “ต้องให้ความสนใจในตอนนี้”
- She held the worksheet in her hand and read it aloud.
- Let's solve the problem at hand before we discuss next week's plans.
- We have extra notebooks on hand for anyone who needs one.
ดูคำตอบ
Let's solve the problem at hand before we discuss next week's plans.
researchers surveyed a group of American students enrolled in introductory and advanced French courses. การใช้คำ
2:25นักวิจัยได้ทำการสำรวจกลุ่มนักเรียนชาวอเมริกันที่ลงทะเบียนเรียนหลักสูตรภาษาฝรั่งเศสขั้นพื้นฐานและขั้นสูง
enrolled in introductory and advanced French courses: ลงทะเบียนเรียนภาษาฝรั่งเศสระดับเบื้องต้นและระดับสูง
be enrolled in a course หมายถึงลงทะเบียนเป็นผู้เรียนในวิชานั้นอย่างเป็นทางการ ในที่นี้ enrolled in introductory and advanced French courses ขยายคำว่า students และสามารถเขียนแบบเต็มได้ว่า students who were enrolled in those courses กลุ่มนี้มีผู้เรียนจากสองระดับ introductory หมายถึงวิชาระดับเบื้องต้นที่สอนพื้นฐาน ส่วน advanced หมายถึงวิชาระดับสูงสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่า ในที่นี้ introductory บอกระดับของวิชา ไม่ได้หมายถึงคำกล่าวเกริ่นนำ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าเอวาลงทะเบียนเรียนวิชาการเขียนโค้ดระดับเบื้องต้นอย่างเป็นทางการ
- Ava is introductory in a coding course.
- Ava is enrolled in an introductory coding course.
- Ava is enrolled an introductory coding course.
ดูคำตอบ
Ava is enrolled in an introductory coding course.
These students completed a questionnaire asking what kind of teacher they preferred, โน้ต
2:32นักเรียนเหล่านี้ตอบแบบสอบถามที่ถามว่าพวกเขาชอบครูแบบไหน
completed a questionnaire: ตอบแบบสอบถามจนเสร็จ
ในบริบทของการสำรวจหรือการวิจัย complete a questionnaire หมายถึงตอบคำถามและทำแบบฟอร์มจนเสร็จ ในที่นี้นักเรียนเป็นผู้ตอบ ดังนั้น completed จึงอธิบายการกรอกแบบสอบถามของพวกเขา Complete a questionnaire เป็นคำที่ใช้คู่กันอย่างเป็นมาตรฐานและเป็นทางการในรายงานวิจัยและคำแนะนำ ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันที่ใช้ในชีวิตประจำวัน fill out a questionnaire ก็เป็นธรรมชาติเช่นกัน
แบบฝึกหัด
ในรายงานวิจัย ประโยคใดหมายถึงผู้เข้าร่วมตอบคำถามและทำแบบฟอร์มจนเสร็จ
- The participants designed a questionnaire about their study habits.
- The participants completed a questionnaire about their study habits.
- The participants introduced a questionnaire about their study habits.
ดูคำตอบ
The participants completed a questionnaire about their study habits.
what kind of teacher they preferred: ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในคำถามทางอ้อม
ในที่นี้ what kind of teacher they preferred เป็นคำถามทางอ้อมที่ฝังอยู่หลัง asking โดยระบุข้อมูลที่แบบสอบถามต้องการรู้ นั่นคือ นักเรียนชอบครูประเภทใด เมื่อคำถามอยู่ภายในประโยคที่ใหญ่กว่า จะใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ วลีคำถาม + ประธาน + กริยา ดังใน what kind of teacher + they + preferred ไม่เติม did และไม่สลับตำแหน่งประธานกับกริยา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดฝังคำถามหลัง asked ได้อย่างถูกต้อง
- The coach asked what kind of training the players did prefer?
- The coach asked what kind of training did the players prefer.
- The coach asked what kind of training the players preferred.
ดูคำตอบ
The coach asked what kind of training the players preferred.
or one who highlighted their mistakes and corrected their weaknesses.
2:40หรือคนที่ชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดและแก้ไขจุดอ่อนของพวกเขา
one who ... or one who ...: ตัวเลือกสองแบบที่มีโครงสร้างขนานกัน
ในประโยคนี้ one แต่ละคำใช้แทนครูประเภทหนึ่ง และอนุประโยค who แต่ละส่วนใช้อธิบายครูประเภทนั้น โครงสร้างนี้จึงหมายถึง “ครูที่... หรือครูที่...” และไม่จำเป็นต้องหมายถึงบุคคลสองคนที่รู้จักอยู่แล้ว การใช้ one who ซ้ำสร้างตัวเลือกสองแบบที่มีโครงสร้างขนานกัน ทำให้เปรียบเทียบคำอธิบายยาว ๆ ได้ง่ายขึ้น เมื่อทั้งสองตัวเลือกเป็นคนในกลุ่มเดียวกัน โครงสร้างนี้ยังช่วยเลี่ยงการพูดคำนามซ้ำด้วย
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดใช้โครงสร้างขนานที่ชัดเจนเพื่อเปรียบเทียบอาสาสมัครสองประเภท
- We need someone who can both organize supplies and greet visitors.
- We need volunteers because supplies and visitors need attention.
- We need one who can organize supplies or one who can greet visitors.
ดูคำตอบ
We need one who can organize supplies or one who can greet visitors.
advanced students were more eager for critical feedback. วลี
2:50นักเรียนระดับสูงกระตือรือร้นที่จะได้รับคำติชมเชิงวิจารณ์มากกว่า
sought positive reinforcement: แสวงหาการเสริมแรงทางบวก
'Sought' เป็นรูปอดีตของ 'seek' ดังนั้น 'sought positive reinforcement' จึงหมายถึงการแสวงหาหรือต้องการการเสริมแรงทางบวกอย่างจริงจัง ในด้านการศึกษาและจิตวิทยา 'positive reinforcement' คือการตอบสนองหรือผลลัพธ์เชิงบวก เช่น คำชม รางวัล หรือการยอมรับ ซึ่งทำให้พฤติกรรมนั้นมีแนวโน้มเกิดขึ้นอีก ในที่นี้ ผู้เรียนระดับเริ่มต้นต้องการกำลังใจในการเรียน ส่วน 'reinforcement' ไม่ได้หมายถึง “กำลังเสริม” ทางทหาร
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างของการเสริมแรงทางบวกที่ชัดเจนที่สุด
- ครูเพิ่มการบ้านทุกครั้งที่ผู้เรียนทำผิด
- ครูไม่ตอบสนองหลังจากผู้เรียนตอบคำถาม
- ครูชมผู้เรียนที่ใช้คำศัพท์ใหม่ได้ถูกต้อง ทำให้ผู้เรียนมีแนวโน้มจะใช้คำนั้นอีก
ดูคำตอบ
ครูชมผู้เรียนที่ใช้คำศัพท์ใหม่ได้ถูกต้อง ทำให้ผู้เรียนมีแนวโน้มจะใช้คำนั้นอีก
eager for critical feedback: ต้องการข้อเสนอแนะเชิงวิพากษ์อย่างมาก
'Be eager for + คำนาม' หมายถึงต้องการบางสิ่งอย่างมากหรือตั้งตารอที่จะได้รับสิ่งนั้น ในประโยคนี้ 'critical feedback' เป็นวลีคำนามที่ตามหลัง 'for' และ 'more eager' แสดงว่ากลุ่มผู้เรียนระดับสูงมีความต้องการที่มากกว่า ในที่นี้ 'critical feedback' หมายถึงความคิดเห็นที่ชี้ให้เห็นจุดอ่อนและช่วยให้คนคนนั้นพัฒนาได้ 'Critical' หมายถึงการประเมินหรือชี้ข้อบกพร่องอย่างเป็นประโยชน์ ไม่ได้หมายถึง “อันตราย” หรือ “ภาวะฉุกเฉิน”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบของ 'eager' ที่ถูกต้อง: Lena wanted comments on her report. She was ____ detailed feedback from her supervisor.
ดูคำตอบ
eager for
Researchers have theorized a handful of explanations for these results. วลี
2:55นักวิจัยได้ตั้งทฤษฎีคำอธิบายผลลัพธ์เหล่านี้ไว้หลายประการ
a handful of explanations: คำอธิบายจำนวนเล็กน้อยโดยประมาณ
ใน a handful of explanations นั้น a handful of เป็นวลีบอกปริมาณที่หมายถึง “จำนวนเล็กน้อย” นักวิจัยเสนอคำอธิบายที่เป็นไปได้หลายข้อ แต่มีไม่มาก ไม่ได้หมายถึงคำอธิบายที่ถืออยู่ในมือจริง ๆ วลีนี้มักวางหน้าคำนามนับได้รูปพหูพจน์และบอกจำนวนโดยประมาณ เช่น a handful of ideas, a handful of people โดยไม่ได้ระบุจำนวนที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “จำนวนเล็กน้อย” ลงในประโยค: The committee considered ____ practical solutions.
ดูคำตอบ
a handful of
Having just started out, beginners are still determining if they enjoy learning French, ไวยากรณ์
2:59ด้วยความที่เพิ่งเริ่มต้น ผู้เริ่มต้นยังคงประเมินว่าพวกเขาสนุกกับการเรียนภาษาฝรั่งเศสหรือไม่
Having just started out: แสดงภูมิหลังก่อนหน้าและเหตุผล
Having just started out หมายความว่าผู้เริ่มเรียนเพิ่งเริ่มได้ไม่นาน ในที่นี้เข้าใจได้ว่า “เพราะพวกเขาเพิ่งเริ่ม” วลีนี้วางการเริ่มต้นไว้ก่อนการกระทำหลัก คือการพิจารณาว่าชอบเรียนภาษาฝรั่งเศสหรือไม่ และอธิบายว่าทำไมพวกเขายังตัดสินใจอยู่ ในทางไวยากรณ์ นี่คืออนุประโยค perfect participle ประธานที่ละไว้ของ having started out คือประธานของประโยคหลัก beginners ในที่นี้ have ไม่ได้หมายถึง “มีหรือครอบครอง” ส่วน having + past participle แสดงการกระทำที่เกิดก่อน และ start out หมายถึง “เริ่มกิจกรรม กระบวนการ หรือช่วงใหม่”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเชื่อมอนุประโยคเปิดกับคนที่เพิ่งเข้าร่วมทีมได้อย่างถูกต้อง
- Having just joined the team, Maya is still learning everyone's name.
- Having just joined the team, everyone's name is still new to Maya.
- Having just joining the team, Maya is still learning everyone's name.
ดูคำตอบ
Having just joined the team, Maya is still learning everyone's name.
determining if ... and if ...: คำถามแบบใช่หรือไม่ทางอ้อมสองข้อ
ในที่นี้ determining if ... หมายถึง “กำลังหาคำตอบว่า...หรือไม่” ผู้เริ่มเรียนยังไม่รู้คำตอบ แต่ละอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if บอกเนื้อหาของสิ่งที่กำลังพิจารณา ไม่ได้บอกเงื่อนไข อนุประโยค if สองส่วนที่วางขนานกันแสดงคำถามแบบใช่หรือไม่สองข้อที่แยกจากกัน การใช้ if ซ้ำหน้าอนุประโยคที่สองทำให้โครงสร้างขนานชัดเจนขึ้น ในรูปแบบนี้ อนุประโยคใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ไม่ใช่แบบคำถามโดยตรง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The team is determining if the design is safe and if it is affordable.” อนุประโยค if ทั้งสองส่วนแสดงอะไร
- คำถามสองข้อที่ทีมยังพยายามหาคำตอบ
- ข้อเท็จจริงสองข้อที่ทีมพิสูจน์แล้ว
- เงื่อนไขที่รับประกันว่าทีมจะใช้แบบนั้น
ดูคำตอบ
คำถามสองข้อที่ทีมยังพยายามหาคำตอบ
So, they might crave praise as a way to stay motivated. วลี
3:05ดังนั้น พวกเขาอาจโหยหาคำชมเพื่อเป็นวิธีรักษาแรงจูงใจไว้
as a way to stay motivated: การบอกวิธีและเป้าหมายของวิธีนั้น
as a way to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้นำเสนอสิ่งหนึ่งว่าเป็นวิธีไปสู่เป้าหมาย ในที่นี้ คำชมถูกมองว่าเป็นสิ่งที่อาจช่วยให้ผู้เริ่มเรียนรักษาแรงจูงใจได้ way ในโครงสร้างนี้หมายถึง “วิธี” ไม่ใช่ถนนจริง ๆ ส่วนคำกริยารูป to-infinitive บอกผลลัพธ์ที่ต้องการ ซึ่งในที่นี้คือ stay motivated
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลี “as a way to stay motivated” ตามรูปเดิม: Leo studies with friends ____.
ดูคำตอบ
as a way to stay motivated
On the other hand, the advanced students are already invested, โน้ต
3:10ในทางกลับกัน นักเรียนระดับสูงได้ลงทุนไปแล้ว
are already invested: ทุ่มเทและใส่ใจกับผลลัพธ์แล้ว
ใน are already invested คำว่า invested ใช้อธิบายคนที่ทุ่มเทเวลา ความพยายาม ความสนใจ หรือความรู้สึกให้กับบางสิ่ง และตอนนี้ใส่ใจกับผลที่จะเกิดขึ้น ในที่นี้ ผู้เรียนระดับสูงมุ่งมั่นกับการเรียนและมีแรงจูงใจที่จะพัฒนาต่อไป ความหมายนี้ไม่เกี่ยวกับการเงิน สามารถบอกสิ่งที่ทุ่มเทให้ด้วย be invested in something หรือไม่กล่าวถึงก็ได้เมื่อบริบทชัดเจนเหมือนในประโยคนี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงได้ดีที่สุดว่าอาสาสมัครทุ่มเทเวลาและความพยายามให้โครงการและใส่ใจกับความสำเร็จ โดยไม่ได้บอกว่าพวกเขาลงทุนด้วยเงิน
- The volunteers invested money in the project.
- The volunteers are curious about the project's success.
- The volunteers are deeply invested in the project's success.
ดูคำตอบ
The volunteers are deeply invested in the project's success.
so they may want to improve their skills as efficiently as possible. วลี
3:14ดังนั้นพวกเขาอาจต้องการพัฒนาทักษะของตนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
On the other hand: เปลี่ยนไปกล่าวถึงอีกด้านที่แตกต่างกัน
On the other hand เป็นคำเชื่อมที่พาเราจากด้านหนึ่งของการเปรียบเทียบไปยังอีกด้านที่แตกต่างหรือตรงข้ามกัน ในประโยคนี้ คำนี้เปลี่ยนประเด็นจากความต้องการของผู้เริ่มต้นไปสู่ความต้องการที่ต่างออกไปของผู้เรียนระดับสูง คำนี้ใช้จัดความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิด ไม่ได้หมายถึง “มืออีกข้าง” จริง ๆ เมื่อเห็นคำนี้ ให้ย้อนกลับไปหาด้านแรกของสิ่งที่กำลังเปรียบเทียบ
แบบฝึกหัด
เลือกคำเชื่อมที่เหมาะสมที่สุด: The city apartment is close to work. ___, the country house has more space.
- On the other hand,
- For example,
- As a result,
ดูคำตอบ
On the other hand,
as efficiently as possible: อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“As efficiently as possible” หมายถึงการทำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่สถานการณ์เอื้อ โดยบรรลุเป้าหมายพร้อมกับลดการสูญเสียเวลา แรง effort หรือทรัพยากรให้เหลือน้อยที่สุด โครงสร้างคือ as + adverb + as possible ในที่นี้ efficiently ขยาย improve และบอกว่าพัฒนาทักษะด้วยวิธีใด ต้องใช้ as ทั้งสองตำแหน่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่หมายถึง “อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้”: The team organized the files ____.
ดูคำตอบ
as efficiently as possible
The process of gaining expertise also comes with its fair share of failure, สำนวน
3:17กระบวนการในการได้รับความเชี่ยวชาญยังมาพร้อมกับความล้มเหลวพอสมควร
comes with its fair share of failure: มาพร้อมกับความล้มเหลวจำนวนไม่น้อย
“Comes with” หมายถึงสิ่งหนึ่งมี รวมถึง หรือนำลักษณะหรือผลลัพธ์อีกอย่างหนึ่งมาด้วยตามธรรมชาติ ประโยคนี้แสดงว่าความล้มเหลวเป็นส่วนปกติของการพัฒนาความเชี่ยวชาญ “Its fair share of failure” หมายถึงความล้มเหลวในปริมาณที่มากพอสมควร ซึ่งมักมากกว่าที่คนต้องการ แต่ไม่ได้ระบุจำนวนแน่นอน ในที่นี้ fair share เป็นสำนวน ไม่ได้หมายถึงการแบ่งความล้มเหลวอย่างเท่าเทียมหรือยุติธรรม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “มีปริมาณมากพอสมควรรวมอยู่ด้วยตามธรรมชาติ”: Running a business ____ difficult decisions.
ดูคำตอบ
comes with its fair share of
so the advanced students may have built a higher tolerance for making mistakes. วลี
3:22ดังนั้นนักเรียนระดับสูงอาจสร้างความอดทนต่อการทำผิดพลาดได้สูงขึ้น
built a higher tolerance for making mistakes: ค่อย ๆ ยอมรับความผิดพลาดได้ดีขึ้น
built ในที่นี้หมายถึง “ค่อย ๆ พัฒนาขึ้น” ไม่ได้หมายถึงการสร้างสิ่งของจริง ๆ ผู้เรียนระดับสูงอาจยอมรับความผิดพลาดได้ดีขึ้นโดยไม่รู้สึกท้อแท้ง่าย ๆ โครงสร้าง build a higher tolerance for + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงการเพิ่มความสามารถในการรับมือกับบางสิ่ง higher แสดงการเปรียบเทียบกับระดับเดิมหรืออีกกลุ่มหนึ่ง ส่วน making mistakes ระบุสิ่งที่พวกเขารับมือได้สบายขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้: After months of rehearsals, Leo had ____ making an occasional mistake onstage.
ดูคำตอบ
built a higher tolerance for
whether you're an expert or a novice: ผลเดียวกันไม่ว่าจะเป็นกรณีใด
Whether you're an expert or a novice หมายถึง “ไม่ว่าคุณจะอยู่ในกลุ่มใดจากสองกลุ่มนี้” ผู้พูดรวมทั้งคนที่มีประสบการณ์มากและคนที่เพิ่งเริ่มต้น ในที่นี้ whether ... or ... เปิดกรอบแสดงการยอมรับเงื่อนไข โดยใจความหลักที่ตามมาเป็นจริงในทั้งสองกรณี ไม่ได้เป็นคำถามจริงและไม่ได้ขอให้ผู้ฟังเลือก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย whether ... or ...: ____ you're studying alone ____ with friends, take regular breaks.
ดูคำตอบ
Whether · or
it's usually much more straightforward to learn from your successes than your failures. ไวยากรณ์
3:28การเรียนรู้จากความสำเร็จของคุณมักจะตรงไปตรงมามากกว่าจากความล้มเหลวของคุณ
much more straightforward to ... than ...: การเปรียบเทียบสองกระบวนการ
รูปแบบ more + adjective + to do A + than + B ใช้เปรียบเทียบการกระทำหรือแหล่งข้อมูลสองอย่าง ในที่นี้หมายความว่า การเรียนรู้จากความสำเร็จนั้นชัดเจนและซับซ้อนน้อยกว่าการเรียนรู้จากความล้มเหลว straightforward ใช้อธิบายกระบวนการที่เข้าใจหรือทำตามได้ง่าย ไม่ได้หมายถึงตรงในเชิงกายภาพ คำบุพบท from ใช้กับทั้ง successes และ failures ความสัมพันธ์ที่นำมาเปรียบเทียบอย่างครบถ้วนคือ learn from your successes กับ learn from your failures ส่วน much ใช้เน้นขั้นกว่า more straightforward เพื่อบอกว่าความแตกต่างมีมาก
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่เปรียบเทียบวิธีเรียนรู้สองวิธีได้ถูกต้อง
- It is more straightforward to learn from a clear example than from a vague explanation.
- It is more straightforward to learn from a clear example then from a vague explanation.
- It is straightforward more to learn from a clear example than from a vague explanation.
ดูคำตอบ
It is more straightforward to learn from a clear example than from a vague explanation.
For example, imagine getting your grade back on an exam. วลี
3:33ตัวอย่างเช่น ลองนึกภาพตอนที่คุณได้รับคะแนนสอบคืน
getting your grade back: การได้รับผลคะแนนสอบ
ในบริบทของการสอบ getting your grade back หมายถึงการได้รับคะแนนหรือผลสอบหลังจากตรวจข้อสอบแล้ว นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงการได้รับกระดาษคำตอบที่ตรวจแล้วกลับคืนมาด้วย get something back มักอธิบายว่าสิ่งหนึ่งกลับมาหาคุณหลังจากที่ผู้อื่นเก็บไว้หรือดำเนินการกับสิ่งนั้น ในที่นี้ grade หมายถึงคะแนนหรือผลประเมินของการสอบ ไม่ใช่ระดับชั้นเรียน
แบบฝึกหัด
เกิดอะไรขึ้นในประโยคนี้?: Maya got her grade back this morning.
- เธอย้อนกลับไปเรียนในระดับชั้นก่อนหน้า
- เธอได้รับคะแนนหลังจากตรวจงานแล้ว
- เธอให้คะแนนครูสำหรับการสอบนั้น
ดูคำตอบ
เธอได้รับคะแนนหลังจากตรวจงานแล้ว
aced it: ทำได้ยอดเยี่ยมมาก
ในประโยคนี้ aced it หมายถึง “ทำสิ่งนั้นได้ยอดเยี่ยมมาก” คำสรรพนาม it หมายถึงข้อสอบที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ในที่นี้ ace เป็นคำกริยาที่หมายถึงการได้ผลลัพธ์ยอดเยี่ยมในการสอบ การสัมภาษณ์ การนำเสนอ หรืองานอื่น ๆ ไม่ได้หมายถึงไพ่เอซ และมีความหมายแรงกว่าการผ่านเฉย ๆ
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า “You aced the interview!” เขาหมายความว่าอย่างไร?
- คุณทำได้ยอดเยี่ยมมากในการสัมภาษณ์
- คุณแทบจะสัมภาษณ์ไม่จบ
- คุณมาสัมภาษณ์สาย
ดูคำตอบ
คุณทำได้ยอดเยี่ยมมากในการสัมภาษณ์
you could reasonably assume you made good choices around when, what, and how much to study, ไวยากรณ์
3:39คุณสามารถสันนิษฐานได้อย่างสมเหตุสมผลว่าคุณตัดสินใจได้ดีว่าควรเรียนเวลาไหน เรื่องอะไร และมากแค่ไหน
around when, what, and how much to study: การกำหนดประเด็นของการตัดสินใจ
ในที่นี้ around หมายถึง “เกี่ยวกับ” หรือ “ในเรื่องของ” โดยเชื่อม choices เข้ากับหัวข้อที่ตัวเลือกเหล่านั้นเกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายถึงพื้นที่ทางกายภาพ ข้อความชุดนี้บอกประเด็นการตัดสินใจสามด้านที่ขนานกัน เมื่อเขียนเต็มจะเป็น when to study, what to study, and how much to study โดยคำว่า to study ปรากฏเพียงครั้งเดียวที่ท้ายรายการ แต่เข้าใจว่าใช้กับคำแสดงคำถามทั้งสามคำ
แบบฝึกหัด
ใน “choices around when, what, and how much to study” คำว่า around ทำหน้าที่อะไร?
- ใช้เกริ่นประเด็นการตัดสินใจเรื่องเวลา เนื้อหา และปริมาณ
- บอกว่าการเรียนเกิดขึ้นเป็นวงกลม
- หมายความว่าเวลาเรียนที่แน่นอนเป็นเพียงเวลาโดยประมาณ
ดูคำตอบ
ใช้เกริ่นประเด็นการตัดสินใจเรื่องเวลา เนื้อหา และปริมาณ
and you can replicate those decisions for the next test. การใช้คำ
3:44และคุณสามารถทำตามการตัดสินใจเหล่านั้นซ้ำได้ในการทดสอบครั้งต่อไป
replicate those decisions: เลือกแบบเดิมอีกครั้ง
ในที่นี้ replicate those decisions หมายถึงการเลือกแบบเดิมอีกครั้งสำหรับการสอบครั้งถัดไป โดย those decisions หมายถึงการตัดสินใจเรื่องการเรียนก่อนหน้านี้ที่ได้ผล ไม่ใช่คำตอบข้อสอบที่จะลอก replicate ใช้ในความหมายว่าสร้างวิธีการ กลยุทธ์ กระบวนการ หรือผลลัพธ์ให้เหมือนเดิมมากที่สุดได้ คำนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะในชีววิทยาหรือการทดลองทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ “replicate those decisions” หมายความว่าอย่างไร?
- เลือกวิธีการเรียนแบบเดิมอีกครั้ง
- ลอกคำตอบข้อสอบของนักเรียนคนอื่น
- เปลี่ยนตัวเลือกเดิมทั้งหมดเป็นตัวเลือกใหม่
ดูคำตอบ
เลือกวิธีการเรียนแบบเดิมอีกครั้ง
for any number of reasons: สาเหตุที่เป็นไปได้หลายอย่าง
ในที่นี้ any number of หมายถึง “หลายอย่างที่เป็นไปได้” ไม่ได้หมายถึงตัวเลขตามตัวอักษร วลีทั้งหมดเปิดกว้างเรื่องสาเหตุ กล่าวคืออาจมีคำอธิบายได้หลายแบบ และผู้พูดไม่ได้ระบุว่าเป็นข้อใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีห้าคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เพราะอาจมีสาเหตุได้หลายอย่าง”: The delay could happen ____.
ดูคำตอบ
for any number of reasons
Or maybe you did everything right and the test covered things you shouldn't have been expected to know. โน้ต
3:56หรือบางทีคุณอาจทำทุกอย่างถูกต้องแล้ว แต่ข้อสอบครอบคลุมสิ่งที่คุณไม่ได้รับการคาดหวังให้รู้
cover ใน test covered things: รวมไว้เป็นเนื้อหา
ในที่นี้ covered หมายความว่าข้อสอบมีคำถามหรือเนื้อหาเกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง วลี the test covered things บอกขอบเขตเนื้อหาของข้อสอบ ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของมาปิดทับเนื้อหาเหล่านั้นจริง ๆ cover มักใช้ในความหมายนี้เมื่อข้อสอบ บทเรียน หนังสือ รายงาน หรือการประชุมมีหัวข้อหรือเนื้อหาบางอย่างรวมอยู่ด้วย
แบบฝึกหัด
ในประโยค The workshop covered three ways to save water คำว่า covered หมายความว่าอะไร?
- นำสิ่งปกคลุมมาปิดทับ
- ป้องกันไม่ให้เสียหาย
- รวมหรือพูดถึง
ดูคำตอบ
รวมหรือพูดถึง
shouldn't have been expected to: ความคาดหวังในอดีตที่ไม่สมเหตุสมผล
shouldn't have been expected to know แสดงว่าผู้พูดย้อนมองความคาดหวังในอดีตและตัดสินว่าไม่สมเหตุสมผล หมายถึงตอนนั้นไม่ควรมีใครกำหนดหรือคิดว่าคุณต้องรู้เรื่องนั้น ไม่ได้หมายความเพียงว่าตอนนี้คุณไม่จำเป็นต้องรู้ โครงสร้างคือ should not + have been + กริยาช่อง 3 + to-infinitive โดย have been expected เป็น perfect passive: you คือฝ่ายที่ถูกคาดหวัง และ to know ระบุการกระทำที่ถูกคาดหวัง
แบบฝึกหัด
หัวข้อนี้ไม่เคยสอนก่อนสอบ ประโยคใดบอกว่าการคาดหวังให้นักเรียนรู้หัวข้อนี้ในตอนนั้นเป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผล?
- Students shouldn't be expected to know the topic.
- Students weren't expected to know the topic.
- Students shouldn't have been expected to know the topic.
ดูคำตอบ
Students shouldn't have been expected to know the topic.
making it difficult to learn how to improve. ไวยากรณ์
4:05ทำให้ยากที่จะเรียนรู้ว่าต้องปรับปรุงอย่างไร
exactly what went wrong: ระบุจุดที่ล้มเหลวอย่างแม่นยำ
ในประโยคนี้ exactly what went wrong หมายถึง “สิ่งที่ล้มเหลวหรือเป็นสาเหตุของผลลัพธ์ที่ไม่ดีอย่างแน่ชัด” สำนวน go wrong หมายถึง “ล้มเหลวหรือไม่เป็นไปตามที่คาดไว้” ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปผิดทิศจริง ๆ what went wrong เป็นคำถามที่แทรกอยู่ในประโยคเพื่อบอกว่าสิ่งใดไม่ชัดเจน ส่วน exactly เพิ่มความหมายว่าต้องระบุปัญหาให้แม่นยำ ไม่ใช่เพียงรู้ว่ามีปัญหาเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึง “เหตุผลที่แน่ชัดว่าทำไมกระบวนการจึงล้มเหลว”: Before we restart the machine, we need to find out ____.
ดูคำตอบ
exactly what went wrong
making it difficult to...: เพิ่มผลที่เกิดขึ้น
อนุประโยค -ing making it difficult to learn how to improve เพิ่มผลที่เกิดจากสถานการณ์ทั้งหมดก่อนเครื่องหมายจุลภาค กล่าวคือ เพราะยังไม่ชัดเจนว่าปัญหาอยู่ตรงไหน การเรียนรู้ว่าจะปรับปรุงอย่างไรจึงทำได้ยากขึ้น ที่นี่ making หมายถึง “ทำให้เกิด” ไม่ใช่การผลิตสิ่งของ ในโครงสร้าง make it difficult to do something คำว่า it เป็นกรรมแทนชั่วคราว ส่วน to-infinitive ระบุกิจกรรมที่ทำได้ยาก ซึ่งในประโยคนี้คือการเรียนรู้ว่าจะปรับปรุงอย่างไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้เครื่องหมายจุลภาค + making... ได้ถูกต้องเพื่อเพิ่มผลที่เกิดจากอนุประโยคแรก?
- The instructions were unclear, made it difficult to complete the task.
- The instructions were unclear, making it difficult to complete the task.
- The instructions were unclear, making difficult it to complete the task.
ดูคำตอบ
The instructions were unclear, making it difficult to complete the task.
wanting to learn from our failures is completely natural,
4:08การอยากเรียนรู้จากความล้มเหลวเป็นเรื่องธรรมชาติอย่างยิ่ง
and there's a lot to gain by being resilient and cultivating a growth mindset. โน้ต
4:12และมีอะไรให้เก็บเกี่ยวมากมายจากการล้มแล้วลุกและปลูกฝังกรอบความคิดแบบเติบโต
There's a lot to gain by + -ing: การทำบางสิ่งให้ประโยชน์มากมาย
There's a lot to gain by + -ing หมายความว่า การทำสิ่งหนึ่งสามารถนำมาซึ่งประโยชน์ ผลลัพธ์ที่มีคุณค่า หรือโอกาสมากมาย ในที่นี้ gain หมายถึงการได้รับสิ่งที่มีคุณค่า ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความหมายว่า “น้ำหนักเพิ่ม” หลัง by ให้ใช้ gerund หรือรูป -ing เพื่อระบุการกระทำที่นำมาซึ่งประโยชน์ ในคำบรรยาย being resilient และ cultivating a growth mindset คือการกระทำสองอย่างที่เชื่อมกันหลัง by โครงสร้างนี้ใช้บอกว่าเหตุใดการกระทำหนึ่งจึงคุ้มค่าที่จะทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “การทำเช่นนี้ให้ประโยชน์ได้มากมาย”: When you are learning a new skill, ____ practicing a little every day.
ดูคำตอบ
there's a lot to gain by
Cultivating a growth mindset: การปลูกฝังกรอบความคิดแบบเติบโต
Cultivating a growth mindset หมายถึงการค่อย ๆ พัฒนาความเชื่อที่ว่า ความสามารถสามารถดีขึ้นได้ผ่านการเรียนรู้ การฝึกฝน ความคิดเห็นย้อนกลับ และกลยุทธ์ที่ดีขึ้น Cultivating ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ คือเราสร้างวิธีคิดนี้ขึ้นตามเวลาเหมือนกับการดูแลบางสิ่งให้เติบโต กรอบความคิดแบบเติบโตไม่ใช่เพียงการมองโลกในแง่ดีหรือคำรับรองว่าความพยายามจะนำไปสู่ความสำเร็จเสมอ แต่หมายถึงการมองว่าความสามารถพัฒนาได้ และใช้ข้อผิดพลาดกับความคิดเห็นย้อนกลับเพื่อปรับวิธีเรียนรู้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ cultivating a growth mindset ได้ถูกต้อง
- Maya is cultivating a growth mindset by using feedback to improve her study plan.
- Maya is cultivating a growth mindset by refusing to practice because talent never changes.
- Maya is cultivating a growth mindset by assuming effort guarantees success without any new strategy.
ดูคำตอบ
Maya is cultivating a growth mindset by using feedback to improve her study plan.
But fixating on your failures can make it easy to forget all your successes. โน้ต
4:17แต่การหมกมุ่นอยู่กับความล้มเหลวอาจทำให้ลืมความสำเร็จทั้งหมดของคุณได้ง่ายๆ
fixating on your failures: ความคิดติดอยู่กับความล้มเหลว
ในประโยคนี้ fixating on your failures หมายถึงการที่ความคิดติดอยู่กับสิ่งที่ตัวเองทำได้ไม่ดี fixate on หมายถึงการให้ความสนใจกับเรื่องหนึ่งมากเกินไป ซึ่งมักเป็นความสนใจที่ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น รูปแบบคือ fixate on + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการซ่อมอะไร แต่ fixating บอกว่าความสนใจของเราติดอยู่กับเรื่องใด
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดแสดงถึงคนที่กำลัง fixating on a failure ได้ดีที่สุด
- เธอคิดซ้ำ ๆ ถึงความผิดพลาดหนึ่งจนมองไม่เห็นสิ่งที่ทำได้ดี
- เธอทบทวนความผิดพลาดหนึ่งครั้งแล้วเดินหน้าต่อ
- เธอซ่อมของเล่นที่พัง
ดูคำตอบ
เธอคิดซ้ำ ๆ ถึงความผิดพลาดหนึ่งจนมองไม่เห็นสิ่งที่ทำได้ดี
make it easy to forget: make + it + คำคุณศัพท์ + to-infinitive
make it easy to forget ใช้โครงสร้าง make + it + คำคุณศัพท์ + to-infinitive โครงสร้างนี้บอกว่าสถานการณ์หนึ่งทำให้การกระทำหนึ่งง่ายขึ้น ในที่นี้ การคิดถึงความล้มเหลวมากเกินไปทำให้ลืมความสำเร็จได้ง่าย ในโครงสร้างนี้ it เป็นกรรมแทนและไม่ได้หมายถึงสิ่งของใดโดยเฉพาะ ส่วน to-infinitive ระบุการกระทำที่ถูกประเมินจริง ซึ่งในที่นี้คือ to forget คำคุณศัพท์สามารถเปลี่ยนได้ เช่น make it difficult to choose หรือ make it possible to continue
แบบฝึกหัด
ใช้ easy และ find เติมประโยคให้สมบูรณ์ตามโครงสร้าง make + it + คำคุณศัพท์ + to-infinitive: Clear labels ____ the right folder.
ดูคำตอบ
make it easy to find
And building on what you're doing right can be more effective than focusing on what you did wrong. โน้ต
4:22และการต่อยอดจากสิ่งที่คุณทำถูกอาจมีประสิทธิภาพมากกว่าการมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่คุณทำผิด
building on what you're doing right: ต่อยอดจากสิ่งที่ได้ผลดีอยู่แล้ว
ในประโยคนี้ build on หมายถึงการใช้สิ่งที่ประสบความสำเร็จหรือได้ผลดีอยู่แล้วเป็นพื้นฐานเพื่อพัฒนาต่อไป เป็นการใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการสร้างอาคารบนสิ่งใดจริง ๆ วลี -ing building on what you're doing right เป็นประธานของ can be ส่วน what you're doing right หมายถึงสิ่งที่คุณกำลังทำได้ถูกต้องหรือทำได้ดี
แบบฝึกหัด
วลีใดเติมประโยคนี้ได้เหมาะสมที่สุด? The first workshop went well, so let's ___ that success in the next one.
- build in
- build on
- build up
ดูคำตอบ
build on
more effective than focusing on...: บอกว่าวิธีหนึ่งได้ผลดีกว่า
more effective than ใช้โครงสร้างเปรียบเทียบ more + คำคุณศัพท์ + than เพื่อบอกว่าวิธีหนึ่งให้ผลลัพธ์ดีกว่าอีกวิธีหนึ่ง ในที่นี้ วิธีแรกคือ building on what you're doing right และวิธีที่สองคือ focusing on what you did wrong ทั้งสองวิธีแสดงด้วยวลี -ing การใช้รูปแบบที่ขนานกันสำหรับการกระทำที่นำมาเปรียบเทียบช่วยให้เห็นชัดว่ากำลังประเมินสิ่งใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเปรียบเทียบสามคำที่ใช้ effective: Practicing for ten minutes every day is ____ practicing once a month.
ดูคำตอบ
more effective than
One of the ways we can be more constructive with ourselves is by considering how we talk to ourselves. โน้ต
4:31หนึ่งในวิธีที่เราจะสร้างสรรค์กับตัวเองได้มากขึ้นคือการพิจารณาวิธีที่เราพูดกับตัวเอง
more constructive with ourselves: ปฏิบัติต่อตัวเองอย่างเป็นประโยชน์และมุ่งพัฒนา
ในที่นี้ more constructive with ourselves หมายถึงการปฏิบัติต่อตัวเองในแบบที่เป็นประโยชน์และมุ่งพัฒนามากขึ้น คำว่า constructive ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึง “เกี่ยวกับการก่อสร้าง” แต่หมายถึงการช่วยให้เกิดการเรียนรู้ การแก้ปัญหา หรือความก้าวหน้า การพูดกับตัวเองอย่างสร้างสรรค์สามารถยอมรับความผิดพลาดได้ แต่จะมุ่งไปที่ขั้นตอนถัดไปที่เป็นประโยชน์ แทนการตำหนิหรือดูถูกตัวเอง
แบบฝึกหัด
more constructive with ourselves ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- ปฏิบัติต่อตัวเองในแบบที่ช่วยให้เราเรียนรู้และพัฒนา
- คิดว่าตัวเองเป็นโครงการก่อสร้าง
- รู้สึกดีกับตัวเองตลอดเวลา
ดูคำตอบ
ปฏิบัติต่อตัวเองในแบบที่ช่วยให้เราเรียนรู้และพัฒนา
by considering how...: บอกวิธีและตามด้วยอนุประโยค how แบบฝัง
by + รูป -ing ใช้บอกวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ by considering หมายถึง “โดยพิจารณาอย่างรอบคอบ” by ตรงนี้ไม่ได้หมายถึง “ข้าง ๆ” how we talk to ourselves บอกสิ่งที่กำลังพิจารณา เป็นอนุประโยค how ที่ฝังอยู่ในประโยคใหญ่ จึงใช้ลำดับแบบประโยคบอกเล่า how + ประธาน + กริยา ไม่ใช่ลำดับคำถามตรง how + do + ประธาน + กริยา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย by + รูปที่ถูกต้องของ consider: We made the schedule fairer ____ how much time everyone had.
ดูคำตอบ
by considering
Self-talk can actually play a major role in performance. โน้ต
4:37การพูดกับตัวเองสามารถมีบทบาทสำคัญในการทำงานอย่างแท้จริง
Self-talk: คำพูดและความคิดที่สื่อกับตัวเอง
Self-talk หมายถึงคำพูดและความคิดที่คุณสื่อกับตัวเอง อาจเกิดขึ้นเงียบ ๆ ในใจหรือพูดออกเสียงก็ได้ และอาจใช้เพื่อให้กำลังใจ ชี้นำ วิจารณ์ หรือประเมินตัวเอง ในประโยคนี้ การพูดกับตัวเองถูกมองว่าเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อความสามารถในการเรียน แข่งขัน ทำงาน หรือทำงานหนึ่งให้สำเร็จ ไม่ได้หมายถึงการพูดต่อสาธารณะหรือการสนทนาทั่วไปกับผู้อื่น
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างของ self-talk ที่ชัดเจนที่สุด
- ก่อนการแข่งขัน มายาคุยเรื่องสภาพอากาศกับโค้ช
- ก่อนการแข่งขัน มายาเตือนตัวเองเงียบ ๆ ให้ใจเย็นและเดินหน้าต่อไป
- ก่อนการแข่งขัน มายากล่าวสุนทรพจน์ต่อฝูงชน
ดูคำตอบ
ก่อนการแข่งขัน มายาเตือนตัวเองเงียบ ๆ ให้ใจเย็นและเดินหน้าต่อไป
play a major role in performance: มีอิทธิพลสำคัญต่อผลการปฏิบัติ
Play a major role in หมายถึง “มีอิทธิพลสำคัญต่อ” บางสิ่ง ในสำนวนนี้ play ไม่ได้เกี่ยวกับการเล่นเกมหรือเล่นดนตรี แต่ play a role in เป็นโครงสร้างตายตัวที่ใช้บอกว่าปัจจัยหนึ่งส่งผลต่อผลลัพธ์หรือกระบวนการอย่างไร ในที่นี้ performance หมายถึงความสามารถในการเรียน เล่นกีฬา ทำงาน หรือทำภารกิจอื่นได้ดีเพียงใด Major ช่วยเน้นความสำคัญของ role จึงสื่อว่าการพูดกับตัวเองมีความสำคัญ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนห้าคำที่เน้นไว้ ซึ่งหมายถึง “มีอิทธิพลสำคัญต่อ”: Regular practice can ____ skill development.
ดูคำตอบ
play a major role in
Learn the key to doing it right with this video,
4:41เรียนรู้กุญแจสำคัญในการทำอย่างถูกต้องจากวิดีโอนี้
or get actionable science-based advice on how to build character at ed.ted.com/buildcharacter.
4:44หรือรับคำแนะนำเชิงปฏิบัติทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับวิธีสร้างอุปนิสัยได้ที่ ed.ted.com/buildcharacter