คุณพูดขอโทษว่าอย่างไร? ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
910 คำ 163 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ตอนนี้เปรียบเทียบว่าการขอโทษเปลี่ยนไปตามความสัมพันธ์ ความร้ายแรงของความผิด และวัฒนธรรมอย่างไร ผ่านตัวอย่างจากกานา ปากีสถาน รัสเซีย เกาหลี และอินเดีย ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. my bad. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่านี่คือการยอมรับผิดและขอโทษแบบสบาย ๆ มาก เหมาะกับเพื่อนและความผิดเล็กน้อยในการสนทนาที่เป็นกันเอง แต่ไม่ควรใช้เมื่อความผิดร้ายแรงหรือสถานการณ์ต้องแสดงความเคารพ เพราะอาจฟังดูไม่จริงจังเกินไป 2. slide an apology in the middle of a conversation — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจการใช้ slide ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อบอกว่าผู้พูดแทรกคำขอโทษอย่างแนบเนียนไว้กลางบทสนทนา แล้วรีบเปลี่ยนหัวข้อ คุณจะใช้อธิบายการใส่ข้อความที่ละเอียดอ่อนโดยไม่ทำให้เป็นประเด็นหลักของการสนทนาได้ 3. to make things right, — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าการขอโทษอย่างจริงใจอาจต้องมีการลงมือแก้ไขความเสียหาย ไม่ใช่เพียงพูดว่าขอโทษ คุณจะใช้สำนวนนี้ได้เมื่อกล่าวถึงการชดเชย การแสดงน้ำใจ หรือมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์หรือแก้ไขสถานการณ์

คำอธิบายในบทเรียนนี้

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

0:00

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello, this is 6 Minute English from BBC Learning English.

0:08

สวัสดีค่ะ นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English

I'm Neil.

0:12

ผม Neil

And I'm Beth.

0:12

และฉัน Beth ค่ะ

In English,

0:14

ในภาษาอังกฤษ

there are many ways to apologize,

0:14

มีวิธีการขอโทษหลายรูปแบบ

depending on the situation. ไวยากรณ์

0:16

ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

ไวยากรณ์

depending on the situation: เงื่อนไขที่ทำให้ตัวเลือกเปลี่ยนไป

หลัง depending on จะตามด้วยเงื่อนไขที่อาจทำให้ตัวเลือกหรือผลลัพธ์เปลี่ยนไป ในที่นี้ สถานการณ์มีผลต่อว่าวิธีขอโทษแบบใดเหมาะสม เมื่อวางไว้ท้ายประโยค depending on the situation จะเพิ่มเงื่อนไขให้กับข้อความทั้งหมดข้างหน้า คุณใช้รูปแบบ X changes depending on Y ได้เมื่อ X เปลี่ยนไปในเงื่อนไขที่ต่างกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่ใช้บอกเงื่อนไข: Our picnic plans may change ____ the weather.

ดูคำตอบ

depending on

In formal situations,

0:18

ในสถานการณ์ที่เป็นทางการ

you could say please forgive me, วลี

0:20

คุณอาจพูดว่า please forgive me (โปรดให้อภัยฉัน)

วลี

please forgive me: การขอการให้อภัยอย่างเป็นทางการ

Please forgive me เป็นการขอให้ผู้ฟังยกโทษให้ผู้พูดโดยตรงสำหรับสิ่งที่ผู้พูดทำผิด ไม่ใช่แค่ยอมรับความผิด แต่เป็นการขอการให้อภัยด้วย ในประโยคนี้ In formal situations กำหนดบริบทการใช้ เมื่อเทียบกับ I’m sorry แบบง่าย ๆ วลีนี้ฟังดูจริงจัง ให้เกียรติ และตั้งใจมากกว่า

แบบฝึกหัด

ระหว่างคุยเล่นสบาย ๆ คุณหยิบดินสอของเพื่อนผิดโดยไม่ตั้งใจ การพูด “Please forgive me” ทันทีเป็นคำตอบที่เป็นธรรมชาติที่สุดหรือไม่?

  1. ใช่ ฟังดูเป็นธรรมชาติในสถานการณ์นี้
  2. ไม่ ฟังดูเป็นทางการและจริงจังเกินไปในสถานการณ์นี้
ดูคำตอบ

ไม่ ฟังดูเป็นทางการและจริงจังเกินไปในสถานการณ์นี้

while to a friend you might just say my bad. การใช้คำ

0:22

ขณะที่กับเพื่อน คุณอาจพูดแค่ว่า my bad (ฉันผิดเอง)

การใช้คำ

my bad: การยอมรับผิดแบบไม่เป็นทางการ

my bad เป็นสำนวนตายตัวที่ไม่เป็นทางการมาก หมายถึง “เป็นความผิดของฉันเอง” ใช้เป็นคำขอโทษสั้น ๆ ได้เมื่อผู้พูดยอมรับว่าตนเป็นคนทำผิดเล็กน้อย ในประโยคนี้ to a friend แสดงว่าคู่สนทนามีความสนิทสนม จึงทำให้สำนวนนี้ฟังเป็นธรรมชาติ อย่าแปล my bad แยกทีละคำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการสองคำที่บอกว่าความผิดพลาดนั้นเป็นของคุณ: I picked up your pen by accident—____.

ดูคำตอบ

my bad

And of course,

0:25

และแน่นอน

there's the most common phrase of all,

0:26

มีวลีที่ใช้กันบ่อยที่สุดนั่นก็คือ

I'm sorry.

0:28

I'm sorry (ฉันขอโทษ)

Can you remember a time when you had to apologize,

0:29

คุณจำได้ไหมว่ามีตอนไหนที่คุณต้องขอโทษบ้าง

Beth?

0:31

Beth?

Um oh,

0:32

อืม โอ้

I had to apologize this morning because I stepped on someone's toes on the tube. การใช้คำ

0:34

ฉันต้องขอโทษเมื่อเช้านี้ เพราะฉันไปเหยียบเท้าคนอื่นบนรถไฟใต้ดินค่ะ

การใช้คำ

on the Tube: บนรถไฟใต้ดินลอนดอน

ในประโยคนี้ on the Tube หมายถึงอยู่บนหรือเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินลอนดอน the Tube เป็นชื่อที่คุ้นเคยในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษสำหรับระบบรถไฟใต้ดินของลอนดอน โดย tube ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ท่อ” เมื่อพูดถึงการเดินทางด้วยระบบนี้ ปกติจะใช้คำบุพบท on เช่น travel on the Tube หรือ leave something on the Tube และเมื่อเป็นชื่อของระบบ Tube มักขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ the Tube ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The plumber repaired the Tube under the sink.
  2. We took the Tube from Times Square to Central Park.
  3. We left our bags on the Tube after getting off at Baker Street.
ดูคำตอบ

We left our bags on the Tube after getting off at Baker Street.

Okay.

0:38

โอเค

Well,

0:39

เอาล่ะ

apologizing depends on what you've done. ไวยากรณ์

0:39

การขอโทษขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณทำลงไป

ไวยากรณ์

depends on what you've done: depend on ตามด้วยอนุประโยค what

depend on หมายถึง “ถูกกำหนดโดย” หรือ “ขึ้นอยู่กับ” ในที่นี้ what you've done ทั้งหมดเป็นนามานุประโยค ทำหน้าที่เป็นกรรมของ on และระบุการกระทำที่เป็นตัวกำหนดรูปแบบการขอโทษ นี่ไม่ใช่คำถามที่แยกออกมาต่างหาก ภายในอนุประโยคใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what you've done ไม่ใช่ what have you done

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย depend on รูป present tense และอนุประโยค what: The activity ____ supplies we have.

ดูคำตอบ

depends on what

So, sorry is fine if you accidentally step on someone's toes like you did this morning,

0:42

ดังนั้น แค่ sorry ก็ถือว่าใช้ได้หากคุณบังเอิญเหยียบเท้าใครแบบที่คุณทำเมื่อเช้านี้

Beth.

0:47

Beth

But what if you do something really serious, ไวยากรณ์

0:48

แต่จะเป็นอย่างไรถ้าคุณทำบางสิ่งที่ร้ายแรงจริงๆ

ไวยากรณ์

But what if...: การเสนอเหตุการณ์สมมติ

What if + ประธาน + กริยา ใช้เสนอเหตุการณ์ที่สมมติขึ้นหรืออาจเกิดขึ้น และชวนให้ผู้ฟังคิดถึงผลลัพธ์หรือแผนรับมือ ในโครงสร้างนี้ กริยารูป present tense สามารถสื่อถึงความเป็นไปได้ในอนาคตได้ ในประโยคนี้ ผู้พูดสมมติว่ามีคนทำเรื่องที่ร้ายแรงมาก ไม่ได้บอกข้อเท็จจริงในอดีต But แสดงการทักท้วงหรือข้อยกเว้นจากแนวคิดปัจจุบัน และพาการสนทนาไปสู่กรณีที่ยากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่ใช้เสนอปัญหาซึ่งอาจเกิดขึ้นในอนาคต: ____ the power goes out tonight?

ดูคำตอบ

What if

like the Ghanaian journalist Afia Pokua,

0:50

อย่างเช่น Afia Pokua นักข่าวชาวกานา

who publicly criticized the king of the Ashanti tribe? โน้ต

0:53

ที่วิจารณ์กษัตริย์ของชนเผ่าอาชานติอย่างเปิดเผย

การใช้คำ

publicly criticized: วิจารณ์อย่างเปิดเผยต่อสาธารณะ

publicly criticized หมายถึงมีคนพูดอย่างเปิดเผยว่าตนเห็นข้อผิดพลาดอะไรในตัวบุคคลหรือการตัดสินใจ โดยสาธารณชนสามารถได้ยิน อ่าน หรือรับรู้คำวิจารณ์นั้นได้ publicly ขยาย criticized และบอกว่าการวิจารณ์เกิดขึ้นอย่างเปิดเผยเพียงใด ไม่ได้บอกว่าใครเป็นผู้วิจารณ์ ในที่นี้ การวิจารณ์กษัตริย์ตามประเพณีต่อสาธารณะอาจส่งผลทางสังคมกว้างกว่าการพูดแบบเดียวกันเป็นการส่วนตัว โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ publicly criticize + บุคคล องค์กร นโยบาย หรือการตัดสินใจ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงอย่างชัดเจนว่ามีการวิจารณ์อย่างเปิดเผยต่อผู้ฟังจำนวนมาก

  1. The company publicly criticized the new rule during a televised meeting.
  2. The company quietly accepted the new rule without comment.
  3. The company criticized the rule in a private email to one director.
ดูคำตอบ

The company publicly criticized the new rule during a televised meeting.

วัฒนธรรม

the king of the Ashanti tribe: ผู้มีอำนาจตามประเพณีของชาวอาซันเต

ในประโยคนี้ the king หมายถึงผู้ปกครองตามประเพณีของชาวอาซันเตหรืออาชานตีและอาณาจักรของพวกเขาในกานา ไม่ใช่ตัวละครในเทพนิยายและไม่ใช่ผู้นำรัฐบาลแห่งชาติของกานา สถานะผู้มีอำนาจตามประเพณีนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมการวิจารณ์ต่อสาธารณะจึงอาจมีน้ำหนักทางสังคมและพิธีการเป็นพิเศษ เมื่ออ่าน king of ... ให้ดูส่วนที่ตามหลัง of เพื่อระบุขอบเขตอำนาจของกษัตริย์ ซึ่งไม่ได้หมายถึงพระมหากษัตริย์ของประเทศหนึ่งเสมอไป

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the king หมายถึงใครอย่างถูกต้องที่สุด

  1. กษัตริย์ในเทพนิยาย
  2. ผู้นำรัฐบาลแห่งชาติของกานาที่มาจากการเลือกตั้ง
  3. ผู้ปกครองและผู้มีอำนาจตามประเพณีในชุมชนอาซันเต
ดูคำตอบ

ผู้ปกครองและผู้มีอำนาจตามประเพณีในชุมชนอาซันเต

Here's BBC World Service program The Fifth Floor covering the story.

0:57

นี่คือรายการ The Fifth Floor ของ BBC World Service ที่รายงานเรื่องราวนี้

I guess it's not every day that you end up offending a king, โน้ต

1:05

ฉันเดาว่าไม่ใช่เรื่องปกติทุกวันที่คุณจะไปล่วงเกินกษัตริย์

สำนวน

it's not every day that: บอกว่าบางสิ่งไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย

โครงสร้าง it's not every day that... หมายความว่าสิ่งที่ตามมาเป็นเรื่องไม่ปกติหรือเกิดขึ้นได้ยาก โดยทั่วไปไม่ได้ระบุอย่างแม่นยำว่าเหตุการณ์นั้นเกิดบ่อยแค่ไหน ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย that บอกว่าเหตุการณ์ที่ไม่ปกตินั้นคืออะไร ในประโยคนี้ การทำให้กษัตริย์ขุ่นเคืองถูกนำเสนอว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำและไม่น่าจะเกิดขึ้น เหตุการณ์นั้นอาจเป็นเรื่องดี เรื่องไม่ดี หรือเพียงเรื่องน่าประหลาดใจก็ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าการได้พบกับนักบินอวกาศเป็นประสบการณ์ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น?

  1. You meet an astronaut every day.
  2. It's not every day that you meet an astronaut.
  3. Meeting an astronaut is an everyday event for everyone.
ดูคำตอบ

It's not every day that you meet an astronaut.

กริยาวลี

end up offending: ผลลัพธ์สุดท้ายที่ไม่ได้วางแผนไว้

end up + คำกริยารูป -ing ใช้บอกผลลัพธ์สุดท้ายของสถานการณ์ ผลนั้นมักไม่ได้วางแผนหรือคาดไว้ end up offending หมายถึงเหตุการณ์ดำเนินไปจนมีคนทำให้อีกคนขุ่นเคือง โดย up ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน เมื่อมีกริยาแสดงการกระทำตามหลัง end up ให้ใช้รูป -ing เช่น end up doing ไม่ใช้ end up do หรือ end up to do ในประโยคนี้ ผลลัพธ์สุดท้ายที่คาดไม่ถึงคือการทำให้กษัตริย์ขุ่นเคือง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ end up อย่างถูกต้องเพื่อบอกผลลัพธ์สุดท้ายที่ไม่ได้วางแผนไว้?

  1. We missed the last bus, so we ended up walk home.
  2. We missed the last bus, so we ended up to walk home.
  3. We missed the last bus, so we ended up walking home.
ดูคำตอบ

We missed the last bus, so we ended up walking home.

but let's say you did. น้ำเสียง/เจตนา

1:09

แต่สมมติว่าคุณทำลงไป

น้ำเสียง/เจตนา

Let's say you did: การสร้างสถานการณ์สมมติ

โครงสร้าง “let’s say + อนุประโยค” ใช้ชวนผู้ฟังให้ยอมรับสถานการณ์สมมติชั่วคราวเพื่อคุยต่อ ไม่ได้ยืนยันว่าสถานการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง ในที่นี้ did ใช้แทนการกระทำที่กล่าวไปก่อนหน้า คือ offend a king ดังนั้น let’s say you did จึงหมายถึง “สมมติว่าคุณทำให้กษัตริย์ขุ่นเคือง” โดยไม่ต้องพูดการกระทำนั้นซ้ำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ let’s say เพื่อสร้างสถานการณ์สมมติ?

  1. Let's say the rain starts before the game. What will we do?
  2. Please say the word rain.
  3. The rain started before the game yesterday.
ดูคำตอบ

Let's say the rain starts before the game. What will we do?

Would you know how to apologize to him? ไวยากรณ์

1:11

คุณจะรู้ไหมว่าต้องขอโทษท่านอย่างไร

ไวยากรณ์

know how to apologize: การรู้วิธีทำ

โครงสร้าง “know how to + คำกริยารูปพื้นฐาน” หมายถึงการรู้วิธีหรือขั้นตอนในการทำบางอย่าง know how to apologize หมายถึงรู้ว่าควรพูดและทำอะไรเพื่อขอโทษ ใน Would you know how to apologize to him? ผู้พูดถามว่าผู้ฟังจะรู้วิธีตอบสนองที่เหมาะสมในสถานการณ์สมมตินั้นหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง know how to และคำกริยา fix: Maya ____ her bicycle.

ดูคำตอบ

knows how to fix

Recently in Ghana,

1:13

เมื่อไม่นานมานี้ในกานา

a journalist made some comments on television about the king of the Ashanti tribe, วลี

1:15

นักข่าวคนหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นทางโทรทัศน์เกี่ยวกับกษัตริย์ของชนเผ่าอาชานติ

วลี

made some comments: กลุ่มคำที่เป็นธรรมชาติสำหรับการแสดงความคิดเห็น

Made some comments หมายถึงได้แสดงข้อคิดเห็นหรือความเห็นออกมา ในภาษาอังกฤษ คำนาม comments ใช้คู่กับ make อย่างเป็นธรรมชาติ ส่วน some เพียงบอกว่าจำนวนไม่เจาะจง และไม่ได้บอกว่าความเห็นนั้นเป็นแง่บวกหรือแง่ลบ ในประโยคนี้ on television บอกสื่อที่ใช้ ส่วน about the king of the Ashanti tribe บอกหัวข้อที่แสดงความคิดเห็น เมื่อต้องการเปลี่ยนหัวข้อ สามารถใช้รูปแบบ make comments about/on something ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของวลี make some comments: At the meeting, the chair ____ about the new timetable.

ดูคำตอบ

made some comments

and soon she found herself at his palace apologizing. ไวยากรณ์

1:20

และไม่นานเธอก็พบว่าตัวเองต้องไปขอโทษที่พระราชวังของพระองค์

ไวยากรณ์

found herself ... apologizing: ลงเอยอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด

found herself at his palace apologizing หมายถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ พาให้เธอมาอยู่ในสถานการณ์นี้ คือเธออยู่ที่พระราชวังและกำลังขอโทษ ซึ่งอาจไม่ใช่สิ่งที่เธอคาดว่าจะเกิดขึ้น find oneself + สถานที่/สภาพ/กิจกรรม ใช้บอกว่าตระหนักว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์หนึ่งหรือลงเอยในสถานการณ์นั้น ไม่ได้หมายถึงการออกตามหาตัวเองตามตัวอักษร ในที่นี้ at his palace บอกสถานที่ และ apologizing เป็นรูป -ing ที่บอกว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ที่นั่น คำสรรพนามสะท้อนกลับต้องสอดคล้องกับประธาน: she ... herself

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ find oneself และคำสรรพนามที่ตรงกับ Lina: After following the wrong path, Lina ____ alone by the river.

ดูคำตอบ

found herself

The presenter says it's not every day that you offend a king.

1:25

ผู้ดำเนินรายการบอกว่าไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นทุกวันที่คุณจะล่วงเกินกษัตริย์

The phrase it's not every day that

1:29

วลี it's not every day that

highlights that what's happened is very unusual.

1:32

เน้นย้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นผิดปกติมาก

So,

1:35

ดังนั้น

how do apologies change from culture to culture? วลี

1:35

การขอโทษเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละวัฒนธรรมอย่างไร

วลี

from culture to culture: ความแตกต่างกันไปในแต่ละวัฒนธรรม

ใน from culture to culture คำนามเอกพจน์ culture จะปรากฏซ้ำในโครงสร้าง from X to X วลีนี้หมายถึง “ในวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน” หรือ “ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จากวัฒนธรรมหนึ่งไปสู่อีกวัฒนธรรมหนึ่งจริง ๆ โครงสร้างนี้เน้นความแตกต่างระหว่างตัวอย่างแต่ละอย่างที่เป็นชนิดเดียวกัน ให้ใช้คำนามนับได้รูปเอกพจน์แทน X เช่น from person to person, from country to country หรือ from case to case

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวน from X to X ที่หมายถึง “ในร้านค้าที่แตกต่างกัน”: Prices vary ____.

ดูคำตอบ

from shop to shop

Well,

1:39

นั่นล่ะค่ะ

that's what we'll be finding out in this episode

1:39

สิ่งที่เราจะได้รู้กันในตอนย่อยนี้

along with some useful new words and phrases.

1:42

พร้อมกับคำศัพท์และวลีใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์

And remember,

1:45

และอย่าลืมนะคะ

you'll find all the vocabulary from this episode on our website,

1:45

คุณจะพบคำศัพท์ทั้งหมดจากตอนนี้บนเว็บไซต์ของเรา

bbclearningenglish.com.

1:49

bbclearningenglish.com

Now, I have a question for you,

1:51

ตอนนี้ผมมีคำถามมาถามคุณ

Beth.

1:53

Beth

We know that people from different countries apologize in different ways,

1:53

เรารู้ว่าผู้คนจากประเทศต่างๆ มีวิธีขอโทษที่แตกต่างกัน

but what might someone do to say sorry if they were from India?

1:58

แต่ถ้าเป็นคนอินเดีย เขาอาจจะทำอย่างไรเพื่อพูดขอโทษ

Would they A) offer a gift,

2:01

พวกเขาจะ A) มอบของขวัญ

B) pull their earlobes,

2:04

B) ดึงติ่งหูตัวเอง

or C) bow down?

2:06

หรือ C) โค้งคำนับ?

Oh,

2:07

โอ้

I am going to guess C) bow down. น้ำเสียง/เจตนา

2:08

ฉันขอเดาว่าเป็น C) โค้งคำนับค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

I am going to guess: ตอบเมื่อยังไม่แน่ใจ

ในที่นี้ I am going to guess หมายถึง “ฉันจะตอบแม้ว่าจะไม่แน่ใจ” วลีนี้ลดระดับความมั่นใจก่อนเลือก C) bow down be going to มักใช้บอกแผนในอนาคต แต่ในคำตอบสั้น ๆ นี้ใช้เกริ่นถึงตัวเลือกที่ผู้พูดกำลังจะเลือก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ I'm going to guess + คำตอบ หรือ I'm going to guess + อนุประโยคที่มี that

แบบฝึกหัด

คุณไม่แน่ใจว่าคำตอบใดถูกต้อง ประโยคใดเสนอ B ในลักษณะของการเดา?

  1. I know for certain that the answer is B.
  2. I'm going to guess the answer is B.
  3. I am going to check whether B is correct.
ดูคำตอบ

I'm going to guess the answer is B.

Okay,

2:12

โอเค

well,

2:12

งั้น

we'll find out if you're right at the end of the program.

2:12

เราจะมาดูกันว่าคุณตอบถูกไหมในช่วงท้ายของรายการ

Let's return to Afia Pokua, ลำดับความ

2:16

กลับมาที่ Afia Pokua

the journalist who criticized the king of the Ashanti tribe.

2:18

นักข่าวที่วิจารณ์กษัตริย์ชนเผ่าอาชานติกันต่อ

ลำดับความ

Let's return to: กลับไปยังหัวข้อก่อนหน้า

Let's return to + บุคคลหรือหัวข้อ เป็นสัญญาณเปลี่ยนประเด็นที่พาการสนทนากลับไปยังสิ่งที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้ Afia Pokua กลับมาเป็นจุดสนใจอีกครั้ง Let's ทำให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนจุดสนใจ วลีนี้ใช้จัดระเบียบข้อมูล ไม่ได้หมายความว่ามีใครเดินทางย้อนกลับจริง ๆ

แบบฝึกหัด

หลังจากยกตัวอย่างสั้น ๆ ให้ใช้วลีเปลี่ยนประเด็นสามคำที่มี return เพื่อกลับไปยังหัวข้อก่อนหน้า: ____ our main question.

ดูคำตอบ

Let's return to

Her comments divided opinion in Ghana, วลี

2:22

ความคิดเห็นของเธอทำให้เกิดเสียงแตกในกานา

วลี

comments divided opinion: ทำให้ความคิดเห็นของสาธารณชนแตกต่างกัน

รูปแบบ X divided opinion หมายความว่า X ทำให้ผู้คนมีมุมมองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ในประโยคนี้ her comments คือสาเหตุ divided คือคำกริยารูปอดีต และ opinion หมายถึงปฏิกิริยาโดยรวมของสาธารณชน ในกลุ่มคำนี้ opinion มักเป็นนามนับไม่ได้ที่มีความหมายรวม โดยเฉพาะในภาษาอังกฤษข่าวแบบอังกฤษ หมายถึงความคิดเห็นของสาธารณชนหรือมุมมองของผู้คน ไม่ได้หมายถึงคำแนะนำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำสองคำที่หมายถึงทำให้ผู้คนมีมุมมองต่างกัน: The new policy ____ among local residents.

ดูคำตอบ

divided opinion

but eventually Afia decided to say sorry to the king,

2:24

แต่ท้ายที่สุด Afia ก็ตัดสินใจกล่าวขอโทษกษัตริย์

following strict traditional rules that she dress in black and apologize kneeling down on her knees. โน้ต

2:28

โดยทำตามกฎเกณฑ์ดั้งเดิมอย่างเคร่งครัดที่เธอต้องแต่งชุดดำและคุกเข่าขอโทษ

วลี

following strict traditional rules: following หมายถึง “ปฏิบัติตาม”

ในที่นี้ following หมายถึง “ปฏิบัติตาม” หรือ “ทำตาม” ไม่ได้หมายถึง “มาทีหลัง” วลีนี้อธิบายว่า Afia ขอโทษอย่างไร นั่นคือเธอขอโทษโดยปฏิบัติตามกฎประเพณีอันเคร่งครัด วลี -ing เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับวิธีที่ทำการกระทำ รายละเอียดที่ตามมา—การสวมชุดดำและการคุกเข่า—บอกว่ากฎเหล่านั้นกำหนดให้เธอทำอะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ following strict traditional rules เพื่ออธิบายว่างานหนึ่งดำเนินไปอย่างไร?

  1. The ritual began after the traditional rules were discussed.
  2. The traditional rules were written down after the ritual.
  3. The ritual was performed following strict traditional rules.
ดูคำตอบ

The ritual was performed following strict traditional rules.

ไวยากรณ์

that she dress in black: คำกริยารูปพื้นฐานในข้อความกฎ

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกว่ากฎกำหนดให้ทำอะไร เพราะเป็นการแสดงข้อกำหนด ภาษาอังกฤษแบบเป็นทางการจึงใช้คำกริยารูปพื้นฐาน dress หลัง she ได้ โดยไม่เปลี่ยนเป็น dresses รูปนี้แสดงสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่เธอทำเป็นประจำ ในภาษาอังกฤษแบบบริติช that she should dress in black ก็ใช้บ่อยเพื่อแสดงข้อกำหนดเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยารูปพื้นฐานเติมข้อกำหนดแบบเป็นทางการนี้ให้สมบูรณ์: The rule requires that every guest ____ in black.

ดูคำตอบ

dress

วัฒนธรรม

kneeling down on her knees: ท่าทางในการขอโทษตามพิธี

ในประโยคนี้ kneeling down on her knees บรรยายท่าทางของร่างกายที่กฎประเพณีอันเคร่งครัดกำหนดให้ใช้ในการขอโทษ นี่ไม่ใช่การกระทำทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่การคุกเข่าเป็นส่วนหนึ่งของวิธีขอโทษ ท่านี้อาจแสดงความถ่อมตน ความสำนึกผิดอย่างมาก หรือความเคารพได้ คำว่า kneel มีความหมายอยู่แล้วว่าลดตัวลงหรืออยู่ในท่าที่เข่าแตะพื้น ดังนั้น on her knees จึงช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น แต่ก็ซ้ำความหมายบางส่วน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงได้ดีที่สุดว่าการคุกเข่าเป็นส่วนหนึ่งของการขอโทษอย่างให้เกียรติ?

  1. She waved cheerfully and began a game.
  2. She knelt down to show respect while apologizing.
  3. She left the room without apologizing.
ดูคำตอบ

She knelt down to show respect while apologizing.

Afia's story shows the influence of culture on how people say sorry. ลำดับความ

2:35

เรื่องราวของ Afia แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของวัฒนธรรมที่มีต่อวิธีที่ผู้คนใช้ในการกล่าวขอโทษ

ลำดับความ

the influence of A on B: การสรุปประเด็นหลัก

วลี the influence of culture on... เปลี่ยนแนวคิด culture affects something ให้เป็นนามวลีเชิงนามธรรม ในที่นี้ on นำเข้าส่วนที่ได้รับอิทธิพล คือ how people say sorry รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ the influence of A on B รูปแบบนี้ช่วยสรุปเรื่องราว งานศึกษา หรือการอภิปราย โดยให้ A เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพล และ B เป็นพฤติกรรมหรือผลลัพธ์ที่ได้รับอิทธิพล B อาจเป็นนามวลีหรืออนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย how ก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ the influence of A on B ให้สมบูรณ์: The report explains ____ screen time ____ sleep.

ดูคำตอบ

the influence of · on

Let's listen now as three BBC journalists from different countries

2:40

มาฟังนักข่าว BBC สามคนจากต่างประเทศกันเถอะ

explain to World Service program The Fifth Floor how to say sorry in their culture.

2:44

พวกเขาจะมาอธิบายให้รายการ The Fifth Floor ของ World Service ฟังว่าวิธีขอโทษในวัฒนธรรมของพวกเขาเป็นอย่างไร

I would say that Pakistanis generally, น้ำเสียง/เจตนา

2:51

ผมอยากจะบอกว่าชาวปากีสถานโดยทั่วไป

น้ำเสียง/เจตนา

I would say that: ทำให้ความเห็นฟังดูนุ่มนวลขึ้น

I would say that ใช้เกริ่นความคิดเห็นปัจจุบันของผู้พูด ในที่นี้ would ไม่ได้หมายความว่าเรื่องนั้นเกิดขึ้นในอดีต แต่ช่วยให้ข้อความฟังดูไม่หนักแน่นเท่าการยืนยันโดยตรง เมื่อใช้ก่อนกล่าวโดยกว้างเกี่ยวกับคนกลุ่มหนึ่ง วลีนี้จะแสดงว่านั่นเป็นการประเมินของผู้พูดและยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้นหรือความเห็นต่าง วลีนี้ช่วยให้คำกล่าวนุ่มนวลลง แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าคำกล่าวนั้นเป็นจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอข้อสรุปว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัวอย่างระมัดระวัง

  1. The blue route is definitely the safest, and no one can disagree.
  2. I would say that the blue route is the safest.
  3. Say that the blue route is safe.
ดูคำตอบ

I would say that the blue route is the safest.

they're not really expressive,

2:53

พวกเขาไม่ได้แสดงออกทางอารมณ์มากนัก

and we're also very cheeky.

2:54

และเราก็ยังเป็นคนค่อนข้างทะเล้นด้วย

So, what we generally do is we would slide an apology in the middle of a conversation โน้ต

2:55

ดังนั้น สิ่งที่เรามักทำคือแทรกคำขอโทษเข้าไปกลางวงสนทนา

ไวยากรณ์

what we generally do is: ใช้เกริ่นสิ่งที่ทำเป็นประจำ

What we generally do is หมายถึง “สิ่งที่เราทำเป็นประจำคือ” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what จะบอกหัวข้อก่อนว่าคือสิ่งที่เรามักทำ แล้วคำหลัง is จะบอกการกระทำที่เจาะจง โครงสร้างนี้วางการกระทำไว้ท้ายประโยค จึงทำให้ส่วนนั้นเป็นจุดเน้นของข้อมูล ใช้เพื่ออธิบายกิจวัตร ขั้นตอน หรือนิสัยของกลุ่มได้ หลัง is สามารถตามด้วยคำกริยาบอกการกระทำโดยตรง เช่น What we generally do is check twice หรือในบทสนทนาอาจตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์กว่าเหมือนในคำบรรยาย

แบบฝึกหัด

ใช้วลีจากบทเรียนเติมกิจวัตรนี้ให้สมบูรณ์: ____ check the safety equipment before each trip.

ดูคำตอบ

What we generally do is

สำนวน

slide an apology in the middle of a conversation: แทรกคำขอโทษอย่างแนบเนียน

ในที่นี้ slide an apology in the middle of a conversation หมายถึงการใส่คำขอโทษสั้น ๆ เข้าไปอย่างแนบเนียนและเป็นธรรมชาติขณะที่บทสนทนากำลังดำเนินอยู่ slide เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้มีสิ่งใดเลื่อนไปจริง ๆ ส่วน in the middle of a conversation บอกว่าการแทรกนี้เกิดขึ้นกลางบทสนทนา ถ้อยคำนี้ทำให้คำขอโทษดูเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ไม่ใช่ประเด็นหลักของบทสนทนา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ slide something into a conversation or discussion ซึ่งหมายถึงนำบางอย่างเข้าสู่การสนทนาแบบไม่ดึงดูดความสนใจมากนัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเชิงเปรียบเทียบที่ใช้ slide และหมายถึง ‘แทรกคำขอโทษสั้น ๆ อย่างแนบเนียน’: Leo ____ the conversation before changing the subject.

ดูคำตอบ

slid a short apology into

and then very quickly move on to a new topic กริยาวลี

3:01

แล้วก็รีบเปลี่ยนไปคุยเรื่องใหม่ทันที

กริยาวลี

move on to a new topic: เปลี่ยนไปพูดหัวข้อใหม่

Move on to a new topic หมายถึงหยุดพูดถึงหัวข้อปัจจุบันแล้วเริ่มพูดถึงหัวข้ออื่น ในที่นี้ move on เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ โดยบอกถึงการดำเนินต่อไปของบทสนทนา ไม่ใช่การเคลื่อนที่ทางร่างกาย รูปแบบ move on to + คำนาม ใช้บอกว่าสิ่งใดจะเป็นลำดับต่อไป เช่น move on to the next question หรือ move on to chapter two

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ move on ที่หมายถึง ‘เปลี่ยนไปยังรายการถัดไป’: We have finished the safety rules, so let's ____ the first activity.

ดูคำตอบ

move on to

so that we don't have to sort of be very upfront about it. น้ำเสียง/เจตนา

3:03

เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องแสดงออกอย่างตรงไปตรงมามากนัก

น้ำเสียง/เจตนา

sort of: ทำให้คำบรรยายฟังนุ่มนวลลง

ในที่นี้ sort of ใช้ลดความตรงของ be very upfront มีความหมายประมาณว่า “ค่อนข้าง” หรือ “ในแง่หนึ่ง” ทำให้ผู้พูดฟังดูไม่ตรงและไม่ฟันธงจนเกินไป คำนี้ไม่ได้ใช้เพื่อแบ่งประเภทสิ่งของ เมื่อ sort of อยู่หน้าคำบรรยายหรือการตัดสิน มักแสดงว่าคำพูดนั้นเป็นเพียงการประมาณ หรือผู้พูดต้องการลดน้ำหนักของคำพูด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ sort of เพื่อลดน้ำหนักของคำบรรยาย

  1. The film was sort of scary.
  2. This is a sort of puzzle.
  3. The film was extremely scary.
ดูคำตอบ

The film was sort of scary.

In Russia,

3:06

ในรัสเซีย

we also have a tradition called Forgiveness Sunday, วัฒนธรรม

3:07

เรายังมีประเพณีที่เรียกว่า Forgiveness Sunday

which happens on the last Sunday before Easter.

3:10

ซึ่งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์สุดท้ายก่อนวันอีสเตอร์

วัฒนธรรม

a tradition called Forgiveness Sunday: แนะนำธรรมเนียมด้วยชื่อของธรรมเนียม

วลี a tradition called Forgiveness Sunday ใช้แนะนำชื่อของธรรมเนียม ในที่นี้ called หมายถึง “ที่มีชื่อว่า” โดยคำที่ตามหลัง called คือชื่อของธรรมเนียมนั้น วันอาทิตย์แห่งการให้อภัยเป็นวันที่ปฏิบัติกันในศาสนาคริสต์นิกายออร์ทอดอกซ์ตะวันออก ผู้คนขอการให้อภัยจากกันก่อนเทศกาลมหาพรต ซึ่งเป็นช่วงที่นำไปสู่อีสเตอร์ กล่าวอย่างเจาะจง วันนี้คือวันอาทิตย์ก่อนเริ่มเทศกาลมหาพรต ซึ่งอยู่ก่อนอีสเตอร์หลายสัปดาห์

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย a tradition called Forgiveness Sunday ได้ดีที่สุด

  1. Forgiveness Sunday เป็นชื่อธรรมเนียมของคริสต์ออร์ทอดอกซ์ตะวันออกที่เกี่ยวข้องกับการขอการให้อภัยก่อนเทศกาลมหาพรต
  2. Forgiveness Sunday เป็นชื่อการแข่งขันกีฬาที่จัดขึ้นหลังอีสเตอร์
  3. Forgiveness Sunday หมายถึงวันอาทิตย์ใด ๆ ที่ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้กล่าวขอโทษ
ดูคำตอบ

Forgiveness Sunday เป็นชื่อธรรมเนียมของคริสต์ออร์ทอดอกซ์ตะวันออกที่เกี่ยวข้องกับการขอการให้อภัยก่อนเทศกาลมหาพรต

The tradition is that you call your family and friends and apologize for any sorrows you've caused. วลี

3:13

ประเพณีนี้คือคุณต้องโทรหาครอบครัวและเพื่อนๆ เพื่อขอโทษในความเศร้าโศกเสียใจที่คุณเป็นต้นเหตุ

วลี

apologize to someone for something: ขอโทษใครบางคนสำหรับบางเรื่อง

apologize for something ใช้ for เพื่อบอกเหตุผลของการขอโทษ เช่น การกระทำ ความผิดพลาด หรือความเสียหาย ในที่นี้ any sorrows you've caused หมายถึงความเศร้าหรือความเจ็บปวดที่คุณอาจทำให้ผู้อื่นได้รับ หากต้องการระบุผู้ที่รับคำขอโทษ ให้ใช้ apologize to someone รูปแบบเต็มคือ apologize to someone for something ในประโยคนี้ family and friends คือคนที่คุณโทรหาและขอโทษ ส่วน any sorrows you've caused บอกเหตุผลของการขอโทษ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย apologize และคำบุพบทที่ถูกต้อง: She needs to ____ her teacher ____ arriving late.

ดูคำตอบ

apologize to · for

In Korea,

3:19

ในเกาหลี

the way of saying sorry varies depending on the relationship between the speaker and the listener ไวยากรณ์

3:20

วิธีกล่าวขอโทษจะแตกต่างกันไปตามความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดและผู้ฟัง

due to the complex honorific system in the language. โน้ต

3:25

เนื่องจากระบบคำสุภาพที่ซับซ้อนในภาษา

ไวยากรณ์

the way of doing something varies depending on...: วิธีทำบางอย่างจะแตกต่างกันไปตาม...

the way of saying sorry หมายถึง “วิธีที่ผู้คนกล่าวคำขอโทษ” รูปแบบ the way of + -ing เป็นกลุ่มคำนามที่ใช้บอกวิธีทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง varies depending on หมายถึงวิธีนั้นจะเปลี่ยนไปเมื่ออีกปัจจัยหนึ่งเปลี่ยนไป โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ The way of doing something varies depending on + ปัจจัย ในประโยคเต็ม ปัจจัยนั้นคือความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดกับผู้ฟัง ส่วนวลี due to ที่ตามมาบอกเหตุผลที่มีความแตกต่างนี้ นั่นคือระบบคำยกย่องที่ซับซ้อนของภาษา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่ใช้ vary และ depend: The way of greeting a guest ____ the situation.

ดูคำตอบ

varies depending on

วลี

due to + นามวลี: การบอกสาเหตุ

ในประโยคนี้ due to นำเข้าสู่เหตุผลที่ทำให้วิธีการกล่าวขอโทษแตกต่างกัน นั่นคือภาษานั้นมีระบบคำยกย่องที่ซับซ้อน due to ทำหน้าที่เป็นวลีบุพบทและตามด้วยคำนามหรือนามวลี เช่น due to the weather โดยเชื่อมสถานการณ์หรือผลลัพธ์เข้ากับสาเหตุ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ due to หน้านามวลีได้อย่างถูกต้อง

  1. The train was delayed due heavy snow.
  2. The train was delayed due to heavy snow.
  3. The train was delayed due to the snow was heavy.
ดูคำตอบ

The train was delayed due to heavy snow.

วัฒนธรรม

honorific system: ระบบที่แสดงความเคารพและความสัมพันธ์

Honorific system คือระบบการเลือกใช้รูปแบบภาษาเพื่อแสดงความเคารพและความสัมพันธ์ทางสังคม ระบบนี้อาจส่งผลต่อคำเรียกขาน รูปคำ คำลงท้าย หรือระดับภาษา ในที่นี้ ระบบดังกล่าวอธิบายว่าทำไมวิธีกล่าวขอโทษจึงเปลี่ยนไปตามความสัมพันธ์ ผู้พูดจะเลือกรูปแบบที่เหมาะกับสถานะของผู้ฟังและระดับความคุ้นเคย คำนี้หมายถึงระบบภาษาทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงคำสุภาพคำเดียว

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ honorific system มากที่สุด

  1. ระบบนี้ใช้รูปแบบภาษาที่แตกต่างกันเพื่อแสดงความเคารพและความสัมพันธ์ทางสังคม
  2. ระบบนี้เป็นกฎที่กำหนดให้เขียนทุกคำด้วยตัวพิมพ์ใหญ่
  3. ระบบนี้ทำให้ทุกคนใช้คำเหมือนกันทุกประการในทุกสถานการณ์
ดูคำตอบ

ระบบนี้ใช้รูปแบบภาษาที่แตกต่างกันเพื่อแสดงความเคารพและความสัมพันธ์ทางสังคม

In many cases,

3:29

ในหลายๆ กรณี

we say 죄송합니다. This is used in formal situations or with people we don't know well, น้ำเสียง/เจตนา

3:29

เราจะพูดว่า 죄송합니다 ซึ่งจะใช้ในสถานการณ์ที่เป็นทางการ หรือกับคนที่เราไม่รู้จักดี

น้ำเสียง/เจตนา

สถานการณ์เป็นทางการหรือคนที่เราไม่ค่อยรู้จัก: เมื่อใดควรใช้คำขอโทษแบบเป็นทางการ

ข้อความที่เน้นบอกเงื่อนไขสองข้อแยกกันสำหรับการเลือกใช้คำขอโทษภาษาเกาหลีแบบเป็นทางการ 죄송합니다 ได้แก่ สถานการณ์เป็นทางการ หรือคุณไม่ค่อยรู้จักอีกฝ่าย คำว่า This หมายถึง 죄송합니다 เงื่อนไขทั้งสองเชื่อมด้วย or ดังนั้นตรงเพียงข้อใดข้อหนึ่งก็พอ ไม่จำเป็นต้องเป็นทั้งสถานการณ์ทางการและพูดกับคนที่ไม่คุ้นเคยพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งในประโยคอย่างชัดเจน

  1. พูดกับตัวเองขณะเล่นเกม
  2. พูดเล่นเป็นการส่วนตัวกับเพื่อนที่สนิทที่สุด
  3. ขอโทษคนที่คุณเพิ่งพบ
ดูคำตอบ

ขอโทษคนที่คุณเพิ่งพบ

and we often bow when saying 죄송합니다. วัฒนธรรม

3:35

และเรามักจะโค้งคำนับเวลาพูดว่า 죄송합니다

วัฒนธรรม

มักโค้งคำนับเมื่อพูดว่า 죄송합니다: การแสดงความเคารพ

ในที่นี้ bow หมายถึงการก้มร่างกายส่วนบนขณะพูดว่า 죄송합니다 การเคลื่อนไหวนี้ช่วยแสดงความเคารพและความรู้สึกขอโทษให้เห็นควบคู่กับคำพูด often หมายความว่านี่เป็นสิ่งที่ทำกันบ่อย ไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้ง ท่าทางที่ใช้จริงอาจเปลี่ยนไปตามบุคคลและสถานการณ์

แบบฝึกหัด

ตามประโยคนี้ ผู้คนมักทำอะไรขณะพูดว่า 죄송합니다

  1. พวกเขาก้มร่างกายส่วนบนเพื่อแสดงความเคารพ
  2. พวกเขาใช้คันธนูและลูกธนู
  3. พวกเขาอยู่นิ่งสนิททุกครั้ง
ดูคำตอบ

พวกเขาก้มร่างกายส่วนบนเพื่อแสดงความเคารพ

Journalist Ahsan Mahmood thinks apologizing in Pakistan is different because people are not expressive. การใช้คำ

3:39

นักข่าว Ahsan Mahmood คิดว่าการขอโทษในปากีสถานนั้นแตกต่างออกไปเพราะผู้คนไม่ได้แสดงออกทางอารมณ์มากนัก

They don't usually show what they think or feel.

3:45

พวกเขาไม่ค่อยแสดงสิ่งที่ตัวเองคิดหรือรู้สึก

การใช้คำ

not expressive: ไม่แสดงความคิดหรือความรู้สึกอย่างเปิดเผย

ในประโยคนี้ not expressive หมายถึงผู้คนมักไม่แสดงความคิดหรือความรู้สึกอย่างเปิดเผยผ่านคำพูด สีหน้า หรือการกระทำ ประโยคถัดไปอธิบายความหมายนี้โดยตรง คำนี้อธิบายวิธีแสดงความรู้สึก ไม่ได้บอกว่ามีความรู้สึกหรือไม่ คนคนหนึ่งอาจรู้สึกอย่างมากแต่ก็ยังไม่ค่อยแสดงออกได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงความหมายว่าใครบางคน not expressive ได้ดีที่สุด

  1. He immediately shares every thought and feeling.
  2. He has strong feelings but rarely shows them.
  3. He is unable to have feelings.
ดูคำตอบ

He has strong feelings but rarely shows them.

Rather,

3:48

แต่ว่า

he says Pakistanis tend to be cheeky, โน้ต

3:48

เขาบอกว่าชาวปากีสถานมักจะ cheeky

an adjective meaning slightly rude but in a funny, playful way.

3:51

ซึ่งเป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึงการหยาบคายเล็กน้อยแต่มาในรูปแบบที่ตลกและขี้เล่น

ไวยากรณ์

tend to be: บรรยายแนวโน้มโดยทั่วไป

Tend to be หมายถึง “โดยปกติเป็น” หรือ “มักมีลักษณะบางอย่าง” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้คำบรรยายกลุ่มเป็นแนวโน้มโดยทั่วไป แทนที่จะเป็นคำกล่าวที่ไม่มีข้อยกเว้น โครงสร้างคือ subject + tend to be + adjective or noun phrase หากประธานเป็น he, she หรือ it ให้ใช้ tends to be

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่บรรยายแนวโน้มทั่วไป: Young children ____ curious about new things.

ดูคำตอบ

tend to be

การใช้คำ

cheeky: เสียมารยาทเล็กน้อยแต่ขี้เล่น

ในประโยคนี้ cheeky ใช้อธิบายคำพูดหรือพฤติกรรมที่เสียมารยาทหรือกล้าเกินไปเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกันก็ตลกและขี้เล่น โดยทั่วไปเป็นคำวิจารณ์เบา ๆ ไม่ใช่คำตำหนิที่รุนแรง คำนี้จะฟังดูเป็นมิตรหรือเป็นการตำหนิ ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงของผู้พูด ความสัมพันธ์ และความร้ายแรงของพฤติกรรม

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะจะอธิบายด้วยคำว่า cheeky มากที่สุด

  1. เด็กคนหนึ่งพูดมุกที่กล้าเล็กน้อยแล้วส่งยิ้มแบบขี้เล่น
  2. คนหนึ่งรอคิวของตนอย่างสุภาพโดยไม่พูดอะไร
  3. คนหนึ่งข่มขู่อย่างโหดร้ายเพื่อให้อีกคนกลัว
ดูคำตอบ

เด็กคนหนึ่งพูดมุกที่กล้าเล็กน้อยแล้วส่งยิ้มแบบขี้เล่น

In Pakistan,

3:56

ในปากีสถาน

people sometimes avoid being upfront about what they've done.

3:57

ผู้คนบางครั้งก็หลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้าตรงๆ เกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาทำลงไป

If you're upfront about something, การใช้คำ

4:01

ถ้าคุณ upfront กับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

you speak openly about it so everyone knows your feelings and intentions.

4:03

แสดงว่าคุณพูดถึงมันอย่างเปิดเผย เพื่อให้ทุกคนรู้ความรู้สึกและความตั้งใจของคุณ

การใช้คำ

be upfront about something: พูดอย่างเปิดเผยและซื่อตรง

Be upfront about something หมายถึงการพูดถึงเรื่องหนึ่งอย่างเปิดเผยและซื่อตรง แทนที่จะปิดบังข้อมูลสำคัญ โดย about ใช้นำเข้าสู่หัวข้อ เช่น ความรู้สึก เจตนา ค่าใช้จ่าย ความผิดพลาด หรือปัญหา ในสำนวนนี้ upfront บอกลักษณะการสื่อสารของคน ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพ หากต้องการระบุคนที่เราพูดด้วย สามารถใช้ be upfront with someone about something ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เปิดเผยและซื่อตรงเกี่ยวกับเรื่องหนึ่ง”: Please be ____ any extra costs before I sign.

ดูคำตอบ

upfront about

Moving now to Russia, ลำดับความ

4:08

ย้ายมาที่รัสเซียกันบ้าง

the journalist Liza Fokht describes a tradition called Forgiveness Sunday,

4:10

นักข่าว Liza Fokht อธิบายถึงประเพณีที่เรียกว่า Forgiveness Sunday

ลำดับความ

Moving now to...: วลีเปลี่ยนหัวข้อ

Moving now to Russia เป็นคำส่งสัญญาณเปลี่ยนหัวข้อ บอกผู้ฟังว่ากำลังจบเรื่องก่อนหน้าและเริ่มช่วงที่พูดถึงรัสเซีย คำว่า moving ในที่นี้หมายถึงการดำเนินเรื่อง ไม่ใช่การเดินทางจริง รูปแบบ Moving now to + สถานที่หรือหัวข้อ ใช้เปิดประเทศ คำถาม ตัวอย่าง หรือช่วงถัดไป การวางไว้ต้นประโยคช่วยให้ผู้ฟังตามโครงสร้างข้อมูลได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำเปลี่ยนหัวข้อจากบทเรียนให้ตรงตามรูปแบบ: ____ Brazil, our correspondent explains the election results.

ดูคำตอบ

Moving now to

when people apologize to friends and family for sorrows they have caused.

4:14

ซึ่งผู้คนจะขอโทษเพื่อนและครอบครัวสำหรับ sorrows ที่พวกเขาก่อขึ้น

Sorrows are sources of sadness or regret. การใช้คำ

4:19

Sorrows คือที่มาของความโศกเศร้าหรือความเสียใจ

การใช้คำ

Sorrows: สาเหตุแต่ละอย่างของความเศร้าหรือความเสียใจ

Sorrows เป็นรูปพหูพจน์ของ sorrow ในที่นี้หมายถึงความทุกข์ การสูญเสีย หรือความเสียใจแต่ละเรื่องที่ทำให้เศร้า ไม่ได้หมายถึงเพียงอารมณ์เศร้าโดยรวม รูปพหูพจน์ทำให้สาเหตุอันเจ็บปวดเหล่านั้นดูเป็นเรื่องแต่ละเรื่องที่คนหนึ่งแบกรับหรือจดจำ คำนี้มักมีน้ำเสียงขรึมและเป็นวรรณกรรม จึงเหมาะกับภาษาทางศาสนาหรือพิธีการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ sorrows อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายพหูพจน์ที่ขรึมจริงจัง

  1. At the ceremony, people spoke of their sorrows and losses.
  2. I bought two sorrows at the market.
  3. Please sorrows the door before you leave.
ดูคำตอบ

At the ceremony, people spoke of their sorrows and losses.

And finally, in Korea,

4:22

และสุดท้ายในเกาหลี

how you say sorry depends on who you're apologizing to. ไวยากรณ์

4:24

คุณจะพูดขอโทษอย่างไรขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังขอโทษใคร

ไวยากรณ์

depends on who you're apologizing to: ขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังขอโทษใคร

depends on หมายถึงว่าสิ่งหนึ่งถูกกำหนดหรือได้รับอิทธิพลจากอีกสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ วิธีพูดขอโทษจะเปลี่ยนไปตามคนที่รับคำขอโทษ who you're apologizing to เป็นอนุประโยคคำถามทางอ้อมที่ตามหลัง on โดยใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ who you're apologizing to ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถามตรงอย่าง who are you apologizing to ส่วน to ท้ายประโยคมาจากโครงสร้าง apologize to someone และวางไว้ท้ายอนุประโยคได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่าระดับความเป็นทางการขึ้นอยู่กับคนที่กำลังพูดด้วย

  1. How formal you sound depends at who you're speaking to.
  2. How formal you sound depends on who you're speaking to.
  3. How formal you sound depends on who are you speaking to.
ดูคำตอบ

How formal you sound depends on who you're speaking to.

Korea has a complicated honorific system dictating how people above you in the social order วัฒนธรรม

4:28

เกาหลีมีระบบ honorific ที่ซับซ้อน ซึ่งกำหนดว่าคนที่มีสถานะทางสังคมสูงกว่าคุณ

should be addressed. ไวยากรณ์

4:34

ควรได้รับการเรียกขานอย่างไร

วัฒนธรรม

people above you in the social order: ผู้ที่มีสถานะสูงกว่าคุณในลำดับชั้นทางสังคม

people above you in the social order หมายถึงผู้ที่มีสถานะทางสังคมหรืออำนาจสูงกว่าคุณ คำว่า above ใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อบอกลำดับหรือฐานะ ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวให้ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเข้าใจระบบคำยกย่อง กล่าวคือ วิธีเรียกหรือกล่าวกับใครคนหนึ่งอาจเปลี่ยนไปตามความสัมพันธ์และสถานะเปรียบเทียบระหว่างผู้พูด

แบบฝึกหัด

people above you in the social order ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ผู้ที่ยืนอยู่ในตำแหน่งทางกายภาพที่สูงกว่าคุณ
  2. ทุกคนที่อายุมากกว่าคุณในทุกสถานการณ์
  3. ผู้ที่มีสถานะทางสังคมหรืออำนาจสูงกว่าคุณ
ดูคำตอบ

ผู้ที่มีสถานะทางสังคมหรืออำนาจสูงกว่าคุณ

ไวยากรณ์

should be addressed: วิธีที่ควรใช้เรียกหรือกล่าวกับใครสักคน

should be addressed เป็นโครงสร้าง should + be + กริยาช่องที่สาม ซึ่งเป็นรูปถูกกระทำที่ใช้กริยาช่วย ใน how people ... should be addressed โครงสร้างนี้หมายถึง “ควรพูดกับหรือเรียกคนเหล่านั้นด้วยวิธีใดจึงจะเหมาะสม” รูปถูกกระทำช่วยเน้นผู้ที่ถูกเรียกและวิธีเรียกที่เหมาะสม ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้พูด ในที่นี้ address เป็นคำกริยาที่หมายถึง “พูดกับใครสักคนหรือเรียกเขาด้วยชื่อหรือตำแหน่งหนึ่ง” ไม่ได้หมายถึง “ที่อยู่ทางไปรษณีย์”

แบบฝึกหัด

should be addressed ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร

  1. ควรให้ที่อยู่ทางไปรษณีย์แก่พวกเขา
  2. ควรพูดกับหรือเรียกพวกเขาด้วยตำแหน่งที่เหมาะสม
  3. พวกเขาควรจดที่อยู่ของคนอื่น
ดูคำตอบ

ควรพูดกับหรือเรียกพวกเขาด้วยตำแหน่งที่เหมาะสม

Honorific means showing respect and honor to someone. การใช้คำ

4:36

Honorific หมายถึงการแสดงความเคารพและให้เกียรติใครบางคน

การใช้คำ

Honorific: คำเรียกหรือรูปแบบภาษาที่แสดงความเคารพ

honorific เมื่อเป็นคำนาม หมายถึงตำแหน่ง คำ หรือรูปแบบการเรียกที่แสดงความเคารพ เช่น Mr, Dr หรือรูปแบบแสดงความเคารพที่มีเฉพาะในภาษาหนึ่ง ๆ ในตัวอย่าง ผู้พูดกำลังอธิบายความหมายพื้นฐานนี้ honorific ยังใช้เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ซึ่งแสดงความเคารพ” ได้ เช่น honorific title หรือ honorific language ตัว H เป็นตัวพิมพ์ใหญ่เพียงเพราะคำนี้อยู่ต้นประโยค โดยปกติ honorific ไม่ใช่ชื่อเฉพาะ

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ honorific ในตัวอย่างมากที่สุด

  1. ตำแหน่งหรือรูปแบบภาษาที่แสดงความเคารพ
  2. สถานะที่มอบให้โดยไม่มีหน้าที่ตามปกติ
  3. ที่อยู่หรือที่อยู่ทางไปรษณีย์
ดูคำตอบ

ตำแหน่งหรือรูปแบบภาษาที่แสดงความเคารพ

Well,

4:39

เอาล่ะ

there's a saying that sorry is the hardest word, สำนวน

4:40

มีคำกล่าวที่ว่า sorry เป็นคำที่พูดยากที่สุด

สำนวน

sorry is the hardest word: “ขอโทษ” เป็นคำที่พูดยาก

ใน sorry is the hardest word คำว่า hardest หมายถึงความยากทางความรู้สึก ไม่ใช่ความยากในการสะกดหรือออกเสียง การพูดว่า sorry อาจหมายถึงการยอมรับว่าตัวเองผิดและวางทิฐิลง สำนวนนี้เปลี่ยนการกระทำที่ทำได้ยากให้เป็น “คำที่พูดยาก” โดยทั่วไป การบอกว่าคำหนึ่ง hard to say อาจหมายความว่าความรู้สึกหรือการยอมรับที่อยู่เบื้องหลังคำนั้นแสดงออกได้ยาก

แบบฝึกหัด

sorry is the hardest word ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. Sorry สะกดยาก
  2. Sorry ออกเสียงยาก
  3. การยอมรับความผิดและขอโทษอาจเป็นเรื่องยากทางความรู้สึก
ดูคำตอบ

การยอมรับความผิดและขอโทษอาจเป็นเรื่องยากทางความรู้สึก

but who knew there were so many ways to say it? น้ำเสียง/เจตนา

4:42

แต่ใครจะรู้ว่ามีวิธีพูดขอโทษมากมายขนาดนี้?

น้ำเสียง/เจตนา

Who knew there were so many ways to say it?: แสดงความประหลาดใจ

Who knew...? เป็นคำถามที่ใช้แสดงความประหลาดใจต่อสิ่งที่เพิ่งค้นพบ ไม่ได้ใช้ถามจริง ๆ ว่าใครรู้ ในที่นี้หมายถึง “ฉันไม่คิดว่าจะมีวิธีพูดแบบนั้นมากขนาดนี้” ไม่ได้หมายถึง “คนไหนรู้เรื่องนี้?” หลัง Who knew ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: Who knew a dog could do that? อนุประโยคทั้งหมดที่ตามมาถูกนำเสนอว่าเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิด

แบบฝึกหัด

สุนัขตัวเล็กเปิดประตูเอง ประโยคใดแสดงความประหลาดใจต่อความสามารถที่ไม่คาดคิดนี้ได้เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. Who knew a dog could open the door?
  2. Who knows which dog opened the door?
  3. Who taught the dog to open the door?
ดูคำตอบ

Who knew a dog could open the door?

Yes,

4:46

ใช่ค่ะ

and it's not just words. ลำดับความ

4:46

และมันไม่ใช่แค่คำพูดนะ

ลำดับความ

and it's not just words: ขยายประเด็นให้ไกลกว่าคำพูด

คำเชื่อม and เชื่อมประโยคนี้กับแนวคิดก่อนหน้า จากนั้น it's not just words บอกผู้ฟังว่าคำพูดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องนี้ เพราะการกระทำ ท่าที หรือผลลัพธ์ก็สำคัญเช่นกัน รูปแบบ it's not just X ช่วยจัดข้อมูลโดยกล่าวถึง X ก่อน แล้วขยายการพูดไปยังอีกด้านที่สำคัญ ไม่ได้หมายความว่า X ไม่มีคุณค่า

แบบฝึกหัด

and it's not just words ทำหน้าที่อะไรในบริบทนี้?

  1. ขยายประเด็นจากคำพูดไปยังด้านสำคัญอื่น เช่น การกระทำ
  2. เปลี่ยนหัวข้อไปเป็นเรื่องการสะกดคำ
  3. บอกว่าคำพูดไม่เคยสำคัญเลย
ดูคำตอบ

ขยายประเด็นจากคำพูดไปยังด้านสำคัญอื่น เช่น การกระทำ

If you're really sorry,

4:48

ถ้าคุณรู้สึกเสียใจจริงๆ

you do something to make things right, สำนวน

4:50

คุณจะทำอะไรบางอย่างเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง

like giving a small gift.

4:52

เช่น การให้ของขวัญชิ้นเล็กๆ

สำนวน

to make things right: แก้ไขความเสียหายหลังทำผิด

To make things right หมายถึงการลงมือแก้ไขความเสียหาย แก้ปัญหาที่ตนเองก่อขึ้น หรือฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่เสียไป ในประโยคนี้ การกระทำอย่างการให้ของขวัญเล็ก ๆ แสดงให้เห็นว่าคำขอโทษนั้นจริงใจ Things หมายถึงสถานการณ์ทั้งหมด ไม่ใช่สิ่งของที่ต้องทำให้ “ถูกต้อง” วลีนี้มักย้อนถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไปแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึงการแก้ไขความเสียหายหลังจากทำผิดพลาด: Nora lost her brother's book, so she bought another copy to ____.

ดูคำตอบ

make things right

So, Neil,

4:54

ดังนั้น Neil

what do people in India do?

4:55

คนในอินเดียเขาทำอะไรกันคะ?

What's the answer to your question?

4:57

คำตอบสำหรับคำถามของคุณคืออะไร?

Yes, well,

4:59

ใช่ เอาล่ะ

I asked what people in India do to apologize,

4:59

ผมถามว่าคนในอินเดียทำอย่างไรเพื่อขอโทษ

and what answer did you give me, Beth?

5:03

และคุณตอบผมว่าอะไรนะ Beth?

I said bow down.

5:05

ฉันบอกว่าโค้งคำนับค่ะ

Is that right?

5:07

ถูกต้องไหมคะ?

I'm afraid that was the wrong answer. น้ำเสียง/เจตนา

5:08

เกรงว่านั่นจะเป็นคำตอบที่ผิดนะ

น้ำเสียง/เจตนา

I'm afraid (that)... เพื่อเกริ่นข่าวร้ายอย่างสุภาพ

ในที่นี้ I'm afraid ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดรู้สึกกลัว แต่เป็นถ้อยคำสุภาพที่ช่วยให้การเกริ่นข่าวที่ไม่น่ายินดีหรือการแก้คำตอบฟังนุ่มนวลขึ้น กล่าวคือ ผู้พูดกำลังบอกว่าคำตอบนั้นผิด โดยทั่วไปจะตามด้วยส่วนประโยคที่มีประธานและกริยา และจะใส่หรือละ that ก็ได้: I'm afraid (that) we can't help. วลีนี้ทำให้การเริ่มบอกข้อมูลฟังไม่ห้วน แต่ใจความเชิงลบยังคงชัดเจน

แบบฝึกหัด

พนักงานขายตั๋วพูดว่า "I'm afraid there are no seats left." ในที่นี้ I'm afraid ทำหน้าที่อะไร

  1. สัญญาว่าจะมีที่นั่งว่างในภายหลัง
  2. บอกว่าพนักงานกลัวที่นั่ง
  3. เกริ่นข่าวที่น่าผิดหวังอย่างสุภาพ
ดูคำตอบ

เกริ่นข่าวที่น่าผิดหวังอย่างสุภาพ

You should apologize to me for that. วลี

5:10

คุณควรขอโทษผมเรื่องนั้นนะ

วลี

apologize to someone for something: ขอโทษใครในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

ในโครงสร้าง apologize to someone for something คำว่า to นำหน้าคนที่รับคำขอโทษ ส่วน for นำหน้าเหตุผล การกระทำ หรือความผิดที่ขอโทษ ถ้าเหตุผลเป็นการกระทำ ให้ใช้กริยารูป -ing หลัง for: apologize to her for arriving late. ในประโยคตัวอย่าง me คือผู้รับคำขอโทษ และ that หมายถึงเหตุผลที่ต้องขอโทษ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง apologize to someone for something: You should apologize ____ Mia ____ speaking rudely.

ดูคำตอบ

to · for

It is in fact B.

5:12

ความจริงคือข้อ B

In India,

5:13

ในอินเดีย

it's common to tug your earlobes when apologizing. โน้ต

5:14

เป็นเรื่องปกติที่จะดึงติ่งหูเวลาขอโทษ

ไวยากรณ์

it's common to + กริยารูปพื้นฐาน: บอกพฤติกรรมที่พบได้ทั่วไป

It's common to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าการกระทำหนึ่งเป็นเรื่องปกติหรือพบได้บ่อยในสถานที่ กลุ่ม หรือสถานการณ์ที่ระบุ ในตัวอย่าง In India กำหนดขอบเขต ส่วน to tug ระบุการกระทำที่บอกว่าพบได้ทั่วไป it ในที่นี้เป็นประธานเชิงไวยากรณ์และไม่ได้หมายถึงอินเดียหรือบุคคลใด Common บอกแนวโน้มทั่วไป ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เป็นจริงเสมอหรือข้อบังคับ จึงไม่ได้หมายความว่าทุกคนทำหรือจำเป็นต้องทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายสามคำที่หมายถึงการกระทำนั้นเป็นเรื่องปกติ: In this town, ____ greet neighbors with a smile.

ดูคำตอบ

it's common to

วัฒนธรรม

tug your earlobes: ดึงติ่งหูสั้น ๆ และเบา ๆ ในท่าทางนี้

Tug your earlobes หมายถึงดึงส่วนที่นุ่มด้านล่างของหูตัวเองสั้น ๆ ในประโยคนี้เข้าใจว่าเป็นการดึงเบา ๆ แต่ tug อาจหมายถึงการดึงอย่างรวดเร็วหรือดึงซ้ำ ๆ ได้ และตัวคำเองไม่ได้หมายความว่าต้องเบาเสมอไป ประโยคนี้นำเสนอท่าทางดังกล่าวว่าเป็นวิธีแสดงคำขอโทษในบริบททางวัฒนธรรมของอินเดีย ท่าทางนี้เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมเฉพาะ ไม่ใช่ความหมายสากลที่ทุกคนและทุกสถานการณ์ใช้ร่วมกัน

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง การกระทำใดตรงกับ tug your earlobes มากที่สุด

  1. ดึงติ่งหูของตัวเองสั้น ๆ และเบา ๆ
  2. ดึงหูของคนอื่นอย่างแรง
  3. ใช้มือทั้งสองข้างปิดหูของตัวเอง
ดูคำตอบ

ดึงติ่งหูของตัวเองสั้น ๆ และเบา ๆ

Okay,

5:18

โอเคค่ะ

let's recap the vocabulary we've learned starting with the idiom it's not every day that,

5:19

มาทบทวนคำศัพท์ที่เราเรียนรู้กันเถอะ เริ่มจากสำนวน it's not every day that

which is used to say that something is very unusual.

5:24

ซึ่งใช้พูดเพื่อบอกว่าบางสิ่งนั้นแปลกไปจากปกติมากๆ

An expressive person shows what they think or feel.

5:27

คนที่เป็นคน expressive คือคนที่แสดงออกถึงสิ่งที่เขาคิดหรือรู้สึก

The adjective cheeky means slightly rude in a funny, playful way.

5:31

คำคุณศัพท์ cheeky หมายถึงการหยาบคายเล็กน้อยแต่ในรูปแบบที่ตลกและขี้เล่น

When you are upfront about something,

5:35

เมื่อคุณ upfront กับบางสิ่ง

you speak openly and clearly so people know your true intentions.

5:38

คุณพูดอย่างเปิดเผยและชัดเจนเพื่อให้ผู้คนรู้ถึงความตั้งใจที่แท้จริงของคุณ

Sorrows are sources of sadness or regret.

5:42

Sorrows คือที่มาของความโศกเศร้าหรือความเสียใจ

And finally,

5:45

และสุดท้าย

the adjective honorific means showing respect and honor to someone.

5:46

คำคุณศัพท์ honorific หมายถึงการแสดงความเคารพและให้เกียรติผู้อื่น

Well,

5:51

เอาล่ะ

I'm sorry to say that once again our 6 minutes are up. โน้ต

5:51

ผมเสียใจที่ต้องบอกว่าเวลา 6 นาทีของเราหมดลงอีกแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

I'm sorry to say (that)...: เกริ่นข่าวร้ายด้วยความเสียใจ

“I'm sorry to say (that)...” ใช้เกริ่นข่าวที่ผู้พูดคิดว่าจะทำให้ผิดหวังหรือไม่เป็นที่พอใจอย่างสุภาพ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวช่วยให้การประกาศว่ารายการต้องจบลงฟังนุ่มนวลขึ้น Sorry แสดงความเสียใจต่อข่าวนั้น แต่ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าผู้พูดเป็นผู้ก่อปัญหา ข้อความหลัง that บอกเนื้อหาของข่าว และในการสนทนามักละ that ได้

แบบฝึกหัด

คุณต้องประกาศข่าวร้ายอย่างสุภาพ แต่คุณไม่ได้เป็นผู้ทำให้เกิดเรื่องนั้น ประโยคใดเหมาะสมที่สุด

  1. I'm sorry for closing the library today.
  2. I'm happy to say that the library is closed today.
  3. I'm sorry to say that the library is closed today.
ดูคำตอบ

I'm sorry to say that the library is closed today.

กริยาวลี

our 6 minutes are up: เวลาที่จัดสรรไว้สิ้นสุดแล้ว

เมื่อใช้ be up กับช่วงเวลาที่กำหนดไว้ จะหมายความว่าช่วงเวลานั้นสิ้นสุดแล้วและไม่มีเวลาเหลือ ในที่นี้ our 6 minutes หมายถึงหกนาทีที่จัดสรรให้รายการ ดังนั้น are up จึงบอกว่ารายการต้องจบลง up ในที่นี้ไม่ได้บอกทิศทาง ใช้ว่า Time is up แต่ใช้ Our six minutes are up เพราะ minutes เป็นพหูพจน์

แบบฝึกหัด

ครูพูดว่า "Your ten minutes are up." ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. มีการเพิ่มเวลาอีกสิบนาที
  2. งานจะเริ่มในอีกสิบนาที
  3. ช่วงเวลาสิบนาทีที่อนุญาตสิ้นสุดลงแล้ว
ดูคำตอบ

ช่วงเวลาสิบนาทีที่อนุญาตสิ้นสุดลงแล้ว

But if you are ready for more,

5:55

แต่ถ้าคุณพร้อมจะเรียนรู้เพิ่มเติม

just head over to our website bbclearningenglish.com กริยาวลี

5:57

แค่เข้าไปที่เว็บไซต์ bbclearningenglish.com ของเรา

กริยาวลี

head over to: ไปยังสถานที่หรือเข้าไปที่หน้าเว็บ

head over to หมายถึง “ไปยัง” หรือ “เข้าไปดู” ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังบอกให้ผู้ฟังเข้าเว็บไซต์ จึงเป็นการกระทำทางออนไลน์ ไม่ใช่การเดินทางจริง คำว่า head ตรงนี้เป็นคำกริยา ไม่ได้หมายถึงอวัยวะ “ศีรษะ” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ head over to + จุดหมาย โดยจุดหมายอาจเป็นสถานที่จริงหรือหน้าออนไลน์ก็ได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ “Head over to our help page for more details,” คำว่า head over to หมายถึงอะไร

  1. ส่งหน้าช่วยเหลือให้คนอื่น
  2. ไปหรือเข้าไปที่หน้าช่วยเหลือ
  3. ขยับศีรษะไปไว้เหนือหน้าช่วยเหลือ
ดูคำตอบ

ไปหรือเข้าไปที่หน้าช่วยเหลือ

for a quiz and a worksheet for this episode.

6:01

เพื่อทำแบบทดสอบและใบงานสำหรับตอนนี้

Bye for now.

6:04

ไปก่อนนะครับ

Goodbye.

6:04

ลาก่อนค่ะ

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

6:06

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com