วิทยาศาสตร์แห่งความรัก: บทเรียนภาษาอังกฤษ
AsapSCIENCE
แนะนำวิดีโอ: วิดีโอนี้เชื่อมโยงความรักแบบโรแมนติกกับวิวัฒนาการ ระบบรางวัล ความผูกพัน และขอบเขตของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “captured our imagination”: กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่มักใช้ร่วมกัน หมายถึงดึงดูดความสนใจและกระตุ้นความคิด ไม่ใช่จับสิ่งของจริง ๆ ใช้กับเรื่องราว ศิลปะ หรือคำถามทางวิทยาศาสตร์ได้ 2. “set off”: กริยาวลี ในที่นี้หมายถึง “กระตุ้นให้เกิด” ใช้กับสัญญาณเตือน ปฏิกิริยา เหตุการณ์ หรือผลต่อเนื่องได้ และต้องแยกจากความหมายว่าออกเดินทาง 3. “know it when we feel it.”: สำนวนและการใช้ภาษาเชิงเปรียบเทียบ รูปแบบนี้เปรียบเทียบคำอธิบายที่ยังจำกัดกับการรับรู้โดยสัญชาตญาณ ใช้กับสิ่งที่นิยามยากแต่รับรู้ได้จากประสบการณ์
คำอธิบายในบทเรียนนี้
From philosophers and historians to poets and scientists alike, ลำดับความ
0:00ตั้งแต่นักปรัชญาและนักประวัติศาสตร์ ไปจนถึงกวีและนักวิทยาศาสตร์
“From ... to ... alike” เพื่อครอบคลุมคนทุกกลุ่ม
กรอบ “from A to B” วางกลุ่มที่แตกต่างกันไว้ที่สองปลายของขอบเขตกว้าง ๆ ทำให้รายการนี้ขยายขอบเขตเรื่องจากสาขาหรือคนเพียงประเภทเดียวได้อย่างรวดเร็ว ในที่นี้ “alike” ย้อนกลับไปครอบคลุมทุกกลุ่มที่กล่าวถึง ได้แก่ นักปรัชญา นักประวัติศาสตร์ กวี และนักวิทยาศาสตร์ โดยไม่มีข้อยกเว้น คำนี้เป็นคำวิเศษณ์ที่หมายถึง “อย่างเท่าเทียมกัน” หรือ “ในลักษณะเดียวกัน” ไม่ใช่คำบุพบท “like” ที่หมายถึง “เหมือน”
แบบฝึกหัด
ในตอนเปิดประโยคนี้ “alike” เพิ่มความหมายอะไรให้กับขอบเขตตั้งแต่นักปรัชญาไปจนถึงนักวิทยาศาสตร์?
- ทุกกลุ่มที่กล่าวถึงถูกรวมอยู่ในการกล่าวสรุปเดียวกัน
- กลุ่มเหล่านี้มีอาชีพคล้ายคลึงกัน
- รวมเฉพาะกวีและนักวิทยาศาสตร์เท่านั้น
ดูคำตอบ
ทุกกลุ่มที่กล่าวถึงถูกรวมอยู่ในการกล่าวสรุปเดียวกัน
love has captured our imagination and curiosity for centuries. วลี
0:03ความรักได้ตรึงจินตนาการและความใคร่รู้ของเรามานานหลายศตวรรษ
ความหมายของ “Capture someone's imagination”
“Capture someone's imagination” หมายถึงการดึงดูดความสนใจของใครบางคนอย่างมาก พร้อมทั้งกระตุ้นความคิด ความอยากรู้อยากเห็น หรือความรู้สึกถึงความเป็นไปได้ต่าง ๆ ในที่นี้ “capture” เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ กล่าวคือความรักทำให้ผู้คนหลงใหล ไม่ได้จับสิ่งใดไว้จริง ๆ คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามผู้ที่กล่าวถึง เช่น “capture my/your/our/their imagination” สำนวนนี้ใช้บรรยายหนังสือ การค้นพบ คำถาม ผู้คน หรือแนวคิดที่มีชีวิตชีวาและน่าหลงใหลอย่างยิ่งได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ทำให้เราหลงใหลและเกิดแรงบันดาลใจ”: As soon as the discovery was announced, the possibility of life beneath the ice ____.
ดูคำตอบ
captured our imagination
Many have experienced the rush of falling in love for the first time
0:07หลายคนเคยสัมผัสความตื่นเต้นของการตกหลุมรักครั้งแรก
or the deep feelings of love for your children, family, and friends.
0:10หรือความรักอันลึกซึ้งที่มีต่อลูก ครอบครัว และเพื่อนฝูง
from a biological perspective: การกำหนดมุมมองในการวิเคราะห์
โครงสร้าง from a/an + adjective + perspective ใช้ระบุมุมมองเฉพาะที่นำมาใช้พิจารณาคำถาม ในที่นี้ from a biological perspective จำกัดคำถามเรื่องความรักให้อยู่ที่คำอธิบายทางชีววิทยา แทนที่จะครอบคลุมความหมายที่เป็นไปได้ทั้งหมดของความรัก โครงสร้างนี้ช่วยจัดระเบียบข้อมูลด้วยการบอกล่วงหน้าว่าข้อความถัดไปจะกล่าวถึงมิติใด คำว่า perspective ในที่นี้หมายถึง “มุมมอง” ไม่ใช่เทคนิคทางทัศนศิลป์ในการสร้างความลึก
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง from a/an + adjective + perspective และคำคุณศัพท์ economic เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, the proposal could lower costs but widen inequality.
ดูคำตอบ
From an economic perspective
No doubt it's intertwined with the evolutionary survival of our species. การใช้คำ
0:16ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความรักเกี่ยวพันกับความอยู่รอดทางวิวัฒนาการของเผ่าพันธุ์เรา
intertwined with: ความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งและแยกจากกันยาก
ใน is intertwined with คำว่า intertwined เป็นกริยาช่องสามที่ใช้ตามหลัง be ในประโยคนี้หมายความว่าความรักกับการอยู่รอดเชิงวิวัฒนาการของเผ่าพันธุ์เชื่อมโยงกันแนบแน่นจนแยกทำความเข้าใจได้ยาก สำนวนนี้มักใช้บรรยายปัจจัยเชิงนามธรรมที่พัฒนามาด้วยกันหรือส่งผลต่อกันอย่างมาก ความหมายหนักแน่นกว่าการพูดเพียงว่า related โดยภาพของเส้นที่ถักทอเข้าด้วยกันเป็นภาพเปรียบเทียบในที่นี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งและแยกจากกันได้ยาก”: Public health is ____ housing policy.
ดูคำตอบ
intertwined with
After all, you come from an unbroken line of organisms โน้ต
0:19เพราะท้ายที่สุดแล้ว คุณสืบเชื้อสายมาจากสิ่งมีชีวิตที่ต่อเนื่องกันอย่างไม่ขาดสาย
After all, ในฐานะคำเชื่อมเพื่อให้เหตุผลสนับสนุน
After all เป็นคำเชื่อมระดับวาทกรรมที่ใช้เกริ่นเหตุผลซึ่งผู้พูดมองว่าหนักแน่นพอที่จะสนับสนุนหรือให้ความชอบธรรมแก่ข้อสรุปก่อนหน้า ในประโยคนี้ มันส่งสัญญาณว่าข้อเท็จจริงเรื่องสายสืบทอดที่ตามมาถูกยกเป็นหลักฐานสนับสนุนข้อสรุปก่อนหน้า คำนี้ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อใด ควรเข้าใจว่าเป็นสัญญาณว่า “ข้อเท็จจริงต่อไปนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมข้อสรุปก่อนหน้าจึงสมเหตุสมผล” และมักสื่อด้วยว่าเหตุผลนั้นเป็นสิ่งที่รู้อยู่แล้ว ชัดเจน หรือโต้แย้งได้ยาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่ใช้เกริ่นเหตุผลสนับสนุน: We should give Lena another chance. ____, she admitted the mistake and fixed it immediately.
ดูคำตอบ
After all
reproducing from the very first microbe that split in two
0:22ตั้งแต่จุลชีพตัวแรกที่แบ่งตัวเป็นสองเพื่อสืบพันธุ์
unbroken line ที่หมายถึงความต่อเนื่องไม่ขาดตอน
ใน unbroken line คำว่า line เป็นอุปลักษณ์ของลำดับที่สมาชิกเชื่อมโยงกันข้ามช่วงเวลา ส่วน unbroken หมายความว่าลำดับนั้นไม่เคยหยุดหรือขาดห่วงใดไป ในที่นี้หมายถึงสายโซ่การสืบพันธุ์ที่เชื่อมผู้ฟังกับสิ่งมีชีวิตในอดีต ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ยืนเรียงแถวกัน โครงสร้าง an unbroken line of + คน เหตุการณ์ หรือสถาบัน สามารถเน้นความต่อเนื่องของเชื้อสาย การสืบทอด ประเพณี หรือบันทึกได้ แนวคิดสำคัญคือความต่อเนื่องจากสมาชิกหรือช่วงเวลาหนึ่งไปสู่อีกช่วงหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ใน an unbroken line of organisms คำว่า unbroken line หมายถึงอะไร?
- แถวที่เป็นรูปธรรมซึ่งไม่มีช่องว่างระหว่างสิ่งมีชีวิต
- เส้นที่วาดเป็นรอยต่อเนื่องเพียงรอยเดียว
- สายโซ่ต่อเนื่องที่เชื่อมโยงกันข้ามหลายรุ่น
ดูคำตอบ
สายโซ่ต่อเนื่องที่เชื่อมโยงกันข้ามหลายรุ่น
to your ancestors who have all successfully made it since the dawn of time. สำนวน
0:25ไปจนถึงบรรพบุรุษของคุณทุกคนที่สืบทอดเผ่าพันธุ์สำเร็จมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม
made it: ประสบความสำเร็จเมื่อผลลัพธ์เข้าใจได้จากบริบท
ในประโยคนี้ made it หมายถึง “ทำสำเร็จ” กล่าวคือ บรรพบุรุษแต่ละรุ่นรอดชีวิตและมีลูกหลาน ทำให้สายตระกูลดำเนินต่อไปได้ ความสำเร็จนั้นคืออะไรต้องดูจากบริบท จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความสำเร็จด้านอาชีพหรือสังคม ในสำนวน make it คำว่า it มักไม่ได้ชี้ถึงสิ่งของที่เป็นรูปธรรม สำนวนนี้อาจหมายถึงประสบความสำเร็จ ไปถึงได้ หรือรอดพ้นความยากลำบาก โดยสถานการณ์จะบอกว่าผลลัพธ์ใดสำเร็จ
แบบฝึกหัด
made it ในประโยคตัวอย่างหมายถึงอะไร
- พวกเขาสร้างบางสิ่งขึ้นมา
- พวกเขาไปถึงการประชุมตามกำหนด
- พวกเขารอดชีวิตและสืบทอดสายตระกูลต่อไปได้สำเร็จ
ดูคำตอบ
พวกเขารอดชีวิตและสืบทอดสายตระกูลต่อไปได้สำเร็จ
the dawn of time: จุดเริ่มแรกสุดของประวัติศาสตร์
the dawn of time ใช้ dawn ซึ่งแปลว่า “รุ่งอรุณ” ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อสื่อถึงจุดเริ่มแรกสุดของเวลาหรือประวัติศาสตร์ สำนวนนี้ทำให้นึกถึงจุดเริ่มต้นอันห่างไกลเกินจินตนาการ ไม่ใช่ช่วงเช้าหรือวันที่ใดวันที่หนึ่ง เมื่อใช้กับ since วลีนี้จะเชื่อมกิจกรรมหรือเหตุการณ์ต่อเนื่องจากจุดเริ่มต้นอันห่างไกลนั้นมาจนถึงเวลาต่อมา มักใช้เพื่อสร้างกรอบเวลาที่ยิ่งใหญ่หรือเกินจริงโดยตั้งใจ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ตั้งแต่จุดเริ่มต้นแรกสุดเท่าที่จะจินตนาการได้”: People have passed down legends since ____.
ดูคำตอบ
the dawn of time
come to a halt: หยุดลงอย่างสมบูรณ์
ในสำนวนตายตัว come to a halt คำว่า halt เป็นคำนาม ทั้งสำนวนหมายถึงสิ่งที่กำลังเคลื่อนที่หรือดำเนินต่อเนื่องมาถึงจุดที่หยุดอย่างสมบูรณ์ ไม่ได้หมายถึงสถานที่ ในประโยคนี้ ประธานคือ perfect streak สำนวนนี้จึงบอกจุดจบของลำดับที่ต่อเนื่องกัน เมื่อเทียบกับ stop ทั่วไป สำนวนนี้มักเน้นว่ากระบวนการที่ดำเนินอยู่มาถึงจุดที่หยุดลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึงมาถึงจุดหยุดอย่างสมบูรณ์: When the only bridge closes, traffic through the valley ____.
ดูคำตอบ
comes to a halt
we're also driven to make sure our offspring survive. ไวยากรณ์
0:34เราก็ถูกผลักดันให้ดูแลความอยู่รอดของลูกหลานด้วย
be driven to + กริยา: ถูกผลักดันอย่างแรงให้ลงมือทำ
Be driven to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงถูกกระตุ้นหรือผลักดันอย่างแรงให้ลงมือทำด้วยแรงปรารถนาภายใน เป้าหมาย ความจำเป็น หรือแรงกดดัน Driven เป็นรูป past participle ของ drive แต่ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้เกี่ยวกับการขับรถหรือนั่งรถ การใช้โครงสร้างนี้ซ้ำทำให้ทั้งการสืบพันธุ์และการปกป้องลูกหลานถูกนำเสนอว่าเป็นแรงผลักดันอันทรงพลัง ในทางไวยากรณ์ to เป็นตัวนำ infinitive และตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน reproduce กับ make
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ driven to ในความหมายว่าถูกกระตุ้นหรือผลักดันอย่างแรงให้ลงมือทำ?
- She was driven to solve the problem by sheer curiosity.
- She was driven to the airport by her neighbor.
- The heavy rain drove them to the station.
ดูคำตอบ
She was driven to solve the problem by sheer curiosity.
make sure + ประธาน + กริยา
make sure สามารถตามด้วยอนุประโยคที่มีประธานและกริยาของตัวเองได้โดยตรง: make sure + our offspring + survive อนุประโยคนี้ระบุผลลัพธ์ที่ต้องทำให้แน่นอน และสามารถเติม that ได้ แต่มักละไว้: make sure (that) our offspring survive offspring เป็นประธานของ survive ส่วน survive ไม่ใช่กริยาตัวที่สองที่เชื่อมขนานกับ make โดยทั่วไป make sure + อนุประโยค หมายถึงการตรวจสอบหรือลงมือทำเพื่อให้เงื่อนไขที่กล่าวไว้เป็นจริง
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วยวลีเป้าหมาย: Before submitting the form, ____ every required field is complete.
ดูคำตอบ
make sure
that the brain of somebody in love looks awfully similar to one on cocaine. การใช้คำ
0:43สมองของคนที่กำลังมีความรักดูคล้ายกับสมองของคนที่เสพโคเคนอย่างมาก
find out that + อนุประโยค
ในโครงสร้าง find out that + อนุประโยค คำว่า find out หมายถึงการได้รู้หรือค้นพบข้อมูล ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ระบุข้อเท็จจริงที่ได้รู้ ในประโยคนี้ to find out เป็นรูป infinitive ที่ตามหลัง surprising ขณะที่ that นำเข้าสู่เนื้อหาของสิ่งที่ค้นพบ out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี จึงไม่สามารถตัดออกเฉย ๆ แล้วคงโครงสร้างและความหมายเดิมไว้ได้ ใช้ find out that เมื่อใครคนหนึ่งได้รู้ข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบ การสืบค้น ประสบการณ์ หรือการที่ผู้อื่นบอกให้ทราบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าผู้พูดได้รู้ข้อเท็จจริงใหม่หลังจากตรวจสอบแล้ว
- We found out that the museum was closed on Mondays.
- We searched for the museum on Monday.
- We found the museum near the river.
ดูคำตอบ
We found out that the museum was closed on Mondays.
awfully similar to: awfully ที่หมายถึง “มาก”
ในที่นี้ awfully เป็นกริยาวิเศษณ์บอกระดับที่ขยาย similar โดย awfully similar to หมายถึง “คล้ายกับอย่างมาก” หรือ “คล้ายกับอย่างน่าทึ่ง” ไม่ได้หมายความว่าความคล้ายนั้นไม่ดี การใช้นี้เพิ่มน้ำเสียงเน้นที่หนักแน่น เป็นอัตวิสัย และเป็นภาษาสนทนา บางครั้งอาจฟังดูเกินจริงเล็กน้อย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ awfully + คำคุณศัพท์หรือกริยาวิเศษณ์ที่เพิ่มลดระดับได้ แต่ไม่ใช่ทุกคำผสมที่จะฟังเป็นธรรมชาติเท่ากัน
แบบฝึกหัด
awfully ทำหน้าที่อะไรใน awfully similar to?
- คำนี้บอกว่าการเปรียบเทียบนั้นทำได้อย่างแย่
- คำนี้เพิ่มระดับให้ similar จนมีความหมายว่า very similar
- คำนี้เปลี่ยน similar ให้มีความหมายตรงข้าม
ดูคำตอบ
คำนี้เพิ่มระดับให้ similar จนมีความหมายว่า very similar
by lowering the threshold at which they fire. โน้ต
0:49ด้วยการลดเกณฑ์ที่ทำให้ศูนย์เหล่านี้เริ่มทำงาน
the threshold at which: อนุประโยคสัมพันธ์ที่นำบุพบทมาไว้ข้างหน้า
ใน the threshold at which they fire คำว่า which ย้อนกลับไปอ้างถึง threshold และ at ระบุระดับที่การยิงสัญญาณเริ่มขึ้น อนุประโยคสัมพันธ์ at which they fire จึงชี้เฉพาะว่าหมายถึงค่าขีดเริ่มใด นี่คือรูปแบบที่นำบุพบทมาไว้ข้างหน้า: คำนาม + บุพบท + which + อนุประโยค รูปที่เป็นทางการน้อยกว่าสามารถวางบุพบทไว้ท้ายประโยคได้: the threshold which they fire at ทั้งสองโครงสร้างใช้ at เพียงตัวเดียว
แบบฝึกหัด
เติมการเขียนใหม่แบบเป็นทางการให้สมบูรณ์: Informal: The engineers lowered the threshold which the alarm activates at. Formal: The engineers lowered the threshold ____ the alarm activates.
ดูคำตอบ
at which
fire: การสร้างสัญญาณประสาท
ในประสาทวิทยา fire หมายถึงการสร้างสัญญาณไฟฟ้าสั้น ๆ ซึ่งมักเป็นศักย์งาน ในที่นี้ they หมายถึงศูนย์ความพึงพอใจ การกล่าวว่าศูนย์เหล่านั้น fire เป็นการกล่าวโดยย่อว่าเซลล์ประสาทในบริเวณดังกล่าวเริ่มทำงานทางไฟฟ้า threshold คือปริมาณสัญญาณขาเข้าที่ต้องมีก่อนกิจกรรมนั้นจะเริ่มขึ้น ดังนั้น lowering the threshold at which they fire จึงหมายความว่าต้องใช้สิ่งเร้าน้อยลงในการกระตุ้นสัญญาณประสาทที่เกี่ยวข้อง
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายด้านประสาทวิทยา the neurons fire หมายความว่าอะไร
- เซลล์ประสาทเริ่มลุกไหม้
- เซลล์ประสาทถูกไล่ออกจากงาน
- เซลล์ประสาทสร้างและส่งสัญญาณไฟฟ้า
ดูคำตอบ
เซลล์ประสาทสร้างและส่งสัญญาณไฟฟ้า
This means that you feel really good a lot easier. ไวยากรณ์
0:51นั่นหมายความว่าคุณจะรู้สึกดีมากได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
a lot easier: รูปขั้นกว่าที่เน้นระดับในภาษาสนทนา
ใน a lot easier คำว่า a lot วางอยู่หน้ารูปขั้นกว่า easier เพื่อเพิ่มระดับความหมาย วลีนี้บอกว่ามีความแตกต่างมาก จึงหมายถึงง่ายขึ้นมาก ไม่ใช่ง่ายขึ้นเพียงเล็กน้อย ในที่นี้มีการใช้ easier แบบภาษาพูดในตำแหน่งที่ตามมาตรฐานควรใช้คำวิเศษณ์ more easily โดย you feel good a lot easier หมายความว่าคุณสามารถเข้าสู่ภาวะที่รู้สึกดีได้ง่ายขึ้นมาก โครงสร้าง a lot + รูปขั้นกว่าสามารถนำไปใช้ในบริบทอื่นได้อย่างกว้างขวาง แต่การใช้คำคุณศัพท์แทนคำวิเศษณ์เช่นนี้เป็นภาษาที่ไม่เป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงการพัฒนาที่ดีขึ้นมากอย่างเป็นธรรมชาติในการสนทนาแบบสบาย ๆ
- With the new map, visitors can find the entrance a lot easier.
- With the new map, visitors can find the entrance a little easier.
- With the new map, visitors can find the entrance just as easily as before.
ดูคำตอบ
With the new map, visitors can find the entrance a lot easier.
We see the same thing in the brains of those in love,
0:54เราพบสิ่งเดียวกันในสมองของคนที่กำลังมีความรัก
will now more easily set off pleasure centers and make you feel good. กริยาวลี
1:01ตอนนี้สิ่งนั้นจะกระตุ้นศูนย์ความพึงพอใจได้ง่ายขึ้นและทำให้คุณรู้สึกดี
it's not just ... It's the fact that: แก้ความเข้าใจแล้วเน้นจุดสำคัญ
กรอบแรก 'it's not just X' แก้คำอธิบายที่แคบเกินไปโดยไม่ได้บอกว่า X ผิด ในประโยคนี้ โคเคนหรือความรักอาจมีส่วนทำให้เกิดความพึงพอใจ แต่ไม่ได้ถูกนำเสนอว่าเป็นกลไกทั้งหมด จากนั้น 'It's the fact that Y' ทำให้ Y เด่นขึ้นในฐานะคำอธิบายหลัก รูปแบบการแก้ความเข้าใจแล้วเน้นจุดสำคัญนี้จัดลำดับข้อโต้แย้งเป็นสองขั้น ได้แก่ เก็บส่วนที่ถูกต้องของแนวคิดเดิมไว้ แล้วหันความสนใจไปยังสาเหตุหรือข้อเท็จจริงที่สำคัญกว่า
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบสองขั้นที่แก้ความเข้าใจแล้วเน้นจุดสำคัญให้สมบูรณ์: ____ the long commute that makes the job difficult. ____ the schedule changes every week.
ดูคำตอบ
It's not just · It's the fact that
set off ในความหมายว่า “กระตุ้น”
ในประโยคนี้ set off เป็นกริยาวลีแบบสกรรมกริยาที่หมายถึง “กระตุ้น ทำให้ทำงาน หรือทำให้เริ่มขึ้น” กรรม pleasure centers ระบุสิ่งที่ถูกกระตุ้น ดังนั้นวลีนี้จึงกล่าวถึงประสบการณ์ที่เริ่มปฏิกิริยาความพึงพอใจ ไม่ใช่การที่ใครคนหนึ่งออกเดินทาง คำนามหลัง set off ช่วยให้เลือกความหมายได้ สัญญาณเตือน ปฏิกิริยา ความทรงจำ การโต้เถียง และเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องกันล้วนสามารถถูก set off ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “กระตุ้น”: A small electrical fault could ____ the fire alarm.
ดูคำตอบ
set off
but begin to build a romanticized view of the world around you. การใช้คำ
1:07แต่ยังเริ่มมองโลกรอบตัวอย่างโรแมนติกเกินจริง
not only ... but ... เพื่อเชื่อมผลลัพธ์ที่เพิ่มระดับ
ในประโยคนี้ not only ... but ... เชื่อมวลีกริยาสองวลีที่ขนานกันและใช้ประธานเดียวกันคือ you ได้แก่ fall in love with the person และ begin to build a romanticized view ผลลัพธ์ที่สองถูกนำเสนอเป็นผลเพิ่มเติมที่ก้าวไปไกลกว่าผลแรก ไม่จำเป็นต้องกล่าวประธาน you ซ้ำหลัง but เพราะกริยาทั้งสองใช้ประธานร่วมกัน ในโครงสร้าง not only ... but also ... มักพบ also แต่สามารถละได้ ดังนั้น but begin ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเชื่อมเดียวกัน ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของประโยคใหม่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย not only ... but also: The internship ____ taught Maya technical skills ____ gave her confidence in meetings.
ดูคำตอบ
not only · but also
romanticized view: ภาพในอุดมคติที่ซ่อนข้อบกพร่อง
ในที่นี้ a romanticized view หมายถึงภาพหรือความเข้าใจที่ถูกทำให้ดูสวยงาม น่าตื่นเต้น หรือสมบูรณ์แบบกว่าความจริง โดยมักละเลยปัญหาธรรมดา ความขัดแย้ง หรือข้อบกพร่อง Romanticized ไม่ได้หมายเพียงว่าเกี่ยวข้องกับความรักแบบคู่รัก สำนวนนี้มักมีนัยประเมินหรือวิจารณ์เล็กน้อย กล่าวคือ การรับรู้ของบุคคลนั้นถูกทำให้เป็นอุดมคติและอาจไม่สมจริง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ romanticized view ได้ถูกต้องแม่นยำที่สุด
- The report gives a romanticized view by documenting every failure and risk without softening anything.
- Her memoir offers a romanticized view of startup life, celebrating the freedom while leaving out the financial stress.
- We chose a romanticized view because the restaurant had candles and soft music.
ดูคำตอบ
Her memoir offers a romanticized view of startup life, celebrating the freedom while leaving out the financial stress.
Interestingly, nearby pain and aversion centers begin to fire less,
1:10ที่น่าสนใจคือ ศูนย์ความเจ็บปวดและความรังเกียจที่อยู่ใกล้เคียงจะเริ่มทำงานน้อยลง
Simply put, สำหรับนำการกล่าวใหม่อย่างกระชับ
Simply put เป็นตัวบ่งชี้ทางวาทกรรมที่วางไว้ต้นประโยค เพื่อบอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปจะกล่าวถึงสิ่งที่พูดมาก่อนหน้าให้ชัดเจนและสั้นลง ในประโยคนี้ คำดังกล่าวย่อคำอธิบายก่อนหน้าให้เหลือข้อสรุปว่าคนเราชอบการมีความรัก ในสำนวนนี้ put หมายถึง “แสดงออก” หรือ “เรียบเรียงคำพูด” ไม่ได้หมายถึง “วาง” รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ Simply put, + ข้อสรุปที่ทำให้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
คำขึ้นต้นใดบ่งชี้ได้ดีที่สุดว่ากำลังจะกล่าวคำอธิบายที่ซับซ้อนใหม่ด้วยถ้อยคำที่ตรงและกระชับ?
- On the other hand,
- Simply put,
- For example,
ดูคำตอบ
Simply put,
So what chemicals are at work to make all this happen? สำนวน
1:18แล้วสารเคมีอะไรที่ทำให้ทั้งหมดนี้เกิดขึ้น
at work ในความหมายว่า “กำลังออกฤทธิ์”
ใน what chemicals are at work คำว่า at work หมายถึง “กำลังทำงานหรือก่อให้เกิดผลอย่างแข็งขัน” คำถามนี้ถามว่าสารเคมีชนิดใดเป็นตัวขับเคลื่อนประสบการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง เมื่อประธานเป็นสิ่งไม่มีชีวิตหรือสิ่งนามธรรม เช่น chemicals, forces หรือ mechanisms โครงสร้าง be at work มักใช้ระบุสาเหตุที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังผลลัพธ์ ไม่ได้หมายความว่าสารเคมีเหล่านั้นอยู่ในสถานที่ทำงาน
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Several economic forces are at work here,” คำว่า at work หมายถึงอะไร?
- กำลังพักจากการทำงาน
- กำลังส่งผลต่อสถานการณ์อย่างแข็งขัน
- อยู่ที่สถานที่ทำงาน
ดูคำตอบ
กำลังส่งผลต่อสถานการณ์อย่างแข็งขัน
Both during orgasm or by simply looking at photos of a loved one,
1:21ไม่ว่าจะขณะถึงจุดสุดยอด หรือเพียงแค่มองรูปของคนที่คุณรัก
a surge of: การเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและมาก
ในประโยคนี้ a surge of อธิบายว่าโดพามีนและนอร์เอพิเนฟรินเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและมาก surge ให้ภาพของการพุ่งสูงขึ้นอย่างมีพลัง ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ช้าหรือเล็กน้อย โครงสร้าง a surge of + คำนาม วางสารหรือสิ่งที่ปรากฏหรือเพิ่มขึ้นไว้หลัง of เช่น a surge of adrenaline, energy, or visitors ใช้เมื่อความฉับพลันและความรุนแรงสำคัญกว่าการบอกอย่างเป็นกลางว่าเกิดการเพิ่มขึ้น
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ “a surge of dopamine” ในประโยคมากที่สุด
- โดพามีนปริมาณเล็กน้อยที่คงที่
- โดพามีนเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและมาก
- โดพามีนค่อย ๆ ลดลง
ดูคำตอบ
โดพามีนเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและมาก
This not only triggers sexual arousal and your racing heart,
1:28สิ่งนี้ไม่เพียงกระตุ้นอารมณ์ทางเพศและทำให้หัวใจเต้นรัว
not simply X, it's Y: แทนที่การจัดประเภทที่ไม่ครบถ้วน
โครงสร้าง not simply X, it's Y จัดลำดับการแก้ความเข้าใจเป็นสองขั้น ขั้นแรกชี้ว่า X เป็นคำอธิบายที่ไม่ครบถ้วน แล้วจึงเสนอ Y เป็นคำอธิบายที่สำคัญกว่า ในที่นี้ ผู้พูดไม่ได้ปฏิเสธทั้งหมดว่าความรักแบบโรแมนติกเป็นอารมณ์ แต่เสนอว่า drive อธิบายพลังที่กระตุ้นพฤติกรรมได้ดีกว่า คำนาม drive หมายถึงพลังภายในหรือแรงจูงใจทางชีววิทยาที่ผลักดันให้คนลงมือทำ โครงสร้างนี้ช่วยปรับกรอบความเข้าใจของผู้ฟังโดยไม่ต้องกล่าวอย่างรุนแรงกว่าเดิมว่า X ผิดทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ข้อความใดถ่ายทอดข้อเสนอใน “romantic love is not simply an emotion, it's a drive” ได้ตรงที่สุด
- ความรักแบบโรแมนติกไม่มีอารมณ์อยู่เลย
- ความรักแบบโรแมนติกเป็นเพียงอารมณ์ชั่วคราวและไม่มีแรงกระตุ้นใด ๆ
- ความรักแบบโรแมนติกอาจมีอารมณ์เป็นส่วนประกอบ แต่โดยพื้นฐานกว่านั้นคือแรงขับที่กระตุ้นให้ลงมือทำ
ดูคำตอบ
ความรักแบบโรแมนติกอาจมีอารมณ์เป็นส่วนประกอบ แต่โดยพื้นฐานกว่านั้นคือแรงขับที่กระตุ้นให้ลงมือทำ
drive ในความหมายของพลังขับเคลื่อนภายในอันทรงพลัง
ในที่นี้ drive เป็นคำนามนามธรรมที่นับได้ หมายถึงพลังภายในอันทรงพลังที่ผลักดันให้บุคคลคิดหรือลงมือทำ ในประโยคนี้ ความรักเชิงโรแมนติกถูกจัดเป็นพลังจูงใจประเภทนี้ ไม่ได้หมายถึงการเดินทางด้วยรถยนต์หรืออุปกรณ์เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ ในงานเขียนด้านจิตวิทยาและพฤติกรรม drive อาจหมายถึงแรงกดดันที่เกิดจากความต้องการ ความปรารถนา หรือแรงขับทางชีวภาพ โครงสร้าง a drive to do something ก็ใช้บ่อยเมื่อบุคคลมีแรงผลักดันที่รุนแรงและต่อเนื่องเพื่อบรรลุเป้าหมาย
แบบฝึกหัด
อ่านข้อความนี้: it's a drive from the motor of the mind. drive ในที่นี้หมายถึงอะไร?
- การเดินทางด้วยรถยนต์
- อุปกรณ์เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์
- การควบคุมยานพาหนะ
- พลังภายในอันทรงพลังที่ผลักดันพฤติกรรม
ดูคำตอบ
พลังภายในอันทรงพลังที่ผลักดันพฤติกรรม
motor of the mind ในฐานะอุปมาเชิงกลไก
Motor of the mind เป็นอุปมาเชิงกลไก โดย motor หมายถึงกลไกภายในหรือแหล่งพลังงานที่ทำให้ความปรารถนา ความสนใจ และการกระทำเริ่มเคลื่อนไหว ไม่ได้หมายความว่ามีเครื่องยนต์จริงอยู่ในสมอง ภาพเปรียบนี้นำเสนอจิตใจเป็นระบบที่สามารถสร้างพลังงานและทิศทางทางจิตวิทยา โดยทั่วไป เมื่ออารมณ์ ความคิด หรือความต้องการถูกเรียกว่า motor ให้เข้าใจว่าเป็นพลังหรือกลไกที่กระตุ้นกระบวนการหนึ่งให้เริ่มทำงาน
แบบฝึกหัด
การตีความใดคงอุปมาใน motor of the mind ไว้ได้ดีที่สุด?
- เครื่องยนต์จริงที่อยู่ภายในสมอง
- บริเวณสมองที่ควบคุมกล้ามเนื้อโดยตรง
- ยานพาหนะที่ใช้สำหรับการเดินทางทางจิต
- กลไกภายในที่ให้พลังแก่ความปรารถนาและการกระทำ
ดูคำตอบ
กลไกภายในที่ให้พลังแก่ความปรารถนาและการกระทำ
And this motor brings about intense energy, กริยาวลี
1:41และเครื่องยนต์นี้ก่อให้เกิดพลังงานอันเข้มข้น
brings about: ก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงนามธรรม
ในที่นี้ brings about หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น” หรือ “ก่อให้เกิด” โดย motor ถูกนำเสนอว่าเป็นสาเหตุ ส่วน intense energy คือสภาวะที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ about เป็นอนุภาคในกริยาวลี ไม่ใช่คำบุพบทที่แปลว่า “เกี่ยวกับ” โครงสร้างที่พบบ่อยคือ bring about + ผลลัพธ์เชิงนามธรรม เช่น การเปลี่ยนแปลง การปรับปรุง วิกฤต หรือสภาวะใหม่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “ทำให้เกิดขึ้น”: The new safety policy helped ____ a sharp drop in workplace accidents.
ดูคำตอบ
bring about
The pleasure centers are part of the brain's reward system,
1:45ศูนย์ความพึงพอใจเป็นส่วนหนึ่งของระบบให้รางวัลของสมอง
because it's pleasurable and perceived as a reward. วลี
1:53เพราะมันให้ความพึงพอใจและถูกรับรู้ว่าเป็นรางวัล
If ... while learning: บริบทเวลาภายในเงื่อนไข
ส่วนเปิดทั้งหมดเป็นอนุประโยคเงื่อนไขเดียว If ใช้ระบุเงื่อนไข กล่าวคือ การกระตุ้นบริเวณนี้เป็นสถานการณ์ที่ทำให้ผลในประโยคหลักตามมา ส่วน learning becomes much easier ที่อยู่ถัดไปคือจุดเริ่มต้นของประโยคหลัก ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของเงื่อนไข ภายในอนุประโยค if นั้น while learning เป็นอนุประโยคเวลารูปย่อที่หมายถึง while you are learning และบอกว่าการกระตุ้นบริเวณนี้เกิดขึ้นเมื่อใด การซ้อนโครงสร้างแบบนี้ทำให้ภาษาอังกฤษใส่บริบทเวลาไว้ในเงื่อนไขที่ใหญ่กว่าได้: If + ประธาน + กริยา + while + -ing, ประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย while + -ing เพื่อแสดงว่าการเรียนและการฟังเกิดขึ้นพร้อมกัน: If you listen to instrumental music ____, you may find it easier to focus.
ดูคำตอบ
while studying
be perceived as: นำเสนอว่าเป็นการตีความหรือการรับรู้
ในโครงสร้าง be perceived as + นามวลี คำว่า perceive หมายถึงการตีความ มองว่า หรือรับรู้บางสิ่งในทางความคิดหรือประสบการณ์ ไม่ได้หมายถึงเพียงการมองเห็นด้วยตา ในประโยคนี้ learning ถูกตีความหรือรับรู้ว่าเป็นรางวัล รูปประโยคถูกกระทำไม่ระบุว่าใครเป็นผู้รับรู้และเน้นไปที่การจัดประเภท โครงสร้างนี้แสดงว่าป้ายกำกับดังกล่าวเป็นการตัดสินหรือความประทับใจ ซึ่งอาจต่างจากคุณสมบัติเชิงวัตถุของสิ่งนั้น
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนรูปประโยคถูกกระทำแบบเป็นทางการจากบทเรียนเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: In the survey, flexible hours were ____ an important benefit.
ดูคำตอบ
perceived as
We also see a surge in the neuromodulator oxytocin
1:56เรายังพบการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของออกซิโทซิน ซึ่งเป็นสารปรับการทำงานของระบบประสาท
sometimes called the commitment neuromodulator
2:01บางครั้งออกซิโทซินถูกเรียกว่า “สารปรับการทำงานของระบบประสาทแห่งความผูกพัน”
because in mammals it helps to reinforce bonding or attachment. วลี
2:03เพราะในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มันช่วยเสริมสร้างสายสัมพันธ์หรือความผูกพัน
reinforce bonding or attachment: เสริมสร้างการผูกพันหรือความผูกพันทางอารมณ์
reinforce สามารถตามด้วยคำนามนามธรรมและหมายถึงการเสริมความแข็งแรง สนับสนุน หรือทำให้กระบวนการหรือความสัมพันธ์มั่นคงขึ้น ในที่นี้ออกซิโทซินช่วยเสริมสร้าง bonding หรือ attachment ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ไม่ได้หมายถึงการเสริมความแข็งแรงทางกายภาพ Bonding เน้นกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิด ส่วน attachment เน้นสายสัมพันธ์ทางอารมณ์ที่พัฒนาขึ้นหรือดำเนินต่อไป คำเชื่อม or เชื่อมสายสัมพันธ์สองประเภทที่เกี่ยวข้องกันนี้
แบบฝึกหัด
ใช้คำกริยาแบบเป็นทางการจากบทเรียนเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Shared challenges can ____ bonding within a team.
ดูคำตอบ
reinforce
When prairie voles are injected with either oxytocin or vasopressin, วลี
2:06เมื่อฉีดออกซิโทซินหรือวาโซเพรสซินให้หนูโวลทุ่งหญ้า
be injected with + สาร: ถูกฉีดสารบางอย่าง
ในโครงสร้างกรรมวาจก be injected with + substance ประธานทางไวยากรณ์คือฝ่ายที่ได้รับการฉีด และ with ใช้นำหน้าสารที่ถูกฉีดเข้าสู่ร่างกาย ในประโยคนี้ prairie voles คือผู้รับ ส่วน either oxytocin or vasopressin คือสารที่ถูกฉีด ใช้โครงสร้างนี้เพื่ออธิบายขั้นตอนการทดลองหรือการแพทย์โดยเน้นผู้รับได้ดังนี้: subject + be + injected with + drug or chemical ในโครงสร้างนี้ with ไม่ได้หมายถึงผู้ที่มาด้วยกันหรือเครื่องมือที่ใช้ฉีด
แบบฝึกหัด
ใช้รูปกรรมวาจกของ inject เติมประโยคให้สมบูรณ์: Before the scan, the patient ____ a contrast agent.
ดูคำตอบ
was injected with
they'll instantly find a mate to pair bond with. การใช้คำ
2:10พวกมันจะหาคู่และสร้างสายสัมพันธ์กันทันที
pair bond with + คู่: สร้างความผูกพันแบบคู่
ในบริบทพฤติกรรมสัตว์ pair bond เป็นคำกริยาประสม หมายถึงการสร้างความผูกพันทางสังคมและการจับคู่ที่ค่อนข้างมั่นคงกับคู่หนึ่งตัว ในประโยคนี้ หนูวอลจะหาคู่และสร้างความผูกพันแบบนั้นกับคู่ของมัน โดย bond ไม่ได้หมายถึงพันธบัตรทางการเงินหรือกาวทางกายภาพ รูปแบบคือ pair bond with + partner ใน a mate to pair bond with คำว่า a mate เป็นกรรมของ with ในทางความหมาย แม้ว่า with จะอยู่ท้ายประโยค: they pair bond with a mate
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนเชิงเทคนิคด้านพฤติกรรมสัตว์จากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: In this species, adults usually ____ a single partner throughout the breeding season.
ดูคำตอบ
pair bond with
Finally, studies have shown that people in love have low levels of serotonin, วลี
2:13สุดท้าย งานวิจัยพบว่าคนที่กำลังมีความรักมีระดับเซโรโทนินต่ำ
studies have shown that + ข้อสรุป
studies have shown that เป็นกรอบสำหรับระบุที่มาของหลักฐาน โดย studies ระบุแหล่งหลักฐาน have shown ใช้ present perfect และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกข้อสรุปที่งานวิจัยสนับสนุน present perfect นำเสนอผลการศึกษาว่าเป็นหลักฐานที่สะสมมาจนถึงปัจจุบันและยังเกี่ยวข้องอยู่ ไม่ใช่การทดลองครั้งเดียว ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในอดีต กรอบนี้แสดงว่ามีงานวิจัยสนับสนุน แต่ไม่ได้ยืนยันความเป็นเหตุเป็นผลหรือความแน่นอนโดยสมบูรณ์ด้วยตัวมันเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกรอบรายงานงานวิจัย studies + present perfect ของ show + that: ____ regular exposure to green spaces can reduce stress.
ดูคำตอบ
Studies have shown that
which is similar to people with obsessive-compulsive disorder.
2:17ซึ่งคล้ายกับผู้ที่เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ
This is likely the cause of our obsession and infatuation during early love. การใช้คำ
2:20นี่น่าจะเป็นสาเหตุของความหมกมุ่นและความลุ่มหลงในช่วงแรกของความรัก
obsession และ infatuation
ในนามวลีที่เชื่อมกันนี้ obsession และ infatuation เรียกสองด้านของประสบการณ์รักช่วงแรกที่ทับซ้อนกันแต่มีจุดเน้นต่างกัน Obsession คือการหมกมุ่นทางความคิดที่ควบคุมได้ยาก บุคคลหรือความสัมพันธ์นั้นวนเวียนอยู่ในความคิดตลอด ส่วน infatuation คือแรงดึงดูดเชิงรักที่รุนแรงและมักเกิดจากการสร้างภาพในอุดมคติ อาจตั้งอยู่บนการรู้จักอีกฝ่ายเพียงเล็กน้อยและอาจไม่ยั่งยืน ที่นี่ทั้งสองคำเป็นคำบรรยายในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่การวินิจฉัยทางคลินิก
แบบฝึกหัด
Nina พบ Leo เพียงสองครั้ง แต่เธอสร้างภาพเขาในอุดมคติและรู้สึกถึงแรงดึงดูดเชิงรักที่รุนแรงซึ่งอาจจางหายไปอย่างรวดเร็ว วลีใดอธิบายความรู้สึกของเธอได้ดีที่สุด
- mature love
- an infatuation
- an obsession
ดูคำตอบ
an infatuation
Amazingly, these areas associated with intense romantic love
2:24น่าทึ่งที่บริเวณเหล่านี้ซึ่งเกี่ยวข้องกับความรักแบบโรแมนติกอันเข้มข้น
Add to the mix: thêm một yếu tố khác
add to the mix เป็นสำนวนที่หมายถึงการนำปัจจัยที่เกี่ยวข้องอีกอย่างเข้ามาในสถานการณ์ที่มีอิทธิพลหลายอย่างอยู่แล้ว mix ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงชุดของเงื่อนไขหรืออิทธิพลที่กำลังพิจารณา ไม่ใช่ส่วนผสมจริง ใน components that add to the mix องค์ประกอบเหล่านั้นมีส่วนเพิ่มความซับซ้อนโดยรวมในการทำความเข้าใจความรัก สำนวนนี้ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าองค์ประกอบเหล่านั้นทำให้สถานการณ์แย่ลง ปัจจัยที่เพิ่มเข้ามาอาจเป็นประโยชน์ เป็นโทษ หรือเป็นกลางก็ได้ตามบริบท
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “เพิ่มปัจจัยอีกอย่าง” ลงในประโยค: The possibility of delays ____, so we should leave early.
ดูคำตอบ
adds to the mix
While there are ... the truth is: nhượng bộ trước khi nêu luận điểm chính
while there are ใช้เปิดฉากด้วยการยอมรับข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่ง ผู้พูดยอมรับว่าองค์ประกอบทางสรีรวิทยาและจิตวิทยาอื่น ๆ อีกมากมายก็มีอิทธิพลเช่นกัน while ในที่นี้หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในขณะที่” ในความหมายด้านเวลา the truth is ส่งสัญญาณว่ากำลังกลับสู่ข้อกล่าวอ้างหลัก นั่นคือวิทยาศาสตร์ยังเข้าใจน้อยมากว่าความรักทำงานเพราะเหตุใดหรืออย่างไร เมื่อนำสองส่วนนี้มาใช้ร่วมกัน จะเกิดรูปแบบการให้เหตุผลที่สมดุล คือยอมรับความซับซ้อนก่อน แล้วจึงระบุข้อสรุปที่ต้องการให้น้ำหนักมากที่สุด
แบบฝึกหัด
รูปแบบ while there are ... the truth is ในตัวอย่างทำหน้าที่อะไร?
- ยอมรับว่ามีปัจจัยเพิ่มเติม แล้วจึงเน้นข้อสรุปหลัก
- บอกว่าปัจจัยเพิ่มเติมอธิบายการทำงานของความรักได้อย่างสมบูรณ์
- อธิบายเหตุการณ์สองอย่างที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
ดูคำตอบ
ยอมรับว่ามีปัจจัยเพิ่มเติม แล้วจึงเน้นข้อสรุปหลัก
knows very little about: ความรู้ที่จำกัดอย่างมาก
ใน knows very little about คำว่า know about หมายถึงการมีข้อมูลหรือความเข้าใจเกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง ประธานทางไวยากรณ์คือ science ซึ่งในที่นี้ใช้แทนวงการวิทยาศาสตร์และองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน Very little เน้นว่ายังมีความรู้อยู่บ้าง แต่มีปริมาณจำกัดอย่างมาก จึงระบุขอบเขตของความรู้ได้แม่นยำกว่า does not know ซึ่งอาจสื่อว่าไม่มีความรู้เลย
แบบฝึกหัด
นักวิจัยคนหนึ่งเห็นผลการศึกษาเบื้องต้นเพียงไม่กี่รายการ ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าเธอมีความรู้เกี่ยวกับหัวข้อนี้อยู่บ้าง แต่ความรู้นั้นจำกัดอย่างมาก
- She knows a little about the topic.
- She knows nothing about the topic.
- She knows very little about the topic.
ดูคำตอบ
She knows very little about the topic.
exactly why or how love works: ลำดับคำในคำถามแฝง
exactly why or how love works ประกอบด้วยอนุประโยคคำถามแฝงที่เชื่อมกันสองส่วน คือ why love works และ how love works ทั้งสองส่วนใช้ลำดับประธานกับกริยา love works ร่วมกัน และเนื้อหาที่เชื่อมกันทั้งหมดทำหน้าที่เป็นกรรมของ about เนื่องจากเป็นคำถามแฝง ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า โดยประธาน love มาก่อนกริยา works และไม่ใช้การสลับตำแหน่งแบบคำถามตรงอย่าง does love work ส่วน Exactly เน้นว่าสิ่งที่ยังไม่รู้คือเหตุผลหรือกลไกที่แน่ชัด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดวางคำถามแฝงที่เชื่อมกันไว้หลัง about ได้อย่างถูกต้อง
- We know little about exactly why or how the device works.
- Why or how the device works?
- We know little about exactly why or how does the device work.
ดูคำตอบ
We know little about exactly why or how the device works.
And yet somehow, we all seem to know it when we feel it. สำนวน
2:39ถึงอย่างนั้น เมื่อเรารู้สึกถึงมัน เราทุกคนก็ดูเหมือนจะรู้ว่านั่นคือความรัก
“Know It When We Feel It” สำหรับการรับรู้จากประสบการณ์
“Know it when we feel it” หมายความว่า ความรักอาจนิยามหรืออธิบายอย่างแม่นยำได้ยาก แต่ผู้คนสามารถรับรู้ประสบการณ์นั้นได้เมื่อเกิดขึ้นกับตนเอง “it” ทั้งสองตำแหน่งหมายถึงความรัก ไม่ใช่กลไกทางวิทยาศาสตร์ รูปแบบ “know it when ...” สื่อถึงการรับรู้จากประสบการณ์โดยตรง ไม่ใช่การมีคำอธิบายเชิงวิเคราะห์ที่ครบถ้วน ในที่นี้ “And yet” นำความมั่นใจจากสัญชาตญาณนั้นมาเปรียบต่างกับข้อจำกัดของคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ “we all seem to know it when we feel it” มากที่สุด
- ผู้คนเข้าใจกลไกทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมดก่อนที่จะได้สัมผัสประสบการณ์นั้น
- ผู้คนไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกนั้นได้ เว้นแต่จะมีคนตั้งชื่ออย่างเป็นทางการให้
- ผู้คนสามารถรับรู้ประสบการณ์นั้นได้ แม้จะนิยามหรืออธิบายอย่างแม่นยำไม่ได้
ดูคำตอบ
ผู้คนสามารถรับรู้ประสบการณ์นั้นได้ แม้จะนิยามหรืออธิบายอย่างแม่นยำไม่ได้
“Burning Question” สำหรับประเด็นสำคัญและเร่งด่วน
“Burning question” เป็นกลุ่มคำที่มีสีสัน หมายถึงคำถามสำคัญที่ใครบางคนอยากได้คำตอบอย่างมากและเร่งด่วน “Burning” ใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อเพิ่มความรู้สึกกดดัน ความอยากรู้อย่างแรงกล้า หรือความสำคัญในทันที ไม่ได้มีอะไรติดไฟจริง ๆ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้คำเชิญชวนมีพลังและดึงดูดความสนใจมากขึ้น โดยบอกเป็นนัยว่าผู้ชมมีเรื่องที่อยากให้ช่วยอธิบายอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึงคำถามสำคัญซึ่งผู้คนต้องการคำตอบอย่างเร่งด่วน: At the end of the interview, Maya finally asked the ____ everyone had been waiting to hear.
ดูคำตอบ
burning question
want answered: want + กรรม + past participle
ใน a question you want answered กลุ่มคำ you want answered เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย question รูปเต็มคือ a question that you want answered โดยละคำสัมพันธ์ that ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมไว้ โครงสร้างพื้นฐานคือ want + กรรม + past participle หมายถึงต้องการให้กรรมได้รับการกระทำหรืออยู่ในสภาพผลลัพธ์ที่ต้องการ answered บอกสิ่งที่ควรเกิดขึ้นกับ question ไม่ได้หมายความว่า you จะเป็นผู้ตอบเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปที่ถูกต้องของ want คำว่า her laptop และ past participle ของ repair เพื่อสื่อผลลัพธ์ที่ต้องการ: A technician will do the work. The customer ____ by Friday.
ดูคำตอบ
wants her laptop repaired
Ask it in the comments or on Facebook and Twitter.
2:44ถามได้ในช่องความคิดเห็น หรือทาง Facebook และ Twitter
And subscribe for more weekly science videos.
2:46และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ทุกสัปดาห์