สิ่งที่ฉันเรียนรู้จากการทำ Vlog มา 300 วัน (จนถึงตอนนี้): บทเรียนภาษาอังกฤษ

Life Of Riza

ความยากในการเรียน
1,250 คำ 199 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: หลังจากทำวล็อกมา 304 วัน ผู้สร้างได้ทบทวนบทเรียนสามข้อที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่ การทำงานให้เสร็จแทนที่จะไล่ตามความสมบูรณ์แบบ การมองการทดลองที่ล้มเหลวเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ และการสร้างสไตล์เฉพาะตัวด้วยการยอมรับความสนใจของตนเอง ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. would spend so long working on — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่า would ใช้บรรยายนิสัยที่เกิดซ้ำในอดีตได้ ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว รูปแบบนี้ช่วยเล่ากระบวนการสร้างสรรค์แบบเก่า เช่น การใช้เวลากับแต่ละโครงการนานเกินไปเป็นประจำ แล้วนำไปเปรียบเทียบกับวิธีทำงานที่รวดเร็วขึ้นในปัจจุบัน 2. successfully figured out what doesn't work, — กริยาวลี: เข้าใจ figure out ในความหมายของการค้นพบคำตอบผ่านประสบการณ์หรือการตรวจสอบ ในบริบทนี้วลีดังกล่าวช่วยปรับมุมมองต่อการทดลองที่ล้มเหลวให้กลายเป็นความรู้ที่มีค่า และใช้พูดถึงการทดสอบ อุปสรรค และบทเรียนจากการทบทวนโครงการได้อย่างเป็นธรรมชาติ 3. rediscovering who I am — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: ใช้ rediscover ตามด้วยอนุประโยคคำถามทางอ้อมเพื่อบรรยายการกลับมาทำความเข้าใจตัวตนของตนเอง รูปแบบนี้เหมาะกับเรื่องเล่าการเติบโตส่วนบุคคลที่พูดถึงการหวนคืนสู่รสนิยม คุณค่า แรงบันดาลใจ หรือเสียงสร้างสรรค์ที่เคยกดไว้เพื่อให้ผู้อื่นยอมรับ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Okay.

0:00

โอเค

Just under a year ago, การใช้คำ

0:03

เมื่อเกือบหนึ่งปีที่แล้ว

การใช้คำ

just under a year: น้อยกว่าหนึ่งปีเล็กน้อย

just under + ตัวเลขหรือปริมาณที่วัดได้ หมายถึงน้อยกว่าปริมาณนั้นเล็กน้อย ในที่นี้ just under a year บอกว่าเวลาเกือบครบหนึ่งปี แต่ยังไม่ถึงหนึ่งปีเต็ม ในสำนวนบอกปริมาณ under หมายถึงต่ำกว่าขีดจำกัด ไม่ได้หมายถึงอยู่ข้างใต้สิ่งใดในทางกายภาพ รูปแบบนี้ใช้บอกเวลา ราคา ระยะทาง อายุ หรือปริมาณอื่นที่วัดได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าการบรรยายใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งชั่วโมงเล็กน้อย

  1. The talk lasted just under an hour.
  2. The talk lasted exactly an hour.
  3. The talk lasted just over an hour.
ดูคำตอบ

The talk lasted just under an hour.

I decided that I wanted to start vlogging.

0:04

ฉันตัดสินใจว่าอยากเริ่มทำวิดีโอบล็อก

And while I am not a daily vlogger, ไวยากรณ์

0:07

และถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้เป็นคนที่ทำวิดีโอบล็อกทุกวัน

the past 10 months have been consumed with recording my life fairly consistently. วลี

0:09

แต่ช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาก็เต็มไปด้วยการบันทึกชีวิตของฉันอย่างค่อนข้างสม่ำเสมอ

ไวยากรณ์

while I am not ...: while ที่แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงก่อนกล่าวสิ่งที่ตัดกัน

ในประโยคนี้ while แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงหนึ่งก่อนกล่าวสิ่งที่ตัดกัน ไม่ได้แสดงความสัมพันธ์ด้านเวลา และมีความหมายเหมือน although การที่ผู้พูดไม่ใช่วล็อกเกอร์รายวันทำให้การบันทึกชีวิตอย่างสม่ำเสมอในข้อความถัดไปดูเหนือความคาดหมายเล็กน้อย หากต้องการแยกแยะการใช้นี้ ให้ดูความสัมพันธ์ทางเหตุผลระหว่างอนุประโยค ถ้าอนุประโยคหนึ่งยอมรับข้อเท็จจริง และอีกอนุประโยคเสนอข้อเท็จจริงที่ตัดกัน while จะทำหน้าที่เหมือน although ไม่ได้บอกว่าสองเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ while ในความหมายว่า although

  1. While I was making dinner, the phone rang.
  2. While the apartment is small, it feels bright and comfortable.
  3. Please wait here while I check the schedule.
ดูคำตอบ

While the apartment is small, it feels bright and comfortable.

วลี

have been consumed with: เวลาถูกใช้ไปแทบทั้งหมด

ในประโยคนี้ have been consumed with หมายความว่า การบันทึกชีวิตของผู้พูดใช้เวลาส่วนใหญ่อย่างมากในช่วงสิบเดือนที่ผ่านมา คำว่า consumed ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการกินหรือใช้สินค้าแบบตรงตัว โครงสร้าง be consumed with + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงความสนใจของคนคนหนึ่งหรือช่วงเวลาหนึ่งถูกบางสิ่ง占据แทบทั้งหมด Have been เป็นรูป present perfect แบบถูกกระทำ สอดคล้องกับประธานพหูพจน์ the past 10 months และเชื่อมช่วงเวลานั้นกับปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ be consumed with: Since January, his free time ____ training for the race.

ดูคำตอบ

has been consumed with

The whole experience so far has come with ups and downs สำนวน

0:15

ประสบการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้มีทั้งขึ้นและลง

สำนวน

has come with ups and downs: มีทั้งช่วงที่ดีและช่วงที่ยาก

ในประโยคนี้ has come with หมายความว่า ทั้งส่วนที่ดีและส่วนที่ยากได้เกิดควบคู่ไปกับประสบการณ์นั้น Ups and downs เป็นสำนวนเปรียบเทียบตายตัว หมายถึงช่วงเวลาที่ดีและยากซึ่งสลับกันไป ไม่ใช่การเคลื่อนที่ขึ้นลงจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X comes with Y ซึ่งแสดงว่า Y เป็นสิ่งที่รวมอยู่ใน X หรือเกี่ยวข้องกับ X โดยธรรมชาติ So far ใช้ร่วมกับ present perfect has come เพื่ออธิบายประสบการณ์ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ come with ups and downs: Starting at a new school ____.

ดูคำตอบ

comes with ups and downs

and adventures and learning curves. การใช้คำ

0:19

ทั้งการผจญภัยและเส้นทางแห่งการเรียนรู้

การใช้คำ

learning curves: ความยากและกระบวนการในการปรับตัว

learning curve หมายถึงเวลา ความพยายาม และความยากที่ต้องใช้กว่าจะคุ้นเคยกับสิ่งใหม่ ในประโยคนี้ใช้รูปพหูพจน์ learning curves เพราะผู้พูดกำลังรวมประสบการณ์การเรียนรู้และการปรับตัวหลายแบบเข้าด้วยกัน ในบทสนทนาทั่วไป วลีนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยบอกถึงกระบวนการเรียนรู้หรือความยากในการเรียนสิ่งหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงเส้นโค้งจริงบนกราฟ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึงกระบวนการและความยากในการเรียนรู้สิ่งใหม่: This professional camera has a steep ____.

ดูคำตอบ

learning curve

All that to say, ลำดับความ

0:21

ที่พูดมาทั้งหมดนั่นก็คือ

it's been loads of trial and error. วลี

0:22

มันเต็มไปด้วยการลองผิดลองถูกมากมาย

ลำดับความ

All that to say: รวบรวมรายละเอียดไปสู่ข้อสรุป

All that to say เป็นวลีเชื่อมในการสนทนาที่ใช้ปิดช่วงการเล่าข้อมูลพื้นหลังหรือรายละเอียด แล้วนำเข้าสู่ใจความสรุปหรือข้อสรุปหลักของผู้พูด ในประโยคนี้ all that ย้อนกลับไปถึงประสบการณ์ที่พูดไปแล้ว ส่วน to say นำเข้าสู่ประเด็นหลักว่ากระบวนการนี้มีการลองผิดลองถูกมาก ให้เข้าใจทั้งวลีว่า “หลังจากพูดทั้งหมดนั้นแล้ว ประเด็นของฉันคือ...” ไม่ใช่แปลทีละคำ

แบบฝึกหัด

ผู้พูดเพิ่งอธิบายปัญหาหลายข้อของแผนที่ซับซ้อน ประโยคใดรวบรวมรายละเอียดเหล่านั้นเพื่อนำเข้าสู่ข้อสรุปได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. By the way, I bought a new backpack.
  2. All that to say, we need a simpler plan.
  3. That said, the complicated plan has one important advantage.
ดูคำตอบ

All that to say, we need a simpler plan.

วลี

loads of trial and error: การลองและแก้ไขซ้ำหลายครั้ง

loads of เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “จำนวนมาก” ส่วน trial and error เป็นวลีตายตัวที่หมายถึงกระบวนการลองซ้ำ ๆ สังเกตว่าสิ่งใดใช้ไม่ได้ แล้วปรับแก้ ในที่นี้ trial หมายถึงการทดลองหรือการลอง ไม่ใช่การพิจารณาคดี วลีทั้งหมดเน้นว่าความสำเร็จเกิดขึ้นหลังจากผ่านการลองและการแก้ไขหลายครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีไม่เป็นทางการจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ: Getting the settings right took ____.

ดูคำตอบ

loads of trial and error

And we have two more months until my 1-year anniversary

0:24

และเรามีเวลาอีกสองเดือนจนกว่าจะถึงวันครบรอบ 1 ปี

since uploading my first ever episode of the vlog

0:27

นับตั้งแต่อัปโหลดวิดีโอบล็อกตอนแรกของฉัน

and when everything really started to change, honestly.

0:30

และตอนที่ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปจริงๆ บอกตามตรง

So, whether you are here for the journey ไวยากรณ์

0:32

ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะมาที่นี่เพื่อติดตามการเดินทาง

or curious about the process,

0:34

หรืออยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับขั้นตอนการทำ

ไวยากรณ์

whether ... or ...: รวมทั้งสองทางเลือกไว้ด้วยกัน

ในประโยคนี้ whether A or B รวมเหตุผลในการรับชมสองแบบเข้าด้วยกัน คือมาเพื่อติดตามเส้นทาง และมาเพราะอยากรู้เกี่ยวกับกระบวนการ ข้อความหลังเครื่องหมายจุลภาคใช้กับทั้งสองกรณี จึงมีความหมายว่าไม่ว่าเหตุผลใดจะเป็นจริงก็ตาม ส่วนที่สองละคำที่ซ้ำไว้ โดยเข้าใจเต็ม ๆ ได้ว่า or [you are] curious about the process ในที่นี้ whether ใช้เสนอทางเลือกหรือความเป็นไปได้ ไม่ได้ถามคำถามตรง ๆ ที่ต้องการคำตอบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างคู่ whether A or B: ____ you're joining online ____ in person, please register by Friday.

ดูคำตอบ

Whether · or

today I want to talk about three lessons that I've learned

0:35

วันนี้ฉันอยากจะพูดถึงบทเรียนสามข้อที่ฉันได้เรียนรู้

over the course of the last 10 months or 304 days วลี

0:39

ตลอดช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา หรือ 304 วัน

วลี

over the course of: ช่วงเวลาที่ค่อย ๆ ดำเนินไป

over the course of + ช่วงเวลา หมายถึง “ตลอดทั้งช่วงเวลานั้นในขณะที่เหตุการณ์ต่าง ๆ ค่อย ๆ ดำเนินไป” ในประโยคนี้ ผู้พูดนำเสนอบทเรียนสามข้อว่าเป็นสิ่งที่ค่อย ๆ เรียนรู้ตลอดสิบเดือนที่ผ่านมา ไม่ใช่ได้เรียนรู้ในชั่วขณะเดียว ในวลีตายตัวนี้ course หมายถึงการดำเนินไปหรือการผ่านไปของเวลา ไม่ได้หมายถึงหลักสูตรหรือวิชาเรียน

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายสี่คำที่หมายถึง “ในขณะที่ปีการศึกษาค่อย ๆ ดำเนินไป” ให้สมบูรณ์: Her confidence grew ____ the school year.

ดูคำตอบ

over the course of

of vlogging so far

0:42

ของการทำวิดีโอบล็อกจนถึงตอนนี้

because we're not done yet.

0:43

เพราะเรายังไม่จบแค่นี้

Done is better than perfect. ลำดับความ

0:46

ทำเสร็จดีกว่าทำได้สมบูรณ์แบบ

ลำดับความ

ข้อเสนอหลัก “Done is better than perfect.”

Done is better than perfect. เป็นข้อเสนอหลักที่มีลักษณะเหมือนสุภาษิต หมายความว่าการทำงานที่ใช้ประโยชน์ได้ให้เสร็จมักดีกว่าการเลื่อนไปเรื่อย ๆ เพราะพยายามทำให้ไร้ที่ติ การวาง done ตรงข้ามกับ perfect ทำให้ข้อเสนอนี้สั้นและจำง่าย เมื่อวางประโยคนี้ไว้ก่อนตัวอย่างหรือเรื่องเล่าส่วนตัว ประโยคจะช่วยจัดระเบียบข้อมูลที่ตามมา โดยประกาศข้อเสนอหลักก่อน แล้วรายละเอียดภายหลังจะทำหน้าที่เป็นเหตุผลหรือหลักฐานสนับสนุนข้อเสนอนั้น

แบบฝึกหัด

ในการพูดเรื่องการเอาชนะความสมบูรณ์แบบ “Done is better than perfect.” มีบทบาทอะไรเมื่อปรากฏก่อนตัวอย่างต่าง ๆ?

  1. ประโยคนี้ระบุข้อเสนอหลักที่ตัวอย่างต่อไปจะสนับสนุน
  2. ประโยคนี้ให้คำแนะนำทีละขั้นสำหรับการแก้ไขรายละเอียดทุกจุด
  3. ประโยคนี้เปลี่ยนหัวข้อจากงานสร้างสรรค์ไปเป็นการจับเวลา
ดูคำตอบ

ประโยคนี้ระบุข้อเสนอหลักที่ตัวอย่างต่อไปจะสนับสนุน

When I first started making vlogs,

0:49

ตอนที่ฉันเริ่มทำวิดีโอบล็อกแรกๆ

I quickly realized the importance of picking up the pace สำนวน

0:51

ฉันตระหนักได้อย่างรวดเร็วถึงความสำคัญของการเพิ่มความเร็ว

and making things fast.

0:54

และการทำสิ่งต่างๆ ให้รวดเร็ว

สำนวน

pick up the pace: เร่งความเร็ว

Pick up the pace หมายถึงเพิ่มความเร็วของกิจกรรมหรือกระบวนการ ในประโยคนี้ picking up the pace หมายถึงการทำงานให้เร็วขึ้น ไม่ได้หมายถึงการยกสิ่งใดขึ้นมาจริง ๆ หลัง the importance of คำว่า picking เป็นรูป -ing ที่ทำให้การกระทำนั้นกลายเป็นสิ่งที่ผู้พูดตระหนักว่ามีความสำคัญ สำนวนนี้ใช้ได้กับการเคลื่อนไหว การเรียน งาน หรือโครงการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “เริ่มเคลื่อนไหวหรือทำงานให้เร็วขึ้น”: We have only twenty minutes left, so we need to ____.

ดูคำตอบ

pick up the pace

I had to change my mindset and my approach to creating. วลี

0:56

ฉันต้องเปลี่ยนทัศนคติและวิธีการทำงานสร้างสรรค์

วลี

change my mindset and my approach to ...: เปลี่ยนทั้งวิธีคิดและวิธีการ

Change my mindset and my approach to ... แสดงการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่เกี่ยวข้องกัน โดย mindset คือวิธีคิดเกี่ยวกับสิ่งหนึ่ง ส่วน approach คือวิธีที่ใช้จริง ในประโยคนี้ ผู้พูดเปลี่ยนทั้งวิธีคิดและวิธีสร้างสรรค์ในทางปฏิบัติ ใน approach to creating คำว่า to เป็นคำบุพบท ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ infinitive หลังจากนั้นต้องตามด้วยคำนามหรือรูป -ing เช่น approach to the task และ approach to solving the problem

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ solve: She changed her mindset and her approach to ____ difficult problems.

ดูคำตอบ

solving

I think I've suffered from perfectionism in the past วลี

0:59

ฉันคิดว่าเมื่อก่อนฉันเคยทรมานกับความสมบูรณ์แบบนิยม

วลี

suffered from perfectionism: ได้รับผลกระทบด้านลบจากความยึดติดในความสมบูรณ์แบบ

ในประโยคนี้ suffered from perfectionism หมายถึงความยึดติดในความสมบูรณ์แบบทำให้ผู้พูดเผชิญความลำบากหรือความทุกข์อย่างต่อเนื่อง suffer from ใช้บอกปัญหาด้านจิตใจหรือพฤติกรรมได้ ไม่ได้ใช้เฉพาะกับโรคทางกายเท่านั้น โครงสร้างคือ suffer from + ภาวะหรือปัญหา สำนวนนี้เน้นผลกระทบด้านลบ จึงสื่อมากกว่าแค่บอกว่าเป็นคนที่ต้องการให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ suffer from ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่ออธิบายปัญหาที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง

  1. Maya suffers from careful notes before major exams.
  2. Maya suffers severe anxiety from before major exams.
  3. Maya suffers from severe anxiety before major exams.
ดูคำตอบ

Maya suffers from severe anxiety before major exams.

and it has prevented me from putting more things out there. โน้ต

1:02

และมันทำให้ฉันไม่สามารถผลิตผลงานออกมาได้มากกว่านี้

ไวยากรณ์

has prevented me from: prevent + คน + from + คำกริยาเติม -ing

ใน has prevented me from putting... คำว่า me คือคนที่ถูกขัดขวาง และ putting คือการกระทำที่ถูกขัดขวาง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ prevent + คนหรือสิ่งของ + from + คำกริยาเติม -ing ในรูปแบบนี้ from เป็นคำบุพบท กริยาที่ตามมาจึงต้องอยู่ในรูป -ing เช่น from putting ไม่ใช่ from put

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย from และรูปที่ถูกต้องของ enter: The locked gate prevented us ____ the park.

ดูคำตอบ

from entering

กริยาวลี

putting more things out there: เผยแพร่ผลงานสร้างสรรค์ให้มากขึ้น

ในที่นี้ putting more things out there หมายถึงการนำผลงานสร้างสรรค์ของผู้พูดออกเผยแพร่ให้คนอื่นเห็น ได้ยิน หรือแสดงความคิดเห็น things หมายถึงผลงานที่สร้างขึ้น ส่วน out there หมายถึงต่อสาธารณะหรือต่อหน้าผู้ชม ไม่ใช่สถานที่จริงที่เฉพาะเจาะจง โครงสร้าง put something out there มักมองการแชร์ว่าเป็นการนำแนวคิดหรือผลงานเข้าสู่สายตาสาธารณะ ซึ่งอาจได้รับปฏิกิริยาหรือการประเมินจากผู้อื่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ put ... out there ในความหมายว่าเผยแพร่ผลงานสร้างสรรค์ต่อสาธารณะ

  1. She put her new illustration out there and invited feedback.
  2. She kept the draft private and showed it to no one.
  3. She put the boxes out there beside the gate.
ดูคำตอบ

She put her new illustration out there and invited feedback.

But I've learned that done is way better than perfect วลี

1:05

แต่ฉันได้เรียนรู้ว่าทำเสร็จนั้นดีกว่าทำให้สมบูรณ์แบบมาก

วลี

way better than perfect: การเปรียบเทียบแบบไม่เป็นทางการที่เน้นอย่างชัดเจน

ใน way better than perfect คำว่า way เป็นคำวิเศษณ์ที่ใช้เน้นคำเปรียบเทียบขั้นกว่า better โดยหมายถึง “ดีกว่ามาก” หรือ “ดีกว่าอย่างมาก” ไม่ได้หมายถึง “ทาง” หรือ “วิธี” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ way + คำเปรียบเทียบขั้นกว่า เช่น way faster, way easier และ way more useful การใช้ way ทำให้ความแตกต่างฟังดูมากและมีน้ำเสียงเน้นชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย way และรูปเปรียบเทียบขั้นกว่าที่ถูกต้องของ fast: This route is ____ the old one.

ดูคำตอบ

way faster than

and done feels better than hanging on to something for way too long. กริยาวลี

1:08

และความรู้สึกที่ทำเสร็จนั้นดีกว่าการยึดติดกับอะไรบางอย่างนานเกินไป

กริยาวลี

hanging on to something: การไม่ยอมปล่อยบางสิ่ง

ในที่นี้ hanging on to something หมายถึงการยังคงเก็บหรือทำบางสิ่งต่อไป แทนที่จะปล่อยวางและถือว่ามันเสร็จแล้ว กรรมของวลีนี้คืองานที่ยังไม่เสร็จ ไม่ใช่สิ่งของที่กำลังจับไว้ด้วยมือจริง ๆ โครงสร้างคือ hang on to + คำนามหรือคำสรรพนาม ใช้ได้ทั้งกับการเก็บสิ่งของจริงและการไม่ยอมปล่อยความคิด ความหวัง แผน หรือโครงการ บริบทจะบอกว่าความหมายเป็นแบบตรงตัวหรือเชิงเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ที่ถูกต้องของ hang on to: Even after moving, Maya kept ____ her childhood books.

ดูคำตอบ

hanging on to

Because trust me,

1:11

เพราะเชื่อฉันเถอะ

there's always going to be things to add on and to change โน้ต

1:12

มันจะมีอะไรให้ต้องเพิ่มและต้องเปลี่ยนอยู่เสมอแหละ

ไวยากรณ์

there's always going to be: บอกว่าบางสิ่งจะยังคงมีอยู่

โครงสร้างบอกการมีอยู่ there is/are going to be หมายถึงคาดว่าสิ่งหนึ่งจะมีอยู่หรือเกิดขึ้นในอนาคต เมื่อเติม always จะสื่อว่าสถานการณ์นั้นเกิดซ้ำหรือหลีกเลี่ยงได้ยาก ในที่นี้ผู้พูดหมายความว่าจะยังมีสิ่งที่สามารถเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงได้เสมอ going to ในที่นี้แสดงการคาดการณ์เกี่ยวกับอนาคต ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ใด วลีนามหลัง be ระบุว่าสิ่งใดจะมีอยู่หรือเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีห้าคำจากบทเรียนที่หมายถึง “there will always be”: ____ another chance to improve.

ดูคำตอบ

There's always going to be

กริยาวลี

add on: เพิ่มส่วนเสริมเข้าไปในสิ่งที่มีอยู่

ในประโยคนี้ add on หมายถึงการแนบหรือเพิ่มบางอย่างเข้าไปหลังจากมีส่วนพื้นฐานอยู่แล้ว things to add on คือส่วนเพิ่มเติมที่ยังสามารถใส่เข้าไปในโปรเจกต์ได้ คำว่า on ให้ความรู้สึกว่าส่วนใหม่ถูกเพิ่มเข้าไปในสิ่งที่มีอยู่เดิม วลีนี้จึงใช้ได้ดีกับฟีเจอร์ หัวข้อ หรือส่วนต่อเติมของสิ่งปลูกสร้าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงการเพิ่มส่วนเสริมเข้าไปในสิ่งที่มีอยู่แล้ว: The cabin is finished, but we can ____ a small porch later.

ดูคำตอบ

add on

and so it's better to just know when a video is done

1:15

ดังนั้นทางที่ดีควรจะรู้ว่าวิดีโอควรจะเสร็จเมื่อไหร่

and when to finish something.

1:19

และเมื่อไหร่ควรจะปิดจ็อบงานซะที

Prior to this,

1:20

ก่อนหน้านี้

I would spend so long working on a singular project ไวยากรณ์

1:20

ฉันใช้เวลานานมากในการทำงานโปรเจกต์เดียว

ไวยากรณ์

would spend so long working on: นิสัยที่เกิดซ้ำในอดีต

ในประโยคนี้ would + spend บอกการกระทำที่เกิดซ้ำในอดีต คือผู้พูดเคยใช้เวลานานมากกับโปรเจกต์เดียวอยู่หลายครั้ง would ตรงนี้ไม่ได้บอกเงื่อนไข เมื่อ would ใช้บอกนิสัยในอดีต บริบทรอบข้างมักกำหนดช่วงเวลาในอดีตไว้ก่อน เช่น back then หรือ when I was younger โครงสร้าง spend + time + -ing บอกระยะเวลาที่ใช้ทำกิจกรรม so long เน้นว่าระยะเวลานั้นยาวมาก และ work on นำเข้าสิ่งที่ทำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ would เพื่อบอกนิสัยที่เกิดซ้ำในอดีต

  1. Last Tuesday, I spent an hour setting up the room.
  2. If I had more time tomorrow, I would spend an hour setting up the room.
  3. Back when our club met every Friday, I would spend an hour setting up the room.
ดูคำตอบ

Back when our club met every Friday, I would spend an hour setting up the room.

and by the time that it was out in the world, โน้ต

1:24

และกว่าที่มันจะได้เผยแพร่ออกสู่สายตาชาวโลก

ไวยากรณ์

by the time that: การกำหนดขอบเขตของเวลา

By the time (that) + อนุประโยค ใช้กำหนดเวลาที่อยู่ในอนุประโยคนั้นให้เป็นขอบเขต จากนั้นประโยคหลักจะบอกว่า เมื่อถึงขอบเขตนั้น มีอะไรเป็นจริงหรือเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว ในที่นี้ by หมายถึงไม่ช้ากว่าเวลานั้นหรือจนถึงจุดนั้น ไม่ได้หมายถึงอยู่ข้าง ๆ คำเชื่อม that ละได้ โดย by the time it was out in the world ยังคงมีโครงสร้างและความหมายพื้นฐานเหมือนเดิม

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำที่ใช้กำหนดเวลามาถึงให้เป็นขอบเขต: ____ we reached the station, the train had already left.

ดูคำตอบ

By the time

สำนวน

out in the world: เผยแพร่สู่สาธารณะ

ในบริบทนี้ be out in the world หมายถึงโครงการได้ออกจากขั้นตอนการสร้างแบบส่วนตัว และตอนนี้คนอื่นสามารถเห็น ใช้ หรือพูดคุยเกี่ยวกับโครงการนั้นได้แล้ว วลีนี้เปรียบเหมือนผลงานได้เข้าสู่ชีวิตสาธารณะ ไม่ได้หมายถึงอยู่นอกโลกหรือเพียงแค่อยู่กลางแจ้ง

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับความหมายของ out in the world ในตัวอย่าง?

  1. เกมหนึ่งเปิดตัวแล้วและทุกคนสามารถดาวน์โหลดได้
  2. เกมหนึ่งถูกนำออกไปที่สวนสาธารณะ
  3. เกมหนึ่งถูกเก็บเป็นความลับและไม่เคยแบ่งปันให้ใคร
ดูคำตอบ

เกมหนึ่งเปิดตัวแล้วและทุกคนสามารถดาวน์โหลดได้

I was completely over it การใช้คำ

1:26

ฉันก็เบื่อมันไปอย่างสมบูรณ์แล้ว

การใช้คำ

was completely over it: หมดความสนใจและไม่อยากทุ่มเทให้อีก

Be over it เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึงความสนใจ ความอดทน หรือความรู้สึกผูกพันกับบางสิ่งได้สิ้นสุดลงแล้ว ในที่นี้ I was completely over it หมายความว่าผู้พูดหมดความสนใจหรือความอดทนโดยสิ้นเชิง และไม่อยากใส่ใจกับเรื่องนั้นอีกต่อไป Completely ช่วยเน้นความรู้สึกว่าเลิกยุ่งกับเรื่องนั้นอย่างเด็ดขาดแล้ว ส่วน over ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่เหนือสิ่งใด แต่บอกท่าทีของผู้พูด

แบบฝึกหัด

ในประโยค After another pointless argument, I was completely over it คำว่า was completely over it หมายความว่าอย่างไร

  1. ฉันหมดความสนใจโดยสิ้นเชิงและไม่อยากมีส่วนร่วมอีกแล้ว
  2. ฉันเพิ่งเริ่มใส่ใจกับเรื่องนั้นมากขึ้น
  3. ฉันอยู่ตรงเหนือการโต้เถียงนั้นพอดี
ดูคำตอบ

ฉันหมดความสนใจโดยสิ้นเชิงและไม่อยากมีส่วนร่วมอีกแล้ว

and it wouldn't be relevant in my life anymore.

1:28

และมันก็ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ในชีวิตฉันอีกต่อไป

So, this time around,

1:30

ดังนั้น คราวนี้

my mindset was,

1:31

ทัศนคติของฉันก็คือ

if I was a painter, ไวยากรณ์

1:32

ถ้าฉันเป็นจิตรกร

I would practice on smaller canvases

1:33

ฉันจะฝึกวาดบนผืนผ้าใบเล็กๆ

rather than painting something like the Sistine Chapel. โน้ต

1:36

แทนที่จะไปวาดอะไรอย่างโบสถ์น้อยซิสทีน

ไวยากรณ์

if I was a painter, I would practice...: บทบาทสมมติและผลลัพธ์

อนุประโยคที่มี if กำหนดบทบาทสมมติให้ผู้พูด ผู้พูดไม่ได้บอกว่าตนเป็นจิตรกรจริง ๆ ส่วนอนุประโยคผลลัพธ์ I would practice... บอกทางเลือกที่จะทำในสถานการณ์ที่ไม่เป็นจริงนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ if + รูปอดีต, would + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ตัวอย่างจิตรกรทำหน้าที่เป็นการเปรียบเทียบ ผู้พูดบอกว่าจะทำอย่างไรในงานสร้างสรรค์อีกแขนงหนึ่ง เพื่อสนับสนุนแนวคิดที่กว้างขึ้นว่า ควรเริ่มจากโครงการเล็กก่อนพยายามทำสิ่งที่ใหญ่มาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้บทบาทสมมติในปัจจุบันเพื่ออธิบายทางเลือกตามสมมติฐานได้ถูกต้องในภาษาอังกฤษทางการที่รอบคอบ

  1. If I were the coach, I will let every player try each position.
  2. If I were the coach, I would let every player try each position.
  3. If I am chosen as the coach, I will let every player try each position.
ดูคำตอบ

If I were the coach, I would let every player try each position.

ไวยากรณ์

rather than: เลือกทางหนึ่งแทนอีกทางหนึ่ง

ในโครงสร้าง A rather than B ส่วน A คือการกระทำหรือตัวเลือกที่ผู้พูดเลือก แนะนำ หรือมองว่าดีกว่า ส่วน B คือทางเลือกที่ถูกตัดออก ในประโยคนี้ ผู้พูดเลือกฝึกบนผืนผ้าใบขนาดเล็กแทนการลองวาดภาพขนาดใหญ่และยากมาก หลัง rather than สามารถตามด้วยนามวลี อนุประโยคที่ใช้ -ing หรือโครงสร้างอื่นที่เข้าคู่กันได้ ในประโยคนี้ painting เป็นจุดเริ่มต้นของการกระทำที่ถูกตัดออก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่า Leo เลือกการกระทำแรกแทนการกระทำที่สอง

  1. Leo chose to save the draft after he deleted it.
  2. Leo chose to save the draft because he deleted it.
  3. Leo chose to save the draft rather than delete it.
ดูคำตอบ

Leo chose to save the draft rather than delete it.

วัฒนธรรม

the Sistine Chapel: ภาพอ้างอิงถึงศิลปะอันยิ่งใหญ่

โบสถ์น้อยซิสทีนเป็นโบสถ์ในนครรัฐวาติกันที่มีชื่อเสียงจากภาพปูนเปียกขนาดใหญ่ โดยเฉพาะภาพบนเพดานของไมเคิลแองเจโล นี่คือข้อมูลพื้นหลังเพียงอย่างเดียวที่ต้องใช้ในประโยคนี้ ศิลปะของที่นี่ทำให้นึกถึงโครงการขนาดมหึมาที่ต้องใช้ทักษะสูงมาก ผู้พูดใช้ชื่อนี้เป็นการเปรียบเทียบทางวัฒนธรรม ไม่ได้กล่าวถึงเพียงสถานที่ Painting something like the Sistine Chapel หมายถึงการพยายามสร้างผลงานชิ้นเอกขนาดใหญ่ ซึ่งตรงข้ามกับการฝึกบนผืนผ้าใบขนาดเล็ก

แบบฝึกหัด

ในการเปรียบเทียบนี้ the Sistine Chapel สื่อถึงอะไรเป็นหลัก

  1. พื้นผิวขนาดเล็กสำหรับฝึกอย่างรวดเร็วทุกวัน
  2. โครงการศิลปะที่ทะเยอทะยานและยากมาก
  3. สถานที่ธรรมดาสำหรับซื้ออุปกรณ์วาดภาพ
ดูคำตอบ

โครงการศิลปะที่ทะเยอทะยานและยากมาก

That's what we're going for.

1:39

นั่นคือสิ่งที่เรากำลังจะทำกัน

Different approaches, ลำดับความ

1:41

วิธีการที่แตกต่างกัน

different final products,

1:41

ผลงานสุดท้ายที่แตกต่างกัน

different learning priorities.

1:43

ลำดับความสำคัญในการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน

All very necessary.

1:45

ทั้งหมดเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก

ลำดับความ

Different approaches, different final products, different learning priorities: การเรียงรายการแบบขนาน

ผู้พูดใช้รูปแบบ Different + นามวลีพหูพจน์ซ้ำสามครั้ง เพื่อวางแนวทาง ผลงานสุดท้าย และลำดับความสำคัญในการเรียนรู้ไว้ในระดับเดียวกัน การละกริยาที่จะต้องกล่าวซ้ำทำให้รายการกระชับและมีจังหวะมากขึ้น โครงสร้างขนานนี้จัดข้อโต้แย้งหนึ่งประเด็นออกเป็นสามมิติที่เกี่ยวข้องกัน ไม่ใช่ป้ายกำกับสามอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน จากนั้นวลี All very necessary ที่ตามมาก็ใช้ข้อสรุปเดียวครอบคลุมทั้งสามข้อ

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบายหน้าที่ในการเรียบเรียงความคิดของ Different approaches, different final products, different learning priorities ได้ดีที่สุด

  1. ประโยคนี้ให้คำนิยามที่สมบูรณ์สามข้อ โดยแต่ละข้อมีคำกริยาของตนเอง
  2. ประโยคนี้จัดมิติที่เกี่ยวข้องกันสามด้านด้วยรูปแบบขนานที่กล่าวซ้ำ
  3. ประโยคนี้นำเสนอหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้องกันสามเรื่องและให้ผู้ฟังเลือกหนึ่งเรื่อง
ดูคำตอบ

ประโยคนี้จัดมิติที่เกี่ยวข้องกันสามด้านด้วยรูปแบบขนานที่กล่าวซ้ำ

For me,

1:47

สำหรับฉัน

just having a continuous cycle of working on something new and being excited about it วลี

1:47

แค่การมีวงจรการทำงานใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และรู้สึกตื่นเต้นไปกับมัน

and being able to move on faster กริยาวลี

1:52

และสามารถก้าวไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น

กริยาวลี

move on: ทิ้งขั้นตอนหนึ่งไว้แล้วเริ่มขั้นต่อไป

ในที่นี้ move on หมายถึงหยุดใช้เวลาหรือความสนใจกับขั้นตอนปัจจุบัน แล้วเริ่มสิ่งที่ตามมา เป็นการเปลี่ยนจุดสนใจหรือการกระทำ ไม่ใช่การเคลื่อนตัวไปยังสถานที่อื่น ใช้ move on เพียงลำพังได้เมื่อรู้กันอยู่แล้วว่าขั้นต่อไปคืออะไร ใช้ move on to ตามด้วยงานหรือหัวข้อใหม่ และใช้ move on from ตามด้วยสิ่งหรือประสบการณ์ที่ต้องการทิ้งไว้เบื้องหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปของ move on ที่ใช้เกริ่นหัวข้อถัดไป: We've finished the safety review, so let's ____ the schedule.

ดูคำตอบ

move on to

has sort of been this antidote to perfectionism. สำนวน

1:55

ก็เหมือนเป็นยาแก้พิษของความสมบูรณ์แบบนิยมเลยทีเดียว

วลี

continuous cycle of working on something new: กระบวนการต่อเนื่องที่เกิดซ้ำ

ในที่นี้ continuous cycle of working on something new หมายถึงรูปแบบการทำงานที่ดำเนินต่อเนื่องและเกิดซ้ำ โดยคนคนนั้นเปลี่ยนไปทำโครงการหรืองานใหม่อยู่เรื่อย ๆ cycle ในที่นี้คือกระบวนการเชิงนามธรรม ไม่ได้หมายถึงจักรยาน โครงสร้าง cycle of + รูป -ing ใช้บอกกิจกรรมที่ประกอบเป็นวงจรนั้น continuous เน้นว่ารูปแบบนี้ดำเนินต่อไปตามเวลา แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องทำงานทุกขณะโดยไม่พักเลย

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a continuous cycle of working on something new อธิบายถึงอะไร

  1. รูปแบบต่อเนื่องที่คนคนนั้นเปลี่ยนไปทำงานใหม่ซ้ำ ๆ
  2. ตารางทำงานที่ไม่มีช่วงพักเลยในทุกเวลา
  3. โครงการระยะยาวเพียงโครงการเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยนจุดสนใจ
ดูคำตอบ

รูปแบบต่อเนื่องที่คนคนนั้นเปลี่ยนไปทำงานใหม่ซ้ำ ๆ

สำนวน

an antidote to perfectionism: คำเปรียบเทียบถึงยาแก้พิษที่ช่วยลดปัญหา

ในที่นี้ this antidote to perfectionism เป็นคำเปรียบเทียบถึงกระบวนการหรือนิสัยที่ช่วยลดผลเสียของความสมบูรณ์แบบนิยม คำว่า antidote ตามความหมายตรงตัวคือวิธีรักษาที่ต้านฤทธิ์พิษ แต่ยังใช้หมายถึงสิ่งที่ช่วยต้านปัญหาหรือแนวโน้มเชิงลบได้ด้วย รูปแบบที่ใช้ทั่วไปคือ an antidote to ตามด้วยคำนาม เช่น an antidote to boredom, stress หรือ perfectionism สื่อถึงสิ่งที่ช่วยบรรเทาหรือแก้ไข แต่ไม่จำเป็นต้องแก้ปัญหาได้ทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีมาตรฐานที่ใช้ antidote: A short walk can be ____ afternoon fatigue.

ดูคำตอบ

an antidote to

And it has really helped me embrace a more looser creative process. ไวยากรณ์

1:58

และมันก็ช่วยให้ฉันยอมรับกระบวนการสร้างสรรค์ที่อิสระมากขึ้นได้จริงๆ

ไวยากรณ์

embrace a more looser creative process: รูปเปรียบเทียบซ้ำที่ไม่เป็นมาตรฐาน

embrace ในที่นี้หมายถึง “ยอมรับและเริ่มนำมาใช้” ส่วน a looser creative process หมายถึงวิธีสร้างสรรค์ผลงานที่ไม่ตายตัวมากนัก more looser เป็นรูปเปรียบเทียบซ้ำที่ไม่เป็นมาตรฐาน เพราะทั้ง more และคำลงท้าย -er ต่างก็แสดงการเปรียบเทียบ รูปนี้อาจพบได้ในการพูดสด แต่ภาษาอังกฤษเขียนมาตรฐานใช้ a looser creative process หากใช้คำคุณศัพท์อย่าง flexible ให้พูดว่า more flexible

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความ: ในภาษาอังกฤษเขียนมาตรฐาน a more looser creative process เป็นรูปเปรียบเทียบที่ถูกต้อง

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

There's definitely a time and place for things to be perfected วลี

2:01

แน่นอนว่ามันมีช่วงเวลาและสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับความสมบูรณ์แบบ

and to be very meticulous.

2:05

และสำหรับการพิถีพิถันมากๆ

วลี

There's definitely a time and place: เวลาและสถานการณ์ที่เหมาะสม

There's a time and place for... หมายความว่าการกระทำหรือวิธีหนึ่งมีประโยชน์หรือเหมาะสมภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง แต่ไม่เหมาะกับทุกสถานการณ์ time and place ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า “สถานการณ์ที่เหมาะสม” ไม่จำเป็นต้องหมายถึงวันที่และสถานที่จริง Definitely เน้นย้ำการยอมรับว่าสถานการณ์ที่เหมาะสมนั้นมีอยู่จริง หลัง for สามารถใช้คำนามหรือรูป -ing ได้ และยังใช้โครงสร้าง “คำนาม + to-infinitive” ได้ด้วย เช่น for things to be perfected

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบสำนวนตายตัวที่หมายถึง “เหมาะสมเฉพาะในบางสถานการณ์”: ____ careful planning, but not every decision needs a long meeting.

ดูคำตอบ

There's a time and place for

But this is not really one of them.

2:07

แต่นี่ไม่ใช่สิ่งเหล่านั้นจริงๆ

It's more of a learning experience for me.

2:09

มันเป็นเหมือนประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับฉันมากกว่า

It's also been a way for me to decide what I'm trying to prioritize at the moment. ไวยากรณ์

2:13

นอกจากนี้ยังเป็นวิธีที่ฉันจะตัดสินใจว่า ตอนนี้ฉันพยายามให้ความสำคัญกับเรื่องใดเป็นอันดับแรก

ไวยากรณ์

what I'm trying to prioritize: ลำดับคำในอนุประโยค wh แบบฝัง

what I'm trying to prioritize at the moment เป็นอนุประโยค wh ที่ฝังอยู่ในประโยคใหญ่กว่าและทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของ decide โดยบอกข้อมูลที่กำลังตัดสินใจ นั่นคือสิ่งที่ผู้พูดกำลังพยายามให้ความสำคัญในตอนนี้ เมื่ออนุประโยค wh ฝังอยู่ในประโยคใหญ่ จะใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what + I + am trying ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถาม what + am + I หากเป็นคำถามตรงที่อยู่เดี่ยว ๆ จะพูดว่า What am I trying to prioritize at the moment?

แบบฝึกหัด

เรียงคำที่กำหนดให้ถูกต้องเพื่อเติมคำถามที่ฝังอยู่ในประโยค: what / the class / should / discuss. At the meeting, the teacher will decide ____.

ดูคำตอบ

what the class should discuss

Am I making portfolio pieces การใช้คำ

2:17

ฉันกำลังทำผลงานเก็บพอร์ตโฟลิโอ

การใช้คำ

portfolio pieces: ผลงานที่เสร็จสมบูรณ์และเลือกมาเพื่อแสดงทักษะ

ในงานศิลปะ การออกแบบ และสาขาสร้างสรรค์ที่คล้ายกัน portfolio pieces หมายถึงผลงานแต่ละชิ้นที่เสร็จสมบูรณ์และได้รับการเลือกหรือสร้างขึ้นสำหรับพอร์ตโฟลิโอ เพราะสามารถแสดงทักษะ สไตล์ หรือประสบการณ์ของผู้สร้างได้ ส่วน portfolio หมายถึงชุดผลงานทั้งหมด และแต่ละรายการในนั้นเรียกว่า a portfolio piece ได้ ในที่นี้ pieces หมายถึงผลงานแต่ละชิ้น ไม่ใช่เศษของที่แตก คำถามนี้ถามว่างานที่กำลังทำเหมาะสำหรับใช้แสดงความสามารถหรือไม่ ไม่ได้เพียงถามว่ากำลังผลิตสิ่งของหลายชิ้นอยู่หรือไม่

แบบฝึกหัด

ในการสมัครเข้าโรงเรียนออกแบบ portfolio pieces หมายถึงอะไร

  1. บันทึกส่วนตัวที่ไม่ได้ตั้งใจให้ผู้อื่นเห็น
  2. เศษของที่แตกซึ่งเหลือจากสิ่งของที่ยังทำไม่เสร็จ
  3. ผลงานที่เสร็จสมบูรณ์และเลือกมาเพื่อแสดงทักษะของผู้สมัคร
ดูคำตอบ

ผลงานที่เสร็จสมบูรณ์และเลือกมาเพื่อแสดงทักษะของผู้สมัคร

or am I just trying to practice?

2:18

หรือแค่กำลังพยายามฝึกฝนเฉยๆ?

And from this,

2:20

และจากจุดนี้

I just want more of a place to explore ลำดับความ

2:20

ฉันแค่อยากมีพื้นที่ให้ได้สำรวจค้นหามากขึ้น

versus like I know everything

2:23

มากกว่าการทำเหมือนว่าฉันรู้ทุกอย่าง

and now I'm trying to make the masterpiece of my life. สำนวน

2:25

และตอนนี้กำลังพยายามจะสร้างผลงานชิ้นเอกของชีวิต

ลำดับความ

more of a place to explore versus...: ใช้การเปรียบต่างกำหนดทางเลือกในการสร้างสรรค์

วลีนี้สร้างการเปรียบต่างแบบ A versus B โดย A คือ more of a place to explore ซึ่งหมายถึงสภาพแวดล้อมหรือแนวทางที่เปิดพื้นที่ให้ค้นพบสิ่งใหม่ ส่วน B คือกรอบความคิดที่สรุปไว้หลัง versus นั่นคือการทำราวกับว่าผู้พูดรู้ทุกอย่างแล้วและตอนนี้ต้องสร้างผลงานชิ้นเอกที่จะนิยามทั้งชีวิต การเปรียบต่างนี้แสดงว่าผู้พูดเลือกการสำรวจมากกว่าความกดดันและความมั่นใจว่ารู้ทุกอย่างแล้ว ในที่นี้ more of หมายถึง “ใกล้เคียงกับสิ่งประเภทนี้มากกว่า” ไม่ได้หมายถึงสถานที่ทางกายภาพที่ใหญ่กว่าเท่านั้น like ในภาษาพูดใช้เกริ่นบทสรุปแบบไม่เป็นทางการของกรอบความคิดที่ถูกปฏิเสธ ส่วน versus ทำหน้าที่จัดสองทางเลือก ไม่ได้กล่าวถึงการแข่งขันกีฬา

แบบฝึกหัด

การเปรียบต่างที่เน้นไว้จัดวางทางเลือกแบบใด?

  1. ผู้พูดให้ความสำคัญกับพื้นที่สำหรับการสำรวจมากกว่าความกดดันที่จะต้องสร้างผลงานสมบูรณ์แบบซึ่งนิยามทั้งชีวิต
  2. ผู้พูดกำลังอธิบายการแข่งขันอย่างเป็นทางการระหว่างศิลปินสองคน
  3. ผู้พูดบอกว่าการสำรวจกับการเชี่ยวชาญอย่างสมบูรณ์เป็นเป้าหมายสร้างสรรค์เดียวกันทุกประการ
ดูคำตอบ

ผู้พูดให้ความสำคัญกับพื้นที่สำหรับการสำรวจมากกว่าความกดดันที่จะต้องสร้างผลงานสมบูรณ์แบบซึ่งนิยามทั้งชีวิต

สำนวน

make the masterpiece of my life: เป้าหมายสูงสุดที่กล่าวเกินจริง

Make the masterpiece of my life หมายถึง “สร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและนิยามตัวฉันมากที่สุดในชีวิต” คำนำหน้านาม the ทำให้ดูเหมือนเป็นผลงานสูงสุดเพียงชิ้นเดียว ส่วน of my life ยกระดับคำกล่าวไปถึงระดับทั้งชีวิต ในบริบทนี้เป็นการกล่าวเกินจริงโดยตั้งใจ วลีนี้บรรยายความกดดันจากการเรียกร้องให้ผลงานปัจจุบันเป็นความสำเร็จขั้นสุดท้ายที่สมบูรณ์แบบ ไม่ได้บอกว่ามีผลงานชิ้นเอกจริง ๆ ที่ถูกระบุหรือได้รับการยอมรับแล้ว

แบบฝึกหัด

make the masterpiece of my life สื่อความหมายอะไรในที่นี้?

  1. วลีนี้รายงานว่านักวิจารณ์ยอมรับผลงานชิ้นเอกที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว
  2. วลีนี้บรรยายงานธรรมดาที่ไม่มีความสำคัญพิเศษด้วยน้ำเสียงเป็นกลาง
  3. วลีนี้กล่าวเกินจริงถึงความกดดันที่ต้องสร้างผลงานสูงสุดเพียงชิ้นเดียวซึ่งนิยามทั้งชีวิต
ดูคำตอบ

วลีนี้กล่าวเกินจริงถึงความกดดันที่ต้องสร้างผลงานสูงสุดเพียงชิ้นเดียวซึ่งนิยามทั้งชีวิต

But that could change.

2:27

แต่นั่นก็อาจจะเปลี่ยนไปได้นะ

depending on where you're at. วลี

2:29

ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่ในจุดไหน

วลี

depending on where you're at: ปรับให้เหมาะกับช่วงปัจจุบัน

depending on ใช้เพิ่มเงื่อนไขว่า ตัวเลือกที่เหมาะสมอาจเปลี่ยนไปตามปัจจัยบางอย่าง ในที่นี้ depending on where you're at หมายถึง “ขึ้นอยู่กับช่วง ระดับความก้าวหน้า ความต้องการ หรือสถานการณ์ปัจจุบันของคุณ” ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่จริงเพียงอย่างเดียว where you're at เป็นสำนวนภาษาพูดที่ใช้กล่าวถึง “จุด” ที่คนหนึ่งไปถึงแล้วในกระบวนการหนึ่ง วลีทั้งหมดทำหน้าที่จำกัดแนวคิดรอบข้าง โดยแสดงว่าแนวคิดนั้นไม่ได้ใช้กับทุกคนในแบบเดียวกันทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ depending on where you're at น่าจะหมายความว่าอย่างไร?

  1. สิ่งนั้นเปลี่ยนไปตามตำแหน่งที่อยู่จริงของคุณเท่านั้น
  2. สิ่งนั้นเปลี่ยนไปตามช่วงหรือสถานการณ์ปัจจุบันของคุณ
  3. สิ่งนั้นเหมือนกันสำหรับทุกคนเสมอ
ดูคำตอบ

สิ่งนั้นเปลี่ยนไปตามช่วงหรือสถานการณ์ปัจจุบันของคุณ

Different processes for different seasons. ลำดับความ

2:30

กระบวนการที่แตกต่างสำหรับช่วงเวลาที่แตกต่างกัน

ลำดับความ

Different processes for different seasons: สรุปด้วยโครงสร้างขนาน

Different processes for different seasons เป็นวลีแบบละคำบางส่วนและมีลักษณะคล้ายคำขวัญ ไม่ใช่อนุประโยคที่สมบูรณ์ การกล่าวคำว่า different ซ้ำในโครงสร้าง Different X for different Y ทำให้เกิดโครงสร้างขนาน และเปลี่ยนแนวคิดให้เป็นข้อสรุปที่สั้นและจำง่ายว่า เมื่อช่วงเปลี่ยนไป กระบวนการก็อาจต้องเปลี่ยนตาม seasons ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงช่วงต่าง ๆ ของชีวิต การทำงาน หรือกระบวนการสร้างสรรค์ ไม่ได้หมายถึงฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาวเท่านั้น ประโยคนี้จัดระเบียบสารโดยสรุปหลักการทั่วไป แทนที่จะเพิ่มตัวอย่างโดยละเอียดอีกหนึ่งตัวอย่าง

แบบฝึกหัด

Different processes for different seasons ทำหน้าที่หลักอะไรในเนื้อหานี้?

  1. ประโยคนี้นำเสนอตัวอย่างโดยละเอียดของกระบวนการแบบตายตัวเพียงแบบเดียว
  2. ประโยคนี้สรุปแนวคิดว่าแต่ละช่วงอาจต้องใช้วิธีทำงานที่ต่างกัน
  3. ประโยคนี้ให้คำแนะนำทีละขั้นในการเปลี่ยนกระบวนการตามสภาพอากาศ
ดูคำตอบ

ประโยคนี้สรุปแนวคิดว่าแต่ละช่วงอาจต้องใช้วิธีทำงานที่ต่างกัน

Experimentation is key.

2:34

การทดลองคือกุญแจสำคัญ

You never really know what will resonate การใช้คำ

2:37

คุณไม่มีทางรู้เลยว่าอะไรจะโดนใจผู้คน

การใช้คำ

what will resonate: สิ่งที่จะโดนใจผู้คนอย่างลึกซึ้ง

ในที่นี้ what will resonate หมายถึง “แนวคิด ข้อความ หรือทางเลือกเชิงสร้างสรรค์แบบใดที่จะเชื่อมโยงกับผู้คนอย่างลึกซึ้งในด้านอารมณ์หรือประสบการณ์ส่วนตัว” resonate ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงเสียงที่สั่นพ้องทางกายภาพ วลีทั้งหมดเป็นอนุประโยคคำนามที่ขึ้นต้นด้วย what และทำหน้าที่เป็นสิ่งที่เราอาจรู้หรือไม่รู้ หากต้องการระบุกลุ่มผู้รับ ให้ใช้ resonate with someone เช่น resonate with readers

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ what will resonate หมายความว่าอย่างไร

  1. สิ่งที่ทุกคนจะต้องไม่ชอบอย่างแน่นอน
  2. สิ่งที่จะทำให้เกิดการสั่นสะเทือนทางกายภาพดังที่สุด
  3. สิ่งที่จะเชื่อมโยงกับผู้คนอย่างลึกซึ้งในด้านส่วนตัวหรืออารมณ์
ดูคำตอบ

สิ่งที่จะเชื่อมโยงกับผู้คนอย่างลึกซึ้งในด้านส่วนตัวหรืออารมณ์

unless you're willing to do something different. ไวยากรณ์

2:39

เว้นแต่คุณจะเต็มใจลองทำอะไรที่แตกต่างออกไป

ไวยากรณ์

unless you're willing to...: การกำหนดเงื่อนไขที่จำเป็น

unless ใช้นำเงื่อนไขที่ต้องเป็นจริงก่อน ผลลัพธ์ในประโยคหลักจึงจะเป็นไปได้ ความหมายใกล้เคียงกับ if ... not กล่าวคือ หากคุณไม่เต็มใจทำสิ่งที่แตกต่างออกไป คุณก็จะไม่มีทางรู้จริง ๆ ว่าอะไรจะโดนใจผู้คน be willing to do something หมายถึงยอมรับหรือพร้อมที่จะทำสิ่งนั้น ความเต็มใจไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ แต่เป็นเพียงการขจัดเงื่อนไขที่ขวางไม่ให้เราค้นพบคำตอบ

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมที่มีความหมายว่า if ... not: You won't know whether the new plan works ____ you're willing to test it.

ดูคำตอบ

unless

I'm always trying to be open to experimenting วลี

2:41

ฉันพยายามเปิดรับการทดลองสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ

วลี

be open to experimenting: เปิดใจที่จะลอง

be open to experimenting หมายถึงเต็มใจที่จะพิจารณาหรือลองวิธีที่แตกต่างออกไป คำว่า open ในที่นี้บอกถึงท่าทีที่ยืดหยุ่นและพร้อมรับสิ่งใหม่ ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่เปิดอยู่ทางกายภาพ โครงสร้างคือ be open to + คำนามหรือรูป -ing ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท จึงใช้ experimenting ไม่ใช่ experiment

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ try: I'm open to ____ a different approach.

ดูคำตอบ

trying

whether that's how I film, ไวยากรณ์

2:44

ไม่ว่าจะเป็นวิธีการถ่ายทำ

the topics that I want to talk about,

2:45

หัวข้อที่ฉันอยากจะพูดถึง

or refining my process behind the scenes. สำนวน

2:47

หรือการปรับปรุงกระบวนการทำงานเบื้องหลังของฉัน

ไวยากรณ์

whether that's A, B, or C: การแจกแจงรูปแบบที่เป็นไปได้

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย whether ขยายแนวคิดเรื่องการทดลองที่กล่าวไว้ก่อนหน้า โดยแจกแจงรูปแบบต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เช่น วิธีถ่ายทำ การเลือกหัวข้อ หรือการปรับปรุงขั้นตอนการทำงานเบื้องหลัง that's เป็นรูปย่อของ that is และ that ย้อนกลับไปอ้างถึงแนวคิดกว้าง ๆ ที่เพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้ whether ไม่ได้ใช้เพื่อตั้งคำถาม โครงสร้าง whether that's A, B, or C นำเสนอหลายทางเลือกเป็นตัวอย่างที่อยู่ในขอบเขตใหญ่เดียวกัน ในภาษาพูดแบบเป็นธรรมชาติ รายการต่าง ๆ อาจมีรูปไวยากรณ์ไม่ขนานกันทั้งหมด แต่ในงานเขียนที่รอบคอบ การใช้รูปไวยากรณ์ที่สอดคล้องกันจะช่วยให้ติดตามรายการได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The plan works whether we start today, next week, or after the holiday," ส่วน whether ... or ... ทำหน้าที่อะไร?

  1. แจกแจงสถานการณ์ที่แผนยังคงใช้ได้ผล
  2. บอกว่าไม่มีวันเริ่มต้นใดเป็นไปได้
  3. ขอให้ผู้ฟังเลือกวันเริ่มต้นหนึ่งวัน
ดูคำตอบ

แจกแจงสถานการณ์ที่แผนยังคงใช้ได้ผล

สำนวน

behind the scenes: งานเบื้องหลังที่สาธารณชนมองไม่เห็น

Behind the scenes เป็นสำนวนที่หมายถึง “อยู่นอกสายตาสาธารณชนขณะที่มีการเตรียมงานสำคัญหรืองานภายในเกิดขึ้น” ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวหมายถึงการปรับปรุงกระบวนการสร้างสรรค์ที่ผู้ชมไม่ได้เห็นโดยตรง ไม่ได้หมายถึงการยืนอยู่หลังฉากหรืออุปกรณ์ประกอบเวทีจริง ๆ สำนวนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภาพยนตร์และละคร แต่ยังใช้พูดถึงการวางแผน การประสานงาน การเจรจา หรืองานด้านเทคนิคที่ไม่เปิดเผยในโครงการต่าง ๆ ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “อยู่นอกสายตาสาธารณชน”: The legal team worked ____ to prepare the agreement.

ดูคำตอบ

behind the scenes

One part of the process that I really enjoy doing ไวยากรณ์

2:50

ส่วนหนึ่งของขั้นตอนที่ฉันสนุกกับการทำมากๆ

and that I've been doing for a while,

2:53

และฉันก็ทำมาได้สักพักแล้ว

actually even before I started to vlog,

2:55

ความจริงก็คือทำมาก่อนที่จะเริ่มทำวิดีโอบล็อกด้วยซ้ำ

is make storyboards.

2:57

นั่นก็คือการทำสตอรีบอร์ด

ไวยากรณ์

One part ... that ... is ...: การหาอนุประโยคหลัก

อนุประโยคหลักคือ One part of the process ... is make storyboards คำนามหลักของประธานที่ยาวคือ part และ is เป็นกริยาหลัก ส่วน Make storyboards ระบุกิจกรรมที่ถูกนำมาเท่ากับส่วนหนึ่งของกระบวนการนั้น อนุประโยคสัมพันธ์ที่เชื่อมกันคือ that I really enjoy doing และ that I've been doing for a while ซึ่งทั้งคู่เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับ one part ส่วน Actually even before I started to vlog เป็นรายละเอียดเรื่องเวลาที่แทรกเข้ามา เมื่อฟังหรืออ่าน ให้พักข้อมูลเสริมเหล่านี้ไว้ชั่วคราว แล้วเชื่อม One part of the process เข้ากับ is อีกครั้งเพื่อหาโครงหลักของประโยค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดยังคงใจความหลักไว้หลังจากตัดส่วนขยายออกและแก้ถ้อยคำแบบพูดสดให้เป็นภาษาอังกฤษเขียนมาตรฐาน?

  1. Making storyboards is the entire process.
  2. The speaker started making storyboards only after starting the vlog.
  3. One part of the process is making storyboards.
ดูคำตอบ

One part of the process is making storyboards.

Honestly,

2:59

บอกตามตรงนะ

my storyboards kind of look like วลี

3:00

สตอรีบอร์ดของฉันดูเหมือนกับว่า

I'm the only one who can decipher what's going on in there, การใช้คำ

3:01

ฉันเป็นคนเดียวที่สามารถแกะรอยได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในนั้น

วลี

kind of look like: ทำให้การตัดสินจากสิ่งที่เห็นฟังดูไม่หนักแน่น

ใน kind of look like คำว่า kind of หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ในแง่หนึ่ง” คำนี้ช่วยลดความหนักแน่นของ look like ทำให้ผู้พูดเสนอการเปรียบเทียบเป็นเพียงความรู้สึกที่เห็น ไม่ใช่ข้อสรุปที่ยืนยันแน่นอน ตรงนี้ kind of ไม่ได้หมายถึง “ชนิดหนึ่งของ” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + kind of + look(s) like + สิ่งที่เปรียบเทียบหรืออนุประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกริยาที่ถูกต้องของวลีเป้าหมาย kind of look like: From here, the shadow ____ a cat.

ดูคำตอบ

kind of looks like

การใช้คำ

decipher what's going on in there: ทำความเข้าใจเนื้อหาที่สับสน

decipher what's going on in there หมายถึงการพยายามทำความเข้าใจว่าสื่อที่ดูสับสนนั้นมีหรือแสดงอะไรอยู่ decipher ไม่ได้ใช้เฉพาะกับรหัสลับ แต่ยังใช้กับลายมือที่อ่านยาก แผนภาพที่ไม่ชัดเจน หรือข้อมูลที่ต้องใช้ความพยายามจึงจะเข้าใจได้ คำถามแทรกทั้งส่วน what's going on in there เป็นกรรมของ decipher ในประโยคนี้ in there ย้อนกลับไปหมายถึงสตอรีบอร์ด และ decipher เน้นว่าคนอื่นตีความสิ่งเหล่านั้นได้ยาก

แบบฝึกหัด

The handwriting was so messy that I could barely read or make sense of it. คำกริยาใดอธิบายความพยายามนี้ได้ดีที่สุด

  1. announce
  2. decorate
  3. decipher
ดูคำตอบ

decipher

but they help a lot.

3:04

แต่มันช่วยได้เยอะมากเลย

This is something that I cannot go without now. กริยาวลี

3:06

นี่เป็นสิ่งที่ฉันขาดไม่ได้แล้วในตอนนี้

กริยาวลี

something that I cannot go without: สิ่งที่ขาดไม่ได้

cannot go without something หมายถึง ถ้าไม่มีสิ่งนั้นก็ใช้ชีวิตหรือจัดการสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้ หรือทำได้ยากมาก ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าสิ่งนั้นกลายเป็นของจำเป็นในชีวิตประจำวันแล้ว คำว่า go ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงเดินหรือเดินทาง รูปแบบที่ใช้ทั่วไปคือ cannot go without + คำนาม ใน something that I cannot go without คำว่า something เป็นกรรมของ without และ that ขึ้นต้นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย something

แบบฝึกหัด

ผู้พูดหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า “This is something that I cannot go without now.”?

  1. ผู้พูดถือสิ่งนั้นขณะเดินไม่ได้
  2. สิ่งนั้นกลายเป็นของจำเป็นสำหรับผู้พูดแล้ว
  3. ผู้พูดวางแผนจะเลิกใช้สิ่งนั้น
ดูคำตอบ

สิ่งนั้นกลายเป็นของจำเป็นสำหรับผู้พูดแล้ว

Even if it's just a little squiggle.

3:10

ต่อให้เป็นแค่รอยขยุกขยิกเล็กๆ ก็ตาม

Without experimenting, ไวยากรณ์

3:12

ถ้าเราไม่ทำการทดลอง

we tend to stay at this very comfortable level.

3:13

เรามักจะติดอยู่กับระดับที่เราสบายใจมากๆ นี้

ไวยากรณ์

Without experimenting, we tend to stay: เงื่อนไขและแนวโน้ม

Without experimenting ตั้งเงื่อนไขเชิงปฏิเสธว่า หากเราไม่ทดลอง ผลที่น่าจะเกิดขึ้นคือเรายังคงอยู่ในระดับที่สบายแบบเดิม วลีที่มี without อยู่ต้นประโยคจึงบอกเงื่อนไขก่อน แล้วประโยคหลักจึงบอกผล without เป็นคำบุพบท ดังนั้นเมื่อมีการกระทำตามหลัง ต้องใช้รูป -ing: without experimenting ห้ามวางกริยารูปพื้นฐาน experiment ต่อจาก without โดยตรง ส่วน tend to หมายถึงมักจะหรือมีแนวโน้มที่จะ จึงสื่อถึงแนวโน้ม ไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ check หลัง without: Without ____ the details, we tend to miss small errors.

ดูคำตอบ

checking

But the moment we stop pursuing beyond that ไวยากรณ์

3:16

แต่ในวินาทีที่เราหยุดที่จะแสวงหาสิ่งที่เหนือไปกว่านั้น

is when things start to feel stuck or redundant. การใช้คำ

3:19

คือตอนที่สิ่งต่างๆ เริ่มให้ความรู้สึกติดขัดหรือซ้ำซากจำเจ

ไวยากรณ์

the moment ... is when ...: ระบุจุดเปลี่ยน

รูปแบบ the moment + อนุประโยค + is/was when + อนุประโยค ใช้ระบุจุดเปลี่ยนที่ชัดเจน อนุประโยคหลัง the moment บอกว่าอะไรคือจุดที่เกิดการเปลี่ยนแปลง ส่วนอนุประโยคที่มี when บอกว่าอะไรเริ่มเกิดขึ้นหรือเป็นจริงตั้งแต่ตอนนั้น ในประโยคนี้ การหยุดพยายามไปให้ไกลกว่าเดิมถูกนำเสนอว่าเป็นจุดที่สิ่งต่าง ๆ เริ่มดูติดขัดหรือซ้ำซาก ตรงนี้ the moment หมายถึง “ณ จุดที่…พอดี” จึงเน้นช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงมากกว่าการบอกเวลาแบบทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบแสดงจุดเปลี่ยน The moment ... was when ...: ____ we stopped checking the map ____ we began to get lost.

ดูคำตอบ

The moment · was when

การใช้คำ

feel stuck or redundant: ไม่คืบหน้ากับไม่เพิ่มคุณค่าใหม่

ในที่นี้ feel เป็นกริยาเชื่อมที่ตามด้วยคำคุณศัพท์ Feel stuck หมายถึงโครงการหรือกิจกรรมดูเหมือนไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ ส่วน feel redundant หมายถึงสิ่งนั้นดูซ้ำหรือไม่จำเป็นเพราะไม่ได้เพิ่มอะไรใหม่ คำคุณศัพท์สองคำนี้บอกปัญหาต่างกัน โดย stuck เน้นการไม่มีความคืบหน้า ส่วน redundant เน้นการซ้ำหรือการไม่มีจุดประสงค์ที่เป็นประโยชน์

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำอะไรต่อไป โครงการจึงไม่คืบหน้า ประโยคใดเหมาะกับสถานการณ์นี้?

  1. The project feels redundant.
  2. The project feels stuck.
  3. The project feels relaxed.
ดูคำตอบ

The project feels stuck.

There's always going to be some level of risk involved

3:23

มันจะมีความเสี่ยงในระดับหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ

when it comes to experimenting. วลี

3:25

เมื่อพูดถึงเรื่องการทดลอง

วลี

when it comes to experimenting: การกำหนดขอบเขตของหัวข้อ

ในที่นี้ when it comes to experimenting หมายถึง “เมื่อพูดถึงการทดลองทำ” หรือ “ในเรื่องของการทดลองทำ” วลีนี้จำกัดข้อความเรื่องความเสี่ยงให้อยู่ในหัวข้อนั้น ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งใดเคลื่อนที่มาถึงสถานที่หนึ่งจริง ๆ โครงสร้างคือ when it comes to + นามวลีหรือรูป -ing โดย to ในวลีนี้เป็นคำบุพบท หากคำถัดไปเป็นการกระทำ จึงใช้รูป -ing คือ experimenting ไม่ใช่กริยารูปพื้นฐาน experiment

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างตายตัวจากบทเรียนที่ใช้แนะนำหัวข้อ: ____ planning a class trip, safety comes first.

ดูคำตอบ

When it comes to

that's just the name of the game. สำนวน

3:27

นั่นคือเรื่องปกติธรรมดา

สำนวน

that's just the name of the game: การยอมรับความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

That's just the name of the game เป็นสำนวนที่หมายถึง “กิจกรรมนี้ดำเนินไปแบบนี้” หรือ “นี่เป็นส่วนหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” ในบริบทนี้ ผู้พูดมองว่าความเสี่ยงระดับหนึ่งเป็นเรื่องปกติของการทดลองทำสิ่งใหม่ ไม่ได้กำลังพูดถึงชื่อของเกมจริง ๆ just ทำให้ข้อความฟังดูเป็นการบอกข้อเท็จจริงและยอมรับสถานการณ์ ผู้พูดมองว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่คาดไว้แล้ว ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ

แบบฝึกหัด

ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งพูดว่า “Schedules change quickly, but that's just the name of the game in live news.” สำนวนนี้หมายความว่าอะไร?

  1. รายการข่าวสดนี้มีชื่อว่า ตารางเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว
  2. การเปลี่ยนตารางอย่างรวดเร็วเป็นเรื่องปกติของงานข่าวสด
  3. ผู้สื่อข่าวต้องการให้ทุกคนเล่นเกม
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนตารางอย่างรวดเร็วเป็นเรื่องปกติของงานข่าวสด

whether something didn't go the way we expected โน้ต

3:29

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคาดหวัง

วลี

go the way we expected: ดำเนินไปตามที่คาดไว้

ใน go the way we expected คำว่า go อธิบายว่าเหตุการณ์ดำเนินไปหรือจบลงอย่างไร ส่วน the way we expected หมายถึง “ในแบบที่เราคาดไว้” ตรงนี้ way ไม่ได้หมายถึงถนนจริง ๆ เมื่อใช้กับ didn't วลีนี้จะบอกว่ากระบวนการหรือผลลัพธ์แตกต่างจากที่เราคาดไว้ เราสามารถใช้โครงสร้าง go the way + อนุประโยค เมื่อพูดถึงแผน กิจกรรม การทดสอบ หรือโครงการได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง go the way ... เพื่อให้หมายถึง “ดำเนินไปตามที่เราคาดไว้”: The launch didn't ____.

ดูคำตอบ

go the way we expected

or we have to scrap something altogether. การใช้คำ

3:31

หรือเราต้องโละสิ่งใดสิ่งหนึ่งทิ้งไปทั้งหมด

ไวยากรณ์

whether ... or ...: รวมปัญหาที่อาจเกิดขึ้นสองแบบไว้ภายใต้ความเสี่ยงเดียวกัน

ในที่นี้ whether A or B ใช้บอกความล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้นได้สองแบบ คือ บางอย่างอาจไม่ดำเนินไปตามที่คาด หรืออาจจำเป็นต้องยกเลิกสิ่งนั้นทั้งหมด นี่ไม่ใช่คำถามที่ถามว่าเกิดแบบใดขึ้น โครงสร้างนี้รวมทั้งสองความเป็นไปได้ไว้ภายใต้แนวคิดกว้าง ๆ เรื่องความเสี่ยง ดังนั้นใจความหลักจึงใช้ได้กับทั้งสองกรณี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ whether ... or ... อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อรวมปัญหาที่อาจเกิดขึ้นสองแบบไว้ภายใต้ความเสี่ยงเดียวกัน

  1. The plan involves risk, although whether it takes longer than expected.
  2. The plan involves risk, whether it takes longer than expected or has to be canceled entirely.
  3. The plan involves risk, because it takes longer than expected or canceled entirely.
ดูคำตอบ

The plan involves risk, whether it takes longer than expected or has to be canceled entirely.

การใช้คำ

have to scrap something altogether: ต้องยกเลิกบางอย่างไปทั้งหมด

ในที่นี้ have to scrap something altogether หมายถึง สถานการณ์ทำให้ไม่มีทางเลือกที่สมเหตุสมผลนอกจากต้องล้มเลิกแนวคิด แผน หรือชิ้นงานทั้งหมด คำว่า scrap เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ทิ้งหรือยกเลิก” ไม่ใช่คำนามที่หมายถึง “เศษวัสดุ” altogether เพิ่มความหมายว่า “ทั้งหมดโดยสิ้นเชิง” คือเลิกทั้งสิ่งนั้น ไม่ใช่แก้ไขเพียงบางส่วน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าต้องล้มเลิกแผนทั้งหมดเพราะไม่สามารถดำเนินต่อได้?

  1. We have to scrap the plan altogether.
  2. We have to revise part of the plan.
  3. We have to collect scrap for the plan.
ดูคำตอบ

We have to scrap the plan altogether.

But even then,

3:33

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ

it allows us to be more engaged with whatever we're working on. วลี

3:34

มันช่วยให้เรามีส่วนร่วมกับสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ได้มากขึ้น

วลี

be more engaged with whatever we're working on: มีส่วนร่วมกับสิ่งที่กำลังทำอยู่มากขึ้น

Be engaged with something หมายถึงให้ความสนใจอย่างจริงจังและมีส่วนร่วมกับสิ่งนั้น ส่วน more engaged แสดงว่ามีระดับการมีส่วนร่วมมากขึ้น คำว่า engaged ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “หมั้นหมาย” Whatever we're working on เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม หมายถึง “อะไรก็ตามที่เรากำลังทำอยู่” และเป็นกรรมของ with ดังนั้นวลีนี้จึงใช้กับงานใด ๆ ที่กำลังทำอยู่ได้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะโครงการที่ระบุชื่อไว้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าเด็ก ๆ มีส่วนร่วมกับกิจกรรมวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง?

  1. The children were deeply engaged to the science activity.
  2. The children were deeply engaged with the science activity.
  3. The children were deeply engaged for the science activity.
ดูคำตอบ

The children were deeply engaged with the science activity.

And even if there are failed experiments,

3:37

และแม้ว่ามันจะเป็นการทดลองที่ล้มเหลว

and trust me,

3:39

และเชื่อฉันเถอะ

there will be a lot,

3:41

มันจะมีล้มเหลวเยอะมาก

you just successfully figured out what doesn't work, กริยาวลี

3:42

คุณก็ประสบความสำเร็จในการค้นพบว่าอะไรที่มันไม่เวิร์ก

กริยาวลี

successfully figured out what doesn't work: หาคำตอบได้สำเร็จว่าอะไรใช้ไม่ได้ผล

ในประโยคนี้ figure out what doesn't work หมายถึงค้นพบจากการคิดหรือการลองว่าแนวทางใดล้มเหลวหรือไม่ได้ผล Figure out เป็นกริยาวลี จึงต้องเข้าใจ figure และ out รวมกัน คำวิเศษณ์ successfully ทำให้เรามองความพยายามที่ไม่สำเร็จใหม่ว่าเป็นความก้าวหน้าที่มีประโยชน์ การรู้ว่าวิธีใดใช้ไม่ได้ก็ยังเป็นผลลัพธ์จริง แนวคิดนี้ใช้ได้เมื่อตรวจทบทวนการทดลอง แผน หรือความพยายามแก้ปัญหา

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายจากบทเรียนนี้ตามรูปเดิมเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: After three failed trials, we ____, so now we can test a new plan.

ดูคำตอบ

successfully figured out what doesn't work

which is equally as valuable.

3:44

ซึ่งก็มีคุณค่าเท่าเทียมกัน

There has been times over the past 10 months where ไวยากรณ์

3:46

มีหลายครั้งในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาที่

ไวยากรณ์

There has been times → There have been times: รูปมาตรฐานที่สอดคล้องกับพหูพจน์

รูป There has been times มีการใช้ประธานกับกริยาไม่สอดคล้องกัน ซึ่งอาจเกิดขึ้นในการพูดสด ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน times เป็นพหูพจน์ จึงต้องใช้ have: There have been times ใช้ has กับคำนามเอกพจน์ และใช้ have กับคำนามพหูพจน์ เช่น There has been a time แต่ There have been times เมื่อฟังให้เข้าใจรูปเดิมได้ แต่ในการพูดอย่างระมัดระวังและการเขียนควรใช้รูปมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษมาตรฐานด้วยรูปที่ถูกต้องของ There has been หรือ There have been: ____ times when I needed help.

ดูคำตอบ

There have been

I've either random time,

3:49

ฉันอาจจะจัดเวลาได้ไม่ดีนัก

things were not meshing together, การใช้คำ

3:52

สิ่งต่างๆ ไม่ลงตัวเข้าด้วยกัน

การใช้คำ

things were not meshing together: ส่วนต่าง ๆ ไม่ทำงานเป็นหนึ่งเดียว

ในประโยคนี้ things were not meshing together หมายถึงส่วนต่าง ๆ ไม่ผสานหรือทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นเป็นหนึ่งเดียว แต่ละส่วนอาจดูดีเมื่อแยกกัน แต่เมื่อนำมารวมกันแล้วไม่ลงตัว ในที่นี้ mesh เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงวัสดุตาข่าย โครงสร้าง X meshes/does not mesh (together) ใช้บอกว่าแนวคิด สไตล์ แผน ตารางเวลา หรือผู้คนเข้ากันและทำงานร่วมกันได้ดีหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นเป็นหนึ่งเดียว”: The music and pictures were good separately, but they were not ____.

ดูคำตอบ

meshing together

and I would have to go through the very painful process of scrapping an idea. วลี

3:53

และฉันก็ต้องผ่านกระบวนการที่เจ็บปวดมากๆ ในการทิ้งไอเดีย

วลี

go through the very painful process of scrapping an ...: ทนผ่านกระบวนการที่ยากลำบาก

Go through the process of doing something หมายถึงการประสบและจัดการทุกขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ในที่นี้ผู้พูดคาดว่าจะต้องทนผ่านกระบวนการที่ยากลำบากในการละทิ้งแนวคิดหนึ่ง ดังนั้น go through จึงไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนผ่านสถานที่จริง หลัง process of การกระทำมักอยู่ในรูป -ing เช่น the process of scrapping an idea คำว่า Scrapping หมายถึงการตัดสินใจทิ้งแนวคิดหรือหยุดพัฒนาต่อ ส่วน painful อธิบายความยากลำบากทางอารมณ์หรือในทางปฏิบัติ ไม่จำเป็นต้องเป็นความเจ็บปวดทางร่างกาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ประสบทุกขั้นตอน”: After the storm, the town had to ____ rebuilding the library.

ดูคำตอบ

go through the process of

But it allows me to move on,

3:58

แต่มันก็ทำให้ฉันก้าวต่อไปได้

which is the more important thing.

4:00

ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า

And nothing is ever really,

4:01

และไม่มีอะไรที่เคยถูก

you know,

4:03

คุณก็รู้

tossed in the bin. สำนวน

4:04

โยนทิ้งลงถังขยะไปจริงๆ

สำนวน

tossed in the bin: ถูกทิ้งแทนที่จะเก็บไว้

be tossed in the bin ตามตัวอักษรหมายถึง “ถูกโยนทิ้ง” ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ โดยมองไอเดียเหมือนสิ่งของที่ไม่ต้องการ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “ถูกทิ้งหรือเลิกใช้โดยสิ้นเชิง” ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของไปใส่ภาชนะจริง ๆ เมื่อผู้พูดบอกว่า nothing is ever really tossed in the bin ใจความคือไอเดียที่ยังไม่ได้ใช้ไม่ได้หายไปตลอดกาล และอาจนำกลับมาพิจารณาใหม่ในภายหลัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ tossed in the bin ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อบอกว่าไอเดียถูกทิ้งไปแล้ว

  1. The animation idea was saved for next year's project.
  2. The empty bottle was tossed in the bin after lunch.
  3. The animation idea was tossed in the bin, so the team started again.
ดูคำตอบ

The animation idea was tossed in the bin, so the team started again.

I think you could always revisit ideas or make them part of a bigger project later on. วลี

4:05

ฉันคิดว่าคุณสามารถกลับมาดูไอเดียเหล่านั้น หรือนำมันไปเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ที่ใหญ่กว่าในภายหลังได้เสมอ

วลี

make A part of B ... later: นำบางสิ่งไปรวมในภายหลัง

รูปแบบ make A part of B หมายถึง “รวม A ไว้ใน B” หรือ “ทำให้ A กลายเป็นส่วนหนึ่งของ B” ในประโยคนี้ A คือ them ซึ่งหมายถึง ideas ที่กล่าวถึงก่อนหน้า และ B คือ a bigger project later แสดงว่าไอเดียเหล่านี้สามารถนำไปรวมในอนาคตแทนที่จะทำตอนนี้ ในประโยคเต็ม later on ก็หมายถึง “ภายหลัง” เช่นกัน โดย on ไม่ได้หมายถึงสถานที่

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ make A part of B ให้สมบูรณ์: We can make this interview ____ the larger documentary next month.

ดูคำตอบ

part of

I've come to learn this is always going to be an evolving process, วลี

4:09

ฉันได้เรียนรู้ว่านี่จะเป็นกระบวนการที่พัฒนาไปเรื่อยๆ เสมอ

วลี

I've come to learn: ความเข้าใจที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นตามเวลา

ในที่นี้ I've come to learn หมายถึง “ฉันค่อย ๆ เรียนรู้หรือตระหนักได้จากประสบการณ์” come ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่มายังสถานที่หนึ่ง ส่วน come to + คำกริยาแสดงว่าสภาวะหรือความเข้าใจค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นตามเวลา รูป present perfect ใน I've come to learn เชื่อมประสบการณ์ก่อนหน้านี้เข้ากับสิ่งที่ผู้พูดเข้าใจในตอนนี้ ในประโยคนี้มีอนุประโยคตามหลังเพื่อบอกเนื้อหาที่เข้าใจ โดยละคำว่า that ไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายแบบตรงตัวที่หมายถึง “ฉันค่อย ๆ ตระหนักได้จากประสบการณ์”: ____ that asking for help saves time.

ดูคำตอบ

I've come to learn

but that is a good thing

4:13

แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ดี

because it means that your work is growing too. ลำดับความ

4:14

เพราะมันหมายความว่าผลงานของคุณกำลังเติบโตเช่นกัน

ลำดับความ

because it means that...: เปลี่ยนการเปลี่ยนแปลงให้เป็นหลักฐานของการเติบโต

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย because อธิบายว่าทำไมผู้พูดจึงมองกระบวนการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอในแง่บวก it หมายถึงข้อเท็จจริงที่ว่ากระบวนการยังคงเปลี่ยนแปลง ส่วน means that นำเข้าสู่ข้อสรุปที่ได้จากข้อเท็จจริงนั้น ข้อมูลเคลื่อนจากสิ่งที่สังเกตเห็นไปสู่การตีความในแง่บวก โดยนำเสนอว่าการเปลี่ยนแปลงที่ดำเนินต่อไปเป็นหลักฐานว่าผลงานก็กำลังเติบโต รูปแบบนี้ใช้จัดลำดับคำอธิบายเป็น “ข้อเท็จจริงหรือสถานการณ์ + because it means that + การตีความ” ได้

แบบฝึกหัด

อนุประโยค because ที่เน้นไว้ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายของผู้พูด

  1. นำเสนอผลงานชิ้นใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับแนวคิดก่อนหน้า
  2. บอกว่ากระบวนการหยุดเปลี่ยนแปลงแล้ว
  3. ทำให้การเปลี่ยนแปลงที่ดำเนินต่อไปกลายเป็นหลักฐานว่าผลงานกำลังเติบโต
ดูคำตอบ

ทำให้การเปลี่ยนแปลงที่ดำเนินต่อไปกลายเป็นหลักฐานว่าผลงานกำลังเติบโต

So far,

4:21

จนถึงตอนนี้

I'm coming to see what I naturally gravitate towards การใช้คำ

4:22

ฉันเริ่มเห็นแล้วว่าโดยธรรมชาติฉันเอนเอียงไปทางไหน

การใช้คำ

what I naturally gravitate towards: ความชอบตามธรรมชาติที่เกิดซ้ำ

ในประโยคนี้ what I naturally gravitate towards หมายถึง “สิ่งที่ฉันรู้สึกสนใจซ้ำ ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจเลือก” gravitate towards ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยหมายถึงความชอบที่ค่อย ๆ ปรากฏชัด ไม่ใช่การเคลื่อนที่ทางกายภาพที่เกิดจากแรงโน้มถ่วง อนุประโยคขึ้นต้นด้วย what เพราะผู้พูดกำลังค้นหาว่าความชอบนั้นมุ่งไปที่สิ่งใด naturally เน้นว่ารูปแบบนี้ปรากฏชัดขึ้นเองจากการเลือกซ้ำ ๆ ของผู้พูด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายความชอบที่เกิดซ้ำและค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นจากการเลือกหลายครั้งได้ดีที่สุด

  1. I chose the closest café because it was raining.
  2. I keep gravitating towards quiet cafés when I need to work.
  3. I liked the café I visited yesterday.
ดูคำตอบ

I keep gravitating towards quiet cafés when I need to work.

and finding my style with every vlog that I make. วลี

4:24

และค้นหาสไตล์ของตัวเองผ่านทุกๆ วิดีโอบล็อกที่ฉันทำ

วลี

finding my style: การพัฒนาเอกลักษณ์ในการสร้างสรรค์ของตนเอง

ในบริบทการสร้างสรรค์ finding my style หมายถึงการค่อย ๆ ค้นพบและพัฒนาวิธีสร้างผลงานที่คนมองออกว่าเป็นแบบของตนเอง ในที่นี้ find ไม่ได้หมายถึงการหาสิ่งของที่หายไป รูป -ing แสดงว่านี่เป็นกระบวนการที่ยังดำเนินอยู่ เมื่อฝึกฝนซ้ำ ๆ ผู้พูดจะเข้าใจความชอบของตนในด้านน้ำเสียง จังหวะ ภาพ หรือองค์ประกอบสร้างสรรค์อื่น ๆ ชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ find my style ซึ่งแสดงกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่: By experimenting with colour and layout, I'm slowly ____.

ดูคำตอบ

finding my style

A big part of that happens in the edit การใช้คำ

4:28

ส่วนสำคัญของสิ่งนั้นเกิดขึ้นในขั้นตอนการตัดต่อ

การใช้คำ

happens in the edit: เกิดขึ้นในขั้นตอนตัดต่อ

ในการผลิตวิดีโอ the edit เป็นนามวลีที่หมายถึงขั้นตอนตัดต่อ หรือในบางบริบทอาจหมายถึงฉบับที่ตัดต่อแล้ว ในที่นี้ happens in the edit หมายความว่าผลงานสร้างสรรค์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นขณะตัดต่อฟุตเทจ ไม่ได้ถูกกำหนดไว้ทั้งหมดตั้งแต่ตอนถ่ายทำ the ช่วยบอกว่า edit ถูกใช้เป็นคำนามในที่นี้ รูปแบบ happen in the edit ใช้อธิบายการตัดสินใจหรือผลลัพธ์ เช่น จังหวะ เวลา หรือโทน ที่ค่อย ๆ เป็นรูปเป็นร่างในช่วงหลังการถ่ายทำได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า การตัดสินใจเรื่องจังหวะส่วนใหญ่เกิดขึ้นในขั้นตอนตัดต่อ

  1. Most of the pacing decisions happen in the edit.
  2. Most of the cameras happen in the studio.
  3. Most of the actors happen after the premiere.
ดูคำตอบ

Most of the pacing decisions happen in the edit.

and especially with music.

4:30

และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับดนตรี

And that is where Epidemic Sound comes in. กริยาวลี

4:32

และนั่นคือตอนที่ Epidemic Sound เข้ามามีบทบาท

กริยาวลี

where Epidemic Sound comes in: การแนะนำบทบาทของบริการนี้

รูปแบบ that is where X comes in หมายถึง “นั่นคือจุดที่ X เริ่มมีประโยชน์หรือเกี่ยวข้อง” ในประโยคนี้ใช้แนะนำ Epidemic Sound ว่าเป็นบริการที่ช่วยตอบความต้องการที่เพิ่งกล่าวถึงได้ comes in ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่เข้ามาจริง ๆ รูปแบบนี้จัดข้อมูลเป็นสองขั้นตอน คือเริ่มจากบอกปัญหาหรือความต้องการ แล้วจึงแนะนำบุคคล เครื่องมือ บริการ หรือแนวคิด พร้อมอธิบายบทบาทของสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ where ... comes in อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแนะนำวิธีแก้ปัญหา

  1. We need accurate captions, and that is where this tool comes in.
  2. We need accurate captions, but the meeting starts at noon.
  3. We need accurate captions, so this tool is sitting beside the computer.
ดูคำตอบ

We need accurate captions, and that is where this tool comes in.

And a big thank you to them for sponsoring today's video. น้ำเสียง/เจตนา

4:34

และขอขอบคุณพวกเขาเป็นอย่างมากที่สนับสนุนวิดีโอวันนี้

น้ำเสียง/เจตนา

a big thank you to ... for ...: บอกต่อสาธารณะว่าขอบคุณใครและเพราะเหตุใด

รูปแบบ a big thank you to someone for doing something เป็นวิธีที่ใช้บ่อยในการกล่าวขอบคุณต่อสาธารณะ โดย to ระบุบุคคลหรือกลุ่มที่ได้รับคำขอบคุณ ส่วน for ระบุเหตุผล ซึ่งมักเป็นคำนามหรือคำกริยารูป -ing ในประโยคนี้ them หมายถึงผู้สนับสนุน และ sponsoring today's video คือเหตุผลที่ขอบคุณ วลีนี้ใช้เดี่ยว ๆ เป็นคำกล่าวขอบคุณสั้น ๆ ได้ โดยละคำอย่าง I want to give ไว้ให้เข้าใจจากบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคขอบคุณต่อสาธารณะให้สมบูรณ์: A big thank you ____ Maya ____ organizing the event.

ดูคำตอบ

to · for

Epidemic Sound is a music licensing platform การใช้คำ

4:37

Epidemic Sound คือแพลตฟอร์มลิขสิทธิ์เพลง

with a whole catalog of sound effects and music.

4:39

ที่มีแคตตาล็อกซาวด์เอฟเฟกต์และเพลงทั้งหมด

การใช้คำ

music licensing platform: แพลตฟอร์มให้สิทธิ์ใช้งานเพลง

music licensing platform คือบริการที่ให้เพลงซึ่งผู้คนสามารถนำไปใช้อย่างถูกกฎหมายตามเงื่อนไขใบอนุญาตที่ระบุไว้ ในงานสื่อ licensing หมายถึงการมอบสิทธิ์ในการใช้งาน ไม่ได้หมายความว่าเพลงนั้นไม่มีลิขสิทธิ์ ในคำนามประสมนี้ platform เป็นคำนามหลัก ส่วน music licensing บอกว่าบริการของแพลตฟอร์มเป็นประเภทใด

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ music licensing platform มากที่สุด?

  1. เว็บไซต์ที่ใช้ซ่อมเครื่องดนตรีเท่านั้น
  2. บริการที่ลบลิขสิทธิ์ออกจากเพลงทุกเพลง
  3. บริการที่ผู้สร้างสรรค์ผลงานสามารถขอสิทธิ์ใช้เพลงตามเงื่อนไขที่ระบุไว้
ดูคำตอบ

บริการที่ผู้สร้างสรรค์ผลงานสามารถขอสิทธิ์ใช้เพลงตามเงื่อนไขที่ระบุไว้

This is where I love finding the soundtrack to my videos วลี

4:42

นี่คือที่ที่ฉันชอบค้นหาซาวด์แทร็กสำหรับวิดีโอของฉัน

วลี

the soundtrack to my videos: เพลงประกอบวิดีโอของฉัน

ในประโยคนี้ the soundtrack to my videos หมายถึงเพลงที่ผู้พูดเลือกใช้กับวิดีโอของตน soundtrack คือเพลงหรือกลุ่มเพลงที่ใช้ประกอบภาพยนตร์ วิดีโอ เกม หรือผลงานประเภทใกล้เคียงกัน รูปแบบคือ the soundtrack to + ผลงาน โดย to เชื่อมเพลงเข้ากับผลงานที่เพลงนั้นประกอบอยู่ ส่วนที่เน้นจบที่ my แต่กลุ่มคำนามเต็มยังต่อไปถึง videos

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “เพลงประกอบของสารคดี”: The composer created ____ the documentary.

ดูคำตอบ

the soundtrack to

and I even have a little playlist on there

4:45

และฉันถึงกับมีเพลย์ลิสต์เล็กๆ ไว้ที่นั่นด้วย

just in case you were interested. น้ำเสียง/เจตนา

4:47

เผื่อว่าพวกคุณจะสนใจ

น้ำเสียง/เจตนา

just in case you were interested: การเสริมข้อมูลทางเลือกอย่างนุ่มนวล

ในที่นี้ just in case you were interested ใช้เสริมข้อมูลทางเลือกอย่างสุภาพ โดยมีความหมายประมาณว่า “เผื่อว่าสิ่งนี้จะตรงกับความสนใจของคุณ” ผู้พูดกล่าวถึงเพลย์ลิสต์โดยไม่คิดเอาเองว่าผู้ฟังต้องการ และไม่ได้ขอให้ตอบกลับ were ไม่ได้หมายความว่าผู้ฟังสนใจเฉพาะในอดีต รูปอดีตช่วยสร้างระยะห่างทางสังคมเล็กน้อยและทำให้ข้อเสนอฟังนุ่มนวล จึงไม่กดดันเท่าคำถามตรง ๆ หรือคำพูดเชิงขายของ

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าสำนวนนี้เหมาะกับสถานการณ์ต่อไปนี้หรือไม่: คุณแบ่งปันบทความที่เลือกอ่านได้แบบสบาย ๆ และเขียนว่า "I left the link below, just in case you were interested."

  1. เหมาะสม
  2. ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ

เหมาะสม

I just search up the kind of mood or specific genre กริยาวลี

4:48

ฉันแค่ค้นหาประเภทของอารมณ์หรือแนวเพลงเฉพาะเจาะจง

กริยาวลี

search up: วิธีพูดแบบสบาย ๆ ว่าค้นหาทางออนไลน์

ในที่นี้ search up หมายถึงใช้เว็บไซต์ แอป หรือฐานข้อมูลเพื่อค้นหาบางอย่าง ผู้พูดใช้บรรยากาศหรือแนวเพลงเป็นคำค้น นี่เป็นรูปแบบภาษาพูดสบาย ๆ ที่ผู้พูดบางกลุ่มใช้ ไม่ใช่รูปมาตรฐานในภาษาอังกฤษทุกแบบ คำว่า up ทำให้มีนัยสบาย ๆ แบบการค้นข้อมูล ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ search up อย่างเป็นธรรมชาติในบริบททั่วไปของการค้นหาออนไลน์แบบสบาย ๆ

  1. The guard will search up every bag at the entrance.
  2. I'll search up the bus schedule on my phone.
  3. The rescue team will search up the mountain for the hiker.
ดูคำตอบ

I'll search up the bus schedule on my phone.

that I have in mind, วลี

4:50

ที่ฉันมีอยู่ในใจ

วลี

that I have in mind: ความคิดที่พิจารณาไว้แล้ว

Have something in mind หมายถึงกำลังคิดถึงบางอย่างไว้แล้วในฐานะตัวเลือก แผน หรือเป้าหมายที่เป็นไปได้ ในประโยคนี้ ผู้พูดมีบรรยากาศหรือแนวเพลงบางอย่างอยู่ในใจแล้ว แม้จะยังไม่ได้บอกชื่ออย่างชัดเจน That นำหน้าประโยคย่อยสัมพัทธ์ที่ขยาย the kind of mood or specific genre โดยทำหน้าที่เป็นกรรมของ have และชี้กลับไปยังนามวลีก่อนหน้า ในที่นี้ mind หมายถึงความคิดหรือความตั้งใจ ไม่ใช่คำกริยา mind ที่แปลว่ารังเกียจหรือขัดข้อง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “มีตัวเลือกหรือความคิดอยู่แล้ว” ให้สมบูรณ์: Do you have a particular date ____?

ดูคำตอบ

in mind

download,

4:51

ดาวน์โหลด

drop it in my timeline, การใช้คำ

4:52

ลากมันลงในไทม์ไลน์ของฉัน

การใช้คำ

drop it in my timeline: วางสื่อลงในไทม์ไลน์ตัดต่อ

ในซอฟต์แวร์ตัดต่อวิดีโอ drop it in my timeline หมายถึงการนำสื่อที่เลือกไปวางบนไทม์ไลน์ตัดต่อ ในที่นี้ drop บอกการทำงานในซอฟต์แวร์ ซึ่งมักเป็นการลากรายการแล้วปล่อยในพื้นที่ทำงาน ไม่ได้หมายถึงการทำวัตถุจริงตกลงมา Timeline คือพื้นที่ทำงานที่ใช้จัดเรียงวิดีโอ เสียง รูปภาพ และเอฟเฟกต์ตามเวลา ในประโยคนี้ my timeline หมายถึงไทม์ไลน์ในโปรเจกต์ตัดต่อที่ผู้พูดกำลังทำอยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ drop ในความหมายว่าใส่สื่อลงในไทม์ไลน์ตัดต่อ

  1. I wrote the filming dates on the project timeline.
  2. I dragged the voice-over file into my project and dropped it in the timeline.
  3. I dropped the microphone, and it hit the floor.
ดูคำตอบ

I dragged the voice-over file into my project and dropped it in the timeline.

and go from there. สำนวน

4:53

แล้วก็ไปต่อจากตรงนั้น

สำนวน

go from there: ดำเนินการต่อจากขั้นตอนปัจจุบัน

Go from there หมายถึงดำเนินการต่อจากสถานการณ์หรือผลลัพธ์ที่ได้หลังจากทำขั้นตอนก่อนหน้า There ย้อนกลับไปหมายถึงขั้นตอนนั้น โดยทั่วไปไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง วลีนี้มักเปิดไว้ว่าการกระทำถัดไปจะเป็นอะไรอย่างแน่นอน คือทำขั้นตอนแรกก่อน ดูว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วจึงตัดสินใจว่าจะดำเนินการต่ออย่างไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึง “ทำหนึ่งขั้นตอนตอนนี้ แล้วตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อจากผลที่ได้”

  1. Let's go from the studio to the station.
  2. Let's follow the full plan without changing anything.
  3. Let's test the shorter opening and go from there.
ดูคำตอบ

Let's test the shorter opening and go from there.

And the best part?

4:54

และส่วนที่ดีที่สุดน่ะเหรอ?

I don't have to worry about copyright on a user subscription. การใช้คำ

4:56

ฉันไม่ต้องกังวลเรื่องลิขสิทธิ์ด้วยการสมัครสมาชิกผู้ใช้งาน

การใช้คำ

to worry about copyright: กังวลเรื่องการอนุญาตให้ใช้ผลงานที่ได้รับความคุ้มครอง

to worry about copyright หมายถึงกังวลว่าการใช้สื่อที่ได้รับความคุ้มครองอาจทำให้เกิดปัญหาด้านสิทธิ์หรือใบอนุญาต copyright คือความคุ้มครองทางกฎหมายสำหรับผลงานต้นฉบับ เช่น เพลง รูปภาพ งานเขียน ซอฟต์แวร์ และวิดีโอ ใน don't have to worry คำว่า don't have to หมายถึงไม่จำเป็นต้องกังวลในสถานการณ์นี้ แต่ตัวข้อความเองไม่ได้รับประกันว่าการใช้งานทุกรูปแบบจะได้รับอนุญาต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ worry about copyright ในความหมายว่ากังวลเรื่องสิทธิ์ตามกฎหมายในการใช้สื่อที่ได้รับความคุ้มครอง

  1. I don't have to worry about the weather because the video has subtitles.
  2. I don't have to worry about the camera because the song is short.
  3. With a valid licence for this track, I don't have to worry about copyright when I post the video.
ดูคำตอบ

With a valid licence for this track, I don't have to worry about copyright when I post the video.

Music is where it all comes alive for me. สำนวน

4:59

ดนตรีคือสิ่งที่ทำให้ทุกอย่างมีชีวิตชีวาสำหรับฉัน

สำนวน

where it all comes alive for me: ขั้นตอนที่ทำให้ผลงานมีชีวิตชีวา

come alive ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงผลงานเริ่มมีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยพลัง และดึงดูดอารมณ์ it all หมายถึงวิดีโอทั้งหมดหรือผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ของผู้สร้าง ไม่ได้หมายถึงสิ่งใดมีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ โครงสร้าง X is where Y happens ระบุว่า X คือส่วนหรือขั้นตอนของกระบวนการที่เกิดผลสำคัญ ส่วน for me แสดงว่าเป็นมุมมองส่วนตัว ผู้พูดจึงกำลังบอกว่าดนตรีคือขั้นตอนที่ทำให้ผลงานทั้งหมดมีชีวิตชีวาอย่างเต็มที่สำหรับตน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอขั้นตอนหนึ่งว่าเป็นส่วนที่ทำให้ผลงานสร้างสรรค์มีชีวิตชีวาสำหรับผู้พูด

  1. The sound designer tells me where the game files are stored.
  2. The sound design is where the whole game comes alive for me.
  3. The whole game was finished before I chose the sound effects.
ดูคำตอบ

The sound design is where the whole game comes alive for me.

It sets the tone and influences a big part of the final product. สำนวน

5:01

มันเป็นตัวกำหนดโทนเรื่องและมีอิทธิพลอย่างมากต่อผลงานชิ้นสุดท้าย

สำนวน

sets the tone: กำหนดบรรยากาศโดยรวม

ในที่นี้ sets the tone หมายถึงการกำหนดอารมณ์ ท่าที หรือรูปแบบโดยรวมที่ส่งผลต่อสิ่งที่จะตามมา ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวอธิบายว่าดนตรีมีผลต่อความรู้สึกของผู้ชมที่มีต่อวิดีโอฉบับสมบูรณ์อย่างไร คำว่า tone ในสำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงระดับเสียงของเสียงหนึ่งเสียง แต่หมายถึงความรู้สึกหรือลักษณะโดยรวม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปของ set the tone ที่สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ในปัจจุบันกาล: Her warm welcome ____ for a friendly evening.

ดูคำตอบ

sets the tone

If you want to take a chance on yourself and level up your videos, โน้ต

5:04

หากคุณอยากให้โอกาสตัวเองและยกระดับวิดีโอของคุณ

สำนวน

take a chance on yourself: เชื่อมั่นในตนเองแม้ผลลัพธ์ไม่แน่นอน

take a chance on yourself หมายถึงการเลือกเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและลองทำบางอย่าง แม้จะไม่มีหลักประกันว่าจะสำเร็จ คำว่า chance ในที่นี้ไม่ใช่โอกาสแบบบังเอิญที่เข้ามา แต่ take a chance คือการตัดสินใจยอมรับความไม่แน่นอนอย่างตั้งใจ ในประโยคโฆษณานี้ สำนวนดังกล่าวกระตุ้นให้ผู้ชมลงทุนเพื่อพัฒนาวิดีโอของตน ภาษามีลักษณะสร้างแรงจูงใจ จึงอาจทำให้การซื้อสินค้าฟังดูเหมือนเป็นการแสดงความเชื่อมั่นในตนเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงว่าคนคนหนึ่งเลือกเชื่อมั่นในความสามารถของตนและลองทำ แม้ผลลัพธ์จะยังไม่แน่นอน?

  1. I know for certain that the program will accept me.
  2. I'm going to give my friend a chance to apply for the program.
  3. I'm going to take a chance on myself and apply for the program.
ดูคำตอบ

I'm going to take a chance on myself and apply for the program.

กริยาวลี

level up your + คำนาม

ในที่นี้ level up your videos หมายถึงการปรับปรุงคุณภาพหรือมาตรฐานการผลิตวิดีโอ level up มาจากเกม ซึ่งหมายถึงตัวละครขึ้นไปสู่ระดับที่สูงกว่า แต่ในประโยคนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบกับทักษะ งาน หรือผลงานสร้างสรรค์ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ level up + กรรม เมื่อพูดกับใครโดยตรง มักใช้รูป level up your + คำนาม เช่น level up your skills

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบภาษาพูดที่ได้รับอิทธิพลจากเกม: A weekend workshop can ____ photography skills.

ดูคำตอบ

level up your

then I highly recommend Epidemic Sound for all your music and sound effect needs. น้ำเสียง/เจตนา

5:07

ฉันขอแนะนำ Epidemic Sound เป็นอย่างยิ่งสำหรับทุกความต้องการเรื่องเพลงและซาวด์เอฟเฟกต์ของคุณ

น้ำเสียง/เจตนา

I highly recommend ... for all your ... needs: การแนะนำอย่างหนักแน่นและ用途

I highly recommend + ผลิตภัณฑ์หรือบริการ เป็นการแนะนำเชิงบวกที่หนักแน่น highly เพิ่มน้ำหนักให้ recommend ผู้พูดจึงฟังดูมั่นใจมากกว่าการพูดเพียง I recommend for all your + หมวดหมู่ + needs ระบุขอบเขตความต้องการที่ผลิตภัณฑ์ตั้งใจรองรับ ในภาษาส่งเสริมการขาย all ทำให้รู้สึกว่าครอบคลุมกว้างและสะดวก แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นคำรับประกันตามตัวอักษรว่าจะตอบสนองทุกความต้องการที่เป็นไปได้

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำเชิงส่งเสริมการขายด้วยสองส่วนของโครงสร้างนี้: If you're starting a podcast, ____ this microphone ____ recording needs.

ดูคำตอบ

I highly recommend · for all your

And when you use the link in my description, วัฒนธรรม

5:11

และเมื่อคุณใช้ลิงก์ในคำอธิบายของฉัน

วัฒนธรรม

use the link in my description: ใช้ลิงก์ในคำอธิบายวิดีโอ

ในบริบทของแพลตฟอร์มวิดีโอ use the link in my description หมายถึงการเข้าไปตามลิงก์ที่ผู้สร้างใส่ไว้ในส่วนคำอธิบายด้านล่างหรือด้านข้างวิดีโอ ในที่นี้ description หมายถึงส่วนเฉพาะของหน้าวิดีโอที่ผู้สร้างใช้เพิ่มลิงก์และข้อมูลเสริม use อาจครอบคลุมถึงการคลิกหรือแตะลิงก์ แล้วใช้ลิงก์นั้นเพื่อไปยังหน้า ข้อเสนอ หรือแหล่งข้อมูลบางอย่าง วลีนี้เป็นการนำผู้ชมออกจากวิดีโอไปยังปลายทางของลิงก์

แบบฝึกหัด

ในวิดีโอ use the link in my description หมายความว่าอย่างไร

  1. ผู้สร้างต้องการให้ผู้ชมเขียนคำอธิบายเกี่ยวกับลิงก์
  2. ผู้สร้างต้องการให้ผู้ชมบรรยายลักษณะของผู้สร้าง
  3. ผู้สร้างต้องการให้ผู้ชมตามลิงก์ในส่วนคำอธิบายของวิดีโอ
ดูคำตอบ

ผู้สร้างต้องการให้ผู้ชมตามลิงก์ในส่วนคำอธิบายของวิดีโอ

you can get a free 7-day trial. การใช้คำ

5:13

คุณสามารถทดลองใช้ฟรี 7 วัน

การใช้คำ

a free 7-day trial: ช่วงทดลองใช้ฟรี 7 วัน

วลี a free 7-day trial หมายถึงช่วงเวลาเจ็ดวันที่ผู้ใช้สามารถทดลองผลิตภัณฑ์หรือบริการแบบสมัครสมาชิกได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายสำหรับช่วงทดลองนั้น ในบริบททางการค้านี้ trial หมายถึงโอกาสในการทดลองใช้บริการ ไม่ได้หมายถึงการพิจารณาคดีในศาล ใน 7-day ตัวเลขและหน่วยเวลาเอกพจน์ทำหน้าที่เป็นคำขยายประสมหน้าคำว่า trial ดังนั้น day จึงคงรูปเอกพจน์และใช้เครื่องหมายยัติภังค์เชื่อม หากวางระยะเวลาไว้หลังคำนาม ให้พูดว่า The trial lasts seven days.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ a free + 7-day + trial: The app offers ____ to new users.

ดูคำตอบ

a free 7-day trial

So, thank you to Epidemic Sound.

5:15

ขอบคุณ Epidemic Sound นะคะ

Lean into what you like. กริยาวลี

5:20

เอนเอียงไปหาสิ่งที่คุณชอบ

กริยาวลี

Lean into what you like: ยอมรับและต่อยอดสิ่งที่คุณชอบอย่างเต็มที่

ในประโยคนี้ lean into what you like หมายถึงการยอมรับความสนใจของตนเองอย่างกระตือรือร้น และปล่อยให้สิ่งเหล่านั้นชี้นำหรือกำหนดสิ่งที่ทำ ความหมายจึงมากกว่าแค่การชอบ เพราะยังสื่อถึงการใส่ใจและพัฒนาสิ่งนั้นต่อไป lean into ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ รูปแบบ lean into + คำนาม หรือ lean into + what... มักหมายถึงการยอมรับ ใช้ประโยชน์ หรือเสริมจุดเด่นของคุณลักษณะ ความสนใจ บทบาท หรือสถานการณ์ แทนที่จะถอยหรือยับยั้งตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้วยวลีที่หมายถึง “ยอมรับและพัฒนาอย่างเต็มที่”: Your unusual design is your strength, so ____ it.

ดูคำตอบ

lean into

A personal journey for me in my 20s and into adulthood การใช้คำ

5:22

การเดินทางส่วนตัวของฉันในช่วงวัย 20 และก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่

การใช้คำ

in my 20s and into adulthood: การดำเนินต่อข้ามช่วงชีวิต

in my 20s ระบุว่าส่วนหนึ่งของเส้นทางนี้เกิดขึ้นระหว่างอายุ 20 ถึง 29 ปี ส่วน and into adulthood นำเสนอว่าเส้นทางนี้ยังดำเนินต่อไปในขณะที่ชีวิตวัยผู้ใหญ่พัฒนาขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ในวัยยี่สิบของผู้พูด into ในที่นี้อธิบายการเคลื่อนผ่านเวลาหรือข้ามขอบเขตของช่วงชีวิต ไม่ใช่การเข้าไปในสถานที่ ในรูปแบบอย่าง through X and into Y หรือ from X into Y นั้น Y คือช่วงเวลาที่มาทีหลังซึ่งประสบการณ์ดำเนินไปถึง

แบบฝึกหัด

in my 20s and into adulthood ในประโยคนี้แสดงความสัมพันธ์ด้านเวลาแบบใด?

  1. เส้นทางนี้เกี่ยวข้องกับการเข้าไปในสถานที่ที่มีไว้สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น
  2. เส้นทางนี้เกิดขึ้นในช่วงวัยยี่สิบของผู้พูดและดำเนินต่อไปในขณะที่ชีวิตวัยผู้ใหญ่พัฒนาขึ้น
  3. เส้นทางนี้เกิดขึ้นเฉพาะในวันเกิดอายุยี่สิบปีของผู้พูดเท่านั้น
ดูคำตอบ

เส้นทางนี้เกิดขึ้นในช่วงวัยยี่สิบของผู้พูดและดำเนินต่อไปในขณะที่ชีวิตวัยผู้ใหญ่พัฒนาขึ้น

is rediscovering who I am and the things I like. วลี

5:25

คือการค้นพบอีกครั้งว่าฉันเป็นใครและฉันชอบอะไร

วลี

rediscovering who I am: กลับมารู้จักตัวเองอีกครั้ง

ในที่นี้ rediscovering who I am หมายถึงการกลับมาทำความรู้จักตัวตนของตนเองอีกครั้ง หลังจากเคยห่างเหินจากความรู้สึกที่แท้จริงของตนหรือเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา กรรมของคำกริยานี้ไม่ใช่สิ่งของภายนอก แต่ who I am คือสิ่งที่ผู้พูดกำลังเรียนรู้ใหม่เกี่ยวกับตนเอง หลัง rediscover ส่วน who I am เป็นอนุประโยค wh- ที่ฝังอยู่ในประโยค และใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ who I am ไม่ใช่ who am I รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับอนุประโยคอย่าง what matters to me หรือ what I enjoy ได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ตรงกับความหมายว่า “กลับมาเข้าใจตัวตนของฉันอีกครั้ง” เพื่อให้ประโยคภาษาอังกฤษสมบูรณ์: After years of copying other people, I'm ____.

ดูคำตอบ

rediscovering who I am

And really leaning into that.

5:29

และทุ่มเทเอนเอียงไปกับสิ่งนั้นจริงๆ

For a long time,

5:31

เป็นเวลานานแล้ว

I felt like I needed to be something else in order to be accepted. ไวยากรณ์

5:32

ฉันรู้สึกว่าฉันต้องเป็นแบบอื่นเพื่อที่จะได้รับการยอมรับ

ไวยากรณ์

in order to be accepted: บอกจุดประสงค์ด้วย infinitive รูปถูกกระทำ

In order to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกจุดประสงค์อย่างชัดเจน ในประโยคนี้ in order to be accepted อธิบายว่าทำไมผู้พูดจึงรู้สึกว่าต้องเป็นอย่างอื่น ผลลัพธ์ที่หวังคือการได้รับการยอมรับจากคนอื่น ส่วน infinitive เป็นรูปถูกกระทำ: be + กริยาช่องที่สาม accepted ผู้พูดเป็นฝ่ายรับการกระทำ ใช้ in order to be + กริยาช่องที่สาม เมื่อประธานเป็นผู้รับการกระทำ เช่น in order to be chosen หรือ in order to be heard

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าจุดประสงค์ของการเปลี่ยนพฤติกรรมคือเพื่อให้กลุ่มยอมรับเธอ?

  1. She changed her behavior in order to accept the group.
  2. She changed her behavior in order to be accepted by the group.
  3. She changed her behavior because she was accepted by the group.
ดูคำตอบ

She changed her behavior in order to be accepted by the group.

And as I grew up, ไวยากรณ์

5:36

และเมื่อฉันโตขึ้น

I realized that is completely not true. การใช้คำ

5:37

ฉันตระหนักว่านั่นไม่เป็นความจริงเลยโดยสิ้นเชิง

ไวยากรณ์

And as I grew ... up: การเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปด้วย as

เมื่อรวมกับ up ที่อยู่ถัดไปในประโยค And as I grew จะเป็นจุดเริ่มต้นของอนุประโยคบอกเวลา as I grew up ซึ่งหมายถึง “ระหว่างกระบวนการค่อย ๆ เติบโตขึ้น” ส่วนนี้เชื่อมกระบวนการเติบโตเข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางความคิด as ในที่นี้เป็นคำสันธานที่แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงสองอย่างเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ไม่ได้หมายถึง “ในฐานะ” เหมือนใน as a teacher ส่วน And เพียงเชื่อมการย้อนคิดนี้เข้ากับสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ใช้ as เติมอนุประโยคบอกเวลาที่หมายถึง “ระหว่างกระบวนการเติบโตเป็นผู้ใหญ่” ให้สมบูรณ์: ____, I began to question that belief.

ดูคำตอบ

As I grew up

การใช้คำ

is completely not true: การปฏิเสธอย่างหนักแน่นในการพูดแบบฉับพลัน

ในประโยคนี้ is completely not true เป็นการปฏิเสธอย่างหนักแน่น ผู้พูดมองว่าความเชื่อก่อนหน้านี้ผิดทั้งหมด ไม่ได้ผิดเพียงบางส่วน Completely ช่วยเน้นการตัดสินเชิงลบนี้ ความหมายชัดเจนในการพูดแบบฉับพลัน แต่ completely not true ฟังไม่เป็นสำนวนธรรมชาติเท่าไรในภาษาอังกฤษมาตรฐานที่เรียบเรียงอย่างรอบคอบ หากต้องการปฏิเสธทั้งหมดในความหมายเดียวกัน is not true at all และ is completely false เป็นตัวเลือกที่เป็นธรรมชาติกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นวิธีที่เป็นธรรมชาติที่สุดในภาษาอังกฤษที่เรียบเรียงอย่างรอบคอบ เมื่อต้องการปฏิเสธข้อความหนึ่งอย่างสิ้นเชิง?

  1. That is not true at all.
  2. That is completely not true.
  3. That is not completely true.
ดูคำตอบ

That is not true at all.

And similarly,

5:40

และในทำนองเดียวกัน

when you start making videos,

5:41

เมื่อคุณเริ่มทำวิดีโอ

you think that you need to make things like everybody else น้ำเสียง/เจตนา

5:43

คุณคิดว่าคุณต้องทำสิ่งต่างๆ ให้เหมือนคนอื่นๆ

in order to be successful.

5:45

เพื่อให้ประสบความสำเร็จ

น้ำเสียง/เจตนา

you ที่กล่าวถึงคนทั่วไปใน you think that you need to ...

ในประโยคนี้ you ใช้กล่าวถึงคนทั่วไป หมายถึงคนที่เริ่มทำวิดีโอ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ชมคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ วลี you think that you need to make things like everybody แสดงความคิดที่มือใหม่หลายคนอาจมี นั่นคือเชื่อว่าต้องเลียนแบบคนอื่นจึงจะประสบความสำเร็จ การใช้ you เพื่อกล่าวถึงคนทั่วไปทำให้ผู้ฟังนึกถึงประสบการณ์ร่วมได้เหมือนเป็นเรื่องของตนเอง จึงมักทำให้คำแนะนำและการเล่าประสบการณ์ฟังดูตรงและเข้าถึงง่ายกว่าการใช้ people

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ you เพื่อกล่าวถึงคนทั่วไปและบรรยายประสบการณ์ที่เกิดขึ้นได้กับหลายคน?

  1. You, Daniel, left your book on my desk.
  2. When you learn a new skill, you often compare yourself with others.
  3. Could you pass me the blue notebook?
ดูคำตอบ

When you learn a new skill, you often compare yourself with others.

But actually,

5:47

แต่ในความเป็นจริงแล้ว

the secret sauce is everything that makes you unique. สำนวน

5:48

เคล็ดลับความสำเร็จคือทุกสิ่งที่ทำให้คุณมีเอกลักษณ์

สำนวน

the secret sauce: คำเปรียบเทียบแบบไม่เป็นทางการสำหรับกุญแจสู่ความสำเร็จ

The secret sauce เป็นคำเปรียบเทียบแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงปัจจัยพิเศษหรือคุณสมบัติหลายอย่างที่รวมกันแล้วทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงอาหาร ในที่นี้ ทุกสิ่งที่ทำให้คนคนหนึ่งมีเอกลักษณ์ถูกนำเสนอว่าเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ ประเด็นของผู้พูดคือคุณสมบัติที่แตกต่างของตนเองต่างหากที่สำคัญ ไม่ใช่การเลียนแบบคนอื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเปรียบเทียบแบบไม่เป็นทางการสองคำที่กล่าวถึง sauce ตามตัวอักษร และหมายถึงปัจจัยพิเศษเบื้องหลังความสำเร็จ: Curiosity is the ____ behind her best ideas.

ดูคำตอบ

secret sauce

Your style, ลำดับความ

5:52

สไตล์ของคุณ

your interests,

5:53

ความสนใจของคุณ

the movies you like,

5:54

ภาพยนตร์ที่คุณชอบ

the music you listen to,

5:55

เพลงที่คุณฟัง

the way you dress,

5:57

วิธีที่คุณแต่งตัว

the way you decorate your room,

5:58

วิธีที่คุณตกแต่งห้องของคุณ

your influences,

5:59

สิ่งที่ส่งอิทธิพลต่อคุณ

your worldview,

6:01

โลกทัศน์ของคุณ

everything that is an amalgamation of you,

6:02

ทุกสิ่งที่เป็นการผสมผสานความเป็นคุณ

that is what you lean into.

6:05

นั่นแหละคือสิ่งที่คุณควรเอนเอียงเข้าหา

ลำดับความ

Your style ... everything that is an amalgamation of you: สร้างประเด็นด้วยการไล่เรียงแบบสะสม

ประโยคนี้ค่อย ๆ สร้างประเด็นด้วยการเพิ่มรายละเอียดส่วนตัวทีละอย่าง ได้แก่ สไตล์ ความสนใจ รสนิยมด้านหนังและเพลง เสื้อผ้า สิ่งแวดล้อม อิทธิพลที่ได้รับ และมุมมองต่อโลก รายละเอียดเหล่านี้ไม่ใช่ข้อกล่าวอ้างที่แยกจากกัน แต่รวมกันทำให้แนวคิดเรื่องเอกลักษณ์ของแต่ละคนเป็นรูปธรรมและมีน้ำหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ วลีปิดท้าย everything that is an amalgamation of you รวบรายการทั้งหมดให้เป็นแนวคิดเดียว รูปแบบการจัดข้อมูลคือเริ่มจากรายละเอียดเฉพาะ สรุปรวมเป็นภาพเดียว แล้วจึงนำไปสู่ข้อสรุป that is what you lean into

แบบฝึกหัด

รายการยาวที่เน้นไว้จัดระเบียบประเด็นของผู้พูดอย่างไร

  1. นำเสนอข้อเท็จจริงที่ไม่เกี่ยวข้องกันและไม่ได้เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
  2. เพิ่มรายละเอียดเฉพาะ รวบรายละเอียดเหล่านั้นเป็นภาพรวมเดียว และปูทางไปสู่ข้อสรุป
  3. เล่าเหตุการณ์ตามลำดับเวลาที่เกิดขึ้น
ดูคำตอบ

เพิ่มรายละเอียดเฉพาะ รวบรายละเอียดเหล่านั้นเป็นภาพรวมเดียว และปูทางไปสู่ข้อสรุป

And ironically,

6:07

และน่าขันนะที่

that is the first thing we turn off. กริยาวลี

6:07

นั่นกลับเป็นสิ่งแรกที่เราปิดมันลง

กริยาวลี

we turn off: กดส่วนหนึ่งของตัวตนไว้

turn off ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ That หมายถึงสไตล์ส่วนตัว ความสนใจ สิ่งที่มีอิทธิพลต่อเรา และมุมมองต่อโลกที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ We turn off จึงหมายถึงการกด ซ่อน หรือหยุดแสดงส่วนที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเรา ถ้อยคำนี้เปรียบคุณลักษณะของมนุษย์เป็นอุปกรณ์ที่ควบคุมด้วยสวิตช์ Ironically ชี้ให้เห็นความขัดแย้งว่า ส่วนที่ควรดึงออกมาใช้กลับมักเป็นส่วนแรกที่คนเราปิดกั้น

แบบฝึกหัด

we turn off หมายถึงอะไรในประโยคนี้

  1. เราปิดอุปกรณ์ไฟฟ้า
  2. เราทำให้อีกคนหมดความสนใจในตัวเรา
  3. เรากดหรือหยุดแสดงส่วนนั้นของตัวเรา
ดูคำตอบ

เรากดหรือหยุดแสดงส่วนนั้นของตัวเรา

And the journey is about getting back there. กริยาวลี

6:11

และการเดินทางนี้คือการได้กลับไปตรงนั้น

กริยาวลี

getting back there: กลับไปสู่สภาวะก่อนหน้า

ในที่นี้ there ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง แต่ย้อนกลับไปหมายถึงสภาวะก่อนหน้านี้ที่คนคนนั้นยอมรับและแสดงความเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ดังนั้น getting back there จึงหมายถึงการค่อย ๆ กลับไปสู่สภาวะนั้นอีกครั้ง สำนวนนี้เปรียบการเปลี่ยนแปลงภายในกับการเดินทางในจินตนาการ โดย get back แสดงถึงการกลับไป ส่วน there มีความหมายตามสิ่งที่กล่าวถึงก่อนหน้า รูปแบบเดียวกันนี้อาจใช้กับการกลับมามีความมั่นใจ ความสมดุล แรงจูงใจ หรือสภาวะอื่นที่กล่าวไว้แล้วได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “I used to enjoy painting, and I'm trying to get back there,” คำว่า there หมายถึงอะไร?

  1. สตูดิโอศิลปะที่เป็นสถานที่จริง
  2. กลับมาสนุกกับการวาดภาพเหมือนเดิม
  3. สถานที่ที่ผู้พูดไม่เคยไป
ดูคำตอบ

กลับมาสนุกกับการวาดภาพเหมือนเดิม

I wouldn't say my videos are the traditional definition of vlogs by any means, สำนวน

6:15

ฉันจะไม่พูดเลยว่าวิดีโอของฉันคือวิดีโอบล็อกตามคำนิยามแบบดั้งเดิม

สำนวน

by any means: เน้นข้อความปฏิเสธ

ในโครงสร้างปฏิเสธ wouldn't say ... คำว่า by any means ช่วยเน้นการปฏิเสธ ประโยค I wouldn't say my videos are the traditional definition of vlogs by any means หมายความว่าผู้พูดไม่มองว่าวิดีโอของตนเป็นวล็อกแบบดั้งเดิมเลย โดย by any means ในที่นี้มีความหมายใกล้กับ at all ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวไม่ได้อธิบายวิธีการ ความหมายเกิดจากการใช้ร่วมกับคำปฏิเสธ wouldn't

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนจากบทเรียนที่มีความหมายว่า “ไม่เลย”: The job isn't finished ____.

ดูคำตอบ

by any means

but I wanted to see what my version of that could be. ไวยากรณ์

6:19

แต่ฉันอยากดูว่าในเวอร์ชันของฉันนั้นสามารถเป็นแบบไหนได้บ้าง

ไวยากรณ์

see what my version of that could be: สำรวจความเป็นไปได้ที่ยังเปิดกว้าง

see ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียง “มองเห็น” แต่หมายถึง “ลองหรือสำรวจเพื่อหาคำตอบ” ผู้พูดต้องการค้นหาว่าเมื่อนำรูปแบบนั้นมาทำในแบบของตนเองแล้วจะออกมาเป็นอย่างไร ส่วน could be ทำให้ผลลัพธ์ยังเป็นไปได้หลายแบบและยังไม่ได้ตัดสินไว้แล้ว what my version of that could be เป็นคำถามที่ฝังอยู่หลัง see หรือคำถามทางอ้อม คำถามทางอ้อมใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ my version ... could be ไม่ใช่ could my version ... be

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำถามทางอ้อมได้ถูกต้องเพื่อสื่อถึงการสำรวจความเป็นไปได้ที่ยังเปิดกว้างอยู่

  1. I want to see what could my version of the project be.
  2. What could my version of the project be?
  3. I want to see what my version of the project could be.
ดูคำตอบ

I want to see what my version of the project could be.

I often think of them as this hybrid sort of thing, การใช้คำ

6:23

ฉันมักจะคิดว่ามันเป็นเหมือนสิ่งที่ผสมผสานกัน

การใช้คำ

this hybrid sort of thing: คำเรียกแบบกว้าง ๆ สำหรับประเภทผสม

hybrid ในที่นี้หมายถึงสิ่งที่รวมลักษณะจากประเภทหรือสไตล์ที่แตกต่างกัน ผู้พูดจึงไม่ได้มองว่า vlog เหล่านั้นอยู่ในหมวดหมู่เดียวเท่านั้น this ... sort of thing เป็นวิธีจัดประเภทแบบกว้าง ๆ ในภาษาสนทนา sort of thing ทำให้ป้ายกำกับไม่ตายตัว ผู้พูดกำลังบอกประเภทโดยรวม ไม่ได้ระบุชื่อประเภทอย่างเป็นทางการและแม่นยำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายกิจกรรมว่าเป็น this hybrid sort of thing ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The event is strange, but it does not combine different formats.
  2. The event is a hybrid sort of thing, part workshop and part performance.
  3. The event follows one fixed format: a standard lecture.
ดูคำตอบ

The event is a hybrid sort of thing, part workshop and part performance.

but I combine it with the writing and the visuals of filmmaking วลี

6:25

แต่ฉันรวมเอางานเขียนและภาพของการสร้างภาพยนตร์เข้ามาด้วย

วลี

combine it with ...: โครงสร้าง combine A with B

ในโครงสร้าง combine A with B นั้น A คือสิ่งแรก ส่วน B คือสิ่งที่นำมารวมกับ A ในประโยคนี้ it หมายถึงรูปแบบ vlog ที่กล่าวถึงก่อนหน้า ขณะที่ the writing and the visuals of filmmaking คือองค์ประกอบที่นำมารวมกับรูปแบบนั้น ใช้โครงสร้างนี้เพื่ออธิบายว่ามีการนำวัสดุ วิธีการ หรือแนวคิดสองแบบมารวมอยู่ในแนวทางเดียวกัน วลีที่ขึ้นต้นด้วย with บอกส่วนที่สองของการผสม

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ combine และคำบุพบทที่ใช้ในโครงสร้างนี้ให้สมบูรณ์: The app ____ live maps ____ local alerts.

ดูคำตอบ

combines · with

because that's what I know and what I like.

6:28

เพราะนั่นคือสิ่งที่ฉันรู้และเป็นสิ่งที่ฉันชอบ

I'm coming to accept that everything feels like a work in progress, สำนวน

6:31

ฉันกำลังยอมรับว่าทุกสิ่งให้ความรู้สึกเหมือนเป็นงานที่กำลังดำเนินการอยู่

สำนวน

like a work in progress: ยังพัฒนาอยู่และยังไม่เสร็จ

A work in progress คือสิ่งที่ยังไม่เสร็จและยังอยู่ระหว่างการพัฒนาหรือปรับปรุง ใน feels like a work in progress คำว่า like ใช้สร้างการเปรียบเทียบว่า ทุกอย่างดูเหมือนยังไม่สมบูรณ์และยังเปลี่ยนแปลงอยู่ วลีนี้มักใช้ในเชิงเปรียบเทียบ สามารถอธิบายโครงการ ทักษะ แผน หรือการเติบโตของตนเองได้ จึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงงานก่อสร้างจริง ๆ วลีนี้เน้นกระบวนการที่ยังดำเนินอยู่ ไม่ใช่ความล้มเหลว

แบบฝึกหัด

เติมวลีสี่คำที่หมายถึง “สิ่งที่ยังไม่เสร็จและยังอยู่ระหว่างการพัฒนา”: The mural isn't finished yet; it's still ____.

ดูคำตอบ

a work in progress

but the only way to exponentially improve is if you keep doing it. ไวยากรณ์

6:34

แต่วิธีเดียวที่จะพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดได้ก็คือคุณต้องทำมันต่อไป

ไวยากรณ์

the only way to ... is if ...: การเน้นเงื่อนไขที่จำเป็น

โครงสร้าง the only way to + คำกริยา ... is if + อนุประโยค นำเสนออนุประโยค if ว่าเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมาย ในที่นี้ if ไม่ได้หมายถึง whether หรือ “หรือไม่” แต่ if you keep doing it ระบุว่าสิ่งใดต้องเกิดขึ้นจึงจะพัฒนาได้แบบก้าวกระโดด สำนวนนี้หนักแน่นกว่าคำแนะนำทั่วไป โดยสื่อว่าหากไม่ทำกิจกรรมนั้นต่อไป การพัฒนาตามที่กล่าวถึงก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้ขึ้นต้นเงื่อนไขที่จำเป็นให้สมบูรณ์: The only way to join the trip is ____ you return the permission form.

ดูคำตอบ

if

And if you're not enjoying it,

6:39

และถ้าคุณไม่สนุกไปกับมัน

then you might be taking things a little too seriously. สำนวน

6:40

นั่นแปลว่าคุณอาจจะจริงจังกับสิ่งต่างๆ มากเกินไปหน่อย

สำนวน

might be taking things a little too seriously: คำเตือนที่นุ่มนวลลง

Take things seriously หมายถึงการมองว่าสถานการณ์สำคัญและปฏิบัติต่อมันอย่างจริงจัง ไม่ได้หมายถึงการหยิบสิ่งของจริง ๆ ส่วน too seriously หมายถึงจริงจังเกินกว่าที่สถานการณ์ต้องการ ซึ่งมักทำให้เกิดความเครียดที่ไม่จำเป็นหรือลดความสนุกลง Might be ทำให้การตัดสินฟังดูไม่แน่นอนนัก และ a little ช่วยลดความแรงของ too seriously เมื่อใช้ร่วมกัน คำวิจารณ์ตรง ๆ จึงกลายเป็นคำแนะนำอย่างระมัดระวังและนุ่มนวลว่าผู้ฟังอาจต้องผ่อนคลายลงบ้าง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ ผู้พูดน่าจะกำลังสื่ออะไร

  1. ผู้ฟังอาจไม่ได้ใส่ใจกับสถานการณ์มากพอ
  2. ผู้ฟังอาจกำลังถือสิ่งของมากเกินไปจริง ๆ
  3. ผู้ฟังอาจมองสถานการณ์จริงจังกว่าที่จำเป็น
ดูคำตอบ

ผู้ฟังอาจมองสถานการณ์จริงจังกว่าที่จำเป็น

Anyways,

6:43

เอาเป็นว่า

it has been an incredible year so far

6:44

นี่เป็นปีที่น่าทึ่งมากจนถึงตอนนี้

and it is not over yet. ลำดับความ

6:46

และมันก็ยังไม่จบลง

ลำดับความ

is not over yet: จากการทบทวนสิ่งที่ผ่านมาไปสู่สิ่งที่ยังดำเนินต่อ

ในที่นี้ it หมายถึงปีที่กำลังพูดถึงอยู่ is not over yet ไม่ได้บอกเพียงข้อเท็จจริงเรื่องเวลาเท่านั้น โดย so far ย้อนมองสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ส่วน is not over yet ดึงความสนใจไปยังช่วงเวลาของปีที่ยังเหลืออยู่ เมื่อใช้ท้ายข้อความ วิธีนี้จะช่วยสรุปแบบยังไม่ปิดเรื่องทั้งหมด ผู้พูดทบทวนสิ่งที่ผ่านมา พร้อมส่งสัญญาณว่ายังอาจมีเรื่องอื่นเกิดขึ้นอีก ทำให้ตอนจบมองไปข้างหน้าแทนที่จะเป็นจุดจบอย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ในช่วงลงท้ายนี้ is not over yet มีหน้าที่หลักในการเรียบเรียงข้อความอย่างไร?

  1. สรุปสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วพร้อมชี้ว่ายังมีเรื่องต่อไป
  2. แก้คำกล่าวที่ว่าปีนี้ยอดเยี่ยมมาก
  3. ปิดหัวข้อโดยบอกว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก
ดูคำตอบ

สรุปสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วพร้อมชี้ว่ายังมีเรื่องต่อไป

Let's finish off strong. กริยาวลี

6:48

มาจบปีนี้ให้สตรองกันเถอะ

กริยาวลี

Let's finish off strong: ทุ่มแรงครั้งสุดท้ายเพื่อจบให้ดี

finish off ในที่นี้หมายถึงทำช่วงสุดท้ายของความพยายามให้เสร็จ ส่วน strong บอกคุณภาพของผลงานตอนจบ คือยังคงทำให้ดีไปจนถึงที่สุด Let's ทำให้ประโยคนี้เป็นคำให้กำลังใจร่วมกัน ผู้พูดรวมทุกคนไว้ด้วยและชวนกลุ่มให้ทุ่มเทอย่างเต็มที่ในช่วงสุดท้าย

แบบฝึกหัด

เมื่อใกล้จบฤดูกาล โค้ชกำลังให้กำลังใจเรื่องใดเมื่อพูดว่า Let's finish off strong?

  1. หยุดตอนนี้เพราะงานหลักเสร็จแล้ว
  2. กำจัดคู่แข่งให้เร็วที่สุด
  3. ทำผลงานให้ดีต่อไปตลอดช่วงสุดท้าย
ดูคำตอบ

ทำผลงานให้ดีต่อไปตลอดช่วงสุดท้าย

And if you like this video,

6:49

และถ้าคุณชอบวิดีโอนี้

please consider subscribing. น้ำเสียง/เจตนา

6:50

โปรดพิจารณากดติดตามด้วยนะคะ

น้ำเสียง/เจตนา

please consider subscribing: การขอร้องอย่างสุภาพด้วย consider + gerund

ในภาษาอังกฤษ consider + gerund (รูป -ing) หมายถึงการคิดว่าจะทำสิ่งหนึ่งหรือไม่ก่อนตัดสินใจ ในประโยคนี้ consider ตามด้วย subscribing ไม่ใช่ subscribe หรือ to subscribe เมื่อเติม please วลีนี้จะชวนผู้ชมให้กดติดตามอย่างสุภาพโดยไม่ออกคำสั่งโดยตรง และยังให้ผู้ฟังเป็นผู้ตัดสินใจเอง จึงฟังนุ่มนวลกว่า Subscribe!

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสุภาพ consider + gerund: Please consider ____ to our channel.

ดูคำตอบ

subscribing

I really can't believe we are like over half a million subscribers. วลี

6:52

ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ว่าเรามีผู้ติดตามมากกว่าครึ่งล้านคนแล้ว

วลี

over half a million subscribers: over + จำนวน เพื่อบอกว่า “มากกว่า”

Half a million เท่ากับ 500,000 เมื่อวาง over ไว้หน้าจำนวน จะหมายถึง “มากกว่า” ดังนั้น over half a million subscribers จึงหมายถึงผู้ติดตามมากกว่า 500,000 คน โดยไม่ได้บอกยอดรวมที่แน่นอน ในที่นี้ over บอกว่าตัวเลขได้ผ่านเกณฑ์หนึ่งแล้ว ไม่ได้หมายถึง “อยู่ด้านบน” ในเชิงตำแหน่ง โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ได้ในวลีอย่าง over 100 people และ over two years

แบบฝึกหัด

ช่องหนึ่งมีผู้ติดตาม 520,000 คน วลีใดแสดงได้ถูกต้องว่าจำนวนนี้สูงกว่า 500,000?

  1. half a million subscribers
  2. over half a million subscribers
  3. almost half a million subscribers
ดูคำตอบ

over half a million subscribers

This is it's literally insane. การใช้คำ

6:55

นี่มัน มันบ้าไปแล้วจริงๆ

การใช้คำ

it's literally insane: การเน้นและความประหลาดใจแบบไม่เป็นทางการ

it's literally insane เป็นปฏิกิริยาแบบไม่เป็นทางการและพูดเกินจริง หมายความว่าบางสิ่งน่าประหลาดใจมาก ไม่น่าเชื่อ หรือเกินกว่าที่ผู้พูดคาดไว้มาก ในที่นี้ insane เป็นการประเมินจากอารมณ์ ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์ โดยปกติ literally หมายถึง “ตามความหมายตรงตัว ไม่ใช่ความหมายเปรียบเทียบ” แต่ในภาษาพูดกันเองก็ใช้เป็นคำเพิ่มน้ำหนักได้เช่นกัน ในประโยคนี้คำดังกล่าวเน้นความรู้สึกตกใจ จึงควรเข้าใจอารมณ์ของผู้พูดแทนการตีความทุกคำตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

ตัดสินการใช้นี้: ผู้เขียนเรียกยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดคิดว่า 'literally insane' ในรายงานธุรกิจที่เป็นทางการ

  1. ไม่เหมาะสม ควรใช้คำที่แม่นยำกว่า เช่น 'remarkable'
  2. เหมาะสม เพราะวลีนี้มีความหมายแม่นยำในทุกสถานการณ์
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม ควรใช้คำที่แม่นยำกว่า เช่น 'remarkable'

So, thank you for being here.

6:58

เพราะฉะนั้น ขอบคุณทุกคนที่อยู่ที่นี่นะคะ

Thank you for being along for the journey. สำนวน

6:59

ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน

สำนวน

being along for the journey: เปรียบการเติบโตร่วมกันเป็นการเดินทาง

being along for the journey หมายถึงการอยู่เคียงข้าง เฝ้าดู และสนับสนุนใครสักคนตลอดกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่อง ในที่นี้ journey เป็นคำเปรียบเทียบ อาจหมายถึงช่วงเวลาของการสร้างสรรค์ การเรียนรู้ หรือการเติบโต ไม่จำเป็นต้องเป็นการเดินทางจริง โครงสร้าง Thank you for + รูป -ing ใช้บอกการกระทำที่ผู้พูดรู้สึกขอบคุณ การบรรยายผู้ชมว่าเป็นเพื่อนร่วมทางทำให้คำขอบคุณอบอุ่นและให้ความรู้สึกว่าได้มีประสบการณ์ร่วมกันมากกว่าการพูดเพียง Thank you for watching

แบบฝึกหัด

เติมคำขอบคุณอย่างอบอุ่นสำหรับการสนับสนุนระยะยาวด้วยวลีจากบทเรียน: Thank you for ____.

ดูคำตอบ

being along for the journey

And as always,

7:01

และเช่นเคย

thank you so much for watching

7:01

ขอบคุณมากๆ ที่รับชม

and I'll see you in the next one. น้ำเสียง/เจตนา

7:02

แล้วเจอกันใหม่ในวิดีโอหน้านะคะ

น้ำเสียง/เจตนา

"I'll see you in the next one" ในฐานะคำลาปิดท้ายวิดีโอ

I'll see you in the next one เป็นคำลาที่เป็นกันเอง ใช้ตอนจบวิดีโอหรือเนื้อหาอื่นที่ทำเป็นชุด ในบริบทนี้ the next one หมายถึงวิดีโอ ตอนรายการ หรือบทเรียนถัดไป โดย one ใช้แทนประเภทของเนื้อหาที่ผู้ชมเข้าใจได้จากบริบท see you ในที่นี้ไม่ได้เป็นการนัดพบกันจริง ๆ แต่หมายถึง “แล้วพบกันในเนื้อหาครั้งหน้า” เป็นทั้งการจบเนื้อหาปัจจุบันและชวนให้ผู้ชมกลับมาติดตามตอนต่อไป

แบบฝึกหัด

เมื่อพูดตอนจบวิดีโอ "I'll see you in the next one" โดยทั่วไปหมายถึงอะไร

  1. เราจะไปพบกันจริง ๆ ในสถานที่ที่ตกลงไว้
  2. แล้วพบกันในวิดีโอหรือตอนถัดไป
  3. ไปที่ห้องข้าง ๆ แล้วรอฉัน
ดูคำตอบ

แล้วพบกันในวิดีโอหรือตอนถัดไป

Bye.

7:05

บ๊ายบาย