วิทยาศาสตร์ของการตกหลุมรัก - Shannon Odell: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
671 คำ 162 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้ติดตามความรักเชิงโรแมนติกตั้งแต่ช่วงหลงใหลไปสู่ความผูกพันและความเจ็บปวดหลังเลิกรา พร้อมอธิบายว่าระบบรางวัล ฮอร์โมน การประมวลผลความเจ็บปวด ความเครียด และการควบคุมแรงกระตุ้น กำหนดแรงดึงดูด สายสัมพันธ์ การสูญเสีย และการฟื้นตัวอย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. find yourself excessively daydreaming — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การใช้ find yourself + กริยา -ing เมื่อพฤติกรรมหรือสภาวะค่อย ๆ เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจตัดสินใจ ที่นี่ใช้สื่อว่าช่วงหลงใหลทำให้ความคิดถึงคนรักใหม่ค่อย ๆ ครอบครองความสนใจ 2. thanks in large part to — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม: ใช้ระบุสาเหตุสำคัญโดยไม่เหมารวมว่าเป็นสาเหตุเดียว จึงอธิบายได้อย่างแม่นยำว่าความผ่อนคลายและความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้นเกิดจากออกซิโทซินและวาโซเพรสซินเป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด 3. can pump the brakes on — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจอุปมาจากการขับรถนี้ว่าเป็นการชะลอ ยับยั้ง หรือลดกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่ ช่วยทำให้เห็นภาพว่าสมองส่วนเหตุผลและการควบคุมแรงกระตุ้นค่อย ๆ ลดความทุกข์และความอยากติดต่ออดีตคนรักอย่างไร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Love is often described as heartwarming, โน้ต

0:06

ความรักมักถูกอธิบายว่าทำให้หัวใจอบอุ่น

heart-wrenching,

0:08

บีบคั้นหัวใจ

and even heartbreaking.

0:09

และแม้กระทั่งทำให้ใจสลาย

วลี

be described as: การนำเข้าสู่คำบอกลักษณะ

Be described as ใช้นำคำที่บอกลักษณะ จัดประเภท หรือประเมินประธาน ในประโยคนี้ as นำเข้าสู่สามลักษณะที่ผู้คนใช้กล่าวถึงความรัก โครงสร้างรูปถูกกระทำคือ subject + be + described as + description ต้องคง as ไว้ เพราะทำหน้าที่เชื่อมประธานกับลักษณะที่ใช้บรรยาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ describe และคำบุพบทที่ใช้ขึ้นต้นการบอกลักษณะ: The neighborhood is often ____ quiet and family-friendly.

ดูคำตอบ

described as

การใช้คำ

heartwarming ... heart-wrenching ... heartbreaking: ระดับอารมณ์จากอบอุ่นสู่เจ็บปวด

คำคุณศัพท์ประสมที่ขึ้นต้นด้วย heart- เหล่านี้ใช้ heart เป็นคำเปรียบเทียบถึงอารมณ์ ไม่ได้หมายถึงอวัยวะในร่างกาย Heartwarming มีความหมายเชิงบวก คือทำให้รู้สึกอบอุ่น มีความสุข หรือซาบซึ้ง ส่วน heart-wrenching และ heartbreaking มีความหมายเชิงลบ โดยทั้งคู่สื่อถึงความเจ็บปวดทางอารมณ์หรือความเศร้าอย่างรุนแรง รายการนี้ไล่จากความอบอุ่นไปสู่ความเจ็บปวด even ทำให้ heartbreaking เป็นประเด็นสุดท้ายที่รุนแรงหรือโดดเด่นที่สุดในประโยคนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่า heart-wrenching และ heartbreaking มีลำดับความรุนแรงตายตัวในทุกบริบท

แบบฝึกหัด

เลือกคำที่เหมาะสมที่สุด: The video of the rescued dog seeing its family again was ____.

  1. heartbreaking
  2. heartwarming
  3. heart-wrenching
ดูคำตอบ

heartwarming

So, what does the brain have to do with it? วลี

0:11

แล้วสมองมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไรล่ะ?

วลี

have to do with it?: การถามถึงความเกี่ยวข้อง

have to do with หมายถึง “เชื่อมโยงกับ” หรือ “เกี่ยวข้องกับ” รูปแบบ What does X have to do with Y? ใช้ถามว่า X กับ Y มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร ในที่นี้ it ย้อนกลับไปหมายถึงหัวข้อที่กำลังพูดถึงอยู่ก่อนแล้ว อย่าแยกตีความ have to ว่า “ต้อง” และ do ว่า “ทำ” ในคำถามนี้ does ทำหน้าที่สร้างรูปคำถาม ส่วน have คงอยู่ในรูปพื้นฐาน และ have to do with ทั้งชุดทำหน้าที่เป็นสำนวนบอกความเกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยสำนวนที่หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ”: What does sleep ____ memory?

ดูคำตอบ

have to do with

Everything.

0:14

ทุกอย่างเลย

The journey from first spark to last tear is guided by a symphony of neurochemicals and brain systems. สำนวน

0:16

การเดินทางตั้งแต่ประกายไฟแรกไปจนถึงน้ำตาหยดสุดท้ายถูกชี้แนะโดยซิมโฟนีของสารเคมีประสาทและระบบสมอง

สำนวน

from first spark to last tear: ครอบคลุมเส้นทางทางอารมณ์ทั้งหมด

from A to B สามารถใช้จุดปลายสองจุดเพื่อครอบคลุมกระบวนการทั้งหมดได้ ในที่นี้ first spark เปรียบถึงความรู้สึกดึงดูดในช่วงแรก ส่วน last tear สื่อถึงความเศร้าเมื่อความสัมพันธ์สิ้นสุดลง สำนวนนี้ไม่ได้แจกแจงเหตุการณ์จริงสองเหตุการณ์ แต่การจับคู่ first กับ last และ spark กับ tear ช่วยย่อเส้นทางทางอารมณ์ทั้งหมดให้เป็นภาพสั้น ๆ พร้อมสร้างความแตกต่างระหว่างจุดเริ่มต้นที่น่าตื่นเต้นกับจุดจบที่เจ็บปวด

แบบฝึกหัด

from first spark to last tear ในประโยคนี้สื่อความหมายหลักว่าอะไร?

  1. สรุปเส้นทางทางอารมณ์ของความสัมพันธ์ ตั้งแต่ความรู้สึกดึงดูดจนถึงจุดจบที่เศร้า
  2. ระบุเหตุการณ์สองอย่างที่ทุกความสัมพันธ์ต้องมี
  3. บรรยายเหตุไฟไหม้จริงที่ตามมาด้วยการบาดเจ็บ
ดูคำตอบ

สรุปเส้นทางทางอารมณ์ของความสัมพันธ์ ตั้งแต่ความรู้สึกดึงดูดจนถึงจุดจบที่เศร้า

สำนวน

is guided by a symphony of: ถูกชี้นำโดยปัจจัยที่ทำงานประสานกัน

โครงสร้างกรรมวาจก “is guided by” บอกว่าเส้นทางนี้ถูกหล่อหลอมหรือชี้นำโดยปัจจัยที่ระบุไว้หลังคำว่า by ในที่นี้ไม่ได้สื่อว่ามีผู้นำทางที่มีความคิดอยู่จริง “A symphony of” เป็นอุปลักษณ์ที่เปรียบส่วนประกอบหลายอย่างซึ่งทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบกับบทเพลงซิมโฟนี ประโยคนี้นำเสนอสารเคมีประสาทและระบบต่าง ๆ ในสมองว่าเป็นปัจจัยที่ประสานงานกัน ไม่ใช่เสียงดนตรีจริงและไม่ใช่สาเหตุเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

“a symphony of neurochemicals and brain systems” ในประโยคนี้เน้นสิ่งใด?

  1. สารเคมีเพียงชนิดเดียวควบคุมกระบวนการทั้งหมด
  2. ปัจจัยทางชีวภาพหลายอย่างทำงานร่วมกันอย่างประสานสอดคล้อง
  3. เสียงดนตรีจริงชี้นำการทำงานของสมอง
ดูคำตอบ

ปัจจัยทางชีวภาพหลายอย่างทำงานร่วมกันอย่างประสานสอดคล้อง

As you begin to fall for someone, กริยาวลี

1:06

เมื่อคุณเริ่มตกหลุมรักใครสักคน

you may find yourself excessively daydreaming about them and wanting to spend more and more time together. โน้ต

1:08

คุณอาจพบว่าตัวเองเหม่อลอยถึงพวกเขามากเกินไปและต้องการใช้เวลาด้วยกันให้มากขึ้นเรื่อยๆ

กริยาวลี

fall for someone: เริ่มมีความรู้สึกเชิงรักใคร่ต่อใครสักคน

“Fall for someone” หมายถึงเริ่มมีความรู้สึกเชิงรักใคร่ต่อคนนั้น ใน “begin to fall for” จุดสำคัญคือความรู้สึกกำลังเริ่มต้นและค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายถึงการหกล้มจริง ๆ กรรมของ “fall for” ช่วยกำหนดความหมาย หากกรรมเป็นคนในบริบทความรัก มักหมายถึงเริ่มรู้สึกดึงดูดใจต่อคนนั้น แต่หากกรรมเป็น a lie, a trick หรือ a scam จะหมายถึงถูกหลอก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “เริ่มมีความรู้สึกเชิงรักใคร่”: After months of talking, Maya began to ____ Jordan.

ดูคำตอบ

fall for

ไวยากรณ์

find yourself excessively daydreaming: ตระหนักถึงพฤติกรรมที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ

ในโครงสร้าง find yourself doing something คำว่า find หมายถึงสังเกตได้หรือตระหนักว่า ไม่ใช่ค้นหา คำสรรพนามสะท้อนกลับอ้างกลับไปยังประธาน และรูป -ing ระบุพฤติกรรมหรือสภาวะที่เจ้าตัวสังเกตเห็น ในที่นี้ excessively ขยาย daydreaming หมายถึงเจ้าตัวตระหนักว่าตนเองเพ้อฝันมากเกินไป แม้ไม่ได้ตั้งใจเลือกทำเช่นนั้น โครงสร้างนี้เหมาะกับพฤติกรรมหรือสภาวะที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ find oneself doing: After a month in the new job, I ____ checking my email before breakfast.

ดูคำตอบ

found myself

วลี

more and more time: ปริมาณเวลาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

more and more + คำนาม แสดงว่าปริมาณหรือจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามเวลา ในที่นี้ time หมายถึงปริมาณเวลาและเป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้ more and more time รูปนี้เน้นแนวโน้มที่ดำเนินต่อไป ส่วน more time เพียงเปรียบเทียบว่ามีเวลามากกว่าอีกปริมาณหนึ่ง แต่ไม่ได้บอกด้วยตัวเองว่าปริมาณยังคงเพิ่มขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าปริมาณเวลารวมที่ใช้ในการทดสอบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง?

  1. We tested the app many more times.
  2. We spent more and more time testing the app.
  3. Each test took longer and longer.
ดูคำตอบ

We spent more and more time testing the app.

This first stage of love is what psychologists call infatuation or passionate love. โน้ต

1:14

ความรักระยะแรกนี้คือสิ่งที่นักจิตวิทยาเรียกว่าความหลงใหลหรือความรักที่เร่าร้อน

วลี

is what psychologists call: การนำเสนอชื่อทางวิชาการ

โครงสร้าง A is what experts call B หมายความว่าผู้เชี่ยวชาญใช้ชื่อ B เรียก A ในประโยคนี้ A คือความรักระยะแรก psychologists คือกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ และ B คือ infatuation or passionate love what ในโครงสร้างนี้ไม่ใช่คำแสดงคำถาม แต่ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคคำนาม what psychologists call infatuation or passionate love ซึ่งอยู่หลัง is และบอกชื่อทางวิชาการ สามารถนำโครงสร้างนี้ไปใช้ใหม่โดยเปลี่ยนกลุ่มผู้เชี่ยวชาญและคำศัพท์ เช่น A is what scientists/economists/doctors call B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างบอกชื่อ is what psychologists call: This tendency ____ confirmation bias.

ดูคำตอบ

is what psychologists call

การใช้คำ

infatuation หรือ passionate love: ชื่อที่เกี่ยวข้องกันแต่มีความหมายต่างกัน

ในคำอธิบายทางจิตวิทยานี้ infatuation และ passionate love เป็นชื่อของรูปแบบหรือระยะเริ่มต้นของความรักเชิงโรแมนติกที่เข้มข้นมาก infatuation มักสื่อถึงความดึงดูดอย่างรุนแรงร่วมกับการมองอีกฝ่ายในอุดมคติ ซึ่งมักเกิดก่อนที่จะรู้จักกันอย่างลึกซึ้ง ส่วน passionate love เป็นคำทางจิตวิทยาที่เป็นกลางกว่าสำหรับความดึงดูดอย่างรุนแรง ความโหยหา และความตื่นตัวทางอารมณ์หรือทางกาย or ในที่นี้นำเสนอทั้งสองคำเป็นชื่อที่เกี่ยวข้องกับระยะแรก แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองคำเหมือนกันในทุกบริบท และไม่มีคำใดที่หมายถึงความรักที่เป็นผู้ใหญ่ มั่นคง และยืนยาวได้ด้วยตัวมันเอง

แบบฝึกหัด

คำใดสื่อชัดที่สุดถึงความดึงดูดอย่างรุนแรงและการมองอีกฝ่ายในอุดมคติ ทั้งที่รู้จักอีกฝ่ายเพียงเล็กน้อย?

  1. passionate love
  2. infatuation
  3. attachment
ดูคำตอบ

infatuation

Your new relationship can feel almost intoxicating. สำนวน

1:20

ความสัมพันธ์ครั้งใหม่ของคุณสามารถทำให้รู้สึกราวกับมึนเมา

สำนวน

feel almost intoxicating: อุปมาถึงความรู้สึกที่แทบจะมึนเมา

โครงสร้าง feel + คำคุณศัพท์ใช้บอกว่าประสบการณ์หนึ่งให้ความรู้สึกอย่างไรแก่ผู้ที่กำลังประสบกับมัน ในที่นี้ intoxicating ใช้เป็นอุปมา หมายถึงความตื่นเต้น ความสุข และความรู้สึกหมกมุ่นกับความสัมพันธ์ใหม่ถูกเปรียบเทียบกับความรู้สึกมึนเมาอย่างรุนแรง ไม่ได้หมายถึงการดื่มจริงหรือการถูกวางยา almost ลดระดับความหมายลงเป็น แทบจะ หรือเกือบจะ ทำให้อุปมายังคงชัดเจน แต่ไม่ได้บอกว่าคนนั้นเมาจริง

แบบฝึกหัด

feel almost intoxicating ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ความสัมพันธ์ใหม่ทุกครั้งต้องมีการดื่มแอลกอฮอล์
  2. ความตื่นเต้นจากความสัมพันธ์นั้นรุนแรงมากจนแทบรู้สึกเหมือนกำลังเมา
  3. ความสัมพันธ์นั้นมีพิษในความหมายทางการแพทย์
ดูคำตอบ

ความตื่นเต้นจากความสัมพันธ์นั้นรุนแรงมากจนแทบรู้สึกเหมือนกำลังเมา

And when it comes to the brain, วลี

1:24

และเมื่อพูดถึงสมอง

that's not far from the truth. วลี

1:25

นั่นก็ไม่ได้ไกลจากความเป็นจริงเลย

วลี

when it comes to the brain: การจำกัดหัวข้อให้แคบลง

when it comes to + คำนาม คำสรรพนาม หรือ gerund ใช้จำกัดการพูดคุยให้เจาะจงไปที่หัวข้อหรือแง่มุมหนึ่ง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเปลี่ยนจุดสนใจจากคำอธิบายทั่วไปเกี่ยวกับความสัมพันธ์ครั้งใหม่ ไปเป็นคำอธิบายในระดับการทำงานของสมอง นี่คือสำนวนสำหรับกำหนดหัวข้อ ไม่ใช่อนุประโยคบอกเวลา when ไม่ได้หมายความว่าบางสิ่งกำลังมาถึง และไม่ได้หมายถึงวัตถุที่เคลื่อนที่เข้าหาสมอง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่ใช้กำหนดหัวข้อให้สมบูรณ์: When it ____ planning a trip, flexibility matters.

ดูคำตอบ

comes to

วลี

not far from the truth: ค่อนข้างใกล้เคียงความจริง

ในประโยคนี้ not far from the truth หมายถึง “ค่อนข้างใกล้เคียงความจริง” ระยะทางถูกใช้เป็นอุปมาเพื่อบอกระดับความถูกต้อง ส่วน far ไม่ได้หมายถึงระยะทางจริงในพื้นที่ สำนวนนี้แสดงการเห็นด้วยแบบมีข้อสงวน โดยสนับสนุนคำกล่าว การเปรียบเทียบ หรืออุปมา แต่ไม่ได้บอกว่าทุกรายละเอียดถูกต้องทั้งหมด

แบบฝึกหัด

not far from the truth ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. คำกล่าวนั้นบรรยายระยะทางจริงที่สั้น
  2. คำกล่าวนั้นเป็นเท็จทั้งหมด
  3. คำกล่าวนั้นค่อนข้างใกล้เคียงความจริง
ดูคำตอบ

คำกล่าวนั้นค่อนข้างใกล้เคียงความจริง

Infatuated individuals show increased activation in the ventral tegmental area. การใช้คำ

1:27

ผู้ที่กำลังหลงใหลจะแสดงให้เห็นถึงการทำงานที่เพิ่มขึ้นในสมองส่วน ventral tegmental area (VTA)

การใช้คำ

show increased activation ในรายงานทางวิทยาศาสตร์

ใน show increased activation คำว่า show หมายถึง “แสดงให้เห็นว่ามี” หรือ “ตรวจพบว่ามี” ไม่ใช่ “นำบางสิ่งมาแสดงต่อผู้ชม” ประธานทางไวยากรณ์อาจเป็นบุคคล กลุ่ม ภาพสแกน หรือข้อมูลที่กำลังกล่าวถึง ส่วน increased activation คือรูปแบบที่วัดและสังเกตพบ ในรายงานด้านประสาทวิทยา increased ขยายคำนาม activation และบอกว่ามีการเปรียบเทียบกับค่าพื้นฐาน เงื่อนไขอื่น หรือกลุ่มอื่น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ show + increased/decreased + activity หรือ activation

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ show increased activation: Compared with rest, the scans ____ in regions linked to attention.

ดูคำตอบ

showed increased activation

The VTA is the reward processing and motivation hub of the brain, การใช้คำ

1:33

VTA เป็นศูนย์กลางการประมวลผลรางวัลและแรงจูงใจของสมอง

การใช้คำ

reward processing and motivation hub: hub ในความหมายว่าศูนย์กลางเชิงหน้าที่

ในนามวลีนี้ hub หมายถึงศูนย์กลางสำคัญที่กิจกรรมที่เกี่ยวข้องมารวมกัน ไม่ได้หมายถึงสถานีขนส่ง คำว่า reward processing and motivation อธิบายหน้าที่ที่สัมพันธ์กับศูนย์กลางนี้ ประโยคนี้ใช้วลีดังกล่าวเพื่อสรุปบทบาทสำคัญของ VTA โดยบอกว่า VTA มีความสำคัญต่อหน้าที่เหล่านี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นบริเวณเดียวของสมองที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

reward processing and motivation hub ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. เป็นสถานีจริงที่ใช้ส่งมอบรางวัล
  2. เป็นศูนย์กลางสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลรางวัลและแรงจูงใจ
  3. เป็นบริเวณเดียวของสมองที่สร้างแรงจูงใจทุกชนิด
ดูคำตอบ

เป็นศูนย์กลางสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลรางวัลและแรงจูงใจ

firing when you do things like eat a sweet treat, ลำดับความ

1:37

ซึ่งจะสั่งการเมื่อคุณทำสิ่งต่างๆ เช่น กินของหวาน

quench your thirst, วลี

1:40

ดื่มน้ำแก้กระหาย

วลี

quench your thirst: กลุ่มคำธรรมชาติที่หมายถึงดับกระหาย

quench your thirst เป็นกลุ่มคำที่ใช้คู่กันตามธรรมชาติ หมายถึงบรรเทาหรือดับความกระหายด้วยการดื่มบางอย่าง โดย quench เป็นคำกริยา และ your thirst เป็นกรรมของคำกริยานั้น quench ยังใช้ในความหมายว่า “ดับ” ไฟได้ด้วย แต่กรรมจะช่วยบอกว่ากำลังใช้ความหมายใด ปกติภาษาอังกฤษไม่พูดว่า stop your thirst และในที่นี้ quench your thirst เป็นสำนวนที่เป็นธรรมชาติและกระชับกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนที่หมายถึง “ดับกระหาย”: After the long run, drink some water to ____.

ดูคำตอบ

quench your thirst

or in more extreme cases, ลำดับความ

1:41

หรือในกรณีที่ร้ายแรงกว่านั้น

take drugs of abuse. การใช้คำ

1:42

ใช้สารเสพติด

ลำดับความ

do things like: การนำเสนอตัวอย่างที่เป็นตัวแทน

do things like เริ่มจากระบุหมวดหมู่กว้าง ๆ ของการกระทำ แล้ว like จึงนำเข้าสู่ตัวอย่างที่เจาะจง ในที่นี้ like หมายถึง “เช่น” ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ชอบ” คำกริยา eat, quench และ take เป็นตัวอย่างการกระทำที่วางในรูปแบบขนานกัน รูปแบบนี้บอกว่ารายการดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่าง ไม่ใช่รายการที่ครบถ้วน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบนำเสนอตัวอย่างจากบทเรียนนี้: You can reduce waste when you ____ reusing bags and repairing old items.

ดูคำตอบ

do things like

ลำดับความ

in more extreme cases: การขยับไปยังตัวอย่างที่เข้มข้นหรือรุนแรงกว่า

in more extreme cases เป็นวลีเชื่อมที่บอกผู้ฟังว่าตัวอย่างถัดไปขยับไปยังด้านที่เข้มข้น รุนแรง หรือพบได้น้อยกว่าบนระดับเดียวกัน more เปรียบเทียบกรณีถัดไปกับกรณีที่เบากว่าซึ่งกล่าวไปแล้ว cases ในที่นี้หมายถึง “สถานการณ์” หรือ “กรณีตัวอย่าง” ไม่ใช่คดีทางกฎหมาย ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงการขยับจากตัวอย่างทั่วไปไปยังตัวอย่างที่มีความเสี่ยงสูงกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in more extreme cases ได้ถูกต้องเพื่อขยับจากสถานการณ์ทั่วไปไปสู่สถานการณ์ที่รุนแรงกว่า?

  1. Most headaches improve with rest; in more extreme cases, some people prefer blue pillows.
  2. Most headaches improve with rest; in more extreme cases, the pain is always milder.
  3. Most headaches improve with rest; in more extreme cases, medical treatment may be needed.
ดูคำตอบ

Most headaches improve with rest; in more extreme cases, medical treatment may be needed.

การใช้คำ

take drugs of abuse: การใช้สารที่มีความเสี่ยงต่อการใช้ในทางที่ผิดหรือการเสพติด

คำว่า drugs of abuse เป็นคำเรียกแบบเป็นทางการสำหรับสารที่มักถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดและอาจมีความเสี่ยงต่อการพึ่งพาสาร การเสพติด หรืออันตรายร้ายแรง ส่วน of abuse ใช้จัดประเภทสารตามศักยภาพหรือรูปแบบที่เป็นที่ทราบของการใช้ในทางที่ผิด ไม่ได้หมายถึง “ยาที่ถูกใช้ในทางที่ผิดไปแล้ว” ใน take drugs of abuse คำว่า take หมายถึงรับเข้าสู่ร่างกายหรือใช้สารเหล่านั้น ไม่ได้หมายถึงหยิบขึ้นมาด้วยมือ

แบบฝึกหัด

ในงานเขียนด้านสุขภาพที่เป็นทางการ drugs of abuse โดยทั่วไปหมายถึงอะไร

  1. ยาทุกชนิดที่แพทย์สั่ง
  2. สารที่เป็นที่ทราบว่ามีความเสี่ยงต่อการใช้ในทางที่ผิดหรือการเสพติด
  3. ยาที่ถูกใช้ในทางที่ผิดไปแล้ว
ดูคำตอบ

สารที่เป็นที่ทราบว่ามีความเสี่ยงต่อการใช้ในทางที่ผิดหรือการเสพติด

Activation releases the feel-good neurotransmitter dopamine, การใช้คำ

1:44

การทำงานนี้จะปล่อยโดปามีนซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ทำให้รู้สึกดี

การใช้คำ

feel-good neurotransmitter dopamine: คำเรียกแบบไม่เป็นทางการในการสื่อสารวิทยาศาสตร์

ในวลีนาม the feel-good neurotransmitter dopamine คำว่า dopamine เป็นชื่อของสาร ส่วน feel-good neurotransmitter เป็นคำอธิบายที่เข้าใจง่ายซึ่งวางไว้ข้างหน้า คำคุณศัพท์ประสม feel-good หมายถึง “ที่ทำให้เกิดความรู้สึกดี” และใช้เครื่องหมายยัติภังค์เมื่อวางหน้าคำนาม ในที่นี้ คำดังกล่าวช่วยให้คนทั่วไปเชื่อมโยงโดพามีนกับรางวัลและความพึงพอใจได้อย่างรวดเร็ว นี่เป็นคำอธิบายแบบย่อในการสื่อสารวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่คำนิยามทางการแพทย์ที่ครบถ้วน เพราะโดพามีนยังมีบทบาทต่อแรงจูงใจ การเรียนรู้ การเคลื่อนไหว และกระบวนการอื่น ๆ

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย feel-good neurotransmitter ใน "Activation releases the feel-good neurotransmitter dopamine" ได้ดีที่สุด

  1. เป็นคำเรียกที่เข้าใจง่ายซึ่งเชื่อมโยงโดพามีนกับความรู้สึกได้รับรางวัลหรือความพึงพอใจ ไม่ใช่คำนิยามทางวิทยาศาสตร์ที่ครบถ้วน
  2. หมายความว่าโดพามีนเป็นอาหารที่มีรสชาติดี
  3. เป็นข้อกล่าวอ้างที่แม่นยำว่าโดพามีนไม่มีหน้าที่อื่นนอกจากสร้างความสุข
ดูคำตอบ

เป็นคำเรียกที่เข้าใจง่ายซึ่งเชื่อมโยงโดพามีนกับความรู้สึกได้รับรางวัลหรือความพึงพอใจ ไม่ใช่คำนิยามทางวิทยาศาสตร์ที่ครบถ้วน

teaching your brain to repeat behaviors in anticipation of receiving the same initial reward. โน้ต

1:48

โดยสอนให้สมองของคุณทำพฤติกรรมซ้ำๆ เพื่อคาดหวังว่าจะได้รับรางวัลเริ่มต้นแบบเดียวกัน

ไวยากรณ์

teaching your brain to repeat behaviors: อนุประโยค -ing ที่บอกผล

อนุประโยค -ing teaching your brain to repeat behaviors ที่อยู่หลังเครื่องหมายจุลภาคบอกผลของเหตุการณ์ทั้งหมดที่อยู่ข้างหน้า กล่าวคือ การหลั่งโดพามีนทำให้สมองเรียนรู้รูปแบบการทำพฤติกรรมนั้นซ้ำ สามารถถอดความโดยใช้ thereby teaching your brain หรือ which teaches your brain ได้ คำว่า teaching ในที่นี้เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่ามีใครกำลังสอนสมองจริง ๆ แต่บรรยายว่ากลไกการให้รางวัลค่อย ๆ หล่อหลอมพฤติกรรมในภายหลังอย่างไร

แบบฝึกหัด

อนุประโยค -ing teaching your brain to repeat behaviors ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. บอกการกระทำอีกอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกับอนุประโยคแรก
  2. บอกผลที่เกิดจากการหลั่งโดพามีน
  3. บอกจุดประสงค์ของการกระตุ้นโดพามีน
ดูคำตอบ

บอกผลที่เกิดจากการหลั่งโดพามีน

วลี

in anticipation of receiving: ลงมือทำเพราะคาดหวังผลลัพธ์

In anticipation of receiving หมายถึง “เพราะคาดว่าจะได้รับ” ในที่นี้ ความคาดหวังว่าจะได้รับรางวัลแบบเดิมเป็นแรงจูงใจให้สมองทำพฤติกรรมนั้นซ้ำ วลีนี้ไม่ได้เพียงบอกว่าการทำซ้ำเกิดขึ้นก่อนการได้รับรางวัลเท่านั้น Of เป็นคำบุพบท ดังนั้น receiving จึงเป็น gerund รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ in anticipation of + คำนามหรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่มีความหมายตรงกับ “เพราะทีมคาดว่าจะได้รับ” ให้สมบูรณ์: The support team opened another phone line ____ more calls after the product launch.

ดูคำตอบ

in anticipation of receiving

This increased VTA activity is the reason love's not only euphoric, ไวยากรณ์

1:54

กิจกรรมของ VTA ที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมความรักถึงไม่เพียงแต่ทำให้เคลิบเคลิ้ม

but also draws you towards your new partner. วลี

1:58

แต่ยังดึงดูดคุณเข้าหาคู่รักคนใหม่ของคุณอีกด้วย

ไวยากรณ์

not only euphoric, but also draws: เพิ่มผลลัพธ์อย่างที่สอง

ในที่นี้ not only...but also... เชื่อมข้อความสองอย่างเกี่ยวกับความรัก คือ ความรักทำให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มและดึงดูดให้คุณเข้าหาคู่รักคนใหม่ ทั้งสองอย่างเป็นจริง และอย่างที่สองถูกนำเสนอเป็นผลเพิ่มเติม ใน love's นั้น 's หมายถึง is เพื่อให้เห็นโครงสร้างชัดเจน ให้เข้าใจประโยคเป็น love not only is euphoric but also draws you toward your new partner ในโครงสร้างคู่นี้ but also ใช้เพิ่มข้อมูล ไม่ได้บอกผลที่ตรงกันข้าม

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง not only...but also ให้สมบูรณ์: The app not only tracks your workouts ____ offers coaching tips.

ดูคำตอบ

but also

วลี

draws you towards: ดึงดูดใครบางคนไปหาบุคคลหรือเป้าหมาย

ในที่นี้ draws you towards หมายถึงทำให้คุณรู้สึกดึงดูดและอยากเข้าใกล้หรือสนใจใครบางคนมากขึ้น draw ในความหมายนี้ไม่ได้แปลว่าวาดรูป โครงสร้างคือ draw + คน + toward(s) + คน สถานที่ ความคิด หรือเป้าหมาย แรงดึงดูดนี้อาจเกิดจากอารมณ์ ความสัมพันธ์ทางสังคม หรือความสนใจ ไม่ใช่การออกแรงดึงจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The welcoming atmosphere drew Nina toward the community center," คำว่า drew Nina toward หมายถึงอะไร

  1. สิ่งนี้ทำให้ Nina สนใจที่จะไปศูนย์ชุมชน
  2. สิ่งนี้ทำให้ Nina วาดรูปศูนย์ชุมชน
  3. สิ่งนี้บังคับให้ Nina ถอยห่างจากศูนย์ชุมชน
ดูคำตอบ

สิ่งนี้ทำให้ Nina สนใจที่จะไปศูนย์ชุมชน

At this first stage,

2:01

ในระยะแรกนี้

it may be hard to see any faults in your new perfect partner. วลี

2:02

มันอาจจะเป็นเรื่องยากที่จะมองเห็นข้อบกพร่องใดๆ ในคู่รักคนใหม่ที่แสนสมบูรณ์แบบของคุณ

วลี

hard to see any faults: สังเกตเห็นข้อบกพร่องได้ยาก

hard to see any faults หมายถึง การสังเกตเห็นข้อบกพร่องเป็นเรื่องยาก ในที่นี้ see หมายถึง “สังเกตเห็นหรือรับรู้” และ faults หมายถึงข้อบกพร่องด้านนิสัยหรือพฤติกรรมของบุคคล ไม่ได้หมายถึงความรับผิดในอุบัติเหตุ โครงสร้าง be hard to + คำกริยา ใช้บอกว่าการกระทำหนึ่งทำได้ยาก Any เข้ากับความหมายเชิงปฏิเสธใน hard และสื่อว่าแม้แต่ข้อบกพร่องเพียงข้อเดียวก็อาจสังเกตได้ยาก ไม่ได้พิสูจน์ว่าคนรักไม่มีข้อบกพร่องเลย

แบบฝึกหัด

ประโยค “It was hard to see any faults in the proposal at first” หมายความว่าอย่างไร

  1. ในตอนแรก จุดอ่อนของข้อเสนอนั้นสังเกตเห็นได้ยาก
  2. ในตอนแรก ไม่มีใครรับผิดชอบข้อเสนอนั้น
  3. เป็นเรื่องยากที่จะดูว่าใครทำความผิดพลาดอย่างใดอย่างหนึ่ง
ดูคำตอบ

ในตอนแรก จุดอ่อนของข้อเสนอนั้นสังเกตเห็นได้ยาก

This haze is thanks to love's influence on higher cortical brain regions. โน้ต

2:06

ความมัวเมานี้เกิดขึ้นได้จากอิทธิพลของความรักที่มีต่อสมองส่วนเปลือกนอกระดับสูง

สำนวน

This haze: อุปมาถึงการตัดสินที่ไม่ชัดเจน

ในที่นี้ This haze เป็นอุปมาถึงความคิดหรือการตัดสินที่ไม่ชัดเจน โดยปกติ haze ทำให้การมองเห็นจริงพร่ามัวลง ภาพนี้จึงสื่อว่าความรักทำให้มองเห็นข้อบกพร่องของคนรักได้ยาก This ย้อนกลับไปถึงการตัดสินที่ไม่ชัดเจนซึ่งอธิบายไว้ก่อนประโยคนี้ ในงานเขียนเชิงอธิบาย โครงสร้าง this + คำนามสรุป สามารถรวบแนวคิดก่อนหน้าให้เป็นชื่อสั้น ๆ แล้วจึงอธิบายสาเหตุของสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง This haze หมายถึงอะไร

  1. มลพิษทางอากาศใกล้บ้านของคนรัก
  2. การตัดสินที่ไม่ชัดเจนซึ่งทำให้สังเกตข้อบกพร่องของคนรักได้ยาก
  3. หมอกจริงที่ล้อมรอบสมอง
ดูคำตอบ

การตัดสินที่ไม่ชัดเจนซึ่งทำให้สังเกตข้อบกพร่องของคนรักได้ยาก

วลี

thanks to: การเกริ่นสาเหตุ

ในที่นี้ thanks to ใช้เกริ่นสาเหตุของ This haze โดยมีความหมายเท่ากับ because of หรือ “เนื่องจาก” และกลุ่มคำนามหลัง to ระบุสาเหตุว่า love's influence on higher cortical brain regions วลีนี้แสดงความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล ไม่ได้เป็นการกล่าวขอบคุณ โครงสร้างนี้ใช้เชื่อมผลลัพธ์กับบุคคล สิ่งของ หรือเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดผลนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกเหตุสองคำที่ขึ้นต้นด้วย thanks: The project finished early ____ everyone's careful planning.

ดูคำตอบ

thanks to

Some newly infatuated individuals show decreased activity in the brain's cognitive center, วัฒนธรรม

2:11

บุคคลที่เพิ่งตกอยู่ในความหลงใหลบางคนแสดงให้เห็นถึงการทำงานที่ลดลงในศูนย์ความรู้ความเข้าใจของสมอง

the prefrontal cortex.

2:16

นั่นคือ สมองส่วนพรีฟรอนทัลคอร์เทกซ์

วัฒนธรรม

brain's cognitive center, the prefrontal cortex: คำอธิบายหน้าที่และชื่อทางวิชาการ

brain's cognitive center เป็นคำอธิบายหน้าที่ที่เข้าใจง่าย ส่วน the prefrontal cortex หลังเครื่องหมายจุลภาคเป็นชื่อทางวิชาการของบริเวณเดียวกัน กลุ่มคำนามที่สองเป็นส่วนขยายแบบนามซ้อน โดยใช้เรียกและระบุกลุ่มแรกให้ชัดขึ้น ไม่ได้เพิ่มตำแหน่งอีกแห่งหนึ่ง เปลือกสมองส่วนหน้าผากเกี่ยวข้องกับการวางแผน การตัดสินใจ และการคิดเชิงวิพากษ์ การเรียกบริเวณนี้ว่า cognitive center ช่วยให้คนทั่วไปติดตามคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ได้ง่ายขึ้น แต่เป็นเพียงป้ายบอกหน้าที่แบบย่อ ไม่ใช่ชื่อทางกายวิภาคอย่างเป็นทางการเพียงชื่อเดียว

แบบฝึกหัด

กลุ่มคำหลังเครื่องหมายจุลภาค the prefrontal cortex ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. เป็นชื่อทางวิชาการของบริเวณเดียวกับที่อธิบายว่า brain's cognitive center
  2. เพิ่มสมองอีกบริเวณหนึ่งที่มีการทำงานลดลงเช่นกัน
  3. อธิบายสาเหตุที่การทำงานลดลง
ดูคำตอบ

เป็นชื่อทางวิชาการของบริเวณเดียวกับที่อธิบายว่า brain's cognitive center

As activation of this region allows us to engage in critical thought and pass judgment, โน้ต

2:18

เนื่องจากการทำงานของสมองส่วนนี้ทำให้เรามีส่วนร่วมในการคิดเชิงวิพากษ์และการตัดสิน

วลี

engage in critical thought and pass judgment: คิดและประเมิน

Engage in critical thought หมายถึงการใช้ความคิดอย่างรอบคอบและเป็นเชิงวิเคราะห์ ในที่นี้ critical หมายถึงการประเมินแนวคิดและหลักฐาน ไม่ใช่เพียงการมองในแง่ลบ Pass judgment หมายถึงการสร้างหรือแสดงข้อประเมิน ในที่นี้ pass ไม่ได้แปลว่า “ส่ง” วลีกริยาทั้งสองเชื่อมด้วย and และกล่าวถึงความสามารถทางความคิดสองอย่างที่เกี่ยวข้องกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองส่วนที่เน้นไว้ โดยใส่หนึ่งคำในแต่ละช่อง: To make a fair decision, first ____ in critical thought, then ____ judgment.

ดูคำตอบ

engage · pass

it's not surprising we tend to see new relationships through rose-colored glasses. สำนวน

2:22

จึงไม่แปลกใจเลยที่เรามักจะมองความสัมพันธ์ใหม่ผ่านแว่นตาสีกุหลาบ

ไวยากรณ์

As activation of this region allows us to...: As ที่ใช้บอกเหตุผล

As ในที่นี้หมายถึง “เพราะว่า” หรือ “เนื่องจาก” อนุประโยคต้นประโยคให้เหตุผลรองรับข้อสรุปที่แสดงด้วย "it's not surprising" ไม่ได้เพียงบอกเวลาที่การกระทำเกิดขึ้น ใน allows us to engage... โครงสร้าง allow + object + to-infinitive หมายถึง “ทำให้ใครบางคนสามารถทำบางสิ่งได้” ส่วน this region ในที่นี้หมายถึงเปลือกสมองส่วนหน้าผากที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้

แบบฝึกหัด

As ในประโยคนี้แสดงความสัมพันธ์แบบใด

  1. หมายความว่าสมองบริเวณนั้นทำหน้าที่เป็นสิ่งอื่น
  2. ระบุเวลาที่แน่นอนซึ่งสมองบริเวณนั้นเริ่มทำงาน
  3. ใช้เกริ่นเหตุผลของข้อสรุป
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นเหตุผลของข้อสรุป

สำนวน

through rose-colored glasses: มองในแง่บวกเกินจริง

to see หรือ view someone or something through rose-colored glasses หมายถึงการมองคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งในแง่บวกหรือในแบบอุดมคติมากเกินจริง มุมมองนี้อาจทำให้มองไม่เห็นข้อบกพร่อง ความเสี่ยง หรือสัญญาณเตือน ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวสื่อว่าคนอาจมองความสัมพันธ์ใหม่ในแบบที่สวยงามเกินจริง glasses ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงแว่นจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึงการมองบางสิ่งในแง่บวกเกินจริง: Even after the warnings, Mia still viewed the proposal through ____.

ดูคำตอบ

rose-colored glasses

While this first stage of love can be an intense rollercoaster of emotions and brain activity, สำนวน

2:27

แม้ว่าความรักในระยะแรกนี้อาจเป็นรถไฟเหาะตีลังกาของอารมณ์และกิจกรรมทางสมองที่รุนแรง

สำนวน

intense rollercoaster of emotions: อารมณ์ที่ขึ้นลงอย่างรุนแรง

a rollercoaster of emotions เป็นคำเปรียบเทียบถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนไปมาระหว่างจุดสูงและจุดต่ำอย่างรวดเร็วและซ้ำ ๆ โดยเน้นการเปลี่ยนแปลงและความไม่มั่นคง ไม่ใช่เพียงการมีอารมณ์หลายอย่าง ในที่นี้ intense ทำให้คำเปรียบเทียบหนักแน่นขึ้น กล่าวคือ ความรักระยะแรกอาจมีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ที่รุนแรงและฉับพลันเป็นพิเศษ ไม่ได้หมายถึงเครื่องเล่นในสวนสนุกจริง ๆ

แบบฝึกหัด

an intense rollercoaster of emotions หมายถึงประสบการณ์แบบใดเป็นหลัก?

  1. อารมณ์รุนแรงอย่างเดียวที่ไม่เปลี่ยนแปลง
  2. การนั่งเครื่องเล่นในสวนสนุกจริง ๆ
  3. ความรู้สึกรุนแรงที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็วระหว่างจุดสูงและจุดต่ำ
ดูคำตอบ

ความรู้สึกรุนแรงที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็วระหว่างจุดสูงและจุดต่ำ

it typically only lasts a few months,

2:32

แต่มันมักจะกินเวลาเพียงไม่กี่เดือน

making way for the more long-lasting stage of love วลี

2:34

เพื่อหลีกทางให้กับความรักในระยะที่ยาวนานกว่า

known as attachment or compassionate love. วลี

2:37

ซึ่งรู้จักกันในชื่อความผูกพันหรือความรักที่มีความเห็นอกเห็นใจ

วลี

making way for: หลีกทางให้กับช่วงถัดไป

making way for ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือช่วงที่อยู่ไม่นานค่อย ๆ จางลงหรือสิ้นสุด แล้วช่วงที่ยืนยาวกว่าเข้ามาแทนที่ เป็นการบอกถึงการเปลี่ยนผ่าน ไม่ใช่การเปิดทางจริง ๆ อนุประโยค -ing เติมผลที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงแรกอยู่เพียงไม่กี่เดือน กล่าวคือช่วงนั้นหลีกทางให้ช่วงถัดไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ make way for: Temporary signs are gradually ____ permanent displays as the renovation nears completion.

ดูคำตอบ

making way for

วลี

known as attachment or compassionate love: การบอกชื่อของแนวคิด

known as attachment or compassionate love ขยายคำนามวลีที่อยู่ข้างหน้า คือ the more long-lasting stage of love และบอกชื่อของช่วงนั้น โครงสร้างนี้ขยายเต็มได้เป็น which is known as attachment or compassionate love นี่คืออนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำที่ย่อแล้ว โดย known เป็น past participle และหลัง as เป็นชื่อหรือป้ายเรียก ในที่นี้ or เสนอชื่อสองชื่อสำหรับช่วงกว้าง ๆ เดียวกัน ไม่ได้หมายถึงสองช่วงที่แยกจากกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย known และคำบุพบทที่ถูกต้อง: This learning method is ____ spaced repetition.

ดูคำตอบ

known as

As your relationship develops, ไวยากรณ์

3:04

เมื่อความสัมพันธ์ของคุณพัฒนาขึ้น

you may feel more relaxed and committed to your partner, วลี

3:06

คุณอาจรู้สึกผ่อนคลายและผูกพันกับคู่ของคุณมากขึ้น

ไวยากรณ์

As your relationship develops: ใช้ as เชื่อมการเปลี่ยนแปลงที่ดำเนินไปพร้อมกัน

ใน As your relationship develops คำว่า as หมายถึง “ในขณะที่กระบวนการหนึ่งกำลังดำเนินไป” หรือ “ไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง” อนุประโยคนี้กำหนดกรอบเวลาที่กำลังเปลี่ยนให้กับข้อความถัดไป กล่าวคือ ความสัมพันธ์พัฒนาขึ้น และความรู้สึกของคนคนหนึ่งก็อาจค่อย ๆ เปลี่ยนไปในระหว่างกระบวนการนั้น โครงสร้างคือ As + ประธาน + คำกริยาที่แสดงการเปลี่ยนแปลง แล้วตามด้วยอีกสภาวะหนึ่งที่กำลังเปลี่ยนไป โครงสร้างนี้มักนำเสนอการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่ดำเนินไปพร้อมกัน แต่ไม่ได้ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงแรกเป็นสาเหตุโดยตรงเพียงอย่างเดียวของการเปลี่ยนแปลงที่สอง

แบบฝึกหัด

Maya ค่อย ๆ มีประสบการณ์มากขึ้น และความมั่นใจของเธอก็เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ประโยคใดนำเสนอการเปลี่ยนแปลงทั้งสองอย่างว่าเกิดควบคู่กัน โดยไม่ได้ระบุชัดว่าสิ่งหนึ่งทำให้อีกสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น?

  1. As Maya gained experience, she became more confident.
  2. Because Maya gained experience, she became more confident.
  3. Maya worked as an experienced manager.
ดูคำตอบ

As Maya gained experience, she became more confident.

วลี

committed to your partner: ความผูกพันอย่างจริงจังในความสัมพันธ์

ใน committed to your partner คำว่า committed เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกถึงการทุ่มเทอย่างจริงจังและต่อเนื่อง รวมทั้งความซื่อสัตย์ในความสัมพันธ์ โดยใช้คู่กับ relaxed หลัง feel ดังในความหมายของ you may feel relaxed and feel committed สำนวนนี้มีความหมายมากกว่าเพียงชอบหรือสนใจอีกฝ่าย โครงสร้างคือ be หรือ feel committed to + บุคคล คำนาม หรือรูป -ing ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท ดังนั้นถ้าตามด้วยการกระทำ ต้องใช้รูป -ing เช่น committed to supporting each other

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนตายตัวจากบทเรียนนี้: Jordan and his partner want to build a future together. Jordan feels ____ his partner.

ดูคำตอบ

committed to

thanks in large part to two hormones, วลี

3:08

ซึ่งส่วนใหญ่ต้องขอบคุณฮอร์โมนสองชนิด

oxytocin and vasopressin. วัฒนธรรม

3:11

ออกซิโตซินและวาโซเพรสซิน

วลี

thanks in large part to: สาเหตุสำคัญแต่ไม่ใช่สาเหตุเดียว

thanks in large part to ใช้บอกสาเหตุที่อธิบายผลลัพธ์ได้เป็นส่วนใหญ่ โดยยังเปิดโอกาสให้มีสาเหตุอื่นร่วมด้วย ในประโยคนี้ ฮอร์โมนทั้งสองถูกเสนอว่าเป็นปัจจัยสำคัญ ไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมดเพียงอย่างเดียว รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ ผลลัพธ์ + thanks in large part to + สาเหตุสำคัญ ในที่นี้ thanks to ใช้แสดงความเป็นเหตุเป็นผล ไม่ใช่การขอบคุณส่วนตัว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายเพื่อแสดงว่าการวางแผนที่ดีขึ้นเป็นสาเหตุสำคัญ แต่ไม่ใช่สาเหตุเดียว: The recovery was ____ better planning.

ดูคำตอบ

thanks in large part to

วัฒนธรรม

oxytocin and vasopressin: ชื่อของฮอร์โมนสองชนิด

oxytocin และ vasopressin เป็นชื่อของฮอร์โมนสองชนิด ในทางไวยากรณ์ วลีนี้เป็นคำอธิบายที่วางตามหลัง หรือ appositive เพื่อระบุว่า two hormones ที่กล่าวไว้ก่อนหน้าหมายถึงฮอร์โมนชนิดใด ในคำอธิบายรอบประโยคนี้ ฮอร์โมนทั้งสองเชื่อมโยงกับการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างคู่ ความรู้สึกไว้วางใจและได้รับการสนับสนุน และความผูกพัน ฮอร์โมนเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของคำอธิบายทางชีววิทยาเกี่ยวกับการสร้างสายสัมพันธ์ ไม่ใช่ชื่อคน และไม่ได้หมายความว่าสารเคมีเพียงสองชนิดกำหนดความสัมพันธ์ทั้งหมด

แบบฝึกหัด

oxytocin และ vasopressin เป็นชื่อของอะไรในประโยคนี้?

  1. นักวิทยาศาสตร์สองคนที่ศึกษาความผูกพัน
  2. ฮอร์โมนสองชนิดที่กล่าวถึงในบริบทของการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างคู่
  3. บริเวณสมองสองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ
ดูคำตอบ

ฮอร์โมนสองชนิดที่กล่าวถึงในบริบทของการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างคู่

Known as pair-bonding hormones, การใช้คำ

3:13

หรือที่รู้จักกันในชื่อฮอร์โมนแห่งความผูกพัน

they signal trust, การใช้คำ

3:15

พวกมันส่งสัญญาณถึงความไว้วางใจ

feelings of social support,

3:16

ความรู้สึกของการได้รับการสนับสนุนทางสังคม

and attachment.

3:18

และความผูกพัน

การใช้คำ

Known as pair-bonding hormones: การให้ชื่อด้วยโครงสร้างกรรมวาจกย่อรูป

Known as pair-bonding hormones เป็นอนุประโยคกรรมวาจกที่ย่อรูป โดยมี they เป็นประธานที่เข้าใจได้จากบริบท จึงขยายเป็น They are known as pair-bonding hormones ได้ เมื่อวางไว้หน้าประโยคหลัก โครงสร้างนี้จะให้ชื่อเรียกก่อน แล้วจึงใช้ประโยคหลักอธิบายว่าฮอร์โมนเหล่านี้ทำอะไร pair-bonding หมายถึงการสร้างหรือรักษาสายสัมพันธ์ที่มั่นคงระหว่างคู่ ในที่นี้ใช้ขยาย hormones ไม่ได้หมายถึงเกมจับคู่ทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ถูกเรียกว่า”: ____ the Morning Star, Venus is often visible shortly before sunrise.

ดูคำตอบ

Known as

การใช้คำ

signal trust, feelings of social support, and attachment: signal ในฐานะคำกริยา

ในที่นี้ signal เป็นสกรรมกริยา ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงสัญญาณหรือข้อความ ประโยคนี้นำเสนอฮอร์โมนในฐานะตัวส่งสารทางชีวภาพที่บ่งชี้หรือช่วยเริ่มสภาวะที่เกี่ยวข้องกับความไว้วางใจ การสนับสนุนทางสังคม และความผูกพัน กริยานี้มีกรรมที่วางขนานกันสามส่วน ได้แก่ trust, feelings of social support และ attachment คำว่า signal เพียงอย่างเดียวไม่ได้กล่าวอ้างอย่างหนักแน่นว่าฮอร์โมนเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว หรือทุกคนจะตอบสนองเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ They signal trust and attachment มีความหมายที่ถูกต้องที่สุดว่าอย่างไร

  1. ฮอร์โมนเหล่านี้รับประกันว่าทุกคนจะรู้สึกไว้วางใจและผูกพัน
  2. ฮอร์โมนเหล่านี้คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สองชิ้นที่ชื่อ Trust และ Attachment
  3. ฮอร์โมนเหล่านี้บ่งชี้หรือส่งข้อความทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับความไว้วางใจและความผูกพัน
ดูคำตอบ

ฮอร์โมนเหล่านี้บ่งชี้หรือส่งข้อความทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับความไว้วางใจและความผูกพัน

In this way, ลำดับความ

3:20

ในทางนี้

romantic love is not unlike other forms of love, ไวยากรณ์

3:20

ความรักแบบโรแมนติกก็ไม่ต่างจากความรักในรูปแบบอื่นๆ

ลำดับความ

In this way: เชื่อมจากวิธีการไปสู่ข้อสรุป

In this way เป็นวลีเชื่อมความคิด โดย This ย้อนกลับไปอ้างถึงวิธีหรือกลไกที่เพิ่งอธิบาย ในบริบทนี้คือกระบวนการที่ส่งเสริมความไว้วางใจ การสนับสนุน และความผูกพัน ไม่ได้หมายถึงเส้นทางจริง วลีนี้รวบรวมข้อมูลก่อนหน้าแล้วใช้เป็นฐานสำหรับข้อสรุปที่ตามมา ในงานเขียนเชิงอธิบาย มักใช้เพื่อเปลี่ยนจาก “สิ่งนี้ทำงานอย่างไร” ไปสู่ “เราสรุปหรือบรรลุอะไรได้จากสิ่งนี้”

แบบฝึกหัด

ประโยคแรกอธิบายวิธีหนึ่ง คำเชื่อมใดเชื่อมวิธีนั้นกับผลลัพธ์ได้เหมาะสมที่สุด? The library labels each shelf by topic. ____, visitors can find books more quickly.

  1. By the way
  2. In this way
  3. On the way
ดูคำตอบ

In this way

ไวยากรณ์

is not unlike: การแสดงความคล้ายอย่างระมัดระวัง

Not unlike เป็นสำนวนที่มีลักษณะคล้ายการปฏิเสธซ้อน โดย not ปฏิเสธความหมายของ unlike ดังนั้น X is not unlike Y จึงหมายความว่า X คล้ายกับ Y ในบางแง่ที่เกี่ยวข้อง รูปแบบนี้อ้อมกว่า is similar to และชี้ให้เห็นความคล้ายกันอย่างระมัดระวัง โดยไม่ได้บอกว่าสองสิ่งนั้นเหมือนกันทุกประการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถอดความ “The new schedule is not unlike the old one” ได้ดีที่สุด?

  1. The two schedules are very different.
  2. The two schedules have some similarities.
  3. The two schedules are completely identical.
ดูคำตอบ

The two schedules have some similarities.

as these hormones also help bond families and friendships. วลี

3:23

เพราะฮอร์โมนเหล่านี้ยังช่วยผูกพันครอบครัวและมิตรภาพอีกด้วย

วลี

also help bond families and friendships: ยังช่วยกระชับสายสัมพันธ์ในครอบครัวและมิตรภาพ

ในที่นี้ bond เป็นคำกริยาที่หมายถึงทำให้ผู้คนใกล้ชิดกันมากขึ้นด้วยการสร้างหรือเสริมความผูกพันทางอารมณ์ ในสำนวนย่อ bond families and friendships หมายถึงส่งเสริมความใกล้ชิดภายในครอบครัวและระหว่างเพื่อน ไม่ได้หมายถึงพันธบัตรทางการเงินหรือกาวที่ใช้ยึดวัตถุ โครงสร้างคือ help + คำกริยารูปพื้นฐาน ซึ่งในที่นี้คือ help bond ส่วน also แสดงว่านี่เป็นผลอีกอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ผลเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ bond อย่างถูกต้องในความหมายว่าทำให้กลุ่มมีความผูกพันกันมากขึ้น และเป็นไปตามโครงสร้าง help + คำกริยารูปพื้นฐาน?

  1. Working toward one goal can help bond a new team.
  2. Working toward one goal can help bond with a new team.
  3. Working toward one goal can help bonded a new team.
ดูคำตอบ

Working toward one goal can help bond a new team.

Further,

3:27

ยิ่งไปกว่านั้น

oxytocin can inhibit the release of stress hormones, การใช้คำ

3:28

ออกซิโตซินสามารถยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนความเครียดได้

การใช้คำ

inhibit the release of stress hormones: ยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนความเครียด

inhibit the release of stress hormones เป็นสำนวนทางวิทยาศาสตร์แบบเป็นทางการ หมายถึงจำกัดหรือยับยั้งกระบวนการที่ฮอร์โมนความเครียดถูกหลั่งออกมา inhibit มักใช้บรรยายการขัดขวางกระบวนการหนึ่ง ๆ แต่ตัวคำเองไม่ได้หมายความว่าการหลั่งลดลงจนเหลือศูนย์ ในทางไวยากรณ์ release เป็นคำนามในโครงสร้าง inhibit the release of + สาร วลีคำนามนี้พบได้บ่อยในชีววิทยาและการแพทย์

แบบฝึกหัด

งานวิจัยพบว่าสารประกอบชนิดหนึ่งยับยั้งการหลั่งฮอร์โมน แต่ไม่ได้แสดงว่าการหลั่งหยุดลงโดยสิ้นเชิง ประโยคใดแม่นยำที่สุด?

  1. The compound may cause the hormone to be released.
  2. The compound may inhibit the release of the hormone.
  3. The compound may prevent any release of the hormone.
ดูคำตอบ

The compound may inhibit the release of the hormone.

which is why spending time with a loved one can feel so relaxing. โน้ต

3:31

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการใช้เวลากับคนที่รักถึงรู้สึกผ่อนคลายได้มาก

ไวยากรณ์

which is why: เชื่อมสาเหตุกับผลลัพธ์

ในประโยคนี้ which ย้อนกลับไปอ้างถึงใจความก่อนหน้าทั้งหมดว่าออกซิโทซินสามารถยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนความเครียดได้ ตรงนี้ which ไม่ใช่คำคำถาม ส่วน which is why ใช้เกริ่นผลที่ตามมา คือการใช้เวลากับคนที่เรารักอาจทำให้รู้สึกผ่อนคลาย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “สาเหตุหรือคำอธิบาย, which is why + ผลลัพธ์” รูปแบบนี้เชื่อมสาเหตุกับผลที่ตามมาไว้ในประโยคเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมประโยคสัมพันธ์สามคำที่อ้างถึงสาเหตุและนำเข้าสู่ผลลัพธ์: The road was flooded, ____ the buses were delayed.

ดูคำตอบ

which is why

การใช้คำ

a loved one: คนใกล้ชิดที่คุณรัก

a loved one หมายถึงคนที่คุณรักและห่วงใย อาจเป็นคู่รัก สมาชิกในครอบครัว หรือคนอื่นที่สนิทกับคุณมากก็ได้ ไม่ได้หมายถึงคู่รักเชิงโรแมนติกเท่านั้น ในนามวลีนี้ loved ขยาย one และ one ใช้แทน person รูปแบบนี้ช่วยให้กล่าวถึงความสัมพันธ์อย่างอบอุ่นโดยไม่ต้องระบุบทบาทที่แน่ชัดของบุคคลนั้น

แบบฝึกหัด

โรงพยาบาลขอให้คุณติดต่อคนใกล้ชิด โดยไม่ได้ระบุว่าคนนั้นเป็นคู่รักหรือญาติ ควรใช้วลีใดมากที่สุด?

  1. a loved one
  2. a business partner
  3. a lover
ดูคำตอบ

a loved one

As early love's suspension of judgment fades, การใช้คำ

3:35

เมื่อการระงับการตัดสินของความรักในยุคแรกเริ่มจางหายไป

การใช้คำ

suspension of judgment: การพักการใช้วิจารณญาณไว้ชั่วคราว

ในประโยคนี้ suspension of judgment เป็นนามวลีที่หมายถึงการประเมินอย่างมีวิจารณญาณที่อ่อนลงหรือถูกพักไว้ชั่วคราว ช่วงเริ่มต้นของความรักถูกมองว่าเป็นภาวะที่ทำให้คนเราประเมินคู่รักได้ไม่ชัดเจนเท่าเดิม เมื่อภาวะนั้นค่อย ๆ จางลง การใช้วิจารณญาณที่ชัดเจนขึ้นก็กลับมา ในที่นี้ judgment หมายถึงความสามารถในการประเมิน ไม่ใช่คำตัดสินทางกฎหมาย

แบบฝึกหัด

suspension of judgment ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. คนคนหนึ่งสูญเสียความสามารถในการคิดอย่างถาวร
  2. ศาลออกคำตัดสินทางกฎหมายทันที
  3. การประเมินอย่างมีวิจารณญาณอ่อนลงหรือถูกพักไว้ชั่วคราว
ดูคำตอบ

การประเมินอย่างมีวิจารณญาณอ่อนลงหรือถูกพักไว้ชั่วคราว

it can be replaced by a more honest understanding and deeper connection. วลี

3:38

มันอาจถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจที่ซื่อสัตย์มากขึ้นและการเชื่อมต่อที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

วลี

can be replaced by: ระบุสิ่งใหม่ที่เข้ามาแทน

โครงสร้างคือ can + be + replaced + by ใน X can be replaced by Y นั้น X คือสิ่งหรือภาวะเดิม ส่วน Y ที่ตามหลัง by คือสิ่งใหม่ที่เข้ามาแทน ในที่นี้ it ย้อนกลับไปหมายถึง suspension of judgment ส่วน Can แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นไปได้ แต่ไม่แน่นอน ความเข้าใจที่ตรงไปตรงมามากขึ้นและสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่าอาจเข้ามาแทนภาวะเดิมได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดมีความหมายเหมือนกับ "The old system can be replaced by a newer system"

  1. The old system can replace a newer system.
  2. A newer system can replace the old system.
  3. A newer system can be replaced by the old system.
ดูคำตอบ

A newer system can replace the old system.

วลี

more honest understanding and deeper connection: คำเปรียบเทียบที่วางคู่กันเพื่อบอกการเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์

ใน more honest understanding คำว่า more honest ขยายคำนามนามธรรม understanding ส่วนใน deeper connection คำว่า deeper ขยายคำว่า connection วลีคุณศัพท์บวกคำนามทั้งสองวลีอยู่ในรูปเปรียบเทียบและเชื่อมด้วย and จึงบอกถึงการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่เกี่ยวข้องกัน ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงใหญ่เพียงอย่างเดียว ในที่นี้ honest หมายถึงการเข้าใจสถานการณ์ตามความเป็นจริงมากขึ้นและมองแบบอุดมคติน้อยลง ไม่ได้หมายถึงแค่ไม่มีการโกหก ส่วน deeper หมายถึงความผูกพันทางอารมณ์ที่แน่นแฟ้นและมีความหมายมากขึ้น คำเปรียบเทียบทั้งสองคำชวนให้เปรียบเทียบกับสภาพเดิมที่ยังไม่ชัดเจนหรือยังไม่ใกล้ชิดเท่านี้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ กลุ่มคำ more honest understanding and deeper connection อธิบายอะไร

  1. มุมมองที่ไม่รอบคอบเท่าเดิมและความผูกพันที่อ่อนลง
  2. คำกล่าวที่มีคำโกหกน้อยลงและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เร็วขึ้น
  3. มุมมองที่สมจริงขึ้นและความผูกพันที่แน่นแฟ้นขึ้น
ดูคำตอบ

มุมมองที่สมจริงขึ้นและความผูกพันที่แน่นแฟ้นขึ้น

Alternatively,

3:42

ในทางกลับกัน

as your rose-colored glasses begin to lose their tint, สำนวน

3:43

เมื่อแว่นตาสีกุหลาบของคุณเริ่มสูญเสียสีสัน

problems in your relationship may become more evident. วลี

3:46

ปัญหาในความสัมพันธ์ของคุณอาจเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

สำนวน

rose-colored glasses begin to lose their tint: อุปลักษณ์ที่ต่อยอด

Rose-colored glasses เป็นสำนวนที่หมายถึงการมองคนหรือสถานการณ์ในแง่ดีเกินจริงและไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง สำนวนนี้สื่อว่าความรู้สึกด้านบวกทำหน้าที่เหมือนตัวกรองที่บดบังข้อบกพร่องหรือสัญญาณเตือน ในที่นี้ lose their tint เป็นการต่อยอดภาพเปรียบเทียบดังกล่าวอย่างสร้างสรรค์ เมื่อฟิลเตอร์ที่ทำให้ทุกอย่างดูดีเกินจริงเริ่มอ่อนลง เราก็จะมองเห็นความสัมพันธ์ได้ชัดเจนขึ้น ปัญหาจึงอาจปรากฏเด่นชัดขึ้น ประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงเลนส์จริงเปลี่ยนสี

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ rose-colored glasses begin to lose their tint หมายถึงอะไร

  1. แว่นตาจริงกำลังจางลงเพราะแสงแดด
  2. มุมมองที่อุดมคติเกินไปของผู้พูดกำลังสมจริงขึ้น
  3. ความสามารถในการมองเห็นของผู้พูดกำลังแย่ลง
ดูคำตอบ

มุมมองที่อุดมคติเกินไปของผู้พูดกำลังสมจริงขึ้น

วลี

may become more evident: ความเป็นไปได้และการเปลี่ยนแปลง

May แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน Become แสดงการเปลี่ยนแปลงของสภาวะ และ more evident หมายถึง “สังเกตหรือรับรู้ได้ง่ายกว่าเดิม” ประโยคนี้สื่อว่าปัญหาอาจมีอยู่แล้วและชัดเจนขึ้นในภายหลัง ไม่ได้หมายความว่าปัญหาจะต้องปรากฏขึ้นอย่างแน่นอนหรือเพิ่งเกิดขึ้นใหม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย may, become และรูปขั้นกว่าของ evident: As the investigation continues, the pattern ____.

ดูคำตอบ

may become more evident

No matter the reason a relationship ends, ไวยากรณ์

4:12

ไม่ว่าเหตุผลที่ความสัมพันธ์จะสิ้นสุดลงคืออะไร

we can blame the ache and pain that accompanies heartbreak on the brain. วลี

4:15

เราสามารถโทษสมองว่าเป็นต้นเหตุของความเจ็บปวดและความรวดร้าวที่มาพร้อมกับอาการอกหักได้

ไวยากรณ์

No matter the reason: การยอมรับเงื่อนไขที่นำไปสู่ผลร่วมเดียวกัน

No matter the reason ใช้ขึ้นต้นใจความยอมรับเงื่อนไขว่าเหตุผลเฉพาะอาจแตกต่างกันได้ แต่ไม่เปลี่ยนผลในประโยคหลัก จึงเข้าใจได้ว่า “ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอะไร” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวรวมเหตุผลที่เป็นไปได้ทั้งหมดของการจบความสัมพันธ์ไว้ด้วยกัน แล้วหันความสนใจไปยังข้อสรุปร่วมเกี่ยวกับอาการอกหัก ส่วน matter ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตายตัว no matter ไม่ได้หมายถึง “สสาร”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลียอมรับเงื่อนไขสามคำจากบทเรียน: ____ for the delay, every passenger will receive an update.

ดูคำตอบ

No matter the reason

วลี

blame X on Y: เชื่อมโยงผลลัพธ์กับสาเหตุ

ในโครงสร้าง blame X on Y นั้น X คือปัญหาหรือผลลัพธ์ด้านลบ ส่วน Y คือบุคคล สิ่งของ หรือสาเหตุที่ถูกมองว่าต้องรับผิดชอบ ในประโยคนี้ X ทั้งหมดคือ the ache and pain that accompanies heartbreak และ Y คือ the brain กลุ่มคำนามยาวนี้ไม่ได้จบหลังคำว่า ache ต้องอ่านต่อไปถึง on the brain จึงจะเห็นโครงสร้างครบถ้วน ในบริบทนี้ blame ใช้เพื่ออธิบายสาเหตุหรือกลไก ไม่ใช่การกล่าวโทษทางศีลธรรม

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ถูกต้องในโครงสร้าง blame X on Y: The team blamed the mistake ____ poor communication.

ดูคำตอบ

on

วลี

ache and pain that accompanies heartbreak: accompany หมายถึง “เกิดขึ้นพร้อมกับ”

คำว่า ache and pain ทำให้ความทุกข์ทางอารมณ์ดูเป็นรูปธรรมเหมือนความเจ็บปวดทางร่างกาย อนุประโยคขยาย that accompanies heartbreak ระบุว่ากำลังพูดถึงความเจ็บปวดแบบใด เนื่องจากในที่นี้ ache and pain ถูกมองเป็นประสบการณ์รวมหนึ่งเดียว อนุประโยคจึงใช้กริยาเอกพจน์ accompanies accompany ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการไปที่ใดสักแห่งกับบุคคล แต่หมายถึงการเกิดขึ้นพร้อมกับภาวะอื่นหรือเป็นลักษณะหนึ่งของภาวะนั้น โดยนำเสนอว่าความเจ็บปวดเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์อกหัก

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ accompany เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: A feeling of uncertainty often ____ major life changes.

ดูคำตอบ

accompanies

The distress of a breakup activates the insular cortex, การใช้คำ

4:18

ความเจ็บปวดจากการเลิกราจะกระตุ้นสมองส่วนอินซูลาร์คอร์เทกซ์

การใช้คำ

The distress of a breakup: ความทุกข์ทางอารมณ์อย่างรุนแรงจากการเลิกรา

ในประโยคนี้ the distress of a breakup หมายถึงความเจ็บปวดทางอารมณ์และความวิตกกังวลอย่างรุนแรงที่เกิดจากการยุติความสัมพันธ์แบบคู่รัก distress บอกถึงสภาวะที่รุนแรงและกว้างกว่า sadness ทั่วไป และอาจรวมถึงความรู้สึกท่วมท้นหรือรับมือไม่ไหว วลีที่ใช้ of ระบุประสบการณ์ที่ทำให้เกิดหรือเกี่ยวข้องกับความทุกข์นั้น รูปแบบเดียวกันพบได้ในวลีอย่าง the distress of losing a job

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ The distress of a breakup หมายถึงอะไร

  1. ความทุกข์ทางอารมณ์อย่างรุนแรงที่เกิดจากการเลิกรา
  2. ความผิดหวังเล็กน้อยและชั่วคราวที่ไม่เกี่ยวกับการเลิกรา
  3. สัญญาณฉุกเฉินที่ส่งระหว่างการเลิกรา
ดูคำตอบ

ความทุกข์ทางอารมณ์อย่างรุนแรงที่เกิดจากการเลิกรา

a region that processes pain,

4:22

ซึ่งเป็นส่วนที่ประมวลผลความเจ็บปวด

both physical like spraining your ankle, ไวยากรณ์

4:24

ทั้งทางกายภาพ เช่น ข้อเท้าแพลง

as well as social like the feelings of rejection. การใช้คำ

4:26

และทางสังคม เช่น ความรู้สึกถูกปฏิเสธ

ไวยากรณ์

both physical ... as well as social: การเชื่อมความเจ็บปวดสองประเภท

วลีนี้จัด pain ออกเป็นสองหมวดหมู่ที่วางขนานกัน physical หมายถึงความเจ็บปวดทางร่างกาย โดยยกการข้อเท้าแพลงเป็นตัวอย่าง ส่วน social หมายถึงความเจ็บปวดที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ โดยยกการถูกปฏิเสธเป็นตัวอย่าง both ส่งสัญญาณว่าจะมีสองหมวดหมู่ และเข้าใจได้ว่ามีคำว่า pain ตามหลังคำคุณศัพท์แต่ละคำ เพื่อทำความเข้าใจ ให้อ่านโครงสร้างนี้เป็น both physical pain and social pain วลีที่เริ่มด้วย like เป็นตัวอย่างของสองหมวดหมู่นี้ ไม่ได้เพิ่มหมวดหมู่อื่น

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าถูกหรือผิด: ในงานเขียนทางการที่ผ่านการเรียบเรียง 'Pain can be both physical and social' มักเหมาะกว่า 'Pain can be both physical as well as social.'

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ถูก

การใช้คำ

the feelings of rejection ในสถานการณ์ทางสังคม

the feelings of rejection หมายถึงอารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคนหนึ่งรู้สึกว่าตนไม่เป็นที่ต้องการ ถูกกีดกัน หรือไม่ได้รับการยอมรับ ในที่นี้ rejection เป็นการถูกปฏิเสธในด้านสังคมและอารมณ์ ไม่ได้จำกัดเฉพาะการที่ใบสมัครหรือข้อเสนอถูกปฏิเสธ การใช้ feelings ในรูปพหูพจน์แสดงว่าอาจมีหลายความรู้สึก เช่น เจ็บปวด เศร้า อับอาย หรือโดดเดี่ยว วลีนี้ระบุที่มาของอารมณ์เหล่านั้น ซึ่งก็คือประสบการณ์การถูกปฏิเสธ ไม่ได้หมายถึงอารมณ์เพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดงความหมายทางสังคมของ feelings of rejection ได้ดีที่สุด

  1. รู้สึกภูมิใจหลังจากชนะการแข่งขัน
  2. ทราบว่าพัสดุจะมาถึงวันพรุ่งนี้
  3. รู้สึกเจ็บปวดและไม่เป็นที่ต้องการหลังจากถูกเพื่อนกีดกัน
ดูคำตอบ

รู้สึกเจ็บปวดและไม่เป็นที่ต้องการหลังจากถูกเพื่อนกีดกัน

As days pass, ลำดับความ

4:29

เมื่อวันเวลาผ่านไป

you may find yourself once again daydreaming about or craving contact with your lost partner. โน้ต

4:30

คุณอาจพบว่าตัวเองกลับมาเหม่อลอยหรือโหยหาการติดต่อกับคู่รักที่สูญเสียไปอีกครั้ง

ลำดับความ

ใช้ As days pass, เพื่อเลื่อนเส้นเวลาไปข้างหน้า

As days pass หมายถึง “เมื่อวันเวลาผ่านไป” หรือ “เมื่อเวลายังคงเดินหน้า” โดย As นำหน้าประโยคย่อยบอกเวลา และ pass หมายถึง “ล่วงเลยไป” ไม่ใช่ “สอบผ่าน” ประโยคย่อยนี้เลื่อนคำอธิบายจากช่วงเวลาปัจจุบันไปสู่ปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง โดยทั่วไป รูปแบบ As + คำบอกเวลา + pass(es) ส่งสัญญาณว่าบางสิ่งค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบการเดินหน้าของเวลาแบบเดียวกับ As days pass

  1. She passed the exam, so she celebrated.
  2. Please pass the calendar to me.
  3. As weeks pass, the new routine becomes easier.
ดูคำตอบ

As weeks pass, the new routine becomes easier.

ไวยากรณ์

find yourself once again daydreaming: รู้ตัวว่าเผลอกลับมาเพ้อฝันอีกครั้ง

find yourself doing something หมายถึง “ตระหนักว่าตัวเองกำลังทำบางอย่างอยู่” โดยมักไม่ได้วางแผนหรือตั้งใจไว้ก่อน ในประโยคนี้ find yourself ไม่ได้หมายถึง “ค้นหาตัวเอง” once again ทำให้ daydreaming เป็นพฤติกรรมที่เกิดซ้ำ คือเคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้วกลับมาอีก รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ find yourself + วลีวิเศษณ์ + -ing เช่น find yourself once again daydreaming

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ find yourself once again: A week after deleting the app, Maya ____ checking the website.

ดูคำตอบ

found herself once again

วลี

craving contact with: ความต้องการเชื่อมโยงกับผู้อื่นอย่างแรงกล้า

craving contact with someone หมายถึงการรู้สึกอยากสื่อสารหรือมีปฏิสัมพันธ์กับคนนั้นอย่างแรงกล้าและต่อเนื่อง crave สามารถตามด้วยคำนามได้โดยตรง ดังนั้นรูปแบบคือ crave contact with + คน ในประโยคนี้ craving เชื่อมขนานกับ daydreaming หลัง find yourself ในความหมายนี้ contact เป็นคำนามนับไม่ได้ที่หมายถึงการสื่อสารหรือปฏิสัมพันธ์ระหว่างคน ไม่ใช่บุคคลที่บันทึกไว้ในโทรศัพท์หรือสมุดรายชื่อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำนาม contact และคำบุพบทที่ถูกต้อง: After three weeks alone, he was craving ____ other people.

ดูคำตอบ

contact with

The drive to reach out may feel overwhelming, กริยาวลี

4:35

แรงผลักดันที่จะติดต่อออกไปอาจรู้สึกรุนแรงจนล้นหลาม

กริยาวลี

drive to reach out: แรงกระตุ้นอย่างรุนแรงที่อยากติดต่อ

ในที่นี้ drive เป็นคำนาม หมายถึงแรงผลักดันหรือแรงกระตุ้นภายในที่รุนแรง ส่วน to-infinitive อย่าง to reach out ระบุการกระทำที่แรงกระตุ้นนั้นผลักให้คนอยากทำ ในบริบทนี้ reach out หมายถึงการเป็นฝ่ายเริ่มติดต่อหรือสื่อสาร ไม่ได้หมายถึงการยื่นมือออกไป ดังนั้น drive to reach out จึงหมายถึงแรงกระตุ้นอย่างรุนแรงที่ทำให้อยากติดต่อใครบางคนจนห้ามใจได้ยาก

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง drive to reach out หมายความว่าอย่างไร

  1. การยื่นมือออกไปจริง ๆ
  2. แผนที่จะขับรถไปพบใครบางคน
  3. แรงกระตุ้นภายในอย่างรุนแรงที่อยากติดต่อใครบางคน
ดูคำตอบ

แรงกระตุ้นภายในอย่างรุนแรงที่อยากติดต่อใครบางคน

like an extreme hunger or thirst. สำนวน

4:38

เหมือนกับความหิวหรือความกระหายอย่างรุนแรง

สำนวน

like an extreme hunger or thirst: อุปมาถึงความอยากที่เร่งด่วน

like ในที่นี้ใช้เปิดการเปรียบเทียบแบบอุปมา โดยเปรียบแรงกระตุ้นที่กล่าวถึงก่อนหน้ากับความหิวหรือความกระหายอย่างรุนแรง การเปรียบเทียบนี้เป็นเชิงเปรียบเปรย ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นต้องการอาหารหรือน้ำจริง ๆ แต่ทำให้แรงกระตุ้นทางอารมณ์ที่เป็นนามธรรมดูเป็นความต้องการทางกายที่เร่งด่วนและยากจะมองข้าม

แบบฝึกหัด

like an extreme hunger or thirst สื่อถึงอะไรในที่นี้

  1. แรงกระตุ้นนั้นรุนแรงและยากจะมองข้ามเหมือนความต้องการพื้นฐานทางร่างกาย
  2. ผู้พูดกำลังเลือกระหว่างอาหารกับน้ำ
  3. คนนั้นต้องกินอาหารและดื่มน้ำทันที
ดูคำตอบ

แรงกระตุ้นนั้นรุนแรงและยากจะมองข้ามเหมือนความต้องการพื้นฐานทางร่างกาย

When looking at photos of a former partner, การใช้คำ

4:40

เมื่อดูรูปถ่ายของอดีตคู่รัก

การใช้คำ

a former partner: คนที่เคยเป็นคู่รักมาก่อน

ในที่นี้ former เป็นคำคุณศัพท์ที่วางไว้หน้า partner หมายความว่าคนคนนั้นเคยเป็นคู่รักหรือคู่ชีวิตของใครบางคน แต่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในสถานะนั้นแล้ว ในบริบทนี้ partner หมายถึงคู่รักหรือคู่ชีวิต รูปนี้ไม่ใช่นามวลี the former ซึ่งหมายถึงคนหรือสิ่งแรกจากสองอย่างที่กล่าวถึงไปแล้ว การที่มีคำนาม partner ตามหลัง former แสดงว่า former กำลังบอกสถานะในอดีต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ former เป็นคำคุณศัพท์ในความหมายว่า “คนที่เคยมีบทบาทนั้นในอดีต”

  1. Maya asked a former coach for advice.
  2. Maya chose the blue bag over the red one; the former was cheaper.
  3. Maya and Leo formed a study group.
ดูคำตอบ

Maya asked a former coach for advice.

heartbroken individuals again show increased activity in the VTA, ลำดับความ

4:42

ผู้ที่อกหักจะแสดงให้เห็นถึงกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นใน VTA อีกครั้ง

the motivation and reward center that drove feelings of longing during the initial stages of the relationship. การใช้คำ

4:47

ซึ่งเป็นศูนย์กลางแรงจูงใจและรางวัลที่ขับเคลื่อนความรู้สึกโหยหาในช่วงแรกของความสัมพันธ์

ลำดับความ

again show increased activity: เชื่อมกลับไปยังรูปแบบก่อนหน้า

again ชี้กลับไปยังข้อมูลก่อนหน้า กล่าวคือมีการพูดถึงการทำงานที่เพิ่มขึ้นของ VTA ไปแล้วโดยเชื่อมโยงกับช่วงแรกของความสัมพันธ์ การวาง again ไว้หน้า show ส่งสัญญาณว่ารูปแบบคล้ายกันนี้ปรากฏในผู้ที่อกหักด้วย ในงานเขียนเชิงอธิบาย again สามารถช่วยจัดระเบียบข้อมูล ไม่ได้เพียงบอกว่าการกระทำเกิดซ้ำเท่านั้น ในที่นี้คำนี้เชื่อมช่วงเริ่มต้นของความสัมพันธ์เข้ากับช่วงอกหัก และช่วยให้ผู้อ่านเห็นการตอบสนองที่เกี่ยวข้องกับรางวัลซึ่งมีร่วมกัน

แบบฝึกหัด

again ในประโยคนี้บอกอะไรแก่ผู้อ่าน

  1. VTA เริ่มทำงานเป็นครั้งแรกหลังจากอกหักเท่านั้น
  2. VTA แสดงการทำงานที่เพิ่มขึ้นในลักษณะคล้ายกันในอีกช่วงหนึ่ง
  3. คำอธิบายก่อนหน้าเกี่ยวกับการทำงานของ VTA ไม่เกี่ยวข้องกับผลนี้
ดูคำตอบ

VTA แสดงการทำงานที่เพิ่มขึ้นในลักษณะคล้ายกันในอีกช่วงหนึ่ง

การใช้คำ

feelings of longing: ความโหยหาทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งและต่อเนื่อง

ใน feelings of longing คำว่า longing เป็นคำนามที่หมายถึงความปรารถนาทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งและต่อเนื่อง หรือความรู้สึกคิดถึงใครหรือสิ่งใดอย่างมาก มักสื่อว่าคนหรือสิ่งนั้นไม่อยู่ใกล้ อยู่ห่างไกล หรือยากจะเอื้อมถึง วลีนี้มีความรู้สึกเข้มข้นและมีอารมณ์มากกว่า wanting ทั่วไป ส่วน feelings of ทำให้ longing ถูกมองเป็นสภาวะทางอารมณ์ที่อาจมีอิทธิพลต่อปฏิกิริยาของคนเรา

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับ feelings of longing มากที่สุด

  1. คิดถึงบ้านอย่างมากหลังจากอยู่ต่างประเทศมาหลายปี
  2. ดูเวลาก่อนเริ่มประชุม
  3. เลือกเครื่องดื่มเพราะกระหายน้ำชั่วครู่
ดูคำตอบ

คิดถึงบ้านอย่างมากหลังจากอยู่ต่างประเทศมาหลายปี

This emotional whirlwind also likely activates your body's alarm system, โน้ต

4:52

ลมบ้าหมูทางอารมณ์นี้ยังอาจไปกระตุ้นระบบสัญญาณเตือนของร่างกายคุณ

สำนวน

emotional whirlwind: อุปมาถึงอารมณ์รุนแรงที่สับสนวุ่นวาย

whirlwind มีความหมายตามตัวอักษรว่าเสาอากาศที่หมุนอย่างรวดเร็ว แต่ใน emotional whirlwind คำนี้เป็นอุปมาถึงอารมณ์รุนแรงหลายอย่างที่เกิดขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนทำให้สับสนและรู้สึกสงบหรือควบคุมตนเองได้ยาก คำว่า emotional บอกว่าไม่ได้หมายถึงสภาพอากาศจริง ภาพเปรียบนี้เน้นความรุนแรง การเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และความยุ่งเหยิง มากกว่าจะหมายถึงอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ emotional whirlwind เป็นอุปมาถึงอารมณ์รุนแรงที่ถาโถมเข้ามาอย่างสับสน

  1. After the sudden move, she was caught in an emotional whirlwind.
  2. The fan created a steady flow of cool air.
  3. A whirlwind tore branches from the trees during the storm.
ดูคำตอบ

After the sudden move, she was caught in an emotional whirlwind.

the stress axis,

4:57

หรือแกนความเครียด

วัฒนธรรม

your body's alarm system, the stress axis: สองชื่อที่หมายถึงระบบเดียวกัน

your body's alarm system เป็นคำเรียกแบบเข้าใจง่ายสำหรับระบบตอบสนองต่อความเครียดของร่างกาย ในที่นี้ alarm system เป็นการเปรียบเทียบ หมายถึงปฏิกิริยาทางสรีรวิทยาเมื่อเผชิญภัยคุกคามหรือแรงกดดัน ไม่ใช่สัญญาณเตือนภัยที่ใช้ในบ้าน the stress axis เป็นวลีซ้อนเพื่ออธิบายเพิ่มเติม เมื่อคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค วลีนี้จะให้ชื่อเชิงวิชาการมากขึ้นแก่ระบบเดียวกัน ไม่ได้หมายถึงอีกระบบหนึ่ง ในที่นี้ stress axis หมายถึงเส้นทางประสาทและต่อมไร้ท่อที่ประสานการตอบสนองต่อความเครียดโดยรวม

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง วลี the stress axis ที่คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคทำหน้าที่อะไร?

  1. เรียกระบบที่สองซึ่งถูกกระตุ้นโดยระบบแรก
  2. อธิบายสัญญาณเตือนภัยที่ใช้ในบ้าน
  3. ให้ชื่อเชิงวิชาการแก่ระบบเดียวกัน
ดูคำตอบ

ให้ชื่อเชิงวิชาการแก่ระบบเดียวกัน

leaving you feeling shaken and restless. ไวยากรณ์

4:59

ทำให้คุณรู้สึกสั่นคลอนและกระสับกระส่าย

ไวยากรณ์

leaving you feeling...: การบอกผลลัพธ์

leaving ใช้นำเสนอผลที่เกิดจากเหตุการณ์ก่อนหน้า กล่าวคือเหตุการณ์นั้นทำให้คุณอยู่ในสภาพที่อธิบายต่อจากนี้ ในที่นี้ leave หมายถึงทำให้ใครบางคนอยู่ในสภาพหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงออกจากสถานที่ โครงสร้างคือ main clause + leaving + person + feeling + adjectives โดย shaken หมายถึงรู้สึกสะเทือนใจหลังได้รับผลกระทบ ส่วน restless หมายถึงไม่สามารถผ่อนคลายหรืออยู่นิ่งอย่างสงบได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ leave เพื่อแสดงผลลัพธ์: The sudden cancellation ruined our plans, ____ everyone feeling disappointed and restless.

ดูคำตอบ

leaving

As time goes on, ลำดับความ

5:01

เมื่อเวลาผ่านไป

ลำดับความ

As time goes on: เกริ่นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป

As time goes on ใช้เกริ่นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นขณะที่เวลาผ่านไป ในที่นี้ goes on หมายถึง “ยังคงผ่านไป” ไม่ใช่ “ทำกิจกรรมบางอย่างต่อไป” เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้ทำหน้าที่เชื่อมเนื้อหา โดยพาคำอธิบายจากสภาวะก่อนหน้าไปสู่สิ่งที่เกิดขึ้นภายหลัง และทำให้ผู้ฟังคาดว่าจะได้ยินเกี่ยวกับกระบวนการ แนวโน้ม หรือผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น ไม่ใช่เหตุการณ์ฉับพลันครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ As time goes on เพื่อเกริ่นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป

  1. At that exact instant, the glass shattered.
  2. As time goes on, the puppy becomes calmer around strangers.
  3. By noon yesterday, the meeting had already ended.
ดูคำตอบ

As time goes on, the puppy becomes calmer around strangers.

higher cortical regions,

5:03

สมองส่วนเปลือกนอกระดับสูง

which oversee reasoning and impulse control, การใช้คำ

5:04

ซึ่งดูแลการใช้เหตุผลและการควบคุมแรงกระตุ้น

can pump the brakes on this distress and craving signaling. สำนวน

5:07

สามารถเหยียบเบรกสัญญาณความเจ็บปวดและความโหยหานี้ได้

การใช้คำ

oversee reasoning and impulse control: การกำกับการทำงาน

ในที่นี้ oversee หมายถึง “มีหน้าที่กำกับ ดูแล หรือควบคุม” ประโยคนี้อธิบายว่าบริเวณเปลือกสมองระดับสูงช่วยควบคุมการทำงานด้านการใช้เหตุผลและการควบคุมแรงกระตุ้น ไม่ได้หมายความว่าบริเวณเหล่านี้มองเห็นการทำงานดังกล่าวจากด้านบนจริง ๆ โครงสร้าง oversee + คำนาม ใช้คำนามระบุกระบวนการ งาน หรือหน้าที่ที่อยู่ภายใต้การดูแลของบุคคล องค์กร หรือระบบ ดังนั้น oversee จึงเหมาะกับการบรรยายความรับผิดชอบในองค์กร และในภาษาที่เป็นทางการมากขึ้น ยังใช้บรรยายบทบาทของระบบในร่างกายได้

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The committee oversees safety inspections. คำว่า oversees หมายถึงอะไร

  1. คณะกรรมการมองเห็นการตรวจจากตำแหน่งที่สูงกว่าในทางกายภาพ
  2. คณะกรรมการมีหน้าที่กำกับดูแลและประสานงานการตรวจ
  3. คณะกรรมการทำการตรวจทุกครั้งด้วยตนเองโดยไม่กำกับดูแลกระบวนการ
ดูคำตอบ

คณะกรรมการมีหน้าที่กำกับดูแลและประสานงานการตรวจ

สำนวน

pump the brakes on: ชะลอหรือควบคุมบางสิ่ง

Pump the brakes on something เป็นสำนวนเปรียบเทียบที่หมายถึงการชะลอบางสิ่ง ลดความรุนแรง หรือควบคุมให้มากขึ้น ภาพเปรียบเทียบมาจากการใช้เบรกของรถยนต์ แต่สิ่งที่ตามหลังสำนวนนี้อาจเป็นกระบวนการ แผน หรือปฏิกิริยาที่เป็นนามธรรมก็ได้ ในที่นี้ can pump the brakes on หมายความว่าส่วนต่าง ๆ ของสมองสามารถยับยั้งสัญญาณความทุกข์ใจและความอยากได้ สำนวนนี้สื่อถึงการควบคุมหรือลดระดับ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการหยุดทันทีหรือหยุดอย่างสิ้นเชิง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ชะลอกระบวนการนี้โดยไม่ยุติ” ลงในประโยค: The team should ____ the rollout until the safety tests are finished.

ดูคำตอบ

pump the brakes on

Given that these regions are still maturing and making connections through adolescence, โน้ต

5:10

เมื่อพิจารณาว่าสมองส่วนเหล่านี้ยังคงเติบโตและสร้างการเชื่อมต่อตลอดช่วงวัยรุ่น

การใช้คำ

through adolescence: ต่อเนื่องตลอดช่วงวัยรุ่น

ในที่นี้ through เป็นคำบุพบทที่ใช้บอกเวลา through adolescence หมายความว่า กระบวนการพัฒนาเต็มที่และการสร้างการเชื่อมต่อดำเนินต่อเนื่องตลอดช่วงวัยรุ่น ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ผ่านสถานที่ใด เมื่อใช้กับกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่อง through + ช่วงเวลา จะนำเสนอว่ากระบวนการนั้นครอบคลุมช่วงเวลาดังกล่าว และมักต่อเนื่องไปถึงช่วงท้าย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ through เพื่อแสดงว่ากระบวนการหนึ่งดำเนินต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง

  1. I heard the news through a friend.
  2. The trees keep growing through the summer.
  3. We walked through the tunnel.
ดูคำตอบ

The trees keep growing through the summer.

it's no wonder that first heartbreak can feel particularly agonizing. การใช้คำ

5:15

ก็ไม่น่าแปลกใจที่การอกหักครั้งแรกอาจรู้สึกเจ็บปวดทรมานเป็นพิเศษ

ไวยากรณ์

Given that ..., it's no wonder that ...: เชื่อมเหตุผลกับผลที่ไม่น่าแปลกใจ

Given that + อนุประโยค ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงหรือสถานการณ์ที่ให้ถือเป็นเหตุผล ในที่นี้ given ไม่ได้หมายถึง “ถูกมอบให้ใครบางคน” แต่ Given that these regions ... หมายถึง “เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงที่ว่าส่วนเหล่านี้...” It's no wonder that + อนุประโยค ใช้ประเมินว่าผลที่ตามมานั้นเข้าใจได้หรือไม่น่าแปลกใจ โครงสร้าง Given that A, it's no wonder that B จะจัดข้อมูลโดยเสนอเหตุผล A ก่อน แล้วตามด้วยการประเมินของผู้พูดต่อผล B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองส่วนจากบทเรียน: ____ the roads are icy, ____ buses are running late.

ดูคำตอบ

Given that · it's no wonder that

การใช้คำ

feel particularly agonizing: รู้สึกทรมานเป็นพิเศษ

ในที่นี้ feel เป็นกริยาเชื่อมและตามด้วยคำคุณศัพท์ agonizing วลีนี้บอกว่าประสบการณ์ดังกล่าวให้ความรู้สึกเจ็บปวดหรือทรมานอย่างมาก ส่วน particularly เน้นระดับให้หมายถึงเป็นพิเศษหรือมากกว่าปกติ Agonizing มีความหมายรุนแรงกว่าคำว่าไม่น่าพอใจหรือน่ารำคาญเล็กน้อยมาก ในประโยคนี้คำดังกล่าวบรรยายความทุกข์ทางอารมณ์อย่างรุนแรง แต่ก็ใช้บรรยายความเจ็บปวดทางร่างกายได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดสามารถรู้สึก particularly agonizing ได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. เลือกระหว่างไอศกรีมสองรส
  2. รอฟังข่าวขณะที่คนที่รักกำลังเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน
  3. หน้าเว็บใช้เวลาโหลดเพิ่มอีกสองวินาที
ดูคำตอบ

รอฟังข่าวขณะที่คนที่รักกำลังเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน

Activities like exercise, spending time with friends,

5:41

กิจกรรมต่างๆ เช่น การออกกำลังกาย การใช้เวลากับเพื่อนๆ

or even listening to your favorite song can tame this heartbreak stress response การใช้คำ

5:44

หรือแม้แต่การฟังเพลงโปรดของคุณ สามารถทำให้การตอบสนองต่อความเครียดจากอาการอกหักนี้ลดลงได้

การใช้คำ

tame this heartbreak stress response: ทำให้ปฏิกิริยาควบคุมได้ง่ายขึ้น

ในที่นี้ tame ใช้ในเชิงเปรียบเทียบกับกรรมที่เป็นนามธรรมคือ this heartbreak stress response โดยหมายถึงการลดความรุนแรงของปฏิกิริยาและทำให้ควบคุมได้ง่ายขึ้น tame ไม่ได้หมายความว่าการตอบสนองต่อความเครียดจะหายไปทั้งหมด คำกริยานี้ยังใช้บอกถึงการควบคุมอารมณ์หรือกระบวนการที่รุนแรงได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ใน "Good routines can tame a strong stress response," คำว่า tame หมายถึงอะไร?

  1. ทำให้ปฏิกิริยารุนแรงน้อยลงและจัดการได้ง่ายขึ้น
  2. ฝึกปฏิกิริยานั้นราวกับว่าเป็นสัตว์
  3. รับประกันว่าปฏิกิริยาจะหายไปตลอดกาล
ดูคำตอบ

ทำให้ปฏิกิริยารุนแรงน้อยลงและจัดการได้ง่ายขึ้น

while also triggering the release of feel-good neurotransmitter dopamine. วลี

5:49

ในขณะเดียวกันก็กระตุ้นการหลั่งสารโดปามีนซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ทำให้รู้สึกดีด้วย

วลี

triggering the release of: อธิบายการกระตุ้นให้เกิดการหลั่ง

โครงสร้าง trigger the release of + สาร หมายถึง “ทำให้สารชนิดหนึ่งถูกปล่อยออกมา” มักใช้ในคำอธิบายด้านวิทยาศาสตร์และสุขภาพเพื่อแสดงว่าเหตุการณ์หนึ่งทำให้กระบวนการทางชีวภาพหรือเคมีเริ่มต้นขึ้น ในที่นี้ while also triggering เป็นอนุประโยคแบบย่อที่มีประธานโดยนัยเดียวกับอนุประโยคก่อนหน้า โดยเพิ่มผลอย่างที่สองซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกัน และ dopamine คือสารที่ถูกปล่อยออกมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง trigger the release of: A sudden threat can ____ stress hormones.

ดูคำตอบ

trigger the release of

And given time and the support, วลี

5:53

และด้วยเวลาและการสนับสนุน

most can heal and learn from even the most devastating heartbreak. วลี

5:55

คนส่วนใหญ่สามารถเยียวยาและเรียนรู้จากอาการอกหักที่ร้ายแรงที่สุดได้

วลี

Given time and the support: การบอกเงื่อนไขอย่างกระชับ

ในที่นี้ given ใช้เกริ่นเงื่อนไข หมายความว่า ถ้าผู้คนมีเวลาและได้รับการสนับสนุนที่กล่าวถึงในบริบท ก็มีโอกาสฟื้นตัวได้ ไม่ใช่คำกริยาช่องสามในโครงสร้างถูกกระทำอย่าง time was given the support หมายถึงการสนับสนุนที่ระบุได้จากบริบท เช่น ความช่วยเหลือจากคนอื่นหรือสภาพแวดล้อม หากไม่ได้หมายถึงการสนับสนุนอย่างใดอย่างหนึ่งที่เข้าใจกันอยู่แล้ว รูปทั่วไปคือ given time and support

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ given และคำว่า enough time and support: “____, a new employee can learn the system.”

ดูคำตอบ

Given enough time and support

วลี

Most can heal and learn from: การฟื้นตัวและการเรียนรู้

Most ในที่นี้ใช้เพียงลำพังโดยหมายถึง most people ส่วนกริยาช่วย can ใช้ร่วมกับกริยาวลีที่เชื่อมกันทั้งสองชุด คือ can heal และ can learn from something Heal หมายถึงฟื้นตัวทางอารมณ์ ส่วน learn from an experience หมายถึงได้รับข้อคิดหรือบทเรียนที่เป็นประโยชน์จากประสบการณ์นั้น สิ่งที่ตามหลัง from อาจเป็นประสบการณ์ ความผิดพลาด หรือความล้มเหลวก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นคน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า คนจำนวนมากสามารถฟื้นตัวและเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ยากลำบากได้

  1. With time and support, most people can heal and learn from painful experiences.
  2. With time and support, painful experiences can heal and learn from most people.
  3. With time and support, most people can heal painful experiences and learn them.
ดูคำตอบ

With time and support, most people can heal and learn from painful experiences.

Did you know that you spend a third to half of your day daydreaming? โน้ต

6:20

คุณรู้หรือไม่ว่าคุณใช้เวลาหนึ่งในสามถึงครึ่งวันไปกับการเหม่อลอย?

ลำดับความ

Did you know that...?: คำเกริ่นด้วยข้อเท็จจริงเพื่อดึงความสนใจ

Did you know that...? นำเสนอข้อเท็จจริงในรูปของคำถามเปิดเรื่อง ในประโยคนี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่ใช้ดึงความสนใจ ผู้พูดไม่ได้มุ่งตรวจสอบว่าผู้ฟังรู้อยู่แล้วหรือไม่ แต่ต้องการกระตุ้นความอยากรู้และชี้ความสนใจไปยังข้อความหลัง that เฉพาะ Did you know เท่านั้นที่ใช้ลำดับคำแบบคำถาม ส่วนอนุประโยคหลัง that ยังคงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ that + ประธาน + กริยา รูปแบบนี้ยังช่วยเปลี่ยนเข้าสู่หัวข้อใหม่ก่อนที่ผู้พูดจะอธิบายได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ในสถานการณ์ใด Did you know that...? ทำหน้าที่เป็นคำเกริ่นด้วยข้อเท็จจริงเพื่อดึงความสนใจ

  1. ตรวจสอบว่าพนักงานใหม่เข้าใจกฎความปลอดภัยหรือไม่
  2. รอให้พยานตอบคำถามว่าใช่หรือไม่ใช่
  3. เริ่มวิดีโอวิทยาศาสตร์ด้วยข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจ
ดูคำตอบ

เริ่มวิดีโอวิทยาศาสตร์ด้วยข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจ

การใช้คำ

a third to half of: ช่วงสัดส่วน

a third to half of บอกช่วงสัดส่วนโดยประมาณ a third คือประมาณ 33% ส่วน half คือ 50% และ to หมายความว่าปริมาณอาจอยู่ที่จุดใดก็ได้ระหว่างขอบเขตทั้งสอง ไม่ได้ให้เลือกระหว่างค่าที่ตายตัวเพียงสองค่า นามวลีหลัง of ระบุสิ่งทั้งหมดที่ใช้เป็นฐานในการวัด เช่น of your day โดยโครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ เศษส่วนที่น้อยกว่า + to + เศษส่วนที่มากกว่า + of + สิ่งทั้งหมด

แบบฝึกหัด

a third to half of the budget หมายความว่าอย่างไร

  1. หนึ่งในสามบวกกับครึ่งหนึ่งของงบประมาณ
  2. เท่ากับ 33% หรือ 50% ของงบประมาณพอดีเท่านั้น โดยไม่มีค่าระหว่างกลาง
  3. ประมาณ 33% ถึง 50% ของงบประมาณ
ดูคำตอบ

ประมาณ 33% ถึง 50% ของงบประมาณ

And according to scientists, ลำดับความ

6:24

และตามที่นักวิทยาศาสตร์กล่าวไว้

that may be a good thing. น้ำเสียง/เจตนา

6:25

นั่นอาจจะเป็นเรื่องที่ดี

ลำดับความ

according to scientists: ระบุแหล่งที่มาของข้อกล่าวอ้าง

according to scientists เป็นวลีบอกแหล่งที่มาที่วางไว้หน้าประโยคหลัก วลีนี้บอกผู้ฟังว่าข้อความที่ตามมาอ้างอิงจากนักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เป็นเพียงข้อสรุปของผู้พูดเอง โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ according to + นามวลี ในที่นี้ scientists คือแหล่งข้อมูล และเครื่องหมายจุลภาคแยกกรอบบอกแหล่งที่มาออกจากประโยคหลัก หลัง according to ให้ตามด้วยตัวแหล่งข้อมูล ไม่ใช่อนุประโยคที่มีประธานและกริยาครบ เช่น scientists say

แบบฝึกหัด

เติมวลีบอกแหล่งที่มา according to ไว้หน้าแหล่งข้อมูล: ____ the safety report, the bridge will reopen on Friday.

ดูคำตอบ

According to

น้ำเสียง/เจตนา

that may be a good thing: ประเมินอย่างระมัดระวัง

that อ้างกลับไปถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่กล่าวไว้ก่อนหน้า may เป็นกริยาช่วยแสดงความเป็นไปได้ ดังนั้น may be จึงหมายถึง “อาจเป็น” ในที่นี้ไม่ใช่ May ที่หมายถึงเดือนพฤษภาคม และไม่ได้แสดงการอนุญาต การพูดว่า that may be a good thing เป็นการประเมินในทางบวกโดยยังเปิดพื้นที่ให้กับความไม่แน่นอน การลดความหนักแน่นแบบนี้เหมาะเมื่อหลักฐานยังอยู่ในขั้นต้น ส่วน that is a good thing จะฟังดูมั่นใจกว่ามาก

แบบฝึกหัด

ผลเบื้องต้นดูเป็นไปในทางบวก แต่หลักฐานยังไม่สามารถสรุปได้ ข้อใดประเมินสถานการณ์อย่างระมัดระวังได้เหมาะสมที่สุด

  1. The new treatment may be helpful, but more testing is needed.
  2. The new treatment is definitely helpful, so more testing is unnecessary.
  3. The new treatment must be helpful simply because it is new.
ดูคำตอบ

The new treatment may be helpful, but more testing is needed.

Learn how boredom impacts your brain with this video.

6:26

เรียนรู้ว่าความเบื่อหน่ายส่งผลต่อสมองของคุณอย่างไรในวิดีโอนี้

Or watch this video to learn about what happens to your brain,

6:29

หรือดูวิดีโอนี้เพื่อเรียนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสมองของคุณ

not your body,

6:32

ไม่ใช่ร่างกายของคุณ

as you get older.

6:33

เมื่อคุณมีอายุมากขึ้น