ลุคใหม่เอี่ยมของ Wendy และ Judo! ✂️ 👀 | คลิปใหม่ซีซั่น 3 - เล่นดิน | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: เวนดีตัดสินใจว่าการเล่นอย่างเต็มที่สำคัญกว่าการรักษาขนยาวให้สะอาดหมดจด จึงตัดขนให้สั้น เปลี่ยนลุคให้จูโดในแบบคล้ายกัน แล้วอธิบายกับแบนดิตภายหลังว่าเธอเพียงต้องการรูปลักษณ์ใหม่ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. But what about — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้วิธียกข้อกังวลหรือเงื่อนไขที่อีกฝ่ายอาจมองข้าม โดยไม่ปฏิเสธข้อเสนออย่างห้วน ๆ ใช้ขอให้อีกฝ่ายพิจารณาปัญหาในทางปฏิบัติก่อนตัดสินใจได้อย่างเป็นธรรมชาติ 2. gone nuts. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่านี่คือคำประเมินแบบไม่เป็นทางการว่าบางคนดูเหมือนทำตัวหลุดโลกหรือตัดสินใจแบบหักดิบผิดปกติ ไม่ได้หมายถึงถั่วตามตัวอักษร จึงช่วยให้ตีความปฏิกิริยาเชิงหยอกล้อต่อพฤติกรรมที่น่าประหลาดใจได้ 3. What brought that on? — กริยาวลี: ใช้คำถามนี้เพื่อถามอย่างเป็นธรรมชาติว่าอะไรทำให้รูปลักษณ์ พฤติกรรม หรือแผนของใครบางคนเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน การเข้าใจ bring on ว่าหมายถึง “ทำให้เกิดหรือกระตุ้น” ช่วยป้องกันการแปลแยกคำแบบผิดความหมาย
คำอธิบายในบทเรียนนี้
go on: ชวนให้ใครสักคนลองทำหรือทำต่อ
ในประโยคนี้ go on เป็นคำพูดสั้น ๆ ที่ใช้ให้กำลังใจในการสนทนา มีความหมายว่า “เอาเลย” “ลองดูสิ” หรือ “ไม่ต้องลังเล” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า เมื่อใช้ go on เพียงลำพัง การกระทำที่พูดถึงจะเข้าใจได้จากบริบท สำนวนนี้ใช้ชวนให้คนยอมรับคำแนะนำ พูดต่อ หรือทำกิจกรรมต่อได้ ในที่นี้เป็นการชวนให้อีกฝ่ายออกไปเล่นและสนุก
แบบฝึกหัด
เพื่อนกำลังลังเลว่าจะเข้าร่วมเกมหรือไม่ ประโยคใดชวนให้เพื่อนลองเล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Go on—join us; you'll probably enjoy it.
- Go ahead of me—I need to tie my shoe.
- Go away—the game has already started.
ดูคำตอบ
Go on—join us; you'll probably enjoy it.
It's important to play: ประเมินความสำคัญของการกระทำ
โครงสร้าง It's important to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าการทำสิ่งหนึ่งมีความสำคัญหรือจำเป็น ในประโยคนี้ to play and have fun บอกว่าสิ่งใดสำคัญ ในที่นี้ it ทำหน้าที่เป็นประธานเชิงรูปแบบ ส่วนเนื้อหาที่ถูกประเมินจริง ๆ อยู่หลัง important ในวลี to-infinitive ใช้โครงสร้างนี้เพื่อกล่าวถึงคำแนะนำ กฎ นิสัย หรือค่านิยมได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างเป้าหมาย It's important to + กริยารูปพื้นฐาน: It's ____ save your work regularly.
ดูคำตอบ
important to
But what about ...? ใช้ยกข้อกังวลที่ถูกมองข้ามขึ้นมา
But what about ...? ใช้ยกข้อกังวล เงื่อนไข หรือข้อโต้แย้งที่แนวคิดก่อนหน้าอาจมองข้ามขึ้นมา ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่ได้เพียงถามข้อมูลเกี่ยวกับขน แต่กำลังถามว่าขนจะได้รับผลกระทบอย่างไรหรือจะจัดการปัญหานี้อย่างไร But ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังแย้ง ส่วน what about ดึงความสนใจไปยังประเด็นที่ตกหล่น โดยมักตามด้วยวลีนามหรือรูป -ing เช่น But what about the cost? และ But what about waiting until tomorrow?
แบบฝึกหัด
ทุกคนชอบแนวคิดการสั่งของออนไลน์ แต่ยังไม่มีใครคิดถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ประโยคใดยกข้อกังวลนี้ขึ้นมาได้เป็นธรรมชาติที่สุด?
- But what about the delivery fee?
- What does delivery mean?
- The delivery fee is ten pounds.
ดูคำตอบ
But what about the delivery fee?
It takes so long to clean ใช้บอกเวลาที่ต้องใช้
It takes + สำนวนบอกเวลา + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าการกระทำหนึ่งต้องใช้เวลาเท่าใด So long หมายถึง “นานมาก” และมักแสดงว่าผู้พูดรู้สึกว่าความล่าช้านั้นไม่สะดวกหรือน่าหงุดหงิด ในประโยคนี้ it หมายถึงงานทำความสะอาดที่กำลังพูดถึง และ takes หมายถึง “ต้องใช้” หรือ “กิน” เวลา ไม่ได้หมายถึง “เอาไป” สามารถเติมผู้ทำไว้หลัง takes ได้ เช่น It takes me an hour to clean it.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าการเดินทางของฉันไปที่นั่นใช้เวลาสามสิบนาที?
- It takes me thirty minutes to get there.
- It spends me thirty minutes to get there.
- It takes me thirty minutes get there.
ดูคำตอบ
It takes me thirty minutes to get there.
didn't I?:คำถามท้ายประโยคเพื่อขอการยืนยัน
didn't I? เป็นคำถามท้ายประโยคที่ต่อจากประโยคบอกเล่าเชิงบวก I said that เนื่องจาก said เป็น simple past คำถามท้ายประโยคจึงใช้ did และเนื่องจากประโยคหลักเป็นเชิงบวก รูปที่ใช้ตามปกติจึงเป็นเชิงลบว่า didn't I? ในที่นี้ผู้พูดคาดหวังการยืนยันและเพิ่งตระหนักถึงสิ่งที่ตนพูดไปแล้ว ความหมายโดยประมาณคือ “ฉันพูดแบบนั้นจริง ๆ ใช่ไหม” ไม่ใช่คำถามปลายเปิดว่าตนพูดอะไรไป
แบบฝึกหัด
เติมคำถามท้ายประโยคแบบทั่วไปเพื่อยืนยันการกระทำของตนในอดีต: I locked the door, ____?
ดูคำตอบ
didn't I
fiddlesticks:คำอุทานเบา ๆ ที่ฟังดูโบราณ
Fiddlesticks เป็นคำอุทานที่แสดงความรำคาญ ความผิดหวัง หรือการไม่เห็นด้วย ในตัวอย่างนี้ คำนี้แสดงว่าผู้พูดหงุดหงิดเพราะเหตุผลของตนเองใช้ไม่ได้ ไม่ได้หมายถึงคันชักไวโอลินหรือไม้ชนิดใด อารมณ์ที่แสดงค่อนข้างเบา ใกล้กับ Oh, bother! หรือ Oh, nonsense! มากกว่าคำสบถ คำนี้อาจทำให้ปฏิกิริยาฟังดูจงใจโบราณหรือตลก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ fiddlesticks อย่างเป็นธรรมชาติในฐานะคำอุทานแสดงความรำคาญเล็กน้อย
- Fiddlesticks! The court hereby issues its final judgment.
- The dictionary labels 'fiddlesticks' as old-fashioned.
- Fiddlesticks! I forgot my keys again.
ดูคำตอบ
Fiddlesticks! I forgot my keys again.
“I'll be right back”: บอกว่าจะกลับมาเร็วมาก
“I'll be right back” เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้เมื่อผู้พูดออกไปชั่วครู่และคาดว่าจะกลับมาเร็วมาก ในที่นี้ right เพิ่มความหมายว่า “ทันที” หรือ “เร็ว ๆ นี้” ให้กับ back ไม่ได้หมายถึงทิศทาง “ขวา” สำนวนนี้ยังช่วยให้ผู้ฟังสบายใจว่าการหยุดหรือจากไปนั้นจะไม่นาน ในการพูดแบบกันเองหรือข้อความสั้น ๆ สามารถละประธานแล้วพูดว่า “Be right back” ได้
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “กลับมาเร็วมาก” ให้สมบูรณ์: I need to get my coat. I'll ____.
ดูคำตอบ
be right back
“going short”: เลือกสไตล์ผมหรือขนแบบสั้น
ในบริบทของการดูแลรูปลักษณ์นี้ “going short” หมายถึงการเลือกความยาวสั้นโดยตัดผมหรือขนให้สั้น “Short” อธิบายความยาวใหม่ ไม่ใช่ส่วนสูงของผู้พูด โครงสร้าง “go + คำคุณศัพท์” สามารถใช้บอกการเปลี่ยนไปสู่สภาพหรือสไตล์ใหม่ได้ เมื่อใช้ “go short” มักไม่ระบุว่าสิ่งใดจะสั้นลง เพราะหัวข้อหรือสถานการณ์ทำให้เข้าใจได้อยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
ในบทสนทนาเรื่องการตัดผม “I'm going short” หมายความว่าอะไร?
- ฉันกำลังบอกว่าตัวเองตัวไม่สูง
- ฉันจะออกไปเพียงครู่เดียว
- ฉันตัดสินใจเลือกทรงผมสั้น
ดูคำตอบ
ฉันตัดสินใจเลือกทรงผมสั้น
check it out: ขอให้ใครสักคนมองดูบางสิ่ง
check it out เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ดูนี่สิ” หรือ “สังเกตนี่” ในประโยคนี้ it หมายถึงสิ่งหรือความเปลี่ยนแปลงที่ผู้พูดอยากให้คนอื่นเห็น ส่วน check ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ตรวจสอบ” ในความหมายนี้ check out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นสรรพนาม it ต้องวาง it ไว้ระหว่าง check กับ out: ใช้ check it out ไม่ใช้ check out it
แบบฝึกหัด
เติมคำเชิญให้สมบูรณ์ด้วย check ... out และสรรพนาม it: ____—I built this model myself.
ดูคำตอบ
Check it out
gone nuts: บอกว่าใครบางคนเริ่มทำตัวแปลกมาก
gone nuts เป็นสำนวนไม่เป็นทางการ หมายถึง “กลายเป็นบ้า” หรือในความหมายกว้าง ๆ คือเริ่มทำตัวอย่างไร้เหตุผลหรือผิดไปจากปกติมาก ในที่นี้เป็นมุกแบบพูดเกินจริง ไม่ได้หมายถึง nuts ที่แปลว่า “ถั่ว” ตามตัวอักษร และไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ 's ใน Wendy's ย่อมาจาก has ดังนั้นรูปเต็มคือ Wendy has gone nuts โครงสร้าง have/has gone nuts บอกว่าจนถึงตอนนี้บุคคลนั้นได้เข้าสู่สภาพดังกล่าวแล้ว
แบบฝึกหัด
ตัดสินการใช้ต่อไปนี้: คุณเพิ่งรู้จักเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง หลังจากได้ยินแนวคิดที่ไม่ธรรมดาหนึ่งอย่าง คุณพูดว่า“You've gone nuts!” โดยทั่วไปแล้วนี่เป็นความคิดเห็นที่สุภาพและมีความเสี่ยงต่ำหรือไม่
- ไม่ใช่ อาจฟังเหมือนเป็นคำดูถูก
- ใช่ โดยทั่วไปสุภาพและปลอดภัย
ดูคำตอบ
ไม่ใช่ อาจฟังเหมือนเป็นคำดูถูก
What do you think? สำหรับขอความคิดเห็น
ในที่นี้ What do you think? ใช้ชวนให้อีกฝ่ายประเมินผลงานหรือผลลัพธ์ที่เพิ่งแสดงให้ดู ไม่จำเป็นต้องบอกหัวข้อออกมาตรง ๆ เพราะสถานการณ์ทำให้รู้อยู่แล้วว่ากำลังถามถึงอะไร จึงมีความหมายว่า “คุณมีความเห็นอย่างไรกับสิ่งนี้” คำถามนี้เป็นการขอความคิดเห็นแบบปลายเปิด อีกฝ่ายจึงบอกได้ว่าส่วนใดดี ส่วนใดไม่ดี หรือควรเปลี่ยนแปลงอย่างไร โดยไม่จำกัดอยู่แค่คำตอบว่าใช่หรือไม่ใช่
แบบฝึกหัด
คุณเปิดเผยแบบที่ออกแบบใหม่และต้องการความคิดเห็นแบบเปิด ไม่ใช่เพียงคำตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ ควรถามว่าอะไร
- What do you think?
- Do you like it?
- What are you thinking about?
ดูคำตอบ
What do you think?
lush ใน Feels so lush
ในที่นี้ lush เป็นคำชมแบบไม่เป็นทางการว่าสิ่งหนึ่งให้ความรู้สึกอย่างไรเมื่อสัมผัส โดยสื่อถึงสัมผัสที่แน่นนุ่ม สบายมาก หรือให้ความรู้สึกหรูหราเล็กน้อย ใน Feels so lush มีการละประธาน It เพราะรู้ชัดอยู่แล้วว่ากำลังสัมผัสสิ่งใด ความหมายในที่นี้ไม่ใช่ความหมายทางพฤกษศาสตร์ว่า “เติบโตอย่างหนาแน่นและแข็งแรง” เพราะ feels แสดงว่ากำลังประเมินประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ lush เป็นคำชมแบบไม่เป็นทางการเกี่ยวกับสัมผัส
- The new carpet feels lush under my feet.
- The garden looks lush after the rain.
- I left the carpet beside the door.
ดูคำตอบ
The new carpet feels lush under my feet.
do me: ใช้ do แทนบริการที่รู้อยู่แล้วจากบริบท
ใน Can you do me? คำว่า do ใช้แทนบริการหรือการทำบางอย่างที่ชัดเจนอยู่แล้วจากบทสนทนา ในที่นี้หมายถึง “ทำแบบเดียวกันให้ฉัน” และ me หมายถึงผู้ที่ได้รับบริการ การใช้แบบนี้ต้องอาศัยบริบทร่วมกันอย่างมาก หากผู้ฟังไม่รู้ว่า do ใช้แทนการกระทำใด คำถามนี้จะกำกวม
แบบฝึกหัด
ช่างทำผมกำลังตัดผมแบบเดียวกันให้ทุกคน ลูกค้าคนหนึ่งพูดว่า Can you do me next? เพื่อขอรับบริการแบบเดียวกัน การใช้แบบนี้เหมาะสมหรือไม่
- ไม่เหมาะสม
- เหมาะสม
ดูคำตอบ
เหมาะสม
Are you sure?: ยืนยันการตัดสินใจก่อนลงมือทำ
Are you sure? ใช้ขอให้อีกฝ่ายยืนยันว่าต้องการทำต่อจริง ๆ หรือได้คิดถึงผลที่จะตามมาแล้ว ในที่นี้ใช้ก่อนทำตามคำขอซึ่งจะมีผลที่เห็นได้ชัด คำถามนี้ไม่ได้ถามว่าอีกฝ่ายมีความสามารถทำสิ่งนั้นหรือไม่ แต่ใช้ตรวจสอบการตัดสินใจหรือเจตนาอีกครั้งในการสนทนา และมักใช้เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด
แบบฝึกหัด
เติมคำถามภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนให้ตรงทุกคำเพื่อยืนยันเป็นครั้งสุดท้าย: You want me to delete the file. ____?
ดูคำตอบ
Are you sure
Let's do it: ยอมรับแผนและเริ่มลงมือทำด้วยกัน
ในประโยคนี้ let's do it แสดงว่าผู้พูดยอมรับแผนที่เพิ่งคุยกันและพร้อมเปลี่ยนจากการตัดสินใจไปสู่การลงมือทำ Let's เป็นการชวนทั้งผู้พูดและอีกฝ่ายให้ลงมือทำด้วยกัน ส่วน it หมายถึงงานเฉพาะที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจอยู่แล้ว ไม่ใช่สิ่งของที่ไม่ทราบว่าคืออะไร
แบบฝึกหัด
หลังจากทุกคนตกลงกันเรื่องแผนแล้ว Okay, let's do it. สื่อว่าอะไร
- พวกเขายอมรับแผนและพร้อมเริ่มด้วยกัน
- พวกเขากำลังบอกให้คนหนึ่งทำเพียงลำพัง
- พวกเขาต้องการเลื่อนการตัดสินใจออกไป
ดูคำตอบ
พวกเขายอมรับแผนและพร้อมเริ่มด้วยกัน
Time to scoot: ชวนให้ออกไปแบบสบาย ๆ
Time to + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นรูปพูดแบบสั้นของ It's time to ... ใช้บอกว่าตอนนี้ควรทำสิ่งนั้นแล้ว ในที่นี้ scoot เป็นคำกริยาไม่เป็นทางการ หมายถึงรีบออกไปหรือเคลื่อนออกไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น Time to scoot จึงเป็นการชวนให้ออกเดินทางด้วยน้ำเสียงเบา ๆ และเป็นมิตร ไม่ได้หมายถึงการขี่สกู๊ตเตอร์
แบบฝึกหัด
Time to scoot. ในที่นี้หมายความว่าอะไร
- ได้เวลาขี่สกู๊ตเตอร์แล้ว
- ได้เวลาออกไปแล้ว โดยพูดด้วยน้ำเสียงเบา ๆ และไม่เป็นทางการ
- ได้เวลาอยู่ที่เดิมแล้ว
ดูคำตอบ
ได้เวลาออกไปแล้ว โดยพูดด้วยน้ำเสียงเบา ๆ และไม่เป็นทางการ
I've got to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกความจำเป็นในชีวิตประจำวัน
I've got to + กริยารูปพื้นฐาน เป็นสำนวนสนทนาที่ใช้บ่อยเพื่อบอกว่าบางอย่างจำเป็นหรือผู้พูดต้องทำสิ่งนั้น ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวนำไปสู่งานที่ผู้พูดต้องทำตอนนี้ I've เป็นรูปย่อของ I have ดังนั้นโครงสร้างเต็มคือ I have got to top dress ในที่นี้ have got to แสดงความจำเป็นหรือหน้าที่ ส่วน got to ไม่ได้หมายถึงการไปถึงหรือการเคลื่อนที่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปย่อของ have got to ที่หมายถึง “ฉันต้อง”: ____ leave now.
ดูคำตอบ
I've got to
top dress the lawn: เพิ่มวัสดุชั้นบาง ๆ บนผิวสนามหญ้า
Top dress the lawn เป็นศัพท์เกี่ยวกับการดูแลสนามหญ้า หมายถึงการเกลี่ยดิน ทราย ปุ๋ยหมัก หรือวัสดุผสมเป็นชั้นบาง ๆ อย่างสม่ำเสมอบนสนามหญ้าเดิม วิธีนี้ช่วยปรับปรุงดิน ปรับพื้นที่ที่ไม่เรียบเล็กน้อย หรือช่วยให้หญ้าเติบโต ในที่นี้ top dress ทำหน้าที่เป็นกริยาหนึ่งคำ Dress ไม่ได้มีความหมายทั่วไปเกี่ยวกับการแต่งตัว แต่วลีนี้เรียกการดูแลพื้นผิวแบบหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ในงานทำสวน top dress the lawn หมายถึงอะไร?
- ตัดหญ้าให้สั้นที่สุด
- คลุมสนามหญ้าด้วยผ้า
- เกลี่ยดิน ทราย หรือปุ๋ยหมักเป็นชั้นบาง ๆ บนสนามหญ้า
ดูคำตอบ
เกลี่ยดิน ทราย หรือปุ๋ยหมักเป็นชั้นบาง ๆ บนสนามหญ้า
Here I come: ประกาศว่ากำลังเข้าไปหา
Here I come เป็นวลีพูดตายตัว หมายถึง “กำลังไปหาแล้วนะ” หรือ “กำลังเข้าไปร่วมแล้ว” ผู้พูดกำลังเคลื่อนเข้าหาผู้ฟังหรือเข้าไปในเหตุการณ์ หรือกำลังจะเริ่มเคลื่อน ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อบอกว่าผู้พูดอยู่ที่ไหน การวาง here ไว้ต้นประโยคทำให้มีน้ำเสียงแบบประกาศให้รู้ รูปแบบนี้ใช้ได้ตอนเข้าไปร่วมเกม ปรากฏตัว หรือเริ่มเคลื่อนเข้าหาใครอย่างเห็นได้ชัด
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนตายตัวจากบทเรียนเพื่อประกาศว่าคุณกำลังเริ่มเคลื่อนเข้าหาใคร: ____!
ดูคำตอบ
Here I come
the new look: look ที่เป็นคำนามหมายถึงรูปลักษณ์โดยรวม
ในนามวลี the new look คำว่า look หมายถึงรูปลักษณ์หรือสไตล์โดยรวม ใช้พูดถึงทรงผมและเสื้อผ้าของคน หรือรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปของสถานที่ ผลิตภัณฑ์ หรืองานออกแบบได้ คำว่า the และ new อยู่หน้า look จึงแสดงว่า look ในที่นี้เป็นคำนาม ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “หันสายตาไปมอง” I like the new look หมายความว่าผู้พูดชอบรูปลักษณ์หลังจากมีการเปลี่ยนแปลง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ look เป็นคำนามที่หมายถึง “รูปลักษณ์หรือสไตล์โดยรวม”?
- Look at the new sign.
- You look very happy.
- I like the new look.
ดูคำตอบ
I like the new look.
What brought that on?: ถามสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน
What brought that on? ใช้ถามว่าอะไรเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลง ปฏิกิริยา หรือการตัดสินใจที่เพิ่งสังเกตเห็น ในประโยคนี้ that หมายถึงทรงผมใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่พูดถึงก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงสิ่งของ คำถามนี้มักแฝงความประหลาดใจหรือความสงสัย ในที่นี้ brought ... on เป็นรูปอดีตของ bring ... on ซึ่งหมายถึงทำให้เกิดหรือกระตุ้นให้เกิด เนื่องจาก that เป็นคำสรรพนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรม จึงต้องวางไว้ระหว่าง brought กับ on เป็น brought that on
แบบฝึกหัด
เพื่อนที่ปกติใส่แต่เสื้อผ้าสีดำ วันนี้กลับมาในชุดสีเหลืองสด คำถามใดใช้ถามสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันนี้ได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- What brought that on?
- What did you bring?
- What are you putting on?
ดูคำตอบ
What brought that on?
Oh, you know.: ปล่อยเหตุผลไว้แบบคลุมเครือ
ในคำตอบนี้ Oh, you know. ไม่ได้ใช้ถามจริง ๆ ว่าผู้ฟังรู้ข้อเท็จจริงหรือไม่ แต่เป็นคำตอบแบบคลุมเครือและไม่เป็นทางการที่ปล่อยเหตุผลไว้โดยไม่อธิบาย มีความหมายใกล้เคียงกับว่า “ก็คงนึกออก” หรือ “ก็เรื่องเดิม ๆ นั่นแหละ” Oh ทำให้คำตอบฟังเบาลง ส่วน you know ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมในบทสนทนา ผู้พูดชวนให้ผู้ฟังคาดเดาจากบริบทที่มีร่วมกัน โดยหลีกเลี่ยงการให้รายละเอียด
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมงานถามว่าทำไมคุณถึงเปลี่ยนทรงผมกะทันหัน คุณไม่อยากอธิบายและต้องการตอบแบบสบาย ๆ คำตอบใดเหมาะที่สุด
- You already know every detail.
- Oh, you know.
- I will explain every detail now.
ดูคำตอบ
Oh, you know.
time for a change: บอกว่าถึงเวลาที่ควรมีการเปลี่ยนแปลง
โครงสร้าง (be) time for + คำนาม ใช้บอกว่าถึงเวลาที่เหมาะสมหรือจำเป็นสำหรับบางสิ่งแล้ว ใน It was time for a change คำว่า a change เป็นวลีนาม หมายถึงการเปลี่ยนไปสู่สถานการณ์ รูปลักษณ์ นิสัย หรือแผนที่ต่างออกไป ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเงินทอน Was ทำให้การตัดสินนี้อยู่ในอดีต กล่าวคือ ณ ตอนนั้น สภาพเดิมดำเนินมานานพอแล้วและการทำสิ่งที่ต่างออกไปดูเหมาะสม วลีนี้สรุปว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงโดยไม่ระบุว่าจะทำอะไรอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัว time for a change: After years of the same routine, Maya decided it was ____.
ดูคำตอบ
time for a change