เสียงที่ทำให้คุณอยากจะกรีดร้อง ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ
BBC Learning English
ภาพรวมวิดีโอ: นีลและฟิลอธิบายภาวะมิโซโฟเนีย ซึ่งเสียงธรรมดาในชีวิตประจำวันอาจกระตุ้นปฏิกิริยาสู้หรือหนีได้ทันที พร้อมกล่าวถึงผลกระทบทางอารมณ์ วิธีรับมือ และผลสำรวจว่าเสียงใดสร้างความทุกข์มากที่สุด ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. finds certain sounds irritating, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจโครงสร้าง find + กรรม + คำคุณศัพท์ ซึ่งใช้บอกว่าผู้พูดมองหรือรู้สึกต่อสิ่งหนึ่งอย่างไร และนำไปใช้บรรยายปฏิกิริยาต่อเสียง พฤติกรรม สถานการณ์ หรือประสบการณ์ได้กระชับกว่าการแยกเป็นอนุประโยค that 2. takes its toll. — สำนวนและภาษาเชิงเปรียบเทียบ: แยกแยะได้ว่าสำนวนนี้หมายถึงการก่อความทุกข์ ความเสียหาย หรือความเหนื่อยล้าที่สะสมขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ได้หมายถึงการเก็บค่าผ่านทางตามตัวอักษร และใช้กล่าวถึงผลระยะยาวของความเครียด โรคภัย งาน หรือปัญหาสังคมได้ 3. has passed away. — สำนวนและภาษาเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่าเป็นทางเลือกที่สุภาพและคำนึงถึงความรู้สึกมากกว่า has died และเลือกใช้เมื่อกล่าวถึงความตายในข้อความแสดงความเสียใจ บทสนทนาส่วนตัว หรือรายงานทางการที่ควรใช้น้ำเสียงนุ่มนวล
คำอธิบายในบทเรียนนี้
this is 6 Minute English from BBC Learning English.
0:06นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English
bite one's nails: กัดเล็บ
ในที่นี้ biting my nails หมายถึงการใช้ฟันกัดเล็บมือของตนเอง ส่วน was biting เป็นรูป past continuous จึงสื่อว่าการกระทำกำลังดำเนินอยู่ ณ ช่วงเวลาหนึ่งในอดีต bite one's nails ยังเป็นรูปแบบปกติที่ใช้พูดถึงนิสัยนี้ด้วย สำนวนนี้มักเชื่อมโยงกับความประหม่า แต่ตัวประโยคเองบอกเพียงการกระทำ ส่วนเหตุผลต้องดูจากบริบท
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ bite one's nails: When Maya feels nervous, she sometimes ____.
ดูคำตอบ
bites her nails
It's not only you who...: ไม่ได้มีแค่คุณที่...
It's not only you who... หมายความว่าผู้ฟังไม่ได้เป็นคนเดียวที่มีความรู้สึกหรือประสบการณ์ตามที่กล่าวต่อมา โครงสร้างนี้เน้น you แล้วใช้อนุประโยค who บอกสิ่งที่เป็นจริงกับคนอื่นด้วย ในที่นี้ who finds certain sounds... เป็นอนุประโยคขยาย ไม่ใช่คำถาม โครงสร้างนี้มักใช้เพื่อทำให้อีกฝ่ายสบายใจ หรือแก้ความคิดที่ว่าปฏิกิริยานั้นเกิดขึ้นกับตนเพียงคนเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง It's not only you who...: ____ feel nervous before a presentation.
ดูคำตอบ
It's not only you who
finds certain sounds irritating: find + กรรม + คำคุณศัพท์
ตรงนี้ finds ไม่ได้แปลว่า “ค้นพบ” แต่หมายถึง “มองว่า” หรือ “รู้สึกว่า” ใน finds certain sounds irritating คำว่า certain sounds เป็นกรรม และ irritating เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกปฏิกิริยาของคนที่มีต่อเสียงเหล่านั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ find + กรรม + คำคุณศัพท์ ซึ่งใช้แสดงการประเมินได้อย่างกระชับ I find this chair uncomfortable หมายถึงผู้พูดรู้สึกว่าเก้าอี้ตัวนี้นั่งไม่สบาย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ find + กรรม + คำคุณศัพท์ได้ถูกต้องเพื่อแสดงการประเมิน
- I find uncomfortable this chair.
- I find this chair uncomfortable.
- I find this chair uncomfortably.
ดูคำตอบ
I find this chair uncomfortable.
or even unbearable: แสดงขั้นสุดท้ายที่รุนแรงขึ้น
Or even ใช้เกริ่นความเป็นไปได้ข้อสุดท้ายที่รุนแรงกว่า สุดขั้วกว่า หรือน่าประหลาดใจกว่าสิ่งที่กล่าวมาก่อน ในที่นี้คำบรรยายขยับจาก unpleasant ไปเป็น unbearable ผู้ฟังจึงรับรู้ได้ว่าระดับความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ตรงนี้ even เป็นคำวิเศษณ์เน้นจุดสำคัญที่ขับให้เห็นการเพิ่มระดับ ไม่ได้หมายถึง “เลขคู่” เมื่อได้ยิน or even ผู้ฟังจะคาดว่าข้อต่อไปจะสุดขั้วหรือน่าประหลาดใจกว่าเดิม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ or even เพื่อแสดงการขยับไปสู่ผลลัพธ์ที่รุนแรงกว่าอย่างชัดเจน
- The storm could cut off the whole town or even make the roads slightly wet.
- The storm could damage roads even or cut off the whole town.
- The storm could damage roads or even cut off the whole town.
ดูคำตอบ
The storm could damage roads or even cut off the whole town.
Whether it's A, B, or C, ...: ข้อสรุปเดียวที่ใช้กับทุกกรณี
Whether it's A, B, or C, ใช้เกริ่นหลายกรณีที่เป็นไปได้ก่อนจะบอกข้อสรุปหลักหนึ่งข้อ ในประโยคนี้ กิจกรรมรูป -ing ทั้งสามอย่างแสดงแหล่งกำเนิดเสียงที่ต่างกัน ส่วนประโยคหลักที่ตามมาบอกว่าเสียงใดก็ตามอาจก่อให้เกิดผลแบบเดียวกันได้ whether ในที่นี้ไม่ได้ใช้ถามให้ใครเลือกคำตอบ แต่หมายถึง “ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด” โครงสร้างนี้จึงช่วยรวมตัวอย่างที่ต่างกันไว้ภายใต้ผลลัพธ์เดียวกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง Whether it's...: ____ a cold morning, a rainy afternoon, or a windy evening, the dog still needs a walk.
ดูคำตอบ
Whether it's
some everyday sounds have the power to make us angry or upset. ไวยากรณ์
0:35เสียงในชีวิตประจำวันบางเสียงก็มีพลังทำให้เราโกรธหรืออารมณ์เสียได้
have the power to + กริยา: ความสามารถในการก่อให้เกิดผล
have the power to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “มีความสามารถหรืออิทธิพลที่จะก่อให้เกิดผลบางอย่าง” power ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงไฟฟ้าหรืออำนาจ แต่หมายถึงความสามารถของเสียงในชีวิตประจำวันในการส่งผลต่ออารมณ์ของผู้คน ใน make us angry or upset คำว่า make ใช้ตามโครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย us คือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ และ angry or upset คือความรู้สึกที่เกิดขึ้น have the power to เน้นอิทธิพลและมีลักษณะเป็นการอธิบายมากกว่าการใช้ can เพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ have the power to: A sincere apology ____ repair a damaged friendship.
ดูคำตอบ
has the power to
misophonia, also known as sound rage. วลี
0:41ภาวะเกลียดเสียง (misophonia) หรือที่เรียกว่าความโกรธจากเสียง
also known as: การแนะนำชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่ง
also known as ใช้แนะนำชื่ออื่น ชื่อเล่น นามแฝง หรือชื่อเรียกของคนหรือสิ่งเดียวกัน ในที่นี้ sound rage ถูกนำเสนอเป็นอีกชื่อหนึ่งของ misophonia โครงสร้างคือ A, also known as B วลีนี้เป็นอนุประโยคกรรมวาจกแบบย่อ คล้ายกับ A, which is also known as B โดยหลัง as จะตามด้วยชื่ออีกชื่อหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนเป้าหมายเติมประโยคให้สมบูรณ์: The writer Eric Blair was ____ George Orwell.
ดูคำตอบ
also known as
more common than you might think: การแก้ความคาดหมายอย่างนุ่มนวล
more common than you might think หมายความว่าเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นบ่อยกว่า หรือพบในคนจำนวนมากกว่าที่ผู้ฟังอาจคาดไว้ เป็นการแก้ความคิดที่ว่าเรื่องนั้นพบได้น้อยอย่างนุ่มนวล might think แสดงเพียงความคาดหมายที่ผู้ฟังอาจมี ไม่ได้อ้างว่าผู้พูดรู้แน่ชัดว่าผู้ฟังคิดอย่างไร โครงสร้าง more + คำคุณศัพท์ + than you might think ยังใช้บอกระดับอื่นที่เกินคาดได้ เช่น ง่ายกว่าหรือมีประโยชน์กว่าที่คาด
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเป้าหมายตามบทเรียนทุกคำเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Minor spelling mistakes are ____.
ดูคำตอบ
more common than you might think
According to some estimates: ระบุแหล่งที่มาและความไม่แน่นอน
According to some estimates ใช้เกริ่นว่าข้อมูลต่อไปนี้มาจากการประมาณการภายนอก ไม่ใช่ตัวเลขที่ผู้พูดยืนยันได้อย่างแม่นยำ According to ระบุหลักฐานหรือแหล่งที่มา ส่วน some estimates แสดงว่าค่าประมาณอาจแตกต่างกันและยังมีความไม่แน่นอน เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะกำหนดกรอบให้เนื้อหาทั้งหมดที่ตามมาเป็นข้อมูลโดยประมาณ ผู้พูดจึงรายงานตัวเลขได้โดยไม่กล่าวว่าเป็นข้อเท็จจริงที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอค่าใช้จ่ายเป็นตัวเลขที่ยังไม่แน่นอนและมาจากการประมาณการภายนอกที่ไม่ได้ระบุแหล่งอย่างเจาะจง
- According to some estimates, the repairs could cost more than two million pounds.
- I have no outside information, but I think the repairs look expensive.
- The signed contract fixes the repair cost at two million pounds.
ดูคำตอบ
According to some estimates, the repairs could cost more than two million pounds.
one person in five is affected emotionally by the coughing, โน้ต
0:491 ใน 5 คนจะได้รับผลกระทบทางอารมณ์จากเสียงไอ
one person in five: การบอกสัดส่วนหนึ่งในห้า
one person in five หมายถึงหนึ่งคนจากทุก ๆ ห้าคนในประชากรโดยรวม หรือหนึ่งในห้า ซึ่งเท่ากับประมาณ 20% รูปแบบคือ one + คำนามเอกพจน์ที่เป็นสมาชิกของกลุ่ม + in + จำนวนทั้งหมด ในประโยคนี้ one person เป็นประธานเอกพจน์ จึงใช้กริยา is
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบ one person in + number ที่ตรงตามโครงสร้างเพื่อกล่าวเปอร์เซ็นต์ใหม่: 20% preferred the night train. In other words, ____ preferred the night train.
ดูคำตอบ
one person in five
is affected emotionally by: โครงสร้างกรรมวาจกที่แสดงผลกระทบทางอารมณ์
is affected emotionally by เป็นโครงสร้างกรรมวาจกที่หมายถึงใครบางคนได้รับผลกระทบทางอารมณ์จากบางสิ่ง ผู้ที่ได้รับผลกระทบอยู่ในตำแหน่งประธาน และ by ใช้นำหน้าสาเหตุของผลกระทบ affected ในที่นี้หมายถึงได้รับอิทธิพลหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ไม่ได้หมายถึงรู้สึกซาบซึ้งเสมอไป ส่วน emotionally ระบุว่าผลกระทบนั้นเกี่ยวกับความรู้สึกหรือปฏิกิริยาทางอารมณ์
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่สื่อได้ถูกต้องว่าการวิจารณ์อย่างต่อเนื่องส่งผลทางอารมณ์ต่อเด็กจำนวนมาก
- Many children are affected emotionally by constant criticism.
- Many children affect emotionally by constant criticism.
- Many children are affected emotion by constant criticism.
ดูคำตอบ
Many children are affected emotionally by constant criticism.
In this program, we'll be finding out more about the medical condition misophonia. ลำดับความ
0:59ในรายการนี้ เราจะมาค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาวะทางการแพทย์ที่เรียกว่า misophonia
we'll be finding out more about: การเกริ่นหัวข้อถัดไป
we'll be finding out more about... ใช้เกริ่นล่วงหน้าว่ารายการจะสำรวจหัวข้อใดต่อไป ประโยคนี้บอกผู้ฟังว่าพวกเขาจะค่อย ๆ เรียนรู้เรื่องนั้นผ่านเนื้อหาส่วนถัดไปของรายการ We'll เป็นรูปย่อของ we will และ be finding out ทำให้เป็นโครงสร้างอนาคตกำลังกระทำ ส่วน find out more about หมายถึงเรียนรู้หรือค้นพบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบางเรื่อง ไม่ใช่การหาสิ่งของให้เจอจริง ๆ วลีทั้งหมดช่วยจัดระเบียบบทนำโดยชี้ไปยังหัวข้อหลักที่กำลังจะตามมา
แบบฝึกหัด
เติมคำเกริ่นด้วยวลีเป้าหมายโดยใช้รูปย่อ we'll: In this podcast, ____ how bees communicate.
ดูคำตอบ
we'll be finding out more about
And as usual, we'll be learning some useful new vocabulary as well.
1:04และเช่นเคย เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ด้วย
According to a recent survey by the American Journal Medical News,
1:11จากการสำรวจเมื่อเร็วๆ นี้โดยวารสารการแพทย์อเมริกัน Medical News
which of the following did their readers find the most unpleasant sound? วลี
1:16ผู้อ่านของพวกเขาคิดว่าเสียงใดต่อไปนี้เป็นเสียงที่ไม่น่าฟังที่สุด?
Which of the following: เลือกจากตัวเลือกที่ระบุไว้
Which of the following เป็นโครงสร้างคำถามตายตัวที่ใช้เมื่อมีการระบุคำตอบที่เป็นไปได้ไว้แล้ว โดย which ขอให้ผู้อ่านเลือกภายในชุดตัวเลือกที่จำกัดนั้น ในที่นี้ the following หมายถึง “รายการที่แสดงถัดไปหรืออยู่ด้านล่าง” ไม่ใช่การเดินตามใคร คำนามสามารถละได้เมื่อคำถามบอกหมวดหมู่ชัดเจน ในประโยคนี้ละคำว่า sounds (“เสียง”) ไว้
แบบฝึกหัด
เติมคำถามแบบทดสอบด้วยวลีตายตัวที่ใช้ขอให้เลือกจากตัวเลือกที่ระบุไว้: “____ is a renewable source of energy?”
ดูคำตอบ
Which of the following
Hmm, I'll guess it was squeaky bicycle brakes. น้ำเสียง/เจตนา
1:30อืม ผมขอเดาว่าเป็นเสียงเบรกจักรยานดังเอี๊ยดอ๊าดแล้วกัน
I'll guess it was...: เดาคำตอบในขณะนั้น
I'll guess it was... ใช้เกริ่นคำตอบที่ผู้พูดเลือกในขณะนั้นทั้งที่ยังไม่แน่ใจ คำว่า guess แสดงความไม่แน่ใจอย่างชัดเจน จึงฟังนุ่มนวลและไม่ฟันธงเท่าการพูดเพียง It was... ที่นี่ I'll หมายถึง I will แต่ will แสดงการตัดสินใจทันทีว่าจะลองเดา ไม่ใช่คำสัญญาที่หนักแน่นเกี่ยวกับอนาคต it อ้างกลับไปถึงคำตอบหรือสิ่งที่กำลังระบุ และสิ่งที่เดาจะตามหลัง was
แบบฝึกหัด
พิธีกรถามว่ารางวัลที่ซ่อนไว้อยู่หลังประตูบานไหน แต่คุณไม่แน่ใจ คำตอบใดแสดงการเดาในขณะนั้นได้ดีที่สุด?
- I was told it was the blue door.
- I know it was the blue door.
- I'll guess it was the blue door.
ดูคำตอบ
I'll guess it was the blue door.
Okay, Phil. We'll find out the answer later in the program. กริยาวลี
1:36ตกลง Phil เราจะมาหาคำตอบกันในช่วงหลังของรายการ
find out the answer: ได้รู้ว่าคำตอบคืออะไร
ใน find out the answer คำว่า find out เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “ได้รู้หรือค้นพบข้อมูล” โดยสื่อถึงการเปลี่ยนจากไม่รู้คำตอบมาเป็นรู้คำตอบ ไม่ได้หมายถึงการพบสิ่งของที่อยู่ข้างนอก ในที่นี้ later in the program บอกว่าคำตอบจะถูกเปิดเผยในช่วงหลังของรายการ เมื่อถึงตอนนั้นผู้ชมจะ find out the answer หรือได้รู้คำตอบนั่นเอง
แบบฝึกหัด
พิธีกรรู้คำตอบอยู่แล้วและจะเปิดเผยหลังช่วงพัก ประโยคใดบอกว่าผู้ชมจะได้รู้คำตอบในตอนนั้น
- We'll look for the answer after the break.
- We'll write down the answer after the break.
- We'll find out the answer after the break.
ดูคำตอบ
We'll find out the answer after the break.
suffering from misophonia: suffer from + โรคหรือภาวะ
suffer from + โรคหรือภาวะ หมายถึงเป็นโรคหรือมีภาวะนั้นและได้รับผลกระทบที่เป็นอันตรายหรือไม่สบายจากมัน บุพบท from เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบนี้ ใน people suffering from misophonia วลี suffering from misophonia เป็นวลีรูป -ing ที่ขยาย people และสามารถขยายเป็น people who suffer from misophonia ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ suffer from: Nina often ____ severe migraines.
ดูคำตอบ
suffers from
the specific sounds which cause them to become emotionally upset, ไวยากรณ์
1:42เสียงเฉพาะเจาะจงที่ทำให้พวกเขาอารมณ์เสีย
which cause them to become emotionally upset: cause + กรรม + to become + คำคุณศัพท์
โครงสร้าง cause + กรรม + to become + คำคุณศัพท์ หมายถึงบางสิ่งทำให้คนหรือสิ่งของเปลี่ยนเข้าสู่สภาพใหม่ ในประโยคนี้ them เป็นกรรมที่ได้รับผล และ emotionally upset เป็นสภาพที่เกิดขึ้น โดย emotionally ระบุว่าความไม่สบายใจนั้นเป็นปฏิกิริยาทางอารมณ์ อนุประโยคสัมพันธ์ which cause them... ขยาย the specific sounds โดยระบุว่าเป็นเสียงใดจากผลที่เสียงเหล่านั้นก่อขึ้น ส่วน cause ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลชัดเจนและค่อนข้างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง cause + กรรม + to become + คำคุณศัพท์: The harsh comments caused Mia ____ emotionally upset.
ดูคำตอบ
to become
triggers: สิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดปฏิกิริยารุนแรง
ในบริบทด้านสุขภาพและจิตวิทยา trigger หมายถึงสิ่งกระตุ้นหรือสถานการณ์ที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางร่างกายหรืออารมณ์ที่เห็นได้ชัด ในที่นี้ triggers เป็นคำนามพหูพจน์ที่หมายถึงเสียงเฉพาะซึ่งก่อให้เกิดความทุกข์ทางอารมณ์ ไม่ได้หมายถึงไกปืน คำนี้ระบุสาเหตุของปฏิกิริยา ส่วนปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจะบอกผ่านบริบทหรือวลีอย่าง a trigger for panic โดย triggers ที่ต่างกันอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาที่ต่างกัน
แบบฝึกหัด
ในบริบทด้านสุขภาพนี้ triggers หมายถึงอะไร?
- triggers คือสิ่งกระตุ้นเฉพาะที่ทำให้เกิดปฏิกิริยารุนแรง
- triggers คือเสียงที่บันทึกไว้เพื่อใช้ในการวิจัย
- triggers คือสัญญาณว่าปฏิกิริยาได้สิ้นสุดลงแล้ว
ดูคำตอบ
triggers คือสิ่งกระตุ้นเฉพาะที่ทำให้เกิดปฏิกิริยารุนแรง
Just sitting down for dinner with their family can feel like torture. สำนวน
1:51แค่การนั่งทานข้าวเย็นกับครอบครัวก็อาจรู้สึกเหมือนถูกทรมานได้
can feel like torture: การเปรียบเทียบเชิงอุปมาว่าทรมานอย่างยิ่ง
can feel like torture หมายถึงประสบการณ์หนึ่งอาจทำให้รู้สึกเจ็บปวดอย่างยิ่งหรือทนได้ยาก ในประโยคนี้ torture เป็นการกล่าวเกินจริงเชิงอุปมา ไม่ได้ยืนยันว่ากำลังเกิดการทรมานจริง โครงสร้าง feel like + คำนาม ใช้เปรียบเทียบประสบการณ์ของคนกับคำนามนั้น can แสดงว่าความรู้สึกเช่นนี้อาจเกิดขึ้นได้ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะรู้สึกเช่นนี้เสมอ
แบบฝึกหัด
ตัดสินการใช้ต่อไปนี้: ใน “Waiting in the heat felt like torture,” ผู้พูดอาจกำลังกล่าวเกินจริงเพื่อบอกว่าการรอนั้นทรมานมาก โดยไม่ได้ยืนยันว่าเกิดการทรมานจริง
- ใช้ได้เฉพาะความหมายตามตัวอักษร
- เป็นการใช้เชิงอุปมาที่เหมาะสม
ดูคำตอบ
เป็นการใช้เชิงอุปมาที่เหมาะสม
Olana Tansley-Hancock is a British clinical researcher
1:55Olana Tansley-Hancock เป็นนักวิจัยทางคลินิกชาวอังกฤษ
Here she explains some of her triggers to BBC World Service program The Food Chain. ลำดับความ
2:01ที่นี่เธออธิบายเกี่ยวกับตัวกระตุ้นบางอย่างของเธอในรายการ The Food Chain ของ BBC World Service
Here she explains...: การเกริ่นนำเข้าสู่คลิปถัดไป
Here ในประโยคนี้ไม่ได้ชี้ถึงสถานที่จริงเป็นหลัก ในคำบรรยายนี้หมายถึง “ในคลิปหรือเนื้อหาที่ตามมา” ดังนั้น Here she explains... จึงพารายการเปลี่ยนจากคำเกริ่นของผู้บรรยายไปสู่คำอธิบายของผู้ให้สัมภาษณ์เอง โครงสร้าง Here + ประธาน + กริยารายงานคำพูด ช่วยบอกล่วงหน้าว่าผู้ชมกำลังจะได้ยินหรือเห็นอะไร จึงจัดลำดับข้อมูลในรายการด้วยการเชื่อมคำเกริ่นกับเนื้อหาถัดไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้แนะนำคลิปถัดไปซึ่งนักวิทยาศาสตร์จะให้คำอธิบายได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- Here she explain why the lake is getting warmer.
- Here she explains why the lake is getting warmer.
- She is here because the lake is getting warmer.
ดูคำตอบ
Here she explains why the lake is getting warmer.
repetitive noise will potentially cause a misophonic-type response in me, การใช้คำ
2:09และทำซ้ำๆ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปฏิกิริยาแบบมิโซโฟเนียในตัวฉัน
any kind of + คำนาม: ไม่จำกัดประเภท
ในโครงสร้าง any kind of + คำนาม คำว่า kind หมายถึง “ชนิด” หรือ “ประเภท” ส่วน any ทำให้ไม่จำกัดว่าต้องเป็นชนิดใด ในประโยคนี้ นามวลีทั้งหมดครอบคลุมเสียงรบกวนทุกแบบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และเกิดซ้ำ ๆ ไม่ใช่เสียงใดเสียงหนึ่งโดยเฉพาะ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ any kind of เพื่อสื่อว่าไม่สำคัญว่าจะเป็นชนิดใดโดยเฉพาะ
- What kind of noise did you hear?
- Any kind of repetitive noise can be distracting.
- The machine is kind of noisy.
ดูคำตอบ
Any kind of repetitive noise can be distracting.
misophonic-type response: ใช้ -type เพื่อแสดงความคล้ายคลึง
Will potentially cause a response in me หมายความว่าเสียงนั้นอาจทำให้ผู้พูดเกิดปฏิกิริยาบางอย่าง ในที่นี้ response คือปฏิกิริยาทางอารมณ์หรือร่างกาย ไม่ใช่คำตอบที่พูดออกมา ส่วนประกอบ -type ที่เชื่อมด้วยยัติภังค์หมายถึง “เป็นประเภทที่คล้ายกัน” หรือ “มีลักษณะคล้ายกัน” ดังนั้น misophonic-type จึงอธิบายปฏิกิริยาที่คล้ายกับปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องกับมิโซโฟเนีย แต่ตัวคำนี้เองไม่ได้หมายความว่าผู้พูดได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
-type เพิ่มความหมายอะไรให้กับ misophonic-type response
- หมายความว่าปฏิกิริยานั้นคล้ายกับประเภทดังกล่าว แต่ไม่ได้ยืนยันการวินิจฉัย
- หมายความว่าบุคคลนั้นตอบด้วยคำพูด
- พิสูจน์ว่าผู้เชี่ยวชาญได้วินิจฉัยภาวะดังกล่าวแล้ว
ดูคำตอบ
หมายความว่าปฏิกิริยานั้นคล้ายกับประเภทดังกล่าว แต่ไม่ได้ยืนยันการวินิจฉัย
And yeah, it's that immediate uncontrollable reaction that you get to the sound วลี
2:17และใช่ มันคือปฏิกิริยาทันทีที่คุณควบคุมไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงนั้น
immediate uncontrollable reaction: ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทันทีและควบคุมไม่ได้
immediate และ uncontrollable ต่างก็ขยายคำว่า reaction โดย immediate บอกว่าปฏิกิริยาเกิดขึ้นทันที ส่วน uncontrollable บอกว่าไม่สามารถใช้ความตั้งใจหยุดปฏิกิริยานั้นได้ วลีนี้บรรยายตัวปฏิกิริยา ไม่ได้บอกว่านิสัยหรือพฤติกรรมโดยรวมของคนนั้นควบคุมไม่ได้ คุณสามารถใช้คำคุณศัพท์คู่นี้กับปฏิกิริยาทางร่างกายหรืออารมณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบรรยายปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทันทีและไม่สามารถหยุดได้ด้วยความตั้งใจอย่างถูกต้อง
- Leo carefully planned an immediate, uncontrollable reaction to the sudden bang.
- Leo had an immediate, uncontrollable reaction to the sudden bang.
- Leo was an immediate, uncontrollable person after the sudden bang.
ดูคำตอบ
Leo had an immediate, uncontrollable reaction to the sudden bang.
that is the most hard to explain and unusual, I think,
2:23ซึ่งฉันคิดว่ามันอธิบายยากและไม่ปกติที่สุด
because I don't think in modern day you don't really get many instances
2:27เพราะฉันไม่คิดว่าในยุคปัจจุบันคุณจะมีสถานการณ์มากนัก
It's not like we're frequently chased down by wild animals โน้ต
2:32มันไม่ได้เหมือนกับว่าเราถูกสัตว์ป่าไล่ตามบ่อยๆ
It's not like + อนุประโยค: การปฏิเสธข้อสันนิษฐาน
It's not like + อนุประโยค ใช้ยกสถานการณ์หนึ่งขึ้นมาแล้วปฏิเสธว่านั่นไม่ใช่ข้อสันนิษฐานหรือการเปรียบเทียบที่ถูกต้อง ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าการถูกสัตว์ป่าไล่ล่าไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยกับคนสมัยนี้ like ตรงนี้ใช้เกริ่นการเปรียบเทียบหรือสถานการณ์สมมุติ ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “ชอบ” รูปแบบนี้มักปูทางไปสู่ประเด็นจริงที่ผู้พูดต้องการบอก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดปฏิเสธข้อสันนิษฐานว่าทีมต้องทำงานให้เสร็จวันนี้
- It's not like we have to finish today.
- It's like we have to finish today.
- I don't like finishing today.
ดูคำตอบ
It's not like we have to finish today.
chased down: ไล่ตามจนถึงตัวเป้าหมาย
Chase someone or something down หมายถึงไล่ตามคนหรือสิ่งใดอย่างมุ่งมั่นจนตามทัน ต้อนจนมุม หรือจับได้ เมื่อเทียบกับ chase เพียงคำเดียว chase down เน้นผลว่าการไล่ตามไปถึงตัวเป้าหมายมากกว่า ในประโยคนี้ we're chased down เป็นรูปถูกกระทำ โดยสัตว์ป่าเป็นฝ่ายไล่ และกลุ่มที่แทนด้วย we เป็นเป้าหมาย ส่วน down เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนลงไปยังที่ต่ำกว่า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ chase down เพื่อแสดงว่าการไล่ตามไปถึงเป้าหมายแล้ว
- The ranger chased the runaway horse down and grabbed its reins.
- The ranger watched the runaway horse from behind a fence.
- The runaway horse ran down a steep hill.
ดูคำตอบ
The ranger chased the runaway horse down and grabbed its reins.
and then to feel those from pretty innocuous everyday sounds
2:35แล้วการที่ต้องมารู้สึกแบบนั้นจากเสียงในชีวิตประจำวันที่ค่อนข้างจะไร้พิษสง
takes its toll: ค่อย ๆ ก่อให้เกิดผลเสีย
Take its toll เป็นสำนวนที่หมายถึงก่อให้เกิดความเสียหาย ความเหนื่อยล้า หรือความสูญเสีย โดยมักสื่อว่าผลกระทบค่อย ๆ สะสมตามเวลา ในประโยคนี้ takes its toll บอกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นสาเหตุของความเสียหาย ส่วน toll ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงค่าผ่านทาง its ย้อนกลับไปอ้างถึงสาเหตุหนึ่งอย่าง หากสาเหตุเป็นพหูพจน์ให้ใช้ their เช่น Long working hours took their toll.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้สำนวนนี้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่ออธิบายความเสียหายที่สะสมตามเวลา
- Months of night shifts took their toll on her health.
- We paid the road toll before crossing the bridge.
- The five-minute delay slightly changed our schedule.
ดูคำตอบ
Months of night shifts took their toll on her health.
Certain sounds trigger a fight-or-flight response in Olana. การใช้คำ
2:42เสียงบางอย่างกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองแบบสู้หรือหนีในตัว Olana
a fight-or-flight response: ปฏิกิริยาอัตโนมัติต่ออันตราย
a fight-or-flight response คือปฏิกิริยาอัตโนมัติของร่างกายต่อภัยคุกคามหรือความเครียดรุนแรง ปฏิกิริยานี้เตรียมให้คนพร้อมเผชิญอันตรายหรือหนีออกไป และอาจมีอาการอย่างหัวใจเต้นเร็ว กล้ามเนื้อตึง หรืออยากหลบหนีอย่างมาก ในประโยคนี้ เสียงบางอย่างกระตุ้นภาวะตื่นตัวดังกล่าวในตัว Olana วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าเธอต้องต่อสู้กับใครหรือวิ่งหนีจริง ๆ แต่เป็นชื่อของปฏิกิริยาตื่นตัวนั้นเอง
แบบฝึกหัด
a fight-or-flight response หมายถึงอะไร
- การตัดสินใจอย่างรอบคอบระหว่างโต้เถียงกับใครสักคนกับขึ้นเครื่องบิน
- คำตอบอย่างสงบที่ให้หลังจากมีคนถามคำถาม
- ปฏิกิริยาอัตโนมัติของร่างกายที่เตรียมให้คนพร้อมเผชิญหรือหลบหนีภัยคุกคาม
ดูคำตอบ
ปฏิกิริยาอัตโนมัติของร่างกายที่เตรียมให้คนพร้อมเผชิญหรือหลบหนีภัยคุกคาม
Fight-or-flight refers to the way the human body responds to stressful or dangerous situations, วลี
2:46การสู้หรือหนีหมายถึงวิธีที่ร่างกายมนุษย์ตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ตึงเครียดหรืออันตราย
refers to ในรูปแบบ X refers to Y
ในรูปแบบคำจำกัดความ X refers to Y คำว่า refers to หมายถึง “มีความหมายว่า” “หมายถึง” หรือ “แทน” โดย X คือคำหรือแนวคิดที่กำลังอธิบาย และ Y บอกความหมายหรือขอบเขตที่รวมอยู่ ในที่นี้ Fight-or-flight คือ X และส่วนที่เหลือของอนุประโยคอธิบายปฏิกิริยาทางร่างกายที่คำนี้ใช้เรียก ในบริบทอื่น refer to อาจหมายถึง “กล่าวถึง” หรือ “เปิดดูข้อมูล” แต่โครงสร้างคำจำกัดความทำให้ความหมายในประโยคนี้ชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมคำจำกัดความด้วยรูปที่ถูกต้องของ refer to: In this glossary, "habitat" ____ the natural home of a plant or animal.
ดูคำตอบ
refers to
either by physically running away or staying to deal with the threat. ไวยากรณ์
2:52ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งหนีจริงๆ หรืออยู่เพื่อรับมือกับภัยคุกคาม
either by ... or ...: เสนอวิธีทางเลือกสองวิธี
either by A or B ใช้เสนอวิธีทางเลือกสองวิธีที่สิ่งหนึ่งอาจเกิดขึ้นหรือถูกทำให้สำเร็จ ในประโยคนี้ สองวิธีคือ physically running away และ staying to deal with the threat บุพบท by ใช้ร่วมกับวลี -ing ทั้งสองวลีได้ จึงละ by ตัวที่สองได้: either by running away or [by] staying คำว่า either จับคู่กับ or เพื่อแสดงทางเลือก ไม่ได้หมายความว่าการกระทำทั้งสองเกิดขึ้นพร้อมกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ either ... or ... ได้ถูกต้องเพื่อเสนอวิธีทางเลือกสองวิธี
- You can verify your identity both by scanning your passport or by entering a security code.
- You can verify your identity either by scanning your passport or by entering a security code.
- You can verify your identity either by scanning your passport and by entering a security code.
ดูคำตอบ
You can verify your identity either by scanning your passport or by entering a security code.
Normally, these would be life-threatening dangers, การใช้คำ
2:57โดยปกติ สิ่งเหล่านี้จะเป็นอันตรายถึงชีวิต
life-threatening dangers: อันตรายที่อาจทำให้เสียชีวิต
life-threatening หมายถึงสามารถทำให้เสียชีวิตหรือทำให้ชีวิตของใครบางคนตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง ในที่นี้คำนี้ขยาย dangers ดังนั้น life-threatening dangers จึงหมายถึงอันตรายที่อาจก่อให้เกิดผลร้ายถึงชีวิต เมื่อใช้เป็นคำคุณศัพท์ประสมหน้าคำนาม life-threatening จะเขียนโดยมีเครื่องหมายยัติภังค์ คำนี้บอกระดับของอันตรายจริง ไม่ใช่เพียงความรู้สึกกลัว บางสิ่งอาจ frightening แต่ไม่ถึงขั้น life-threatening
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ life-threatening ได้อย่างถูกต้อง
- The cartoon was life-threatening because it looked scary.
- The homework was life-threatening because it took two hours.
- The allergic reaction was life-threatening and required immediate treatment.
ดูคำตอบ
The allergic reaction was life-threatening and required immediate treatment.
even innocuous or completely harmless sounds create problems. การใช้คำ
3:06แม้แต่เสียงที่ไร้พิษสงหรือไม่มีอันตรายใดๆ เลยก็สร้างปัญหาได้
even innocuous or completely harmless: รวมแม้แต่กรณีที่ไม่เป็นอันตรายและเหนือความคาดหมาย
Innocuous หมายถึงไม่น่าจะก่อให้เกิดอันตราย ปัญหา หรือความขุ่นเคือง ในที่นี้ completely harmless กล่าวย้ำความหมายพื้นฐานเดียวกันด้วยคำที่เข้าใจง่ายและเน้นย้ำกว่าเดิม ส่วน or เชื่อมคำอธิบายเสียงสองแบบ ไม่ได้เสนอทางเลือกที่แตกต่างกันจริง ๆ even ชี้ว่านี่เป็นกรณีที่น่าแปลกใจ กล่าวคือ เสียงอาจสร้างปัญหาได้แม้ตัวเสียงจะไม่เป็นอันตราย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ even + กรณีที่ไม่คาดคิด ซึ่งแสดงว่าข้อความนั้นรวมสิ่งที่ผู้ฟังอาจคิดว่าไม่น่าจะรวมอยู่ด้วย
แบบฝึกหัด
เลือกคำที่เหมาะสมที่สุด: The question sounded ____, but it revealed private information.
- guilty
- innocuous
- innocent
ดูคำตอบ
innocuous
Olana, for example, gets disturbed by helicopters flying in the sky. ไวยากรณ์
3:12ตัวอย่างเช่น Olana รู้สึกถูกรบกวนโดยเฮลิคอปเตอร์ที่บินอยู่บนท้องฟ้า
gets disturbed by: โครงสร้าง get + past participle
Gets disturbed เป็นโครงสร้าง get + past participle โดยแสดงว่า Olana เป็นผู้ได้รับผลกระทบ กล่าวคือ บางสิ่งทำให้เธอไม่สบายใจ เสียสมาธิ หรือรู้สึกกังวล ความหมายเป็นแบบถูกกระทำ ไม่ใช่ Olana ที่ไปรบกวนเฮลิคอปเตอร์ by ใช้บอกสาเหตุของปฏิกิริยา ในโครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + get + past participle + by + สาเหตุ ประธานเป็นฝ่ายได้รับผล และวลีที่ขึ้นต้นด้วย by ระบุว่าสิ่งใดทำให้เกิดผลนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยค present simple นี้โดยใช้ get, disturbed และคำบุพบทที่ถูกต้อง: She ____ sudden noises.
ดูคำตอบ
gets disturbed by
And the fact that other people don't seem too bothered also takes its toll, ไวยากรณ์
3:17และการที่คนอื่นๆ ดูเหมือนจะไม่ค่อยเดือดร้อนอะไรก็ยัง takes its toll (สร้างความทุกข์ทรมานใจ)
the fact that other people don't seem too bothered: ใช้ข้อเท็จจริงทั้งชุดเป็นประธาน
โครงสร้าง the fact that + อนุประโยค เปลี่ยนข้อความที่สมบูรณ์ให้เป็นนามวลีที่หมายถึง “ข้อเท็จจริงที่ว่า...” ในที่นี้ other people don't seem too bothered บอกว่าข้อเท็จจริงนั้นคืออะไร ไม่ใช่อีกประโยคหนึ่งที่แยกเป็นอิสระ วลีทั้งหมด the fact that other people don't seem too bothered เป็นประธานของ takes คำหลักคือคำนามเอกพจน์ fact กริยาจึงเป็นรูปเอกพจน์ takes ไม่ใช่ take โครงสร้างนี้ช่วยนำเสนอว่าข้อเท็จจริงหนึ่งเป็นสาเหตุของผลลัพธ์บางอย่างด้วยตัวมันเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย เพื่อแสดงว่าข้อเท็จจริงที่ตามมาเป็นสาเหตุของผลลัพธ์นั้นเอง: ____ the library closes at six causes a problem for evening visitors.
ดูคำตอบ
The fact that
So, what does it feel like to actually experience this kind of stress in everyday life? วลี
3:25แล้วการที่ต้องมาเผชิญกับความเครียดแบบนี้ในชีวิตประจำวันจริงๆ มันรู้สึกอย่างไร?
What does it feel like to ...?: ใช้ถามความรู้สึกจากประสบการณ์ส่วนตัว
What does it feel like to + กริยารูปพื้นฐาน? ใช้ถามว่าการทำหรือประสบสิ่งหนึ่งให้ความรู้สึกอย่างไรแก่บุคคลนั้น คำตอบอาจอธิบายอารมณ์ ความรู้สึกทางร่างกาย หรือความคิด ไม่ใช่เพียงบอกว่าเกิดอะไรขึ้น ในกรอบคำถามนี้ feel like หมายถึง “มีความรู้สึกแบบใด” ไม่ได้หมายถึง “อยาก” แบบในโครงสร้าง feel like + -ing
แบบฝึกหัด
คำถามใดถามอย่างเฉพาะเจาะจงถึงความรู้สึกส่วนตัวจากการแสดงต่อหน้าผู้ชม
- What is it like to perform in front of an audience?
- Do you feel like performing in front of an audience?
- What does it feel like to perform in front of an audience?
ดูคำตอบ
What does it feel like to perform in front of an audience?
Here's Olana again explaining her feelings to Ruth Alexander,
3:32และนี่คือ Olana อีกครั้งที่มาอธิบายความรู้สึกของเธอกับ Ruth Alexander
presenter of BBC World Service program The Food Chain.
3:36ผู้ดำเนินรายการ The Food Chain ของ BBC World Service
but it's the same response in terms of the immediacy and an inability to control โน้ต
3:42แต่มันเป็นการตอบสนองแบบเดียวกันในแง่ของความฉับพลันและการไม่สามารถควบคุมได้
in terms of: จำกัดการเปรียบเทียบไว้ที่ด้านเดียว
in terms of + นามวลีหรือรูป -ing หมายถึง “เมื่อพิจารณาในด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะ” ใช้บอกว่าข้อความ การประเมิน หรือการเปรียบเทียบนั้นใช้กับมิติใด ในที่นี้ ขอบเขตของ same จำกัดอยู่ที่ the immediacy และ an inability to control ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าการตอบสนองเหมือนกันทุกด้าน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่จำกัดการเปรียบเทียบไว้ที่ค่าใช้จ่าย: The two plans are similar ____ cost.
ดูคำตอบ
in terms of
an inability to control: นามวลีทางการที่แสดงว่าไม่สามารถควบคุมได้
An inability to control หมายถึง “การไม่สามารถควบคุมบางสิ่งได้” inability เป็นคำนาม และโครงสร้าง inability to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เรียกการกระทำที่คนหรือสิ่งหนึ่งไม่สามารถทำได้ การใช้คำนามแบบนี้นำเสนอการขาดความสามารถในการควบคุมเป็นสภาวะหรือลักษณะ จึงฟังเป็นทางการและเชิงวิเคราะห์มากกว่า can't control ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกลักษณะอย่างหนึ่งของการตอบสนอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยนามวลีเป้าหมายสี่คำที่หมายถึง “เขาไม่สามารถควบคุมได้”: The condition caused ____ his movements.
ดูคำตอบ
an inability to control
it as when someone tells you that someone close to you has passed away. สำนวน
3:47เหมือนกับตอนที่มีคนมาบอกคุณว่าคนใกล้ชิดของคุณเสียชีวิต (passed away) แล้ว
has passed away: วิธีพูดอย่างนุ่มนวลว่าใครบางคนเสียชีวิต
pass away เป็นคำเลี่ยงที่นุ่มนวลกว่า die ในประโยคนี้ has passed away หมายถึงคนใกล้ชิดของผู้ฟังเสียชีวิตแล้ว การใช้คำนี้ช่วยถ่ายทอดความจริงที่เจ็บปวดอย่างอ่อนโยนขึ้น แต่ไม่ได้เปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้น has passed away เป็นรูป present perfect ซึ่งประกอบด้วย has + past participle แสดงว่าการเสียชีวิตเกิดขึ้นแล้วและยังเกี่ยวข้องกับข่าวและความรู้สึกในตอนนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคแสดงความเสียใจด้วยสำนวนที่นุ่มนวลสำหรับการเสียชีวิต: I'm sorry to hear that your aunt ____.
ดูคำตอบ
has passed away
That feeling of utter sudden reaction, การใช้คำ
3:51ความรู้สึกของปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันแบบสุดๆ นั้น
utter sudden reaction: utter ในฐานะคำคุณศัพท์เน้นย้ำ
utter ในที่นี้เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “อย่างสมบูรณ์” หรือ “โดยสิ้นเชิง” วางอยู่หน้ากลุ่มคำนาม sudden reaction และเน้นว่าปฏิกิริยานั้นรุนแรงและเกิดขึ้นอย่างเต็มที่ ไม่ใช่คำกริยา utter ที่หมายถึง “พูดหรือเปล่งบางสิ่งออกมา”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำคุณศัพท์ utter ในความหมายว่า “อย่างสมบูรณ์” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The news caused utter confusion.
- The news was utter confusing.
- The news caused utterly confusion.
ดูคำตอบ
The news caused utter confusion.
you can't control it and then it it lingers and carries on for you. การใช้คำ
3:55คุณไม่สามารถควบคุมมันได้ และจากนั้นมันก็จะวนเวียนและดำเนินต่อไปสำหรับคุณ
lingers and carries on: ความรู้สึกยังคงอยู่และดำเนินต่อไป
ในประโยคนี้ lingers หมายถึงความรู้สึกหรือผลกระทบที่ยังคงอยู่หลังจากเหตุการณ์ที่ทำให้มันเกิดขึ้นผ่านไปแล้ว มันไม่ได้หายไปอย่างรวดเร็ว carries on เสริมว่ามันยังดำเนินต่อไปตามเวลา เมื่อใช้ lingers and carries on ร่วมกัน จึงเน้นว่าปฏิกิริยานั้นยังคงติดอยู่กับคนคนนั้น ในที่นี้ carry on หมายถึง “ดำเนินต่อไป” ไม่ใช่ “ทำตัวเอะอะหรือโวยวาย”
แบบฝึกหัด
ในประโยค “After the argument, the uneasy feeling lingered and carried on for hours,” เกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึกนั้น?
- มีคนนำความรู้สึกนั้นไปยังที่อื่น
- ความรู้สึกไม่สบายใจยังคงอยู่และดำเนินต่อไปหลายชั่วโมง
- ความรู้สึกไม่สบายใจหายไปทันที
ดูคำตอบ
ความรู้สึกไม่สบายใจยังคงอยู่และดำเนินต่อไปหลายชั่วโมง
Alana describes her misophonia as an uncontrollable and sudden emotional reaction,
4:06Alana อธิบายถึงภาวะเกลียดเสียงของเธอว่าเป็นปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่ฉับพลันและควบคุมไม่ได้
as if finding out that a loved one has passed away. โน้ต
4:13ราวกับว่าเพิ่งรู้ว่าคนที่รักได้เสียชีวิต (passed away)
as if finding out: การเปรียบเทียบเชิงสมมติด้วย -ing
as if ใช้เริ่มการเปรียบเทียบ ในที่นี้ความรู้สึกถูกเปรียบกับประสบการณ์ตอนทราบข่าวร้าย ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง ใน as if finding out ส่วนที่เป็น -ing ไม่ได้บอกประธานไว้ ประธานจะเข้าใจได้จากประโยคแวดล้อม รูปที่เต็มกว่าสามารถเป็น as if you were finding out
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย as if + -ing โดยใช้ see: He looked around the familiar room ____ it for the first time.
ดูคำตอบ
as if seeing
loved one: คนใกล้ชิดที่สำคัญ
ในประโยคนี้ a loved one หมายถึงคนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดและเป็นที่รักมาก เช่น สมาชิกในครอบครัว คู่ชีวิต หรือเพื่อนสนิท one ใช้แทน person จึงไม่ได้ระบุชัดว่าเป็นความสัมพันธ์แบบใด วลีนี้เป็นนามวลีที่ใช้กันเป็นปกติในบริบทจริงจังหรือแสดงความห่วงใย เช่น ความเจ็บป่วย ความตาย การดูแล และการให้กำลังใจ โดยทั่วไปไม่ได้หมายถึงคนทั่วไป คนดัง หรือบุคคลสาธารณะที่เราเพียงแค่ชื่นชอบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ loved one ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- I saw my loved one on television, but we have never met.
- The hospital offers support to patients and their loved ones.
- Every singer whose music I enjoy is my loved one.
ดูคำตอบ
The hospital offers support to patients and their loved ones.
Passed away is a polite euphemistic way of saying died.
4:16Passed away เป็นวิธีพูดอย่างสุภาพที่แปลว่าเสียชีวิต
She also describes it as a shock to the system, สำนวน
4:21เธอยังอธิบายด้วยว่ามันเหมือน a shock to the system (อาการช็อกของระบบร่างกาย)
a shock to the system: ผลกระทบฉับพลันที่ทำให้ปรับตัวลำบาก
ในที่นี้ a shock to the system หมายถึงประสบการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันที่รบกวนร่างกาย อารมณ์ หรือสภาวะปกติของคนอย่างมากจนปรับตัวได้ยาก system หมายถึงสภาพร่างกายและจิตใจโดยรวม ไม่ใช่ระบบของเครื่องจักร ในทางไวยากรณ์ ประสบการณ์ที่ก่อให้เกิดผลกระทบเป็นประธานของ be เช่น something is หรือ was a shock to the system วลีนี้เน้นปฏิกิริยาที่รุนแรงของบุคคล ไม่ใช่เพียงข้อเท็จจริงที่ว่าเหตุการณ์นั้นน่าประหลาดใจ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนห้าคำที่มี shock และ system และหมายถึงผลกระทบที่ฉับพลันและไม่สบายต่อร่างกายหรือจิตใจ: After a warm holiday, the freezing weather was ____.
ดูคำตอบ
a shock to the system
Fortunately, misophonia sufferers have developed some tricks to help. การใช้คำ
4:27โชคดีที่ผู้ที่มีภาวะเกลียดเสียงได้ค้นพบเทคนิคบางอย่างที่จะช่วยได้
developed some tricks to: วิธีที่ใช้ได้จริง ไม่ใช่การหลอกลวง
ในประโยคนี้ have developed some tricks to help หมายถึง “ได้ค้นพบหรือคิดวิธีที่ใช้ได้จริงสองสามวิธีเพื่อทำให้รับมือปัญหาได้ง่ายขึ้น” tricks ในที่นี้มีความหมายเชิงบวกและไม่เป็นทางการ หมายถึงเทคนิคที่มีประโยชน์ ไม่ใช่การหลอกลวง โครงสร้าง develop tricks to + กริยารูปพื้นฐาน นำเสนอ tricks ว่าเป็นวิธีที่ใช้เพื่อบรรลุจุดประสงค์ ใน to help คำว่า to บอกว่าวิธีเหล่านี้มีไว้ทำอะไร
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเป้าหมายให้ตรงตามรูปเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Over time, Ava ____ remember every new classmate's name.
ดูคำตอบ
developed some tricks to
Playing background music can disguise the sound of people sipping and slurping their food. การใช้คำ
4:30การเปิดเพลงคลอก็สามารถอำพรางเสียงของคนที่กำลังสูดหรือซดอาหารได้
disguise the sound: ทำให้เสียงสังเกตหรือจำแนกได้ยากขึ้น
ในที่นี้ disguise the sound หมายถึงการปิดบังหรือเปลี่ยนเสียงเพื่อให้สังเกตได้ยากขึ้นหรือจำแนกได้ยากขึ้น Disguise สามารถรับกรรมที่เป็นนามธรรมอย่าง sound ได้ ไม่ได้หมายถึงการแต่งตัวให้สิ่งใดตามความหมายตรงตัว เพลงคลอไม่จำเป็นต้องทำให้เสียงกินอาหารหายไปทั้งหมด แต่ทำให้เสียงเหล่านั้นไม่เด่น ซึ่งเป็นผลที่ disguise อธิบายในประโยคนี้
แบบฝึกหัด
ในประโยค "The fan helps disguise the sound of traffic," disguise the sound หมายความว่าอย่างไร
- ทำให้เสียงนั้นดังขึ้น
- ระบุเสียงนั้นอย่างถูกต้องแม่นยำ
- ทำให้เสียงนั้นสังเกตได้น้อยลงหรือจำแนกได้ยากขึ้น
ดูคำตอบ
ทำให้เสียงนั้นสังเกตได้น้อยลงหรือจำแนกได้ยากขึ้น
sipping and slurping: การจิบทีละน้อยกับการสูดเสียงดัง
sipping หมายถึงการดื่มทีละน้อย ครั้งละหนึ่งอึกเล็ก ๆ คำนี้ไม่ได้หมายความว่าการดื่มต้องมีเสียง ส่วน slurping หมายถึงการดูดของเหลวหรืออาหารเข้าไปพร้อมเสียงที่ได้ยินชัด เช่น เวลากินซุปหรือเส้น ในประโยคนี้ รูป -ing ทั้งสองคำบอกการกระทำของคนที่เสียงกินและดื่มกำลังถูกกลบ คำคู่นี้ระบุการกระทำได้แม่นยำกว่าการพูดกว้าง ๆ ว่า drinking หรือ eating noisily
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาสองคำที่ตรงกับคำใบ้ให้ประโยคสมบูรณ์: At lunch, Maya ____ her hot tea in small mouthfuls, while Leo ____ his noodles with a loud sucking sound.
ดูคำตอบ
sipped · slurped
And clearly, honestly explaining what the condition is น้ำเสียง/เจตนา
4:35และการอธิบายอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมาว่าอาการนี้คืออะไร
honestly explaining what the condition is: อธิบายภาวะอย่างเปิดเผย
ในที่นี้ honestly explaining what the condition is หมายถึงการอธิบายภาวะนั้นอย่างชัดเจนและเปิดเผย เพื่อให้คนอื่นเข้าใจปฏิกิริยาหรือความต้องการของผู้พูด นี่เป็นกลวิธีในการสื่อสารทางสังคม ไม่ใช่แค่การบอกข้อเท็จจริง honestly บอกลักษณะของการอธิบาย คือพูดตามจริงและไม่ปิดบังข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าคนนั้นเคยโกหกมาก่อน ส่วน what the condition is ระบุข้อมูลที่กำลังอธิบาย
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ จุดประสงค์หลักของ honestly explaining what the condition is คืออะไร?
- กล่าวหาว่าคนอื่นไม่ซื่อสัตย์เกี่ยวกับภาวะนั้น
- สัญญาว่าจะเปิดเผยรายละเอียดส่วนตัวทั้งหมด
- ช่วยให้ผู้อื่นเข้าใจและตอบสนองอย่างเหมาะสมด้วยการอธิบายภาวะอย่างเปิดเผย
ดูคำตอบ
ช่วยให้ผู้อื่นเข้าใจและตอบสนองอย่างเหมาะสมด้วยการอธิบายภาวะอย่างเปิดเผย
Maybe it's time to reveal the answer to your question, Neil, ลำดับความ
4:51บางทีอาจถึงเวลาเฉลยคำตอบสำหรับคำถามของคุณแล้วล่ะ Neil
Maybe it's time to reveal the answer: เปลี่ยนไปสู่การเฉลยคำตอบอย่างนุ่มนวล
โครงสร้าง Maybe it's time to + กริยารูปพื้นฐาน บอกว่าถึงเวลาทำขั้นตอนต่อไปแล้ว แต่เสนอขั้นตอนนั้นอย่างนุ่มนวล ในที่นี้ reveal the answer ทำให้รายการเปลี่ยนจากการพูดคุยหรือคาดเดาไปสู่การเฉลยผล Maybe มีหน้าที่หลักในการทำให้การเปลี่ยนช่วงฟังนุ่มนวลขึ้น ผู้พูดอาจตั้งใจจะเฉลยคำตอบอยู่แล้ว คำนี้จึงไม่จำเป็นต้องแสดงความไม่แน่ใจจริง ๆ
แบบฝึกหัด
พิธีกรฟังการคาดเดาทั้งหมดแล้วและต้องการเปลี่ยนไปเฉลยผลอย่างนุ่มนวล ประโยคใดเหมาะที่สุด
- Maybe it's time to reveal the answer.
- We must reveal the answer immediately.
- Maybe the answer is impossible to reveal.
ดูคำตอบ
Maybe it's time to reveal the answer.
was voted the most irritating: รายงานผลการจัดอันดับจากการลงคะแนน
Was voted เป็นรูปประโยคถูกกระทำ โดยประธานเป็นผู้ได้รับการประเมินจากการลงคะแนน The most irritating เป็นผลในรูปขั้นสูงสุดที่วางหลัง voted ดังนั้นคำถามนี้จึงถามว่าผู้อ่านจัดให้เสียงใดน่ารำคาญกว่าเสียงอื่นทั้งหมด โครงสร้าง be voted + คำคุณศัพท์ ขั้นสูงสุด หรือตำแหน่ง พบได้บ่อยในแบบสำรวจ การแข่งขัน การจัดอันดับ และข่าว โดยเน้นผลลัพธ์เป็นหลัก ส่วนรูปประโยคที่ประธานเป็นผู้กระทำคือ Readers voted it the most irritating
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย was voted และรูปขั้นสูงสุดของ irritating: In the survey, the alarm ____ sound in the building.
ดูคำตอบ
was voted the most irritating
which was the wrong answer, I'm afraid, Phil. น้ำเสียง/เจตนา
5:05ซึ่งผมเกรงว่ามันเป็นคำตอบที่ผิดนะ Phil
I'm afraid: ใช้ทำให้ข่าวร้ายหรือคำแก้ไขนุ่มนวลขึ้น
ในที่นี้ I'm afraid ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดรู้สึกกลัว แต่เป็นการบอกอย่างสุภาพว่าข้อความนั้น—คำตอบของ Phil ผิด—เป็นเรื่องที่ไม่น่ายินดีหรือน่าผิดหวัง วลีนี้วางก่อนข่าวร้ายได้ เช่น "I'm afraid the answer is wrong" หรือวางตามหลังเป็นคำเสริมเหมือนในประโยคนี้ก็ได้ ทั้งสองตำแหน่งช่วยลดความแข็งของการแก้คำตอบโดยไม่เปลี่ยนข้อเท็จจริง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ I'm afraid อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อทำให้ข่าวที่ไม่น่ายินดีฟังนุ่มนวลขึ้น
- ครอบครัวเดินทางถึงอย่างปลอดภัย: "I'm afraid everyone arrived safely."
- ลูกค้าทราบว่าการนัดหมายถูกยกเลิก: "I'm afraid your appointment has been cancelled."
- เพื่อนได้รางวัลที่ต้องการ: "I'm afraid you won first prize!"
ดูคำตอบ
ลูกค้าทราบว่าการนัดหมายถูกยกเลิก: "I'm afraid your appointment has been cancelled."
In fact, nails scraping a blackboard was voted the most distressing noise, ลำดับความ
5:08ในความเป็นจริง เสียงเล็บขูดกระดานดำได้รับการโหวตว่าเป็นเสียงที่สร้างความทุกข์ทรมานใจที่สุด
In fact: ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่แก้ข้อมูลเดิม
In fact เป็นสัญญาณว่าข้อความถัดไปบอกสถานการณ์ที่เป็นจริงหรือแม่นยำกว่า ในที่นี้วลีนี้พาผู้ฟังจากคำตอบที่ผิดของ Phil ไปสู่ผลสำรวจจริง เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้จัดระเบียบข้อมูลด้วยการบอกว่ากำลังแก้ข้อมูล จึงไม่ใช่คำเติมที่ไม่มีความหมาย โดยทั่วไปยังใช้แก้ความเชื่อเดิมหรือเพิ่มข้อเท็จจริงที่หนักแน่นกว่าและทำให้เราเข้าใจข้อความก่อนหน้าเปลี่ยนไปได้
แบบฝึกหัด
คำเชื่อมใดแสดงการเปลี่ยนจากความเชื่อเดิมไปสู่สถานการณ์จริงได้ถูกต้อง? I thought the museum was closed. It stays open until nine tonight.
- For example
- In fact
- Meanwhile
ดูคำตอบ
In fact
I completely agree: การแสดงความเห็นด้วยอย่างเต็มที่
I completely agree หมายถึงผู้พูดเห็นด้วยกับประเด็นทั้งหมดโดยไม่มีข้อสงวนสำคัญ completely เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่ขยายคำกริยา agree ในภาษาอังกฤษ ปกติจะใช้คำวิเศษณ์อย่าง completely, totally หรือ strongly เพื่อเน้น agree ส่วน very มักไม่ใช้ขยาย agree โดยตรง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงความเห็นด้วยกับข้อสรุปอย่างเต็มที่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- I completely agree with your conclusion.
- I complete agree with your conclusion.
- I very agree with your conclusion.
ดูคำตอบ
I completely agree with your conclusion.
Right, let's recap the vocabulary we've learned from this program on misophonia, ลำดับความ
5:15เอาล่ะ มาทบทวนคำศัพท์ที่เราได้เรียนรู้จากรายการเกี่ยวกับภาวะเกลียดเสียงนี้กัน
Let's recap: การเกริ่นเข้าสู่การทบทวนสั้น ๆ
Let's recap เป็นสัญญาณบอกลำดับของเนื้อหา โดยบอกผู้ฟังว่าส่วนหลักกำลังจบลงหรือหยุดพัก และกำลังจะเริ่มการทบทวนสั้น ๆ คำว่า Let's เป็นการชวนผู้ฟังให้ทบทวนเนื้อหาไปพร้อมกับผู้พูด ในที่นี้ recap เป็นคำกริยาที่ต้องมีกรรม จึงตามด้วยสิ่งที่จะทบทวนได้โดยตรง เช่น recap the vocabulary หรือ recap the main points หมายถึงการทบทวนข้อมูลสำคัญอย่างสั้น ๆ ไม่ใช่การพูดซ้ำทุกรายละเอียด
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่ใช้ชวนผู้ฟังให้เริ่มการทบทวนสั้น ๆ: Before we finish, ____ the three main points.
ดูคำตอบ
let's recap
starting with trigger: การบอกรายการแรก
ใน starting with trigger คำว่า starting with ใช้เสนอ trigger เป็นรายการแรกของลิสต์หรือการสรุป ทำให้ผู้ฟังรู้ว่าข้อมูลจะเรียงตามลำดับอย่างไร โครงสร้างคือ starting with + คำนามหรือกลุ่มคำนาม ในที่นี้ with ใช้นำรายการแรก ไม่ได้หมายถึงเริ่มพร้อมกับใคร
แบบฝึกหัด
ใช้ starting with เติมประโยคให้ทางหนีไฟเป็นรายการแรก: We'll review the emergency plan, ____.
ดูคำตอบ
starting with the fire exits
something that causes people to feel emotional distress or fear.
5:22บางสิ่งที่ทำให้ผู้คนรู้สึกทุกข์ใจหรือหวาดกลัว
Fight-or-flight refers to the natural human response to a threatening situation
5:26Fight-or-flight (สู้หรือหนี) หมายถึงการตอบสนองตามธรรมชาติของมนุษย์ต่อสถานการณ์ที่คุกคาม
of either running away or staying to face the danger.
5:32ไม่ว่าจะวิ่งหนีหรืออยู่เผชิญหน้ากับอันตราย
The adjective innocuous means completely harmless.
5:35คำคุณศัพท์ innocuous แปลว่า ไม่มีอันตรายโดยสิ้นเชิง
Passed away is a polite way of saying died.
5:45Passed away เป็นวิธีพูดอย่างสุภาพที่แปลว่าเสียชีวิต
our 6 minutes are up: บอกว่าเวลาที่กำหนดหมดแล้ว
ใน our 6 minutes are up คำว่า be up หมายถึงช่วงเวลาหกนาทีที่กำหนดไว้สิ้นสุดลงแล้ว จึงถึงเวลาหยุดหรือไปต่อ ในที่นี้ up ไม่ได้บอกทิศทางขึ้นด้านบน ประธานอาจเป็น time หรือระยะเวลาที่ระบุชัดเจน เช่น Time is up; Your ten minutes are up. รูปของ be ต้องสอดคล้องกับประธานนั้น
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยคแล้วเลือกสิ่งที่ได้ยิน สังเกตว่า are เชื่อมตรงกับ up หรือไม่
- Your ten minutes are almost up.
- Your ten minutes are over.
- Your ten minutes are up.
ดูคำตอบ
Your ten minutes are up.
Join us again next time for more trending topics and useful vocabulary น้ำเสียง/เจตนา
5:57มาร่วมกับเราอีกครั้งในคราวหน้าสำหรับหัวข้อที่กำลังเป็นกระแสและคำศัพท์ที่เป็นประโยชน์
Join us again next time: เชิญผู้ชมกลับมาอีกครั้ง
ในช่วงท้ายรายการ Join us again next time เป็นการเชิญผู้ชมหรือผู้ฟังให้กลับมาร่วมรายการหรือตอนต่อไป ในที่นี้ join us หมายถึง “มีส่วนร่วมด้วยการดู ฟัง หรือเข้าร่วมกิจกรรม” ไม่ได้หมายถึง “สมัครเป็นสมาชิกองค์กรของเรา” คำว่า again และ next time ชี้ไปยังโอกาสครั้งถัดไป วลีนี้ทั้งปิดรายการปัจจุบันและรักษาความเชื่อมโยงของผู้ชมกับรายการชุดนี้
แบบฝึกหัด
ในช่วงท้ายพอดแคสต์รายสัปดาห์ Join us again next time เชิญให้ผู้ฟังทำอะไร?
- ยุติรายการชุดนี้อย่างถาวร
- สมัครเป็นพนักงานของพอดแคสต์
- กลับมาเพื่อติดตามตอนต่อไปในอนาคต
ดูคำตอบ
กลับมาเพื่อติดตามตอนต่อไปในอนาคต
Goodbye for now: การบอกลาชั่วคราว
Goodbye for now หมายถึง “ขอลาในตอนนี้ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นการจากลากันตลอดไป” คำว่า for now ทำให้การบอกลาดูเป็นเรื่องชั่วคราวและยังเปิดโอกาสให้ได้พบหรือพูดคุยกันอีก วลีนี้ใช้จบการสนทนา ข้อความ หรือรายการในขณะนั้น โดยไม่ได้สัญญาว่าจะติดต่อกันอีกเมื่อใดอย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
ข้อใดตรงกับความหมายของ Goodbye for now มากที่สุด?
- การบอกลาชั่วคราวโดยยังมีโอกาสติดต่อกันในอนาคต
- คำทักทายที่ใช้เมื่อมีคนกลับมา
- คำสัญญาว่าจะไม่พูดคุยกันอีกเลย
ดูคำตอบ
การบอกลาชั่วคราวโดยยังมีโอกาสติดต่อกันในอนาคต