จะเกิดอะไรขึ้นถ้าประตูเครื่องบินเปิดออกกลางอากาศ?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
AsapSCIENCE
แนะนำวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าเหตุใดประตูและหน้าต่างเครื่องบินจึงปลอดภัยระหว่างบิน ผลของความดันลดและภาวะขาดออกซิเจน และแรงดัน การล็อกจากห้องนักบิน หน้าต่างหลายชั้น กับสถิติอุบัติเหตุสนับสนุนความปลอดภัยทางการบินอย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. What would happen if that airplane door opened? — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตคำถามสมมติที่ใช้ would กับ if เพื่อพิจารณาผลที่จินตนาการโดยไม่กล่าวเป็นข้อเท็จจริง 2. kicks in. — กริยาวลี: เข้าใจว่า kick in หมายถึงอาการหรือผลเริ่มทำงาน ซึ่งช่วยติดตามคำอธิบายวิทยาศาสตร์เร่งด่วน 3. To compare, — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตการเปลี่ยนไปสู่การเปรียบเทียบที่เป็นรูปธรรม ซึ่งเชื่อมค่าแรงมหาศาลกับภาพที่เข้าใจง่ายและสถิติความเสี่ยง
คำอธิบายในบทเรียนนี้
You're sitting on a plane trying to relax when a terrible thought crosses your mind. สำนวน
0:00คุณกำลังนั่งอยู่บนเครื่องบินและพยายามผ่อนคลาย จู่ ๆ ความคิดน่ากลัวก็แวบเข้ามาในหัว
ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว
ในประโยคนี้ crosses your mind หมายถึงความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความกังวลนี้เกิดขึ้นเองโดยไม่ได้ตั้งใจคิด ส่วน cross ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ข้ามจริง ๆ โครงสร้างคือ ความคิดหรือแนวคิด + cross + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + mind ประธานคือความคิดที่ผุดขึ้นมา และคำแสดงความเป็นเจ้าของบอกว่าใครเป็นผู้คิด เช่น A possibility crossed my mind.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของสำนวน cross someone's mind: During the test, it suddenly ____ that I had skipped a page.
ดูคำตอบ
crossed my mind
What would happen if that airplane door opened? ไวยากรณ์
0:04จะเกิดอะไรขึ้นถ้าประตูเครื่องบินบานนั้นเปิดออก?
What would happen if ... opened? ในคำถามสมมติ
คำถามนี้ใช้โครงสร้าง What would happen if + ประธาน + กริยารูปอดีต เพื่อจินตนาการผลของสถานการณ์ที่ไม่เป็นจริงหรือยังไม่เป็นจริงในขณะนี้ ประโยคไม่ได้บอกว่าประตูเปิดอยู่ แต่ opened สร้างระยะห่างเชิงสมมติ ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์เกิดในอดีต ส่วนคำถามเกี่ยวกับผลใช้ would happen ส่วนอนุประโยค if ใช้รูปอดีตธรรมดา opened โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดสำรวจผลที่อาจเกิดขึ้นในการพูดคุยเรื่องความปลอดภัย การวางแผน หรือการตัดสินใจ
แบบฝึกหัด
เติมคำถามสมมติด้วย would happen และรูปอดีตของ go: What ____ if the power ____ out during class?
ดูคำตอบ
would happen · went
even though the cruising altitude of the plane you're in is 30,000 to 45,000 ft in the air. ไวยากรณ์
0:13แม้ว่าเครื่องบินที่คุณนั่งอยู่จะบินที่ระดับความสูง 30,000 ถึง 45,000 ฟุตก็ตาม
pressurize their cabins: ควบคุมความดันอากาศในห้องโดยสาร
ในประโยคเกี่ยวกับการบินนี้ pressurize their cabins หมายถึงเครื่องบินพาณิชย์ควบคุมและรักษาความดันอากาศภายในห้องโดยสารให้อยู่ในระดับที่กำหนดไว้และปลอดภัยกว่า pressurize เป็นสกรรมกริยาในที่นี้ โดย cabin ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการควบคุมความดันทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา ไม่ได้หมายถึงการเป่าห้องโดยสารให้พองเหมือนลูกโป่งหรือการสร้างความกดดันทางจิตใจแก่ผู้โดยสาร ระบบจะสร้างความดันภายในที่ใกล้เคียงกับบรรยากาศที่ระดับ 8,000 ถึง 10,000 ฟุต แม้เครื่องบินจะบินสูงกว่านั้นมาก
แบบฝึกหัด
ในประโยคเกี่ยวกับเครื่องบินพาณิชย์ pressurize their cabins หมายความว่าอย่างไร
- ควบคุมความดันอากาศภายในห้องโดยสารผู้โดยสาร
- สร้างความกดดันทางจิตใจแก่ผู้โดยสาร
- เติมอากาศเข้าไปจนห้องโดยสารพองออก
ดูคำตอบ
ควบคุมความดันอากาศภายในห้องโดยสารผู้โดยสาร
Even though: ความขัดแย้งที่ชัดเจนระหว่างข้อเท็จจริงที่ทราบแล้ว
Even though ใช้แสดงความยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกัน โดยอนุประโยคที่ตามมาระบุข้อเท็จจริงซึ่งอาจทำให้อีกข้อเท็จจริงหนึ่งดูน่าประหลาดใจ ในตัวอย่าง เครื่องบินกำลังบินอยู่ที่ระดับ 30,000 ถึง 45,000 ฟุตจริง แต่ความดันในห้องโดยสารกลับสอดคล้องกับระดับความสูงที่ต่ำกว่ามาก ทั้งสองอนุประโยคถูกนำเสนอว่าเป็นเรื่องจริง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “ข้อความหลัก + even though + ข้อเท็จจริงที่ขัดกัน” และสามารถวางอนุประโยค even though ไว้ต้นประโยคได้เช่นกัน
แบบฝึกหัด
ผู้พูดรู้ว่าถนนปิดและรู้สึกประหลาดใจที่รถโดยสารยังวิ่งอยู่ ประโยคใดสื่อความหมายนี้
- The road is closed because the bus is still running.
- Even if the road is closed, the bus will still run.
- Even though the road is closed, the bus is still running.
ดูคำตอบ
Even though the road is closed, the bus is still running.
As altitude increases, atmospheric pressure decreases: การเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กัน
ในที่นี้ as หมายถึง “ขณะที่การเปลี่ยนแปลงดำเนินไป” หรือ “เปลี่ยนไปพร้อมกัน” ไม่ได้หมายถึง “เพราะ” ประโยคนี้เชื่อมปริมาณสองอย่างที่กำลังเปลี่ยนแปลงเข้าด้วยกัน กล่าวคือ ระดับความสูงเพิ่มขึ้น ขณะที่ความดันบรรยากาศลดลง รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ as + ประธาน + กริยาแสดงการเปลี่ยนแปลง, ประธาน + กริยาแสดงการเปลี่ยนแปลง รูปแบบนี้ใช้บอกแนวโน้มทั่วไปอย่างกระชับ แต่ตัวรูปแบบเองเพียงบอกว่าการเปลี่ยนแปลงสัมพันธ์กันอย่างไร ไม่ได้พิสูจน์โดยอัตโนมัติว่าการเปลี่ยนแปลงหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกการเปลี่ยนแปลงหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมแนวโน้มทั่วไปให้สมบูรณ์โดยใช้ as + temperature + rise: ____, the metal expands.
ดูคำตอบ
As temperature rises
This is due to Earth's gravitational pull on the air molecules in the atmosphere.
0:22นี่เป็นผลจากแรงโน้มถ่วงของโลกที่กระทำต่อโมเลกุลอากาศในชั้นบรรยากาศ
The closer ..., the stronger ...: คำเปรียบเทียบขั้นกว่าที่ใช้เป็นคู่
ประโยคนี้ใช้รูปแบบเปรียบเทียบแบบคู่ the + comparative, the + comparative ซึ่งหมายความว่าการเปลี่ยนแปลงในมาตรวัดหนึ่งสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงในอีกมาตรวัดหนึ่ง กล่าวคือ เมื่อโมเลกุลอยู่ใกล้พื้นผิวโลกมากขึ้น แรงที่กระทำต่อโมเลกุลก็จะมากขึ้น อนุประโยคแรกถูกย่อให้กระชับ: the closer to the Earth's surface แฝงความหมายของ the closer the molecules are to the Earth's surface คำว่า the หน้า closer และ the หน้า stronger ทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายคู่กัน ส่วน the หน้า Earth's surface และ force เป็นคำนำหน้านามตามปกติ
แบบฝึกหัด
ใช้ close และ fast ในรูปแบบเปรียบเทียบแบบคู่: ____ the deadline gets, ____ the team works.
ดูคำตอบ
The closer · the faster
the plane would depressurize in less than 0.5 seconds.
0:31เครื่องบินจะสูญเสียความดันภายในเวลาไม่ถึง 0.5 วินาที
เงื่อนไขสมมติ If the door were opened ... would depressurize
ประโยคนี้ใช้เงื่อนไขสมมติ โดยมีโครงสร้าง If + รูปอดีต ตามด้วย would + กริยารูปพื้นฐาน การเปิดประตูถูกนำเสนอเป็นกรณีที่สมมติขึ้นพร้อมผลลัพธ์ ไม่ใช่การรายงานว่าเหตุการณ์กำลังเกิดขึ้น ใน were opened ประตูเป็นฝ่ายรับการกระทำ ดังนั้นอนุประโยคจึงเป็นรูปถูกกระทำ หมายความว่าใครบางคนหรือบางสิ่งจะเปิดประตู were ยังแสดงรูปสมมติในที่นี้ ส่วน would depressurize บอกผลลัพธ์ที่สมมติขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค if แบบสมมติในรูปถูกกระทำ และใช้ would เพื่อบอกผลลัพธ์
- If the package is dropped, the glass inside will break.
- If the package were dropped, the glass inside would break.
- If someone dropped the package, the glass inside would break.
ดูคำตอบ
If the package were dropped, the glass inside would break.
you and any loose objects would immediately be ejected
0:37ทั้งตัวคุณและสิ่งของที่ไม่ได้ยึดไว้จะถูกเหวี่ยงออกจากเครื่องทันที
Unless: เงื่อนไขเชิงปฏิเสธ
Unless ใช้นำหน้าเงื่อนไขเชิงปฏิเสธ Unless your seat belt is fastened หมายถึง if your seat belt is not fastened หรือ “หากไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย” คำว่า unless มีความหมายเชิงปฏิเสธอยู่แล้ว ขณะที่ is fastened ยังคงเป็นรูปบอกเล่า โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อจำเป็นต้องทำตามเงื่อนไขหนึ่งเพื่อป้องกันผลลัพธ์บางอย่าง
แบบฝึกหัด
เติมคำหนึ่งคำที่หมายถึง “หากคุณไม่...” เพื่อทำให้คำเตือนสมบูรณ์: ____ you wear a helmet, you cannot enter the track.
ดูคำตอบ
Unless
given the possibility of the entire plane breaking apart. โน้ต
0:44เพราะมีความเป็นไปได้ที่เครื่องบินทั้งลำจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ
given the possibility of: บอกเหตุผลรองรับการประเมิน
ในประโยคนี้ given หมายถึง “เมื่อพิจารณาถึง” ไม่ใช่ “ถูกมอบให้” วลีนี้นำเสนอความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น—เครื่องบินทั้งลำแตกออกเป็นชิ้น ๆ—เป็นเหตุผลรองรับการประเมินว่าโอกาสรอดชีวิตต่ำมาก โครงสร้าง given the possibility of + คำนามหรือรูป -ing ใช้อธิบายว่าเหตุใดข้อสรุปจึงสมเหตุสมผล โดยไม่กล่าวว่าเหตุการณ์ที่เป็นไปได้นั้นจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่หมายถึง “เมื่อพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของ”: ____ icy roads, the school delayed its opening.
ดูคำตอบ
Given the possibility of
breaking apart: สูญเสียความเป็นโครงสร้างเดียวกัน
Break apart หมายถึงการสูญเสียความเป็นชิ้นเดียวกันเพราะแยกออกเป็นชิ้นหรือส่วนต่าง ๆ ในที่นี้ the entire plane คือสิ่งที่อาจแยกออก ดังนั้น breaking apart จึงเป็นการใช้แบบอกรรมกริยาและไม่มีกรรมตรง รูป -ing คือ breaking อยู่หลังคำบุพบท of ในวลีที่ใหญ่กว่าอย่าง the possibility of the entire plane breaking apart คำกริยานี้ยังใช้บรรยายการสิ้นสุดของความเป็นหนึ่งเดียวที่ไม่ใช่ทางกายภาพได้ เช่น a group breaking apart
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ break apart แบบอกรรมกริยาเพื่อสื่อว่าประธานแยกออกเป็นชิ้นส่วนด้วยตัวเอง?
- The crew broke the raft apart for storage.
- The engine broke down during the trip.
- The old raft broke apart in the waves.
ดูคำตอบ
The old raft broke apart in the waves.
Because the air is substantially thinner at high altitudes,
0:47เนื่องจากอากาศเบาบางลงมากเมื่ออยู่บนที่สูง
A gradual decompression in the cabin will cause the oxygen mask to drop from above, ไวยากรณ์
0:52การลดความดันในห้องโดยสารอย่างค่อยเป็นค่อยไปจะทำให้หน้ากากออกซิเจนตกลงมาจากด้านบน
cause the oxygen mask to drop: cause + กรรม + to-infinitive
ในโครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive คำว่า cause ใช้ระบุเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดผล กรรมระบุสิ่งที่ได้รับผลกระทบ และ to-infinitive ระบุการกระทำที่เกิดขึ้นกับสิ่งนั้นต่อมา ในประโยคนี้ gradual decompression คือสาเหตุ the oxygen mask คือกรรมที่ได้รับผลกระทบ และ to drop คือการกระทำที่เป็นผลตามมา drop ในที่นี้เป็นอกรรมกริยา หมายถึงหน้ากากตกลงมาจากด้านบน ไม่ได้หมายความว่าผู้โดยสารทำหน้ากากตกหรือทิ้งหน้ากาก โครงสร้างนี้เหมาะสำหรับใช้อธิบายกลไก ความขัดข้อง และกระบวนการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย cause + กรรม + to-infinitive: A pressure change can ____.
ดูคำตอบ
cause the safety valve to open
and on average you have 18 seconds to put the mask on before hypoxia kicks in. โน้ต
0:56และโดยเฉลี่ยแล้ว คุณมีเวลา 18 วินาทีในการสวมหน้ากากก่อนจะเกิดภาวะพร่องออกซิเจน
on average: ระบุว่าตัวเลขเป็นค่าเฉลี่ย
on average ใช้ระบุว่าตัวเลขหนึ่งเป็นค่าเฉลี่ยทางสถิติจากหลายกรณี ในที่นี้ 18 วินาทีเป็นการสรุประยะเวลาที่ใช้การได้ซึ่งแตกต่างกันไป ไม่ได้รับประกันว่าทุกคนจะมีเวลาเท่ากับ 18 วินาทีพอดี เมื่อวางไว้ต้นประโยค on average จะกำหนดกรอบให้ข้อความทั้งหมดที่ตามมา ใช้เพื่อบอกว่าข้อมูลเชิงตัวเลขเป็นค่าเฉลี่ยเมื่อผลลัพธ์ของแต่ละกรณีอาจแตกต่างกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่ระบุว่า 30 นาทีเป็นค่าเฉลี่ยของการเดินทางหลายครั้ง: ____, the trip takes 30 minutes.
ดูคำตอบ
On average
put ... on: กริยาวลีที่แยกคำได้
Put on เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ หมายถึงการนำเสื้อผ้าหรืออุปกรณ์มาสวมบนร่างกายเพื่อให้อยู่ในสภาพที่กำลังสวมสิ่งนั้น ในที่นี้หมายถึงการสวมหน้ากากออกซิเจนให้เข้าที่ เมื่อกรรมเป็นคำนาม ทั้ง put the mask on และ put on the mask ถูกต้องตามไวยากรณ์ แต่เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างสองส่วนเป็น put it on ไม่ใช่ put on it ดังนั้น on ในประโยคนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของกริยา ไม่ใช่คำบุพบทบอกสถานที่
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งให้สมบูรณ์โดยใช้ put on และคำสรรพนาม it: Your helmet is beside you. Please ____ before the ride starts.
ดูคำตอบ
put it on
kicks in: เมื่อผลบางอย่างเริ่มเกิดขึ้น
ใน kick in คำ in ประกอบกับ kick เป็นกริยาวลีอกรรมที่หมายถึงเริ่มทำงาน เริ่มมีผลบังคับใช้ หรือเริ่มก่อให้เกิดผลที่สังเกตได้ ในประโยคนี้ hypoxia kicks in หมายถึงภาวะขาดออกซิเจนและผลกระทบของมันเริ่มเกิดขึ้นหลังจากเวลาที่มีอยู่ผ่านไป ประธานคือสิ่ง สภาวะ กฎ หรือผลกระทบที่เริ่มทำงาน และ kick in ในความหมายนี้ไม่มีกรรมตามหลัง ไม่ได้หมายถึงการเตะจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่หมายถึง “เริ่มออกฤทธิ์”: The anesthetic usually ____ after a few minutes.
ดูคำตอบ
kicks in
leading to: การนำเสนอผลลัพธ์
ในประโยคนี้ leading to หมายถึง “ส่งผลให้” หรือ “นำไปสู่” โดยเชื่อมลำดับอาการและการหมดสติที่กล่าวมาก่อนหน้ากับผลลัพธ์สุดท้าย คือการเสียชีวิต รูป -ing ของ leading ใช้เติมวลีที่บอกผลลัพธ์ต่อจากอนุประโยคก่อนหน้า รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ อนุประโยค, leading to + นามวลี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย lead to ในรูป present participle: The damaged cable sparked, ____ a small fire.
ดูคำตอบ
leading to
The oxygen reserves on the plane would last for only 10 minutes,
1:09ออกซิเจนสำรองบนเครื่องบินจะใช้ได้นานเพียง 10 นาที
enough for the pilot to descend rapidly to 8,000 to 10,000 ft ไวยากรณ์
1:12ซึ่งนานพอให้นักบินลดระดับอย่างรวดเร็วลงมาที่ 8,000 ถึง 10,000 ฟุต
enough for ... to descend: โครงสร้าง enough for someone to do
ในที่นี้ enough for the pilot to descend หมายถึงปริมาณออกซิเจนที่มีอยู่ให้เวลาเพียงพอแก่นักบินในการลดระดับ for the pilot ระบุผู้ที่ทำกริยา descend ไม่ได้บอกว่าการลดระดับใช้เวลานานเท่าใด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ enough + (คำนาม) + for + บุคคล + to-infinitive คำนามอาจปรากฏ เช่น enough time for us to leave หรืออาจละได้เมื่อชัดเจนอยู่แล้วว่าสิ่งใดมีเพียงพอ
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง enough ... for ... to เติมประโยคให้สมบูรณ์: There is ____ the technician ____ repair the server before noon.
ดูคำตอบ
enough time for · to
Freaked out ใน Freaked out yet?
Freaked out หมายถึงรู้สึกกลัวมาก ตื่นตระหนก หรือถูกความกังวลถาโถมจนรับมือไม่ไหว ในที่นี้ freaked เป็นรูป past participle ของ freak out และใช้บอกสภาพที่ผู้ฟังตกอยู่หลังเกิดปฏิกิริยานั้น Freaked out yet? เป็นคำถามแบบละคำที่ใช้ในภาษาพูด รูปเต็มคือ Are you freaked out yet? โดยละ Are you ไว้ ส่วน yet ใช้ถามว่าจนถึงตอนนี้เกิดสภาพนั้นขึ้นแล้วหรือยัง มักใช้หลังจากสิ่งที่ค่อย ๆ สร้างความกลัวหรือความตึงเครียด
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ คำถามแบบย่อ Freaked out yet? หมายความว่าอย่างไร?
- ถามว่าจนถึงตอนนี้ผู้ฟังกลัวมากหรือตื่นตระหนกแล้วหรือยัง
- ถามว่าผู้ฟังไปทำให้คนอื่นกลัวหรือไม่
- ถามว่าผู้ฟังเพียงแค่กังวลเล็กน้อยหรือไม่
ดูคำตอบ
ถามว่าจนถึงตอนนี้ผู้ฟังกลัวมากหรือตื่นตระหนกแล้วหรือยัง
the chances of the door opening are so small ไวยากรณ์
1:22โอกาสที่ประตูเครื่องบินจะเปิดออกนั้นน้อยมาก
โครงสร้าง the chances of the door opening are so small
the chances of the door opening เป็นนามวลีที่ระบุความเป็นไปได้ซึ่งกำลังถูกประเมิน ในโครงสร้าง the chances of + เหตุการณ์ที่แสดงด้วยรูป -ing + are + คำบอกระดับความเป็นไปได้ รูป -ing หลัง of ทำให้เหตุการณ์นั้นกลายเป็นหัวข้อที่นำมาพูดถึง จึงใช้ opening ไม่ใช่รูปพื้นฐาน open ในที่นี้ opening บอกสิ่งที่ประตูอาจทำ ส่วน so small หมายถึงมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก แม้ว่าวลีเหตุการณ์ที่อยู่ใกล้ are จะลงท้ายด้วย opening แต่คำนามหลักพหูพจน์ chances เป็นตัวกำหนดให้ใช้ are
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง the chances of + เหตุการณ์ในรูป -ing เติมประโยคด้วย 'the chances of' และรูปที่ถูกต้องของ 'fail': ____ the backup system ____ during the test are very small.
ดูคำตอบ
The chances of · failing
Pressure exerted on: ส่วนขยายรูปถูกกระทำแบบย่อ
ใน “pressure exerted on every square inch” คำว่า exerted on ทำหน้าที่ขยาย pressure โดยเป็นอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำแบบย่อ ซึ่งมีรูปเต็มว่า “pressure that is exerted on every square inch” วลีนี้หมายถึงแรงดันที่ถูกกระทำต่อหรือกำลังกระทำต่อพื้นผิวหรือบริเวณหนึ่ง โดยไม่ได้ระบุแหล่งที่มาของแรง และ exerted ไม่ได้หมายความว่าเครื่องบินกำลังออกกำลังกาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำแบบย่อของ exert pressure on: The engineers measured the pressure ____ the glass panel.
ดูคำตอบ
exerted on
there's more pressure inside the cabin than outside. ไวยากรณ์
1:29ความดันภายในห้องโดยสารสูงกว่าภายนอก
There’s more ... inside ... than outside: การเปรียบเทียบแบบละคำ
ประโยคนี้ใช้ more + คำนาม + than เพื่อเปรียบเทียบปริมาณแรงดันในสองตำแหน่ง คือภายในห้องโดยสารและภายนอกห้องโดยสาร หลัง than คำว่า outside ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์บอกสถานที่โดยใช้เพียงลำพัง คำว่า the cabin ที่ซ้ำกันเป็นที่เข้าใจได้จากบริบทจึงถูกละไว้ ดังนั้น than outside จึงหมายถึง “than there is outside the cabin” การละแบบนี้ทำให้การเปรียบเทียบกระชับเมื่อส่วนที่ละไว้มีความหมายชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมการเปรียบเทียบด้วย than และกริยาวิเศษณ์บอกสถานที่ที่มีความหมายตรงข้ามกับ inside โดยไม่กล่าว the building ซ้ำ: The gauge showed more pressure inside the building ____.
ดูคำตอบ
than outside
the main door measures 4,288 square inches, การใช้คำ
1:35ประตูหลักของเครื่องมีพื้นที่ 4,288 ตารางนิ้ว
การใช้ Using ... as an example เพื่อยกกรณีเฉพาะ
วลีเปิดประโยคหมายถึง “ถ้าเราใช้แอร์บัส A380 เป็นกรณีตัวอย่างที่เป็นตัวแทน” วลีนี้บอกผู้ฟังว่าตัวเลขที่แน่นอนซึ่งตามมามาจากกรณีที่เป็นรูปธรรมหนึ่งกรณี ทำให้คำอธิบายเปลี่ยนจากเครื่องบินพาณิชย์โดยทั่วไปไปเป็นข้อมูลเฉพาะของ A380 ในที่นี้ using แสดงทางเลือกในการวิเคราะห์ของผู้พูด ไม่ได้หมายถึงการกระทำของเครื่องบิน ในงานเขียนที่รอบคอบควรระบุให้ชัดว่าใครเป็นผู้ใช้ตัวอย่าง เช่น “Using the Airbus A380 as an example, we can calculate ...”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Using ... as an example ได้ถูกต้อง และมีประธานทางความหมายของวลีเปิดประโยคที่ชัดเจน
- Using this school as an example, we can see how recycling reduces waste.
- Using this school as an example, less waste is produced.
- Using this school as an example, the recycling bins are blue.
ดูคำตอบ
Using this school as an example, we can see how recycling reduces waste.
measures 4,288 square inches: การบอกขนาดของสิ่งของ
ในที่นี้ measures หมายถึง “มีพื้นที่เท่ากับ” the main door คือสิ่งของที่กำลังอธิบาย และ 4,288 square inches คือผลการวัด แม้ measure จะใช้เรียกการกระทำที่ตรวจวัดขนาดได้ด้วย แต่ประโยคนี้กำลังบอกข้อมูลจำเพาะ ไม่ได้บรรยายว่ามีใครกำลังวัดประตู ในโครงสร้างนี้ ให้วางสิ่งของไว้หน้า measures และวางตัวเลขพร้อมหน่วยไว้ข้างหลัง เป็นโครงสร้าง “สิ่งของ + measures + ผลการวัด” ไม่ต้องเติม is หน้า measures
แบบฝึกหัด
ใช้ measures เพื่อบอกขนาด: The screen ____ 27 inches diagonally.
ดูคำตอบ
measures
meaning + อนุประโยคบอกผล: เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นข้อสรุป
ในที่นี้ meaning ใช้นำเสนอข้อสรุปในทางปฏิบัติที่ได้จากการคำนวณก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงการบอกคำนิยามของคำ แต่ข้อมูลก่อนหน้านำไปสู่ข้อสรุปว่าต้องใช้แรง 38,592 ปอนด์ ในทางไวยากรณ์ meaning นำอนุประโยคเสริมรูป -ing ที่เชื่อมกับข้อความก่อนหน้า กลุ่มคำนาม 38,592 lb of force เป็นประธานของ would be required ดังนั้นรูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ ข้อเท็จจริงก่อนหน้า, meaning + อนุประโยคบอกผล รูปแบบนี้เปลี่ยนตัวเลขหรือค่าที่วัดได้ให้เป็นผลที่เกิดขึ้นจริง
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing ของ mean เติมประโยคให้สมบูรณ์เพื่อนำเสนอผลของอนุประโยคแรก: The road is flooded, ____ the village will remain cut off until morning.
ดูคำตอบ
meaning
would be required to: ความจำเป็นรูปถูกกระทำแบบมีเงื่อนไข
ในประโยคนี้ would be required to แสดงเงื่อนไขที่จำเป็นในการคำนวณแบบสมมุติ กล่าวคือ ต้องมีแรงขนาดนั้นก่อนที่ประตูจะเริ่มเปิดได้แม้แต่น้อย Would ทำให้ความจำเป็นนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่สมมุติขึ้น แทนที่จะบอกว่าเป็นกฎที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน โครงสร้างคือ would + be + required + to-infinitive เนื่องจาก required อยู่ในรูปถูกกระทำ จุดเน้นจึงอยู่ที่สิ่งซึ่งจำเป็นอย่างเป็นกลาง ไม่ใช่บุคคลที่ออกคำสั่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอข้อกำหนดว่าเป็นสิ่งที่มีเงื่อนไข แทนที่จะมีผลบังคับใช้อยู่แล้ว
- Under the current code, each support is required to carry the stated load.
- The inspector required each support to pass the test.
- Under the proposed redesign, each support would be required to carry twice the current load.
ดูคำตอบ
Under the proposed redesign, each support would be required to carry twice the current load.
this would be equivalent of you trying to move three African bush elephants, ไวยากรณ์
1:45ก็เหมือนกับการที่คุณพยายามขยับช้างสะวันนาแอฟริกาสามตัว
equivalent of you trying: ให้ใช้ equivalent to
ถ้อยคำ equivalent of you trying ต้องการสื่อว่าความพยายามอย่างหนึ่งมีระดับเท่ากับอีกอย่างหนึ่ง แม้จะเข้าใจความหมายได้ แต่บุพบทที่ใช้ไม่ตรงกับโครงสร้างปกติเมื่อ equivalent ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ หลัง be equivalent ภาษาอังกฤษมาตรฐานใช้ to: this would be equivalent to you trying to move.... โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ be equivalent to + นามวลีหรืออนุประโยค -ing หาก equivalent ทำหน้าที่เป็นคำนาม ให้ใช้ the equivalent of
แบบฝึกหัด
เติมบุพบทมาตรฐานที่ตามหลัง equivalent ซึ่งทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์: Moving this safe would be equivalent ____ lifting a small car.
ดูคำตอบ
to
To compare, ในฐานะคำเปลี่ยนเข้าสู่ภาพเปรียบเทียบที่เป็นรูปธรรม
To compare, ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะอธิบายปริมาณหรือความยากเดิมอีกครั้งด้วยมาตราส่วนที่คุ้นเคยกว่า ภาพของช้างไม่ได้เพิ่มข้อเท็จจริงอีกเรื่องหนึ่ง แต่ช่วยให้จินตนาการถึงแรงที่ต้องใช้ได้ง่ายขึ้น ในฐานะคำเปลี่ยนที่จัดระเบียบข้อมูล วลีนี้บอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปสัมพันธ์กับข้อความก่อนหน้าอย่างไร กล่าวคือให้เข้าใจภาพใหม่นี้เป็นการเปรียบเทียบหรือเกณฑ์อ้างอิงของสิ่งที่เพิ่งอธิบายไป
แบบฝึกหัด
To compare, แสดงความสัมพันธ์แบบใดในประโยคนี้?
- ผู้พูดกำลังถอนค่าที่วัดไว้ก่อนหน้า
- ผู้พูดกำลังเพิ่มข้อเท็จจริงเกี่ยวกับช้างที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ภาพถัดไปอธิบายแรงเดิมอีกครั้งด้วยมาตราส่วนที่เป็นรูปธรรมกว่า
ดูคำตอบ
ภาพถัดไปอธิบายแรงเดิมอีกครั้งด้วยมาตราส่วนที่เป็นรูปธรรมกว่า
the largest land mammals on Earth ในฐานะส่วนขยายแบบ appositive
ในประโยคนี้ นามวลี “the largest land mammals on Earth” เป็นส่วนขยายแบบ appositive โดยกล่าวถึง “three African bush elephants” อีกครั้งด้วยคำอื่น และเพิ่มข้อมูลที่บอกว่าสัตว์เหล่านั้นคืออะไร เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่านี่เป็นข้อมูลเสริมภายในประโยคเดียวกัน ไม่ใช่สัตว์อีกกลุ่มหนึ่งหรืออนุประโยคใหม่ โครงสร้าง ‘คำนาม, นามวลีอธิบาย’ ช่วยเพิ่มคำจำกัดความสั้น ๆ โดยไม่ขัดจังหวะประโยคหลัก จึงพบได้บ่อยในงานเขียนวิทยาศาสตร์และข่าว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำระหว่างเครื่องหมายจุลภาคเป็น appositive เพื่ออธิบายคำนามที่อยู่ข้างหน้า
- Mae Jemison, the first Black woman in space, is an engineer and physician.
- Mae Jemison traveled to space, where she conducted experiments.
- Mae Jemison spoke, but the audience still had questions.
ดูคำตอบ
Mae Jemison, the first Black woman in space, is an engineer and physician.
plane doors are almost always electronically locked by the pilot
1:52ประตูเครื่องบินแทบทุกบานยังถูกนักบินล็อกด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
through functions accessible only from inside the cockpit.
1:55ผ่านฟังก์ชันที่เข้าถึงได้จากภายในห้องนักบินเท่านั้น
ease your worries: ทำให้ความกังวลเบาลง
ใน “to ease your worries” คำว่า ease หมายถึงทำให้ความกังวลเบาลงหรือรบกวนใจน้อยลง ไม่ได้เป็นการรับรองว่าความกังวลหรือความเสี่ยงทั้งหมดจะหายไป โครงสร้างคือ ease + รูปแสดงความเป็นเจ้าของของบุคคล + worries ส่วน infinitive ที่มี to บอกจุดประสงค์ของสิ่งที่ผู้พูดกำลังจะพูดหรือทำ ซึ่งก็คือช่วยให้ผู้ฟังกังวลน้อยลง
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาเป้าหมายที่หมายถึง “ทำให้ความกังวลเบาลง แต่ไม่จำเป็นต้องกำจัดให้หมด” ลงในประโยค: The nurse explained each step to ____ my worries.
ดูคำตอบ
ease
it would also be nearly impossible for someone to punch and break through an airplane window. โน้ต
2:00แทบเป็นไปไม่ได้เช่นกันที่ใครสักคนจะชกหน้าต่างเครื่องบินจนแตกทะลุ
nearly impossible for someone to: แทบเป็นไปไม่ได้ที่ใครคนหนึ่งจะทำ
ใน nearly impossible for someone to คำว่า nearly ขยายความหมายของ impossible โดยบอกว่างานนั้นมีโอกาสสำเร็จน้อยมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง วลีนี้ใช้ประเมินว่าการกระทำหนึ่งยากมากสำหรับคนใดคนหนึ่งหรือคนประเภทหนึ่ง โครงสร้างคือ adjective + for + person + to + verb ในที่นี้ for someone ใช้ระบุคนที่จะเป็นผู้ทำการกระทำนั้น ไม่ได้หมายถึง “ทำเพื่อประโยชน์ของใครบางคน” โครงสร้างนี้จึงบอกทั้งการประเมินและผู้กระทำ
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่เติมประโยคภาษาอังกฤษต่อไปนี้ได้ถูกต้อง: With one hand injured, it was ___ open the jar。
- nearly impossible for her to
- nearly impossible to her
- nearly impossible for her
ดูคำตอบ
nearly impossible for her to
break through: ฝ่าหรือทะลุสิ่งกีดขวาง
Break through หมายถึงฝ่าหรือเจาะผ่านสิ่งกีดขวางด้วยแรงจนไปถึงอีกด้านหนึ่ง ในประโยคนี้ หน้าต่างเครื่องบินคือสิ่งกีดขวาง ส่วนการชกคือวิธีที่พยายามใช้ break through บอกผลลัพธ์ของการทำให้เกิดช่องหรือเจาะทะลุหน้าต่าง ไม่ใช่เพียงทำให้หน้าต่างเสียหาย วลีนี้ยังใช้กับสิ่งกีดขวางที่เป็นนามธรรมได้ เช่น ระบบรักษาความปลอดภัยหรือปัญหาที่ยาก คำว่า through ยังคงสื่อถึงการเอาชนะความต้านทานและผ่านพ้นสิ่งกีดขวาง
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่เหมาะสมที่สุดเพื่อเติมประโยคภาษาอังกฤษต่อไปนี้: The firefighters worked for an hour to ___ the locked gate。
- break into
- break through
- break up
ดูคำตอบ
break through
up to six layers: การแสดงจำนวนสูงสุด
ใน up to six layers คำว่า up to กำหนดให้ six เป็นจำนวนสูงสุด หน้าต่างอาจมีหนึ่งชั้น สองชั้น หรือจำนวนชั้นอื่นใดที่ไม่เกินหกชั้น ประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกบานต้องมีหกชั้นเสมอ โครงสร้าง up to + ตัวเลข มักใช้บอกขีดจำกัดสูงสุดในข้อมูลจำเพาะ ความจุ ราคา และจำนวนที่อนุญาต ให้เข้าใจตัวเลขนั้นว่าเป็นเพดาน ไม่ใช่จำนวนตายตัว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่กำหนดให้สี่เป็นจำนวนสูงสุด: The pass lets ____ four people enter.
ดูคำตอบ
up to
these windows are almost always rounded to decrease drag while in flight, การใช้คำ
2:11หน้าต่างเหล่านี้แทบทุกบานมีรูปทรงโค้งมนเพื่อลดแรงต้านขณะบิน
drag: แรงต้านอากาศขณะบิน
ในที่นี้ drag เป็นคำนามที่หมายถึงแรงของอากาศซึ่งต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุที่เคลื่อนผ่านอากาศ การทำให้หน้าต่างมีรูปทรงโค้งมนช่วยลดแรงต้านนี้ขณะที่เครื่องบินกำลังบิน ในบริบทการบินและวิศวกรรม drag มักใช้ร่วมกับคำกริยาอย่าง decrease, reduce, increase และ create ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงการลากสิ่งของ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “A smooth shape helps decrease drag while the plane is moving,” คำว่า drag หมายถึงอะไร?
- น้ำหนักของหน้าต่างเครื่องบิน
- แรงต้านอากาศที่ขัดขวางการเคลื่อนที่ของเครื่องบิน
- การลากเครื่องบินไปตามพื้น
ดูคำตอบ
แรงต้านอากาศที่ขัดขวางการเคลื่อนที่ของเครื่องบิน
thereby preventing cracks and decompression. ลำดับความ
2:15จึงช่วยป้องกันการแตกร้าวและการสูญเสียความดัน
thereby preventing: เชื่อมมาตรการเข้ากับผลลัพธ์
“thereby preventing” เป็นโครงสร้างเชื่อมผลลัพธ์ thereby ย้อนอ้างถึงการออกแบบที่กล่าวมาก่อนหน้า คือการทำหน้าต่างให้โค้งมนเพื่อลดแรงต้าน ส่วน preventing ระบุผลที่เกิดจากการออกแบบนั้น คือการป้องกันรอยร้าวและการสูญเสียความดัน ไม่ใช่การกระทำอีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นภายหลังอย่างเป็นอิสระ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ clause, thereby + -ing ซึ่งเชื่อมผลลัพธ์เข้ากับกระบวนการหรือมาตรการก่อนหน้าโดยตรง โดยไม่ต้องเริ่มอนุประโยคใหม่ที่มีประธานและกริยาแท้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์ด้วยคำเชื่อมผลลัพธ์แบบเป็นทางการจากบทเรียนและรูป -ing ของ prevent: The guardrail absorbs the impact, ____ passengers from being thrown forward.
ดูคำตอบ
thereby preventing
You're more likely to die in a car than during aviation ไวยากรณ์
2:17คุณมีโอกาสเสียชีวิตจากการเดินทางด้วยรถยนต์มากกว่าการเดินทางทางอากาศ
You're more likely to ... than ...: เปรียบเทียบความน่าจะเป็น
“You're more likely to die in a car than during aviation” เปรียบเทียบความน่าจะเป็นเชิงสัมพัทธ์ รูปแบบ be more likely to + verb + than + comparison หมายความว่าเหตุการณ์แรกมีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่าเหตุการณ์ที่สอง แต่ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ในที่นี้ than นำเข้าสิ่งเปรียบเทียบที่มีความน่าจะเป็นต่ำกว่า เมื่อสร้างประโยคใหม่อย่างรอบคอบ ควรทำให้ทั้งสองด้านมีโครงสร้างขนานกัน เช่น more likely to die in a car accident than in an aviation accident.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบเปรียบเทียบความน่าจะเป็น: A careful driver is ____ avoid an accident ____ a distracted driver.
ดูคำตอบ
more likely to · than
compared to 1 in 9,821 for air travel related accidents.
2:23เทียบกับ 1 ใน 9,821 สำหรับอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางทางอากาศ
การเปรียบเทียบความเสี่ยงด้วย with a 1 in 114 chance ... compared to 1 in 9,821
With a 1 in 114 chance แสดงความถี่ว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นประมาณหนึ่งครั้งในทุก 114 โอกาสที่เปรียบเทียบกันได้ ส่วน compared to 1 in 9,821 นำตัวเลขที่สองมาอยู่บนมาตราส่วน “หนึ่งใน N” เดียวกัน จึงเปรียบเทียบความเสี่ยงได้โดยตรง ในมาตราส่วนนี้ ตัวส่วนที่มากกว่าหมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากกว่า ดังนั้น ประโยคนี้จึงแสดงว่าอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์เกิดบ่อยกว่าอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางทางอากาศมาก ตัวเลข 9,821 ไม่ได้หมายถึงความเสี่ยงที่สูงกว่า
แบบฝึกหัด
ในการเปรียบเทียบ “a 1 in 50 chance, compared to 1 in 500” เหตุการณ์ใดเกิดบ่อยกว่า?
- เหตุการณ์ที่มี a 1 in 50 chance
- เหตุการณ์ที่มี a 1 in 500 chance
- ทั้งสองเหตุการณ์เกิดบ่อยเท่ากัน
ดูคำตอบ
เหตุการณ์ที่มี a 1 in 50 chance
fasten your seat belts: คาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อย
Fasten your seat belts เป็นประโยคคำสั่งที่บอกให้ผู้ฟังยึดเข็มขัดให้แน่นด้วยการปิดหัวเข็มขัดและปรับตามความจำเป็น Fasten หมายถึงทำให้สิ่งหนึ่งยึดติดหรือปิดสนิท ดังนั้นคำสั่งนี้จึงกำหนดให้ล็อกเข็มขัดจริง ๆ ไม่ใช่เพียงวางพาดไว้บนตัว คำพหูพจน์ seat belts และคำว่า your ใช้พูดกับคนหลายคน หากพูดกับคนคนเดียว รูปที่ใช้โดยทั่วไปคือ Fasten your seat belt
แบบฝึกหัด
เติมคำแนะนำด้านความปลอดภัยมาตรฐานให้สมบูรณ์ด้วยคำกริยาเป้าหมายที่ขึ้นต้นด้วย f: Please ____ your seat belt before the car moves.
ดูคำตอบ
fasten
above all: ประเด็นที่มีความสำคัญสูงสุด
Above all ใช้เกริ่นประเด็นที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังมองว่าสำคัญที่สุด ในที่นี้ หลังจากคำแนะนำที่ใช้ได้จริงเกี่ยวกับการเดินทางด้วยเครื่องบิน ผู้พูดใช้คำนี้เพื่อทำให้ enjoy the flight เป็นสารสุดท้ายที่มีความสำคัญสูงสุด ในฐานะคำเชื่อมเชิงวาทกรรม คำนี้จัดให้แนวคิดหนึ่งสำคัญกว่าแนวคิดอื่นและช่วยปิดท้ายรายการคำแนะนำ ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมเชิงวาทกรรมภาษาอังกฤษสองคำที่ทำให้ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด: We want the event to be fun, but ____, it must be safe.
ดูคำตอบ
above all
because we make new science videos every Thursday.
2:35เพราะเราทำวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ทุกวันพฤหัสบดี
And click the bell because apparently it does something. น้ำเสียง/เจตนา
2:38และกดไอคอนกระดิ่งด้วย เพราะดูเหมือนว่ามันจะทำอะไรได้สักอย่าง
apparently it does something: การเว้นระยะและมุกหน้าตาย
Apparently นำเสนอคำกล่าวอ้างว่าเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจริงจากข้อมูลที่มีหรือจากสิ่งที่คนอื่นพูด แทนที่จะเป็นสิ่งที่ผู้พูดยืนยันอย่างหนักแน่น เมื่อนำไปใช้กับ it does something ซึ่งจงใจพูดอย่างคลุมเครือ ก็ยิ่งเพิ่มระยะห่างจากคำกล่าวอ้างนั้น ในที่นี้ ผู้พูดรู้จักคำแนะนำทั่วไปที่ให้กดกระดิ่งแจ้งเตือน แต่แกล้งทำเป็นไม่แน่ใจอย่างขบขันว่ามันมีประโยชน์อย่างไร ประโยคนี้ฟังดูเป็นการล้อตัวเองและประชดเล็กน้อย ไม่ใช่คำอธิบายทางเทคนิคอย่างจริงจังหรือการบอกว่าไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'Apparently the shortcut saves time,' apparently แสดงท่าทีใดอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด?
- ผู้พูดมองว่าเป็นสิ่งที่ข้อมูลที่มีบ่งชี้ แต่ยังเว้นระยะห่างอยู่บ้าง
- ผู้พูดถามว่าทางลัดนั้นช่วยประหยัดเวลาหรือไม่
- ผู้พูดกล่าวว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบครบถ้วนแล้วโดยไม่มีข้อสงวน
ดูคำตอบ
ผู้พูดมองว่าเป็นสิ่งที่ข้อมูลที่มีบ่งชี้ แต่ยังเว้นระยะห่างอยู่บ้าง
that you can check out to satisfy your science needs.
2:42ให้คุณเลือกดูเพื่อเติมเต็มความอยากรู้ด้านวิทยาศาสตร์