ม้ากระดก | ตอนเต็ม | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
731 คำ 158 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บลูอี้และเพื่อน ๆ พยายามทำให้พ่อหลุดจากกระดานหกด้วยการชวนเด็กมาช่วยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดปอมปอมก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้แผนสำเร็จ และพิสูจน์ว่าการมีตัวเล็กไม่ได้หมายความว่าจะช่วยเหลือในช่วงเวลาชี้ขาดไม่ได้ ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. hang out. — กริยาวลี: ในบริบทของการซักผ้า วลีนี้หมายถึงการนำเสื้อผ้าไปแขวนไว้ข้างนอกเพื่อให้แห้ง ไม่ใช่การออกไปเที่ยวหรือใช้เวลาร่วมกับใคร การพิจารณาสถานการณ์รอบข้างจะช่วยให้แยกความหมายสองแบบที่แตกต่างกันมากของกริยาวลีในชีวิตประจำวันคำเดียวกันได้ 2. I'm so scared. — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: ประโยคนี้เป็นคำประชดแบบจงใจพูดเกินจริง พ่อใช้ล้อเลียนคำขู่ที่ไม่ได้ทำให้เขากลัวเลย น้ำเสียง เหตุการณ์ท้าทายก่อนหน้า และท่าทีที่มั่นใจของผู้พูดเป็นเบาะแสว่าคำบอกอารมณ์นี้ไม่ควรถูกตีความตามตัวอักษร 3. Pomeranians are a small but hardy breed. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่าประโยคนี้กลับมาอีกครั้งในตอนจบหลังจากปอมปอมทำสำเร็จ ผู้เรียนจะมองเห็นว่าการกล่าวซ้ำเป็นกลวิธีเล่าเรื่องที่ตอบข้อสงสัยจากช่วงต้น ปิดแก่นของเรื่อง และย้ำว่าร่างกายเล็กไม่ได้ทำให้ความทรหดหรือความสามารถในการช่วยผู้อื่นลดลง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Mum.

0:06

แม่

Dad.

0:11

พ่อ

Bingo.

0:17

Bingo

Bluey.

0:22

Bluey

Oh, I know.

0:24

โอ้ ฉันรู้แล้ว

Okay,

0:26

โอเค

just one last bit of washing to hang out. กริยาวลี

0:27

เหลือผ้าชิ้นสุดท้ายที่จะตากแล้ว

กริยาวลี

hang out: นำผ้าออกไปตากให้แห้ง

ในที่นี้ hang out หมายถึง “นำเสื้อผ้าที่ซักแล้วไปแขวนบนเชือกหรือราวเพื่อให้แห้ง” ใน washing to hang out คำว่า washing อยู่หน้ารูป infinitive แต่เป็นสิ่งที่ถูกนำไปตาก กล่าวคือยังเหลือผ้าที่ต้องตากอีกนิดสุดท้าย กรรมและสถานการณ์เป็นตัวกำหนดความหมาย เพราะกรรมคือ washing คำว่า out จึงสื่อถึงการเอาผ้าออกไปตาก ไม่ได้หมายถึงคนใช้เวลาว่างสบาย ๆ ด้วยกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ hang out ในความหมายว่าแขวนผ้าให้แห้ง

  1. She needs to hang out the washing before lunch.
  2. She likes to hang out with her friends after school.
  3. They often hang out at the café on Saturdays.
ดูคำตอบ

She needs to hang out the washing before lunch.

And there.

0:30

ฮึบ

All my washing is hung out.

0:32

ตากผ้าหมดแล้ว

Now to relax. ลำดับความ

0:34

ทีนี้ก็พักผ่อนได้

ลำดับความ

Now to + คำกริยารูปพื้นฐาน: บอกขั้นตอนถัดไป

Now to + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นคำเปลี่ยนช่วงสั้น ๆ ที่ใช้บอกการกระทำถัดไป ใน Now to relax ผู้พูดเปลี่ยนความสนใจจากงานที่เสร็จแล้วไปสู่การพักผ่อน ประธานและส่วนที่เหลือของประโยคเต็มถูกละไว้โดยตั้งใจ สำนวนนี้ทำหน้าที่เหมือนหัวข้อสั้น ๆ ที่พูดขึ้นเพื่อบอกขั้นตอนถัดไป ไม่ใช่ประโยคที่ขาดโดยไม่ได้ตั้งใจ

แบบฝึกหัด

เติมคำเปลี่ยนช่วงสั้น ๆ ให้มีความหมายว่า “ขั้นตอนถัดไปคือจัดกระเป๋า”: ____ pack the bags.

ดูคำตอบ

Now to

Oh no,

0:38

โอ้ ไม่นะ

the wind's blowing my washing off the line. ไวยากรณ์

0:39

ลมพัดผ้าฉันปลิวตกราวหมดเลย

ไวยากรณ์

blow + กรรม + off + สถานที่: การเคลื่อนที่ที่เกิดจากแรง

ในโครงสร้าง blow + กรรม + off + สถานที่ คำว่า blow บอกแรงที่กระทำ กรรมคือสิ่งที่ถูกทำให้เคลื่อนที่ และ off บอกว่าสิ่งนั้นหลุดออกจากตำแหน่งเดิม ในที่นี้ my washing หมายถึงเสื้อผ้าที่ตากให้แห้ง และ the line คือเชือกตากผ้า โครงสร้างนี้บอกการเคลื่อนที่ที่เกิดจากแรง ไม่ได้บอกเพียงว่าลมกำลังพัด แต่ยังบอกด้วยว่าลมทำให้เสื้อผ้าหลุดจากเชือกตากผ้า

แบบฝึกหัด

เติมคำที่จำเป็นตามโครงสร้าง blow + กรรม + off + สถานที่: A gust blew the menu ____ the outdoor table.

ดูคำตอบ

off

I have to get it back.

0:43

ฉันต้องไปเก็บกลับมา

Mrs. Heeler.

0:46

คุณนาย Heeler

Oh,

0:49

โอ้

sorry, Pom Pom.

0:49

ขอโทษที Pompom

It's a long way down วลี

0:50

ลงไปข้างล่างมันไกล

for you, isn't it? ไวยากรณ์

0:51

สำหรับหนูใช่ไหมจ๊ะ

วลี

It's a long way down: ระยะทางในแนวตั้งลงไปข้างล่างที่ไกลมาก

It's a long way down หมายความว่าระยะจากจุดที่อยู่ตอนนี้ไปยังสถานที่ด้านล่างนั้นไกลมาก ในที่นี้ way หมายถึงระยะทาง ไม่ใช่ถนน และ down บอกทิศทางว่าลงไปข้างล่าง ในประโยคเต็ม for you แสดงว่าการประเมินนี้อิงตามขนาดตัวหรือสถานการณ์ของผู้ฟัง กล่าวคือ ระยะนี้ดูไกลเป็นพิเศษสำหรับคนนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นระยะทางในแนวตั้งที่ไกลลงไปจากจุดสูงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The rocks are a long way down from the top of the lighthouse.
  2. The rocks are a long way away from the top of the lighthouse.
  3. The top of the lighthouse is a long way down from the rocks.
ดูคำตอบ

The rocks are a long way down from the top of the lighthouse.

ไวยากรณ์

isn't it? ในคำถามท้ายประโยคเพื่อขอการยืนยัน

isn't it? เป็นคำถามท้ายประโยคที่เติมหลังข้อความบอกเล่าเชิงบวก It's a long way down for you. รูปแบบคือ ข้อความบอกเล่าเชิงบวก + คำถามท้ายประโยคเชิงลบ โดยใช้รูปของกริยา be ที่สอดคล้องกันและใช้สรรพนาม it ในที่นี้ ผู้พูดคาดอยู่แล้วว่าข้อความนั้นเป็นจริงและชวนให้อีกฝ่ายเห็นด้วย จึงทำหน้าที่คล้าย “ใช่ไหม?” ไม่ใช่การถามอย่างจริงจังเพื่อขอข้อมูลที่ไม่รู้

แบบฝึกหัด

เติมคำถามท้ายประโยคให้สมบูรณ์: The lift is slow, ____?

ดูคำตอบ

isn't it

Yes,

0:52

ใช่ค่ะ

Mrs. Heeler.

0:53

คุณนาย Heeler

Pomeranians are a small breed.

0:54

ปอมเมอเรเนียนเป็นสายพันธุ์ที่ตัวเล็กน่ะค่ะ

There you go. น้ำเสียง/เจตนา

0:57

เอาล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

There you go. หลังช่วยเสร็จหรือยื่นของให้

There you go. เป็นสำนวนสนทนาตายตัวที่ใช้หลังเพิ่งทำสิ่งเล็ก ๆ เพื่อช่วยใครสักคนเสร็จ ในที่นี้ผู้พูดช่วยจัดให้อีกฝ่ายอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะแล้ว จึงหมายถึง “เรียบร้อย” หรือ “เสร็จแล้ว” ยังใช้ขณะยื่นของให้ใครได้ด้วย โดยมีความหมายว่า “นี่ครับ/ค่ะ” ตามปกติไม่ได้เป็นคำสั่งให้อีกฝ่ายไปยังสถานที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งช่วยรัดหมวกกันน็อกให้เด็กอย่างถูกต้อง ควรพูดประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. There you go.
  2. You go there.
  3. Where do you go?
ดูคำตอบ

There you go.

Now to get my washing back.

0:59

ทีนี้ก็ไปเก็บผ้าของฉันคืนมา

Come back here,

1:02

กลับมานี่นะ

pillowcase.

1:03

ปลอกหมอน

Mrs. Heeler.

1:06

คุณนาย Heeler

I can't do it.

1:11

หนูทำไม่ได้หรอกค่ะ

Maybe it's best if I don't play washing. ไวยากรณ์

1:13

บางทีหนูไม่เล่นตากผ้าจะดีกว่า

ไวยากรณ์

It's best if...: แนะนำทางเลือกที่เหมาะสมอย่างนุ่มนวล

It's best if + อนุประโยค ใช้เสนอว่าการกระทำในอนุประโยคนั้นเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลหรือปลอดภัยที่สุด ในประโยคนี้ ผู้พูดมองว่าการไม่เข้าร่วมเกมเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับตนเอง โครงสร้างนี้ใช้ให้คำแนะนำหรือบอกการตัดสินใจส่วนตัวอย่างระมัดระวังและนุ่มนวล แทนการออกคำสั่งตรง ๆ Maybe ช่วยลดความหนักแน่นลงอีก ส่วน best ในที่นี้หมายถึงทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด ไม่ได้เน้นการเปรียบเทียบคนหรือสิ่งของหลายอย่างอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายเพื่อให้คำแนะนำอย่างนุ่มนวล: The path will be slippery after sunset, so maybe ____ we head home now.

ดูคำตอบ

it's best if

Pompom.

1:16

Pompom

Well, I'm still an enthusiast. I go along,

1:18

แหม ฉันก็ยังมีความกระตือรือร้นอยู่นะ ฉันจะไป

you know,

1:20

คุณก็รู้

have a go at it. วลี

1:20

ลองดูสักตั้ง

วลี

Have a go at it: ลองทำด้วยตัวเอง

Have a go at it หมายถึงลองทำกิจกรรมหรืองานที่กำลังพูดถึง Have a go ทำหน้าที่เป็นวลีเดียวกัน ส่วน at it ย้อนกลับไปอ้างถึงกิจกรรมหรืองานนั้น สำนวนนี้เน้นความเต็มใจที่จะเข้าร่วมหรือลองทำ ไม่ได้บอกว่าการลองจะสำเร็จ ในวลีนี้ go เป็นคำนาม ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึงเคลื่อนที่หรือเดินทางไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ลองทำดู”: I've never repaired a bicycle before, but I'm willing to ____.

ดูคำตอบ

have a go at it

Oh, poor Pom Pom.

1:22

โอ้ โธ่ Pompom

Well,

1:24

ก็นะ

she is a bit small for this game. ไวยากรณ์

1:24

แกค่อนข้างตัวเล็กเกินไปสำหรับเกมนี้

ไวยากรณ์

a bit small for this: การประเมินแบบนุ่มนวลที่อิงสถานการณ์เฉพาะ

ใน a bit small คำว่า a bit ช่วยทำให้ small อ่อนลง หมายถึง “เล็กนิดหน่อย” จึงเป็นการประเมินแบบเบา ๆ ไม่ใช่ข้อสรุปตายตัว วลีที่ขึ้นต้นด้วย for บอกเกณฑ์หรือสถานการณ์ที่ใช้ตัดสิน: for this game หมายถึง “เมื่อเทียบกับสิ่งที่เกมนี้ต้องการ” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a bit + คำคุณศัพท์ + for + บุคคล สิ่งของ หรือสถานการณ์ ในที่นี้ for ไม่ได้บอกเหตุผล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย a bit + คำคุณศัพท์ + for เพื่อให้การประเมินขนาดฟังดูเบาลง: This bike is ____ me.

ดูคำตอบ

a bit small for

There's nothing wrong with being small, น้ำเสียง/เจตนา

1:26

การที่ตัวเล็กมันไม่ได้ผิดอะไรนี่นา

honey.

1:28

ที่รัก

น้ำเสียง/เจตนา

There's nothing wrong with being small: การปฏิเสธการตัดสินเชิงลบ

There's nothing wrong with + คำนามหรือรูป -ing หมายความว่าสิ่งนั้นไม่ได้เป็นเรื่องไม่ดี สิ่งที่ยอมรับไม่ได้ หรือข้อบกพร่องในตัวมันเอง ในที่นี้ being small หมายถึงสภาวะของการตัวเล็ก ส่วน wrong เกี่ยวกับการตัดสินเชิงลบ ไม่ได้หมายถึงข้อเท็จจริงผิด รูปแบบนี้มักใช้ปลอบใจใครบางคนหรือโต้แย้งการตีตราเชิงลบ ช่วยแยกระหว่างลักษณะหรือตัวเลือกที่ไม่เป็นอันตราย กับความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้นในบางสถานการณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคปลอบใจด้วยรูปแบบเป้าหมาย: ____ asking for help.

ดูคำตอบ

There's nothing wrong with

Hey,

1:29

นี่

Bluey.

1:29

Bluey

Let's play seesaw.

1:30

มาเล่นไม้กระดกกันเถอะ

Yeah.

1:33

เย้

This episode of Bluey is called Seesaw.

1:34

Bluey ตอนนี้มีชื่อว่า ไม้กระดก

Seesaw, Margery Daw. วัฒนธรรม

1:36

ไม้กระดก มาร์เจอรี ดอว์

วัฒนธรรม

“Seesaw, Margery Daw.” ในฐานะคำอ้างอิงจากเพลงเด็ก

“Seesaw, Margery Daw” เป็นท่อนเปิดของเพลงเด็กภาษาอังกฤษแบบดั้งเดิมที่เกี่ยวข้องกับการเล่นกระดานหก ในประโยคนี้เป็นการยกคำจากเพลงมาเชื่อมกับหัวข้อกระดานหก ไม่ใช่ประโยคทั่วไปที่เล่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น “Margery Daw” เป็นชื่อที่อยู่ในเพลง ไม่ได้เป็นการแนะนำตัวละครใหม่ในเรื่องนี้ การรู้ว่าเป็นคำอ้างอิงช่วยให้เข้าใจว่าประโยคนี้เป็นการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมแบบสนุก ๆ

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ “Seesaw, Margery Daw.” คืออะไร?

  1. คำอ้างอิงจากเพลงเด็กแบบดั้งเดิมเกี่ยวกับกระดานหก
  2. การแนะนำตัวละครใหม่ในเรื่อง
  3. คำสั่งให้ Margery ออกไป
ดูคำตอบ

คำอ้างอิงจากเพลงเด็กแบบดั้งเดิมเกี่ยวกับกระดานหก

Oh,

1:40

โอ้

I hope they bring him back for season 4. กริยาวลี

1:40

ฉันหวังว่าพวกเขาจะเอากลับมาในซีซั่น 4 นะ

กริยาวลี

bring him back: ทำให้ตัวละครกลับมา

เมื่อพูดถึงซีรีส์โทรทัศน์ bring someone back หมายถึง “ทำให้บุคคลหรือตัวละครนั้นกลับมาอยู่ในรายการหรือเรื่องราวอีกครั้ง” ในประโยคนี้ him คือตัวละครที่กลับมา และ back ชี้ว่าเขาจะปรากฏอีกครั้งในซีซัน 4 โครงสร้าง bring + กรรม + back ยังใช้หมายถึงการนำสิ่งที่เคยมีอยู่กลับมาได้ เช่น ฟังก์ชัน กิจกรรม หรือกฎเก่า บริบทจะบอกว่าหมายถึงการพาคนกลับมาจริง ๆ หรือการฟื้นสิ่งใดสิ่งหนึ่งในความหมายที่เป็นนามธรรมกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ทำให้ตัวละครชายกลับมา”: The writers want to ____ next season.

ดูคำตอบ

bring him back

Yes, they do.

1:42

ใช่ พวกเขาเอากลับมาแน่

Haven't you seen the trailer? ไวยากรณ์

1:43

คุณยังไม่ได้ดูตัวอย่างเหรอ

ไวยากรณ์

Haven't you seen...?: แสดงความประหลาดใจและความคาดหมาย

Haven't you seen...? เป็นคำถามปฏิเสธในรูป present perfect ในประโยคนี้ ผู้พูดถามว่าอีกฝ่ายได้ดูตัวอย่างหนังหรือยัง แต่การขึ้นต้นด้วยรูปปฏิเสธยังแสดงด้วยว่าผู้พูดคาดว่าอีกฝ่ายน่าจะดูแล้ว เมื่อสิ่งที่คาดไว้ไม่เป็นจริง คำถามจึงมักแสดงความประหลาดใจในความหมายว่า “ฉันนึกว่าคุณดูแล้ว” ไม่ได้หมายความว่าเป็นการตำหนิเสมอไป น้ำเสียงและบริบทจะเป็นตัวกำหนดว่าฟังดูไม่พอใจหรือกล่าวโทษหรือไม่

แบบฝึกหัด

ตัวอย่างหนังเปิดให้ชมมาหลายวันแล้ว คุณคิดว่าเพื่อนดูแล้วและรู้สึกประหลาดใจเมื่อพบว่าเขายังไม่ได้ดู คำถามใดแสดงปฏิกิริยานี้ได้ดีที่สุด

  1. Haven't you seen the trailer?
  2. When did you see the trailer?
  3. Have you seen the trailer?
ดูคำตอบ

Haven't you seen the trailer?

No.

1:45

ยัง

What trailer?

1:46

ตัวอย่างอะไร

Watch the trailer...

1:47

ไปดูตัวอย่างสิ...

This is mine.

1:53

นี่ของฉันนะ

Hey, get off. กริยาวลี

1:54

นี่ ลงไปเลย

กริยาวลี

get off: ลงจากยานพาหนะหรือพื้นผิว

Get off หมายถึงการออกจากหรือลงจากสิ่งที่กำลังนั่ง ขี่ หรือยืนอยู่ ใน Hey, get off มีการละกรรมไว้ เพราะทุกคนมองเห็นได้ว่าผู้พูดหมายถึงพื้นผิวหรือตำแหน่งใด เมื่อระบุกรรม ให้ใช้ get off + คำนาม เช่น get off the bus, get off the bike, get off the table ในที่นี้ off แสดงว่าหยุดสัมผัสหรือครอบครองตำแหน่งนั้น ส่วน get ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ”

แบบฝึกหัด

ใช้ get off เติมประโยคให้สมบูรณ์: At the next stop, we need to ____ the bus.

ดูคำตอบ

get off

Yeah, get off.

1:56

ใช่ ลงไปเลย

We were on that.

1:57

พวกเราเล่นอยู่ก่อนนะ

Not anymore.

1:59

ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว

Come on, Bingo.

2:01

มาเร็ว Bingo

Help me.

2:02

ช่วยฉันหน่อย

A massage.

2:05

นวดนี่เอง

Why, thank you. น้ำเสียง/เจตนา

2:06

แหม ขอบใจจ้ะ

น้ำเสียง/เจตนา

Why, thank you: คำขอบคุณที่ฟังดูประหลาดใจหรือมีลีลา

ในประโยคนี้ why เป็นคำเกริ่นเชิงอุทาน ไม่ใช่คำถามที่ถามหาเหตุผล ทำให้คำตอบฟังเป็นปฏิกิริยา จึงไม่ได้คาดหวังให้ผู้ฟังอธิบายเหตุผล เมื่อเทียบกับ Thank you แบบธรรมดา คำตอบเต็มนี้ฟังดูประหลาดใจ สุภาพแบบหยอกเล่น หรือจงใจทำให้ดูมีลีลา การใส่จุลภาคช่วยแยกคำเกริ่นออกจากคำขอบคุณ

แบบฝึกหัด

why ทำหน้าที่อะไรใน “Why, thank you”?

  1. เพิ่มโทนประหลาดใจหรือสุภาพแบบหยอกเล่นให้คำขอบคุณ
  2. ขอให้ผู้ฟังอธิบายเหตุผลของคำขอบคุณ
  3. เปลี่ยนคำขอบคุณให้เป็นการปฏิเสธ
ดูคำตอบ

เพิ่มโทนประหลาดใจหรือสุภาพแบบหยอกเล่นให้คำขอบคุณ

Yeah, a little lower.

2:07

ใช่ ต่ำลงอีกนิด

Oh,

2:08

โอ้

that's the spot. วลี

2:09

ตรงนั้นแหละ

วลี

That's the spot: ยืนยันจุดที่ถูกต้องพอดี

That's the spot ใช้ยืนยันว่าอีกฝ่ายพบตำแหน่งที่รู้สึกพอดีหรือเป็นจุดที่ต้องการแล้ว ในการนวด มีความหมายว่า “ใช่ ตรงนั้นแหละ” ซึ่งบอกว่าอีกฝ่ายกำลังกดถูกจุด spot ในที่นี้หมายถึงตำแหน่งเล็ก ๆ ที่เฉพาะเจาะจง ไม่ได้หมายถึงคราบหรือรอย รูปประโยคเดียวกันยังใช้ยืนยันจุดที่แม่นยำเมื่อวาง สัมผัส หรือปรับสิ่งของได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ระหว่างการนวด ประโยคใดยืนยันว่าอีกฝ่ายพบจุดที่ถูกต้องพอดีแล้ว?

  1. That's the spot—right under my shoulder blade.
  2. That's a spot I noticed yesterday.
  3. That's a stain—please clean it.
ดูคำตอบ

That's the spot—right under my shoulder blade.

Grab his arms.

2:10

จับแขนเขาไว้

Oh yeah.

2:13

โอ้ ใช่

Thai style.

2:14

นวดแผนไทยเลย

Oh,

2:15

โอ้

that feels good.

2:15

รู้สึกดีจัง

Get off you, big blue meanie. การใช้คำ

2:16

ลงไปเลยนะ เจ้าคนใจร้ายตัวสีฟ้า

การใช้คำ

big blue meanie: คำต่อว่าแบบเด็ก ๆ ที่พูดเชิงหยอกเล่น

ใน big blue meanie คำว่า meanie เป็นคำแบบเด็ก ๆ ที่ใช้เรียกคนที่กำลังทำตัวไม่ดีหรือไม่น่ารัก ส่วน big และ blue ทำให้คำเรียกนี้ฟังดูเป็นฉายาแบบเกินจริง โดย blue ในที่นี้บอกสีของตัวละคร ไม่ได้หมายถึงความเศร้า ผู้พูดกำลังแสดงความไม่พอใจระหว่างเล่น ไม่ได้กล่าวหาอย่างจริงจังแบบผู้ใหญ่ ข้อสังเกตที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ meanie มักเป็นคำต่อว่าเบา ๆ แบบเด็ก แต่ระดับความแรงยังขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและสถานการณ์

แบบฝึกหัด

ตัดสินการใช้คำนี้: ลูกค้าเขียนในคำร้องเรียนอย่างเป็นทางการถึงบริษัทว่า “Your manager is a big blue meanie.”

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

Nah.

2:18

ไม่อ่ะ

I got an idea.

2:19

ฉันคิดออกแล้ว

Come on, Bingo.

2:20

มาเร็ว Bingo

We'll seesaw him off. การใช้คำ

2:22

เราจะกระดกเขาออกไป

การใช้คำ

seesaw him off: การนำคำนามมาใช้เป็นคำกริยาเฉพาะสถานการณ์

ในที่นี้ seesaw ถูกนำมาใช้เป็นคำกริยาอย่างสร้างสรรค์ หมายถึง “ใช้การเคลื่อนไหวขึ้นลงของกระดานหกกับเขา” him คือคนที่ได้รับผลจากการกระทำ ส่วน off บอกผลลัพธ์ว่าการเคลื่อนไหวนั้นจะทำให้เขาออกจากตำแหน่งเดิม seesaw him off เข้าใจได้เพราะเกมและการเคลื่อนไหวนั้นชัดเจนอยู่แล้ว นี่ไม่ใช่วลีตายตัวมาตรฐานที่ต้องท่องจำ หลักที่กว้างกว่าคือ ภาษาอังกฤษสามารถนำคำนามมาใช้เป็นคำกริยาได้เมื่อบริบทช่วยให้อนุมานการกระทำที่ต้องการได้ง่าย

แบบฝึกหัด

ในฉากสนามเด็กเล่น “We'll seesaw him off” หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขาจะซ่อมกระดานหกให้เขา
  2. พวกเขาจะตามเขาออกไปจากสนามเด็กเล่น
  3. พวกเขาจะใช้การเคลื่อนไหวของกระดานหกทำให้เขาลงมาจากตำแหน่งเดิม
ดูคำตอบ

พวกเขาจะใช้การเคลื่อนไหวของกระดานหกทำให้เขาลงมาจากตำแหน่งเดิม

Oh yeah.

2:24

โอ้ เย้

Come on.

2:24

มาเร็ว

We're not heavy enough. ไวยากรณ์

2:28

พวกเราหนักไม่พอ

ไวยากรณ์

not heavy enough: not + คำคุณศัพท์ + enough

โครงสร้าง not + คำคุณศัพท์ + enough หมายถึงคุณสมบัติหนึ่งยังไม่ถึงระดับที่จำเป็นต่อการทำให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ not heavy enough บอกว่าน้ำหนักของฝ่ายผู้พูดยังต่ำกว่าระดับที่จำเป็นต่อการทำให้บางอย่างเกิดขึ้น enough ที่ขยายคำคุณศัพท์จะวางหลังคำคุณศัพท์: heavy enough และวาง not ไว้หน้าวลีคำคุณศัพท์นั้น: not heavy enough โครงสร้างเดียวกันใช้กับคุณสมบัติอื่นได้ เช่น not warm enough หรือ not old enough

แบบฝึกหัด

เติมคำที่แสดงว่าคุณสมบัติยังไม่ถึงระดับที่จำเป็น: This shelf isn't strong ____ to hold the books.

ดูคำตอบ

enough

Yeah,

2:30

ใช่

I'm pretty huge. การใช้คำ

2:30

พ่อค่อนข้างตัวใหญ่มากน่ะ

การใช้คำ

pretty huge: pretty ที่เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับ

ใน pretty huge คำว่า pretty เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับ หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” โดยขยาย huge เพื่อบอกว่ามีขนาดใหญ่ในระดับค่อนข้างสูง ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดหน้าตาสวยหรือดูดี เนื่องจาก huge เป็นคำคุณศัพท์ที่มีน้ำหนักมากอยู่แล้ว I'm pretty huge จึงฟังดูเป็นภาษากันเองและเน้นย้ำ ในฉากนี้ ผู้พูดพูดเกินจริงเกี่ยวกับรูปร่างใหญ่ของตนด้วยน้ำเสียงขบขัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค I'm pretty huge คำว่า pretty บอกอะไรเรา?

  1. ผู้พูดมีรูปร่างใหญ่เพียงเล็กน้อย
  2. ผู้พูดมีรูปร่างค่อนข้างใหญ่
  3. ผู้พูดดูมีเสน่ห์
ดูคำตอบ

ผู้พูดมีรูปร่างค่อนข้างใหญ่

Hey, Chloe.

2:33

นี่ Chloe

Come up here and help us seesaw Dad off. ไวยากรณ์

2:33

ขึ้นมาบนนี้แล้วช่วยเรากระดกพ่อออกไปหน่อยสิ

ไวยากรณ์

help us seesaw Dad off: help + คน + คำกริยารูปพื้นฐาน

หลัง help สามารถตามด้วย “คน + คำกริยารูปพื้นฐาน” ได้ เช่น help us seesaw โดย us คือฝ่ายที่ได้รับความช่วยเหลือ และ seesaw คือการกระทำ ประโยคนี้ไม่มี to หน้า seesaw การใช้คำกริยารูปพื้นฐานต่อจาก help โดยตรงเป็นธรรมชาติ แต่ help us to seesaw ก็ถูกหลักไวยากรณ์เช่นกัน ในที่นี้ seesaw ถูกนำมาใช้เป็นคำกริยาแบบสร้างสรรค์ ใน seesaw Dad off นั้น Dad คือผู้ที่ได้รับผลจากการกระทำ ส่วน off บอกผลลัพธ์ที่ต้องการ คือโยกกระดานหกให้พ่อลงจากกระดาน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ “help + คน + คำกริยารูปพื้นฐาน” และอาจตามด้วยกรรมหรือคำที่บอกผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมคำขอให้สมบูรณ์ด้วยรูปพื้นฐานของ lift: I can't do it alone. Can you help me ____ this box?

ดูคำตอบ

lift

Oh, okay.

2:36

อ๋อ ได้เลย

We're going to be more heavy

2:38

พวกเราจะหนักขึ้น

you off now, big daddy.

2:39

เพื่อเด้งพ่อออกไปแล้วนะ พ่อตัวโต

Oh, I'm so scared. น้ำเสียง/เจตนา

2:41

โอ้ พ่อกลัวจังเลย

น้ำเสียง/เจตนา

I'm so scared: แกล้งทำเป็นกลัวเพื่อประชด

I'm so scared ตามปกติหมายถึงผู้พูดรู้สึกกลัวมาก แต่ในที่นี้สถานการณ์แสดงให้เห็นว่าพ่อไม่ได้รู้สึกว่าถูกคุกคาม เขาจึงพูดตรงข้ามกับความคิดจริง ประโยคนี้เป็นการประชด โดยเขาแกล้งทำเป็นกลัวเพื่อเยาะเย้ยคำท้าทายของเด็ก ๆ หากต้องการสังเกตการใช้แบบนี้ ให้เปรียบเทียบความหมายตรงตัวกับสถานการณ์และวิธีพูด รอยยิ้ม น้ำเสียงที่จงใจเกินจริง หรือคำขู่ที่เห็นชัดว่าไม่น่ากลัว อาจเป็นสัญญาณว่าแกล้งกลัว หากไม่มีสัญญาณเหล่านี้ ประโยคเดียวกันอาจแสดงความกลัวจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในสถานการณ์ใด “I'm so scared” มีแนวโน้มเป็นคำประชดมากที่สุด

  1. เด็กคนหนึ่งกระซิบขณะซ่อนตัวจากสุนัขตัวใหญ่ที่กำลังเห่าเสียงดัง
  2. คนขับพูดหลังจากเกือบควบคุมรถไม่ได้บนถนนที่เป็นน้ำแข็ง
  3. ผู้เล่นคนหนึ่งยิ้มหลังจากเพื่อนคุยโวว่าจะชนะเกมกระดานครั้งถัดไป
ดูคำตอบ

ผู้เล่นคนหนึ่งยิ้มหลังจากเพื่อนคุยโวว่าจะชนะเกมกระดานครั้งถัดไป

Okay, sit down, Chloe.

2:42

โอเค นั่งลงเลย Chloe

We're still not heavy enough.

2:46

พวกเราก็ยังหนักไม่พออยู่ดี

He must weigh the same as a hippo. ไวยากรณ์

2:48

เขาต้องน้ำหนักเท่าฮิปโปแน่ๆ

ไวยากรณ์

must weigh the same as ...: การคาดคะเนอย่างมั่นใจและน้ำหนักที่เท่ากัน

ในที่นี้ must ใช้แสดงข้อสรุปที่มั่นใจจากหลักฐาน ผู้พูดเชื่อว่าเขามีน้ำหนักเท่านี้ ไม่ได้เป็นการสั่งให้เขาทำอะไร หลัง modal verb ต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน weigh ไม่ใช่ weighs หรือ to weigh weigh หมายถึง “มีน้ำหนักจำนวนหนึ่ง” และ weigh the same as ใช้เปรียบเทียบน้ำหนักของประธานกับคนหรือสิ่งของอีกอย่างหนึ่ง แนวคิดการเปรียบเทียบแบบเดียวกันนำไปใช้กับราคา อายุ และขนาดได้ แม้คำกริยาหรือคำคุณศัพท์อาจเปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ must เพื่อแสดงข้อสรุปที่มั่นใจจากหลักฐาน

  1. You must weigh the parcel before you post it.
  2. The parcel must weigh the same as mine; both scales read five kilos.
  3. The parcel might weigh less, but I have not checked.
ดูคำตอบ

The parcel must weigh the same as mine; both scales read five kilos.

That's it.

2:52

ไม่ไหวแล้ว

I'm calling Mum.

2:52

ฉันจะเรียกแม่

Oh yeah, run to your mama. น้ำเสียง/เจตนา

2:53

โอ้ ใช่ วิ่งไปหาแม่ของลูกเลย

น้ำเสียง/เจตนา

run to your mama: คำท้าทายเชิงล้อเลียน

ในที่นี้ run to your mama ไม่ได้เป็นเพียงคำสั่งกลาง ๆ ให้เดินทางไปหาแม่ แต่เป็นคำยั่วเย้าที่สื่อว่าอีกฝ่ายรับมือสถานการณ์เองไม่ได้และต้องขอความช่วยเหลือหรือการปกป้องจากแม่ mama เป็นคำเรียก “แม่” แบบสนิทสนมและเกี่ยวข้องกับภาษาของเด็ก เมื่อใช้ your mama ในการท้าทาย จะทำให้อีกฝ่ายดูเหมือนเด็กเล็กที่ต้องพึ่งแม่ จึงเกิดน้ำเสียงล้อเลียนและดูถูก

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: ในบทสนทนาที่มีการท้าทาย "Run to your mama" โดยปกติเป็นเพียงคำบอกทิศทางที่เป็นกลาง

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

Mum.

2:55

แม่

She'll sort you out, mate. กริยาวลี

2:56

เดี๋ยวแม่เขาก็จัดการให้ลูกเองแหละ เพื่อนเอ๋ย

กริยาวลี

sort you out, mate: คำเตือนแบบหยอกล้อ

ในฉากนี้ sort you out หมายถึง “จัดการเธออย่างจริงจัง” หรือ “ทำให้เธอรู้ว่าใครเป็นใคร” เนื่องจากกรรมเป็นคนและบริบทเป็นการปะทะกันแบบหยอกเล่น sort จึงไม่ได้หมายถึงการแยกหรือจัดหมวดหมู่สิ่งของ Mate เป็นคำเรียกอีกฝ่ายโดยตรงแบบไม่เป็นทางการ ในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย คำนี้อาจหมายถึง “เพื่อน” แต่ก็ใช้ตอนหยอกหรือท้าทายใครได้เช่นกัน ที่นี่คำนี้เพิ่มน้ำเสียงกวน ๆ และเผชิญหน้า ไม่ได้ยืนยันว่าทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน

แบบฝึกหัด

ใน “She'll sort you out, mate,” ข้อใดอธิบายทั้ง sort you out และ mate ได้เหมาะสมที่สุด

  1. เธอจะช่วยจัดของให้นาย ส่วน mate เป็นตำแหน่งเรียกอย่างเป็นทางการ
  2. เธอจะจัดหมวดหมู่นาย ส่วน mate ยืนยันว่าทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน
  3. เธอจะจัดการนายอย่างจริงจัง ส่วน mate เป็นคำเรียกแบบไม่เป็นทางการที่ออกแนวท้าทายเล็กน้อย
ดูคำตอบ

เธอจะจัดการนายอย่างจริงจัง ส่วน mate เป็นคำเรียกแบบไม่เป็นทางการที่ออกแนวท้าทายเล็กน้อย

Hello.

2:58

สวัสดี

Mum,

2:59

แม่คะ

Dad's sitting on the seesaw and won't get off.

3:00

Dad นั่งอยู่บนกระดานหกแล้วไม่ยอมลง

Oh, boo-hoo. น้ำเสียง/เจตนา

3:02

โอ้ โถๆ

น้ำเสียง/เจตนา

boo-hoo: แกล้งเห็นใจ ไม่ใช่การปลอบ

Boo-hoo เป็นคำเลียนเสียงร้องไห้ เมื่อใช้ตอบคำบ่นของใคร มักสื่อถึงการแกล้งเห็นใจ ผู้พูดทำเหมือนสงสาร แต่จริง ๆ แล้วกำลังปัดหรือดูแคลนคำบ่นนั้น ดังนั้น“Oh, boo-hoo”ในที่นี้ไม่ใช่การปลอบ และไม่ใช่การบอกอย่างเป็นกลางว่าใครกำลังร้องไห้ น้ำหนักของคำใกล้กับ“โถ น่าสงสารจัง—เลิกบ่นได้แล้ว”โดยมีน้ำเสียงหยอกหรือดูถูก

แบบฝึกหัด

หลังจากมีคนบ่นเรื่องปัญหาเล็กน้อย ผู้พูดตอบว่า“Oh, boo-hoo”คำตอบนี้มักแสดงท่าทีแบบใด

  1. ปลอบโยนอย่างอบอุ่นและจริงใจ
  2. แกล้งเห็นใจเพื่อปัดคำบ่น
  3. บอกอย่างเป็นกลางว่าใครกำลังร้องไห้
ดูคำตอบ

แกล้งเห็นใจเพื่อปัดคำบ่น

What?

3:04

อะไรนะ

Here you are, my darling. น้ำเสียง/เจตนา

3:05

นี่จ้ะ ที่รัก

น้ำเสียง/เจตนา

Here you are: ใช้เมื่อยื่นสิ่งของให้ผู้อื่น

Here you are เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ตอนยื่นสิ่งของที่อีกฝ่ายต้องการหรือขอไว้ ในประโยคนี้ผู้พูดกำลังส่งของให้อีกฝ่าย จึงมีความหมายว่า “นี่สำหรับคุณ” หรือ “นี่คือของที่คุณต้องการ” ในการใช้เพื่อยื่นสิ่งของนี้ สำนวนดังกล่าวไม่ได้บอกตำแหน่งของอีกฝ่าย ส่วน You are here มีความหมายตรงตัวว่า “คุณอยู่ที่นี่” โดยมีลำดับคำและหน้าที่ต่างกัน

แบบฝึกหัด

พนักงานร้านยื่นใบเสร็จให้ลูกค้า ประโยคใดเป็นคำพูดที่เป็นธรรมชาติขณะยื่นให้?

  1. You are here.
  2. Here you are.
  3. You're welcome.
ดูคำตอบ

Here you are.

Oh, thank you, my precious.

3:07

โอ้ ขอบคุณจ้ะ สุดที่รัก

Mum, what are you doing?

3:10

แม่คะ แม่กำลังทำอะไรเนี่ย

Don't feed him!

3:12

เลิกป้อนอาหารเขาได้แล้ว

You're making him even more heavy. ไวยากรณ์

3:13

แม่ทำให้เขาหนักกว่าเดิมอีกนะ

ไวยากรณ์

making him even more heavy: make + กรรม + คำคุณศัพท์

ในโครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ คำว่า make หมายถึง “ทำให้เกิดสภาพหนึ่ง” ไม่ใช่ “ผลิตหรือสร้างสิ่งของ” him เป็นกรรม ส่วน heavy บอกสภาพที่เกิดขึ้น ดังนั้น making him heavy จึงหมายถึงทำให้เขาหนักขึ้น even เพิ่มความหมายว่าระดับนั้นเพิ่มขึ้นไปอีก รูป more heavy ในตัวอย่างพอเข้าใจได้ แต่ในการเปรียบเทียบทั่วไป ภาษาอังกฤษมาตรฐานมักใช้ heavier: You're making him even heavier.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ make + กรรม + คำคุณศัพท์ อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่ากระเป๋าหนักขึ้น?

  1. The extra books made the bag even more heavily.
  2. The extra books made even heavier the bag.
  3. The extra books made the bag even heavier.
ดูคำตอบ

The extra books made the bag even heavier.

Mm, so filling. การใช้คำ

3:15

อืม อิ่มจัง

การใช้คำ

so filling: อาหารที่ทำให้รู้สึกอิ่ม

ในที่นี้ filling เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึงอาหารทำให้รู้สึกอิ่มและไม่หิวไปอีกสักพัก ส่วน so ใช้เน้นความหมายว่า ผู้พูดกำลังบอกว่าอาหารนี้อิ่มท้องมาก ไม่จำเป็นต้องหมายความว่ารสชาติอร่อย ใช้ filling เพื่อบรรยายอาหารหรือมื้ออาหารที่ทำให้เกิดความรู้สึกนี้ ไม่ได้หมายความว่ากำลังเติมบางสิ่งอยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าซุปทำให้คนรู้สึกอิ่ม?

  1. The soup was very filling.
  2. I was very filling after lunch.
  3. The soup was very full.
ดูคำตอบ

The soup was very filling.

Have fun, children.

3:17

ขอให้สนุกนะเด็กๆ

This is outrageous. น้ำเสียง/เจตนา

3:19

นี่มันเกินไปแล้วนะ

น้ำเสียง/เจตนา

This is outrageous: การประท้วงอย่างรุนแรง

ในที่นี้ "This is outrageous." เป็นการประท้วงอย่างรุนแรง ผู้พูดมองว่าสถานการณ์นั้นไม่ยุติธรรมอย่างมาก น่าขุ่นเคือง น่าตกใจ หรือยอมรับไม่ได้ โดยสามารถถอดความอย่างเป็นธรรมชาติได้ว่า "This is completely unacceptable." ประโยคนี้อาจแสดงความโกรธจริง ๆ หรือจงใจพูดเกินจริงเพื่อให้เกิดอารมณ์ขันหรือความดราม่าก็ได้ ไม่ว่าแบบใด outrageous ก็มีอารมณ์รุนแรงกว่า bad มาก และโดยทั่วไปก็รุนแรงกว่า unfair

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ outrageous อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแสดงการประท้วงอย่างรุนแรง?

  1. Charging us twice for the same ticket is outrageous.
  2. The weather is outrageous because it is slightly cloudy.
  3. This ordinary pencil is outrageous because it is yellow.
ดูคำตอบ

Charging us twice for the same ticket is outrageous.

The grownups won't help us. การใช้คำ

3:20

ผู้ใหญ่ไม่ยอมช่วยพวกเราเลย

การใช้คำ

grownups: คำไม่เป็นทางการสำหรับผู้ใหญ่ในมุมมองของเด็ก

grownups เป็นคำนามพหูพจน์แบบไม่เป็นทางการ หมายถึงผู้ใหญ่ ในประโยคนี้ the grownups กล่าวถึงผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ ๆ ในฐานะกลุ่มหนึ่งที่แยกจากเด็ก ๆ ส่วน the แสดงว่าทุกคนในสถานการณ์รู้แล้วว่าหมายถึงผู้ใหญ่กลุ่มไหน คำนี้มักนำเสนอผู้ใหญ่จากมุมมองของเด็ก และฟังดูขี้เล่นและเป็นภาษาของเด็กมากกว่า adults ตรงนี้เป็นคำนาม ไม่ใช่วลีกริยา grow up ที่หมายถึงเติบโตเป็นผู้ใหญ่

แบบฝึกหัด

ในสถานการณ์ใด grownups เป็นตัวเลือกที่เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. เด็กพูดถึงผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ ๆ แบบสบาย ๆ
  2. แบบฟอร์มการแพทย์ที่ถามช่วงอายุของผู้ป่วย
  3. เอกสารกฎหมายที่กำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ดูคำตอบ

เด็กพูดถึงผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ ๆ แบบสบาย ๆ

Well,

3:23

ถ้างั้น

then we need more kids.

3:23

เราก็ต้องหาเด็กเพิ่ม

Spin.

3:25

หมุนเลย

Coco, we need your help.

3:26

Coco เราต้องการความช่วยเหลือจากเธอ

What is it, Bluey?

3:28

มีอะไรเหรอ Bluey

We're trying to get my Dad off the seesaw. ไวยากรณ์

3:29

พวกเรากำลังพยายามเอาพ่อฉันลงจากไม้กระดกน่ะ

ไวยากรณ์

get my Dad off the ...: ทำให้ใครบางคนออกจากสถานที่หนึ่ง

โครงสร้าง get + กรรม + off + สถานที่หรือพื้นผิว หมายถึงทำให้หรือช่วยให้กรรมออกจากสถานที่นั้น ใน get my Dad off the seesaw นั้น my Dad คือคนที่ตำแหน่งเปลี่ยนไป และ off the seesaw ระบุว่าเขาออกจากที่ไหน ตรงนี้ get เป็นคำกริยาเชิงเหตุ หมายถึงทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ไม่ใช่ได้ตัว Dad มา ส่วนประธานจะใช้การชักชวน ช่วยเหลือ หรือเคลื่อนตัวบุคคลนั้นโดยตรง ต้องดูจากบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย get + กรรม + off เพื่อสื่อว่า “ทำให้สุนัขลงจากโซฟา”: We need to ____ the sofa.

ดูคำตอบ

get the dog off

Oh.

3:31

อ๋อ

But we're not heavy enough.

3:31

แต่พวกเราหนักไม่พอ

Oh.

3:33

อ๋อ

And he keeps eating sausages. ไวยากรณ์

3:34

แถมเขายังกินไส้กรอกไม่หยุดเลย

ไวยากรณ์

keeps eating sausages: keep + คำกริยา-ing

keep + คำกริยา-ing ใช้บอกว่าการกระทำดำเนินต่อไปหรือเกิดซ้ำ ๆ ในที่นี้ keeps eating หมายถึงเขายังคงกินไส้กรอกต่อไป คำว่า keep ไม่ได้หมายถึง “เก็บ” ไส้กรอกไว้ เมื่อประธานเป็นบุรุษที่สามเอกพจน์ เช่น he ต้องเปลี่ยน keep เป็น keeps โครงสร้างนี้อาจใช้บอกการเกิดซ้ำแบบเป็นกลาง หรืออาจสื่อว่าผู้พูดรู้สึกว่าการกระทำนั้นดำเนินมานานเกินไปก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ keep + ring: The phone has not stopped; it ____ every few minutes.

ดูคำตอบ

keeps ringing

Oh.

3:36

อ๋อ

Is your frizzy hair very heavy? การใช้คำ

3:37

ผมหยิกฟูของเธอหนักมากไหม

การใช้คำ

frizzy hair: เนื้อผมฟูและไม่เรียบลื่น

frizzy hair คือผมที่มีลอนเล็ก ๆ ซึ่งจัดทรงยากหรือมีเส้นผมชี้ออกมา ทำให้ดูฟูและไม่เรียบลื่น frizzy อธิบายเนื้อสัมผัสและลักษณะภายนอกของผม ไม่ได้บอกเพียงรูปทรงของลอน คำถามนี้ทำให้เกิดมุกตลกแบบไร้สาระ โดยพูดถึงผมที่ดูฟูเหมือนเป็นสิ่งของที่อาจมีน้ำหนักมากจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายผมที่ฟูและจัดให้เรียบได้ยากในอากาศชื้นได้ดีที่สุด

  1. Her hair gets frizzy in damp weather.
  2. Her hair gets curly in damp weather.
  3. Her hair gets wavy in damp weather.
ดูคำตอบ

Her hair gets frizzy in damp weather.

Um, yeah.

3:39

อืม ก็หนักนะ

Good.

3:41

ดีเลย

Come on.

3:41

มาสิ

I brought Coco.

3:43

ฉันพา Coco มาแล้ว

Hooray.

3:44

ไชโย

Oh, it's working.

3:47

โอ้ ได้ผลด้วย

Coco's frizzy hair is working.

3:49

ผมหยิกฟูของ Coco ได้ผล

Hooray.

3:51

ไชโย

Ah, it's stopped.

3:52

อ้าว หยุดซะแล้ว

We're still not heavy enough.

3:54

พวกเราก็ยังหนักไม่พออยู่ดี

I'm sorry.

3:56

ฉันขอโทษนะ

It's not your fault, Coco. น้ำเสียง/เจตนา

3:58

ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก Coco

น้ำเสียง/เจตนา

It's not your fault: ลดความรู้สึกผิดและปลอบใจ

ใน It's not your fault คำว่า fault หมายถึงความผิดหรือความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่ไม่ดี ไม่ได้หมายถึงข้อขัดข้องของเครื่องจักร ประโยคนี้บอก Coco ว่าไม่ควรถูกตำหนิ ใช้รูปแบบ It's not your fault เมื่อมีคนขอโทษหรือรู้สึกผิดและคุณต้องการทำให้เขาสบายใจ ประโยคนี้ไม่ได้แค่บอกข้อเท็จจริง แต่ยังช่วยลดความรู้สึกผิดและปลอบใจด้วย

แบบฝึกหัด

เพื่อนโทษตัวเองเพราะฝนทำให้ต้องยกเลิกปิกนิก คำตอบใดปลอบใจได้ดีที่สุดและบอกว่าเธอไม่ต้องรับผิดชอบ?

  1. Let's check the forecast for next week.
  2. It's not your fault; you couldn't control the rain.
  3. It's your fault; the picnic was canceled.
ดูคำตอบ

It's not your fault; you couldn't control the rain.

It's his.

3:59

ความผิดของเขาต่างหาก

We need another kid.

4:02

เราต้องการเด็กอีกคน

Giddyup. วัฒนธรรม

4:04

กรับ กรับ

วัฒนธรรม

Giddyup: เสียงเรียกม้าในการเล่นสมมติ

Giddyup เป็นเสียงเรียกแบบดั้งเดิมที่ใช้เร่งให้ม้าเริ่มเคลื่อนที่หรือเดินหน้าต่อไป ในฉากนี้ คำนี้เป็นสัญญาณของการเล่นสมมติว่ากำลังขี่ม้า คำนี้เป็นคำอุทาน ไม่ใช่คำทักทายหรือวิธีทั่วไปในการบอกคนว่าไปกันเถอะ ในการ์ตูนและการเล่น คำนี้ทำให้นึกถึงการขี่ม้าได้ทันที

แบบฝึกหัด

ในเกมสมมติว่ากำลังขี่ม้า คำอุทานใดบอกให้ม้าเคลื่อนที่?

  1. Goodnight!
  2. Giddyup!
  3. Bless you!
ดูคำตอบ

Giddyup!

Snickers, we need you.

4:05

Snickers เราต้องการนาย

But I'm playing on the

4:06

แต่ฉันกำลังเล่น

Ah! Come on!

4:08

อ๊ะ! เร็วเข้า!

Oh, we're going to fix you up, mate. กริยาวลี

4:10

โอ้ พวกเราจะจัดการนายเอง เพื่อน

กริยาวลี

fix you up: “จัดการนาย” ในการท้าทายแบบล้อเล่น

ในการแข่งขันแบบล้อเล่นนี้ fix you up หมายถึง “จัดการนาย” หรือ “เอาชนะแผนของนาย” ผู้พูดพบวิธีท้าทายอีกฝ่ายแล้ว ไม่ได้หมายถึงการซ่อมแซมคน เมื่อกรรมเป็นคน ความหมายของ fix up จะขึ้นอยู่กับบริบทอย่างมาก ในสถานการณ์แข่งขัน fix you up อาจมีน้ำเสียงขู่แบบล้อเล่น แต่ในโครงสร้างอื่นอาจหมายถึงการช่วยใครบางคนหรือจัดเตรียมบางอย่างให้คนนั้น

แบบฝึกหัด

ในการแข่งขันแบบล้อเล่น “We're going to fix you up” น่าจะหมายถึงอะไร

  1. เราพบวิธีจัดการหรือเอาชนะนายแล้ว
  2. เราจะซ่อมแซมร่างกายของนาย
  3. เราจะแนะนำนายให้รู้จักเพื่อนใหม่
ดูคำตอบ

เราพบวิธีจัดการหรือเอาชนะนายแล้ว

We've got a sausage dog. วัฒนธรรม

4:12

เราได้หมาไส้กรอกมาแล้ว

วัฒนธรรม

sausage dog: ชื่อเรียกเล่น ๆ ของสุนัขพันธุ์ดัชชุน

sausage dog เป็นชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการของ dachshund หรือสุนัขพันธุ์ดัชชุน ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องลำตัวยาวและขาสั้น ชื่อนี้เปรียบรูปร่างของสุนัขกับไส้กรอก วลีนี้หมายถึงสุนัขจริง ๆ ไม่ได้หมายถึงสุนัขที่ทำจากไส้กรอก การรู้จักชื่อเล่นนี้ยังช่วยให้เข้าใจมุกเกี่ยวกับไส้กรอกที่เชื่อมโยงกับสุนัขพันธุ์ดัชชุนได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

sausage dog ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. สุนัขที่ทำจากไส้กรอก
  2. ชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการของ dachshund
  3. สุนัขที่ฝึกให้ค้นหาไส้กรอก
ดูคำตอบ

ชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการของ dachshund

Bluey, look what he's got. น้ำเสียง/เจตนา

4:14

Bluey ดูสิว่าเขามีอะไร

น้ำเสียง/เจตนา

Look what he's got: ชี้ให้ดูสิ่งที่เพิ่งค้นพบ

Look what he's got ใช้ชวนให้อีกฝ่ายสนใจสิ่งที่ผู้พูดเพิ่งเห็น มักใช้เพื่อชี้ให้ดูสิ่งที่เพิ่งค้นพบซึ่งน่าประหลาดใจ น่าตื่นเต้น หรือใช้เป็นเบาะแสได้ ไม่ได้ใช้ถามข้อมูลที่ผู้พูดยังไม่รู้ หลัง look ส่วน what he's got เป็นอนุประโยคเนื้อหาที่เรียงคำแบบประโยคบอกเล่า: what + he + has got ในที่นี้ he's หมายถึง he has และ has got หมายถึงมีหรือกำลังถืออยู่ ถ้าถามโดยตรงจะใช้ What has he got?

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำในวงเล็บ โดยใช้ลำดับคำแบบบอกเล่าหลัง look: Look ____! (what / she's / found)

ดูคำตอบ

what she's found

Huh?

4:16

หืม

Oh, Rodney, my darling.

4:16

โอ้ Rodney ที่รักของฉัน

You're so smooth.

4:18

แกช่างเรียบเนียนเหลือเกิน

It's a pet rock. วัฒนธรรม

4:19

มันคือหินสัตว์เลี้ยง

วัฒนธรรม

Pet rock: ก้อนหินที่ถูกเลี้ยงเหมือนสัตว์เลี้ยง

pet rock คือก้อนหินธรรมดาที่คนปฏิบัติต่อมันราวกับเป็นสัตว์เลี้ยง เช่น ตั้งชื่อให้หรือแกล้งทำเป็นดูแลมัน คำนี้อยู่ในบริบทของการเล่นโดยใช้จินตนาการและอารมณ์ขัน ในที่นี้ pet บอกบทบาทสมมติของก้อนหิน มันไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่หินชนิดพิเศษ และไม่ใช่สิ่งของที่ทำขึ้นสำหรับสัตว์เลี้ยงจริง ๆ

แบบฝึกหัด

pet rock ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. หินชนิดพิเศษที่ใช้เป็นอาหารของสัตว์เลี้ยงจริง ๆ
  2. สัตว์ตัวเล็กที่มีลักษณะเหมือนก้อนหิน
  3. ก้อนหินธรรมดาที่มีคนสมมติว่าเป็นสัตว์เลี้ยง
ดูคำตอบ

ก้อนหินธรรมดาที่มีคนสมมติว่าเป็นสัตว์เลี้ยง

What?

4:21

อะไรนะ

He just picked it up from over there. กริยาวลี

4:22

เขาเพิ่งหยิบมันมาจากตรงนู้นแหละ

กริยาวลี

picked it up: หยิบสิ่งของขึ้นมาจากที่หนึ่ง

ในประโยคนี้ picked it up หมายถึงยกหรือหยิบสิ่งของจริงขึ้นมาจากจุดที่มันวางอยู่ from over there บอกว่าสิ่งของนั้นมาจากที่ไหน ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงไปรับคนหรือเรียนรู้บางอย่าง pick up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นสรรพนาม it ต้องวาง it ระหว่าง pick กับ up: ใช้ pick it up ไม่ใช้ pick up it ส่วน pick them up ก็ใช้รูปแบบเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ pick up กับสรรพนาม it เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The coin was on the floor, so Maya ____.

ดูคำตอบ

picked it up

Well, don't worry.

4:24

ก็ไม่ต้องห่วงหรอก

Snickers is heavier than a pet rock. ไวยากรณ์

4:25

Snickers น้ำหนักเยอะกว่าหินสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว

ไวยากรณ์

is heavier than ...: เปรียบเทียบน้ำหนัก

ในประโยคนี้ is heavier than ใช้เปรียบเทียบน้ำหนักของสองสิ่ง โดย Snickers มีน้ำหนักมากกว่าหินเลี้ยงหนึ่งก้อน heavier เป็นรูปขั้นกว่าของ heavy และ than ใช้นำหน้าสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + be + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than + สิ่งที่เปรียบเทียบ สามารถเปลี่ยนคำคุณศัพท์เพื่อเปรียบเทียบลักษณะอื่นได้ เช่น taller than, faster than หรือ smaller than สำหรับคำคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะ + y ให้เปลี่ยน y เป็น i ก่อนเติม -er: heavy → heavier

แบบฝึกหัด

ใช้รูปขั้นกว่าของ heavy ตามด้วยคำเปรียบเทียบที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยค: The red box weighs 10 kg, and the blue box weighs 5 kg. The red box is ____ the blue box.

ดูคำตอบ

heavier than

Aren't you?

4:28

ใช่ไหม

I think so.

4:28

ฉันก็คิดว่างั้นนะ

Come on, Snickers.

4:30

มาเถอะ Snickers

Okay.

4:31

โอเค

We're gonna do it.

4:32

พวกเราทำได้แน่

We're gonna do it.

4:33

พวกเราทำได้แน่

Oh, Rodney, look.

4:34

โอ้ Rodney ดูสิ

You can have your own pet rock.

4:35

แกสามารถมีหินสัตว์เลี้ยงของตัวเองได้แล้วนะ

What?

4:37

อะไรนะ

His pet rock has a pet rock.

4:38

หินสัตว์เลี้ยงของเขามีหินสัตว์เลี้ยงอีกทีเนี่ยนะ

This is outrageous.

4:40

นี่มันเกินไปแล้ว

Get off our seesaw.

4:42

ลงจากไม้กระดกของเราไปเลย

Yeah.

4:44

ใช่

Why would I get off my seesaw? น้ำเสียง/เจตนา

4:45

ทำไมฉันต้องลงจากไม้กระดกของฉันด้วย

น้ำเสียง/เจตนา

Why would I...? การปฏิเสธด้วยคำถามเชิงวาทศิลป์

ในประโยคนี้ Why would I...? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดไม่ได้ถามหาเหตุผลแบบเป็นกลางจริง ๆ แต่หมายถึง “ฉันไม่เห็นเหตุผลที่จะทำอย่างนั้น” จึงเป็นการโต้แย้งคำขอให้ลงจากไม้กระดก would ในที่นี้วางการกระทำไว้เป็นความเป็นไปได้ที่ผู้พูดตั้งคำถามหรือปฏิเสธ ไม่ได้ใช้บอกอนาคตแบบธรรมดา

แบบฝึกหัด

ผู้พูดน่าจะหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า “Why would I get off my seesaw?”

  1. ฉันไม่เห็นเหตุผลที่จะลงมา ดังนั้นฉันจึงปฏิเสธ
  2. ฉันต้องการให้ใครสักคนอธิบายวิธีลงมาอย่างปลอดภัย
  3. ฉันตัดสินใจว่าจะลงมาในอีกสักครู่
ดูคำตอบ

ฉันไม่เห็นเหตุผลที่จะลงมา ดังนั้นฉันจึงปฏิเสธ

What are we gonna do?

4:48

เราจะทำยังไงกันดีเนี่ย

We've run out of kids. กริยาวลี

4:50

เราไม่มีเด็กเหลือแล้วนะ

กริยาวลี

run out of kids: ไม่มีเหลืออีกแล้ว

Run out of something หมายถึงไม่มีทรัพยากรที่ต้องการหรือมีให้ใช้งานเหลืออยู่เลย ในที่นี้ kids ถูกมองเป็นกลุ่มคนจำนวนจำกัดที่สามารถเข้าร่วมได้ ดังนั้น We’ve run out of kids จึงหมายถึงไม่มีเด็กคนอื่นให้เข้าร่วมอีกแล้ว โครงสร้างคือ someone has run out of something ส่วน present perfect ใน We’ve run out of... แสดงว่าภาวะขาดแคลนเกิดขึ้นแล้วและผลยังเป็นจริงอยู่ในตอนนี้ วลีนี้ไม่ได้หมายถึง “วิ่งออกมาจากสถานที่หนึ่ง”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “ไม่มีนมเหลือ”: We've ____ milk.

ดูคำตอบ

run out of

Oh no, we haven't. ไวยากรณ์

4:52

โอ้ ไม่หรอก ยังมีอีก

ไวยากรณ์

Oh no, we haven't.: การแก้คำพูดด้วยการละส่วนหลัง助动词

ในที่นี้ we haven't เป็นคำตอบสั้น ๆ ที่ใช้แก้คำกล่าวก่อนหน้าซึ่งเป็น present perfect เช่น We've run out of kids. ความหมายเต็มคือ We haven't run out of kids โดยคงกริยาช่วย have ที่ตรงกับประโยคก่อนหน้าไว้ และละภาคแสดงที่พูดไปแล้ว Oh no ในที่นี้แสดงการโต้แย้งทันที ไม่ได้แค่แสดงความตกใจหรือผิดหวัง คำตอบปฏิเสธนี้ต้องอาศัยประโยคก่อนหน้าจึงจะมีความหมายครบ ดังนั้น haven't ไม่ได้แปลว่า “ไม่มีบางสิ่ง” ด้วยตัวมันเอง

แบบฝึกหัด

มีคนพูดว่า “We've run out of paper.” คำตอบใดโต้แย้งข้อความนี้ได้ถูกต้องโดยไม่ต้องพูดภาคแสดงทั้งหมดซ้ำ?

  1. Oh no, we aren't. There's another pack here.
  2. Oh no, we haven't. There's another pack here.
  3. Oh no, we don't. There's another pack here.
ดูคำตอบ

Oh no, we haven't. There's another pack here.

And how's your Dad going? การใช้คำ

4:54

แล้วคุณพ่อของหนูเป็นยังไงบ้างจ๊ะ

การใช้คำ

how's your Dad going?: การถามความคืบหน้าในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย

ในบทสนทนานี้ how's your Dad going? ใช้ถามว่าส่วนของกิจกรรมที่ทั้งสองฝ่ายรู้ร่วมกันและเกี่ยวข้องกับ Dad ดำเนินไปอย่างไร มีความหมายใกล้เคียงกับ “How are things going with your dad?” ผู้พูดไม่ต้องบอกชื่อกิจกรรม เพราะทั้งคู่รู้ว่ากำลังพูดถึงเรื่องอะไร going ในที่นี้บอกว่าสถานการณ์กำลังดำเนินไปอย่างไร ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่หนึ่ง ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียที่ไม่เป็นทางการ How's someone going? ยังใช้ถามโดยทั่วไปว่าคนนั้นเป็นอย่างไรได้ด้วย จึงต้องอาศัยบริบทเพื่อระบุจุดเน้นที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียที่ไม่เป็นทางการ หากผู้พูดทั้งสองคนรู้แผนอยู่แล้ว “How's your dad going?” ถามถึงอะไรอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. เรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณพ่อของเธอกำลังคืบหน้าอย่างไร?
  2. ปกติคุณพ่อของเธอเดินทางอย่างไร?
  3. คุณพ่อของเธอกำลังเดินทางไปจุดหมายใด?
ดูคำตอบ

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณพ่อของเธอกำลังคืบหน้าอย่างไร?

Pom Pom! Huh?

4:55

Pom Pom! หืม?

He's just... Over here.

4:58

เขาก็... อยู่แถวนี้แหละค่ะ

Actually, we're going to see him next week.

4:59

ที่จริงสัปดาห์หน้าพวกเราจะไปเยี่ยมเขาค่ะ

I'm coming.

5:00

หนูมาแล้ว

Come here, we need you.

5:01

มานี่เลย เราต้องการเธอ

I'm here.

5:04

ฉันอยู่นี่แล้ว

Pom Pom! Get up here, quick!

5:06

Pompom รีบขึ้นมาบนนี้เร็ว

Okay.

5:07

โอเค

Goodness me. การใช้คำ

5:10

พระเจ้าช่วย

การใช้คำ

Goodness me: คำอุทานแสดงความประหลาดใจแบบนุ่มนวล

Goodness me เป็นคำอุทานตายตัวที่ใช้ตอบสนองด้วยความประหลาดใจ ความกังวล หรือความทึ่งในระดับไม่รุนแรง ในประโยคนี้ คำนี้แสดงว่าผู้พูดประหลาดใจกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นปฏิกิริยาหนึ่งอย่าง ในที่นี้ goodness ไม่ได้หมายถึง “ความดีทางศีลธรรม” ส่วนความรู้สึกที่แน่นอนต้องดูจากสถานการณ์และน้ำเสียง

แบบฝึกหัด

ใน "Goodness me, that cake is enormous!" คำว่า Goodness me ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกว่าเค้กมีความดีทางศีลธรรม
  2. ขอให้ใครสักคนทำให้เค้กดีขึ้น
  3. แสดงความประหลาดใจอย่างนุ่มนวล
ดูคำตอบ

แสดงความประหลาดใจอย่างนุ่มนวล

I'm up.

5:14

ฉันขึ้นมาแล้ว

Yeah.

5:15

เย้

That's it.

5:17

แบบนั้นแหละ

That's it.

5:17

แบบนั้นแหละ

Here I come. วลี

5:18

ฉันมาแล้ว

วลี

Here I come: การบอกว่ากำลังมุ่งหน้าไป

Here I come เป็นประโยคตายตัวที่ผู้พูดใช้ประกาศเมื่อตนเริ่มเคลื่อนไปหาใครบางคนหรือเริ่มเข้าร่วมกิจกรรม หมายถึง “กำลังไปเดี๋ยวนี้” หรือ “กำลังไปหาแล้ว” ไม่ได้บอกถึงสิ่งที่ทำเป็นนิสัย here ชี้ไปยังสถานที่หรือกิจกรรมที่ผู้พูดกำลังเข้าใกล้ เมื่อประธานเป็นสรรพนาม I ลำดับคำตายตัวคือ Here + I + come

แบบฝึกหัด

คุณกำลังเดินไปหาเพื่อนเพื่อเข้าร่วมเล่นเกม ประโยคใดใช้ประกาศการกระทำนั้น

  1. I come here every Saturday.
  2. Here I come!
  3. Here I am!
ดูคำตอบ

Here I come!

It's working.

5:20

มันได้ผลด้วย

That's it, Pom Pom.

5:21

แบบนั้นแหละ Pompom

Keep going. น้ำเสียง/เจตนา

5:22

ทำต่อไป

น้ำเสียง/เจตนา

Keep going: ทำสิ่งที่กำลังทำอยู่ต่อไป

Keep going เป็นคำพูดสั้น ๆ ที่ใช้ให้กำลังใจใครบางคนให้ทำสิ่งที่กำลังทำหรือพยายามอยู่ต่อไป ในที่นี้ keep หมายถึง “ทำต่อ” ส่วน going หมายถึงสิ่งที่คนนั้นกำลังทำโดยรวม ไม่ได้หมายถึงการเดินเท่านั้น โครงสร้าง keep + คำกริยารูป -ing หมายถึง “ทำบางสิ่งต่อไป” เช่น keep trying หรือ keep moving

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้กำลังใจโดยใช้ keep และรูป -ing ของ go: ____—you are almost at the top.

ดูคำตอบ

Keep going

Huh?

5:23

หืม

Hey, what's going on?

5:24

นี่ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย

Come here, you.

5:28

มานี่เลย เจ้านี่

Pom Pom!

5:29

Pom Pom!

That was close. วลี

5:32

เกือบไปแล้วเชียว

วลี

That was close: ปฏิกิริยาหลังรอดจากเหตุการณ์ฉิวเฉียด

That was close หมายถึงผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการเกือบเกิดขึ้น แต่สุดท้ายไม่เกิด เป็นคำพูดสั้น ๆ หลังรอดจากเหตุการณ์ฉิวเฉียด เช่น เกือบล้มหรือเกือบชนอะไรบางอย่าง ในที่นี้ close หมายถึง “เกือบจะเกิดขึ้น” ไม่ได้หมายถึง “สนิทสนมกัน” รูปอดีต was ใช้เพราะผู้พูดกำลังมองย้อนกลับไปยังช่วงอันตรายหรือช่วงคับขันที่เพิ่งผ่านไป

แบบฝึกหัด

คนขี่จักรยานเกือบชนคุณ แต่หักหลบทันที คำพูดใดเป็นปฏิกิริยาทันทีที่เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. That was close.
  2. That was comfortable.
  3. That was certain.
ดูคำตอบ

That was close.

Come on, Pom Pom.

5:33

เร็วเข้า Pompom

Climb back up. กริยาวลี

5:34

ปีนกลับขึ้นมาเลย

กริยาวลี

Climb back up: ปีนกลับไปยังตำแหน่งที่สูงกว่า

ใน Climb back up คำว่า climb บอกวิธีเคลื่อนที่ว่าเป็นการปีน up บอกทิศทางขึ้นด้านบน และ back บอกว่ากลับไปยังตำแหน่งที่สูงกว่าซึ่งเคยอยู่มาก่อน เมื่อรวมกันจึงเป็นคำสั่งให้ปีนขึ้นไปอีกครั้งเพื่อกลับสู่ตำแหน่งเดิม ในที่นี้ back และ up แยกกันให้ความหมายเรื่องการกลับและทิศทาง ไม่ใช่กริยาวลี back up ที่อาจหมายถึงถอยหลัง สำรองข้อมูล หรือสนับสนุนใคร

แบบฝึกหัด

คนเดินป่าปีนลงไปเก็บขวดและตอนนี้ต้องกลับไปยังทางที่อยู่ด้านบน ประโยคใดอธิบายการกระทำต่อไปได้ดีที่สุด

  1. We need to back up the path.
  2. We need to climb up to the path for the first time.
  3. We need to climb back up to the path.
ดูคำตอบ

We need to climb back up to the path.

Okay.

5:36

โอเค

Keep going.

5:37

ปีนต่อไป

You're almost there. น้ำเสียง/เจตนา

5:38

เธอใกล้จะถึงแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

You're almost there: ให้กำลังใจเมื่อใกล้ถึงเป้าหมาย

You're almost there หมายความว่าผู้ฟังใกล้จะถึงเป้าหมายมากแล้ว แต่ยังไปไม่ถึงจริง ๆ ผู้พูดใช้ประโยคนี้เพื่อให้กำลังใจในช่วงท้ายของเส้นทาง กิจกรรม หรืองาน there อาจหมายถึงจุดหมายที่เป็นสถานที่จริง หรือสภาวะเป้าหมาย เช่น การต่อจิ๊กซอว์ให้เสร็จก็ได้ ส่วน almost มีความหมายสำคัญว่า “ยังไม่ถึง แต่ใกล้มากแล้ว”

แบบฝึกหัด

เพื่อนของคุณทำคำถามเสร็จแล้วเก้าข้อจากสิบข้อ ประโยคใดให้กำลังใจได้ถูกต้องและเป็นธรรมชาติ

  1. You're there—only one question left.
  2. You're nowhere near there—only one question left.
  3. You're almost there—only one question left.
ดูคำตอบ

You're almost there—only one question left.

Pomeranians are a small but hardy breed. การใช้คำ

5:39

ปอมเมอเรเนียนเป็นสายพันธุ์ที่ตัวเล็กแต่อึดนะ

การใช้คำ

small but hardy breed: สายพันธุ์ตัวเล็กแต่แข็งแรงทนทาน

ในวลี small but hardy breed คำว่า but เชื่อมลักษณะสองอย่างที่ตัดกัน คือสายพันธุ์นี้ตัวเล็กแต่ไม่ได้บอบบาง hardy ใช้บรรยายสิ่งมีชีวิตที่เอาตัวรอดและทนต่อสภาพยากลำบากได้ดี โดยเน้นความแข็งแกร่งทนทานมากกว่าพละกำลัง ในที่นี้ breed หมายถึงสายพันธุ์สุนัข

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่บรรยายสุนัขตัวเล็กซึ่งทนต่ออากาศหนาวได้ดีอย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The dog is small but hardy.
  2. The dog is small but hardly.
  3. The dog is small but hard.
ดูคำตอบ

The dog is small but hardy.

Come on, come on.

5:43

เร็วเข้า เร็วเข้า

It's working.

5:44

มันได้ผลด้วย

Keep going.

5:45

ทำต่อไป

Stop it.

5:46

หยุดนะ

You can do it, Pom Pom.

5:47

เธอทำได้ Pompom

Yay.

5:51

เย้

I did it.

5:52

ฉันทำได้แล้ว

Help!

5:54

ช่วยด้วย!

I don't like it up here!

5:54

ฉันไม่ชอบอยู่บนนี้!

Take that, you big meanie. น้ำเสียง/เจตนา

5:55

รับนี่ไปเลย เจ้าคนใจร้าย

น้ำเสียง/เจตนา

Take that!: คำพูดแสดงชัยชนะหลังโต้กลับ

Take that! เป็นคำพูดแสดงชัยชนะที่ใช้เมื่อโต้กลับ โจมตีโดน หรือเอาชนะคู่ต่อสู้ มีความหมายคล้าย “รับไปซะ!” หรือ “สมน้ำหน้า!” ไม่ใช่การขอให้อีกฝ่ายหยิบสิ่งของ that หมายถึงการโจมตี ความพ่ายแพ้ หรือผลที่เพิ่งเกิดขึ้นกับอีกฝ่าย ประโยคนี้ฟังดูโอ้อวดและท้าทาย โดยมักมีอารมณ์ขี้เล่นหรือเป็นละคร

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าการใช้ต่อไปนี้เหมาะสมหรือไม่: หลังจากได้หนึ่งแต้มในการเล่นวิดีโอเกมแบบเป็นมิตร มายายิ้มแล้วพูดว่า “Take that!”

  1. ไม่เหมาะสม เพราะ Take that! ใช้กล่าวถึงสิ่งของได้เท่านั้น
  2. เหมาะสมในบริบทขี้เล่นนี้
ดูคำตอบ

เหมาะสมในบริบทขี้เล่นนี้

Yeah.

5:57

เย้

This is our seesaw.

5:58

นี่คือไม้กระดกของเรา

I demand you let me down this instant. น้ำเสียง/เจตนา

6:00

พ่อขอสั่งให้พวกลูกปล่อยพ่อลงเดี๋ยวนี้

น้ำเสียง/เจตนา

I demand you let me down this instant: คำสั่งที่หนักแน่นและเป็นละคร

I demand you + กริยารูปพื้นฐาน เป็นวิธีออกคำสั่งที่หนักแน่นมาก ส่วน you + กริยารูปพื้นฐาน บอกการกระทำที่ถูกสั่ง และสามารถเติม that เพื่อให้โครงสร้างชัดขึ้นได้เป็น I demand that you + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ let me down หมายถึงเอาฉันลงจากที่สูง ส่วน this instant หมายถึงทันที การใช้ demand ร่วมกับคำสั่งให้เอาตัวลงมาและสำนวนบอกเวลาที่เป็นทางการ ทำให้ผู้พูดฟังดูมีอำนาจมากและจงใจพูดแบบละคร ซึ่งอาจให้ผลชวนขำในฉากเล่นสนุก

แบบฝึกหัด

ถ้าผู้พูดติดอยู่เหนือพื้น "I demand you let me down this instant" หมายความว่าอย่างไร

  1. ถ้ามีเวลา โปรดช่วยฉันทีหลัง
  2. อย่าทำให้ฉันผิดหวังในอนาคต
  3. เอาฉันลงไปที่พื้นเดี๋ยวนี้
ดูคำตอบ

เอาฉันลงไปที่พื้นเดี๋ยวนี้

Oh, okay.

6:02

โอ้ โอเค

We'll get off.

6:04

เราจะลงไปแล้วนะ

Ready?

6:06

พร้อมไหม

Ready.

6:06

พร้อม

Wait, hang on. กริยาวลี

6:07

เดี๋ยว จับไว้แน่นๆ นะ

กริยาวลี

hang on: การขอให้รอแบบไม่เป็นทางการ

ในที่นี้ hang on เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการว่าให้รอสักครู่ ทำหน้าที่เป็นสัญญาณในการสนทนาเพื่อหยุดการกระทำหรือคำพูดของอีกฝ่ายชั่วคราว ไม่ได้บรรยายว่ามีสิ่งใดห้อยอยู่ Wait ที่อยู่ข้างหน้าทันทีเป็นการย้ำข้อความให้หยุดเหมือนกัน ดังนั้น Wait, hang on จึงฟังดูเร่งด่วนและเป็นปฏิกิริยาเฉพาะหน้ามากกว่าการใช้เพียงสำนวนใดสำนวนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใน "Hang on, I need to check the address," คำว่า hang on ขอให้ผู้ฟังทำอะไร

  1. จับบางอย่างไว้ให้แน่น
  2. วางสายโทรศัพท์
  3. รอเป็นเวลาสั้น ๆ
ดูคำตอบ

รอเป็นเวลาสั้น ๆ

Go.

6:08

ไปเลย

Get him.

6:10

จับเขาเลย

Yeah.

6:11

เย้

Here comes Mrs. Spider. ไวยากรณ์

6:23

คุณนายแมงมุมมาแล้ว

ไวยากรณ์

Here comes + คำนาม: ใช้บอกว่าคนหรือสิ่งหนึ่งกำลังมา

Here comes + คำนาม หมายถึงบุคคลหรือสิ่งที่กล่าวถึงกำลังปรากฏ เข้ามาอยู่ในสายตา หรือเคลื่อนเข้ามาใกล้ โครงสร้างนี้ทำให้การมาถึงดูมีชีวิตชีวา ดังนั้น Here comes Mrs. Spider. จึงหมายความว่าคุณนายแมงมุมกำลังเข้ามาใกล้หรือปรากฏตัวในตอนนี้ โครงสร้างนี้สลับลำดับคำ โดยกริยา comes อยู่หน้าประธานที่เป็นคำนาม กริยาต้องสอดคล้องกับประธานนั้น เช่น Here comes the bus. แต่ถ้าเป็นพหูพจน์ใช้ Here come the buses. หากประธานเป็นคำสรรพนาม ภาษาอังกฤษมักใช้ลำดับประธานก่อนกริยา เช่น Here she comes.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบสองคำที่ใช้หน้าคำนามเอกพจน์เพื่อบอกการมาถึง: Look down the road! ____ our bus.

ดูคำตอบ

Here comes

Oh no.

6:25

โอ้ ไม่นะ

I'm free.

6:27

ฉันเป็นอิสระแล้ว

Oh, you cheeky fly. การใช้คำ

6:28

โอ้ เจ้าแมลงวันจอมแก่น

การใช้คำ

cheeky fly: คำตำหนิเบา ๆ แบบหยอกเล่น

ใน cheeky fly คำว่า cheeky บอกว่าแมลงวันตัวนี้ซนอย่างกล้า ๆ หรือไม่ค่อยสุภาพเล็กน้อย ผู้พูดกำลังทักท้วงพฤติกรรมเจ้าเล่ห์ของมัน ไม่ได้กำลังบรรยายแก้มของแมลงวัน ในการเรียกแบบหยอกเล่นนี้ คำตำหนิมีน้ำหนักเบาและแฝงความขำ ไม่ใช่คำดูถูกรุนแรง แต่คำเดียวกันอาจฟังเป็นคำวิจารณ์ที่จริงจังขึ้นได้ หากความสัมพันธ์ไม่สนิทหรือน้ำเสียงไม่เป็นมิตร

แบบฝึกหัด

Maya ยิ้มหลังจาก Leo ซ่อนปากกาของเธอ แล้วพูดว่า 'You cheeky monkey!' คำว่า cheeky สื่อความหมายใด?

  1. คำชมอย่างเป็นทางการต่อพฤติกรรมที่รอบคอบ
  2. การตำหนิพฤติกรรมซนแบบเบา ๆ และหยอกเล่น
  3. การกล่าวหาว่าทำสิ่งที่เป็นอันตรายอย่างร้ายแรง
ดูคำตอบ

การตำหนิพฤติกรรมซนแบบเบา ๆ และหยอกเล่น

Can I have a go at be the spider, Bingo. น้ำเสียง/เจตนา

6:30

ฉันขอลองเป็นแมงมุมบ้างได้ไหม Bingo

น้ำเสียง/เจตนา

Can I have a go at...?: ขอผลัดลองทำ

Can I have a go at...? เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่ใช้ขอโอกาสหรือขอผลัดลองทำกิจกรรม ในประโยคนี้ เด็กกำลังขอรับบทเป็นแมงมุม ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน หลัง at ต้องตามด้วยคำนามหรือกริยารูป -ing เช่น have a go at the puzzle หรือ have a go at being the spider ลำดับคำ at be ในประโยคเต็มไม่ใช่รูปมาตรฐาน เมื่อนำไปใช้เอง ในกรณีนี้ควรพูดว่า at being

แบบฝึกหัด

เติมคำขอแบบไม่เป็นทางการด้วยสำนวนเป้าหมาย: Can I ____ solving this puzzle?

ดูคำตอบ

have a go at

Sure, Pom Pom.

6:33

ได้สิ Pompom

You're too small to be the spider. ไวยากรณ์

6:34

เธอตัวเล็กเกินกว่าจะเป็นแมงมุมนะ

ไวยากรณ์

too small to be the...: ระดับที่ทำให้เกิดข้อจำกัด

too small to be... ใช้โครงสร้าง too + คำคุณศัพท์ + to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าความเล็กเกินระดับที่ผู้พูดเห็นว่าเหมาะกับบทบาทนั้น จึงมองว่าการเป็นแมงมุมเป็นไปไม่ได้หรือไม่เหมาะสม ในที่นี้ too หมายถึง “เกินกว่าระดับที่ยอมรับได้หรือเป็นไปได้” ไม่ได้แปลว่า “ด้วย” ข้อจำกัดนี้อาจเป็นข้อจำกัดทางกายภาพจริง ๆ หรือเป็นเพียงการตัดสินของผู้พูดก็ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ too + คำคุณศัพท์ + to เพื่อบอกว่าขนาดของลูกสุนัขทำให้ไม่เหมาะกับบทบาทนั้น

  1. The puppy is very small for a guard dog.
  2. The puppy is too small to be a guard dog.
  3. The puppy is small too, but it can be a guard dog.
ดูคำตอบ

The puppy is too small to be a guard dog.

No, I'm not.

6:36

ไม่ ฉันไม่ได้ตัวเล็กซะหน่อย

Yeah, การใช้คำ

6:37

ใช่

no, she's not.

6:37

ไม่ใช่ เธอไม่ได้ตัวเล็ก

การใช้คำ

Yeah, no: รับคำพูดก่อนแล้วจึงแสดงความไม่เห็นด้วย

ในคำตอบนี้ Yeah ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเห็นด้วยกับคำกล่าวก่อนหน้า แต่ใช้รับคำพูดของอีกฝ่ายก่อน ส่วน no แสดงจุดยืนจริงด้วยการปฏิเสธความคิดที่ว่าเธอตัวเล็กเกินไป และ She's not ก็ย้ำการปฏิเสธนั้นให้ชัดเจน ในการพูดแบบไม่เป็นทางการ Yeah, no สามารถจัดคำตอบเป็นสองขั้นได้ คือเชื่อมกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูดก่อน แล้วจึงแย้ง แก้ไข หรือปฏิเสธ ให้ดูจุดยืนของผู้พูดจาก no และอนุประโยคที่ตามมา ไม่ใช่มองว่า yes กับ no ขัดแย้งกันทางตรรกะ

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “The bridge is safe.” คำตอบใดรับคำพูดนั้นก่อน แต่แสดงความไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน

  1. Yeah, it is safe.
  2. Yeah, no, it isn't safe.
  3. Yes and no, it isn't completely safe.
ดูคำตอบ

Yeah, no, it isn't safe.

Pomeranians are a small but hardy breed. ลำดับความ

6:40

ปอมเมอเรเนียนเป็นสายพันธุ์ที่ตัวเล็กแต่อึดนะ

ลำดับความ

การเชื่อมกลับในตอนจบ: ปอมเมอเรเนียนเป็นสุนัขพันธุ์เล็กแต่แข็งแรงทนทาน

ประโยคนี้กลับมาอีกครั้งในตอนจบ จึงทำหน้าที่เชื่อมย้อนกลับไปยังคำบรรยายก่อนหน้า โดยเชื่อมตอนจบเข้ากับข้อความเดิมและชวนให้ผู้ชมเข้าใจข้อความนั้นผ่านเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ตอนนี้ประโยคดังกล่าวจึงเป็นบทสรุป ไม่ใช่แค่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสายพันธุ์สุนัข ความตรงข้ามใน small but hardy สื่อประเด็นว่า การตัวเล็กไม่ได้หมายถึงอ่อนแอหรือไม่มีความสามารถ การกล่าวซ้ำในตอนจบช่วยปิดเรื่องด้วยการแสดงว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้พิสูจน์แนวคิดนี้แล้ว

แบบฝึกหัด

เรื่องหนึ่งเปิดด้วยประโยค “Kindness takes courage.” หลังจากตัวละครยอมเสี่ยงเพื่อช่วยผู้อื่น เรื่องจบลงด้วยประโยคเดิม การกล่าวซ้ำนี้มีหน้าที่หลักอะไร

  1. เริ่มหัวข้อใหม่ที่เรื่องยังไม่ได้กล่าวถึง
  2. เชื่อมกลับไปยังตอนเปิดและเปลี่ยนข้อความเดิมให้เป็นบทสรุปของเรื่อง
  3. เพิ่มข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความกล้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่อง
ดูคำตอบ

เชื่อมกลับไปยังตอนเปิดและเปลี่ยนข้อความเดิมให้เป็นบทสรุปของเรื่อง