วิธีแปลกๆ ในการเผาผลาญ 200 แคลอรี่: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
432 คำ 199 คำ/นาที

คำอธิบาย: วิดีโอเปรียบเทียบกิจกรรมที่ใช้เผาผลาญ 200 แคลอรีอย่างสนุก แล้วเตือนว่าผลจริงต่างกันในแต่ละคน ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. put those glossy lips to good use — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: ใช้ put X to good use เพื่อบอกว่านำสิ่งที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ 2. Instead of surfing channels, what about actually surfing? — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เข้าใจ surfing ที่เปลี่ยนจากไล่ดูช่องไปเป็นโต้คลื่น เพื่อสร้างมุกคำและเชื่อมเรื่อง 3. how many calories your body burns during these activities is dependent on — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: อ่านอนุประโยค how many เป็นประธานเอกพจน์ของ is dependent on

คำอธิบายในบทเรียนนี้

After taking a look at what 200 food calories looks like a few weeks ago, โน้ต

0:00

เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน หลังจากได้ดูว่าอาหาร 200 แคลอรีมีหน้าตาเป็นอย่างไร

วลี

taking a look at: take a look at + กรรม

ใน take a look at คำว่า look เป็นคำนามในรูปแบบตายตัว take a look at + กรรม ทั้งวลีหมายถึงดู ตรวจสอบ หรือพิจารณาสิ่งที่ตามหลัง at และไม่ได้หมายความว่าต้องมองเพียงแวบเดียวเสมอไป ในที่นี้ taking ตามหลัง After ดังนั้น After taking a look at ... จึงหมายถึงหลังจากตรวจดูหรือทบทวนบางสิ่ง และเชื่อมการทบทวนก่อนหน้านี้เข้ากับสิ่งที่ผู้พูดจะพิจารณาต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวจากบทเรียนนี้: Before we choose a campsite, let's ____ the weather forecast.

ดูคำตอบ

take a look at

we thought,

0:03

เราก็เลยคิดว่า

what does it look like to burn these calories off?

0:04

แล้วต้องทำอะไรถึงจะเผาผลาญแคลอรีเหล่านั้นได้?

ไวยากรณ์

ลำดับคำของ what ... looks like เทียบกับ What does it look like to ...?

อนุประโยค what แรก คือ what 200 food calories looks like แทรกอยู่หลัง at และทำหน้าที่เป็นกรรมของคำบุพบท แม้จะมีความหมายเป็นคำถาม แต่ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what + ประธาน + กริยา ไม่ใช่ what + does + ประธาน + กริยา รูปแบบที่สอง What does it look like to burn these calories off? เป็นคำถามโดยตรง จึงวาง does ไว้หน้าประธาน it และใช้ look ในรูปพื้นฐาน What does it look like to + กริยา? ใช้ถามว่าการทำสิ่งหนึ่งเกี่ยวข้องกับอะไรอย่างเป็นรูปธรรม หรือในทางปฏิบัติเป็นอย่างไร ไม่ได้ถามเพียงรูปลักษณ์ที่มองเห็นเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เลือกตัวเลือกที่ใช้อนุประโยค what แบบแทรกได้ถูกต้องก่อน แล้วตามด้วยคำถามโดยตรงที่ถูกต้อง

  1. Show me what the new robot look like. What does it looks like to make it walk?
  2. Show me what does the new robot look like. What it looks like to make it walk?
  3. Show me what the new robot looks like. What does it look like to make it walk?
ดูคำตอบ

Show me what the new robot looks like. What does it look like to make it walk?

Sure,

0:07

แน่นอนว่า

the average person who runs for a good 20 minutes การใช้คำ

0:07

คนทั่วไปที่วิ่งเต็ม ๆ 20 นาที

will burn roughly 200 calories,

0:09

จะเผาผลาญได้ประมาณ 200 แคลอรี

การใช้คำ

“a good 20 minutes” สำหรับเน้นระยะเวลา

ใน “a good 20 minutes” คำว่า good ไม่ได้ประเมินว่าคนนั้นวิ่งได้ดีเพียงใด เมื่อวาง a good ไว้หน้าตัวเลขหรือปริมาณ จะเป็นการเน้นว่าระยะเวลานั้นมากพอสมควรหรือกินเวลาเต็ม ๆ ราวเท่านั้น ในที่นี้หมายถึงวิ่งอย่างเต็มที่ประมาณยี่สิบนาที รูปแบบนี้ใช้ได้ทั่วไปกับเวลา ระยะทาง และปริมาณอื่น ๆ เช่น “a good hour” หรือ “a good distance” โดยเพิ่มความรู้สึกว่าปริมาณนั้นเต็มหรือมากพอสมควร ไม่ใช่ค่าต่ำสุดที่แม่นยำทางคณิตศาสตร์ และ “roughly” ก็ยังบอกว่าตัวเลขแคลอรีเป็นเพียงค่าประมาณ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบภาษาสนทนา a good + amount เพื่อกล่าวใหม่ว่า “The meeting lasted one full hour”: The meeting went on for ____.

ดูคำตอบ

a good hour

but is that really the most fun way to do it? ลำดับความ

0:11

แต่นั่นเป็นวิธีที่สนุกที่สุดจริงหรือ?

ลำดับความ

“But is that really...?” ในฐานะการเปลี่ยนเรื่องด้วยคำถามเชิงวาทศิลป์

but ที่อยู่ต้นประโยคเปลี่ยนทิศทางจากประเด็นที่ยอมรับแล้วว่าการวิ่งได้ผล คำถามทั้งประโยคเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์: that หมายถึงการวิ่งยี่สิบนาที และ really ใช้ตั้งข้อสงสัยว่านี่เป็นวิธีที่สนุกที่สุดหรือไม่ ไม่ได้ต้องการคำตอบ yes หรือ no ในฐานะกลวิธีการเรียบเรียงความคิด but + คำถามเชิงวาทศิลป์จะยอมรับตัวเลือกปกติก่อน แล้วจึงตั้งข้อสงสัย วิธีนี้สร้างความอยากรู้และเตรียมผู้ฟังให้พร้อมสำหรับทางเลือกที่สนุกกว่า

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ “But is that really the most fun way to do it?” มีจุดประสงค์หลักในเชิงการเรียบเรียงความคิดอย่างไร?

  1. ยืนยันว่าการวิ่งเป็นวิธีที่สนุกที่สุดอย่างแน่นอน
  2. ตั้งข้อสงสัยกับวิธีปกติและปูทางไปสู่ทางเลือกที่สนุกกว่า
  3. ขอให้ผู้ฟังคำนวณอย่างแม่นยำว่าการวิ่งเผาผลาญกี่แคลอรี
ดูคำตอบ

ตั้งข้อสงสัยกับวิธีปกติและปูทางไปสู่ทางเลือกที่สนุกกว่า

For example,

0:13

ตัวอย่างเช่น

why not chew gum for 18 hours น้ำเสียง/เจตนา

0:14

ทำไมไม่ลองเคี้ยวหมากฝรั่งนาน 18 ชั่วโมง

to burn off those 200 calories? กริยาวลี

0:17

เพื่อเผาผลาญ 200 แคลอรีนั้นดูล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

why not chew: ใช้ Why not + กริยารูปพื้นฐานเพื่อเสนอแนะ

ในประโยคนี้ why not + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เพื่อเสนอแนะ ผู้พูดกำลังเสนอแบบขำ ๆ ให้เคี้ยวหมากฝรั่งนาน 18 ชั่วโมง ไม่ได้ต้องการถามจริง ๆ ว่าทำไมใครบางคนจึงไม่ยอมเคี้ยว โครงสร้างคือ Why not + กริยารูปพื้นฐาน เช่น why not chew, why not try, why not wait หลัง not ไม่เติม to และไม่ใช้รูป -ing

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Why not ได้ถูกต้องเพื่อเสนอแนะอย่างเป็นกันเอง?

  1. Why not taking a short walk after lunch?
  2. Why not to take a short walk after lunch?
  3. Why not take a short walk after lunch?
ดูคำตอบ

Why not take a short walk after lunch?

กริยาวลี

burn off: ใช้กิจกรรมเพื่อเผาผลาญแคลอรี

Burn off หมายถึงใช้กิจกรรมทางร่างกายเพื่อใช้พลังงาน โดยเฉพาะแคลอรี ในประโยคนี้ การเคี้ยวหมากฝรั่งถูกนำเสนอว่าเป็นกิจกรรมที่จะใช้พลังงาน 200 แคลอรี ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งใดกำลังติดไฟจริง ๆ นี่เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ จึงใช้ได้ทั้ง burn off 200 calories และ burn 200 calories off หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้วางไว้ตรงกลางเป็น burn them off

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb ที่เรียนไปข้างต้น โดยเรียงคำให้ถูกต้อง: These snacks added extra calories, so a walk may help me ____.

ดูคำตอบ

burn them off

Granted, ลำดับความ

0:19

ก็จริงอยู่

chewing gum contains around 10 calories per piece,

0:19

ว่าหมากฝรั่งหนึ่งชิ้นมีประมาณ 10 แคลอรี

so if you took a new piece every hour, ไวยากรณ์

0:22

ดังนั้น ถ้าเปลี่ยนชิ้นใหม่ทุกชั่วโมง

you'd basically be breaking even. สำนวน

0:24

แคลอรีที่กินเข้าไปกับที่เผาผลาญออกไปก็แทบจะเท่ากันพอดี

ลำดับความ

Granted, ในฐานะคำแสดงการยอมรับบางส่วน

Granted, ในที่นี้หมายถึง “เรื่องนั้นเป็นความจริง” หรือ “ฉันยอมรับประเด็นนี้” เป็นการเริ่มต้นข้อความยอมรับบางส่วน โดยผู้พูดยอมรับก่อนว่าหมากฝรั่งแต่ละชิ้นมีแคลอรี ข้อเท็จจริงที่ยอมรับนี้จำกัดแนวคิดก่อนหน้าเรื่องการเผาผลาญแคลอรี และปูทางไปสู่ผลว่าประโยชน์อาจถูกหักล้างได้ Granted, ที่ต้นประโยคช่วยจัดลำดับเหตุผลด้วยการยอมรับหนึ่งประเด็นก่อนเพิ่มข้อจำกัดหรือข้อโต้แย้ง

แบบฝึกหัด

Granted, ที่ต้นประโยคทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกว่ามีคนอนุญาตอย่างเป็นทางการ
  2. ยอมรับหนึ่งประเด็นก่อนนำไปสู่ผลที่จำกัดประเด็นนั้น
  3. ระบุว่าการเคี้ยวเป็นเหตุการณ์ในอดีตที่เสร็จสิ้นแล้ว
ดูคำตอบ

ยอมรับหนึ่งประเด็นก่อนนำไปสู่ผลที่จำกัดประเด็นนั้น

ไวยากรณ์

If you took ..., you'd ...: ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 2

นี่คือประโยคเงื่อนไขแบบที่ 2: if + simple past (took) ตามด้วย would + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ would ย่ออยู่ใน you’d และตามด้วย be + -ing: you’d be breaking even รูปอดีต took ไม่ได้วางการกระทำไว้ในอดีต แต่สร้างระยะห่างเชิงสมมติ การหยิบหมากฝรั่งชิ้นใหม่ทุกชั่วโมงเป็นสถานการณ์ที่จินตนาการขึ้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริง Breaking even หมายถึงแคลอรีที่ใช้ไปกับแคลอรีที่เพิ่มเข้ามาจะสมดุลกันโดยประมาณ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคสมมติด้วยรูปอดีตของ live และกริยาช่วย would: If you ____ closer to school, you ____ walk there every day.

ดูคำตอบ

lived · would

สำนวน

be breaking even: ไม่มีกำไรหรือขาดทุนสุทธิ

Break even หมายถึงจบลงโดยไม่มีกำไรหรือขาดทุนสุทธิ สำนวนนี้มาจากธุรกิจ คือรายได้ครอบคลุมต้นทุนแต่ไม่เหลือกำไร ในประโยคนี้ สิ่งที่ได้และเสียคือแคลอรี ไม่ใช่เงิน แคลอรีจากหมากฝรั่งชิ้นใหม่จะหักล้างกับแคลอรีที่เผาผลาญจากการเคี้ยวโดยประมาณ จึงพูดว่า you'd be breaking even คำว่า Breaking เป็นส่วนหนึ่งของวลีกริยา ไม่ได้หมายถึงการทำบางอย่างแตกจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึงต้นทุนและรายได้เท่ากันให้สมบูรณ์: If ticket sales only cover the cost of the event, we'll ____.

ดูคำตอบ

break even

Love lip balm?

0:26

ชอบลิปบาล์มไหม?

Try applying it 1500 times to burn 200 calories. ไวยากรณ์

0:27

ลองทา 1,500 ครั้งเพื่อเผาผลาญ 200 แคลอรี

ไวยากรณ์

Try applying: ทดลองใช้วิธีที่อาจได้ผล

ใน Try applying คำว่า try ตามด้วย applying ซึ่งเป็นรูป -ing โครงสร้าง try + -ing ใช้เสนอให้ทดลองทำสิ่งหนึ่งเป็นวิธีการเพื่อดูว่าจะได้ผลหรือไม่ ในที่นี้ การทาลิปบาล์มซ้ำ ๆ คือวิธีที่แนะนำ ไม่ได้หมายความว่าการทาให้สำเร็จเป็นงานที่ยาก

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้วย Try + รูป -ing ของ restart: The app is frozen. ____ it, and see whether that fixes the problem.

ดูคำตอบ

Try restarting

And why not put those glossy lips to good use วลี

0:30

แล้วทำไมไม่ใช้ริมฝีปากมันวาวนั้นให้เป็นประโยชน์

with 2 hours of kissing your love interest? การใช้คำ

0:33

ด้วยการจูบคนที่คุณชอบนาน 2 ชั่วโมงล่ะ?

วลี

put those glossy lips to good use: ใช้ริมฝีปากมันวาวคู่นั้นให้เป็นประโยชน์

ในโครงสร้าง put X to good use นั้น X คือทรัพยากรที่มีอยู่แล้วและนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อจุดประสงค์ที่เป็นประโยชน์หรือเหมาะสม ในที่นี้ X คือ those glossy lips ผู้พูดจึงพูดติดตลกโดยมองริมฝีปากที่เพิ่งมันวาวเป็นทรัพยากรสำหรับการจูบ โครงสร้างคือ put + X + to good use โดยต้องวาง X ระหว่าง put กับ to good use ส่วน good use บอกว่าทรัพยากรถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด ไม่ได้บอกว่า X มีคุณภาพดี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง put X to good use และสรรพนามที่ถูกต้อง: The community center already owns several laptops, so let's ____.

ดูคำตอบ

put them to good use

การใช้คำ

love interest: คนที่มีบทบาทเชิงรัก

love interest คือคนที่เชื่อมโยงกับใครบางคนด้วยแรงดึงดูดทางความรักหรือความสัมพันธ์เชิงรักที่กำลังพัฒนา ในคำถามนี้หมายถึงคนที่ใครคนหนึ่งอาจจูบ ส่วน interest ไม่ได้หมายถึงงานอดิเรกหรือดอกเบี้ยทางการเงิน เมื่อพูดถึงเรื่องราวหรือสื่อ love interest ยังใช้เรียกตัวละครที่มีบทบาทเชิงรักกับตัวเอกหรือตัวละครอื่นด้วย คำนี้ระบุความสัมพันธ์ในเนื้อเรื่อง แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่มั่นคงแล้วเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยควิจารณ์ภาพยนตร์ด้วยคำศัพท์ภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึงตัวละครซึ่งมีบทบาทเชิงรัก: The hero's ____ discovers his secret.

ดูคำตอบ

love interest

If things heat up, สำนวน

0:35

ถ้าบรรยากาศเริ่มร้อนแรงขึ้น

you only need an hour of sex to burn off 200 calories.

0:36

แค่มีเซ็กซ์หนึ่งชั่วโมงก็เผาผลาญ 200 แคลอรีได้

สำนวน

things heat up: สถานการณ์เข้มข้นขึ้น

things heat up ในที่นี้เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงสถานการณ์เข้มข้นหรือรุนแรงขึ้น ไม่ได้หมายความว่าอุณหภูมิสูงขึ้นจริง ๆ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวสื่ออย่างนุ่มนวลว่าการจูบอาจพัฒนาไปเป็นกิจกรรมทางเพศได้ ในบริบทอื่น ภาพเปรียบเทียบเดียวกันอาจใช้บอกว่าการโต้เถียง การแข่งขัน หรือความสัมพันธ์เข้มข้นขึ้น

แบบฝึกหัด

ใน “As the debate continued, things heated up,” คำว่า things heated up หมายความว่าอย่างไร?

  1. ทุกคนหยุดพูด
  2. การหารือเข้มข้นขึ้น
  3. ห้องมีอุณหภูมิสูงขึ้นจริง ๆ
ดูคำตอบ

การหารือเข้มข้นขึ้น

But before all that,

0:39

แต่ก่อนจะไปถึงขั้นนั้น

you may want to spend 45 sessions brushing your teeth. น้ำเสียง/เจตนา

0:40

คุณอาจอยากแปรงฟันสัก 45 รอบก่อน

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ may want to เพื่อเสนอแนะอย่างนุ่มนวล

may want to ในที่นี้ไม่ได้ใช้เพื่อคาดเดาว่าผู้ฟังต้องการทำอะไรเป็นหลัก แต่ใช้ทำให้คำแนะนำฟังนุ่มนวลขึ้น กล่าวคือผู้พูดกำลังบอกอย่างสุภาพว่าควรแปรงฟันก่อน โครงสร้าง you may want to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ให้คำแนะนำหรือคำเตือนได้ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ฟังเป็นผู้เลือกและฟังดูตรงน้อยกว่าคำสั่ง

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำจากบทเรียนนี้เพื่อให้เป็นคำแนะนำที่นุ่มนวล: You ____ check the bus schedule before leaving.

ดูคำตอบ

may want to

Prefer a more passive route? ลำดับความ

0:44

อยากได้วิธีที่สบายกว่านี้ไหม?

How about simply watching TV? น้ำเสียง/เจตนา

0:46

แค่นั่งดูทีวีล่ะ?

ลำดับความ

อยากได้ทางเลือกที่ไม่ต้องมีส่วนร่วมมากกว่านี้ไหม

Prefer ...? เป็นรูปย่อแบบภาษาพูดของ Do you prefer ...? โดยเข้าใจว่าประธานที่ละไว้คือ you เมื่อใช้เป็นคำถามเปลี่ยนช่วง ประโยคนี้จะตรวจสอบความชอบของผู้ฟังและจัดข้อเสนอถัดไปไว้ในกลุ่มใหม่ คือกิจกรรมที่ต้องมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นน้อยกว่า route ในที่นี้ใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงทางเลือกหรือวิธีดำเนินการ ไม่ใช่ถนนจริง ส่วน passive หมายถึงการมีส่วนร่วมที่น้อยลง ไม่ใช่ passive voice ในไวยากรณ์

แบบฝึกหัด

“Prefer a more passive route?” ทำหน้าที่อะไรในที่นี้

  1. ขอให้ผู้ฟังระบุถนนจริง
  2. ถามสั้น ๆ ว่าผู้ฟังต้องการทางเลือกที่ไม่ต้องมีส่วนร่วมมากหรือไม่
  3. ประกาศว่าผู้พูดได้เลือกตัวเลือกที่ต้องลงมือมากที่สุดแล้ว
ดูคำตอบ

ถามสั้น ๆ ว่าผู้ฟังต้องการทางเลือกที่ไม่ต้องมีส่วนร่วมมากหรือไม่

น้ำเสียง/เจตนา

แค่ดู……เป็นอย่างไรบ้าง

How about + -ing ใช้เสนอแนะกิจกรรมหรือเสนอทางเลือกอื่น ในที่นี้ watching เป็นรูป gerund ที่ตามหลังบุพบท about ดังนั้นประโยคนี้จึงเสนอให้ดูทีวี ไม่ได้ถามความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวทีวี simply ทำให้ทางเลือกนี้ดูง่ายและไม่ซับซ้อน จึงเชื่อมข้อเสนอนี้เข้ากับความต้องการทำกิจกรรมที่ใช้แรงน้อย

แบบฝึกหัด

เติมข้อเสนอให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ watch: “We want an easy evening. How about simply ____ a movie at home?”

ดูคำตอบ

watching

Spend a good 2 and a half hours surfing through channels ไวยากรณ์

0:48

ลองใช้เวลาสองชั่วโมงครึ่งเต็ม ๆ กดเปลี่ยนช่องไปเรื่อย ๆ

and you'll actually burn those 200 calories.

0:50

แล้วคุณจะเผาผลาญ 200 แคลอรีนั้นได้จริง ๆ

ไวยากรณ์

Spend ... and you'll actually burn: ประโยคคำสั่ง + and + will

ในที่นี้ อนุประโยคที่มีรูปเหมือนคำสั่ง Spend a good 2 and a half hours ทำหน้าที่เป็นเงื่อนไข โดยมีความหมายว่า ถ้าคุณใช้เวลาสองชั่วโมงครึ่งเต็ม ๆ กิจกรรมที่ทำระหว่างช่วงเวลานั้นคือ surfing through channels หรือการเลื่อนดูช่องต่าง ๆ อนุประโยค and you'll actually burn นำเสนอผลที่จะตามมาหากผู้ฟังทำการกระทำแรก ในโครงสร้าง imperative + and + will นี้ and ไม่ได้เพียงเชื่อมการกระทำ แต่ยังเป็นทางเลือกแบบกระชับแทนประโยคเงื่อนไขที่ใช้ if

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่หมายความว่าการทำสิ่งแรกจะก่อให้เกิดผลลัพธ์: Read the sign, ___ you'll know where to go.

  1. and
  2. but
  3. or
ดูคำตอบ

and

Watch something hilarious and you'll only need four commercial-free sitcoms with consistent laughter.

0:53

ถ้าดูอะไรที่ตลกสุด ๆ และหัวเราะไม่หยุด แค่ซิตคอมแบบไม่มีโฆษณาสี่ตอนก็พอ

If you're bored and happen to fall asleep, วลี

0:58

ถ้าเบื่อจนเผลอหลับไป

you'll need over 3 hours to burn the same amount.

1:01

จะต้องใช้เวลากว่าสามชั่วโมงเพื่อเผาผลาญให้ได้เท่ากัน

วลี

happen to fall asleep: happen to + คำกริยา

ใน happen to fall asleep โครงสร้าง happen to + กริยารูปพื้นฐาน แสดงว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นโดยบังเอิญหรือไม่ได้วางแผนไว้ บุคคลนั้นยังคงเป็นประธานผู้ที่หลับไป ส่วน happen ในที่นี้ไม่ได้มีความหมายเพียงว่า “เกิดขึ้น” โดยลำพัง ในประโยคเงื่อนไขนี้ happen to ทำให้การหลับฟังดูเป็นความเป็นไปได้ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ โครงสร้างเดียวกันยังใช้อธิบายการพบเจอหรือการค้นพบที่ไม่คาดคิด รวมถึงการกระทำอื่นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบันโดยบังเอิญได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่มีความหมายว่า “โดยบังเอิญ”: If you ____ see Leo at the park, tell him I found his cap.

ดูคำตอบ

happen to

But you will be burning calories even in your sleep. ไวยากรณ์

1:03

แต่ถึงจะหลับ ร่างกายก็ยังเผาผลาญแคลอรีอยู่

ไวยากรณ์

will be burning ... even in your sleep: กระบวนการที่ต่อเนื่องในอนาคตและการเน้นสิ่งที่คาดไม่ถึง

“Will be burning” ใช้ will + be + รูปกริยา -ing เพื่อแสดงการเผาผลาญแคลอรีว่าเป็นกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งในอนาคต จุดเน้นอยู่ที่กิจกรรมที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่ปริมาณรวมที่เสร็จสิ้นแล้ว “Even in your sleep” เพิ่มสถานการณ์ที่น่าประหลาดใจว่า กระบวนการนี้ยังดำเนินต่อไปขณะที่คุณหลับ ไม่ได้หมายความว่าการนอนเป็นการออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพเป็นพิเศษ แต่ even เน้นว่าแม้แต่ช่วงนอนก็รวมอยู่ด้วย ซึ่งต่างจากที่อาจคาดไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป future continuous ของ work This time tomorrow, the crew ____ even while most passengers are asleep.

ดูคำตอบ

will be working

Instead of surfing channels, ลำดับความ

1:06

แทนที่จะเลื่อนดูช่องไปเรื่อย ๆ

what about actually surfing?

1:07

ลองไปโต้คลื่นจริง ๆ ดูไหม?

ลำดับความ

Instead of surfing channels ... actually surfing: จากการเปลี่ยนช่องไปสู่การเล่นเซิร์ฟจริง ๆ

“Surfing channels” หมายถึงการเปลี่ยนไปมาระหว่างช่องโทรทัศน์อย่างรวดเร็ว ส่วน “surfing” ครั้งที่สองใช้ความหมายตรงตัวของกีฬา คือการโต้คลื่นด้วยกระดาน การพูดคำเดิมซ้ำด้วยความหมายต่างกันทำให้เกิดการเล่นคำ และ “actually” เป็นสัญญาณว่าความหมายเปลี่ยนจากการใช้ที่เกี่ยวกับสื่อไปเป็นกิจกรรมทางกาย โครงสร้าง “Instead of A, what about B?” จัดข้อมูลในประโยคให้เป็นข้อเสนอที่เปรียบต่างกัน โดยละ A แล้วเสนอ B แทน วลี -ing สองส่วนที่มีรูปแบบขนานกันทำให้สังเกตการเปลี่ยนความหมายได้ง่าย

แบบฝึกหัด

actually ทำหน้าที่อะไรในประโยคต้นฉบับ

  1. ยืนยันว่า surfing ทั้งสองครั้งหมายถึงการสลับช่องโทรทัศน์
  2. เป็นสัญญาณว่าเปลี่ยนจากการสลับช่องโทรทัศน์ไปเป็นการเล่นเซิร์ฟบนคลื่นทะเล
  3. เปลี่ยน surfing จากการกระทำในปัจจุบันให้เป็นการกระทำในอดีต
ดูคำตอบ

เป็นสัญญาณว่าเปลี่ยนจากการสลับช่องโทรทัศน์ไปเป็นการเล่นเซิร์ฟบนคลื่นทะเล

You can cut your time down to an hour by hitting the waves, โน้ต

1:09

การออกไปโต้คลื่นจะช่วยลดเวลาลงเหลือหนึ่งชั่วโมง

กริยาวลี

cut your time down to an hour: โครงสร้าง cut X down to Y

ใน cut your time down to an hour คำว่า cut ... down หมายถึง “ลด” และ to an hour ระบุระยะเวลาใหม่หลังจากลดแล้ว ผลสุดท้ายคือหนึ่งชั่วโมง ไม่ได้หมายความว่าลดออกเพียงหนึ่งชั่วโมง นี่เป็นโครงสร้างที่แยกคำได้: cut + กรรม + down + to + ค่าเป้าหมาย กรรม your time อยู่ระหว่าง cut กับ down และถ้าใช้สรรพนามก็ต้องอยู่ตำแหน่งเดียวกัน เช่น cut it down to an hour โครงสร้างนี้ยังใช้กับค่าใช้จ่าย ความยาว และจำนวนได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เดิมการตรวจรายงานใช้เวลาสามชั่วโมง แต่ตอนนี้ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง ประโยคใดบอกระยะเวลาสุดท้ายใหม่ได้ถูกต้อง

  1. We cut the review time down to one hour.
  2. We cut the review time by one hour.
  3. We cut one hour off the review time.
ดูคำตอบ

We cut the review time down to one hour.

สำนวน

hit the waves: สำนวนสบาย ๆ ที่หมายถึงไปเล่นเซิร์ฟ

ในที่นี้ hitting the waves เป็นสำนวนสบาย ๆ ที่ไม่ใช้ตามความหมายตรงตัว หมายถึงการออกไปในน้ำเพื่อเล่นเซิร์ฟ hit ไม่ได้หมายถึง “ตี” แต่ในวลีเกี่ยวกับกิจกรรมแบบไม่เป็นทางการ hit อาจหมายถึง “ไปยังสถานที่หนึ่งแล้วเริ่มใช้หรือเพลิดเพลินกับที่นั่น” บริบทใกล้เคียงเกี่ยวกับ surfing ทำให้รู้ชัดว่ากิจกรรมนี้คือการเล่นเซิร์ฟ หากไม่มีบริบท hit the waves อาจสื่อกว้าง ๆ ถึงการออกไปในน้ำ จึงอาจต้องบอกให้ชัดว่าเป็นกิจกรรมใด

แบบฝึกหัด

นักเล่นเซิร์ฟหยิบกระดานแล้วลงไปในทะเล วลีใดเติมประโยคสุดท้ายได้เหมาะสมที่สุด? They decided to ____ before sunset.

  1. hit the beach
  2. make waves
  3. hit the waves
ดูคำตอบ

hit the waves

all the while getting that much desired tan. วลี

1:11

แถมยังได้ผิวสีแทนที่ใฝ่ฝันไปพร้อมกัน

วลี

all the while ในฐานะวลีวิเศษณ์ที่ใช้ได้อย่างอิสระ

all the while เป็นวลีวิเศษณ์ตายตัวที่หมายถึง “ตลอดช่วงเวลาเดียวกันนั้น” ในประโยคนี้ ผิวจะค่อย ๆ เป็นสีแทนตลอดกิจกรรมโต้คลื่น จึงถูกนำเสนอเป็นประโยชน์เพิ่มเติม วลีนี้สามารถแทรกในประโยคเพื่อทำหน้าที่เป็นส่วนขยายกริยา และในที่นี้ตามด้วยวลี -ing มักใช้เน้นการกระทำรองที่ดำเนินต่อเนื่อง กิจกรรมที่ซ่อนอยู่ ประโยชน์เพิ่มเติม หรือความแตกต่าง โดยให้ความรู้สึกว่า “สิ่งนี้ก็เกิดขึ้นตลอดเวลานั้นเช่นกัน”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวสามคำที่หมายถึง “ตลอดช่วงเวลาเดียวกันนั้น” และขึ้นต้นด้วย all: Lena waited for the bus, ____ reading her new book.

ดูคำตอบ

all the while

And if you get a mouthful of water in the process, วลี

1:14

แล้วถ้าระหว่างนั้นน้ำเข้าปากเต็ม ๆ

don't worry.

1:16

ก็ไม่ต้องกังวล

วลี

in the process สำหรับย้อนกลับไปอ้างถึงกิจกรรม

in the process ย้อนกลับไปอ้างถึงกิจกรรมที่กล่าวไว้แล้วหรือเข้าใจได้ชัดเจนจากบริบท และหมายถึง “ขณะทำสิ่งนั้น” ในที่นี้ process หมายถึงการโต้คลื่น ไม่ใช่ขั้นตอนอย่างเป็นทางการ วลีนี้เป็นวลีวิเศษณ์ที่มีคำบุพบท สามารถวางท้ายอนุประโยคหรือแทรกระหว่างเครื่องหมายจุลภาคได้ ช่วยให้ผู้พูดเพิ่มผลลัพธ์ เหตุการณ์ประกอบ หรืออุบัติเหตุได้โดยไม่ต้องพูดชื่อกิจกรรมซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “ขณะทำสิ่งนั้น” และลงท้ายด้วย process: Ravi fixed the loose shelf and damaged a drill bit ____.

ดูคำตอบ

in the process

Simply drinking 8 glasses of water will burn an extra 70 calories a day.

1:17

แค่ดื่มน้ำ 8 แก้วก็ช่วยเผาผลาญเพิ่มได้วันละ 70 แคลอรี

Fresh water,

1:21

ต้องเป็นน้ำจืด

that is, ลำดับความ

1:22

แน่นอน

ลำดับความ

that is, สำหรับการชี้แจงทันที

ในประโยคนี้ that is เป็นเครื่องหมายทางวาทกรรมที่เติมไว้หลัง Fresh water โดยใช้แก้ไขและจำกัดความหมายของคำทั่วไปกว่าอย่าง water ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า กล่าวคือ ผู้พูดหมายถึงน้ำจืดโดยเฉพาะ เมื่อคั่นด้วยจุลภาค that is สามารถนำเข้าสู่คำชี้แจงทันทีหรือการกล่าวใหม่ให้แม่นยำขึ้นได้โดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่ ตรงนี้ไม่ใช่โครงสร้างอนุประโยค that is + ส่วนเติมเต็มที่หมายถึง “สิ่งนั้นคือ ...” แต่ย้อนอ้างถึงสิ่งที่เพิ่งพูดแล้วทำให้ชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยเครื่องหมายสองคำที่จำกัด public transport ให้เป็น trains ทันที: We should use public transport—____, trains.

ดูคำตอบ

that is

meaning after 3 days of the recommended daily water intake, ไวยากรณ์

1:22

หมายความว่า หลังจากดื่มน้ำตามปริมาณที่แนะนำต่อวันเป็นเวลา 3 วัน

you'd have burned off that 200 calories. ไวยากรณ์

1:26

คุณก็จะเผาผลาญ 200 แคลอรีนั้นได้หมด

ไวยากรณ์

meaning ... เพื่อแสดงผลที่อนุมานได้

Meaning เริ่มอนุประโยคเสริมรูป -ing ที่แสดงความคิดเห็นต่อข้อความก่อนหน้าทั้งหมด ตรงนี้มีค่าเท่ากับ which means that หรือ This means that กล่าวคือ นำตัวเลขแคลอรีต่อวันมาคำนวณเป็นผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังสามวัน เนื่องจาก meaning เป็นรูปกริยาไม่ผัน จึงไม่ใช่กริยาหลักของประโยคและไม่มีประธานของตัวเองที่ระบุไว้ ฐานทางตรรกะของข้อสรุปคือคำกล่าวก่อนหน้าทั้งหมด ส่วน you'd have burned off แสดงผลที่อนุมานได้

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบายหน้าที่ของ meaning ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด? Sales rose by 10 percent, meaning the company exceeded its target.

  1. ระบุการกระทำหลักที่ sales เป็นผู้ทำ
  2. ขยายเฉพาะคำนาม percent
  3. นำเข้าสู่ผลที่อนุมานจากข้อความก่อนหน้า
ดูคำตอบ

นำเข้าสู่ผลที่อนุมานจากข้อความก่อนหน้า

ไวยากรณ์

you'd have burned off: ผลลัพธ์ที่เสร็จก่อนเวลาที่กำหนด

ใน you'd have burned off คำว่า 'd ย่อมาจาก would เพราะตามด้วย have โครงสร้างคือ would have + กริยาช่องที่ 3: would have burned off ข้อความนี้บอกว่า 200 แคลอรีเป็นผลจากการคำนวณที่จะเสร็จสมบูรณ์เมื่อครบสามวัน เป็นการคาดคะเนตามสถานการณ์สมมติ ไม่ได้หมายความว่าผู้ฟังได้ทำเช่นนั้นจริงแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อของ you would have saved: After five weeks on this plan, ____ fifty dollars.

ดูคำตอบ

you'd have saved

But don't try to sneak it all in one day. กริยาวลี

1:28

แต่อย่าพยายามดื่มรวบยอดทั้งหมดในวันเดียว

กริยาวลี

sneak it all in: อัดทุกอย่างไว้ในเวลาจำกัด

ในประโยคนี้ sneak it all in หมายถึงการนำปริมาณทั้งหมดไปอัดไว้ในช่วงเวลาจำกัด คือภายในวันเดียว Sneak ให้ความรู้สึกว่าเป็นการพยายามแทรกบางสิ่งลงในพื้นที่หรือตารางเวลาที่ไม่มีที่ว่างพอ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการแอบดื่ม Sneak ... in เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ เมื่อใช้คำสรรพนาม ให้วางไว้ระหว่างคำกริยากับคำตามท้าย: sneak it in หรือ sneak it all in คำว่า all เน้นว่าหมายถึงปริมาณทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย sneak ... in โดยใช้ it และ all: We have only ten minutes for the review, but we can ____ before class.

ดูคำตอบ

sneak it all in

Drinking too much water can actually be dangerous.

1:30

การดื่มน้ำมากเกินไปอาจเป็นอันตรายได้จริง ๆ

Don't want to wait days? น้ำเสียง/เจตนา

1:33

ไม่อยากรอหลายวันใช่ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

“Don't want to wait days?” ในฐานะคำถามแบบละคำ

ในคำถามภาษาพูดนี้ ประธาน you ถูกละไว้ จึงมีโครงสร้างเป็น “(You) don't want to wait days?” เมื่อใช้ลำดับคำแบบคำถามมาตรฐาน คำถามปฏิเสธแบบเต็มอาจเป็น “Don't you want to wait days?” นี่คือคำถาม ไม่ใช่คำสั่งที่หมายถึง “อย่าคิดอยากรอ” ผู้พูดตั้งสมมติฐานว่าผู้ฟังไม่อยากรอและขอให้ยืนยัน คำถามแบบย่อนี้มักใช้ระบุปัญหาก่อนนำเสนอทางเลือกที่เร็วกว่า ในที่นี้ days หมายถึงการรอที่กินเวลาหลายวัน

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วยคำว่า “Don't want to wait days?”

  1. ถามว่าผู้ฟังรอมาแล้วกี่วัน
  2. สั่งไม่ให้ผู้ฟังมีความต้องการที่จะรอเลย
  3. ยืนยันว่าผู้ฟังไม่อยากรอและเตรียมเสนอทางเลือกที่เร็วกว่า
ดูคำตอบ

ยืนยันว่าผู้ฟังไม่อยากรอและเตรียมเสนอทางเลือกที่เร็วกว่า

Try some intense skipping for 15 minutes. การใช้คำ

1:34

ลองกระโดดเชือกแบบหนัก ๆ สัก 15 นาที

การใช้คำ

“intense skipping” สำหรับการกระโดดเชือกอย่างหนัก

ในที่นี้ skipping หมายถึงการกระโดดข้ามเชือกซ้ำ ๆ เพื่อออกกำลังกาย ส่วน Intense อธิบายว่ากิจกรรมนั้นทำอย่างหนักและใช้แรงมาก ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการออกกำลังกายด้วยการกระโดดเชือกอย่างหนัก ไม่ใช่การข้ามหรือละบางสิ่งออกไป ในภาษาอังกฤษแบบบริติชและภาษาอังกฤษสากลหลายรูปแบบ skipping เป็นชื่อทั่วไปของกิจกรรมนี้ บริบทเกี่ยวกับการออกกำลังกายตามเวลาที่กำหนดและการเผาผลาญแคลอรีทำให้เลือกความหมายนี้ ส่วน skip อาจมีความหมายอื่นในโครงสร้างประโยคแบบอื่น

แบบฝึกหัด

ในแผนการออกกำลังกาย “15 minutes of intense skipping” หมายถึงอะไร

  1. การตัดเวลา 15 นาทีออกจากการออกกำลังกาย
  2. การออกกำลังกายด้วยการกระโดดเชือกอย่างหนักเป็นเวลา 15 นาที
  3. การเคลื่อนที่ด้วยก้าวเบา ๆ แบบร่าเริงเป็นเวลา 15 นาที
ดูคำตอบ

การออกกำลังกายด้วยการกระโดดเชือกอย่างหนักเป็นเวลา 15 นาที

Or if you're having a good day,

1:37

หรือถ้าวันนี้คุณอารมณ์ดี

why not let the world know by singing your favorite pop song 23 times. สำนวน

1:38

ทำไมไม่บอกให้โลกรู้ด้วยการร้องเพลงป๊อปสุดโปรด 23 รอบล่ะ?

สำนวน

ประกาศให้โลกรู้

ในประโยคนี้ let the world know หมายถึงแสดงอารมณ์ดีให้เห็นอย่างชัดเจน หรือประกาศเรื่องนั้นต่อสาธารณะอย่างกระตือรือร้น the world เป็นการพูดเกินจริงโดยตั้งใจ หมายถึงคนรอบตัวหรือผู้รับสารวงกว้าง ไม่ใช่ทุกคนบนโลก โครงสร้างคือ let + ผู้รับสาร + know โดยนำเสนอการกระทำ—ในที่นี้คือการร้องเพลงซ้ำ ๆ—ว่าเป็นวิธีที่มีชีวิตชีวาในการแบ่งปันความรู้สึกหรือข้อความ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “ประกาศต่อสาธารณะอย่างกระตือรือร้น”: We finally won the championship, so let's ____.

ดูคำตอบ

let the world know

But if your shower head is the only one who appreciates your vocals, ลำดับความ

1:42

แต่ถ้ามีแค่ฝักบัวที่ชื่นชมเสียงร้องของคุณ

how about playing Chopsticks on the piano for an hour and a half? วัฒนธรรม

1:45

ลองเล่นเพลง Chopsticks บนเปียโนนานหนึ่งชั่วโมงครึ่งเป็นอย่างไร?

ลำดับความ

มีเพียงหัวฝักบัวที่ชื่นชมเสียงร้องของคุณ

อนุประโยค if ปูเหตุผลให้ข้อเสนอที่ตามมา กล่าวคือ ถ้า “ผู้ฟัง” เพียงรายเดียวที่ชอบเสียงร้องของคุณคือหัวฝักบัว ก็ลองเปลี่ยนไปเล่นเปียโนแทน มุกนี้จึงจัดลำดับข้อมูลโดยวางเงื่อนไขก่อน แล้วจึงให้คำแนะนำ ภายในเงื่อนไข หัวฝักบัวถูกทำให้มีลักษณะเหมือนคน โดยเป็นผู้ฟังที่สามารถ “appreciate” “vocals” ของใครบางคนได้ การจับคู่ที่ไร้เหตุผลนี้แฝงการแซวว่าไม่มีผู้ฟังจริง ๆ ชอบเสียงร้องนั้น และอาจควรร้องเฉพาะในที่ส่วนตัว คำที่ฟังเป็นศัพท์ดนตรีอย่าง vocals ยังทำให้คำชมจอมปลอมดูโอ่อ่าและตลกยิ่งขึ้น

แบบฝึกหัด

อนุประโยค if ที่เน้นไว้สื่อเป็นนัยว่าอะไร

  1. นักร้องกำลังแสดงอย่างมืออาชีพในห้องน้ำ
  2. หัวฝักบัวชอบและประเมินเสียงร้องนั้นจริง ๆ
  3. อาจไม่มีผู้ฟังจริง ๆ คนใดชื่นชมเสียงร้อง และผู้บรรยายกำลังแซวนักร้อง
ดูคำตอบ

อาจไม่มีผู้ฟังจริง ๆ คนใดชื่นชมเสียงร้อง และผู้บรรยายกำลังแซวนักร้อง

วัฒนธรรม

Chopsticks on the piano: หมายถึงเพลง ไม่ใช่ตะเกียบ

Chopsticks เป็นชื่อเพลงเปียโนง่าย ๆ ที่เป็นที่รู้จักและผู้เริ่มต้นมักเล่น ตัว C ที่เป็นตัวพิมพ์ใหญ่แสดงว่าในที่นี้เป็นชื่อเพลง แม้ว่า chopsticks ที่เป็นตัวพิมพ์เล็กตามปกติจะหมายถึงตะเกียบสำหรับกินอาหาร ในวลี play Chopsticks on the piano คำว่า on the piano ระบุว่าใช้เปียโนเป็นเครื่องดนตรีในการบรรเลงเพลงนี้ ไม่ได้หมายถึงการวางตะเกียบบนเปียโนหรือใช้ตะเกียบเคาะเปียโน

แบบฝึกหัด

"Chopsticks on the piano" ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. เล่นเพลงที่เป็นที่รู้จักชื่อ Chopsticks บนเปียโน
  2. ใช้ตะเกียบเคาะคีย์เปียโน
  3. วางตะเกียบสำหรับกินอาหารไว้บนเปียโน
ดูคำตอบ

เล่นเพลงที่เป็นที่รู้จักชื่อ Chopsticks บนเปียโน

Or put those fingers to use by typing out a 4800-word short story โน้ต

1:49

หรือใช้ประโยชน์จากนิ้วเหล่านั้นด้วยการพิมพ์เรื่องสั้นยาว 4,800 คำ

about burning 200 calories.

1:54

เกี่ยวกับการเผาผลาญ 200 แคลอรี

กริยาวลี

typing out: พิมพ์ข้อความให้เสร็จสมบูรณ์ทั้งฉบับ

ใน typing out a 4800-word short story คำว่า type out หมายถึงใช้แป้นพิมพ์สร้างข้อความที่เขียนไว้ให้ครบทั้งหมด out เน้นผลลัพธ์ที่เป็นข้อความฉบับสมบูรณ์ ไม่ได้บอกสถานที่ที่พิมพ์ คำนี้เป็นกริยาวลีที่แยกส่วนได้ จึงพูดได้ทั้ง type out the story และ type the story out เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้ใส่ไว้ตรงกลาง เช่น type it out

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่หมายถึง “พิมพ์เป็นฉบับสมบูรณ์”: Please ____ the handwritten letter before lunch.

ดูคำตอบ

type out

ไวยากรณ์

การใช้ 4800-word ใน 4800-word short story

ใน 4800-word short story คำว่า 4800-word เป็นคำขยายประสมที่วางไว้หน้า short story เพื่อบอกความยาวของเรื่องว่าเรื่องนั้นมี 4,800 คำ ในที่นี้ short story เป็นชื่อรูปแบบวรรณกรรม ไม่ได้หมายความว่าจำนวนคำที่ระบุไว้น้อยเป็นพิเศษ เมื่อจำนวนและหน่วยทำหน้าที่ร่วมกันเป็นคำขยายหน้าคำนาม หน่วยมักคงรูปเอกพจน์ และแต่ละส่วนเชื่อมด้วยเครื่องหมายยัติภังค์ ตามโครงสร้าง “จำนวน-หน่วย + คำนาม” เมื่อไม่ได้อยู่ในตำแหน่งคำขยายเช่นนี้ ให้ใช้รูปพหูพจน์ตามปกติ เช่น 4,800 words

แบบฝึกหัด

เติมคำขยายประสมที่หมายถึง “สิบนาที” ลงในประโยค: We took a ____ break before the next session.

ดูคำตอบ

ten-minute

And while 200 calories is an arbitrary number that we chose, โน้ต

1:56

และแม้ว่า 200 แคลอรีจะเป็นตัวเลขที่เราเลือกขึ้นมาตามใจ

การใช้คำ

“an arbitrary number”: ตัวเลขที่เลือกโดยไม่มีความจำเป็นในตัวเอง

ในประโยคนี้ an arbitrary number หมายถึงตัวเลขที่ตั้งใจเลือกมาเป็นจุดอ้างอิงเพื่อความสะดวก ไม่ใช่ตัวเลขที่จำเป็นโดยธรรมชาติหรือเป็นคำตอบที่ถูกต้องเพียงค่าเดียว Arbitrary ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าเป็นการสุ่ม ผิด หรือไร้ประโยชน์ การเลือกนั้นยังมีจุดประสงค์ในทางปฏิบัติได้ ประเด็นสำคัญคือสามารถเลือกตัวเลขอื่นที่สมเหตุสมผลแทนได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'The team chose 60 as an arbitrary cutoff for easy comparison,' คำว่า arbitrary บอกอะไรเรา?

  1. มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าเกณฑ์นี้เป็นค่าเดียวที่ถูกต้อง
  2. เกณฑ์นี้ถูกเลือกเพื่อความสะดวกและไม่ได้มีความจำเป็นในตัวเอง
  3. เกณฑ์นี้เกิดขึ้นจากการสุ่ม
ดูคำตอบ

เกณฑ์นี้ถูกเลือกเพื่อความสะดวกและไม่ได้มีความจำเป็นในตัวเอง

a pound of fat is equivalent to roughly 3500 calories. วลี

1:59

แต่ไขมันหนึ่งปอนด์เทียบเท่ากับประมาณ 3,500 แคลอรี

ไวยากรณ์

While ...: ยอมรับประเด็นหนึ่งก่อนนำเสนอความขัดแย้ง

ในที่นี้ while นำอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกับประเด็นหลัก โดยมีความหมายใกล้กับ although หรือ even though ผู้พูดยอมรับข้อจำกัดก่อนว่า 200 แคลอรีเป็นตัวเลขที่เลือกขึ้นมาเองเพื่อใช้เปรียบเทียบ จากนั้นประโยคหลักจึงให้ข้อเท็จจริงที่สำคัญกว่าและตัดกันเกี่ยวกับไขมันหนึ่งปอนด์ รูปแบบ while X, Y ช่วยจัดลำดับเหตุผลด้วยการยอมรับ X ก่อน แล้วจึงเน้น Y ในการใช้นี้ while ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

ใน “While the apartment is small, it has plenty of natural light,” คำว่า while ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกเหตุผลที่อะพาร์ตเมนต์มีแสงธรรมชาติ
  2. ยอมรับข้อจำกัดก่อนนำเสนอข้อดีที่ตัดกัน
  3. บอกว่าอะพาร์ตเมนต์มีขนาดเล็กในช่วงเวลาที่มีแสงธรรมชาติ
ดูคำตอบ

ยอมรับข้อจำกัดก่อนนำเสนอข้อดีที่ตัดกัน

วลี

“is equivalent to”: เทียบเท่ากันในด้านคุณค่า ปริมาณ หรือผล

ใน is equivalent to คำว่า equivalent เป็นคำคุณศัพท์ที่ตามหลัง be และ to ใช้นำหน้าปริมาณ คุณค่า หรือผลที่นำมาเปรียบเทียบ วลีนี้หมายถึง “มีคุณค่า ปริมาณ หรือผลในทางปฏิบัติเท่ากัน” ในแง่ที่เกี่ยวข้อง วลีนี้ไม่ได้กล่าวว่าสองสิ่งเหมือนกันทุกประการ และ roughly ในประโยคนี้ยังบอกด้วยว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นค่าโดยประมาณ ไม่ใช่ค่าที่แม่นยำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปรียบเทียบแบบเป็นทางการจากบทเรียน: One training credit ____ two hours of classroom study.

ดูคำตอบ

is equivalent to

So,

2:03

เพราะฉะนั้น

burn away.

2:04

เผาผลาญกันต่อไป

Though,

2:05

อย่างไรก็ตาม

it's important to remember that how many calories your body burns during these activities ไวยากรณ์

2:05

สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่า ปริมาณแคลอรีที่ร่างกายเผาผลาญระหว่างทำกิจกรรมเหล่านี้

is dependent on your size, วลี

2:09

ขึ้นอยู่กับขนาดตัวของคุณ

gender,

2:10

เพศ

and general body makeup. การใช้คำ

2:11

และองค์ประกอบโดยรวมของร่างกาย

ไวยากรณ์

How many calories your body burns ... is dependent on: อนุประโยคแบบฝังที่ทำหน้าที่เป็นประธาน

ในประโยคนี้ “how many calories your body burns during these activities” เป็นอนุประโยคคำถามแบบฝัง อนุประโยคทั้งหมดระบุปริมาณที่ยังไม่ทราบซึ่งกำลังกล่าวถึง และทำหน้าที่เป็นประธานของ “is dependent on” เนื่องจากคำถามนี้ฝังอยู่ในประโยคบอกเล่า จึงใช้ลำดับคำแบบบอกเล่า คือ “your body burns” ไม่ใช่ “does your body burn” ประธานคืออนุประโยคทั้งหมดซึ่งถือเป็นหนึ่งหน่วย ดังนั้นจึงใช้ “is” รูปเอกพจน์ แม้ว่า “calories” จะเป็นพหูพจน์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปคำถามแบบฝังของ “How many calories does your body burn?” และรูป be ที่ถูกต้อง: How many calories ____ each day ____ dependent on your activity level.

ดูคำตอบ

your body burns · is

วลี

is dependent on: แสดงเงื่อนไขที่กำหนดผลลัพธ์

“Is dependent on” หมายถึง “ถูกกำหนดโดย” หรือ “ได้รับอิทธิพลจาก” ในที่นี้วลีนี้เชื่อมการเผาผลาญแคลอรีเข้ากับปัจจัยที่ส่งผลต่อการเผาผลาญนั้น โครงสร้างคือ be + dependent + on + คำนามหรือนามวลี รูปของ be เปลี่ยนไปตามประธานและกาล เช่น “is dependent on” “are dependent on” หรือ “was dependent on” ส่วนคำบุพบทต้องเป็น “on” เสมอ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการสามคำที่หมายถึง “ถูกกำหนดโดย”: The delivery time ____ road conditions.

ดูคำตอบ

is dependent on

การใช้คำ

general body makeup: องค์ประกอบโดยรวมของร่างกาย

ในที่นี้ general body makeup หมายถึงองค์ประกอบและลักษณะทางกายภาพโดยรวมของร่างกายคนหนึ่งคน โดยอยู่ในรายการเดียวกับ size และ gender ในฐานะอีกหนึ่งปัจจัยส่วนบุคคลที่อาจมีผลต่อจำนวนแคลอรีที่ร่างกายใช้ makeup ยังหมายถึงส่วนต่าง ๆ คุณลักษณะ หรือกลุ่มที่ประกอบกันเป็นสิ่งหนึ่งได้ด้วย ในการใช้นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเครื่องสำอางเลย

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ general body makeup หมายถึงอะไร

  1. องค์ประกอบและลักษณะโดยรวมของร่างกาย
  2. เสื้อผ้าที่เลือกตามขนาดร่างกายที่ต่างกัน
  3. เครื่องสำอางที่ใช้กับร่างกาย
ดูคำตอบ

องค์ประกอบและลักษณะโดยรวมของร่างกาย

Don't forget AsapSCIENCE now has t-shirts in both white and black.

2:12

อย่าลืมว่าตอนนี้ AsapSCIENCE มีเสื้อยืดทั้งสีขาวและสีดำแล้ว

Links are in the description.

2:16

ลิงก์อยู่ในคำอธิบาย

Ask away those burning questions and subscribe for more weekly science videos. โน้ต

2:17

ส่งคำถามร้อนแรงของคุณมาได้เลย และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมทุกสัปดาห์

น้ำเสียง/เจตนา

Ask away: ถามมาได้เลย

Ask away เป็นคำเชิญแบบเป็นมิตรและไม่เป็นทางการ หมายถึง “ถามมาได้เลย อยากถามอะไรก็ถามได้” ในที่นี้ผู้พูดกำลังกระตุ้นให้ผู้ชมส่งคำถามเข้ามา ในสำนวนรูปแบบ verb + away เช่นนี้ away เพิ่มความหมายว่าทำสิ่งนั้นได้อย่างเต็มที่หรือทำต่อไปโดยไม่ต้องลังเล ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนออกห่างจากสถานที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบแบบเป็นมิตรด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ถามมาได้เลย”: “Can I ask you a few questions?” “Of course—____!”

ดูคำตอบ

ask away

สำนวน

“burning questions”: คำถามที่ผู้คนอยากได้คำตอบอย่างมาก

ในประโยคนี้ burning questions หมายถึงคำถามที่รู้สึกว่าเร่งด่วน สำคัญ หรือค้างคาใจจนอยากได้คำตอบมาก ๆ คำว่า burning ทำให้ questions มีน้ำหนักมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าคำถามกำลังติดไฟจริง ๆ เนื่องจากวิดีโอนี้พูดถึง burning calories คำว่า burning จึงยังเชื่อมโยงกับความหมายตรงตัวเรื่องไฟและพลังงานด้วย การเล่นคำนี้ทำให้คำเชิญชวนในตอนจบย้อนกลับไปเชื่อมกับหัวข้อของวิดีโอ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The coach answered the players' burning questions about the new rules,” คำว่า “burning questions” หมายถึงอะไร

  1. คำถามเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังติดไฟ
  2. คำถามที่ผู้เล่นอยากได้คำตอบอย่างมาก
  3. คำถามที่ง่ายและไม่สำคัญ
ดูคำตอบ

คำถามที่ผู้เล่นอยากได้คำตอบอย่างมาก