ต้นไม้มีความทรงจำหรือไม่? - 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ
BBC Learning English
ภาพรวมวิดีโอ: นีลและแซมสำรวจว่าต้นไม้จดจำภัยแล้งและความเครียดจากสิ่งแวดล้อมได้หรือไม่ ความทรงจำนั้นอาจส่งผลต่อการเติบโตและการป้องกันตัวในภายหลังอย่างไร และเหตุใดนักวิทยาศาสตร์จึงยังถือแนวคิดนี้เป็นสมมติฐานที่ไม่ได้รับการยืนยัน ทั้งคู่ยังอธิบายว่าทำไมพืชซึ่งเคลื่อนหนีไม่ได้จึงต้องมีระบบภูมิคุ้มกันที่มีประสิทธิภาพ และเผยว่าต้นสน Great Bristlecone มีอายุเกินห้าพันปีได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. not exactly, — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้การใช้คำตอบนี้เพื่อแก้ความเข้าใจหรือข้อสันนิษฐานของอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวลโดยไม่ปฏิเสธว่าไม่ใช่อย่างห้วน ๆ เหมาะเมื่อแนวคิดบางส่วนฟังขึ้นแต่รายละเอียดต้องมีการจำกัดหรือแก้ไข ทำให้การเห็นต่างดูสุขุมและเป็นมิตร 2. opportunistic organisms out there, — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่า opportunistic ใช้บรรยายสิ่งมีชีวิตที่ฉวยประโยชน์จากสภาพการณ์อันเอื้ออำนวย ไม่ได้หมายเพียงว่าสิ่งมีชีวิตนั้นมีโอกาส ความเข้าใจนี้ช่วยให้ติดตามคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และนำคำไปใช้ในบริบทสังคมที่กล่าวถึงการแสวงหาประโยชน์ส่วนตนได้เหมาะสม 3. has yet to be tested — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตโครงสร้าง present perfect แบบเป็นทางการนี้ว่าแสดงถึงสิ่งที่ยังไม่ผ่านการทดสอบจนถึงปัจจุบัน แต่ยังคาดหมายหรือจำเป็นต้องทดสอบต่อไป สามารถใช้กล่าวถึงสมมติฐาน ข้อกล่าวอ้าง วิธีการ หรือข้อเสนอที่ความถูกต้องยังไม่ได้ข้อยุติในงานวิชาการและข่าวสาร
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Hello, this is Six Minute English from BBC Learning English.
0:08สวัสดี นี่คือ Six Minute English จาก BBC Learning English
we've heard a lot about the human immune system. วลี
0:15เราได้ยินเรื่องเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์มามากมาย
Over the past 18 months: ช่วงเวลาที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
Over the past 18 months หมายถึงช่วงเวลาทั้งหมดตั้งแต่ 18 เดือนก่อนจนถึงช่วงปัจจุบัน ไม่ได้หมายถึงจุดเวลาเพียงจุดเดียวเมื่อ 18 เดือนก่อน วลีนี้มักกำหนดกรอบเวลาให้ present perfect เช่น we've heard ในประโยคนี้ เหตุการณ์เกิดขึ้นหรือสะสมตลอดช่วงเวลาดังกล่าวและยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ over the past + ช่วงเวลาสามเดือน: ____, our class has read six books.
ดูคำตอบ
Over the past three months
lot about the human: ส่วนหนึ่งของ hear a lot about + หัวข้อ
คำที่เน้นเป็นส่วนหนึ่งของวลีเต็ม heard a lot about the human immune system รูปแบบ hear a lot about + หัวข้อ หมายถึงได้รับหรือพบข้อมูลจำนวนมากเกี่ยวกับหัวข้อนั้น มักเป็นเพราะผู้คนหรือสื่อนำเรื่องนั้นมาพูดถึง ในที่นี้ a lot บอกปริมาณของข้อมูล และ about ใช้นำเข้าสู่หัวข้อ ในบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติ hear a lot about มักฟังเป็นธรรมชาติกว่า hear many things about
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมาย heard a lot about ลงในประโยค: We've ____ the new space project.
ดูคำตอบ
heard a lot about
The cells in our bodies that fight diseases like coronavirus. วลี
0:18เซลล์ในร่างกายของเราที่ต่อสู้กับโรคอย่างเช่นไวรัสโคโรนา
fight diseases like coronavirus: fight หมายถึง “ต้านโรค”
ในวลี fight diseases คำว่า fight หมายถึงต้านโรคหรือทำงานเพื่อต่อสู้กับโรค เป็นการเปรียบเทียบเพื่ออธิบายว่าเซลล์ปกป้องร่างกายอย่างไร ไม่ได้หมายถึงการต่อสู้ทางร่างกายระหว่างคน กรรมที่ตามหลัง fight จะบอกว่าสิ่งคุกคามนั้นคืออะไร เช่น fight infection หรือ fight cancer ส่วน like coronavirus ในที่นี้ใช้ยกตัวอย่างที่ปรากฏในคำบรรยาย
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายด้านสุขภาพ cells fight diseases หมายความว่าอย่างไร
- เซลล์เหล่านั้นเขียนรายชื่อโรค
- เซลล์เหล่านั้นต้านโรคหรือช่วยหยุดโรค
- เซลล์เหล่านั้นต่อสู้ทางร่างกายกับคนป่วย
ดูคำตอบ
เซลล์เหล่านั้นต้านโรคหรือช่วยหยุดโรค
the bloodstream carries immune cells around our body. การใช้คำ
0:23กระแสเลือดจะนำพาเซลล์ภูมิคุ้มกันไปทั่วร่างกาย
the bloodstream carries immune cells around our body: carry หมายถึง “ลำเลียง”
bloodstream คือเลือดที่ไหลผ่านเครือข่ายหลอดเลือดในร่างกาย ในที่นี้ carries หมายถึงลำเลียง ส่วน around our body หมายถึงไปยังหลายส่วนทั่วร่างกาย ไม่ใช่วนอยู่รอบด้านนอกของร่างกาย ประโยคนี้ใช้รูปแบบที่พบบ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ คือสารหรือระบบที่เคลื่อนที่ลำเลียงบางสิ่งไปยังสถานที่ต่าง ๆ
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบาย the bloodstream carries immune cells around our body ได้ดีที่สุด
- เลือดที่ไหลในร่างกายลำเลียงเซลล์ภูมิคุ้มกันไปยังหลายส่วนของร่างกาย
- เซลล์ภูมิคุ้มกันทำให้เลือดหยุดไหล
- ร่างกายเก็บกระแสเลือดไว้ภายในเซลล์ภูมิคุ้มกัน
ดูคำตอบ
เลือดที่ไหลในร่างกายลำเลียงเซลล์ภูมิคุ้มกันไปยังหลายส่วนของร่างกาย
what about ...?: เปลี่ยนไปพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวข้อง
โครงสร้าง What about + นามวลี? ใช้เปลี่ยนการสนทนาไปยังบุคคล สิ่งของ หรือกรณีอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยยังคงพูดถึงประเด็นเดิมอยู่ ในประโยคนี้ คำถามเปลี่ยนจากมนุษย์ไปเป็นต้นไม้และพืช ในการใช้นี้ What about trees and plants? มีความหมายประมาณว่า “แล้วประเด็นเดียวกันนี้ใช้กับต้นไม้และพืชอย่างไร?” โครงสร้างนี้ช่วยจัดลำดับการสนทนา ไม่ได้ถามว่าคำว่า about แปลว่าอะไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ what about เพื่อเปลี่ยนคำถามเดิมไปยังอีกกลุ่มหนึ่งที่เกี่ยวข้อง?
- We know what adults need. What about children?
- What is the book about?
- What about taking a short break?
ดูคำตอบ
We know what adults need. What about children?
protect themselves: การปกป้องตัวเองด้วยคำสรรพนามสะท้อนกลับ
ใน protect themselves คำว่า themselves ย้อนกลับไปหาประธานพหูพจน์ they ผู้ที่ปกป้องและผู้ที่ได้รับการปกป้องเป็นกลุ่มเดียวกัน กล่าวคือ พวกมันลงมือทำเพื่อให้ตัวเองปลอดภัย โครงสร้างคือ protect + คำสรรพนามสะท้อนกลับ คำสรรพนามต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น I protect myself, she protects herself, we protect ourselves และ they protect themselves
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำสรรพนามสะท้อนกลับที่ถูกต้อง: The hikers wear helmets to protect ____.
ดูคำตอบ
themselves
involves memory: บอกปัจจัยหนึ่งในคำอธิบาย
involves memory หมายความว่า ความทรงจำเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งของคำตอบหรือคำอธิบาย ไม่ได้หมายความว่าคำตอบเท่ากับความทรงจำ แต่ความทรงจำเป็นปัจจัยที่ต้องใช้ในการอธิบายคำตอบนั้น ใช้ involve + คำนาม เพื่อบอกส่วนประกอบหรือปัจจัย เช่น The solution involves teamwork. นอกจากนี้ involve ยังตามด้วยรูป -ing ได้เมื่อส่วนที่กล่าวถึงเป็นกิจกรรม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ involve: The solution ____ careful planning.
ดูคำตอบ
involves
Us humans: รูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการเมื่อใช้เป็นประธาน
Us humans หมายถึง “พวกเราที่เป็นมนุษย์” และเน้นกลุ่มที่ผู้พูดเป็นสมาชิกอยู่ ในประโยคนี้ วลีทั้งหมดเป็นประธานของ store ในภาษาอังกฤษมาตรฐานแบบเป็นทางการ we เป็นรูปที่ใช้เป็นประธาน ส่วน us เป็นรูปที่ใช้เป็นกรรม ดังนั้นปกติจะใช้ We humans store.... การใช้ Us humans เป็นประธานเป็นรูปแบบหนึ่งในบทสนทนาแบบสบาย ๆ
แบบฝึกหัด
ตัดสินการใช้คำในรายงานวิทยาศาสตร์แบบเป็นทางการ: Us humans need clean water.
- เหมาะสม Us humans เป็นรูปมาตรฐานในทุกระดับภาษา
- ไม่เหมาะสม ควรใช้ We humans เป็นประธาน
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม ควรใช้ We humans เป็นประธาน
which it stores in our genes: อนุประโยค which ที่เพิ่มข้อมูลเสริม
which หลังเครื่องหมายจุลภาคย้อนกลับไปหมายถึง stressful situations from the past ในอนุประโยคสัมพันธ์ which เป็นกรรมของ stores โดยเข้าใจลำดับคำได้ว่า it stores those situations in our genes อนุประโยคนี้เพิ่มข้อมูลอีกอย่างเกี่ยวกับสถานการณ์เหล่านั้น เนื่องจากมีเครื่องหมายจุลภาคคั่น จึงเป็นข้อมูลเสริม ไม่ได้ใช้ระบุว่าหมายถึงสถานการณ์ใด
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง which แทนวลีใด?
- the past
- stressful situations from the past
- our genes
ดูคำตอบ
stressful situations from the past
The information gets passed on to our children genetically. กริยาวลี
0:46ข้อมูลนั้นถูกส่งต่อให้กับลูกหลานทางพันธุกรรม
gets passed on: รูปกรรมวาจกที่ใช้ get ของ pass on
Pass something on to someone หมายถึงการถ่ายทอดบางสิ่งให้บุคคลหรือกลุ่มอื่น Gets passed on เป็นรูปกรรมวาจกที่ใช้ get ดังนั้นประโยคจึงเน้นว่าข้อมูลถูกถ่ายทอด มากกว่าเน้นว่าใครเป็นผู้ถ่ายทอด ในที่นี้ to our children ระบุผู้รับ และ genetically อธิบายวิธีที่ข้อมูลถูกถ่ายทอด ในบริบทนี้ gets passed on หมายถึง “ถูกสืบทอด” ไม่ใช่เพียงเคลื่อนผ่านบางสิ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ get passed on: Family stories often ____ from grandparents to grandchildren.
ดูคำตอบ
get passed on
remember being young: ใช้ remember + -ing เพื่อรำลึกถึงประสบการณ์ในอดีต
ใน remember being young คำว่า remember ตามด้วย being ซึ่งเป็นรูป -ing หมายถึงการนึกถึงสภาพที่เคยเป็นจริงในอดีต โดยช่วงที่ยังอ่อนวัยเกิดขึ้นก่อนการนึกถึง โดยทั่วไป remember + -ing ใช้เมื่อนึกย้อนถึงการกระทำ ประสบการณ์ หรือสภาพที่เกิดขึ้นแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ visit เพื่อแสดงว่าผู้พูดจำประสบการณ์ในอดีตได้: I remember ____ this museum as a child.
ดูคำตอบ
visiting
not exactly: แก้ความคิดของอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล
Not exactly เป็นวิธีพูดอย่างนุ่มนวลว่าความคิดก่อนหน้านี้ไม่ถูกต้องทั้งหมด มักสื่อว่าอีกฝ่ายตอบใกล้เคียงแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดสำคัญที่ต้องแก้ไข ใน Not exactly, but ... คำว่า but จะนำเข้าสู่คำอธิบายที่แม่นยำกว่า ผู้พูดจึงแก้ความเข้าใจของอีกฝ่ายได้โดยไม่ต้องพูดเพียง No แบบห้วน ๆ
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า “The concert starts at nine, right?” แต่จริง ๆ แล้วคอนเสิร์ตเริ่มตอนเก้าโมงครึ่ง คำตอบใดเป็นการแก้ข้อมูลอย่างนุ่มนวล
- Yes, that's exactly right.
- No idea what time it starts.
- Not exactly. It starts at nine thirty.
ดูคำตอบ
Not exactly. It starts at nine thirty.
a kind of memory: การจัดประเภทแบบไม่ฟันธง
ในประโยคนี้ a kind of memory หมายถึง “ความทรงจำรูปแบบหนึ่ง” หรือ “สิ่งที่พอจะมองว่าเป็นความทรงจำได้” วลีนี้จัดสิ่งนั้นไว้ในหมวดกว้าง ๆ แทนที่จะระบุประเภททางวิทยาศาสตร์อย่างแน่นอน เมื่อใช้ร่วมกับ could be ข้อความจะมีน้ำเสียงไม่ฟันธง ผู้พูดกำลังเสนอวิธีทำความเข้าใจที่เป็นไปได้ ไม่ได้บอกว่าเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว
แบบฝึกหัด
“That could be a kind of memory” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?
- สิ่งนั้นไม่อาจเกี่ยวข้องกับความทรงจำได้เลย
- อาจมองว่าสิ่งนั้นเป็นความทรงจำรูปแบบหนึ่งได้อย่างสมเหตุสมผล
- พิสูจน์แล้วว่าสิ่งนั้นเป็นความทรงจำเพียงรูปแบบเดียว
ดูคำตอบ
อาจมองว่าสิ่งนั้นเป็นความทรงจำรูปแบบหนึ่งได้อย่างสมเหตุสมผล
In this program, ... asking whether: การเกริ่นคำถามหลัก
In this program กำหนดขอบเขตก่อน โดยบอกผู้ฟังว่าข้อความต่อไปนี้เกี่ยวกับเนื้อหารายการที่กำลังจะได้ฟัง จากนั้น we'll be asking whether จะเกริ่นคำถามหลักที่ตอบได้ว่าใช่หรือไม่ใช่ ในที่นี้ asking ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการถามคำถามหนึ่งกับคนหนึ่งคน แต่หมายถึงรายการจะสำรวจว่าต้นไม้จดจำได้หรือไม่ ทั้งสองส่วนพาผู้ฟังจากขอบเขตของเนื้อหาไปสู่ประเด็นหลัก
แบบฝึกหัด
เติมบทนำนี้ด้วยสองวลีเป้าหมาย: ____, we'll be ____ dolphins can recognize themselves.
ดูคำตอบ
In this program · asking whether
does it make them stronger and better able to fight disease? ไวยากรณ์
1:09มันทำให้พวกมันแข็งแรงและต่อสู้กับโรคได้ดีขึ้นไหม?
if so: เชื่อมความเป็นไปได้กับสิ่งที่ตามมา
“If so” หมายถึง “ถ้าเรื่องนั้นเป็นจริง” หรือ “ถ้าเป็นอย่างนั้น” คำว่า “so” ใช้แทนความเป็นไปได้ทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวถึง ผู้พูดจึงไม่ต้องพูดเรื่องเดิมซ้ำ สำนวนนี้เชื่อมความเป็นไปได้ก่อนหน้าเข้ากับคำถาม ผลลัพธ์ หรือการกระทำที่จะตามมาก็ต่อเมื่อความเป็นไปได้นั้นเป็นจริง ในประโยคนี้ แนวคิดก่อนหน้ากลายเป็นเงื่อนไขของคำถามที่ตามมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคต่อไปนี้ด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ถ้าเรื่องนั้นเป็นจริง”: The library may still be open. ____, we can return the books today.
ดูคำตอบ
If so
make them stronger and better able to...: ผลลัพธ์สองอย่างที่วางขนานกัน
ในคำถามนี้ “make” หมายถึงสิ่งหนึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โครงสร้างคือ make + กรรม + คำคุณศัพท์หรือวลีคุณศัพท์ “Them” เป็นกรรม ส่วน “stronger” บอกผลของการเปลี่ยนแปลงนั้น “Better able to fight disease” เป็นคำอธิบายที่สองซึ่งวางขนานกันเพื่ออธิบาย “them” รูป better able to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “สามารถทำบางอย่างได้ดีกว่าเดิม” ดังนั้น “make” เพียงคำเดียวจึงนำไปสู่ผลสองอย่างได้ คือ stronger และ better able to fight disease
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ make + กรรม + คำอธิบายด้วยคำคุณศัพท์ได้ถูกต้องเพื่อแสดงผลลัพธ์สองอย่าง
- Enough sleep makes us to be healthier and better able to focus.
- Enough sleep makes us healthier and better able to focus.
- Enough sleep makes healthier us and better able to focus.
ดูคำตอบ
Enough sleep makes us healthier and better able to focus.
by counting them: ใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธี
โครงสร้าง by + กริยารูป -ing ใช้บอกวิธีที่ทำให้ได้ผลลัพธ์ ในประโยคนี้ by counting them ตอบคำถามว่า “เราประมาณอายุของพวกมันได้อย่างไร” ส่วนประโยคหลักบอกผลลัพธ์ by เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยรูป -ing เช่น by counting ไม่ใช่ by count หรือ by to count
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธีได้ถูกต้อง
- We opened the box by use the small key.
- We opened the box by to use the small key.
- We opened the box by using the small key.
ดูคำตอบ
We opened the box by using the small key.
estimate their age: การประมาณโดยอาศัยหลักฐาน
estimate their age หมายถึงการประเมินอายุโดยคร่าว ๆ อย่างมีข้อมูลรองรับ estimate สื่อว่ามีเบาะแส การสังเกต หรือข้อมูลช่วยสนับสนุนการประเมิน แม้จะยังไม่รู้อายุที่แน่นอน ในที่นี้ estimate เป็นสกรรมกริยา จึงตามด้วย their age ซึ่งเป็นกรรมโดยตรง ใช้ estimate their age ไม่ใช้ estimate about their age
แบบฝึกหัด
สัตวแพทย์ตรวจฟันของม้าแล้ว แต่ไม่ทราบวันเกิดที่แน่นอน คำกริยาใดเหมาะที่สุดในการเติมประโยคนี้? The vet can ___ the horse's age from its teeth.
- calculate
- guess
- estimate
ดูคำตอบ
estimate
One of Earth's longest-living trees: trees เป็นพหูพจน์ และ is เป็นเอกพจน์
โครงสร้าง one of + คำนามพหูพจน์ หมายถึง “หนึ่งสิ่งจากกลุ่มหนึ่ง” ในที่นี้กลุ่มนั้นคือ Earth's longest-living trees ดังนั้น trees จึงเป็นพหูพจน์ คำหลักของประธานทั้งหมดคือ one กริยาจึงเป็นเอกพจน์ โดยใช้ is ไม่ใช่ are รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ one of + คำนามพหูพจน์ + กริยาเอกพจน์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ one of + คำนามพหูพจน์ ร่วมกับกริยาเอกพจน์ได้ถูกต้อง?
- One of the oldest buildings in town is beside the river.
- One of the oldest building in town is beside the river.
- One of the oldest buildings in town are beside the river.
ดูคำตอบ
One of the oldest buildings in town is beside the river.
longest-living trees: คำคุณศัพท์ประสม longest-living
longest-living เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่วางไว้หน้า trees ขีดกลางเชื่อม longest กับ living ให้ทำงานร่วมกันเพื่ออธิบายช่วงอายุ คำว่า longest ทำให้มีความหมายขั้นสูงสุด ต้นไม้เหล่านี้อยู่ในกลุ่มที่มีอายุยืนยาวที่สุด ไม่ใช่เพียงแค่ต้นไม้ที่มีอายุยืนเท่านั้น สำนวนนี้บอกเรื่องอายุขัย ไม่ใช่ความสูงหรือความเร็วในการเติบโต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ประสมจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “มีอายุขัยยาวที่สุด”: Some corals are among the ____ animals on Earth.
ดูคำตอบ
longest-living
found on ... ในอนุประโยคขยายคำนามแบบย่อ
ในที่นี้ found เป็นกริยาช่องสามที่มีความหมายแบบถูกกระทำ หมายถึง “ตั้งอยู่” หรือ “พบได้” ไม่ใช่กริยาหลักของประโยคใหญ่ แต่เป็นวลีที่เติมข้อมูลสถานที่ให้คำนามที่อยู่ข้างหน้า รูปเต็มคือ which is found on the west coast of America หรือ which are found ... เมื่อคำนามเป็นพหูพจน์ งานเขียนให้ข้อมูลมักละคำสรรพนามเชื่อมและกริยา be เหลือไว้เพียงวลีกริยาช่องสามแบบสั้น
แบบฝึกหัด
ถ้าคำนามก่อนวลีนี้เป็นเอกพจน์ อนุประโยคขยายคำนามแบบเต็มข้อใดขยาย found on the west coast of America ได้ถูกต้อง
- which is finding the west coast of America
- which is found on the west coast of America
- which found the west coast of America
ดูคำตอบ
which is found on the west coast of America
Wow, it'd be a job to count the rings on those trees. สำนวน
1:39ว้าว การนับวงปีของต้นไม้พวกนั้นคงเป็นงานหนักน่าดู
it'd be a job to ...: บอกว่างานหนึ่งจะทำได้ยาก
ใน it'd be a job to count คำว่า it'd เป็นรูปย่อของ it would ส่วน a job ในที่นี้หมายถึงงานที่ต้องใช้แรง เวลา หรือความอดทนมาก ไม่ได้หมายถึงอาชีพที่ได้รับค่าจ้าง โครงสร้าง It'd be a job to + คำกริยา ใช้ประเมินการกระทำในอนาคตหรือสิ่งที่สมมติขึ้นว่ายากหรือน่าลำบาก ส่วน to-infinitive บอกว่าการกระทำนั้นคืออะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างจากบทเรียนเพื่อบอกว่าการหากระท่อมจะทำได้ยาก: Without a map, ____ find the cabin.
ดูคำตอบ
it'd be a job to
reveal the correct answer later: เลื่อนการเฉลยคำตอบ
“Reveal the correct answer” หมายถึงการเปิดเผยคำตอบที่เก็บไว้ก่อนหน้านี้ ส่วน “later” บอกผู้ชมว่าจะเปิดเผยในภายหลัง ไม่ใช่ตอนนี้ ในรายการตอบคำถามหรือสื่อ วลีนี้ใช้จัดลำดับการให้ข้อมูล โดยยังไม่เฉลยคำถามในตอนนี้ เพื่อให้ผู้ชมติดตามหรือคิดต่อไปจนกว่าจะประกาศคำตอบ
แบบฝึกหัด
ในรายการตอบคำถาม “We'll reveal the correct answer later” มีจุดประสงค์หลักอะไร?
- เพื่อเลื่อนการเฉลยและทำให้ผู้ชมยังคงอยากรู้
- เพื่อให้คำตอบทันที
- เพื่อบอกว่าจะไม่มีวันเปิดเผยคำตอบ
ดูคำตอบ
เพื่อเลื่อนการเฉลยและทำให้ผู้ชมยังคงอยากรู้
trees don't have blood and bones to protect them from outside attacks. วลี
1:50ต้นไม้ไม่มีเลือดและกระดูกเพื่อปกป้องพวกมันจากการโจมตีภายนอก
Unlike us: เริ่มต้นการเปรียบเทียบความแตกต่าง
“Unlike us” เป็นวลีที่วางไว้หน้าประโยคหลักเพื่อเริ่มการเปรียบเทียบ วลีนี้บอกให้ผู้ฟังเปรียบเทียบต้นไม้กับมนุษย์ แล้วประโยคหลักจึงอธิบายความแตกต่าง หลัง unlike ตามด้วยกลุ่มคำนามหรือคำสรรพนามรูปกรรมโดยตรง: unlike trees, unlike us ต้องใช้ us ไม่ใช่ we เพราะ us เป็นรูปกรรมที่ใช้หลัง unlike
แบบฝึกหัด
ใช้ unlike ตามด้วย my sister เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, I prefer tea; she prefers coffee.
ดูคำตอบ
Unlike my sister
protect them from outside attacks: รูปแบบ protect ... from ...
ใน protect them from outside attacks คำว่า protect ตามด้วยกรรมที่ได้รับการปกป้องคือ them แล้วจึงตามด้วย from + อันตราย วลีนี้หมายถึงการทำให้ต้นไม้ปลอดภัยเพื่อไม่ให้การโจมตีจากภายนอกทำอันตรายมัน รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ protect + someone or something + from + danger อย่าตัด from ออก เพราะคำนี้ใช้เกริ่นสิ่งอันตรายที่ต้องกันไว้
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบ protect + object + from + danger ให้สมบูรณ์: A raincoat protects you ____ the rain.
ดูคำตอบ
from
So how exactly does a tree's immune system work? น้ำเสียง/เจตนา
1:55แล้วระบบภูมิคุ้มกันของต้นไม้ทำงานอย่างไรกันแน่?
how exactly: ถามถึงกระบวนการที่เฉพาะเจาะจง
How exactly ใช้ถามวิธีที่แน่นอนว่าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นหรือทำงานอย่างไร ในประโยคนี้ คำตอบกว้าง ๆ ยังไม่เพียงพอ ผู้พูดต้องการรู้กลไกของระบบภูมิคุ้มกันของต้นไม้ Exactly วางไว้หลัง how โดยตรงเพื่อทำให้คำถามเจาะจงขึ้น รูปแบบนี้ช่วยพาบทสนทนาจากการรู้ว่าสิ่งหนึ่งทำงาน ไปสู่การอธิบายว่ามันทำงานอย่างไร
แบบฝึกหัด
คำถามใดถามถึงวิธีที่เฉพาะเจาะจงว่าเครื่องจักรทำงานอย่างไร
- How exactly does this machine work?
- What exactly does this machine make?
- When exactly does this machine start?
ดูคำตอบ
How exactly does this machine work?
That's what ...: เชื่อมกลับไปยังเนื้อหาของคำถาม
ในประโยคนี้ That's what หมายถึง “นั่นคือสิ่งหรือคำถามที่...” คำว่า That ย้อนกลับไปยังคำถามหรือแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วน what นำเข้าสู่เนื้อหาที่ CrowdScience ถาม Jurriaan Ton รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้พูดเสนอคำถามก่อน แล้วจึงบอกว่าใครเป็นผู้ถาม ศึกษา ทดสอบ หรือค้นพบคำตอบ เช่น Can animals count? That's what the team tested. จึงช่วยเชื่อมคำถามก่อนหน้าเข้ากับส่วนถัดไปของรายงาน
แบบฝึกหัด
รายงานเริ่มด้วยคำถาม “Can trees warn one another about danger?” ประโยคใดบอกว่านี่คือเนื้อหาที่ทีมถามนักวิทยาศาสตร์?
- That's how the team asked the scientist.
- That's what the team asked the scientist.
- That's why the team asked the scientist.
ดูคำตอบ
That's what the team asked the scientist.
in particular: เน้นกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ
ใน Plants in particular วลีนี้หมายถึง “โดยเฉพาะพืช” โดยแยกพืชออกมาจากกลุ่มที่กว้างกว่า และทำให้พืชเป็นกลุ่มที่ควรได้รับความสนใจเป็นพิเศษในการอธิบาย เมื่อวาง X in particular ไว้หลังนามวลี จะทำให้ X เป็นจุดเน้นก่อนที่ประโยคจะให้ข้อมูลเพิ่มเติม ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “อย่างละเอียด” หรือ “ที่เฉพาะเจาะจง”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเน้นว่าผู้ปกครองคือกลุ่มที่ควรอ่านประกาศเป็นพิเศษ?
- Parents in particular should read the notice.
- Parents should read the particular notice.
- Particular parents should read the notice.
ดูคำตอบ
Parents in particular should read the notice.
for two important reasons: เกริ่นว่าจะอธิบายเหตุผลสองข้อ
วลี for two important reasons บอกผู้ฟังว่า ข้อความที่เพิ่งกล่าวไปจะมีเหตุผลสนับสนุนจำนวนสองข้อพอดี วลีนี้ทำหน้าที่เป็นป้ายบอกทางของคำอธิบาย เมื่อได้ยินแล้ว ผู้ฟังสามารถคาดได้ว่าจะมีเหตุผลข้อแรกตามด้วยข้อที่สอง การระบุจำนวนช่วยให้ติดตามโครงสร้างของคำอธิบายได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
for two important reasons ส่งสัญญาณอะไรในที่นี้?
- ผู้พูดอธิบายเหตุผลทั้งหมดเสร็จแล้ว
- ผู้พูดจะให้เหตุผลสองข้อต่อจากนี้พอดี
- ผู้พูดจะยกตัวอย่างสองตัวอย่างแทนการให้เหตุผล
ดูคำตอบ
ผู้พูดจะให้เหตุผลสองข้อต่อจากนี้พอดี
so there are a lot of opportunistic organisms out there, การใช้คำ
2:14ดังนั้นจึงมีสิ่งมีชีวิตฉวยโอกาสมากมาย
And firstly: เริ่มประเด็นแรก
Firstly บอกจุดเริ่มต้นของหัวข้อแรกในการอธิบายที่เรียงตามลำดับ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเริ่มเหตุผลข้อแรกจากสองข้อที่เพิ่งเกริ่นไว้ And ที่ต้นประโยคเชื่อมประเด็นนี้กับข้อความก่อนหน้า ส่วน firstly เป็นคำหลักที่บอกลำดับ นอกจากนี้ยังเตรียมให้ผู้ฟังคาดว่าจะมีประเด็นถัดไป ซึ่งมักเริ่มด้วย secondly หรือคำบอกลำดับที่คล้ายกัน
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดใช้ firstly อย่างชัดเจนเพื่อเริ่มชุดคำสั่งสองข้อที่เรียงตามลำดับ?
- Firstly, check the battery. Secondly, restart the device.
- For example, check whether the battery is charged.
- Check the battery because the device needs power.
ดูคำตอบ
Firstly, check the battery. Secondly, restart the device.
at the bottom of the food chain ... so ...: ตำแหน่งและผลที่ตามมา
ส่วนที่ไฮไลต์เติมเต็มวลีที่ใหญ่กว่า sit at the bottom of the food chain ในความหมายทางชีววิทยานี้ food chain คือความสัมพันธ์ด้านการกินซึ่งพลังงานส่งต่อจากสิ่งมีชีวิตหนึ่งไปยังอีกสิ่งมีชีวิตหนึ่ง และการอยู่ at the bottom หมายถึงการเป็นแหล่งอาหารพื้นฐานให้สิ่งมีชีวิตที่อยู่สูงกว่า so นำเข้าสู่ผลที่เกิดจากตำแหน่งนั้น เพราะพวกมันอยู่ระดับล่างของห่วงโซ่ สิ่งมีชีวิตอื่นจำนวนมากจึงสามารถใช้ประโยชน์จากพวกมันได้ นอกบริบทชีววิทยา at the bottom of the food chain ยังใช้เชิงเปรียบเทียบว่ามีอำนาจหรือสถานะต่ำในลำดับชั้นที่มีการแข่งขันได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ at the bottom of the food chain ในเชิงเปรียบเทียบ
- On the team, the newest players often feel they are at the bottom of the food chain.
- Small insects are at the bottom of this pond's food chain.
- The hawk hunts near the bottom of the valley.
ดูคำตอบ
On the team, the newest players often feel they are at the bottom of the food chain.
opportunistic organisms out there: สิ่งมีชีวิตรอบตัวที่ใช้ประโยชน์จากสภาพเอื้ออำนวย
Opportunistic organisms คือสิ่งมีชีวิตที่ใช้ประโยชน์จากสภาพที่เอื้ออำนวย ทรัพยากรที่มีอยู่ หรือสิ่งมีชีวิตเจ้าบ้านที่อ่อนแอเมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น Opportunistic ไม่ได้หมายเพียงว่าพวกมันมีโอกาส แต่เน้นการฉวยใช้สถานการณ์ Out there หมายความว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีอยู่ในบริเวณรอบ ๆ หรือในสภาพแวดล้อมที่กว้างกว่า โดยไม่ได้ระบุสถานที่แน่นอน ทำให้คำอธิบายมีน้ำเสียงแบบสนทนาและไม่เฉพาะเจาะจง
แบบฝึกหัด
opportunistic organisms ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- สิ่งมีชีวิตที่ใช้ประโยชน์จากสภาพที่เอื้ออำนวยเมื่อสภาพนั้นเกิดขึ้น
- สิ่งมีชีวิตที่อาศัยได้เฉพาะในพื้นที่เปิดเท่านั้น
- สิ่งมีชีวิตที่สร้างโอกาสให้สิ่งมีชีวิตชนิดอื่น
ดูคำตอบ
สิ่งมีชีวิตที่ใช้ประโยชน์จากสภาพที่เอื้ออำนวยเมื่อสภาพนั้นเกิดขึ้น
insect herbivores และ microbial pathogens: การกินพืชกับการติดเชื้อ
insect herbivore คือแมลงที่กินส่วนประกอบของพืช ในวลี insect herbivores คำว่า insect ขยายคำว่า herbivores วลีนี้จึงหมายถึงสัตว์กินพืชที่เป็นแมลง ไม่ได้หมายถึงแมลงที่ถูกสัตว์กินพืชกิน microbial pathogen คือจุลชีพที่ทำให้เกิดโรคได้ เช่น แบคทีเรียหรือราบางชนิด โดย microbial ขยาย pathogens วลีคำนามทั้งสองบอกถึงภัยคนละแบบ คือความเสียหายจากการถูกกินและการติดเชื้อ
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบายความแตกต่างระหว่าง insect herbivores กับ microbial pathogens ได้ถูกต้อง
- ทั้งสองคำหมายถึงสัตว์ที่ช่วยให้พืชเติบโตเท่านั้น
- microbial pathogens กินใบไม้ ส่วน insect herbivores ทำให้เกิดการติดเชื้อเท่านั้น
- insect herbivores กินส่วนประกอบของพืช ส่วน microbial pathogens อาจทำให้เกิดโรค
ดูคำตอบ
insect herbivores กินส่วนประกอบของพืช ส่วน microbial pathogens อาจทำให้เกิดโรค
tap into: เข้าถึงและนำทรัพยากรมาใช้
tap into หมายถึงการเข้าถึงและนำแหล่งพลังงาน ความรู้ ความสามารถ หรือทรัพยากรอื่นมาใช้ ในประโยคนี้ สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นนำพลังงานชีวเคมีที่สะสมอยู่ในพืชมาใช้ วลีนี้มักสื่อว่าทรัพยากรมีอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้นำมาใช้อย่างเต็มที่ ใจความสำคัญคือการทำให้ทรัพยากรนั้นเกิดประโยชน์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงเข้าถึงและนำมาใช้: The project hopes to ____ local knowledge.
ดูคำตอบ
tap into
The other reason: การเกริ่นเหตุผลข้อที่เหลือ
The other reason ใช้เกริ่นเหตุผลที่เหลืออยู่ หลังจากกล่าวเหตุผลหนึ่งในสองข้อไปแล้ว ในประโยคนี้ วลีนี้พาคำอธิบายจากประเด็นแรกไปสู่ประเด็นที่สอง และบอกเป็นนัยว่ารายการสองข้อนี้ใกล้จะจบแล้ว ไม่จำเป็นต้องเรียงประเด็นด้วยคำว่า first และ second คำว่า other เองเชื่อมเหตุผลนี้กับเหตุผลก่อนหน้า และช่วยให้ผู้ฟังตามลำดับคำอธิบายได้
แบบฝึกหัด
ผู้พูดบอกแล้วว่ามีเหตุผลสองข้อพอดี และเพิ่งอธิบายข้อแรกจบ ประโยคใดเกริ่นเหตุผลที่เหลือได้ชัดเจนที่สุด
- Another reason is cost.
- The reason is cost.
- The other reason is cost.
ดูคำตอบ
The other reason is cost.
rooted to the ground: ถูกรากยึดไว้กับพื้นดิน
ในประโยคนี้ plants are rooted to the ground หมายถึงรากยึดพืชไว้กับที่ พืชจึงย้ายจากตำแหน่งหนึ่งไปอีกตำแหน่งหนึ่งไม่ได้ Rooted อธิบายสภาพที่ถูกยึดไว้นี้ บุพบท to แสดงให้เห็นว่าพื้นดินคือสิ่งที่พืชยึดติดอยู่ วลีนี้อธิบายการเชื่อมติดทางกายภาพตามตัวอักษร ไม่ใช่ต้นกำเนิดเชิงนามธรรม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าเทศกาลหนึ่งมีที่มาจากประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
- The festival is rooted in local history.
- The festival is rooted to local history.
- The festival is rooted on local history.
ดูคำตอบ
The festival is rooted in local history.
They cannot escape from the stressful conditions in their environment. วลี
2:27พวกมันไม่สามารถหนีจากสภาพแวดล้อมที่ตึงเครียดได้
escape from + สถานที่หรือสถานการณ์ที่ยากลำบาก
Escape from หมายถึงการหนีหรือหลุดพ้นจากสถานที่ อันตราย ความกดดัน หรือสถานการณ์ที่ยากลำบาก ในประโยคนี้ stressful conditions คือสถานการณ์ที่พวกมันไม่สามารถออกไปได้ ใช้ escape from + คำนาม เพื่อบอกสถานที่หรือสถานการณ์ที่หลีกหนีออกมา รูปแบบนี้ใช้ได้ทั้งกับการเคลื่อนที่จริงและการหลุดพ้นจากความกดดันในความหมายทั่วไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่านักเดินป่าออกมาจากกระท่อมที่กำลังไหม้ได้?
- The hikers ran around the burning cabin.
- The hikers escaped the smoke.
- The hikers escaped from the burning cabin.
ดูคำตอบ
The hikers escaped from the burning cabin.
run away: หนีจากอันตรายหรือปัญหา
Run away เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการออกไปอย่างรวดเร็วเพราะอันตราย ความกลัว หรือปัญหา คำว่า away เพิ่มความหมายของการเคลื่อนออกจากจุดเดิม ดังนั้นทั้งวลีจึงมีความหมายมากกว่าแค่การวิ่ง ในประโยคนี้หมายถึงพวกมันไม่สามารถเคลื่อนหนีอันตรายได้เหมือนสัตว์ ใช้ run away เพียงลำพังเมื่อชัดเจนอยู่แล้วว่ากำลังหนีจากอะไร หรือใช้ run away from + คำนาม เพื่อระบุสิ่งนั้น นอกจากนี้ยังใช้หมายถึงการหลีกเลี่ยงปัญหาแทนที่จะเผชิญหน้ากับมันได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ run away เติมประโยคให้สมบูรณ์: When the gate opened, the frightened horse ____.
ดูคำตอบ
ran away
linked ... eating ... being eaten: โซ่ความสัมพันธ์แบบกระทำและถูกกระทำที่ย่อไว้
linked in a chain ... เป็นคำอธิบายแบบย่อของ The plants and animals สามารถขยายได้เป็น The plants and animals that are linked in a chain ... โดย linked เป็นกริยาช่องที่ 3 ไม่ใช่กริยาหลักของนามวลีนี้ eating weaker things เป็นความสัมพันธ์แบบผู้กระทำ คือพืชและสัตว์เป็นฝ่ายกิน ส่วน being eaten by stronger ones เป็นความสัมพันธ์แบบถูกกระทำ คือสิ่งมีชีวิตที่แข็งแรงกว่าเป็นฝ่ายกินพวกมัน โครงสร้าง being + กริยาช่องที่ 3 ทำให้วลี -ing แสดงการกระทำแบบถูกกระทำได้
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบายความสัมพันธ์แบบผู้กระทำและถูกกระทำใน eating weaker things and then being eaten by stronger ones ได้ถูกต้อง?
- พืชและสัตว์เพียงเชื่อมสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอกว่ากับสิ่งมีชีวิตที่แข็งแรงกว่า ไม่มีใครกินอะไร
- สิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอกว่ากินพืชและสัตว์ จากนั้นพืชและสัตว์จึงกินสิ่งมีชีวิตที่แข็งแรงกว่า
- พืชและสัตว์กินสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอกว่า แล้วถูกสิ่งมีชีวิตที่แข็งแรงกว่ากิน
ดูคำตอบ
พืชและสัตว์กินสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอกว่า แล้วถูกสิ่งมีชีวิตที่แข็งแรงกว่ากิน
in turn: ไปสู่ขั้นหรือผลลัพธ์ถัดไป
in turn บอกสิ่งที่เกิดขึ้นในลำดับขั้นถัดไป ในประโยคนี้กระต่ายกินหญ้า แล้วเปลี่ยนบทบาทมาเป็นสัตว์ที่ถูกสุนัขจิ้งจอกกิน วลีนี้ยังใช้เชื่อมผลลัพธ์ได้ด้วย เหตุการณ์หนึ่งก่อให้เกิดหรือส่งเสริมเหตุการณ์ถัดไป แล้วเหตุการณ์นั้นก็นำไปสู่อีกผลลัพธ์หนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่มีความหมายว่า “เป็นผลลัพธ์ถัดไป” ลงในประโยค: Better bus service makes commuting easier and, ____, encourages more people to leave their cars at home.
ดูคำตอบ
in turn
If you're at the bottom of the food chain: การตั้งเงื่อนไขแล้วบอกผลลัพธ์
“If you're at the bottom of the food chain” เป็นส่วนที่ตั้งเงื่อนไข ส่วน “Everything wants to eat you” บอกผลที่ตามมาจากเงื่อนไขนั้น ทั้งสองส่วนใช้ present simple เพราะผู้พูดกำลังอธิบายรูปแบบทั่วไปว่า เมื่อสัตว์อยู่ในตำแหน่งนี้ มันก็มีแนวโน้มที่จะตกเป็นเหยื่อ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ if เพื่อตั้งเงื่อนไขก่อน แล้วจึงบอกผลลัพธ์?
- Ice melts, so it can become warm enough.
- Although ice gets warm enough, it stays frozen.
- If ice gets warm enough, it melts.
ดูคำตอบ
If ice gets warm enough, it melts.
take advantage of a situation: ใช้สถานการณ์เพื่อให้ได้ประโยชน์
“It takes advantage of a situation” หมายถึงการใช้สถานการณ์นั้นเพื่อให้ได้ประโยชน์ รูปแบบคือ “take advantage of + คำนาม” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวใช้อธิบาย “opportunistic” ส่วนคำว่า “for itself” เน้นว่าการกระทำนั้นมุ่งประโยชน์ของตัวเอง จึงอาจมีน้ำเสียงเชิงตำหนิ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของวลีเป้าหมาย: The café ____ the sunny weather by adding outdoor tables.
ดูคำตอบ
took advantage of
under attack: กำลังได้รับอันตรายหรือถูกคุกคาม
under attack หมายถึงกำลังถูกโจมตีหรือถูกคุกคามอย่างรุนแรง ในประโยคนี้ ต้นไม้เป็นฝ่ายที่ได้รับอันตรายจากโรคหรือจากสิ่งมีชีวิตที่ต้องการกินต้นไม้ ไม่ใช่ฝ่ายที่โจมตี โครงสร้าง be under + คำนาม ใช้บอกสภาวะได้ ใน be under attack สามารถใช้ from เพื่อระบุแหล่งที่มาของภัยคุกคาม เช่น under attack from disease
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความอย่างเป็นธรรมชาติว่าแฮกเกอร์กำลังโจมตีระบบคอมพิวเตอร์อยู่ในขณะนี้?
- The hackers are under attack from the security team.
- The computer system is under attack from hackers.
- The computer system is protected from hackers.
ดูคำตอบ
The computer system is under attack from hackers.
either from ... or from ...: ระบุแหล่งที่มาที่เป็นไปได้สองแหล่ง
Either from disease or from living things ระบุแหล่งที่มาของการโจมตีที่เป็นไปได้สองแหล่ง either นำเสนอความเป็นไปได้แรก และ or นำเสนอความเป็นไปได้ที่สอง สองส่วนนี้มีโครงสร้างขนานกัน ได้แก่ from disease และ from living things การใช้ from ซ้ำทำให้ชัดเจนว่าทั้งสองส่วนตอบคำถามเดียวกันว่า การโจมตีมาจากไหน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย either from ... or from ...: The noise may come ____ the engine ____ the wheels.
ดูคำตอบ
either from · or from
If ... they might ... สำหรับเสนอสมมติฐานอย่างระมัดระวัง
โครงสร้างคือ If + เงื่อนไข, ... might + ผลลัพธ์ อนุประโยคที่มี if เสนอสิ่งที่อาจเป็นจริง นั่นคือต้นไม้อาจจดจำความเครียดก่อนหน้านี้ได้ ส่วนประโยคหลักบอกผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ว่าในภายหลังต้นไม้อาจเตรียมพร้อมได้ดีกว่าเดิม might ทำให้ข้อกล่าวอ้างมีความระมัดระวัง โดยบอกว่าการเตรียมพร้อมได้ดีขึ้นเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอนหรือพิสูจน์แล้ว โครงสร้างนี้เหมาะสำหรับอธิบายแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ที่ยังต้องมีหลักฐานเพิ่ม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเสนอผลลัพธ์ทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นไปได้โดยไม่บอกว่าเป็นสิ่งแน่นอน
- The plants remember the drought, so the result has already been proved.
- If the plants remember the drought, they might respond faster next time.
- If the plants remember the drought, they will definitely respond faster every time.
ดูคำตอบ
If the plants remember the drought, they might respond faster next time.
better prepared in future: เตรียมพร้อมมากขึ้นในภายหลัง
better prepared หมายถึงเตรียมพร้อมมากขึ้นและรับมือกับปัญหาในภายหลังได้ดีขึ้น prepared เป็นคำคุณศัพท์ที่ตามหลัง be ส่วน better ใช้เปรียบเทียบระดับความพร้อมนี้กับสภาพก่อนหน้าหรือสภาพที่พร้อมน้อยกว่า ในภาษาอังกฤษแบบบริติช in future มักหมายถึงนับจากนี้ไปหรือเมื่อเกิดสถานการณ์คล้ายกันในภายหลัง ในที่นี้วลีดังกล่าวสื่อว่าการจดจำความเครียดก่อนหน้าอาจช่วยให้ต้นไม้รับมือภัยคุกคามที่คล้ายกันได้ดีขึ้นในภายหลัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษแบบบริติชที่หมายถึงเตรียมพร้อมมากขึ้นในโอกาสต่อ ๆ ไป: After the first safety drill, the team will be ____.
ดูคำตอบ
better prepared in future
moving house: สำนวนอังกฤษแบบบริติชที่หมายถึงการย้ายบ้าน
ในภาษาอังกฤษแบบบริติช moving house หมายถึงการออกจากที่อยู่อาศัยเดิมแล้วไปตั้งถิ่นฐานในที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ House เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนนี้ ดังนั้น moving house จึงหมายถึงกระบวนการเปลี่ยนที่อยู่อาศัยทั้งหมด แม้ว่าที่อยู่ใหม่จะเป็นอะพาร์ตเมนต์ก็ตาม ในประโยคนี้ a work deadline และ moving house ถูกยกเป็นสองสถานการณ์ที่อาจทำให้เกิดความเครียด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษแบบบริติชที่หมายถึงการย้ายบ้าน: We're ____ next month, so we're packing our boxes now.
ดูคำตอบ
moving house
something like ...: การยกตัวอย่างแบบคร่าว ๆ
Something like บอกผู้ฟังว่าคำที่ตามมาเป็นเพียงตัวอย่างคร่าว ๆ ในที่นี้ not getting enough water เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่เป็นไปได้ของความเครียดแบบพื้นฐานกว่า ไม่ใช่คำจำกัดความที่ตายตัวหรือความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว ตัวอย่างหลัง something like สามารถบอกสิ่งของหรือสถานการณ์ได้ ในที่นี้กลุ่มคำรูป -ing คือ not getting enough water ใช้บอกสถานการณ์หนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่ใช้ยกตัวอย่างคร่าว ๆ: A simple lunch could be ____ soup and bread.
ดูคำตอบ
something like
Dr. Estrella Luna-Diez believes trees record stress in their rings. การใช้คำ
3:31ดร. Estrella Luna-Diez เชื่อว่าต้นไม้บันทึกความเครียดไว้ในวงปี
record stress in their rings: เก็บร่องรอยความเครียดไว้ในวงปี
ในที่นี้ record เป็นคำกริยา และไม่ได้หมายถึง “บันทึกเสียง” โดยเฉพาะ ประโยคนี้หมายความว่าวงปีของต้นไม้เก็บร่องรอยความเครียดที่อ่านได้ไว้ โดย stress คือสิ่งที่ถูกบันทึก และ in their rings บอกว่าร่องรอยนั้นอยู่ที่ไหน ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ record ยังใช้หมายถึงการเก็บหลักฐานหรือร่องรอยของเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้ แม้สิ่งที่เป็นประธานจะไม่ได้บันทึกอย่างตั้งใจก็ตาม
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ record ในความหมายว่า “เก็บหลักฐานของสิ่งที่เกิดขึ้น” ไม่ใช่ “บันทึกเสียง”
- Please record my song.
- The phone can record the interview.
- The ice can record changes in the climate.
ดูคำตอบ
The ice can record changes in the climate.
showing that the tree didn't grow much that year: วลี present participle ที่ขยายคำนาม
showing that the tree didn't grow much that year เป็นวลี present participle ที่วางไว้หลัง a small ring วลีนี้ขยายความคำว่า ring และบอกว่าวงปีนั้นแสดงอะไร โดย showing เป็นรูปประธานเป็นผู้กระทำ จึงเข้าใจได้ว่าวงปีเป็นสิ่งที่แสดงข้อมูลนั้น วลีนี้เป็นรูปย่อของ a small ring that shows that the tree didn't grow much that year ในประโยคเต็ม indicates เป็นกริยาหลัก ส่วนวลี -ing มีหน้าที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำนามเท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมวลี -ing ที่อธิบายว่าแผนภูมิแสดงอะไรลงในประโยค: The report contains a chart ____.
ดูคำตอบ
showing that sales rose last month
indicates some outside stress: หลักฐานชี้ไปยังข้อสรุป
ในประโยคนี้ indicates หมายถึง แสดงว่า หรือ เป็นหลักฐานของ วงปีที่แคบเป็นสิ่งที่สังเกตได้และชี้ไปยังความเครียดจากปัจจัยภายนอก เช่น สภาพการเติบโตที่ยากลำบาก indicate เชื่อมหลักฐานเข้ากับข้อสรุป ไม่ได้หมายความว่าวงปีเป็นสาเหตุของความเครียด และโดยทั่วไปแสดงความแน่นอนน้อยกว่า prove
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ indicate เพื่อสื่อว่าหลักฐานชี้ไปยังข้อสรุป
- The test results indicate that the water may be unsafe.
- The test results recorded the water sample.
- The test results caused the water to become unsafe.
ดูคำตอบ
The test results indicate that the water may be unsafe.
She explained more to BBC World Service program CrowdScience.
3:42เธอได้อธิบายเพิ่มเติมในรายการ CrowdScience ของ BBC World Service
depending on the level of that stress: การบอกปัจจัยกำหนด
ในส่วนนี้ depending on the level of that stress หมายถึง บางสิ่งถูกกำหนดโดยความรุนแรงของความเครียดนั้น วลีนี้บอกปัจจัยที่ทำให้ผลลัพธ์ซึ่งยังไม่ได้กล่าวถึงเปลี่ยนไป โดย level ในที่นี้หมายถึง “ระดับ” ไม่ใช่ความสูงทางกายภาพ depending on + นามวลี สามารถอยู่ก่อนหรือหลังผลลัพธ์ที่วลีนี้ขยายความได้ เนื่องจากส่วนนี้บอกเพียงเงื่อนไข ประโยคในบริบทจึงต้องบอกผลลัพธ์ให้ครบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ตามที่ถูกกำหนดโดย”: The picnic will be inside or outside, ____ the weather.
ดูคำตอบ
depending on
Our hypothesis would be that: เสนอสมมติฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างระมัดระวัง
Our hypothesis would be that ... ใช้เกริ่นคำอธิบายที่ผู้พูดคิดว่าอาจเป็นจริงในขณะนั้น คำว่า that เริ่มต้นเนื้อหาของสมมติฐาน ในที่นี้ would ทำให้ข้อเสนอดูระมัดระวังกว่ารูปตรง ๆ อย่าง Our hypothesis is that ประโยคนี้เสนอแนวคิดที่ยังต้องทดสอบ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว และ would ตรงนี้ไม่ได้บอกเวลาในอนาคต
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเสนอคำอธิบายที่ยังต้องทดสอบด้วยท่าทีระมัดระวัง
- Less light definitely slows every plant's growth.
- Our hypothesis would be that less light slows the plant's growth.
- Our results prove that less light slows the plant's growth.
ดูคำตอบ
Our hypothesis would be that less light slows the plant's growth.
a really long-lasting drought: ภัยแล้งที่ยาวนานมาก
a really long-lasting drought หมายถึงภัยแล้งที่ดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลานานมาก really ช่วยเน้นระดับของ long-lasting และ long-lasting เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่ขยาย drought เครื่องหมายยัติภังค์เชื่อม long กับ lasting ให้เป็นคำขยายหนึ่งชุด คำคุณศัพท์เดียวกันนี้ยังใช้บรรยายผลกระทบ ความสัมพันธ์ หรือปัญหาที่ดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลานานได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำคุณศัพท์ประสมที่หมายถึง “ดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลานาน” ได้ถูกต้อง
- The town is recovering from a long-lasting drought.
- The town is recovering from a longly-lasting drought.
- The town is recovering from a lasting-long drought.
ดูคำตอบ
The town is recovering from a long-lasting drought.
because it needs to adapt to that hostile environment. วลี
4:00เพราะมันจำเป็นต้องปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายนั้น
adapt to that hostile environment: ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายนั้น
ในประโยคนี้ adapt to หมายถึงการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สามารถอยู่หรือทำงานได้ดีภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง ต้นไม้ต้องปรับตัวเพราะ hostile environment หมายถึงสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากหรือเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต ใช้ adapt to + คำนามหรือรูป -ing เพื่อบอกเงื่อนไขหรือการเปลี่ยนแปลงที่คนหรือสิ่งหนึ่งค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะรับมือ เช่น adapt to a new school และ adapt to living in a colder place
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปของ adapt และคำบุพบทที่ถูกต้อง: It took Maya a few days to ____ her new classroom.
ดูคำตอบ
adapt to
the other way around: สลับความสัมพันธ์ให้กลับกัน
ในที่นี้ the other way around หมายถึงความสัมพันธ์ในสมมติฐานอาจกลับกัน สิ่งที่เคยถือว่าเป็นสาเหตุอาจเป็นผลลัพธ์ หรืออาจเป็น A ที่ส่งผลต่อ B แทนที่จะเป็น B ส่งผลต่อ A วลีนี้ยังช่วยจัดลำดับคำอธิบาย โดยย้อนกลับไปยังสมมติฐานก่อนหน้า แล้วส่งสัญญาณว่าจะเปลี่ยนไปคิดในทิศทางตรงกันข้าม คำว่า Maybe แสดงว่าแนวคิดใหม่นี้เป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าจริง ๆ แล้ว Leo เป็นคนสอน Mia
- Mia and Leo found another way to study together.
- I thought Mia was teaching Leo, but it was the other way around.
- On the other hand, Mia likes teaching while Leo prefers studying alone.
ดูคำตอบ
I thought Mia was teaching Leo, but it was the other way around.
not even that bothered: ไม่ได้กังวลหรือใส่ใจมากอย่างที่คาด
ในประโยคนี้ bothered หมายถึง “กังวล ใส่ใจ หรือได้รับผลกระทบ” ไม่ได้หมายถึง “ถูกขัดจังหวะทางกายภาพ” ผู้พูดใช้คำที่บอกความรู้สึกของคนกับต้นไม้เพื่อทำให้ต้นไม้ดูเหมือนมีความรู้สึก ความหมายคือเดือนที่แห้งแล้งมากเพียงเดือนเดียวอาจไม่ได้ส่งผลต่อต้นไม้มากนัก ใน not that bothered คำว่า that ไม่ได้หมายถึง “สิ่งนั้น” แต่บอกระดับว่า “ขนาดนั้น” วลีนี้จึงหมายถึง “ไม่ได้กังวลหรือได้รับผลกระทบมาก” ส่วน even เน้นว่าระดับที่ต่ำนี้น่าแปลกใจ กล่าวคือต้นไม้อาจได้รับผลกระทบน้อยกว่าที่คาด
แบบฝึกหัด
ใน “Sam missed one show, but he was not even that bothered,” วลีท้ายประโยคหมายความว่าอะไร?
- แซมไม่ได้กังวลมากอย่างที่คาด
- แซมเสียใจอย่างมาก
- มีคนคอยขัดจังหวะแซมอยู่เรื่อย ๆ
ดูคำตอบ
แซมไม่ได้กังวลมากอย่างที่คาด
because that memory of a stress is gonna be holding it back กริยาวลี
4:17เพราะความทรงจำถึงความเครียดนั้นจะไปฉุดรั้งมัน
within one year: กำหนดเวลาสูงสุดหนึ่งปี
Within one year กำหนดระยะเวลาสูงสุดหนึ่งปีโดยนับจากจุดอ้างอิง เหตุการณ์อาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้จนถึงสิ้นสุดช่วงเวลาหนึ่งปีนั้น รวมถึงอาจเกิดขึ้นเร็วกว่านั้นมาก ในที่นี้หมายความว่าต้นไม้จะสูญเสียความทรงจำนั้นอย่างช้าที่สุดภายในหนึ่งปี ไม่ได้หมายความว่าจะลืมเมื่อครบหนึ่งปีพอดี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย within และช่วงเวลาหนึ่งปีเพื่อกำหนดเวลาสูงสุด: You must finish the course ____.
ดูคำตอบ
within one year
holding it back: ขัดขวางการเติบโตหรือความก้าวหน้า
ในประโยคนี้ holding it back หมายถึงขัดขวางไม่ให้ต้นไม้เติบโตได้ดีเท่าที่ควรจะเป็น เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบของ hold back ว่า “จำกัดความก้าวหน้า” ไม่ใช่การดึงสิ่งของไปด้านหลังจริง ๆ hold back เป็นกริยาวลีที่แยกได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง hold กับ back เช่น hold it back หากต้องการบอกการกระทำที่ถูกขัดขวาง ให้ใช้ hold someone/something back from + -ing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษโดยใช้ hold back และคำสรรพนาม him: Fear can ____ from speaking in class.
ดูคำตอบ
hold him back
an idea that explains how or why something happens,
4:26ซึ่งเป็นแนวคิดที่อธิบายว่าสิ่งใดเกิดขึ้นได้อย่างไรหรือทำไม
which has yet to be tested to see if it's correct. ไวยากรณ์
4:30ที่ยังไม่ได้ถูกทดสอบเพื่อดูว่ามันถูกต้องหรือไม่
a hypothesis, an idea that...: นิยามศัพท์ด้วยส่วนขยายนามที่มีความหมายเดียวกัน
ประโยคนี้เริ่มด้วยศัพท์เฉพาะ a hypothesis แล้ววาง an idea that explains how or why something happens ไว้ข้างกัน นามวลีทั้งสองส่วนหมายถึงสิ่งเดียวกัน ส่วนขยายนามแบบอธิบายนี้ช่วยนิยามศัพท์ที่ผู้ฟังอาจไม่รู้จักโดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่ อนุประโยคสัมพันธ์ that explains how or why something happens ขยาย idea รูปแบบโดยรวมคือ “ศัพท์ คำจำกัดความด้วยคำง่าย ๆ แล้วจึงพูดประโยคต่อ” ทำให้คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์แนะนำคำศัพท์และดำเนินใจความหลักต่อได้ทันที
แบบฝึกหัด
an idea that explains how or why something happens ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- เป็นการบอกว่า ดร. ลูนา-ดิเอซคือแนวคิดหนึ่ง
- เป็นการกล่าวซ้ำและนิยาม a hypothesis ด้วยคำที่เข้าใจง่ายขึ้น
- เป็นการเสนอแนวคิดที่สองซึ่งไม่เกี่ยวข้องกัน
ดูคำตอบ
เป็นการกล่าวซ้ำและนิยาม a hypothesis ด้วยคำที่เข้าใจง่ายขึ้น
has yet to be tested: ยังรอการทดสอบ
ในประโยคนี้ has yet to be tested หมายถึงจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับการทดสอบ คำว่า yet เพิ่มความหมายว่าการทดสอบยังค้างอยู่หรือคาดว่าจะเกิดขึ้นในภายหลัง รูปแบบคือ have/has yet to + กริยารูปพื้นฐาน ตรงนี้ to be tested เป็นรูปถูกกระทำ เพราะประธานเป็นสิ่งที่ได้รับการทดสอบ ไม่ใช่ผู้ทำการทดสอบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายถึงการทดสอบยังไม่เกิดขึ้น แต่ยังคาดว่าจะมีการทดสอบในภายหลัง?
- The theory does not need to be tested.
- The theory has already been tested.
- The theory has yet to be tested.
ดูคำตอบ
The theory has yet to be tested.
Her hypothesis is that...: การกล่าวสมมติฐาน
Her hypothesis is that... ใช้เกริ่นเนื้อหาของคำอธิบายหรือแนวคิดที่เธอเสนอ อนุประโยคสมบูรณ์หลัง that บอกชัดเจนว่าเธอคิดว่าอะไรอาจเป็นจริง รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ someone's hypothesis is that + อนุประโยคสมบูรณ์ คำว่า hypothesis หมายถึงแนวคิดที่ยังต้องมีหลักฐานและการทดสอบ ดังนั้นรูปแบบนี้เสนอแนวคิดการวิจัย ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ hypothesis is that เพื่อบอกแนวคิดการวิจัยที่ยังต้องทดสอบ: The scientist's ____ the treatment works best at night.
ดูคำตอบ
hypothesis is that
a long period of time with little or no rain. การใช้คำ
4:39ช่วงเวลาที่ยาวนานที่มีฝนตกเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย
a long period of time with little or no rain: คำนิยามง่าย ๆ ของ drought
วลีหลังเครื่องหมายจุลภาคให้นิยามคำว่า drought ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย รูปแบบ “คำศัพท์, คำอธิบาย” นี้ช่วยให้ผู้พูดนำเสนอคำที่ผู้ฟังอาจไม่รู้จัก แล้วอธิบายความหมายทันที little or no rain หมายถึงมีฝนแทบไม่มีหรือไม่มีเลย ในที่นี้ rain เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้ little ไม่ใช่ few
แบบฝึกหัด
วลีหลังเครื่องหมายจุลภาคทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- วลีนี้อธิบาย drought ด้วยคำง่าย ๆ
- วลีนี้อธิบายวิธีทำให้ฝนตก
- วลีนี้บอกว่าภัยแล้งเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวัน
ดูคำตอบ
วลีนี้อธิบาย drought ด้วยคำง่าย ๆ
it might be useful to remember that 1947 was a very dry summer.
4:45มันอาจจะมีประโยชน์ที่จะจำได้ว่าปี 1947 เป็นฤดูร้อนที่แห้งแล้งมาก
For a tree which has lived for hundreds of years: กำหนดมุมมองของการประเมิน
เมื่ออยู่ต้นประโยค For a tree ... หมายถึง “จากมุมมองของต้นไม้” หรือ “เมื่อพิจารณาเรื่องนี้โดยสัมพันธ์กับต้นไม้” วลีนี้กำหนดว่าความเห็นต่อจากนั้นใช้กับใครหรือสิ่งใด ไม่ได้หมายถึงการมอบบางอย่างให้ต้นไม้ which has lived for hundreds of years เป็นอนุประโยคขยายคำนาม tree เมื่อรวมกัน วลีเปิดทั้งหมดจึงปูให้เข้าใจว่าเหตุใดการจำฤดูร้อนที่แห้งแล้งครั้งหนึ่งจึงอาจสำคัญต่อต้นไม้เก่าแก่เช่นนี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ For ... ตอนต้นประโยคเพื่อกำหนดมุมมองของการตัดสิน
- For a young child, this puzzle may be difficult.
- We worked on the puzzle for an hour.
- I bought this puzzle for a young child.
ดูคำตอบ
For a young child, this puzzle may be difficult.
maybe that stressful year is best forgotten. ไวยากรณ์
4:50บางทีปีที่เคร่งเครียดนั้นก็อาจจะดีที่สุดถ้าลืมมันไป
On the other hand: ใช้เปิดมุมมองที่ตัดกัน
On the other hand เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปพูดถึงอีกด้านหนึ่งที่แตกต่างและตัดกันของประเด็นเดียวกัน ในประโยคนี้ วลีนี้นำเสนอความคิดว่า การลืมปีที่เต็มไปด้วยความเครียดอาจดีกว่า แทนที่จะสานต่อแนวคิดก่อนหน้า ทั้งสองด้านไม่จำเป็นต้องหักล้างกัน วลีนี้ช่วยจัดระเบียบการอภิปรายที่ชั่งน้ำหนักหลายด้าน และใช้ได้แม้ไม่ได้พูด on the one hand ไว้อย่างชัดเจน ตราบใดที่ด้านแรกชัดเจนแล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนออีกด้านหนึ่งที่ตัดกันของแผนเดียวกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The plan is affordable. On the contrary, it could take months to finish.
- The plan is affordable. For example, it could take months to finish.
- The plan is affordable. On the other hand, it could take months to finish.
ดูคำตอบ
The plan is affordable. On the other hand, it could take months to finish.
is best forgotten: คำแนะนำในรูปประโยค passive
Is best forgotten ใช้โครงสร้าง be + best + past participle ประธาน that stressful year เป็นสิ่งที่รับการกระทำ โดยผู้พูดเสนอว่าการลืมปีนั้นเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด Best ในที่นี้แสดงคำแนะนำหรือการตัดสิน ไม่ได้บอกว่าปีนั้นถูกลืมไปแล้วมากน้อยเพียงใด รูปประโยคแบบกระทำคือ It is best to forget that stressful year.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ forget ในโครงสร้าง be + best + past participle: This old argument ____.
ดูคำตอบ
is best forgotten
not worried or concerned because it's not important to it.
4:55ไม่กังวลหรือเป็นห่วงเพราะมันไม่สำคัญต่อต้นไม้นั้น
not bothered: ไม่กังวลหรือไม่รำคาญใจ
ในที่นี้ not bothered หมายถึง ไม่รู้สึกกังวล รำคาญใจ หรือเป็นห่วง คำที่ตามมาว่า not worried or concerned อธิบายความหมายนี้โดยตรง เป็นการบอกท่าทีของต้นไม้ ไม่ได้หมายถึงการถูกรบกวนทางกายภาพ โครงสร้าง be bothered about/by something ใช้บอกว่าบางสิ่งส่งผลต่ออารมณ์ของคนหนึ่ง ส่วนรูปปฏิเสธ not be bothered หมายความว่าสิ่งนั้นไม่ได้ทำให้กังวลหรือรำคาญใจ
แบบฝึกหัด
wasn't bothered ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร: She wasn't bothered by the delay?
- ความล่าช้าไม่ได้ทำให้เธอไม่สบายใจหรือกังวล
- เธอเป็นคนทำให้เกิดความล่าช้า
- เธอไม่สังเกตเห็นความล่าช้า
ดูคำตอบ
ความล่าช้าไม่ได้ทำให้เธอไม่สบายใจหรือกังวล
do have memories: do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า
ใน trees do have memories คำว่า do ใช้เน้นกริยา have ในประโยคบอกเล่า ผู้พูดกำลังยืนยันว่าต้นไม้มีความทรงจำจริง ๆ ซึ่งมักใช้เพื่อยืนยันเรื่องที่อาจมีคนสงสัย ในที่นี้ยังช่วยเตรียมความขัดแย้งที่ตามหลัง but โครงสร้างคือ do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน เช่น they do have, she does have และ they did have เนื่องจาก trees เป็นประธานพหูพจน์และประโยคอยู่ในปัจจุบัน จึงต้องใช้ do have ไม่ใช่ do has
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย do ที่ใช้เน้นและกริยารูปพื้นฐานในวงเล็บ: You think I forgot, but I ____ your name. (remember)
ดูคำตอบ
do remember
let it get them stressed: let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
ใน let it get them stressed คำว่า let หมายถึง “ปล่อยให้” หรือ “ยอมให้” สรรพนาม it คือสิ่งที่ถูกปล่อยให้ส่งผล ส่วน get them stressed หมายถึง “ทำให้พวกมันเครียด” ทั้งวลีจึงหมายความว่า พวกมันไม่ยอมให้สิ่งที่เพิ่งกล่าวถึงทำให้ตัวเองอยู่ในภาวะเครียด โครงสร้างคือ let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ get เป็นกริยารูปพื้นฐาน แล้วตามด้วย กรรม + คำคุณศัพท์: get + them + stressed หลัง let ต้องใช้ get ไม่ใช่ gets หรือ to get
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ let และ get เติมประโยคให้สมบูรณ์: Don't ____ one mistake ____ you upset.
ดูคำตอบ
let · get
the secret to a long life: secret to + คำนามหรือรูป -ing
ใน the secret to a long life คำว่า secret ไม่ได้หมายถึงข้อมูลที่ต้องปกปิด แต่ใช้เชิงเปรียบเทียบเพื่อหมายถึงกุญแจสำคัญ นิสัย หรือวิธีที่ช่วยให้เกิดผลลัพธ์ ผู้พูดเสนอคำอธิบายที่เป็นไปได้ของการมีอายุยืนด้วยน้ำเสียงเบา ๆ และขี้เล่น ใช้โครงสร้าง the secret to + คำนามหรือรูป -ing เช่น the secret to success และ the secret to staying calm ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท ดังนั้นถ้าตามด้วยกริยา ต้องใช้รูป -ing
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ learn เติมประโยคให้สมบูรณ์: The secret to ____ new words is regular practice.
ดูคำตอบ
learning
I'm afraid: คำเกริ่นสุภาพเพื่อให้ถ้อยคำนุ่มนวล
ในประโยคนี้ I'm afraid เป็นคำเกริ่นที่ช่วยให้ถ้อยคำสุภาพและนุ่มนวลขึ้น ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดรู้สึกกลัว ผู้พูดใช้เพื่อแสดงความรู้สึกเสียดายขณะบอกแซมว่าเขาผิด วลีนี้วางก่อนข่าวร้าย หรือแทรกหลังใจความหลักเหมือนในตัวอย่างก็ได้ ข้อเท็จจริงยังเหมือนเดิม แต่คำแก้ไขฟังไม่ห้วนเกินไป
แบบฝึกหัด
I'm afraid ทำหน้าที่อะไรในประโยค I'm afraid the museum is already closed.?
- บอกว่าผู้พูดกลัวพิพิธภัณฑ์
- ขอให้ใครสักคนปิดพิพิธภัณฑ์
- ช่วยให้ข่าวร้ายฟังนุ่มนวลขึ้นและแสดงความเสียดาย
ดูคำตอบ
ช่วยให้ข่าวร้ายฟังนุ่มนวลขึ้นและแสดงความเสียดาย
even + คำขั้นกว่าใน even longer
Even วางหน้าคำขั้นกว่า longer เพื่อเน้นการเปรียบเทียบ พวกมันไม่ได้เพียงมีชีวิตยืนยาวกว่าเท่านั้น แต่ระยะเวลาจริงยังมากกว่าจำนวนที่กล่าวไว้ก่อนหน้าหรือมากกว่าที่คาดไว้ด้วย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ even + คำขั้นกว่า เช่น even colder, even faster และ even more useful
แบบฝึกหัด
ใช้ even กับคำขั้นกว่าของ cold เพื่อเติมประโยค: It was cold yesterday, but today it is ____.
ดูคำตอบ
even colder
in fact: เพิ่มข้อเท็จจริงที่เจาะจงและหนักแน่นขึ้น
in fact ช่วยจัดลำดับข้อมูล โดยบอกผู้ฟังว่ารายละเอียดที่เพิ่มเข้ามาเจาะจงกว่าหรือหนักแน่นกว่าสิ่งที่เพิ่งพูดไป คำที่ทำหน้าที่แบบนี้เรียกว่าเครื่องหมายเชื่อมโยงวาทกรรม ในที่นี้ “over five thousand years” ช่วยย้ำคำกล่าวกว้าง ๆ ว่า “even longer” เมื่อวาง in fact ไว้หลังรายละเอียดที่เพิ่มเข้ามาเหมือนในประโยคนี้ คำนี้จะกล่าวถึงรายละเอียดทั้งหมดนั้น นอกจากนี้ยังใช้แก้ความคิดก่อนหน้าได้ แต่ในประโยคนี้เป็นการย้ำและทำให้ข้อมูลชัดเจนขึ้น ไม่ใช่การโต้แย้ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ in fact เพื่อเพิ่มข้อเท็จจริงที่เจาะจงขึ้นและช่วยย้ำข้อความแรก?
- The trail is long. In fact, it stretches for more than 20 kilometres.
- The trail is long because it circles the whole lake.
- The trail is long. However, it is easy to walk.
ดูคำตอบ
The trail is long. In fact, it stretches for more than 20 kilometres.
all the way back: เน้นการย้อนกลับไปไกลในอดีต
all the way back เน้นว่าบางสิ่งย้อนกลับไปถึงจุดหนึ่งในอดีตที่ไกลอย่างน่าประหลาดใจ back ชี้ไปยังเวลาที่ก่อนหน้านั้น ส่วน all the way ทำให้รู้สึกว่าช่วงเวลานั้นยาวเป็นพิเศษ เมื่อระบุจุดปลายทางของเวลา ให้ใช้ all the way back to + เวลาหรือยุค ในคำบรรยาย to the Bronze Age ระบุจุดเวลาที่ไกลนั้น
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเป้าหมายเติมประโยคให้สมบูรณ์เพื่อเน้นช่วงเวลาที่ยาวนาน: The town records go ____ to 1720.
ดูคำตอบ
all the way back
the Bronze Age: ยุคสำริดในฐานะจุดอ้างอิงทางประวัติศาสตร์
the Bronze Age หมายถึง “ยุคสำริด” ซึ่งเป็นยุคโบราณที่ได้ชื่อมาจากการใช้สำริดทำเครื่องมือและอาวุธอย่างแพร่หลาย ช่วงเวลาของยุคนี้แตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค จึงเป็นการแบ่งยุคทางประวัติศาสตร์แบบกว้าง ๆ ไม่ใช่วันที่แน่นอนเพียงวันเดียวทั่วโลก ในประโยคนี้ back to the Bronze Age ใช้ยุคสำริดเป็นจุดอ้างอิงด้านเวลา ทำให้จำนวนปีที่มากกลายเป็นภาพเปรียบเทียบทางประวัติศาสตร์ที่เห็นได้ชัด และเน้นว่าบางสิ่งเก่าแก่อย่างยิ่ง
แบบฝึกหัด
การกล่าวถึงยุคสำริดในประโยคนี้ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจอะไรเป็นหลัก?
- ทำให้ช่วงเวลาที่ยาวนานอย่างยิ่งดูเป็นรูปธรรม
- บอกวันที่แน่นอนทั่วโลกที่มีการคิดค้นสำริด
- บอกว่าสิ่งนั้นทำจากสำริด
ดูคำตอบ
ทำให้ช่วงเวลาที่ยาวนานอย่างยิ่งดูเป็นรูปธรรม
What memories ... must have: คำอุทานและการคาดคะเนอย่างมั่นใจ
นี่คือประโยคอุทานแบบ what: What + คำนามพหูพจน์ + ประธาน + กริยา การนำ What memories มาไว้ข้างหน้าแสดงความทึ่งว่าต้นไม้เหล่านั้นน่าจะมีความทรงจำมากมายหรือรุ่มรวยเพียงใด ประธาน those trees อยู่ก่อน must จึงไม่ใช่คำถาม Must แสดงการคาดคะเนที่มั่นใจมาก และ have เป็นกริยาหลักหมายถึง “มี” ดังนั้นประโยคนี้จึงจินตนาการว่าต้นไม้เก่าแก่เป็นพยานของประวัติศาสตร์ นี่ไม่ใช่โครงสร้าง modal perfect แบบ must have + past participle ซึ่งใช้คาดคะเนเหตุการณ์ในอดีต
แบบฝึกหัด
What stories this old house must have! แสดงความหมายใด?
- การขอให้บ้านเล่าเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ
- ความทึ่งและความเชื่ออย่างมากว่าบ้านเก่าหลังนั้นมีเรื่องราวมากมาย
- คำถามตรง ๆ ว่าเรื่องใดเป็นเรื่องจริง
ดูคำตอบ
ความทึ่งและความเชื่ออย่างมากว่าบ้านเก่าหลังนั้นมีเรื่องราวมากมาย
If only they could... สำหรับความปรารถนาที่ไม่เป็นจริง
ใน If only they could speak. คำว่า If only ใช้เปิดความปรารถนาอย่างแรงกล้าเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่เป็นจริงในตอนนี้ ผู้พูดจินตนาการว่าพวกเขาพูดได้และรู้สึกเสียดายที่จริง ๆ แล้วทำไม่ได้ โครงสร้าง If only + ประธาน + could ช่วยแสดงระยะห่างจากความจริงในปัจจุบัน could ตรงนี้ไม่ได้บอกความสามารถในอดีต แต่ทำให้ speak เป็นสิ่งที่อยากให้เกิดแต่ไม่เป็นจริง เมื่อเทียบกับ I wish แล้ว If only มักให้อารมณ์และน้ำเสียงอุทานมากกว่า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงความปรารถนาอย่างแรงกล้าเกี่ยวกับความสามารถที่ไม่มีอยู่จริงในปัจจุบัน
- If only I could understand what my dog was thinking.
- I can understand my dog only if it barks twice.
- If I understand my dog, I write it down.
ดูคำตอบ
If only I could understand what my dog was thinking.
let's recap: สัญญาณเข้าสู่ช่วงทบทวน
Let's recap เป็นสัญญาณว่ากำลังเปลี่ยนจากการอธิบายเนื้อหาหลักไปสู่การทบทวนข้อมูลก่อนหน้าแบบสั้น ๆ ช่วยให้ผู้ฟังเห็นโครงสร้างว่า ผู้พูดไม่ได้กำลังเริ่มหัวข้อใหม่ Let's รวมผู้พูดและผู้ฟังไว้ในการกระทำถัดไป ส่วน recap เป็นคำกริยาที่หมายถึง “สรุปสั้น ๆ ถึงสิ่งที่พูดไปแล้ว” ในประโยคนี้ the vocabulary we've learned บอกเนื้อหาที่จะทบทวน และ starting with immune system บอกรายการแรก
แบบฝึกหัด
ผู้นำเสนออธิบายโครงการเสร็จแล้วและต้องการเริ่มทบทวนสั้น ๆ ประโยคใดเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุด
- Let's introduce a new project before we finish.
- Let's skip everything we discussed before we finish.
- Let's recap the main points before we finish.
ดูคำตอบ
Let's recap the main points before we finish.
starting with immune system: บอกสิ่งแรกในรายการ
วลี starting with immune system บอกผู้ฟังว่าจะทบทวนคำศัพท์รายการใดก่อน วลี -ing นี้ช่วยบอกลำดับของการทบทวน ไม่ได้หมายความว่าจะทบทวนเฉพาะ immune system เท่านั้น ใช้ starting with + คำนามหรือกลุ่มคำนามต่อจากประโยคหลักเพื่อบอกส่วนแรกของรายการ คำอธิบาย การเยี่ยมชม หรือขั้นตอนหลายขั้น ในที่นี้ immune system เป็นชื่อของรายการคำศัพท์ จึงใช้โดยไม่ต้องมี the
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ starting with เพื่อบอกสิ่งแรกในชุดรายการ?
- We'll tour the house, starting with the kitchen.
- We'll tour the house after we leave the kitchen.
- We'll tour the house because the kitchen is large.
ดูคำตอบ
We'll tour the house, starting with the kitchen.
the body's way of fighting infection and disease. ลำดับความ
5:34วิธีที่ร่างกายต่อสู้กับการติดเชื้อและโรคภัย
the body's way of fighting infection and disease: คำนิยามตามหน้าที่
วลีทั้งหมดนี้ให้คำนิยาม immune system แบบง่ายโดยอธิบายหน้าที่ กล่าวคืออธิบายว่าระบบภูมิคุ้มกันทำอะไร แทนที่จะไล่รายชื่อส่วนประกอบทางชีววิทยา ในคำนิยามนี้ fighting infection and disease หมายถึงการปกป้องร่างกายจากการติดเชื้อและโรค รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ someone's/something's way of + รูป -ing รูปแบบนี้นำเสนอการกระทำว่าเป็นวิธีหรือกระบวนการตามธรรมชาติที่คนหรือสิ่งหนึ่งใช้เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ body's เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของ และ fighting หลัง of อยู่ในรูป -ing
แบบฝึกหัด
ประโยคใดให้นิยามสิ่งหนึ่งโดยอธิบายหน้าที่ด้วย someone's way of + -ing?
- A password may contain letters and numbers.
- A password is a user's way of protecting an account.
- A password is usually typed into a box.
ดูคำตอบ
A password is a user's way of protecting an account.
A food chain describes how...: ใช้ describes how จัดลำดับคำอธิบายกระบวนการ
ในประโยคนี้ A food chain เป็นชื่อแนวคิดที่กำลังอธิบาย จากนั้น describes how จะเปิดอนุประโยคที่บอกกระบวนการว่าพืชและสัตว์ถูกกินและกินกันและกันอย่างไร นิยามนี้จึงจัดข้อมูลเป็นรูปแบบ “หัวข้อ + describes how + กระบวนการ” หลัง describes how ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าตามปกติ โดยประธานอยู่หน้าคำกริยา เช่น how plants and animals get eaten ใช้รูปแบบนี้ได้เมื่อแผนภาพ หนังสือ บทเรียน หรือแนวคิดอธิบายว่ากระบวนการหรือระบบทำงานอย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ โดยใช้รูปที่ถูกต้องของ describe ร่วมกับคำที่หมายถึง “ด้วยวิธีใด”: The diagram ____ water moves through the pipes.
ดูคำตอบ
describes how
get eaten: กรรมวาจกแบบ get + กริยาช่องสาม
get eaten เป็นโครงสร้างกรรมวาจกแบบ get: get + กริยาช่องสาม ประธานเป็นผู้รับการกระทำ ดังนั้น plants and animals จึงถูกสิ่งอื่นกิน ส่วน eaten เป็นกริยาช่องสามแบบไม่ปกติของ eat กรรมวาจกแบบ get มักนำเสนอการกระทำว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับประธาน และอาจทำให้ผลลัพธ์ดูชัดเจนขึ้น ในที่นี้ การถูกกินถูกนำเสนอเป็นขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการในห่วงโซ่อาหาร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกแบบ get ของ eat: Small fish often ____ by larger fish.
ดูคำตอบ
get eaten
Opportunistic people take advantage of a situation
5:41คนฉวยโอกาส (opportunistic) จะฉวยความได้เปรียบจากสถานการณ์
A hypothesis is an idea to explain how
5:47สมมติฐาน (hypothesis) คือแนวคิดเพื่ออธิบายว่าสิ่งใดเกิดขึ้นได้อย่างไร
that hasn't been tested: บอกว่าแนวคิดยังไม่ได้รับการยืนยัน
How or why something happens บอกว่าแนวคิดนี้พยายามอธิบายอะไร อนุประโยคขยายคำนาม that hasn't been tested to see if it's correct ตั้งใจขยาย idea หรือ hypothesis กล่าวคือ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครตรวจสอบว่าแนวคิดนั้นถูกต้องหรือไม่ Hasn't been tested เป็น present perfect รูปถูกกระทำ hasn't เชื่อมสถานะที่ยังไม่ได้ทดสอบมาถึงปัจจุบัน และ been tested แสดงว่าแนวคิดเป็นสิ่งที่ถูกทดสอบ ประโยคนี้จึงรวมหน้าที่ของแนวคิดกับสถานะที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
แบบฝึกหัด
ในประโยคเดิม 'that hasn't been tested to see if it's correct' ขยายสิ่งใด
- เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
- การทดสอบเอง
- แนวคิดหรือสมมติฐาน
ดูคำตอบ
แนวคิดหรือสมมติฐาน
you're not worried because it's not important to you.
6:00ก็คือคุณไม่กังวลเพราะมันไม่สำคัญสำหรับคุณ
Bye for now: คำบอกลาชั่วคราวที่เป็นมิตร
Bye for now. เป็นคำบอกลาที่เป็นมิตรเพื่อจบการสนทนาในตอนนี้ for now หมายถึง “ตอนนี้” หรือ “ชั่วคราว” จึงทำให้การบอกลาไม่ฟังดูถาวร และสื่อว่าอาจติดต่อกันอีกในภายหลัง คำนี้เป็นคำปิดท้ายที่สมบูรณ์และใช้เดี่ยว ๆ ได้ แต่ไม่ได้สัญญาว่าจะพบกันครั้งต่อไปในเวลาใดเวลาหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำปิดท้ายสามคำในบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ลาก่อนชั่วคราว”: We can talk again tomorrow. ____!
ดูคำตอบ
Bye for now