การขยายตัวของเมืองและอนาคตของเมือง - Vance Kite: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
600 คำ 174 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้ติดตามพัฒนาการของความเป็นเมือง ตั้งแต่สังคมนักล่าและเก็บของป่าที่เดินทางโยกย้าย ผ่านการทำเกษตร การค้า และโครงสร้างพื้นฐานในยุคอุตสาหกรรม จนถึงเมืองปัจจุบัน ก่อนพิจารณาว่าเมืองอนาคตจะให้บริการพื้นฐานแก่ประชากรที่เพิ่มขึ้น พร้อมรักษาที่ดินและใช้พื้นที่กับพลังงานอย่างยั่งยืนได้อย่างไร ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. led to the development of — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้กลุ่มคำเชิงเหตุและผลแบบเป็นทางการที่ใช้บอกว่า การเปลี่ยนแปลงหนึ่งสร้างเงื่อนไขให้พัฒนาการทางสังคม เทคโนโลยี หรือสถาบันเกิดขึ้นภายหลัง ในวิดีโอ เกษตรกรรมที่มั่นคงและอาหารส่วนเกินทำให้เกิดถิ่นฐานถาวร อาชีพเฉพาะทาง และท้ายที่สุดคือเมือง 2. didn't really get their start until — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่า get their start เป็นวิธีพูดที่ไม่ได้หมายตามตัวอักษร ใช้ระบุช่วงที่ระบบหรือปรากฏการณ์เริ่มเป็นรูปเป็นร่างอย่างแท้จริง รูปปฏิเสธร่วมกับ until เน้นว่า แม้จะมีเมืองโบราณและข้อยกเว้นของโรม เมืองสมัยใหม่ก็เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อมีการใช้เทคโนโลยีขนาดใหญ่ในช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรม 3. accommodate this growth? — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่า accommodate ในภาษาทางการด้านการวางแผนและนโยบายสาธารณะหมายถึงการปรับขีดความสามารถให้รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายถึงการจัดที่พักเท่านั้น จึงช่วยให้อธิบายได้ว่าเมืองจะรับประชากรเพิ่มและจัดหาอาหาร สุขาภิบาล และการศึกษาโดยไม่ทำลายที่ดินกับทรัพยากรได้อย่างไร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Today, more than half of all people in the world live in an urban area. โน้ต

0:07

ปัจจุบัน ประชากรมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลกอาศัยอยู่ในเขตเมือง

ไวยากรณ์

more than half of all people: สัดส่วนที่มากกว่า 50%

more than half of all people บอกสัดส่วนที่ชัดเจนว่าเกิน 50% ของประชากรทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงเพียงว่า “คนจำนวนมาก” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ more than + เศษส่วนหรือเปอร์เซ็นต์ + of + กลุ่ม ส่วนที่ตามหลัง of ระบุกลุ่มทั้งหมดที่ใช้คำนวณสัดส่วน ซึ่งในที่นี้คือ all people

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุอย่างชัดเจนว่าผู้อยู่อาศัยมากกว่า 50% ขึ้นรถโดยสารไปทำงาน

  1. About half of the residents take the bus to work.
  2. Many residents take the bus to work.
  3. More than half of the residents take the bus to work.
ดูคำตอบ

More than half of the residents take the bus to work.

การใช้คำ

an urban area: พื้นที่เมืองหรือชุมชนเมืองที่มีสิ่งปลูกสร้าง

an urban area คือพื้นที่ที่มีสิ่งปลูกสร้างและเชื่อมโยงกับเมืองหรือชุมชนเมือง โดยมีอาคาร ถนน บริการ และผู้คนอยู่รวมกัน เป็นประเภทของสถานที่ ไม่ใช่ชื่อเมืองใดเมืองหนึ่ง urban หมายถึงเกี่ยวข้องกับเมืองหรือชุมชนเมือง ไม่ได้หมายถึงเพียง “ทันสมัย” ดังนั้นสิ่งของที่ทันสมัยหรือพื้นที่ชนบทที่พัฒนาแล้วจึงไม่ได้เป็น urban โดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึงสภาพแวดล้อมที่มีสิ่งปลูกสร้างของเมืองหรือชุมชนเมือง: The family moved from the countryside to ____.

ดูคำตอบ

an urban area

By mid-century, this will increase to 70%. วลี

0:11

ภายในกลางศตวรรษนี้ ตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 70%

วลี

By mid-century: การกำหนดเส้นตายให้ผลลัพธ์ในอนาคต

by + จุดเวลา เป็นการกำหนดขอบเขตเวลา ในที่นี้ By mid-century หมายความว่า คาดว่าการเพิ่มขึ้นเป็น 70% จะเกิดขึ้นแล้วอย่างช้าที่สุดภายในช่วงกลางของศตวรรษที่กำลังกล่าวถึง ไม่ได้หมายความว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นในชั่วขณะใดขณะหนึ่งที่แน่นอนในช่วงกลางศตวรรษ ในการคาดการณ์ โครงสร้างนี้บอกว่าคาดว่าผลลัพธ์ใดจะเป็นจริงภายในเวลานั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า คาดว่าห้องสมุดแห่งใหม่จะพร้อมอย่างช้าที่สุดภายในปี 2050

  1. Until 2050, the new library will be ready.
  2. By 2050, the new library will be ready.
  3. In 2050, the new library will be ready.
ดูคำตอบ

By 2050, the new library will be ready.

วลี

increase to 70%: การระบุระดับสุดท้าย

ใน increase to 70% คำว่า to นำเข้าสู่จุดปลายของการเปลี่ยนแปลง ระดับสุดท้ายคือ 70% โดยวลีนี้ไม่ได้บอกระดับเริ่มต้นหรือขนาดของการเพิ่มขึ้น ใช้ increase to + ตัวเลขสุดท้าย เมื่อต้องการระบุผลลัพธ์ หากต้องการคำนวณว่าตัวเลขเพิ่มขึ้นเท่าใด ต้องทราบค่าก่อนหน้าด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบุพบทที่ระบุระดับสุดท้าย: After the redesign, the success rate increased ____ 80 percent. It ended at that level.

ดูคำตอบ

to

But as recently as 100 years ago, วลี

0:14

แต่เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว

only two out of 10 people lived in a city. ไวยากรณ์

0:17

มีเพียง 2 ใน 10 คนเท่านั้นที่อาศัยอยู่ในเมือง

วลี

as recently as 100 years ago: ทำให้อดีตดูใกล้กับปัจจุบัน

as recently as + เวลาในอดีต ใช้นำเสนอช่วงเวลาในอดีตว่าใกล้กับปัจจุบันกว่าที่คิด ในประโยคนี้ 100 ปีก่อนถือว่าไม่นานเมื่อมองในกรอบประวัติศาสตร์ที่ยาว จึงทำให้การเปลี่ยนแปลงหลังจากนั้นดูรวดเร็ว recently ไม่ได้หมายถึงแค่ไม่กี่วันหรือไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเสมอไป ช่วงเวลาจะขึ้นอยู่กับหัวข้อ โครงสร้างนี้มักบอกว่าสิ่งหนึ่งยังเป็นจริงอยู่ในตอนนั้น แล้วนำไปตัดกับสภาพปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย as recently as เพื่อเน้นว่าเมื่อยี่สิบปีก่อนเป็นช่วงเวลาที่ใกล้กับปัจจุบันกว่าที่คิด: ____ twenty years ago, most people did not own a smartphone.

ดูคำตอบ

As recently as

ไวยากรณ์

two out of 10 people: การบอกสัดส่วนของทั้งหมด

ใน two out of 10 people โครงสร้าง X out of Y หมายถึง X คนจากกลุ่มที่มีทั้งหมด Y คน two คือจำนวนคนที่ตรงตามเงื่อนไข ส่วน 10 คือจำนวนทั้งหมด ดังนั้นจึงเป็นสัดส่วน 20% รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X out of Y + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น three out of ten students ในที่นี้ out of แสดงสัดส่วนของส่วนหนึ่งเทียบกับทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนออกมาจากข้างในสถานที่

แบบฝึกหัด

ผลสำรวจพบว่านักเรียน 3 คนจากทั้งหมด 10 คนเดินไปโรงเรียน เติมประโยคด้วยรูปแบบ X out of Y โดยเขียนตัวเลขทั้งสองเป็นคำภาษาอังกฤษ: In the survey, ____ students walked to school.

ดูคำตอบ

three out of ten

And before that, it was even less.

0:19

และก่อนหน้านั้น ตัวเลขก็ยิ่งน้อยกว่านั้นอีก

How have we reached such a high degree of urbanization, การใช้คำ

0:22

เรามาถึงจุดที่มีการขยายตัวของเมืองในระดับสูงขนาดนี้ได้อย่างไร

and what does it mean for our future? ลำดับความ

0:25

และมันมีความหมายต่ออนาคตของเราอย่างไร

การใช้คำ

such a high degree of urbanization: การบอกระดับด้วย degree of

ในประโยคนี้ degree หมายถึง “ระดับ” ไม่ใช่วุฒิการศึกษาหรือหน่วยวัดอุณหภูมิ such a high degree of urbanization บอกว่ากระบวนการกลายเป็นเมืองได้มาถึงระดับที่สูงอย่างเห็นได้ชัด รูปแบบ a high degree of + คำนามนามธรรม นำเสนอคุณลักษณะ สภาวะ หรือกระบวนการว่าเป็นสิ่งที่มีระดับซึ่งวัดได้ such เน้นทั้งวลีและชี้ว่าระดับที่สูงนั้นโดดเด่นในบริบทนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ degree เพื่อบอกระดับของคุณลักษณะนามธรรม

  1. The job requires a high degree of patience.
  2. The temperature rose by ten degrees.
  3. She earned a degree in engineering.
ดูคำตอบ

The job requires a high degree of patience.

ลำดับความ

what does it mean for our future?: เปลี่ยนจากข้อเท็จจริงไปสู่ผลที่ตามมา

ในที่นี้ it อ้างถึงระดับความเป็นเมืองที่สูงซึ่งเพิ่งกล่าวถึง mean for our future ถามถึงผลที่ตามมาหรือความสำคัญของสิ่งนั้นต่ออนาคต ไม่ได้ขอคำนิยามของคำศัพท์ ในแง่การจัดลำดับเนื้อหา คำถามนี้เปลี่ยนคำอธิบายจากการที่สถานการณ์เกิดขึ้นได้อย่างไร ไปสู่เหตุผลที่สถานการณ์นั้นสำคัญต่อสิ่งที่จะตามมา ในการพูดและบทความ What does this mean for ...? มักส่งสัญญาณว่าส่วนถัดไปจะกล่าวถึงผลกระทบต่อบุคคล กลุ่ม แผนการ หรือสถานการณ์ในอนาคต

แบบฝึกหัด

ในเนื้อหาเชิงอธิบาย คำถาม “What does this mean for our future?” ทำหน้าที่หลักอย่างไร

  1. ย้อนกลับไปยังรายละเอียดว่าการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นอย่างไร
  2. ถามหาความหมายตามพจนานุกรมของคำว่า future
  3. เปลี่ยนจากข้อเท็จจริงที่กล่าวไว้แล้วไปสู่ผลที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากข้อเท็จจริงที่กล่าวไว้แล้วไปสู่ผลที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

In the earliest days of human history,

0:27

ในยุคแรกเริ่มของประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

humans were hunter-gatherers, วัฒนธรรม

0:29

มนุษย์เป็นนักล่าและหาของป่า

วัฒนธรรม

hunter-gatherers: ผู้คนที่ดำรงชีพด้วยการล่าสัตว์และเก็บของป่า

Hunter-gatherers คือผู้คนที่หาอาหารส่วนใหญ่ด้วยการล่าสัตว์และเก็บพืชป่า แทนการทำเกษตร ในประโยคนี้ คำดังกล่าวหมายถึงวิถีชีวิตที่พบได้ทั่วไปก่อนที่เกษตรกรรมจะแพร่หลาย ในที่นี้ gatherer เป็นส่วนหนึ่งของศัพท์ทางมานุษยวิทยา ไม่ได้หมายถึงเพียงคนที่สะสมสิ่งของเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ hunter-gatherers ได้ถูกต้อง

  1. Every farmer who picks vegetables is a hunter-gatherer.
  2. The museum calls people who collect stamps hunter-gatherers.
  3. Before farming reached the region, many communities lived as hunter-gatherers.
ดูคำตอบ

Before farming reached the region, many communities lived as hunter-gatherers.

often moving from place to place in search of food. วลี

0:31

มักจะย้ายถิ่นฐานจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเพื่อหาอาหาร

วลี

from place to place: การเคลื่อนย้ายซ้ำ ๆ ระหว่างสถานที่ต่าง ๆ

From place to place หมายถึงการเคลื่อนย้ายซ้ำ ๆ ระหว่างสถานที่ต่าง ๆ ที่มักไม่ได้ระบุชัดเจน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าการเคลื่อนย้ายเป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ไม่ใช่การเดินทางครั้งเดียวระหว่างสองสถานที่ที่รู้แน่ชัด นี่เป็นรูปแบบตายตัว: from + คำนามเอกพจน์ + to + คำนามเอกพจน์คำเดิม ในวลีนี้ใช้ place โดยไม่มีคำนำหน้านาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่หมายถึงการเคลื่อนย้ายซ้ำ ๆ ระหว่างสถานที่ต่าง ๆ: During the festival, the photographer moved ____ to capture every event.

ดูคำตอบ

from place to place

วลี

in search of food: การบอกจุดประสงค์ของการกระทำ

in search of + คำนาม หมายถึง “ขณะพยายามค้นหาบางสิ่ง” หรือ “เพื่อค้นหา…” เป็นวลีบุพบทที่อธิบายว่าเหตุใดคนหนึ่งจึงเคลื่อนที่หรือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกจุดประสงค์ของการย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง นั่นคือเพื่อหาอาหาร ในที่นี้ search เป็นคำนามในวลีตายตัว จึงต้องคง of ไว้หน้าสิ่งที่ต้องการหา หากใช้ search เป็นคำกริยา ให้ใช้ search for: They searched for food.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวสามคำจากบทเรียนที่มีความหมายว่า “ขณะพยายามค้นหา”: The rescue team entered the forest ____ the missing hikers.

ดูคำตอบ

in search of

But about 10,000 years ago,

0:35

แต่เมื่อประมาณ 10,000 ปีที่แล้ว

our ancestors began to learn the secrets of selective breeding and early agricultural techniques. การใช้คำ

0:36

บรรพบุรุษของเราเริ่มเรียนรู้ความลับของการคัดเลือกพันธุ์และเทคนิคการเกษตรยุคแรก

การใช้คำ

selective breeding: การเลือกสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะตามต้องการ

selective breeding หมายถึง “การคัดเลือกพันธุ์” ซึ่งเป็นกระบวนการที่มนุษย์ควบคุมโดยเลือกพืชหรือสัตว์ที่มีลักษณะตามต้องการแล้วให้สืบพันธุ์ เป้าหมายคือทำให้ลักษณะเหล่านั้นพบได้บ่อยขึ้นในรุ่นต่อ ๆ ไป selective ในที่นี้หมายถึงการเลือกอย่างมีจุดประสงค์ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น “ช่างเลือก” ส่วน breeding หมายถึงการสืบพันธุ์หรือการเพาะพันธุ์

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างของ selective breeding?

  1. ฝูงนกบินลงใต้เมื่อฤดูหนาวเริ่มขึ้น
  2. ภัยแล้งทำให้เหลือเฉพาะพืชที่อยู่รอดได้เองโดยใช้น้ำน้อย
  3. เกษตรกรเพาะพันธุ์ต้นมะเขือเทศที่ให้ผลใหญ่ที่สุดซ้ำหลายรุ่น
ดูคำตอบ

เกษตรกรเพาะพันธุ์ต้นมะเขือเทศที่ให้ผลใหญ่ที่สุดซ้ำหลายรุ่น

การใช้คำ

early agricultural techniques: วิธีที่ใช้ในการเกษตรยุคแรก

early agricultural techniques หมายถึงวิธีปฏิบัติที่ใช้ในช่วงแรกของการพัฒนาเกษตรกรรม เช่น วิธีพื้นฐานในการปลูก ดูแล ให้น้ำ หรือเก็บเกี่ยวพืชผล คำว่า agricultural ขยาย techniques จึงระบุว่าวิธีเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการเกษตรและการผลิตอาหารโดยเฉพาะ ในที่นี้ techniques หมายถึงวิธีการหรือทักษะที่นำมาใช้ซ้ำได้ ไม่ใช่เพียงเคล็ดลับฉลาด ๆ อย่างเดียว

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ early agricultural techniques ในประโยคนี้มากที่สุด

  1. วิธีที่ใช้ในการเกษตรและการผลิตอาหารในยุคแรก
  2. เคล็ดลับเล็ก ๆ สำหรับหาอาหารในธรรมชาติ
  3. เครื่องจักรสมัยใหม่ที่ใช้ในโรงงาน
ดูคำตอบ

วิธีที่ใช้ในการเกษตรและการผลิตอาหารในยุคแรก

For the first time,

0:42

นับเป็นครั้งแรก

people could raise food rather than search for it. ไวยากรณ์

0:44

ที่ผู้คนสามารถเพาะปลูกอาหารได้เองแทนที่จะต้องออกไปค้นหา

ไวยากรณ์

raise food rather than search for it: เลือกวิธีหนึ่งแทนอีกวิธีหนึ่ง

ในที่นี้ raise food หมายถึงผลิตอาหารด้วยการปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ ไม่ได้หมายถึงยกอาหารขึ้นด้านบน rather than เชื่อมวลีกริยาที่มีรูปแบบขนานกันคือ raise food และ search for it โดยเสนอการผลิตอาหารเป็นวิธีที่ใช้แทนการออกค้นหาอาหาร โดยทั่วไป A rather than B จะเน้นหรือเลือก A และระบุว่า B เป็นทางเลือกที่ไม่ได้ใช้ในบริบทนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่ระบุว่าการกระทำที่สองเป็นทางเลือกที่ไม่ได้เลือก: We chose to repair the old bridge ____ replace it.

ดูคำตอบ

rather than

And this led to the development of semi-permanent villages for the first time in history. โน้ต

0:46

และสิ่งนี้ได้นำไปสู่การพัฒนาหมู่บ้านกึ่งถาวรเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

วลี

led to the development of: การแสดงเหตุและผลแบบเป็นทางการ

ในประโยคนี้ led to หมายถึง “ทำให้เกิดหรือช่วยให้เกิดขึ้น” ไม่ได้หมายถึง “นำทางใครไปที่ใดที่หนึ่ง” this หมายถึงการที่ผู้คนสามารถผลิตอาหารได้ และการเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้หมู่บ้านกึ่งถาวรเกิดขึ้นได้ โครงสร้างคือ lead to + นามวลีหรือรูป -ing คำว่า led เป็นรูปอดีตของ lead ส่วน the development of + คำนาม ใช้เสนอผลลัพธ์ในแบบเป็นทางการและเน้นกระบวนการ ดังนั้น led to the development of จึงหมายถึงการเปลี่ยนแปลงหนึ่งทำให้หรือเปิดทางให้อีกสิ่งหนึ่งพัฒนาหรือเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีรูปอดีตจำนวนห้าคำที่หมายถึง “ทำให้เกิดการเติบโตหรือการเกิดขึ้น” Cheap printing ____ a wider reading public.

ดูคำตอบ

led to the development of

การใช้คำ

semi-permanent villages: ระหว่างชั่วคราวกับถาวร

ในวลีนี้ semi-permanent villages คือชุมชนที่ออกแบบหรือใช้ให้อยู่ได้นานพอสมควร แต่ไม่ได้คาดว่าจะคงอยู่ตลอดไป semi- หมายถึง “บางส่วน” หรือ “ครึ่งหนึ่ง” ดังนั้น semi-permanent จึงอยู่ระหว่าง temporary กับ permanent ในที่นี้ semi-permanent เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่ขยาย villages โดยเครื่องหมายยัติภังค์เชื่อมคำนำหน้ากับคำหลักไว้ด้วยกันหน้าคำนาม

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ semi-permanent villages มากที่สุด

  1. ชุมชนที่ตั้งใจให้คงอยู่หลายปี แต่ไม่จำเป็นต้องอยู่ตลอดไป
  2. ชุมชนที่ตั้งใจให้คงอยู่ตลอดไป
  3. ที่พักที่รื้อออกเมื่อสิ้นสุดแต่ละวัน
ดูคำตอบ

ชุมชนที่ตั้งใจให้คงอยู่หลายปี แต่ไม่จำเป็นต้องอยู่ตลอดไป

Why only semi-permanent, you might ask? น้ำเสียง/เจตนา

0:52

คุณอาจจะถามว่า ทำไมถึงเป็นแค่กึ่งถาวร

น้ำเสียง/เจตนา

you might ask?:ใช้คาดเดาคำถามของผู้ฟัง

you might ask เป็นวลีแทรก ผู้พูดกล่าวคำถามที่ผู้ฟังน่าจะกำลังคิดแทนพวกเขา นั่นคือ ทำไมถึงเป็นแค่กึ่งถาวร โดยปกติผู้พูดไม่ได้รอคำตอบ วลีนี้ทำให้คำอธิบายรู้สึกเหมือนการสนทนา และส่งสัญญาณว่าคำตอบกำลังจะตามมา

แบบฝึกหัด

โดยปกติ you might ask ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบาย

  1. บอกให้ผู้ฟังต้องตอบทันที
  2. รายงานว่าผู้ฟังคนหนึ่งเคยถามคำถามนี้จริง ๆ ก่อนหน้านี้
  3. คาดเดาคำถามที่ผู้ฟังน่าจะมีและนำเข้าสู่คำอธิบาย
ดูคำตอบ

คาดเดาคำถามที่ผู้ฟังน่าจะมีและนำเข้าสู่คำอธิบาย

Well, at first the villages still had to relocate every few years as the soil became depleted. ไวยากรณ์

0:54

ก็เพราะว่า ในช่วงแรก หมู่บ้านยังคงต้องย้ายที่ตั้งทุกๆ ไม่กี่ปีเมื่อดินเริ่มเสื่อมโทรม

ไวยากรณ์

had to relocate: การบอกความจำเป็นต้องย้ายในอดีต

had to relocate หมายถึง การย้ายไปที่อื่นเป็นสิ่งจำเป็นในอดีต โครงสร้าง had to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกความจำเป็นในอดีต ซึ่งมักเกิดจากเงื่อนไขภายนอก ในประโยคนี้ ดินที่เสื่อมความอุดมสมบูรณ์ทำให้ต้องย้าย relocate หมายถึง ย้ายไปยังสถานที่อื่น คำนี้เป็นทางการกว่า move เล็กน้อย และมักใช้กับคน ชุมชน สำนักงาน หรือองค์กร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนนี้ที่แสดงความจำเป็นต้องย้ายในอดีต: After the flood, the family ____ to a safer town last year.

ดูคำตอบ

had to relocate

ไวยากรณ์

as the soil became depleted: สาเหตุและภูมิหลังที่กำลังเปลี่ยนแปลง

ในประโยคนี้ as นำเข้าสถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงและช่วยอธิบายว่าทำไมหมู่บ้านจึงต้องย้ายที่ตั้ง ดินค่อย ๆ สูญเสียธาตุอาหารที่ใช้ประโยชน์ได้ และความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้จำเป็นต้องย้าย ดังนั้น as ในบริบทนี้จึงสื่อทั้งความหมายว่า “ระหว่างที่ความเปลี่ยนแปลงนี้กำลังเกิดขึ้น” และ “เพราะความเปลี่ยนแปลงนี้กำลังเกิดขึ้น” Became depleted หมายถึงเปลี่ยนไปอยู่ในสภาพที่ทรัพยากรสำคัญส่วนใหญ่ถูกใช้ไปแล้ว โครงสร้าง as + อนุประโยคสามารถนำไปใช้เชื่อมความเปลี่ยนแปลงของภูมิหลังที่กำลังดำเนินอยู่กับผลของมันได้

แบบฝึกหัด

as สื่อความหมายอะไรในประโยคตัวอย่าง

  1. บอกเพียงเวลาที่มีการย้ายหมู่บ้านและไม่ได้ให้เหตุผลใด ๆ
  2. เชื่อมการเสื่อมความอุดมสมบูรณ์ของดินกับการย้ายหมู่บ้าน โดยมองว่าเป็นทั้งภูมิหลังและสาเหตุ
  3. เปรียบเทียบหมู่บ้านกับดิน
ดูคำตอบ

เชื่อมการเสื่อมความอุดมสมบูรณ์ของดินกับการย้ายหมู่บ้าน โดยมองว่าเป็นทั้งภูมิหลังและสาเหตุ

It was only with the advent of techniques like irrigation and soil tilling, โน้ต

1:00

จนกระทั่งมีการคิดค้นเทคนิคอย่างการชลประทานและการไถพรวนดิน

การใช้คำ

the advent of: สำนวนทางการที่หมายถึงการเกิดขึ้นของพัฒนาการสำคัญ

the advent of + คำนาม หมายถึงการเริ่มต้นหรือการเกิดขึ้นของสิ่งสำคัญที่เริ่มส่งผลกระทบ ในประโยคนี้ใช้กล่าวถึงเทคนิคการชลประทานและการไถพรวนดินว่าเป็นพัฒนาการสำคัญที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงต่อไปเกิดขึ้นได้ เมื่ออยู่หลัง with วลี with the advent of หมายถึง 'เมื่อ X เกิดขึ้น' หรือ 'เนื่องจากการเกิดขึ้นของ X' คำว่า advent เป็นคำนามสองพยางค์และไม่ใช่อีกรูปหนึ่งของ adventure

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ the advent of ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบรรยายพัฒนาการสำคัญ

  1. We waited at the airport for the advent of our cousin.
  2. The advent of our bus was ten minutes late.
  3. The advent of electric lighting transformed city life.
ดูคำตอบ

The advent of electric lighting transformed city life.

about 5,000 years ago,

1:04

เมื่อประมาณ 5,000 ปีที่แล้ว

that people could rely on a steady and long-term supply of food, วลี

1:06

ผู้คนจึงสามารถพึ่งพาแหล่งอาหารที่มั่นคงและระยะยาวได้

ไวยากรณ์

It was only with ... that ...: การเน้นเงื่อนไขที่ทำให้ผลลัพธ์เป็นไปได้

โครงสร้าง It was only with X that Y เป็นประโยคเน้นแบบ it-cleft ซึ่งเน้น X อย่างชัดเจนว่าเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ Y เป็นไปได้ ในประโยคนี้ X คือการเกิดขึ้นของเทคนิคการชลประทานและการไถพรวนดิน ส่วน Y คือการที่ผู้คนสามารถพึ่งพาแหล่งอาหารที่มั่นคงและยาวนานได้ เมื่อต้องการแยกโครงสร้างประโยคยาว ให้หา It was only with ก่อน แล้วจึงมองหา that เนื้อหาระหว่าง with กับ that คือเงื่อนไขที่ถูกเน้น ส่วนอนุประโยคหลัง that คือผลลัพธ์หลัก วลีเวลา about 5,000 years ago เพิ่มข้อมูลเวลาในส่วนเงื่อนไขโดยไม่เปลี่ยนโครงสร้าง

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเน้นให้สมบูรณ์: ____ better maps ____ sailors could cross the reef safely.

ดูคำตอบ

It was only with · that

วลี

rely on a steady and long-term supply of food: พึ่งพาการจัดหาอาหารที่มั่นคงและต่อเนื่องในระยะยาว

rely on หมายถึง 'พึ่งพา' สิ่งที่อยู่หลัง on คือสิ่งที่จำเป็นต้องพึ่งพา ซึ่งในที่นี้คือวลีเต็ม a steady and long-term supply of food A supply of food หมายถึงอาหารที่ยังคงมีให้ใช้ ไม่ใช่การส่งมอบเพียงครั้งเดียวหรือการจัดหาเพียงครั้งเดียว steady บอกว่าแหล่งจัดหานั้นเชื่อถือได้และไม่หยุดชะงักบ่อย ส่วน long-term บอกว่าสามารถดำเนินต่อไปได้นาน สามารถนำโครงสร้าง rely on + a steady supply of + ทรัพยากร ไปใช้ในบริบทอื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างเป้าหมาย rely on + a steady and long-term supply of: Remote hospitals ____ clean water.

ดูคำตอบ

rely on a steady and long-term supply of

making permanent settlements possible. ไวยากรณ์

1:09

ทำให้การตั้งถิ่นฐานแบบถาวรมีความเป็นไปได้

ไวยากรณ์

making permanent settlements possible: อนุประโยค -ing ที่บอกผลลัพธ์

อนุประโยค -ing ว่า making permanent settlements possible บอกผลที่เกิดจากสถานการณ์ก่อนเครื่องหมายจุลภาค กล่าวคือ แหล่งอาหารที่มั่นคงและมีต่อเนื่องในระยะยาวทำให้ผู้คนตั้งถิ่นฐานถาวรได้ อนุประโยคนี้พึ่งพาประโยคหลัก ไม่ใช่ประโยคหลักอีกประโยคที่แยกเป็นอิสระ โครงสร้างภายในคือ make + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย permanent settlements เป็นกรรม และ possible เป็นส่วนเติมเต็มที่เป็นคำคุณศัพท์ ในงานเขียนเชิงอธิบาย เครื่องหมายจุลภาค + making... ช่วยย่อความหมายว่า “และผลก็คือ สิ่งนี้ทำให้...” ไว้ในประโยคเดียว

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่อนุประโยค -ing บอกผลของเหตุการณ์ก่อนหน้า

  1. Walking across the bridge, Nina called her friend.
  2. Knowing the road was closed, we chose another route.
  3. The new bridge shortened the journey, making daily travel easier.
ดูคำตอบ

The new bridge shortened the journey, making daily travel easier.

And with the food surpluses that these techniques produced, การใช้คำ

1:12

และด้วยอาหารส่วนเกินที่เทคนิคเหล่านี้ผลิตได้

การใช้คำ

the food surpluses: อาหารที่เกินความต้องการพื้นฐาน

Food surpluses คือปริมาณอาหารที่เหลือหลังจากการผลิตมากกว่าการบริโภคหรือความต้องการพื้นฐาน วลีนี้หมายความว่ามีอาหารมากกว่าที่ผู้คนต้องใช้ในทันที จึงสามารถเก็บ แลกเปลี่ยน หรือนำส่วนเกินไปเลี้ยงดูผู้ที่ทำงานด้านอื่นได้ รูปพหูพจน์ surpluses สามารถกล่าวโดยรวมถึงปริมาณส่วนเกินที่เกิดขึ้นในช่วงเวลา สถานที่ หรืออาหารประเภทต่าง ๆ ไม่ได้หมายถึงแหล่งอาหารทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมคำศัพท์ที่หมายถึงอาหารซึ่งผลิตได้มากกว่าความต้องการพื้นฐานให้สมบูรณ์: A harvest that produces more food than people need creates a food ____.

ดูคำตอบ

surplus

it was no longer necessary for everyone to farm. ไวยากรณ์

1:15

จึงไม่จำเป็นที่ทุกคนจะต้องทำนาอีกต่อไป

ไวยากรณ์

no longer necessary for everyone to farm: ไม่จำเป็นอีกต่อไปที่ทุกคนต้องทำเกษตร

“No longer” หมายถึงสภาวะที่เคยเป็นจริงได้สิ้นสุดลงแล้ว ในที่นี้ขยายคำว่า “necessary” ก่อนหน้านั้นจำเป็นที่ทุกคนต้องทำเกษตร แต่เมื่อถึงเวลานั้นก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป รูปแบบคือ “It is/was no longer necessary for someone to do something” ขอบเขตความหมายมีความสำคัญ ประโยคนี้บอกว่าไม่จำเป็นต้องให้ทุกคนทำเกษตร ไม่ได้บอกว่าไม่มีใครทำเกษตรเลย

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าการตีความ “It was no longer necessary for everyone to farm” ต่อไปนี้ถูกต้องหรือไม่: “หลังจากนั้นไม่มีใครทำเกษตรเลย”

  1. ถูกต้อง
  2. ไม่ถูกต้อง
ดูคำตอบ

ไม่ถูกต้อง

This allowed the development of other specialized trades วลี

1:18

สิ่งนี้เปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาในสายอาชีพเฉพาะทางอื่นๆ

and by extension, cities. ลำดับความ

1:20

และนำไปสู่การเกิดเมืองในที่สุด

วลี

allowed the development of other specialized trades: ทำให้การพัฒนาอาชีพเฉพาะทางอื่น ๆ เป็นไปได้

ในที่นี้ “allowed” ไม่ได้หมายถึงบุคคลให้อนุญาต “This” ย้อนกลับไปหมายถึงอาหารส่วนเกินที่กล่าวถึงก่อนหน้า เงื่อนไขนั้นทำให้การพัฒนาอาชีพเฉพาะทางอื่น ๆ เป็นไปได้ โครงสร้างไวยากรณ์คือ “allow + นามวลี” โดย “The development of other specialized trades” เป็นชื่อของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ โครงสร้างที่เน้นคำนามนี้พบได้บ่อยในการอธิบายเหตุและผลอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่าถนนที่ดีขึ้นทำให้ธุรกิจใหม่ในภูมิภาคสามารถพัฒนาได้

  1. Better roads allowed develop of new businesses in the region.
  2. Better roads allowed the development of new businesses in the region.
  3. Better roads allowed to the development of new businesses in the region.
ดูคำตอบ

Better roads allowed the development of new businesses in the region.

ลำดับความ

by extension: ขยายข้อสรุปต่อไปอย่างมีเหตุผล

by extension เป็นวลีเชื่อมที่บอกว่ามีข้อสรุปต่อเนื่อง โดยผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องและกว้างขึ้นตามมาจากประเด็นก่อนหน้า ในที่นี้ and by extension, cities แสดงว่าเมืองเป็นผลลัพธ์ขั้นถัดไปในสายเหตุผลเดียวกัน ไม่ใช่เพียงอีกหนึ่งรายการที่เพิ่มเข้ามา ใช้วลีนี้เพื่อแสดงว่าแนวคิดหนึ่งขยายต่อไปสู่อีกแนวคิดหนึ่งอย่างมีเหตุผล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่หมายถึง “ในฐานะผลลัพธ์ทางเหตุผลที่ต่อยอดออกไป”: The bridge closure blocked the main road and, ____, delayed deliveries across the town.

ดูคำตอบ

by extension

With cities now producing surplus food as well as tools, crafts, and other goods, ไวยากรณ์

1:23

เมื่อเมืองต่างๆ สามารถผลิตอาหารส่วนเกินได้ รวมถึงเครื่องมือ งานฝีมือ และสินค้าอื่นๆ

there was now the possibility of commerce and interaction over longer distances. การใช้คำ

1:28

จึงเกิดความเป็นไปได้ในการค้าขายและการมีปฏิสัมพันธ์ในระยะทางที่ไกลขึ้น

ไวยากรณ์

With cities now producing surplus food: ใช้ with + คำนาม + -ing เพื่อบอกพื้นหลัง

With cities now producing surplus food ใช้โครงสร้าง with + คำนาม + รูป -ing โดย cities เป็นประธานทางความหมายของ producing ดังนั้นรูป -ing จึงอธิบายว่าเมืองต่าง ๆ กำลังทำอะไร วลี with ทั้งวลีบอกสถานการณ์พื้นหลังของประโยคหลัก ตามบริบทอาจเข้าใจได้ว่า “เมื่อมีสถานการณ์นี้อยู่” “เพราะ” หรือ “ในขณะที่” ในที่นี้วลีดังกล่าวสร้างเงื่อนไขที่ทำให้การค้าและการติดต่อในระยะทางที่ไกลขึ้นเป็นไปได้ โดย with ไม่ได้หมายถึง “ร่วมกับ”

แบบฝึกหัด

เติมวลีบอกพื้นหลังด้วยรูป -ing ที่ถูกต้องของ offer: With the community center ____ free evening classes, more adults can attend.

ดูคำตอบ

offering

การใช้คำ

ความหมายและการใช้ the possibility of commerce and interaction

โครงสร้าง the possibility of + คำนาม ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งสามารถเกิดขึ้นหรือเริ่มมีเงื่อนไขที่ทำให้เป็นไปได้แล้ว ในที่นี้ commerce and interaction คือกิจกรรมสองอย่างที่สามารถเกิดขึ้นข้ามระยะทางที่ไกลกว่าเดิม ประโยคไม่ได้ยืนยันว่ากิจกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นทันทีหรือเกิดขึ้นทุกแห่ง commerce เป็นคำค่อนข้างเป็นทางการและมีความหมายกว้าง หมายถึงกิจกรรมซื้อขายและธุรกิจที่เป็นระบบ ไม่ใช่เพียงการซื้อของของคนคนเดียว ส่วน interaction กว้างกว่าการค้า เพราะรวมถึงการติดต่อ การสื่อสาร และการแลกเปลี่ยนรูปแบบอื่นระหว่างผู้คนหรือสถานที่ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ commerce ในความหมายกว้างแบบเดียวกับประโยคตัวอย่าง

  1. The neighbors had a short conversation by the gate.
  2. New roads increased commerce between the two regions.
  3. Maya went shopping for a new backpack after school.
ดูคำตอบ

New roads increased commerce between the two regions.

And as trade flourished, so did technologies that facilitated it, โน้ต

1:33

และเมื่อการค้ารุ่งเรือง เทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกก็รุ่งเรืองตามไปด้วย

ไวยากรณ์

as trade flourished, so did technologies: โครงสร้างกลับคำสำหรับแนวโน้มคู่ขนาน

ใน as trade flourished คำว่า as นำเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน นั่นคือการค้าเริ่มประสบความสำเร็จและคึกคัก ส่วน so did technologies หมายถึง technologies flourished too หรือเทคโนโลยีก็เจริญขึ้นเช่นกัน did แสดงอดีตกาลและใช้แทน flourished เพื่อไม่ต้องกล่าวซ้ำ โครงสร้างคือ as + อนุประโยค, so + กริยาช่วย + ประธาน กริยาช่วยอยู่หน้าประธานตัวที่สอง แต่นี่ไม่ใช่คำถาม เป็นวิธีนำเสนอแนวโน้มคู่ขนานสองอย่างอย่างกระชับและค่อนข้างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างกลับคำแบบเป็นทางการเดียวกัน: As the city expanded, ____ its public transit network.

ดูคำตอบ

so did

การใช้คำ

that facilitated it: ทำให้การค้าดำเนินไปได้ง่ายขึ้น

ในประโยคนี้ that facilitated it เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย technologies โดย facilitated หมายถึง “ทำให้กระบวนการง่ายขึ้นหรือช่วยให้ดำเนินไปอย่างราบรื่นขึ้น” และ it ย้อนกลับไปหมายถึง trade โดยทั่วไป facilitate เน้นการลดอุปสรรคหรือสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อกิจกรรม กระบวนการ หรือผลลัพธ์ ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ช่วยเหลือคนคนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาจากบทเรียนที่หมายถึง “ทำให้กระบวนการง่ายขึ้น”: The online form ____ registration for new members.

ดูคำตอบ

facilitated

like carts,

1:37

เช่น เกวียน

ships,

1:39

เรือ

roads, and ports.

1:41

ถนน และท่าเรือ

Of course, these things required even more labor to build and maintain, วลี

1:43

แน่นอนว่า สิ่งเหล่านี้ต้องการแรงงานในการสร้างและบำรุงรักษามากยิ่งขึ้น

วลี

to build and maintain: สร้างและบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง

to build and maintain มีคำกริยาสองคำที่เชื่อมกันและใช้ to ตัวเดียวร่วมกัน build หมายถึงการสร้างถนน ท่าเรือ เรือ หรือโครงสร้างพื้นฐานที่คล้ายกัน ส่วน maintain หมายถึงการดูแลอย่างต่อเนื่องหลังจากสร้างเสร็จ เพื่อให้สิ่งเหล่านั้นปลอดภัยและใช้งานได้ คำคู่นี้เน้นงานสองระยะ ได้แก่ การก่อสร้างในตอนแรกและการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง ในที่นี้ maintain ไม่ได้หมายถึงเพียงการคงความคิดเห็นหรือสภาพบางอย่างไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียน: The town needs workers to ____ its bike paths, from initial construction through years of regular upkeep.

ดูคำตอบ

build and maintain

so more people were drawn from the countryside to the cities การใช้คำ

1:47

ผู้คนจึงถูกดึงดูดจากชนบทเข้าสู่เมืองมากขึ้น

การใช้คำ

were drawn from ... to ...: การย้ายถิ่นเพราะถูกดึงดูด

ในประโยคนี้ were drawn หมายถึง “ถูกดึงดูดหรือได้รับแรงผลักดันให้ย้ายถิ่น” งานและโอกาสทำให้เมืองมีความน่าสนใจ ไม่มีใครดึงผู้คนเหล่านั้นไปจริง ๆ ทางกายภาพ โครงสร้างกรรมวาจก be drawn from A to B เน้นผู้ที่ได้รับผลและการเคลื่อนย้ายจากจุดเริ่มต้นไปยังจุดหมาย โครงสร้างนี้ใช้บรรยายแนวโน้มโดยรวมได้โดยไม่ต้องระบุบุคคลคนเดียวว่าเป็นสาเหตุ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ were drawn from ... to ... เพื่อบรรยายว่าผู้คนย้ายถิ่นเพราะมีโอกาส?

  1. Scientists were drawn from small towns to the capital by new research jobs.
  2. Scientists drew maps of small towns before visiting the capital.
  3. Scientists were forced from small towns to the capital by a government order.
ดูคำตอบ

Scientists were drawn from small towns to the capital by new research jobs.

as more jobs and opportunities became available. วลี

1:50

เนื่องจากมีงานและโอกาสเพิ่มมากขึ้น

วลี

more jobs and opportunities became available: มีงานและโอกาสเพิ่มขึ้นพร้อมให้เข้าถึง

ในประโยคนี้ became available หมายถึง “เริ่มหาได้หรือเปิดให้ผู้คนเข้าถึง” มีงานและโอกาสเพิ่มขึ้น เปิดกว้างขึ้น หรือผู้คนสามารถไขว่คว้าได้แล้ว Become แสดงการเปลี่ยนแปลงของสถานะ เมื่อประธานเป็นสิ่งของ เช่น งาน ตั๋ว บริการ หรือทรัพยากร available มักหมายความว่าผู้คนสามารถหา ใช้ หรือสมัครสิ่งนั้นได้ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้น “มีเวลาว่าง”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายเพื่อแสดงว่ามีช่วงเวลาเปิดให้จอง: After the clinic hired another doctor, more appointment times ____.

ดูคำตอบ

became available

If you think modern cities are overcrowded, ลำดับความ

1:53

หากคุณคิดว่าเมืองในยุคปัจจุบันแออัดเกินไป

you may be surprised to learn that some cities in 2000 BC

1:55

คุณอาจจะต้องประหลาดใจเมื่อทราบว่าเมืองบางแห่งในปี 2000 ก่อนคริสตกาล

had population densities nearly twice as high as that of Shanghai or Calcutta. โน้ต

1:59

มีความหนาแน่นของประชากรเกือบเป็นสองเท่าของเซี่ยงไฮ้หรือกัลกัตตา

ลำดับความ

If you think ..., you may be surprised to learn ...: การส่งสัญญาณว่าข้อมูลจะพลิกความคาดหมาย

บทนำนี้เริ่มด้วยการกล่าวถึงความคิดที่ผู้ฟังอาจมีอยู่แล้ว นั่นคือเมืองสมัยใหม่ดูแออัดเกินไป จากนั้นจึงส่งสัญญาณว่าข้อมูลต่อไปอาจพลิกความคาดหมายนี้ ในที่นี้ If you think ... ไม่ได้มีหน้าที่หลักในการตั้งเงื่อนไขให้เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น เมื่อใช้คู่กับ you may be surprised to learn ... โครงสร้างนี้จะจัดข้อมูลเป็น “ความเชื่อเดิมก่อน แล้วตามด้วยข้อมูลแก้ไขที่น่าประหลาดใจ” นอกจากนี้ may ยังช่วยหลีกเลี่ยงการยืนยันว่าผู้ฟังทุกคนจะต้องประหลาดใจอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

บทนำที่เน้นไว้มีหน้าที่หลักในการจัดเนื้อหาอย่างไร?

  1. ขอให้ผู้ฟังเลือกระหว่างข้อเท็จจริงสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  2. เสนอความเชื่อที่คุ้นเคยก่อน แล้วส่งสัญญาณว่าข้อเท็จจริงต่อไปจะท้าทายความเชื่อนั้น
  3. บอกว่าข้อเท็จจริงนี้จะเป็นจริงก็ต่อเมื่อผู้ฟังทุกคนเห็นตรงกันเรื่องเมืองสมัยใหม่
ดูคำตอบ

เสนอความเชื่อที่คุ้นเคยก่อน แล้วส่งสัญญาณว่าข้อเท็จจริงต่อไปจะท้าทายความเชื่อนั้น

การใช้คำ

population densities: จำนวนคนต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่

ความหนาแน่นของประชากร คือจำนวนคนที่อาศัยอยู่ต่อหน่วยพื้นที่ที่กำหนด รูปพหูพจน์ population densities ใช้กล่าวถึงค่าความหนาแน่นที่แยกกันของเมืองหรือสถานที่มากกว่าหนึ่งแห่ง คำนี้ไม่เหมือนกับจำนวนประชากรรวม สถานที่ขนาดเล็กอาจมีคนรวมน้อยกว่า แต่มีความหนาแน่นของประชากรสูงกว่าได้ หากคนเหล่านั้นอยู่รวมกันในพื้นที่ที่เล็กกว่า

แบบฝึกหัด

เมือง A และเมือง B มีจำนวนประชากรเท่ากัน แต่เมือง A มีพื้นที่เพียงครึ่งหนึ่งของเมือง B ข้อใดถูกต้อง?

  1. ทั้งสองเมืองต้องมีความหนาแน่นของประชากรเท่ากัน
  2. เมือง A มีความหนาแน่นของประชากรสูงกว่า
  3. เมือง B มีความหนาแน่นของประชากรสูงกว่า
ดูคำตอบ

เมือง A มีความหนาแน่นของประชากรสูงกว่า

ไวยากรณ์

twice as high as that of: เปรียบเทียบค่าโดยไม่กล่าวคำนามซ้ำ

ในประโยคนี้ nearly twice as high as หมายความว่าความหนาแน่นของประชากรเกือบเป็นสองเท่าของค่าที่นำมาเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าสูงขึ้นสองครั้ง คำว่า nearly บอกว่าอัตราส่วนใกล้เคียงแต่ยังไม่ถึง 2:1 พอดี ใน that of... คำว่า that ใช้แทน population density จึงไม่ต้องพูดซ้ำว่า population density of Shanghai or Calcutta และทำให้เปรียบเทียบค่าชนิดเดียวกัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ A's value is twice as high as that of B.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายเพื่อบอกว่าปริมาณฝนรายปีของ Hilltown เป็นสองเท่าของ Laketown พอดี: The annual rainfall in Hilltown is ____ Laketown.

ดูคำตอบ

twice as high as that of

One reason for this was that transportation was not widely available, โน้ต

2:04

เหตุผลหนึ่งคือการขนส่งยังไม่แพร่หลาย

วลี

not widely available: เข้าถึงได้ในวงจำกัด ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเลย

not widely available หมายถึง สิ่งนั้นอาจมีอยู่ แต่คนจำนวนมากหรือผู้คนในหลายพื้นที่ยังไม่สามารถเข้าถึงหรือใช้งานได้ ในที่นี้มีการคมนาคมบางรูปแบบอยู่แล้ว แต่ยังไม่แพร่หลายหรือเข้าถึงง่ายพอที่ผู้คนจะพึ่งพาได้ widely บอกถึงความกว้างของพื้นที่หรือกลุ่มคนที่เข้าถึงได้ ไม่ได้หมายถึงระยะทางทางกายภาพที่ไกล สำนวนนี้ใช้พูดถึงบริการ เทคโนโลยี ทรัพยากร และข้อมูลได้

แบบฝึกหัด

บริการสุขภาพใหม่มีให้ใช้ในเมืองใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง และคนส่วนใหญ่ยังใช้บริการไม่ได้ ประโยคใดอธิบายสถานการณ์นี้ได้ดีที่สุด

  1. The service is available to everyone.
  2. The service is not widely available yet.
  3. The service is not available anywhere.
ดูคำตอบ

The service is not widely available yet.

so everything had to be within walking distance, วลี

2:07

ดังนั้นทุกสิ่งจึงต้องอยู่ในระยะที่สามารถเดินถึงได้

ลำดับความ

One reason for this was that: อ้างกลับไปยังข้อมูลก่อนหน้าและนำเข้าสู่สาเหตุ

One reason for this was that... เป็นเครื่องหมายช่วยจัดลำดับเนื้อหา โดยพาจากสถานการณ์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้าไปสู่คำอธิบาย ในที่นี้ this อ้างถึงข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ว่าเมืองโบราณบางแห่งมีความหนาแน่นของประชากรสูงมาก ไม่ได้อ้างถึงชื่อสถานที่ที่อยู่ใกล้ที่สุดเพียงคำเดียว One reason บอกว่าผู้พูดกำลังให้เหตุผลหนึ่งที่เป็นไปได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเหตุผลเดียว จากนั้นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that จะระบุเหตุผลนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ One reason for + situation + is/was that + full clause.

แบบฝึกหัด

ในประโยคต้นฉบับ this ใน One reason for this was that อ้างถึงสิ่งใดอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. เฉพาะชื่อสถานที่ Calcutta เท่านั้น
  2. ข้อเท็จจริงที่กล่าวไว้ก่อนหน้าว่าเมืองโบราณบางแห่งมีความหนาแน่นของประชากรสูงมาก
  3. การมีบริการขนส่งอย่างจำกัดที่กล่าวไว้ภายหลังในประโยค
ดูคำตอบ

ข้อเท็จจริงที่กล่าวไว้ก่อนหน้าว่าเมืองโบราณบางแห่งมีความหนาแน่นของประชากรสูงมาก

including the few sources of clean water that existed then.

2:10

รวมถึงแหล่งน้ำสะอาดเพียงไม่กี่แห่งที่มีอยู่ในเวลานั้น

วลี

within walking distance (of): ใกล้พอที่จะเดินไปถึงได้

within walking distance หมายถึง สถานที่นั้นอยู่ใกล้พอที่จะเดินไปถึงได้ within บอกว่าตำแหน่งอยู่ภายในขอบเขตที่ใช้งานได้จริง ไม่ได้บรรยายการเดิน เมื่อต้องการระบุจุดอ้างอิง ให้ใช้ within walking distance of + สถานที่ หากไม่มี of ก็อาจเข้าใจจุดอ้างอิงได้จากบริบทรอบข้าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ใกล้พอที่จะเดินไปถึงได้”: The apartment is ____ the train station.

ดูคำตอบ

within walking distance of

And the land area of the city was further restricted by the need for walls to defend against attacks. วลี

2:14

และพื้นที่ของเมืองก็ถูกจำกัดมากขึ้นไปอีกด้วยความจำเป็นในการสร้างกำแพงเพื่อป้องกันการโจมตี

วลี

was further restricted by: เพิ่มปัจจัยจำกัดอีกประการ

ใน was restricted by ประธานเป็นสิ่งที่ได้รับข้อจำกัด และ by นำหน้าสิ่งที่ทำให้เกิดข้อจำกัดนั้น ในประโยคนี้ ความจำเป็นที่ต้องมีกำแพงป้องกันเป็นปัจจัยที่ทำให้พื้นที่ที่เมืองอาจครอบคลุมแคบลง further แสดงว่าข้อจำกัดนี้เพิ่มเข้ามาจากข้อจำกัดที่กล่าวไว้แล้วหรือเข้าใจได้จากบริบท รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be further restricted by + factor ซึ่งหมายถึงเงื่อนไขเพิ่มเติมทำให้พื้นที่ ปริมาณ หรือตัวเลือกที่มีอยู่แคบลงอีก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้: The building plan was already limited by height rules and was ____ a small budget.

ดูคำตอบ

further restricted by

วลี

to defend against attacks: บอกจุดประสงค์และระบุภัยคุกคาม

to defend against attacks เป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าเหตุใดจึงจำเป็นต้องมีกำแพง และหมายถึงเพื่อป้องกันการโจมตี ใน defend against + threat คำว่า against นำหน้าภัยที่ต้องต้านทาน หากบริบทบอกชัดเจนอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องระบุคนหรือสิ่งที่ได้รับการปกป้อง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าไฟร์วอลล์ใหม่ถูกติดตั้งเพื่อป้องกันการโจมตีออนไลน์

  1. The new firewall was installed to defend against online safety.
  2. The new firewall was installed to defend against online attacks.
  3. The new firewall was installed to defend online attacks.
ดูคำตอบ

The new firewall was installed to defend against online attacks.

The Roman Empire was able to develop infrastructure to overcome these limitations, โน้ต

2:20

จักรวรรดิโรมันสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเอาชนะข้อจำกัดเหล่านี้ได้

การใช้คำ

infrastructure: ระบบพื้นฐานที่ทำให้สังคมดำเนินไปได้

ในประโยคนี้ infrastructure หมายถึงระบบพื้นฐานที่เชื่อมโยงกันและทำให้เมืองกับสังคมดำเนินงานได้ เช่น ถนน ระบบประปา ระบบท่อระบายน้ำ และเครือข่ายการสื่อสาร คำนี้หมายถึงระบบโดยรวม ไม่ใช่อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างเพียงแห่งเดียว แนวคิดเดียวกันนี้ใช้กับด้านอื่นนอกเหนือจากเมืองได้ด้วย ตัวอย่างเช่น digital infrastructure รวมถึงเครือข่าย เซิร์ฟเวอร์ และระบบพื้นฐานอื่น ๆ ที่รองรับบริการออนไลน์

แบบฝึกหัด

เมืองแห่งหนึ่งกำลังปรับปรุงถนน สะพาน ท่อน้ำ และโครงข่ายไฟฟ้า คำภาษาอังกฤษคำใดเป็นชื่อรวมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับระบบทั้งหมดนี้

  1. furniture
  2. infrastructure
  3. architecture
ดูคำตอบ

infrastructure

วลี

overcome these limitations: ทำให้ข้อจำกัดไม่ขัดขวางความก้าวหน้าอีกต่อไป

ในประโยคนี้ overcome these limitations หมายถึงการจัดการข้อจำกัดที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ได้สำเร็จ จนข้อจำกัดเหล่านั้นไม่ขัดขวางการพัฒนาอีกต่อไป คำว่า overcome ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการข้ามสิ่งใดทางกายภาพ Overcome เป็นสกรรมกริยา จึงรับข้อจำกัดหรือปัญหาเป็นกรรมโดยตรง เช่น overcome a limitation, overcome a problem หรือ overcome an obstacle

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวว่าการออกแบบทำให้ข้อจำกัดไม่เป็นอุปสรรคสำคัญอีกต่อไป โดยไม่ได้อ้างว่าตัวข้อจำกัดนั้นหายไปแล้ว

  1. The new design worked within the town's space limitations.
  2. The new design removed every space limitation in the town.
  3. The new design helped the town overcome its space limitations.
ดูคำตอบ

The new design helped the town overcome its space limitations.

but other than that, ลำดับความ

2:25

แต่นอกเหนือจากนั้น

ลำดับความ

but other than that: กันข้อยกเว้นหนึ่งอย่างออกไป

other than that หมายถึง “นอกเหนือจากประเด็นที่เพิ่งกล่าวถึง” โดย that ในที่นี้ย้อนถึงข้อยกเว้นก่อนหน้าเกี่ยวกับความสามารถด้านโครงสร้างพื้นฐานของจักรวรรดิโรมัน เมื่อใช้ร่วมกับ but วลีนี้จะกันข้อยกเว้นนั้นออกไปก่อน แล้วกลับเข้าสู่ข้อสรุปหลัก โดยจัดข้อมูลในลักษณะว่า “มีข้อยกเว้นหนึ่งอย่าง แต่ในด้านอื่น ๆ ...” ไม่ได้ใช้เพื่อเพิ่มประเด็นใหม่

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่เหมาะสมที่สุด: The printer is slow, but ___, it works well.

  1. because of that
  2. besides that
  3. other than that
ดูคำตอบ

other than that

modern cities as we know them didn't really get their start until the Industrial Revolution, โน้ต

2:26

เมืองสมัยใหม่ที่เรารู้จักกันยังไม่เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงจนกระทั่งถึงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม

วลี

as we know them: รูปแบบที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน

as we know them เป็นส่วนขยายแบบแทรกของ modern cities หมายถึง “ในรูปแบบที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน” ไม่ได้หมายถึง “เมืองที่เรารู้จักเป็นการส่วนตัว” คำสรรพนาม them ย้อนกลับไปที่คำนามพหูพจน์ cities วลีนี้แยกรูปแบบสมัยใหม่ของเมืองออกจากรูปแบบในอดีตที่อาจเรียกว่าเมืองเช่นกัน

แบบฝึกหัด

modern cities as we know them หมายถึงอะไรในประโยคนี้? Modern cities as we know them did not develop until much later.

  1. เมืองสมัยใหม่ในรูปแบบที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน
  2. เมืองที่เราเคยไปเยือนด้วยตนเอง
  3. เมืองทั้งหมดจากทุกยุคสมัยในประวัติศาสตร์
ดูคำตอบ

เมืองสมัยใหม่ในรูปแบบที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน

สำนวน

didn't really get their start until: จุดเริ่มต้นที่แท้จริงซึ่งมาถึงภายหลัง

get their start หมายถึง “เริ่มมีอยู่หรือเริ่มพัฒนา” โดย their อ้างถึง modern cities ไม่ได้หมายตามตัวอักษรว่า “ได้รับจุดเริ่มต้น” โครงสร้าง didn't ... until วางจุดเริ่มต้นที่แท้จริงไว้ ณ เวลาที่ระบุหลัง until ส่วน really เน้นเส้นแบ่งสำคัญว่า แม้ก่อนหน้านั้นจะมีเมืองอยู่แล้ว แต่เมืองในความหมายสมัยใหม่เพิ่งเริ่มเป็นรูปเป็นร่างในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ get one's start: The museum was only an idea for years, but it didn't really ____ until local artists found a building.

ดูคำตอบ

get its start

วัฒนธรรม

the Industrial Revolution: จุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์เบื้องหลังเมืองสมัยใหม่

the Industrial Revolution หมายถึงการปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ไปสู่การผลิตด้วยพลังงานจากเครื่องจักร ระบบโรงงาน และระบบขนส่งกับพลังงานแบบใหม่ การเปลี่ยนแปลงนี้เริ่มในบริเตนช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 แล้วจึงแพร่ไปยังพื้นที่อื่น ในประโยคนี้ คำดังกล่าวระบุช่วงที่งาน ผู้คน และโครงสร้างพื้นฐานเริ่มกระจุกตัวในเมือง Revolution ในที่นี้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงด้านอุตสาหกรรมและสังคมในวงกว้าง ไม่ใช่การลุกฮือทางการเมืองเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the Industrial Revolution หมายถึงอะไร

  1. การเปลี่ยนผ่านทางประวัติศาสตร์ไปสู่อุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรและการผลิตในโรงงาน
  2. การลุกฮือทางการเมืองครั้งเดียวที่สร้างเมืองสมัยใหม่ทั้งหมด
  3. การรณรงค์ในยุคปัจจุบันเพื่อนำโรงงานออกจากเมือง
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนผ่านทางประวัติศาสตร์ไปสู่อุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรและการผลิตในโรงงาน

when new technology deployed on a mass scale วลี

2:31

เมื่อเทคโนโลยีใหม่ๆ ถูกนำไปใช้อย่างมหาศาล

allowed cities to expand and integrate further, วลี

2:33

ช่วยให้เมืองขยายตัวและบูรณาการได้ดียิ่งขึ้น

วลี

deployed on a mass scale: นำมาใช้งานจริงในวงกว้าง

ในที่นี้ deployed on a mass scale ขยายคำว่า new technology โดย deployed เป็นคำกริยาช่องสามที่บอกว่าเทคโนโลยีถูกนำมาใช้งานจริงอย่างมีแผน ไม่ใช่เพียงถูกคิดค้นหรือทดลองเท่านั้น on a mass scale หมายถึงครอบคลุมสถานที่ ผู้คน หรือระบบจำนวนมาก เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้หมายถึงเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้แพร่หลายในวงกว้าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าระบบใหม่ถูกนำมาใช้งานจริงอย่างแพร่หลาย?

  1. The new system was deployed on a mass scale.
  2. The new system was developed in a small laboratory.
  3. The new system was stored for future use.
ดูคำตอบ

The new system was deployed on a mass scale.

วลี

expand and integrate further: ขยายตัวและเชื่อมโยงกันมากขึ้น

expand และ integrate เป็นคำกริยาสองคำที่วางขนานกันหลัง allowed cities to โดย expand หมายถึงขยายขนาด ประชากร ขอบเขต หรือความจุ ส่วน integrate หมายถึงเชื่อมโยงกันแน่นแฟ้นขึ้น เพื่อให้เขตเมือง การคมนาคม บริการ และชุมชนใกล้เคียงทำงานเป็นระบบเดียวกันมากขึ้น further ใช้กับการเปลี่ยนแปลงทั้งสองอย่าง เมืองจึงสามารถขยายตัวต่อไปและเชื่อมโยงกันมากขึ้นได้ วลีนี้จึงบอกพัฒนาการสองด้าน ไม่ใช่เพียงการมีขนาดใหญ่ขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร: Better transport allowed the city to expand and integrate further?

  1. เมืองขยายตัว และพื้นที่กับบริการต่าง ๆ ก็เชื่อมโยงกันแน่นแฟ้นขึ้น
  2. เมืองขยายตัว แต่พื้นที่ต่าง ๆ กลับแยกจากกันมากขึ้น
  3. เมืองหยุดขยายตัวและแยกระบบต่าง ๆ ออกจากกันต่อไป
ดูคำตอบ

เมืองขยายตัว และพื้นที่กับบริการต่าง ๆ ก็เชื่อมโยงกันแน่นแฟ้นขึ้น

establishing police, fire, and sanitation departments, การใช้คำ

2:36

มีการจัดตั้งหน่วยงานตำรวจ ดับเพลิง และสุขาภิบาล

as well as road networks, and later electricity distribution. การใช้คำ

2:40

รวมถึงโครงข่ายถนน และการกระจายไฟฟ้าในภายหลัง

การใช้คำ

police, fire, and sanitation departments: หน่วยบริการสาธารณะของเมืองสามประเภท

ในรายการแบบย่อนี้ police, fire และ sanitation ต่างก็ขยายคำนามตัวสุดท้ายคือ departments ความหมายเต็มคือ police departments, fire departments และ sanitation departments ซึ่งเป็นหน่วยบริการสาธารณะของเมืองสามประเภท คำว่า fire ในที่นี้หมายถึงงานดับเพลิงและการตอบสนองเหตุฉุกเฉิน ไม่ได้หมายถึงเปลวไฟ ส่วน sanitation หมายถึงบริการระดับเมือง เช่น การเก็บขยะและการรักษาความสะอาดของถนน ไม่ใช่แค่การทำความสะอาดห้อง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ police, fire, and sanitation departments หมายถึงอะไร

  1. ร้านค้าเอกชนที่ขายอุปกรณ์ความปลอดภัยและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
  2. หน่วยงานของเมืองที่ดูแลงานตำรวจ ดับเพลิง และสุขาภิบาล
  3. ภัยธรรมชาติสามประเภท
ดูคำตอบ

หน่วยงานของเมืองที่ดูแลงานตำรวจ ดับเพลิง และสุขาภิบาล

การใช้คำ

road networks ... later electricity distribution ในฐานะระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อกัน

road networks หมายถึงระบบถนนที่เชื่อมต่อกัน ไม่ใช่ถนนแต่ละเส้นที่แยกจากกัน ส่วน electricity distribution คือขั้นตอนของโครงข่ายท้องถิ่นที่ส่งไฟฟ้าไปยังผู้ใช้ เช่น บ้านและธุรกิจ ดังนั้น distribution จึงหมายถึงระบบที่จัดไว้อย่างเป็นระเบียบ ไม่ใช่แค่การ “แจกจ่ายไฟฟ้า” แบบทั่วไป คำวิเศษณ์ later วาง electricity distribution ไว้หลัง road networks ตามลำดับการพัฒนา แสดงว่าระบบจำหน่ายไฟฟ้าถูกสร้างหรือขยายในเวลาต่อมา

แบบฝึกหัด

การไฟฟ้าส่งไฟฟ้าจากสถานีไฟฟ้าย่อยในชุมชน ผ่านสายไฟท้องถิ่นไปยังบ้านและร้านค้า ขั้นตอนนี้เรียกว่าอะไร

  1. electricity generation
  2. electricity transmission
  3. electricity distribution
ดูคำตอบ

electricity distribution

So what is the future of cities?

2:44

แล้วอนาคตของเมืองคืออะไร

Global population is currently more than 7 billion

2:46

ปัจจุบันประชากรโลกมีมากกว่า 7 พันล้านคน

and is predicted to top out around 10 billion. กริยาวลี

2:49

และคาดการณ์ว่าจะพุ่งสูงสุดที่ประมาณ 1 หมื่นล้านคน

กริยาวลี

top out around 10 billion: ขึ้นถึงจุดสูงสุดที่คาดไว้ประมาณ 1 หมื่นล้านคน

top out หมายถึงการขึ้นไปถึงระดับสูงสุดก่อนที่จะหยุดเพิ่มหรือทรงตัว ในที่นี้คาดว่าประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นจนถึงค่าสูงสุดใกล้ 1 หมื่นล้านคน around บอกว่า 1 หมื่นล้านเป็นค่าประมาณ ไม่ใช่จุดที่หยุดเพิ่มอย่างแม่นยำ ในการคาดการณ์ตัวเลข โครงสร้าง top out around + จำนวน สื่อทั้งความหมายว่า “ถึงจุดสูงสุด” และ “มีค่าประมาณเท่านี้”

แบบฝึกหัด

ถ้าคาดว่าประชากรจะ top out around 10 billion หมายความว่าอย่างไร

  1. คาดว่าประชากรจะเพิ่มขึ้นจนถึงจุดสูงสุดประมาณ 1 หมื่นล้านคน
  2. คาดว่าประชากรจะคงอยู่ที่ระดับปัจจุบันตลอดไป
  3. คาดว่าประชากรจะลดลงเหลือ 1 หมื่นล้านคนพอดี
ดูคำตอบ

คาดว่าประชากรจะเพิ่มขึ้นจนถึงจุดสูงสุดประมาณ 1 หมื่นล้านคน

Most of this growth will occur in the urban areas

2:52

การเติบโตส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในเขตเมือง

of the world's poorest countries.

2:55

ของประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก

So how will cities need to change to accommodate this growth? การใช้คำ

2:57

ดังนั้นเมืองต่างๆ จะต้องปรับเปลี่ยนอย่างไรเพื่อรองรับการเติบโตนี้

การใช้คำ

accommodate this growth: เพิ่มขีดความสามารถเพื่อรองรับความต้องการที่มากขึ้น

ในที่นี้ accommodate this growth หมายถึงการจัดให้มีพื้นที่และขีดความสามารถเพียงพอสำหรับความต้องการที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของประชากร คำถามกำลังถามว่าเมืองต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง เพื่อให้ที่อยู่อาศัย การคมนาคม และบริการต่าง ๆ รองรับผู้คนได้มากขึ้น accommodate ไม่ได้หมายถึงการจัดที่พักให้ใครบางคนเท่านั้น เมื่อใช้กับกรรมอย่าง growth, demand หรือ change จะหมายถึงการปรับระบบให้รับมือกับแรงกดดันหรือความต้องการที่เพิ่มขึ้นได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ accommodate ในความหมายว่าเพิ่มหรือปรับขีดความสามารถเพื่อรองรับการเติบโต

  1. The hotel accommodated the visiting team for two nights.
  2. The report measured the growth in enrollment.
  3. The school added classrooms to accommodate rising enrollment.
ดูคำตอบ

The school added classrooms to accommodate rising enrollment.

First,

3:01

ประการแรก

the world will need to seek ways to provide adequate food, วลี

3:01

โลกจะต้องหาวิธีที่จะจัดหาอาหาร

sanitation, and education for all people.

3:05

สุขอนามัย และการศึกษาที่เพียงพอสำหรับทุกคน

วลี

seek ways to provide adequate food: ค้นหาวิธีตอบสนองความต้องการ

seek ways to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการค้นหาวิธีที่เป็นไปได้ในการทำสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ โลกต้องหาวิธีจัดหาอาหาร สุขาภิบาล และการศึกษา แต่ไม่ได้หมายความว่าบริการเหล่านี้เริ่มถูกจัดหาแล้ว adequate food หมายถึงอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของผู้คนหรือได้ตามมาตรฐานที่กำหนด ความหมายหลักของ adequate คือเพียงพอสำหรับความต้องการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างทางการ seek ways to + คำกริยารูปพื้นฐาน และ adequate: After the storm, the relief agency must ____ food for every family.

ดูคำตอบ

seek ways to provide adequate

Second,

3:08

ประการที่สอง

growth will need to happen in a way that does not damage the land ไวยากรณ์

3:09

การเติบโตจะต้องเกิดขึ้นในลักษณะที่ไม่ทำลายแผ่นดิน

that provides us with the goods and services วลี

3:11

ซึ่งให้สินค้าและบริการแก่เรา

that support the human population.

3:14

ที่คอยหล่อเลี้ยงประชากรมนุษย์

ไวยากรณ์

happen in a way that does not damage the land: เพิ่มเงื่อนไขให้วิธีที่สิ่งหนึ่งเกิดขึ้น

in a way that + อนุประโยค อธิบายว่าการกระทำหรือกระบวนการต้องเกิดขึ้นอย่างไร ในที่นี้ that นำอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย way กล่าวคือ รูปแบบการเติบโตที่ยอมรับได้ต้องไม่ทำลายผืนดิน อนุประโยคปฏิเสธเพิ่มผลลัพธ์ที่วิธีนั้นต้องหลีกเลี่ยง โครงสร้างนี้ใช้กำหนดเงื่อนไขให้วิธีทำบางสิ่ง ไม่ใช่เพียงบอกว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่ตรงตามรูปแบบ in a way that + does not: The kitchen should prepare meals ____ waste ingredients.

ดูคำตอบ

in a way that does not

วลี

provide someone with something: โครงสร้างใน provides us with the goods and services

ในที่นี้ provides us with the goods and services ใช้โครงสร้าง provide + ผู้รับ + with + สิ่งที่ให้ โดย us คือผู้รับ และ the goods and services คือสิ่งที่ถูกจัดหาให้ ในบริบทนี้ goods หมายถึงทรัพยากรที่มีประโยชน์ ส่วน services หมายถึงหน้าที่หรือประโยชน์ที่ช่วยค้ำจุนชีวิตมนุษย์ เมื่อผู้รับอยู่ต่อจาก provide โดยตรง ให้ใช้ with ก่อนสิ่งที่จัดหาให้ เช่น provide families with water โครงสร้างนี้พบบ่อยเมื่อพูดถึงทรัพยากร ระบบนิเวศ องค์กร และบริการสาธารณะ

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่หายไปให้ประโยคสมบูรณ์: The clinic provides local families ____ free health checks.

ดูคำตอบ

with

Food production might move to vertical farms and skyscrapers, การใช้คำ

3:17

การผลิตอาหารอาจย้ายไปยังฟาร์มแนวตั้งและตึกระฟ้า

การใช้คำ

vertical farms: ฟาร์มที่ปลูกพืชเป็นชั้นซ้อนกัน

Vertical farms คือฟาร์มที่ปลูกพืชเป็นชั้น ๆ ซ้อนขึ้นด้านบน มักอยู่ภายในอาคารและมีการควบคุมแสง น้ำ และอุณหภูมิ คำว่า vertical อธิบายการจัดพื้นที่เพาะปลูก ไม่ได้หมายถึงการนำฟาร์มทั้งแห่งมาตั้งขึ้นตรง ๆ ในประโยคนี้ การย้ายการผลิตอาหารไปยัง vertical farms หมายถึงการใช้พื้นที่หลายชั้นในเมือง แทนที่จะพึ่งพาเฉพาะพื้นที่เกษตรแนวราบขนาดใหญ่

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบาย vertical farm ได้ถูกต้องที่สุด

  1. โกดังสูงที่ใช้เก็บเครื่องจักรการเกษตรเท่านั้น
  2. ไร่แบบดั้งเดิมที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงชัน
  3. สถานที่ที่ปลูกพืชเป็นชั้นซ้อนกันในแนวตั้ง
ดูคำตอบ

สถานที่ที่ปลูกพืชเป็นชั้นซ้อนกันในแนวตั้ง

rooftop gardens, or vacant lots in city centers, การใช้คำ

3:20

สวนบนดาดฟ้า หรือที่ดินว่างเปล่าในใจกลางเมือง

การใช้คำ

vacant lots: ที่ดินว่างในเมือง

Vacant lots หมายถึงที่ดินแต่ละแปลงที่ไม่มีอาคารซึ่งมีคนใช้งานอยู่หรือไม่มีการใช้งานเป็นประจำ โดยทั่วไปมักเป็นที่ดินว่างหรือยังไม่ได้พัฒนา ในวลีนี้ vacant หมายถึง “ว่าง” หรือ “ไม่ได้ใช้งาน” ส่วน lots เป็นรูปพหูพจน์ของ lot ซึ่งหมายถึง “ที่ดินหนึ่งแปลง” ในประโยคนี้ vacant lots เป็นสถานที่ประเภทหนึ่งในใจกลางเมือง เช่นเดียวกับ rooftop gardens คำว่า lots ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “จำนวนมาก” แบบใน a lot of หรือ lots of

แบบฝึกหัด

ในวลี vacant lots คำว่า lots หมายถึงอะไร?

  1. อะพาร์ตเมนต์หลายห้องที่พร้อมใช้งาน
  2. ที่ดินที่ไม่ได้ใช้งานสองแปลงในเมือง
  3. พื้นที่ว่างจำนวนมาก
ดูคำตอบ

ที่ดินที่ไม่ได้ใช้งานสองแปลงในเมือง

while power will increasingly come from multiple sources of renewable energy. การใช้คำ

3:24

ในขณะที่พลังงานจะมาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนหลายแห่งเพิ่มมากขึ้น

การใช้คำ

renewable energy: พลังงานจากแหล่งที่สร้างทดแทนได้

Renewable energy คือพลังงานจากแหล่งที่ธรรมชาติสร้างทดแทนได้เร็วพอที่จะนำกลับมาใช้ได้อีก เช่น แสงอาทิตย์ ลม และน้ำไหล renewable ขยายคำว่า energy โดยอธิบายลักษณะของแหล่งพลังงาน ไม่ได้หมายถึงไฟฟ้าที่กลับคืนมาได้เอง ในประโยคนี้ power หมายถึง “ไฟฟ้า” และ multiple sources of renewable energy หมายถึงไฟฟ้าจะมาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนหลายแหล่ง ไม่ใช่เพียงแหล่งเดียว

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดให้คำจำกัดความของ renewable energy ได้ถูกต้องที่สุด?

  1. พลังงานชนิดใดก็ตามที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ
  2. พลังงานจากแหล่งที่สามารถสร้างทดแทนได้ตามธรรมชาติ
  3. ไฟฟ้าที่กลับมาเองหลังไฟดับ
ดูคำตอบ

พลังงานจากแหล่งที่สามารถสร้างทดแทนได้ตามธรรมชาติ

Instead of single-family homes, ไวยากรณ์

3:29

แทนที่จะเป็นบ้านเดี่ยวสำหรับครอบครัวเดียว

more residences will be built vertically. วลี

3:30

ที่อยู่อาศัยจะถูกสร้างขึ้นในแนวตั้งมากขึ้น

ไวยากรณ์

Instead of single-family homes: ระบุตัวเลือกที่ถูกแทนที่

โครงสร้าง instead of + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงไม่เลือกทางเลือกหนึ่ง แต่เลือกใช้อีกทางหนึ่ง ในต้นประโยคนี้ Instead of single-family homes ระบุประเภทที่อยู่อาศัยที่จะถูกแทนที่ แล้วประโยคหลักจึงบอกแผนใหม่ single-family home คือบ้านสำหรับหนึ่งครัวเรือน และมักเป็นบ้านเดี่ยว ไม่ได้หมายถึงเพียงบ้านที่มีอยู่แค่ครอบครัวเดียวเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย instead of: We took the train ____ driving.

ดูคำตอบ

instead of

วลี

be built vertically: ใช้พื้นที่ในแนวตั้ง

will be built เป็นรูปถูกกระทำในอนาคต หมายความว่าที่อยู่อาศัยเป็นสิ่งที่ถูกสร้าง ส่วน vertically เป็นคำวิเศษณ์ที่บอกทิศทางการพัฒนา คือสร้างสูงขึ้นด้วยอาคารที่สูงกว่าหรือพื้นที่หลายชั้น แทนที่จะขยายออกด้านข้างและใช้ที่ดินเพิ่ม เนื่องจาก vertically ขยาย built จึงต้องใช้คำวิเศษณ์ vertically ไม่ใช่คำคุณศัพท์ vertical ในบริบทการวางผังเมืองนี้ vertically บอกทิศทางของพื้นที่จริง ไม่ได้หมายถึงลำดับขั้นหรือระดับทางสังคม

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่สื่ออย่างถูกต้องว่า บ้านใหม่จะถูกสร้างให้สูงขึ้นเพื่อประหยัดที่ดิน

  1. To save land, the new homes will be built vertically.
  2. To save land, the new homes will be built vertical.
  3. To save land, the new homes will be building vertically.
ดูคำตอบ

To save land, the new homes will be built vertically.

We may see buildings that contain everything that people need for their daily life, ไวยากรณ์

3:33

เราอาจเห็นอาคารที่รวบรวมทุกสิ่งที่ผู้คนต้องการในชีวิตประจำวัน

ไวยากรณ์

everything that people need: ระบุสิ่งทั้งหมดในขอบเขต

everything หมายถึงทุกสิ่งที่อยู่ในขอบเขตนั้น อนุประโยคสัมพันธ์ that people need for their daily life ระบุขอบเขตในที่นี้ว่าเป็นทุกสิ่งที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ everything + that + ประธาน + กริยา ในที่นี้ that เป็นสรรพนามสัมพันธ์และทำหน้าที่เป็นกรรมของ need ไม่ได้หมายถึงสิ่งนั้น เนื่องจากเป็นกรรม จึงมักละได้เป็น everything people need

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ everything that: The emergency kit contains ____ a family needs for three days.

ดูคำตอบ

everything that

as well as a smaller, self-sufficient cities การใช้คำ

3:37

รวมถึงเมืองขนาดเล็กที่พึ่งพาตนเองได้

focused on local and sustainable production. วลี

3:40

ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การผลิตในท้องถิ่นและยั่งยืน

การใช้คำ

self-sufficient cities: เมืองที่ตอบสนองความต้องการได้โดยพึ่งพาภายนอกเพียงเล็กน้อย

self-sufficient cities คือเมืองที่สามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานหลายอย่างได้ด้วยทรัพยากร การผลิต และบริการของตนเองหรือในท้องถิ่น self-sufficient เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่ขยาย cities ใจความสำคัญคือเมืองสามารถดำเนินงานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสิ่งของจากภายนอกมากเกินไป

แบบฝึกหัด

เกาะห่างไกลแห่งหนึ่งผลิตอาหารและพลังงานส่วนใหญ่ได้เอง และแทบไม่ต้องใช้สิ่งของจากภายนอก ประโยคใดอธิบายเกาะนี้ได้ดีที่สุด

  1. The island is largely self-conscious.
  2. The island is largely selfish.
  3. The island is largely self-sufficient.
ดูคำตอบ

The island is largely self-sufficient.

วลี

focused on local and sustainable production: การบอกสิ่งที่ให้ความสำคัญ

ในที่นี้ focused on local and sustainable production ขยายคำว่า cities โดยเป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อ ซึ่งขยายได้เป็น cities that are focused on local and sustainable production Be focused on หมายถึง “ให้บางสิ่งเป็นความสำคัญหลัก” คำว่า local และ sustainable ขยาย production ทั้งคู่ ดังนั้นวลีนี้จึงบอกกลยุทธ์ด้านการผลิตของเมือง ไม่ได้หมายถึงการปรับโฟกัสทางสายตา

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ให้สิ่งนี้เป็นความสำคัญ” ลงในประโยค: The campaign is ____ reducing waste.

ดูคำตอบ

focused on

The future of cities is diverse, ลำดับความ

3:42

อนาคตของเมืองมีความหลากหลาย

malleable, and creative,

3:44

ยืดหยุ่นได้ และสร้างสรรค์

ลำดับความ

diverse, malleable, and creative: การสรุปด้วยคำคุณศัพท์สามคำ

ในประโยคนี้ diverse, malleable และ creative เป็นคำคุณศัพท์สามคำที่วางขนานกันหลัง is เครื่องหมายจุลภาคแยกคำบรรยายสองคำแรก และ and นำคำสุดท้ายเข้ามา ทำให้ผู้ฟังรับรู้ทั้งหมดเป็นบทสรุปที่สมดุลเกี่ยวกับอนาคตของเมือง คำคุณศัพท์แต่ละคำเพิ่มมุมมองที่ต่างกัน: diverse หมายถึงหลากหลาย malleable หมายถึงสามารถขึ้นรูปหรือปรับเปลี่ยนได้ และ creative หมายถึงสร้างแนวคิดใหม่ได้ ในที่นี้ malleable ใช้เชิงเปรียบเทียบ โดยนำเสนอว่าอนาคตเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ได้ตายตัว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบเดียวกัน คือมีคำคุณศัพท์สามคำวางขนานกันหลัง be?

  1. The plan is practical, flexible, and affordable.
  2. The practical plan is flexible because it is affordable.
  3. The plan is practical, flexibility, and affordable.
ดูคำตอบ

The plan is practical, flexible, and affordable.

no longer built around a single industry, ลำดับความ

3:46

ไม่ได้สร้างขึ้นโดยยึดอุตสาหกรรมเดียวเป็นหลักอีกต่อไป

ลำดับความ

No longer built around a single industry: ไม่ได้มีอุตสาหกรรมเดียวเป็นศูนย์กลางอีกต่อไป

no longer บอกการเปลี่ยนแปลงจากสภาพในอดีต กล่าวคือ เมืองหนึ่งอาจเคยพึ่งพาอุตสาหกรรมหลักเพียงอย่างเดียว แต่ตอนนี้อุตสาหกรรมนั้นไม่ได้เป็นแกนในการจัดระบบเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของเมืองอีกต่อไป built around ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า จัดขึ้นโดยมีบางสิ่งเป็นศูนย์กลาง ไม่ได้หมายถึงการก่อสร้างล้อมรอบเป็นวงจริง ๆ ในด้านการจัดลำดับข้อมูล วลีนี้ปิดภาพของรูปแบบเก่าก่อนที่ but จะนำเข้าสถานการณ์ใหม่ โครงสร้าง no longer X, but Y ช่วยให้บทสรุปเปลี่ยนจากสิ่งที่สิ้นสุดลงแล้วไปสู่สิ่งที่มาแทนหรือสิ่งที่เป็นจริงในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ใช้ no longer built around เติมประโยคให้สมบูรณ์: The island once depended entirely on tourism, but its economy is ____ a single industry.

ดูคำตอบ

no longer built around

but reflecting an increasingly connected and global world. ลำดับความ

3:48

แต่สะท้อนให้เห็นถึงโลกที่เป็นสากลและเชื่อมต่อกันมากขึ้น

ลำดับความ

But reflecting an increasingly connected and global world: สะท้อนโลกที่เชื่อมโยงกันและเป็นสากลมากขึ้น

but แสดงด้านใหม่ของความเปรียบต่างที่เริ่มด้วย no longer หลังจากปฏิเสธรูปแบบที่พึ่งพาอุตสาหกรรมเดียวแล้ว ประโยคจะบอกว่ารูปแบบใหม่ของเมืองแสดงให้เห็นอะไรในตอนนี้ reflecting ในที่นี้หมายถึง แสดงหรือสะท้อนให้เห็น ไม่ใช่สะท้อนภาพกลับมาเหมือนกระจก รูป -ing สานต่อคำบรรยายเดิม ไม่ได้นำเสนอเหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่ง การเชื่อมเมืองเข้ากับโลกที่เชื่อมโยงถึงกันและเป็นสากลมากขึ้น ทำให้บทสรุปขยับจากลักษณะหนึ่งของเมืองไปสู่แนวโน้มที่กว้างกว่าซึ่งลักษณะนั้นเป็นตัวแทน

แบบฝึกหัด

ในบทสรุปนี้ but reflecting an increasingly connected and global world มีหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. บอกว่าความเชื่อมโยงระดับโลกกำลังทำให้ทุกเมืองพึ่งพาอุตสาหกรรมเดียว
  2. เปรียบเทียบรูปแบบเดิมที่พึ่งพาอุตสาหกรรมเดียวกับการเปลี่ยนแปลงระดับโลกที่กว้างกว่าซึ่งเมืองสะท้อนให้เห็นในตอนนี้
  3. บรรยายอาคารที่สะท้อนภูมิทัศน์รอบข้างทางกายภาพเหมือนกระจก
ดูคำตอบ

เปรียบเทียบรูปแบบเดิมที่พึ่งพาอุตสาหกรรมเดียวกับการเปลี่ยนแปลงระดับโลกที่กว้างกว่าซึ่งเมืองสะท้อนให้เห็นในตอนนี้