สู้กับความเหงาด้วยซุปร้อนๆ ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ
BBC Learning English
ภาพรวมวิดีโอ: รายการอธิบายความแตกต่างระหว่างความรู้สึกเหงากับการอยู่คนเดียว กล่าวถึงความเชื่อมโยงของความเหงาที่ยืดเยื้อกับความเสี่ยงร้ายแรงต่อสุขภาพ และเล่าว่าการเสียชีวิตของเบ็ป เดอ เบราน์ซึ่งไม่มีใครทราบอยู่นาน ได้จุดประกายโครงการ Oma’s Soup ในเนเธอร์แลนด์ที่พาผู้สูงอายุกับนักศึกษามาทำอาหารร่วมกัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. It might help to know that — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้วิธีเกริ่นข้อมูลที่ช่วยปลอบใจอย่างเห็นอกเห็นใจ ถ้อยคำที่ไม่ฟันธงช่วยลดความแข็งของข้อความและแสดงว่าผู้พูดรับรู้ความทุกข์ของอีกฝ่าย จึงให้ความรู้สึกอบอุ่นและสนับสนุนมากกว่าการบอกข้อเท็จจริงตรง ๆ 2. no one to turn to. — กริยาวลี: เข้าใจว่า turn to someone หมายถึงการไปขอความช่วยเหลือหรือการสนับสนุนจากคนนั้น ไม่ใช่การหันตัวไปหา ใช้สำนวนนี้บรรยายความโดดเดี่ยวหรือสถานการณ์ที่ไม่มีบุคคลที่ไว้วางใจได้ให้พึ่งพาหรือปรึกษา 3. found the perfect way to help / by bringing — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตและใช้โครงสร้างที่บอกว่าพบวิธีบรรลุเป้าหมายด้วยการลงมือทำบางอย่าง โครงสร้างนี้เชื่อมผลลัพธ์ที่ต้องการกับวิธีปฏิบัติอย่างชัดเจน เช่น การช่วยผู้สูงอายุที่เหงาด้วยการพาพวกเขามาพบและทำกิจกรรมร่วมกับนักศึกษา
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Hello, this is 6 Minute English from BBC Learning English.
0:08สวัสดี นี่คือรายการ 6 Minute English จาก BBC Learning English
What's up? สำหรับถามไถ่อย่างเป็นกันเอง
What's up? เป็นคำเปิดบทสนทนาแบบไม่เป็นทางการ อาจหมายถึง “เป็นอย่างไรบ้าง” หรือถ้าอีกฝ่ายดูไม่สบายใจ ก็อาจหมายถึง “เป็นอะไรไป” ในประโยคนี้ผู้พูดถามด้วยความห่วงใย เพราะ Beth ดูเศร้า ให้เข้าใจทั้งวลีว่าเป็นคำถามทางสังคม ไม่ใช่คำถามตามตัวอักษรว่ามีอะไรอยู่เหนืออีกฝ่าย สถานการณ์จะบอกว่าเป็นเพียงคำทักทายทั่วไปหรือเป็นการถามถึงปัญหา
แบบฝึกหัด
เพื่อนสนิทดูเป็นกังวล ประโยคใดเป็นวิธีถามไถ่อย่างเป็นกันเองที่เป็นธรรมชาติที่สุด
- What's up, Mia? You seem worried.
- What is above you, Mia? You seem worried.
- How do you do, Mia? You seem worried.
ดูคำตอบ
What's up, Mia? You seem worried.
look a little sad: ใช้ look + คำคุณศัพท์เพื่อทำให้การตัดสินนุ่มนวลลง
ในที่นี้ look เป็นกริยาเชื่อมที่ตามด้วยคำคุณศัพท์ sad โครงสร้าง look + คำคุณศัพท์ หมายถึงใครบางคนดูเหมือนมีลักษณะหรืออยู่ในสภาพหนึ่ง โดยพิจารณาจากสิ่งที่มองเห็นหรือสังเกตได้ a little ขยาย sad และลดความหนักแน่นของการตัดสิน ดังนั้น You look a little sad จึงเป็นข้อสังเกตที่ไม่ฟันธง ส่วน You are sad ฟังดูมั่นใจและตรงกว่า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ look + คำคุณศัพท์ และ a little เพื่อบอกข้อสังเกตอย่างนุ่มนวล
- You are definitely tired after the long walk.
- You look a little tiredly after the long walk.
- You look a little tired after the long walk.
ดูคำตอบ
You look a little tired after the long walk.
Well, recently I've been spending lots of time with my cat and houseplants, ไวยากรณ์
0:16คือพักนี้ฉันใช้เวลาอยู่กับแมวและต้นไม้ในบ้านซะส่วนใหญ่
I've been spending lots of time: กิจกรรมที่ทำต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
'I've been spending' ใช้ present perfect continuous ซึ่งมีโครงสร้าง have/has been + คำกริยา-ing รูปนี้แสดงว่ากิจกรรมดำเนินต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำในช่วงที่ผ่านมา และเชื่อมช่วงเวลานั้นเข้ากับปัจจุบัน ในที่นี้ recently กำหนดช่วงเวลา ส่วน lots of time เน้นระยะเวลา จุดสำคัญคือรูปแบบกิจกรรมในช่วงที่ผ่านมาซึ่งยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน ไม่ใช่เหตุการณ์ในอดีตครั้งเดียวที่จบไปแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป present perfect continuous ของ work: I ____ on this project all week, and I am still working on it.
ดูคำตอบ
have been working
if you know what I mean: ชวนผู้ฟังให้อนุมานความหมายที่ไม่ได้พูดตรง ๆ
'If you know what I mean' ส่งสัญญาณว่าผู้พูดคาดหวังให้ผู้ฟังอนุมานบางอย่างที่ไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ จุดประสงค์หลักไม่ใช่การถามว่าผู้ฟังรู้ความหมายตามพจนานุกรมของคำเหล่านั้นหรือไม่ ในที่นี้ การใช้เวลาอยู่กับแมวและต้นไม้ในบ้านมาก ๆ เป็นการบอกเป็นนัยว่าผู้พูดแทบไม่ได้เข้าสังคมกับคนอื่น วลีนี้ทำให้การเปิดเผยเรื่องของตนเองเป็นไปอย่างอ้อม ๆ และมีน้ำเสียงล้อตัวเองเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคภาษาอังกฤษนี้: He only volunteers when the manager is watching, if you know what I mean. ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วยวลีท้ายประโยค?
- เขากำลังถามว่าผู้ฟังรู้หรือไม่ว่า volunteers หมายถึงอะไร
- เขากำลังรายงานข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้วเกี่ยวกับแรงจูงใจของคนนั้น
- เขากำลังบอกเป็นนัยว่าความเต็มใจช่วยเหลือของคนนั้นอาจเป็นเพียงการทำให้คนอื่นเห็น
ดูคำตอบ
เขากำลังบอกเป็นนัยว่าความเต็มใจช่วยเหลือของคนนั้นอาจเป็นเพียงการทำให้คนอื่นเห็น
a bit lonely: ลดระดับความรุนแรงของความรู้สึก
ในวลี a bit lonely คำว่า a bit ขยายคำคุณศัพท์ lonely และหมายถึง “นิดหน่อย” หรือ “เล็กน้อย” ทำให้ระดับความรู้สึกดูไม่รุนแรงมากและทำให้ประโยคฟังนุ่มนวลลง การลดระดับแบบนี้อาจเป็นการพูดให้เบากว่าความรู้สึกจริงก็ได้ จึงไม่ได้แปลว่าความรู้สึกนั้นไม่สำคัญ ผู้พูดอาจเพียงเลือกพูดถึงมันอย่างนุ่มนวลกว่าเดิม
แบบฝึกหัด
ใช้คำลดระดับสองคำจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: The water is ____ cold for swimming.
ดูคำตอบ
a bit
It might help to know that you're not the only one feeling lonely. โน้ต
0:24อาจจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นถ้ารู้ว่าคุณไม่ใช่คนเดียวที่รู้สึกเหงา
It might help to know that: ให้ความสบายใจอย่างนุ่มนวล
It might help to know that ... ใช้เกริ่นข้อมูลที่อาจช่วยปลอบใจหรือทำให้ผู้ฟังสบายใจขึ้น ในโครงสร้างนี้ It เป็นประธานแทนไว้ก่อน ส่วน know that ใช้นำข้อมูลจริงที่ผู้ฟังอาจเห็นว่าเป็นประโยชน์ กริยาช่วย might ช่วยหลีกเลี่ยงการรับประกันผลหรือการบอกผู้ฟังว่าควรรู้สึกอย่างไร โดยนำเสนอข้อมูลเป็นเพียงความเป็นไปได้อย่างนุ่มนวล จึงฟังใส่ใจมากกว่าการบอกข้อเท็จจริงแบบตรงและแข็ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบการให้กำลังใจจากบทเรียน: It ____ that you can reschedule the appointment.
ดูคำตอบ
might help to know
not the only one: ประสบการณ์ที่มีร่วมกับผู้อื่น
ในที่นี้ not the only one หมายความว่า ยังมีคนอื่นที่รู้สึกเหงาเช่นกัน one ใช้แทน person และ feeling lonely ระบุว่าประสบการณ์ที่มีร่วมกันคืออะไร โครงสร้าง be not the only one + วลี -ing หรืออนุประโยค who ช่วยสื่อว่าประสบการณ์นั้นไม่ได้เกิดกับคนคนเดียว ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวใช้ปลอบใจด้วยการลดความรู้สึกโดดเดี่ยว โดยไม่ได้ปฏิเสธว่าความเหงานั้นเป็นเรื่องจริง
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า “I get nervous before every presentation.” คำตอบใดใช้สำนวนเป้าหมายเพื่อปลอบใจและบอกว่าคนอื่นก็มีประสบการณ์แบบเดียวกัน?
- You're the only one who feels that way.
- You're not the only one who feels that way.
- You're not alone in the room.
ดูคำตอบ
You're not the only one who feels that way.
Loneliness has been called the modern epidemic. โน้ต
0:28ความเหงาถูกเรียกว่าเป็นโรคระบาดในยุคปัจจุบัน
has been called: present perfect แบบ passive
has been called เป็น present perfect แบบ passive มีโครงสร้าง has + been + กริยาช่องที่สาม Loneliness เป็นสิ่งที่ได้รับชื่อเรียกนั้น ส่วนผู้ที่ใช้ชื่อเรียกไม่ได้ระบุไว้ เพราะจุดเน้นอยู่ที่ชื่อเรียกเอง present perfect แสดงว่าชื่อเรียกนี้เคยถูกใช้ก่อนปัจจุบันและยังเกี่ยวข้องกับการอภิปรายในตอนนี้ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนยอมรับชื่อเรียกนี้ แต่หมายความเพียงว่าเคยมีการใช้ชื่อนี้
แบบฝึกหัด
ใช้ call ในรูป present perfect แบบ passive เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: This novel ____ a modern classic by several critics.
ดูคำตอบ
has been called
the modern epidemic ในฐานะอุปมา
วลี the modern epidemic เป็นอุปมา ตามความหมายตรงตัว epidemic คือโรคที่แพร่ระบาดอย่างกว้างขวางในชุมชน แต่ในที่นี้ใช้คำดังกล่าวเพื่ออธิบายว่าความเหงาเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อผู้คนจำนวนมาก การเรียกความเหงาว่าเป็น epidemic ของยุคสมัยใหม่ทำให้ปัญหานี้ดูแพร่หลาย ร้ายแรง และเร่งด่วน ไม่ได้หมายความว่าความเหงาเป็นโรคติดต่อ
แบบฝึกหัด
ตัดสินการตีความนี้: ในประโยคนี้ the modern epidemic หมายความว่าความเหงาเป็นโรคติดต่อจริงตามความหมายตรงตัว
- ถูก: ประโยคนี้ระบุว่าความเหงาเป็นโรคติดต่อจริง ๆ
- ผิด: ประโยคนี้เปรียบความเหงากับโรคระบาดเพื่อเน้นขนาดและความร้ายแรงของปัญหา
ดูคำตอบ
ผิด: ประโยคนี้เปรียบความเหงากับโรคระบาดเพื่อเน้นขนาดและความร้ายแรงของปัญหา
more and more people report feeling lonely and unconnected to those they live close to. โน้ต
0:34แต่มีผู้คนจำนวนมากขึ้นที่รายงานว่ารู้สึกเหงาและไม่ได้รู้สึกผูกพันกับคนที่อยู่ใกล้ชิดเลย
Although: แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงก่อนใจความหลักที่ตรงข้าม
Although ใช้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้ง โดยเสนอข้อเท็จจริงที่อาจทำให้คาดหวังผลลัพธ์อย่างหนึ่งก่อน แล้วอนุประโยคหลักจึงให้ผลลัพธ์ที่ตรงข้ามกับความคาดหมายนั้น ในที่นี้ การอยู่ใกล้ผู้คนนับล้านอาจทำให้นึกถึงความเชื่อมโยงกัน แต่ใจความหลักคือมีผู้คนจำนวนมากขึ้นที่รู้สึกเหงาและขาดความเชื่อมโยง หลัง Although ต้องเป็นอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยา เมื่ออนุประโยคนี้อยู่ต้นประโยค ให้ใส่จุลภาคก่อนอนุประโยคหลัก ในภาษาอังกฤษมาตรฐานใช้ Although X, Y ไม่ใช้ Although X, but Y
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ although เพื่อนำข้อความแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งได้ถูกต้อง
- Although the road was icy, but the bus arrived on time.
- Although the road was icy, the bus arrived on time.
- Although the icy road, the bus arrived on time.
ดูคำตอบ
Although the road was icy, the bus arrived on time.
more and more: จำนวนหรือปริมาณที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อวาง more and more ไว้หน้าคำนาม จะหมายความว่าจำนวนหรือปริมาณของสิ่งนั้นเพิ่มขึ้นตามเวลา ในประโยคนี้ more and more people หมายถึงจำนวนผู้ที่รายงานเรื่องนี้กำลังเพิ่มขึ้น วลีนี้บอกแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้เพียงบอกว่าจำนวนรวมมีมาก ใช้กับคำนามนับได้พหูพจน์ได้ เช่น more and more people หรือกับคำนามนับไม่ได้ เช่น more and more time เมื่ออยู่หน้าคำคุณศัพท์ วลีนี้สามารถบอกระดับที่เพิ่มขึ้นได้ เช่น more and more difficult
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึง “จำนวนที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ”: ____ families are choosing solar power.
ดูคำตอบ
More and more
unconnected to those they live close to: อยู่ใกล้กันแต่ไม่มีความผูกพันทางสังคม
unconnected to those they live close to หมายถึงการขาดความผูกพันทางสังคมหรือทางอารมณ์กับผู้คนที่อาศัยอยู่ใกล้ ๆ unconnected ในที่นี้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างคน ไม่ได้หมายถึงการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรืออุปกรณ์ Those หมายถึง “คนเหล่านั้น” และ they live close to เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย those โดยละคำสัมพันธ์ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมไว้: those (whom or that) they live close to ในภาษาอังกฤษทั่วไป การวาง to ไว้ท้ายอนุประโยคเป็นเรื่องปกติ วลีนี้เปรียบเทียบความใกล้กันทางกายภาพกับความห่างเหินทางสังคม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงได้ดีที่สุดว่าผู้คนอยู่ใกล้กันทางกายภาพ แต่ไม่มีความเชื่อมโยงทางสังคม?
- พวกเขาใช้ผนังร่วมกัน แต่ไม่เคยสร้างความสัมพันธ์ต่อกันเลย
- อินเทอร์เน็ตของพวกเขาหยุดทำงานระหว่างเกิดพายุ
- พวกเขาโทรหากันทุกวัน แม้ว่าจะอาศัยอยู่ห่างกันมาก
ดูคำตอบ
พวกเขาใช้ผนังร่วมกัน แต่ไม่เคยสร้างความสัมพันธ์ต่อกันเลย
while ในความหมายเชิงยอมรับข้อเท็จจริงว่า “แม้ว่า”
ในที่นี้ while ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่ผู้พูดยอมรับก่อนว่า ประสบการณ์ความเหงาของแต่ละคนแตกต่างกัน จากนั้นอนุประโยคหลักจึงบอกประเด็นที่ยังคงเป็นจริงแม้จะมีความแตกต่างนั้น คือผลกระทบอาจรุนแรงได้ การใช้แบบยอมรับข้อเท็จจริงนี้มีความหมายใกล้กับ although โดยยอมรับประเด็นหนึ่งก่อน แล้วจึงเสนอใจความหลักที่ขัดกันหรือยังคงเป็นจริง ไม่ได้บรรยายว่าสองเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ while ในความหมายเชิงยอมรับข้อเท็จจริงแบบ although ไม่ใช่เพื่อบอกว่าสองสถานการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน
- Please stay seated while the train is moving.
- I listened to a podcast while I made dinner.
- While the route is longer, it is much safer.
ดูคำตอบ
While the route is longer, it is much safer.
Research has shown that loneliness puts people at greater risk of many health issues, โน้ต
0:49งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าความเหงาทำให้ผู้คนมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดปัญหาสุขภาพมากมาย
Research has shown that สำหรับเกริ่นหลักฐานจากงานวิจัย
Research has shown that ใช้ระบุแหล่งที่มาของหลักฐานก่อนเสนอข้อสรุป โดย Research บอกว่าฐานหลักฐานมาจากงานวิจัย ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บรรจุผลการวิจัยที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังสนใจ รูป present perfect ใน has shown เชื่อมผลที่สะสมจากงานวิจัยก่อนหน้ากับการอภิปรายปัจจุบัน โครงสร้างนี้เพิ่มน้ำหนักให้ข้อสรุป แต่ตัวมันเองไม่ได้ระบุงานวิจัยชิ้นใดชิ้นหนึ่งหรือแสดงว่างานวิจัยทั้งหมดเห็นตรงกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเกริ่นหลักฐานจากงานวิจัยที่เรียนมา: ____ regular physical activity can improve sleep.
ดูคำตอบ
Research has shown that
puts people at greater risk of: โครงสร้าง put someone at risk of
Put someone at risk of something หมายถึงทำให้บุคคลหรือกลุ่มคนต้องเผชิญกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลเสีย ในประโยคนี้ loneliness คือปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง people คือผู้ที่ได้รับผลกระทบ และ health issues คือผลที่อาจเกิดขึ้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ put + บุคคลหรือกลุ่ม + at (greater) risk of + คำนามหรือกริยารูป -ing คำว่า greater หมายความว่าความเสี่ยงสูงกว่าจุดที่ใช้เปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าผลนั้นจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “เผชิญกับโอกาสที่สูงขึ้นในการเกิดสิ่งหนึ่ง”: Poor lighting puts cyclists ____ accidents.
ดูคำตอบ
at greater risk of
can loneliness be fixed?: คำถามกรรมวาจกที่มีคำกริยาช่วย
Can loneliness be fixed? ใช้โครงสร้างกรรมวาจกที่มีคำกริยาช่วย can + ประธาน + be + กริยาช่องที่สาม โดย Loneliness เป็นสิ่งที่รับการกระทำ ส่วนบุคคลหรือกลุ่มที่ลงมือแก้ไม่ได้ถูกระบุ เพราะจุดสนใจอยู่ที่ปัญหาและทางแก้ที่เป็นไปได้ ในคำถามเต็ม how ใช้ถามวิธีการ ไม่ใช่เพียงคำตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ โครงสร้างคือ How can + ประธาน + be + กริยาช่องที่สาม? ในที่นี้ fix หมายถึงแก้หรือทำให้ปัญหาดีขึ้น ไม่ใช่ซ่อมวัตถุ
แบบฝึกหัด
ใช้รูปกรรมวาจกที่มีคำกริยาช่วยของ fix เพื่อเติมคำถามให้สมบูรณ์: How can this scheduling problem ____?
ดูคำตอบ
be fixed
we'll be hearing about one project in the Netherlands aiming to do just that. ลำดับความ
0:59เราจะได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับโปรเจกต์หนึ่งในเนเธอร์แลนด์ที่มุ่งเป้าไปที่เรื่องนั้น
aiming to do just that: การย้อนอ้างถึงเป้าหมายที่เพิ่งกล่าวไป
ใน aiming to do just that ส่วน aiming to... บอกเป้าหมายของโครงการ วลีรูป -ing นี้ขยาย one project และมีความหมายใกล้เคียงกับ which aims to... do just that ย้อนอ้างถึงการกระทำหรือวิธีแก้ปัญหาที่เพิ่งกล่าวไป ซึ่งในที่นี้คือการแก้ปัญหาความเหงา ส่วน just เน้นว่านั่นคือเป้าหมายโดยตรง การใช้แบบนี้ช่วยเลี่ยงการพูดซ้ำและพาเนื้อหาจากปัญหาไปสู่โครงการที่กำลังพยายามแก้ปัญหานั้นอย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคต่อไปนี้: We need to reduce food waste. This project is aiming to do just that. just that หมายถึงอะไร?
- ลดอาหารเหลือทิ้ง
- สร้างสนามบินแห่งใหม่
- ตั้งชื่อให้โครงการ
ดูคำตอบ
ลดอาหารเหลือทิ้ง
we'll be learning some useful new vocabulary as well. วลี
1:05เราก็จะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ด้วย
as well: การเพิ่มข้อมูลไว้ท้ายประโยค
as well หมายถึง “ด้วย” หรือ “เช่นกัน” และใช้เพิ่มอีกหนึ่งรายการจากข้อมูลที่กล่าวไปแล้ว ในประโยคนี้ การเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ที่มีประโยชน์เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่รายการจะนำเสนอ โดยปกติ as well จะอยู่ท้ายอนุประโยคบอกเล่า ในที่นี้คำนี้ครอบคลุมเหตุการณ์ทั้งหมดใน we'll be learning some useful new vocabulary ไม่ได้ขยายเฉพาะ vocabulary
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีท้ายอนุประโยคจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ด้วย”: I'll email you the notes ____.
ดูคำตอบ
as well
an organisation called The Campaign to End Loneliness
1:12องค์กรที่ชื่อว่า The Campaign to End Loneliness
has been offering advice and support since 2011. ไวยากรณ์
1:15ได้ให้คำปรึกษาและสนับสนุนมาตั้งแต่ปี 2011
has been offering ... since 2011: กิจกรรมที่ดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบัน
รูป present perfect continuous อย่าง has been offering บอกว่าองค์กรเริ่มทำกิจกรรมนี้ในอดีต และทำต่อเนื่องหรือทำซ้ำมาจนถึงปัจจุบัน ใช้ has เพราะ an organisation เป็นประธานเอกพจน์ โครงสร้างคือ has/have been + คำกริยา-ing และในที่นี้ตามด้วย since + จุดเริ่มต้น Since 2011 ตอบคำถามว่า “ตั้งแต่เมื่อไร?” และเน้นบริการที่ยังดำเนินอยู่ ไม่ใช่การกระทำครั้งเดียวที่จบไปแล้ว
แบบฝึกหัด
ใช้รูป present perfect continuous ของ offer เติมประโยคให้สมบูรณ์: The helpline ____ free support since 2020, and it is still doing so today.
ดูคำตอบ
has been offering
So, according to ...: เชื่อมโยงข้อมูลและระบุแหล่งที่มา
According to + แหล่งข้อมูล บอกผู้ฟังว่าข้อมูลที่จะกล่าวต่อไปมาจากที่ใด ในที่นี้แหล่งข้อมูลคือ The Campaign วลีนี้จึงระบุว่าข้อความถัดไปเป็นคำกล่าวขององค์กรนั้น ไม่ใช่คำกล่าวของผู้พูดเอง So เชื่อมประโยคนี้กับเนื้อหาก่อนหน้าและช่วยดำเนินเรื่องต่อ ทั้งสองส่วนมีหน้าที่ต่างกัน โดย So จัดลำดับการเชื่อมโยงข้อมูล ส่วน according to ระบุแหล่งข้อมูล
แบบฝึกหัด
ประโยคใดระบุอย่างเป็นธรรมชาติว่าข้อมูลมาจากแหล่งข้อมูลภายนอก?
- According to me, bus use should increase next year.
- According to the report, bus use increased last year.
- According the report, bus use increased last year.
ดูคำตอบ
According to the report, bus use increased last year.
what proportion of British adults report feeling lonely at least some of the time? โน้ต
1:21สัดส่วนของผู้ใหญ่ชาวอังกฤษที่รายงานว่ารู้สึกเหงาบ้างเป็นบางครั้งนั้นอยู่ที่เท่าไหร่?
what proportion of ... British adults: การถามสัดส่วนของกลุ่ม
what proportion of + กลุ่มคน ใช้ถามว่าส่วนใดของกลุ่มนั้นมีคุณสมบัติหรือตรงตามเงื่อนไขที่ระบุ ในประโยคนี้ British adults คือกลุ่มที่นำมาวัด และคำถามถามว่ามีกี่เปอร์เซ็นต์หรือมีสัดส่วนเท่าใดที่รายงานว่ารู้สึกเหงาอย่างน้อยในบางช่วงเวลา รูปแบบนี้ใช้ในแบบสำรวจ สถิติ รายงาน และข่าว เมื่อต้องการถามสัดส่วนของประชากร ไม่ได้ถามจำนวนผู้ใหญ่เป็นรายคนโดยตรง
แบบฝึกหัด
เลือกคำถามภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติและถามว่าสัดส่วนของผู้ใหญ่ที่ทำงานจากบ้านมีเท่าใด
- What proportion adults work from home?
- How proportion of adults work from home?
- What proportion of adults work from home?
ดูคำตอบ
What proportion of adults work from home?
at least some of the time: การกำหนดความถี่ขั้นต่ำ
at least some of the time หมายความว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นในช่วงเวลาบางส่วนหรือบ่อยกว่านั้น วลีนี้กำหนดขอบเขตขั้นต่ำ ดังนั้นการเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวก็ถือว่าเข้าเงื่อนไข และการเกิดขึ้นบ่อยกว่านั้นก็ถือว่าเข้าเงื่อนไขเช่นกัน ในประโยคนี้ แบบสำรวจอาจรวมคนที่รายงานว่ารู้สึกเหงาเป็นบางครั้ง บ่อยครั้ง หรือแทบตลอดเวลา วลีนี้ไม่ได้บอกว่าพวกเขารู้สึกเหงาตลอดเวลา
แบบฝึกหัด
ในประโยค I feel tired at least some of the time วลี at least some of the time หมายความว่าอย่างไร
- เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวหรือบ่อยกว่านั้น แต่ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นตลอดเวลา
- เกิดขึ้นทุกขณะ
- เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวและจะไม่เกิดขึ้นอีก
ดูคำตอบ
เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวหรือบ่อยกว่านั้น แต่ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นตลอดเวลา
I would guess: ให้ค่าประมาณอย่างระมัดระวัง
I would guess ใช้เกริ่นค่าประมาณที่ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าแน่นอน ในที่นี้ would ช่วยลดความหนักแน่นของคำพูด ผู้พูดเสนอ 39% เป็นคำตอบเบื้องต้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่รู้อยู่แล้ว ใช้โครงสร้าง I would guess + อนุประโยค เมื่อต้องการบอกค่าประมาณที่คิดว่าเป็นไปได้มากที่สุด พร้อมเปิดโอกาสว่าตนอาจเดาผิดได้ would ในความหมายนี้ไม่ได้กล่าวถึงอดีต
แบบฝึกหัด
คุณไม่มีข้อมูลที่แน่นอนและต้องการประมาณอย่างระมัดระวัง คำตอบใดเป็นธรรมชาติที่สุด
- I have confirmed that it will take exactly an hour.
- I would guess it will take about an hour.
- It will definitely take exactly an hour.
ดูคำตอบ
I would guess it will take about an hour.
I'll reveal the answer: ประกาศคำตอบที่เก็บไว้
Reveal the answer หมายถึงการทำให้คนอื่นรู้คำตอบที่เคยถูกซ่อน ยังไม่มีใครรู้ หรือถูกเก็บไว้โดยตั้งใจ reveal รับ the answer เป็นกรรมตรง ใน I'll reveal the answer คำว่า I'll ใช้บอกล่วงหน้าว่าผู้พูดวางแผนจะทำอะไรในภายหลัง ในแบบทดสอบ รายการ หรือการนำเสนอ สำนวนนี้ช่วยสร้างความคาดหวังด้วยการบอกว่ากำลังจะเฉลย แต่ยังไม่ให้คำตอบทันที
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าพิธีกรจะเฉลยคำตอบที่เก็บไว้หลังช่วงพัก
- The host will reveal about the answer after the break.
- The host will reveal us the answer after the break.
- The host will reveal the answer after the break.
ดูคำตอบ
The host will reveal the answer after the break.
Feeling lonely is not necessarily the same as being alone. วลี
1:41การรู้สึกเหงาไม่ได้หมายความว่าต้องอยู่คนเดียวเสมอไป
not necessarily the same as: จำกัดข้อสรุปในการเปรียบเทียบ
โครงสร้าง A is not necessarily the same as B หมายความว่าไม่ควรถือว่า A และ B เหมือนกันโดยอัตโนมัติ ในประโยคนี้ ความรู้สึกเหงากับการอยู่คนเดียวอาจเกิดพร้อมกันได้ แต่สิ่งหนึ่งไม่ได้หมายถึงอีกสิ่งหนึ่งเสมอไป necessarily จำกัดขอบเขตของการปฏิเสธ ผู้พูดปฏิเสธว่า兩สิ่งนี้ “เหมือนกันเสมอ” ไม่ได้ปฏิเสธความคล้ายกันทุกกรณี โครงสร้างนี้จึงช่วยแยกสองแนวคิดอย่างระมัดระวัง โดยไม่บอกว่า A และ B ไม่เคยคล้ายกันเลย
แบบฝึกหัด
“Working from home is not necessarily the same as having a day off” หมายความว่าอย่างไร?
- การทำงานจากบ้านกับการมีวันหยุดไม่ใช่สิ่งเดียวกันโดยอัตโนมัติ แม้ว่าในบางสถานการณ์อาจมีส่วนที่ทับซ้อนกัน
- การทำงานจากบ้านกับการมีวันหยุดไม่มีทางมีอะไรเหมือนกันเลย
- การทำงานจากบ้านกับการมีวันหยุดเหมือนกันทุกประการเสมอ
ดูคำตอบ
การทำงานจากบ้านกับการมีวันหยุดไม่ใช่สิ่งเดียวกันโดยอัตโนมัติ แม้ว่าในบางสถานการณ์อาจมีส่วนที่ทับซ้อนกัน
Some people can happily spend lots of time on their own, วลี
1:46บางคนสามารถใช้เวลาส่วนตัวตามลำพังได้อย่างมีความสุข
on their own: อยู่คนเดียวหรือทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง
ในประโยคนี้ on their own หมายถึง “อยู่คนเดียวโดยไม่มีใครอยู่ด้วย” คำใบ้คือ spend lots of time ดังนั้นจึงพูดถึงการใช้เวลาอยู่ตามลำพัง ไม่ใช่การทำงานให้เสร็จโดยไม่มีคนช่วย คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามบุคคล เช่น on my own, on your own, on her own, on our own และ on their own ในบริบทที่พูดถึงการกระทำ โครงสร้างเดียวกันนี้อาจหมายถึง “โดยไม่มีคนช่วย” ได้ด้วย เช่น She fixed it on her own.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป on ... own ที่ถูกต้อง: Maya finished the project ____, without any help.
ดูคำตอบ
on her own
while ... but still: ความขัดแย้งสองชั้น
ในที่นี้ while ใช้เปรียบเทียบคนสองกลุ่ม คือกลุ่มที่กล่าวถึงก่อนหน้า กับคนอื่น ๆ ที่อาจอยู่ท่ามกลางผู้คน จากนั้น but still สร้างความขัดแย้งชั้นที่สองภายในสถานการณ์ของกลุ่มหลัง การอยู่ท่ามกลางผู้คนน่าจะทำให้ไม่เหงา แต่ความรู้สึกตัดขาดยังคงอยู่ คำสองส่วนนี้ทำงานคนละระดับ while สร้างการเปรียบเทียบในภาพใหญ่ ส่วน but still ชี้ผลที่ผิดจากความคาดหมายภายในฝั่งที่สอง โครงสร้างนี้ช่วยให้เห็นทั้งความขัดแย้งชั้นนอกและชั้นใน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดมีทั้งการเปรียบเทียบคนสองกลุ่มและผลที่ผิดจากความคาดหมายภายในกลุ่มที่สอง
- Some students prefer to study alone, while others enjoy studying with friends.
- Some students join every study group but still feel left out.
- Some students prefer to study alone, while others join every study group but still feel left out.
ดูคำตอบ
Some students prefer to study alone, while others join every study group but still feel left out.
So, what do we mean when we say we feel lonely? ลำดับความ
1:53ดังนั้น เวลาเราบอกว่าเรารู้สึกเหงา มันหมายความว่าอะไรกันแน่?
ใช้ what do we mean when we say ...? เพื่อเกริ่นเข้าสู่คำนิยาม
What do we mean when we say ...? ใช้ถามความหมายที่ต้องการสื่อของสำนวนหรือแนวคิด ในประโยคนี้ ผู้พูดถามว่าการรู้สึกเหงาหมายถึงอะไรจริง ๆ ไม่ได้ถามว่าใครเป็นคนพูดหรือพูดเมื่อใด คำถามนี้ยังช่วยจัดลำดับคำอธิบาย โดยหยุดการสนทนาชั่วคราว ระบุแนวคิดที่ต้องทำให้ชัดเจน และส่งสัญญาณว่าจะมีคำนิยาม คำอธิบาย หรือตัวอย่างตามมา we หมายถึงผู้คนทั่วไปที่ใช้สำนวนนี้ ไม่ได้หมายถึงเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่อยู่ตรงนั้น
แบบฝึกหัด
เติมกรอบคำถามเป้าหมายเพื่อเกริ่นเข้าสู่คำนิยามของ fairness: ____ "fairness"?
ดูคำตอบ
What do we mean when we say
It's a feeling when you crave people's company and you find it hard to connect, โน้ต
2:06มันเป็นความรู้สึกเมื่อคุณโหยหาเพื่อนคุยแต่พบว่ามันยากที่จะเชื่อมต่อกับผู้คน
It's a feeling when ...: อธิบายความรู้สึกผ่านสถานการณ์
ในโครงสร้าง It's a feeling when + อนุประโยค ส่วน It's a feeling จัดแนวคิดที่กำลังอธิบายว่าเป็นอารมณ์หรือสภาวะภายใน จากนั้นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when จะแสดงลักษณะของสถานการณ์ที่ความรู้สึกนั้นเกิดขึ้น when ในที่นี้ไม่ได้ชี้เวลาอย่างเจาะจง แต่ใช้เกริ่นถึงประสบการณ์ที่มักเกิดขึ้น เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจความรู้สึกนั้นจากเงื่อนไขหรือสัญญาณของมัน
แบบฝึกหัด
อนุประโยคที่ใช้ when ใน 'It's a feeling when ...' มีหน้าที่หลักอะไร
- บอกเวลาที่แน่นอนบนนาฬิกา
- ระบุว่าใครเป็นเจ้าของความรู้สึกนั้น
- อธิบายสถานการณ์ทั่วไปที่ความรู้สึกนั้นเกิดขึ้น
ดูคำตอบ
อธิบายสถานการณ์ทั่วไปที่ความรู้สึกนั้นเกิดขึ้น
crave people's company: โหยหาการมีคนอยู่เป็นเพื่อนอย่างมาก
crave people's company หมายถึงรู้สึกอยากอยู่กับคนอื่นอย่างมาก crave มีความเข้มข้นกว่า want และสื่อถึงความต้องการที่ยากจะมองข้าม company ในที่นี้หมายถึงการมีคนอยู่เป็นเพื่อนหรือการได้อยู่ท่ามกลางผู้คน ไม่ได้หมายถึงบริษัท people's company จึงหมายถึงประสบการณ์ของการใช้เวลาอยู่กับผู้คน
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบาย 'crave people's company' ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด
- หมายถึงหลีกเลี่ยงการติดต่อกับทุกคน
- หมายถึงค้นหาบริษัทที่คนอื่นเป็นเจ้าของ
- หมายถึงอยากอยู่กับคนอื่นอย่างมาก
ดูคำตอบ
หมายถึงอยากอยู่กับคนอื่นอย่างมาก
find it hard to connect: รู้สึกว่าสร้างความสัมพันธ์ได้ยาก
Find it hard to do something หมายถึงรู้สึกว่าการทำสิ่งนั้นยาก ในโครงสร้าง find + it + adjective + to-infinitive คำว่า it เป็นกรรมแทนชั่วคราว ส่วน to-infinitive ระบุการกระทำที่ถูกมองว่ายาก ในที่นี้ connect หมายถึงการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมหรือทางอารมณ์กับผู้อื่น ไม่ใช่การเชื่อมต่ออุปกรณ์ บุคคลนั้นต้องการมีคนอยู่ด้วย แต่รู้สึกว่าสร้างความสัมพันธ์ดังกล่าวได้ยาก
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเป้าหมายเติมประโยคให้สมบูรณ์: At a new school, some teenagers ____ with their classmates.
ดูคำตอบ
find it hard to connect
or maybe you just feel left out with no one to turn to. โน้ต
2:10หรือบางทีคุณอาจแค่รู้สึกถูกทิ้งให้อยู่โดดเดี่ยวโดยไม่มีใครให้พึ่งพา
feel left out: รู้สึกว่าถูกกันออกจากกลุ่ม
Feel left out หมายถึงรู้สึกว่าตนถูกกันออก ถูกมองข้าม หรือไม่ได้รวมอยู่ในสิ่งที่คนอื่นทำร่วมกัน Left out เป็นรูป past participle ของ leave someone out และวางหลัง feel เพื่อบอกสภาพความรู้สึกของคน วลีนี้บอกความรู้สึกส่วนบุคคล คนคนหนึ่งอาจ feel left out แม้ผู้อื่นไม่ได้ตั้งใจกีดกัน ดังนั้นวลีนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าคนอื่นตั้งใจปฏิเสธเขา
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ feel left out เติมประโยคให้สมบูรณ์: When everyone else received an invitation, Maya ____.
ดูคำตอบ
felt left out
no one to turn to: ไม่มีใครให้ขอความช่วยเหลือ
turn to someone หมายถึงขอความช่วยเหลือ คำแนะนำ หรือกำลังใจจากคนนั้น ในประโยคนี้ no one to turn to หมายถึงไม่มีใครที่พร้อมให้การช่วยเหลือแบบนั้น จึงเพิ่มความรู้สึกโดดเดี่ยว วลี infinitive to turn to ขยาย no one โดยบอกว่าคนประเภทใดที่ไม่มีอยู่ คำว่า to ท้ายวลีเป็นส่วนหนึ่งของสำนวน turn to someone จึงตัดออกไม่ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ turn to ในความหมายว่าขอความช่วยเหลือหรือคำแนะนำจากใครบางคน?
- When I hear my name, I turn toward the speaker.
- After the introduction, I turn to the next topic.
- When I need advice, I turn to my older sister.
ดูคำตอบ
When I need advice, I turn to my older sister.
Now, feeling lonely isn't just uncomfortable. ลำดับความ
2:14การรู้สึกเหงาไม่ใช่แค่ความรู้สึกไม่สบายใจเท่านั้น
isn't just uncomfortable: ส่งสัญญาณถึงผลกระทบที่ร้ายแรงกว่า
isn't just uncomfortable ยอมรับว่าความเหงาทำให้ไม่สบายใจ แต่บอกว่านั่นไม่ใช่ประเด็นทั้งหมด คำว่า just จำกัดขอบเขตของคำอธิบาย ส่วน not ปฏิเสธข้อจำกัดนั้น ไม่ได้หมายความว่าความเหงาทำให้รู้สึกสบาย ในฐานะวิธีจัดลำดับข้อมูล not just X เตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับประเด็นเพิ่มเติมที่มักสำคัญหรือร้ายแรงกว่า ประเด็นนั้นอาจตามหลัง but also อยู่หลังเครื่องหมายอัฒภาค หรืออยู่ในประโยคถัดไป
แบบฝึกหัด
"The delay isn't just inconvenient." ส่งสัญญาณอะไรในการให้เหตุผล?
- ประโยคนี้ยอมรับว่าความล่าช้าทำให้ไม่สะดวก และเตรียมกล่าวถึงผลกระทบอื่นที่ร้ายแรงกว่า
- ประโยคนี้บอกว่าความไม่สะดวกเป็นผลกระทบเพียงอย่างเดียวที่ควรพูดถึง
- ประโยคนี้บอกว่าความล่าช้าไม่ได้ทำให้ไม่สะดวกเลย
ดูคำตอบ
ประโยคนี้ยอมรับว่าความล่าช้าทำให้ไม่สะดวก และเตรียมกล่าวถึงผลกระทบอื่นที่ร้ายแรงกว่า
When it's experienced over ...:ใช้ over time เพื่อบอกสภาวะที่ดำเนินต่อเนื่อง
คำที่เน้นเป็นจุดเริ่มต้นของอนุประโยค when ในรูปถูกกระทำ When it's experienced over time ในที่นี้ it's ย่อมาจาก it is และหมายถึงความรู้สึกหรือสภาวะที่กล่าวถึงก่อนหน้า ส่วน experienced นำเสนอสภาวะนั้นว่าเป็นสิ่งที่คนคนหนึ่งประสบ โดยไม่ระบุว่าใครเป็นผู้ประสบ วลีนี้ต้องมีคำว่า time ที่ตามมาเพื่อให้สมบูรณ์ experienced over time หมายถึงการประสบสิ่งใดสิ่งหนึ่งต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาหนึ่ง โดยผลกระทบอาจค่อย ๆ สะสมหรือเห็นได้ชัดขึ้น ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์สั้น ๆ ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ over time ได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าผลกระทบค่อย ๆ เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาหนึ่ง
- When a change is experienced over time, its effects may become clearer.
- When a change is experienced over time, it means the change happened only once.
- When a change is experienced over time, it means the change ended immediately.
ดูคำตอบ
When a change is experienced over time, its effects may become clearer.
it's been associated with health issues like a higher risk of having depression, วลี
2:18พบว่ามันเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพ เช่น ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าสูงขึ้น
it's been associated with:รายงานความเชื่อมโยงจากงานวิจัยอย่างระมัดระวัง
ในที่นี้ it's เป็นรูปย่อของ it has ไม่ใช่ it is เพราะมี been และกริยาช่องสาม associated ตามหลัง รูปประโยค passive present perfect แบบเต็มนี้ใช้รายงานความเชื่อมโยงที่มีการสังเกตพบมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนประธาน it หมายถึงสิ่งที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ Associated with หมายถึงมีความเชื่อมโยงกันตามข้อมูลหรือการสังเกต วลีนี้ไม่ได้บอกด้วยตัวเองว่าสิ่งแรกเป็นสาเหตุของสิ่งที่สอง จึงทำให้การกล่าวอ้างมีความระมัดระวัง
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: 'Long-term screen use has been associated with shorter sleep.' ประโยคนี้พิสูจน์ว่าการใช้หน้าจอทำให้เวลานอนของทุกคนสั้นลงโดยตรง
- ถูกต้อง
- ไม่ถูกต้อง
ดูคำตอบ
ไม่ถูกต้อง
a higher risk of having + ปัญหาสุขภาพ
ในประโยคนี้ a higher risk of having depression หมายถึงโอกาสที่จะได้รับผลกระทบจากโรคซึมเศร้ามีมากขึ้น higher เป็นรูปเปรียบเทียบ จึงหมายความว่าโอกาสนั้นสูงกว่าเกณฑ์ที่ระบุไว้หรือเข้าใจได้จากบริบท แต่ไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงโดยรวมจะต้องสูงเสมอไป โครงสร้างคือ a higher risk of + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ having เป็นรูป -ing ที่ตามหลัง of และ having depression หมายถึงการเป็นหรือได้รับผลกระทบจากโรค ไม่ใช่การมีสิ่งของตามความหมายตรงตัว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง a higher risk of having ได้ถูกต้อง
- People under long-term stress may face a higher risk of having sleep problems.
- People under long-term stress may face a higher risk to have sleep problems.
- People under long-term stress may face a higher risk of have sleep problems.
ดูคำตอบ
People under long-term stress may face a higher risk of having sleep problems.
unhappy because we're not included in what others are doing.
2:33ไม่มีความสุขเพราะเราไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในสิ่งที่คนอื่นกำลังทำ
No one we can go to and ask for support and help.
2:39ไม่มีใครที่เราสามารถไปหาและขอการสนับสนุนรวมถึงความช่วยเหลือได้เลย
Someone who suffered all these feelings was Bep de Bruin. วลี
2:42คนหนึ่งที่เผชิญกับความรู้สึกเหล่านี้ทั้งหมดคือ เบป เดอ บรูอิน
suffered all these feelings: เผชิญความรู้สึกอย่างทุกข์ใจ
ในประโยคนี้ suffered all these feelings หมายถึงการเผชิญความรู้สึกทั้งหมดที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ในแบบที่เจ็บปวดหรือทุกข์ใจ suffer เพิ่มความหมายของความทุกข์ทางอารมณ์ จึงหนักแน่นกว่าการบอกเพียงว่าบุคคลนั้นมีหรือสังเกตเห็นความรู้สึกเหล่านั้น ในที่นี้ suffer เป็นกริยาที่มีกรรมตรง และ all these feelings เป็นกรรมตรงของกริยา การใช้นี้เข้าใจได้แต่ค่อนข้างเป็นภาษาเชิงวรรณกรรมหรือเน้นอารมณ์ ในภาษาอังกฤษประจำวัน หากต้องการบอกอย่างเป็นกลางว่าได้พบกับความรู้สึกเหล่านี้ experience these feelings มักเป็นตัวเลือกที่เป็นธรรมชาติกว่า
แบบฝึกหัด
ความหมายที่เหมาะสมที่สุดของ suffered all these feelings ในประโยคคือข้อใด
- บุคคลนั้นเผชิญความรู้สึกทั้งหมดที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้อย่างเจ็บปวด
- บุคคลนั้นแกล้งทำเป็นว่าไม่มีความรู้สึกใดเลย
- บุคคลนั้นศึกษาความรู้สึกของคนอื่นโดยไม่ได้รู้สึกเช่นเดียวกัน
ดูคำตอบ
บุคคลนั้นเผชิญความรู้สึกทั้งหมดที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้อย่างเจ็บปวด
aged 74: วลีบอกอายุแบบกระชับในรายงานทางการ
ใน Bep, aged 74, วลี aged 74 เป็นวลีเสริมแบบย่อที่หมายความว่าเบ็ปมีอายุ 74 ปีในขณะนั้น วลีนี้วางหลังชื่อและคั่นออกจากส่วนอื่นของประโยคด้วยเครื่องหมายจุลภาค โครงสร้าง aged + ตัวเลขนำเสนออายุเป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่ใจความหลักของประโยค จึงพบได้บ่อยในประวัติบุคคลแบบกระชับและรายงานข่าว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคข่าวแบบเป็นทางการด้วยวลีบอกอายุแบบกระชับ: The witness, ____, spoke to reporters.
ดูคำตอบ
aged 74
was found dead at her home in Rotterdam in the Netherlands. วลี
2:50ถูกพบเสียชีวิตที่บ้านของเธอในเมืองร็อตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์
was found dead: สภาพในขณะที่ถูกพบ
ใน was found dead คำว่า dead บอกสภาพของบุคคลในขณะที่มีคนพบเธอ สำนวนนี้มาจากโครงสร้างประธานกระทำ find someone dead เมื่อเปลี่ยนเป็นรูปถูกกระทำ บุคคลที่ถูกพบจะเป็นประธาน และไม่จำเป็นต้องระบุว่าใครเป็นผู้พบ สำนวนนี้เน้นเหตุการณ์การพบและผลที่พบ ไม่ได้เน้นผู้ที่พบ สำนวนนี้ไม่บอกสาเหตุการเสียชีวิตและไม่ยืนยันว่าบุคคลนั้นเสียชีวิตเมื่อใดอย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
was found dead ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?
- เธอเสียชีวิตแล้วตอนที่มีคนพบเธอ
- เธอยังมีชีวิตอยู่แต่ใกล้เสียชีวิตตอนที่มีคนพบเธอ
- เธอเสียชีวิตหลังจากมีคนพบเธอแล้วเท่านั้น
ดูคำตอบ
เธอเสียชีวิตแล้วตอนที่มีคนพบเธอ
but it shocked the whole country because it turned out she'd been dead for 10 years. โน้ต
2:55แต่มันทำให้ทั้งประเทศตกใจเพราะปรากฏว่าเธอเสียชีวิตมา 10 ปีแล้ว
turned out: เปิดเผยข้อเท็จจริงที่ค้นพบในภายหลัง
ในที่นี้ turned out หมายถึง ต่อมามีการค้นพบหรือพิสูจน์ว่าเรื่องนั้นเป็นความจริง ใช้เกริ่นข้อมูลที่ไม่เคยทราบมาก่อนและมักเป็นผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจ โครงสร้างคือ it turned out (that) + อนุประโยค ในคำบรรยายมีการละ that ดังนั้น she'd been dead for 10 years จึงเป็นข้อเท็จจริงที่เปิดเผยในภายหลัง อย่าแปล turn out ตรงตัวว่าเป็นการหมุนตัว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ turn out: After we checked the records, it ____ that the date was wrong.
ดูคำตอบ
turned out
she'd been dead for 10 years: สถานะที่ต่อเนื่องก่อนจุดหนึ่งในอดีต
ใน she'd been นั้น 'd เป็นรูปย่อของ had เพราะตามด้วยกริยาช่องที่สาม been ส่วน Had been dead เป็น past perfect ซึ่งวางสถานะการเสียชีวิตไว้ก่อนจุดเวลาในอดีตที่มีการค้นพบข้อเท็จจริงในภายหลัง For 10 years บอกระยะเวลาที่สถานะนั้นดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงจุดอ้างอิงในอดีต Dead เป็นคำคุณศัพท์ที่บรรยายสถานะ ไม่ใช่การกระทำที่ดำเนินอยู่สิบปี
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกโดยตรงว่าพิพิธภัณฑ์ปิดอยู่อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาสองปีก่อนเปิดอีกครั้ง
- The museum was closed two years after it reopened.
- By the time the museum reopened, it had closed two years earlier.
- By the time the museum reopened, it had been closed for two years.
ดูคำตอบ
By the time the museum reopened, it had been closed for two years.
Bep had lost contact with her only child and kept to herself in her apartment. โน้ต
3:01เบปขาดการติดต่อกับลูกคนเดียวของเธอและเก็บตัวอยู่แต่ในอพาร์ตเมนต์
had lost contact with: การติดต่อได้สิ้นสุดลงก่อนหน้านั้นแล้ว
lose contact with someone หมายถึงเลิกติดต่อหรือไม่ได้พบกับคนนั้นอีก อาจเกิดขึ้นทีละน้อยหรือเพราะสถานการณ์ทำให้ต้องแยกจากกัน โดยตัวสำนวนเองไม่ได้หมายความว่าทั้งสองคนทะเลาะกัน ในที่นี้ had lost เป็น past perfect ซึ่งวางเหตุการณ์ขาดการติดต่อไว้ก่อนสถานการณ์ในอดีตที่กำลังบรรยาย รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ had lost contact with + บุคคล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบที่เน้นไว้ เพื่อแสดงว่าการติดต่อขาดหายก่อนที่ Nina จะกลับมา: By the time Nina returned home, she ____ her childhood friend.
ดูคำตอบ
had lost contact with
kept to herself: เก็บตัวและอยู่ห่างจากผู้อื่น
keep to oneself หมายถึงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่คนเดียวและหลีกเลี่ยงการเข้าสังคมมากนัก ในประโยคนี้ kept to herself บรรยายว่าเบ็ปเป็นคนเก็บตัวและแยกตัวจากสังคม โดย keep ไม่ได้ใช้ในความหมายตรงตัวว่าเก็บหรือรักษาสิ่งของ สรรพนามสะท้อนกลับเปลี่ยนไปตามประธาน: I keep to myself, he keeps to himself และ they keep to themselves
แบบฝึกหัด
kept to herself ในประโยคใหม่นี้หมายถึงอะไร? After moving to a new city, Lena kept to herself for several weeks.
- เธอบอกความลับส่วนตัวแก่เพื่อนบ้าน
- เธอเก็บข้าวของทั้งหมดไว้อย่างปลอดภัย
- เธออยู่คนเดียวเป็นส่วนใหญ่และไม่ค่อยเข้าสังคม
ดูคำตอบ
เธออยู่คนเดียวเป็นส่วนใหญ่และไม่ค่อยเข้าสังคม
sometime in 2003: จุดเวลาหนึ่งที่ไม่ได้ระบุชัด
ในประโยคนี้ sometime in 2003 หมายถึง ณ จุดเวลาหนึ่งที่ไม่ได้ระบุชัดในปี 2003 การเสียชีวิตเกิดขึ้นภายในปีนั้น แต่ไม่ทราบวันที่แน่นอนหรือวันที่นั้นไม่สำคัญ ในที่นี้ sometime เป็นคำวิเศษณ์หนึ่งคำที่ขยาย died โดยชี้ถึงเหตุการณ์หนึ่งครั้ง ณ จุดหนึ่งของเวลา ไม่ได้บอกระยะเวลาหรือความถี่ที่สิ่งหนึ่งเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำวิเศษณ์หนึ่งคำที่หมายถึง ณ เวลาใดเวลาหนึ่งที่ไม่ได้ระบุชัด: The museum opened ____ in 1998, but the exact date is unknown.
ดูคำตอบ
sometime
Bep's tragic story inspired a national campaign to combat loneliness, การใช้คำ
3:11เรื่องราวที่น่าเศร้าของเบปได้เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดแคมเปญระดับชาติเพื่อต่อสู้กับความเหงา
to combat loneliness: การบอกจุดประสงค์ของการรณรงค์
ใน to combat loneliness รูป infinitive ที่มี to บอกจุดประสงค์ของการรณรงค์ระดับชาติ นั่นคือการลงมืออย่างจริงจังเพื่อลดหรือเอาชนะความเหงา combat เป็นคำกริยาสกรรมที่มีน้ำเสียงหนักแน่นและเป็นทางการ โดยมอง loneliness ว่าเป็นปัญหาสังคมร้ายแรงที่ต้องใช้การดำเนินการอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงการบรรยายความรู้สึก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกจุดประสงค์ของโครงการชุมชนแบบเป็นทางการได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The programme was created to combat loneliness among older adults.
- The programme was created to combat with loneliness among older adults.
- The programme was created for combat loneliness among older adults.
ดูคำตอบ
The programme was created to combat loneliness among older adults.
Oma แปลว่า “คุณย่าหรือคุณยาย” ในภาษาดัตช์
ในประโยคนี้ Oma อธิบายว่าเป็นคำภาษาดัตช์ที่แปลว่า “คุณย่าหรือคุณยาย” คำอธิบายสั้น ๆ นี้ทำให้ชื่อ Oma เชื่อมโยงกับคุณย่าคุณยาย ผู้สูงอายุ และความสัมพันธ์ระหว่างคนต่างรุ่น
แบบฝึกหัด
ตามประโยคนี้ Oma หมายถึงอะไรในภาษาดัตช์?
- โครงการชุมชน
- คุณย่าหรือคุณยาย
- คนหนุ่มสาว
ดูคำตอบ
คุณย่าหรือคุณยาย
And the project encourages young people to spend time with their grandparents' generation. การใช้คำ
3:30และโปรเจกต์นี้ก็สนับสนุนให้คนหนุ่มสาวใช้เวลากับคนรุ่นปู่ย่าตายาย
grandparents' generation: กลุ่มอายุที่กว้างกว่าของรุ่นปู่ย่าตายาย
grandparents' generation หมายถึงกลุ่มอายุหรือคนรุ่นที่ปู่ย่าตายายของบุคคลหนึ่งสังกัดอยู่ ครอบคลุมผู้สูงอายุคนอื่น ๆ ที่มีอายุใกล้เคียงกัน ไม่ได้หมายถึงแค่ปู่ย่าตายายของคนนั้นเอง ในที่นี้ generation หมายถึงกลุ่มคนที่เกิดและเติบโตในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน grandparents' เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของของคำนามพหูพจน์ โดยเครื่องหมายอะพอสทรอฟีหลัง s เชื่อมความหมายของคนรุ่นนั้นกับปู่ย่าตายาย
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ their grandparents' generation ครอบคลุมใครบ้าง?
- เฉพาะปู่ย่าตายายของคนหนุ่มสาวเหล่านั้น
- ผู้คนที่อยู่ในกลุ่มอายุใกล้เคียงกับปู่ย่าตายายของพวกเขา
- สิ่งของที่ปู่ย่าตายายผลิตขึ้น
ดูคำตอบ
ผู้คนที่อยู่ในกลุ่มอายุใกล้เคียงกับปู่ย่าตายายของพวกเขา
got started: บอกว่าโครงการเริ่มต้นอย่างไร
ใน how the project got started คำว่า got started เป็นรูปอดีตของ get started เมื่อ the project เป็นประธาน วลีนี้จึงหมายถึงโครงการเริ่มต้นหรือค่อย ๆ เป็นรูปเป็นร่าง ส่วน how ชี้ไปที่เหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่นำไปสู่จุดเริ่มต้นนั้น สำนวนนี้เน้นเรื่องราวความเป็นมามากกว่าการระบุผู้ก่อตั้งคนใดคนหนึ่งหรือช่วงเวลาที่ก่อตั้งอย่างเป็นทางการ เป็นวิธีที่เป็นธรรมชาติในการเกริ่นว่าโครงการ ชมรม หรือกิจกรรมเริ่มเป็นรูปเป็นร่างได้อย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมเรื่องเล่าที่มาแบบไม่เป็นทางการนี้ด้วยวลีอดีตสองคำที่หมายถึง “เริ่มต้นหรือก่อร่างขึ้น”:No one knows exactly how the book club ____.
ดูคำตอบ
got started
Well, it's run by two young guys called Max Kranendijk and Martijn Canters. โน้ต
3:43คือว่า มันถูกบริหารงานโดยชายหนุ่มสองคนชื่อ แม็กซ์ คราเนนไดค์ และ มาร์ติน แคนเทอร์ส
it's run by: บอกว่าใครเป็นผู้ดูแล
it's run by ย่อมาจาก it is run by เป็นโครงสร้างประโยคถูกกระทำ โดย it หมายถึงโครงการ run เป็นกริยาช่องที่ 3 ของ run และ by นำหน้าคนที่ดำเนินงานหรือบริหารโครงการนั้น run ในที่นี้หมายถึง “ดำเนินงาน บริหาร หรือจัดการ” ไม่ใช่ “วิ่ง” โครงสร้าง be run by + บุคคลหรือองค์กร กล่าวถึงโครงการก่อน แล้วจึงระบุผู้ดำเนินงาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ run ที่หมายถึง “บริหารโดย”:The community center ____ local volunteers.
ดูคำตอบ
is run by
young guys: คำไม่เป็นทางการที่หมายถึงชายหนุ่ม
ในประโยคนี้ young guys หมายถึง “ชายหนุ่ม” ชื่อสองชื่อที่ตามมาแสดงว่า guys ในที่นี้หมายถึงผู้ชายสองคนโดยเฉพาะ Guys ทำให้คำบรรยายฟังสบายและเป็นภาษาสนทนา เป็นการเรียกคนแบบไม่เป็นทางการแทนการบอกบทบาท เช่น ผู้ก่อตั้งหรือผู้จัดงาน
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: ในรายงานประจำปีที่เป็นทางการ วิธีที่ดีที่สุดในการแนะนำผู้รับผิดชอบโครงการสองคนคือเรียกว่า two young guys
- ไม่เหมาะสม
- เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
And now, they were concerned their grandparents' generation were becoming isolated and lonely. ไวยากรณ์
3:48และตอนนั้น พวกเขากังวลว่าคนรุ่นปู่ย่าตายายของตนกำลังถูกแยกตัวและรู้สึกเหงา
concerned (that) ... were becoming: กังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น
be concerned (that) + อนุประโยค หมายถึงกังวลว่าบางสิ่งเป็นความจริงหรืออาจเกิดขึ้น ในที่นี้ละ that ไว้ ดังนั้น their grandparents' generation were becoming ... จึงเป็นอนุประโยคที่บอกเนื้อหาของความกังวล were becoming แสดงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่ คนรุ่นนั้นกำลังค่อย ๆ แยกตัวจากสังคมและเหงามากขึ้น ไม่ได้เพียงอยู่ในสภาพเดิมที่คงที่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ be concerned แล้วตามด้วยอนุประโยคโดยตรงโดยไม่ใช้ that: We ____ the river was becoming unsafe.
ดูคำตอบ
were concerned
And meanwhile, they had lots of student friends who had free time. โน้ต
3:53และในขณะเดียวกัน พวกเขาก็มีเพื่อนนักศึกษามากมายที่มีเวลาว่าง
meanwhile: เปลี่ยนไปยังแนวข้อมูลที่ดำเนินคู่ขนานกัน
Meanwhile เป็นคำวิเศษณ์เชื่อมความที่พาความสนใจของผู้ฟังจากแนวข้อมูลหนึ่งไปสู่อีกแนวข้อมูลหนึ่งซึ่งเป็นจริงในช่วงเวลาเดียวกัน ในที่นี้ คำนี้นำเสนอข้อเท็จจริงที่ว่าเพื่อนซึ่งเป็นนักเรียนมีเวลาว่าง ควบคู่ไปกับปัญหาที่กล่าวไว้ก่อนหน้าว่าผู้สูงอายุเริ่มรู้สึกโดดเดี่ยว การจัดข้อมูลเช่นนี้ทำให้เงื่อนไขสองอย่างวางขนานกัน ผู้ฟังจึงเห็นว่าเงื่อนไขเหล่านี้อาจเชื่อมเข้าหากันได้อย่างไร เมื่ออยู่ต้นประโยค meanwhile มักตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค ส่วน And meanwhile ช่วยคงความต่อเนื่องของการเล่าเรื่องแบบภาษาพูด
แบบฝึกหัด
ข้อความคู่ใดใช้ meanwhile เชื่อมข้อเท็จจริงสองอย่างที่มีอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน
- Older residents needed company. However, many students had spare time.
- Older residents needed company. Therefore, many students had spare time.
- Older residents needed company. Meanwhile, many students had spare time.
ดูคำตอบ
Older residents needed company. Meanwhile, many students had spare time.
free time: เวลาที่ไม่ได้ถูกใช้ไปกับงานหรือการเรียน
Free time คือเวลาที่ไม่ได้ถูกใช้ไปกับงาน การเรียน หรือหน้าที่อื่นที่จำเป็น จึงสามารถเลือกเองได้ว่าจะใช้เวลานั้นอย่างไร ในวลีนี้ free หมายถึง 'ว่าง' หรือ 'ไม่ได้ถูกใช้' ไม่ได้หมายถึง 'ไม่เสียเงิน'
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ free ในความหมายว่าเวลาไม่ได้ถูกใช้ไปกับสิ่งอื่น
- I read graphic novels in my free time.
- The museum offers free entry on Sundays.
- Please free the bird from the cage.
ดูคำตอบ
I read graphic novels in my free time.
why not try to bring these two generations together through making soup? โน้ต
3:57ทำไมไม่ลองนำคนทั้งสองรุ่นนี้มารวมตัวกันผ่านการทำซุปล่ะ?
ใช้ why not try to เพื่อเสนอแนะอย่างนุ่มนวล
โครงสร้าง Why not try to + คำกริยารูปพื้นฐาน? เป็นการเสนอแนะในรูปคำถาม ในประโยคนี้ผู้พูดไม่ได้ถามหาเหตุผลจริง ๆ แต่กำลังเสนอแนวคิดให้ลองเชื่อมคนสองรุ่นเข้าหากัน try to ทำให้การกระทำนั้นดูเป็นสิ่งที่น่าลอง จึงฟังบังคับน้อยกว่าคำสั่งโดยตรง
แบบฝึกหัด
เติมข้อเสนอแนะที่นุ่มนวลด้วยสำนวนเป้าหมาย: ____ hold the meeting outdoors?
ดูคำตอบ
Why not try to
through making soup: ใช้ through + -ing เพื่อบอกวิธีการ
through + -ing บอกวิธีการหรือกระบวนการที่ใช้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างหนึ่ง ในที่นี้การเชื่อมคนสองรุ่นเข้าหากันคือเป้าหมาย และ making soup คือวิธีที่เสนอให้ใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น เนื่องจาก through ในโครงสร้างนี้เป็นคำบุพบท คำกริยาที่ตามมาจึงต้องเป็นรูป -ing โดยใช้ through making ไม่ใช่ through make หรือ through to make
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ through + -ing ได้ถูกต้องเพื่อบอกวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์?
- The team built trust through working together.
- The team built trust through work together.
- The team built trust through to work together.
ดูคำตอบ
The team built trust through working together.
wanted to involve someone in something: ต้องการให้ใครบางคนมีส่วนร่วมในบางสิ่ง
ใน wanted to involve their student friends คำว่า wanted to แสดงความต้องการหรือความตั้งใจในอดีต ส่วน involve รับ their student friends เป็นกรรมตรง ทั้งวลีจึงหมายความว่าพวกเขาต้องการให้เพื่อนเหล่านั้นเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ใช่เพียงอยู่นอกกิจกรรม เมื่อต้องการระบุกิจกรรม ให้ใช้ involve someone in + คำนามหรือรูป -ing เช่น involve students in the project หรือ involve students in planning the event
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าผู้จัดต้องการให้วัยรุ่นในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการวางแผนงาน
- The organizers wanted to involve local teenagers on planning the event.
- The organizers wanted local teenagers involve in planning the event.
- The organizers wanted to involve local teenagers in planning the event.
ดูคำตอบ
The organizers wanted to involve local teenagers in planning the event.
do not have to work or study: ไม่จำเป็นต้องทำงานหรือเรียน
ใน do not have to work or study คำปฏิเสธไปลบความจำเป็นหรือข้อผูกมัด จึงหมายความว่าไม่จำเป็นต้องทำงานหรือเรียน แต่หากต้องการก็ยังเลือกทำได้ โครงสร้างนี้ใช้บอกช่วงเวลาที่ไม่มีงานหรือการเรียนที่จำเป็นต้องทำ ไม่ได้หมายถึงการห้ามหรือการทำไม่ได้
แบบฝึกหัด
โรงเรียนมีอาหารกลางวันให้ แต่นักเรียนสามารถนำอาหารมาเองได้ ประโยคใดตรงกับกฎนี้
- You don't have to bring lunch, but you can if you want.
- You mustn't bring lunch under any circumstances.
- You can't bring lunch into the building.
ดูคำตอบ
You don't have to bring lunch, but you can if you want.
found the perfect way to help ... by bringing: เป้าหมายและวิธีการ
ใน found the perfect way to help โครงสร้าง way to + คำกริยารูปพื้นฐานบอกเป้าหมาย กล่าวคือ วิธีนี้มีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือ found บอกว่าการค้นพบเกิดขึ้นในอดีต ส่วน perfect แสดงว่าวิธีนี้เหมาะกับสถานการณ์นี้เป็นพิเศษ ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าสมบูรณ์แบบในทุกสถานการณ์ จากนั้น by + -ing บอกการกระทำที่ใช้เพื่อไปถึงเป้าหมาย ในที่นี้ by bringing ตอบคำถามว่า “วิธีนี้ช่วยได้อย่างไร” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ find a way to + คำกริยา by + -ing โดยส่วน infinitive บอกเป้าหมาย และวลีที่ขึ้นต้นด้วย by บอกวิธีการ
แบบฝึกหัด
ใช้ save และ turn ในโครงสร้าง way to + คำกริยา และ by + -ing แล้วเติมประโยคให้สมบูรณ์: We found a simple way ____ energy ____ off unused lights.
ดูคำตอบ
to save · by turning
you help people or groups to become friendly or to do something together,
4:24คุณช่วยให้ผู้คนหรือกลุ่มต่างๆ เป็นมิตรต่อกันหรือทำอะไรร่วมกัน
especially ... like make soup: จำกัดจุดเน้นแล้วให้ตัวอย่าง
especially เลือกส่วนที่สำคัญที่สุดจากแนวคิดที่กว้างกว่า ซึ่งก็คือ something they wouldn't usually do คำนี้เน้นหมวดหมู่นั้นเป็นพิเศษ แทนที่จะเริ่มหัวข้อใหม่ จากนั้น like make soup ให้ตัวอย่างที่ชัดเจนของหมวดหมู่นั้น ข้อมูลจึงเดินจากกว้างไปหาเฉพาะเจาะจง ได้แก่ แนวคิดทั่วไป หมวดย่อยที่ถูกเน้น และตัวอย่าง ในที่นี้ like หมายถึง “ตัวอย่างเช่น” ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “ชอบ”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเน้นหมวดหมู่ที่แคบลงก่อน แล้วจึงให้ตัวอย่างที่ชัดเจน?
- Bring something useful because a fleece jacket is warm.
- Bring something useful, especially a warm layer, like a fleece jacket.
- Bring something useful, but leave your warm layers at home.
ดูคำตอบ
Bring something useful, especially a warm layer, like a fleece jacket.
has been a big success: ผลสำเร็จจนถึงตอนนี้
Has been เป็นรูป present perfect ของ be โดยเชื่อมช่วงเวลาก่อนหน้านี้เข้ากับปัจจุบัน ดังนั้น has been a big success จึงประเมินว่าสิ่งหนึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากมาจนถึงตอนนี้ ไม่ได้จำกัดความสำเร็จไว้เฉพาะช่วงอดีตที่จบไปแล้ว ใน a big success คำว่า success เป็นคำนามนับได้ หมายถึงสิ่งหรือความพยายามที่ให้ผลลัพธ์ดีมาก โครงสร้าง a project, product, or event has been a big success เป็นวิธีธรรมชาติในการสรุปผลสำเร็จที่ยังมีความสำคัญในปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าโครงการนี้ได้ผลลัพธ์ที่ดีมากมาจนถึงตอนนี้
- The project was a big success at last year's fair.
- The project will be a big success next year.
- The project has been a big success so far.
ดูคำตอบ
The project has been a big success so far.
and has spread to other cities across the Netherlands, วลี
4:35และได้แพร่ขยายไปยังเมืองอื่นๆ ทั่วเนเธอร์แลนด์
has spread to ... across ...: จุดหมายและพื้นที่ที่กว้างขึ้น
Has spread ใช้ present perfect โดยการขยายตัวเกิดขึ้นก่อนตอนนี้และผลของมันยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน spread to ใช้นำหน้าจุดหมายใหม่ที่ไปถึง ซึ่งในที่นี้คือ other cities Across the Netherlands บอกว่าเมืองเหล่านั้นกระจายอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของประเทศ ไม่ได้หมายความว่าครบทุกเมืองเสมอไป เมื่อนำ to + จุดหมาย และ across + พื้นที่ มาใช้ร่วมกัน จะบอกได้ทั้งว่าไปถึงที่ใดและครอบคลุมพื้นที่กว้างเพียงใด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าโครงการนี้ได้ไปถึงเมืองอื่น ๆ ที่อยู่ในส่วนต่าง ๆ ของประเทศ
- The program has spread from other towns to the capital.
- The program has remained in one town since it began.
- The program has spread to other towns across the country.
ดูคำตอบ
The program has spread to other towns across the country.
the hometown of Bep de Bruin: การเชื่อมโยงบุคคลกับสถานที่
วลี the hometown of Bep de Bruin ระบุว่ารอตเทอร์ดามเป็นสถานที่ที่ Bep de Bruin ถือว่าเป็นบ้านหรือเป็นสถานที่ที่เธอเติบโตมา โครงสร้าง the hometown of + person เป็นรูปแบบที่ใช้กันทั่วไปเพื่อเชื่อมโยงบุคคลกับสถานที่ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าววางต่อจาก Rotterdam เพื่อเป็นส่วนขยายที่เรียกหรืออธิบาย Rotterdam อีกแบบหนึ่ง คำว่า hometown ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสถานที่เกิดหรือที่อยู่ในปัจจุบันของบุคคลนั้น
แบบฝึกหัด
Maya was born in London but grew up in Bristol and calls Bristol home. ประโยคใดใช้ hometown ได้ถูกต้อง?
- Maya's hometown means the house where she lives now.
- Bristol is Maya's hometown.
- London must be Maya's hometown because she was born there.
ดูคำตอบ
Bristol is Maya's hometown.
Making her tragic death the spark for something much more hopeful. สำนวน
4:41ซึ่งทำให้การเสียชีวิตที่น่าเศร้าของเธอกลายเป็นประกายไฟสำหรับบางสิ่งที่เปี่ยมความหวังมากขึ้น
the spark for something much more hopeful: ตัวกระตุ้นในเชิงเปรียบเทียบ
ในประโยคนี้ spark เป็นคำเปรียบเทียบถึงเหตุการณ์ที่เริ่มต้นหรือกระตุ้นการกระทำที่ตามมา การเสียชีวิตอันน่าเศร้าของเธอกลายเป็น the spark for something much more hopeful หมายความว่าเหตุการณ์นั้นนำไปสู่พัฒนาการที่เป็นบวกมากขึ้น คำว่า “เปี่ยมความหวัง” ใช้ประเมินสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลัง ไม่ใช่ตัวการเสียชีวิตเอง การใช้ถ้อยคำนี้ย้ายจุดสนใจจากโศกนาฏกรรมไปยังการตอบสนองเชิงสร้างสรรค์ที่เหตุการณ์นั้นก่อให้เกิด
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Her letter became the spark for a community campaign,” คำว่า the spark for หมายถึงอะไร?
- ผลลัพธ์สุดท้ายหลังการรณรงค์สิ้นสุดลง
- เปลวไฟจริงที่เผาจดหมาย
- ตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดการกระทำในภายหลัง
ดูคำตอบ
ตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดการกระทำในภายหลัง
it's time to reveal: เข้าสู่ช่วงเฉลยคำตอบ
It's time to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะจะทำสิ่งนั้น ในที่นี้ reveal หมายถึงการเปิดเผยข้อมูลที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ทราบหรือถูกเก็บไว้ ดังนั้น it's time to reveal จึงเป็นสัญญาณว่ากำลังจะประกาศคำตอบ สำนวนนี้ยังช่วยจัดลำดับบทสนทนา โดยปิดช่วงอภิปรายและพาผู้ฟังเข้าสู่ช่วงเฉลย สามารถใช้เปิดขั้นตอนต่อไปในชั้นเรียน การนำเสนอ แบบทดสอบ หรือกิจกรรมได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคของพิธีกรด้วยวลีที่เรียนมาให้ตรงทั้งหมด: The votes are counted, so ____ the winner.
ดูคำตอบ
it's time to reveal
report feeling lonely at least some of the time.
4:52ที่รายงานว่ารู้สึกเหงาบ้างเป็นบางครั้งอยู่ที่เท่าไหร่
Which was the wrong answer, I'm afraid: ทำให้การแก้ไขนุ่มนวลขึ้น
Which เชื่อมอนุประโยคนี้กับคำตอบหรือตัวเลือกที่เพิ่งกล่าวถึง และระบุว่าคำตอบก่อนหน้านั้นผิด เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลก่อนหน้า ไม่ใช่คำถามที่ใช้ which I'm afraid ในที่นี้เป็นคำช่วยแสดงความสุภาพ ไม่ได้หมายถึงความกลัวจริง ๆ เมื่อวางไว้หลังการแก้คำตอบ จะแสดงความเสียดายและทำให้ข่าวร้ายฟังนุ่มนวลขึ้น แม้สารสำคัญว่าคำตอบผิดจะยังคงชัดเจน
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมชั้นส่งไฟล์ผิด ประโยคใดแก้ไขได้ชัดเจนแต่ยังสุภาพ
- I'm frightened because your file is wrong.
- I'm afraid that's the wrong file.
- That file is wrong, obviously.
ดูคำตอบ
I'm afraid that's the wrong file.
even higher: สูงกว่าที่คาดไว้อย่างน่าประหลาดใจ
even วางหน้าคำคุณศัพท์ขั้นกว่า higher เพื่อเน้นการเปรียบเทียบ ในที่นี้ even higher หมายถึงตัวเลขคำตอบที่ถูกต้องสูงกว่าตัวเลขที่กล่าวไว้หรือคาดไว้ และผลลัพธ์เกินกว่าที่ผู้ฟังอาจคิดไว้ การเปรียบเทียบนี้ต้องมีจุดอ้างอิงจากบริบท เช่น การคาดเดา การประมาณ ราคา หรือค่าที่วัดไว้ก่อนหน้า even เน้นว่าผลลัพธ์เกินจุดนั้นอย่างคาดไม่ถึง แต่ไม่ได้บอกว่าความแตกต่างมีขนาดเท่าใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย even และรูปขั้นกว่าของ high: The forecast was 30 degrees Celsius, but the actual temperature was ____.
ดูคำตอบ
even higher
that's around 26 million people: เปลี่ยนเปอร์เซ็นต์เป็นจำนวนคนที่ชัดเจน
ใน that's ซึ่งย่อมาจาก that is คำว่า that ชี้กลับไปยังเปอร์เซ็นต์หรือผลทางสถิติที่เพิ่งกล่าวถึง จากนั้นผู้พูดกล่าวผลเดิมอีกครั้งว่า around 26 million people โดยเปลี่ยนสัดส่วนที่เป็นนามธรรมให้เป็นจำนวนคนที่ชัดเจนและนึกภาพได้ง่ายขึ้น around แสดงว่าตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณ ไม่ใช่ค่าที่แน่นอน รูปแบบนี้จัดข้อมูลเป็นสองขั้นตอน คือให้สถิติก่อน แล้วจึงกล่าวใหม่ในระดับที่ใกล้ตัว ไม่ได้เพิ่มข้อเท็จจริงใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
แบบฝึกหัด
ส่วนหลังของประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร? Forty percent of the town's residents work remotely—that's around 8,000 people.
- กล่าวถึงคนอีกกลุ่มหนึ่งที่แตกต่างออกไป
- เปลี่ยนเปอร์เซ็นต์เป็นจำนวนคนโดยประมาณ
- แก้ไขเปอร์เซ็นต์โดยบอกว่าข้อมูลนั้นผิด
ดูคำตอบ
เปลี่ยนเปอร์เซ็นต์เป็นจำนวนคนโดยประมาณ
making it even more important to reach out and connect with others. โน้ต
5:09ทำให้มันยิ่งสำคัญเข้าไปอีกที่จะเอื้อมมือออกไปและเชื่อมต่อกับผู้อื่น
making it even more important to: การเพิ่มผลลัพธ์และการประเมิน
ในที่นี้ making ใช้เพิ่มผลลัพธ์และการประเมินที่เกิดจากสถานการณ์ในอนุประโยคก่อนหน้า อนุประโยค -ing นี้ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์เมื่ออยู่ตามลำพัง แต่เชื่อมกับข้อความก่อนหน้าเพื่อบอกว่าสถานการณ์นั้นทำให้เกิดผลบางอย่าง ในโครงสร้าง make it + adjective + to do something คำว่า it เป็นกรรมเชิงรูปแบบ ส่วนการกระทำที่ได้รับการประเมินจริงจะอยู่หลัง to คำว่า even more important บอกว่าสถานการณ์ก่อนหน้าทำให้การกระทำนั้นสำคัญยิ่งขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายเพื่อเพิ่มผลลัพธ์และการประเมิน: Some trails are flooded, ____ check the map before hiking.
ดูคำตอบ
making it even more important to
reach out and connect with others: การเริ่มติดต่อและสร้างความสัมพันธ์
ในที่นี้ reach out หมายถึงการเป็นฝ่ายเริ่มติดต่อใครสักคนก่อน มักใช้เมื่อต้องการขอความช่วยเหลือ แสดงความห่วงใย หรือเริ่มบทสนทนา ไม่ได้หมายถึงการยื่นแขนออกไปตามความหมายตรงตัว connect with others มีความหมายมากกว่าแค่การติดต่อ เพราะสื่อถึงการสร้างปฏิสัมพันธ์จริง การสนับสนุน หรือความรู้สึกผูกพัน เมื่อเชื่อมสองส่วนด้วย and วลีนี้จึงส่งเสริมทั้งการเริ่มติดต่อและการสร้างความสัมพันธ์
แบบฝึกหัด
เติมคำแนะนำด้วยวลีเป้าหมายทั้งหมด: When you feel isolated, ____ instead of staying silent.
ดูคำตอบ
reach out and connect with others
Okay, it's time to recap the vocabulary we've learned in this program, ลำดับความ
5:14โอเค ถึงเวลาทบทวนคำศัพท์ที่เราได้เรียนรู้ในรายการนี้แล้ว
time to recap the vocabulary we've learned: ถึงเวลาทบทวนคำศัพท์ที่เรียนมา
โครงสร้าง it's time to + คำกริยา บอกว่าถึงเวลาเริ่มกิจกรรมถัดไปแล้ว ในที่นี้ it's time to recap พารายการเปลี่ยนจากช่วงสอนไปสู่ช่วงทบทวนสั้น ๆ recap หมายถึงการกล่าวเนื้อหาที่สำคัญที่สุดซ้ำอย่างย่อ ส่วน the vocabulary we've learned ระบุว่าจะทบทวนอะไร วลีทั้งหมดช่วยจัดลำดับรายการด้วยการประกาศช่วงถัดไป
แบบฝึกหัด
ใช้คำกริยา recap ในโครงสร้าง it's time to + คำกริยา: We have finished the lesson, so it's ____ what we've learned.
ดูคำตอบ
time to recap
to have a strong wish or desire for something.
5:20หมายถึงมีความปรารถนาหรือความต้องการบางสิ่งอย่างรุนแรง
you're unhappy because you've been excluded from something.
5:25คุณไม่มีความสุขเพราะคุณถูกกีดกันจากบางสิ่งบางอย่าง
means to go to someone and ask them for help or support.
5:29หมายถึงการเข้าไปหาใครสักคนและขอความช่วยเหลือหรือการสนับสนุนจากพวกเขา
an informal way of saying a man: วิธีพูด man แบบไม่เป็นทางการ
ในคำนิยามนี้ an informal way of saying a man อธิบายระดับความเป็นทางการของ guy ในที่นี้ guy และ man ใช้หมายถึงผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่ได้เหมือนกัน แต่ guy ฟังดูเป็นกันเองและเป็นภาษาสนทนามากกว่า รูปแบบ X is an informal way of saying Y ให้ข้อมูลทั้งด้านความหมายและรูปแบบภาษา โดย X มีความหมายเกี่ยวข้องกับ Y แต่เป็นทางการน้อยกว่า Informal อธิบายระดับความเป็นทางการ ไม่ได้บอกว่าคำนั้นถูกหรือผิด
แบบฝึกหัด
การใช้ guy เป็นธรรมชาติหรือไม่ในประโยคทางการนี้? The official report states that the guy entered the building at noon.
- เหมาะสม
- ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
also called leisure time: การแนะนำชื่อเรียกอีกแบบ
also called leisure time เป็นส่วนที่เพิ่มชื่อเรียกอีกแบบให้กับ free time โดย called ในที่นี้หมายถึง “ถูกเรียกว่า” ไม่ใช่ “ถูกโทรหา” เมื่อได้ยินส่วนนี้ ให้เชื่อมโยงทั้งสองสำนวนเข้ากับแนวคิดทั่วไปเดียวกัน ส่วนที่คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคเป็นอนุประโยคแบบถูกกระทำที่ย่อมาจาก Free time, which is also called leisure time, ... รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้พูดแนะนำคำเรียกอีกแบบได้โดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบถูกกระทำที่ถูกต้องของ also called: Free time ____ leisure time.
ดูคำตอบ
is also called
means to help people or groups become friendly
5:48หมายถึงการช่วยให้ผู้คนหรือกลุ่มต่างๆ เป็นมิตรกัน
to bring someone together: การสร้างความสัมพันธ์หรือความร่วมมือ
to bring someone together หมายถึงการทำให้ผู้คนมาพบกัน ร่วมมือกัน หรือสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดขึ้น bring ในที่นี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเคลื่อนย้ายทางกายภาพ ประธานอาจเป็นบุคคล เหตุการณ์ กิจกรรม หรือเป้าหมายร่วมที่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์นั้น โครงสร้างคือ bring + บุคคลหรือกลุ่ม + together หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้วางไว้ระหว่างคำกริยากับคำอนุภาค โดยพูดว่า bring them together ไม่ใช่ bring together them
แบบฝึกหัด
ใช้ bring ... together และคำว่า students เติมประโยคให้สมบูรณ์: A team project can ____.
ดูคำตอบ
bring students together
Once again ในฐานะคำบอกว่าสถานการณ์เกิดขึ้นซ้ำ
Once again บอกว่าสถานการณ์ที่จะกล่าวต่อไปเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและกำลังเกิดซ้ำ ในที่นี้คำนี้เกริ่นเข้าสู่ช่วงปิดรายการตามปกติ คือเวลาที่กำหนดไว้หมดลงอีกครั้ง เมื่ออยู่ต้นอนุประโยค คำนี้ทำหน้าที่เป็นตัวบ่งชี้ทางวาทกรรม ช่วยให้ผู้ฟังเชื่อมโยงข้อความถัดไปกับเหตุการณ์ก่อนหน้าหรือรูปแบบที่เกิดซ้ำ และไม่ได้สั่งให้ผู้ฟังพูดคำก่อนหน้านี้ซ้ำ
แบบฝึกหัด
ใน “Once again, our 6 minutes are up,” คำว่า Once again ทำหน้าที่อะไร
- สั่งให้ผู้ฟังพูดคำก่อนหน้านี้ซ้ำ
- บอกว่าเวลากำลังจะหมดเป็นครั้งแรก
- บอกว่าการหมดเวลาเป็นสถานการณ์ที่คุ้นเคยและเกิดซ้ำ
ดูคำตอบ
บอกว่าการหมดเวลาเป็นสถานการณ์ที่คุ้นเคยและเกิดซ้ำ
our 6 minutes are up: เวลาที่จัดสรรไว้สิ้นสุดแล้ว
ในบริบทที่มีการจำกัดเวลา be up หมายถึงช่วงเวลาที่จัดสรรไว้สิ้นสุดลงแล้ว Our 6 minutes are up เป็นการประกาศว่าเวลาหกนาทีของรายการหมดลง จึงต้องจบรายการ ประธานของประโยคคือระยะเวลา 6 minutes จึงใช้กริยาพหูพจน์ are ส่วน up ในที่นี้ไม่ได้บอกทิศทางทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
ผู้ดำเนินรายการกำลังจบช่วงพูดที่มีการจำกัดเวลา เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย be up: Your two minutes ____, so please stop speaking.
ดูคำตอบ
are up
remember you're not alone: การให้กำลังใจและความมั่นใจ
ในที่นี้ remember เป็นคำสั่งแบบนุ่มนวล ไม่ใช่การทดสอบความจำ เป็นการขอให้ผู้ฟังที่รู้สึกเหงาจดจำข้อความที่ช่วยให้สบายใจไว้ you're not alone มักหมายถึงมีคนเข้าใจหรือพร้อมช่วยเหลือ ไม่ได้หมายเพียงว่ามีใครอยู่ใกล้ ๆ ทางกายภาพ ประโยคนี้จึงให้กำลังใจโดยไม่ปฏิเสธความรู้สึกเหงาของอีกฝ่าย
แบบฝึกหัด
เพื่อนบอกว่ารู้สึกโดดเดี่ยวหลังย้ายโรงเรียน คำตอบใดให้กำลังใจได้เป็นธรรมชาติที่สุดโดยไม่มองข้ามความรู้สึกของเพื่อน
- Just forget about it and stop talking about it.
- You're not alone, so you shouldn't feel upset.
- Remember you're not alone; I'm here if you want to talk.
ดูคำตอบ
Remember you're not alone; I'm here if you want to talk.
reach out by joining us again next time here at 6 Minute English. วลี
6:00เอื้อมมือออกไปโดยมาร่วมกับเราอีกครั้งคราวหน้าที่นี่ 6 Minute English
joining us again next time: การเชิญผู้ฟังให้กลับมาอีกครั้ง
joining us again next time เป็นคำเชิญช่วงปิดรายการจากผู้ดำเนินรายการ เพื่อชวนผู้ฟังให้กลับมาในตอนหรือกิจกรรมครั้งต่อไป join us หมายถึง “มาร่วมกับเรา” หรือในบริบทของรายการคือ “มาดูหรือฟังกับเรา” ไม่ได้หมายถึงการสมัครเป็นสมาชิกโดยอัตโนมัติ ในประโยคเต็ม joining อยู่ในรูป -ing เพราะตามหลัง by ส่วน by joining us ... หมายถึง “ด้วยการมาร่วมกับเรา” และ again next time เน้นการกลับมาอีกในครั้งต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมคำเชิญช่วงปิดรายการของผู้ดำเนินรายการด้วยวลีจากบทเรียน: You can stay connected by ____.
ดูคำตอบ
joining us again next time