เป๊ปป้าพิก | แทรมโพลีน | เป๊ปป้าพิกอย่างเป็นทางการ | การ์ตูนสำหรับครอบครัวและเด็ก: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Peppa Pig - Official Channel

ความยากในการเรียน
442 คำ 130 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: เป๊ปป้าและเพื่อน ๆ ไปสวนแทรมโพลีนและเรียนรู้กฎการกระโดดอย่างปลอดภัย แต่มัมมี่พิกกระโดดสูงจนไปติดอยู่บนต้นไม้ มิสแรบบิตจึงต้องช่วยด้วยวิธีที่ไม่ธรรมดา และทุกคนได้เรียนรู้ว่าไม่ควรกระโดดแรงเกินไป ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. When you bounce, you must bounce safely. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า When you..., you must... เชื่อมสถานการณ์เข้ากับสิ่งที่จำเป็นต้องทำอย่างไร ผู้เรียนสามารถนำรูปแบบนี้ไปบอกกฎความปลอดภัยหรือข้อกำหนดทั่วไปในสวนสาธารณะ สระว่ายน้ำ ห้องเรียน หรือศูนย์กิจกรรมได้อย่างชัดเจน 2. Are you sure that's a good idea, — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: สังเกตคำถามที่ใช้แสดงความสงสัยหรือความกังวลอย่างนุ่มนวลโดยไม่ปฏิเสธตรง ๆ เหมาะสำหรับเตือนคนที่กำลังคิดจะทำสิ่งเสี่ยง โดยยังรักษาน้ำเสียงที่สุภาพและไม่เผชิญหน้าเกินไป 3. We'll have you down — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่า have + บุคคล + ผลลัพธ์ สามารถหมายถึงการจัดการหรือทำให้ใครเข้าสู่สภาพใหม่ได้ ในเรื่องนี้คือคำสัญญาว่าจะพามัมมี่พิกลงมาอย่างปลอดภัย ไม่ใช่ have ที่แปลว่าเป็นเจ้าของ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

I'm Peppa Pig.

0:01

หนูชื่อเปปป้า พิก

This is my little brother George. วลี

0:05

นี่คือน้องชายตัวน้อยของหนู จอร์จ

วลี

little brother: พี่น้องชายที่อายุน้อยกว่า

ในประโยคนี้ little brother หมายถึง “พี่น้องชายที่อายุน้อยกว่า” หรือน้องชาย คำว่า little บอกความสัมพันธ์ด้านอายุของจอร์จในครอบครัว และอาจให้ความรู้สึกเอ็นดูด้วย ไม่ได้หมายความว่าจอร์จมีรูปร่างเล็ก

แบบฝึกหัด

Maya อายุสิบปี และ Leo พี่น้องชายของเธออายุเจ็ดปี ประโยคใดใช้ little brother ในความหมายด้านความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ถูกต้อง

  1. Leo is Maya's little brother.
  2. Leo is Maya's older brother.
  3. Leo is Maya's little friend.
ดูคำตอบ

Leo is Maya's little brother.

This is Mummy Pig

0:08

นี่คือแม่หมู

and this is Daddy Pig.

0:10

และนี่คือพ่อหมู

Peppa Pig

0:14

เปปป้า พิก

Trampolines

0:16

แทรมโพลีน

Peppa and her friends have come to the trampoline park. ไวยากรณ์

0:19

เปปป้าและเพื่อนๆ มาที่สวนแทรมโพลีน

ไวยากรณ์

have come to: การมาถึงที่มีผลในปัจจุบัน

Have come เป็น present perfect ซึ่งมีโครงสร้าง have + รูป past participle come เมื่อตามด้วย to + สถานที่ จะบอกว่าเป๊ปป้าและเพื่อน ๆ มาถึงสวนแทรมโพลีนแล้ว และเน้นผลในปัจจุบันว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ที่นั่น ในประโยคที่ใช้เปิดฉากนี้ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเคยไปเที่ยวสวนแห่งนี้มาก่อน

แบบฝึกหัด

กลุ่มหนึ่งเพิ่งมาถึงห้องสมุดและยังอยู่ที่นั่น ประโยคใดเน้นผลในปัจจุบันนี้ได้ดีที่สุด

  1. We have come to the library for today's workshop.
  2. We came to the library last Tuesday.
  3. We have been to this library several times.
ดูคำตอบ

We have come to the library for today's workshop.

I never bounced on a trampoline. วลี

0:22

หนูไม่เคยกระโดดบนแทรมโพลีนมาก่อนเลย

วลี

bounced on a trampoline: การใช้ on เพื่อบอกว่าอยู่บนพื้นผิวแทรมโพลีน

ใน bounced on a trampoline คำว่า bounced เป็นรูปอดีตของ bounce และบอกการเคลื่อนขึ้นลงโดยอาศัยพื้นผิวยืดหยุ่นของแทรมโพลีน ใช้ on เพราะพื้นผิวนั้นรองรับตัวคนและคนเคลื่อนไหวอยู่บนพื้นผิวนั้น ส่วน in a trampoline จะสื่อว่าอยู่ข้างในแทรมโพลีน จึงไม่ใช่วลีปกติสำหรับกิจกรรมนี้

แบบฝึกหัด

เติมวลีมาตรฐานที่ใช้บอกว่ากระโดดบนพื้นผิวแทรมโพลีนให้สมบูรณ์: At the activity centre, Leo bounced ____ a trampoline.

ดูคำตอบ

on

I bounce lots. การใช้คำ

0:26

ฉันกระโดดบ่อย

การใช้คำ

lots: คำกริยาวิเศษณ์แบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง a lot

ในที่นี้ lots อยู่หลัง bounce และทำหน้าที่เป็นคำกริยาวิเศษณ์ โดยมีความหมายพื้นฐานเหมือน a lot คือบอกว่าการกระโดดเกิดขึ้นหลายครั้งหรือเกิดขึ้นในระดับมาก ในประโยคนี้ lots ไม่ใช่คำนามที่เป็นกรรม I bounce lots เป็นภาษาอังกฤษแบบสนทนาที่เป็นกันเอง ตำแหน่งปกติคือหลังคำกริยาหรือวลีกริยา เช่น I laugh lots ไม่ใช่ I lots laugh

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ lots เป็นคำกริยาวิเศษณ์อย่างเป็นธรรมชาติในบทสนทนาสบาย ๆ

  1. I laugh a lots when I watch that show.
  2. I laugh lots when I watch that show.
  3. I lots laugh when I watch that show.
ดูคำตอบ

I laugh lots when I watch that show.

It's the best thing ever. วลี

0:27

มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเลย

วลี

the best thing ever: ใช้ ever เน้นคำขั้นสุด

the best thing ever หมายถึง “สิ่งที่ดีที่สุดตลอดกาล” หรือ “สิ่งที่ดีที่สุดในบรรดาประสบการณ์ทั้งหมดของฉัน” ในที่นี้ ever ใช้ร่วมกับคำขั้นสุด best เพื่อเน้นคำชมให้แรงขึ้น ไม่ได้แปลว่า “เคย” แบบแยกเดี่ยว ในการพูดทั่วไป สำนวนนี้มักแสดงความตื่นเต้นมากกว่าการเปรียบเทียบอย่างรอบคอบและเป็นกลาง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ the best + คำนาม + ever

แบบฝึกหัด

เติมคำเป้าหมายเพื่อทำให้ประโยคขั้นสุดแสดงคำชมอย่างชัดเจน: That was the best school trip ____.

ดูคำตอบ

ever

Welcome to the trampoline park. วลี

0:29

ยินดีต้อนรับสู่สวนแทรมโพลีน

วลี

Welcome to + สถานที่หรืองาน

Welcome to ... เป็นคำทักทายแบบตายตัวที่ใช้ต้อนรับผู้คนพร้อมบอกชื่อสถานที่ องค์กร งาน กิจกรรม หรือรายการที่พวกเขากำลังเข้าร่วม ใน Welcome to the trampoline park คำว่า to ใช้นำหน้าสถานที่ สามารถใช้ Welcome to ... เป็นคำเปิดที่สมบูรณ์ได้เลยโดยไม่ต้องเติม I หรือ we สำนวนนี้ทั้งกล่าวต้อนรับผู้ฟังและบอกว่าพวกเขามาถึงที่ใดหรือกำลังเข้าร่วมอะไร

แบบฝึกหัด

พิธีกรกำลังต้อนรับผู้มาเยือนในนิทรรศการศิลปะ เติมคำเปิดให้สมบูรณ์: ____ our art show.

ดูคำตอบ

Welcome to

Miss Rabbit is in charge. วลี

0:32

คุณกระต่ายเป็นคนดูแล

วลี

is in charge: เป็นผู้รับผิดชอบ

Be in charge หมายถึงมีหน้าที่รับผิดชอบและมีอำนาจดูแลกิจกรรม สถานที่ หรือสถานการณ์หนึ่ง ในประโยคนี้ Miss Rabbit คือผู้รับผิดชอบสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เมื่อขอบเขตความรับผิดชอบชัดเจนจากบริบทแล้ว สามารถใช้ be in charge โดยไม่ต้องมีส่วนเติมเต็มได้ ในที่นี้ charge เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัว ไม่ได้หมายถึงค่าธรรมเนียม ข้อกล่าวหา หรือพลังงานไฟฟ้า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า Sam เป็นผู้รับผิดชอบในวันนี้

  1. Sam is in charge today.
  2. Sam is on charge today.
  3. Sam is in charging today.
ดูคำตอบ

Sam is in charge today.

When you bounce, you must bounce safely. ไวยากรณ์

0:34

เวลาพวกเธอกระโดด ต้องกระโดดอย่างปลอดภัยนะ

ไวยากรณ์

When you..., you must...: การบอกกฎทั่วไป

When you..., you must... ใช้จัดกฎออกเป็นสองส่วน อนุประโยคที่มี when ระบุสถานการณ์ที่กฎนั้นใช้ ส่วนประโยคหลักใช้ must เพื่อระบุการกระทำที่ต้องทำ ในที่นี้ when มีความหมายทั่วไปใกล้เคียงกับ whenever คือทุกครั้งที่มีคนกระโดด กฎความปลอดภัยนี้จะใช้เสมอ ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ When you..., you must... เพื่อระบุกฎความปลอดภัยทั่วไป

  1. When you enter the workshop, you must wear safety glasses.
  2. When you enter the workshop, you can wear safety glasses.
  3. When you entered the workshop, you wore safety glasses.
ดูคำตอบ

When you enter the workshop, you must wear safety glasses.

Yes, Miss Rabbit.

0:38

ค่ะ คุณกระต่าย

First, take your shoes off. กริยาวลี

0:39

ก่อนอื่น ถอดรองเท้าออก

กริยาวลี

take your shoes off: ตำแหน่งกรรมเมื่อใช้ take off

ในประโยคนี้ take off หมายถึง “ถอดสิ่งที่สวมอยู่” เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ ดังนั้นกรรมที่เป็นคำนามอย่าง your shoes จึงอยู่ระหว่าง take กับ off: take your shoes off. แม้กรรมจะอยู่ตรงกลาง take กับ off ก็ยังทำหน้าที่ร่วมกันเป็นกริยาเดียว off เป็นส่วนที่จำเป็นของสำนวนนี้ ไม่ใช่คำบุพบทที่ละได้

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วย take ... off: Your boots are wet. Please ____ them ____ before coming inside.

ดูคำตอบ

take · off

Only one person on each trampoline at a time. วลี

0:45

ให้มีคนบนแทรมโพลีนแค่คนเดียวในแต่ละครั้ง

วลี

Only one ... at a time: จำกัดให้ใช้ได้ครั้งละหนึ่งคน

Only one person ... at a time เป็นการจำกัดจำนวน หมายความว่าแทรมโพลีนแต่ละอันให้มีผู้ใช้ได้เพียงหนึ่งคนต่อรอบหรือในเวลาเดียวกัน at a time บอกจำนวนคนที่อนุญาตให้ใช้พร้อมกัน ไม่ได้กล่าวถึงเวลาแบบกว้าง ๆ ประโยคนี้ใช้รูปแบบสั้นที่พบบ่อยในกฎและป้าย โดยละคำอย่าง is allowed ไว้ แต่ความหมายเต็มคือ Only one person is allowed on each trampoline at a time. ส่วน each ทำให้ข้อจำกัดนี้ใช้แยกกับแทรมโพลีนแต่ละอัน

แบบฝึกหัด

เติมป้ายความปลอดภัยด้วยวลีตายตัวที่หมายถึง “หนึ่งคนต่อรอบหรือในช่วงเวลาเดียวกัน”: Only one swimmer ____.

ดูคำตอบ

at a time

Always bounce in the middle.

0:50

กระโดดตรงกลางเสมอ

And no clever tricks, just bouncing. ไวยากรณ์

0:55

และห้ามเล่นท่า แค่กระโดดเฉยๆ

ไวยากรณ์

no clever tricks, just bouncing: รูปแบบ no X, just Y

รูปแบบสั้น ๆ no X, just Y บอกก่อนว่าไม่อนุญาตให้ทำ X แล้วจำกัดว่าสิ่งที่ทำได้มีเพียง Y ในประโยคนี้ clever tricks หมายถึงท่าที่หวือหวาหรือยาก ส่วนกิจกรรมที่อนุญาตมีเพียง bouncing กฎสั้น ๆ มักละคำบางคำไว้ ความหมายเต็มใกล้เคียงกับ Don't do clever tricks; just bounce. ในบริบทนี้ clever ไม่ได้ชมว่าใครฉลาด

แบบฝึกหัด

เติมกฎของพิพิธภัณฑ์ด้วยรูปแบบ no X, just Y: ____ touching, ____ looking.

ดูคำตอบ

No · just

It looks fun.

0:59

ดูน่าสนุกนะ

Yes, really fun.

1:01

ใช่ สนุกจริงๆ

I might even have a go myself.

1:03

แม่ก็น่าจะลองดูบ้างนะ

Happy trampolining, everyone. วลี

1:05

ขอให้สนุกกับการกระโดดแทรมโพลีนนะทุกคน

วลี

Happy trampolining: การใช้ Happy + กิจกรรมเพื่ออวยพร

Happy + คำที่เป็นชื่อกิจกรรม ใช้เป็นคำอวยพรแบบเป็นกันเองและเป็นมิตรได้ โดยหมายถึง ‘ขอให้สนุกกับกิจกรรมนั้น’ Happy trampolining, everyone เป็นการขอให้ทุกคนสนุกกับแทรมโพลีน ไม่ได้บอกว่าทุกคนกำลังรู้สึกมีความสุขอยู่แล้ว รูปแบบนี้เป็นธรรมชาติที่สุดเมื่อใช้กับคำกิจกรรมที่คุ้นเคย เช่น Happy reading, Happy camping และ Happy shopping

แบบฝึกหัด

บรรณารักษ์ต้องการอวยพรให้กลุ่มหนึ่งเพลิดเพลินกับช่วงเวลาอ่านหนังสือ เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ reading, everyone!

ดูคำตอบ

Happy

This is brilliant. การใช้คำ

1:12

นี่มันเยี่ยมมาก

การใช้คำ

brilliant: ความหมายว่า “ยอดเยี่ยม” ในภาษาอังกฤษแบบบริติช

ในที่นี้ brilliant เป็นคำประเมินเชิงบวกอย่างกระตือรือร้น หมายถึง “ยอดเยี่ยม” หรือ “สนุกมาก” ผู้พูดกำลังชื่นชมประสบการณ์เล่นแทรมโพลีน ไม่ได้กล่าวถึงแสงสว่างหรือความฉลาดในประโยคนี้ การใช้ brilliant เพื่อประเมินแบบนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เมื่อ brilliant ใช้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวคิด ประสบการณ์ ผลลัพธ์ การแสดง หรือข่าวสาร บริบทโดยรอบมักบอกได้ว่าคำนี้หมายถึง “ยอดเยี่ยม”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ brilliant ในความหมายว่า “ยอดเยี่ยมหรือสนุกมาก”

  1. The scientist was brilliant.
  2. The concert was brilliant.
  3. A brilliant light filled the room.
ดูคำตอบ

The concert was brilliant.

Yes, but these mini trampolines are for little children.

1:14

ใช่ แต่แทรมโพลีนเล็กๆ พวกนี้สำหรับเด็กเล็กนะ

These are the trampolines for big children like us.

1:19

พวกนี้คือแทรมโพลีนสำหรับเด็กโตอย่างพวกเรา

Now we can do really big bounces. วลี

1:23

ตอนนี้พวกเรากระโดดได้สูงจริงๆ

วลี

do really big bounces: do + คำนามบอกการกระทำที่นับได้

ใน do really big bounces คำว่า bounce เป็นคำนามบอกการกระทำที่นับได้ one bounce คือการเคลื่อนขึ้นลงหนึ่งครั้ง และ big bounces คือการเด้งที่สูงหรือแรง คำว่า do ใช้ร่วมกับนามวลีนี้เพื่อหมายถึง “ทำการเด้งเหล่านั้น” ส่วน really เน้นความหมายของ big ให้มากขึ้น การมองการเคลื่อนไหวเป็นคำนามทำให้บรรยายหรือนับการกระทำแต่ละครั้งได้ง่าย เช่น a bounce, three bounces หรือ big bounces

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งให้สมบูรณ์โดยใช้ do, three, big และรูปที่ถูกต้องของ bounce: On the trampoline, let's ____.

ดูคำตอบ

do three big bounces

Peppa and Rebecca are doing big bounces.

1:26

เปปป้าและรีเบคก้ากำลังกระโดดสูง

I love bouncing.

1:31

ฉันชอบกระโดด

I am bouncing higher than the stars. สำนวน

1:35

ฉันกำลังกระโดดสูงกว่าดวงดาว

สำนวน

higher than the stars: การกล่าวเกินจริงแบบสนุกสนาน

โครงสร้างเปรียบเทียบ higher than แปลว่า “สูงกว่า” ในประโยคนี้ ผู้พูดเปรียบความสูงที่ตัวเองเด้งขึ้นไปกับดวงดาว เพราะคนเราเด้งสูงกว่าดวงดาวจริง ๆ ไม่ได้ การเปรียบนี้จึงเป็นการกล่าวเกินจริง เพื่อเน้นว่าเด้งสูงมากและกำลังตื่นเต้น ในเรื่องเล่าสนุก ๆ เพลง และบทสนทนาที่คึกคัก การเปรียบเทียบสิ่งที่เป็นไปไม่ได้มักสื่อถึงความรู้สึกที่รุนแรงหรือจินตนาการ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่วัดได้

แบบฝึกหัด

ในบริบทที่สนุกสนานนี้ I am bouncing higher than the stars หมายความว่าอย่างไร?

  1. เธอกำลังเปรียบเทียบความสว่างของตัวเองกับดวงดาว
  2. เธอเดินทางขึ้นไปเหนือดวงดาวจริง ๆ
  3. เธอพูดเกินจริงอย่างสนุกสนานเพื่อบอกว่าตัวเองเด้งได้สูงมาก
ดูคำตอบ

เธอพูดเกินจริงอย่างสนุกสนานเพื่อบอกว่าตัวเองเด้งได้สูงมาก

Me too.

1:38

ฉันด้วย

And me.

1:39

และฉัน

Bounce, bounce, bounce, bounce, bouncing up so high.

1:41

ดึ๋ง ดึ๋ง ดึ๋ง ดึ๋ง กระโดดขึ้นไปสูงๆ

Bounce, bounce, bounce, bounce, bouncing in the sky.

1:45

ดึ๋ง ดึ๋ง ดึ๋ง ดึ๋ง กระโดดไปบนท้องฟ้า

I think I'll have a go. วลี

1:51

พ่อคิดว่าพ่อจะลองดูบ้าง

วลี

have a go: วิธีพูดว่า “ลองดู” แบบอังกฤษที่ไม่เป็นทางการ

have a go หมายถึง “ลองทำ” หรือ “ลองทำด้วยตัวเองสักครั้ง” ในที่นี้ go เป็นคำนามนับได้ที่หมายถึง “การลองหนึ่งครั้ง” ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึงการเคลื่อนที่หรือเดินทาง เนื่องจากรู้แล้วว่ากำลังพูดถึงกิจกรรมใด จึงไม่ต้องเติมอะไรต่อท้ายวลีนี้ เมื่อต้องการระบุกิจกรรม ให้ใช้ have a go at + คำนามหรือรูป -ing เช่น have a go at the puzzle และ have a go at fixing it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสนทนาแบบอังกฤษสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ลองดู”: I've never played darts, but I'll ____.

ดูคำตอบ

have a go

He he. He he.

1:53

ฮี่ๆ ฮี่ๆ

Look, Peppa.

1:57

ดูสิ เปปป้า

Your Daddy is on a trampoline.

1:58

คุณพ่อของเธอกำลังอยู่บนแทรมโพลีน

Are you sure that's a good idea, Daddy Pig? น้ำเสียง/เจตนา

2:02

คุณแน่ใจเหรอว่าเป็นความคิดที่ดี พ่อหมู?

น้ำเสียง/เจตนา

Are you sure that's a good idea?: การแสดงความสงสัยอย่างสุภาพ

Are you sure that's a good idea? ดูเหมือนเป็นคำถามเพื่อขอการยืนยัน แต่ในที่นี้ใช้แสดงความสงสัยหรือความกังวลทางอ้อม ผู้พูดคิดว่าแผนนั้นอาจไม่รอบคอบและชวนให้อีกฝ่ายทบทวนใหม่ คำถามนี้ทำให้การคัดค้านนุ่มนวลขึ้น เพราะไม่ออกคำสั่งตรง ๆ อย่าง Don't do that แต่ยังคงทำหน้าที่เป็นคำเตือน ไม่ใช่เพียงการถามข้อมูลแบบเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เพื่อนกำลังโกรธและต้องการส่งอีเมลที่ใช้ถ้อยคำรุนแรงทันที ประโยคใดแสดงความสงสัยอย่างสุภาพและชวนให้เพื่อนคิดใหม่?

  1. Are you sure that's a good idea?
  2. That's definitely a good idea.
  3. What is your email address?
ดูคำตอบ

Are you sure that's a good idea?

I know what I'm doing. น้ำเสียง/เจตนา

2:06

ผมรู้ว่าผมกำลังทำอะไร

น้ำเสียง/เจตนา

I know what I'm doing.: การยืนยันว่าตนเองทำเป็น

I know what I'm doing. ไม่ได้เพียงบอกว่าผู้พูดเข้าใจงานที่กำลังทำอยู่ เมื่อพูดหลังจากมีคนสงสัยหรือเตือน ประโยคนี้ใช้ปกป้องความสามารถของตนเอง โดยมีความหมายว่า “ฉันควบคุมสถานการณ์ได้ ดังนั้นไม่ต้องแนะนำฉัน” หากพูดด้วยน้ำเสียงสงบ อาจฟังดูมั่นใจและช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจ แต่หากพูดด้วยน้ำเสียงแข็ง หรือผู้พูดกำลังเสี่ยงอย่างไม่รอบคอบ ก็อาจฟังดูตั้งรับหรือมั่นใจเกินไป

แบบฝึกหัด

มีคนสงสัยว่าคุณจะใช้เครื่องจักรที่คุณเคยใช้มาหลายครั้งได้หรือไม่ คำตอบใดแสดงอย่างตรงที่สุดว่าคุณเชื่อว่าตนเองจัดการงานนี้ได้?

  1. Could you show me what to do?
  2. I know what I'm doing.
  3. I have no idea what I'm doing.
ดูคำตอบ

I know what I'm doing.

I want to go too.

2:08

ฉันอยากไปบ้าง

And me.

2:13

ฉันด้วย

He he.

2:13

ฮี่ๆ

Woo-hoo!

2:15

วู้ฮู!

Grown-ups are bouncing on the trampolines. การใช้คำ

2:16

พวกผู้ใหญ่กำลังกระโดดบนแทรมโพลีน

การใช้คำ

Grown-ups: คำนามพหูพจน์แบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ผู้ใหญ่”

Grown-ups เป็นรูปพหูพจน์ของคำนามนับได้ grown-up หมายถึง “ผู้ใหญ่หลายคน” ในประโยคนี้คำนี้เป็นประธานพหูพจน์ของ are bouncing คำนี้มักใช้เรียกผู้ใหญ่จากมุมมองของเด็ก จึงฟังเป็นภาษาสนทนาและให้บรรยากาศแบบครอบครัวมากกว่า adults ตรงนี้เป็นคำนาม ไม่ใช่วลีกริยา grown up

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปคำนามพหูพจน์ของ grown-up: The ____ are waiting outside.

ดูคำตอบ

grown-ups

Bounce, bounce, bounce, bounce, bouncing up so high.

2:19

ดึ๋ง ดึ๋ง ดึ๋ง ดึ๋ง กระโดดขึ้นไปสูงๆ

Bounce, bounce, bounce, bounce, bouncing in the sky.

2:23

ดึ๋ง ดึ๋ง ดึ๋ง ดึ๋ง กระโดดไปบนท้องฟ้า

Mummy Pig is bouncing really high.

2:28

แม่หมูกำลังกระโดดสูงจริงๆ

Bouncing up so high.

2:31

กระโดดขึ้นไปสูงๆ

Not too high, Mummy Pig. น้ำเสียง/เจตนา

2:33

อย่าสูงเกินไปนะ แม่หมู

น้ำเสียง/เจตนา

Not too high: คำเตือนสั้น ๆ ที่ใช้ too

Not too high เป็นคำเตือนสั้น ๆ ในภาษาพูด ขณะนั้นเห็นชัดอยู่แล้วว่ากำลังทำอะไร ผู้พูดจึงละคำอย่าง Don’t jump หรือ Don’t bounce และบอกเฉพาะขีดจำกัด ตรงนี้ too หมายถึง “มากเกินกว่าระดับที่ปลอดภัยหรือเหมาะสม” คำเตือนนี้ยังอนุญาตให้สูงได้ระดับหนึ่ง แต่ขอไม่ให้เกินขีดจำกัดนั้น ไม่ได้หมายถึง “สูงด้วย”

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หมายถึง “เกินระดับที่ปลอดภัย” เพื่อทำคำเตือนสั้น ๆ ให้สมบูรณ์: Not ____ high!

ดูคำตอบ

too

Bouncing in the sky.

2:36

กระโดดไปบนท้องฟ้า

Mummy Pig has landed on top of a tree. ไวยากรณ์

2:42

แม่หมูลงไปติดอยู่บนยอดต้นไม้

ไวยากรณ์

has landed on top of a tree: ผลในปัจจุบันและตำแหน่ง

Has landed เป็น present perfect ในรูป has + past participle รูปนี้บอกว่าการลงสู่จุดนั้นเสร็จแล้ว และผลยังเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ตอนนี้ คือ ตัวละครมาอยู่ตรงนั้นและยังอยู่บนต้นไม้ On top of a tree บอกว่าการเคลื่อนที่ไปสิ้นสุดที่ไหน ทั้งวลีจึงเชื่อมการกระทำที่เสร็จแล้วกับผลในปัจจุบัน และระบุตำแหน่งที่เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าลูกบอลตกไปอยู่บนหลังคาโรงเก็บของและตอนนี้ยังอยู่ตรงนั้น

  1. The ball has landed on top of the shed.
  2. The ball is rolling away from the shed.
  3. The ball landed near the shed yesterday.
ดูคำตอบ

The ball has landed on top of the shed.

Oh, how do I get down? กริยาวลี

2:48

โอ้ ฉันจะลงไปได้ยังไง?

กริยาวลี

get down: ลงจากที่สูง

ในที่นี้ get down หมายถึงเคลื่อนจากที่สูงลงไปยังที่ต่ำกว่า ใน How do I get down? คำว่า how ใช้ถามวิธี ผู้พูดจึงต้องการรู้ว่าจะลงจากต้นไม้ไปถึงพื้นได้อย่างไร Get สามารถรวมกับคำบอกทิศทางแล้วเกิดความหมายใหม่ได้ ให้เข้าใจ get down เป็นวลีเดียว แทนที่จะตีความ get ว่าได้รับ

แบบฝึกหัด

คุณอยู่บนยอดเครื่องเล่นปีนป่ายและหาทางลงสู่พื้นอย่างปลอดภัยไม่ได้ คุณจะถามว่าอย่างไร

  1. How do I get ready?
  2. How do I get down?
  3. How do I get there?
ดูคำตอบ

How do I get down?

Don't worry, Mummy Pig. น้ำเสียง/เจตนา

2:50

ไม่ต้องห่วงนะ แม่หมู

น้ำเสียง/เจตนา

Don't worry: ใช้ปลอบใจผู้อื่น

Don't worry เป็นสำนวนทั่วไปที่ใช้ปลอบคนที่กำลังกังวลหรือไม่มั่นใจ ในประโยคนี้มีความหมายประมาณว่า “สบายใจได้ เราจะช่วยเอง” ไม่ใช่คำสั่งแข็ง ๆ ให้หยุดกังวล สำนวนนี้มักตามด้วยคำสัญญา ข้อมูลที่ช่วยได้ หรือทางแก้ เช่น Don't worry, I'll help.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนปลอบใจที่เน้นไว้: ____, I'll help you find your keys.

ดูคำตอบ

Don't worry

We'll rescue you.

2:52

พวกเราจะช่วยคุณเอง

Uh, we'll call Miss Rabbit's Rescue Service.

2:53

เอ่อ เราจะโทรหาหน่วยกู้ภัยของคุณกระต่าย

Hello, trampoline park.

3:03

สวัสดีค่ะ สวนแทรมโพลีน

Oh, the emergency telephone.

3:07

โอ้ โทรศัพท์ฉุกเฉิน

Hello, Rescue Service?

3:09

สวัสดีค่ะ หน่วยกู้ภัยใช่ไหม?

Mummy Pig is stuck in a tree. การใช้คำ

3:11

แม่หมูติดอยู่บนต้นไม้

การใช้คำ

is stuck in a tree: ติดอยู่บนต้นไม้จนลงมาไม่ได้

Be stuck หมายถึงไม่สามารถขยับ ไปต่อ หรือออกจากที่นั้นได้โดยไม่มีคนช่วย ในประโยคนี้ is stuck บอกสภาพปัจจุบันของคุณแม่พิกว่าเธอติดอยู่และลงมาไม่ได้ ไม่ได้หมายความเพียงว่ามีของเหนียวทำให้เธอติดอยู่เท่านั้น เมื่อคนหรือสัตว์อยู่ท่ามกลางกิ่งไม้ ภาษาอังกฤษมักใช้ in a tree แม้หลายภาษาจะบอกตำแหน่งนี้ในแบบที่ตรงกับคำว่า “บนต้นไม้”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้: The cat climbed too high and cannot get down. It ____.

ดูคำตอบ

is stuck in a tree

Help.

3:14

ช่วยด้วย

I'll be right there. วลี

3:16

ฉันจะไปเดี๋ยวนี้

วลี

I'll be right there: การรับปากว่าจะไปถึงในไม่ช้า

“I'll be right there” เป็นคำตอบที่เป็นธรรมชาติเมื่อมีคนต้องการให้คุณไปยังสถานที่ที่ทั้งสองฝ่ายรู้กันอยู่แล้ว หมายความว่าคุณจะไปถึงในไม่ช้า และช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจว่าความช่วยเหลือหรือคนที่จะไปอยู่ด้วยกำลังเดินทางไปหา ในที่นี้ right เน้นความหมายด้านเวลาให้เป็น “เร็วมาก” หรือ “ทันที” ไม่ได้หมายถึงทิศทาง “ขวา” ส่วน there หมายถึงจุดหมายที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจกันอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

เพื่อนโทรมาขอให้คุณไปที่ประตูหน้าตอนนี้ คำตอบใดรับปากว่าคุณจะไปถึงในไม่ช้า

  1. I'll go there next week.
  2. I'm right here.
  3. I'll be right there.
ดูคำตอบ

I'll be right there.

Miss Rabbit to the rescue. สำนวน

3:18

คุณกระต่ายมาช่วยแล้ว

สำนวน

to the rescue: การประกาศอย่างตื่นเต้นว่ามาช่วยแล้ว

To the rescue เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงคนหรือสิ่งของมาถึงทันเวลาเพื่อช่วยแก้ปัญหา ใน Miss Rabbit to the rescue โครงสร้าง X to the rescue! ทำหน้าที่คล้ายคำประกาศสั้น ๆ หรือพาดหัว โดยละคำกริยาอย่าง comes และทำให้การปรากฏตัวดูเป็นวีรบุรุษหรือน่าตื่นเต้น ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นสำนวนเดียว To ไม่ได้ชี้ไปยังสถานที่ที่ชื่อ rescue ส่วน rescue ในที่นี้หมายถึงการช่วยชีวิตคนหรือแก้สถานการณ์ที่ยากลำบาก

แบบฝึกหัด

ห้องมืดและ Lina นำไฟฉายมา ประโยคใดประกาศอย่างสนุกสนานว่าไฟฉายช่วยแก้ปัญหาได้

  1. Lina's torch is on the table.
  2. Lina needs to rescue the torch.
  3. Lina's torch to the rescue!
ดูคำตอบ

Lina's torch to the rescue!

My goodness, this is embarrassing. น้ำเสียง/เจตนา

3:26

ตายจริง น่าอายจังเลย

น้ำเสียง/เจตนา

My goodness: คำอุทานแบบนุ่มนวล

My goodness เป็นคำอุทานตายตัวที่มีน้ำเสียงนุ่มนวล ใช้ตอบสนองเมื่อรู้สึกประหลาดใจหรือเกิดอารมณ์ขึ้นอย่างฉับพลัน ในประโยคนี้แสดงว่าผู้พูดทั้งตกใจและอับอายกับสถานการณ์ที่น่ากระอักกระอ่วน ในสำนวนนี้ goodness ไม่ได้หมายถึง “คุณธรรม” หรือ “ความใจดี” ให้เข้าใจ My goodness เป็นคำอุทานทั้งชุด ไม่ใช่แปลแยกทีละคำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ My goodness เป็นคำอุทานแสดงความประหลาดใจแบบนุ่มนวล

  1. My goodness, I nearly missed the train!
  2. The story celebrates goodness and courage.
  3. She was admired for her goodness.
ดูคำตอบ

My goodness, I nearly missed the train!

Yes, it's the sort of thing that normally happens to me. วลี

3:29

ใช่ มันเป็นเรื่องที่ปกติจะเกิดขึ้นกับผมนะ

วลี

the sort of thing that...: การจัดสถานการณ์เข้ากลุ่ม

โครงสร้าง the sort of thing that + อนุประโยค หมายถึง “เหตุการณ์หรือสถานการณ์ประเภทที่อนุประโยคนั้นอธิบาย” ตรงนี้ sort เป็นคำนามแปลว่า “ประเภท” และอนุประโยค that ระบุว่าเป็นประเภทไหน การพูดว่า normally happens to me คือการจัดเหตุการณ์น่าอายตรงหน้าไว้ในแบบแผนที่เกิดกับผู้พูดเป็นประจำ จึงอาจมีน้ำเสียงล้อเลียนตัวเองหรือปลงเล็กน้อย ไม่ใช่แค่รายงานเหตุการณ์ครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ the sort of thing that... เพื่อจัดเหตุการณ์หนึ่งเป็นสถานการณ์ประเภทที่เกิดขึ้นเป็นประจำ

  1. Losing my keys is the sort of thing that normally happens to me.
  2. I was sort of tired after the walk.
  3. I sort the mail before breakfast.
ดูคำตอบ

Losing my keys is the sort of thing that normally happens to me.

Don't worry, Mummy Pig.

3:36

ไม่ต้องห่วงนะ แม่หมู

We'll have you down in no time. โน้ต

3:38

เราจะพาคุณลงมาในไม่ช้า

ไวยากรณ์

We'll have you down: have + กรรม + ผลลัพธ์

ในที่นี้ have หมายถึง “ทำให้หรือจัดการให้เกิดผลลัพธ์” ไม่ได้หมายถึง “เป็นเจ้าของ” ใน We'll have you down คำว่า you คือผู้ที่ได้รับผลจากการกระทำ และ down คือตำแหน่งปลายทาง ผู้พูดจึงกำลังรับปากว่าจะพาอีกฝ่ายลงมา โครงสร้างนี้คือ have + กรรม + ส่วนเติมเต็มบอกผล เน้นการทำให้กรรมไปอยู่ในสภาพหรือตำแหน่งหนึ่ง เช่น have the room ready

แบบฝึกหัด

ในคำรับปากว่าจะช่วยเหลือ “We'll have you down” ส่วนที่เน้นหมายความว่าอย่างไร

  1. เราจะพบคุณที่ชั้นล่างในภายหลัง
  2. เราจะพาคุณลงไปยังตำแหน่งที่ต่ำกว่าและปลอดภัย
  3. เราจะเป็นเจ้าของสิ่งของที่เป็นของคุณ
ดูคำตอบ

เราจะพาคุณลงไปยังตำแหน่งที่ต่ำกว่าและปลอดภัย

สำนวน

in no time: อย่างรวดเร็ว

in no time เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “เร็วมาก” หรือ “หลังจากผ่านไปเพียงช่วงสั้น ๆ” ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้เพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจว่าจะช่วยลงมาได้อย่างรวดเร็ว ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นหน่วยเดียว สำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเวลาให้ใช้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in no time ในความหมายว่า “อย่างรวดเร็วมาก”

  1. The mechanic repaired the bike on time.
  2. The mechanic had no time to repair the bike.
  3. The mechanic repaired the bike in no time.
ดูคำตอบ

The mechanic repaired the bike in no time.

Thank you, Miss Rabbit.

3:40

ขอบคุณค่ะ คุณกระต่าย

Hmm, I can't land on the tree.

3:42

อืม ฉันลงจอดบนต้นไม้ไม่ได้

I know, I've got a really good idea. วลี

3:45

ฉันรู้แล้ว ฉันมีไอเดียดีๆ

วลี

I've got a really good idea: have got ที่หมายถึง “มี”

ใน I've got a really good idea คำว่า I've got มีความหมายเท่ากับ I have คือผู้พูดมีความคิดหนึ่งอยู่ในตอนนี้ have got เป็นรูปที่ใช้บ่อยเพื่อบอกว่าปัจจุบันมีบางสิ่ง รวมถึงการมีความคิดด้วย ตรงนี้ไม่ได้เน้นเหตุการณ์ที่ว่าได้ความคิดมาแล้ว แต่เน้นสภาพในตอนนี้ว่าผู้พูดมีความคิดพร้อมจะบอก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป have got ที่หมายถึง “มีอยู่ตอนนี้”: I know how we can fix it—I've ____ a really good idea.

ดูคำตอบ

got

Oh, where's she going?

3:48

โอ้ เธอกำลังจะไปไหน?

She's bouncing back into the sky. วลี

3:54

เธอกำลังกระเด้งกลับขึ้นไปบนท้องฟ้า

วลี

back into the sky: การเข้าไปในพื้นที่อีกครั้ง

back into the sky บรรยายเส้นทางของการกระเด้ง back หมายถึงการกลับไปยังตำแหน่งหรือทิศทางก่อนหน้า ส่วน into แสดงการเคลื่อนจากด้านนอกเข้าไปด้านในของพื้นที่ เมื่อรวมกัน วลีนี้จึงหมายถึงเธอเคลื่อนเข้าสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง ตรงนี้ back เป็นคำวิเศษณ์ที่หมายถึง “อีกครั้ง” หรือ “กลับไป” ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงส่วนหลังของร่างกาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าลูกบอลออกจากพื้นที่หนึ่งแล้วกลับเข้าไปข้างในอีกครั้ง

  1. The ball rolled back toward the kitchen but stopped outside.
  2. The ball rolled back past the kitchen.
  3. The ball rolled out of the kitchen, then bounced back into it.
ดูคำตอบ

The ball rolled out of the kitchen, then bounced back into it.

Here I come. วลี

3:57

ฉันมาแล้ว

วลี

Here I come: ประกาศการลงมือขณะกำลังเข้ามาใกล้

Here I come เป็นคำอุทานตายตัวที่ใช้ขณะผู้พูดกำลังเคลื่อนเข้าไปหาใครบางคน กำลังเข้าร่วมกิจกรรม หรือกำลังเริ่มลงมือ ในประโยคนี้มีความหมายประมาณว่า “มาแล้ว!” และเป็นการประกาศการเคลื่อนไหวอย่างมีพลัง ไม่ใช่แค่บอกข้อเท็จจริงว่าผู้พูดมายังสถานที่นี้ เมื่อลงมือทำบางอย่างก็สามารถใช้วลีเดียวกันได้ เมื่อประธานเป็นสรรพนาม I ลำดับคำที่เป็นธรรมชาติคือ Here I come ไม่ใช่ Here comes I

แบบฝึกหัด

คุณกำลังวิ่งไปเล่นกับเพื่อน เติมคำประกาศที่มีพลังด้วยวลีตายตัว: ____!

ดูคำตอบ

Here I come

Woo-hoo!

4:03

วู้ฮู!

This is unbelievable.

4:04

นี่มันเหลือเชื่อมาก

Yes, it is one of my more amazing rescues. ไวยากรณ์

4:07

ใช่ มันเป็นหนึ่งในการช่วยเหลือที่น่าทึ่งกว่าของฉัน

ไวยากรณ์

one of my more amazing rescues: การจัดอันดับเปรียบเทียบที่นุ่มนวลกว่า

วลี one of my more amazing rescues จัดให้การช่วยเหลือครั้งนี้อยู่ในกลุ่มที่ค่อนข้างน่าทึ่งกว่า เมื่อเทียบกับการช่วยเหลือครั้งอื่น ๆ ของผู้พูด โครงสร้างคือ one of + my/your เป็นต้น + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + คำนามนับได้พหูพจน์ คำว่า rescues เป็นพหูพจน์เพราะเลือกการช่วยเหลือหนึ่งครั้งจากหลายครั้ง more amazing ในที่นี้ไม่ได้เปรียบเทียบการช่วยเหลือเพียงสองครั้ง และไม่ได้บอกอย่างชัดเจนว่าครั้งนี้อยู่ในกลุ่มสูงสุด การจัดอันดับแบบไม่กล่าวแรงเกินไปนี้ทำให้การชมตัวเองของผู้พูดฟังดูขบขันได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดจัดให้งานชิ้นหนึ่งอยู่ในกลุ่มที่ค่อนข้างยาก โดยไม่ได้บอกว่าเป็นหนึ่งในงานที่ยากที่สุด?

  1. It was one of her more difficult assignments.
  2. It was her only difficult assignment.
  3. It was one of her most difficult assignments.
ดูคำตอบ

It was one of her more difficult assignments.

What happens next? ลำดับความ

4:10

จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป?

ลำดับความ

ใช้ What happens next? เพื่อดำเนินเรื่องต่อ

ในเรื่องเล่า What happens next? จะย้ายความสนใจจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเล่าไปยังส่วนถัดไป คำว่า next บอกลำดับของเหตุการณ์ คำถามนี้จึงช่วยจัดลำดับเรื่อง ผู้เล่าอาจไม่ได้คาดหวังคำตอบจริง ๆ การถามเช่นนี้ช่วยชะลอการเปิดเผยผลลัพธ์ชั่วครู่ สร้างความลุ้น และชวนให้ผู้ฟังติดตามต่อ

แบบฝึกหัด

ผู้เล่าเรื่องเพิ่งพูดว่า “A key turns in the lock.” คำถามใดเหมาะที่สุดสำหรับดึงความสนใจของผู้ฟังไปยังเหตุการณ์ถัดไปและสร้างความลุ้น

  1. What happened before the door was locked?
  2. What does the word key mean?
  3. What happens next?
ดูคำตอบ

What happens next?

Who knows? น้ำเสียง/เจตนา

4:12

ใครจะรู้?

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Who knows? เมื่อคำตอบยังไม่แน่นอน

Who knows? มักเป็นคำถามที่ไม่ได้ต้องการคำตอบจริง ๆ ในที่นี้หมายความว่าไม่มีใครตอบได้อย่างแน่นอน ผู้พูดไม่ได้ถามจริง ๆ ว่าคนไหนรู้คำตอบ คำนี้ใช้แสดงความไม่แน่นอนหรือจงใจยังไม่เปิดเผยคำตอบก็ได้ ในเรื่องเล่า การหยุดเช่นนี้ทำให้ยังไม่รู้ผลและเพิ่มความอยากรู้หรือความลุ้น

แบบฝึกหัด

คำตอบใดใช้ Who knows? อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแสดงว่าผลลัพธ์ในอนาคตยังไม่แน่นอน

  1. I know the team won because the match is over.
  2. Who knows? Maybe the team will win tomorrow.
  3. Who knows the answer? Please raise your hand.
ดูคำตอบ

Who knows? Maybe the team will win tomorrow.

That was lucky.

4:15

โชคดีจังเลย

I forgot the helicopter was here.

4:16

ฉันลืมไปว่าเฮลิคอปเตอร์อยู่ที่นี่

Hooray!

4:19

ไชโย!

Thank you for rescuing me, Miss Rabbit. วลี

4:22

ขอบคุณที่ช่วยฉันนะคะ คุณกระต่าย

วลี

Thank you for rescuing me: โครงสร้าง Thank you for + คำกริยา-ing

โครงสร้าง Thank you for + คำกริยา-ing ใช้ระบุการกระทำที่เราต้องการขอบคุณอย่างชัดเจน ใน Thank you for rescuing me ส่วน rescuing me อธิบายเหตุผลที่กล่าวขอบคุณ ในที่นี้ for เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาที่ตามหลังต้องอยู่ในรูป -ing จึงใช้ for rescuing ไม่ใช่ for rescue หรือ for to rescue

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ wait เติมประโยคให้สมบูรณ์: You stayed until I arrived. Thank you for ____ for me.

ดูคำตอบ

waiting

Just doing my job. น้ำเสียง/เจตนา

4:24

แค่ทำตามหน้าที่ค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

Just doing my job: คำตอบอย่างถ่อมตัวเมื่อได้รับคำขอบคุณ

Just doing my job เป็นคำตอบอย่างถ่อมตัวเมื่อได้รับคำขอบคุณหรือคำชม ผู้พูดมองการช่วยเหลือนั้นว่าเป็นหน้าที่ตามปกติ ไม่ใช่ผลงานพิเศษที่ควรได้รับคำชม โดย just ช่วยลดความสำคัญของผลงานตนเอง สำนวนนี้เป็นรูปย่อในภาษาพูดของ I'm just doing my job การละ I'm ในคำตอบสั้น ๆ เป็นธรรมชาติและไม่ใช่ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์

แบบฝึกหัด

เจ้าหน้าที่กู้ชีพได้รับคำขอบคุณที่ช่วยนักวิ่งซึ่งบาดเจ็บ คำตอบใดแสดงอย่างถ่อมตัวว่าการช่วยเหลือนั้นเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่?

  1. Just doing my job.
  2. I wasn't doing my job.
  3. You owe me for that.
ดูคำตอบ

Just doing my job.

Next time, don't bounce quite so hard. น้ำเสียง/เจตนา

4:26

คราวหน้า อย่ากระโดดแรงนักนะคะ

น้ำเสียง/เจตนา

don't bounce quite so hard: ขอให้ลดแรงลง

Don't + คำกริยารูปพื้นฐานใช้สร้างคำสั่งเชิงปฏิเสธ ในที่นี้ bounce คือการกระทำ ส่วน hard หมายถึง “ด้วยแรงมาก” ไม่ใช่ “ด้วยความพยายามอย่างหนัก” Quite so hard ชี้ถึงระดับความแรงที่เพิ่งเห็น เมื่อใช้กับ don't ข้อความนี้จึงขอให้ลดแรงในครั้งหน้า คือยังเด้งได้ แต่อย่าแรงขนาดนั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วย quite so hard: เด็กยังบีบหลอดต่อได้ แต่ต้องใช้แรงน้อยลง Next time, don't squeeze it ____.

ดูคำตอบ

quite so hard

Yes, Mummy.

4:29

ค่ะ แม่

If you bounce on trampolines, you must bounce safely.

4:30

ถ้าแม่กระโดดบนแทรมโพลีน แม่ต้องกระโดดอย่างปลอดภัย

Thank you, Peppa.

4:36

ขอบใจจ้ะ เปปป้า

I'll remember that in future. การใช้คำ

4:38

แม่จะจำไว้ในคราวหน้า

การใช้คำ

in future: ‘นับจากนี้ไป’ ในภาษาอังกฤษแบบบริติช

ในภาษาอังกฤษแบบบริติช in future มักหมายถึง “นับจากนี้ไป” หรือ “ในครั้งต่อ ๆ ไปที่เกี่ยวข้อง” ในประโยคนี้ ผู้พูดยอมรับคำเตือนและบอกว่าจะจำเรื่องนี้ไว้นับจากนี้ไป สำนวนนี้มักบอกถึงการเปลี่ยนพฤติกรรมหรือกฎที่เริ่มใช้ตั้งแต่ตอนนี้ โดยทั่วไปไม่ได้ชี้ถึงวันที่เฉพาะเจาะจงในอนาคต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in future ในความหมายแบบบริติชทั่วไปว่า “นับจากนี้ไป”

  1. Last week, we labeled every box.
  2. In the future, scientists may discover new forms of life.
  3. In future, please label every box before storage.
ดูคำตอบ

In future, please label every box before storage.

Peppa loves trampolines.

4:40

เปปป้าชอบแทรมโพลีน

Everyone loves trampolines.

4:42

ทุกคนชอบแทรมโพลีน

Bounce, bounce, bounce, bounce, bouncing up so high.

4:46

ดึ๋ง ดึ๋ง ดึ๋ง ดึ๋ง กระโดดขึ้นไปสูงๆ

Bounce, bounce, bounce, bounce, bouncing in the sky.

4:50

ดึ๋ง ดึ๋ง ดึ๋ง ดึ๋ง กระโดดไปบนท้องฟ้า

Bounce, bounce, bounce, bounce, bouncing in the sky.

4:54

ดึ๋ง ดึ๋ง ดึ๋ง ดึ๋ง กระโดดไปบนท้องฟ้า