การช่วยเหลือภาษาที่ตายไปแล้ว ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
768 คำ 140 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: รายการกล่าวถึงความเสื่อมถอยของภาษาชนพื้นเมืองในออสเตรเลีย และการฟื้นคืนภาษาบาร์นกาลาโดยอาศัยพจนานุกรมของมิชชันนารีที่จัดทำขึ้นในปี 1844 พร้อมอธิบายว่าการฟื้นฟูภาษามีส่วนช่วยแก้ไขความอยุติธรรมในอดีตและเสริมสร้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมได้อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. from dying out? — กริยาวลี: เข้าใจว่า die out หมายถึงการที่ภาษา สายพันธุ์ หรือขนบธรรมเนียมค่อย ๆ สูญหาย และนำไปใช้พูดถึงความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์หรือความพยายามอนุรักษ์ประเพณีที่กำลังถูกคุกคามได้ 2. has been brought back to life. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: มองเห็นอุปมาเรื่องการนำชีวิตกลับคืนมาที่ใช้บรรยายการฟื้นภาษาบาร์นกาลา และใช้สำนวนนี้เมื่อสิ่งที่หยุดใช้ ถูกลืม หรือสูญหายได้รับการฟื้นฟูจนกลับมาใช้งานอีกครั้ง 3. to what they called Aboriginal heathens. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เข้าใจว่า what they called เป็นการโยงคำเรียกที่เป็นข้อถกเถียงไปยังผู้ที่เคยใช้คำนั้นในอดีต โดยผู้พูดไม่ได้เห็นด้วย และใช้รูปแบบนี้ถ่ายทอดคำที่มีอคติหรือน่าสงสัยโดยรักษาระยะห่างเชิงวิพากษ์ได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Six Minute English from bbclearningenglish.com.

0:01

Six Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello, this is Six Minute English from BBC Learning English.

0:08

สวัสดี นี่คือ Six Minute English จาก BBC Learning English

I'm Neil.

0:11

ผม Neil

And I'm Phil.

0:12

และผม Phil

And now that we've done our hellos, ไวยากรณ์

0:13

และตอนนี้เราได้ทักทายกันไปแล้ว

let's hear some greetings in different languages from around the world. ลำดับความ

0:16

มาฟังคำทักทายในภาษาต่างๆ จากทั่วโลกกันเถอะ

ไวยากรณ์

now that we've done our hellos: เปลี่ยนไปสู่ขั้นตอนถัดไปเมื่อขั้นตอนก่อนหน้าเสร็จแล้ว

now that ใช้เปิดสถานการณ์ที่เป็นจริงแล้วหรือเพิ่งเสร็จสิ้น ในประโยคนี้ ช่วงทักทายจบแล้ว จึงใช้เป็นเหตุให้เข้าสู่กิจกรรมถัดไป โครงสร้างคือ now that + อนุประโยค แล้วตามด้วยผลลัพธ์ การตัดสินใจ หรือขั้นตอนถัดไป ความหมายคือ “เมื่อสถานการณ์ตอนนี้เป็นเช่นนี้แล้ว” ไม่ได้หมายถึงเพียง “ตอนนี้”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเชื่อมต่อด้วย now that: ____ we've finished the introductions, let's begin the meeting.

ดูคำตอบ

Now that

ลำดับความ

Let's hear...: ใช้เกริ่นเข้าสู่เสียงหรือผู้พูดคนถัดไป

Let's hear... เป็นคำพูดของพิธีกรหรือผู้นำเสนอที่ดึงความสนใจไปยังสิ่งที่ผู้ฟังกำลังจะได้ยิน ในประโยคนี้ ใช้พารายการเข้าสู่ช่วงคำทักทายที่พูดออกมา ไม่ได้ขอให้ผู้ฟังตัดสินใจว่าจะฟังหรือไม่ โครงสร้าง let's + คำกริยารูปพื้นฐาน ทำให้การกระทำฟังดูเป็นมิตรและทำร่วมกัน ในชั้นเรียน การนำเสนอ การประชุม และรายการต่าง ๆ Let's hear... ใช้เกริ่นเข้าสู่เสียงบันทึก ตัวอย่างที่อ่านออกเสียง หรือคนที่กำลังจะพูดได้

แบบฝึกหัด

ผู้นำเสนอกำลังจะเปิดตัวอย่างเสียงสั้น ๆ ประโยคใดใช้เกริ่นได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Let's hear a short example before we discuss the rule.
  2. Let's write a short example before we discuss the rule.
  3. Let's see a short example before we discuss the rule.
ดูคำตอบ

Let's hear a short example before we discuss the rule.

But what do these languages have in common? วลี

0:20

แต่ภาษาเหล่านี้มีอะไรที่เหมือนกันล่ะ?

วลี

What ... have in common?:การถามถึงสิ่งที่มีร่วมกัน

Have ... in common หมายถึงมีลักษณะ คุณสมบัติ หรือความสนใจบางอย่างร่วมกัน ในคำถาม What do these languages have in common? คำว่า what ใช้ถามว่าสิ่งที่มีร่วมกันนั้นคืออะไร ใช้ What do A and B have in common? เพื่อเปรียบเทียบคนหรือสิ่งของตั้งแต่สองอย่างขึ้นไป รูปประโยคบอกเล่าคือ A and B have X in common.

แบบฝึกหัด

เติมคำถามเกี่ยวกับลักษณะที่มีร่วมกันให้สมบูรณ์: What do these two games ____?

ดูคำตอบ

have in common

I'm afraid I don't know what they have in common น้ำเสียง/เจตนา

0:32

ฉันเกรงว่าฉันไม่รู้เลยว่าพวกเขามีอะไรเหมือนกัน

น้ำเสียง/เจตนา

I'm afraid สำหรับเกริ่นข้อมูลที่ไม่น่ายินดีอย่างสุภาพ

ในที่นี้ I'm afraid ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดรู้สึกกลัว แต่ใช้เตรียมผู้ฟังอย่างสุภาพก่อนบอกข้อมูลที่ไม่น่ายินดี นั่นคือผู้พูดไม่รู้คำตอบ โครงสร้างคือ I'm afraid + ประโยคสมบูรณ์ สามารถช่วยให้การปฏิเสธ คำตอบเชิงลบ หรือข่าวร้ายฟังนุ่มนวลขึ้น แต่เนื้อหาเชิงลบยังคงชัดเจน

แบบฝึกหัด

คุณต้องบอกอย่างสุภาพว่าคุณไม่มีข้อมูลที่อีกฝ่ายขอ ประโยคใดเป็นธรรมชาติ

  1. I'm afraid of that information.
  2. I'm glad I have that information.
  3. I'm afraid I don't have that information.
ดูคำตอบ

I'm afraid I don't have that information.

because I don't recognize any of them.

0:34

เพราะฉันไม่คุ้นเคยกับภาษาไหนเลย

Well, sadly, the one thing uniting these languages is that they're all endangered. โน้ต

0:37

ก็น่าเศร้าใจที่สิ่งเดียวที่เชื่อมโยงภาษาเหล่านี้ไว้ด้วยกันคือพวกมันล้วนกำลังตกอยู่ในอันตราย

ไวยากรณ์

The one thing ... is that ...: การเน้นข้อเท็จจริงร่วมที่สำคัญที่สุดเพียงข้อเดียว

โครงสร้าง The one thing ... is that ... ทำให้ผู้ฟังมุ่งความสนใจไปที่ข้อเท็จจริงสำคัญเพียงข้อเดียว ในประโยคนี้ ข้อเท็จจริงที่เชื่อมโยงภาษาเหล่านี้คือ ทุกภาษากำลังเสี่ยงต่อการสูญหาย คำว่า one thing ตรงนี้ไม่ได้แค่บอกจำนวน แต่ยกประเด็นนี้ให้เป็นจุดร่วมหลัก Uniting these languages เป็นวลี -ing ที่ขยาย thing ส่วนอนุประโยค that หลัง is บอกว่าข้อเท็จจริงร่วมนั้นคืออะไร รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ The one thing + วลี -ing + is that + อนุประโยคที่สมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้เกริ่นเนื้อหาของข้อเท็จจริงร่วมให้สมบูรณ์: The one thing connecting the two projects ____ they both serve rural families.

ดูคำตอบ

is that

การใช้คำ

Endangered: ภาษาที่เสี่ยงต่อการสูญหาย

Endangered ใช้อธิบายภาษาได้ ไม่ได้ใช้เฉพาะกับสัตว์หรือพืชเท่านั้น ภาษาที่เป็น endangered ยังมีการใช้งานอยู่ แต่มีความเสี่ยงสูงที่จะไม่มีใครใช้อีก มักเกิดจากจำนวนผู้พูดลดลงหรือเด็ก ๆ ไม่ได้เรียนภาษานั้น They're all endangered หมายความว่าทุกภาษาที่กล่าวถึงกำลังเผชิญความเสี่ยงนี้ ไม่ได้หมายความว่าภาษาเหล่านั้นสูญหายไปแล้ว

แบบฝึกหัด

ภาษาหนึ่งยังมีผู้พูดสูงอายุอยู่ไม่กี่คน แต่คนรุ่นใหม่ไม่ได้เรียนภาษานี้ ประโยคใดถูกต้อง

  1. The language is dangerous because only a few older speakers still use it.
  2. The language is extinct because a few older speakers still use it.
  3. The language is endangered because only a few older speakers still use it.
ดูคำตอบ

The language is endangered because only a few older speakers still use it.

We often hear about animals at risk of extinction, วลี

0:43

เรามักจะได้ยินเรื่องสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

วลี

at risk of extinction: เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

ในประโยคนี้ animals at risk of extinction หมายถึงชนิดสัตว์ที่อาจหายไปอย่างสิ้นเชิง วลีนี้วางหลังคำนามเพื่อระบุว่ากำลังพูดถึงสัตว์กลุ่มใด โครงสร้างคือ at risk of + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ extinction เป็นคำนามที่หมายถึงการหายไปอย่างสิ้นเชิงของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง วลีนี้ยังวางหลัง be ได้ เช่น This species is at risk of extinction.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย at risk of และคำนามที่หมายถึงการหายไปอย่างสิ้นเชิงของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง: Without protection, this rare plant is ____.

ดูคำตอบ

at risk of extinction

but a recent study by the Australian National University found that out of the world's 7,000 existing languages, ไวยากรณ์

0:46

แต่การศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้โดยมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียพบว่าจาก 7,000 ภาษาที่หลงเหลืออยู่ในโลก

half are under threat. วลี

0:54

ครึ่งหนึ่งกำลังถูกคุกคาม

ไวยากรณ์

out of ... half ...: บอกบางส่วนจากจำนวนทั้งหมด

ในที่นี้ out of ใช้เกริ่นถึงกลุ่มทั้งหมดที่นำมานับ คือ the world's 7,000 existing languages โดยหมายถึง “ในจำนวนทั้งหมดนั้น” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนออกมาจากข้างในสถานที่ โครงสร้าง Out of + กลุ่มทั้งหมด, + จำนวนหรือสัดส่วน + ภาคแสดง ใช้บอกขอบเขตทั้งหมดก่อน แล้วจึงรายงานข้อมูลเกี่ยวกับบางส่วน Half เป็นประธานของ are under threat ดังนั้นผลการศึกษาจึงระบุว่าภาวะถูกคุกคามเกิดกับครึ่งหนึ่งของกลุ่มนั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่ใช้เกริ่นถึงกลุ่มทั้งหมดในประโยคสถิติ: ____ the 24 players, half were under 18.

ดูคำตอบ

Out of

วลี

are under threat: กำลังตกอยู่ในอันตราย

Be under threat หมายถึงการอยู่ในสภาพที่อาจได้รับความเสียหาย สูญหาย หรือหายไปได้ ในประโยคนี้ are under threat บอกว่าหลายภาษาอาจเลิกมีผู้ใช้และไม่ได้รับการถ่ายทอดต่อไป โครงสร้างคือ be + under threat หากต้องการบอกที่มาของอันตราย ให้ใช้ be under threat from + นามวลี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวแบบเป็นทางการจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ตกอยู่ในอันตราย”: Several historic buildings are ____ because of repeated flooding.

ดูคำตอบ

under threat

But what can be done to save languages from dying out? โน้ต

0:57

แต่เราจะทำอย่างไรได้บ้างเพื่อช่วยให้ภาษาต่างๆ ไม่ให้สูญหายไป?

ไวยากรณ์

what can be done: การถามว่ามีมาตรการใดที่ทำได้

What can be done? เป็นคำถามรูปถูกกระทำที่หมายถึง “มีการกระทำใดที่เป็นไปได้บ้าง” คำถามนี้เน้นวิธีแก้ปัญหาโดยไม่ระบุว่าบุคคลหรือกลุ่มใดจะเป็นผู้ลงมือทำ โครงสร้างคือ what + can + be + กริยาช่องสาม done จากนั้นใช้ infinitive ที่มี to เพื่อบอกจุดประสงค์ได้ เช่น What can be done to reduce waste?

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างคำถามรูปถูกกระทำจากบทเรียนนี้เพื่อถามถึงการกระทำที่เป็นไปได้: ____ to reduce food waste?

ดูคำตอบ

What can be done

กริยาวลี

save languages from dying out: ป้องกันการสูญหายโดยสิ้นเชิง

ใน die out คำว่า out ทำให้ die กลายเป็นกริยาวลีที่หมายถึงค่อย ๆ หายไปจนไม่เหลืออยู่เลย ใช้กับภาษาทั้งภาษา สายพันธุ์ทั้งสายพันธุ์ ธรรมเนียม หรือประเพณี ไม่ใช่เพียงการตายของคนหรือสัตว์หนึ่งตัว ในประโยคนี้ save languages from dying out ใช้โครงสร้าง save A from doing B ซึ่งหมายถึงป้องกันไม่ให้ A ประสบหรือทำ B คำถามนี้ถามว่าเราจะป้องกันไม่ให้ภาษาต่าง ๆ หายไปโดยสิ้นเชิงได้อย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ไม่ให้หายไปโดยสิ้นเชิง” ลงในประโยค: The project trains new speakers to save the language ____.

ดูคำตอบ

from dying out

That's what we'll be discussing in this program. ลำดับความ

1:01

นั่นคือสิ่งที่เราจะพูดคุยกันในรายการนี้

ลำดับความ

That's what we'll be discussing...: เกริ่นหัวข้อที่จะพูดต่อไป

ใน That's what we'll be discussing... คำว่า That's ชี้กลับไปยังคำถามหรือหัวข้อที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วนที่เริ่มด้วย what บอกเนื้อหาที่เราจะพูดคุยกัน ประโยคนี้ทำหน้าที่เชื่อมเนื้อหา โดยปิดช่วงเกริ่นนำและบอกผู้ฟังว่าคำถามก่อนหน้านี้จะเป็นหัวข้อหลักของรายการช่วงต่อไป

แบบฝึกหัด

ใช้วลีสำหรับเกริ่นหัวข้อจากบทเรียนตามรูปเดิมเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Why do volcanoes erupt? ____ in today's class.

ดูคำตอบ

That's what we'll be discussing

And as usual, we'll be learning some useful new vocabulary as well. วลี

1:03

และเช่นเคย เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ด้วย

วลี

And as usual: ใช้บอกช่วงประจำของรายการ

as usual หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นตามปกติหรือตามรูปแบบที่คุ้นเคย ในประโยคนี้ใช้บอกว่าการเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ที่มีประโยชน์เป็นส่วนประจำของรายการ ส่วน And ใช้เชื่อมกิจวัตรนี้เข้ากับคำประกาศก่อนหน้า วลีนี้วางไว้ต้นประโยคหรือท้ายประโยคก็ได้ จุดสำคัญคือการบอกว่าสิ่งนั้นสอดคล้องกับรูปแบบที่รู้กันอยู่ ไม่ได้บอกความถี่ทั่วไปของการกระทำเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายความว่านี่เป็นกิจวัตรที่คุ้นเคยลงในประโยค: ____, the host will introduce three new words.

ดูคำตอบ

As usual

But first, I have a question for you, Phil. ลำดับความ

1:08

แต่ก่อนอื่น ฉันมีคำถามให้คุณ Phil

ลำดับความ

But first: เปลี่ยนลำดับก่อนเข้าสู่หัวข้อหลัก

But first เป็นวลีที่ใช้จัดลำดับเนื้อหา โดยวางการกระทำหรือคำถามหนึ่งไว้ก่อนสิ่งที่เพิ่งพูดถึงหรือสิ่งที่ผู้ฟังคาดว่าจะเกิดขึ้น ในประโยคนี้ ผู้พูดเลื่อนหัวข้อหลักออกไปก่อน แล้วถามคำถาม Phil ในที่นี้ but ใช้เปลี่ยนลำดับเป็นหลัก ไม่ได้แสดงการคัดค้านอย่างรุนแรง ส่วน first บอกอย่างชัดเจนว่าขั้นตอนที่แทรกเข้ามานี้ต้องทำก่อน

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ But first เพื่อวางขั้นตอนสำคัญไว้ก่อนการกระทำหลักที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. But first, let's check the instructions before we start.
  2. However first, let's check the instructions before we start.
  3. But lastly, let's check the instructions before we start.
ดูคำตอบ

But first, let's check the instructions before we start.

And it's about a country which used to be one of the most linguistically rich places on Earth. โน้ต

1:10

และมันเกี่ยวกับประเทศที่เคยเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางภาษามากที่สุดในโลก

ไวยากรณ์

used to be: สภาวะในอดีตที่ปัจจุบันมักเปลี่ยนไปแล้ว

used to be บอกว่าสภาวะหนึ่งเคยเป็นจริงในอดีตและโดยปกติไม่เป็นเช่นนั้นแล้วในปัจจุบัน ในประโยคนี้ ประเทศดังกล่าวเคยอยู่ในกลุ่มสถานที่ที่มีความมั่งคั่งทางภาษาสูงที่สุด ถ้อยคำนี้สื่อว่าสภาพนั้นเปลี่ยนไปแล้ว โครงสร้างคือ used to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ be เมื่อข้อมูลในอดีตเป็นอัตลักษณ์ สภาพ หรือคำบรรยาย เช่น used to be a school, used to be quiet

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย used to และคำกริยาที่ถูกต้อง: This building ____ a cinema, but now it is a school.

ดูคำตอบ

used to be

การใช้คำ

most linguistically rich places on Earth: อุดมด้วยภาษา ไม่ใช่เงินทอง

linguistically rich หมายถึงสถานที่ที่อุดมไปด้วยภาษา ภาษาถิ่น และขนบธรรมเนียมทางภาษา คำว่า rich ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงความมากมายและความหลากหลาย ไม่ใช่ความร่ำรวยด้านเงินทอง ใน most linguistically rich places คำวิเศษณ์ linguistically บอกว่าความอุดมสมบูรณ์นั้นอยู่ในด้านใด ส่วน most จัดสถานที่เหล่านั้นไว้ใกล้จุดสูงสุดของเกณฑ์นี้ เมื่อมี one of the อยู่ข้างหน้า ประเทศนั้นจะถูกมองว่าเป็นสมาชิกของกลุ่มชั้นนำ ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่ที่ร่ำรวยที่สุดเพียงแห่งเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายสถานที่ที่มีภาษาหลากหลายมาก?

  1. The valley is agriculturally rich, with many productive farms.
  2. The valley is linguistically rich, with more than forty languages spoken there.
  3. The valley is economically rich, with several valuable gold mines.
ดูคำตอบ

The valley is linguistically rich, with more than forty languages spoken there.

Australia.

1:16

ออสเตรเลีย

Before European settlers arrived in the 1800s, โน้ต

1:18

ก่อนที่ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยุโรปจะมาถึงในช่วงทศวรรษ 1800

วัฒนธรรม

European settlers ในประวัติศาสตร์อาณานิคมของออสเตรเลีย

ในเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ออสเตรเลียนี้ European settlers หมายถึงชาวยุโรปที่เข้ามาสร้างถิ่นฐานถาวรในกระบวนการล่าอาณานิคมของยุโรป โดยเฉพาะของอังกฤษ ไม่ได้หมายถึงผู้มาเยือนระยะสั้นหรือชนพื้นเมืองของออสเตรเลีย ตามความหมายตรงตัว settler เน้นการเข้าไปตั้งถิ่นฐานในสถานที่หนึ่ง แต่บริบทนี้ยังรวมถึงการควบคุมที่ดินแบบอาณานิคมและผลกระทบต่อชุมชนกับภาษาของชนพื้นเมืองด้วย จึงควรเข้าใจว่าเป็นคำเรียกทางประวัติศาสตร์ที่มีความสัมพันธ์เชิงอำนาจนี้อยู่ ไม่ใช่คำที่ไม่มีบริบทสำหรับทุกคนที่ย้ายถิ่น

แบบฝึกหัด

ในประโยคเกี่ยวกับออสเตรเลียช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 นี้ European settlers หมายถึงอะไร

  1. ชาวออสเตรเลียในปัจจุบันทุกคนที่พูดภาษาอังกฤษ
  2. นักท่องเที่ยวชาวยุโรปที่มาเยือนช่วงสั้น ๆ
  3. ชาวยุโรปที่มาเพื่อสร้างถิ่นฐานในฐานะส่วนหนึ่งของการขยายอาณานิคม
ดูคำตอบ

ชาวยุโรปที่มาเพื่อสร้างถิ่นฐานในฐานะส่วนหนึ่งของการขยายอาณานิคม

Australia had over 200 languages

1:21

ออสเตรเลียมีภาษามากกว่า 200 ภาษา

ไวยากรณ์

Before ... arrived, Australia had ...: บอกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน

โครงสร้าง Before + อนุประโยค simple past ใช้เหตุการณ์หนึ่งในอดีตเป็นเส้นแบ่งเวลา จากนั้นประโยคหลักจะบอกว่าสถานการณ์ใดเป็นจริงก่อนเหตุการณ์นั้น ในประโยคนี้ การมาถึงของผู้ตั้งถิ่นฐานเป็นเส้นแบ่ง ส่วนสถานการณ์ด้านภาษาอยู่ในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น arrived และ had ต่างก็เป็น simple past ตรงนี้ had หมายถึง "มี" หรือ "ครอบครอง" ไม่ใช่ past perfect เพราะ past perfect ต้องใช้ had + past participle เช่น had changed

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าคนขับรถใช้ถนนเลียบชายฝั่งสายเก่าก่อน แล้วสะพานใหม่จึงเปิดในภายหลัง

  1. Before the new bridge opened, drivers used the old coastal road.
  2. Because the new bridge opened, drivers used the old coastal road.
  3. After the new bridge opened, drivers used the old coastal road.
ดูคำตอบ

Before the new bridge opened, drivers used the old coastal road.

spoken by the native Aboriginal people วัฒนธรรม

1:23

ซึ่งพูดโดยชนพื้นเมืองอะบอริจิน

วัฒนธรรม

the native Aboriginal people: คำเรียกอัตลักษณ์เฉพาะของออสเตรเลีย

ในประโยคนี้ the native Aboriginal people หมายถึงชนพื้นเมืองในแผ่นดินใหญ่ของออสเตรเลียและแทสเมเนีย คำว่า native เน้นว่าพวกเขาเป็นชนพื้นเมืองของดินแดนนั้น ส่วน Aboriginal ที่ขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เป็นชื่ออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์โดยเฉพาะ ไม่ได้แปลว่า “เก่าแก่” หรือ “ดั้งเดิมแบบล้าหลัง” วลีนี้ระบุว่าชุมชนใดเป็นผู้พูดภาษาที่กำลังกล่าวถึง ชนพื้นเมืองอะบอริจินประกอบด้วยชุมชน ภาษา และวัฒนธรรมที่แตกต่างกันมากมาย ไม่ใช่กลุ่มเดียวที่เหมือนกันทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “the native Aboriginal people” หมายถึงใคร?

  1. ชุมชนชนพื้นเมืองในแผ่นดินใหญ่ของออสเตรเลียและแทสเมเนีย
  2. ใครก็ตามในโลกที่พูดภาษาเก่าแก่
  3. ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยุโรปที่เกิดในออสเตรเลีย
ดูคำตอบ

ชุมชนชนพื้นเมืองในแผ่นดินใหญ่ของออสเตรเลียและแทสเมเนีย

who had lived there for thousands of years. ไวยากรณ์

1:26

ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นมานานนับพันปี

ไวยากรณ์

who had lived there for thousands of years: อดีตที่เกิดก่อนอดีตอีกเหตุการณ์

Who ใช้นำอนุประโยคสัมพันธ์ที่เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับคนที่เพิ่งกล่าวถึงก่อนหน้า Had lived เป็นรูป past perfect ซึ่งมีโครงสร้าง had + past participle Past perfect วางช่วงเวลาอันยาวนานที่พวกเขาอาศัยอยู่ที่นั่นไว้ก่อนเหตุการณ์หรือจุดอ้างอิงอื่นในอดีตของเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ For thousands of years บอกระยะเวลา ส่วน had lived ระบุว่าระยะเวลานั้นอยู่ในอดีตที่เกิดก่อน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past perfect ของ live: By the time the museum opened, the family ____ in the house for three generations.

ดูคำตอบ

had lived

Many Aboriginal languages were destroyed by the brutal laws of the Australian government at the time. โน้ต

1:29

ภาษาอะบอริจินหลายภาษาถูกทำลายโดยกฎหมายที่โหดร้ายของรัฐบาลออสเตรเลียในขณะนั้น

ไวยากรณ์

were destroyed by...: นำผลที่ผู้ถูกกระทำได้รับขึ้นมาก่อน

ประโยคนี้ใช้รูปถูกกระทำในอดีตแบบ simple past กลุ่มคำนาม Many Aboriginal languages เป็นประธานที่ได้รับผลกระทบ ส่วน were destroyed ประกอบด้วย were กับคำกริยาช่อง past participle และ by the brutal laws... ระบุสิ่งที่ก่อให้เกิดผลดังกล่าว การเรียงข้อมูลแบบนี้เน้นภาษาและสิ่งที่เกิดขึ้นกับภาษาเหล่านั้นก่อน แทนที่จะเริ่มจากสิ่งที่รัฐบาลทำ destroyed ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการทุบทำลายวัตถุ แต่หมายถึงการใช้ภาษาและการส่งต่อภาษาจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่งได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงหรือสิ้นสุดลง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำในอดีตแบบ simple past ของ protect: The old trees ____ by a new city law.

ดูคำตอบ

were protected

การใช้คำ

brutal laws: การประณามอย่างรุนแรง ไม่ใช่แค่ความเข้มงวด

ใน brutal laws คำว่า brutal เป็นคำคุณศัพท์ที่มีความหมายเชิงลบอย่างรุนแรง โดยบอกว่ากฎหมายเหล่านั้นโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ไม่ได้เพียงบอกว่ากฎหมายเข้มงวดหรือมีข้อกำหนดสูง วลีนี้แสดงการประณามของผู้พูดหรือผู้เขียนอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

หากผู้เขียนต้องการประณามกฎหมายว่าโหดร้ายและก่อให้เกิดอันตรายอย่างมาก วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมประโยค? The report called them ____.

  1. strict laws
  2. brutal laws
  3. updated laws
ดูคำตอบ

brutal laws

However, some survived. ลำดับความ

1:35

อย่างไรก็ตาม บางภาษาก็อยู่รอดมาได้

ลำดับความ

However, some survived: เปลี่ยนไปกล่าวถึงข้อยกเว้นที่อยู่รอด

เมื่อ However อยู่ต้นประโยค จะเป็นสัญญาณว่าประโยคใหม่ไม่ได้ดำเนินไปในทิศทางเดียวกับข้อมูลก่อนหน้า แต่เปลี่ยนจุดสนใจจากการสูญเสียหรือการทำลายเป็นวงกว้างไปยังข้อยกเว้น คือยังมีบางส่วนที่อยู่รอด อนุประโยคสั้น ๆ some survived ทำให้ข้อยกเว้นนี้เด่นขึ้น ในบริบทนี้ some แทนภาษาของชนพื้นเมืองอะบอริจินบางภาษา ดังนั้นเรื่องเล่าจึงเปลี่ยนจากโศกนาฏกรรมไปสู่ร่องรอยของความหวังที่ยังเหลืออยู่

แบบฝึกหัด

คู่ประโยคใดใช้ประโยคเป้าหมายได้เหมาะสมที่สุดเพื่อเปลี่ยนจากการสูญเสียเป็นวงกว้างไปยังข้อยกเว้นที่อยู่รอด

  1. Most of the old manuscripts were destroyed. Therefore, some survived.
  2. Most of the old manuscripts were destroyed. However, some survived.
  3. Most of the old manuscripts were destroyed. For example, some survived.
ดูคำตอบ

Most of the old manuscripts were destroyed. However, some survived.

So, which of the following Aboriginal languages is still spoken today? โน้ต

1:37

แล้วภาษาอะบอริจินต่อไปนี้ ภาษาไหนที่ยังคงมีการพูดกันอยู่ในปัจจุบัน?

วลี

which of the following Aboriginal languages: เลือกจากรายการ

วลี which of the following Aboriginal languages ขอให้ผู้ฟังเลือกจากรายการภาษาของชนพื้นเมืองอะบอริจินที่กำหนดไว้ Which แสดงว่าตัวเลือกมีขอบเขตจำกัด และ of the following บอกว่าคำตอบที่เป็นไปได้คือตัวเลือกที่ตามมา languages เป็นรูปพหูพจน์เพราะใช้เรียกตัวเลือกทั้งกลุ่ม ส่วนกริยาใน is still spoken เป็นรูปเอกพจน์เพราะคำถามคาดหวังคำตอบเป็นภาษาเดียว หากเลือกได้หลายคำตอบ รูปพหูพจน์อย่าง Which of the following languages are still spoken? จะเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมคำถามแบบคำตอบเดียวโดยสร้างวลีเป้าหมายจาก which of the following + animals: ____ is a mammal? Choices: a shark, a dolphin, an octopus.

ดูคำตอบ

Which of the following animals

ไวยากรณ์

is still spoken today: รูป passive ปัจจุบันที่แสดงการใช้อย่างต่อเนื่อง

is spoken เป็นรูป passive ใน present simple ของ speak ภาษาเป็นประธานทางไวยากรณ์ ส่วนผู้ที่พูดภาษานั้นไม่ได้ถูกระบุ เพราะคำถามเน้นสถานะของภาษาในปัจจุบัน still แสดงว่าการใช้นั้นเริ่มมาในอดีตและยังดำเนินต่อถึงตอนนี้ ส่วน today ในที่นี้หมายถึง “ในปัจจุบัน” ไม่ได้หมายถึงเฉพาะวันนี้วันเดียว โครงสร้าง be + still + past participle ใช้บอกได้ว่าสิ่งหนึ่งยังคงถูกใช้หรือปฏิบัติอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ is, still และรูป passive ของ speak: This language ____ today.

ดูคำตอบ

is still spoken

Is it A, Jinang?

1:42

คือ A, Jinang หรือเปล่า?

B, Alawa?

1:45

B, Alawa?

Or C, Gagadu?

1:46

หรือ C, Gagadu?

Hmm, I'll guess it's Jinang.

1:49

อืม ฉันขอเดาว่าเป็น Jinang

Okay, Phil.

1:52

โอเค Phil

I'll reveal the answer later in the program. ลำดับความ

1:53

ฉันจะเปิดเผยคำตอบในช่วงหลังของรายการ

ลำดับความ

I'll reveal the answer later: เลื่อนการบอกข้อมูลเพื่อสร้างความสงสัย

I'll reveal the answer later in the program เป็นประโยคที่ช่วยจัดลำดับเนื้อหา ผู้ดำเนินรายการสัญญาว่าจะบอกคำตอบ แต่เลื่อนไปเฉลยในช่วงหลังของรายการ การเลื่อนนี้สร้างความสงสัยและทำให้ผู้ฟังมีเหตุผลที่จะติดตามต่อ I'll หมายถึง I will และแสดงว่าการเฉลยเป็นการกระทำในอนาคตที่ผู้ดำเนินรายการวางแผนไว้ ส่วน reveal หมายถึงการเปิดเผยข้อมูลที่ก่อนหน้านี้ยังไม่รู้หรือถูกเก็บไว้

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักในบทสนทนาของ “I'll reveal the answer later in the program” คืออะไร?

  1. บอกว่ามีการประกาศคำตอบก่อนรายการเริ่มแล้ว
  2. ปฏิเสธที่จะให้คำตอบใด ๆ แก่ผู้ฟัง
  3. สัญญาว่าจะบอกคำตอบภายหลังและรักษาความสนใจของผู้ฟัง
ดูคำตอบ

สัญญาว่าจะบอกคำตอบภายหลังและรักษาความสนใจของผู้ฟัง

The sad truth is that it was no accident that the Aboriginal languages died out, สำนวน

1:56

ความจริงที่น่าเศร้าก็คือ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ภาษาของชาวอะบอริจินสูญหายไป

สำนวน

It was no accident that...: ปฏิเสธความบังเอิญและสื่อถึงความรับผิดชอบ

ใน it was no accident that... คำว่า accident หมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ไม่ใช่อุบัติเหตุที่ทำให้บาดเจ็บ สำนวนนี้บอกว่าผลลัพธ์ในอนุประโยคที่ตามหลัง that ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ในที่นี้ it เป็นประธานชั่วคราว ส่วน that the Aboriginal languages died out คือผลลัพธ์ที่กำลังถูกตัดสิน การปฏิเสธว่าเป็นเรื่องบังเอิญสื่อว่าการสูญหายของภาษาเหล่านั้นมีสาเหตุที่ระบุได้ และอาจเกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบของมนุษย์

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ it was no accident that the languages died out ได้ตรงที่สุด

  1. การสูญหายของภาษาเป็นอุบัติเหตุทางกายภาพที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
  2. ภาษาเหล่านั้นไม่ได้สูญหายไปโดยบังเอิญ แต่มีสาเหตุที่ระบุได้หรือมีความรับผิดชอบอยู่เบื้องหลังผลลัพธ์
  3. ไม่มีใครรู้ว่าภาษาเหล่านั้นสูญหายไปหรือไม่
ดูคำตอบ

ภาษาเหล่านั้นไม่ได้สูญหายไปโดยบังเอิญ แต่มีสาเหตุที่ระบุได้หรือมีความรับผิดชอบอยู่เบื้องหลังผลลัพธ์

given the cruel treatment of Aboriginal people. วลี

2:01

เมื่อพิจารณาจากการปฏิบัติที่โหดร้ายต่อชาวอะบอริจิน

วลี

Given + นามวลี: บอกพื้นฐานของการตัดสิน

ในที่นี้ given เป็นคำบุพบทที่หมายถึง “เมื่อพิจารณา” หรือ “เมื่อคำนึงถึง” และตามด้วยนามวลี the cruel treatment of Aboriginal people กลุ่มคำที่ขึ้นต้นด้วย given นำเสนอข้อเท็จจริงเพื่อเป็นพื้นฐานของการตัดสินที่กล่าวไว้ก่อนหน้า กลุ่มคำนี้ไม่เป็นประโยคสมบูรณ์เมื่ออยู่ลำพัง แต่ทำหน้าที่เพิ่มเหตุผลหรือกรอบให้การตัดสินนั้น รูปแบบที่กระชับนี้พบได้บ่อยในการวิเคราะห์และคำอธิบายที่รอบคอบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ given โดยตรงหน้านามวลีเพื่อนำเสนอพื้นฐานของการตัดสินใจ

  1. Given the heavy rain, the match was postponed.
  2. Given that it was raining heavily, the match was postponed.
  3. Because the match was postponed, it rained heavily.
ดูคำตอบ

Given the heavy rain, the match was postponed.

Children were removed from their mothers and sent to schools ไวยากรณ์

2:04

เด็กๆ ถูกพรากจากแม่และถูกส่งไปยังโรงเรียน

thousands of miles away to learn English. วลี

2:07

ที่อยู่ห่างออกไปหลายพันไมล์เพื่อเรียนภาษาอังกฤษ

ไวยากรณ์

were removed ... and sent: การกระทำสองอย่างในโครงสร้างกรรมวาจกเดียว

ใน were removed ... and sent ... คำว่า were ใช้ร่วมกับกริยาช่องสามสองคำคือ removed และ sent รูปเต็มคือ were removed ... and were sent ... แต่ภาษาอังกฤษมักละ were ตัวที่สองซึ่งซ้ำกัน นี่คือโครงสร้างกรรมวาจกที่เชื่อมการกระทำสองอย่างด้วย and โดย Children เป็นฝ่ายได้รับการกระทำทั้งสอง ส่วนบุคคลหรือสถาบันที่เป็นผู้กระทำไม่ได้ถูกระบุ ในการเล่าประวัติศาสตร์นี้ การวาง Children ไว้ต้นประโยคช่วยเน้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็ก ๆ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเลือกจากไปหรือไปโรงเรียนด้วยตนเอง

แบบฝึกหัด

ใช้ carry และ take เติมประโยคให้สมบูรณ์ โดยให้การกระทำสองอย่างใช้กริยาช่วยกรรมวาจกร่วมกันหนึ่งคำ: The injured hikers ____ to safety and ____ to hospital.

ดูคำตอบ

were carried · taken

วลี

thousands of miles away: ระยะทางไกลโดยประมาณหลายพันไมล์

Thousands of miles away หมายถึง “อยู่ห่างออกไปหลายพันไมล์” รูปแบบคือ ระยะทาง + away เช่น ten miles away และ hundreds of miles away Thousands of แสดงจำนวนมากโดยประมาณ ไม่ใช่ตัวเลขที่วัดได้อย่างแม่นยำ ในที่นี้ การบอกระยะทางอย่างเป็นรูปธรรมทำให้ความห่างไกลและการพลัดพรากเด่นชัดกว่า very far away มาก

แบบฝึกหัด

ใช้วลีภาษาอังกฤษที่ตรงกับความหมายว่า “อยู่ห่างออกไปหลายพันไมล์” ให้ครบถ้วน: The research station is ____ from the nearest city.

ดูคำตอบ

thousands of miles away

And even today, ลำดับความ

2:10

และแม้กระทั่งทุกวันนี้

Aboriginal communities experience racism and poverty. การใช้คำ

2:11

ชุมชนชาวอะบอริจินก็ยังคงประสบปัญหาการเหยียดเชื้อชาติและความยากจน

ลำดับความ

And even today: เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน

even today เชื่อมสถานการณ์ในอดีตเข้ากับปัจจุบัน และเน้นว่าสถานการณ์นั้นยังคงอยู่ แม้ผู้คนอาจคาดหวังว่ามันน่าจะดีขึ้นหรือสิ้นสุดไปแล้ว ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าการเหยียดเชื้อชาติและความยากจนไม่ได้เป็นเพียงปัญหาในอดีต And ที่ต้นประโยคใช้เพิ่มข้อเท็จจริงในปัจจุบันต่อจากเรื่องที่กล่าวมาก่อนหน้า เมื่อรวมกัน And even today จึงเชื่อมข้อมูลในอดีตกับความเป็นจริงในปัจจุบัน ไม่ได้เพียงแค่บอกเวลา

แบบฝึกหัด

เลือกคำขึ้นต้นที่เชื่อมอดีตอันห่างไกลกับความเป็นจริงในปัจจุบันที่ไม่คาดคิดได้ดีที่สุด: The rule was introduced a century ago. ___ it causes confusion.

  1. And even today,
  2. And in one room,
  3. And every morning,
ดูคำตอบ

And even today,

การใช้คำ

experience racism and poverty: experience ในฐานะคำกริยา

ในประโยคนี้ experience เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ประสบ” หรือ “ได้รับผลกระทบจาก” โดย racism และ poverty เป็นกรรมตรง จึงหมายความว่าชุมชนเหล่านี้กำลังเผชิญผลกระทบของสภาพสังคมที่เป็นอันตรายดังกล่าว ในที่นี้ experience ไม่ได้หมายถึงความรู้หรือทักษะ โครงสร้างคือ experience + เหตุการณ์หรือสภาพการณ์ เช่น experience discrimination, experience hardship หรือ experience difficulties ถ้อยคำแบบนี้มีน้ำเสียงเป็นกลางและบอกข้อเท็จจริง จึงพบได้บ่อยในรายงานและการอภิปรายปัญหาสังคม

แบบฝึกหัด

experience หมายถึงอะไรในประโยคนี้? Aboriginal communities experience racism and poverty.

  1. ชุมชนเหล่านี้จัดบทเรียนเกี่ยวกับการเหยียดเชื้อชาติและความยากจน
  2. ชุมชนเหล่านี้มีความรู้ระดับมืออาชีพเกี่ยวกับการเหยียดเชื้อชาติและความยากจน
  3. ชุมชนเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากการเหยียดเชื้อชาติและความยากจน
ดูคำตอบ

ชุมชนเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากการเหยียดเชื้อชาติและความยากจน

Another Aboriginal language,

2:15

ภาษาอะบอริจินอีกภาษาหนึ่ง

Barngala, officially died in 1960, การใช้คำ

2:17

คือภาษา Barngala ได้สูญหายไปอย่างเป็นทางการในปี 1960

การใช้คำ

officially died: การบรรยายการสูญสิ้นของภาษา

ในที่นี้ officially died เป็นการทำให้ภาษาดูเหมือนสิ่งมีชีวิต หมายความว่าภาษาบาร์งกาลาถูกมองว่าสูญสิ้นแล้ว ณ เวลานั้น โดยไม่ได้สืบทอดตามธรรมชาติในฐานะภาษาแรกอีกต่อไป ซึ่งโดยทั่วไปเกิดจากการไม่มีผู้พูดเป็นภาษาแม่เหลืออยู่ officially ทำให้ปี 1960 เป็นวันที่ได้รับการยอมรับตามบันทึกหรือเกณฑ์บางอย่าง วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าบันทึกเสียง ข้อความ หรือความรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับภาษานั้นหายไป และไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่จะฟื้นฟูภาษาในภายหลัง

แบบฝึกหัด

officially died หมายความว่าอย่างไรเมื่อใช้บรรยายภาษา?

  1. ภาษานั้นถูกมองอย่างเป็นทางการว่าสูญสิ้น ณ ช่วงเวลาที่ได้รับการยอมรับ
  2. ภาษานั้นได้รับเลือกอย่างเป็นทางการให้เป็นภาษาประจำชาติใหม่
  3. เอกสารและบันทึกเสียงทั้งหมดในภาษานั้นถูกทำลาย
ดูคำตอบ

ภาษานั้นถูกมองอย่างเป็นทางการว่าสูญสิ้น ณ ช่วงเวลาที่ได้รับการยอมรับ

when its last native speaker, การใช้คำ

2:20

เมื่อเจ้าของภาษาคนสุดท้าย

การใช้คำ

its last native speaker: ผู้พูดเป็นภาษาแรกคนสุดท้าย

Its last native speaker หมายถึงบุคคลสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่และได้เรียนรู้ภาษานั้นโดยธรรมชาติตั้งแต่เด็กในครอบครัวหรือชุมชน ในที่นี้ its หมายถึงภาษาบาร์งกาลา ส่วน last แสดงว่าในเวลานั้นไม่มีผู้พูดเป็นภาษาแม่คนอื่นที่ยังมีชีวิตอยู่แล้ว ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นเป็นคนสุดท้ายที่สามารถพูดภาษาดังกล่าวได้บ้าง ผู้ที่เรียนภาษานี้เป็นภาษาที่สอง ผู้พูดได้คล่อง และผู้ที่มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูภาษาอาจยังรู้จักหรือใช้ภาษานี้อยู่

แบบฝึกหัด

คนหนึ่งเรียนภาษาเมื่อเป็นผู้ใหญ่และตอนนี้พูดภาษานั้นได้ดีมาก จากข้อมูลที่ให้มา คำบรรยายใดเหมาะสมที่สุด?

  1. a native speaker
  2. a fluent speaker
  3. the last native speaker
ดูคำตอบ

a fluent speaker

Elder Mooney Davies passed away. กริยาวลี

2:23

Elder Mooney Davies ได้เสียชีวิตลง

กริยาวลี

passed away: วิธีที่สุภาพนุ่มนวลกว่าการพูดว่า died

Passed away เป็นรูปอดีตของ pass away ในที่นี้หมายถึง “died” แต่เป็นการกล่าวถึงความตายอย่างนุ่มนวลและให้เกียรติมากกว่า ผู้ที่เสียชีวิตเป็นประธานของประโยค: someone passed away ในสำนวนนี้ away ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่หรือเดินจากไปจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความ: ในข้อความแสดงความเสียใจ Her grandfather passed away มักนุ่มนวลกว่า Her grandfather died

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ถูก

But Barngala has been brought back to life. สำนวน

2:26

แต่ภาษา Barngala ได้ถูกชุบชีวิตกลับมาอีกครั้ง

สำนวน

has been brought back to life: การฟื้นคืนที่เน้นผลลัพธ์ในปัจจุบัน

Bring something back to life มีความหมายตรงตัวว่าทำให้สิ่งมีชีวิตที่ตายแล้วกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เมื่อใช้กับภาษา สำนวนนี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงภาษานั้นได้รับการฟื้นฟูจนผู้คนกลับมาเรียน พูด หรือใช้อีกครั้งได้ Has been brought เป็นโครงสร้าง present perfect แบบกรรมวาจก ภาษาเป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำ และรูปนี้เน้นผลของการฟื้นฟูที่เห็นได้ในปัจจุบัน มากกว่าระบุว่าใครเป็นผู้ทำงานนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect แบบกรรมวาจกของ bring back to life: The abandoned garden ____ by local volunteers.

ดูคำตอบ

has been brought back to life

And today, it's spoken between parents and children ไวยากรณ์

2:28

และในปัจจุบันนี้ มีการใช้สื่อสารกันระหว่างพ่อแม่และลูกๆ

and even learned in school.

2:31

และแม้กระทั่งมีการเรียนการสอนในโรงเรียน

ไวยากรณ์

it's spoken ... and even learned ...: กรรมวาจกสองชุดที่ใช้ is ร่วมกัน

“It's spoken ... and even learned ...” เชื่อมวลีกริยารูปกรรมวาจกสองชุดที่ใช้ “it is” ร่วมกัน ได้แก่ “it is spoken ...” และ “it is even learned ...” โดยละ “it is” ชุดที่สองไว้หน้า “learned” เพื่อไม่ให้ซ้ำ กรรมวาจกช่วยให้ภาษานั้นยังคงเป็นหัวข้อ และนำเสนอสองสิ่งที่เกิดขึ้นกับภาษา “Even” บอกว่าการเรียนภาษานั้นในโรงเรียนเป็นข้อมูลที่สองซึ่งน่าประหลาดใจหรือน่าสนใจกว่า สามารถใช้รูปแบบนี้เพื่อแจกแจงสองการกระทำที่เกิดกับประธานเดียวกันได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคใน present simple ให้กริยากรรมวาจกสองคำใช้ be รูปเดียวกัน The museum booklet ____ into three languages and even ____ in local schools. ใช้ translate และ use

ดูคำตอบ

is translated · used

So, how did a dead language with no living speakers การใช้คำ

2:33

แล้วภาษาที่ตายไปแล้วและไม่มีผู้พูดที่ยังมีชีวิตอยู่เลย

การใช้คำ

dead language with no living speakers: การสูญสิ้นทางภาษา ไม่ใช่การตายตามตัวอักษร

“A dead language” เป็นคำเรียกทางภาษาศาสตร์ ไม่ได้หมายความว่าภาษามีชีวิตหรือตายทางร่างกายจริง ๆ โดยทั่วไปหมายถึงภาษาที่ไม่มีเจ้าของภาษาแล้ว และไม่ได้รับการถ่ายทอดตามธรรมชาติจากคนรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่งในฐานะภาษาของชุมชน “With no living speakers” ทำให้ความหมายในประโยคนี้เจาะจงขึ้นว่า ไม่มีผู้พูดภาษานั้นที่ยังมีชีวิตอยู่ ภาษาตายอาจยังคงหลงเหลืออยู่ในงานเขียน บันทึกเสียง การศึกษา หรือการใช้งานเฉพาะ ดังนั้นคำว่า “dead” เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าความรู้หรือการใช้งานทุกอย่างหายไปเสมอ

แบบฝึกหัด

ข้อความใดตรงกับ “a dead language with no living speakers” ในประโยคนี้มากที่สุด

  1. ภาษานั้นไม่มีผู้พูดที่ยังมีชีวิตอยู่
  2. ภาษานั้นยังมีผู้พูดจำนวนมาก แต่ไม่มีระบบการเขียน
  3. ภาษานั้นยากสำหรับผู้เรียนในยุคปัจจุบัน
ดูคำตอบ

ภาษานั้นไม่มีผู้พูดที่ยังมีชีวิตอยู่

come back to life?

2:38

จะกลับมามีชีวิตอีกครั้งได้อย่างไร?

The unusual answer involves a dictionary ลำดับความ

2:40

คำตอบที่ไม่ธรรมดานี้เกี่ยวข้องกับพจนานุกรมเล่มหนึ่ง

and a professor of linguistics.

2:43

และศาสตราจารย์ด้านภาษาศาสตร์ท่านหนึ่ง

ลำดับความ

คำตอบที่ไม่ธรรมดาเกี่ยวข้องกับ ... ศาสตราจารย์ด้านภาษาศาสตร์: ให้เบาะแสก่อนอธิบาย

ประโยคนี้พารายการจากคำถามก่อนหน้าไปสู่คำตอบที่ยังไม่ได้อธิบายทั้งหมด The unusual answer บอกว่าคำตอบนั้นน่าประหลาดใจ ส่วน involves นำเสนอพจนานุกรมและศาสตราจารย์ด้านภาษาศาสตร์เป็นเบาะแสสำคัญ โดยยังไม่อธิบายความเชื่อมโยงทั้งหมด การเรียบเรียงข้อมูลแบบให้เบาะแสก่อนคำอธิบายเต็มช่วยรักษาความอยากรู้และเตรียมผู้ฟังให้พร้อมสำหรับคำอธิบายต่อไป โดยทั่วไป involve ยังใช้แนะนำคน สิ่งของ หรือขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับคำตอบหรือเหตุการณ์ได้

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักในการจัดลำดับข้อมูลของ “The unusual answer involves a dictionary and a professor of linguistics” คืออะไร

  1. ให้เบาะแสก่อนคำอธิบายทั้งหมด
  2. บอกว่าคำอธิบายทั้งหมดจบไปแล้ว
  3. แนะนำหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
ดูคำตอบ

ให้เบาะแสก่อนคำอธิบายทั้งหมด

Here's Professor Ghil'ad Zuckerman telling his story ลำดับความ

2:45

นี่คือศาสตราจารย์ Ghil'ad Zuckerman เล่าเรื่องราวของเขา

for BBC World Service program People Fixing the World.

2:48

สำหรับรายการ People Fixing the World ของ BBC World Service

ลำดับความ

Here's Professor Ghil'ad Zuckerman telling his story: แนะนำเรื่องเล่าของผู้พูด

Here's + บุคคลหรือตำแหน่ง + V-ing เป็นรูปแบบที่ผู้ดำเนินรายการใช้แนะนำว่าบุคคลนั้นกำลังจะพูดหรือทำอะไรในช่วงถัดไป ที่นี่ Here's ไม่ได้เน้นว่าบุคคลนั้นอยู่ในสถานที่นี้ แต่เป็นการส่งต่อให้บุคคลนั้นได้พูด ในประโยคนี้ Professor Ghil'ad Zuckerman คือผู้พูดที่กำลังได้รับการแนะนำ telling his story บอกว่าเรากำลังจะได้ฟังอะไร และ for BBC World Service program People Fixing the World ให้บริบทว่าเป็นรายการใด รูปแบบนี้ยังใช้แนะนำแขกรับเชิญ ผู้สื่อข่าว หรือเสียงบันทึกได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบการแนะนำแบบผู้ดำเนินรายการเดียวกับ “Here's Professor Ghil'ad Zuckerman telling his story”

  1. Professor Chen explained the new study here.
  2. Professor Chen is here explaining the new study.
  3. Here's Professor Chen explaining the new study.
ดูคำตอบ

Here's Professor Chen explaining the new study.

I had a dictionary written by a German Lutheran Christian missionary วัฒนธรรม

2:51

ผมมีพจนานุกรมเล่มหนึ่งที่เขียนโดยมิชชันนารีคริสเตียนนิกายลูเธอรันชาวเยอรมัน

in 1844.

3:01

ในปี 1844

วัฒนธรรม

German Lutheran Christian missionary: สัญชาติ นิกาย และบทบาท

German บอกภูมิหลังด้านสัญชาติ Lutheran Christian บอกธรรมเนียมทางคริสต์ศาสนาที่บุคคลนั้นนับถือ และ missionary บอกบทบาททางศาสนา คำขยายเหล่านี้รวมกันเป็นคำอธิบายสั้น ๆ ว่าบุคคลนั้นเป็นใคร Lutheran หมายถึงนิกายลูเทอแรนในคริสต์ศาสนาฝ่ายโปรเตสแตนต์ ในที่นี้ missionary หมายถึงผู้ที่ถูกส่งไปเผยแผ่ศาสนา ซึ่งงานมักเกี่ยวข้องกับภาษาท้องถิ่น จึงช่วยอธิบายได้ว่าเหตุใดบุคคลเช่นนี้จึงอาจรวบรวมพจนานุกรม คำนี้ไม่ได้หมายถึงผู้ที่ทำภารกิจทั่วไป

แบบฝึกหัด

German Lutheran Christian missionary ให้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับบุคคลนั้นบ้าง

  1. สัญชาติ ธรรมเนียมทางคริสต์ศาสนา และบทบาททางศาสนา
  2. ภาษาที่พูดได้ ความเชื่อทางการเมือง และสถานะทางสังคม
  3. สถานที่เกิด ระดับการศึกษา และวันที่เริ่มงาน
ดูคำตอบ

สัญชาติ ธรรมเนียมทางคริสต์ศาสนา และบทบาททางศาสนา

His name was Clamor Wilhelm Schumann

3:04

เขาชื่อ Clamor Wilhelm Schumann

And he wrote the dictionary with up to 3,500 words, วลี

3:08

และเขาเขียนพจนานุกรมที่มีคำศัพท์มากถึง 3,500 คำ

วลี

with up to 3,500 words: การบอกขีดจำกัดสูงสุด

ใน with up to 3,500 words คำว่า with นำเข้าสิ่งที่อยู่ในพจนานุกรม ส่วน up to + ตัวเลข กำหนดจำนวนสูงสุด พจนานุกรมอาจมี 3,500 คำหรือน้อยกว่านั้น วลีนี้ไม่ได้บอกว่ามีคำศัพท์ครบ 3,500 คำพอดี ใช้ up to + ตัวเลข เมื่อต้องการบอกขีดจำกัดสูงสุดของจำนวน ความจุ ระยะทาง หรือเวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่เน้นไว้และมีความหมายว่า “ไม่เกิน”: The workshop can take ____ 20 people.

ดูคำตอบ

up to

which is a lot,

3:14

ซึ่งถือว่าเยอะมาก

because he wanted to Christianise the, in quotation marks, heathens. โน้ต

3:15

เพราะเขาต้องการทำให้คนนอกรีต, ในเครื่องหมายคำพูด, หันมานับถือศาสนาคริสต์

การใช้คำ

wanted to Christianise: ต้องการทำให้ผู้คนเป็นคริสเตียน

Christianise หมายถึง “ทำให้บุคคล กลุ่มคน หรือสังคมเป็นคริสเตียน” โดยทั่วไปคือการทำให้คนเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ และบางครั้งรวมถึงการเปลี่ยนสถาบันหรือธรรมเนียมด้วย ใน wanted to Christianise นั้น wanted to ตามด้วยกริยารูปพื้นฐานและบอกเป้าหมายที่เขาต้องการทำให้สำเร็จ ในบริบททางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับมิชชันนารีหรือลัทธิล่าอาณานิคม คำกริยานี้อาจหมายถึงความพยายามแทนที่ความเชื่อเดิม ไม่ใช่เพียงการสอนเรื่องศาสนาคริสต์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าผู้นำพยายามทำให้ประชากรหันมานับถือศาสนาคริสต์

  1. The leaders tried to Christianise the population.
  2. The leaders translated a Christian book.
  3. The leaders studied the history of Christianity.
ดูคำตอบ

The leaders tried to Christianise the population.

วลี

in quotation marks: ระบุคำเรียกที่ยกมาหรือคำเรียกที่ผู้พูดเว้นระยะห่าง

In quotation marks หมายถึงคำหรือวลีที่อยู่ภายในเครื่องหมายคำพูด เมื่อสอดแทรกวลีนี้ไว้ก่อน heathens ในภาษาพูด ผู้พูดกำลังบอกเครื่องหมายวรรคตอนที่ปกติจะเห็นในงานเขียนให้ผู้ฟังทราบอย่างชัดเจน ในที่นี้ วลีดังกล่าวยังทำให้ผู้พูดเว้นระยะห่างจากคำเรียก heathens ด้วย กล่าวคือผู้พูดกำลังยกคำนี้มาพูดหรือแสดงความกังขา ไม่ได้ยอมรับคำเรียกนั้นโดยตรง เครื่องหมายคำพูดอาจมีหน้าที่อื่นได้ ดังนั้นความหมายของการเว้นระยะห่างนี้จึงต้องดูจากบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “อยู่ในเครื่องหมายคำพูด”: The editor put the disputed label ____ to show distance from it.

ดูคำตอบ

in quotation marks

การใช้คำ

heathens: คำเรียกทางศาสนาที่ล้าสมัยและมีนัยดูหมิ่น

heathens เป็นรูปพหูพจน์ของ heathen ในอดีต ผู้พูดที่นับถือศาสนาบางกลุ่มใช้คำนี้เรียกคนที่อยู่นอกศาสนาของตน โดยเฉพาะผู้ที่ชาวคริสต์มองว่าไม่ใช่คริสเตียน คำนี้แฝงการตัดสินว่าความเชื่อของคนเหล่านั้นด้อยกว่าหรือผิด คำว่า in quotation marks แสดงว่าผู้พูดจงใจเว้นระยะจากคำนี้ เขากำลังยกคำเรียกในอดีตมาอ้าง ไม่ได้เห็นด้วยกับคำนั้น นี่เป็นสัญญาณช่วยตีความได้เช่นกันเมื่อผู้พูดบอกชัดว่าคำที่มีนัยลบอยู่ “ในเครื่องหมายคำพูด”

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: ในบทสนทนาปัจจุบัน heathens เป็นคำเรียกที่เป็นกลางและสุภาพสำหรับคนที่ไม่ได้นับถือศาสนาเดียวกับคุณ

  1. ไม่ถูกต้อง
  2. ถูกต้อง
ดูคำตอบ

ไม่ถูกต้อง

So, it's a topsy-turvy writing the wrong of the past สำนวน

3:21

ดังนั้น มันจึงเป็นการกลับตาลปัตรเพื่อแก้ไขความผิดพลาดในอดีต

สำนวน

topsy-turvy: ความยุ่งเหยิงหรือการพลิกกลับที่ไม่คาดคิด

topsy-turvy เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้บรรยายสิ่งที่กลับหัวกลับหาง ยุ่งเหยิงอย่างมาก หรือเป็นไปในทางตรงข้ามกับสิ่งที่ปกติคาดไว้ ในที่นี้คำนี้เน้นการพลิกกลับมากกว่าความยุ่งเหยิงธรรมดา เครื่องมือที่ครั้งหนึ่งเคยเกี่ยวข้องกับการกดทับภาษา กลับถูกนำมาใช้เพื่อช่วยฟื้นฟูภาษานั้น คำนี้สรุปความเปลี่ยนแปลงที่น่าประหลาดใจด้วยภาพที่ชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ที่มีเครื่องหมายยัติภังค์จากบทเรียนนี้ ซึ่งหมายถึง “สับสนหรือยุ่งเหยิงโดยสิ้นเชิง”: After the sudden timetable change, everything was ____.

ดูคำตอบ

topsy-turvy

by using a tool written for one goal ไวยากรณ์

3:26

โดยการใช้เครื่องมือที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อเป้าหมายหนึ่ง

in order to achieve the diametrically opposite goal. วลี

3:29

เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

ไวยากรณ์

by using ... in order to achieve ...: เชื่อมวิธีการกับจุดประสงค์

by + คำกริยารูป -ing ใช้บอกวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ by using a tool ตอบคำถามว่า “เป้าหมายนั้นสำเร็จได้อย่างไร” in order to + คำกริยารูปพื้นฐานใช้บอกจุดประสงค์ ในประโยคนี้ written for one goal อธิบายจุดประสงค์เดิมของเครื่องมือ ส่วน in order to achieve the diametrically opposite goal บอกจุดประสงค์ของการนำเครื่องมือนั้นมาใช้ในตอนนี้ โครงสร้างทั้งหมดจึงแสดงความเชื่อมโยงระหว่างวิธีการกับจุดประสงค์อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธีการ และ in order to + คำกริยารูปพื้นฐานเพื่อบอกจุดประสงค์: We saved time ____ a shared calendar ____ coordinate the team.

ดูคำตอบ

by using · in order to

วลี

diametrically opposite goal: เป้าหมายที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง

Diametrically opposite หมายถึงตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงในด้านทิศทาง จุดประสงค์ หรือผลลัพธ์ ใน diametrically opposite goal คำกริยาวิเศษณ์ diametrically เพิ่มน้ำหนักให้ opposite ดังนั้นเป้าหมายนี้จึงไม่ใช่แค่แตกต่าง แต่ชี้ไปยังผลลัพธ์ที่ตรงกันข้าม วลีนี้เปรียบเทียบเป้าหมายดังกล่าวกับอีกเป้าหมายหนึ่งที่เข้าใจได้จากบริบท จึงเป็นการบอกความสัมพันธ์ระหว่างสองเป้าหมาย ไม่ใช่คุณสมบัติที่ตัดสินได้โดยไม่ต้องเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะอธิบายว่ามี diametrically opposite goals?

  1. ทั้งสองทีมต้องการเพิ่มการเข้าถึง แต่ต้องการเวลาเปิดที่ต่างกัน
  2. สองทีมมีเป้าหมายเดียวกันและใช้ซอฟต์แวร์ต่างกัน
  3. ทีมหนึ่งต้องการเปิดห้องสมุดให้ทุกคนเข้าใช้ แต่อีกทีมต้องการปิดกั้นไม่ให้สาธารณชนเข้าใช้เลย
ดูคำตอบ

ทีมหนึ่งต้องการเปิดห้องสมุดให้ทุกคนเข้าใช้ แต่อีกทีมต้องการปิดกั้นไม่ให้สาธารณชนเข้าใช้เลย

Professor Zuckerman found an English to Barngala dictionary written in 1844 by a German missionary, โน้ต

3:33

ศาสตราจารย์ Zuckerman พบพจนานุกรมภาษาอังกฤษเป็นภาษา Barngala ที่เขียนขึ้นในปี 1844 โดยมิชชันนารีชาวเยอรมัน

วัฒนธรรม

English to Barngala dictionary: การอ่านทิศทางของภาษา

English to Barngala dictionary เริ่มจากคำภาษาอังกฤษและให้คำที่มีความหมายตรงกันในภาษา Barngala ในรูปแบบ an A-to-B dictionary นั้น A คือภาษาต้นทางหรือภาษาที่ใช้ค้นหา ส่วน B คือภาษาเป้าหมาย พจนานุกรมนี้บันทึกความเชื่อมโยงระหว่างคำภาษาอังกฤษกับคำภาษา Barngala บันทึกเหล่านี้จึงสามารถใช้เป็นข้อมูลสำหรับศึกษา สอน หรือฟื้นฟูภาษา Barngala ในภายหลังได้

แบบฝึกหัด

โดยทั่วไป French-to-English dictionary ช่วยให้ผู้ใช้ทำอะไรได้?

  1. ค้นหาคำ French แล้วดูคำที่มีความหมายตรงกันใน English
  2. ค้นหาคำ English แล้วดูคำที่มีความหมายตรงกันใน French
  3. ค้นหาคำ French โดยไม่มีข้อมูล English เลย
ดูคำตอบ

ค้นหาคำ French แล้วดูคำที่มีความหมายตรงกันใน English

ไวยากรณ์

written in 1844 by a German missionary: วลี past participle หลังคำนาม

written in 1844 by a German missionary เป็นวลี past participle ที่วางไว้หลัง dictionary เพื่อขยายคำนามนั้น คำนาม dictionary เป็นสิ่งที่รับการกระทำ กล่าวคือ พจนานุกรมเล่มนี้ถูกเขียนขึ้น in 1844 บอกเวลา ส่วน by a German missionary ระบุผู้ที่ทำการกระทำ relative clause แบบเต็มคือ which was written in 1844 by a German missionary เมื่อตัด which was ออก คำอธิบายจะกระชับขึ้น รูปแบบนี้พบได้บ่อยในข่าวและงานเขียนที่ให้ข้อมูล

แบบฝึกหัด

ใช้รูป past participle ของ build เติมส่วนขยายหลังคำนามให้สมบูรณ์: The museum displays a boat ____ in 1890 by local workers.

ดูคำตอบ

built

a person sent to a foreign country to teach their religion to the people living there. ไวยากรณ์

3:41

ซึ่งก็คือบุคคลที่ถูกส่งไปยังต่างประเทศเพื่อสอนศาสนาของตนให้กับคนที่อาศัยอยู่ที่นั่น

ไวยากรณ์

a person sent to ...: คำจำกัดความแบบวางเคียงด้วยอนุประโยคถูกกระทำรูปย่อ

นามวลี a person sent to ... ที่วางต่อจาก missionary ทำหน้าที่เป็นคำอธิบายแบบวางเคียง โดยกล่าวถึงคำเดิมอีกครั้งด้วยถ้อยคำที่ง่ายขึ้น วลีนี้เริ่มจากหมวดกว้าง ๆ คือ a person แล้วจึงเพิ่มรายละเอียดที่ระบุบทบาทนั้น โครงสร้าง “คำศัพท์ + หมวด + รายละเอียดที่ใช้กำหนดความหมาย” เหมาะสำหรับอธิบายบทบาทที่ไม่คุ้นเคย sent to a foreign country เป็นรูปย่อของอนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำ และหมายถึง who is sent to a foreign country ส่วน to teach their religion บอกจุดประสงค์ของการถูกส่งไป และ their ใช้อ้างถึงบุคคลที่กำลังนิยามโดยไม่ระบุเพศ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ a person + วลีกริยาช่องสามเป็นคำอธิบายแบบวางเคียง

  1. A lifeguard, a person trained to keep swimmers safe, watched the pool.
  2. A lifeguard trained a person to keep swimmers safe at the pool.
  3. A lifeguard, a person trains to keep swimmers safe, watched the pool.
ดูคำตอบ

A lifeguard, a person trained to keep swimmers safe, watched the pool.

Christian missionaries used the dictionary to teach English วลี

3:46

มิชชันนารีคริสเตียนใช้พจนานุกรมเพื่อสอนภาษาอังกฤษ

to what they called Aboriginal heathens. น้ำเสียง/เจตนา

3:49

ให้กับสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าคนนอกรีตชาวอะบอริจิน

วลี

used the dictionary to teach English: โครงสร้าง use X to do Y

used the dictionary to teach English ใช้โครงสร้าง use + เครื่องมือหรือแหล่งข้อมูล + to + กริยารูปพื้นฐาน โดย the dictionary คือแหล่งข้อมูลที่ใช้ และ to teach English บอกจุดประสงค์ของการใช้ กรรมต้องตามหลัง use โดยตรง ส่วน infinitive ที่บอกจุดประสงค์จะตามหลังกรรม จึงใช้ used the dictionary to teach ไม่ใช่ used to the dictionary teach หรือ used the dictionary to teaching โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับเครื่องมือ ข้อมูล วิธีการ และสื่อได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ use X to do Y: Maya ____ a flashlight ____ look under the bed.

ดูคำตอบ

used · to

น้ำเสียง/เจตนา

what they called ...: รายงานป้ายเรียกพร้อมเว้นระยะ

ในที่นี้ what they called Aboriginal heathens หมายถึง “คนที่พวกเขาเรียกว่า Aboriginal heathens” และ what ไม่ได้ใช้สร้างคำถาม ในทางไวยากรณ์ นี่คืออนุประโยคสัมพัทธ์ที่รวมความหมายของคำนามไว้ใน what และแสดงว่ากลุ่มที่กล่าวถึงก่อนหน้าด้วย they เป็นผู้ใช้ป้ายเรียกนี้ การบอกแหล่งที่มาช่วยให้ผู้พูดรายงานป้ายเรียกโดยไม่จำเป็นต้องยอมรับคำนั้นเอง ในบริบทอื่นรูปแบบนี้อาจเป็นเพียงการระบุแหล่งที่มาอย่างเป็นกลาง แต่ที่นี่ช่วยสร้างระยะห่างจาก heathens ซึ่งเป็นคำเก่าและมีความหมายดูหมิ่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุอย่างชัดเจนว่า officials เป็นที่มาของป้ายเรียก temporary shelters?

  1. Officials called after the supplies reached the temporary shelters.
  2. According to officials, the supplies were sent to temporary shelters.
  3. The supplies were sent to what officials called temporary shelters.
ดูคำตอบ

The supplies were sent to what officials called temporary shelters.

Heathen is an old-fashioned word for someone who belongs to no religion การใช้คำ

3:53

Heathen (คนนอกรีต) เป็นคำโบราณที่ใช้เรียกคนที่ไม่ได้นับถือศาสนาใดๆ

การใช้คำ

Heathen is an old-fashioned word for ...: ความหมายและความเสี่ยงในการใช้

โครงสร้าง X is an old-fashioned word for Y ให้ทั้งคำจำกัดความและคำเตือนเรื่องระดับภาษาในเวลาเดียวกัน ที่นี่ heathen ถูกอธิบายว่าเป็นคำที่เคยใช้เรียกคนไม่มีศาสนา ส่วน old-fashioned บอกว่าปัจจุบันคำนี้ไม่ใช่ป้ายเรียกทั่วไปที่เป็นกลาง ในอดีต คริสเตียนมักใช้ heathen เรียกคนที่อยู่นอกศาสนาคริสต์ และคำนี้อาจสื่อว่าคนเหล่านั้นต่ำต้อยหรือไม่มีอารยธรรม ควรเข้าใจว่าเป็นภาษาทางประวัติศาสตร์ ภาษาที่ยกมาอ้าง หรือคำที่จงใจดูหมิ่น ไม่ใช่คำบรรยายสมัยใหม่ที่แนะนำให้ใช้

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: เพราะ heathen ใช้หมายถึงคนไม่มีศาสนาได้ จึงเป็นป้ายเรียกที่เป็นกลางสำหรับแบบฟอร์มทางการสมัยใหม่

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

or to a religion that is not Christianity,

3:58

หรือศาสนาที่ไม่ใช่ศาสนาคริสต์

Judaism, or Islam.

4:01

ศาสนายูดาห์ หรือศาสนาอิสลาม

Professor Zuckerman puts the words heathen in quotation marks. วลี

4:03

ศาสตราจารย์ Zuckerman ใส่คำว่า heathen ไว้ในเครื่องหมายคำพูด

วลี

put ... in quotation marks: ใส่ข้อความไว้ในเครื่องหมายอัญประกาศ

โครงสร้าง put + คำ วลี หรือประโยค + in quotation marks หมายถึงการใส่เครื่องหมายอัญประกาศหนึ่งคู่คร่อมข้อความนั้น ในตัวอย่าง ข้อความที่ถูกใส่เครื่องหมายอัญประกาศคือ heathen โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ได้ทั้งเพื่ออธิบายรูปแบบการเขียนของข้อความ และเพื่อสั่งให้แก้ไขงานเขียน

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งแก้ไขงานเขียนโดยใช้ put + ข้อความ + in quotation marks: In your report, ____ to show a direct quotation.

ดูคำตอบ

put Mia's exact words in quotation marks

The phrase in quotation marks is used to show the actual words ไวยากรณ์

4:08

วลี in quotation marks (ในเครื่องหมายคำพูด) ใช้เพื่อแสดงคำเป๊ะๆ

someone else has written or said.

4:12

ที่คนอื่นได้เขียนหรือพูดเอาไว้

ไวยากรณ์

is used to show ...: บอกจุดประสงค์การใช้งาน

โครงสร้าง be used to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้อธิบายจุดประสงค์หรือหน้าที่ ใน is used to show คำว่า is used เป็นรูปถูกกระทำ และ to show บอกว่าวลีนี้มีไว้ทำอะไร นั่นคือแสดงถ้อยคำจริงที่คนอื่นเขียนหรือพูด ให้วางสิ่งที่มีหน้าที่นั้นไว้หน้า be used to แล้วตามด้วยคำกริยาแสดงการกระทำในรูปพื้นฐาน: X is used to do Y โครงสร้างนี้พบได้บ่อยเมื่ออธิบายหน้าที่ของเครื่องมือ สัญลักษณ์ และวิธีการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างบอกหน้าที่ในปัจจุบัน be used to + คำกริยารูปพื้นฐาน และคำกริยา mark: This symbol ____ important information.

ดูคำตอบ

is used to mark

But here, the phrase is used ironically. การใช้คำ

4:15

แต่ในที่นี้ วลีนี้ถูกใช้ในเชิงประชดประชัน

การใช้คำ

is used ironically: ความต่างระหว่างถ้อยคำตามตัวอักษรกับท่าทีจริง

ในที่นี้ is used ironically หมายถึง วลีดังกล่าวไม่ได้ใช้เป็นคำบรรยายที่ตรงไปตรงมาตามตัวอักษร ถ้อยคำที่เห็นกับท่าทีจริงของผู้พูดไม่ตรงกันทั้งหมด การใช้เชิงประชดอาจสื่อถึงคำชมที่ไม่ได้จริงใจ ความสงสัย การวิจารณ์ หรือการเว้นระยะห่าง และไม่ได้หมายความว่าจะต้องสื่อสิ่งที่ตรงข้ามกับความหมายตามตัวอักษรเสมอไป รูปถูกกระทำ be used ironically ใช้อธิบายได้ว่าคำหรือวลีทำหน้าที่อย่างไรในบริบท

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงชัดเจนที่สุดว่ามีการใช้คำในเชิงประชด?

  1. When Lena visits a royal palace, the word "palace" is used literally.
  2. When Lena spells "palace," the word is used as a spelling example.
  3. When Lena calls the tiny storage room a "palace," the word "palace" is used ironically.
ดูคำตอบ

When Lena calls the tiny storage room a "palace," the word "palace" is used ironically.

Professor Zuckerman is questioning the real meaning of the word heathens. น้ำเสียง/เจตนา

4:18

ศาสตราจารย์ Zuckerman กำลังตั้งคำถามถึงความหมายที่แท้จริงของคำว่า heathens (คนนอกรีต)

น้ำเสียง/เจตนา

questioning the real meaning: โต้แย้งป้ายเรียก ไม่ใช่เพียงถาม

ในที่นี้ questioning เป็นคำกริยาที่หมายถึงการตรวจสอบหรือโต้แย้งว่าสิ่งหนึ่งถูกต้องหรือสมเหตุสมผลหรือไม่ ไม่ได้หมายถึงเพียงการถามผู้อื่นเพื่อขอข้อมูล กรรมของคำกริยาคือ the real meaning of the word heathens ศาสตราจารย์กำลังพิจารณาใหม่ว่าป้ายเรียกนี้สื่ออะไร และใช้บรรยายผู้คนได้อย่างถูกต้องหรือเป็นธรรมหรือไม่ รูปแบบ question + นามวลี สามารถนำไปใช้เพื่อแสดงความสงสัยต่อข้ออ้าง ป้ายเรียก สมมติฐาน หรือความหมายได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่านักวิจัยสงสัยว่าป้ายเรียกหนึ่งถูกต้องหรือเป็นธรรมหรือไม่?

  1. The researcher copied the label into her notes without comment.
  2. The researcher asked what the label meant because she had never seen it before.
  3. The researcher questioned whether the label was fair.
ดูคำตอบ

The researcher questioned whether the label was fair.

He is signalling that he doesn't think Aboriginals are heathens at all. วลี

4:23

เขากำลังส่งสัญญาณว่าเขาไม่คิดว่าชาวอะบอริจินเป็นคนนอกรีตเลยแม้แต่น้อย

วลี

doesn't think ... at all เพื่อเน้นการปฏิเสธ

ใน doesn't think ... at all คำว่า doesn't ทำให้ใจความเป็นปฏิเสธ ซึ่งเป็นการปฏิเสธทางไวยากรณ์ ส่วน at all เพิ่มความหมายว่า “ไม่ว่าในทางใด” หรือ “แม้แต่น้อย” จึงทำให้การปฏิเสธหนักแน่นกว่า doesn't think ... เพียงอย่างเดียวมาก ตรงนี้เขาไม่ได้แค่แสดงความสงสัยเล็กน้อย แต่กำลังบอกว่าเขาปฏิเสธแนวคิดที่ว่าชาวอะบอริจินเป็นคนนอกศาสนาอย่างสิ้นเชิง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ not think + อนุประโยค + at all เมื่อต้องการปฏิเสธความเชื่ออย่างหนักแน่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย doesn't think และ at all เพื่อเน้นการปฏิเสธ: Maya ____ the rumour is true ____.

ดูคำตอบ

doesn't think · at all

A bit like adding a wink at the end of a sentence ลำดับความ

4:27

คล้ายๆ กับการขยิบตาที่ท้ายประโยค

so people know you're not serious.

4:30

เพื่อให้คนอื่นรู้ว่าคุณไม่ได้พูดจริงจัง

ลำดับความ

A bit like ... เพื่อเชื่อมไปสู่การเปรียบเทียบที่คุ้นเคย

A bit like ... ใช้เปิดการเปรียบเทียบ โดยย้อนเชื่อมกับแนวคิดก่อนหน้าแล้วอธิบายด้วยการกระทำที่คุ้นเคย แทนที่จะเริ่มหัวข้อใหม่ ในประโยคนี้ การเพิ่มการขยิบตาช่วยให้ผู้ฟังนึกภาพได้ว่าสัญญาณหนึ่งสามารถบอกได้อย่างไรว่าคำพูดนั้นไม่ควรถูกมองว่าจริงจัง ถ้อยคำนี้เป็นส่วนของประโยคที่ใช้ในการสนทนา โดยเข้าใจได้ว่ามี It's ละไว้: It's a bit like adding .... A bit ทำให้การเปรียบเทียบไม่ตายตัวเกินไป หมายถึงสองสิ่งนี้คล้ายกันในแง่หนึ่งที่ช่วยให้เข้าใจ แต่ไม่ได้เหมือนกันทุกอย่าง

แบบฝึกหัด

A bit like ... มีหน้าที่หลักอย่างไรในการจัดลำดับข้อมูลตรงนี้?

  1. สั่งตามความหมายตรงตัวให้ขยิบตาหลังทุกประโยค
  2. ใช้การเปรียบเทียบที่คุ้นเคยเพื่ออธิบายแนวคิดก่อนหน้า
  3. เปลี่ยนหัวข้อไปเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

ใช้การเปรียบเทียบที่คุ้นเคยเพื่ออธิบายแนวคิดก่อนหน้า

What's ironic is that Professor Zuckerman used the missionary's dictionary,

4:33

สิ่งที่น่าขันก็คือ ศาสตราจารย์ Zuckerman ใช้พจนานุกรมของมิชชันนารี

not to spread Christianity and English, ไวยากรณ์

4:37

ไม่ใช่เพื่อเผยแพร่ศาสนาคริสต์และภาษาอังกฤษ

but to save an Aboriginal language from extinction. วลี

4:40

แต่เพื่อปกป้องภาษาอะบอริจินจากการสูญพันธุ์

ไวยากรณ์

not to spread ..., but to save ...: โครงสร้าง not to A, but to B

ในประโยคนี้ not to spread ..., but to save ... แสดงจุดประสงค์สองอย่างที่ตรงข้ามกัน ส่วนแรกปฏิเสธจุดประสงค์ที่คนอาจคาดไว้ ส่วนที่สองบอกจุดประสงค์ที่แท้จริง ดังนั้นใจความสำคัญจึงอยู่หลัง but ใช้รูป not to + คำกริยา, but to + คำกริยา เมื่อต้องการแก้ความเข้าใจผิดว่าใครบางคนทำสิ่งหนึ่งไปเพื่ออะไร ทั้งสองส่วนควรมีรูปขนานกัน เช่น not to spread และ but to save

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ปฏิเสธจุดประสงค์แรกและบอกจุดประสงค์จริง: We met ____ argue, ____ solve the problem.

ดูคำตอบ

not to · but to

วลี

save an Aboriginal language from extinction: กลุ่มคำ save ... from extinction

ใน save an Aboriginal language from extinction คำว่า save หมายถึงป้องกันไม่ให้ภาษานั้นหายไปโดยสิ้นเชิง โครงสร้างคือ save + กรรม + from + ผลร้าย โดยกรรมอยู่ต่อจาก save ทันที และ from นำหน้าภัยหรือผลลัพธ์ที่ถูกหลีกเลี่ยง extinction หมายถึงการหายไปโดยสิ้นเชิงของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง และยังขยายความหมายไปใช้กับการสูญหายของภาษาได้ด้วย กลุ่มคำ save ... from extinction ใช้บ่อยเมื่อพูดถึงสิ่งมีชีวิตและภาษาที่ใกล้สูญพันธุ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำเป้าหมาย: The conservation plan could save the endangered plant ____.

ดูคำตอบ

from extinction

So, he calls it topsy-turvy,

4:44

ดังนั้น เขาจึงเรียกมันว่า topsy-turvy (กลับตาลปัตร)

meaning upside down.

4:46

ซึ่งแปลว่ากลับหัวกลับหาง

Professor Zuckerman also says he is righting the wrongs of the past, สำนวน

4:48

ศาสตราจารย์ Zuckerman ยังบอกด้วยว่าเขากำลัง righting the wrongs of the past (แก้ไขความผิดพลาดในอดีต)

สำนวน

is righting the wrongs of the past: แก้ไขความอยุติธรรมในอดีต

ใน right the wrongs คำว่า right เป็นคำกริยาหมายถึง “แก้ไขหรือเยียวยา” ส่วน wrongs เป็นคำนามพหูพจน์ที่หมายถึงความอยุติธรรมหรือความเสียหาย ในที่นี้ is righting แสดงถึงการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ โดยศาสตราจารย์ซักเคอร์แมนบอกว่าเขากำลังลงมือเยียวยาความอยุติธรรมในอดีต สำนวนนี้มักใช้เมื่อการกระทำในปัจจุบันมีเป้าหมายเพื่อจัดการกับความเสียหายที่เกิดจากการตัดสินใจหรือสถาบันในอดีต ไม่ได้หมายถึงแค่ยอมรับว่าอดีตไม่ยุติธรรม แต่เน้นการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบาย he is righting the wrongs of the past ได้ดีที่สุด

  1. He is taking action to repair past injustices.
  2. He is saying that past injustices were acceptable.
  3. He is recording past injustices in writing.
ดูคำตอบ

He is taking action to repair past injustices.

a phrase which means doing something

4:54

ซึ่งเป็นวลีที่หมายถึงการทำบางสิ่งบางอย่าง

to correct a historical injustice from the past. วลี

4:56

เพื่อแก้ไขความอยุติธรรมทางประวัติศาสตร์จากอดีต

วลี

to correct a historical injustice: สำนวนทางการสำหรับการเยียวยาความเสียหาย

To correct a historical injustice หมายถึงการลงมือแก้ไขการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมหรือความเสียหายที่มีรากมาจากประวัติศาสตร์ ในที่นี้ correct หมายถึง “แก้ไขหรือเยียวยา” ไม่ใช่ “ทำเครื่องหมายว่าคำตอบถูกต้อง” ส่วน historical injustice หมายถึงความอยุติธรรมร้ายแรงในอดีต ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับสิทธิ สถาบัน หรือกลุ่มคน รูปกริยาไม่แท้ to correct บอกจุดประสงค์ของ doing something เนื่องจาก historical ระบุอยู่แล้วว่าความอยุติธรรมเกี่ยวข้องกับอดีต from the past จึงเป็นการเน้นเพิ่มและมักไม่จำเป็นในการเขียนที่กระชับกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำที่มักใช้ร่วมกันแบบเป็นทางการเพื่อบอกว่านโยบายมีเป้าหมายแก้ไขความอยุติธรรมทางประวัติศาสตร์

  1. The policy aims to correct a historical event.
  2. The policy aims to correct a historical injustice.
  3. The policy aims to edit a historical injustice.
ดูคำตอบ

The policy aims to correct a historical injustice.

In this case, ลำดับความ

4:59

ในกรณีนี้

the destruction of Aboriginal language and culture.

5:00

คือการทำลายล้างภาษาและวัฒนธรรมของชาวอะบอริจิน

ลำดับความ

In this case: นำประเด็นทั่วไปมาใช้กับตัวอย่างปัจจุบัน

“In this case” จำกัดคำอธิบายทั่วไปให้เจาะจงไปยังตัวอย่างที่กำลังพูดถึงอยู่ ในประโยคนี้ กลุ่มคำนามที่ตามมาระบุว่าแนวคิดที่กว้างกว่านั้นมีลักษณะอย่างไรในตัวอย่างนี้ เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ทำหน้าที่เป็นป้ายบอกทางของข้อมูล หมายถึง “สำหรับสถานการณ์หรือตัวอย่างเฉพาะนี้” โดยบอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังนำประเด็นก่อนหน้ามาใช้กับตัวอย่างปัจจุบัน ไม่ได้เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังนำคำอธิบายทั่วไปมาใช้กับตัวอย่างเฉพาะที่กำลังพูดถึง คำขึ้นต้นใดเหมาะที่สุด?

  1. In any case, the smaller box is safer because the shelf is narrow.
  2. In that case, the smaller box is safer because the shelf is narrow.
  3. In this case, the smaller box is safer because the shelf is narrow.
ดูคำตอบ

In this case, the smaller box is safer because the shelf is narrow.

Speaking your own language is about more than communication. ลำดับความ

5:04

การพูดภาษาของตัวเองเป็นมากกว่าแค่การสื่อสาร

ลำดับความ

X is about more than Y: แสดงจุดประสงค์ที่ลึกกว่า

โครงสร้าง “X is about more than Y” บอกว่า Y เป็นส่วนหนึ่งของ X จริง แต่ไม่ใช่ความหมายหรือจุดประสงค์ทั้งหมด ในประโยคนี้ การสื่อสารเป็นหน้าที่หนึ่งของการพูดภาษาของตนเอง ขณะเดียวกันผู้พูดก็ชี้ว่าอัตลักษณ์ วัฒนธรรม หรือความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอาจสำคัญเช่นกัน โครงสร้างนี้จัดลำดับคำอธิบายโดยกล่าวถึงประเด็นที่เห็นได้ชัดก่อน แล้วเปิดทางให้พูดถึงประเด็นที่ลึกกว่า ประโยคถัดไปมักอธิบายว่ายังมีอะไรสำคัญอีก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง “X is about more than Y” โดยเขียนคำที่อยู่หลัง “is”: Friendship is ____ having fun; it also means supporting each other.

ดูคำตอบ

about more than

It means knowing your roots สำนวน

5:07

มันหมายถึงการรู้จักรากเหง้าของตัวเอง

สำนวน

knowing your roots: การเข้าใจรากเหง้าทางครอบครัวและวัฒนธรรมของตน

ในที่นี้ roots เป็นคำเปรียบเทียบถึงครอบครัว บรรพบุรุษ วัฒนธรรม ชุมชน หรือประวัติความเป็นมาของบุคคล Knowing your roots หมายถึงการเข้าใจที่มาเหล่านั้นและรู้ว่าสิ่งเหล่านี้มีส่วนหล่อหลอมอัตลักษณ์ของตนอย่างไร สิ่งนี้อาจรวมถึงการเรียนรู้เรื่องราวของครอบครัว ประเพณี ภาษาที่สืบทอดมา หรือประวัติของชุมชน ความหมายจึงมากกว่าเพียงการรู้ว่าตนเกิดที่ไหน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ roots ในความหมายว่าที่มาทางครอบครัวหรือวัฒนธรรม

  1. She learned her grandparents' language to understand her roots.
  2. We found the roots of the equation in maths.
  3. The tree's roots spread under the path.
ดูคำตอบ

She learned her grandparents' language to understand her roots.

and feeling good about yourself. วลี

5:09

และรู้สึกภูมิใจในตัวเอง

วลี

and feeling good about yourself: การประเมินตนเองในแง่บวก

Feeling good about yourself หมายถึงการมองตัวตนของตนเองในแง่บวก โดยอาจสื่อถึงการยอมรับตนเอง ความมั่นใจ หรือความภูมิใจในอัตลักษณ์และการกระทำของตน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท คำว่า about yourself ทำให้ความรู้สึกเชิงบวกนี้เป็นการประเมินตนเอง ไม่ใช่เพียงอารมณ์ดีหรือรู้สึกสบายทางกาย and ที่ขึ้นต้นเชื่อมวลี -ing นี้เข้ากับ knowing your roots ทั้งสองวลีช่วยเติมเนื้อหาหลัง It means ให้สมบูรณ์: it means knowing ... and feeling ....

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าการเข้าใจภูมิหลังของเธอทำให้เธอมองตนเองในแง่บวกมากขึ้น

  1. Learning her family history helped her feel good about herself.
  2. After a short rest, she began to feel good.
  3. She felt good about the new travel plan.
ดูคำตอบ

Learning her family history helped her feel good about herself.

I think it's time you reveal the answer to your question, Neil. ไวยากรณ์

5:11

ฉันคิดว่าถึงเวลาที่คุณจะเปิดเผยคำตอบของคำถามคุณแล้วล่ะ Neil

ไวยากรณ์

It's time you reveal the answer: กระตุ้นให้อีกฝ่ายลงมือทำตอนนี้

ในประโยคนี้ it's time you reveal the answer หมายความว่าผู้ฟังควรเฉลยคำตอบตอนนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการบอกเวลา แต่เป็นการกระตุ้นให้ Neil ทำสิ่งถัดไป ส่วน I think ช่วยให้การกระตุ้นฟังนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย โครงสร้าง It's time + ประธาน + อนุประโยค ใช้บอกว่าถึงเวลาที่ควรทำบางอย่างแล้ว และมักแฝงความหมายว่าน่าจะเริ่มทำไปแล้ว ในภาษาอังกฤษแบบบริติชมาตรฐานตามธรรมเนียม อนุประโยคมักใช้รูปอดีต: It's time you revealed the answer รูปอดีตนี้กล่าวถึงสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ได้หมายความว่าเคยเฉลยคำตอบไปแล้วในอดีต

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยา decide เติมโครงสร้างมาตรฐาน It's time + ประธาน ให้สมบูรณ์: We have talked long enough. It's time you ____ what to do.

ดูคำตอบ

decided

Okay.

5:15

ตกลง

Well, Phil,

5:15

เอาล่ะ Phil

you guessed that Jinang was another living Aboriginal language, ไวยากรณ์

5:16

คุณเดาว่า Jinang คือภาษาอะบอริจินอีกภาษาหนึ่งที่ยังมีชีวิตอยู่

which was the correct answer.

5:20

ซึ่งเป็นคำตอบที่ถูกต้อง

ไวยากรณ์

..., which was the correct answer: แสดงความคิดเห็นต่อข้อความทั้งหมดก่อนหน้า

อนุประโยคหลังเครื่องหมายจุลภาค which was the correct answer เพิ่มการประเมินของผู้พูดต่อสิ่งที่เดาไว้ก่อนหน้า ในที่นี้ which อ้างถึงเนื้อหา Jinang was another living Aboriginal language ซึ่งเป็นคำตอบที่เดาไว้ ไม่ได้อ้างถึงเพียงคำนาม language ที่อยู่ใกล้ที่สุด โครงสร้าง จุลภาค + which สามารถอ้างถึงอนุประโยคหรือความคิดทั้งหมดก่อนหน้า แล้วเพิ่มผลลัพธ์ ปฏิกิริยา หรือความคิดเห็นได้ เนื่องจากเป็นข้อมูลเสริม จึงตามหลังข้อความที่สมบูรณ์และคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ จุลภาค + which เพื่อแสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ทั้งหมดก่อนหน้า

  1. Ravi missed the bus that stops near his home.
  2. Ravi missed the last bus, which meant he had to walk home.
  3. Ravi missed the last bus, that meant he had to walk home.
ดูคำตอบ

Ravi missed the last bus, which meant he had to walk home.

Right. Let's

5:23

ใช่แล้ว เรามา

recap the vocabulary we've learned starting with missionary, ลำดับความ

5:24

ทบทวนคำศัพท์ที่เราได้เรียนรู้กัน เริ่มที่ missionary (มิชชันนารี)

ลำดับความ

recap ... starting with ...: เริ่มการทบทวนอย่างเป็นลำดับ

ในประโยคเปลี่ยนช่วงนี้ recap หมายถึง “ทบทวนข้อมูลสำคัญที่เรียนไปแล้วอย่างสั้น ๆ” วลีนี้เปลี่ยนเนื้อหาจากเรื่องใหม่เข้าสู่ช่วงทบทวน หากเป็นการทบทวนร่วมกันเป็นกลุ่ม รูปที่เป็นมิตรและใช้ทั่วไปกว่าคือ Let's recap ... starting with missionary ระบุว่า missionary เป็นรายการแรกที่จะทบทวน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ recap + เนื้อหา, starting with + รายการแรก ซึ่งทั้งบอกว่าจะเริ่มทบทวนและแสดงลำดับการจัดข้อมูล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปลี่ยนช่วงในบทเรียนด้วยวลีจัดลำดับ recap และ starting with: Let's ____ today's key ideas, ____ the water cycle.

ดูคำตอบ

recap · starting with

someone sent to spread their religion to a foreign country.

5:27

ผู้ที่ถูกส่งไปเผยแพร่ศาสนาของตนยังต่างประเทศ

Heathen is an old-fashioned name for someone who believes in no religion.

5:31

Heathen เป็นชื่อเรียกโบราณสำหรับผู้ที่ไม่เชื่อในศาสนาใดเลย

The phrase in quotation marks is used to show the actual

5:37

วลี in quotation marks ใช้เพื่อแสดงถึงคำดั้งเดิม

word spoken or written by someone else.

5:41

ที่พูดหรือเขียนโดยบุคคลอื่น

It can also be used ironically

5:44

นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในเชิงประชดประชัน

to show scepticism,

5:46

เพื่อแสดงความสงสัย

disagreement, or belief that a word is misused.

5:47

ความไม่เห็นด้วย หรือความเชื่อที่ว่าคำๆ นั้นถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด

Topsy-turvy means upside down or disorganised.

5:52

Topsy-turvy หมายถึงกลับหัวกลับหางหรือไม่เป็นระเบียบ

If you right the wrongs of the past,

5:56

ถ้าคุณ right the wrongs of the past (แก้ไขความผิดพลาดในอดีต)

you try to correct a historical injustice.

5:58

คุณพยายามที่จะแก้ไขความอยุติธรรมทางประวัติศาสตร์

Once again, our six minutes are up. วลี

6:02

เวลาหกนาทีของเราหมดลงอีกครั้งแล้ว

วลี

our six minutes are up: เวลาที่จัดสรรไว้สิ้นสุดแล้ว

our six minutes are up หมายความว่าเวลาหกนาทีที่จัดสรรให้รายการสิ้นสุดแล้ว จึงถึงเวลาปิดรายการ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ระยะเวลา + be + up ถ้าใช้คำนามเอกพจน์ time ให้พูดว่า Time is up แต่ six minutes ในประโยคนี้เป็นพหูพจน์ จึงใช้ are ในที่นี้ up ไม่ได้บอกทิศทางขึ้นข้างบน แต่หมายถึง “สิ้นสุด” หรือ “หมดเวลา” Once again เสริมว่าการจบแบบเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตามที่เกิดเป็นปกติในรายการที่ออกเป็นประจำ

แบบฝึกหัด

ครูยุติแบบทดสอบที่จำกัดเวลา ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าเวลาที่กำหนดสิ้นสุดแล้ว?

  1. Your time goes up.
  2. Your time is high.
  3. Your time is up.
ดูคำตอบ

Your time is up.

Goodbye for now. วลี

6:04

ลาไปก่อนสำหรับตอนนี้

วลี

Goodbye for now: คำอำลาชั่วคราว

Goodbye for now หมายถึง “ขอลาในตอนนี้ แต่ไม่จำเป็นว่าจะเป็นการลาจากกันตลอดไป” คำว่า for now จำกัดการอำลาไว้ที่ช่วงเวลาปัจจุบัน และมักสื่อว่าทั้งสองฝ่ายคาดว่าจะได้พบ พูดคุย หรือติดต่อกันอีกในภายหลัง วลีทั้งหมดใช้เป็นคำลงท้ายที่เป็นมิตรเมื่อจบบทสนทนา การโทร ชั้นเรียน หรือรายการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำอำลาภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนนี้ให้ตรงตามรูป: ____. I'll see you next week.

ดูคำตอบ

Goodbye for now

Bye.

6:05

ลาก่อน

Six Minute English from bbclearningenglish.com.

6:07

Six Minute English จาก bbclearningenglish.com