ความหมายที่ซ่อนอยู่ของหยินและหยาง - John Bellaimey: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: สำรวจความหมายของหยินและหยางในลัทธิเต๋า โดยอธิบายว่าพลังที่พึ่งพากันคู่นี้เปลี่ยนไปตามบริบท ต่างมีคุณสมบัติของอีกฝ่ายอยู่ภายใน และนำไปสู่แนวคิดเรื่องการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับกระแสธรรมชาติของเต๋า ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. the seed of its opposite. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่า “เมล็ด” เป็นอุปมาถึงศักยภาพที่มีอยู่แล้วภายในสิ่งหนึ่งและอาจพัฒนาไปเป็นสิ่งตรงข้าม ไม่ใช่เมล็ดจริง ๆ พร้อมนำไปใช้กล่าวถึงความขัดแย้งภายใน การเปลี่ยนแปลง หรือความเป็นไปได้ที่คาดไม่ถึง 2. Unlike other religions where — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่าคำขึ้นต้นนี้กำหนดสิ่งที่จะนำมาเปรียบเทียบก่อนเสนอแนวคิดเฉพาะของลัทธิเต๋า และใช้รูปแบบนี้จัดระเบียบการเปรียบต่างให้ชัดเจนในการนำเสนอหรือบทความอธิบาย 3. know your yin from your yang. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เห็นวิธีที่ประโยคปิดดัดแปลง know X from Y อย่างมีชั้นเชิงเพื่อสื่อว่าแยกสองสิ่งออกจากกันได้ และประยุกต์โครงสร้างนี้เมื่อกล่าวถึงความเชี่ยวชาญหรือความสามารถในการจำแนกแนวคิดที่คล้ายกัน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
might have seen: การคาดเดาที่ไม่แน่นอนเกี่ยวกับอดีต
Might have seen ใช้โครงสร้าง might have + คำกริยาช่อง 3 ในที่นี้ผู้พูดคาดเดาอย่างระมัดระวังว่าผู้ชมอาจเคยเห็นสัญลักษณ์นี้มาก่อน แต่ไม่ได้แน่ใจ ใช้โครงสร้างนี้เพื่อบอกว่าประสบการณ์หรือเหตุการณ์ในอดีตอาจเกิดขึ้นแล้ว โดยไม่ยืนยันว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแน่นอน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดคาดเดาอย่างไม่แน่นอนเกี่ยวกับประสบการณ์ในอดีต
- You might have seen this symbol before.
- You must have seen this symbol before.
- You might see this symbol tomorrow.
ดูคำตอบ
You might have seen this symbol before.
whether it's as a temporary tattoo or at a Chinese temple. ไวยากรณ์
0:08ไม่ว่าจะเป็นรอยสักชั่วคราวหรือที่วัดจีน
whether it's ... or ...: ครอบคลุมสองสถานการณ์ที่เป็นไปได้
วลี whether ... or ... เพิ่มสองสถานการณ์ทางเลือกที่ข้อความก่อนหน้าอาจเป็นจริง ได้แก่ สัญลักษณ์นี้อาจปรากฏเป็นรอยสักชั่วคราว หรืออาจมีให้เห็นที่วัดจีน ในที่นี้ whether ไม่ได้ใช้ขึ้นต้นคำถามจริง ๆ โครงสร้าง whether A or B นำทางเลือกมารวมกันและแสดงว่าใจความหลักใช้ได้กับทั้งสองกรณี
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ whether ... or ... เพื่อครอบคลุมสองสถานการณ์ที่ใช้คำแนะนำเดียวกัน
- Whether you visit in summer or in winter, bring a light jacket.
- Do you visit in summer or in winter?
- You visit in summer, so bring a light jacket.
ดูคำตอบ
Whether you visit in summer or in winter, bring a light jacket.
It's called ... สำหรับบอกชื่อสิ่งต่าง ๆ
It's called ... เป็นรูปย่อของ It is called ... ใช้โครงสร้าง be called + ชื่อ เพื่อบอกว่าสิ่งหนึ่งมีชื่อว่าอะไร called เป็น past participle และประธานเป็นสิ่งที่ได้รับชื่อนั้น ในความหมายนี้ call หมายถึงการตั้งชื่อหรือเรียกสิ่งหนึ่งด้วยชื่อใดชื่อหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการโทรศัพท์ ในประโยคต้นฉบับ ชื่อ the yin yang symbol อยู่ต่อจาก called โดยตรง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป passive ใน present tense ของ call: This navigation tool ____ a compass.
ดูคำตอบ
is called
and it has far more meaning than you probably realize. ไวยากรณ์
0:17และมีความหมายมากกว่าที่คุณคาดคิดไว้มาก
a religion born in China: วลี past participle ที่ขยายคำนามจากด้านหลัง
ใน a religion born in China วลี born in China อยู่หลัง religion และใช้ขยายคำนั้น สามารถเขียนแบบเต็มได้ว่า a religion that was born in China เมื่อใช้กับ religion คำว่า born เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า “ถือกำเนิดหรือมีต้นกำเนิด” ไม่ได้กล่าวถึงการเกิดของบุคคล นามวลีทั้งหมด a religion born in China ใช้อธิบายเพิ่มเติมว่า Taoism คืออะไร การตัด that was ออกทำให้ได้ส่วนขยายที่เป็น past participle ซึ่งสั้นลงและช่วยใส่ข้อมูลพื้นหลังในประโยคได้อย่างลื่นไหล
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี past participle หลังคำนามในรูป relative clause ที่ย่อแล้ว
- A mural painted by local artists covers the entire wall.
- Local artists painted a mural across the entire wall.
- A mural that local artists painted covers the entire wall.
ดูคำตอบ
A mural painted by local artists covers the entire wall.
far more meaning than: การเน้นความแตกต่างอย่างมาก
more ... than ใช้สร้างการเปรียบเทียบ ใน far more meaning than คำว่า far เน้น more เพื่อแสดงว่าความแตกต่างมีมาก ไม่ใช่เพียงเล็กน้อย far ในที่นี้เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับ ไม่ได้หมายถึงระยะทาง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ far more + คำนาม + than เช่น far more time than
แบบฝึกหัด
ใช้ far เพื่อเน้นความแตกต่างอย่างมาก: The new library has ____ study space than the old one.
ดูคำตอบ
far more
The yin is the dark swirl and the yang is the light one,
0:20หยินคือวงก้นหอยสีเข้ม ส่วนหยางคือวงสีอ่อน
gives a clue to: ชี้ไปยังคำตอบ
give a clue to หมายถึงรายละเอียดบางอย่างให้ข้อมูลที่ช่วยให้เข้าใจหรืออนุมานบางสิ่ง เบาะแสชี้ไปยังคำตอบ แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมดหรือหลักฐานที่สรุปได้แน่นอน รูปแบบคือ give a clue to + คำนามหรืออนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำแสดงคำถาม เช่น give a clue to the cause หรือ give a clue to why it happened ในคำบรรยายนี้ รายละเอียดที่มองเห็นได้ช่วยให้ผู้ชมตีความความหมาย
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ give a clue to: The muddy footprint ____ who entered the room.
ดูคำตอบ
gives a clue to
Everything contains the seed of its opposite. สำนวน
0:29ทุกสิ่งมีเมล็ดพันธุ์ของขั้วตรงข้ามอยู่ในตัว
the seed of its opposite: อุปมาถึงความเปลี่ยนแปลงที่ซ่อนอยู่ภายใน
ในวลี the seed of its opposite คำว่า seed เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงจุดเริ่มต้นหรือปัจจัยเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่และสามารถเติบโตได้ ส่วน opposite คือสภาวะหรือคุณสมบัติที่ตรงข้ามกัน ประโยคนี้บอกว่าสิ่งหนึ่งอาจมีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาไปสู่ด้านตรงข้ามซ่อนอยู่ภายในแล้ว เป็นการพูดถึงความเปลี่ยนแปลงที่ยังแฝงอยู่ ไม่ได้หมายความว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดแสดงอุปมาของ the seed of its opposite ได้ดีที่สุด
- สถานการณ์ที่สงบได้กลายเป็นความขัดแย้งไปแล้ว
- ทุกสถานการณ์ที่สงบมีเมล็ดพืชจริง ๆ อยู่ภายใน
- สถานการณ์ที่สงบอาจมีปัจจัยที่นำไปสู่ความขัดแย้งซ่อนอยู่แล้ว
ดูคำตอบ
สถานการณ์ที่สงบอาจมีปัจจัยที่นำไปสู่ความขัดแย้งซ่อนอยู่แล้ว
and Luke has the potential to follow his father to the dark side. โน้ต
0:34และลุคก็มีศักยภาพที่จะตามรอยพ่อของเขาไปสู่ด้านมืด
the dark side ใน Star Wars
ในประโยคนี้ the dark side เป็นคำจาก Star Wars ที่หมายถึงด้านชั่วร้ายและชักนำให้เสื่อมลงของพลังฟอร์ซ รวมถึงเส้นทางของการเลือกด้านนั้น ไม่ได้หมายถึงเพียงด้านของสิ่งของที่ได้รับแสงน้อยกว่า ดาร์ธ เวเดอร์มีความเกี่ยวข้องอย่างมากกับด้านมืด ส่วนลุคซึ่งเป็นลูกชายของเขาก็อาจถูกดึงดูดไปทางนั้นได้ การอ้างอิงนี้แสดงให้เห็นว่าแม้แต่คนที่เกี่ยวข้องกับความดีก็ยังมีโอกาสเลือกความชั่วได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ the dark side หมายถึงอะไรเป็นหลัก
- ด้านไกลของดาวเคราะห์
- ครึ่งหนึ่งของห้องที่ไม่มีแสง
- ด้านชั่วร้ายและชักนำให้เสื่อมลงของพลังฟอร์ซ รวมถึงเส้นทางที่เกี่ยวข้องกับด้านนั้น
ดูคำตอบ
ด้านชั่วร้ายและชักนำให้เสื่อมลงของพลังฟอร์ซ รวมถึงเส้นทางที่เกี่ยวข้องกับด้านนั้น
has the potential to + คำกริยารูปพื้นฐาน: ความเป็นไปได้ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
Has the potential to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าคนหรือสิ่งหนึ่งอาจพัฒนา ลงมือทำ หรือก่อให้เกิดผลลัพธ์บางอย่างได้ ความเป็นไปได้นั้นยังไม่เกิดขึ้นจริง วลีนี้ไม่ได้บอกว่าผลลัพธ์จะเกิดขึ้นแน่นอน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงเส้นทางอันตรายที่ลุคอาจเลือกเดิน แต่ไม่ได้บอกว่าเขาเลือกเส้นทางนั้นไปแล้วหรือจะเลือกอย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายจากบทเรียน: This small idea ____ change the whole project.
ดูคำตอบ
has the potential to
not total opposites: ไม่ได้ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง
not total opposites หมายถึงสิ่งสองอย่างมีลักษณะที่ตรงข้ามกันบางส่วน แต่ไม่ได้ตรงข้ามกันอย่างสมบูรณ์ในทุกด้าน total แสดงระดับความสมบูรณ์ของความตรงข้าม ส่วน not จำกัดระดับนั้นแทนที่จะบอกว่าไม่มีความแตกต่างแบบตรงข้ามเลย ใช้โครงสร้างนี้เพื่อแก้มุมมองที่แบ่งทุกอย่างเป็นเพียงสองขั้วแบบง่ายเกินไป แนวคิดสองอย่างอาจแตกต่างกัน แต่ยังมีลักษณะร่วมกัน ทับซ้อนกัน หรือพึ่งพากันได้
แบบฝึกหัด
แนวทางสองแบบแตกต่างกัน แต่มีแนวคิดสำคัญร่วมกันหลายอย่าง ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด
- They are not total opposites.
- They are not opposites.
- They are total opposites.
ดูคำตอบ
They are not total opposites.
relative to each other: การเปรียบเทียบซึ่งกันและกัน
ใน relative to each other คำว่า relative หมายถึง “เข้าใจหรือตัดสินโดยเปรียบเทียบกับอีกสิ่งหนึ่ง” วลีนี้บอกว่าไม่มีสิ่งใดในสองสิ่งนั้นเป็นจุดอ้างอิงที่เป็นอิสระและตายตัวอย่างสมบูรณ์ each other ทำให้การเปรียบเทียบเป็นแบบสองทาง คือเข้าใจ A โดยอ้างอิงกับ B และเข้าใจ B โดยอ้างอิงกับ A ในที่นี้ relative เป็นคำคุณศัพท์ ไม่ใช่คำนามที่แปลว่า “ญาติ”
แบบฝึกหัด
ใน “The two values are relative to each other,” คำว่า relative to each other หมายความว่าอะไร?
- ค่าทั้งสองเป็นสมาชิกของครอบครัวเดียวกัน
- แต่ละค่าต้องเข้าใจโดยเปรียบเทียบกับอีกค่าหนึ่ง
- ค่าทั้งสองเชื่อมโยงกัน แต่ไม่มีความหมายเรื่องการเปรียบเทียบ
ดูคำตอบ
แต่ละค่าต้องเข้าใจโดยเปรียบเทียบกับอีกค่าหนึ่ง
Taoists believe that the universe is made up of energies, vibrations, and matter, กริยาวลี
0:45ผู้ที่นับถือลัทธิเต๋าเชื่อว่าจักรวาลประกอบด้วยพลังงาน การสั่นสะเทือน และสสาร
made up of: บอกส่วนประกอบของสิ่งหนึ่ง
Be made up of หมายถึง “ประกอบด้วย” ใช้โครงสร้าง สิ่งที่เป็นองค์รวม + รูปของ be ที่เหมาะสม + made up of + ส่วนประกอบ ในประโยคนี้ the universe คือสิ่งที่เป็นองค์รวม ส่วน energies, vibrations, and matter คือส่วนประกอบที่นำมาแจกแจง ให้เข้าใจ made up of เป็นวลีเดียว ในที่นี้ up ไม่ได้หมายถึงทิศทางขึ้นด้านบน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่ขึ้นต้นด้วย made: The science club is ____ students from three grades.
ดูคำตอบ
made up of
depending on, well, depending on lots of things. วลี
0:54ซึ่งขึ้นอยู่กับ... เอ่อ ขึ้นอยู่กับหลายสิ่งหลายอย่าง
depending on lots of things: หลายปัจจัยเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์
ในที่นี้ depending on lots of things หมายความว่า หลายปัจจัยอาจทำให้สิ่งหนึ่งถูกจัดว่าเป็นหยินหรือหยางแตกต่างกันไป things มีความหมายกว้าง โดยหมายถึงสถานการณ์หรือปัจจัยต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของที่จับต้องได้ วลี depending on ... เติมไว้หลังใจความหลักเพื่อบอกว่า “อะไรเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์” สามารถเปลี่ยนคำกว้าง ๆ ให้เป็นเงื่อนไขที่เจาะจงได้ เช่น depending on the weather หรือ depending on where you live
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีห้าคำที่เน้นไว้ ซึ่งหมายถึง “ตามที่ถูกกำหนดโดยหลายปัจจัย”: The best route changes ____.
ดูคำตอบ
depending on lots of things
while ... when ...: เปรียบต่างช่วงที่ดำเนินต่อเนื่องกับอีกเหตุการณ์หนึ่ง
while นำเข้าสู่ช่วงต่อเนื่องที่ข้าวสาลีกำลังเติบโต ส่วน when นำเข้าสู่สถานการณ์ที่ข้าวสาลีกำลังถูกเก็บเกี่ยว การวางอนุประโยคบอกเวลาสองส่วนไว้คู่กันช่วยจัดข้อมูลตามสองช่วงของสิ่งเดียวกัน และแสดงว่าการจัดประเภทเปลี่ยนไปตามช่วงนั้น ในที่นี้ while มีความหมายหลักว่า “ในช่วงเวลาที่” โดยความเปรียบต่างเกิดจากโครงสร้างสองส่วนทั้งหมด ไม่ได้เป็นเพียงคำเชื่อมประโยคที่หมายถึง “อย่างไรก็ตาม”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอการอบเป็นช่วงที่ดำเนินต่อเนื่อง และเสียงนาฬิกาจับเวลาเป็นเหตุการณ์ที่บอกให้เริ่มขั้นตอนถัดไปได้ชัดเจนที่สุด
- When the bread is baking, prepare the plates; while the timer rings, take the bread out.
- While the bread is baking, prepare the plates; because the timer rings, take the bread out.
- While the bread is baking, prepare the plates; when the timer rings, take the bread out.
ดูคำตอบ
While the bread is baking, prepare the plates; when the timer rings, take the bread out.
wave's crest ... the trough: ส่วนสูงและส่วนต่ำของคลื่น
A wave's crest คือจุดสูงสุดของคลื่น ส่วน the trough คือส่วนที่ต่ำที่สุดระหว่างสันคลื่นที่อยู่ติดกัน ในประโยคนี้ crest ที่สูงเชื่อมโยงกับ yang และ trough ที่ต่ำเชื่อมโยงกับ yin คำสองคำนี้ช่วยให้เข้าใจแผนภาพคลื่นหรือการเปรียบเทียบที่อาศัยตำแหน่งด้านบนและด้านล่าง
แบบฝึกหัด
ใช้ crest และ trough อย่างละหนึ่งครั้งเพื่อเติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: The highest point of a wave is its ____, and the lowest part between crests is the ____.
ดูคำตอบ
crest · trough
Luoyang or Xiyang ... Jiangyin: yang และ yin ในชื่อสถานที่
Luoyang และ Xiyang มีคำว่า yang ส่วน Jiangyin มีคำว่า yin ในคำอธิบายนี้ สองชื่อแรกเชื่อมโยงกับด้านรับแสงแดดของหุบเขา ขณะที่ Jiangyin เชื่อมโยงกับด้านร่ม ชื่อเหล่านี้สนับสนุนประเด็นของผู้พูด ไม่ได้เป็นเพียงรายชื่อแบบสุ่ม กล่าวคือ yin และ yang สามารถปรากฏในชื่อสถานที่ของจีนเพื่อบอกตำแหน่งที่สัมพันธ์กับแสงแดดและภูมิประเทศโดยรอบ อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าชื่อสถานที่ทุกแห่งในจีนใช้รูปแบบนี้
แบบฝึกหัด
Luoyang, Xiyang และ Jiangyin มีบทบาทอย่างไรในคำอธิบายนี้?
- ชื่อเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า yang และ yin สามารถเชื่อมโยงกับตำแหน่งที่รับแสงแดดและตำแหน่งที่ร่มในชื่อสถานที่ของจีนได้
- ชื่อเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างชื่อหมู่บ้านที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
- ชื่อเหล่านี้แสดงว่าชื่อสถานที่ทุกแห่งในจีนต้องลงท้ายด้วย yang หรือ yin
ดูคำตอบ
ชื่อเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า yang และ yin สามารถเชื่อมโยงกับตำแหน่งที่รับแสงแดดและตำแหน่งที่ร่มในชื่อสถานที่ของจีนได้
X is yin to Y's yang: บทบาทที่ตรงข้ามแต่เสริมกัน
รูปแบบ X is yin to Y's yang เปรียบสองสิ่งเป็นส่วนที่ตรงข้ามกันแต่เสริมกันอยู่ในความสัมพันธ์หรือระบบเดียวกัน ในที่นี้ เบรกทำให้รถช้าลง ส่วนคันเร่งทำให้รถเร็วขึ้น ทั้งสองทำงานในทิศทางตรงข้ามกัน แต่ร่วมกันควบคุมความเร็วของรถ Y's yang กำหนดให้ Y เป็นฝ่ายหยาง ส่วน X เป็นฝ่ายหยินที่คู่กัน นี่เป็นอุปมาตามแนวคิดหยินหยาง ไม่ใช่การจัดเบรกและคันเร่งเป็นหยินหรือหยางตามความหมายตรงตัว
แบบฝึกหัด
อุปมาในประโยค "In a healthy routine, rest is yin to activity's yang" หมายความว่าอย่างไร
- การพักผ่อนและกิจกรรมเป็นส่วนที่ตรงข้ามแต่เสริมกันของกิจวัตรที่สมดุล
- การพักผ่อนและกิจกรรมเหมือนกันทุกอย่าง
- การพักผ่อนอยู่ในหมวดหมู่ทางปรัชญาตามความหมายตรงตัว
ดูคำตอบ
การพักผ่อนและกิจกรรมเป็นส่วนที่ตรงข้ามแต่เสริมกันของกิจวัตรที่สมดุล
You think you're getting it?: ตรวจสอบว่าอีกฝ่ายเริ่มเข้าใจหรือยัง
ในบริบทนี้ get it เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึงเข้าใจแนวคิดหรือคำอธิบาย You're getting it แสดงว่าความเข้าใจกำลังค่อย ๆ เกิดขึ้น จึงหมายถึงผู้ฟังเริ่มตามทัน ไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกอย่างอย่างสมบูรณ์แล้ว You think ...? เป็นรูปภาษาพูดแบบย่อของ Do you think ...? ผู้พูดใช้คำถามนี้เพื่อตรวจสอบว่าผู้ฟังยังตามคำอธิบายทันหรือไม่ หากใช้น้ำเสียงขี้เล่น ก็อาจฟังเหมือนท้าทายเล็กน้อยได้
แบบฝึกหัด
หลังจากอธิบายทักษะใหม่ ผู้ฝึกสอนพูดว่า "You think you're getting it?" ผู้ฝึกสอนกำลังถามเรื่องใดเป็นหลัก
- ผู้ฟังอยากซื้อของบางอย่างหรือไม่
- ผู้ฟังเริ่มเข้าใจหรือยัง
- ผู้ฟังได้รับสิ่งของแล้วหรือยัง
ดูคำตอบ
ผู้ฟังเริ่มเข้าใจหรือยัง
Yang is harder, stronger, brighter, and faster.
1:32หยางจะแข็งกว่า ทรงพลังกว่า สว่างกว่า และเร็วกว่า
turn into the other: เปลี่ยนเป็นอีกส่วนหนึ่งของสิ่งที่เป็นคู่กัน
turn into หมายถึง “กลายเป็น” หรือ “เปลี่ยนเป็น” ในประโยคนี้ the other หมายถึงอีกส่วนหนึ่งของสิ่งที่มีสองส่วนเป็นคู่ ดังนั้น one can turn into the other จึงบอกว่าส่วนหนึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นอีกส่วนที่คู่กันได้ turn ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “หันตัว” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ A turns into B โดย B บอกสิ่ง สภาพ หรือรูปแบบใหม่หลังจากเปลี่ยนแปลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่หมายถึง “กลายเป็น”: With enough heat, the solid wax will ____ liquid wax.
ดูคำตอบ
turn into
two sides of the same coin: สองด้านที่เชื่อมโยงกันของสิ่งเดียวกัน
two sides of the same coin เป็นสำนวนที่ใช้กับสองสิ่งซึ่งดูแตกต่างหรือตรงข้ามกัน แต่จริง ๆ แล้วเป็นสองส่วนที่เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดของสิ่งเดียวกัน สถานการณ์เดียวกัน หรือปัญหาเดียวกัน ในที่นี้ไม่ได้พูดถึงเหรียญจริง ๆ สำนวนนี้นำเสนอหยินและหยางว่าแตกต่างกันแต่พึ่งพากัน โดยแต่ละด้านจะเข้าใจได้ผ่านความสัมพันธ์กับอีกด้านหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: Every new technology brings opportunity and risk; they are ____.
ดูคำตอบ
two sides of the same coin
in comparison to: ระบุจุดอ้างอิงในการเปรียบเทียบ
in comparison to + นามวลี หมายถึง “เมื่อเทียบกับ...” นามวลีหลัง to คือจุดอ้างอิงที่ใช้พิจารณาประธาน ในประโยคนี้ เงาเป็นจุดอ้างอิง และลำแสงอาทิตย์ถูกอธิบายว่าเป็น yang เมื่อเทียบกับเงา ใช้สำนวนนี้เพื่อทำให้ชัดว่าคำบรรยายเป็นสิ่งสัมพัทธ์ คุณสมบัติหนึ่งอาจเป็นจริงเมื่อเทียบกับอีกสิ่งหนึ่ง ไม่ใช่ข้อสรุปแบบตายตัว
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ เงามีหน้าที่อะไร?
- เงาเป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากการเปรียบเทียบ
- เงาเป็นอีกชื่อหนึ่งของลำแสงอาทิตย์
- เงาเป็นจุดอ้างอิงที่ใช้บรรยายลำแสงอาทิตย์
ดูคำตอบ
เงาเป็นจุดอ้างอิงที่ใช้บรรยายลำแสงอาทิตย์
wouldn't be ... without ...: แสดงเงื่อนไขที่จำเป็น
โครงสร้าง A wouldn't be B without C หมายความว่า ถ้าขาด C ไป A ก็จะไม่นับว่าเป็น B หรือจะไม่มีคุณสมบัตินั้น wouldn't แสดงผลลัพธ์ที่สมมติขึ้น ส่วน without นำเข้าสู่เงื่อนไขที่ขาดไป ในประโยคนี้ it ตัวที่สองหมายถึงพื้นที่ว่างภายในถ้วย ผู้พูดมองว่าพื้นที่นี้จำเป็นต่อการทำให้สิ่งของนั้นเป็นถ้วย
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง wouldn't ... without ... เติมประโยคให้สมบูรณ์: The show ____ be possible ____ the volunteers.
ดูคำตอบ
wouldn't · without
goes berserk: คลุ้มคลั่งจนควบคุมไม่ได้
Go berserk หมายถึงเข้าสู่สภาพคลุ้มคลั่งหรือควบคุมตัวเองไม่ได้อย่างรุนแรง ในที่นี้ go หมายถึงการเข้าสู่สภาวะหนึ่ง และใช้ goes ให้สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ Yang ส่วน berserk คือสภาวะที่เกิดขึ้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวสื่อว่าบางครั้งหยางก็เลยขอบเขตปกติไปมาก ความหมายรุนแรงกว่าการยุ่ง หงุดหงิดเล็กน้อย หรือตื่นเต้นตามปกติอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ go berserk: When the fireworks startled the horses, they ____ and broke through the gate.
ดูคำตอบ
went berserk
don't quite + กริยา: ไม่ได้ทั้งหมด
ในโครงสร้าง don't quite + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า quite หมายถึงอย่างเต็มที่หรือโดยสมบูรณ์ และ don't ปฏิเสธระดับดังกล่าว ทั้งโครงสร้างจึงหมายความว่าการกระทำหรือสภาวะนั้นเป็นจริงบางส่วนหรือใกล้จะเป็นจริง แต่ยังไม่สมบูรณ์ ในที่นี้ พวกมันอาจเกือบเข้าสู่สภาวะ go berserk แต่ยังไม่ถึงขั้นรุนแรงนั้นอย่างเต็มที่ เป็นการปฏิเสธที่นุ่มนวลและบอกระดับได้แม่นยำกว่าการพูดเพียงว่าพวกมันไม่ได้เสียการควบคุม
แบบฝึกหัด
ใช้ don't quite เพื่อสื่อว่าเข้าใจบางส่วน: I ____ understand the last step, but I understand most of it.
ดูคำตอบ
don't quite
compared with: การระบุเกณฑ์เปรียบเทียบ
compared with ใช้นำบุคคลหรือสิ่งของที่เป็นเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ ในโครงสร้าง A is ... compared with B นั้น B คือจุดอ้างอิง ดังนั้นคำบรรยาย A จึงเป็นการบรรยายแบบสัมพัทธ์ ไม่ใช่แบบตายตัว ในประโยคนี้ a telephone pole เป็นเกณฑ์ที่ใช้บรรยายไม้จิ้มฟันว่าเป็นหยิน คำว่า with ตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าสองสิ่งอยู่ด้วยกัน แต่เป็นส่วนหนึ่งของวลีเปรียบเทียบ compared with
แบบฝึกหัด
เติม compared with เพื่อระบุเกณฑ์เปรียบเทียบให้สมบูรณ์: This phone feels tiny ____ the tablet.
ดูคำตอบ
compared with
The back of a person is more yang than the front. ไวยากรณ์
2:35แผ่นหลังของคนเรามีความเป็นหยางมากกว่าด้านหน้า
more yang than: การเปรียบเทียบระดับของคุณสมบัติ
more yang than ใช้โครงสร้าง more + คำคุณศัพท์หรือคำบอกคุณสมบัติ + than เพื่อบอกว่าสิ่งแรกมีคุณสมบัติที่กล่าวถึงในระดับสูงกว่าสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ในประโยคนี้ yang ทำหน้าที่คล้ายคำคุณศัพท์ที่สามารถเปรียบเทียบระดับได้ ส่วนหลังคือด้านที่ถูกบรรยายว่ามีความเป็นหยางมากกว่า และส่วนหน้าคือจุดเปรียบเทียบ โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับคุณสมบัติอื่นได้ เช่น more practical than หรือ more formal than
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเปรียบเทียบเพื่อบอกว่าวิธีแก้แรกเหมาะสมในการใช้งานมากกว่า: This solution is ____ practical ____ the old one.
ดูคำตอบ
more · than
It's higher, deeper, and truer than any other force. ไวยากรณ์
2:45มันสูงส่งกว่า ลึกซึ้งกว่า และเป็นจริงยิ่งกว่าพลังใดๆ
higher, deeper, and truer than ...: คำคุณศัพท์ขั้นกว่าที่วางขนานกัน
higher, deeper และ truer เป็นคำคุณศัพท์ขั้นกว่าที่วางขนานกัน 3 คำ ทั้งสามคำขยายประธานเดียวกันคือ it และใช้วลีเปรียบเทียบ than any other force ร่วมกัน การเรียงคำขั้นกว่าหลายคำช่วยเน้นความหมายและสร้างจังหวะที่สม่ำเสมอ พร้อมทั้งเสริมการประเมินเรื่องเดียวกันจาก 3 มุม โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X is comparative 1, comparative 2, and comparative 3 than Y ควรใช้เมื่อคำคุณศัพท์ทุกคำสามารถเปรียบเทียบ X กับเกณฑ์เดียวกันได้อย่างเป็นธรรมชาติเท่านั้น
แบบฝึกหัด
higher, deeper และ truer จัดวางอย่างไรในประโยคนี้
- ทั้งหมดขยาย it และใช้ than any other force เป็นส่วนเปรียบเทียบร่วมกัน
- คำขั้นกว่าแต่ละคำขยายประธานคนละตัว
- มีเพียง truer ที่เปรียบเทียบ it กับ any other force
ดูคำตอบ
ทั้งหมดขยาย it และใช้ than any other force เป็นส่วนเปรียบเทียบร่วมกัน
the Tao ... the way: ความหมายทางปรัชญาของ way
Tao เป็นรูปสะกดภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไปสำหรับคำศัพท์ทางปรัชญาจีนซึ่งมักแปลว่า the way ในแนวคิดเต๋า คำนี้หมายถึงหนทางพื้นฐานหรือระเบียบตามธรรมชาติที่จักรวาลและชีวิตดำเนินไปตามนั้น ในที่นี้ the way เป็นคำอธิบายแนวคิดดังกล่าวอย่างสั้น ๆ ไม่ได้หมายถึงเส้นทางหรือวิธีการทั่วไป นามวลีทั้งสองหมายถึงแนวคิดเดียวกัน เมื่อ the way ปรากฏอีกครั้งในช่วงหลังของคำอธิบายนี้ ก็สามารถใช้ย้อนกลับไปหมายถึง the Tao ได้
แบบฝึกหัด
the way หมายถึงอะไรในสองประโยคนี้
- เส้นทางจริงไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง
- แนวคิดของลัทธิเต๋าเกี่ยวกับหนทางพื้นฐานหรือระเบียบตามธรรมชาติ
- เทคนิคเล็ก ๆ อย่างหนึ่งสำหรับทำงานให้เสร็จ
ดูคำตอบ
แนวคิดของลัทธิเต๋าเกี่ยวกับหนทางพื้นฐานหรือระเบียบตามธรรมชาติ
Like the Force in Star Wars: การเกริ่นด้วยการเปรียบเทียบ
Like the Force in Star Wars เป็นการยกสิ่งหนึ่งมาเปรียบเทียบ พลังฟอร์ซเป็นพลังที่ผู้คนคุ้นเคยจากจักรวาล Star Wars และผู้พูดใช้แนวคิดนี้เพื่อช่วยให้นึกภาพแนวคิดเรื่องเต๋าที่เป็นนามธรรมมากกว่าได้ง่ายขึ้น ในประโยคนี้ ทั้งสองสิ่งถูกนำเสนอว่ามีสองด้าน Like ชี้ให้เห็นเพียงความคล้ายกันหนึ่งจุดที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองสิ่งเหมือนกันทุกประการ ประโยคนี้พูดถึงเต๋า ส่วน Star Wars เป็นเพียงสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ไม่ใช่หัวข้อหลัก
แบบฝึกหัด
Like the Force in Star Wars ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- ประโยคนี้บอกว่าเต๋ากับพลังฟอร์ซเหมือนกันทุกประการ
- ประโยคนี้ใช้แนวคิดจากเรื่องแต่งที่คุ้นเคยเพื่ออธิบายลักษณะหนึ่งของเต๋า
- ประโยคนี้บอกว่าเต๋าเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล Star Wars
ดูคำตอบ
ประโยคนี้ใช้แนวคิดจากเรื่องแต่งที่คุ้นเคยเพื่ออธิบายลักษณะหนึ่งของเต๋า
Taoism teaches that we need to learn from both yin and yang. วลี
3:03ลัทธิเต๋าสอนว่าเราต้องเรียนรู้จากทั้งหยินและหยาง
Unlike other religions where ...: การวางกรอบความเปรียบต่าง
Unlike other religions where ... วางกรอบความเปรียบต่างไว้ก่อนข้อความหลัก Unlike นำเสนอสิ่งที่ลัทธิเต๋าถูกนำไปเปรียบเทียบด้วย ส่วน where เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับศาสนาเหล่านั้น อนุประโยคหลักเริ่มที่ Taoism teaches ... การเรียงแบบนี้พาผู้ฟังจากภูมิหลังของการเปรียบเทียบไปสู่ประเด็นที่ผู้พูดต้องการเน้น
แบบฝึกหัด
ส่วนใดของประโยคเดิมเป็นอนุประโยคหลัก?
- where the higher power is all good and perhaps has an all-evil rival
- Unlike other religions
- Taoism teaches that we need to learn from both yin and yang.
ดูคำตอบ
Taoism teaches that we need to learn from both yin and yang.
an all-evil rival: all- ที่หมายถึงอย่างสิ้นเชิงในคำคุณศัพท์ประสม
ใน an all-evil rival คำว่า all- รวมกับ evil เป็นคำคุณศัพท์ประสม all-evil ซึ่งหมายถึงชั่วร้ายอย่างสิ้นเชิง คำประสมทั้งคำขยายคำนามเอกพจน์ rival ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงคู่ปรับหนึ่งรายที่มีคุณสมบัตินั้น all ไม่ได้หมายถึงคู่ปรับทุกคน ภาษาอังกฤษยังใช้ all- เพื่อเน้นคุณสมบัติในคำประสม เช่น all-powerful และ all-knowing อย่างไรก็ตาม all-evil เป็นคำบรรยายที่เข้าใจได้และสร้างขึ้นให้เหมาะกับบริบทนี้ ไม่ใช่คำที่ใช้กันจนเป็นที่ยอมรับเท่าคำประสมทั่วไปเหล่านั้น
แบบฝึกหัด
an all-evil rival ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- คู่ปรับหนึ่งรายที่ต่อต้านทุกคน
- คู่ปรับทุกคนที่ชั่วร้าย
- คู่ปรับหนึ่งรายที่ชั่วร้ายอย่างสิ้นเชิง
ดูคำตอบ
คู่ปรับหนึ่งรายที่ชั่วร้ายอย่างสิ้นเชิง
learn from both ... and ...: เรียนรู้จากแหล่งทั้งสอง
learn from หมายถึงการได้รับความรู้ ความเข้าใจ หรือบทเรียนจากบุคคล สิ่งของ หรือประสบการณ์ ในที่นี้ both yin and yang คือแหล่งเรียนรู้สองแหล่งที่ตามหลัง from รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ learn from both A and B ซึ่งบอกว่าแหล่งทั้งสองต่างก็ให้บางสิ่งแก่เรา รูปแบบนี้ไม่ได้เพียงบอกว่า A และ B มีอยู่ แต่แสดงให้เห็นว่าทั้งสองเป็นแหล่งเรียนรู้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย both ... and ...: We can learn from ____ success ____ failure.
ดูคำตอบ
both · and
gods that are personal: ความหมายของ personal ในการอภิปรายทางศาสนา
ในการอภิปรายทางศาสนา gods that are personal หมายถึงเทพเจ้าที่ถูกมองว่าเป็นตัวตนแยกต่างหาก มีความคิดและเจตจำนงของตนเอง และสามารถมีความสัมพันธ์กับมนุษย์ได้ ในที่นี้ personal บอกว่าเทพเจ้าเป็นตัวตนแบบใด ไม่ได้แปลว่า “เป็นเรื่องส่วนตัว” หรือ “มีคนคนหนึ่งเป็นเจ้าของ” ในช่วงต่อมา is not ละคำว่า personal ไว้เพราะความหมายชัดเจนอยู่แล้ว กล่าวคือ อำนาจสูงสุดในลัทธิเต๋าไม่ได้เป็น personal ในความหมายนี้
แบบฝึกหัด
ในวลี gods that are personal คำว่า personal หมายถึงอะไร
- เทพเจ้าที่ถูกมองว่ามีความคิดและเจตจำนงของตนเองและสามารถมีความสัมพันธ์กับมนุษย์ได้
- เทพเจ้าที่บุคคลเพียงคนเดียวครอบครองเป็นการส่วนตัว
- เทพเจ้าที่ห้ามผู้คนพูดถึงในที่สาธารณะ
ดูคำตอบ
เทพเจ้าที่ถูกมองว่ามีความคิดและเจตจำนงของตนเองและสามารถมีความสัมพันธ์กับมนุษย์ได้
a person will not have to fight against the universe's natural flow. โน้ต
3:17คนเราก็จะไม่ต้องฝืนต่อสู้กับกระแสธรรมชาติของจักรวาล
living in harmony with the way: โครงสร้าง live in harmony with + คำนาม
To live in harmony with something หมายถึงการใช้ชีวิตในแบบที่สอดคล้องกับบางสิ่ง แทนที่จะต่อต้านหรือรบกวนสิ่งนั้น โครงสร้างคือ live in harmony with + คำนาม ส่วน living เป็นรูป -ing ของ live ซึ่งใช้ในที่นี้เพื่อบอกเงื่อนไขหรือวิธีที่ทำให้สิ่งต่อมาเกิดขึ้น ในที่นี้ the way หมายถึงเต๋า ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการใช้ชีวิตตามระเบียบตามธรรมชาติของเต๋า ไม่ใช่เพียงแค่ชอบหรือเห็นด้วยกับแนวคิดหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวจากบทเรียนที่หมายถึง “โดยไม่ต่อต้าน”: The island community tries to live ____ the sea.
ดูคำตอบ
in harmony with
will not have to: ไม่จำเป็นต้องทำในอนาคต
will not have to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่า ในอนาคตไม่จำเป็นต้องทำสิ่งนั้น ในประโยคนี้ บุคคลนั้นไม่จำเป็นต้องต่อสู้ โครงสร้างนี้ไม่ได้สื่อว่าการต่อสู้ถูกห้ามหรือไม่สามารถทำได้ คำปฏิเสธ not ปฏิเสธความจำเป็นที่ have to สื่อ รูปย่อที่ใช้กันทั่วไปคือ won't have to
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายแบบไม่ย่อที่หมายความว่าไม่จำเป็นต้องทำในอนาคต: Admission is free tomorrow, so we ____ buy tickets.
ดูคำตอบ
will not have to
fight against the universe's natural flow: อุปมาเรื่องการฝืนการดำเนินไปตามธรรมชาติ
fight against ใช้บรรยายการต่อต้านอย่างจริงจังได้ ในที่นี้กรรมของวลีคือ the universe's natural flow ซึ่งเป็นแนวคิดนามธรรม วลีนี้จึงเปรียบการฝืนทิศทางและจังหวะตามธรรมชาติของชีวิตหรือเหตุการณ์ว่าเหมือนกับการต่อสู้ flow ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงน้ำที่ไหล แต่หมายถึงวิธีที่สิ่งต่าง ๆ พัฒนาหรือดำเนินไปเองตามธรรมชาติ เป็นอุปมาที่สอดคล้องกับแนวคิดแบบเต๋าในตอนนี้เรื่องการใช้ชีวิตให้กลมกลืนกับระเบียบธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
fight against the universe's natural flow ในประโยคนี้มีความหมายหลักว่าอะไร
- ศึกษาว่าของเหลวเคลื่อนที่อย่างไรในอวกาศ
- ต่อสู้กับใครบางคนจริง ๆ ในแม่น้ำที่กำลังไหล
- ต่อต้านวิธีที่ชีวิตหรือเหตุการณ์ดำเนินไปเองตามธรรมชาติ
ดูคำตอบ
ต่อต้านวิธีที่ชีวิตหรือเหตุการณ์ดำเนินไปเองตามธรรมชาติ
listen more, argue less: คำแนะนำแบบขนานด้วย more และ less
"Listen more, argue less" เชื่อมประโยคคำสั่งแบบขนานสองส่วน โดยมีประธาน you ที่ละไว้ more ขยาย listen และ less ขยาย argue ดังนั้นรูปแบบนี้หมายถึง “ทำ A ให้มากขึ้นและทำ B ให้น้อยลง” ไม่ใช่การเปรียบเทียบปริมาณของสิ่งของ ถ้อยคำที่สมดุลเปลี่ยนแนวคิดกว้าง ๆ ให้เป็นหลักสั้น ๆ ที่จำง่าย รูปแบบคำกริยา + more, คำกริยา + less เหมาะกับคำแนะนำสั้น ๆ หลักปฏิบัติ และคำขวัญ
แบบฝึกหัด
เติมคำแนะนำให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบขนาน more/less แบบเดียวกัน: To understand your teammates, listen ____, interrupt ____.
ดูคำตอบ
more · less
back up or undo something: ถอยกลับหรือย้อนกลับการกระทำ
ในที่นี้ back up หมายถึงถอยหลังหรือกลับไปยังขั้นตอนก่อนหน้าในกระบวนการ ส่วน undo something หมายถึงย้อนกลับหรือยกเลิกการกระทำที่ได้ทำไปแล้ว เมื่อนำมารวมกัน ทั้งสองอย่างสื่อถึงความพร้อมที่จะปรับเปลี่ยน แทนที่จะฝืนผลักแผนให้เดินหน้าต่อ ในการตีความที่ตั้งใจไว้ back up ใช้โดยไม่มีกรรม ส่วน something เป็นกรรมของ undo บริบทจึงสำคัญมาก เพราะ back up อาจมีความหมายอื่นเมื่อใช้กับกรรม
แบบฝึกหัด
การเปลี่ยนแปลงในโครงการทำให้เกิดปัญหาใหม่ ในบริบทนี้ "back up or undo something" หมายถึงอะไร?
- ทำสำเนาไฟล์ทุกไฟล์และสนับสนุนเพื่อนร่วมงาน
- เดินหน้าต่อโดยไม่เปลี่ยนแผน
- กลับไปยังขั้นตอนก่อนหน้า หรือย้อนกลับการเปลี่ยนแปลง
ดูคำตอบ
กลับไปยังขั้นตอนก่อนหน้า หรือย้อนกลับการเปลี่ยนแปลง
make even faster progress: กลุ่มคำที่ใช้ร่วมกันและการเน้น
Make progress เป็นกลุ่มคำมาตรฐานที่หมายถึงก้าวหน้าหรือพัฒนาขึ้น ในที่นี้ make ไม่ได้หมายถึงสร้าง และโดยปกติภาษาอังกฤษไม่ใช้ do progress คำว่า progress ในความหมายนี้มักเป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้ make progress ไม่ใช่ make a progress Faster บอกความเร็วของการพัฒนา ส่วน even ใช้เน้นคำเปรียบเทียบ faster ว่าการพัฒนาจะเกิดเร็วกว่าเดิมหรือเร็วกว่าที่จะเป็นในอีกสถานการณ์หนึ่ง
แบบฝึกหัด
ทีมกำลังพัฒนาขึ้นอยู่แล้ว ตัวเลือกใดเป็นภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติและหมายความว่าการพัฒนาจะเร็วยิ่งขึ้น? With better tools, the team will ___.
- make an even faster progress
- do even faster progress
- make even faster progress
ดูคำตอบ
make even faster progress
worry about being ...: about ตามด้วย gerund
Worry about ตามด้วยคำนามหรือ gerund ซึ่งเป็นคำกริยารูป -ing ที่ทำหน้าที่เป็นคำนามได้ เนื่องจาก about เป็นคำบุพบท be จึงต้องเปลี่ยนเป็น being โดยใช้ worry about being the best ไม่ใช่ worry about be the best Don't worry about ... เป็นประโยคคำสั่งที่ใช้ปลอบหรือแนะนำให้อีกฝ่ายไม่จดจ่อกับความกังวลเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ในที่นี้ being the best คือเป้าหมายหรือสถานะที่ทำให้กังวล โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ worry about doing something
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ be: Maya worries about ____ late for soccer practice.
ดูคำตอบ
being
take you away from the Tao: ทำให้คนเบี่ยงออกจากหลักการหรือหนทาง
โครงสร้าง take + someone + away from + something ใช้บอกว่าทำให้คนหนึ่งออกจากสถานที่ได้ เมื่อสิ่งที่อยู่ข้างหลังเป็นเป้าหมายเชิงนามธรรม โครงสร้างนี้หมายถึงทำให้คนนั้นเสียสมาธิ เบี่ยงออกไป หรือหยุดทำตามสิ่งนั้น ในที่นี้ Tao คือหลักการหรือหนทาง ไม่ใช่สถานที่จริง ประโยคนี้บอกว่าความซับซ้อนทำให้คุณเบี่ยงออกจากหนทางที่ใช้เป็นแนวทางนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ take someone away from something ในความหมายว่าเบี่ยงเบนความสนใจหรือทำให้คนห่างจากสิ่งที่กำลังมุ่งเน้น
- One small typo does not take away from the report's quality.
- The server took the empty plates away.
- Endless side quests took me away from the main story.
ดูคำตอบ
Endless side quests took me away from the main story.
Learning to use the Tao is what Taoism is all about. วลี
3:46การเรียนรู้ที่จะใช้เต๋าคือแก่นแท้ทั้งหมดของลัทธิเต๋า
what Taoism is all about: ระบุจุดประสงค์หลัก
ใน what X is all about คำว่า all about หมายถึงประเด็นหลัก จุดประสงค์ หรือความหมายที่แท้จริงของ X ไม่ได้หมายถึงข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับ X โครงสร้าง A is what B is all about นำเสนอว่า A คือแก่นของ B ในที่นี้ อนุประโยค what อยู่หลัง is และระบุว่าการเรียนรู้วิธีใช้เต๋าคือสิ่งที่ลัทธิเต๋าให้ความสำคัญเป็นหลัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง what ... is all about เพื่อบอกว่าการช่วยเหลือผู้อื่นคือจุดประสงค์หลักของงานอาสาสมัคร: Helping others is ____.
ดูคำตอบ
what volunteering is all about
And that's why you should know your yin from your yang. สำนวน
3:50และนั่นคือเหตุผลที่คุณควรรู้จักหยินและหยางของตัวคุณเอง
know your yin from your yang: รูปแบบ know X from Y
know X from Y หมายถึง “สามารถแยก X กับ Y ออกจากกันได้” ในประโยคนี้ know your yin from your yang หมายถึง “แยกแยะ yin กับ yang” คำว่า from แสดงสิ่งสองอย่างที่นำมาเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าความรู้นั้นมาจาก yang การใช้ your ซ้ำไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของจริง ๆ แต่ทำให้ประโยคฟังดูขี้เล่นและเป็นกันเอง การนำ yin กับ yang มาใส่ในรูปแบบที่คุ้นเคยนี้ยังสร้างการเล่นคำเบา ๆ ที่เชื่อมตอนจบกลับเข้ากับหัวข้อด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนทั่วไปในรูป know X from Y ที่หมายถึงการแยกแยะสิ่งที่ถูกกับสิ่งที่ผิด: Even young children can ____.
ดูคำตอบ
know right from wrong