บลูอี้ ตอนเต็ม | บ้านหลังน้อย | ซีซั่น 3 ตอน 38 | @disneyjr: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Disney Jr.
คำอธิบายวิดีโอ: บลูอี้กับบิงโกนำเบาะมาสร้างบ้านเล่นให้คิมจิมและต่อเติมห้องเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเขาวงกตเต็มห้องนั่งเล่น พ่อหลงทาง คิมจิมหายตัวไป และบ้านเล่นพังลงมา หลังความวุ่นวายนี้ทุกคนจึงตระหนักว่าทั้งห้องและโทรทัศน์ไม่จำเป็นต้องใหญ่ขึ้นเลย ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. righto. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจคำตอบแบบกันเองที่พบมากในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียและอังกฤษว่าใช้ตอบรับคำขอหรือสื่อว่า “ตกลง” ได้อย่างสบาย ๆ จึงช่วยให้ตามบทสนทนาในครอบครัวออสเตรเลียได้ดีขึ้น และเลือกใช้คำนี้ในสถานการณ์ที่เป็นกันเองแทนบริบททางการ 2. How on earth — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าวลีตายตัวนี้ใช้เน้นคำถามเพื่อถ่ายทอดความสับสน ประหลาดใจ หรือหงุดหงิดอย่างมาก สามารถนำไปใช้เมื่อคำถามที่มี how ตามปกติยังสื่อความงุนงงได้ไม่พอ และหลีกเลี่ยงการแปลแยกคำตามตัวอักษร 3. I thought he was with you. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้ว่าประโยคนี้ใช้ชี้แจงสิ่งที่ตนเคยเข้าใจ พร้อมสื่อนัยว่ามีความคลาดเคลื่อนเรื่องผู้รับผิดชอบ ช่วยให้เข้าใจหรืออธิบายอย่างนุ่มนวลถึงสถานการณ์ที่คนสองคนต่างคิดว่าอีกฝ่ายกำลังดูแลใครบางคนหรือรับผิดชอบงานอยู่
คำอธิบายในบทเรียนนี้
And that's 18 away from the century for Barkles. วัฒนธรรม
0:28และบาร์เคิลส์ขาดอีกแค่ 18 คะแนนก็จะถึงร้อยแล้ว
18 away from the century: ในคริกเก็ตยังขาด 18 รันจึงจะถึง 100 รัน
ในกีฬาคริกเก็ต a century หมายถึงผู้ตีคนหนึ่งทำได้ถึง 100 รันภายในหนึ่งอินนิงส์ ในที่นี้ century เป็นหมุดหมายด้านคะแนน ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลา 100 ปี รูปแบบ ตัวเลข + away from + เป้าหมาย บอกว่ายังขาดอีกเท่าไรจึงจะถึงเป้าหมาย ดังนั้น 18 away from the century หมายความว่า Barkles ต้องทำเพิ่มอีก 18 รันจึงจะถึง 100 รัน
แบบฝึกหัด
ในการพากย์คริกเก็ต Barkles is 18 away from a century หมายความว่าอย่างไร
- เขาต้องทำเพิ่มอีก 100 รันจึงจะถึง 118 รัน
- เขาต้องทำเพิ่มอีก 18 รันจึงจะถึง 100 รัน
- เขาทำได้ 100 รันแล้วและต้องทำเพิ่มอีก 18 รัน
ดูคำตอบ
เขาต้องทำเพิ่มอีก 18 รันจึงจะถึง 100 รัน
Time for your nap: คำเตือนกิจวัตรแบบสั้น
Time for + คำนาม เป็นวิธีพูดสั้น ๆ ว่ากิจกรรมหนึ่งควรเริ่มตอนนี้ Time for your nap หมายถึงตอนนี้ควรเริ่มงีบแล้ว โดยรูปเต็มคือ It's time for your nap ในการเตือนเรื่องกิจวัตรแบบสั้น ๆ ผู้พูดมักละ It's โครงสร้างนี้ใช้กับคำนามที่บอกกิจกรรมได้ เช่น Time for dinner, Time for bed และ Time for class
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง Time for + your + คำนาม เพื่อเตือน Maya ว่าควรเริ่มงีบได้แล้ว: ____, Maya.
ดูคำตอบ
Time for your nap
There's no room for someone to do something: ไม่มีพื้นที่ให้ใครทำบางอย่าง
โครงสร้าง There's no room for + คนหรือสิ่งของ + to + คำกริยา หมายความว่าพื้นที่ที่มีอยู่ไม่เพียงพอให้คนนั้นหรือสิ่งนั้นทำกริยาดังกล่าว for Kimjim ระบุว่าใครต้องการพื้นที่ และ to sleep ระบุการกระทำ room ในที่นี้เป็นคำนามนับไม่ได้ที่หมายถึงพื้นที่ว่างที่ใช้ได้ ไม่ได้หมายถึงห้องหนึ่งห้องในอาคาร
แบบฝึกหัด
เต็นท์ขนาดเล็กเต็มแล้ว ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่า Maya นอนในนั้นไม่ได้เพราะมีพื้นที่ไม่เพียงพอ
- There are no room for Maya to sleep.
- There's no room for Maya to sleep.
- There's no room Maya sleeping.
ดูคำตอบ
There's no room for Maya to sleep.
knocked this wall out:รื้อผนังนี้ออก
ในบริบทการปรับปรุงบ้านนี้ knocked this wall out หมายถึงรื้อหรือเจาะผนังนี้ออก เพื่อให้ห้องดูกว้างขึ้น out บอกว่าผนังถูกเอาออก ไม่ได้หมายถึงการเคาะผนังธรรมดา knock out เป็นกริยาวลีแบบแยกส่วนได้ ถ้ากรรมเป็นคำนาม จะพูดว่า knock out the wall หรือ knock the wall out ก็ได้ แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องใช้ knock it out ใน if-clause นี้ knocked แสดงแนวคิดในการปรับปรุงที่อาจทำได้ ไม่ใช่เหตุการณ์ในอดีตที่เสร็จสิ้นแล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ knock ... out ในความหมายว่ารื้อผนังออก
- They knocked the partition out to connect the two offices.
- They knocked on the wall to see if it was hollow.
- They knocked the wall down to connect the two offices.
ดูคำตอบ
They knocked the partition out to connect the two offices.
if we knocked ... this room will feel: การทำให้รูปเงื่อนไขและผลลัพธ์สอดคล้องกัน
อนุประโยค if เสนอการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่ง ส่วนประโยคหลักบอกผลลัพธ์ที่คาดไว้ this room will feel so much bigger หมายถึงห้องจะดูหรือให้ความรู้สึกกว้างขึ้นมากสำหรับคนที่อยู่ในห้อง ไม่ได้หมายความว่าห้องมีความรู้สึกจริง ๆ ผู้พูดใช้ knocked ซึ่งทำให้แนวคิดฟังดูเป็นสมมติฐานหรือลังเลมากขึ้น ร่วมกับ will feel ซึ่งบอกผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ ถ้าต้องการให้รูปประโยคสอดคล้องกันชัดเจน ใช้ If we knock ..., the room will feel ... สำหรับแผนที่เป็นไปได้จริง หรือ If we knocked ..., the room would feel ... สำหรับข้อเสนอที่เป็นสมมติฐานมากกว่า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปเงื่อนไขและผลลัพธ์ที่สอดคล้องกัน เพื่อเสนอการรื้อผนังเป็นแผนที่อาจทำได้จริง
- If we knock this wall out, the room would feel much bigger.
- If we knocked this wall out, the room will feel much bigger.
- If we knock this wall out, the room will feel much bigger.
ดูคำตอบ
If we knock this wall out, the room will feel much bigger.
too cramped:คับแคบจนไม่สบาย
Cramped ใช้บรรยายพื้นที่หรือท่าทางที่มีที่น้อยเกินไปจนขยับตัว นั่ง หรือเหยียดตัวได้ไม่สบาย ใน It's too cramped คำว่า too บอกว่าระดับความคับแคบเกินกว่าจะยอมรับได้ ผู้พูดจึงกำลังแสดงความคิดเห็นในแง่ลบต่อพื้นที่ที่ใช้ได้ ไม่ได้แค่บอกว่าพื้นที่เล็ก โครงสร้างคือ be + too + คำคุณศัพท์: it's too cramped คำนี้ยังใช้บรรยายห้อง ที่นั่ง ยานพาหนะ หรือพื้นที่ทำงานได้ เมื่อพื้นที่จำกัดทำให้การเคลื่อนไหวไม่สะดวก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบรรยายพื้นที่ที่เล็กเกินไปจนขยับตัวได้ไม่สะดวก
- The elevator felt too cramped for everyone to stand comfortably.
- The elevator was crowded with tourists, but the spacious cabin gave everyone room to move.
- The elevator was empty and quiet during the afternoon.
ดูคำตอบ
The elevator felt too cramped for everyone to stand comfortably.
The only thing in this room that needs to be bigger is the TV. ไวยากรณ์
0:56สิ่งเดียวในห้องนี้ที่ต้องใหญ่ขึ้นก็คือทีวี
โครงสร้าง The only thing ... that needs to be bigger is ...
โครงสร้าง The only thing ... is ... จำกัดข้อความให้เหลือสิ่งเดียวและเน้นสิ่งนั้นเป็นพิเศษ ในประโยคนี้หมายความว่า ทีวี—ไม่ใช่ห้องหรือสิ่งอื่น—เป็นสิ่งเดียวที่ควรใหญ่กว่านี้ วลี in this room และ that needs to be bigger ต่างก็ขยายคำว่า thing โครงหลักของประโยคคือ The only thing ... is the TV ดังนั้นต้องฟังส่วนเติมเต็มหลัง is เพื่อรู้ว่ากำลังระบุสิ่งใด
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเป้าหมายให้สมบูรณ์ หลังตรวจแล้วพบว่าโซ่เป็นชิ้นส่วนเดียวของจักรยานที่ต้องเปลี่ยน ให้ใช้ needs to be replaced ตามเดิมในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that: The only thing ____ the chain.
ดูคำตอบ
that needs to be replaced is
What are you talking about? เมื่อใช้โต้แย้ง
What are you talking about? สามารถใช้ถามหัวข้อของบทสนทนาตามความหมายตรงตัวได้ แต่ในบทสนทนานี้เป็นปฏิกิริยาที่แสดงความไม่เชื่อและไม่เห็นด้วย เพราะผู้พูดคิดว่าคำพูดก่อนหน้านี้ไม่สมเหตุสมผล คำพูดเดียวกันทำหน้าที่ต่างกันได้ตามบริบทและทำนองเสียง หากพูดด้วยน้ำเสียงประหลาดใจหรือหนักแน่น มักหมายถึง “เป็นไปไม่ได้หรอก” มากกว่า “ช่วยบอกหัวข้อที่กำลังพูดถึง”
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า “Our enormous TV is much too small.” คุณไม่เห็นด้วยอย่างมากและคิดว่าคำพูดนี้ไม่สมเหตุสมผล คำตอบใดแสดงปฏิกิริยานี้ได้ดีที่สุด?
- What topic are you discussing?
- Could you repeat that?
- What are you talking about?
ดูคำตอบ
What are you talking about?
50 inches is no longer an acceptable size in this day and age. วลี
1:0250 นิ้วไม่ใช่ขนาดที่ยอมรับได้อีกต่อไปแล้วในยุคสมัยนี้
no longer ... in this day and age: ในยุคนี้ไม่เป็นที่ยอมรับอีกต่อไป
no longer แสดงว่ามีการเปลี่ยนแปลง สิ่งที่เคยยอมรับได้ในอดีตไม่เป็นที่ยอมรับแล้วในตอนนี้ ในประโยคนี้ ขนาด 50 นิ้วไม่ตรงตามมาตรฐานของผู้พูดอีกต่อไป in this day and age หมายถึง “ในยุคปัจจุบัน” ไม่ได้ระบุวันที่แน่นอน วลีนี้ทำให้ความเห็นดูเหมือนเป็นมาตรฐานของยุคสมัย ในประโยคต้นฉบับจึงทำให้คำบ่นดูจงใจเกินจริงและมีอารมณ์ขัน
แบบฝึกหัด
ใช้ no longer และ in this day and age เติมประโยคให้สมบูรณ์: A website that cannot be used on phones is ____.
ดูคำตอบ
no longer acceptable in this day and age
can hardly see: แทบมองไม่เห็น
can hardly see หมายถึง “มองเห็นได้อย่างยากลำบากมาก” หรือ “แทบมองไม่เห็น” hardly มีความหมายเกือบเป็นปฏิเสธ ผู้พูดยังเห็นได้เล็กน้อย แต่ไม่มากพอที่จะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น หลังคำกริยาช่วย can คำว่า hardly จะอยู่หน้าคำกริยารูปพื้นฐาน: can hardly see ไม่ต้องเติม not เพราะ hardly มีความหมายเกือบเป็นปฏิเสธอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
หมอกหนามาก ประโยคใดหมายความว่าผู้พูดแทบมองไม่เห็นถนน?
- I can hardly see the road through the fog.
- I can clearly see the road through the fog.
- I try hard to see the road through the fog.
ดูคำตอบ
I can hardly see the road through the fog.
righto.: คำตอบแบบกันเองเพื่อแสดงการตกลง
righto เป็นคำตอบที่ไม่เป็นทางการมาก มีความหมายใกล้กับ “โอเค” “ได้เลย” หรือ “ตกลง” ในประโยคนี้ ผู้พูดยอมรับคำขอและแสดงว่าพร้อมจะทำตาม คำนี้เป็นคำตอบรับ ไม่ได้ใช้บอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่ง “ถูกต้อง” โดยเฉพาะคำนี้พบในบทสนทนาไม่เป็นทางการแบบออสเตรเลียและอังกฤษ จึงเหมาะสำหรับใช้ทำความเข้าใจบทสนทนาสบาย ๆ และควรใช้เองกับคนที่คุ้นเคยกับสำนวนนี้ในสถานการณ์ไม่เป็นทางการ
แบบฝึกหัด
เลือกคำตอบแบบเป็นกันเองและเป็นธรรมชาติสำหรับการตอบรับคำขอของเพื่อน
- I refuse to help with the cushions.
- Righto, I'll carry the cushions.
- Righto is the formal closing of this report.
ดูคำตอบ
Righto, I'll carry the cushions.
is called Cubby. ... Cubby ในความหมายบ้านเล่นที่เด็ก ๆ สร้าง
ในชื่อนี้ Cubby หมายถึงบ้านเล่นหรือที่หลบซ่อนเล็ก ๆ ที่เด็ก ๆ สร้างและใช้เล่น มักทำจากผ้าห่ม เสื่อ หรือเฟอร์นิเจอร์ ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียยังมีคำที่ใช้บ่อยว่า cubby house ชื่อของตอนนี้หมายถึงพื้นที่ที่เด็ก ๆ สร้างขึ้น ไม่ได้หมายถึงช่องเก็บของโดยอัตโนมัติ ฉากช่วยบอกความหมาย เพราะเด็ก ๆ กำลังสร้างห้องต่าง ๆ เพื่อเล่นเกม
แบบฝึกหัด
ในประโยคต่อไปนี้ cubby น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด The children made a cubby under the stairs for rainy-day games.
- a small storage compartment in a school
- a large room for adult meetings
- a small playhouse made for children to play in
ดูคำตอบ
a small playhouse made for children to play in
Do you think we should build a playroom here for Kimjim? น้ำเสียง/เจตนา
1:39พี่คิดว่าเราควรสร้างห้องนั่งเล่นให้คิมจิมตรงนี้ไหม?
Do you think we should ...?:ถามความเห็นเพื่อตัดสินใจร่วมกัน
โครงสร้าง Do you think we should + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอการกระทำและชวนให้อีกฝ่ายช่วยตัดสินใจ ในประโยคนี้ คำถามจริง ๆ คือควรสร้างห้องเล่นหรือไม่ ไม่ได้เพียงถามว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอยู่หรือเปล่า คำขึ้นต้น Do you think ทำให้ข้อเสนอฟังอ้อมและร่วมมือกันมากกว่าประโยคบอกเล่าที่เริ่มด้วย We should ส่วน Should we...? ก็สุภาพได้ แต่ Do you think we should...? เน้นความคิดเห็นของอีกฝ่ายมากขึ้นเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
เติมด้วยโครงสร้างเสนอความเห็นแบบร่วมมือกันตามบทเรียน: ____ leave before the traffic gets worse?
ดูคำตอบ
Do you think we should
in the way:ขวางคนหรือสิ่งของ
be in the way หมายถึงการอยู่ตรงจุดที่คนอื่นต้องใช้ หรือขัดขวางการกระทำ ในที่นี้ พ่ออยู่ตรงที่เด็ก ๆ ต้องการสร้างของ ดังนั้น You're in the way จึงหมายความว่าพ่อกำลังขวางเด็ก ๆ หรือขวางพื้นที่ที่พวกเขาต้องใช้ นี่เป็นสำนวนตายตัวที่พูดถึงสิ่งกีดขวาง ไม่ได้พูดถึงการเดินทาง คำว่า in จำเป็นต่อความหมายนี้
แบบฝึกหัด
มีกล่องขวางประตูอยู่ ประโยคใดอธิบายปัญหานี้ได้ถูกต้อง
- The box is on the way, so it will arrive soon.
- The box is out of the way, so I can open the door.
- The box is in the way, so I can't open the door.
ดูคำตอบ
The box is in the way, so I can't open the door.
build around me: สร้างต่อโดยคงสิ่งกีดขวางไว้
ใน build around me คำว่า around แสดงว่าคนที่ me หมายถึงยังอยู่ที่เดิม ขณะที่การสร้างดำเนินต่อในพื้นที่ที่ใช้ได้ คำขอนี้หมายถึง “ปรับสิ่งที่กำลังสร้างเพื่อให้ฉันไม่ต้องขยับ” ไม่จำเป็นต้องหมายถึง “สร้างล้อมฉันไว้ทุกด้าน” build around someone/something เป็นโครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้ หมายถึงการปรับการก่อสร้างหรือการออกแบบให้เข้ากับคน วัตถุ หรือสิ่งติดตั้งที่มีอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “สร้างต่อโดยปล่อยวัตถุไว้ที่เดิม”: The support column cannot be moved, so we'll ____ it.
ดูคำตอบ
build around
that settles that: ใช้ปิดการตัดสินใจหรือการถกเถียง
That settles that เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ปิดการสนทนา โดยหมายความว่าคำถาม การตัดสินใจ หรือข้อขัดแย้งได้รับการแก้ไขแล้วและไม่ต้องคุยต่อ that ตัวแรกชี้ไปที่ข้อเท็จจริงหรือการกระทำที่ทำให้ได้ข้อสรุป ส่วน that ตัวที่สองหมายถึงเรื่องที่กำลังปิดลง settle ในที่นี้หมายถึง “สะสางหรือตัดสินให้จบ” ไม่ใช่ “ย้ายไปตั้งถิ่นฐาน” สำนวนนี้ทำให้ข้อเท็จจริง คำตอบ หรือการตัดสินใจล่าสุดกลายเป็นจุดจบที่ชัดเจน น้ำเสียงของผู้พูดอาจทำให้ฟังดูหนักแน่น โล่งใจ สบาย ๆ หรือเป็นการพูดเล่นได้
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่ใช้ปิดการตัดสินใจซึ่งได้ข้อสรุปแล้ว: The final vote is in, so ____.
ดูคำตอบ
that settles that
mind the towel cupboard: mind ที่ใช้เป็นคำเตือน
ในโครงสร้างคำสั่ง mind + นามวลี คำว่า mind หมายถึง “ใส่ใจ” หรือ “ระวัง” ไม่ได้หมายถึง “รู้สึกขัดข้องใจ” ในที่นี้ mind the towel cupboard เป็นคำเตือนให้สังเกตตู้เก็บผ้าขนหนูเพื่อไม่ให้ชนตู้ การใช้เป็นคำเตือนแบบนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย เช่น Mind the step. รูปประโยคและสถานการณ์ตรงหน้าช่วยบอกว่า mind ทำหน้าที่เป็นคำเตือน
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาที่เรียนไว้เพื่อให้เป็นคำเตือนโดยตรง: “____ the low beam as you enter.”
ดูคำตอบ
Mind
me hungry now: ไวยากรณ์แบบเด็กเล็กที่จงใจใช้
ใน me hungry now ผู้พูดจงใจใช้สรรพนามกรรม me ในตำแหน่งที่ภาษาอังกฤษมาตรฐานต้องใช้สรรพนามประธาน I และละกริยาเชื่อม am ประโยคมาตรฐานคือ I am hungry now ซึ่งในการสนทนามักย่อเป็น I'm hungry now ไวยากรณ์ที่จงใจทำให้ไม่สมบูรณ์นี้สร้างน้ำเสียงแบบเด็กเล็ก หุ่นเชิด หรือตัวละครสมมติ เป็นผลจากการสวมบทบาท ไม่ใช่การย่อแบบปกติในบทสนทนามาตรฐาน
แบบฝึกหัด
เลือกคำตัดสินที่ถูกต้องเกี่ยวกับ “Me hungry now.”
- เป็นโครงสร้างกรรมวาจกทั่วไปที่ละกริยาไว้
- เป็นภาษาสวมบทบาทแบบเด็กเล็กที่จงใจใช้ ในภาษาอังกฤษมาตรฐานให้พูดว่า “I'm hungry now.”
- เป็นประโยคทางการมาตรฐานที่หมายถึง “I'm hungry now.”
ดูคำตอบ
เป็นภาษาสวมบทบาทแบบเด็กเล็กที่จงใจใช้ ในภาษาอังกฤษมาตรฐานให้พูดว่า “I'm hungry now.”
dinner time ในฐานะวลีบอกเวลาในกิจวัตรประจำวัน
“Dinner time” เป็นนามวลีที่ใช้ทั่วไปเพื่อหมายถึงเวลาที่ใครคนหนึ่งกินอาหารเย็นตามปกติ ใน “It's your dinner time.” คำว่า your เชื่อมเวลานั้นเข้ากับกิจวัตรของคนคนหนึ่ง ประโยคนี้จึงเป็นการเตือนว่าคนนั้นควรกินอาหารตอนนี้ ภาษาอังกฤษมักนำชื่อมื้ออาหารหรือกิจกรรมประจำวันมารวมกับ time เพื่อเรียกช่วงหนึ่งในตารางประจำวัน เช่น lunch time และ bath time ควรเรียนแต่ละสำนวนเป็นกลุ่มคำเดียวกัน เพราะรูปสะกดอาจแตกต่างกัน และ dinnertime ก็เขียนติดกันเป็นคำเดียวได้บ่อยเช่นกัน
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนในครอบครัวด้วยวลีสองคำที่เน้นไว้: The food is ready—it's ____.
ดูคำตอบ
dinner time
Finished eating ในฐานะคำรายงานสั้น ๆ ว่าทำเสร็จแล้ว
“Finished eating” เป็นคำรายงานสั้น ๆ ว่าทำกิจกรรมเสร็จแล้ว ในบริบทครอบครัวที่ชัดเจนนี้ วลีนี้หมายถึง “I've finished eating” หรือ “I'm finished eating” โดยละ I've หรือ I'm เพราะผู้ฟังรู้อยู่แล้วว่าใครกำลังพูดและกำลังพูดถึงกิจกรรมใด เมื่อ finish ตามด้วยกิจกรรม ให้ใช้รูป -ing เช่น finish eating, finish cleaning, finish reading รูปสั้นนี้ใช้ได้ในการสนทนาที่บริบทชัดเจน แต่ภาษาอังกฤษไม่ได้อนุญาตให้ละประธานได้ในทุกประโยค
แบบฝึกหัด
เด็กกินอาหารเสร็จแล้วและรายงานสั้น ๆ อย่างเป็นธรรมชาติในบริบทครอบครัวที่ชัดเจน ประโยคใดเหมาะสม?
- Still eating, Mummy.
- Finished eating, Mummy.
- Ready to eat, Mummy.
ดูคำตอบ
Finished eating, Mummy.
stick that on the fridge: ติดสิ่งของไว้บนพื้นผิว
ในที่นี้ stick เป็นคำกริยา หมายถึง “ติดหรือวางสิ่งของให้คงอยู่บนพื้นผิว” ในโครงสร้าง stick + สิ่งของ + on + พื้นผิว คำว่า that คือสิ่งของ และ the fridge คือพื้นผิวที่นำไปติด ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าใช้วิธีใดในการติด อาจใช้เทป กาว หรือแม่เหล็กก็ได้ การใช้ stick เป็นคำกริยาในที่นี้ต่างจาก stick ที่เป็นคำนามหมายถึง “ไม้แท่งเล็ก ๆ”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง stick ... on: Please ____ this note ____ the wall.
ดูคำตอบ
stick · on
can't have X without Y: บอกว่า Y เป็นเงื่อนไขที่จำเป็น
โครงสร้าง can't have X without Y บอกว่า Y เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ X มีอยู่ ทำงานได้ หรือถือว่าสมบูรณ์ ในประโยคนี้ ห้องครัวถูกมองว่าเป็นส่วนสำคัญที่บ้านต้องมี ในที่นี้ have หมายถึง “มีเป็นส่วนประกอบหรือประกอบด้วย” ไม่ได้หมายถึง “เป็นเจ้าของ” เท่านั้น โครงสร้างนี้นำไปใช้บอกสิ่งที่แผน ระบบ กิจกรรม หรือกลุ่มจำเป็นต้องมีได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ can't have X without Y: You ____ a secure account ____ a strong password.
ดูคำตอบ
can't have · without
tea: ความหมายว่า “มื้อเย็น” ในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลียบางกลุ่ม
ในที่นี้ tea หมายถึงมื้อเย็น ไม่ใช่เครื่องดื่มชา บางครอบครัวในสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และชุมชนอื่น ๆ ในเครือจักรภพใช้ tea เป็นคำเรียก dinner ในชีวิตประจำวัน กิจกรรมนี้เกี่ยวกับการเตรียมอาหารในครัวให้เสร็จ ดังนั้น And that's tea จึงสื่อว่ามื้ออาหารเสร็จหรือพร้อมแล้ว บริบทอย่างเวลาอาหาร การเตรียมอาหาร และกิจวัตรของครอบครัวช่วยให้แยกความหมายนี้ได้
แบบฝึกหัด
ครอบครัวหนึ่งเพิ่งเตรียมอาหารสำหรับช่วงเย็นเสร็จ มีคนพูดว่า "Tea's ready!" คำว่า tea น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด
- แค่ชาหนึ่งถ้วย
- ห้องครัว
- มื้อเย็น
ดูคำตอบ
มื้อเย็น
go to the toilet: สำนวนในชีวิตประจำวันแบบบริติชและออสเตรเลีย
Go to the toilet เป็นสำนวนในชีวิตประจำวันที่มีความหมายว่าใช้ห้องน้ำหรือไปขับถ่าย ไม่ได้หมายถึงเพียงการเดินไปยังห้องนั้น แต่บอกจุดประสงค์ของการไปด้วย ใน So go to the toilet ผู้พูดกำลังบอกให้อีกคนไปจัดการความต้องการนั้น โครงสร้างตรงนี้คือ go to + สถานที่ จึงต้องมีคำบุพบท to
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายแบบบริติชหรือออสเตรเลียที่หมายถึง “ไปเข้าห้องน้ำ”: I need to ____ before we leave.
ดูคำตอบ
go to the toilet
How am I going to get to ...?: ถามวิธีไปถึงเมื่อเส้นทางมีปัญหา
How am I going to get to + สถานที่? ใช้ถามว่าจะไปถึงสถานที่นั้นได้ด้วยเส้นทางหรือวิธีที่ใช้ได้จริงแบบใด ในที่นี้ get to หมายถึง “ไปถึง” ไม่ใช่ “เริ่มทำบางอย่าง” คำถามที่ใช้ be going to มุ่งไปที่การกระทำถัดไป ส่วน how แสดงว่าสิ่งที่ยังไม่รู้คือเส้นทางหรือวิธีเดินทาง รูปแบบนี้มักเหมาะเมื่อผู้พูดมองเห็นปัญหาหรือสิ่งกีดขวาง ไม่ได้เพียงถามว่าสถานที่นั้นอยู่ที่ไหน
แบบฝึกหัด
สะพานที่ไปยังสถานีถูกปิด คำถามใดถามถึงวิธีไปถึงสถานีได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- When am I going to get to the station?
- Where is the station?
- How am I going to get to the station with the bridge closed?
ดูคำตอบ
How am I going to get to the station with the bridge closed?
Head to ... go past ... around ... through ... out: สร้างเส้นทางเป็นลำดับขั้น
ประโยคนี้สร้างเส้นทางหนึ่งเส้นจากวลีการเคลื่อนที่ที่เรียงตามลำดับ Head to บอกทิศทางแรก go past หมายถึงเดินเลยจุดสังเกตไป around หมายถึงเคลื่อนไปรอบด้านนอกของสิ่งหนึ่ง through หมายถึงเข้าไปในพื้นที่แล้วผ่านออกอีกด้าน และ out หมายถึงออกจากบริเวณด้านใน หลัง go past ให้เข้าใจว่ามีคำกริยา go อยู่หน้า around, through และ out แม้จะไม่ได้กล่าวซ้ำ ควรติดตามวลีตามลำดับและเปลี่ยนตำแหน่งของผู้เดินทางในใจทีละขั้น แทนที่จะแปลคำบุพบทแต่ละคำแยกจากกัน
แบบฝึกหัด
เส้นทางไปห้องสมุดต้องผ่านธนาคาร อ้อมน้ำพุ ผ่านอุโมงค์ แล้วออกไปยังจัตุรัส ประโยคใดตรงกับเส้นทางนี้?
- Head to the library, go past the bank, around the fountain, through the tunnel, and out into the square.
- Head to the library, go through the bank, past the fountain, around the tunnel, and out into the square.
- Head past the library, go around the bank, through the fountain, and out of the square.
ดูคำตอบ
Head to the library, go past the bank, around the fountain, through the tunnel, and out into the square.
netball court: สนามสำหรับเล่นเน็ตบอล
เน็ตบอลเป็นกีฬาประเภททีมที่ใช้ลูกบอล และเป็นที่รู้จักอย่างมากในออสเตรเลียกับประเทศอื่น ๆ ในเครือจักรภพ ผู้เล่นส่งลูกให้กันและยิงลูกลงห่วงที่ติดตั้งไว้สูง ซึ่งโดยทั่วไปไม่มีแป้นหลัง netball court คือสนามที่ตีเส้นไว้สำหรับเล่นกีฬาชนิดนี้ ในที่นี้ netball เป็นชื่อกีฬาและขยายคำว่า court วลีนี้ไม่ได้หมายถึงสนามเทนนิส
แบบฝึกหัด
netball court ในประโยคหมายถึงอะไร?
- สนามเทนนิสที่มีตาข่าย
- ห้องสำหรับเก็บอุปกรณ์กีฬา
- สนามที่ใช้เล่นเน็ตบอล
ดูคำตอบ
สนามที่ใช้เล่นเน็ตบอล
mess anything up: ตำแหน่งกรรมใน mess up
ในที่นี้ mess anything up หมายถึงทำให้สิ่งที่จัดเตรียมไว้แล้วกระจัดกระจาย เสียหาย หรือเสียไป คำว่า mess เป็นคำกริยาในกริยาวลี mess up ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงความยุ่งเหยิง Mess up เป็นกริยาวลีที่แยกได้ กรรมที่เป็นคำนามวางหลังทั้งกริยาวลีหรือวางระหว่าง mess กับ up ก็ได้ เช่น mess up the plan หรือ mess the plan up แต่คำสรรพนามที่เป็นกรรมอย่าง it หรือ them ต้องวางตรงกลาง โดยพูดว่า mess it up ไม่ใช่ mess up it ในคำบรรยาย anything วางอยู่ระหว่าง mess กับ up อย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดวางคำสรรพนามที่เป็นกรรมไว้ในตำแหน่งที่ถูกต้อง?
- Don't mess up it.
- Don't mess it up.
- Don't it mess up.
ดูคำตอบ
Don't mess it up.
something about ... เมื่อนึกได้เพียงคร่าว ๆ
ในที่นี้ something about + หัวข้อ หมายถึง “บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนั้น” ผู้พูดจำได้เพียงเล็กน้อย ไม่ได้จำรายละเอียดที่แน่ชัด Wasn't there something about ...? ใช้ขอให้อีกฝ่ายยืนยันความทรงจำที่คลุมเครือนั้น about ในที่นี้แสดงเพียงความเกี่ยวข้องกับหัวข้อ ไม่ได้หมายความว่าผู้คนกำลังพูดถึงหัวข้อนั้นอย่างละเอียด
แบบฝึกหัด
คุณจำได้ราง ๆ ว่าครูพูดถึงการนำหมวกมา ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับขอให้อีกคนยืนยันเรื่องนี้
- The teacher explained every detail about the hat.
- Wasn't there something about bringing a hat?
- Where is the hat?
ดูคำตอบ
Wasn't there something about bringing a hat?
How on earth ...? เพื่อแสดงความสับสนอย่างมาก
ในคำถาม on earth ใช้เน้นคำแสดงคำถาม How on earth ...? มีความหมายใกล้เคียงกับ “เป็นไปได้ยังไง?” หรือ “ฉันจะ...ได้ยังไงกัน?” และแสดงความสับสน ความประหลาดใจ หรือบางครั้งความหงุดหงิดอย่างมาก คำนี้ไม่ได้บอกสถานที่ เมื่อตัด on earth ออก คำถามยังขอข้อมูลเดิม แต่น้ำเสียงทางอารมณ์จะเบาลงมาก
แบบฝึกหัด
ประตูล็อกอยู่และคุณสับสนมากว่า Sam เข้าไปได้อย่างไร คำถามใดแสดงความสับสนอย่างมากนี้ได้ดีที่สุด
- When did Sam get in?
- How did Sam get in?
- How on earth did Sam get in?
ดูคำตอบ
How on earth did Sam get in?
is nuts: วิธีพูดแบบไม่เป็นทางการว่าสถานการณ์วุ่นวายหรือเหลือเชื่อ
ในที่นี้ nuts เป็นคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการที่อยู่หลัง is หมายถึงบ้าบอ เหลือเชื่อ หรือวุ่นวายอย่างมาก ไม่ได้หมายถึงอาหารประเภทถั่ว ประโยคนี้แสดงปฏิกิริยาทางอารมณ์ต่อสถานที่แบบเกินจริง น้ำเสียงอาจสื่อถึงความประหลาดใจแบบขบขันหรือความหงุดหงิด ไม่ใช่คำบรรยายตามตัวอักษรและเป็นกลาง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ nuts เพื่อบอกว่าสถานการณ์หนึ่งเหลือเชื่อหรือวุ่นวายอย่างมาก
- The ticket line has wrapped around the building twice. It's nuts.
- I added nuts to the salad.
- The nut is inside its shell.
ดูคำตอบ
The ticket line has wrapped around the building twice. It's nuts.
get out of here: ถามวิธีออกจากสถานที่ปัจจุบัน
get out of + สถานที่ หมายถึงออกจากสถานที่นั้นหรือเคลื่อนจากด้านในไปด้านนอก here ใช้แทนชื่อสถานที่ที่ผู้พูดอยู่ในขณะนั้น ดังนั้น get out of here จึงหมายถึงออกจากที่นี่ เนื่องจากวลีนี้อยู่ในโครงสร้าง How do I ...? ผู้พูดจึงกำลังถามเส้นทางหรือวิธีออกไป ในประโยคนี้เป็นคำถามตามตัวอักษรเกี่ยวกับทางออก ไม่ใช่คำอุทานเชิงสำนวน Get out of here!
แบบฝึกหัด
คุณหลงอยู่ในอาคารขนาดใหญ่ คำถามใดใช้ถามว่าจะออกจากตำแหน่งปัจจุบันได้อย่างไร
- How do I get out of here?
- How do I get over here?
- How did I get here?
ดูคำตอบ
How do I get out of here?
keep heading that way: เดินหน้าต่อไปในทิศทางที่รู้กัน
keep + คำกริยารูป -ing หมายถึงทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งต่อไป ในที่นี้ heading เป็นรูป -ing ของคำกริยา head ซึ่งหมายถึงมุ่งหน้าไปในทิศทางหนึ่ง ดังนั้น keep heading จึงหมายถึงเดินหน้าต่อไป โดย heading ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงหัวเรื่อง that way หมายถึงทิศทางที่มีคนชี้ไว้แล้วหรือเห็นได้ชัดจากสถานการณ์ ส่วน just ทำให้คำบอกทางฟังดูง่ายและช่วยให้สบายใจขึ้น คือให้ไปต่อในทิศทางนั้น
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ head เติมคำบอกทางให้สมบูรณ์: Keep ____ east until you reach the river.
ดูคำตอบ
heading
That's X done: บอกว่างานหนึ่งเสร็จแล้ว
That's X done เป็นรูปแบบบอกผลลัพธ์แบบไม่เป็นทางการในภาษาพูด X คือชื่องานหรือสิ่งที่เพิ่งทำเสร็จ ส่วน done บอกสถานะใหม่ของสิ่งนั้นว่า X เสร็จแล้ว รูปแบบนี้มักใช้บอกความคืบหน้า คล้ายกับการขีดรายการหนึ่งออกจากเช็กลิสต์ ในประโยคนี้ done เป็น past participle ที่ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็ม ไม่ใช่กริยา simple past ของประโยค ลำดับคือ That's + X + done ไม่ใช่ That's done + X
แบบฝึกหัด
คุณเพิ่งทำรายการแรกในเช็กลิสต์เสร็จ ประโยคใดใช้รูปแบบบอกผลลัพธ์แบบไม่เป็นทางการได้ถูกต้อง?
- That's the first task done.
- That's the first task doing.
- That's done the first task.
ดูคำตอบ
That's the first task done.
can't wait to show: อยากแสดงให้ดูจนแทบรอไม่ไหว
can't wait to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงรู้สึกตื่นเต้นและอยากทำบางอย่างมาก ในประโยคนี้ can't wait to show บอกว่าผู้พูดอยากให้ Kimjim เห็นบางสิ่งอย่างมาก โดยทั่วไป can't wait เป็นการพูดเกินจริงในเชิงบวก ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่ารอไม่ได้จริง ๆ และแสดงความคาดหวังที่แรงกว่าการพูดเพียง want to
แบบฝึกหัด
Lena ตื่นเต้นที่จะเปิดเผยโครงงานวิทยาศาสตร์ของเธอ เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย: Lena ____ show her family the finished model.
ดูคำตอบ
can't wait to
next to: อยู่ติดกันโดยตรง
Next to หมายถึง อยู่ข้างหรือติดกับคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยตรง มีความเฉพาะเจาะจงกว่าการบอกเพียงว่าสถานที่สองแห่งอยู่ใกล้กัน Next to the horse stables เป็นคำตอบสั้น ๆ ที่ใช้บอกตำแหน่ง โดยละประธานและกริยา be ที่เข้าใจกันอยู่แล้ว รูปประโยคเต็มคือ The place is next to the horse stables.
แบบฝึกหัด
คาเฟ่ใช้ผนังร่วมกับร้านหนังสือ ประโยคใดระบุตำแหน่งนี้ได้แม่นยำที่สุด
- The café is next to the bookstore.
- The café is near the bookstore.
- The café is across from the bookstore.
ดูคำตอบ
The café is next to the bookstore.
I thought he was with you: อธิบายข้อสันนิษฐานเดิมที่ผิด
I thought + อนุประโยค ใช้บอกความเชื่อที่ผู้พูดเคยมีมาก่อน แต่ตอนนี้เห็นแล้วว่าน่าจะไม่ถูกต้อง ในที่นี้ he was with you หมายถึงผู้พูดเคยคิดว่าเขาอยู่ใกล้อีกฝ่าย หรืออีกฝ่ายกำลังดูแลเขาอยู่ เมื่อพูดประโยคนี้หลังจากมีคนหายไป ผู้พูดไม่ได้เพียงบอกว่าตนเคยคิดอะไร แต่ยังอธิบายด้วยว่าความเข้าใจผิดเกิดขึ้นได้อย่างไร และอาจสื่อเป็นนัยว่า “ฉันคิดว่าคุณเป็นคนรับผิดชอบ” คำตอบใช้รูปแบบเดียวกันซ้ำ แสดงว่าทั้งสองฝ่ายต่างก็เข้าใจผิดแบบเดียวกันเกี่ยวกับอีกฝ่าย
แบบฝึกหัด
เด็กคนหนึ่งหายไปจากกลุ่ม Alex พูดว่า “I thought Leo was with you.” Alex น่าจะกำลังทำอะไรอยู่มากที่สุด
- ยืนยันว่า Leo ยังอยู่กับอีกฝ่าย
- อธิบายว่าเดิม Alex เชื่อว่า Leo อยู่กับอีกฝ่าย แต่ตอนนี้เห็นแล้วว่าความเชื่อนั้นผิด
- อ้างว่า Leo ไม่เคยพบอีกฝ่ายมาก่อน
ดูคำตอบ
อธิบายว่าเดิม Alex เชื่อว่า Leo อยู่กับอีกฝ่าย แต่ตอนนี้เห็นแล้วว่าความเชื่อนั้นผิด
We've lost Kimjim: lost หมายถึงหาตัวใครบางคนไม่พบ
ในบริบทนี้ lose someone หมายถึงพลัดหลงจากคนนั้นและไม่รู้อีกต่อไปว่าเขาอยู่ที่ไหน ดังนั้น We've lost Kimjim จึงหมายถึง “Kimjim พลัดจากพวกเรา และเราหาเขาไม่พบ” ไม่ได้หมายถึงมีคนแพ้เขาในการแข่งขัน ประโยคนี้เน้นปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้ คือพวกเขามีหน้าที่ต้องอยู่กับ Kimjim แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน เมื่อพูดถึงคนที่อยู่ในความดูแลของใคร lost ยังอาจสื่อถึงความเร่งด่วนและความรับผิดชอบด้วย
แบบฝึกหัด
ในพิพิธภัณฑ์ที่มีคนหนาแน่น Nora พูดว่า “We've lost Ben!” เธอน่าจะหมายความว่าอะไร
- Ben เอาชนะกลุ่มนี้ในเกม
- กลุ่มนี้ลืมชื่อของ Ben
- ตอนนี้กลุ่มนี้หา Ben ไม่พบ
ดูคำตอบ
ตอนนี้กลุ่มนี้หา Ben ไม่พบ
can't deal with this: รู้สึกว่ารับมือไม่ไหว
can't deal with this หมายความว่าผู้พูดรู้สึกว่าไม่สามารถจัดการหรือรับมือกับสถานการณ์นั้นได้ มักใช้แสดงความเครียด ความหงุดหงิด หรือความรู้สึกว่าหนักเกินรับไหว ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าปัญหานั้นไม่มีทางแก้ได้เลย this ในที่นี้หมายถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่เข้าใจกันอยู่แล้วในการสนทนา ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสิ่งของชิ้นหนึ่ง รูปแบบ can't deal with + คน สิ่งของ หรือสถานการณ์ สามารถสื่อถึงข้อจำกัดในการจัดการจริง ๆ หรือข้อจำกัดทางอารมณ์ก็ได้ โดยดูจากบริบท
แบบฝึกหัด
เมื่อผู้พูดกล่าวว่า “I can't deal with this right now” น่าจะหมายความว่าอะไร
- ผู้พูดไม่มีความคิดเห็นใด ๆ เกี่ยวกับสถานการณ์นั้น
- ผู้พูดกำลังจัดการธุรกรรมทางธุรกิจอย่างใจเย็น
- ตอนนี้สถานการณ์นั้นทำให้ผู้พูดเครียดมากหรือรับมือได้ยากเกินไป
ดูคำตอบ
ตอนนี้สถานการณ์นั้นทำให้ผู้พูดเครียดมากหรือรับมือได้ยากเกินไป
I meant ...: ใช้แก้ความเข้าใจผิดจากคำพูดก่อนหน้า
I meant ... ใช้ย้อนกลับไปยังสิ่งที่ผู้พูดเคยพูดหรือชี้ไว้ก่อนหน้า แล้วแก้ไขความเข้าใจของอีกฝ่าย ในที่นี้ผู้พูดบอกว่าหมายถึงห้องน้ำจริง ๆ ไม่ใช่สิ่งที่อีกฝ่ายนึกถึง meant เป็นรูปอดีตของ mean เพราะผู้พูดกำลังอธิบายเจตนาก่อนหน้านี้ หลังโครงสร้างนี้ใช้ได้ทั้งนามวลีหรืออนุประโยค เช่น I meant the blue folder; I meant that we should meet outside. ในการใช้นี้ mean หมายถึง “ตั้งใจจะสื่อ” หรือ “อ้างถึง” ไม่ใช่คำคุณศัพท์ mean ที่แปลว่า “ใจร้าย”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคแก้ไขด้วยรูปอดีตของ mean: Sorry, I ____ Friday, not Thursday.
ดูคำตอบ
meant
Come back: เรียกให้อีกฝ่ายกลับมาหา
Come back เป็นประโยคคำสั่งที่ประกอบจาก come + back ใช้บอกคนที่เดินห่างออกไปให้กลับมาหาผู้พูด หรือกลับมายังสถานที่ที่มองว่าเป็น “ที่นี่” ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังเรียกอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน ไม่ได้กำลังบอกเส้นทาง sweetie เป็นคำเรียกเด็กหรือคนใกล้ชิดด้วยความเอ็นดู ทำให้คำขอฟังอบอุ่นขึ้น และในที่นี้ไม่ได้หมายถึงขนมหวาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึงกลับมาหาฉัน: You walked too far ahead. Please ____ and wait beside me.
ดูคำตอบ
come back
can't find ... anywhere: หาไม่เจอไม่ว่าที่ไหน
โครงสร้าง can't find + คนหรือสิ่งของ + anywhere หมายถึงการค้นหาไม่สำเร็จในสถานที่ใด ๆ ที่เป็นไปได้ มักสื่อว่าค้นหาหลายแห่งแล้วแต่ยังหาเจ้าตัวหรือสิ่งของนั้นไม่พบ anywhere ใช้ร่วมกับ can't เพื่อขยายความหมายปฏิเสธให้ครอบคลุมทุกสถานที่ที่เป็นไปได้ คือไม่พบทั้งที่นี่ ที่นั่น หรือที่อื่นใด วางคนหรือสิ่งของไว้หลัง find และโดยทั่วไปวาง anywhere ไว้ช่วงหลังของอนุประโยค
แบบฝึกหัด
คุณค้นหาทุกห้องแล้วแต่ยังหาโทรศัพท์ไม่พบ ประโยคใดสื่อความหมายนี้?
- I can't find my phone somewhere.
- I can find my phone somewhere.
- I can't find my phone anywhere.
ดูคำตอบ
I can't find my phone anywhere.
too many rooms: จำนวนที่มากเกินไปกับคำนามนับได้รูปพหูพจน์
too many + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ หมายถึงจำนวนที่มากเกินกว่าที่ต้องการ เหมาะสม หรือจัดการได้ คำว่า rooms เป็นคำนามนับได้รูปพหูพจน์ จึงต้องใช้คำบอกปริมาณ many too เพิ่มความหมายว่ามีมากเกินไปจนไม่เป็นที่ต้องการและก่อให้เกิดปัญหา ในที่นี้ไม่ได้เพียงบอกว่ามีห้องจำนวนมาก แต่มีมากจนทำให้หาสถานที่ที่ถูกต้องได้ยาก
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่หมายถึงสิ่งของนับได้มีจำนวนมากเกินไป: There are ____ toys on the stairs, so it isn't safe.
ดูคำตอบ
too many
going round in circles: ทำซ้ำไปมาโดยไม่คืบหน้า
Going round in circles ใช้บรรยายการเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางวงกลมหรือเส้นทางเดิมซ้ำ ๆ ได้ และยังเป็นสำนวนที่หมายถึงการทำ การคิด หรือการพูดคุยเรื่องเดิมซ้ำไปมาโดยไม่เข้าใกล้ผลลัพธ์ ในประโยคนี้ ความหมายตรงตัวและความหมายเชิงสำนวนทำงานร่วมกัน ผู้พูดกำลังเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางที่สับสนจริง ๆ และยังไม่คืบหน้าไปสู่สิ่งที่ต้องการหา
แบบฝึกหัด
กลุ่มหนึ่งพูดความคิดเดิมซ้ำ ๆ และยังตัดสินใจไม่ได้ ประโยคใดใช้ going round in circles ในความหมายเชิงสำนวนนี้
- We chose a plan and started the work.
- The children are riding their bikes round in circles in the park.
- We keep repeating the same ideas, so we're going round in circles.
ดูคำตอบ
We keep repeating the same ideas, so we're going round in circles.
take a little peek: มองสั้น ๆ พร้อมลดน้ำหนักของการกระทำ
take a peek หมายถึง “มองอย่างรวดเร็วชั่วครู่” คำว่า peek เป็นคำนามที่ตามหลัง take แต่ทั้งวลีใช้เรียกการแอบมอง ตามบริบท วลีนี้อาจสื่อถึงความอยากรู้หรือการพยายามมองโดยไม่ให้ใครสังเกตเห็นด้วย little ไม่ได้บอกขนาดทางกายภาพของการมอง แต่ช่วยลดน้ำหนักของการกระทำ ทำให้สิ่งที่กำลังจะทำฟังดูสั้นและไม่ใช่เรื่องใหญ่ ในประโยคนี้ ผู้พูดทำให้การมองนั้นดูเป็นเรื่องเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่ตรงกับบทเรียนและมีความหมายว่า “มองอย่างรวดเร็วชั่วครู่” ลงในประโยค: I'll ____ inside the box, then close it.
ดูคำตอบ
take a little peek
Cubby collapse: ป้ายเหตุการณ์แบบย่อ
ในที่นี้ cubby หมายถึงบ้านหรือป้อมขนาดเล็กที่สร้างไว้เล่น Cubby collapse เป็นนามวลีแบบย่อ ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยา cubby ระบุว่าเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับอะไร ส่วน collapse ตั้งชื่อเหตุการณ์ วลีนี้ไม่มีกาลของตัวเอง วลีนี้ทำงานเหมือนคำเตือนหรือพาดหัว โดยวางเหตุการณ์สำคัญไว้ก่อน แล้วให้ผู้ฟังอนุมาน The cubby is collapsing จากสถานการณ์ การย่อเช่นนี้ทำให้คำประกาศรู้สึกฉับไว และในบทสนทนาแบบสนุกสนานยังช่วยเร่งจังหวะตลกได้
แบบฝึกหัด
หลังคาเริ่มพังลงมาในฉากที่สนุกสนาน ตัวเลือกใดเป็นป้ายเหตุการณ์แบบย่อที่คล้ายคำเตือน ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์?
- The roof is collapsing!
- Did the roof collapse?
- Roof collapse!
ดูคำตอบ
Roof collapse!
went for the second run ... the call was stay: รันที่สองและคำสั่งให้อยู่ที่เดิมในคริกเก็ต
นี่คือคำบรรยายการแข่งขันคริกเก็ต ในจังหวะนี้ ผู้ตีสองคนจะได้หนึ่งรันเมื่อวิ่งสลับไปยังปลายพิทช์อีกด้านอย่างปลอดภัย went for the second run หมายถึงเกือบจะสลับตำแหน่งอีกครั้งเพื่อทำเพิ่มอีกหนึ่งรัน ไม่ได้หมายถึงการแข่งขันวิ่งครั้งที่สอง ผู้ตีจะตะโกนบอกกันเพื่อตัดสินใจว่าจะวิ่งหรือไม่ the call was stay หมายถึงคำสั่งคืออย่าออกวิ่ง และ the batsman obeyed หมายถึงผู้ตีทำตามคำสั่งนั้น จึงไม่มีการวิ่งทำแต้มรอบที่สอง
แบบฝึกหัด
เกิดอะไรขึ้นในคำบรรยายการแข่งขันคริกเก็ตช่วงนี้?
- พวกเขาเกือบจะพยายามทำรันที่สอง แต่ผู้ตียังอยู่ที่เดิมเมื่อได้รับคำสั่ง
- ผู้ตีเข้าแข่งขันวิ่งครั้งที่สองแล้วรับโทรศัพท์
- ผู้ตีไม่สนใจคำสั่งและวิ่งทำรันที่สองสำเร็จ
ดูคำตอบ
พวกเขาเกือบจะพยายามทำรันที่สอง แต่ผู้ตียังอยู่ที่เดิมเมื่อได้รับคำสั่ง
You want Kimjim!: การส่งต่อโดยตรงที่ต้องอาศัยบริบท
ในที่นี้ ผู้พูดพูดว่า You want Kimjim! ขณะส่ง Kimjim ให้ผู้ฟัง ประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นการส่งต่อโดยตรงว่า “เอ้า รับหรือช่วยดูแล Kimjim หน่อย” ไม่ใช่คำถามจริง ๆ ว่าผู้ฟังต้องการอะไร ความหมายนี้มาจากการส่งให้ที่เห็นได้ชัด ความสัมพันธ์ที่สนิทกัน และน้ำเสียงบอกเล่าที่หนักแน่น want ไม่ได้เปลี่ยนไปมีความหมายทั่วไปว่าดูแล หากไม่มีบริบทร่วมเช่นนี้ ประโยคนี้มักแสดงความต้องการ
แบบฝึกหัด
ในฉากครอบครัว ผู้พูดพูดว่า You want Kimjim! ขณะส่ง Kimjim ให้ผู้ฟัง ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไรในที่นี้?
- ผู้พูดถามว่าผู้ฟังอยากเป็นเจ้าของ Kimjim มาตลอดหรือไม่
- ผู้พูดบอกว่า Kimjim อยากไปหาผู้ฟัง
- ผู้พูดส่ง Kimjim ให้ผู้ฟังอุ้มหรือดูแล
ดูคำตอบ
ผู้พูดส่ง Kimjim ให้ผู้ฟังอุ้มหรือดูแล
You know what? ในฐานะคำเกริ่นในการสนทนา
ในประโยคนี้ You know what? เป็นคำเชื่อมบทสนทนาที่ใช้เรียกความสนใจของผู้ฟัง และบอกว่าผู้พูดกำลังจะเสนอความคิด การตัดสินใจ หรือมุมมองใหม่ที่เปลี่ยนไป ไม่ได้เป็นการขอให้ผู้ฟังตอบว่ารู้อะไร ผู้พูดมักจะพูดประเด็นสำคัญต่อทันที
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ You know what? เพื่อเกริ่นการตัดสินใจใหม่ แทนที่จะถามข้อมูลจริง ๆ?
- You know what? I think I'll walk home.
- Do you know what time the train leaves?
- Do you know where my bag is?
ดูคำตอบ
You know what? I think I'll walk home.
So is this room: so + be + ประธานใหม่
โครงสร้าง so + be/กริยาช่วย + ประธานใหม่ ใช้บอกว่าข้อความบอกเล่าเชิงบวกก่อนหน้านี้เป็นจริงกับคนหรือสิ่งอื่นด้วย โดยวางกริยาไว้หน้าประธานใหม่ ในที่นี้ละ big enough ไว้โดยเข้าใจจาก This TV is big enough ดังนั้น So is this room จึงหมายถึง This room is big enough, too และ so มีความหมายว่า “ก็เช่นกัน/เหมือนกัน” ไม่ใช่ “ดังนั้น”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย so + be + ประธานใหม่ เพื่อบอกว่าห้องนั่งเล่นก็เงียบเช่นกัน: The study is quiet, and ____.
ดูคำตอบ
so is the living room
what I was thinking: ยอมรับว่าความคิดก่อนหน้านี้ไม่เข้าท่า
ในประโยค I don't know what I was thinking ส่วน what I was thinking หมายถึงความคิดที่อยู่เบื้องหลังไอเดีย การตัดสินใจ หรือการกระทำก่อนหน้านี้ ทั้งประโยคมักสื่อว่าตอนนี้ผู้พูดมองว่าสิ่งนั้นไม่รอบคอบ เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ หรือเป็นความคิดที่ผิด โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่าผู้พูดจำไม่ได้จริง ๆ แต่เป็นการวิจารณ์ตัวเองแบบภาษาพูด ใช้ถอนความเห็นเดิมหรือแสดงความเสียใจโดยอ้อม และมักฟังดูตรงน้อยกว่าการพูดเพียงว่า I was wrong
แบบฝึกหัด
ตอนนี้คุณตระหนักแล้วว่าแผนที่คุณเสนอเมื่อวานเป็นความคิดที่ไม่ดี ประโยคใดแสดงการวิจารณ์ความคิดเดิมของตัวเองได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- I can't remember what the meeting was about.
- I don't know what I was thinking.
- I don't know what she is thinking.
ดูคำตอบ
I don't know what I was thinking.