คาเฟอีนทำให้เราตื่นตัวได้อย่างไร? - Hanan Qasim: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
643 คำ 148 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าคาเฟอีนปิดกั้นตัวรับอะดีโนซีนเพื่อให้สมองตื่นตัว ส่งผลต่อโดพามีนและร่างกายอย่างไร และเหตุใดการบริโภคเป็นประจำจึงอาจนำไปสู่ภาวะดื้อคาเฟอีนและอาการถอนในที่สุด ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. caffeine acts as a stimulant — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่า act as ใช้บอกหน้าที่หรือบทบาทที่สิ่งหนึ่งทำอยู่ ในที่นี้ stimulant เป็นชื่อหมวดหมู่ทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เพียงคำพ้องของพลังงาน คุณจึงนำรูปแบบนี้ไปอธิบายหน้าที่ของสาร อุปกรณ์ หรือบุคคลในบริบทวิทยาศาสตร์และการทำงานได้อย่างแม่นยำ 2. There's evidence that — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตโครงสร้างที่ใช้เกริ่นข้อกล่าวอ้างซึ่งมีงานวิจัยรองรับ โดยไม่เสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงเด็ดขาด คุณสามารถใช้ในงานเขียนเชิงวิชาการ คำอธิบายวิทยาศาสตร์ และการอภิปราย เพื่อบอกว่าข้อสรุปถัดไปมีหลักฐานสนับสนุนพร้อมคงน้ำเสียงที่ระมัดระวังอย่างเหมาะสม 3. an unpleasant withdrawal. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เรียนรู้ว่า withdrawal ในบริบทสุขภาพหรือการพึ่งพาสาร หมายถึงผลทางกายและอารมณ์ที่อาจเกิดหลังหยุดสารที่เคยบริโภคเป็นประจำ ไม่ได้หมายถึงการถอนบางสิ่งออกเท่านั้น ความหมายนี้ช่วยให้เข้าใจเรื่องภาวะดื้อคาเฟอีนและบรรยายอาการถอน เช่น ปวดศีรษะหรืออ่อนเพลีย ได้ถูกต้อง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Over 100,000 metric tons of caffeine การใช้คำ

0:07

คาเฟอีนกว่า 100,000 เมตริกตัน

การใช้คำ

metric tons of caffeine: มวลรวมที่วัดจริง

ในโครงสร้าง number + metric tons of + substance คำว่า metric tons เป็นหน่วยมวลอย่างเป็นทางการ และ of เชื่อมค่าที่วัดนี้เข้ากับ caffeine หนึ่งเมตริกตันเท่ากับ 1,000 กิโลกรัม ในที่นี้ caffeine ถูกมองเป็นสารที่วัดจากน้ำหนักรวม ไม่ใช่สิ่งของแยกชิ้นที่นับทีละชิ้นได้ เพราะมีทั้งตัวเลขที่แน่นอนและ metric อยู่ด้วย tons จึงเป็นหน่วยวัดตามความหมายตรง ไม่ใช่เพียงคำพูดเกินจริงแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “มาก”

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “metric tons of caffeine” บอกถึงอะไร?

  1. มวลรวมของคาเฟอีนที่วัดจริง
  2. เป็นเพียงวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการว่าคาเฟอีนเป็นที่นิยม
  3. จำนวนชิ้นคาเฟอีนที่แยกกัน
ดูคำตอบ

มวลรวมของคาเฟอีนที่วัดจริง

are consumed around the world every year. ไวยากรณ์

0:10

ถูกบริโภคทั่วโลกในทุกๆ ปี

ไวยากรณ์

are consumed around the world: passive voice สำหรับสถิติระดับโลก

Are consumed เป็นรูป passive voice ใน simple present โดยมีโครงสร้าง are + past participle consumed ประธานเต็มคือ Over 100,000 metric tons of caffeine และคำนามหลัก tons เป็นพหูพจน์ จึงใช้ are ไม่ใช่ is รูป passive ทำให้คาเฟอีนและปริมาณรวมเป็นหัวข้อหลักของประโยค โดยไม่ระบุผู้บริโภค เพราะในสถิติระดับโลก ปริมาณสำคัญกว่าผู้ที่ทำกริยา Around the world กำหนดขอบเขตว่าการบริโภคเกิดขึ้นทั่วโลก

แบบฝึกหัด

ใช้รูป simple present passive ของ consume เติมประโยคให้สมบูรณ์: Millions of cups of tea ____ around the world every day.

ดูคำตอบ

are consumed

That's equivalent to the weight of 14 Eiffel Towers. โน้ต

0:13

ซึ่งเทียบเท่ากับน้ำหนักของหอไอเฟล 14 หอ

วลี

That's equivalent to: เปลี่ยนตัวเลขให้เป็นการเปรียบเทียบที่คุ้นเคย

ในที่นี้ That's equivalent to ... หมายถึงปริมาณที่เพิ่งกล่าวถึงมีค่าเท่ากับหรือใกล้เคียงกับอีกปริมาณหนึ่งตามเกณฑ์ที่ระบุ “That's” ชี้กลับไปยังปริมาณก่อนหน้า และ equivalent to ใช้เปิดการเปรียบเทียบที่ทำให้เห็นภาพง่ายขึ้น การเทียบนี้ใช้เฉพาะกับคุณสมบัติที่ระบุ ในประโยคนี้คือเรื่องน้ำหนัก ไม่ได้หมายความว่าสองสิ่งนี้เหมือนกันทุกด้าน

แบบฝึกหัด

เติมคำอธิบายด้วยวลีที่ถูกต้องซึ่งใช้เปิดการเปรียบเทียบ: The tank holds 30,000 liters of water. ____ the amount used by 200 people in one day.

ดูคำตอบ

That's equivalent to

วัฒนธรรม

14 Eiffel Towers: ใช้สถานที่สำคัญเป็นสิ่งอ้างอิงด้านขนาด

หอไอเฟลเป็นสถานที่สำคัญขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงในกรุงปารีส “14 Eiffel Towers” ชวนให้จินตนาการถึงหอไอเฟลสิบสี่แห่งรวมกัน แล้วใช้น้ำหนักรวมเป็นสิ่งอ้างอิงเพื่อบอกขนาด นี่เป็นการเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นขนาด ไม่ใช่ความเชื่อมโยงจริง คำอธิบายด้านวิทยาศาสตร์และข่าวภาษาอังกฤษมักใช้สถานที่สำคัญที่คนคุ้นเคยในลักษณะนี้ เพื่อช่วยให้จินตนาการถึงตัวเลขมหาศาลได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

“the weight of 14 Eiffel Towers” ในประโยคมีจุดประสงค์อะไร?

  1. บอกว่ามีการชั่งน้ำหนักหอไอเฟลสิบสี่แห่งในการทดลอง
  2. ใช้สิ่งที่คุ้นเคยเป็นมาตราส่วนเพื่อช่วยให้นึกภาพน้ำหนักที่มหาศาล
  3. บอกว่าวัตถุที่นำมาวัดผลิตขึ้นที่ใด
ดูคำตอบ

ใช้สิ่งที่คุ้นเคยเป็นมาตราส่วนเพื่อช่วยให้นึกภาพน้ำหนักที่มหาศาล

Most of this caffeine is consumed in coffee and tea,

0:17

คาเฟอีนส่วนใหญ่นี้ถูกบริโภคในรูปแบบของกาแฟและชา

but it's also ingested in some sodas, การใช้คำ

0:21

แต่ก็ยังมีการบริโภคในน้ำอัดลมบางชนิด

การใช้คำ

ingested: คำทางการสำหรับการรับเข้าสู่ร่างกายด้วยการกินหรือดื่ม

ในประโยคนี้ ingested หมายถึงเข้าสู่ร่างกายด้วยการกลืน รูปถูกกระทำ is ingested ทำให้คาเฟอีนเป็นจุดเน้น กล่าวคือคาเฟอีนเข้าสู่ร่างกายพร้อมกับน้ำอัดลมบางชนิด คำกริยา ingest ครอบคลุมสารที่อยู่ในอาหารแข็ง เครื่องดื่ม หรือยาได้ เป็นคำที่เป็นทางการกว่า eat หรือ drink และไม่ได้หมายถึงการกินของแข็งเท่านั้น

แบบฝึกหัด

คำเตือนต้องการสื่อว่าห้ามกลืนผลิตภัณฑ์นี้ ประโยคใดเป็นถ้อยคำทางการที่เหมาะสมที่สุด

  1. Do not sip this product slowly.
  2. Do not eat this product with dinner.
  3. Do not ingest this product.
ดูคำตอบ

Do not ingest this product.

chocolate, caffeine pills,

0:23

ช็อกโกแลต ยาคาเฟอีนอัดเม็ด

and even beverages labeled decaf. การใช้คำ

0:25

และแม้แต่เครื่องดื่มที่ติดฉลากว่าไม่มีคาเฟอีน

การใช้คำ

beverages labeled decaf: เครื่องดื่มที่ติดฉลากว่า decaf

beverages labeled decaf หมายถึงเครื่องดื่มที่ติดฉลากว่า decaf คำว่า labeled decaf เป็นอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำแบบย่อ รูปเต็มคือ beverages that are labeled decaf วลีหลัง beverages อธิบายฉลากที่ติดอยู่บนเครื่องดื่ม decaf เป็นรูปย่อของ decaffeinated โดยทั่วไปหมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการกำจัดคาเฟอีน แต่ฉลาก decaf เพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าเครื่องดื่มไม่มีคาเฟอีนเลย

แบบฝึกหัด

beverages labeled decaf บอกข้อมูลใดได้ถูกต้องที่สุด

  1. เครื่องดื่มติดฉลากว่า decaf แต่ข้อความนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าคาเฟอีนเป็นศูนย์
  2. เครื่องดื่มติดฉลากว่าเป็นเครื่องดื่มทั่วไปที่มีคาเฟอีน
  3. มีการรับประกันว่าเครื่องดื่มไม่มีคาเฟอีนเลย
ดูคำตอบ

เครื่องดื่มติดฉลากว่า decaf แต่ข้อความนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าคาเฟอีนเป็นศูนย์

Caffeine helps us feel alert, ไวยากรณ์

0:29

คาเฟอีนช่วยให้เรารู้สึกตื่นตัว

focused, happy, and energetic,

0:31

มีสมาธิ มีความสุข และมีพลัง

even if we haven't had enough sleep. ไวยากรณ์

0:33

แม้ว่าเราจะนอนหลับไม่เพียงพอก็ตาม

ไวยากรณ์

helps us feel: help + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

ใน helps us feel คำว่า help ตามด้วยผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือคือ us และกริยารูปพื้นฐานคือ feel จึงเป็นโครงสร้าง help + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้หมายถึงคาเฟอีนช่วยให้เราเข้าสู่สภาวะที่บอกไว้หลัง feel ได้ง่ายขึ้น คำคุณศัพท์หลัง feel เช่น alert และ focused ใช้บอกสภาวะเหล่านั้น ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน มักใช้กริยารูปพื้นฐานอย่าง feel ต่อจาก help โดยไม่ใส่ to ส่วน helps us to feel ก็ถูกหลักไวยากรณ์เช่นกัน แต่ไม่จำเป็นต้องมี to

แบบฝึกหัด

ใช้ help, us และ feel อย่างละหนึ่งครั้ง โดยผัน help เป็น present simple เพื่อเติมโครงสร้างให้สมบูรณ์: A short break ____ refreshed.

ดูคำตอบ

helps us feel

ไวยากรณ์

even if we haven't had enough sleep: ผลลัพธ์ยังคงเป็นจริง

even if ใช้นำเงื่อนไขที่ไม่ทำให้ผลลัพธ์หลักเปลี่ยนไป ในที่นี้ การนอนไม่เพียงพอเป็นความเป็นไปได้ที่ไม่ดี แต่ประโยคบอกว่าผลที่กล่าวไว้ยังคงเกิดขึ้นได้ อนุประโยค we haven't had enough sleep ใช้ present perfect เพื่อบอกสภาพการนอนตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้ even if ไม่ได้ยืนยันด้วยตัวเองว่าเงื่อนไขนั้นเป็นจริงแน่นอน แต่แสดงว่าผลลัพธ์หลักยังเป็นจริงไม่ว่าเงื่อนไขนั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม

แบบฝึกหัด

ยังไม่แน่ใจว่าพรุ่งนี้ฝนจะตกหรือไม่ แต่การแข่งขันในร่มจะดำเนินต่อไป ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. Even if it rains tomorrow, the indoor game will continue.
  2. Even though it rains tomorrow, the indoor game will continue.
  3. The indoor game will continue only if it rains tomorrow.
ดูคำตอบ

Even if it rains tomorrow, the indoor game will continue.

But it can also raise our blood pressure วลี

0:35

แต่มันก็สามารถเพิ่มความดันโลหิตของเราได้เช่นกัน

วลี

raise our blood pressure: ทำให้ค่าทางสุขภาพสูงขึ้น

ในวลี raise our blood pressure คำว่า raise เป็นคำกริยาที่ต้องมีกรรม หมายถึงทำให้ระดับหรือค่าที่วัดได้สูงขึ้น สิ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นประธาน ส่วน blood pressure เป็นกรรมที่มีค่าสูงขึ้น ในที่นี้ raise ไม่ได้หมายถึงยกขึ้นด้วยมือ รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับค่าอื่นได้ เช่น raise the temperature, raise the price หรือ raise the risk

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย raise หรือ rise: Too much salt may ____ your blood pressure.

ดูคำตอบ

raise

and make us feel anxious. ไวยากรณ์

0:38

และทำให้เรารู้สึกวิตกกังวล

ไวยากรณ์

make us feel anxious: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

Make us feel anxious ใช้โครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดย us คือผู้ที่ได้รับผล และ feel ยังคงเป็นรูปพื้นฐานเมื่ออยู่หลัง make Anxious เป็นคำคุณศัพท์ที่อยู่หลัง feel และบอกอารมณ์ที่เกิดขึ้น ในประโยค active ไม่ต้องเติม to ให้ใช้ make us feel ไม่ใช่ make us to feel

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ feel: Loud noises can make some people ____ anxious.

ดูคำตอบ

feel

It's the world's most widely used drug. การใช้คำ

0:40

มันคือยาที่มีการใช้อย่างแพร่หลายมากที่สุดในโลก

การใช้คำ

drug ใน world's most widely used drug

ในที่นี้ drug ใช้ในความหมายกว้างทางวิทยาศาสตร์ คือสารที่เปลี่ยนการทำงานของร่างกายหรือสมอง คาเฟอีนอยู่ในความหมายนี้เพราะมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง วลีนี้ไม่ได้จัดว่าคาเฟอีนเป็นสารผิดกฎหมาย บริบททางวิทยาศาสตร์ทำให้ต้องเลือกความหมายนี้ แทนที่จะตีความ drug โดยอัตโนมัติว่าเป็นยาเสพติดผิดกฎหมาย

แบบฝึกหัด

drug ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. หมายถึงสารผิดกฎหมายเท่านั้น
  2. หมายถึงใบสั่งยาจากแพทย์
  3. หมายถึงสารใด ๆ ที่มีผลต่อร่างกายหรือสมอง
ดูคำตอบ

หมายถึงสารใด ๆ ที่มีผลต่อร่างกายหรือสมอง

So how does it keep us awake? ลำดับความ

0:43

แล้วมันช่วยให้เราตื่นอยู่ได้อย่างไร?

ลำดับความ

So how does it keep us awake?: การเปลี่ยนเข้าสู่คำอธิบายกลไก

So เชื่อมคำถามนี้กับข้อความก่อนหน้าเกี่ยวกับคาเฟอีน จากนั้น How does it keep us awake? ก็ประกาศหัวข้อถัดไป นั่นคือกลไกที่อยู่เบื้องหลังผลดังกล่าว สื่ออธิบายวิทยาศาสตร์มักใช้คำถามอย่าง So how does...? เพื่อเปลี่ยนเข้าสู่หัวข้อใหม่ คำถามนี้เปลี่ยนผลลัพธ์ที่กล่าวไว้ให้เป็นคำถามที่ส่วนถัดไปจะตอบ ช่วยให้ผู้ชมตามโครงสร้างข้อมูลได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

คำอธิบายวิทยาศาสตร์กล่าวว่า “This coating keeps glass from fogging up.” ประโยคใดเหมาะที่สุดที่จะใช้ต่อเพื่อเข้าสู่คำอธิบายกลไก

  1. How much does the glass cost?
  2. So how does the coating stop fog from forming?
  3. The glass looks clear today.
ดูคำตอบ

So how does the coating stop fog from forming?

Caffeine evolved in plants, การใช้คำ

0:46

คาเฟอีนมีวิวัฒนาการในพืช

where it serves a few purposes. วลี

0:48

ซึ่งมันทำหน้าที่หลายประการที่นั่น

การใช้คำ

Caffeine evolved in plants: วิวัฒนาการข้ามชั่วรุ่น

ในที่นี้ evolved ใช้ในความหมายทางชีววิทยา กล่าวคือ ลักษณะที่ทำให้พืชสร้างคาเฟอีนได้เกิดขึ้นในสายวิวัฒนาการของพืชตลอดหลายชั่วรุ่น ในทางไวยากรณ์ Caffeine เป็นประธาน แต่ประโยคนี้เป็นวิธีพูดแบบกระชับถึงจุดกำเนิดของลักษณะดังกล่าวในพืช ไม่ได้หมายความว่าพืชต้นหนึ่งเปลี่ยนแปลงเช่นนั้นภายในช่วงชีวิตของตนเอง หรือพืชตั้งใจประดิษฐ์คาเฟอีนขึ้นมา ในบริบททางวิทยาศาสตร์ evolve หมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่ถ่ายทอดข้ามชั่วรุ่น ไม่ใช่ความตั้งใจ

แบบฝึกหัด

การตีความใดตรงกับ evolved ในประโยคนี้มากที่สุด

  1. พืชแต่ละต้นเรียนรู้วิธีสร้างคาเฟอีนภายในช่วงชีวิตของตนเอง
  2. ลักษณะการสร้างคาเฟอีนเกิดขึ้นในสายวิวัฒนาการของพืชตลอดหลายชั่วรุ่น
  3. พืชต้นหนึ่งตัดสินใจประดิษฐ์คาเฟอีนเพื่อจุดประสงค์เฉพาะ
ดูคำตอบ

ลักษณะการสร้างคาเฟอีนเกิดขึ้นในสายวิวัฒนาการของพืชตลอดหลายชั่วรุ่น

วลี

serves a few purposes: ทำหน้าที่หลายอย่าง

ใน it serves a few purposes คำว่า serve หมายถึง “ทำหน้าที่” หรือ “มีประโยชน์ในด้านหนึ่ง” ประธาน it หมายถึง caffeine ส่วน purposes คือหน้าที่ของคาเฟอีนในพืช ไม่ได้หมายความว่าคาเฟอีนกำลังให้บริการแก่คนคนหนึ่ง a few หมายถึงมากกว่าหนึ่งและมีความหมายเชิงบวก คือมีหน้าที่อยู่หลายอย่าง โครงสร้าง X serves a purpose หรือ X serves two purposes ใช้อธิบายได้ว่าลักษณะ กฎ หรือการกระทำหนึ่งมีหน้าที่อะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปของ serve a purpose ที่ตรงกับหน้าที่ทั้งสองอย่าง: The backup battery ____: it keeps the clock running and saves the settings.

ดูคำตอบ

serves two purposes

In high doses, วลี

0:50

ในปริมาณที่สูง

วลี

In high doses: การบอกเงื่อนไขว่ามีปริมาณสูง

In high doses เป็นวลีบุพบทที่ใช้กำหนดเงื่อนไขว่า ผลที่กล่าวต่อมาจะเกิดขึ้นเมื่อปริมาณของสารนั้นสูง A dose หมายถึงปริมาณที่รับเข้าไป ให้ หรือดูดซึมในแต่ละครั้งหรือในช่วงเวลาที่กำหนด ส่วนรูปพหูพจน์ doses ในที่นี้กล่าวรวมถึงสถานการณ์ที่มีปริมาณสูงแบบต่าง ๆ ไม่ได้หมายถึงเพียง “หลายครั้ง”

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่แสดงเงื่อนไขว่ามีปริมาณสูงให้ครบ: This vitamin may be harmful ____.

ดูคำตอบ

in high doses

as it's found in the leaves and seeds of certain species,

0:51

ดังที่พบในใบและเมล็ดของพืชบางชนิด

it's toxic to insects. วลี

0:55

มันเป็นพิษต่อแมลง

วลี

be toxic to + เป้าหมายที่ได้รับผล

It's toxic to insects หมายความว่าสารนั้นสามารถทำให้แมลงได้รับพิษหรือเป็นอันตรายร้ายแรงได้ ในรูปแบบ be toxic to + เป้าหมายที่ได้รับผล to ใช้นำหน้าสิ่งมีชีวิตที่ได้รับผลจากพิษ toxic ระบุผลจากพิษโดยเฉพาะ จึงมักมีความหมายแรงและเฉพาะเจาะจงกว่าคำทั่วไปอย่าง harmful

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทในรูปแบบมาตรฐาน be toxic to + เป้าหมายที่ได้รับผล ให้ครบ: Some lilies are toxic ____ cats.

ดูคำตอบ

to

But when they consume it in lower doses, วลี

0:57

แต่เมื่อพวกมันบริโภคในปริมาณที่ต่ำกว่า

วลี

in lower doses: การเปรียบเทียบขนาดของปริมาณที่ใช้

ในที่นี้ in lower doses หมายถึง “เมื่อบริโภคในปริมาณที่น้อยลง” lower บอกขนาดของปริมาณที่ใช้ ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่ต่ำกว่า วลีนี้ใช้เปรียบเทียบกับ high doses และแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนปริมาณอาจทำให้สารชนิดเดียวกันให้ผลต่างกันได้ เนื่องจาก lower เป็นรูปขั้นกว่า จึงหมายถึงต่ำกว่าปริมาณที่กล่าวถึงก่อนหน้า ไม่จำเป็นต้องเป็นปริมาณต่ำที่สุดที่เป็นไปได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำตามบทเรียนที่ขึ้นต้นด้วย in: The medication can still work ____.

ดูคำตอบ

in lower doses

as it's found in nectar,

0:59

ดังที่พบในน้ำหวานของดอกไม้

it can actually help them remember ไวยากรณ์

1:01

มันสามารถช่วยให้พวกมันจดจำ

and revisit flowers.

1:03

และกลับมาเยือนดอกไม้นั้นได้อีกครั้ง

ไวยากรณ์

help them remember and revisit: กรรมหนึ่งตัวกับคำกริยารูปพื้นฐานสองคำ

ใน help them remember and revisit flowers คำว่า help ตามด้วยกรรม them แล้วตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐานสองคำ คือ remember และ revisit โดย them เป็นกรรมของ help และเป็นผู้ทำทั้งสองการกระทำ ส่วน flowers เป็นกรรมของคำกริยาทั้งสองคำ and เชื่อมการกระทำสองอย่างแบบขนาน จึงไม่ต้องใส่ help them ซ้ำหน้าคำกริยาคำที่สอง ในที่นี้ทั้งสองการกระทำเป็นผลที่เชื่อมโยงกัน คือการจำดอกไม้ช่วยให้กลับไปเยี่ยมดอกไม้เหล่านั้นอีก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง help + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐานสองคำที่เชื่อมแบบขนานได้ถูกต้อง

  1. The guide helps readers understanding and apply the main ideas.
  2. The guide helps readers understand and apply the main ideas.
  3. The guide helps readers understood and applied the main ideas.
ดูคำตอบ

The guide helps readers understand and apply the main ideas.

In the human body,

1:06

ในร่างกายมนุษย์

caffeine acts as a stimulant การใช้คำ

1:07

คาเฟอีนทำหน้าที่เป็นสารกระตุ้น

for the central nervous system. การใช้คำ

1:09

ต่อระบบประสาทส่วนกลาง

การใช้คำ

act as a stimulant: ทำหน้าที่จริง

ใน caffeine acts as a stimulant โครงสร้าง act as + นามวลี หมายถึงทำหน้าที่เป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งจริง ๆ ประโยคนี้บอกว่าคาเฟอีนมีฤทธิ์เป็นสารกระตุ้นในร่างกายจริง ไม่ได้หมายความว่าคาเฟอีนแกล้งทำหรือเพียงดูคล้ายสารกระตุ้น stimulant คือสารที่เพิ่มการทำงานของร่างกายหรือระบบประสาท โครงสร้าง X acts as Y สามารถนำไปใช้เพื่อบอกว่า X ทำหน้าที่หรือรับบทบาทของ Y จริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ act as เพื่อบอกว่าสิ่งหนึ่งทำหน้าที่บางอย่างจริง ๆ

  1. A thick curtain looks like a sound barrier.
  2. A thick curtain hangs beside the sound barrier.
  3. A thick curtain can act as a sound barrier.
ดูคำตอบ

A thick curtain can act as a sound barrier.

การใช้คำ

the central nervous system: ศัพท์ทางการแพทย์ที่มีความหมายเฉพาะ

the central nervous system เป็นศัพท์ทางการแพทย์ที่ใช้เรียกส่วนของระบบประสาทซึ่งประกอบด้วยสมองและไขสันหลัง ในประโยคนี้กล่าวว่าคาเฟอีนกระตุ้นระบบดังกล่าว central ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของการจำแนกทางกายวิภาคและใช้ตรงข้ามกับ peripheral จึงไม่ควรตีความเป็นคำคุณศัพท์ทั่วไปที่หมายถึง “หลัก” หรือ “สำคัญมาก”

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบายคำว่า the central nervous system ได้ถูกต้อง

  1. เป็นระบบที่ประกอบด้วยสมองและไขสันหลัง
  2. หมายถึงเส้นประสาทใด ๆ ที่สำคัญเป็นพิเศษ
  3. เป็นชื่อของกล้ามเนื้อทั้งหมดที่อยู่ใกล้ส่วนกลางของร่างกาย
ดูคำตอบ

เป็นระบบที่ประกอบด้วยสมองและไขสันหลัง

It keeps us awake

1:11

มันทำให้เราตื่นอยู่ได้

by blocking one of the body's key sleep-inducing molecules, โน้ต

1:12

โดยการสกัดกั้นหนึ่งในโมเลกุลสำคัญของร่างกายที่กระตุ้นให้เกิดการนอนหลับ

a substance called adenosine. วลี

1:15

ซึ่งเป็นสารที่เรียกว่าอะดีโนซีน

ไวยากรณ์

by blocking: by + -ing เพื่อบอกวิธีการ

by + กริยารูป -ing ใช้อธิบายวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ by blocking ตอบคำถามว่า “มันทำให้เราตื่นอยู่ได้อย่างไร” โดยการขัดขวางโมเลกุลนั้นคือวิธีที่ใช้ เมื่อต้องการอธิบายว่าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นได้อย่างไร ให้ใช้โครงสร้าง ผลลัพธ์หรือการกระทำหลัก + by + กริยา-ing ในประโยคนี้ by ไม่ได้บอกสถานที่หรือเวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย by และรูป -ing ของ reduce: We lowered costs ____ waste.

ดูคำตอบ

by reducing

การใช้คำ

sleep-inducing molecules: คำขยายประสมที่ใช้ -inducing

ใน sleep-inducing molecules คำว่า sleep-inducing เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่วางไว้หน้า molecules โดยหมายถึง “ที่ทำให้เกิดหรือส่งเสริมการนอนหลับ” กล่าวคือ โมเลกุลเหล่านี้ช่วยทำให้เกิดความง่วง ส่วน key แยกต่างหากมีความหมายว่า “สำคัญมาก” รูปแบบ -inducing ย่อแนวคิด “ที่ทำให้เกิด X” ให้เป็นคำขยาย เช่น anxiety-inducing ในที่นี้ inducing ไม่ได้บอกการกระทำหลักของประโยค แต่เป็นส่วนหนึ่งของคำขยายที่บอกว่าโมเลกุลเหล่านี้ทำอะไร

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบาย sleep-inducing molecules ได้ดีที่สุด

  1. โมเลกุลที่ทำให้เกิดหรือส่งเสริมการนอนหลับ
  2. โมเลกุลที่มีอยู่เฉพาะระหว่างการนอนหลับ
  3. โมเลกุลที่รู้สึกง่วงเอง
ดูคำตอบ

โมเลกุลที่ทำให้เกิดหรือส่งเสริมการนอนหลับ

วลี

a substance called adenosine: ใช้ called เพื่อแนะนำชื่อ

ใน a substance called adenosine วลี called adenosine อยู่หลังคำนามบอกประเภท substance และบอกชื่อของสารนั้น called ในที่นี้เข้าใจได้ว่าเป็นรูปย่อของ that is called ไม่ได้เน้นการกระทำว่าเรียกแยกต่างหาก โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ a/an + คำนามบอกประเภท + called + ชื่อ

แบบฝึกหัด

เติม called เพื่อแนะนำชื่อของเซนเซอร์ให้สมบูรณ์: The lab uses a sensor ____ Nova.

ดูคำตอบ

called

Your body needs a constant supply of energy, วลี

1:19

ร่างกายของคุณต้องการพลังงานมาหล่อเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง

วลี

a constant supply of energy: การมีให้ใช้อย่างต่อเนื่อง

ใน a constant supply of energy คำว่า supply หมายถึงปริมาณของบางสิ่งที่เก็บไว้หรือจัดให้พร้อมใช้งาน และ of energy บอกว่าสิ่งที่จัดหาให้คือพลังงาน constant หมายถึงการจัดหาที่ต่อเนื่องไม่ขาดช่วงหรือพร้อมใช้อยู่เสมอ ไม่ใช่แค่เกิดขึ้นบ่อย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ a constant supply of + ทรัพยากร ใช้เมื่อทรัพยากรนั้นต้องพร้อมใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน

แบบฝึกหัด

เติม a constant supply of เพื่อแสดงว่าน้ำสะอาดต้องพร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง: The clinic needs ____ clean water.

ดูคำตอบ

a constant supply of

which it gets by breaking down โน้ต

1:22

ซึ่งได้รับมาจากการสลาย

ไวยากรณ์

which it gets by breaking down: สิ่งที่อ้างถึงและวิธีการ

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย which ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ energy อนุประโยคนี้เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบไม่จำกัดความ โดย which อ้างถึง energy และทำหน้าที่เป็นกรรมของ gets ส่วน it อ้างถึง your body เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าอนุประโยคนี้เป็นข้อมูลเสริม ไม่ได้ใช้ระบุ energy ชนิดใดชนิดหนึ่ง โครงสร้าง by + รูป -ing บอกวิธีการ ในที่นี้ by breaking down หมายความว่าการสลายบางสิ่งคือวิธีที่ร่างกายได้รับพลังงาน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม, which + ประธาน + กริยา + by + -ing

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The sensor needs a steady supply of power, which it gets by converting sunlight. which it gets by converting sunlight หมายความว่าอย่างไร?

  1. which อ้างถึง sensor และ by converting sunlight บอกว่าเซนเซอร์อยู่ที่ไหน
  2. which อ้างถึง power และ by converting sunlight อธิบายว่าเซนเซอร์ได้รับพลังงานนั้นอย่างไร
  3. which อ้างถึง sunlight และอนุประโยคนี้บอกว่าเซนเซอร์สลายแสงอาทิตย์
ดูคำตอบ

which อ้างถึง power และ by converting sunlight อธิบายว่าเซนเซอร์ได้รับพลังงานนั้นอย่างไร

a high-energy molecule called ATP. การใช้คำ

1:23

โมเลกุลพลังงานสูงที่เรียกว่า ATP

กริยาวลี

breaking down: การสลายสาร

Break down เป็นกริยาวลี ใน breaking down a high-energy molecule วลีนี้ใช้เป็นสกรรมกริยาและหมายถึงการสลายโมเลกุลให้เป็นส่วนที่เล็กลงหรือเรียบง่ายขึ้น ให้อ่านสองคำนี้เป็นหน่วยเดียว ไม่ใช่แปลตามตัวอักษรแยกกัน Breaking อยู่ในรูป -ing เพราะตามหลังคำบุพบท by กรรม a high-energy molecule called ATP บอกว่าสิ่งใดกำลังถูกสลาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ break down: Enzymes ____ food into smaller parts.

ดูคำตอบ

break down

การใช้คำ

high-energy molecule called ATP: บอกลักษณะก่อน แล้วบอกชื่อ

ในที่นี้ high-energy เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่วางไว้หน้า molecule ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ คำนี้บอกว่าโมเลกุลสามารถให้พลังงานที่นำไปใช้ได้ในปริมาณค่อนข้างมาก ไม่ได้บอกว่าคนคนหนึ่งกระตือรือร้น วลีรูป past participle called ATP อยู่หลัง molecule และบอกชื่อของโมเลกุล รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a/an + adjective + noun + called + name: บอกลักษณะของสิ่งนั้นก่อน แล้วจึงบอกว่ามันเรียกว่าอะไร

แบบฝึกหัด

high-energy ขยายคำใด และ called ATP ทำหน้าที่อะไร

  1. high-energy ขยายชื่อ ATP และ called บอกพลังงานของมัน
  2. high-energy หมายความว่า ATP เป็นคนที่กระตือรือร้น
  3. high-energy ขยาย molecule และ called ATP บอกชื่อของมัน
ดูคำตอบ

high-energy ขยาย molecule และ called ATP บอกชื่อของมัน

In the process, ลำดับความ

1:27

ในกระบวนการนี้

ลำดับความ

In the process: เชื่อมกลับไปยังการกระทำก่อนหน้า

In the process ย้อนกลับไปอ้างถึงการกระทำหรือกระบวนการที่กล่าวไว้แล้ว ในที่นี้ the process คือการสลาย ATP ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “ขณะที่สิ่งนั้นกำลังเกิดขึ้น” และไม่ได้เริ่มกล่าวถึงกระบวนการใหม่ที่แยกออกมา เมื่อวางไว้ต้นอนุประโยคถัดไป วลีนี้จะเชื่อมข้อมูลใหม่กับการกระทำก่อนหน้า และเตรียมให้ผู้อ่านพบกับการเปลี่ยนแปลง ผลลัพธ์ หรือเหตุการณ์ที่เกิดร่วมกันระหว่างกระบวนการนั้น

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่เหมาะสมที่สุด: Lena repaired old bicycles every weekend. ____, she learned how each part worked.

  1. On the contrary
  2. In the process
  3. For example
ดูคำตอบ

In the process

it liberates adenosine, การใช้คำ

1:28

มันจะปลดปล่อยอะดีโนซีนออกมา

ATP's chemical backbone. การใช้คำ

1:29

ซึ่งเป็นโครงสร้างทางเคมีหลักของ ATP

การใช้คำ

liberates adenosine: “ปล่อยออกมา” ในภาษาวิทยาศาสตร์

ใน it liberates adenosine คำว่า liberates หมายถึง “ปล่อยออกมา” กล่าวคือ กระบวนการทำให้อะดีโนซีนหลุดออกจากโครงสร้างทางเคมีหรือสภาวะที่ยึดติดอยู่ รูปแบบคือ liberate + สาร นี่เป็นความหมายเชิงเทคนิคของ liberate ไม่ใช่ความหมายทั่วไปที่ว่าปลดปล่อยบุคคลหรือประเทศ คำนามทางวิทยาศาสตร์ adenosine ชี้ว่าประโยคนี้กล่าวถึงการปล่อยสารออกมา

แบบฝึกหัด

ในประโยควิทยาศาสตร์ “The reaction liberates oxygen from the compound.” คำว่า liberates หมายถึงอะไร?

  1. ปฏิกิริยาเก็บออกซิเจนไว้ในสารประกอบ
  2. ปฏิกิริยามอบอิสรภาพทางการเมืองให้ออกซิเจน
  3. ปฏิกิริยาปล่อยออกซิเจนออกจากสารประกอบ
ดูคำตอบ

ปฏิกิริยาปล่อยออกซิเจนออกจากสารประกอบ

การใช้คำ

ATP's chemical backbone: กรอบโครงสร้างหลักของโมเลกุล

ใน ATP's chemical backbone คำว่า backbone หมายถึงกรอบโครงสร้างหลักของโมเลกุล เป็นการขยายความหมายเชิงวิทยาศาสตร์จากคำว่า backbone ที่หมายถึงส่วนหนึ่งของร่างกาย โดยส่วนอื่น ๆ จะเชื่อมติดกับหรือจัดเรียงรอบโครงสร้างศูนย์กลางนี้ ATP's เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของและหมายถึง “ของ ATP” ในประโยคเต็ม วลีนี้อธิบายเพิ่มเติมถึงบทบาทด้านโครงสร้างของ adenosine ใน ATP ไม่ได้หมายถึงกระดูกสันหลังจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในวลี “the molecule's chemical backbone” คำว่า backbone หมายถึงอะไร?

  1. กระดูกสันหลังที่ทำจากกระดูกอยู่ภายในโมเลกุล
  2. กรอบโครงสร้างหลักของโมเลกุล
  3. ป้ายกำกับเล็ก ๆ ที่อยู่ด้านนอกโมเลกุล
ดูคำตอบ

กรอบโครงสร้างหลักของโมเลกุล

Neurons in your brain have receptors

1:32

เซลล์ประสาทในสมองของคุณมีตัวรับ

perfectly tailored to this molecule. วลี

1:34

ที่ปรับมาให้เข้ากับโมเลกุลนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

วลี

perfectly tailored to this molecule: เข้ากับโมเลกุลนี้อย่างพอดี

ในประโยคนี้ tailored to หมายถึงเหมาะหรือเข้ากันได้โดยเฉพาะกับบางสิ่ง ตัวรับมีลักษณะที่เข้ากับโมเลกุลนี้ ซึ่งก็คืออะดีโนซีน คำว่า perfectly เน้นว่าความเข้ากันนั้นสูงมาก เดิมคำกริยา tailor หมายถึงการตัดเสื้อผ้าให้พอดีตัว แต่ในที่นี้ใช้เป็นอุปมา รูปแบบ tailored to + เป้าหมาย ยังใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งถูกออกแบบหรือปรับให้เหมาะกับบุคคล ความต้องการ ระดับ หรือจุดประสงค์ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย tailored to: The safety guide is ____ first-time users.

ดูคำตอบ

tailored to

When adenosine docks to these receptors, การใช้คำ

1:37

เมื่ออะดีโนซีนเข้าจับกับตัวรับเหล่านี้

การใช้คำ

adenosine docks to these receptors: อุปมาเรื่องการเชื่อมต่อของโมเลกุล

ในที่นี้ docks เป็นอุปมาทางวิทยาศาสตร์ อะดีโนซีนถูกอธิบายว่าพอดีกับตำแหน่งยึดจับที่เข้ากันได้บนตัวรับเหล่านี้และเกิดปฏิสัมพันธ์กับตัวรับ เหมือนวัตถุที่เข้าไปยังจุดเชื่อมต่อที่ถูกต้อง Adenosine เป็นประธาน docks เป็นคำกริยา และ to these receptors ระบุเป้าหมาย ประโยคนี้กล่าวถึงปฏิสัมพันธ์ของโมเลกุล ไม่ใช่ท่าเรือหรือยานพาหนะจริง

แบบฝึกหัด

ในประโยค The molecule docks to a receptor คำว่า docks to หมายถึงอะไร

  1. มันเข้าพอดีกับตำแหน่งที่เข้ากันได้และเกิดปฏิสัมพันธ์กับตัวรับ
  2. มันสร้างแท่นไว้ข้างตัวรับ
  3. มันขนตัวรับไปยังท่าเรือ
ดูคำตอบ

มันเข้าพอดีกับตำแหน่งที่เข้ากันได้และเกิดปฏิสัมพันธ์กับตัวรับ

it activates a cascade การใช้คำ

1:39

มันจะกระตุ้นให้เกิดการเรียงลำดับ

of biochemical reactions

1:41

ของปฏิกิริยาทางชีวเคมี

การใช้คำ

activates a cascade of biochemical reactions: เริ่มห่วงโซ่ปฏิกิริยาชีวเคมีที่เชื่อมโยงกัน

ใน activates a cascade of biochemical reactions คำว่า activate หมายถึงทำให้กระบวนการเริ่มขึ้น ส่วน cascade คือห่วงโซ่ที่ปฏิกิริยาหนึ่งช่วยกระตุ้นปฏิกิริยาถัดไป ไม่ได้หมายเพียงว่ามีปฏิกิริยาหลายอย่างเกิดขึ้น รูปแบบ activate a cascade of + คำนามพหูพจน์ นำเสนอว่าเหตุการณ์หนึ่งทำให้กระบวนการที่เชื่อมโยงกันเริ่มดำเนินไป ในที่นี้เหตุการณ์ที่เชื่อมโยงกันคือปฏิกิริยาชีวเคมี

แบบฝึกหัด

a cascade of biochemical reactions อธิบายสถานการณ์แบบใด

  1. ปฏิกิริยาหนึ่งดำเนินต่อไปเองโดยไม่ทำให้เกิดปฏิกิริยาอื่น
  2. ปฏิกิริยาหลายอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกันเกิดขึ้นพร้อมกัน
  3. ปฏิกิริยาหนึ่งกระตุ้นอีกปฏิกิริยาหนึ่งในห่วงโซ่ที่เชื่อมโยงกัน
ดูคำตอบ

ปฏิกิริยาหนึ่งกระตุ้นอีกปฏิกิริยาหนึ่งในห่วงโซ่ที่เชื่อมโยงกัน

that cause neurons to fire more sluggishly ไวยากรณ์

1:43

ที่ทำให้เซลล์ประสาททำงานช้าลง

ไวยากรณ์

cause neurons to fire more sluggishly: cause + กรรม + to-infinitive

โครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive หมายความว่าบางสิ่งทำให้การกระทำหรือผลลัพธ์เกิดขึ้น ใน cause neurons to fire คำว่า neurons เป็นกรรม และ to fire ระบุการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นผลตามมา ในประสาทวิทยา fire หมายถึงเซลล์ประสาทสร้างสัญญาณไฟฟ้า ไม่ได้หมายถึงการไหม้หรือการยิงปืน More sluggishly ขยาย fire และบอกว่าการส่งสัญญาณนี้เกิดขึ้นช้ากว่าเดิม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ freeze หลัง cause: The cold weather caused the pipes ____.

ดูคำตอบ

to freeze

and slow the release วลี

1:46

และชะลอการปล่อย

of important brain-signaling molecules.

1:47

ของโมเลกุลสั่งการที่สำคัญของสมอง

วลี

slow the release of ...: ใช้ slow เป็นคำกริยา

ในที่นี้ slow เป็นสกรรมกริยา หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้นช้าลง” กรรมตรงของคำนี้คือคำนามที่บอกกระบวนการ the release ส่วน of important brain-signaling molecules บอกว่าสิ่งที่ถูกปล่อยคืออะไร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ slow + คำนามที่บอกกระบวนการ + of + สิ่งของ เช่น slow the spread of a fire หรือ slow the growth of a plant รูปแบบนี้หมายถึงอัตราที่ลดลง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงหยุดโดยสิ้นเชิง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ slow + คำนามบอกกระบวนการ release + of: The new valve will ____ water from the tank.

ดูคำตอบ

slow the release of

In other words, ลำดับความ

1:50

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ

you get sleepy.

1:51

คุณจะรู้สึกง่วงนอน

ลำดับความ

In other words: สัญญาณของการกล่าวความหมายเดิมใหม่

In other words เป็นคำเชื่อมทางความคิดที่ส่งสัญญาณว่าจะมีการกล่าวความหมายเดิมใหม่อีกครั้ง โดยบอกว่าส่วนที่ตามมาจะนำเสนอใจความหลักเดิมด้วยภาษาที่ง่าย ชัดเจน หรือตรงกว่า ในประโยคนี้ คำอธิบายที่ซับซ้อนถูกสรุปเป็นผลที่เข้าใจได้ทันทีว่า you get sleepy เมื่ออ่านหรือฟังคำนี้ ให้มองส่วนที่ตามมาว่าเป็นคำอธิบายหรือบทสรุปของข้อความก่อนหน้า ไม่ใช่หลักฐานใหม่อีกชิ้นหนึ่ง

แบบฝึกหัด

In other words ส่งสัญญาณอะไรในประโยคนี้: The machine is out of power. In other words, it needs to be charged?

  1. ข้อเท็จจริงใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับใจความหลัก
  2. การกล่าวใจความหลักเดิมใหม่ให้ชัดเจนขึ้น
  3. ตัวอย่างที่ใช้เพียงเพื่ออธิบายใจความหลัก
ดูคำตอบ

การกล่าวใจความหลักเดิมใหม่ให้ชัดเจนขึ้น

Caffeine is what's called วลี

1:53

คาเฟอีนคือสิ่งที่เรียกว่า

an adenosine receptor antagonist. การใช้คำ

1:54

สารต้านตัวรับอะดีโนซีน

วลี

ใช้ is what's called เพื่อแนะนำชื่อหรือประเภท

ในประโยคบอกเล่ารูปแบบ X is what's called Y คำว่า what's ย่อมาจาก what is และรูปแบบทั้งหมดใช้เพื่อบอกชื่อ ประเภท หรือศัพท์เฉพาะ Y ในที่นี้ประโยคจัดคาเฟอีนอยู่ในประเภท adenosine receptor antagonist ไม่ได้ใช้ถามคำถาม รูปแบบนี้ช่วยเกริ่นสั้น ๆ ก่อนกล่าวถึงศัพท์ที่ผู้ฟังอาจไม่คุ้น จึงมักฟังเป็นภาษาสนทนาและให้ความรู้สึกอธิบายมากกว่ารูปแบบสั้น X is Y

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบสามคำจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ: In economics, a general rise in prices ____ inflation.

ดูคำตอบ

is what's called

การใช้คำ

adenosine receptor antagonist ในเภสัชวิทยา

Adenosine receptor antagonist เป็นวลีคำนามทางเภสัชวิทยา คำหลักคือ antagonist ส่วน adenosine receptor บอกว่าสารนี้ออกฤทธิ์ต่ออะไร ในบริบททางวิทยาศาสตร์ antagonist คือสารที่จับกับตัวรับ แล้วขัดขวางหรือลดการกระตุ้นตัวรับโดย agonist ดังนั้นวลีทั้งหมดจึงหมายถึงสารที่ขัดขวางหรือลดการส่งสัญญาณผ่านตัวรับอะดีโนซีน คำว่า antagonist ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงตัวร้ายในเรื่องแต่ง

แบบฝึกหัด

ในทางเภสัชวิทยา adenosine receptor antagonist ทำหน้าที่อะไร?

  1. มันรับบทเป็นตัวร้ายในเรื่องเกี่ยวกับอะดีโนซีน
  2. มันสร้างตัวรับอะดีโนซีนใหม่ทันที
  3. มันขัดขวางหรือลดการกระตุ้นตัวรับอะดีโนซีน
ดูคำตอบ

มันขัดขวางหรือลดการกระตุ้นตัวรับอะดีโนซีน

That means it derails this process โน้ต

1:58

ซึ่งหมายความว่ามันขัดขวางกระบวนการนี้

ลำดับความ

That means: ใช้เกริ่นคำอธิบายหรือผลที่ตามมา

ใน That means คำว่า that อ้างย้อนถึงข้อความหรือคำศัพท์ก่อนหน้าทั้งหมด ไม่ได้ชี้ถึงสิ่งของใหม่ที่เฉพาะเจาะจง ส่วน means เป็นสัญญาณว่าเนื้อหาถัดไปจะอธิบายความหมายในทางปฏิบัติหรือผลของข้อมูลนั้น ในที่นี้ วลีนี้อ้างย้อนถึงคำอธิบาย adenosine receptor antagonist และเชื่อมชื่อเชิงนามธรรมนี้เข้ากับผลที่เข้าใจง่ายขึ้น เมื่อได้ยินคำเชื่อมนี้ ให้คาดว่าเนื้อหาต่อไปจะตอบว่า “แล้วสิ่งนั้นส่งผลอย่างไร?”

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่เหมาะที่สุดสำหรับเกริ่นผลในทางปฏิบัติ: The last bus leaves in five minutes. ... we need to go now.

  1. For example
  2. That means
  3. In other words
ดูคำตอบ

That means

สำนวน

it derails this process: รบกวนการดำเนินไปตามปกติ

Derail มีความหมายตรงตัวว่าทำให้รถไฟตกราง แต่ derails ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงคาเฟอีนรบกวนกระบวนการที่ตามปกติจะดำเนินไปตามเส้นทางเดิม ภาพนี้สื่อถึงการรบกวนอย่างมีนัยสำคัญหรือการเปลี่ยนทิศทาง ไม่ใช่อุบัติเหตุทางรถไฟ และตัวคำเองก็ไม่ได้หมายความว่ากระบวนการจะหยุดถาวร คำสรรพนามเชื่อมประโยคนี้กับคำอธิบายก่อนหน้า โดย it หมายถึงคาเฟอีน และ this process หมายถึงกระบวนการที่อะดีโนซีนทำให้การทำงานของระบบประสาทช้าลง โดยทั่วไป derail a plan, discussion, or process หมายถึงทำให้แผน การอภิปราย หรือกระบวนการไม่สามารถดำเนินไปตามที่ตั้งใจไว้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ derail ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. A sudden argument put the meeting on railway tracks.
  2. A sudden argument made the meeting travel by train.
  3. A sudden argument derailed the meeting.
ดูคำตอบ

A sudden argument derailed the meeting.

of slowing your neurons down กริยาวลี

2:00

ที่ทำให้เซลล์ประสาทของคุณทำงานช้าลง

กริยาวลี

slow your neurons down: การแยก slow down

ใน slowing your neurons down คำว่า slow และ down รวมกันเป็นกริยาวลี slow down ซึ่งหมายถึง “ทำให้เซลล์ประสาททำงานหรือส่งสัญญาณช้าลง” กลุ่มคำนาม your neurons แทรกอยู่ระหว่างสองส่วน แต่ down ยังคงทำงานร่วมกับ slow เพื่อสร้างความหมายเดียวกัน ถ้ากรรมเป็นคำนาม ใช้ได้ทั้ง slow your neurons down และ slow down your neurons แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง เช่น slow them down ไม่ใช่ slow down them

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้สองส่วนของ slow down: The new safety check may ____ the approval process ____.

ดูคำตอบ

slow · down

by blocking adenosine receptors.

2:01

โดยการเข้าไปสกัดกั้นตัวรับอะดีโนซีน

Caffeine and adenosine have a similar molecular structure, การใช้คำ

2:05

คาเฟอีนและอะดีโนซีนมีโครงสร้างโมเลกุลที่คล้ายคลึงกัน

การใช้คำ

a similar molecular structure: คล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกันทุกประการ

วลี a similar molecular structure บอกว่าคาเฟอีนและอะดีโนซีนมีลักษณะสำคัญของการเชื่อมต่อและการจัดเรียงอะตอมที่คล้ายกัน ในที่นี้ structure หมายถึงโครงสร้างของโมเลกุล ไม่ใช่โครงสร้างของอาคาร Similar หมายถึงคล้ายกัน ไม่ได้หมายถึงเหมือนกันทุกประการ วลีนี้เปรียบเทียบโมเลกุลทั้งสองโดยไม่ได้บอกว่ารายละเอียดทุกอย่างเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

a similar molecular structure ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ทั้งสองเป็นโมเลกุลเดียวกันทุกประการ
  2. โครงสร้างโมเลกุลของทั้งสองคล้ายกันในด้านสำคัญ แต่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกประการ
  3. วลีนี้อธิบายการออกแบบอาคารสองหลัง
ดูคำตอบ

โครงสร้างโมเลกุลของทั้งสองคล้ายกันในด้านสำคัญ แต่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกประการ

close enough that caffeine can wedge โน้ต

2:08

คล้ายกันมากพอที่คาเฟอีนจะแทรกตัว

into the adenosine receptors,

2:10

เข้าไปในตัวรับอะดีโนซีนได้

ไวยากรณ์

close enough that: ระดับที่มากพอจนทำให้เกิดผลลัพธ์

ในที่นี้ close enough that หมายถึง “คล้ายกันมากพอที่จะทำให้ผลลัพธ์ที่ตามมาเกิดขึ้น” close บอกว่ารูปร่างของโมเลกุลสองชนิดคล้ายกันเพียงใด ไม่ได้บอกว่าทั้งสองอยู่ใกล้กันในเชิงระยะทางเพียงใด โครงสร้าง adjective + enough + that + clause เชื่อมระดับที่มากพอกับผลลัพธ์ของมัน ในประโยคนี้อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that เป็นส่วนสำคัญ เพราะ caffeine can wedge into the adenosine receptors คือผลลัพธ์ที่สมบูรณ์และมีประธานกับกริยาของตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย close enough that: The two designs are ____ most people cannot spot the difference.

ดูคำตอบ

close enough that

การใช้คำ

wedge into the adenosine receptors: สอดเข้าไปในพื้นที่แคบอย่างแน่น

wedge ในที่นี้เป็นคำกริยา wedge into หมายถึงการเบียดหรือสอดเข้าไปในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่แคบ ไม่ได้หมายถึงคำนาม wedge ซึ่งคือวัตถุทรงสามเหลี่ยมหรือลิ่มที่ใช้ผ่าหรือค้ำสิ่งของให้แยกออกจากกัน ประโยคนี้ใช้ภาพทางกายภาพอธิบายกระบวนการระดับโมเลกุล โดยทำให้เห็นคาเฟอีนเหมือนสิ่งที่สอดเข้าไปในตัวรับอะดีโนซีนอย่างแน่นพอดี ไม่ใช่เพียงเคลื่อนเข้าใกล้ตัวรับ

แบบฝึกหัด

wedge into the receptors ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. เคลื่อนที่ช้า ๆ รอบด้านนอกของตัวรับ
  2. เปลี่ยนตัวรับให้เป็นวัตถุรูปลิ่ม
  3. เบียดหรือสอดเข้าไปในตัวรับอย่างแน่น
ดูคำตอบ

เบียดหรือสอดเข้าไปในตัวรับอย่างแน่น

but not close enough to activate them. ไวยากรณ์

2:12

แต่ไม่คล้ายกันพอที่จะไปกระตุ้นการทำงานของมัน

ไวยากรณ์

not close enough to activate: เงื่อนไขยังไม่เพียงพอ

โครงสร้าง not + คำคุณศัพท์ + enough + to + คำกริยา หมายความว่าเงื่อนไขที่จำเป็นยังไม่ถึงระดับที่ต้องการ จึงไม่สามารถเกิดการกระทำนั้นได้ ในที่นี้ not close enough to activate หมายถึงระดับความใกล้เคียงหรือความคล้ายกันยังไม่พอที่จะทำให้เกิดการกระตุ้น Them หมายถึง adenosine receptors หรือตัวรับอะดีโนซีนที่กล่าวถึงก่อนหน้า ต้องคงคำว่า not ไว้ เพราะหากตัดออก close enough to activate จะหมายความว่าสามารถกระตุ้นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง not + คำคุณศัพท์ + enough + to + คำกริยา โดยใช้ strong และ reach: The signal is ____ the basement.

ดูคำตอบ

not strong enough to reach

To summarize, ลำดับความ

2:15

สรุปก็คือ

adenosine inhibits your neurons,

2:16

อะดีโนซีนยับยั้งการทำงานของเซลล์ประสาท

caffeine inhibits the inhibitor, สำนวน

2:19

คาเฟอีนยับยั้งตัวยับยั้ง

so it stimulates you.

2:21

มันจึงกลายเป็นการกระตุ้นคุณ

ลำดับความ

To summarize: บอกข้อสรุปหลัก

To summarize บอกผู้ฟังว่าข้อความต่อไปจะย่อแนวคิดหลักจากคำอธิบายก่อนหน้า ในฐานะคำเชื่อมทางความคิด วลีนี้จัดข้อมูลโดยเปลี่ยนจากรายละเอียดไปสู่ข้อสรุปสำคัญ ในประโยคนี้ ผู้พูดย่อกลไกให้เป็นลำดับสั้น ๆ คือ อะดีโนซีนยับยั้งเซลล์ประสาท คาเฟอีนขัดขวางตัวยับยั้งนั้น และผลที่ได้คือการกระตุ้น วลีนี้จึงบอกว่ากำลังสรุป ไม่ใช่เพิ่มขั้นตอนใหม่ของกลไก

แบบฝึกหัด

To summarize บอกอะไรในประโยคภาษาอังกฤษนี้? "To summarize, our new schedule saves time and reduces confusion."

  1. ผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. ผู้พูดกำลังบอกข้อสรุปหลักจากข้อมูลก่อนหน้า
  3. ผู้พูดกำลังเพิ่มตัวอย่างแบบละเอียดอีกหนึ่งตัวอย่าง
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังบอกข้อสรุปหลักจากข้อมูลก่อนหน้า

สำนวน

caffeine inhibits the inhibitor: ยับยั้งสิ่งที่ทำหน้าที่ยับยั้ง

ใน caffeine inhibits the inhibitor นั้น caffeine คือสิ่งที่ทำหน้าที่ยับยั้งเป็นลำดับที่สอง ส่วน the inhibitor หมายถึงอะดีโนซีน ซึ่งเป็นสิ่งที่ยับยั้งเซลล์ประสาทของคุณก่อน การใช้คำตระกูลเดียวกันซ้ำทำให้ความสัมพันธ์สองขั้นตอนนี้สั้นและจำง่าย ให้เรียงลำดับการกระทำดังนี้ อะดีโนซีนยับยั้งเซลล์ประสาท และคาเฟอีนยับยั้งอะดีโนซีน ดังนั้นการยับยั้งเซลล์ประสาทจึงลดลง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the inhibitor หมายถึงอะไร

  1. your neurons
  2. caffeine
  3. adenosine
ดูคำตอบ

adenosine

Caffeine can also boost positive feelings. วลี

2:24

คาเฟอีนยังสามารถเพิ่มความรู้สึกเชิงบวกได้อีกด้วย

วลี

can also boost positive feelings: ช่วยเพิ่มความรู้สึกเชิงบวกได้ด้วย

ในที่นี้ boost หมายถึงทำให้ความรู้สึกที่เป็นนามธรรมเข้มแข็งหรือรุนแรงขึ้น positive feelings หมายถึงอารมณ์ที่น่าพอใจ เช่น ความสุขหรือความมั่นใจ ประโยคนี้นำเสนอว่าคาเฟอีนอาจเพิ่มความรู้สึกเหล่านี้ ไม่ได้หมายถึงการยกความรู้สึกขึ้นในทางกายภาพ Can also เพิ่มข้อจำกัดให้คำกล่าวนี้สองอย่าง can แสดงความเป็นไปได้หรือความสามารถ ไม่ใช่การรับประกัน ส่วน also แสดงว่านี่เป็นผลเพิ่มเติมจากผลที่กล่าวไปก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ boost positive feelings หมายความว่าอะไร

  1. ทำให้ความรู้สึกหายไป
  2. ทำให้ความรู้สึกแรงขึ้น
  3. เคลื่อนความรู้สึกขึ้นด้านบนในทางกายภาพ
ดูคำตอบ

ทำให้ความรู้สึกแรงขึ้น

In some neurons,

2:27

ในเซลล์ประสาทบางส่วน

the adenosine receptors are linked วลี

2:28

ตัวรับอะดีโนซีนจะเชื่อมโยงกับ

to receptors for another molecule called dopamine.

2:30

ตัวรับของโมเลกุลอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่าโดปามีน

วลี

be linked to: บอกความเชื่อมโยงหรือความสัมพันธ์

be linked to + คำนาม หมายถึง เชื่อมต่อกับ หรือมีความสัมพันธ์กับ ในประโยคนี้หมายถึงตัวรับอะดีโนซีนมีความเชื่อมโยงกับตัวรับโดพามีน ในบริบททางวิทยาศาสตร์ ความเชื่อมโยงนี้อาจเป็นทางกายภาพหรือทางการทำงาน ไม่ใช่โซ่ตามความหมายตรงตัว โดยทั่วไป นักวิจัยใช้ be linked to เพื่อบอกความสัมพันธ์ที่สังเกตพบ วลีนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าสิ่งหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ประโยค "The study found that poor sleep is linked to stress" พิสูจน์ว่าการนอนน้อยทำให้เกิดความเครียด

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

One of dopamine's roles in the brain ไวยากรณ์

2:34

บทบาทหนึ่งของโดปามีนในสมอง

is to promote feelings of pleasure.

2:36

คือการส่งเสริมความรู้สึกพึงพอใจ

ไวยากรณ์

One of dopamine's roles ... is to: หน้าที่หนึ่งจากหลายหน้าที่

One of X's roles is to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้แนะนำหน้าที่หนึ่งจากหลายหน้าที่ ในประโยคนี้ การส่งเสริมความรู้สึกพึงพอใจถูกนำเสนอว่าเป็นหนึ่งในบทบาทของโดพามีนในสมอง ไม่ใช่บทบาทเพียงอย่างเดียว ในโครงสร้างนี้ roles เป็นพหูพจน์หลัง one of แต่ประธานหลักคือ One จึงใช้กริยาเอกพจน์ is ส่วน to promote บอกว่าบทบาทนั้นทำอะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง One of X's roles is to: The library has several roles. ____ provide free access to information.

ดูคำตอบ

One of the library's roles is to

When adenosine docks in one of these paired receptors,

2:38

เมื่ออะดีโนซีนเข้าจับในตัวรับคู่ใดคู่หนึ่งเหล่านี้

that can make it harder ไวยากรณ์

2:41

มันจะทำให้

for dopamine to fit in its own spot,

2:42

โดปามีนเข้าไปในตำแหน่งของมันเองได้ยากขึ้น

ไวยากรณ์

make it harder for dopamine to fit: โครงสร้างที่ใช้ it เป็นกรรมแทน

ใน make it harder for dopamine to fit คำว่า it เป็นกรรมแทนทางไวยากรณ์และไม่ได้หมายถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ สิ่งที่ยากขึ้นจริง ๆ คือการกระทำที่แสดงด้วย for dopamine to fit รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ make it + คำคุณศัพท์ + for + คำนามหรือคำสรรพนาม + to-infinitive ในที่นี้ harder เป็นขั้นกว่า จึงหมายความว่าการกระทำนั้นยากขึ้นกว่าเดิมหรือยากกว่าภายใต้เงื่อนไขอื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ make it harder for ... to ...: The loud music ____ Nora to hear the announcement.

ดูคำตอบ

made it harder for

interrupting its mood-lifting work. การใช้คำ

2:45

เป็นการขัดจังหวะการทำงานที่ช่วยยกระดับอารมณ์

การใช้คำ

mood-lifting work: คำคุณศัพท์ประสมที่เชื่อมด้วยยัติภังค์

mood-lifting เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่เชื่อมด้วยยัติภังค์ เกิดจาก mood และ lifting ซึ่งเป็นรูป -ing หมายถึงสิ่งที่สามารถยกระดับหรือทำให้อารมณ์ดีขึ้น โดยคำประสมทั้งคำขยาย work ในประโยคนี้ work หมายถึงหน้าที่หรือผลที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงงานหรืออาชีพ ดังนั้น mood-lifting work จึงหมายถึงหน้าที่ในการช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น

แบบฝึกหัด

วลีใดใช้บรรยายเพลงที่ช่วยให้อารมณ์ของผู้คนดีขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. a lifting-mood song
  2. a mood-lifting song
  3. a mood-lifted song
ดูคำตอบ

a mood-lifting song

But when caffeine takes adenosine's place, วลี

2:48

แต่เมื่อคาเฟอีนเข้าไปแทนที่ของอะดีโนซีน

วลี

take adenosine's place: เข้าแทนที่ตำแหน่งหรือบทบาทของอะดีโนซีน

ในที่นี้ caffeine takes adenosine's place หมายถึง คาเฟอีนเข้าไปอยู่ในตำแหน่งหรือทำหน้าที่ที่ปกติอะดีโนซีนจะทำ โครงสร้าง take + รูปแสดงความเป็นเจ้าของ + place หมายถึง เข้าแทนที่คนหรือสิ่งนั้นในตำแหน่งหรือบทบาท ส่วนแสดงความเป็นเจ้าของอาจระบุคนหรือสิ่งของก็ได้ เช่น take Mia's place, take her place หรือ take the old system's place ไม่ได้หมายถึงพาอะดีโนซีนไปที่ไหนสักแห่ง

แบบฝึกหัด

ใช้ take ... place กับ her เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Mia is sick, so Leo will ____ in the school play.

ดูคำตอบ

take her place

it doesn't have the same effect, วลี

2:51

มันไม่ได้ส่งผลในแบบเดียวกัน

วลี

doesn't have the same effect: ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ต่างออกไป

ในประโยคนี้ it doesn't have the same effect หมายถึง คาเฟอีนทำให้เกิดผลที่ต่างจากอะดีโนซีน แม้จะเข้าไปอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน โครงสร้าง have the same effect ใช้เปรียบเทียบผลที่เกิดจากสองสิ่ง รูปปฏิเสธไม่ได้หมายความว่าไม่มีผลใด ๆ เลย แต่หมายความเพียงว่าผลนั้นไม่เหมือนกัน ในที่นี้ effect เป็นคำนามที่หมายถึงผลลัพธ์หรืออิทธิพล ไม่ใช่เอฟเฟกต์พิเศษทางภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ have the same effect: The first treatment helped, but the second one didn't ____.

ดูคำตอบ

have the same effect

and dopamine can slide in. กริยาวลี

2:53

และโดปามีนก็สามารถเลื่อนเข้าไปได้

กริยาวลี

can slide in: เคลื่อนเข้าไปในพื้นที่ว่างอย่างลื่นไหล

ในประโยคนี้ can slide in หมายถึง “สามารถเคลื่อนเข้าไปในพื้นที่ว่างได้อย่างลื่นไหล” ผู้พูดเปรียบภาพโดพามีนเข้าไปในตัวรับเหมือนวัตถุที่เลื่อนเข้าไปในช่องเปิดที่พอดีกัน can แสดงความเป็นไปได้ ส่วน in ชี้ไปยังปลายทางที่เข้าใจได้อยู่แล้วจากบริบท หากระบุปลายทาง ให้ใช้ slide into + คำนาม เช่น slide into the slot

แบบฝึกหัด

ถาดวางตรงกับช่องว่างแล้ว ประโยคใดบอกว่าถาดสามารถเลื่อนเข้าไปในพื้นที่ว่างได้อย่างลื่นไหล?

  1. The tray can slide in.
  2. The tray can get stuck in the slot.
  3. The tray can stay outside.
ดูคำตอบ

The tray can slide in.

There's evidence that caffeine's effects ลำดับความ

2:56

มีหลักฐานว่าผลกระทบของคาเฟอีน

on adenosine and dopamine receptors

2:58

ที่มีต่อตัวรับอะดีโนซีนและโดปามีน

can have long-term benefits, too, วลี

3:01

สามารถให้ประโยชน์ในระยะยาวได้เช่นกัน

ลำดับความ

There's evidence that: เกริ่นข้อกล่าวอ้างที่มีหลักฐานสนับสนุน

There's evidence that ใช้เกริ่นข้อกล่าวอ้างโดยบอกก่อนว่ามีหลักฐานสนับสนุน ประโยคย่อยที่ตามหลัง that เป็นเนื้อหาของข้อกล่าวอ้าง ในที่นี้คือผลของคาเฟอีนอาจมีประโยชน์ในระยะยาว กรอบประโยคนี้แสดงอย่างชัดเจนว่ามีข้อมูลสนับสนุน จึงระมัดระวังกว่าการพูดข้อกล่าวอ้างนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ต้องสงสัย หมายถึงงานวิจัยหรือข้อสังเกตให้ข้อมูลสนับสนุน ไม่ได้หมายความว่าหลักฐานวางอยู่ตรงหน้าผู้พูดจริง ๆ หรือข้อกล่าวอ้างนั้นได้รับการพิสูจน์จนไม่มีข้อสงสัย

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: "There's evidence that this method works" หมายความว่าวิธีนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลโดยไม่มีข้อสงสัยใด ๆ

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

วลี

have long-term benefits: มีผลดีในระยะยาว

วลี have long-term benefits หมายถึง “ก่อให้เกิดหรือให้ผลดีที่คงอยู่นาน หรือเห็นชัดในภายหลัง” ในที่นี้ can have ทำให้ข้อความไม่ฟันธง คือผลดังกล่าวเป็นไปได้แต่ไม่ได้รับประกัน have เป็นคำกริยาที่ใช้ร่วมกับ benefits อย่างเป็นธรรมชาติ ส่วน long-term เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่อยู่หน้า benefits จึงตามปกติต้องมีเครื่องหมายยัติภังค์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้เป็นธรรมชาติที่สุดว่าการออกกำลังกายเป็นประจำอาจเป็นผลดีต่อสุขภาพหัวใจในระยะยาว

  1. Regular exercise can do long-term benefits for heart health.
  2. Regular exercise can make long-term benefits for heart health.
  3. Regular exercise can have long-term benefits for heart health.
ดูคำตอบ

Regular exercise can have long-term benefits for heart health.

reducing the risk of diseases like Parkinson's, โน้ต

3:03

โดยลดความเสี่ยงของโรคต่างๆ เช่น พาร์กินสัน

Alzheimer's, and some types of cancer.

3:06

อัลไซเมอร์ และมะเร็งบางชนิด

วลี

reducing the risk of: ทำให้บางสิ่งมีโอกาสเกิดน้อยลง

reducing the risk of หมายถึงทำให้เหตุการณ์หรือภาวะที่เป็นอันตรายมีโอกาสเกิดน้อยลง ไม่ได้หมายถึงกำจัดความเป็นไปได้นั้นทั้งหมด โครงสร้างคือ reduce the risk of + คำนามหรือรูป -ing เช่น risk of disease และ risk of falling ในประโยคนี้ reducing เป็นรูป -ing ที่เติมผลลัพธ์หรือประโยชน์จากผลที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายรูป -ing ที่หมายถึง “ทำให้บางสิ่งมีโอกาสเกิดน้อยลง”: The new safety checks are helping by ____ equipment failure.

ดูคำตอบ

reducing the risk of

วัฒนธรรม

Parkinson's และ Alzheimer's ในฐานะชื่อโรคแบบย่อ

Parkinson's และ Alzheimer's เป็นรูปย่อที่ใช้กันทั่วไปของ Parkinson's disease และ Alzheimer's disease ทั้งสองคำเป็นชื่อโรคทางระบบประสาทที่เสื่อมลง และภาษาอังกฤษมักละ disease เมื่อความหมายทางการแพทย์ชัดเจน ชื่อเหล่านี้มาจากนามสกุลของบุคคล จึงมีเครื่องหมายอะพอสทรอฟีและ s อย่างไรก็ตาม ในประโยคนี้แต่ละรูปเป็นชื่อโรคทั้งคำ ไม่ใช่รูปแสดงความเป็นเจ้าของทั่วไปที่หมายถึงใครคนหนึ่งเป็นเจ้าของสิ่งใด

แบบฝึกหัด

ในบทความสุขภาพ Parkinson's และ Alzheimer's หมายถึงอะไรเมื่อมีการละ disease?

  1. เป็นชื่อยา
  2. เป็นชื่อโรคที่ละคำว่า disease ไว้
  3. แสดงว่าคนสองคนเป็นเจ้าของสิ่งของบางอย่าง
ดูคำตอบ

เป็นชื่อโรคที่ละคำว่า disease ไว้

Caffeine can also ramp up the body's ability โน้ต

3:10

คาเฟอีนยังสามารถเพิ่มความสามารถของร่างกาย

to burn fat.

3:12

ในการเผาผลาญไขมันได้

กริยาวลี

also ramp up: เพิ่มผลอีกอย่างและยกระดับให้สูงขึ้น

Ramp up เป็นกริยาวลีที่หมายถึงเพิ่มปริมาณ ระดับ ความเร็ว หรือความเข้มของบางสิ่ง ในที่นี้ ramp up the body's ability หมายถึงทำให้ความสามารถนั้นสูงขึ้น โดย ramp ไม่ได้หมายถึงทางลาด Also แสดงว่านี่เป็นอีกผลหนึ่งที่เพิ่มจากผลซึ่งกล่าวไปแล้ว โครงสร้างพื้นฐานคือ ramp up + คำนาม กริยาวลีนี้แยกคำได้ จึงพูดว่า ramp production up ได้ แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนามต้องพูดว่า ramp it up ไม่ใช่ ramp up it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำสองคำจากบทเรียนที่ใช้เพิ่มผลอีกอย่างและหมายถึง “เพิ่มขึ้น”: The new machines reduce waste. They can ____ production.

ดูคำตอบ

also ramp up

วลี

the body's ability to burn fat: โครงสร้าง ability to + กริยารูปพื้นฐาน

วลี the body's ability to burn fat ใช้โครงสร้าง คำนามแสดงความเป็นเจ้าของ + ability to + กริยารูปพื้นฐาน ส่วนแสดงความเป็นเจ้าของบอกว่าความสามารถนั้นเป็นของใครหรืออะไร และกริยา infinitive ที่มี to บอกว่าความสามารถนั้นครอบคลุมการกระทำใด ในที่นี้ burn fat หมายถึงการนำไขมันที่สะสมไว้มาใช้เป็นพลังงานผ่านกระบวนการเผาผลาญ ไม่ใช่การจุดไฟเผาไขมัน โครงสร้างนี้ใช้บอกได้ว่าคน ร่างกาย เครื่องจักร หรือองค์กรสามารถทำอะไรได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง คำนามแสดงความเป็นเจ้าของ + ability to + กริยารูปพื้นฐาน ได้ถูกต้อง

  1. Regular exercise can improve the body's ability to use oxygen.
  2. Regular exercise can improve the body ability for using oxygen.
  3. Regular exercise can improve the body's able to use oxygen.
ดูคำตอบ

Regular exercise can improve the body's ability to use oxygen.

In fact,

3:14

ในความเป็นจริง

some sports organizations think

3:15

องค์กรกีฬาบางแห่งคิดว่า

that caffeine gives athletes an unfair advantage วลี

3:17

คาเฟอีนทำให้นักกีฬาได้เปรียบอย่างไม่เป็นธรรม

and have placed limits on its consumption. วลี

3:20

และได้มีการจำกัดปริมาณการบริโภค

วลี

give athletes an unfair advantage: ทำให้ใครบางคนได้เปรียบอย่างไม่เป็นธรรม

ใน caffeine gives athletes an unfair advantage คำว่า give ใช้โครงสร้างกรรมสองตัว give + คน + สิ่งของ โดย athletes คือผู้ที่ได้รับความได้เปรียบ และ caffeine ถูกนำเสนอว่าเป็นสาเหตุของความได้เปรียบนั้น An unfair advantage คือความได้เปรียบที่ทำให้การแข่งขันยุติธรรมน้อยลง มักเกิดจากการเข้าถึงข้อมูลหรือโอกาสที่ไม่เท่าเทียม การได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษ หรือการใช้สิ่งที่กฎจำกัดไว้ จึงมีความหมายมากกว่าประโยชน์ทั่วไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าข้อมูลลับทำให้การแข่งขันไม่ยุติธรรม

  1. Secret information made one contestant an advantage.
  2. Secret information gave an unfair advantage to win.
  3. Secret information gave one contestant an unfair advantage.
ดูคำตอบ

Secret information gave one contestant an unfair advantage.

วลี

have placed limits on its ...: place limits on + คำนาม

Place limits on something หมายถึงกำหนดข้อจำกัดให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ place เป็นคำกริยาที่หมายถึง “กำหนด” หรือ “ตั้งขึ้น” ไม่ได้หมายถึงสถานที่ ส่วน on ใช้นำหน้ากิจกรรมหรือสิ่งที่ถูกควบคุม ในประโยคนี้ have placed เป็น present perfect แสดงว่าองค์กรต่าง ๆ ได้เริ่มใช้ข้อจำกัดแล้ว its หมายถึง caffeine ดังนั้น its consumption จึงหมายถึงการบริโภคคาเฟอีน โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ place limits on + คำนามหรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ place limits on: To save water during the drought, the city has ____ outdoor water use.

ดูคำตอบ

placed limits on

From 1972 until 2004, ไวยากรณ์

3:24

ตั้งแต่ปี 1972 ถึง 2004

Olympic athletes had to stay below ไวยากรณ์

3:27

นักกีฬาโอลิมปิกต้องรักษาให้มี

a certain blood caffeine concentration to compete. การใช้คำ

3:29

ความเข้มข้นของคาเฟอีนในเลือดต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดเพื่อแข่งขัน

ไวยากรณ์

From 1972 until 2004: ใช้ from ... until ... บอกช่วงเวลา

From + เวลาเริ่มต้น + until + เวลาสิ้นสุด ใช้ระบุช่วงเวลาที่สถานะ กฎ หรือกิจกรรมดำเนินต่อเนื่อง ในที่นี้กฎเริ่มในปี 1972 และยังมีผลจนถึงจุดสิ้นสุดในปี 2004 until เน้นการดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงจุดสิ้นสุด ไม่ได้พูดถึงเหตุการณ์สองเหตุการณ์ที่แยกจากกัน เมื่อระบุเพียงปี สำนวนนี้จะไม่บอกวันที่สิ้นสุดอย่างแน่นอนหรือบอกว่ารวมทั้งปีสุดท้ายหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย from ... until: The clinic will be closed ____ Monday ____ Thursday morning.

ดูคำตอบ

from · until

ไวยากรณ์

had to stay below: ข้อกำหนดในอดีตให้ต่ำกว่าค่าสูงสุด

Had to ใช้แสดงกฎหรือข้อบังคับที่มีในอดีต ส่วน stay below + ค่าสูงสุด หมายถึงการรักษาค่าที่วัดได้ให้ต่ำกว่าค่านั้นตลอดช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น หากนักกีฬาต้องการเข้าแข่งขัน ระดับคาเฟอีนในเลือดต้องไม่ถึงหรือเกินระดับที่อนุญาต ที่นี่ below บอกความสัมพันธ์ของตัวเลข ไม่ใช่ตำแหน่งที่อยู่ต่ำกว่าในทางกายภาพ โครงสร้าง had to stay below + ค่าเกณฑ์ ใช้ได้กับขีดจำกัดของความเร็ว อุณหภูมิ ค่าใช้จ่าย ความเข้มข้น และการวัดอื่น ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่ากฎในอดีตกำหนดให้ระดับแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่ต้องต่ำกว่าค่าสูงสุดตามกฎหมาย

  1. Under the old rule, drivers had to stay above the maximum legal alcohol limit.
  2. Under the old rule, drivers had to stay below the legal alcohol limit.
  3. Under the old rule, drivers had to stayed below the legal alcohol limit.
ดูคำตอบ

Under the old rule, drivers had to stay below the legal alcohol limit.

การใช้คำ

a certain blood caffeine concentration: ความเข้มข้นเฉพาะที่ไม่ได้ระบุตัวเลข

คำนามหลักของวลีนี้คือ concentration ซึ่งในบริบทการตรวจและการแพทย์หมายถึงปริมาณของสารชนิดหนึ่งในของเหลวหรือวัสดุปริมาณหนึ่ง ดังนั้น blood caffeine concentration จึงหมายถึงระดับคาเฟอีนที่วัดได้ในเลือด ในที่นี้ a certain หมายถึงระดับหนึ่งที่เฉพาะเจาะจงและเกี่ยวข้อง แต่ประโยคไม่ได้บอกตัวเลขไว้ ไม่ได้หมายถึงแน่นอนว่าเป็นจริง เมื่อนำมารวมกัน วลีนี้หมายถึงระดับคาเฟอีนเฉพาะที่ใช้เป็นเกณฑ์จำกัด

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดตรงกับความหมายของ a certain blood caffeine concentration ในตัวอย่างมากที่สุด

  1. ตำแหน่งในร่างกายที่คาเฟอีนสะสมอยู่
  2. ระดับคาเฟอีนเฉพาะที่วัดได้ในเลือด
  3. หลักฐานว่ามีคาเฟอีนอยู่ในเลือดอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

ระดับคาเฟอีนเฉพาะที่วัดได้ในเลือด

Of course,

3:33

แน่นอนว่า

not all of caffeine's effects are so helpful. ไวยากรณ์

3:34

ไม่ใช่ทุกผลกระทบของคาเฟอีนจะมีประโยชน์ไปเสียหมด

ไวยากรณ์

not all of caffeine's effects are so helpful: การปฏิเสธเพียงบางส่วน

ใน not all of caffeine's effects are so helpful คำว่า not ปฏิเสธ all ดังนั้นประโยคนี้จึงหมายความว่า ผลของคาเฟอีนบางอย่างไม่ได้เป็นประโยชน์มากนัก และยังเปิดไว้ได้ว่าผลอย่างอื่นอาจเป็นประโยชน์ นี่คือการปฏิเสธเพียงบางส่วน: not all ไม่ได้หมายถึง none เมื่อเจอประโยคคล้ายกัน ให้เข้าใจ not all + กลุ่มคำนามพหูพจน์ + คำบรรยาย ว่าคำบรรยายนั้นไม่ได้ใช้ได้กับสมาชิกทุกตัวในกลุ่ม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า ผลลัพธ์บางข้ออาจถูกต้อง แต่ไม่ใช่ทุกข้อที่ถูกต้อง

  1. All of the results were inaccurate.
  2. None of the results were accurate.
  3. Not all of the results were accurate.
ดูคำตอบ

Not all of the results were accurate.

It might make you feel better and more alert, ลำดับความ

3:37

มันอาจทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นและตื่นตัวมากขึ้น

but it can also raise your heart rate and blood pressure,

3:40

แต่มันก็สามารถเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตของคุณ

ลำดับความ

might ... but it can also ...: นำเสนอประโยชน์และความเสี่ยงอย่างสมดุล

อนุประโยคแรกใช้ might เพื่อนำเสนอประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น คือทำให้รู้สึกดีขึ้นและตื่นตัวมากขึ้น จากนั้น but เปลี่ยนทิศทางของข้อความ และวลี can also นำเสนอผลอีกอย่างที่อาจเกิดขึ้น คือทำให้อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตสูงขึ้น รูปแบบนี้ช่วยนำเสนอการประเมินอย่างสมดุล โดยยอมรับด้านหนึ่งก่อน แล้วจึงเพิ่มด้านที่ตรงข้ามและทำให้ภาพรวมเปลี่ยนไป ดังนั้นข้อมูลหลัง but จึงสำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมวลีสี่คำที่ถูกต้องซึ่งทำให้เกิดรูปแบบ might ... but it can also ...: The medicine might reduce pain, ____ cause drowsiness.

ดูคำตอบ

but it can also

cause increased urination or diarrhea,

3:43

ทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้นหรือมีอาการท้องร่วง

and contribute to insomnia and anxiety. วลี

3:46

และก่อให้เกิดอาการนอนไม่หลับและวิตกกังวล

วลี

contribute to insomnia and anxiety: หนึ่งในหลายปัจจัย

ในโครงสร้าง contribute to + คำนามหรือคำกริยารูป -ing คำว่า contribute หมายถึงช่วยทำให้เกิดผลบางอย่างหรือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่นำไปสู่ผลนั้น ในที่นี้หมายถึงปัจจัยที่กำลังกล่าวถึงอาจมีส่วนทำให้นอนไม่หลับและวิตกกังวล สำนวนนี้มักนำเสนอสิ่งนั้นว่าเป็นหนึ่งในหลายปัจจัย คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนามได้เหมือนในประโยคนี้ หรือตามด้วยรูป -ing เช่น contribute to feeling anxious

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยทำให้เกิดผลลัพธ์: Poor ventilation can ____ headaches.

ดูคำตอบ

contribute to

Plus,

3:49

นอกจากนี้

the foods and beverages caffeine is found in ไวยากรณ์

3:50

อาหารและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

have their own impacts on your body

3:52

ก็มีผลกระทบต่อร่างกายของคุณในแบบของมัน

that have to be taken into account. วลี

3:55

ซึ่งต้องนำมาพิจารณาด้วย

ไวยากรณ์

caffeine is found in: อนุประโยคสัมพันธ์ที่ละ that

คำว่า caffeine is found in อยู่หลัง foods and beverages และทำหน้าที่ขยายคำนามเหล่านั้น รูปที่ไม่ละคำคือ the foods and beverages that caffeine is found in ในอนุประโยคสัมพันธ์นี้ that เป็นกรรมของคำบุพบท in ที่อยู่ท้ายอนุประโยค จึงละได้ วลีทั้งหมด the foods and beverages caffeine is found in เป็นประธานของประโยคหลัก และ have เป็นกริยาหลัก ส่วน Caffeine เป็นประธานเฉพาะภายในอนุประโยคสัมพันธ์ที่แทรกอยู่ ไม่ใช่ประธานของทั้งประโยค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบเดียวกัน คือมีคำนามตามด้วยอนุประโยคขยายแบบกรรมวาจกที่ละ that และทิ้งคำบุพบทไว้ท้ายอนุประโยค?

  1. The rooms the paintings are displayed in are upstairs.
  2. The rooms display the paintings upstairs.
  3. The paintings are displayed in the rooms upstairs.
ดูคำตอบ

The rooms the paintings are displayed in are upstairs.

วลี

have to be taken into account: ต้องนำมาพิจารณา

take something into account หมายถึงนำสิ่งหนึ่งมาเป็นปัจจัยในการคิด ประเมิน หรือตัดสินใจ รูปถูกกระทำ have to be taken into account บอกว่าต้องพิจารณาผลกระทบเหล่านั้นและไม่ควรมองข้ามไปเฉย ๆ ในที่นี้ that เริ่มอนุประโยคสัมพันธ์และอ้างกลับไปที่ impacts เนื่องจาก impacts เป็นพหูพจน์จึงใช้ have แต่ถ้าเป็นคำนามเอกพจน์จะใช้ has เช่น one risk that has to be taken into account

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย have to และรูปถูกกระทำของ take into account: Before we choose a contractor, all safety risks ____.

ดูคำตอบ

have to be taken into account

Your brain can adapt วลี

3:58

สมองของคุณสามารถปรับตัว

to regular consumption of caffeine.

3:59

เข้ากับการบริโภคคาเฟอีนเป็นประจำได้

วลี

can adapt to regular consumption of...: สามารถปรับตัวต่อการบริโภคเป็นประจำ

adapt to หมายถึงค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงเพื่อให้รับมือกับสภาวะหรือประสบการณ์ที่เกิดซ้ำได้ง่ายขึ้น ในประโยคนี้ can แสดงว่าสมองมีความสามารถดังกล่าว และ regular consumption of caffeine หมายถึงการได้รับคาเฟอีนซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่อง ใน adapt to คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยกลุ่มคำนามได้เหมือนในประโยคนี้ หรือตามด้วยรูป -ing ก็ได้ เช่น adapt to a new routine และ adapt to waking up early

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าทีมค่อย ๆ คุ้นเคยกับการทำงานทางไกล?

  1. The team adapted working remotely.
  2. The team adapted to working remotely.
  3. The team adopted working remotely.
ดูคำตอบ

The team adapted to working remotely.

If your adenosine receptors are perpetually clogged, โน้ต

4:01

หากตัวรับอะดีโนซีนของคุณถูกปิดกั้นอยู่ตลอดเวลา

your body will manufacture extra ones.

4:04

ร่างกายของคุณจะผลิตตัวรับขึ้นมาเพิ่ม

ไวยากรณ์

If ... are ..., ... will manufacture ...: เงื่อนไขและผลลัพธ์

โครงสร้าง if + present simple, will + กริยารูปพื้นฐาน เชื่อมเงื่อนไขที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริงเข้ากับผลที่คาดว่าจะตามมา อนุประโยค if ระบุเงื่อนไข ส่วนประโยคหลักบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเงื่อนไขนั้นเป็นจริง ในที่นี้ are perpetually clogged บรรยายสภาวะต่อเนื่องที่อาจเกิดขึ้น ส่วน will manufacture บอกการตอบสนองของร่างกาย แม้ประโยคนี้จะอธิบายเรื่องทางวิทยาศาสตร์ แต่ก็ไม่ใช่สมมติฐานเกี่ยวกับอดีตหรือสิ่งที่ไม่เป็นจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างเดียวกันเพื่อแสดงเงื่อนไขที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริงและผลที่คาดว่าจะตามมา

  1. When the sensor detected smoke, it sounded an alarm.
  2. If the sensor detects smoke, it will sound an alarm.
  3. If the sensor detected smoke, it would sound an alarm.
ดูคำตอบ

If the sensor detects smoke, it will sound an alarm.

การใช้คำ

are perpetually clogged: คำเปรียบเทียบถึงการถูกครอบครองอย่างต่อเนื่อง

โดยทั่วไป clogged ใช้บรรยายท่อหรือทางผ่านที่อุดตันจนสิ่งต่าง ๆ ผ่านไปไม่ได้ ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบที่เห็นภาพชัด คือคาเฟอีนเข้าไปครอบครองตัวรับอะดีโนซีนอย่างต่อเนื่อง ทำให้อะดีโนซีนไม่สามารถจับกับตัวรับเหล่านั้นได้ตามปกติ perpetually หมายถึงอย่างต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำอยู่เป็นเวลานานมาก วลีนี้เน้นการถูกครอบครองเป็นเวลานาน ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งสกปรกหรือเศษขยะอยู่ในตัวรับจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ clogged เป็นคำเปรียบเทียบถึงสิ่งที่ถูกครอบครองหรือรับภาระมากเกินไปจนทำงานตามปกติไม่ได้

  1. Too many requests clogged the system, so it stopped responding normally.
  2. Snow clogged the narrow mountain road.
  3. Hair clogged the shower drain.
ดูคำตอบ

Too many requests clogged the system, so it stopped responding normally.

That way, ลำดับความ

4:07

ด้วยวิธีนั้น

ลำดับความ

That way: การเชื่อมวิธีกับผลลัพธ์

That way ย้อนกลับไปอ้างถึงการกระทำ แผน หรือกลไกที่เพิ่งกล่าวถึง และหมายถึง “ด้วยการทำเช่นนั้น” หรือ “ด้วยวิธีนั้น” สำนวนนี้จัดลำดับคำอธิบายโดยบอกวิธีก่อน แล้วจึงบอกผลลัพธ์ ในที่นี้ that หมายถึงการที่ร่างกายสร้างตัวรับเพิ่มขึ้น ส่วน way หมายถึง “วิธี” ไม่ใช่ถนนหรือทิศทางจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำที่หมายถึง “ด้วยการทำเช่นนั้น”: Back up your photos. ____, you can restore them if your phone is lost.

ดูคำตอบ

That way

even with caffeine around, ไวยากรณ์

4:08

แม้จะมีคาเฟอีนอยู่

adenosine can still do its job วลี

4:09

อะดีโนซีนก็ยังคงสามารถทำหน้าที่ของมัน

of signaling the brain to power down. กริยาวลี

4:11

ในการส่งสัญญาณให้สมองลดการทำงานลง

ไวยากรณ์

even with caffeine around: การแสดงความยอมรับเงื่อนไขด้วย even with + วลีนาม

even with + วลีนาม ใช้นำเสนอสภาวะที่คาดว่าอาจขัดขวางผลลัพธ์หลัก แต่ผลลัพธ์นั้นก็ยังเกิดขึ้น ในประโยคนี้ คาเฟอีนยังคงมีอยู่ แต่อะดีโนซีนก็ยังส่งสัญญาณให้สมองลดการทำงานได้ ใน caffeine around คำว่า around หมายถึง “มีอยู่” หรือ “ยังอยู่” ซึ่งในที่นี้หมายถึงยังอยู่ในร่างกาย ไม่ได้หมายความว่าคาเฟอีนล้อมรอบสมองอยู่จริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างแสดงการยอมรับเงื่อนไขสองคำจากบทเรียน: ____ a detailed map, we still got lost.

ดูคำตอบ

Even with

วลี

do its job of signaling: การบอกหน้าที่

ใน do its job of signaling คำว่า its หมายถึง adenosine และ job หมายถึงหน้าที่ที่อะดีโนซีนควรทำ ไม่ใช่อาชีพที่ได้รับค่าจ้าง โครงสร้างคือ do its job of + รูป -ing โดย signaling บอกว่าหน้าที่นั้นคืออะไร Can still แสดงว่าหน้าที่นั้นยังดำเนินต่อไปได้ แม้มีบางสิ่งที่อาจรบกวน โครงสร้างนี้ใช้กล่าวถึงสาร ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ระบบ หรือเครื่องมือที่ยังทำงานตามหน้าที่ได้

แบบฝึกหัด

ใช้ do its job of + -ing เติมประโยคให้สมบูรณ์: The filter can still ____ removing dust from the air.

ดูคำตอบ

do its job of

กริยาวลี

to power down: ลดระดับการทำงานก่อนพักผ่อน

Power down เป็นกริยาวลี เมื่อใช้กับเครื่องจักรตามความหมายตรง อาจหมายถึงการลดการใช้พลังงานหรือปิดเครื่อง แต่ในที่นี้เป็นอุปมา หมายถึงสมองลดระดับการทำงานและค่อย ๆ เข้าสู่การพัก ใน signal the brain to power down คำกริยารูป infinitive ที่มี to บอกการกระทำที่สัญญาณกระตุ้นให้เกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าสมองหยุดทำงานอย่างถาวร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ power down เป็นอุปมา หมายถึงสมองลดระดับการทำงานและเตรียมพักผ่อน

  1. After the noisy party, I needed a quiet hour for my brain to power down.
  2. The new battery gives the device enough power to run all day.
  3. The technician needed ten minutes to power down the server safely.
ดูคำตอบ

After the noisy party, I needed a quiet hour for my brain to power down.

That's why you may find ลำดับความ

4:15

นั่นคือเหตุผลที่คุณอาจพบว่า

you need to consume more and more caffeine ไวยากรณ์

4:16

คุณจำเป็นต้องบริโภคคาเฟอีนมากขึ้นเรื่อยๆ

to feel as alert.

4:18

เพื่อให้รู้สึกตื่นตัวได้เท่าเดิม

ลำดับความ

That's why: เชื่อมสาเหตุที่ทราบแล้วเข้ากับผลลัพธ์

That's why ย้อนกลับไปชี้ถึงสาเหตุหรือกลไกที่อธิบายไว้แล้ว แล้วนำเข้าสู่ผลที่เกิดขึ้น มีความหมายว่า “นั่นคือเหตุผลที่...” ในประโยคนี้ วลีนี้บอกว่าการต้องใช้คาเฟอีนในปริมาณที่มากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นผลจากกลไกที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ลำดับข้อมูลตามปกติคือบอกสาเหตุก่อน แล้วตามด้วย That's why + ผลลัพธ์ วลีนี้ช่วยให้ผู้ฟังรู้ว่าผู้พูดกำลังสรุปผลจากข้อมูลเดิม ไม่ได้เริ่มอธิบายสาเหตุใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ That's why ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายว่าถนนที่เป็นน้ำแข็งทำให้โรงเรียนปิด

  1. School is closed. That's because the road is icy.
  2. School is closed. That's why the road is icy.
  3. The road is icy. That's why school is closed.
ดูคำตอบ

The road is icy. That's why school is closed.

ไวยากรณ์

consume more and more caffeine: ปริมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รูปแบบ more and more + คำนาม แสดงว่าปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามเวลาหรือเมื่อเงื่อนไขเปลี่ยนไป caffeine เป็นคำนามนับไม่ได้ ดังนั้น consume more and more caffeine จึงหมายถึงบริโภคคาเฟอีนในปริมาณที่มากขึ้นเรื่อย ๆ more ทั้งสองคำทำงานร่วมกันเป็นรูปแบบการเปรียบเทียบซ้ำหนึ่งชุด ไม่ได้กล่าวถึงปริมาณสองจำนวนที่แยกจากกัน รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับคำนามนับไม่ได้อื่น ๆ และคำนามนับได้พหูพจน์ได้ เช่น more and more time และ more and more people

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปเปรียบเทียบซ้ำที่แสดงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง: As our photo collection grows, we need ____ storage space each month.

ดูคำตอบ

more and more

There are more and more adenosine receptors to block. ไวยากรณ์

4:20

เพราะมีตัวรับอะดีโนซีนที่ต้องถูกสกัดกั้นมากขึ้นเรื่อยๆ

ไวยากรณ์

There are ... adenosine receptors to block: คำนาม + infinitive

ประโยคนี้ใช้โครงสร้างบอกการมีอยู่ there are เพื่อกล่าวถึงตัวรับอะดีโนซีนที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ วลี infinitive to block วางหลัง receptors เพื่อบอกว่าต้องทำอะไรกับตัวรับเหล่านั้น ในที่นี้ receptors เป็นสิ่งที่รับการกระทำของ block กล่าวคือ คาเฟอีนต้องขัดขวางตัวรับจำนวนมากขึ้น วลี infinitive นี้ไม่ได้บอกจุดประสงค์ของอนุประโยค there are ทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำนาม + infinitive แบบเดียวกับ adenosine receptors to block โดยคำนามเป็นสิ่งที่รับการกระทำ

  1. The wall began to block the signal.
  2. She went to the office to finish a report.
  3. There are three reports to finish today.
ดูคำตอบ

There are three reports to finish today.

It's also why, ลำดับความ

4:24

และยังเป็นเหตุผลว่าทำไม

if you suddenly quit caffeine, ไวยากรณ์

4:25

หากคุณหยุดบริโภคคาเฟอีนอย่างกะทันหัน

you may experience an unpleasant withdrawal. การใช้คำ

4:27

คุณอาจประสบกับอาการถอนยาที่ไม่พึงประสงค์

ลำดับความ

It's also why: เชื่อมสาเหตุเดียวกันไปสู่ผลอีกอย่าง

It's also why ย้อนกลับไปอ้างถึงสาเหตุหรือกลไกที่เพิ่งอธิบาย และนำเสนอผลอีกอย่างหนึ่งที่สาเหตุเดียวกันอธิบายได้ ดังนั้น also จึงเพิ่มความเชื่อมโยงเชิงเหตุและผลข้อที่สอง ไม่ใช่เพียงเพิ่มข้อเท็จจริงที่ไม่เกี่ยวข้อง อนุประโยค if แทรกอยู่ก่อนผลลัพธ์ โดย if you suddenly quit caffeine กำหนดเงื่อนไข และ you may experience an unpleasant withdrawal คือผลที่ why นำเข้ามา ให้ตามลำดับข้อมูลว่า สาเหตุก่อนหน้านี้อธิบายผลนี้ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้ It's also why เพื่อเชื่อมสาเหตุเดียวกันไปสู่ผลเพิ่มเติม

  1. Regular practice improves coordination. It's also why the routine feels easier over time.
  2. Regular practice improves coordination, but the routine still feels difficult.
  3. The routine feels easier because the steps are familiar. It's also because regular practice improves coordination.
ดูคำตอบ

Regular practice improves coordination. It's also why the routine feels easier over time.

ไวยากรณ์

if you suddenly quit caffeine: การบอกเงื่อนไข

if you suddenly quit caffeine เป็นอนุประโยคเงื่อนไขที่ใช้ if โดยระบุเงื่อนไขที่อาจทำให้ผลในประโยคหลักเกิดขึ้น นั่นคือการหยุดบริโภคคาเฟอีนอย่างกะทันหัน เมื่อกล่าวถึงเงื่อนไขที่เป็นจริงหรืออาจเกิดขึ้น ภาษาอังกฤษมักใช้ present simple ในอนุประโยค if คือ quit ไม่ใช่ will quit ส่วนประโยคหลักใช้ may เพื่อแสดงว่าผลนั้นอาจเกิดขึ้น ไม่ได้เกิดขึ้นแน่นอน ในที่นี้ quit caffeine หมายถึงหยุดบริโภคคาเฟอีน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกเงื่อนไขที่เป็นไปได้และผลที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง

  1. If you suddenly change your sleep schedule, you may feel tired during the day.
  2. If you will suddenly change your sleep schedule, you may feel tired during the day.
  3. Because you suddenly change your sleep schedule, you may feel tired during the day.
ดูคำตอบ

If you suddenly change your sleep schedule, you may feel tired during the day.

การใช้คำ

an unpleasant withdrawal: อาการไม่สบายหลังหยุดคาเฟอีน

ในบริบทด้านสุขภาพและการใช้สาร withdrawal หมายถึงกลุ่มผลกระทบทางร่างกายหรือจิตใจที่อาจเกิดขึ้นเมื่อคนหยุดหรือลดสารที่ร่างกายคุ้นเคย an unpleasant withdrawal กล่าวถึงอาการนี้ในฐานะประสบการณ์ถอนสารครั้งหนึ่งที่ไม่สบาย คำใกล้เคียงอย่าง quit caffeine และ experience ชี้ว่าที่นี่เป็นความหมายด้านสุขภาพ ไม่ใช่การถอนเงิน การถอนบางสิ่งกลับ หรือการถอนกำลังทหาร

แบบฝึกหัด

ในประโยค "She had headaches during caffeine withdrawal," คำว่า withdrawal หมายถึงอะไร

  1. เงินที่ถอนออกจากบัญชีธนาคาร
  2. การเคลื่อนทหารออกจากพื้นที่
  3. ผลกระทบจากการหยุดสารที่ร่างกายคุ้นเคย
ดูคำตอบ

ผลกระทบจากการหยุดสารที่ร่างกายคุ้นเคย

With plenty of receptors and no competition, ไวยากรณ์

4:30

เมื่อมีตัวรับจำนวนมากและไม่มีการแย่งชิง

ไวยากรณ์

With plenty of receptors and no competition: การบอกเงื่อนไขพื้นหลัง

โครงสร้าง with + นามวลี ที่อยู่ต้นประโยคใช้บอกภูมิหลังของประโยคหลักที่ตามมา ในที่นี้ให้ข้อเท็จจริงที่เชื่อมโยงกันสองอย่าง คือ มีตัวรับจำนวนมากและไม่มีการแข่งขันกัน ในบริบทนี้ no competition หมายถึงคาเฟอีนไม่ได้แข่งขันกับอะดีโนซีนเพื่อจับกับตัวรับเหล่านั้น วลีต้นประโยคช่วยอธิบายว่าเหตุใดผลที่ตามมาจึงเกิดขึ้นได้ โดย with ในที่นี้บอกสภาวะ ไม่ได้หมายถึงการไปกับใคร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี with ที่ต้นประโยคเพื่อบอกเงื่อนไขที่ช่วยอธิบายผลลัพธ์หลัก

  1. Leo drew the map with a pencil.
  2. With enough light and no wind, we took a clear photo.
  3. Nina went to the library with her brother.
ดูคำตอบ

With enough light and no wind, we took a clear photo.

adenosine can work overtime, สำนวน

4:32

อะดีโนซีนก็สามารถทำงานล่วงเวลาได้

สำนวน

work overtime: ทำงานเกินขีดความสามารถปกติ

work overtime ตามความหมายตรงตัวคือคนทำงานเกินชั่วโมงทำงานที่กำหนดไว้ ที่นี่ประธานคือ adenosine จึงเป็นการทำให้อะดีโนซีนมีลักษณะเหมือนคน จริง ๆ แล้วอะดีโนซีนไม่ได้มีงานหรือตารางทำงาน ในคำอธิบายวิทยาศาสตร์แบบเข้าใจง่ายนี้ can work overtime หมายถึงอะดีโนซีนสามารถออกฤทธิ์แรงขึ้นหรือนานกว่าปกติ อุปมาเรื่องการทำงานช่วยให้เห็นกลไกชัดขึ้น ไม่ได้เป็นการวัดทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำ

แบบฝึกหัด

ใช้ work overtime ในรูปกาลที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: During last week's heat wave, the air conditioner ____ to keep the room cool.

ดูคำตอบ

worked overtime

causing symptoms like headaches, วลี

4:34

ทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ปวดหัว

tiredness,

4:36

เหนื่อยล้า

and depressed moods.

4:37

และมีอารมณ์ซึมเศร้า

วลี

causing symptoms like ...: เพิ่มผลลัพธ์และยกตัวอย่าง

อนุประโยค -ing causing symptoms ... ใช้เพิ่มผลที่เกิดจากสถานการณ์ซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้า อนุประโยคนี้ต้องอาศัยอนุประโยคก่อนหน้า จึงไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์เมื่ออยู่ตามลำพัง ใน symptoms like A, B, and C คำว่า like หมายถึง “เช่น” โดยใช้ยกตัวอย่างบางส่วน ไม่ได้หมายถึงรายการทั้งหมด และในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ชอบ”

แบบฝึกหัด

ใช้ causing symptoms like เติมประโยคให้สมบูรณ์: The allergy irritated her eyes, ____ redness and itching.

ดูคำตอบ

causing symptoms like

But in a few days,

4:40

แต่ภายในไม่กี่วัน

the extra adenosine receptors will disappear.

4:41

ตัวรับอะดีโนซีนที่เพิ่มขึ้นมาจะหายไป

Your body will readjust,

4:45

ร่างกายของคุณจะปรับตัวอีกครั้ง

and you'll feel just as alert as ever, ไวยากรณ์

4:46

และคุณจะรู้สึกตื่นตัวเหมือนอย่างเคย

even without an infusion ไวยากรณ์

4:49

แม้ปราศจากการเติมเต็ม

of the world's most popular stimulant. การใช้คำ

4:51

สารกระตุ้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกนี้

ไวยากรณ์

just as alert as ever: กลับสู่ระดับเดิม

just as + คำคุณศัพท์ + as ever ใช้เปรียบเทียบสภาพปัจจุบันกับระดับปกติหรือระดับเดิมของบุคคล just เน้นว่าทั้งสองระดับเท่ากัน ส่วน as ever หมายถึง “เหมือนในอดีต” หรือ “เหมือนเดิมเสมอ” ในที่นี้ just as alert as ever หมายความว่าเมื่อร่างกายปรับตัวอีกครั้ง บุคคลนั้นจะกลับไปมีระดับความตื่นตัวเท่าเดิม ไม่ได้หมายความว่าจะตื่นตัวมากกว่าทุกช่วงเวลาในอดีต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าลีนากลับมามีสมาธิในระดับเดิมโดยไม่ได้สูงกว่าเดิม?

  1. After the break, Lena felt more focused than ever.
  2. After the break, Lena was less focused than before.
  3. After the break, Lena felt just as focused as ever.
ดูคำตอบ

After the break, Lena felt just as focused as ever.

ไวยากรณ์

even without an infusion: ผลลัพธ์ยังเป็นจริงแม้ไม่มีเงื่อนไขหนึ่ง

even without + นามวลี แสดงว่าแม้เงื่อนไขหนึ่งจะไม่มีอยู่ ผลลัพธ์หลักก็ยังคงเป็นจริง even เพิ่มความรู้สึกประหลาดใจ เพราะเงื่อนไขนั้นอาจดูเป็นประโยชน์หรือจำเป็น แต่ผลลัพธ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับมัน ในที่นี้ an infusion หมายถึงการได้รับคาเฟอีนเพิ่มหรือคาเฟอีนหนึ่งโดส เป็นสำนวนที่เห็นภาพและติดอารมณ์ขันเล็กน้อย ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการให้คาเฟอีนทางหลอดเลือดดำในทางการแพทย์

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “แม้ไม่มี” และเพิ่มความรู้สึกประหลาดใจ: Because it has a hand crank, this flashlight works ____ batteries.

ดูคำตอบ

even without

การใช้คำ

the world's most popular stimulant: คำเรียกเชิงบรรยายสำหรับคาเฟอีน

stimulant คือสารที่เพิ่มการทำงานของร่างกายหรือระบบประสาท และอาจทำให้คนรู้สึกตื่นตัวหรือระมัดระวังมากขึ้น ในบริบทนี้ the world's most popular stimulant เป็นคำเรียกเชิงบรรยายที่หมายถึง caffeine ไม่ใช่สารชนิดใหม่ ผู้เขียนหลีกเลี่ยงการกล่าวคำว่า caffeine ซ้ำ และปิดความคิดด้วยคำสรุปกว้าง ๆ popular ในที่นี้หมายถึงมีการใช้กันแพร่หลายทั่วโลก ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าทุกคนชอบมัน

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง วลี the world's most popular stimulant หมายถึงอะไรและกล่าวถึงสิ่งใด?

  1. วลีนี้บอกว่าทุกคนชอบคาเฟอีนและคาเฟอีนปลอดภัยสำหรับทุกคน
  2. วลีนี้แนะนำการรักษาทางการแพทย์ชนิดอื่นที่ยังไม่เคยกล่าวถึง
  3. วลีนี้กล่าวย้อนถึงคาเฟอีนโดยบรรยายประเภทของสารและการใช้อย่างแพร่หลาย
ดูคำตอบ

วลีนี้กล่าวย้อนถึงคาเฟอีนโดยบรรยายประเภทของสารและการใช้อย่างแพร่หลาย