อาหารและอารมณ์ ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
931 คำ 160 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: รายการนี้สำรวจความสัมพันธ์ระหว่างอาหารกับอารมณ์ ตั้งแต่การกินอาหารปลอบใจเมื่อรู้สึกแย่และมื้ออาหารเร่งรีบของเชฟที่ทำงานภายใต้ความกดดัน ไปจนถึงงานวิจัยที่เชื่อมโยงอาหารสุขภาพดีกับอาการซึมเศร้าที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังอธิบายว่าเหตุใดแวดวงจิตเวชจึงเคยมองข้ามโภชนาการ และสรุปว่าการกินที่ดีอาจช่วยส่งเสริมสุขภาวะทางใจได้ ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. because we feel sad, not because we're hungry. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้โครงสร้างคู่ขนาน because ..., not because ... เพื่อระบุสาเหตุที่แท้จริงของพฤติกรรม พร้อมปฏิเสธคำอธิบายที่เข้าใจผิดอย่างชัดเจน ใช้ได้เมื่อต้องนิยามแนวคิด แก้ความเข้าใจผิด หรือเปรียบต่างเหตุผลอย่างรอบคอบ 2. grab and go, — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าเป็นสำนวนกระชับสำหรับการหยิบอาหารหรือสิ่งของอย่างรวดเร็วแล้วออกไปทันทีเพราะมีเวลาจำกัด ผู้เรียนสามารถนำไปใช้เมื่อพูดถึงอาหารซื้อกลับ กะงานที่ยุ่ง การเดินทางประจำวัน หรือกิจวัตรที่ต้องเร่งรีบ 3. very patronizing. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่า patronizing ใช้บรรยายคำพูดหรือพฤติกรรมที่ปฏิบัติต่อผู้อื่นราวกับว่าอีกฝ่ายฉลาดน้อยกว่า ไม่มีความสามารถ หรือไม่สำคัญ ช่วยให้แยกท่าทีดูแคลนออกจากความไม่สุภาพทั่วไป และอธิบายทัศนคติ ความขัดแย้งทางวิชาชีพ และความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ไม่เท่าเทียมได้แม่นยำขึ้น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Six Minute English from BBCLearningEnglish.com.

0:01

Six Minute English จาก BBCLearningEnglish.com

Hello, this is Six Minute English from BBC Learning English.

0:09

สวัสดีครับ นี่คือ Six Minute English จาก BBC Learning English

I'm Sam.

0:12

ผม แซม

And I'm Rob.

0:13

และผม ร็อบ

When someone feels sad or in a bad mood, วลี

0:14

เวลาที่คนเราเศร้าหรืออารมณ์ไม่ดี

they often try to feel better by eating their favorite food. ไวยากรณ์

0:17

พวกเขามักจะพยายามทำให้อารมณ์ดีขึ้นด้วยการกินของโปรด

วลี

in a bad mood: บรรยายสภาวะอารมณ์เชิงลบชั่วคราว

In a bad mood หมายถึงการรู้สึกไม่มีความสุข หงุดหงิด หรือมีความรู้สึกเชิงลบโดยรวมอยู่ช่วงหนึ่ง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอยู่คู่กับ feels sad เพื่อบรรยายสภาวะทางอารมณ์ของบุคคล วลีนี้มอง mood เป็นสภาวะที่บุคคลกำลังอยู่ มักตามหลัง be เช่น be in a good mood ส่วนในประโยคนี้ใช้คู่กับ sad หลัง feels สามารถเปลี่ยน bad เป็น good หรือ cheerful เพื่อบรรยายอารมณ์โดยรวมแบบอื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึงรู้สึกไม่มีความสุขหรือหงุดหงิดอยู่ช่วงหนึ่ง: After the game was cancelled, Priya was ____ all evening.

ดูคำตอบ

in a bad mood

ไวยากรณ์

try to feel better by eating: ใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธีการ

ใน try to feel better โครงสร้าง try to + กริยารูปพื้นฐานบอกเป้าหมายหรือผลลัพธ์ที่บุคคลต้องการ โครงสร้างนี้บอกถึงความพยายาม ไม่ได้รับประกันว่าจะสำเร็จ ส่วน by eating ที่ตามมาบอกวิธีที่ใช้เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายนั้น ใช้วลีกริยา + by + กริยา-ing เพื่ออธิบายว่าทำสิ่งหนึ่งหรือบรรลุผลอย่างไร เนื่องจาก by เป็นคำบุพบทในที่นี้ กริยาที่ตามมาจึงต้องเป็นรูป -ing คือ by eating ไม่ใช่ by eat หรือ by to eat

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ try to ... by + -ing อย่างถูกต้องเพื่อบอกเป้าหมายและวิธีการ?

  1. I tried to improve my pronunciation by recording myself.
  2. I tried to improve my pronunciation by record myself.
  3. I tried improving my pronunciation by to record myself.
ดูคำตอบ

I tried to improve my pronunciation by recording myself.

I usually go for a peanut butter sandwich myself. กริยาวลี

0:20

สำหรับผม ปกติจะเลือกแซนด์วิชเนยถั่ว

กริยาวลี

go for: การเลือกตัวเลือกหนึ่ง

ในประโยคนี้ go for หมายถึง “เลือก” หรือ “ตัดสินใจเอาสิ่งนั้น” ผู้พูดกำลังบอกว่าตนมักเลือกแซนด์วิชแบบไหน ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปหาสิ่งใด โครงสร้าง go for + ตัวเลือก ใช้ได้กับอาหาร สินค้า หรือแผนต่าง ๆ และมักสื่อว่าตัวเลือกนั้นเป็นความชอบส่วนตัว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เลือก”: At the shop, I usually ____ darker colors.

ดูคำตอบ

go for

Do you have a favorite comfort food, การใช้คำ

0:23

คุณมี comfort food (อาหารปลอบใจ) ที่ชอบไหม

การใช้คำ

comfort food: อาหารที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจ

Comfort food คืออาหารที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจ ให้ความรู้สึกปลอดภัย หรือทำให้รู้สึกคุ้นเคยอย่างมีความสุข ไม่ได้หมายถึงเพียงอาหารที่กินได้อย่างสบายในทางกายภาพ อาหารชนิดใดจะเป็น comfort food ขึ้นอยู่กับแต่ละคน และมักได้รับอิทธิพลจากครอบครัว วัยเด็ก หรือวัฒนธรรม จึงไม่มีรายการเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน

แบบฝึกหัด

ความหมายที่ถูกต้องที่สุดของ comfort food คืออะไร

  1. อาหารที่เคี้ยวง่าย
  2. อาหารที่มีน้ำตาลต่ำเสมอ
  3. อาหารที่ต้องเสิร์ฟแบบอุ่นเสมอ
  4. อาหารที่ให้ความสบายใจหรือความรู้สึกคุ้นเคยอย่างมีความสุข
ดูคำตอบ

อาหารที่ให้ความสบายใจหรือความรู้สึกคุ้นเคยอย่างมีความสุข

Rob?

0:25

ร็อบ?

Hmm,

0:25

อืม

maybe a cream chocolate eclair.

0:26

อาจจะเป็นเอแคลร์ครีมช็อกโกแลต

Comfort food is a type of emotional eating. การใช้คำ

0:28

อาหารปลอบใจคือรูปแบบหนึ่งของการกินตามอารมณ์

Eating lots of food because we feel sad, ไวยากรณ์

0:32

การกินเยอะๆ เพราะเรารู้สึกเศร้า

not because we're hungry.

0:34

ไม่ใช่เพราะเราหิว

การใช้คำ

emotional eating: การกินที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์

ในที่นี้ emotional eating หมายถึงการกินเพราะความรู้สึก เช่น ความเศร้าหรือความเครียด ไม่ใช่เพราะร่างกายหิว ประโยคถัดไปอธิบายแรงจูงใจนี้อย่างชัดเจน คำนี้เรียกพฤติกรรมการกินและเหตุผลที่อยู่เบื้องหลัง ไม่ได้หมายถึงอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของ emotional eating

  1. ลีโอกินอาหารเย็นเพราะรู้สึกว่าท้องว่าง
  2. มายากินบิสกิตหลังจากวันที่เครียด แม้ว่าเธอจะไม่หิว
  3. นีนาเรียกซุปมะเขือเทศว่าเป็นอาหารที่ช่วยปลอบใจ เพราะทำให้เธอนึกถึงบ้าน
ดูคำตอบ

มายากินบิสกิตหลังจากวันที่เครียด แม้ว่าเธอจะไม่หิว

ไวยากรณ์

because ..., not because ...: บอกเหตุผลที่แท้จริงและปฏิเสธอีกเหตุผลหนึ่ง

รูปแบบ because A, not because B นำเหตุผลสองอย่างมาเปรียบต่างกัน A คือเหตุผลที่ผู้พูดยอมรับว่าเป็นจริง ส่วน B คือเหตุผลที่ผู้พูดปฏิเสธอย่างชัดเจน การใช้ because ซ้ำทำให้สองส่วนมีโครงสร้างขนานกันและเข้าใจการแก้ความเข้าใจผิดได้ง่าย ใช้รูปแบบนี้เพื่ออธิบายแรงจูงใจ ให้คำนิยามแนวคิด หรือแก้ความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย because ..., not because ...: Sam walked home ____ he wanted some fresh air, ____ he had missed the bus.

ดูคำตอบ

because · not because

But unfortunately,

0:36

แต่โชคร้ายที่

most comfort food is high in carbohydrates and sugar. วลี

0:37

อาหารปลอบใจส่วนใหญ่มีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลสูง

วลี

high in carbohydrates and sugar: โครงสร้าง high in + สาร

รูปแบบ be high in + สาร หมายความว่าสิ่งหนึ่งมีสารนั้นในปริมาณหรือสัดส่วนสูง ในประโยคนี้ carbohydrates and sugar คือส่วนประกอบสองชนิดที่มีอยู่ในปริมาณสูง ต้องคง in ไว้หน้าสารอาหารหรือสาร เช่น high in protein, high in salt และ high in fibre

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: This yoghurt is ____ protein.

ดูคำตอบ

high in

And after a few minutes,

0:40

และหลังจากผ่านไปไม่กี่นาที

it leaves us feeling even worse than before. ไวยากรณ์

0:42

มันกลับทำให้เรารู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

ไวยากรณ์

leaves us feeling even worse than before: โครงสร้าง leave + คน + รูป -ing

โครงสร้าง leave + คน + รูป -ing ใช้บอกสภาวะผลลัพธ์ที่เกิดจากบางสิ่ง ในที่นี้ leaves us feeling... หมายถึงสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึงทำให้สุดท้ายเรารู้สึกแย่ลงหลังผ่านไปไม่กี่นาที โดย us คือผู้ที่ได้รับผล และ feeling even worse คือสภาวะผลลัพธ์ Even ช่วยเน้นคำเปรียบเทียบขั้นกว่า worse ส่วน worse than before เปรียบเทียบความรู้สึกภายหลังกับความรู้สึกก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ leave + คน + feeling + คำคุณศัพท์ ได้ถูกต้องเพื่อบอกอารมณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์

  1. The ending left the audience feel hopeful.
  2. The ending left the audience feeling hopeful.
  3. The ending left feeling the audience hopeful.
ดูคำตอบ

The ending left the audience feeling hopeful.

Today,

0:45

ในปัจจุบัน

scientific research into the relationship between what we eat and how we feel is growing. วลี

0:45

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่เรากินกับความรู้สึกของเรามีมากขึ้นเรื่อยๆ

วลี

scientific research into: ใช้บอกหัวข้อที่ศึกษา

โครงสร้าง research into + หัวข้อ หมายถึงการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับหัวข้อนั้น ใน scientific research into ... คำว่า into ใช้นำหัวข้อหรือคำถามที่กำลังศึกษา ไม่ได้สื่อถึงการเคลื่อนที่เข้าไปข้างในสิ่งใด scientific บอกประเภทของงานวิจัย หลังวลีนี้ใช้ได้ทั้งนามวลี เช่น the causes of asthma และอนุประโยคคำถามทางอ้อม เช่น how sleep affects memory

แบบฝึกหัด

เลือกคำเติมที่เป็นธรรมชาติที่สุดสำหรับรายงานวิทยาศาสตร์แบบทางการนี้: The university is funding ___ the causes of childhood asthma.

  1. a scientific research into
  2. scientific research about
  3. scientific research into
ดูคำตอบ

scientific research into

วลี

relationship between what we eat and how we feel: การเชื่อมคำถามทางอ้อม

โครงสร้าง the relationship between A and B หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่าง A กับ B ในประโยคนี้ A คือ what we eat และ B คือ how we feel โดย between ใช้คู่กับ and เพื่อเชื่อมอนุประโยคสองส่วน what we eat และ how we feel เป็นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำคำถามและฝังอยู่ในนามวลีที่ใหญ่กว่า ทั้งสองส่วนบอกเนื้อหาของปัจจัย ไม่ได้ถามโดยตรง คำถามทางอ้อมใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า จึงใช้ how we feel ไม่ใช่ how do we feel

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ the relationship between ... and ... กับอนุประโยคคำถามทางอ้อมสองส่วนได้ถูกต้อง

  1. Scientists study the relationship between how much we sleep and how well we learn.
  2. Scientists study the relationship between how much do we sleep and how well do we learn.
  3. Scientists study the relationship between how much we sleep and how well do we learn.
ดูคำตอบ

Scientists study the relationship between how much we sleep and how well we learn.

In this program, ลำดับความ

0:51

ในรายการนี้

we'll be investigating the connection between our food and our mood.

0:52

เราจะมาตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างอาหารกับอารมณ์ของเรา

ลำดับความ

In this program, we'll be investigating ...: คำเปิดเพื่อบอกหัวข้อล่วงหน้า

In this program กำหนดกรอบของเนื้อหาที่จะตามมา ส่วน we'll be investigating บอกล่วงหน้าว่าผู้ดำเนินรายการจะสำรวจคำถามใด เมื่อใช้รวมกัน วลีนี้ทำหน้าที่เหมือนป้ายบอกทางตอนเปิดรายการ โดยบอกหัวข้อแก่ผู้ฟังก่อนเริ่มรายละเอียด แทนที่จะบอกข้อสรุปทันที รูปอนาคตกำลังกระทำ we'll be investigating นำเสนอการสำรวจว่าเป็นกิจกรรมที่จะดำเนินไปตลอดรายการ จึงทำให้บทนำฟังเหมือนคำแนะนำเกี่ยวกับเนื้อหาที่กำลังจะมา

แบบฝึกหัด

In this program, we'll be investigating ... มีหน้าที่หลักอะไรเมื่ออยู่ตอนต้นรายการ?

  1. ประกาศว่ารายการได้ข้อสรุปสุดท้ายแล้ว
  2. ปฏิเสธที่จะพูดถึงหัวข้อนั้น
  3. บอกล่วงหน้าถึงหัวข้อที่รายการจะสำรวจ
  4. ส่งสัญญาณว่ารายการกำลังจะจบ
ดูคำตอบ

บอกล่วงหน้าถึงหัวข้อที่รายการจะสำรวจ

We'll hear how healthy eating makes us feel better.

0:56

เราจะมาฟังกันว่าการกินอาหารเพื่อสุขภาพทำให้เรารู้สึกดีขึ้นได้อย่างไร

And of course,

0:59

และแน่นอน

we'll be learning some new vocabulary as well.

1:00

เราก็จะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ไปด้วย

Great.

1:03

เยี่ยมเลย

But first,

1:03

แต่ก่อนอื่น

I have a question for you,

1:04

ผมมีคำถามจะถามคุณ

Sam.

1:05

แซม

People who link what we eat with how we feel วลี

1:06

คนที่เชื่อมโยงสิ่งที่เรากินกับความรู้สึกของเรา

วลี

link what we eat with how we feel: โครงสร้าง link X with Y

Link X with Y หมายถึงการเชื่อมโยง X และ Y ในคำอธิบายหรือแนวคิด ในที่นี้ X คือ what we eat และ Y คือ how we feel ทั้งสองส่วนเป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามและระบุสองสิ่งที่นำมาเชื่อมโยงกัน คำกริยา link บอกว่ามีการสร้างหรือสังเกตเห็นความสัมพันธ์ แต่ตัวคำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่า X ทำให้เกิด Y

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างคำกริยา link X with Y: The study will ____ screen time ____ sleep quality.

ดูคำตอบ

link · with

make a simple argument. วลี

1:09

ได้ให้ข้อโต้แย้งง่ายๆ ว่า

วลี

make a simple argument: เสนอข้อโต้แย้งง่าย ๆ ที่มีเหตุผลรองรับ

ในบริบทของการอภิปรายและวิชาการ make an argument หมายถึงการเสนอข้ออ้างพร้อมเหตุผลที่สนับสนุนข้ออ้างนั้น ในที่นี้ argument หมายถึงข้อโต้แย้งที่มีเหตุผล ไม่ใช่การทะเลาะกัน simple บอกว่าข้อโต้แย้งนั้นไม่ซับซ้อนหรือเข้าใจได้ง่าย ไม่ได้หมายความว่าข้ออ้างนั้นผิดหรือไม่สำคัญ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าผู้เขียนเสนอเหตุผลเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์สวนสาธารณะ?

  1. The writer starts an argument at the park.
  2. The writer has an argument with a neighbour about the park.
  3. The writer makes a strong argument for protecting the park.
ดูคำตอบ

The writer makes a strong argument for protecting the park.

The food you eat supplies nutrients and energy to the brain, วลี

1:11

อาหารที่คุณกินเข้าไปจะให้สารอาหารและพลังงานแก่สมอง

วลี

supplies nutrients and energy to the brain: โครงสร้าง supply X to Y

โครงสร้าง supply X to Y หมายถึงจัดหา X เพื่อให้ Y ได้รับหรือนำไปใช้ ในที่นี้ nutrients and energy คือสิ่งที่ถูกจัดหา ส่วน the brain คือผู้รับที่เชื่อมด้วย to

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปเพื่อให้เป็นโครงสร้าง supply X to Y: The pipe supplies clean water ____ the village.

ดูคำตอบ

to

and the brain controls our emotions.

1:15

และสมองก็ควบคุมอารมณ์ของเรา

Now,

1:17

เอาล่ะ

that might sound simplistic, ลำดับความ

1:18

มันอาจจะฟังดูง่ายเกินไป

but the brain is a vital link in the connection between food and our mood. วลี

1:19

แต่สมองเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างอาหารและอารมณ์

ลำดับความ

that might sound simplistic, but ...: ยอมรับข้อโต้แย้งที่อาจเกิดขึ้นก่อนเสนอประเด็นหลัก

that might sound simplistic เป็นการคาดไว้ก่อนว่าผู้ฟังอาจรู้สึกว่าแนวคิดก่อนหน้านี้ลดทอนเรื่องซับซ้อนให้ง่ายเกินไป จากนั้น but จะเปลี่ยนไปสู่ข้อเสนอที่ผู้พูดยังต้องการให้ผู้ฟังยอมรับ รูปแบบ that might sound X, but Y จัดลำดับข้อมูลโดยยอมรับข้อทักท้วงก่อน แล้วจึงเสนอเหตุผลหลัก ในที่นี้ might ทำให้คำวิจารณ์เป็นเพียงความรู้สึกที่อาจเกิดขึ้น การเปลี่ยนประเด็นจึงฟังดูรอบคอบมากกว่ามุ่งเผชิญหน้า

แบบฝึกหัด

that might sound simplistic, but ... ทำหน้าที่ใดในการเรียบเรียงความคิด

  1. ยอมรับข้อโต้แย้งและยุติการให้เหตุผล
  2. บอกข้อเท็จจริงสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  3. ยอมรับข้อโต้แย้งที่อาจเกิดขึ้น แล้วจึงเสนอประเด็นหลัก
  4. แสดงว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นตามลำดับเวลา
ดูคำตอบ

ยอมรับข้อโต้แย้งที่อาจเกิดขึ้น แล้วจึงเสนอประเด็นหลัก

วลี

a vital link: ส่วนเชื่อมโยงที่สำคัญยิ่ง

a vital link หมายถึงส่วนสำคัญที่เชื่อมคน สิ่งของ ขั้นตอน หรือแนวคิดสองด้านเข้าด้วยกัน ในประโยคนี้ สมองถูกนำเสนอว่าเป็นส่วนที่เชื่อมอาหารกับอารมณ์ vital เน้นความสำคัญอย่างมาก กล่าวคือ ตัวเชื่อมนี้ไม่ได้เพียงมีประโยชน์ แต่สำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของความสัมพันธ์นั้น link ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่ห่วงโซ่จริงหรือลิงก์เว็บไซต์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่ถูกต้องจากบทเรียนนี้: In the emergency plan, the radio network is ____ between field teams and headquarters.

ดูคำตอบ

a vital link

So, Sam,

1:24

ดังนั้น แซม

my question is,

1:25

คำถามของผมคือ

how much of the body's total energy is used up by the brain? กริยาวลี

1:26

พลังงานรวมของร่างกายถูกสมองใช้ไปมากแค่ไหน?

กริยาวลี

used up: การใช้ทรัพยากรที่มีจำกัด

Used up เป็นรูปที่ใช้ในโครงสร้างถูกกระทำของกริยาวลี use up หมายถึงทรัพยากรที่มีจำกัดถูกใช้ไปจนปริมาณที่มีอยู่ลดลง ซึ่งมักลดลงอย่างมากหรือหมดไปทั้งหมด ใน is used up by the brain นั้น energy คือทรัพยากรที่ถูกใช้ ส่วน the brain คือผู้ใช้ทรัพยากรนั้น คำถามนี้ถามว่าสมองใช้พลังงานทั้งหมดของร่างกายไปมากเท่าใด ไม่ได้หมายความว่าสมองใช้พลังงานทั้งหมดของร่างกายจนหมด เพราะ how much of จำกัดคำถามไว้ที่ส่วนหนึ่งของปริมาณทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ use up: Yesterday's long video call ____ all the power in my phone's battery.

ดูคำตอบ

used up

Is it A,

1:30

A,

10%,

1:31

10%,

B, 20%,

1:32

B, 20%,

or C, 30%?

1:34

หรือ C, 30%?

Hmm,

1:35

อืม

that's a good question.

1:36

เป็นคำถามที่ดีนะ

I'll say it's A,

1:37

ผมขอทายว่า A,

10%.

1:39

10%

Right.

1:40

เอาล่ะ

Well,

1:41

งั้น

I'll reveal the answer later in the program. ลำดับความ

1:41

ผมจะเฉลยคำตอบในช่วงท้ายรายการนะครับ

ลำดับความ

I'll reveal the answer later ...: การเลื่อนเฉลยคำตอบ

ประโยคนี้เป็นคำบอกทางให้ผู้ฟังเข้าใจโครงสร้างของรายการ I'll reveal the answer เป็นการสัญญาว่าจะเปิดเผยคำตอบในภายหลัง ส่วน later in the program บอกผู้ฟังว่าคำตอบถูกตั้งใจวางไว้ในช่วงหลังของรายการ เมื่อประกาศว่าจะเลื่อนการเฉลย ผู้ดำเนินรายการจะยังคงเปิดคำถามไว้และสร้างความคาดหวัง ผู้ฟังสามารถคาดได้ว่ารายการจะกลับมาที่คำถามนี้อีกครั้ง ประโยคนี้จึงช่วยกระตุ้นให้พวกเขาฟังต่อไปด้วย

แบบฝึกหัด

ผู้ดำเนินรายการพูดว่า: I'll reveal the answer later in the program. ประโยคนี้ทำหน้าที่หลักอย่างไร

  1. เลื่อนการเฉลยและรักษาความสนใจของผู้ฟัง
  2. ถอนคำถาม
  3. จบรายการทันที
  4. ยอมรับว่าผู้ดำเนินรายการไม่รู้คำตอบ
ดูคำตอบ

เลื่อนการเฉลยและรักษาความสนใจของผู้ฟัง

Emotional eating is often caused by feelings of depression, ไวยากรณ์

1:43

การกินตามอารมณ์มักเกิดจากความรู้สึกซึมเศร้า

anxiety,

1:47

วิตกกังวล

or stress.

1:48

หรือเครียด

ไวยากรณ์

is often caused by ...: การบอกสาเหตุที่พบบ่อย

รูปแบบ X is caused by Y ใช้โครงสร้างกรรมวาจก โดย X คือผลลัพธ์ที่กำลังอธิบาย และ by Y ระบุสาเหตุ โครงสร้างนี้ทำให้จุดสนใจอยู่ที่ emotional eating ไม่ใช่ความรู้สึกที่อาจเป็นสาเหตุ Often หมายความว่าสาเหตุนี้พบได้บ่อย แต่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกกรณี รูปแบบ X is often caused by Y สามารถนำไปใช้เพื่ออธิบายว่าเหตุใดภาวะหรือเหตุการณ์หนึ่งจึงเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้โครงสร้างกรรมวาจกเพื่อบอกว่าภาวะขาดน้ำเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดศีรษะ แต่ไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้ง

  1. Headaches are often caused by dehydration.
  2. Dehydration is often caused by headaches.
  3. Headaches often caused by dehydration.
ดูคำตอบ

Headaches are often caused by dehydration.

Chef Danny Edwards,

1:49

เชฟ แดนนี่ เอ็ดเวิร์ดส์

who has suffered with depression, วลี

1:51

ซึ่งเคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

วลี

has suffered with depression: ประสบการณ์ในอดีตที่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน

Has suffered เป็น present perfect ใช้บรรยายประสบการณ์ก่อนเวลาปัจจุบันโดยไม่ได้ระบุว่าเกิดขึ้นในเวลาใดเวลาหนึ่งในอดีตที่สิ้นสุดแล้ว และนำเสนอว่าประสบการณ์นั้นยังเกี่ยวข้องกับบุคคลในตอนนี้ รูปนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าภาวะซึมเศร้าสิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ ในบริบทสุขภาพ suffer with ตามด้วยโรคหรือภาวะ หมายถึงการประสบความยากลำบากหรือความทุกข์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งนั้น ในที่นี้ depression หมายถึงภาวะสุขภาพจิตที่จริงจัง ไม่ใช่เพียงอารมณ์ไม่ดีชั่วครู่

แบบฝึกหัด

“She has suffered with depression” มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร

  1. เธอไม่เคยประสบปัญหาด้านสุขภาพจิตเลย
  2. เธอเพียงรู้สึกเศร้าเล็กน้อย ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในอดีตที่สิ้นสุดแล้ว
  3. เธอเคยประสบภาวะซึมเศร้า และประสบการณ์นั้นยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน
  4. เธอทำให้คนอื่นประสบภาวะซึมเศร้า
ดูคำตอบ

เธอเคยประสบภาวะซึมเศร้า และประสบการณ์นั้นยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน

works in one of the most stressful places imaginable, ไวยากรณ์

1:52

ทำงานในสถานที่ที่ตึงเครียดที่สุดเท่าที่คุณจะจินตนาการได้

ไวยากรณ์

one of the most stressful places imaginable: โครงสร้างขั้นสูงสุดที่เน้นความหมายให้แรงขึ้น

โครงสร้าง one of the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ หมายถึงคนหรือสิ่งหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มซึ่งมีระดับสุดขั้วที่สุด One หมายถึงสถานที่หนึ่งแห่ง แต่ places ยังคงเป็นพหูพจน์ เพราะเป็นชื่อของกลุ่มสถานที่ที่นำมาเปรียบเทียบ Imaginable วางหลัง places และหมายถึง “ที่สามารถจินตนาการได้” คำนี้ช่วยเน้นขั้นสูงสุดให้แรงขึ้น โดยสื่อว่าแทบจะจินตนาการถึงสถานที่ที่เครียดกว่านี้ไม่ได้ นี่เป็นการเน้นความหมาย ไม่ใช่การจัดอันดับจากผลการวัด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ stressful กับโครงสร้าง one of the most ... imaginable: An emergency room is ____ workplaces imaginable.

ดูคำตอบ

one of the most stressful

a busy restaurant kitchen.

1:56

นั่นคือห้องครัวร้านอาหารที่ยุ่งวุ่นวาย

BBC World Service program The Food Chain asked Danny about his eating habits at work. วลี

1:58

รายการ The Food Chain ของ BBC World Service ได้ถามแดนนี่เกี่ยวกับพฤติกรรมการกินของเขาในที่ทำงาน

วลี

eating habits at work: พฤติกรรมการกินเป็นประจำในบริบทการทำงาน

Eating habits หมายถึงรูปแบบการกินที่เกิดขึ้นเป็นประจำ เช่น ปกติคนหนึ่งกินอะไร กินเมื่อไร และกินอย่างไร habits ที่เป็นพหูพจน์ชี้ถึงพฤติกรรมที่เกิดซ้ำ ไม่ใช่อาหารเพียงมื้อเดียว วลีบุพบท at work จำกัดหัวข้อให้อยู่ในช่วงเวลาทำงานหรือสถานที่ทำงาน คำถามจึงเกี่ยวกับรูปแบบการกินของ Danny ที่สัมพันธ์กับงาน ไม่ใช่อาหารทั้งหมดที่เขากินในทุกสถานการณ์

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “พฤติกรรมการกินเป็นประจำระหว่างทำงาน”: The survey asks about your ____, including what and when you eat during your shift.

ดูคำตอบ

eating habits at work

Actually,

2:04

จริงๆ แล้ว

when you're working in a kitchen environment for long periods, วลี

2:04

เมื่อคุณทำงานในสภาพแวดล้อมห้องครัวเป็นเวลานานๆ

วลี

for long periods: การบอกระยะเวลาที่ยาวนาน

for long periods หมายถึง “เป็นเวลานาน” หรือ “ตลอดช่วงเวลาที่ยาวนาน” ในประโยคนี้ วลีนี้บอกว่าการทำงานในสภาพแวดล้อมของครัวดำเนินอยู่นานเพียงใด for ใช้บอกระยะเวลา รูปพหูพจน์ periods ฟังเป็นธรรมชาติเป็นพิเศษเมื่อพูดถึงสถานการณ์ทั่วไป เพราะอาจครอบคลุมช่วงเวลานานหลายช่วง ไม่ใช่ช่วงเดียวที่วัดไว้อย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุดเมื่อเน้นว่าแต่ละช่วงของการบินกินเวลานานเพียงใด? During migration, some birds fly ___ without resting.

  1. over a long period
  2. for long periods
  3. after a long period
ดูคำตอบ

for long periods

your appetite can become suppressed การใช้คำ

2:06

ความอยากอาหารของคุณอาจลดลง

การใช้คำ

your appetite can become suppressed: ความหิวที่อาจลดลง

your appetite can become suppressed หมายความว่าความต้องการกินอาหารของคุณอาจลดลง suppressed ใช้อธิบายความอยากอาหารที่ลดลงหรือถูกยับยั้ง แต่ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าความอยากอาหารหายไปทั้งหมด become แสดงการเปลี่ยนแปลงของสภาวะ และ can แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน ดังนั้นวลีนี้จึงกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่ความหิวตามปกติจะเปลี่ยนเป็นความสนใจอาหารที่ลดลง

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดกล่าวความหมายของ “your appetite can become suppressed” ได้ถูกต้องที่สุด?

  1. คุณอาจอยากกินอาหารมากขึ้นอย่างกะทันหัน
  2. คุณอาจไม่สามารถรับรสของอาหารใด ๆ ได้
  3. ความต้องการกินของคุณอาจลดลง
ดูคำตอบ

ความต้องการกินของคุณอาจลดลง

because you sometimes don't want to eat or you don't feel like you can stop and eat and all of that. โน้ต

2:08

เพราะบางครั้งคุณก็ไม่อยากกิน หรือคุณรู้สึกว่าคุณหยุดกินไม่ได้และอะไรทำนองนั้น

ไวยากรณ์

don't feel like you can...: รู้สึกจากมุมมองของตนเองว่าบางอย่างทำไม่ได้

ตรงนี้ feel like ตามด้วยอนุประโยคเต็ม you can stop and eat รูปปฏิเสธหมายถึงคุณไม่รู้สึกว่าตัวเองทำได้ คือสถานการณ์ดูเหมือนไม่เปิดโอกาสให้มีเวลา ความสะดวก หรือจังหวะมากพอที่จะหยุด ความหมายนี้ต่างจาก feel like + -ing ซึ่งพูดถึงความอยากทำบางอย่าง ประโยคเดิมพูดถึงการไม่อยากกินก่อน แล้วจึงเปลี่ยนไปพูดถึงความรู้สึกว่าหยุดเพื่อกินไม่ได้

แบบฝึกหัด

การประชุมยังวุ่นอยู่ และ Mia รู้สึกว่าสถานการณ์ไม่เปิดโอกาสให้เธอออกไป ประโยคใดสื่อการประเมินจากความรู้สึกนี้ได้ดีที่สุด

  1. I can't leave the meeting yet.
  2. I don't feel like I can leave the meeting yet.
  3. I don't feel like leaving the meeting yet.
ดูคำตอบ

I don't feel like I can leave the meeting yet.

น้ำเสียง/เจตนา

all of that: การปิดรายการแบบกว้าง ๆ ในภาษาพูด

ในประโยคนี้ and all of that ย้อนกลับไปกล่าวถึงเหตุผลที่เพิ่งพูดไป และรวมเหตุผลคล้ายกันอื่น ๆ ที่ผู้พูดไม่ได้แจกแจงไว้อย่างกว้าง ๆ มีความหมายประมาณว่า และเรื่องอื่น ๆ ทำนองนั้น ไม่ได้หมายถึงทุกส่วนของสิ่งของชิ้นเดียวตามตัวอักษร สำนวนนี้ช่วยปิดช่วงหนึ่งของบทสนทนา เมื่อยกตัวอย่างมากพอแล้ว ผู้พูดจะใช้เพื่อบอกหมวดโดยรวมและพูดต่อไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ and all of that เพื่อจบรายการโดยรวมสิ่งคล้ายกันที่ไม่ได้ระบุชื่อไว้ด้วย

  1. I finished all of that before lunch.
  2. We talked about deadlines, travel costs, and all of that.
  3. All of that equipment belongs to the school.
ดูคำตอบ

We talked about deadlines, travel costs, and all of that.

So,

2:15

ดังนั้น

it very often is grabbing something on the go, สำนวน

2:15

มันเลยมักจะเป็นการรีบคว้าอะไรกินระหว่างทาง

สำนวน

on the go: ขณะที่กำลังยุ่งหรือเคลื่อนไหวไปมา

On the go เป็นวลีตายตัว หมายถึง ขณะที่กำลังยุ่ง เคลื่อนไหวไปมา หรือมีเวลาน้อย ในประโยคนี้ วลีนี้ขยาย grabbing something คือคนนั้นรีบหยิบอะไรบางอย่างโดยไม่ได้หยุดพักอย่างจริงจัง ให้มองทั้งวลีเป็นวลีวิเศษณ์ที่บอกสถานการณ์ของการกระทำ ไม่ควรแปลแยกทีละคำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ขณะที่กำลังยุ่งหรือเคลื่อนไหว”: We had no time to sit down before the train, so we ate our sandwiches ____.

ดูคำตอบ

on the go

which obviously,

2:18

ซึ่งแน่นอนว่า

as we know, ลำดับความ

2:19

อย่างที่เรารู้กัน

ลำดับความ

as we know: นำเสนอว่าเป็นความรู้ร่วมกัน

as we know เป็นคำเชื่อมทางความคิดที่นำเสนอแนวคิดถัดไปว่าเป็นความรู้ที่ผู้พูดและผู้ฟังมีร่วมกัน โดยสร้างจุดเริ่มต้นร่วมก่อนที่ผู้พูดจะเพิ่มคำอธิบาย ความคิดเห็น หรือข้อสรุป คำว่า we รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟัง สำนวนนี้มีหน้าที่จัดระเบียบข้อมูล แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าข้อความที่ตามมาเป็นความจริง

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังนำเสนองานวิจัยใหม่ที่ไม่ค่อยมีใครรู้แก่ผู้ฟังที่ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน การเริ่มด้วย “As we know, this study proves the theory” เหมาะสมหรือไม่

  1. เหมาะ เพราะเป็นการบอกอย่างถูกต้องว่าเป็นความรู้ร่วมกัน
  2. ไม่เหมาะ เพราะทำให้ข้อมูลใหม่ดูเหมือนเป็นความรู้ที่ทุกคนมีร่วมกัน
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะ เพราะทำให้ข้อมูลใหม่ดูเหมือนเป็นความรู้ที่ทุกคนมีร่วมกัน

is not great for us. น้ำเสียง/เจตนา

2:20

มันไม่ดีต่อตัวเราเลย

น้ำเสียง/เจตนา

not great for: การประเมินเชิงลบแบบนุ่มนวล

ในโครงสร้าง not great for + คนหรือสิ่งของ คำว่า for ระบุว่าใครหรืออะไรได้รับผลกระทบ ในประโยคนี้ not great for us เป็นการประเมินเชิงลบที่พูดให้นุ่มลง หมายถึงสถานการณ์นั้นไม่เป็นผลดี ไม่ดีต่อสุขภาพ หรืออาจสร้างปัญหาให้กับกลุ่มของผู้พูด ถ้อยคำนี้เป็นการกล่าวให้เบากว่าความจริง จึงฟังนุ่มนวลกว่า bad for us หรือ harmful to us แต่ไม่ได้แปลว่าผลกระทบนั้นเล็กน้อยเสมอไป ต้องดูระดับความรุนแรงจากบริบท

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานพูดว่า “Skipping lunch is not great for your concentration.” เขาน่าจะหมายความว่าอย่างไร

  1. อาจส่งผลเสียต่อสมาธิของคุณ โดยพูดอย่างนุ่มนวล
  2. ช่วยให้สมาธิของคุณดีขึ้นมาก
  3. ไม่เกี่ยวข้องกับสมาธิของคุณ
ดูคำตอบ

อาจส่งผลเสียต่อสมาธิของคุณ โดยพูดอย่างนุ่มนวล

So,

2:21

คุณจึง

you go for something that's quick.

2:21

เลือกอะไรที่มันเร็วๆ

So, hence why ลำดับความ

2:23

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม

a lot of chefs have quite a bad diet.

2:25

เชฟหลายคนถึงมีพฤติกรรมการกินที่ค่อนข้างแย่

ลำดับความ

hence why: คำเชื่อมในภาษาพูดที่นำเข้าสู่ผลลัพธ์

ในประโยคที่พูดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาตินี้ hence why ย้อนกลับไปอ้างถึงสาเหตุที่กล่าวไว้ก่อนหน้า แล้วนำเข้าสู่ผลลัพธ์ คือเชฟจำนวนมากมีรูปแบบการกินที่ค่อนข้างไม่ดี โดยทำหน้าที่คล้าย that is why ดังนั้นสิ่งที่ตามมาควรเข้าใจว่าเป็นข้อสรุป ไม่ใช่สาเหตุใหม่ So ที่ต้นประโยคก็ส่งสัญญาณถึงผลลัพธ์อยู่แล้ว ทำให้ So, hence why เป็นการซ้อนคำเชื่อมที่แสดงผลลัพธ์ ซึ่งพบได้ในภาษาสนทนาที่ผู้พูดกำลังเรียบเรียงความคิดไปพร้อมกับการพูด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับรายงานที่ผ่านการตรวจแก้อย่างรอบคอบและต้องการนำเสนอผลลัพธ์

  1. The working day is long because many employees eat at irregular times.
  2. The working day is long; hence, many employees eat at irregular times.
  3. The working day is long; hence why many employees eat at irregular times.
ดูคำตอบ

The working day is long; hence, many employees eat at irregular times.

Even though he's surrounded by food, ไวยากรณ์

2:27

แม้ว่าเขาจะถูกรายล้อมไปด้วยอาหาร

ไวยากรณ์

Even though he's surrounded by food: การยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกับผลลัพธ์

Even though ใช้นำหน้าสถานการณ์ที่เป็นจริงหรือเป็นที่ยอมรับ ซึ่งตามปกติจะทำให้คาดหวังผลลัพธ์อีกแบบหนึ่ง ในที่นี้ การที่เขาอยู่ท่ามกลางอาหารทำให้เกิดความคาดหวังนั้น ส่วนอนุประโยคหลักที่ตามมาบอกผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจ Even though + ประธาน + กริยา เป็นอนุประโยคที่ไม่สมบูรณ์ในตัวเอง ดังนั้นส่วนเปิดประโยคนี้จึงมักอยู่ตามลำพังไม่ได้ เมื่อวางไว้ต้นประโยค ปกติจะตามด้วยจุลภาคแล้วจึงเป็นอนุประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

ผู้พูดรู้ว่าร้านกำลังจะปิดจริง ๆ และต้องการแสดงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมานั้นน่าประหลาดใจ ประโยคใดเหมาะสมที่สุด

  1. Even though the shop was closing, the staff let us finish our meal.
  2. Because the shop was closing, the staff let us finish our meal.
  3. Even if the shop was closing, the staff let us finish our meal.
ดูคำตอบ

Even though the shop was closing, the staff let us finish our meal.

Danny says that working under stress actually decreases his appetite, โน้ต

2:29

แดนนี่บอกว่าการทำงานภายใต้ความเครียดกลับทำให้ความอยากอาหารของเขาลดลง

วลี

working under stress: ทำงานขณะที่เผชิญแรงกดดัน

Under stress เป็นกลุ่มคำที่ใช้คู่กันอย่างเป็นธรรมชาติ หมายถึง “อยู่ในภาวะที่มีแรงกดดันทางจิตใจหรืออารมณ์” ใน working under stress คำว่า under บอกสภาวะที่งานเกิดขึ้น ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ วลี -ing working under stress ทำหน้าที่เป็นประธานของ decreases โครงสร้างนี้ทำให้กิจกรรมนั้นถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดผลกระทบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำเป้าหมายจากบทเรียนนี้: People may make more mistakes when they work ____.

ดูคำตอบ

under stress

the feeling that you want to eat food.

2:34

ซึ่งก็คือความรู้สึกที่คุณอยากกินอาหาร

การใช้คำ

appetite ... the feeling that you want to eat food: คำจำกัดความที่ให้ไว้ในประโยค

ในประโยคนี้ appetite หมายถึงความอยากหรือความเต็มใจที่จะกิน ความเครียดทำให้ความอยากอาหารของแดนนีลดลง เขาจึงรู้สึกอยากกินน้อยลง กลุ่มคำนามหลังเครื่องหมายจุลภาค the feeling that you want to eat food อธิบาย appetite ซ้ำด้วยคำที่ง่ายกว่า โครงสร้างส่วนขยายที่อธิบายคำนามนี้ช่วยให้ผู้พูดอธิบายคำนามที่ผู้ฟังอาจไม่คุ้นเคยได้ทันที

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงให้เห็นชัดเจนที่สุดว่า hunger และ appetite แตกต่างกัน

  1. I was hungry, so I ate my dinner.
  2. I am hungry, but stress has taken away my appetite.
  3. The soup was warm, and I ate it slowly.
ดูคำตอบ

I am hungry, but stress has taken away my appetite.

In a busy kitchen,

2:36

ในห้องครัวที่วุ่นวาย

there's no time for a sit-down meal, การใช้คำ

2:37

ไม่มีเวลามานั่งกินข้าวเป็นมื้อๆ หรอก

การใช้คำ

sit-down meal: มื้ออาหารที่นั่งกินอย่างไม่เร่งรีบ

a sit-down meal คือมื้ออาหารที่ใช้เวลานั่งกิน แทนที่จะกินระหว่างเดินทางหรือรีบหยิบอาหารแล้วไปต่อ อาจเป็นมื้อธรรมดาแบบสบาย ๆ ก็ได้ วลีนี้ไม่ได้หมายถึงมื้อราคาแพงหรือเป็นทางการเสมอไป ในที่นี้ sit-down เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่ขยาย meal เครื่องหมายยัติภังค์แสดงว่า sit และ down ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นคำบรรยายเดียวหน้าคำนาม

แบบฝึกหัด

เติมคำประสมเป้าหมายลงในประโยค: We finally had time for a ____ instead of eating in the car.

ดูคำตอบ

sit-down meal

so Danny has to grab and go, สำนวน

2:39

แดนนี่เลยต้องคว้าแล้วไป (grab and go)

take something quickly because he doesn't have much time,

2:42

คือรีบหยิบอะไรกินเร็วๆ เพราะเขาไม่มีเวลามากนัก

สำนวน

grab and go: หยิบของอย่างรวดเร็วแล้วไปทันที

grab and go หมายถึงหยิบหรือรับสิ่งที่ต้องการอย่างรวดเร็วแล้วออกไปทันที ในประโยคนี้ Danny มีเวลาน้อย วลีนี้จึงสื่อว่าต้องรีบทำและไม่มีเวลาอยู่ต่อ grab ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงขโมยหรือกระชากอย่างรุนแรง เมื่อใช้รวมเป็น grab and go จะเน้นความรวดเร็วและความสะดวก โดยเฉพาะตอนรับอาหารหรือเครื่องดื่ม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึงหยิบอาหารอย่างรวดเร็วแล้วออกไป: I do not have time to sit in the café, so I'll ____.

ดูคำตอบ

grab and go

although he knows this isn't very healthy.

2:46

ถึงแม้เขาจะรู้ว่านี่มันไม่ค่อยดีต่อสุขภาพก็ตาม

So,

2:48

ทีนี้

when even chefs have a difficult relationship with food, สำนวน

2:48

ในเมื่อแม้แต่เชฟยังมีความสัมพันธ์ที่ยากลำบากกับอาหาร

สำนวน

a difficult relationship with food: อุปมาเกี่ยวกับปัญหาการกินที่ดำเนินต่อเนื่อง

ใน a difficult relationship with food คำว่า relationship ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เพื่ออธิบายความรู้สึก ความคิด และนิสัยเกี่ยวกับการกินที่ดำเนินต่อเนื่อง ไม่ได้หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนหรือปัญหาจากอาหารเพียงมื้อเดียว difficult บอกว่ารูปแบบนี้อาจมีความขัดแย้ง ความกังวล ความรู้สึกผิด ความกดดัน หรือการควบคุมที่ไม่ดีต่อสุขภาพ วลีนี้มีความหมายกว้าง โดยบอกว่าสถานการณ์ซับซ้อนแต่ไม่ได้ระบุชื่อภาวะทางการแพทย์ใดโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่จะอธิบายด้วย a difficult relationship with food มากที่สุด?

  1. คนหนึ่งคิดว่าสูตรอาหารหนึ่งทำตามได้ยาก
  2. คนหนึ่งหาร้านขายของชำไม่พบในเมืองที่เพิ่งไป
  3. คนหนึ่งมักรู้สึกกังวลหรือรู้สึกผิดเมื่อกินอาหาร และต่อสู้กับความรู้สึกเหล่านี้มาเป็นเวลานาน
ดูคำตอบ

คนหนึ่งมักรู้สึกกังวลหรือรู้สึกผิดเมื่อกินอาหาร และต่อสู้กับความรู้สึกเหล่านี้มาเป็นเวลานาน

what about the rest of us? ลำดับความ

2:52

แล้วคนอื่นๆ อย่างพวกเราล่ะจะเป็นยังไง?

ลำดับความ

what about the rest of us?: การเปลี่ยนไปพูดถึงกลุ่มที่กว้างขึ้น

What about ...? ใช้เปลี่ยนความสนใจจากบุคคลหรือกลุ่มที่เพิ่งกล่าวถึงไปยังกรณีอื่นที่เกี่ยวข้อง ในประโยคนี้ คำถามขยายหัวข้อจากเชฟไปยังผู้คนที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มนั้น the rest of us หมายถึง “พวกเราทุกคนยกเว้นคนที่กล่าวถึงไปแล้ว” โดย us รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟัง ที่นี่คำถามทำหน้าที่เป็นทางเชื่อมไปสู่ประเด็นที่กว้างขึ้นเป็นหลัก ไม่ได้ต้องการคำตอบทันที

แบบฝึกหัด

หลังจากรายการพูดถึงเชฟแล้ว ก็ถามว่า “What about the rest of us?” คำถามนี้ทำหน้าที่อะไร?

  1. เปลี่ยนการสนทนาจากเชฟไปยังทุกคนที่อยู่นอกกลุ่มนั้น
  2. ขอให้ผู้ฟังบอกชื่อเชฟทุกคน
  3. บอกว่าหัวข้อนี้จบแล้ว
ดูคำตอบ

เปลี่ยนการสนทนาจากเชฟไปยังทุกคนที่อยู่นอกกลุ่มนั้น

Professor Felice Jacka is an expert in nutritional psychiatry. วัฒนธรรม

2:53

ศาสตราจารย์เฟลิซ แจ็คก้า เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์โภชนาการ

วัฒนธรรม

nutritional psychiatry: โภชนาการและสุขภาพจิต

Nutritional psychiatry เป็นสาขาหนึ่งของจิตเวชศาสตร์ที่ศึกษาว่าอาหารและโภชนาการเกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตอย่างไร คำศัพท์สองคำนี้ประกอบด้วย nutritional ซึ่งหมายถึง “เกี่ยวกับโภชนาการ” และ psychiatry ซึ่งเป็นสาขาการแพทย์ที่ดูแลเรื่องสุขภาพจิต ในประโยคนี้ คำดังกล่าวระบุสาขาความเชี่ยวชาญของศาสตราจารย์ Felice Jacka และแสดงให้เห็นว่าเหตุใดความคิดเห็นของเธอเกี่ยวกับอาหารและสุขภาพจิตจึงเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ nutritional psychiatry มากที่สุด?

  1. ศึกษาวิธีออกแบบเครื่องจักรในครัว
  2. สอนการตกแต่งอาหารแบบมืออาชีพ
  3. ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโภชนาการกับสุขภาพจิต
ดูคำตอบ

ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโภชนาการกับสุขภาพจิต

She studied the effect of eating a healthy diet,

2:58

เธอศึกษาผลของการกินอาหารเพื่อสุขภาพ

food such as fresh fruit and vegetables, วลี

3:01

อาหารจำพวกผักและผลไม้สด

whole grain cereals,

3:03

ธัญพืชเต็มเมล็ด

and olive oil,

3:04

และน้ำมันมะกอก

วลี

food such as ...: การยกตัวอย่างจากหมวดหมู่

ใน food such as ... คำว่า food เป็นชื่อหมวดหมู่กว้าง ๆ ส่วน such as ใช้ยกตัวอย่างสิ่งที่อยู่ในหมวดนั้น ได้แก่ ผลไม้และผักสด ซีเรียลธัญพืชไม่ขัดสี และน้ำมันมะกอก โครงสร้างคือ หมวดหมู่ + such as + ตัวอย่างหนึ่งอย่างหรือหลายอย่าง โดยปกติเป็นเพียงการยกตัวอย่าง ไม่ใช่รายการทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่ใช้ยกตัวอย่าง: The club offers outdoor activities ____ hiking, cycling, and canoeing.

ดูคำตอบ

such as

on people suffering depression. การใช้คำ

3:06

ต่อผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

การใช้คำ

people suffering depression: suffer ในบริบทด้านสุขภาพ

ใน people suffering depression ส่วน suffering depression ใช้ระบุว่ากำลังกล่าวถึงคนกลุ่มใด เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อที่ขยายได้เป็น people who are suffering depression ในที่นี้ suffer หมายถึงการประสบหรือได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากปัญหาสุขภาพ ส่วน depression หมายถึงภาวะซึมเศร้าทางสุขภาพจิต ไม่ใช่เพียงความเศร้าชั่วคราว

แบบฝึกหัด

people suffering depression ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. พวกเขารู้สึกผิดหวังเพียงชั่วครู่
  2. พวกเขากำลังทำให้คนอื่นเกิดภาวะซึมเศร้า
  3. พวกเขากำลังเผชิญกับภาวะซึมเศร้าหรือได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากภาวะนี้
ดูคำตอบ

พวกเขากำลังเผชิญกับภาวะซึมเศร้าหรือได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากภาวะนี้

Professor Jacka found that the patients whose mental health improved ไวยากรณ์

3:08

ศาสตราจารย์แจ็คก้าพบว่าผู้ป่วยที่มีสุขภาพจิตดีขึ้น

were the same patients who had also improved their diet.

3:12

คือผู้ป่วยกลุ่มเดียวกับที่ปรับปรุงการกินของพวกเขาด้วย

ไวยากรณ์

the patients whose ... were the same patients who ...: คนกลุ่มเดียวกัน

นามวลีแรก “the patients whose mental health improved” ใช้ whose เพื่อระบุว่าเป็นผู้ป่วยกลุ่มใดผ่านสิ่งที่เป็นของพวกเขา ซึ่งก็คือสุขภาพจิตของพวกเขา อนุประโยคขยายนี้ไม่ได้กล่าวถึงคนอีกกลุ่มหนึ่ง โครงสร้างหลัก “the patients whose ... were the same patients who ...” เชื่อมคำบรรยายสองส่วนเข้ากับคนกลุ่มเดียวกัน ในที่นี้ คนที่สุขภาพจิตดีขึ้นก็คือคนที่ปรับปรุงอาหารการกินด้วย โครงสร้างนี้แสดงว่าคนสองกลุ่มในผลการศึกษาที่รายงานนั้นตรงกันทั้งหมด แต่ตัวโครงสร้างเพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าการดีขึ้นอย่างหนึ่งทำให้เกิดอีกอย่างหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุอย่างชัดเจนว่าเด็กในคำบรรยายทั้งสองส่วนเป็นเด็กกลุ่มเดียวกัน?

  1. The children whose reading improved helped another group practise every day.
  2. The children practised every day, but a different group improved its reading.
  3. The children whose reading improved were the same children who practised every day.
ดูคำตอบ

The children whose reading improved were the same children who practised every day.

But Professor Jacka's ideas were not accepted by everyone. ไวยากรณ์

3:15

แต่แนวคิดของศาสตราจารย์แจ็คก้าไม่ได้ถูกยอมรับจากทุกคน

ไวยากรณ์

ideas were not accepted by everyone: กรรมวาจกและการปฏิเสธบางส่วน

“Ideas were not accepted” เป็นโครงสร้างกรรมวาจก โดยยังคงให้ ideas เป็นหัวข้อของประโยค และเน้นว่าแนวคิดเหล่านั้นได้รับการตอบรับอย่างไร โดยไม่ต้องระบุชื่อผู้ที่ไม่เห็นด้วยทีละคน ใน “not accepted by everyone” คำว่า not ปฏิเสธ everyone หรือ “ทุกคน” จึงหมายความว่ามีอย่างน้อยหนึ่งคนที่ไม่ยอมรับแนวคิดเหล่านั้น ไม่ได้หมายความว่าไม่มีใครยอมรับเลย บางคนอาจยอมรับแนวคิดเหล่านั้นก็ได้

แบบฝึกหัด

“The ideas were not accepted by everyone” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ไม่มีใครยอมรับแนวคิดเหล่านั้น
  2. ทุกคนยอมรับแนวคิดเหล่านั้น แต่ยอมรับหลังจากผ่านไประยะหนึ่ง
  3. มีอย่างน้อยหนึ่งคนที่ไม่ยอมรับแนวคิดเหล่านั้น ส่วนคนอื่นอาจยอมรับ
ดูคำตอบ

มีอย่างน้อยหนึ่งคนที่ไม่ยอมรับแนวคิดเหล่านั้น ส่วนคนอื่นอาจยอมรับ

Here,

3:20

ที่นี่

she explains to Jordan Dunbar,

3:20

เธอได้อธิบายให้ จอร์แดน ดันบาร์ ฟัง

presenter of BBC World Service's The Food Chain,

3:22

พิธีกรรายการ The Food Chain ของ BBC World Service

about the opposition her study faced from other doctors. วลี

3:25

เกี่ยวกับการต่อต้านที่งานวิจัยของเธอต้องเผชิญจากแพทย์คนอื่นๆ

วลี

opposition her study faced from other doctors: แหล่งที่มาและอนุประโยคสัมพัทธ์

ในวลี the opposition her study faced from other doctors สำนวน face opposition from หมายถึงเผชิญแรงต้านหรือความไม่เห็นด้วยจากใครบางคน งานวิจัยคือสิ่งที่ถูกคัดค้าน ส่วน other doctors คือแหล่งที่มาของการคัดค้าน Her study faced เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบชี้เฉพาะที่ขยาย opposition โดยละสรรพนามสัมพัทธ์ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมอย่าง that หรือ which ไว้: the opposition (that) her study faced from other doctors โครงสร้างนี้วาง opposition ไว้ก่อน แล้วใช้อนุประโยคด้านหลังระบุว่าเป็นการคัดค้านใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ face opposition from: The school plan ____ several parents.

ดูคำตอบ

faced opposition from

So, I proposed to do this for my PhD study, วลี

3:29

ฉันเลยเสนอที่จะทำเรื่องนี้เป็นงานวิจัยปริญญาเอก

วลี

proposed to do this: เสนอการกระทำที่ตนเองจะทำ

propose to + คำกริยา หมายถึงเสนอหรือกล่าวอย่างเป็นทางการถึงการกระทำที่ประธานตั้งใจจะทำเอง ในประโยคนี้ I เป็นประธานของทั้ง proposed และ do ดังนั้นผู้พูดจึงเสนอว่าจะทำงานนั้นด้วยตนเองในฐานะส่วนหนึ่งของงานวิจัยระดับปริญญาเอก รูป infinitive ที่มี to เชื่อมการกระทำที่เสนอกลับไปยังประธานคนเดิม โครงสร้างนี้ยังอาจมีความหมายใกล้กับกริยาแบบเป็นทางการ intend เช่นใน How do you propose to solve it?

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุอย่างชัดเจนว่าผู้พูดเสนอแผนที่จะเป็นผู้นำโครงการด้วยตนเอง

  1. I heard that Maya will lead the project.
  2. I propose to lead the project myself.
  3. I propose that Maya lead the project.
ดูคำตอบ

I propose to lead the project myself.

and everyone thought I was a bit bananas, สำนวน

3:32

และทุกคนก็คิดว่าฉันออกจะบ้าๆ (bananas) ไปหน่อย

สำนวน

a bit bananas: วิธีพูดแบบไม่เป็นทางการว่า “ค่อนข้างบ้าหรือไม่สมเหตุสมผล”

ในที่นี้ bananas เป็นคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการ ไม่ใช่คำนามพหูพจน์ที่หมายถึงผลไม้ a bit bananas หมายถึง “ค่อนข้างบ้า เหลวไหล หรือไม่สมเหตุสมผล” โดย a bit ช่วยลดความแรงของการตัดสิน จึงฟังเบากว่าการพูดว่า bananas ตรง ๆ ใน thought I was a bit bananas ผู้พูดกำลังเล่ามุมมองที่คนอื่นมีต่อตนเอง วลีนี้เป็นภาษาพูดในชีวิตประจำวันที่มีอารมณ์ขัน ไม่ใช่คำกล่าวตามตัวอักษรหรือการประเมินทางการแพทย์

แบบฝึกหัด

a bit bananas ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร?

  1. ทุกคนคิดว่าผู้พูดอยากได้กล้วย
  2. ทุกคนคิดว่าผู้พูดดูค่อนข้างบ้าหรือไม่สมเหตุสมผล
  3. ทุกคนคิดว่าแนวคิดของผู้พูดได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางแล้ว
ดูคำตอบ

ทุกคนคิดว่าผู้พูดดูค่อนข้างบ้าหรือไม่สมเหตุสมผล

you know,

3:34

คุณก็รู้

and and there was quite a bit of, วลี

3:35

และก็มีบ้างเหมือนกันที่

วลี

was quite a bit of ...: มีอยู่ในปริมาณมากพอสมควร

คำเหล่านี้อยู่ในโครงสร้าง there was quite a bit of + คำนาม ซึ่งบอกว่ามีบางสิ่งอยู่หรือเกิดขึ้นในปริมาณมากพอสมควร quite ทำให้ a bit มีระดับมากกว่า a bit of ที่ไม่มี quite อย่างชัดเจน Quite a bit of มักวางหน้าคำนามนับไม่ได้หรือคำนามมวล รวมถึงคำนามที่บอกกิจกรรมหรือปฏิกิริยา เช่น quite a bit of time, discussion หรือ confusion ถ้าเป็นคำนามนับได้พหูพจน์ ให้ใช้ quite a few แทน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ปริมาณมากพอสมควร” และใช้หน้าคำนามนับไม่ได้: There was ____ confusion after the announcement.

ดูคำตอบ

quite a bit of

I guess,

3:37

ฉันเดาเอานะ

eye-rolling maybe. สำนวน

3:37

อาจจะมีการกลอกตาใส่

สำนวน

eye-rolling: ปฏิกิริยาที่แสดงความรำคาญหรือดูแคลน

ในที่นี้ eye-rolling หมายถึงปฏิกิริยาที่กลอกตาขึ้นด้านบนหรือไปด้านข้าง โดยทั่วไปสื่อถึงความรำคาญ ความไม่เชื่อ ความไม่อดทน หรือการไม่ให้เกียรติ ไม่ใช่เพียงการขยับตาอย่างเป็นกลาง เมื่อใช้เป็นคำนาม eye-rolling ช่วยให้พูดถึงปฏิกิริยาชนิดนี้โดยรวมได้

แบบฝึกหัด

eye-rolling ในที่นี้น่าจะสื่อถึงอะไร

  1. ความรำคาญ ความไม่เชื่อ หรือการดูแคลน
  2. การขยับตาอย่างเป็นกลางเพื่อบริหารดวงตา
  3. การตั้งใจฟังและเห็นด้วย
ดูคำตอบ

ความรำคาญ ความไม่เชื่อ หรือการดูแคลน

I'm not surprised by that because the discipline of psychiatry was very medication and brain-focused. การใช้คำ

3:39

ฉันไม่แปลกใจเลยเพราะสาขาจิตเวชศาสตร์ในตอนนั้นเน้นเรื่องยาและสมองเป็นหลัก

การใช้คำ

discipline of psychiatry: discipline ที่หมายถึงสาขาวิชา

ใน the discipline of psychiatry คำว่า discipline หมายถึงสาขาการศึกษาและการปฏิบัติวิชาชีพที่มีระบบ วลีทั้งหมดหมายถึงจิตเวชศาสตร์ในฐานะสาขาทางการแพทย์และวิชาการ คำนี้ไม่ได้หมายถึงกฎ การควบคุมตนเอง หรือการลงโทษ ในบริบทของมหาวิทยาลัย การวิจัย และวิชาชีพ a discipline มักหมายถึงแขนงหนึ่งของความรู้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ discipline ในความหมายเดียวกับ the discipline of psychiatry

  1. The school may discipline pupils who break the rules.
  2. Finishing the project took a great deal of discipline.
  3. Marine biology is a discipline that studies life in the oceans.
ดูคำตอบ

Marine biology is a discipline that studies life in the oceans.

การใช้คำ

very medication and brain-focused: คำคุณศัพท์รูป “คำนาม + focused”

ในประโยคนี้ medication and brain-focused หมายความว่าจิตเวชศาสตร์ให้ความสำคัญกับยาและสมองอย่างมาก คำคุณศัพท์ focused บอกถึงสิ่งที่สาขานี้ให้ความสำคัญ ไม่ได้หมายความว่ายาหรือสมองกำลังจดจ่ออยู่เอง ส่วน very ช่วยเน้นระดับของความสำคัญนั้น ภาษาอังกฤษมักสร้างคำคุณศัพท์ด้วยรูป “คำนาม + focused” เช่น customer-focused และ safety-focused ถ้อยคำแบบภาษาพูดในที่นี้ย่อมาจาก focused on medication and the brain โดยเข้าใจว่า focused ใช้ร่วมกับคำนามทั้งสองคำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำประสมรูป “คำนาม + focused” ที่สร้างจาก skills: The course is ____, so it includes plenty of practical work.

ดูคำตอบ

skills-focused

What did people say in the field? การใช้คำ

3:45

คนในแวดวงเขาว่ายังไงกันบ้าง?

การใช้คำ

say in the field: field ในความหมายว่าสาขาวิชาชีพ

ในที่นี้ in the field หมายถึงภายในสาขาวิชาชีพหรือวิชาการที่เกี่ยวข้อง คำถามนี้ถามว่าคนที่ทำงานในสาขานั้นพูดว่าอย่างไร ไม่ได้ถามว่าคนที่อยู่ในทุ่งจริง ๆ พูดว่าอย่างไร เมื่อมีการระบุหัวข้อไว้แล้ว the field สามารถใช้แทนสาขาความเชี่ยวชาญนั้นได้ เช่น experts in the field, changes in the field หรือ people in the field หัวข้อรอบข้างจะบอกว่าหมายถึงสาขาใด

แบบฝึกหัด

ในคำถาม “What did people say in the field?” วลี in the field หมายความว่าอย่างไร

  1. ยืนอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรม
  2. ภายในสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง
  3. กำลังเล่นอยู่ในสนามกีฬา
ดูคำตอบ

ภายในสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง

Were they skeptical?

3:47

พวกเขากังขาไหม?

Oh,

3:49

โอ้

hugely skeptical and sometimes very patronizing. โน้ต

3:49

กังขาอย่างมากและบางครั้งก็ทำตัวเหนือกว่า (patronizing) มากๆ ด้วย

วลี

hugely skeptical: การแสดงความสงสัยอย่างมาก

ใน hugely skeptical คำว่า skeptical เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึงไม่พร้อมจะเชื่อคำกล่าวอ้างบางอย่าง หรือสงสัยว่าสิ่งนั้นจะใช้ได้ผลหรือไม่ ส่วน hugely เป็นคำกริยาวิเศษณ์บอกระดับที่ใช้เน้น skeptical ดังนั้นทั้งวลีจึงสื่อถึงความสงสัยอย่างมาก ไม่ได้หมายถึงขนาดที่ใหญ่ หากต้องการบอกสิ่งที่สงสัย ให้ใช้ be skeptical about หรือ be skeptical of เช่น skeptical of the claim

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ hugely skeptical ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The committee was hugely skeptical of the proposed timetable.
  2. The committee was huge skeptical of the proposed timetable.
  3. The committee had hugely skeptical of the proposed timetable.
ดูคำตอบ

The committee was hugely skeptical of the proposed timetable.

การใช้คำ

very patronizing: ท่าทีวางตัวเหนือผู้อื่นอย่างมาก

Patronizing ใช้อธิบายวิธีพูดหรือพฤติกรรมที่ปฏิบัติต่อผู้อื่นราวกับว่าผู้นั้นฉลาดน้อยกว่า มีความสามารถน้อยกว่า หรือยังไม่เป็นผู้ใหญ่พอ very ทำให้ท่าทีดังกล่าวดูรุนแรงและชัดเจนยิ่งขึ้น ในประโยคนี้ very patronizing เป็นการวิจารณ์วิธีปฏิบัติต่อผู้อื่น ไม่ใช่เพียงการบอกว่าคนนั้นหยาบคาย คำนี้มักชี้ให้เห็นความไม่สมดุลทางอำนาจที่อีกฝ่ายไม่ได้ต้องการ ผู้พูดทำราวกับว่าตนเป็นผู้ใหญ่ที่รู้ทุกอย่าง ส่วนอีกฝ่ายจำเป็นต้องได้รับคำสอนที่เห็นได้ชัดอยู่แล้ว จุดสำคัญคือท่าทีหรือน้ำเสียงที่ดูถูกผู้อื่น ไม่ใช่สถานะที่แท้จริงของอีกฝ่าย

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดงท่าทีวางตัวเหนือผู้อื่นได้ชัดเจนที่สุด

  1. She asked her experienced colleague for advice.
  2. She disagreed with the proposal and gave two reasons.
  3. She explained a simple task to her experienced colleague as if he were a child.
ดูคำตอบ

She explained a simple task to her experienced colleague as if he were a child.

But this again comes from the fact that general practitioners, โน้ต

3:54

แต่นี่ก็มาจากความจริงที่ว่า แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป

psychiatrists,

3:58

จิตแพทย์

medical specialists get almost no nutrition training through all those years of study. วลี

3:58

ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์แทบไม่ได้รับการฝึกอบรมด้านโภชนาการเลยตลอดระยะเวลาหลายปีที่เรียนมา

ลำดับความ

comes from the fact that: เชื่อมผลลัพธ์เข้ากับสาเหตุ

ในประโยคนี้ this หมายถึงสถานการณ์ที่กล่าวถึงไปแล้ว ส่วน comes from the fact that เปลี่ยนจุดสนใจจากผลลัพธ์นั้นไปยังเหตุผลเบื้องหลัง อนุประโยคสมบูรณ์หลัง that ระบุข้อเท็จจริงที่ผู้พูดยกเป็นสาเหตุ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ผลลัพธ์หรือสถานการณ์ + comes from the fact that + อนุประโยคสมบูรณ์ รูปแบบนี้ช่วยจัดคำอธิบายให้ชัดเจน โดยบอกสิ่งที่ต้องอธิบายก่อนแล้วจึงให้สาเหตุ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเชื่อมเหตุผลที่เรียนมา: The delay ____ the roads are closed after the storm.

ดูคำตอบ

comes from the fact that

วัฒนธรรม

general practitioners, psychiatrists, medical specialists: รายการบทบาททางการแพทย์ที่ครอบคลุมหลายกลุ่ม

general practitioners คือแพทย์ที่ให้การดูแลทั่วไปอย่างกว้างขวางและมักเป็นผู้ที่ผู้ป่วยพบเป็นคนแรก ในสหราชอาณาจักรมักเรียกว่า GPs ส่วน psychiatrists คือแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต และ medical specialists คือแพทย์ที่มุ่งเน้นสาขาการแพทย์เฉพาะด้าน หมวดหมู่เหล่านี้อาจทับซ้อนกันได้ เพราะจิตแพทย์ก็เป็นแพทย์เฉพาะทางประเภทหนึ่ง การเรียงหลายบทบาทไว้ตรงนี้ช่วยขยายขอบเขตของข้อกล่าวอ้าง แสดงว่าประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับการศึกษาทางการแพทย์ของหลายกลุ่ม ไม่ใช่แพทย์เพียงคนเดียว

แบบฝึกหัด

รายการนี้ทำหน้าที่อะไรในประโยค?

  1. บอกว่ามีเพียงจิตแพทย์เท่านั้นที่ได้รับการศึกษาทางการแพทย์
  2. ระบุนักวิจัยด้านโภชนาการสามประเภท
  3. แสดงว่าข้อกล่าวอ้างนี้เกี่ยวข้องกับหลายกลุ่มในวิชาชีพแพทย์
ดูคำตอบ

แสดงว่าข้อกล่าวอ้างนี้เกี่ยวข้องกับหลายกลุ่มในวิชาชีพแพทย์

วลี

almost no nutrition training: ปริมาณที่แทบเป็นศูนย์

almost no + คำนาม หมายถึงปริมาณที่ใกล้ศูนย์ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นศูนย์พอดี ที่นี่ training เป็นคำนามนับไม่ได้ ดังนั้น almost no nutrition training จึงหมายถึงแทบไม่ได้รับการฝึกอบรมด้านโภชนาการ get training หมายถึงได้รับการฝึกอบรม สำนวนนี้เน้นว่าหลังจากเรียนมาหลายปี ปริมาณการฝึกอบรมด้านโภชนาการที่ได้รับมีน้อยมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าปริมาณใกล้ศูนย์โดยไม่ได้บอกว่าเป็นศูนย์พอดี

  1. The new employees received no safety training at all before their first shift.
  2. The new employees received extensive safety training before their first shift.
  3. The new employees received almost no safety training before their first shift.
ดูคำตอบ

The new employees received almost no safety training before their first shift.

When Professor Jacka investigated the link between food and mood,

4:04

เมื่อศาสตราจารย์แจ็คก้าตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างอาหารกับอารมณ์

her colleagues thought she was bananas,

4:09

เพื่อนร่วมงานคิดว่าเธอ 'bananas'

a slang word meaning silly or crazy.

4:12

ซึ่งเป็นคำสแลงหมายถึงงี่เง่าหรือเพี้ยน

They rolled their eyes, สำนวน

4:14

พวกเขา 'rolled their eyes' (กลอกตา)

a phrase which describes the gesture of turning your eyes upwards

4:15

วลีที่อธิบายถึงท่าทางของการกลอกตาขึ้นบน

to express annoyance,

4:20

เพื่อแสดงความรำคาญ

boredom,

4:21

เบื่อหน่าย

or disbelief.

4:21

หรือไม่เชื่อ

สำนวน

They rolled their eyes: ท่าทางที่แสดงความรำคาญ ความเบื่อหน่าย หรือความไม่เชื่อ

roll one's eyes เป็นสำนวนที่อธิบายการกลอกตาขึ้นด้านบนเพื่อแสดงปฏิกิริยาที่มองเห็นได้ โดยทั่วไปสื่อถึงความรำคาญ ความเบื่อหน่าย หรือความไม่เชื่อ ใน They rolled their eyes คำว่า rolled เป็นรูปอดีต และ their สอดคล้องกับประธานพหูพจน์ they สำนวนนี้มักสื่อท่าทีบางอย่าง ไม่ได้บอกเพียงว่าดวงตามองไปทางไหน คำหลังเครื่องหมายจุลภาคอธิบายการเคลื่อนไหวทางกายภาพและความรู้สึกที่อาจสื่อออกมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายปฏิกิริยารำคาญหรือไม่เชื่อต่อข้อแก้ตัว

  1. Maya looked up at the sign to read it.
  2. Maya closed her eyes to concentrate.
  3. Maya rolled her eyes at the ridiculous excuse.
ดูคำตอบ

Maya rolled her eyes at the ridiculous excuse.

Other colleagues were patronizing.

4:23

เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ก็ทำตัว 'patronizing' (ทำตัวเหนือกว่า)

They behaved towards her as if she were stupid or unimportant. ไวยากรณ์

4:25

พวกเขาปฏิบัติกับเธอราวกับว่าเธอโง่หรือไม่สำคัญ

ไวยากรณ์

as if she were ...: การเปรียบเทียบกับสิ่งที่ไม่เป็นจริง

As if ใช้เปิดการเปรียบเทียบเพื่ออธิบายว่าพวกเขาปฏิบัติต่อเธออย่างไร พฤติกรรมของพวกเขาทำให้ดูเหมือนว่าพวกเขาคิดว่าเธอโง่หรือไม่สำคัญ แต่ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าเธอเป็นอย่างนั้นจริง ๆ Were แสดงว่าการเปรียบเทียบนี้เป็นการสมมติหรือขัดกับสิ่งที่ผู้พูดมองว่าเป็นความจริง ในโครงสร้างนี้ were ใช้ตามหลังประธานใดก็ได้ รวมถึง I, he และ she

แบบฝึกหัด

“They behaved towards her as if she were stupid or unimportant” หมายความว่าอย่างไร?

  1. พวกเขาปฏิบัติต่อเธออย่างใจดีเพราะเคารพความสามารถของเธอ
  2. พฤติกรรมของพวกเขาทำให้ดูเหมือนว่าพวกเขามองเธอแบบนั้น ไม่ได้หมายความว่าเธอเป็นเช่นนั้นจริง ๆ
  3. พวกเขาพิสูจน์ว่าเธอทั้งโง่และไม่มีความสำคัญ
ดูคำตอบ

พฤติกรรมของพวกเขาทำให้ดูเหมือนว่าพวกเขามองเธอแบบนั้น ไม่ได้หมายความว่าเธอเป็นเช่นนั้นจริง ๆ

Professor Jacka thinks this is because most doctors have little or no training

4:29

ศาสตราจารย์แจ็คก้าคิดว่าเป็นเพราะแพทย์ส่วนใหญ่ได้รับการฝึกอบรมน้อยมากหรือไม่มีเลย

about nutrition and the effect of food on mental health.

4:34

เกี่ยวกับโภชนาการและผลกระทบของอาหารต่อสุขภาพจิต

But her groundbreaking research, วลี

4:38

แต่งานวิจัยที่ล้ำสมัยของเธอ

วลี

groundbreaking research: ความก้าวหน้าครั้งใหญ่ที่เปิดทางใหม่

Groundbreaking เป็นคำคุณศัพท์เชิงบวกที่มีน้ำหนักมาก ใช้กับผลงานที่เสนอแนวคิด วิธีการ หรือการค้นพบใหม่ที่สำคัญและเปิดทิศทางใหม่ ในที่นี้ groundbreaking research ชื่นชมงานของเธอว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ ไม่ใช่เพียงงานที่ดีหรือเพิ่งทำขึ้น

แบบฝึกหัด

ผลงานใดเหมาะจะอธิบายว่า groundbreaking มากที่สุด?

  1. การแก้ไขเล็กน้อยที่แก้คำสะกดผิดเพียงจุดเดียว
  2. งานวิจัยที่เสนอวิธีการใหม่และเปลี่ยนวิธีทำงานของวงการนั้น
  3. รายงานทั่วไปที่ทำซ้ำขั้นตอนที่ใช้กันอยู่แล้ว
ดูคำตอบ

งานวิจัยที่เสนอวิธีการใหม่และเปลี่ยนวิธีทำงานของวงการนั้น

named The SMILE Trial, วัฒนธรรม

4:40

ที่มีชื่อว่า The SMILE Trial

วัฒนธรรม

The SMILE Trial: trial ในความหมายว่าการทดลองวิจัย

The SMILE Trial เป็นชื่อเฉพาะของงานวิจัยหนึ่ง การเขียน SMILE ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดแสดงว่าเป็นส่วนหนึ่งของชื่อทางการ แต่ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าแต่ละตัวอักษรย่อมาจากอะไร ในบริบทนี้ trial หมายถึงการศึกษาที่จัดขึ้นอย่างเป็นระบบเพื่อทดสอบวิธีแทรกแซง การรักษา หรือแนวคิดวิจัย ไม่ได้หมายถึงคดีในศาลหรือการลองทำแบบไม่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

The SMILE Trial ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. คดีอาญาที่กำลังพิจารณาในศาล
  2. ชื่อทางการของการทดลองวิจัยที่จัดขึ้นอย่างเป็นระบบ
  3. การลองทำแบบไม่เป็นทางการโดยไม่มีแผนการวิจัย
ดูคำตอบ

ชื่อทางการของการทดลองวิจัยที่จัดขึ้นอย่างเป็นระบบ

has been successfully repeated elsewhere, วลี

4:43

ได้รับการทดลองซ้ำจนสำเร็จในที่อื่นๆ

วลี

has been successfully repeated elsewhere: การรายงานการทำซ้ำผลการวิจัย

has been repeated เป็นโครงสร้าง present perfect แบบ passive บอกว่างานวิจัยหรือการทดลองก่อนหน้านี้ถูกทำขึ้นอีกครั้งแล้ว โดยไม่เน้นว่าใครเป็นผู้ทำ successfully บอกว่าการทำซ้ำครั้งใหม่ให้ผลที่สนับสนุนข้อค้นพบเดิม ส่วน elsewhere หมายถึงในสถานที่หรือสภาพแวดล้อมอื่น ในงานวิจัย สำนวนนี้ใช้รายงานการทำซ้ำผลการวิจัย ซึ่งหมายความว่าผลไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในสภาพแวดล้อมแรก จึงช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อข้อค้นพบ แต่ไม่ได้หมายความว่าผลนั้นจะรับประกันได้กับทุกคนหรือทุกสถานการณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ has been + successfully + รูป past participle ของ repeat: The safety test ____ at two other sites.

ดูคำตอบ

has been successfully repeated

clearly showing the link between eating well and feeling good. วลี

4:45

ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความเชื่อมโยงระหว่างการกินดีกับการรู้สึกดี

วลี

the link between X and Y: บอกความสัมพันธ์ระหว่างสองสิ่ง

รูปแบบ the link between X and Y ใช้เรียกความเชื่อมโยงหรือความสัมพันธ์ระหว่างสองสิ่ง ในประโยคนี้ X คือ eating well และ Y คือ feeling good ทั้งคู่เป็นวลีรูป -ing ที่บอกกิจกรรมหรือสภาวะ ในรูปแบบนี้ between นำส่วนแรกของความสัมพันธ์ และ and นำส่วนที่สอง: the link between X and Y วลีนี้บอกว่าสองสิ่งมีความเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวมันเองว่าสิ่งหนึ่งทำให้อีกสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ the link between X and Y ให้สมบูรณ์: The study found a link ____ regular exercise ____ better sleep.

ดูคำตอบ

between · and

So,

4:49

ดังนั้น

the next time you're feeling down and your brain is calling out for a donut, โน้ต

4:50

ครั้งหน้าที่คุณรู้สึกแย่และสมองเรียกร้องหาโดนัท

ไวยากรณ์

the next time + อนุประโยครูป present

the next time + อนุประโยค หมายถึง “ในครั้งถัดไปที่บางสิ่งเกิดขึ้น” รูปแบบนี้นำอนุประโยคบอกเวลาที่กำหนดสถานการณ์ในอนาคต จากนั้นประโยคหลักจะบอกว่าควรทำอะไรหรือจะเกิดอะไรขึ้น แม้สถานการณ์จะอยู่ในอนาคต อนุประโยคบอกเวลานี้ก็มักใช้รูป present ไม่ใช่ will ต้นฉบับใช้ present progressive คือ you're feeling เพื่อบอกสภาวะชั่วคราว ณ ช่วงเวลานั้นในอนาคต

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำที่หมายถึง “ในครั้งถัดไปที่”: ____ you visit the library, bring your membership card.

ดูคำตอบ

The next time

สำนวน

you're feeling down: สำนวนภาษาพูดที่หมายถึงอารมณ์ตก

Feel down หมายถึงรู้สึกไม่มีความสุข ท้อใจ หรืออารมณ์ตก ในที่นี้ down บอกสภาวะทางอารมณ์ ไม่ได้หมายถึงทิศทางลงทางกายภาพ รูปต่อเนื่อง you're feeling down เน้นอารมณ์ของบุคคลในช่วงเวลานั้น สำนวนนี้ใช้ในบทสนทนา และมักฟังดูเบากว่าและไม่เฉพาะเจาะจงเท่า you're depressed

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับบอกอารมณ์ตกเล็กน้อยและชั่วคราวในบทสนทนาทั่วไป?

  1. I've been feeling downward since my team lost.
  2. I've been feeling down since my team lost.
  3. I've been feeling depressed since my team lost.
ดูคำตอบ

I've been feeling down since my team lost.

สำนวน

calling out for a donut: การทำให้ความอยากรุนแรงเป็นบุคคล

ใน your brain is calling out for a donut สมองถูกนำเสนอเหมือนเป็นคนที่สามารถตะโกนขอสิ่งที่ต้องการได้ วลีนี้หมายความว่าความอยากกินโดนัทรู้สึกรุนแรงและคอยเรียกร้อง ไม่ได้หมายถึงเสียงจริง ๆ รูปต่อเนื่อง is calling out ทำให้ความอยากดูเหมือนกำลังเรียกร้องอยู่ในขณะนั้น การทำให้สมองเป็นบุคคลเช่นนี้ทำให้แรงกระตุ้นธรรมดาดูมีภาพชัดและมีน้ำเสียงขี้เล่นเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ 'your brain is calling out for a donut' หมายความว่าอะไร?

  1. คุณรู้สึกอยากกินโดนัทอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง
  2. สมองของคุณกำลังส่งเสียงจริง ๆ ที่คนอื่นได้ยิน
  3. คุณกำลังตะโกนขายโดนัทให้คนอื่น
ดูคำตอบ

คุณรู้สึกอยากกินโดนัทอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง

you might be better eating an apple instead. ไวยากรณ์

4:54

คุณอาจจะเลือกกินแอปเปิ้ลแทนจะดีกว่า

ไวยากรณ์

might be better + -ing สำหรับให้คำแนะนำอย่างนุ่มนวล

ในประโยคนี้ might be better + -ing ใช้ให้คำแนะนำแบบไม่ฟันธง ผู้พูดเสนอว่าการกินแอปเปิลน่าจะเป็นตัวเลือกที่ฉลาดกว่า might ช่วยลดความหนักแน่นของคำแนะนำ จึงฟังไม่ตรงหรือแข็งเท่าคำสั่ง วลี -ing ระบุการกระทำที่แนะนำ ส่วน instead แสดงว่าการกระทำนั้นมาแทนตัวเลือกอื่น โครงสร้างนี้เป็นธรรมชาติเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้ในการสนทนา

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำที่นุ่มนวลให้สมบูรณ์โดยใช้ might be better และรูป -ing ของ take: With the road closed, you ____ the train instead.

ดูคำตอบ

might be better taking

And speaking of brains, ลำดับความ

4:57

และเมื่อพูดถึงเรื่องสมอง

ลำดับความ

And speaking of... สำหรับเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่เกี่ยวข้อง

Speaking of + หัวข้อ จะหยิบสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึงขึ้นมาและใช้เป็นสะพานไปยังประเด็นถัดไปที่เกี่ยวข้อง ในที่นี้ brains คือหัวข้อที่เชื่อมเนื้อหาเข้าด้วยกัน วลีนี้ทำหน้าที่จัดระเบียบบทสนทนา ไม่ได้บรรยายการพูดตามความหมายตรงตัว And ที่ขึ้นต้นช่วยเพิ่มความรู้สึกว่าเนื้อหายังคงต่อเนื่อง ผู้ฟังคาดว่าประโยคถัดไปจะกล่าวถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสมอง การเปลี่ยนหัวข้อจึงดูเชื่อมโยงแทนที่จะกะทันหัน

แบบฝึกหัด

เพื่อนของคุณเพิ่งพูดถึงวันหยุด เติมคำเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่เกี่ยวข้องด้วยวลีสองคำตามบทเรียน: ____ holidays, have you booked your train?

ดูคำตอบ

Speaking of

Sam,

4:59

แซม

it's time to reveal the answer to my question.

4:59

ถึงเวลาเฉลยคำตอบสำหรับคำถามของผมแล้วล่ะ

Aha,

5:02

อาฮะ

yes.

5:02

ใช่

You asked me how much of the body's energy is used up by the brain.

5:03

คุณถามผมว่าพลังงานของร่างกายถูกสมองใช้ไปมากแค่ไหน

And I guessed it was 10%.

5:08

และผมทายว่า 10%

Well,

5:10

แหม

I'm afraid you are wrong. น้ำเสียง/เจตนา

5:10

ผมเกรงว่าคุณจะตอบผิดนะ

น้ำเสียง/เจตนา

I'm afraid you are wrong: ทำให้คำแก้ไขนุ่มนวลขึ้น

ในที่นี้ I'm afraid เป็นคำเกริ่นอย่างสุภาพก่อนแก้ไขสิ่งที่อีกฝ่ายพูด ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกำลังกลัว แต่เป็นการส่งสัญญาณว่าข้อความถัดไปอาจไม่ถูกใจอีกฝ่าย และช่วยให้การเริ่มพูดไม่ห้วนเกินไป อย่างไรก็ตาม คำแก้ไข you are wrong ยังคงตรงและหนักแน่นอยู่ I'm afraid ช่วยลดความแข็งของวิธีเริ่มแสดงความไม่เห็นด้วย แต่ไม่ได้ทำให้ทั้งประโยคนุ่มนวลมากนัก

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ I'm afraid ทำหน้าที่อะไร?

  1. ใช้เกริ่นอย่างสุภาพก่อนแก้ไขสิ่งที่อีกฝ่ายอาจไม่อยากได้ยิน
  2. แสดงว่าผู้พูดกลัวเพราะความผิดพลาดของอีกฝ่าย
  3. แสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าคำแก้ไขนั้นเป็นความจริงหรือไม่
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นอย่างสุภาพก่อนแก้ไขสิ่งที่อีกฝ่ายอาจไม่อยากได้ยิน

In fact,

5:12

ที่จริงแล้ว

around 20% of the body's energy goes to feeding the brain, วลี

5:13

ประมาณ 20% ของพลังงานในร่างกายถูกนำไปหล่อเลี้ยงสมอง

วลี

goes to feeding the brain: ใช้ go to + -ing เพื่อบอกการใช้ทรัพยากร

เมื่อประธานเป็นทรัพยากร เช่น เงิน เวลา หรือพลังงาน โครงสร้าง go to + คำนามหรือรูป -ing สามารถบอกได้ว่าทรัพยากรนั้นถูกใช้หรือจัดสรรไปกับอะไร ในประโยคนี้ พลังงานของร่างกายประมาณ 20% ถูกใช้เพื่อช่วยให้สมองทำงาน ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยรูป -ing คือ feeding ส่วน feeding the brain หมายถึงการให้พลังงานที่สมองต้องใช้ในการทำงาน ไม่ได้หมายถึงการป้อนอาหารให้สมองโดยตรง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ go และคำกริยา improve เพื่อบอกว่าทรัพยากรถูกใช้อย่างไร: Most of the budget ____ the library.

ดูคำตอบ

goes to improving

even though it only makes up 2% of our total body weight. กริยาวลี

5:16

แม้ว่าสมองจะมีน้ำหนักเพียงแค่ 2% ของน้ำหนักตัวทั้งหมดของเราก็ตาม

กริยาวลี

makes up: ใช้บอกสัดส่วนร้อยละของทั้งหมด

ในที่นี้ makes up หมายถึง “ประกอบเป็นส่วนหนึ่งของทั้งหมด” หรือ “คิดเป็น” โครงสร้างที่ใช้บ่อยคือ A makes up X% of B โดย A เป็นส่วนย่อย และ B เป็นทั้งหมด ใน makes up 2% of our total body weight สิ่งที่ประธานกล่าวถึงคิดเป็น 2% ของทั้งหมด การใช้นี้พบได้บ่อยในการอธิบายสัดส่วน สถิติ และองค์ประกอบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความได้ถูกต้องว่า คำสั่งซื้อออนไลน์คิดเป็น 30% ของคำสั่งซื้อทั้งหมด

  1. Online orders make up 30% of all orders.
  2. Online orders are made up of 30% of all orders.
  3. All orders make up 30% of online orders.
ดูคำตอบ

Online orders make up 30% of all orders.

Okay,

5:20

โอเค

let's recap the vocabulary we've learned from our discussion about emotional eating. ลำดับความ

5:21

เรามาทบทวนคำศัพท์ที่เราเรียนรู้จากการสนทนาเรื่องการกินตามอารมณ์กันเถอะ

ลำดับความ

let's recap: ส่งสัญญาณว่าจะเริ่มทบทวนสั้น ๆ

Let's recap เป็นการชวนทั้งผู้พูดและผู้ฟังให้ทบทวนสิ่งที่พูดไปแล้วอย่างสั้น ๆ Let's แสดงว่าการทบทวนเป็นขั้นตอนต่อไปที่จะทำร่วมกัน ส่วน recap หมายถึงการกล่าวประเด็นสำคัญซ้ำอย่างกระชับ วลีนี้ยังช่วยจัดลำดับการพูดด้วย ผู้ฟังจะรู้ว่าการสนทนาหลักกำลังหยุดพักหรือสิ้นสุดลง และต่อไปจะเป็นการสรุป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย let's และคำกริยาที่หมายถึง “ทบทวนประเด็นสำคัญอย่างสั้น ๆ”: Before we finish, ____ the three main points.

ดูคำตอบ

let's recap

That's eating too much food because of how you feel,

5:26

นั่นคือการกินอาหารมากเกินไปเพราะความรู้สึกของคุณ

not because you're hungry.

5:29

ไม่ใช่เพราะคุณหิว

Appetite is the desire to eat food.

5:30

Appetite (ความอยากอาหาร) คือความปรารถนาที่จะกินอาหาร

If you grab and go,

5:33

ถ้าคุณ 'grab and go'

you take something quickly because you don't have much time.

5:35

คือคุณรีบหยิบอะไรเร็วๆ เพราะคุณไม่มีเวลามากนัก

Calling someone bananas is slang for silly or crazy.

5:38

การเรียกใครสักคนว่า 'bananas' เป็นคำสแลงหมายถึงงี่เง่าหรือเพี้ยน

If you roll your eyes,

5:43

ถ้าคุณ 'roll your eyes' (กลอกตา)

you move your eyes upwards

5:45

คุณจะกลอกตาขึ้นด้านบน

to show you feel annoyed,

5:47

เพื่อแสดงว่าคุณรู้สึกรำคาญ

bored,

5:48

เบื่อ

or don't believe what someone is telling you.

5:49

หรือไม่เชื่อในสิ่งที่คนอื่นกำลังบอกคุณ

And finally,

5:51

และสุดท้าย

if someone is patronizing you,

5:51

ถ้ามีใครกำลัง 'patronizing' คุณ

they speak or behave towards you

5:54

พวกเขาจะพูดหรือปฏิบัติกับคุณ

as if you were stupid or unimportant.

5:56

ราวกับว่าคุณโง่หรือไม่สำคัญ

That's the end of our program.

5:59

นั่นคือทั้งหมดของรายการเราแล้ว

Don't forget to join us again soon for more topical discussion การใช้คำ

6:01

อย่าลืมกลับมาพบกับเราอีกครั้งเร็วๆ นี้สำหรับการสนทนาในหัวข้อน่าสนใจ

การใช้คำ

more topical discussion: การอภิปรายประเด็นที่สำคัญในขณะนี้

ในคำปิดท้ายรายการนี้ topical หมายถึง “เกี่ยวข้องกับเรื่องที่สำคัญในขณะนี้หรือกำลังได้รับความสนใจจากสาธารณชน” ดังนั้น topical discussion จึงหมายถึงการอภิปรายเหตุการณ์ปัจจุบันหรือประเด็นร่วมสมัย ไม่ใช่เพียงการอภิปรายที่มีหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง ในที่นี้ more หมายถึงจะมีเนื้อหาการอภิปรายประเภทนี้เพิ่มเติม ประโยคนี้บอกผู้ชมหรือผู้ฟังว่า เมื่อกลับมารับชมหรือรับฟังอีกครั้ง จะได้พบกับการอภิปรายเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นที่ทันต่อสถานการณ์

แบบฝึกหัด

ในคำแนะนำรายการ a topical discussion น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. การอภิปรายที่จัดขึ้นรอบหัวข้อใดก็ได้ที่เลือกไว้ แม้หัวข้อนั้นไม่ใช่เรื่องปัจจุบัน
  2. การอภิปรายเรื่องที่กำลังได้รับความสนใจจากสาธารณชนในขณะนี้
  3. การอภิปรายที่เพียงแค่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้
ดูคำตอบ

การอภิปรายเรื่องที่กำลังได้รับความสนใจจากสาธารณชนในขณะนี้

and useful vocabulary here at Six Minute English.

6:04

และคำศัพท์ที่เป็นประโยชน์ได้ที่นี่ ในรายการ Six Minute English

Bye,

6:07

ลาก่อน

everyone.

6:07

ทุกคน

Bye-bye.

6:08

บ๊ายบาย

Six Minute English from the BBC.

6:09

Six Minute English จาก BBC