ตัวอักษร 'c' ไม่ออกเสียงเมื่อไหร่? / คำและกฎสำหรับการไม่ออกเสียงตัวอักษร C: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Pronunciation with Emma
ภาพรวมวิดีโอ: Emma อธิบายกรณีที่ตัว C ปรากฏอยู่ในการสะกดแต่ไม่ออกเสียง โดยเน้นคำที่สะกดด้วย SC ซึ่งโดยทั่วไปออกเป็นเสียง S จากนั้นจึงกล่าวถึงการออกเสียงแบบพิเศษของ conscience และ conscious รวมถึงการใช้ scissors ในรูปพหูพจน์ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. the letter C is silent — ความหมายและระดับการใช้คำศัพท์: เข้าใจ silent ในฐานะศัพท์ด้านการออกเสียง ซึ่งหมายถึงตัวอักษรยังคงอยู่ในการสะกดแต่ไม่มีเสียงของตัวเอง ความรู้นี้ช่วยให้เข้าใจคำอธิบายของคำอย่าง abscess, scene, scent และ science โดยไม่สับสนกับความหมายทั่วไปที่ว่า “เงียบ” 2. tends to be — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้โครงสร้างนี้เพื่อนำเสนอแนวโน้มการออกเสียงที่พบได้บ่อยโดยไม่กล่าวว่าเป็นกฎตายตัว นอกจากนี้ยังใช้บรรยายแบบแผนการสะกด พฤติกรรมที่เกิดซ้ำ หรือแนวโน้มทั่วไปอื่น ๆ ที่อาจมีข้อยกเว้นได้ 3. the plural form, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: รู้ว่า plural form เป็นศัพท์ไวยากรณ์ที่หมายถึงรูปพหูพจน์ และเข้าใจว่า scissors โดยปกติถือเป็นพหูพจน์แม้จะหมายถึงอุปกรณ์ตัดเพียงชิ้นเดียว จึงช่วยหลีกเลี่ยงการใช้รูปเอกพจน์ scissor ที่ไม่เป็นมาตรฐานในบริบทนี้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Hello and welcome back to pronunciation with Emma. วลี
0:04สวัสดีค่ะและยินดีต้อนรับกลับสู่บทเรียนการออกเสียงกับ Emma
welcome back to: ต้อนรับผู้ฟังที่กลับมาอีกครั้ง
welcome back to + สถานที่ รายการ หรือกิจกรรม ใช้ต้อนรับผู้ที่กลับมาอีกครั้ง ในประโยคนี้ ผู้พูดต้อนรับผู้ชมที่กลับมาเรียนการออกเสียงอีกบทหนึ่ง โดย back หมายถึง “กลับมาอีกครั้ง” ไม่ใช่ส่วนของร่างกายหรือแค่ทิศทาง เมื่อใช้เป็นคำเปิด วลีนี้จะเชื่อมตอนหรือบทเรียนใหม่เข้ากับตอนก่อนหน้า และสร้างความรู้สึกเป็นกันเองเหมือนได้พบกันอีกครั้ง
แบบฝึกหัด
ครอบครัวกลุ่มเดิมกลับมาร่วมกิจกรรมเล่านิทานวันเสาร์อีกครั้ง เติมคำเปิดของผู้ดำเนินรายการให้สมบูรณ์: Welcome ____ Saturday Story Time.
ดูคำตอบ
back to
In this lesson, we're going to talk about when the letter C is silent in English. โน้ต
0:06ในบทเรียนนี้ เราจะมาพูดถึงกันว่าตัวอักษร C ในภาษาอังกฤษจะไม่ออกเสียงเมื่อไหร่
In this lesson: บอกผู้ฟังว่าบทเรียนครอบคลุมเรื่องใด
In this lesson บอกผู้ฟังว่าบทเรียนนี้จะกล่าวถึงอะไร เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะกำหนดกรอบของข้อความหลักก่อนที่ผู้พูดจะบอกหัวข้อหรือเป้าหมาย ในที่นี้ lesson อาจหมายถึงวิดีโอสอนหรือหน่วยการเรียนออนไลน์ ไม่ได้หมายถึงคาบเรียนในโรงเรียนเท่านั้น เครื่องหมายจุลภาคแยกกรอบเปิดนี้ออกจากประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
ครูกำลังเริ่มบทเรียนเกี่ยวกับน้ำ เติมคำเปิดด้วยวลีเป้าหมายที่กำหนดขอบเขตบทเรียน: ____, we'll learn three ways to save water.
ดูคำตอบ
In this lesson
we're going to talk about: การบอกหัวข้อถัดไป
วลี we're going to talk about ใช้ be going to + talk เพื่อบอกผู้ฟังว่ามีแผนจะทำอะไรต่อไป ซึ่งก็คือ “เราจะพูดถึง…” คำว่า going ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปที่ใด รูปแบบ be going to talk about + หัวข้อ ใช้แนะนำเรื่องของบทเรียน วิดีโอ หรือการประชุมได้ คำว่า we แสดงให้เห็นว่าผู้พูดและผู้ฟังมีส่วนร่วมในการพูดคุยด้วยกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเปิดบทเรียนด้วยวลีเป้าหมาย: In this lesson, ____ ways to save water.
ดูคำตอบ
we're going to talk about
the letter C is silent: เขียนไว้แต่ไม่ออกเสียง
ใน the letter C is silent คำว่า silent หมายถึงมีตัวอักษร C อยู่ในการสะกด แต่ไม่ออกเสียงตัวอักษรนี้เมื่อพูดคำนั้น เป็นการบอกความแตกต่างระหว่างตัวอักษรที่เขียนกับเสียงที่ได้ยิน ไม่ได้หมายถึงให้ออกเสียง C เบา ๆ และ C ยังคงอยู่ในการสะกด รูปแบบเดียวกันใช้กับตัวอักษรอื่นได้ เช่น The b is silent in lamb.
แบบฝึกหัด
ในเรื่องการออกเสียง “The letter C is silent” หมายความว่าอย่างไร?
- ตัวอักษรนั้นถูกลบออกจากการสะกด
- ตัวอักษรนั้นออกเสียงเบามาก
- ตัวอักษรนั้นเขียนอยู่ แต่ไม่ออกเสียง
ดูคำตอบ
ตัวอักษรนั้นเขียนอยู่ แต่ไม่ออกเสียง
Before we get started though: คำเชื่อมก่อนเข้าสู่เรื่องหลัก
Before we get started ใช้เกริ่นสิ่งที่ผู้พูดต้องการบอกก่อนกิจกรรมหลักจะเริ่ม ในประโยคนี้ ผู้พูดชะลอการเข้าสู่เรื่องหลักเพื่อให้คำเตือน ประกาศ หรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก่อน Though ที่ท้ายอนุประโยคเพิ่มความขัดแย้งเล็กน้อย ผู้ฟังคาดว่าผู้พูดกำลังจะเริ่ม แต่ผู้พูดหันไปพูดอีกเรื่องหนึ่งชั่วครู่ คำเกริ่นนี้มักตามด้วยข้อมูลเพิ่มเติมทันที
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุดเมื่อต้องการหยุดก่อนเริ่มกิจกรรมหลักเพื่อเพิ่มคำเตือน?
- Before we got started yesterday, please put your phones on silent.
- We get started before, though, please put your phones on silent.
- Before we get started, though, please put your phones on silent.
ดูคำตอบ
Before we get started, though, please put your phones on silent.
if you're serious about improving your pronunciation and listening skills, วลี
0:12หากคุณจริงจังกับการพัฒนาทักษะการออกเสียงและการฟังของคุณ
serious about improving: be serious about + กริยา-ing
Be serious about doing something หมายถึงต้องการทำสิ่งนั้นจริง ๆ และพร้อมทุ่มเทความพยายาม ในประโยคนี้ serious บอกถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทักษะ ไม่ได้บรรยายสีหน้าหรืออารมณ์ที่เคร่งขรึม About เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาที่ตามหลังจึงต้องอยู่ในรูป -ing เช่น serious about improving โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ be serious about + คำนามหรือคำกริยา-ing
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของคำกริยาในวงเล็บ: Leo is serious about ____ his fitness. (improve)
ดูคำตอบ
improving
a group webinar to ask me any questions you like about pronunciation or English in general,
0:20การสัมมนาผ่านเว็บแบบกลุ่มเพื่อถามคำถามใดๆ ก็ตามเกี่ยวกับการออกเสียงหรือภาษาอังกฤษทั่วไป
and you like access to over 100 pronunciation lessons, วลี
0:25และคุณอยากเข้าถึงบทเรียนการออกเสียงมากกว่า 100 บทเรียน
access to over 100 pronunciation lessons: สิทธิในการใช้บทเรียน
ในที่นี้ access to over 100 pronunciation lessons หมายถึงการสามารถหรือได้รับอนุญาตให้ใช้บทเรียนเหล่านั้น access หมายถึงทรัพยากรที่พร้อมให้ใช้งาน ไม่ได้หมายถึงทางเข้าที่เป็นสถานที่จริง ในโครงสร้างคำนาม access to + ทรัพยากร คำว่า to ใช้เชื่อมไปยังสิ่งที่สามารถใช้ได้ เช่น access to lessons, files, or a service ในความหมายนี้ access มักเป็นคำนามนับไม่ได้ รูปแบบที่พบบ่อยคือ have access to, get access to และ give someone access to
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ access เป็นคำนามได้ถูกต้อง เพื่อสื่อถึงสิทธิหรือโอกาสในการใช้บทเรียน?
- The membership gives you an access to every lesson.
- The membership gives you access to every lesson.
- The membership lets you access to every lesson.
ดูคำตอบ
The membership gives you access to every lesson.
check out: แนะนำอย่างเป็นมิตรให้ลองดู
ในที่นี้ check out หมายถึง “ลองดู” หรือ “หาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งนั้น” ผู้พูดกำลังแนะนำคอร์สการออกเสียง ไม่ได้พูดถึงการจ่ายเงินที่ร้านหรือการออกจากโรงแรม คำว่า do หน้า check out ใช้เพิ่มน้ำหนัก ทำให้คำชวนมีความหมายใกล้กับ “โปรดลองดูจริง ๆ” หรือ “อย่าลืมลองดู” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ check out + สิ่งของหรือสถานที่ เช่น check out a course, website, video, or place
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุดสำหรับการแนะนำสื่อการเรียนฟรีด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตรและไม่เป็นทางการ?
- Look after this free study guide.
- Check in this free study guide.
- Check out this free study guide.
ดูคำตอบ
Check out this free study guide.
I will link it down below in the description so you can go and take a look. วลี
0:31ฉันจะใส่ลิงก์ไว้ที่คำอธิบายด้านล่างเพื่อให้คุณเข้าไปดูได้ค่ะ
link it down below in the description: บอกตำแหน่งลิงก์ของวิดีโอ
ในที่นี้ link เป็นคำกริยา หมายถึง “ใส่ลิงก์ที่คลิกได้ให้กับสิ่งหนึ่ง” ส่วน it หมายถึงแหล่งข้อมูลที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ down below in the description บอกผู้ชมว่าจะหาลิงก์ได้ที่ไหน ในหน้าวิดีโอ description คือส่วนข้อความใต้ตัววิดีโอ ส่วน down below ชี้ไปยังบริเวณด้านล่างของหน้านั้น ไม่ได้หมายถึงระยะทางที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกผู้ชมวิดีโอได้อย่างเป็นธรรมชาติว่า พวกเขาจะพบลิงก์คู่มือที่คลิกได้ในคำอธิบายด้านล่าง?
- I'll put the printed guide under the video camera.
- I'll describe the guide without adding a link.
- I'll link the guide down below in the description.
ดูคำตอบ
I'll link the guide down below in the description.
go and take a look: ชวนให้ไปดูอย่างเป็นมิตร
Go and take a look เป็นวิธีพูดแบบเป็นกันเองและเป็นมิตร มีความหมายว่า “ไปดูสิ” หรือ “ลองดูหน่อย” ส่วน take a look หมายถึงดูหรือตรวจดูบางสิ่งสั้น ๆ ในโครงสร้างนี้ go and ใช้นำการกระทำที่จะทำต่อไป และไม่ได้หมายความว่าต้องเดินไปที่ใดเสมอไป ในประโยคนี้ผู้ชมสามารถคลิกลิงก์แล้วดูเนื้อหาทางออนไลน์ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนที่ไฮไลต์ซึ่งหมายถึง “ไปดูสิ”: The photo album is online, so you can ____.
ดูคำตอบ
go and take a look
So when it comes to the rule of when the letter C is silent, ลำดับความ
0:35ดังนั้นเมื่อพูดถึงกฎที่ว่าตัวอักษร C ไม่ออกเสียง
when it comes to: การมุ่งความสนใจไปที่หัวข้อหนึ่ง
when it comes to ใช้เปิดหัวข้อหรือแง่มุมที่ผู้พูดกำลังจะกล่าวถึง ในประโยคนี้ วลีนี้เปลี่ยนจุดสนใจไปที่กฎเรื่องตัวอักษร C ไม่ออกเสียง ทั้งวลีมีความหมายว่า “เมื่อพูดถึง...” หรือ “ในเรื่อง...” ไม่ได้หมายถึงสิ่งใดเดินทางมาถึงที่หนึ่ง โครงสร้างคือ when it comes to + คำนาม นามวลี หรือคำกริยารูป -ing วลีนี้กำหนดกรอบหัวข้อก่อน แล้วส่วนที่เหลือของประโยคจึงให้ข้อมูลเกี่ยวกับหัวข้อนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย: ____ choosing a bike, safety matters.
ดูคำตอบ
When it comes to
it tends to be when we have a combination of the letters S and C together. โน้ต
0:39มักจะเป็นตอนที่เรามีตัวอักษร S และ C อยู่ติดกันค่ะ
tends to be: การอธิบายแนวโน้มทั่วไป
tends to be หมายถึงบางสิ่งมักเป็นเช่นนั้น แต่ยังมีข้อยกเว้นได้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวช่วยให้กฎการสะกดไม่ฟังดูตายตัวเกินไป กล่าวคือรูปแบบที่อธิบายพบได้บ่อย แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดขึ้นทุกครั้ง โครงสร้างคือ ประธาน + tend(s) to + กริยารูปพื้นฐาน เมื่อประธานเป็นเอกพจน์บุรุษที่สามอย่าง it คำว่า tend จะเป็น tends ส่วน be หลัง to ยังคงอยู่ในรูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายเพื่อแสดงแนวโน้มทั่วไป ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เป็นเช่นนั้นเสมอ: This road ____ busy after school.
ดูคำตอบ
tends to be
a combination of the letters S and C together: การรวมตัวอักษร S และ C
“A combination of the letters S and C” กล่าวถึง S และ C ว่าเป็นองค์ประกอบที่ปรากฏร่วมกัน รูปแบบที่นำไปใช้กับบริบทอื่นได้คือ a combination of A and B ซึ่งใช้บรรยายตัวอักษร วัสดุ สาเหตุ ทักษะ หรือองค์ประกอบอื่น ๆ ได้ ในประโยคนี้ together ช่วยเน้นว่าทั้งสองอย่างอยู่รวมกัน แม้ว่า combination จะมีความหมายนี้อยู่แล้วก็ตาม
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเป้าหมายให้สมบูรณ์: The toy uses ____ light and sound.
ดูคำตอบ
a combination of
And some people kind of joke and debate and say, น้ำเสียง/เจตนา
0:44แล้วบางคนก็มักจะพูดติดตลกและถกเถียงกันว่า
kind of ที่ใช้ลดความหนักแน่นในบทสนทนา
kind of ในที่นี้เป็นคำช่วยลดความหนักแน่นในภาษาสนทนา โดยวางไว้หน้าคำกริยา joke และ debate หมายความว่าการกระทำนั้นคล้ายกับการล้อเล่นและถกเถียงอยู่บ้าง จึงทำให้คำบรรยายฟังดูไม่ตายตัวและไม่จริงจังมากนัก การใช้แบบนี้ช่วยลดความหนักแน่นของคำคุณศัพท์หรือคำกริยาได้ เช่น kind of difficult หรือ kind of forgot และไม่ได้ใช้เพื่อจัดคำนามว่าเป็นสิ่งชนิดหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ kind of เพื่อลดความหนักแน่นของคำบรรยาย แทนที่จะใช้จำแนกประเภทสิ่งหนึ่ง?
- We saw three kinds of birds.
- I'm kind of nervous about the test.
- A robin is a kind of bird.
ดูคำตอบ
I'm kind of nervous about the test.
Is it the S or is it the C that's actually silent?"
0:48ตกลงว่าตัว S หรือตัว C กันแน่ที่ไม่ออกเสียง?"
But we're just going to say for the sake of this video that the C is silent. วลี
0:51แต่เพื่อความง่ายสำหรับวิดีโอนี้ เราจะบอกว่าตัว C คือตัวที่ไม่ออกเสียงนะคะ
for the sake of this video: จำกัดการเลือกไว้สำหรับคำอธิบายครั้งนี้
ในที่นี้ for the sake of this video หมายถึง “เพื่อให้การอธิบายในวิดีโอนี้ชัดเจนและดำเนินต่อได้ง่าย” ผู้พูดเลือกวิธีอธิบายแบบง่ายเพียงวิธีหนึ่งสำหรับวิดีโอนี้ ไม่ได้บอกว่านี่เป็นวิธีอธิบายเพียงวิธีเดียว โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ for the sake of + คำนามหรือรูป -ing ใช้บอกจุดประสงค์หรือเหตุผลเบื้องหลังการเลือก เช่น for the sake of clarity หรือ for the sake of keeping things simple ในวลีนี้ sake หมายถึง “จุดประสงค์หรือเหตุผล” ไม่ได้หมายถึงเครื่องดื่มสาเกของญี่ปุ่น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดอธิบายได้อย่างเป็นธรรมชาติว่ามีการทำให้ง่ายขึ้นเพื่อการอภิปรายครั้งนี้?
- Regardless of this discussion, we'll use the shorter name.
- For the sake of this discussion, we'll use the shorter name.
- After this discussion, we'll use the shorter name.
ดูคำตอบ
For the sake of this discussion, we'll use the shorter name.
And what we tend to do is just pronounce it as a S sound. โน้ต
0:55และสิ่งที่เรามักจะทำก็คือแค่ออกเสียงเป็นเสียง S ค่ะ
what we tend to do is: เกริ่นถึงวิธีที่ทำเป็นประจำ
ใน what we tend to do is อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what ทั้งหมดหมายถึง “สิ่งที่เรามักทำ” และทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค ดังนั้น what จึงไม่ได้ใช้ถามคำถาม คำที่อยู่หลัง is บอกการกระทำที่ทำเป็นประจำ นั่นคือการออกเสียงมันเป็นเสียง S โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ What + ประธาน + tend to do + is + คำกริยารูปพื้นฐาน โครงสร้างนี้เกริ่นถึงวิธีที่ทำเป็นประจำก่อน แล้วจึงเน้นการกระทำหลัง is มากขึ้น ส่วน We tend to... ที่สั้นกว่าจะบอกนิสัยนั้นอย่างตรงไปตรงมากว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้เพื่อเกริ่นถึงวิธีที่ทีมทำเป็นประจำ: ____ check the file twice before sending it.
ดูคำตอบ
What we tend to do is
pronounce X as Y: การระบุวิธีออกเสียง
รูปแบบ pronounce X as Y หมายถึงการพูดหรืออ่าน X ให้เป็นรูปแบบ Y ในที่นี้ it หมายถึงตัวอักษรหรือชุดตัวอักษรที่กำลังพูดถึง และ an S sound หมายถึงเสียง /s/ ส่วน as ใช้บอกเสียงที่ได้ ไม่ได้แปลว่า “เพราะว่า” ตัวอย่างใช้ a S sound แต่ในภาษาอังกฤษมาตรฐานควรใช้ an S sound เพราะชื่อของตัวอักษร S ออกเสียงว่า /es/ และขึ้นต้นด้วยเสียงสระ
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปในคำสั่งการออกเสียง: In the word city, pronounce the letter c ____ an S sound.
ดูคำตอบ
as
If we take X, for example: การยกกรณีเฉพาะเป็นตัวอย่าง
คำเกริ่นในภาษาพูดนี้พาเนื้อหาจากคำอธิบายทั่วไปไปสู่กรณีที่เฉพาะเจาะจงหนึ่งกรณี take ในที่นี้หมายถึง “เลือก” หรือ “นำมาพิจารณา” ไม่ได้หมายถึงหยิบสิ่งของขึ้นมาจริง ๆ คำที่ตามมาจะเป็นตัวอย่าง ถ้าต้องการประโยคสมบูรณ์ที่นำไปใช้ได้ ให้ใช้ If we take X, for example, ... หรือ If we take, for example, X, ... แล้วบอกต่อว่าตัวอย่างนั้นแสดงให้เห็นอะไร If we take for example, ไม่สามารถใช้เดี่ยว ๆ เป็นประโยคสมบูรณ์ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำ city parks มาเป็นตัวอย่างได้อย่างสมบูรณ์และเป็นธรรมชาติ
- If we take city parks of example, we can see why public space matters.
- If we take city parks, for example, we can see why public space matters.
- If we take for example, we can see why public space matters.
ดูคำตอบ
If we take city parks, for example, we can see why public space matters.
Here are some other examples: การยกตัวอย่างประเภทเดียวกันเพิ่มเติม
Here are ... เป็นรูปแบบที่ใช้เกริ่นนำข้อมูลที่กำลังจะแสดงหรือแจกแจงให้ผู้ฟังทราบ ในประโยคนี้มีความหมายว่า “ต่อไปนี้คือ” ไม่ได้ใช้ here เพื่อบอกตำแหน่งจริงของตัวอย่าง Some other examples บอกว่าได้ยกตัวอย่างไปแล้วอย่างน้อยหนึ่งตัวอย่าง และกำลังจะมีตัวอย่างประเภทเดียวกันเพิ่มเติม เนื่องจาก examples เป็นรูปพหูพจน์ จึงใช้ are ในรูปแบบนี้
แบบฝึกหัด
คุณยกตัวอย่างไปแล้วหนึ่งตัวอย่าง และตอนนี้ต้องการแนะนำตัวอย่างประเภทเดียวกันอีกหลายตัวอย่าง ประโยคใดเป็นธรรมชาติ
- Here is some other examples.
- Here are some other examples.
- Here are another example.
ดูคำตอบ
Here are some other examples.
goes the same for: ความหมายที่ต้องการสื่อและรูปแบบที่เป็นธรรมชาติ
ในประโยคนี้ goes the same for ต้องการสื่อว่ากฎที่เพิ่งอธิบายไปใช้กับ fascinated เช่นเดียวกัน goes ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ แต่สำนวนในบริบทนี้หมายถึง “ใช้กับ” รูปเต็ม This also goes the same for X เป็นการผสมรูปแบบธรรมชาติสองแบบ คือ The same goes for X และ This also goes for X ให้เข้าใจประโยคต้นฉบับตามความหมายที่ผู้พูดต้องการสื่อ แต่เมื่อพูดหรือเขียนเองควรเลือกใช้รูปแบบมาตรฐานแบบใดแบบหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ห้องสมุดแจ้งว่าเด็กต้องมีบัตรเข้าร่วมเวิร์กช็อป ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่ากฎนี้ใช้กับผู้ใหญ่ด้วย
- This goes the same for adults.
- The same for adults goes.
- The same goes for adults.
ดูคำตอบ
The same goes for adults.
be familiar with + สิ่งที่รู้จัก: คุ้นเคยจากประสบการณ์
be familiar with something หมายถึงรู้จักหรือจำบางสิ่งได้ เพราะเคยพบ เรียนรู้ หรือใช้งานมาก่อน ในประโยคนี้ ผู้ที่ทำงานในโรงพยาบาลน่าจะจำคำนี้ได้จากประสบการณ์ทางวิชาชีพ โครงสร้างคือ ประธาน + be + familiar with + สิ่งที่คุ้นเคย รูปของ be เปลี่ยนตามประธานและกาล แต่ with ใช้นำหน้าสิ่งที่ประธานรู้จัก จึงละไม่ได้ในโครงสร้างนี้ สำนวนนี้หมายถึงมีความรู้หรือประสบการณ์อยู่บ้าง ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: After two weeks of training, Noor is ____ the safety procedure.
ดูคำตอบ
familiar with
a tricky one: สิ่งที่ซับซ้อนและพลาดได้ง่าย
tricky ใช้อธิบายสิ่งที่ต้องระวัง เพราะซับซ้อนหรือทำผิดได้ง่าย ในที่นี้เป็นการเตือนว่าสิ่งที่กำลังพูดถึงอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาด ไม่ได้หมายความว่าใครเป็นคนไม่ซื่อสัตย์ one ใช้แทนคำนามเอกพจน์ที่นับได้และรู้จากบริบทอยู่แล้ว เช่น word, question หรือ rule ดังนั้น a tricky one จึงหมายถึงสิ่งหนึ่งที่ซับซ้อนหรือพลาดได้ง่าย โดยไม่ต้องพูดคำนามนั้นซ้ำ
แบบฝึกหัด
ปริศนาข้อหนึ่งมีหลายขั้นตอนที่ชวนสับสนและทำผิดได้ง่าย คำพูดใดเหมาะที่สุด?
- This is a straightforward one.
- This is an impossible one.
- This is a tricky one.
ดูคำตอบ
This is a tricky one.
the tool that you use: อนุประโยคสัมพันธ์ที่ใช้ระบุคำนาม
ในที่นี้ that you use เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบเจาะจงที่ขยาย the tool และบอกว่าหมายถึงเครื่องมือชิ้นไหน ในอนุประโยค that อ้างกลับไปที่ the tool และทำหน้าที่เป็นกรรมของ use ซึ่งก็คือ you use the tool รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + that + ประธาน + กริยา ในประโยคเต็ม to cut paper เพิ่มข้อมูลว่าเครื่องมือนั้นใช้ทำอะไร ที่นี่ that ไม่ได้หมายถึง “อันนั้น”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยคที่มี that เพื่อระบุเครื่องมือชิ้นหนึ่งโดยเฉพาะ
- This is the tool that we use to open cans.
- I know that this tool opens cans.
- That tool opens cans.
ดูคำตอบ
This is the tool that we use to open cans.
we never say X, we say Y: ปฏิเสธรูปหนึ่งแล้วให้อีกรูปหนึ่ง
We never say X, we say Y จัดลำดับการแก้คำพูดเป็นสองขั้นตอน คือปฏิเสธ X ก่อน แล้วให้ Y เป็นรูปที่ถูกต้องแทนทันที คำว่า never ทำให้การแก้ฟังเหมือนกฎทั่วไปที่ชัดเจน ไม่ใช่การเล่าเหตุการณ์จากบทสนทนาครั้งหนึ่งในอดีต ขอบเขตในที่นี้คือชื่อทั่วไปของเครื่องมือตัด ในภาษาอังกฤษมาตรฐานใช้ scissors ซึ่งเป็นคำนามที่มีรูปพหูพจน์ ไม่ใช้ scissor เป็นชื่อเดี่ยวของเครื่องมือนี้
แบบฝึกหัด
เติมคำแก้ให้สมบูรณ์โดยใช้รูปแบบ we never say X, we say Y: We never say 'two childs'; ____ 'two children'.
ดูคำตอบ
we say
the plural form: เหตุใด scissors จึงใช้ไวยากรณ์พหูพจน์
the plural form คือรูปทางไวยากรณ์ที่โดยปกติใช้กับสิ่งที่มีมากกว่าหนึ่ง ในประโยคนี้ คำดังกล่าวระบุว่า scissors เป็นชื่อมาตรฐานของเครื่องมือนี้ โดยในภาษาอังกฤษมาตรฐานปกติจะไม่ใช้ scissor เป็นคำนามนับได้เพื่อเรียกเครื่องมือทั้งชิ้น โดยปกติ scissors ใช้กับไวยากรณ์พหูพจน์แม้จะหมายถึงกรรไกรเพียงหนึ่งอัน: These scissors are sharp. เมื่อต้องการนับกรรไกรหนึ่งอันเป็นหนึ่งหน่วย ให้ใช้ a pair of scissors จากนั้นการสอดคล้องทางไวยากรณ์จะยึดตาม pair: This pair of scissors is sharp.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ scissors กับการสอดคล้องแบบพหูพจน์มาตรฐาน
- These scissors is sharp.
- These scissors are sharp.
- This scissors is sharp.
ดูคำตอบ
These scissors are sharp.
break this rule: ไม่ทำตามกฎหรือไม่เป็นไปตามรูปแบบ
break a rule หมายถึงไม่ทำตามกฎหรือไม่เป็นไปตามกฎ ในที่นี้ break ไม่ได้หมายถึงการทำให้สิ่งของแตก แต่หมายถึงสองคำนี้ไม่ตรงกับรูปแบบการออกเสียงที่เพิ่งอธิบายไปทั้งหมด เมื่อประธานเป็นคำ รูปคำ หรือตัวอย่างอื่น วลีนี้สามารถอธิบายข้อยกเว้นได้โดยไม่กล่าวโทษใคร slightly จำกัดระดับความแตกต่าง ส่วน but still แสดงว่าส่วนหนึ่ง ซึ่งก็คือ C ที่ไม่ออกเสียง ยังคงเป็นไปตามกฎก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ break a rule เพื่ออธิบายข้อยกเว้นของรูปแบบอย่างเป็นกลาง
- Leo broke the classroom rule on purpose.
- The falling cup broke on the floor.
- This verb breaks the usual spelling rule.
ดูคำตอบ
This verb breaks the usual spelling rule.
not X or anything like that, but Y: ปฏิเสธความเข้าใจผิดก่อนให้คำแก้ที่ถูกต้อง
โครงสร้าง not X or anything like that, but Y จัดการแก้ความเข้าใจเป็นสองขั้น not X ปฏิเสธคำอธิบายที่ผิดหนึ่งอย่าง และ or anything like that ครอบคลุมคำอธิบายที่คล้ายกันโดยไม่ต้องไล่บอกทั้งหมด จากนั้น but Y ให้ถ้อยคำหรือการวิเคราะห์ที่ผู้พูดต้องการ และเน้นด้วยการเปรียบต่าง ในประโยคนี้ ผู้พูดปฏิเสธวิธีแบ่งคำ conscience แบบหนึ่ง ก่อนบอกวิธีแบ่งที่ต้องการ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดปฏิเสธความเข้าใจหนึ่งและความเข้าใจที่คล้ายกันก่อน แล้วจึงให้ความหมายที่ต้องการสื่อ?
- The meeting may be a test, or it may be a chance to ask questions.
- The meeting is a test, and there will be time for questions.
- The meeting isn't a test or anything like that, but a chance to ask questions.
ดูคำตอบ
The meeting isn't a test or anything like that, but a chance to ask questions.
That's it for this video: บอกว่าวิดีโอจบแล้ว
That's it for this video เป็นประโยคปิดท้ายที่หมายความว่าเนื้อหาที่วางแผนไว้ของวิดีโอจบแล้ว ในที่นี้ it หมายถึงเนื้อหาทั้งหมดที่ผู้พูดตั้งใจนำเสนอ ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นหนึ่ง โครงสร้าง That's it for + กิจกรรมหรือช่วงเวลา ช่วยให้ผู้ฟังรู้ว่าเนื้อหาหลักกำลังเปลี่ยนเข้าสู่ช่วงจบ สามารถเปลี่ยนส่วนท้ายได้ เช่น That's it for today หรือ That's it for this lesson
แบบฝึกหัด
เนื้อหาหลักของบทสอนจบแล้ว ประโยคใดเหมาะสำหรับปิดท้ายอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด?
- We've finished all three steps. Let's begin this tutorial.
- We've finished all three steps. That's it for this tutorial.
- We've finished all three steps. There are three steps in this tutorial.
ดูคำตอบ
We've finished all three steps. That's it for this tutorial.
then please hit the like button and let me know down in the comments วลี
3:07ก็อย่าลืมกดปุ่มไลก์และบอกฉันในคอมเมนต์ด้านล่างนะคะ
hit the like button: ขอให้ผู้ชมกดถูกใจวิดีโอ
hit the like button เป็นคำขอที่เป็นกันเองและพบได้บ่อยในวิดีโอและโซเชียลมีเดีย หมายถึง “คลิกหรือแตะปุ่มเพื่อกดถูกใจวิดีโอ” ในที่นี้ hit หมายถึงกดปุ่มบนหน้าจอ ไม่ได้หมายถึงตีหน้าจอหรืออุปกรณ์
แบบฝึกหัด
ผู้สร้างเนื้อหาต้องการขอให้ผู้ชมกดถูกใจวิดีโอที่เป็นประโยชน์ คำขอใดฟังเป็นธรรมชาติที่สุด
- Please strike the like button.
- Please hit the like button.
- Please beat the like button.
ดูคำตอบ
Please hit the like button.
let me know down in the comments: เชิญผู้ชมตอบในช่องความคิดเห็น
let me know หมายถึง “บอกฉัน” หรือ “บอกคำตอบให้ฉัน” เป็นการขอให้อีกฝ่ายตอบ ไม่ได้แปลตามตัวอักษรว่า “อนุญาตให้ฉันรู้” down in the comments บอกผู้ชมว่าควรตอบที่ไหน คือในช่องความคิดเห็นใต้วิดีโอ สามารถใส่ข้อมูลที่ต้องการรู้ต่อจาก let me know ได้ เช่น let me know which one you prefer หรือใช้บทสนทนาก่อนหน้าเพื่อทำให้คำถามชัดเจนก็ได้
แบบฝึกหัด
คุณต้องการให้ผู้ชมเขียนในช่องความคิดเห็นของวิดีโอว่าอยากดูหัวข้อใดต่อไป ประโยคใดเหมาะสมที่สุด
- Let me know down in the comments which topic you want next.
- Let me know by email which topic you want next.
- Read the comments to find the next topic.
ดูคำตอบ
Let me know down in the comments which topic you want next.
whether they're pronounced as S or shh or maybe something else. ไวยากรณ์
3:13ไม่ว่ามันจะออกเสียงเป็น S หรือ shh หรืออาจจะเป็นเสียงอื่นก็ตาม
whether ... or ... or maybe something else: การเปิดรายการทางเลือกไว้
whether ... or ... ใช้เสนอทางเลือกเมื่อผู้พูดยังไม่รู้ว่าแบบใดถูกต้อง ในประโยคนี้ ความเป็นไปได้คือออกเสียงเป็น S เป็น shh หรือเป็นเสียงอื่น ส่วน maybe something else แสดงว่ายังอาจมีคำตอบอื่นนอกเหนือจากรายการนี้ ส่วนนี้เป็นอนุประโยคที่อยู่ในประโยคใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าหลัง whether คือ they're pronounced ไม่ใช่ are they pronounced โครงสร้างนี้ยังใช้ได้ในคำถาม การรายงาน การตรวจสอบ และการจัดประเภท
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ whether ... or ... เพื่อนำเสนอทางเลือกได้ถูกต้อง
- Tell me whether the key is in the bag or on the desk.
- Tell me that the key is missing.
- Tell me where the key is.
ดูคำตอบ
Tell me whether the key is in the bag or on the desk.
Remember as well to check out my Pronunciation Pro membership site.
3:19และอย่าลืมไปเช็กเว็บไซต์สมาชิก Pronunciation Pro ของฉันด้วยนะคะ
If you're interested in improving your pronunciation, วลี
3:23ถ้าคุณสนใจที่จะพัฒนาการออกเสียงของคุณ
interested in improving: be interested in + -ing
be interested in doing หมายถึงสนใจในกิจกรรมหรือเป้าหมายอย่างหนึ่ง ในที่นี้ บุคคลนั้นสนใจในกิจกรรมการพัฒนาการออกเสียงของตน in เป็นคำบุพบท ดังนั้นหากตามด้วยคำกริยา ต้องใช้รูป -ing เช่น be interested in + improving, learning หรือ trying โครงสร้างเดียวกันนี้ตามด้วยคำนามได้เช่นกัน เช่น interested in music
แบบฝึกหัด
ใช้ in และรูปที่ถูกต้องของ improve เติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya is interested ____ her reading skills.
ดูคำตอบ
in improving
“I'll see you next lesson” ในฐานะคำกล่าวลา
เมื่อจบบทเรียน I'll see you next lesson เป็นคำปิดท้ายที่เป็นมิตร หมายถึง “ตอนนี้ขอลาก่อน แล้วพบกันอีกในบทเรียนถัดไป” ในสำนวนกล่าวลานี้ see you หมายถึงการพบกันอีก ไม่ได้หมายถึงแค่การมองเห็นใครด้วยตา next lesson บอกผู้ฟังว่าจะพบกันครั้งต่อไปเมื่อไร ตรงนี้ใช้เป็นวลีบอกเวลาได้โดยตรง จึงไม่ต้องมีคำบุพบทอย่าง in หรือ on นำหน้า
แบบฝึกหัด
ครูกำลังจบชั้นเรียนวันนี้ และหลักสูตรจะเรียนต่อในสัปดาห์หน้า ประโยคใดเป็นคำกล่าวลาที่เป็นธรรมชาติที่สุด
- I'll see you next lesson.
- I enjoyed the previous lesson.
- Let's start today's lesson.
ดูคำตอบ
I'll see you next lesson.