ลุคใหม่เอี่ยมของ Wendy และ Judo! ✂️ 👀 | คลิปใหม่ซีซั่น 3 - เล่นดิน | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
141 คำ 171 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เวนดีตัดสินใจว่าการเล่นอย่างเต็มที่สำคัญกว่าการรักษาขนยาวให้สะอาดหมดจด จึงตัดขนให้สั้น เปลี่ยนลุคให้จูโดในแบบคล้ายกัน แล้วอธิบายกับแบนดิตภายหลังว่าเธอเพียงต้องการรูปลักษณ์ใหม่ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. But what about — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้วิธียกข้อกังวลหรือเงื่อนไขที่อีกฝ่ายอาจมองข้าม โดยไม่ปฏิเสธข้อเสนออย่างห้วน ๆ ใช้ขอให้อีกฝ่ายพิจารณาปัญหาในทางปฏิบัติก่อนตัดสินใจได้อย่างเป็นธรรมชาติ 2. gone nuts. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่านี่คือคำประเมินแบบไม่เป็นทางการว่าบางคนดูเหมือนทำตัวหลุดโลกหรือตัดสินใจแบบหักดิบผิดปกติ ไม่ได้หมายถึงถั่วตามตัวอักษร จึงช่วยให้ตีความปฏิกิริยาเชิงหยอกล้อต่อพฤติกรรมที่น่าประหลาดใจได้ 3. What brought that on? — กริยาวลี: ใช้คำถามนี้เพื่อถามอย่างเป็นธรรมชาติว่าอะไรทำให้รูปลักษณ์ พฤติกรรม หรือแผนของใครบางคนเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน การเข้าใจ bring on ว่าหมายถึง “ทำให้เกิดหรือกระตุ้น” ช่วยป้องกันการแปลแยกคำแบบผิดความหมาย

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Oh, go on. น้ำเสียง/เจตนา

0:00

โอ้ ไปเถอะ

น้ำเสียง/เจตนา

go on: ชวนให้ใครสักคนลองทำหรือทำต่อ

ในประโยคนี้ go on เป็นคำพูดสั้น ๆ ที่ใช้ให้กำลังใจในการสนทนา มีความหมายว่า “เอาเลย” “ลองดูสิ” หรือ “ไม่ต้องลังเล” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า เมื่อใช้ go on เพียงลำพัง การกระทำที่พูดถึงจะเข้าใจได้จากบริบท สำนวนนี้ใช้ชวนให้คนยอมรับคำแนะนำ พูดต่อ หรือทำกิจกรรมต่อได้ ในที่นี้เป็นการชวนให้อีกฝ่ายออกไปเล่นและสนุก

แบบฝึกหัด

เพื่อนกำลังลังเลว่าจะเข้าร่วมเกมหรือไม่ ประโยคใดชวนให้เพื่อนลองเล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Go on—join us; you'll probably enjoy it.
  2. Go ahead of me—I need to tie my shoe.
  3. Go away—the game has already started.
ดูคำตอบ

Go on—join us; you'll probably enjoy it.

It's important to play and have fun. ไวยากรณ์

0:01

การเล่นและสนุกสนานเป็นเรื่องสำคัญนะ

ไวยากรณ์

It's important to play: ประเมินความสำคัญของการกระทำ

โครงสร้าง It's important to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าการทำสิ่งหนึ่งมีความสำคัญหรือจำเป็น ในประโยคนี้ to play and have fun บอกว่าสิ่งใดสำคัญ ในที่นี้ it ทำหน้าที่เป็นประธานเชิงรูปแบบ ส่วนเนื้อหาที่ถูกประเมินจริง ๆ อยู่หลัง important ในวลี to-infinitive ใช้โครงสร้างนี้เพื่อกล่าวถึงคำแนะนำ กฎ นิสัย หรือค่านิยมได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างเป้าหมาย It's important to + กริยารูปพื้นฐาน: It's ____ save your work regularly.

ดูคำตอบ

important to

But what about my long lovely coat? น้ำเสียง/เจตนา

0:03

แต่ขนยาวสวยของหนูล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

But what about ...? ใช้ยกข้อกังวลที่ถูกมองข้ามขึ้นมา

But what about ...? ใช้ยกข้อกังวล เงื่อนไข หรือข้อโต้แย้งที่แนวคิดก่อนหน้าอาจมองข้ามขึ้นมา ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่ได้เพียงถามข้อมูลเกี่ยวกับขน แต่กำลังถามว่าขนจะได้รับผลกระทบอย่างไรหรือจะจัดการปัญหานี้อย่างไร But ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังแย้ง ส่วน what about ดึงความสนใจไปยังประเด็นที่ตกหล่น โดยมักตามด้วยวลีนามหรือรูป -ing เช่น But what about the cost? และ But what about waiting until tomorrow?

แบบฝึกหัด

ทุกคนชอบแนวคิดการสั่งของออนไลน์ แต่ยังไม่มีใครคิดถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ประโยคใดยกข้อกังวลนี้ขึ้นมาได้เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. But what about the delivery fee?
  2. What does delivery mean?
  3. The delivery fee is ten pounds.
ดูคำตอบ

But what about the delivery fee?

It takes so long to clean. ไวยากรณ์

0:05

มันใช้เวลาทำความสะอาดนานมากเลยนะ

ไวยากรณ์

It takes so long to clean ใช้บอกเวลาที่ต้องใช้

It takes + สำนวนบอกเวลา + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าการกระทำหนึ่งต้องใช้เวลาเท่าใด So long หมายถึง “นานมาก” และมักแสดงว่าผู้พูดรู้สึกว่าความล่าช้านั้นไม่สะดวกหรือน่าหงุดหงิด ในประโยคนี้ it หมายถึงงานทำความสะอาดที่กำลังพูดถึง และ takes หมายถึง “ต้องใช้” หรือ “กิน” เวลา ไม่ได้หมายถึง “เอาไป” สามารถเติมผู้ทำไว้หลัง takes ได้ เช่น It takes me an hour to clean it.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าการเดินทางของฉันไปที่นั่นใช้เวลาสามสิบนาที?

  1. It takes me thirty minutes to get there.
  2. It spends me thirty minutes to get there.
  3. It takes me thirty minutes get there.
ดูคำตอบ

It takes me thirty minutes to get there.

Oh, yes.

0:06

โอ้ ใช่

I said that, didn't I? ไวยากรณ์

0:07

แม่เป็นคนพูดเองใช่ไหม?

ไวยากรณ์

didn't I?:คำถามท้ายประโยคเพื่อขอการยืนยัน

didn't I? เป็นคำถามท้ายประโยคที่ต่อจากประโยคบอกเล่าเชิงบวก I said that เนื่องจาก said เป็น simple past คำถามท้ายประโยคจึงใช้ did และเนื่องจากประโยคหลักเป็นเชิงบวก รูปที่ใช้ตามปกติจึงเป็นเชิงลบว่า didn't I? ในที่นี้ผู้พูดคาดหวังการยืนยันและเพิ่งตระหนักถึงสิ่งที่ตนพูดไปแล้ว ความหมายโดยประมาณคือ “ฉันพูดแบบนั้นจริง ๆ ใช่ไหม” ไม่ใช่คำถามปลายเปิดว่าตนพูดอะไรไป

แบบฝึกหัด

เติมคำถามท้ายประโยคแบบทั่วไปเพื่อยืนยันการกระทำของตนในอดีต: I locked the door, ____?

ดูคำตอบ

didn't I

Oh, fiddlesticks. การใช้คำ

0:14

โอ้ ปัดโธ่เอ๊ย

การใช้คำ

fiddlesticks:คำอุทานเบา ๆ ที่ฟังดูโบราณ

Fiddlesticks เป็นคำอุทานที่แสดงความรำคาญ ความผิดหวัง หรือการไม่เห็นด้วย ในตัวอย่างนี้ คำนี้แสดงว่าผู้พูดหงุดหงิดเพราะเหตุผลของตนเองใช้ไม่ได้ ไม่ได้หมายถึงคันชักไวโอลินหรือไม้ชนิดใด อารมณ์ที่แสดงค่อนข้างเบา ใกล้กับ Oh, bother! หรือ Oh, nonsense! มากกว่าคำสบถ คำนี้อาจทำให้ปฏิกิริยาฟังดูจงใจโบราณหรือตลก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ fiddlesticks อย่างเป็นธรรมชาติในฐานะคำอุทานแสดงความรำคาญเล็กน้อย

  1. Fiddlesticks! The court hereby issues its final judgment.
  2. The dictionary labels 'fiddlesticks' as old-fashioned.
  3. Fiddlesticks! I forgot my keys again.
ดูคำตอบ

Fiddlesticks! I forgot my keys again.

I'll be right back, sweetheart. วลี

0:16

เดี๋ยวแม่มานะลูกรัก

วลี

“I'll be right back”: บอกว่าจะกลับมาเร็วมาก

“I'll be right back” เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้เมื่อผู้พูดออกไปชั่วครู่และคาดว่าจะกลับมาเร็วมาก ในที่นี้ right เพิ่มความหมายว่า “ทันที” หรือ “เร็ว ๆ นี้” ให้กับ back ไม่ได้หมายถึงทิศทาง “ขวา” สำนวนนี้ยังช่วยให้ผู้ฟังสบายใจว่าการหยุดหรือจากไปนั้นจะไม่นาน ในการพูดแบบกันเองหรือข้อความสั้น ๆ สามารถละประธานแล้วพูดว่า “Be right back” ได้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “กลับมาเร็วมาก” ให้สมบูรณ์: I need to get my coat. I'll ____.

ดูคำตอบ

be right back

Oh, Mum, what are you doing?

0:27

โอ้ แม่คะ แม่ทำอะไรอยู่?

I'm going short. การใช้คำ

0:29

แม่กำลังตัดสั้น

การใช้คำ

“going short”: เลือกสไตล์ผมหรือขนแบบสั้น

ในบริบทของการดูแลรูปลักษณ์นี้ “going short” หมายถึงการเลือกความยาวสั้นโดยตัดผมหรือขนให้สั้น “Short” อธิบายความยาวใหม่ ไม่ใช่ส่วนสูงของผู้พูด โครงสร้าง “go + คำคุณศัพท์” สามารถใช้บอกการเปลี่ยนไปสู่สภาพหรือสไตล์ใหม่ได้ เมื่อใช้ “go short” มักไม่ระบุว่าสิ่งใดจะสั้นลง เพราะหัวข้อหรือสถานการณ์ทำให้เข้าใจได้อยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ในบทสนทนาเรื่องการตัดผม “I'm going short” หมายความว่าอะไร?

  1. ฉันกำลังบอกว่าตัวเองตัวไม่สูง
  2. ฉันจะออกไปเพียงครู่เดียว
  3. ฉันตัดสินใจเลือกทรงผมสั้น
ดูคำตอบ

ฉันตัดสินใจเลือกทรงผมสั้น

Dirty,

0:31

สกปรก

clean,

0:32

สะอาด

dirty,

0:33

สกปรก

clean.

0:34

สะอาด

Hey, check it out. กริยาวลี

0:35

เฮ้ ดูนั่นสิ

กริยาวลี

check it out: ขอให้ใครสักคนมองดูบางสิ่ง

check it out เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ดูนี่สิ” หรือ “สังเกตนี่” ในประโยคนี้ it หมายถึงสิ่งหรือความเปลี่ยนแปลงที่ผู้พูดอยากให้คนอื่นเห็น ส่วน check ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ตรวจสอบ” ในความหมายนี้ check out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นสรรพนาม it ต้องวาง it ไว้ระหว่าง check กับ out: ใช้ check it out ไม่ใช้ check out it

แบบฝึกหัด

เติมคำเชิญให้สมบูรณ์ด้วย check ... out และสรรพนาม it: ____—I built this model myself.

ดูคำตอบ

Check it out

Wendy's gone nuts. สำนวน

0:37

Wendy สติแตกไปแล้ว

สำนวน

gone nuts: บอกว่าใครบางคนเริ่มทำตัวแปลกมาก

gone nuts เป็นสำนวนไม่เป็นทางการ หมายถึง “กลายเป็นบ้า” หรือในความหมายกว้าง ๆ คือเริ่มทำตัวอย่างไร้เหตุผลหรือผิดไปจากปกติมาก ในที่นี้เป็นมุกแบบพูดเกินจริง ไม่ได้หมายถึง nuts ที่แปลว่า “ถั่ว” ตามตัวอักษร และไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ 's ใน Wendy's ย่อมาจาก has ดังนั้นรูปเต็มคือ Wendy has gone nuts โครงสร้าง have/has gone nuts บอกว่าจนถึงตอนนี้บุคคลนั้นได้เข้าสู่สภาพดังกล่าวแล้ว

แบบฝึกหัด

ตัดสินการใช้ต่อไปนี้: คุณเพิ่งรู้จักเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง หลังจากได้ยินแนวคิดที่ไม่ธรรมดาหนึ่งอย่าง คุณพูดว่า“You've gone nuts!” โดยทั่วไปแล้วนี่เป็นความคิดเห็นที่สุภาพและมีความเสี่ยงต่ำหรือไม่

  1. ไม่ใช่ อาจฟังเหมือนเป็นคำดูถูก
  2. ใช่ โดยทั่วไปสุภาพและปลอดภัย
ดูคำตอบ

ไม่ใช่ อาจฟังเหมือนเป็นคำดูถูก

Woah.

0:38

โห

And finished.

0:51

และเสร็จแล้ว

What do you think? น้ำเสียง/เจตนา

0:53

ลูกคิดว่าไง?

น้ำเสียง/เจตนา

What do you think? สำหรับขอความคิดเห็น

ในที่นี้ What do you think? ใช้ชวนให้อีกฝ่ายประเมินผลงานหรือผลลัพธ์ที่เพิ่งแสดงให้ดู ไม่จำเป็นต้องบอกหัวข้อออกมาตรง ๆ เพราะสถานการณ์ทำให้รู้อยู่แล้วว่ากำลังถามถึงอะไร จึงมีความหมายว่า “คุณมีความเห็นอย่างไรกับสิ่งนี้” คำถามนี้เป็นการขอความคิดเห็นแบบปลายเปิด อีกฝ่ายจึงบอกได้ว่าส่วนใดดี ส่วนใดไม่ดี หรือควรเปลี่ยนแปลงอย่างไร โดยไม่จำกัดอยู่แค่คำตอบว่าใช่หรือไม่ใช่

แบบฝึกหัด

คุณเปิดเผยแบบที่ออกแบบใหม่และต้องการความคิดเห็นแบบเปิด ไม่ใช่เพียงคำตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ ควรถามว่าอะไร

  1. What do you think?
  2. Do you like it?
  3. What are you thinking about?
ดูคำตอบ

What do you think?

I love it.

0:54

หนูชอบมันค่ะ

Woah.

0:56

โห

Feels so lush. การใช้คำ

0:57

รู้สึกนุ่มลื่นจัง

การใช้คำ

lush ใน Feels so lush

ในที่นี้ lush เป็นคำชมแบบไม่เป็นทางการว่าสิ่งหนึ่งให้ความรู้สึกอย่างไรเมื่อสัมผัส โดยสื่อถึงสัมผัสที่แน่นนุ่ม สบายมาก หรือให้ความรู้สึกหรูหราเล็กน้อย ใน Feels so lush มีการละประธาน It เพราะรู้ชัดอยู่แล้วว่ากำลังสัมผัสสิ่งใด ความหมายในที่นี้ไม่ใช่ความหมายทางพฤกษศาสตร์ว่า “เติบโตอย่างหนาแน่นและแข็งแรง” เพราะ feels แสดงว่ากำลังประเมินประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ lush เป็นคำชมแบบไม่เป็นทางการเกี่ยวกับสัมผัส

  1. The new carpet feels lush under my feet.
  2. The garden looks lush after the rain.
  3. I left the carpet beside the door.
ดูคำตอบ

The new carpet feels lush under my feet.

Can you do me? การใช้คำ

0:58

แม่ทำให้หนูบ้างได้ไหม?

การใช้คำ

do me: ใช้ do แทนบริการที่รู้อยู่แล้วจากบริบท

ใน Can you do me? คำว่า do ใช้แทนบริการหรือการทำบางอย่างที่ชัดเจนอยู่แล้วจากบทสนทนา ในที่นี้หมายถึง “ทำแบบเดียวกันให้ฉัน” และ me หมายถึงผู้ที่ได้รับบริการ การใช้แบบนี้ต้องอาศัยบริบทร่วมกันอย่างมาก หากผู้ฟังไม่รู้ว่า do ใช้แทนการกระทำใด คำถามนี้จะกำกวม

แบบฝึกหัด

ช่างทำผมกำลังตัดผมแบบเดียวกันให้ทุกคน ลูกค้าคนหนึ่งพูดว่า Can you do me next? เพื่อขอรับบริการแบบเดียวกัน การใช้แบบนี้เหมาะสมหรือไม่

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

เหมาะสม

Are you sure? น้ำเสียง/เจตนา

0:59

ลูกแน่ใจนะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Are you sure?: ยืนยันการตัดสินใจก่อนลงมือทำ

Are you sure? ใช้ขอให้อีกฝ่ายยืนยันว่าต้องการทำต่อจริง ๆ หรือได้คิดถึงผลที่จะตามมาแล้ว ในที่นี้ใช้ก่อนทำตามคำขอซึ่งจะมีผลที่เห็นได้ชัด คำถามนี้ไม่ได้ถามว่าอีกฝ่ายมีความสามารถทำสิ่งนั้นหรือไม่ แต่ใช้ตรวจสอบการตัดสินใจหรือเจตนาอีกครั้งในการสนทนา และมักใช้เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด

แบบฝึกหัด

เติมคำถามภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนให้ตรงทุกคำเพื่อยืนยันเป็นครั้งสุดท้าย: You want me to delete the file. ____?

ดูคำตอบ

Are you sure

Yes, I'm sure.

1:01

ค่ะ หนูแน่ใจ

Okay, let's do it. น้ำเสียง/เจตนา

1:02

โอเค มาเริ่มกันเลย

น้ำเสียง/เจตนา

Let's do it: ยอมรับแผนและเริ่มลงมือทำด้วยกัน

ในประโยคนี้ let's do it แสดงว่าผู้พูดยอมรับแผนที่เพิ่งคุยกันและพร้อมเปลี่ยนจากการตัดสินใจไปสู่การลงมือทำ Let's เป็นการชวนทั้งผู้พูดและอีกฝ่ายให้ลงมือทำด้วยกัน ส่วน it หมายถึงงานเฉพาะที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจอยู่แล้ว ไม่ใช่สิ่งของที่ไม่ทราบว่าคืออะไร

แบบฝึกหัด

หลังจากทุกคนตกลงกันเรื่องแผนแล้ว Okay, let's do it. สื่อว่าอะไร

  1. พวกเขายอมรับแผนและพร้อมเริ่มด้วยกัน
  2. พวกเขากำลังบอกให้คนหนึ่งทำเพียงลำพัง
  3. พวกเขาต้องการเลื่อนการตัดสินใจออกไป
ดูคำตอบ

พวกเขายอมรับแผนและพร้อมเริ่มด้วยกัน

Okay, kids.

1:05

เอาล่ะ เด็กๆ

Time to scoot. วลี

1:05

ได้เวลาถอยไปแล้ว

วลี

Time to scoot: ชวนให้ออกไปแบบสบาย ๆ

Time to + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นรูปพูดแบบสั้นของ It's time to ... ใช้บอกว่าตอนนี้ควรทำสิ่งนั้นแล้ว ในที่นี้ scoot เป็นคำกริยาไม่เป็นทางการ หมายถึงรีบออกไปหรือเคลื่อนออกไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น Time to scoot จึงเป็นการชวนให้ออกเดินทางด้วยน้ำเสียงเบา ๆ และเป็นมิตร ไม่ได้หมายถึงการขี่สกู๊ตเตอร์

แบบฝึกหัด

Time to scoot. ในที่นี้หมายความว่าอะไร

  1. ได้เวลาขี่สกู๊ตเตอร์แล้ว
  2. ได้เวลาออกไปแล้ว โดยพูดด้วยน้ำเสียงเบา ๆ และไม่เป็นทางการ
  3. ได้เวลาอยู่ที่เดิมแล้ว
ดูคำตอบ

ได้เวลาออกไปแล้ว โดยพูดด้วยน้ำเสียงเบา ๆ และไม่เป็นทางการ

I've got to top dress the lawn now. โน้ต

1:06

พ่อต้องไปโรยดินบนสนามหญ้าแล้วล่ะ

วลี

I've got to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกความจำเป็นในชีวิตประจำวัน

I've got to + กริยารูปพื้นฐาน เป็นสำนวนสนทนาที่ใช้บ่อยเพื่อบอกว่าบางอย่างจำเป็นหรือผู้พูดต้องทำสิ่งนั้น ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวนำไปสู่งานที่ผู้พูดต้องทำตอนนี้ I've เป็นรูปย่อของ I have ดังนั้นโครงสร้างเต็มคือ I have got to top dress ในที่นี้ have got to แสดงความจำเป็นหรือหน้าที่ ส่วน got to ไม่ได้หมายถึงการไปถึงหรือการเคลื่อนที่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อของ have got to ที่หมายถึง “ฉันต้อง”: ____ leave now.

ดูคำตอบ

I've got to

การใช้คำ

top dress the lawn: เพิ่มวัสดุชั้นบาง ๆ บนผิวสนามหญ้า

Top dress the lawn เป็นศัพท์เกี่ยวกับการดูแลสนามหญ้า หมายถึงการเกลี่ยดิน ทราย ปุ๋ยหมัก หรือวัสดุผสมเป็นชั้นบาง ๆ อย่างสม่ำเสมอบนสนามหญ้าเดิม วิธีนี้ช่วยปรับปรุงดิน ปรับพื้นที่ที่ไม่เรียบเล็กน้อย หรือช่วยให้หญ้าเติบโต ในที่นี้ top dress ทำหน้าที่เป็นกริยาหนึ่งคำ Dress ไม่ได้มีความหมายทั่วไปเกี่ยวกับการแต่งตัว แต่วลีนี้เรียกการดูแลพื้นผิวแบบหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในงานทำสวน top dress the lawn หมายถึงอะไร?

  1. ตัดหญ้าให้สั้นที่สุด
  2. คลุมสนามหญ้าด้วยผ้า
  3. เกลี่ยดิน ทราย หรือปุ๋ยหมักเป็นชั้นบาง ๆ บนสนามหญ้า
ดูคำตอบ

เกลี่ยดิน ทราย หรือปุ๋ยหมักเป็นชั้นบาง ๆ บนสนามหญ้า

Okay, Dad.

1:08

โอเคค่ะพ่อ

Oh, Bald Judo!

1:13

โอ้ Judo หัวล้าน!

Yay!

1:15

เย้!

Woah!

1:16

โห!

I'll do it later.

1:20

เดี๋ยวค่อยทำทีหลังละกัน

Here I come. วลี

1:33

ฉันมาแล้ว

วลี

Here I come: ประกาศว่ากำลังเข้าไปหา

Here I come เป็นวลีพูดตายตัว หมายถึง “กำลังไปหาแล้วนะ” หรือ “กำลังเข้าไปร่วมแล้ว” ผู้พูดกำลังเคลื่อนเข้าหาผู้ฟังหรือเข้าไปในเหตุการณ์ หรือกำลังจะเริ่มเคลื่อน ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อบอกว่าผู้พูดอยู่ที่ไหน การวาง here ไว้ต้นประโยคทำให้มีน้ำเสียงแบบประกาศให้รู้ รูปแบบนี้ใช้ได้ตอนเข้าไปร่วมเกม ปรากฏตัว หรือเริ่มเคลื่อนเข้าหาใครอย่างเห็นได้ชัด

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนตายตัวจากบทเรียนเพื่อประกาศว่าคุณกำลังเริ่มเคลื่อนเข้าหาใคร: ____!

ดูคำตอบ

Here I come

Woah!

1:35

โห!

Woah!

1:37

โห!

Woah!

1:38

โห!

Woah!

1:39

โห!

Woah!

1:42

โห!

Morning again, Bandit.

1:44

อรุณสวัสดิ์อีกครั้ง Bandit

Morning again, Wendy.

1:46

อรุณสวัสดิ์อีกครั้ง Wendy

Ooh, I like the new look. การใช้คำ

1:48

โอ้ ฉันชอบลุคใหม่นะ

การใช้คำ

the new look: look ที่เป็นคำนามหมายถึงรูปลักษณ์โดยรวม

ในนามวลี the new look คำว่า look หมายถึงรูปลักษณ์หรือสไตล์โดยรวม ใช้พูดถึงทรงผมและเสื้อผ้าของคน หรือรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปของสถานที่ ผลิตภัณฑ์ หรืองานออกแบบได้ คำว่า the และ new อยู่หน้า look จึงแสดงว่า look ในที่นี้เป็นคำนาม ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “หันสายตาไปมอง” I like the new look หมายความว่าผู้พูดชอบรูปลักษณ์หลังจากมีการเปลี่ยนแปลง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ look เป็นคำนามที่หมายถึง “รูปลักษณ์หรือสไตล์โดยรวม”?

  1. Look at the new sign.
  2. You look very happy.
  3. I like the new look.
ดูคำตอบ

I like the new look.

Thanks.

1:49

ขอบใจ

What brought that on? กริยาวลี

1:50

อะไรทำให้คิดตัดล่ะ?

กริยาวลี

What brought that on?: ถามสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน

What brought that on? ใช้ถามว่าอะไรเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลง ปฏิกิริยา หรือการตัดสินใจที่เพิ่งสังเกตเห็น ในประโยคนี้ that หมายถึงทรงผมใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่พูดถึงก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงสิ่งของ คำถามนี้มักแฝงความประหลาดใจหรือความสงสัย ในที่นี้ brought ... on เป็นรูปอดีตของ bring ... on ซึ่งหมายถึงทำให้เกิดหรือกระตุ้นให้เกิด เนื่องจาก that เป็นคำสรรพนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรม จึงต้องวางไว้ระหว่าง brought กับ on เป็น brought that on

แบบฝึกหัด

เพื่อนที่ปกติใส่แต่เสื้อผ้าสีดำ วันนี้กลับมาในชุดสีเหลืองสด คำถามใดใช้ถามสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันนี้ได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. What brought that on?
  2. What did you bring?
  3. What are you putting on?
ดูคำตอบ

What brought that on?

Oh, you know. น้ำเสียง/เจตนา

1:52

โอ้ คุณก็รู้

น้ำเสียง/เจตนา

Oh, you know.: ปล่อยเหตุผลไว้แบบคลุมเครือ

ในคำตอบนี้ Oh, you know. ไม่ได้ใช้ถามจริง ๆ ว่าผู้ฟังรู้ข้อเท็จจริงหรือไม่ แต่เป็นคำตอบแบบคลุมเครือและไม่เป็นทางการที่ปล่อยเหตุผลไว้โดยไม่อธิบาย มีความหมายใกล้เคียงกับว่า “ก็คงนึกออก” หรือ “ก็เรื่องเดิม ๆ นั่นแหละ” Oh ทำให้คำตอบฟังเบาลง ส่วน you know ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมในบทสนทนา ผู้พูดชวนให้ผู้ฟังคาดเดาจากบริบทที่มีร่วมกัน โดยหลีกเลี่ยงการให้รายละเอียด

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานถามว่าทำไมคุณถึงเปลี่ยนทรงผมกะทันหัน คุณไม่อยากอธิบายและต้องการตอบแบบสบาย ๆ คำตอบใดเหมาะที่สุด

  1. You already know every detail.
  2. Oh, you know.
  3. I will explain every detail now.
ดูคำตอบ

Oh, you know.

Mum, watch this!

1:53

แม่คะ ดูนี่สิ!

Woah!

1:54

โห!

It was time for a change. วลี

1:56

มันถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลงแล้วล่ะ

วลี

time for a change: บอกว่าถึงเวลาที่ควรมีการเปลี่ยนแปลง

โครงสร้าง (be) time for + คำนาม ใช้บอกว่าถึงเวลาที่เหมาะสมหรือจำเป็นสำหรับบางสิ่งแล้ว ใน It was time for a change คำว่า a change เป็นวลีนาม หมายถึงการเปลี่ยนไปสู่สถานการณ์ รูปลักษณ์ นิสัย หรือแผนที่ต่างออกไป ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเงินทอน Was ทำให้การตัดสินนี้อยู่ในอดีต กล่าวคือ ณ ตอนนั้น สภาพเดิมดำเนินมานานพอแล้วและการทำสิ่งที่ต่างออกไปดูเหมาะสม วลีนี้สรุปว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงโดยไม่ระบุว่าจะทำอะไรอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัว time for a change: After years of the same routine, Maya decided it was ____.

ดูคำตอบ

time for a change