ละครสัตว์ของบลูอี้! 🎪 💙 | ไฮไลต์ซีซัน 2 - ละครสัตว์ | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
221 คำ 175 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: ระหว่างเล่นเป็นคณะละครสัตว์ เด็ก ๆ โต้เถียงกันเรื่องบทบาท กติกา และใครมีสิทธิ์สั่งให้คนอื่นทำอะไร ท้ายที่สุดความขัดแย้งก็ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงสมมติ โดย Hercules รับบทเป็นชายจอมพลัง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. You're supposed to be — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า be supposed to ใช้บอกบทบาท หน้าที่ หรือสิ่งที่ตกลงและคาดหมายไว้แล้ว ไม่ใช่เพียงการแนะนำแบบ should จึงนำไปใช้เตือนอีกฝ่ายถึงแผน กฎ หรือความรับผิดชอบที่ควรทำตามได้ 2. Cut it out. — กริยาวลี: แยกแยะได้ว่านี่คือคำสั่งภาษาพูดแบบตายตัวที่ใช้บอกให้ใครหยุดพฤติกรรมอันน่ารำคาญอย่างหนักแน่นและมีน้ำเสียงตำหนิเล็กน้อย ควรเรียนรู้เป็นหน่วยความหมายเดียว ไม่แปล cut กับ out ตรงตัวแยกกัน 3. Hercules the muscle man. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เชื่อมโยงชื่อ Hercules กับภาพจำทางวัฒนธรรมที่แพร่หลายเรื่องพละกำลังเหนือธรรมดา จึงเข้าใจได้ว่าทำไมชื่อนี้จึงเหมาะกับบทชายจอมพลัง และเห็นว่าชื่อเฉพาะสามารถสื่อความหมายเชิงเชื่อมโยงได้มากกว่าการระบุตัวบุคคล

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Winton. You're supposed to be my jump. ไวยากรณ์

0:01

วินตัน นายควรจะเป็นที่กระโดดของฉันสิ

ไวยากรณ์

You're supposed to be: บทบาทที่ได้รับมอบหมายไว้แล้ว

Be supposed to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่ามีแผน กฎ หน้าที่ หรือความคาดหวังอยู่ก่อนแล้ว ใน You're supposed to be คำว่า be เชื่อมไปยังบทบาทที่ผู้ฟังควรได้รับมอบหมายให้ทำ ในที่นี้ my jump หมายถึงสิ่งกีดขวางที่ผู้ขี่ตั้งใจจะกระโดดข้ามในเกม ผู้พูดกำลังเตือนผู้ฟังถึงบทบาทที่ได้รับมอบหมายไว้แล้ว ไม่ได้กำลังให้คำแนะนำใหม่หรือบอกว่าคนอื่นเชื่ออย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเกี่ยวกับบทบาทที่ได้รับมอบหมายด้วยรูปที่ถูกต้องของ be supposed to: Today, you ____ the team captain.

ดูคำตอบ

are supposed to be

Yes, I know.

0:04

ใช่ ฉันรู้

But now I'm Fluffy the clown.

0:05

แต่ตอนนี้ฉันเป็นตัวตลกฟลัฟฟี่แล้วนะ

Well, I wanna play with you too. การใช้คำ

0:11

แหม ฉันก็อยากเล่นกับพวกเธอด้วยเหมือนกัน

การใช้คำ

wanna: รูปภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการของ want to

Wanna เป็นการสะกดแบบไม่เป็นทางการที่ใช้แทนการออกเสียงแบบย่อที่พบบ่อยของ want to และต้องตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน เช่น I wanna play มีความหมายพื้นฐานเหมือนกับ I want to play คำนี้ไม่ใช่กาลใหม่และไม่ใช่รูปแบบภาษาเขียนที่เป็นทางการ ในประโยคนี้ wanna ทำให้ความต้องการฟังเป็นกันเองและเหมือนบทสนทนาในชีวิตประจำวัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเหมาะสมที่สุดสำหรับอีเมลที่เป็นทางการ

  1. I want attending the workshop.
  2. I want to attend the workshop.
  3. I wanna attend the workshop.
ดูคำตอบ

I want to attend the workshop.

Well, we'll have to ask Bluey. วลี

0:13

งั้น เราต้องไปถามบลูอี้ก่อนนะ

วลี

we'll have to ask: จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากใครบางคน

ในประโยคนี้ we'll have to ask หมายถึงการถาม Bluey เป็นขั้นตอนถัดไปที่จำเป็นก่อนจะตัดสินใจ ความจำเป็นนี้มาจากการจัดการเล่นเกม ไม่ได้มาจากการข่มขู่หรือการลงโทษ เมื่อ ask ตามด้วยคนโดยตรง อาจหมายถึงการถามข้อมูล ขอความคิดเห็น หรือขออนุญาตจากคนนั้น ที่นี่ Bluey มีสิทธิ์ตัดสินใจ จึงหมายถึงการถามเธอก่อนและขอความเห็นชอบจากเธอ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนเพื่อแสดงว่าจำเป็นต้องขออนุญาต: We'll ____ Mum before we use her laptop.

ดูคำตอบ

have to ask

She's the ringmaster. วัฒนธรรม

0:15

เธอเป็นผู้จัดการคณะละครสัตว์

วัฒนธรรม

ringmaster: ผู้ที่รับผิดชอบการดำเนินและควบคุมการแสดงละครสัตว์

ringmaster คือผู้ที่แนะนำการแสดงแต่ละชุดและควบคุมการแสดงละครสัตว์ ในการเล่นสมมติเป็นคณะละครสัตว์ การให้ใครรับบทนี้อธิบายได้ว่าทำไมคนนั้นจึงสามารถจัดการผู้แสดงและตัดสินใจได้ ring ในที่นี้หมายถึงลานแสดงรูปวงกลมที่ใช้ในละครสัตว์แบบดั้งเดิม ไม่ใช่แหวน ดังนั้น ringmaster จึงเป็นบทบาทในคณะละครสัตว์ ไม่ได้หมายถึง “ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแหวน”

แบบฝึกหัด

ในคณะละครสัตว์ ringmaster มักทำหน้าที่อะไร?

  1. ทำเครื่องประดับให้ผู้แสดง
  2. ขายตั๋วตรงทางเข้าเท่านั้น
  3. แนะนำชุดการแสดงและควบคุมการแสดง
ดูคำตอบ

แนะนำชุดการแสดงและควบคุมการแสดง

I'm playing.

0:17

ฉันจะเล่นด้วย

Oh, okay.

0:18

โอ้ ได้เลย

I guess you can. น้ำเสียง/เจตนา

0:19

ฉันว่านายเล่นได้นะ

น้ำเสียง/เจตนา

I guess you can: การอนุญาตแบบลังเล

ในคำตอบนี้ I guess ไม่ได้หมายถึงการคาดเดาตามตัวอักษร แต่ช่วยลดความตรงของคำอนุญาตใน you can และแสดงว่าผู้พูดลังเล ไม่ได้กระตือรือร้นเต็มที่ หรือยอมแบบไม่ค่อยเต็มใจ ระดับของท่าทีนี้ขึ้นอยู่กับวิธีพูด แต่เมื่อเทียบกับ Sure, you can ที่ตอบอย่างตรงไปตรงมา ประโยคนี้จะฟังดูมีข้อสงวนมากกว่า คืออนุญาตแล้ว แต่ผู้พูดไม่ได้เห็นด้วยอย่างเต็มใจ

แบบฝึกหัด

เพื่อนขอเข้าร่วมเล่นเกม I guess you can น่าจะแสดงท่าทีแบบใดมากที่สุด?

  1. ผู้พูดต้อนรับเพื่อนอย่างอบอุ่นโดยไม่มีข้อสงวน
  2. ผู้พูดอนุญาต แต่ฟังดูลังเลหรือไม่ค่อยกระตือรือร้น
  3. ผู้พูดปฏิเสธไม่ให้เพื่อนเข้าร่วม
ดูคำตอบ

ผู้พูดอนุญาต แต่ฟังดูลังเลหรือไม่ค่อยกระตือรือร้น

We're playing circus.

0:20

เรากำลังเล่นละครสัตว์กันอยู่

No.

0:22

ไม่

We're playing motorbikes.

0:22

เราจะเล่นมอเตอร์ไซค์ต่างหาก

You can all be my jumps. การใช้คำ

0:24

พวกเธอทุกคนต้องเป็นที่กระโดดของฉัน

การใช้คำ

be my jumps: jumps ในความหมายสิ่งกีดขวางที่นับได้

ในที่นี้ jumps เป็นคำนามนับได้รูปพหูพจน์ ไม่ใช่คำกริยา jump และไม่ใช่ชุดของการกระโดด ในบริบทการขี่ a jump หมายถึงทางลาด เนิน หรือสิ่งกีดขวางที่ยกสูง ซึ่งจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์ข้ามไปโดยลอยขึ้นจากพื้น ในเกมสมมตินี้ be my jumps เป็นการกำหนดบทบาทให้เด็กคนอื่น โดยให้พวกเขาแกล้งเป็นสิ่งกีดขวางที่ผู้ขี่กระโดดข้าม คำแสดงความเป็นเจ้าของ my เชื่อมสิ่งกีดขวางสมมติเหล่านี้เข้ากับเส้นทางหรือเกมของผู้พูด

แบบฝึกหัด

ใน The trail has two jumps for cyclists. คำว่า jumps หมายถึงอะไร?

  1. สิ่งกีดขวางที่ยกสูงซึ่งนักปั่นจักรยานขี่ข้าม
  2. การกระโดดสองครั้งที่ทำเสร็จแล้ว
  3. นักปั่นจักรยานสองคนที่รออยู่ข้างเส้นทาง
ดูคำตอบ

สิ่งกีดขวางที่ยกสูงซึ่งนักปั่นจักรยานขี่ข้าม

You can't tell us what to play. ไวยากรณ์

0:26

นายจะมาสั่งเราว่าต้องเล่นอะไรไม่ได้นะ

ไวยากรณ์

tell us what to play: tell + คน + คำ wh + to-infinitive

หลัง tell ให้ระบุคนที่ได้รับคำบอกก่อน แล้วตามด้วยคำ wh + to-infinitive เพื่อบอกข้อมูลหรือตัวเลือกที่ต้องกำหนด ในที่นี้ us คือคนที่ได้รับคำบอก และ what to play หมายถึงพวกเราควรเล่นเกมหรือทำกิจกรรมอะไร what to play เป็นอนุประโยค wh-infinitive ที่ฝังอยู่หลัง tell ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงไม่ใช้ลำดับคำแบบคำถามอย่าง what do we play เมื่อมี can't ผู้พูดกำลังปฏิเสธว่าอีกฝ่ายไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทน ดังนั้น tell ในที่นี้จึงมีน้ำหนักว่า “สั่งหรือกำหนด” มากกว่าแค่ “บอกข้อมูล”

แบบฝึกหัด

ทีมต้องการให้โค้ชเลือกกิจกรรมถัดไป ประโยคใดถามถึงข้อมูลเฉพาะนั้น?

  1. Please tell us to practise next.
  2. Please tell us where to practise next.
  3. Please tell us what to practise next.
ดูคำตอบ

Please tell us what to practise next.

Yes, I can.

0:28

ได้สิ ฉันสั่งได้

Now lie down jumps. น้ำเสียง/เจตนา

0:30

เอาล่ะ นอนลงไปเลยเจ้าที่กระโดดทั้งหลาย

น้ำเสียง/เจตนา

Now lie down: now ที่อยู่หน้าประโยคคำสั่ง

เมื่อ now อยู่ต้นประโยคคำสั่ง คำนี้ไม่ได้เพียงบอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อใด ใน Now lie down คำนี้เร่งให้ผู้ฟังทำตามทันที จึงทำให้ประโยคเป็นคำสั่งที่หนักแน่น ประโยคคำสั่งละประธาน you ที่เข้าใจกันอยู่แล้วไว้ นอกจากนี้ now ที่ต้นประโยคยังบอกได้ว่าผู้พูดกำลังเข้าควบคุมขั้นตอนถัดไป ทำให้คำสั่งแรงกว่าการพูดเพียง Lie down

แบบฝึกหัด

คนแปลกหน้าขอให้ผู้ใหญ่อีกคนย้ายกระเป๋าด้วยน้ำเสียงสงบ Now move your bag เป็นคำขอที่เป็นกลางและสุภาพหรือไม่?

  1. ไม่ใช่ อาจฟังดูชอบสั่งหรือใจร้อน
  2. ใช่ เป็นคำขอที่เป็นกลางและสุภาพ
ดูคำตอบ

ไม่ใช่ อาจฟังดูชอบสั่งหรือใจร้อน

Come out here at once, วลี

0:38

ออกมาเดี๋ยวนี้นะ,

วลี

“Come out here at once”: คำสั่งหนักแน่นให้ลงมือทันที

Come out here เป็นคำสั่งให้อีกฝ่ายออกจากสถานที่ปิดหรือที่ซ่อน แล้วมาหาผู้พูด ในประโยคนี้ at once หมายถึง “ทันที” ไม่ใช่ “ในเวลาเดียวกัน” ดังนั้นทั้งวลีจึงเป็นคำสั่งตรง ๆ ให้ลงมือทันที ถ้อยคำนี้ฟังหนักแน่นและมีอำนาจมากกว่า Come here ในฉากสมมติบทบาท รูปแบบคำสั่งที่เป็นทางการเช่นนี้ทำให้ผู้พูดดูเหมือนเป็นผู้ควบคุมสถานการณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นคำสั่งที่หนักแน่นและหมายถึง “มาที่ห้องทำงานของฉันทันที”

  1. I came to my office once.
  2. Come to my office at once.
  3. Come to my office when you have time.
ดูคำตอบ

Come to my office at once.

you cheeky lion. การใช้คำ

0:39

เจ้าสิงโตจอมซน

การใช้คำ

“cheeky lion”: การดุเบา ๆ แบบหยอกเล่น

Cheeky ใช้บรรยายคนที่ซุกซน กล้าแบบไม่ค่อยสุภาพ หรือดื้อเล็กน้อย แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนเลวอย่างจริงจังเสมอไป ในที่นี้ cheeky lion เป็นคำเรียกแบบหยอกและการดุเบา ๆ ผู้พูดมองว่า “สิงโต” ตัวนี้ซนอย่างน่าขำ ไม่ได้บอกว่าโหดร้ายหรืออันตราย

แบบฝึกหัด

เด็กคนหนึ่งยิ้มแล้วซ่อนหมวกของพ่อเป็นเรื่องล้อเล่น คำตอบใดเป็นการดุเบา ๆ แบบขี้เล่น

  1. You're cruel.
  2. You're cheeky.
  3. You're dangerous.
ดูคำตอบ

You're cheeky.

Hmm, this is a bit boring. วลี

0:47

อืม นี้น่าเบื่อจังเลย

วลี

a bit boring: การทำให้ความคิดเห็นเชิงลบฟังดูนุ่มนวล

ใน a bit boring คำว่า a bit หมายถึง “นิดหน่อย” และช่วยลดความแรงของคำคุณศัพท์เชิงลบ boring ผู้พูดยังบอกว่าสถานการณ์นั้นไม่น่าสนใจ แต่พูดตรงน้อยกว่าการใช้ This is boring ในที่นี้ a bit ไม่ได้บอกระดับที่แม่นยำ รูปแบบ a bit + คำคุณศัพท์เชิงลบ มักใช้เพื่อให้คำวิจารณ์หรือความไม่พอใจเล็กน้อยฟังดูนุ่มนวลขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงความคิดเห็นเชิงลบอย่างนุ่มนวลกว่า?

  1. The instructions are perfectly clear.
  2. The instructions are completely useless.
  3. The instructions are a bit confusing.
ดูคำตอบ

The instructions are a bit confusing.

Yeah, let's run away. กริยาวลี

0:49

ใช่ เราวิ่งหนีกันเถอะ

กริยาวลี

run away: ออกจากสถานที่อย่างรวดเร็ว

Run away เป็นกริยาวลีที่หมายถึงออกจากสถานที่หรือสถานการณ์อย่างรวดเร็ว มักใช้เมื่อหนีหรือหลีกเลี่ยงบางอย่าง คำว่า away เพิ่มความหมายของการเคลื่อนออกห่างจากจุดเริ่มต้น ดังนั้นทั้งวลีจึงมีความหมายมากกว่าแค่ run ในประโยคนี้เป็นการชวนกันเล่น ๆ ให้ออกจากกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ ไม่ใช่การหนีเหตุฉุกเฉิน บริบทรอบข้างจะบอกว่า run away มีความจริงจังแค่ไหน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าสุนัขวิ่งออกจากสถานที่นั้น?

  1. The dog ran toward the gate.
  2. The dog ran away through the open gate.
  3. The dog ran around the yard.
ดูคำตอบ

The dog ran away through the open gate.

No.

0:51

ไม่

Stop.

0:53

หยุดนะ

Fine.

0:53

ก็ได้

You can play with us if you like, น้ำเสียง/เจตนา

0:54

นายเล่นกับเราได้นะถ้านายต้องการ

น้ำเสียง/เจตนา

if you like: ทำให้คำชวนนุ่มนวลด้วยการให้ทางเลือก

ในที่นี้ if you like หมายถึง “ถ้าคุณต้องการ” เมื่อวางต่อจาก You can play with us จะทำให้คำชวนเป็นทางเลือกแทนที่จะเป็นคำสั่ง และเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายปฏิเสธได้ ทางเลือกนี้คือจะเข้าร่วมหรือไม่ ประโยคส่วนถัดไปเพิ่มเงื่อนไขในการเข้าร่วม ดังนั้น if you like ไม่ได้หมายความว่ากิจกรรมนี้ไม่มีกฎ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดให้อีกฝ่ายมีทางเลือกได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. You are not allowed to choose a seat.
  2. You must sit by the window now.
  3. You can sit by the window if you like.
ดูคำตอบ

You can sit by the window if you like.

but you have to play circus. ไวยากรณ์

0:56

แต่นายต้องเล่นละครสัตว์

ไวยากรณ์

have to play: บอกเงื่อนไขที่ต้องทำ

have to + คำกริยารูปพื้นฐาน บอกว่าการกระทำหนึ่งเป็นสิ่งจำเป็น ในที่นี้ have to play ทำให้การเล่นเกมคณะละครสัตว์เป็นเงื่อนไขของการเข้าร่วมกลุ่ม ความจำเป็นนี้อาจมาจากกฎที่ตั้งขึ้นอย่างไม่เป็นทางการในขณะนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นกฎหมายหรือคำสั่งที่เข้มงวด เมื่อพิจารณาข้อความทั้งสองส่วน can ให้สิทธิ์เข้าร่วม ส่วน have to เพิ่มกฎที่ต้องทำตามหลังจากเข้าร่วมแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมกฎความปลอดภัยโดยใช้ have to กับ wear: To join the cycling class, you ____ a helmet.

ดูคำตอบ

have to wear

No.

0:57

ไม่

Okay, well,

0:58

โอเค ถ้างั้น,

then you can't play with us. น้ำเสียง/เจตนา

0:59

นายก็เล่นกับเราไม่ได้

น้ำเสียง/เจตนา

then you can't play with us: การบอกผลของเงื่อนไข

ในที่นี้ then หมายถึง “ถ้าอย่างนั้น” มีการบอกเงื่อนไขไว้แล้วว่าเด็กอีกคนต้องยอมเล่นละครสัตว์ then จึงนำไปสู่ผลของการไม่ยอมรับเงื่อนไขนั้น คือเขาจะเข้าร่วมกลุ่มไม่ได้ นี่คือการใช้ then เพื่อบอกผล ไม่ใช่การบอกลำดับเวลาว่า “ต่อจากนั้น” ทั้งประโยคยังใช้สิทธิ์ในการร่วมเล่นเป็นแรงกดดันด้วยว่า ต้องยอมรับเงื่อนไข ไม่อย่างนั้นจะถูกกันออก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ then เพื่อนำไปสู่ผลของเงื่อนไข

  1. We finished lunch, then went outside.
  2. Back then, the street was quiet.
  3. If the library is closed, then we'll come back tomorrow.
ดูคำตอบ

If the library is closed, then we'll come back tomorrow.

You can't tell me what to do. น้ำเสียง/เจตนา

1:01

เธอจะมาสั่งให้ฉันทำอะไรไม่ได้นะ

น้ำเสียง/เจตนา

tell me what to do: การปฏิเสธการควบคุมจากผู้อื่น

ใน tell me what to do ส่วน what to do คือข้อมูลที่ตามหลัง tell หมายถึง “บอกฉันว่าควรทำอะไร” ตัววลีนี้อาจเป็นกลางได้ เช่น Please tell me what to do next. แต่ใน You can't tell me what to do ผู้พูดไม่ได้กำลังขอคำแนะนำ can't ใช้ปฏิเสธอำนาจที่อีกฝ่ายอ้างว่ามี ประโยคนี้จึงมีความหมายประมาณว่า “เธอไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน” เป็นการวางขอบเขตอย่างแข็งกร้าวและท้าทาย

แบบฝึกหัด

เมื่อพูดว่า You can't tell me what to do โดยทั่วไปผู้พูดกำลังทำอะไร

  1. ผู้พูดกำลังปฏิเสธความพยายามของอีกฝ่ายที่จะควบคุมตน
  2. ผู้พูดกำลังบอกว่าอีกฝ่ายมีข้อมูลไม่เพียงพอ
  3. ผู้พูดกำลังขอคำแนะนำที่ชัดเจน
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังปฏิเสธความพยายามของอีกฝ่ายที่จะควบคุมตน

Yes, I can tell you what to do

1:03

ได้สิ ฉันสั่งเธอได้

because we were playing first. ลำดับความ

1:05

เพราะพวกเราเล่นกันอยู่ก่อนแล้ว

ลำดับความ

because we were playing first: ใช้เหตุผลสนับสนุนข้อกล่าวอ้าง

because ใช้นำเหตุผลที่สนับสนุนคำกล่าวก่อนหน้า I can tell you what to do ผู้พูดบอกข้อสรุปก่อน แล้วจึงอธิบายว่าทำไมจึงคิดว่าข้อสรุปนั้นมีเหตุผล ในเหตุผลนี้ first บอกลำดับก่อนหลัง ผู้พูดบอกว่ากลุ่มของตนเริ่มเล่นก่อนอีกฝ่าย และใช้การเริ่มก่อนนั้นเป็นเหตุผลว่าตนมีสิทธิ์กำหนดกติกา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกข้อกล่าวอ้างก่อน แล้วใช้ because นำเหตุผลว่าเป็นฝ่ายมาถึงก่อน?

  1. We should use this table, but we got here first.
  2. We should use this table because we got here first.
  3. Because we got here first, we should use this table.
ดูคำตอบ

We should use this table because we got here first.

Fine.

1:07

ก็ได้

I'll just stand here and do this. น้ำเสียง/เจตนา

1:07

ฉันก็จะยืนอยู่ตรงนี้และทำแบบนี้แหละ

น้ำเสียง/เจตนา

I'll just stand here...: การพูดให้ดูเล็กน้อยที่อาจแสดงท่าทีท้าทาย

I'll just... ใช้บอกว่าผู้พูดตั้งใจจะทำอะไรต่อไป just ทำให้การกระทำนั้นฟังดูเล็กน้อย เรียบง่าย หรือไม่น่าจะต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ในความขัดแย้งนี้ ผู้พูดใช้คำพูดที่ฟังดูเบาร่วมกับการกระทำที่ตั้งใจรบกวนผู้อื่น การพูดให้ดูเป็นเรื่องเล็กจึงอาจฟังดูไม่ให้ความร่วมมือหรือท้าทายได้ อย่างไรก็ตาม สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการประชดหรือเป็นศัตรูเสมอไป ท่าทีที่แท้จริงขึ้นอยู่กับการกระทำ น้ำเสียง และปฏิสัมพันธ์รอบข้าง

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: เมื่อใดก็ตามที่ใครพูดว่า I'll just... คนนั้นกำลังแสดงท่าทีท้าทาย

  1. ไม่ถูก
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ไม่ถูก

Hercules,

1:11

เฮอร์คิวลีส

stop it.

1:11

หยุดนะ

I'll get some help.

1:15

ฉันจะไปหาคนมาช่วย

Stop it.

1:16

หยุดนะ

Cut it out. กริยาวลี

1:18

เลิกทำแบบนั้นเถอะ

กริยาวลี

Cut it out: คำสั่งอย่างแรงให้หยุด

Cut it out เป็นคำสั่งแบบไม่เป็นทางการที่ใช้เป็นสำนวนตายตัว หมายถึง “หยุดทำแบบนั้น” โดยมุ่งไปที่พฤติกรรมที่น่ารำคาญ รบกวน หรือไม่เหมาะสมซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ ในประโยคนี้ it หมายถึงพฤติกรรมนั้น ไม่ใช่วัตถุ และ cut ก็ไม่ได้มีความหมายตามตัวอักษรว่า “ตัด” สำนวนนี้มักสื่อความรำคาญหรือการตำหนิ จึงแรงกว่าคำขอที่เป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เพื่อนของคุณส่งเสียงรบกวนสมาธิไม่หยุด เติมคำสั่งด้วยสำนวนตายตัวจากบทเรียนนี้: ____! I'm trying to concentrate.

ดูคำตอบ

Cut it out

Hey, what's going on here? วลี

1:19

เฮ้ เกิดอะไรขึ้นที่นี่เนี่ย?

วลี

What's going on here?: ถามและขอคำอธิบายเกี่ยวกับเหตุการณ์ตรงหน้า

What's going on here? ใช้ถามว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในสถานที่หรือสถานการณ์ที่ผู้พูดเพิ่งสังเกตเห็น going on ในที่นี้หมายถึง “กำลังเกิดขึ้น” ไม่ได้หมายถึง “ดำเนินต่อไป” Here ชี้คำถามไปยังเหตุการณ์ตรงหน้าผู้พูด คำถามทั้งประโยคมักไม่ได้ขอเพียงข้อมูล แต่ยังแสดงว่าผู้พูดกำลังเข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่สับสน เสียงดัง หรือน่าเป็นห่วง และต้องการคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

ครูเดินเข้าไปในห้องที่มีหลายคนกำลังโต้เถียงกันและต้องการคำอธิบายเกี่ยวกับเหตุการณ์ คำถามใดเหมาะสมที่สุด?

  1. What's going on here?
  2. Where is everyone going?
  3. When did the meeting end?
ดูคำตอบ

What's going on here?

This meanie isn't doing what I tell him to. ไวยากรณ์

1:20

คนใจร้ายคนนี้ไม่ยอมทำตามที่หนูบอก

ไวยากรณ์

what I tell him to: การละ do ที่ซ้ำในท้ายประโยค

ใน doing what I tell him to คำว่า to ท้ายประโยคแทน to do รูปเต็มคือ doing what I tell him to do หมายถึง “ทำสิ่งที่ฉันสั่งให้เขาทำ” ภาษาอังกฤษมักละกริยาที่ซ้ำหลัง infinitive to เมื่อบริบทบอกชัดว่าเป็นการกระทำอะไร ในที่นี้ doing เป็นตัวบอกการกระทำนั้น ประโยคจึงไม่ได้พูดค้างไว้ แต่ to ท้ายประโยคชี้กลับไปยัง do ที่ถูกละ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยไม่ใช้ do ซ้ำ: He always does what I tell him ____.

ดูคำตอบ

to

Oh, don't be so silly. น้ำเสียง/เจตนา

1:24

โอ้ อย่าไร้สาระไปหน่อยเลย

น้ำเสียง/เจตนา

don't be so silly: การตำหนิเบา ๆ ที่อาจมองข้ามความรู้สึก

Don't be so silly เป็นการตำหนิแบบเบา ๆ ผู้พูดมองว่าพฤติกรรม ความคิด หรือคำบ่นของอีกฝ่ายไม่สมเหตุสมผล หรือไม่ควรเอาจริงเอาจังมากขนาดนั้น ในที่นี้ใช้เพื่อลดความตึงเครียดและพยายามผ่านเรื่องที่บ่นไป ไม่ได้เป็นการดูหมิ่นสติปัญญาอย่างรุนแรง ความหมายอาจฟังดูหยอกล้อหรือปลอบใจ ประมาณว่า “เอาน่า เรื่องนี้ไม่คุ้มที่จะกังวลหรอก” หรืออาจฟังดูไม่เห็นความสำคัญของอีกฝ่ายก็ได้ ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์และน้ำเสียง ประโยคนี้ทั้งตักเตือนอีกฝ่ายและมองว่าปฏิกิริยาของเขาเกินเหตุหรืองี่เง่า

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานพูดอย่างจริงจังว่าการถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมทำให้เขาเสียใจ คุณตอบว่า “Don't be so silly.” การตอบแบบนี้เหมาะสมหรือไม่?

  1. เหมาะสม
  2. ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

Hmm?

1:26

หืม?

Come on,

1:27

มาสิ

you're just in time. วลี

1:27

เธอมาได้เวลาพอดีเลย

วลี

just in time: มาถึงในจังหวะที่พอดี

ในประโยค You're just in time วลี just in time หมายถึงใครบางคนมาถึงในจังหวะที่เหมาะพอดี คือก่อนที่จะสายเกินไปและในเวลาที่เขาสามารถช่วยได้ คำว่า just ในที่นี้หมายถึง “พอดี” ไม่ใช่ “เพียงแค่” วลีนี้มักสื่อว่าแทบไม่มีเวลาเหลือ หรือจังหวะนั้นเหมาะและเป็นประโยชน์เป็นพิเศษ รูปแบบที่พบบ่อยคือ arrive/get somewhere just in time และมักตามด้วย to + คำกริยา หรือ for + คำนาม

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่แสดงว่าแทบไม่มีเวลาเหลือให้ประโยคสมบูรณ์: The doors were about to close, but we got there ____.

ดูคำตอบ

just in time

We need a muscle man to help save our lion tamer. วัฒนธรรม

1:28

เราต้องการชายกล้ามโตมาช่วยชีวิตคนฝึกสิงโตของเรา

วัฒนธรรม

muscle man: บทชายจอมพลังในการเล่นสมมติเป็นคณะละครสัตว์

ในที่นี้ muscle man เป็นชื่อบทบาทในการเล่นสมมติเป็นคณะละครสัตว์ หมายถึงนักแสดงที่แข็งแรงและทรงพลัง ซึ่งเป็นบทบาทที่มักเรียกว่า circus strongman ไม่ได้หมายถึงผู้ชายที่มีกล้ามทุกคน ชื่อบทบาทนี้ทำให้รู้หน้าที่ของตัวละครในเรื่องได้ทันที เขาถูกคาดหวังให้ใช้พละกำลังช่วยคนฝึกสิงโต

แบบฝึกหัด

ในประโยคเกี่ยวกับการเล่นสมมติเป็นคณะละครสัตว์นี้ muscle man หมายถึงอะไร?

  1. ครูสอนฟิตเนสที่นำชั้นออกกำลังกาย
  2. คนที่ฝึกสิงโต
  3. ตัวละครชายจอมพลังที่มีหน้าที่ใช้กำลัง
ดูคำตอบ

ตัวละครชายจอมพลังที่มีหน้าที่ใช้กำลัง

วัฒนธรรม

lion tamer: คนที่ฝึกสิงโต

ในประโยคนี้ lion tamer หมายถึงคนที่ฝึกและควบคุมสิงโตในการแสดงละครสัตว์แบบดั้งเดิม บทบาทนี้ทำให้เกิดเรื่องราวการช่วยเหลือ โดยผู้ที่ต้องได้รับการช่วยคือผู้ฝึกสิงโต ไม่ใช่สิงโต ในที่นี้ tamer เป็นคำนามที่สร้างจาก tame + -er ซึ่งหมายถึงคนที่ทำให้เชื่อง ในคำประสม lion tamer คำว่า lion บอกว่าคนนั้นฝึกสัตว์ชนิดใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าคนที่ฝึกสิงโตเดินเข้าไปในลานแสดง?

  1. A tamer lion entered the arena.
  2. The lion grew tamer in the arena.
  3. A lion tamer entered the arena.
ดูคำตอบ

A lion tamer entered the arena.

Do as you're told, วลี

1:31

ทำตามที่สั่งซะดีๆ,

วลี

Do as you're told: คำสั่งที่มีอำนาจให้เชื่อฟัง

Do as you're told หมายถึงให้ทำตามคำสั่งที่มีคนบอกคุณไว้แล้ว ในที่นี้ as หมายถึงตามวิธีที่กำหนด ไม่ได้หมายถึงเพราะ และ you're told เป็นโครงสร้างถูกกระทำ ซึ่งหมายถึงมีคนบอกว่าคุณต้องทำอะไร คำสั่งนี้เน้นการเชื่อฟัง ไม่ใช่เพียงการทำงานให้เสร็จ จึงฟังดูมีอำนาจและเหมือนการดุมากกว่า Do it ธรรมดา

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในการพูดคุยทั่วไประหว่างเพื่อนร่วมงานที่มีสถานะเท่ากัน Do as you're told เป็นคำแนะนำที่เป็นกลางและสุภาพ

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

you stinky lion. การใช้คำ

1:32

เจ้าสิงโตเหม็น

การใช้คำ

stinky lion ในฐานะคำต่อว่าแบบเด็ก ๆ ที่ใช้หยอกเล่น

ตามตัวอักษร stinky ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ แต่ใน you stinky lion คำนี้ทำหน้าที่หลักเป็นคำต่อว่าแบบเด็ก ๆ ใกล้เคียงกับ “เจ้าสิงโตนิสัยไม่ดี” มากกว่าจะเป็นการบอกข้อเท็จจริงเรื่องกลิ่น ในเกมสมมติ คำนี้ช่วยสร้างความขัดแย้งเล็ก ๆ ระหว่างตัวละคร บริบทที่เป็นการเล่นทำให้เบากว่าคำดูถูกรุนแรงของผู้ใหญ่ แต่คำนี้ก็ยังมีความหมายในแง่ลบ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดใช้ stinky เป็นคำต่อว่าแบบเด็ก ๆ ที่ใช้หยอกเล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. แพทย์พูดกับผู้ป่วยอย่างสุภาพว่า “You are a stinky person.”
  2. ในรายงานทางการ ผู้จัดการเขียนว่า “Our stinky director approved the plan.”
  3. ระหว่างเล่นเป็นโจรสลัด เด็กคนหนึ่งหัวเราะแล้วพูดว่า “You stinky pirate!”
ดูคำตอบ

ระหว่างเล่นเป็นโจรสลัด เด็กคนหนึ่งหัวเราะแล้วพูดว่า “You stinky pirate!”

Come on.

1:35

เร็วเข้าสิ

Oh help,

1:38

โอ้ ช่วยด้วย,

no.

1:39

ไม่นะ

You meanie lion. การใช้คำ

1:40

เจ้าสิงโตใจร้าย

การใช้คำ

meanie lion ในฐานะป้ายเรียกตัวละครแบบเด็ก ๆ

meanie เป็นคำนามไม่เป็นทางการแบบเด็ก ๆ ใช้เรียกคนที่ไม่ใจดีหรือชอบทำตัวร้าย ใน You meanie lion คำนามนี้วางไว้หน้า lion เพื่อสร้างป้ายเรียกตัวละครแบบหยอกเล่น ซึ่งมีความหมายประมาณว่า “เจ้าสิงโตใจร้าย” วลีนี้ฟังเหมือนเด็กกำลังตั้งชื่อให้บทบาทหนึ่งระหว่างเล่น ไม่ใช่คำบรรยายสัตว์แบบเป็นทางการหรือเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

ในเกมสมมติ เด็กคนหนึ่งต้องการใช้ป้ายเรียกแบบเด็ก ๆ กับมังกรที่ใจร้าย เติมบทพูดให้สมบูรณ์: You ____ dragon!

ดูคำตอบ

meanie

You're not a meanie.

1:45

เธอไม่ได้เป็นคนใจร้ายสักหน่อย

You're a good little lion.

1:47

เธอเป็นสิงโตน้อยที่แสนดีต่างหาก

It's you who's the meanie. ไวยากรณ์

1:49

เธอต่างหากที่เป็นคนใจร้าย

ไวยากรณ์

It's you who's...: เน้น you เพื่อโต้แย้งแก้ไข

นี่คือโครงสร้างเน้นแบบ it-cleft: It is + บุคคลที่ต้องการเน้น + อนุประโยค who โดยวางสรรพนาม you ไว้ในตำแหน่งที่เป็นจุดเน้น และอนุประโยค who บอกว่าสิ่งใดเป็นจริงเกี่ยวกับบุคคลนั้น เมื่อเทียบกับประโยคบอกเล่าธรรมดา You're the meanie โครงสร้างนี้มีความหมายเชิงโต้แย้งแก้ไข ผู้พูดโยนคำเรียกนั้นกลับไปที่อีกฝ่ายว่าเป็นเธอ ไม่ใช่ฉันหรือคนอื่น Who's เป็นรูปย่อของ who is

แบบฝึกหัด

มีคนบอกว่าคุณเป็นคนใจร้าย คุณต้องการโยนคำกล่าวหากลับไปที่คนนั้นและเน้นให้ชัดว่าเขาต่างหากที่ใจร้าย คำตอบใดใช้โครงสร้างเน้นแบบ it-cleft

  1. Who is the meanie?
  2. You're sometimes a meanie.
  3. It's you who's the meanie.
ดูคำตอบ

It's you who's the meanie.

Me?

1:51

ฉันเหรอ?

Yes, you.

1:51

ใช่ เธอนั่นแหละ

It was just pretend. การใช้คำ

1:55

มันก็แค่การแกล้งเล่นเองนะ

การใช้คำ

just pretend: บอกว่าสถานการณ์นั้นไม่ใช่เรื่องจริง

ในที่นี้ pretend ไม่ได้ใช้เป็นรูปแบบคำกริยา pretend to do something แต่ตามหลัง was เพื่ออธิบายว่าสถานการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องสมมติ เป็นส่วนหนึ่งของการเล่นตามจินตนาการ ไม่ใช่เหตุการณ์จริง Just หมายถึงแค่หรือเพียง และช่วยลดความรุนแรงที่ดูเหมือนจะมี ผู้พูดใช้ just pretend เพื่อบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ควรถูกมองว่าเป็นความขัดแย้งหรืออันตรายจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ pretend เหมือนประโยคต้นฉบับ เพื่อบอกว่าสถานการณ์การเล่นทั้งหมดไม่ใช่เรื่องจริง โดยไม่มี infinitive ที่ใช้ to

  1. They pretend to serve tea.
  2. She was pretending to drink tea.
  3. The tea party was just pretend.
ดูคำตอบ

The tea party was just pretend.

Ladies and gentlemen, วลี

2:01

ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ,

วลี

Ladies and gentlemen: คำกล่าวเปิดแบบพิธีกรบนเวที

Ladies and gentlemen เป็นคำกล่าวทักทายผู้ชมทั้งหมดแบบดั้งเดิมและเป็นทางการ มักใช้ขึ้นต้นสุนทรพจน์ พิธีการ หรือการแสดง และบอกว่ากำลังจะเริ่มประกาศหรือแนะนำต่อสาธารณะ ในที่นี้เป็นการเลียนแบบวิธีพูดของพิธีกรคณะละครสัตว์หรือพิธีกรบนเวที จึงให้ความรู้สึกขี้เล่นและเป็นละคร ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกำลังตรวจสอบว่ามีผู้หญิงและผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่บางคนอยู่จริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Ladies and gentlemen เป็นคำกล่าวเปิดอย่างเป็นทางการต่อผู้ชม

  1. Ladies and gentlemen, welcome to tonight's show.
  2. Hi, Mia. Did you sleep well?
  3. Hey, Tom, pass me the ball.
ดูคำตอบ

Ladies and gentlemen, welcome to tonight's show.

Hercules the muscle man. วัฒนธรรม

2:02

เฮอร์คิวลีสชายกล้ามโต

วัฒนธรรม

Hercules the muscle man: ชื่อที่เสริมภาพลักษณ์จอมพลัง

Hercules เป็นชื่อแบบโรมันของวีรบุรุษในตำนานที่รู้จักกันในชื่อ Heracles ตามคติของกรีก และในภาษาอังกฤษชื่อนี้ทำให้นึกถึงพละกำลังที่เหนือธรรมดาอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงเป็นชื่อตัวละครที่มีความหมายเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม ไม่ใช่ชื่อเล่นที่ตั้งขึ้นแบบสุ่ม ใน Hercules the muscle man นั้น Hercules เป็นชื่อตัวละคร ส่วน the muscle man เป็นคำเรียกเชิงบรรยายที่วางต่อท้ายชื่อ คล้ายการแนะนำตัวละครบนเวที คำเรียกนี้บอกว่าเขาเป็นชายที่มีกล้ามเนื้อมากหรือเป็นนักแสดงโชว์พละกำลัง และช่วยย้ำภาพลักษณ์ด้านพลังของชื่อนี้

แบบฝึกหัด

เหตุใด Hercules จึงเหมาะที่จะใช้เป็นชื่อของ muscle man

  1. ทำให้นึกถึงวีรบุรุษชื่อดังที่เชื่อมโยงกับพละกำลังอันเหนือธรรมดา
  2. เป็นคำภาษาอังกฤษทั่วไปที่หมายถึงตั๋วละครสัตว์
  3. หมายถึงคนที่มาถึงก่อนเวลาเสมอ
ดูคำตอบ

ทำให้นึกถึงวีรบุรุษชื่อดังที่เชื่อมโยงกับพละกำลังอันเหนือธรรมดา