เดจาวูคืออะไร? เดจาวูคืออะไร? - Michael Molina: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
648 คำ 190 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโออธิบายว่าเหตุใดเดจาวูจึงศึกษาได้ยาก ก่อนใช้ฉากร้านอาหารเดียวกันเปรียบเทียบทฤษฎีการประมวลผลแบบคู่ ทฤษฎีโฮโลแกรม และทฤษฎีความสนใจแบบแบ่งแยก โดยไม่มีทฤษฎีใดถูกเสนอเป็นคำตอบสุดท้าย และชวนให้สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างประสบการณ์ชั่วขณะของตนเอง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. making it nearly impossible for scientists to — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่าประโยคย่อยรูป -ing ใช้บอกผลที่เกิดจากสถานการณ์ซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้าอย่างไร ผู้เรียนสามารถนำโครงสร้างกระชับนี้ไปใช้ในคำอธิบายแบบเป็นทางการ เพื่อเชื่อมเงื่อนไขเข้ากับความยากลำบากหรือผลตามมาที่เงื่อนไขนั้นก่อขึ้น โดยไม่ต้องแยกเขียนเป็นอีกประโยคหนึ่ง 2. a distant memory swims up from deep within your brain. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: มองออกว่าการทำให้ความทรงจำมีลักษณะเหมือนสิ่งมีชีวิตนี้ สื่อถึงความทรงจำเก่าที่ค่อย ๆ ผุดขึ้นมาอย่างเลือนรางจากส่วนลึกที่ซ่อนอยู่ จึงช่วยให้ตีความภาพพจน์อันชัดเจนในงานสื่อสารวิทยาศาสตร์ได้ โดยไม่เข้าใจผิดว่าเป็นคำกล่าวตามตัวอักษรเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของระบบประสาท 3. pull yourself away from — กริยาวลี: ใช้เมื่อต้องการบอกว่าคนหนึ่งตั้งใจย้ายความสนใจออกจากวัตถุ กิจกรรม หรือสภาวะทางความคิดที่ดึงดูดใจอย่างมาก สำนวนนี้สื่อถึงความพยายามที่ต้องใช้ได้แม่นยำกว่าการบอกเพียงว่าคนนั้นมองไปทางอื่นหรือหยุดทำสิ่งนั้น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Have you experienced déjà vu? วลี

0:06

คุณเคยมีประสบการณ์เดจาวูไหม?

วลี

experienced déjà vu: experience ที่ใช้เป็นคำกริยา

คำถาม Have you experienced déjà vu? ใช้ have experienced ซึ่งเป็นรูป present perfect ของคำกริยา experience ในที่นี้ experience หมายถึง “รู้สึกหรือประสบกับความรู้สึกหรือปรากฏการณ์บางอย่าง” และ déjà vu เป็นกรรมตรงของคำกริยา Experienced ยังเป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “มีทักษะเพราะผ่านการฝึกฝน” ได้ แต่ไม่ได้ทำหน้าที่นั้นในประโยคนี้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ experience + ความรู้สึก ปรากฏการณ์ หรือเหตุการณ์ เช่น experience pain และ experience difficulties

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ experience เป็นคำกริยาที่หมายถึง “รู้สึกหรือประสบกับความรู้สึกหรือปรากฏการณ์”

  1. His work experience is valuable.
  2. Many people experience déjà vu at least once.
  3. She is an experienced researcher.
ดูคำตอบ

Many people experience déjà vu at least once.

It's that shadowy feeling you get when a situation seems familiar. ลำดับความ

0:08

มันคือความรู้สึกคลุมเครือที่คุณได้รับเมื่อสถานการณ์ดูเหมือนจะคุ้นเคย

ลำดับความ

that shadowy feeling you get when: อธิบายแนวคิดผ่านความรู้สึกในชีวิตประจำวัน

That ชี้กลับไปที่ déjà vu ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ Shadowy อธิบายว่าความรู้สึกนั้นคลุมเครือและจับต้องได้ยาก ไม่ได้หมายความว่ามีเงาปกคลุมอยู่จริง คำนามหลักคือ feeling โดย you get ขยายคำนั้น และ when นำเข้าสู่สถานการณ์ที่ทำให้เกิดความรู้สึก สำนวนนี้อธิบายแนวคิดที่เป็นนามธรรมด้วยการบอกความรู้สึกที่คุ้นเคยก่อน แล้วจึงบอกว่าความรู้สึกนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ that + คำอธิบายความรู้สึก + you get when + สถานการณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายแนวคิดที่เป็นนามธรรมผ่านความรู้สึกในชีวิตประจำวัน

  1. Anxiety always creates a visible shadow on the wall.
  2. Anxiety is that uneasy feeling you get when something seems wrong.
  3. Anxiety is a word with seven letters.
ดูคำตอบ

Anxiety is that uneasy feeling you get when something seems wrong.

A scene in a restaurant plays out exactly as you remember. โน้ต

0:12

ฉากในร้านอาหารที่เกิดขึ้นตรงกับความทรงจำของคุณเป๊ะ

กริยาวลี

plays out: ฉากดำเนินไปอย่างไร

ในที่นี้ plays out หมายถึง “ค่อย ๆ ดำเนินไป” หรือ “เกิดขึ้นเป็นลำดับของการกระทำ” ประธานคือ a scene จึงทำให้เหตุการณ์ดูเหมือนฉากที่กำลังคลี่คลายต่อหน้าต่อตา เมื่อเทียบกับ happens คำว่า plays out เน้นว่าเหตุการณ์พัฒนาไปตั้งแต่ต้นจนจบอย่างไร ไม่ได้หมายถึงการที่ใครสักคนเล่นหรือแพร่ภาพบางอย่าง

แบบฝึกหัด

ใช้กริยาวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ดำเนินไป” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The final scene ____ in a quiet train station.

ดูคำตอบ

plays out

ไวยากรณ์

exactly as you remember: ตรงกับความทรงจำทุกประการ

exactly as you remember หมายถึง “ตรงกับความทรงจำของคุณทุกประการ” exactly ช่วยเน้นระดับความตรงกัน ส่วน as นำอนุประโยค you remember ซึ่งเป็นเกณฑ์สำหรับการเปรียบเทียบ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ exactly as + ประธาน + กริยา เช่น exactly as she predicted หรือ exactly as we planned ในที่นี้ as ใช้เชื่อมอนุประโยค ไม่ได้หมายถึง “ในฐานะ”

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างเป้าหมายสองคำเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The trip went ____ we had planned.

ดูคำตอบ

exactly as

The world moves like a ballet you've choreographed. สำนวน

0:15

โลกเคลื่อนไหวเหมือนบัลเลต์ที่คุณเป็นคนออกแบบท่าเต้น

สำนวน

moves like a ballet you've choreographed: การเปรียบเทียบกับการเคลื่อนไหวที่วางไว้ล่วงหน้า

วลีนี้เปรียบการเคลื่อนไหวของโลกกับบัลเลต์ที่ “คุณ” เป็นผู้ออกแบบท่าเต้น you've choreographed เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย ballet โดยละ that ไว้ รูปเต็มคือ a ballet that you've choreographed บัลเลต์ในที่นี้ไม่ใช่การเต้นที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากนักออกแบบท่าเต้นจะวางแผนทุกการเคลื่อนไหว ภาพเปรียบนี้จึงสื่อว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ดูคุ้นเคย คาดเดาได้ และแทบจะอยู่ในการควบคุมของคุณ

แบบฝึกหัด

คำเปรียบในประโยคนี้สื่อถึงความรู้สึกใด

  1. โลกกำลังสอนผู้พูดให้เต้นรำ
  2. มีการแสดงบัลเลต์จริงเกิดขึ้นรอบตัวผู้พูด
  3. เหตุการณ์ต่าง ๆ ดูเหมือนดำเนินไปอย่างคุ้นเคยและถูกจัดวางไว้ล่วงหน้า
ดูคำตอบ

เหตุการณ์ต่าง ๆ ดูเหมือนดำเนินไปอย่างคุ้นเคยและถูกจัดวางไว้ล่วงหน้า

But the sequence can't be based on a past experience because you've never eaten here before. ไวยากรณ์

0:18

แต่ลำดับเหตุการณ์นี้ไม่สามารถมาจากประสบการณ์ในอดีตได้ เพราะคุณไม่เคยมากินข้าวที่นี่มาก่อน

ไวยากรณ์

can't be based on: การตัดความเป็นไปได้ของพื้นฐานหนึ่ง

Can't be based on ใช้โครงสร้าง modal + be + past participle + on ซึ่งเป็นรูปถูกกระทำเชิงปฏิเสธของ base something on something หมายความว่าข้อสรุป แผน หรือคำอธิบายไม่สามารถใช้สิ่งหนึ่งเป็นพื้นฐานหรือหลักฐานได้ ในที่นี้ can't แสดงความเป็นไปไม่ได้ในทางเหตุผล ไม่ใช่กฎหรือข้อห้าม ผู้พูดตัดความเป็นไปได้ที่ประสบการณ์ในอดีตจะเป็นพื้นฐานของลำดับเหตุการณ์ และอนุประโยค because ให้เหตุผลว่า คนคนนั้นไม่เคยกินอาหารที่นั่นมาก่อน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ตรงกับบทเรียน: A fair decision ____ a single rumor.

ดูคำตอบ

can't be based on

This is the first time you've had clams. ไวยากรณ์

0:23

นี่เป็นครั้งแรกที่คุณกินหอยลาย

ไวยากรณ์

This is the first time you've had ...: โครงสร้าง present perfect

โครงสร้าง This is the first time + ประธาน + present perfect ใช้บอกว่าประสบการณ์นั้นเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกนับถึงตอนนี้ ในที่นี้ you've had ย่อมาจาก you have had โดย had เป็นกริยารูป past participle ที่ตามหลังคำกริยาช่วย have ใน have clams คำว่า have หมายถึง “กิน” ไม่ใช่ “มีไว้ครอบครอง” ประโยคนี้บอกว่านี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกของผู้ฟังในการกินหอยกาบ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ present perfect มาตรฐานกับ ride: This is the first time I ____ a horse.

ดูคำตอบ

have ridden

So, what's going on? ลำดับความ

0:25

แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

ลำดับความ

What's going on?: คำถามเปลี่ยนเข้าสู่คำอธิบาย

ในที่นี้ What's going on? ไม่ได้มุ่งถามว่ามีกิจกรรมอะไรเกิดขึ้นตรงหน้าผู้พูด แต่เปลี่ยนข้อสังเกตชวนสงสัยที่เพิ่งกล่าวถึงให้เป็นคำถามที่ผู้พูดจะอธิบายต่อ เมื่อใช้ร่วมกับ So ประโยคนี้จะส่งสัญญาณการเปลี่ยนช่วง เนื้อหาเทียบได้กับการถามว่า “เราจะอธิบายปริศนานี้ได้อย่างไร” ในคำอธิบายและวิดีโอ คำถามนี้มักพาผู้ฟังจากการสังเกตปรากฏการณ์ไปสู่การพิจารณาสาเหตุ

แบบฝึกหัด

ผู้บรรยายกล่าวถึงผลลัพธ์ที่ชวนสงสัย แล้วถามว่า “So, what's going on?” คำถามนี้ทำหน้าที่อะไรในการเรียบเรียงเนื้อหา?

  1. ตรวจสอบว่าเหตุการณ์ที่กำหนดไว้เริ่มขึ้นแล้วหรือยัง
  2. ปิดหัวข้อโดยไม่ถามถึงสาเหตุ
  3. เปลี่ยนข้อสังเกตชวนสงสัยให้เป็นคำถามที่จะมีคำอธิบายต่อไป
ดูคำตอบ

เปลี่ยนข้อสังเกตชวนสงสัยให้เป็นคำถามที่จะมีคำอธิบายต่อไป

Unfortunately, there isn't one single explanation for déjà vu. ลำดับความ

0:26

โชคร้ายที่ไม่มีคำอธิบายเพียงหนึ่งเดียวสำหรับเดจาวู

ลำดับความ

one single explanation: การปฏิเสธว่ามีคำตอบเดียว

ใน one single explanation คำว่า single ช่วยเน้นคำว่า one ให้หมายถึงคำอธิบายเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถอธิบายทุกอย่างได้ ในโครงสร้างปฏิเสธ there isn't one single... ผู้พูดกำลังปฏิเสธว่ามีคำตอบเดียวที่ครอบคลุมทุกอย่าง การใช้ถ้อยคำแบบนี้ช่วยจำกัดข้อสรุปและเปิดทางให้พูดถึงหลายทฤษฎีหรือหลายสาเหตุ ในที่นี้ single หมายถึง “เพียงหนึ่งเดียว” ไม่ได้หมายถึง “โสด”

แบบฝึกหัด

there isn't one single explanation สื่ออะไรในบทความเชิงอธิบาย?

  1. อาจต้องพิจารณาหลายทฤษฎีหรือหลายสาเหตุ
  2. มีการพิสูจน์แล้วว่ามีคำอธิบายเพียงหนึ่งเดียว
  3. คำอธิบายทั้งหมดมีความหมายเหมือนกัน
ดูคำตอบ

อาจต้องพิจารณาหลายทฤษฎีหรือหลายสาเหตุ

The experience is brief and occurs without notice, วลี

0:30

ประสบการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่และไม่มีการเตือนล่วงหน้า

making it nearly impossible for scientists to record and study it. ไวยากรณ์

0:33

ทำให้เป็นเรื่องที่เป็นไปแทบไม่ได้เลยที่นักวิทยาศาสตร์จะบันทึกและศึกษามัน

วลี

occurs without notice: เกิดขึ้นโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า

Occurs without notice หมายถึง “เกิดขึ้นโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า” occur เป็นคำกริยาที่ค่อนข้างเป็นทางการกว่า happen ส่วน without notice หมายถึงไม่มีสัญญาณ คำเตือน หรือการแจ้งล่วงหน้า ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายว่าทำไมจึงบันทึกประสบการณ์นี้ได้ยาก เพราะนักวิจัยไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด notice ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเอกสารประกาศที่เป็นกระดาษ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการจากบทเรียนที่หมายถึง “เกิดขึ้นโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า”: The symptoms may ____.

ดูคำตอบ

occur without notice

ไวยากรณ์

making it nearly impossible for scientists to: การใช้โครงสร้าง -ing เพื่อบอกผลลัพธ์

ในประโยคนี้ วลี -ing หลังเครื่องหมายจุลภาค คือ making it nearly impossible for scientists to... ใช้เติมผลลัพธ์ที่เกิดจากสถานการณ์ทั้งหมดก่อนหน้า กล่าวคือ ประสบการณ์นี้สั้นมากและเกิดขึ้นโดยคาดเดาไม่ได้ จึงแทบจะบันทึกและศึกษาไม่ได้ โครงสร้างคือ make it + คำคุณศัพท์ + for someone + to do something โดย it เป็นกรรมรูปแบบ ส่วนการกระทำที่ถูกประเมินว่าแทบเป็นไปไม่ได้คือ for scientists to record and study it วลี -ing นี้เชื่อมกับอนุประโยคก่อนหน้า ไม่ใช่การกระทำใหม่ของประธานในประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างผลลัพธ์แบบจุลภาค + -ing ให้สมบูรณ์: The fog grew thicker, ____ nearly impossible for the hikers to see the trail.

ดูคำตอบ

making it

Scientists can't simply sit around and wait for it to happen to them. วลี

0:36

นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถแค่นั่งรอให้มันเกิดขึ้นกับตัวเองได้

วลี

sit around and wait for: นั่งรอโดยไม่ทำอะไร

Sit around and wait for หมายถึงไม่ทำอะไรอย่างจริงจังระหว่างรอให้บางสิ่งเกิดขึ้นหรือมาถึง ในประโยคนี้ นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถอาศัยการรอให้ประสบการณ์นั้นเกิดขึ้นกับตัวเองอย่างกะทันหันเป็นวิธีการวิจัยได้ Around ไม่ได้ระบุสถานที่ ใน sit around คำนี้เพิ่มความรู้สึกว่านั่งเฉย ๆ หรือปล่อยเวลาให้ผ่านไป ส่วน wait for เน้นการรอแบบตั้งรับมากกว่าการลงมือทำ

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่เน้นการรอแบบไม่ลงมือทำให้สมบูรณ์: The deadline is tomorrow, so we can't ____ a reply.

ดูคำตอบ

sit around and wait for

This could take years.

0:40

เพราะอาจต้องใช้เวลาหลายปี

It has no physical manifestations, การใช้คำ

0:41

มันไม่มีการแสดงออกทางกายภาพให้เห็น

การใช้คำ

no physical manifestations: ไม่มีสัญญาณทางร่างกายที่สังเกตได้

ในประโยคนี้ no physical manifestations หมายถึงประสบการณ์ดังกล่าวไม่มีสัญญาณทางร่างกายที่สังเกตเห็นได้โดยตรง physical บอกว่าสัญญาณเหล่านั้นจะปรากฏที่ร่างกาย ส่วน manifestations หมายถึงรูปแบบภายนอกที่ภาวะภายในแสดงออกมา วลีนี้อธิบายว่าทำไมจึงศึกษาประสบการณ์ดังกล่าวอย่างเป็นกลางได้ยาก นักวิจัยมีข้อมูลหลักเป็นความรู้สึกที่บุคคลนั้นรายงาน ไม่ใช่ผลทางร่างกายที่มองเห็นได้ ในที่นี้ manifestation หมายถึง “สัญญาณหรือการแสดงออกภายนอก” ไม่ใช่ “ประกาศ” หรือ “คำแถลง”

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบาย no physical manifestations ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด

  1. ไม่มีตัวตนทางกายภาพเลย
  2. ไม่มีสัญญาณทางร่างกายที่สังเกตเห็นได้โดยตรง
  3. ถูกประกาศอย่างเป็นทางการโดยไม่มีหลักฐาน
ดูคำตอบ

ไม่มีสัญญาณทางร่างกายที่สังเกตเห็นได้โดยตรง

and in studies, it's described by the subject as a sensation or feeling. วลี

0:43

และในการศึกษา ผู้ทดสอบจะอธิบายว่ามันเป็นความรู้สึกหรือสัมผัส

วลี

described by the subject as: รายงานสิ่งที่ผู้เข้าร่วมการวิจัยกล่าว

ในโครงสร้างประโยคแบบถูกกระทำ X is described by A as B นั้น X คือสิ่งที่ถูกบรรยาย A คือผู้ให้คำบรรยาย และ B คือชื่อหรือลักษณะที่ใช้บรรยาย ในที่นี้มีการรายงานว่าผู้เข้าร่วมการวิจัยบรรยายประสบการณ์ดังกล่าวว่า a sensation or feeling ในภาษาที่ใช้ในการวิจัย subject หมายถึงบุคคลที่ถูกศึกษา ไม่ใช่รายวิชาในโรงเรียนหรือหัวข้อของประโยค การใช้ถ้อยคำนี้บอกว่าคำบรรยายมาจากใคร ไม่ได้หมายความว่านักวิจัยได้ยืนยันคำบรรยายนั้นอย่างเป็นกลางแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานได้ถูกต้องว่าผู้เข้าร่วมการวิจัยบอกว่าภาพนั้นทำให้รู้สึกไม่สบายใจ

  1. The subject was described by the image as unsettling.
  2. The image described the subject as unsettling.
  3. The image was described by the subject as unsettling.
ดูคำตอบ

The image was described by the subject as unsettling.

Because of this lack of hard evidence, วลี

0:47

เนื่องจากขาดหลักฐานที่ชัดเจนนี้

วลี

lack of hard evidence: ไม่มีหลักฐานที่หนักแน่น

ในวลี lack of hard evidence คำว่า hard หมายถึง “หนักแน่น น่าเชื่อถือ และตรวจสอบได้” ไม่ได้หมายถึง “ยาก” วลีทั้งหมดหมายถึงไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้เพียงพอสำหรับสนับสนุนข้อสรุปที่แน่นอน โครงสร้าง lack of + คำนาม ใช้บอกว่าสิ่งสำคัญบางอย่างขาดหายไปหรือมีไม่เพียงพอ ในโครงสร้างที่ใหญ่กว่าอย่าง Because of this... ความขาดแคลนนั้นถูกนำเสนอเป็นเหตุผลของสิ่งที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ hard evidence ตามความหมายที่ถูกต้อง?

  1. The rumor counts as hard evidence because many people repeated it.
  2. The claim is supported by hard evidence that independent researchers can check.
  3. The papers are hard evidence because the folder containing them is heavy.
ดูคำตอบ

The claim is supported by hard evidence that independent researchers can check.

there's been a surplus of speculation over the years. การใช้คำ

0:49

จึงมีการคาดเดามากเกินไปตลอดหลายปีที่ผ่านมา

การใช้คำ

surplus of speculation: การคาดเดามากกว่าหลักฐาน

ในวลี a surplus of speculation คำว่า surplus หมายถึงปริมาณที่มากเกินกว่าจะมีประโยชน์หรือสมเหตุสมผล ส่วน speculation คือการคาดเดาจากข้อมูลที่ไม่ครบ ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงมีการคาดเดามากเกินไป ถ้อยคำนี้มีน้ำเสียงประเมินเชิงลบ ไม่ใช่เชิงบวก โดยชี้ให้เห็นความไม่สมดุลที่คำอธิบายเพิ่มขึ้นเร็วกว่าหลักฐานที่รองรับ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบาย a surplus of speculation ได้ถูกต้อง?

  1. A surplus of speculation means every explanation has been proved.
  2. A surplus of speculation means there are more guesses than the evidence can support.
  3. A surplus of speculation means there have been no guesses at all.
ดูคำตอบ

A surplus of speculation means there are more guesses than the evidence can support.

Since Émile Boirac introduced déjà vu as a French term meaning already seen, วัฒนธรรม

0:52

ตั้งแต่ Émile Boirac ได้แนะนำคำว่าเดจาวู ซึ่งเป็นคำภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า "เคยเห็นมาแล้ว"

วัฒนธรรม

as a French term meaning already seen: ที่มาทางภาษาและความหมายตามตัวอักษร

ใน introduced déjà vu as a French term คำว่า as นำเข้าสู่คำอธิบายของ déjà vu ว่าถูกนำเสนอในฐานะศัพท์ภาษาฝรั่งเศส ส่วน meaning already seen บอกความหมายตามตัวอักษรของศัพท์นี้ว่า “เคยเห็นมาแล้ว” ตรงนี้ meaning already seen เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อที่ขยาย a French term โดยมีรูปเต็มว่า a French term that means “already seen” ส่วน already seen ไม่ได้บอกการกระทำอีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในประโยค

แบบฝึกหัด

as a French term meaning already seen บอกข้อมูลอะไรเกี่ยวกับ déjà vu แก่ผู้อ่าน?

  1. บอกว่าสำนวนนี้มาจากภาษาฝรั่งเศสและให้ความหมายตามตัวอักษร
  2. บอกว่าเอมีล บัวรักเคยเห็นศัพท์นี้มาก่อน
  3. บอกว่าศัพท์ภาษาฝรั่งเศสทุกคำมีความหมายเหมือนกัน
ดูคำตอบ

บอกว่าสำนวนนี้มาจากภาษาฝรั่งเศสและให้ความหมายตามตัวอักษร

more than 40 theories attempt to explain this phenomenon. วลี

0:57

มีทฤษฎีมากกว่า 40 ทฤษฎีที่พยายามอธิบายปรากฏการณ์นี้

วลี

more than 40 theories attempt to explain: โครงสร้างทางการ attempt to + คำกริยา

ใน more than 40 theories attempt to explain กลุ่มนามพหูพจน์ more than 40 theories เป็นประธาน และ attempt เป็นกริยาหลัก โครงสร้าง attempt to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “พยายามทำบางสิ่ง” ดังนั้นในที่นี้ทฤษฎีต่าง ๆ จึงเสนอคำอธิบายที่เป็นไปได้ attempt บอกถึงความพยายาม ไม่ได้บอกว่าประสบความสำเร็จ ประโยคนี้กล่าวว่ามีหลายทฤษฎีที่พยายามอธิบายปรากฏการณ์ แต่ไม่ได้กล่าวว่ามีทฤษฎีใดอธิบายได้อย่างสมบูรณ์แล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ explain เพื่อเติมประโยคทางการนี้ให้สมบูรณ์: Several theories attempt ____ why the pattern appears.

ดูคำตอบ

to explain

Still, recent advancements in neuroimaging and cognitive psychology การใช้คำ

1:00

ถึงกระนั้น ความก้าวหน้าเมื่อเร็วๆ นี้ในด้านการถ่ายภาพสมองและจิตวิทยาการรู้คิด

narrow down the field of prospects. กริยาวลี

1:04

ได้ช่วยตีวงความเป็นไปได้ให้แคบลง

การใช้คำ

recent advancements in neuroimaging and cognitive psychology: การหาคำนามหลัก

วลีคำนามแบบเป็นทางการนี้มีคำนามหลักพหูพจน์คือ advancements ซึ่งหมายถึงพัฒนาการหรือความก้าวหน้าใหม่ในการวิจัย ไม่ใช่การเคลื่อนไปข้างหน้าทางกายภาพ คำว่า recent ขยาย advancements ส่วน in neuroimaging and cognitive psychology ระบุสองสาขาที่เกิดความก้าวหน้านั้น เมื่อต้องแยกโครงสร้างวลีคำนามยาวแบบเดียวกัน ให้หาคำนามหลักก่อน แล้วค่อยเชื่อมส่วนขยายเข้ามา ทั้งวลีเป็นประธานพหูพจน์ของ narrow down จึงใช้กริยา narrow ไม่ใช่ narrows

แบบฝึกหัด

ในวลี recent advancements in neuroimaging and cognitive psychology คำใดเป็นคำนามหลักที่คำอื่น ๆ ใช้ขยาย?

  1. recent
  2. psychology
  3. advancements
ดูคำตอบ

advancements

กริยาวลี

narrow down: ลดขอบเขตของความเป็นไปได้

narrow down หมายถึงการลดจำนวนหรือขอบเขตของความเป็นไปได้โดยใช้ข้อมูล การเปรียบเทียบ หรือการคัดเลือก ในประโยคนี้ งานวิจัยทำให้กลุ่มทฤษฎีที่ดูสมเหตุสมผลมีขนาดเล็กลง กริยาวลีนี้แยกคำได้ โดยพูดได้ทั้ง narrow down the options และ narrow the options down หากกรรมเป็นคำสรรพนามต้องวางไว้ตรงกลาง เช่น narrow them down ส่วนรูปแบบ narrow something down to... ใช้ระบุกลุ่มหรือผลลัพธ์สุดท้ายที่แคบลง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ narrow down ในความหมายว่าลดขอบเขตของกลุ่มความเป็นไปได้?

  1. We ruled out one hotel because it was too far away.
  2. We cut down on hotel stays to save money.
  3. We compared the reviews to narrow down our hotel choices.
ดูคำตอบ

We compared the reviews to narrow down our hotel choices.

Let's walk through three of today's more prevalent theories กริยาวลี

1:06

เราลองมาดูสามทฤษฎีที่แพร่หลายที่สุดในปัจจุบันกัน

กริยาวลี

Let's walk through: พาผู้ฟังทำความเข้าใจทีละขั้น

ในที่นี้ Let's walk through หมายถึงการดูหรืออธิบายบางสิ่งไปทีละขั้น ไม่ได้หมายถึงการเดินจริง ๆ ผู้พูดกำลังชวนผู้ฟังให้ติดตามคำอธิบายเกี่ยวกับทฤษฎีทั้งสามอย่างเป็นลำดับ รูปแบบคือ Let's walk through + หัวข้อ กระบวนการ หรือตัวอย่าง ใช้ได้เมื่อจะอธิบายส่วนต่าง ๆ ของเรื่องหนึ่งตามลำดับที่ชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดชวนผู้ฟังให้ดูขั้นตอนการสมัครไปทีละขั้นอย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Let's walk to the office before we start the application.
  2. Let's skip the application process and discuss the result.
  3. Let's walk through the application process step by step.
ดูคำตอบ

Let's walk through the application process step by step.

using the same restaurant setting for each. ลำดับความ

1:09

โดยใช้ฉากร้านอาหารเดียวกันสำหรับแต่ละทฤษฎี

ลำดับความ

using the same restaurant setting for each: คงสถานการณ์เปรียบเทียบให้เหมือนเดิม

วลี -ing using the same restaurant setting for each อธิบายว่าจะนำเสนอทฤษฎีทั้งสามอย่างไร กล่าวคือ นำแต่ละทฤษฎีไปใช้กับสถานการณ์ร้านอาหารเดียวกัน ในที่นี้ each หมายถึงทฤษฎีแต่ละข้อจากทั้งหมดสามข้อ และ setting หมายถึงสถานการณ์ที่ตัวอย่างเกิดขึ้น ไม่ใช่การตั้งค่าอุปกรณ์ เมื่อคงสถานการณ์เดิมไว้ ส่วนที่เปลี่ยนจึงเป็นตัวทฤษฎี การจัดข้อมูลแบบนี้ช่วยลดภาระในการทำความเข้าใจของผู้ฟังและทำให้เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างทฤษฎีได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าตัวกรองทุกชิ้นได้รับการทดสอบภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน

  1. We tested each filter using a different machine.
  2. We tested all three filters using the same machine for each.
  3. We tested only the first filter in the machine.
ดูคำตอบ

We tested all three filters using the same machine for each.

First up is dual processing. ลำดับความ

1:12

อย่างแรกคือการประมวลผลแบบคู่ (dual processing)

ลำดับความ

ใช้ First up is ... เพื่อแนะนำรายการแรก

โครงสร้าง First up is + ชื่อรายการ ใช้แนะนำสิ่งแรกในรายการ การนำเสนอ หรือลำดับเนื้อหา ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวบอกว่าการประมวลผลแบบคู่เป็นทฤษฎีแรกที่จะอธิบาย ในที่นี้ up ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน First up ทำหน้าที่เป็นคำบอกลำดับในภาษาพูด และคำหลัง is ใช้ระบุชื่อสิ่งที่มาเป็นอันดับแรก

แบบฝึกหัด

ใช้คำบอกลำดับแบบภาษาพูดจากบทเรียนเพื่อแนะนำขั้นตอนแรก: ____ the safety check.

ดูคำตอบ

First up is

We'll need an action.

1:13

เราจำเป็นต้องมีการกระทำบางอย่าง

Let's go with a waiter dropping a tray of dishes. วลี

1:14

สมมติว่าเป็นพนักงานเสิร์ฟทำถาดอาหารตก

วลี

ใช้ Let's go with ... เพื่อเลือกตัวเลือก

โครงสร้าง Let's go with + ตัวเลือก หมายถึง “มาเลือกหรือใช้ตัวเลือกนี้กันเถอะ” ในประโยคนี้ ผู้พูดเลือกเหตุการณ์ที่พนักงานเสิร์ฟทำถาดใส่จานหล่นมาเป็นตัวอย่าง สำนวนนี้มักใช้บอกการตัดสินใจที่เกิดขึ้นระหว่างการพูดคุย ไม่ได้หมายความว่าทุกคนควรเดินทางไปที่ไหนสักแห่งพร้อมกับพนักงานเสิร์ฟ

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนภาษาพูดจากบทเรียนเพื่อตัดสินใจร่วมกัน: ____ the simpler plan after comparing both options.

ดูคำตอบ

Let's go with

As the scene unfolds, your brain's hemispheres process a flurry of information. โน้ต

1:17

ขณะที่ฉากนี้กำลังดำเนินไป ซีกสมองของคุณจะประมวลผลข้อมูลจำนวนมากอย่างรวดเร็ว

ลำดับความ

As the scene unfolds: เชื่อมพัฒนาการสองอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

As the scene unfolds เป็นอนุประโยคบอกเวลาที่แสดงว่าฉากค่อย ๆ ดำเนินไปในขณะที่การกระทำในประโยคหลักเกิดขึ้น คำว่า As เชื่อมการดำเนินของฉากเข้ากับประโยคหลัก จึงหมายความว่าการประมวลผลข้อมูลเกิดขึ้นระหว่างที่ฉากกำลังพัฒนา ในที่นี้ unfolds ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงเหตุการณ์เกิดขึ้นหรือค่อย ๆ เปิดเผยทีละขั้น ไม่ได้หมายถึงการคลี่สิ่งของจริง ๆ การขึ้นต้นแบบนี้ช่วยเปลี่ยนจากการบรรยายฉากไปสู่การอธิบายกระบวนการที่เกิดพร้อมกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

As the scene unfolds สร้างความสัมพันธ์แบบใดในประโยคนี้

  1. สมองประมวลผลข้อมูลในขณะที่ฉากกำลังดำเนินไป
  2. ฉากเป็นสิ่งของจริงที่สมองคลี่ออก
  3. สมองเริ่มประมวลผลหลังจากฉากจบลงแล้วเท่านั้น
ดูคำตอบ

สมองประมวลผลข้อมูลในขณะที่ฉากกำลังดำเนินไป

สำนวน

a flurry of information: เน้นความเร็วและความหนาแน่น ไม่ใช่แค่ปริมาณ

a flurry of information หมายถึงข้อมูลจำนวนมากที่เข้ามาหรือถูกประมวลผลอย่างรวดเร็วในช่วงสั้น ๆ คำว่า flurry ไม่ได้สื่อแค่ปริมาณ แต่ยังเพิ่มความรู้สึกถึงความเร็ว ความหนาแน่น และความวุ่นวายของกิจกรรม ภาพนี้เป็นการเปรียบเทียบ flurry อาจหมายถึงหิมะที่ตกช่วงสั้น ๆ ได้ แต่ในที่นี้ใช้บรรยายข้อมูลจำนวนมากที่ปรากฏขึ้นแทบจะพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ a flurry of และคำนาม questions: After the announcement, ____ from reporters arrived within minutes.

ดูคำตอบ

a flurry of questions

The waiter's flailing arms,

1:22

แขนของพนักงานเสิร์ฟที่แกว่งไปมา

his cry for help, the smell of pasta.

1:23

เสียงร้องขอความช่วยเหลือของเขา และกลิ่นของพาสต้า

Within milliseconds, this information zips through pathways and is processed into a single moment. โน้ต

1:26

ภายในเสี้ยววินาที ข้อมูลนี้พุ่งผ่านเส้นทางประสาทและถูกประมวลผลให้เป็นช่วงเวลาเดียว

สำนวน

zips through pathways: เคลื่อนผ่านระบบอย่างรวดเร็ว

ใน zips through pathways คำว่า zip เป็นคำกริยาที่ให้ภาพชัด หมายถึง “เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วมาก” ข้อมูลถูกเปรียบให้เหมือนแล่นไปตามเส้นทางประมวลผลของสมองด้วยความเร็วสูง ไม่ได้หมายถึงการรูดซิปปิดสิ่งของ through ชี้ว่าเส้นทางเหล่านี้คือทางที่ข้อมูลเคลื่อนผ่าน การใช้ถ้อยคำที่แสดงการเคลื่อนไหวเช่นนี้ช่วยให้กระบวนการที่มองไม่เห็นนึกภาพได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

zips through pathways ในประโยคตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร?

  1. ข้อมูลปิดเส้นทางเหมือนรูดซิป
  2. ข้อมูลอยู่นิ่งตรงทางเข้าเส้นทาง
  3. ข้อมูลเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางอย่างรวดเร็วมาก
ดูคำตอบ

ข้อมูลเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางอย่างรวดเร็วมาก

วลี

is processed into a single moment: ประมวลผลบางสิ่งให้เป็นผลลัพธ์

โครงสร้างรูปถูกกระทำ be processed into + ผลลัพธ์ หมายความว่าสิ่งหนึ่งผ่านการประมวลผลและกลายเป็นผลลัพธ์ที่ระบุหลัง into ในที่นี้ ข้อมูลจากเส้นทางต่าง ๆ ถูกนำมารวมเป็นประสบการณ์ของช่วงขณะเดียวที่เป็นหนึ่งเดียว A single moment คือผลที่เกิดจากการรวมข้อมูล ไม่ได้เพียงบอกว่าการประมวลผลใช้เวลาสั้น โครงสร้างรูปกระทำที่นำไปใช้ได้คือ process A into B ส่วนรูปถูกกระทำคือ A is processed into B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำใน present simple ของ process ตามด้วย into: The raw data ____ a clear chart.

ดูคำตอบ

is processed into

Most of the time, everything is recorded in sync. วลี

1:31

ส่วนใหญ่แล้ว ทุกอย่างจะถูกบันทึกอย่างพร้อมเพรียงกัน

วลี

Most of the time: บอกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติ

Most of the time หมายถึง “โดยปกติ” หรือ “ในสถานการณ์ส่วนใหญ่” ใช้บอกว่าบางสิ่งเป็นจริงบ่อยเพียงใด แต่ยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น เมื่อวางไว้ต้นประโยคนี้ วลีดังกล่าวจะกำหนดให้เนื้อหาที่ตามมาเป็นรูปแบบปกติ โดย time ในที่นี้หมายถึงโอกาสต่าง ๆ โดยรวม ไม่ใช่ความยาวของช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่หมายถึง “โดยปกติ แต่ไม่ใช่ทุกครั้ง”: ____, the school bus arrives before eight, but it is occasionally late.

ดูคำตอบ

Most of the time

วลี

in sync: มีเวลาหรือการทำงานตรงกัน

In sync หมายถึงเสียง การกระทำ สัญญาณ หรือระบบตั้งแต่สองอย่างขึ้นไปมีจังหวะเวลาตรงกัน หรือทำงานร่วมกันอย่างสอดคล้อง ในที่นี้หมายความว่าข้อมูลมักถูกบันทึกในช่วงเวลาที่ตรงกัน วลีนี้มักตามหลัง be คือ be in sync เมื่อต้องการระบุสิ่งที่ซิงก์ด้วย ให้เติม with + คำนาม เป็น be in sync with + คำนาม ส่วน sync เป็นรูปย่อที่ใช้กันทั่วไปของ synchronization

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่หมายถึง “ซิงก์ตรงกัน”: The audio matches the video exactly, so they are ____.

ดูคำตอบ

in sync

However, this theory asserts that déjà vu occurs when there is a slight delay in information from one of these pathways. โน้ต

1:34

อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีนี้ยืนยันว่าเดจาวูจะเกิดขึ้นเมื่อมีความล่าช้าเล็กน้อยในข้อมูลจากเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งเหล่านี้

ลำดับความ

this theory asserts that: ระบุข้ออ้างที่หนักแน่นของทฤษฎี

This theory asserts that เป็นกรอบการรายงานแบบเป็นทางการ โดยบอกผู้อ่านว่าอนุประโยคหลัง that คือข้ออ้างของทฤษฎี ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ผู้บรรยายยืนยันด้วยตนเอง กรอบนี้ยังจัดลำดับคำอธิบายด้วยการระบุแหล่งที่มาก่อน แล้วจึงบอกข้ออ้าง Asserts มีน้ำเสียงหนักแน่นและเป็นทางการกว่า says แต่หมายถึงการเสนอว่าสิ่งหนึ่งเป็นจริง ไม่ได้หมายถึงการพิสูจน์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุข้ออ้างที่หนักแน่นของทฤษฎีอย่างเป็นทางการ โดยไม่ได้บอกว่าข้ออ้างนั้นได้รับการพิสูจน์แล้ว

  1. The evidence proves that repeated practice improves recall.
  2. This theory asks whether repeated practice improves recall.
  3. This theory asserts that repeated practice improves recall.
ดูคำตอบ

This theory asserts that repeated practice improves recall.

วลี

slight delay in information from ...: ระบุสิ่งที่ล่าช้าและแหล่งที่มา

คำนามหลักคือ delay และ slight บอกว่าความล่าช้ามีเพียงเล็กน้อย ใน a delay in information from one of these pathways คำว่า in นำหน้า information ซึ่งเป็นสิ่งที่มาถึงหรือถูกประมวลผลช้า ส่วน from one of these pathways อยู่ในกลุ่มคำของ information และระบุแหล่งที่มาของข้อมูล รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ a delay in + content + from + source เช่น a delay in the signal from a sensor คำว่า from ระบุแหล่งที่มา ไม่ใช่ปลายทาง one of these ตามด้วยคำนามพหูพจน์ pathways เพราะเป็นการเลือกหนึ่งสิ่งจากกลุ่มเส้นทางหลายเส้น

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ a delay in + content + from + source เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: There was a slight ____ the signal ____ one of the sensors.

ดูคำตอบ

delay in · from

The difference in arrival times causes the brain to interpret the late information as a separate event. โน้ต

1:40

ความแตกต่างของเวลาที่มาถึงทำให้สมองตีความข้อมูลที่มาช้าว่าเป็นเหตุการณ์ที่แยกจากกัน

ไวยากรณ์

โครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive ใน causes the brain to

ใน causes the brain to interpret คำว่า causes เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น” โครงสร้างคือ cause + กรรม + to-infinitive โดย the brain เป็นกรรมที่ได้รับผล และ to interpret เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นตามมา ใช้ A causes B to do C เพื่อแสดงว่า A ทำให้ B กระทำหรือมีปฏิกิริยา C โครงสร้างนี้บอกความสัมพันธ์แบบเหตุและผล ไม่ใช่เพียงบอกว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปที่ถูกต้องของ leave หลัง caused: The smoke caused everyone ____ the room.

ดูคำตอบ

to leave

วลี

โครงสร้าง interpret X as Y ใน interpret the late information as a separate event

โครงสร้าง interpret X as Y หมายถึงการเข้าใจ อธิบาย หรือจัด X ให้เป็น Y โดย X คือสิ่งที่ถูกตีความ ส่วนข้อความหลัง as คือความหมาย สถานะ หรือประเภทที่ถูกกำหนดให้ X ในประโยคนี้ the late information คือ X และ a separate event คือ Y ประโยคนี้อธิบายการตีความของสมอง ไม่ได้ยืนยันว่าข้อมูลนั้นมาจากอีกเหตุการณ์หนึ่งจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ interpret X as Y โดยให้ Maya's silence เป็น X: The teacher ____ uncertainty.

ดูคำตอบ

interpreted Maya's silence as

When it plays over the already recorded moment, สำนวน

1:46

เมื่อมันฉายทับช่วงเวลาที่ถูกบันทึกไปแล้ว

สำนวน

plays over the already recorded moment ในฐานะอุปมาเรื่องการเล่นสื่อซ้อนกัน

ในประโยคนี้ plays over the already recorded moment เป็นอุปมาเกี่ยวกับสื่อ ข้อมูลที่มาถึงช้ากว่าถูกจินตนาการว่าเป็นสิ่งที่บันทึกไว้ชิ้นที่สอง ซึ่งถูกเล่นทับบนช่วงเวลาที่จิตใจเก็บไว้แล้ว play ในที่นี้หมายถึง 'เล่นสิ่งที่บันทึกไว้' ไม่ใช่ 'เล่นสนุก' ส่วน over สร้างภาพของชั้นหนึ่งที่ทับอีกชั้นหนึ่ง วลีนี้จึงเปลี่ยนการซ้อนกันของการรับรู้ที่เป็นนามธรรมให้เป็นภาพที่ชัดเจนของประสบการณ์สองชั้น

แบบฝึกหัด

plays over the already recorded moment สร้างภาพแบบใดในประโยคนี้

  1. ข้อมูลกำลังเล่นเกมอยู่ในช่วงเวลาที่บันทึกไว้
  2. จิตใจลบประสบการณ์ก่อนหน้าแล้วเริ่มใหม่
  3. ข้อมูลที่มาถึงช้ากว่าถูกวางซ้อนบนประสบการณ์ที่เก็บไว้แล้ว
ดูคำตอบ

ข้อมูลที่มาถึงช้ากว่าถูกวางซ้อนบนประสบการณ์ที่เก็บไว้แล้ว

it feels as if it's happened before because, ไวยากรณ์

1:48

มันจึงรู้สึกราวกับว่าเคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะ

in a sense, it has. วลี

1:50

ในแง่หนึ่ง มันก็เคยเกิดขึ้นจริงๆ

ไวยากรณ์

as if it's happened before เพื่อสื่อความรู้สึกว่าเหมือนเคยเกิดขึ้น

as if เปรียบเทียบความรู้สึกของผู้พูดกับสถานการณ์ที่เป็นไปได้ นั่นคือรู้สึกเหมือนว่าเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน อนุประโยคนี้บอกว่าประสบการณ์นั้นดูหรือรู้สึกอย่างไร โดย as if เพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าสถานการณ์นั้นเป็นข้อเท็จจริง ใน it's happened before คำว่า it's ย่อมาจาก it has และ has happened เป็น present perfect โครงสร้างนี้เชื่อมเหตุการณ์ก่อนหน้าที่อาจเกิดขึ้นกับความรู้สึกคุ้นเคยในตอนนี้ อนุประโยค because ที่ตามมาเพิ่มเหตุผล แต่ไม่ได้เปลี่ยนหน้าที่ของ as if

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อความรู้สึกได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ได้ยืนยันว่าเหตุการณ์ก่อนหน้าเป็นข้อเท็จจริง

  1. It feels as if I have seen this room before.
  2. It feels familiar because I have seen this room before.
  3. I remember that I have seen this room before.
ดูคำตอบ

It feels as if I have seen this room before.

วลี

in a sense: จำกัดข้ออ้างให้อยู่ในมุมมองหนึ่ง

in a sense หมายถึง “เมื่อมองจากมุมหนึ่ง” หรือ “ภายใต้การตีความแบบหนึ่ง” วลีนี้จำกัดขอบเขตของข้อความที่ตามมา ผู้พูดจึงไม่ได้ยืนยันว่าข้อความนั้นจริงในทุกแง่มุม ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้ข้ออ้างใน it has เป็นจริงภายใต้คำอธิบายของทฤษฎี กล่าวคือ กระบวนการที่เกี่ยวข้องได้เกิดขึ้นในบางแง่ แม้ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นตามความหมายทั่วไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in a sense เพื่อจำกัดข้อความให้อยู่ในมุมมองหนึ่ง?

  1. In every respect, both plans are identical.
  2. I used my sense of smell to choose the fruit.
  3. In a sense, both plans could work.
ดูคำตอบ

In a sense, both plans could work.

Our next theory deals with a confusion of the past rather than a mistake in the present. โน้ต

1:52

ทฤษฎีต่อไปของเราเกี่ยวข้องกับความสับสนในอดีต มากกว่าความผิดพลาดในปัจจุบัน

วลี

deals with a confusion of the past: ระบุหัวข้อของทฤษฎี

ในที่นี้ deals with หมายถึง “ตรวจสอบ กล่าวถึง หรือว่าด้วย” เมื่อ Our next theory เป็นประธาน วลีนี้จึงใช้เปิดประเด็นที่ทฤษฎีพยายามอธิบาย ไม่ได้หมายถึงการติดต่อหรือรับมือกับบุคคล a confusion of the past หมายถึงความสับสนเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือความทรงจำในอดีต เมื่อรวมกันแล้ว ข้อความนี้ทำให้ทฤษฎีมุ่งไปที่วิธีที่เราจดจำอดีต ไม่ใช่ความสับสนที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ deals with เพื่อเปิดหัวข้อของงานเขียน?

  1. This chapter makes a deal with the city.
  2. This chapter delivers water to the city.
  3. This chapter deals with how cities save water.
ดูคำตอบ

This chapter deals with how cities save water.

ไวยากรณ์

rather than: เลือก A และตัด B ออก

rather than เชื่อมทางเลือกสองอย่าง และบอกว่าคำอธิบายแรกเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่อย่างที่สอง ในประโยคนี้ใช้เปรียบต่าง a confusion of the past กับ a mistake in the present ส่วนที่นำมาเปรียบเทียบควรมีโครงสร้างขนานกัน ในประโยคต้นฉบับ ทั้งสองฝั่งเป็นวลีนาม รูปแบบเดียวกันนี้ยังใช้เชื่อมคำกริยา คำคุณศัพท์ หรือวลีที่ยาวกว่าซึ่งทำหน้าที่เดียวกันในประโยคได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมเป้าหมายที่มีความหมายว่า “และไม่ใช่อีกอย่าง”: We decided to walk ____ wait for the bus.

ดูคำตอบ

rather than

This is the hologram theory, การใช้คำ

1:57

นี่คือทฤษฎีโฮโลแกรม

การใช้คำ

the hologram theory: ชื่อของแบบจำลองคำอธิบาย

the hologram theory เป็นวลีนามที่ใช้ตั้งชื่อให้แบบจำลองสำหรับอธิบายแนวคิดหนึ่ง ในโครงสร้าง This is the ... theory ผู้พูดกำลังให้ชื่อแก่แนวคิดที่จะอธิบายต่อไป hologram บอกที่มาของการเปรียบเทียบ กล่าวคือ ส่วนหนึ่งของโฮโลแกรมยังคงมีข้อมูลเกี่ยวกับภาพที่ใหญ่กว่าได้ ส่วน theory บอกว่านี่เป็นคำอธิบายที่ถูกเสนอขึ้นมา ชื่อนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้แสดงว่าคำอธิบายนั้นได้รับการพิสูจน์หรือยอมรับโดยทั่วไปแล้ว

แบบฝึกหัด

the hologram theory มีหน้าที่หลักอะไรในประโยคนี้?

  1. กล่าวถึงเพียงอุปกรณ์สำหรับแสดงโฮโลแกรม
  2. เป็นการพิสูจน์ว่าคำอธิบายนี้ได้รับการยอมรับโดยทั่วไป
  3. เป็นการตั้งชื่อให้แบบจำลองคำอธิบายที่อาศัยการเปรียบเทียบกับโฮโลแกรม
ดูคำตอบ

เป็นการตั้งชื่อให้แบบจำลองคำอธิบายที่อาศัยการเปรียบเทียบกับโฮโลแกรม

and we'll use that tablecloth to examine it. ลำดับความ

1:59

และเราจะใช้ผ้าปูโต๊ะผืนนั้นเพื่อตรวจสอบมัน

ลำดับความ

we'll use that tablecloth to examine it: ใช้สิ่งของที่จับต้องได้เพื่อตรวจสอบทฤษฎี

ในที่นี้ we'll use that tablecloth to examine it เป็นการบอกล่วงหน้าถึงขั้นตอนต่อไปของคำอธิบาย ผู้พูดจะใช้สิ่งของที่มองเห็นและจับต้องได้เพื่อสำรวจหรือทดสอบทฤษฎีที่เป็นนามธรรม โครงสร้าง use A to examine B ที่นำไปใช้ต่อได้เชื่อมหลักฐาน เครื่องมือ หรือตัวอย่าง (A) เข้ากับแนวคิดที่กำลังศึกษา (B) ในประโยคนี้ it หมายถึง the hologram theory ส่วนผ้าปูโต๊ะคือสิ่งของที่จะนำมาใช้ ไม่ใช่สิ่งที่สรรพนามกล่าวถึง

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้บอกล่วงหน้าว่าผู้พูดจะทำอะไรต่อไป

  1. พวกเขาจะใช้สิ่งของที่จับต้องได้เพื่อตรวจสอบทฤษฎี
  2. พวกเขาจะตรวจดูว่าผ้าปูโต๊ะชำรุดหรือไม่
  3. พวกเขาจะนำผ้าปูโต๊ะมาแทนที่ทฤษฎี
ดูคำตอบ

พวกเขาจะใช้สิ่งของที่จับต้องได้เพื่อตรวจสอบทฤษฎี

As you scan its squares, a distant memory swims up from deep within your brain. สำนวน

2:02

ขณะที่คุณกวาดสายตามองลายตาราง ความทรงจำอันห่างไกลก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของคุณ

สำนวน

a distant memory swims up: อุปมาเกี่ยวกับความทรงจำที่ผุดขึ้นมา

อนุประโยคนี้วาดภาพความทรงจำให้เหมือนสิ่งที่ว่ายขึ้นมาจากส่วนลึกที่ซ่อนอยู่ หมายถึงความทรงจำเก่าและเลือนรางค่อย ๆ กลับเข้าสู่ความคิดที่รู้ตัว ไม่ได้มีการว่ายน้ำเกิดขึ้นจริง Distant บอกว่าความทรงจำนั้นรู้สึกห่างไกลในแง่ของเวลามากเพียงใด ส่วน deep within your brain เพิ่มความรู้สึกว่ามันถูกฝังไว้ลึกและเข้าถึงได้ยาก เมื่อเทียบกับการพูดเพียงว่า you remember ภาพนี้ทำให้การกลับมาของความทรงจำดูช้าและพร่ามัว

แบบฝึกหัด

ภาพที่เน้นไว้มีความหมายว่าอย่างไรในบริบทนี้

  1. บุคคลนั้นสูญเสียความทรงจำเก่าไปอย่างถาวร
  2. ความทรงจำเก่าค่อย ๆ กลับเข้าสู่การรับรู้
  3. ความทรงจำเคลื่อนที่อยู่ในสมองจริง ๆ
ดูคำตอบ

ความทรงจำเก่าค่อย ๆ กลับเข้าสู่การรับรู้

According to the theory, this is because memories are stored in the form of holograms, โน้ต

2:06

ตามทฤษฎีนี้ เป็นเพราะความทรงจำถูกเก็บไว้ในรูปแบบของโฮโลแกรม

ลำดับความ

According to the theory: การระบุแหล่งที่มาของข้อกล่าวอ้าง

According to the theory วางคำอธิบายที่ตามมาไว้ในกรอบของสิ่งที่ทฤษฎีนั้นกล่าวไว้ วลีนี้บอกว่าข้อกล่าวอ้างมาจากไหน จึงไม่ได้เสนอเนื้อหานั้นว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นอิสระ หลัง according to ต้องตามด้วยแหล่งข้อมูล เช่น ทฤษฎี รายงาน กฎ หรือบุคคล ในที่นี้แหล่งข้อมูลคือ the theory

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอข้อมูลว่ามาจากรายงาน แทนที่จะเป็นข้อกล่าวอ้างของผู้พูดเอง?

  1. In my opinion, the safety report should be shorter.
  2. The safety report was delivered on Tuesday.
  3. According to the safety report, the bridge is ready to open.
ดูคำตอบ

According to the safety report, the bridge is ready to open.

วลี

in the form of holograms: การอธิบายรูปร่างหรือรูปแบบ

In the form of บอกว่าสิ่งหนึ่งมีรูปร่าง รูปแบบ หรือวิธีการแบบใดเมื่อสิ่งนั้นดำรงอยู่ ถูกนำเสนอ หรือถูกจัดเก็บ ในประโยคนี้ ทฤษฎีอธิบายว่าความทรงจำถูกเก็บไว้ในรูปของโฮโลแกรม โครงสร้างคือ in the form of + คำนามหรือวลีคำนาม ในที่นี้ form หมายถึงลักษณะที่สิ่งหนึ่งปรากฏหรือดำรงอยู่ ไม่ใช่แบบฟอร์มที่ต้องกรอก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึง «โดยใช้รายการแบบมีหมายเลขเป็นรูปแบบ»: The guide presents the steps ____ a numbered list.

ดูคำตอบ

in the form of

and in holograms, you only need one fragment to see the whole picture. สำนวน

2:10

และในโฮโลแกรม คุณต้องการเพียงชิ้นส่วนเดียวเพื่อมองเห็นภาพรวมทั้งหมด

สำนวน

one fragment ... the whole picture: มองเห็นส่วนทั้งหมดจากส่วนเล็ก ๆ

วลีนี้เปรียบต่าง one fragment กับ the whole picture ในโฮโลแกรม แม้มีเพียงชิ้นส่วนเดียวก็ยังอาจมีข้อมูลเพียงพอให้คุณมองเห็นภาพเต็มได้ ดังนั้น picture ในที่นี้จึงมีความหมายตามตัวอักษรว่า “ภาพ” ความสัมพันธ์ระหว่างส่วนย่อยกับส่วนทั้งหมดยังเป็นการเปรียบเทียบด้วย เบาะแสเล็ก ๆ เพียงอย่างเดียวอาจทำให้ความทรงจำที่เชื่อมโยงกันและกว้างกว่ามากผุดขึ้นมาได้ ในความหมายที่ขยายออกไปนี้ the whole picture สื่อถึงประสบการณ์หรือรูปแบบโดยรวม ไม่ใช่แค่ภาพที่มองเห็นได้

แบบฝึกหัด

การเปรียบเทียบกับโฮโลแกรมสื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างส่วนย่อยกับส่วนทั้งหมดอย่างไร

  1. ส่วนเล็ก ๆ สามารถเผยให้เห็นภาพรวมที่ใหญ่กว่าได้
  2. แต่ละชิ้นส่วนแสดงเพียงภาพที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  3. ต้องนำทุกส่วนมาประกอบกันก่อนจึงจะมองเห็นอะไรได้
ดูคำตอบ

ส่วนเล็ก ๆ สามารถเผยให้เห็นภาพรวมที่ใหญ่กว่าได้

Your brain has identified the tablecloth with one from the past, maybe from your grandmother's house. วลี

2:14

สมองของคุณได้ระบุว่าผ้าปูโต๊ะผืนนี้เหมือนกับผืนหนึ่งในอดีต อาจจะมาจากบ้านคุณย่าของคุณ

วลี

identify X with Y: จับคู่สิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่ง

ในโครงสร้าง identify X with Y สมองมองว่า X เป็นสิ่งเดียวกับ Y หรือเข้าคู่กับ Y อย่างใกล้เคียง ที่นี่ X คือ tablecloth ที่เห็นอยู่ตอนนี้ ส่วน Y คือ one from the past ดังนั้นสมองจึงเชื่อมโยงลวดลายในปัจจุบันกับผ้าปูโต๊ะที่เคยเห็นในอดีต one ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ tablecloth ที่กล่าวถึงไปแล้ว วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าสมองเพียงแค่รู้ชื่อของผ้าปูโต๊ะ แต่หมายถึงการจับคู่ข้อมูลที่เห็นในปัจจุบันกับความทรงจำที่เก็บไว้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าภัณฑารักษ์เชื่อมโยงลวดลายในปัจจุบันกับลวดลายจากยุคก่อน

  1. The curator identified the design with one used a century ago.
  2. The curator identified the design as a warning sign.
  3. The curator identified with the nervous artist.
ดูคำตอบ

The curator identified the design with one used a century ago.

However, instead of remembering that you've seen this pattern at your grandmother's, ไวยากรณ์

2:19

อย่างไรก็ตาม แทนที่จะจำได้ว่าคุณเคยเห็นลวดลายนี้ที่บ้านคุณย่า

ไวยากรณ์

However, instead of remembering that: ใช้ instead of + -ing แสดงการกระทำที่ถูกแทนที่

However บอกว่าข้อมูลต่อไปนี้ขัดกับสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามปกติ ส่วน instead of ใช้นำการกระทำที่ไม่ได้เกิดขึ้นหรือถูกแทนที่ด้วยการกระทำอื่น เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท คำกริยาที่ตามมาจึงต้องเป็นรูป -ing: instead of remembering ไม่ใช่ instead of remember ในที่นี้ อนุประโยค that หลัง remembering บอกเนื้อหาของสิ่งที่นึกได้ สิ่งที่สมองนึกไม่ออกอย่างชัดเจนคือ คุณเคยเห็นลวดลายนี้มาก่อน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ instead of doing A, someone does B

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ remember เติมประโยคให้สมบูรณ์: Instead of ____ the address, he remembered only the color of the door.

ดูคำตอบ

remembering

your brain has summoned up the old memory without identifying it. โน้ต

2:23

สมองของคุณกลับเรียกความทรงจำเก่าขึ้นมาโดยไม่ได้ระบุที่มา

กริยาวลี

summoned up: ทำให้ความทรงจำกลับมาในใจ

summon up หมายถึงการดึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ในใจหรือในสมองให้ขึ้นมาสู่การรับรู้หรือนำมาใช้ ในประโยคนี้ summoned up the old memory หมายถึงสมองทำให้ความทรงจำเก่ากลับมา โดยไม่ได้รับรู้แหล่งที่มาของมันอย่างชัดเจน has summoned up เป็น present perfect: has + past participle summoned คำว่า up เป็นส่วนหนึ่งของ phrasal verb และกรรม the old memory ระบุว่าสิ่งใดถูกเรียกกลับมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ summon up ในความหมายว่าทำให้ความทรงจำกลับมาในใจ?

  1. Mia looked up the camp schedule online.
  2. That old song summoned up memories of summer camp.
  3. The principal summoned the players to the office.
ดูคำตอบ

That old song summoned up memories of summer camp.

ไวยากรณ์

without identifying it: without + คำกริยา-ing

โครงสร้าง without + คำกริยา-ing หมายความว่าการกระทำหลักเกิดขึ้น แต่การกระทำอีกอย่างหนึ่งไม่ได้เกิดขึ้น ในที่นี้ สมองเรียกความทรงจำเก่ากลับขึ้นมา แต่ไม่ได้ระบุว่ามันคือความทรงจำอะไร เนื่องจาก without เป็นคำบุพบท คำกริยาที่ตามหลังจึงต้องอยู่ในรูป -ing คือ without identifying ไม่ใช่ without identify ผู้ที่ทำกริยา identifying โดยนัยคือประธาน your brain และ it หมายถึง the old memory

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ check เติมประโยคให้สมบูรณ์: He sent the email without ____ the address.

ดูคำตอบ

checking

This leaves you stuck with familiarity, but no recollection. โน้ต

2:26

สิ่งนี้ทำให้คุณติดอยู่กับความคุ้นเคย แต่ไม่มีความทรงจำที่ชัดเจน

วลี

This leaves you stuck with: ทำให้ใครบางคนติดอยู่กับผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์

รูปแบบ leave + บุคคล + สภาวะ ใช้อธิบายผลที่เกิดจากสถานการณ์หนึ่ง ในที่นี้ This ชี้กลับไปยังกระบวนการก่อนหน้า และ leaves you stuck with นำเข้าสู่สภาวะที่เกิดขึ้นเป็นผลตามมา Stuck with ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือมีบางสิ่งเหลืออยู่ซึ่งกำจัดหรือเปลี่ยนแปลงได้ยาก ในประโยคนี้ ผลที่เหลือคือความรู้สึกคุ้นเคยโดยไม่มีความทรงจำที่ชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า สถานการณ์หนึ่งทำให้ผู้คนต้องรับผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์และเปลี่ยนแปลงได้ยาก

  1. The cancellation left us with several good alternatives.
  2. The cancellation stuck the ticket inside the machine.
  3. The cancellation left us stuck with an unused ticket.
ดูคำตอบ

The cancellation left us stuck with an unused ticket.

การใช้คำ

familiarity, but no recollection: รู้สึกคุ้นเคยแต่ไม่มีความทรงจำที่เฉพาะเจาะจง

familiarity คือความรู้สึกว่าคุณรู้จักบุคคล สถานที่ หรือสิ่งของนั้น ส่วน recollection คือการนึกถึงแหล่งที่มา เหตุการณ์ หรือรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงได้อย่างมีสติ ในที่นี้ but no recollection สร้างความแตกต่างที่สำคัญ คือบางสิ่งให้ความรู้สึกคุ้นเคย แต่คุณระบุไม่ได้ว่าความรู้สึกนั้นมาจากไหน recollection ในความหมายนี้หมายถึงความทรงจำเฉพาะที่นึกคืนมาได้ ไม่ใช่ความจำในความหมายกว้างทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบาย familiarity ที่ไม่มี recollection ได้ดีที่สุด

  1. The face seems familiar, but I cannot remember where I saw it.
  2. I remember exactly when and where I saw the face.
  3. I am certain that I have never seen the face before.
ดูคำตอบ

The face seems familiar, but I cannot remember where I saw it.

Although you've never been in this restaurant, ไวยากรณ์

2:30

แม้ว่าคุณจะไม่เคยมาที่ร้านอาหารแห่งนี้เลย

ไวยากรณ์

Although you've never been...: การเปิดความสัมพันธ์แบบยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกัน

Although ใช้เปิดความสัมพันธ์แบบยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกัน โดยยอมรับข้อเท็จจริงหนึ่งก่อน แล้วให้ประโยคหลักบอกผลที่ยังคงเกิดขึ้นหรือดูเหนือความคาดหมาย โครงสร้างคือ Although + อนุประโยคสมบูรณ์, ประโยคหลัก ใน Although you've never been in this restaurant ส่วนที่เน้นให้ข้อมูลพื้นหลัง ไม่ใช่ข้อสรุปหลัก เมื่ออนุประโยค although อยู่ข้างหน้า โดยปกติจะใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่นจากประโยคหลักที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ although เพื่อแสดงความสัมพันธ์แบบยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกันได้ถูกต้อง

  1. Despite the room was noisy, I finished the book.
  2. Although the noisy room, I finished the book.
  3. Although the room was noisy, I finished the book.
ดูคำตอบ

Although the room was noisy, I finished the book.

you've seen that tablecloth but are just failing to identify it. วลี

2:32

คุณเคยเห็นผ้าปูโต๊ะผืนนั้น แต่แค่ไม่สามารถระบุได้ว่ามันคืออะไร

วลี

failing to identify: ไม่สามารถจำแนกได้สำเร็จ

fail to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการกระทำหนึ่งไม่สำเร็จตามผลที่ต้องการ ในที่นี้ failing to identify หมายถึงมองผ้าปูโต๊ะแล้วรู้สึกคุ้น แต่ไม่สามารถจำแนกหรือบอกได้ว่ามันเกี่ยวข้องกับอะไร รูปต่อเนื่อง are failing แสดงว่าการจำแนกไม่สำเร็จกำลังเกิดขึ้นในขณะนั้น fail ในที่นี้บอกเพียงผลลัพธ์ที่ไม่สำเร็จ ไม่ได้หมายถึงความล้มเหลวทางศีลธรรมหรือความล้มเหลวส่วนตัว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องที่สุดว่าเครื่องสแกนไม่สามารถระบุฉลากได้เพราะฉลากชำรุด

  1. The scanner refused to identify the damaged label.
  2. The scanner forgot to identify the damaged label.
  3. The scanner failed to identify the damaged label.
ดูคำตอบ

The scanner failed to identify the damaged label.

Now look at this fork.

2:35

ตอนนี้ลองดูที่ส้อมคันนี้

Are you paying attention? น้ำเสียง/เจตนา

2:36

คุณกำลังตั้งใจดูอยู่หรือเปล?

น้ำเสียง/เจตนา

Are you paying attention? เพื่อเช็กและดึงความสนใจ

Are you paying attention? ใช้ถามว่าผู้ฟังกำลังจดจ่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือสิ่งที่กำลังพูดหรือไม่ ในคลิปนี้ คำถามยังดึงผู้ชมเข้ามามีส่วนร่วมกับคำอธิบายโดยตรง และนำความสนใจกลับมาก่อนเข้าสู่ประเด็นถัดไป คำถามนี้อาจเป็นการตรวจสอบจริงหรือเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ในการสอนก็ได้ น้ำหนักของคำถามจึงขึ้นอยู่กับบริบทและน้ำเสียง ในที่นี้คำถามช่วยจัดลำดับการนำเสนอ ไม่ได้มีไว้เพื่อตำหนิผู้ชมเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: การพูด Are you paying attention? กับเพื่อนร่วมงานด้วยน้ำเสียงแข็งเป็นคำพูดที่เป็นกลางและสุภาพเสมอ

  1. ใช่
  2. ไม่ใช่
ดูคำตอบ

ไม่ใช่

Our last theory is divided attention, การใช้คำ

2:38

ทฤษฎีสุดท้ายของเราคือการแบ่งแยกความสนใจ

การใช้คำ

divided attention: การแบ่งความสนใจไปยังหลายเป้าหมาย

ในประโยคนี้ divided attention เป็นชื่อของทฤษฎี หมายถึงความสนใจถูกแบ่งไปยังวัตถุ งาน หรือแหล่งข้อมูลหลายอย่างพร้อมกัน คำนี้อธิบายการจัดสรรความสนใจที่มีจำกัด ไม่ได้หมายถึงการคำนวณทางคณิตศาสตร์ ตามทฤษฎีนี้ คนเราสามารถจดจ่อกับวัตถุหนึ่ง ขณะที่สมองยังรับข้อมูลบางส่วนจากสภาพแวดล้อมรอบตัวได้ ประเด็นสำคัญคือความสนใจถูกแบ่งไปหลายจุด ไม่ใช่ว่าความสนใจหายไปทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่แสดง divided attention ได้อย่างถูกต้อง

  1. Looking at one picture by itself is always an example of divided attention.
  2. Divided attention means dividing one number by another.
  3. Listening to a coach while watching a game requires divided attention.
ดูคำตอบ

Listening to a coach while watching a game requires divided attention.

and it states that déjà vu occurs when our brain subliminally takes in an environment while we're distracted by one particular object. โน้ต

2:40

ซึ่งระบุว่าเดจาวูเกิดขึ้นเมื่อสมองของเราซึมซับสิ่งแวดล้อมเข้าไปในจิตใต้สำนึก ขณะที่เรากำลังเสียสมาธิไปกับสิ่งของใดสิ่งหนึ่ง

กริยาวลี

subliminally takes in: รับข้อมูลในระดับใต้จิตสำนึก

ในที่นี้ takes in หมายถึงรับและบันทึกข้อมูล คำที่เป็นกรรมคือ an environment ซึ่งหมายถึงสภาพแวดล้อมและรายละเอียดต่าง ๆ ไม่ได้หมายถึงสมองนำบางสิ่งเข้าไปข้างในจริง ๆ subliminally ขยายความ takes in และแสดงว่ากระบวนการนี้เกิดขึ้นต่ำกว่าการรับรู้อย่างมีสติที่ชัดเจน แม้ความสนใจอย่างมีสติจะจดจ่ออยู่กับวัตถุหนึ่ง สมองก็อาจรับข้อมูลบางส่วนจากรอบข้างได้ วลีนี้อธิบายการรับรู้โดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่การตั้งใจศึกษา

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ subliminally takes in หมายความว่าอย่างไร

  1. The brain carries the environment into a building.
  2. The brain deliberately studies every detail of the environment.
  3. The brain receives information without conscious awareness.
ดูคำตอบ

The brain receives information without conscious awareness.

วลี

be distracted by one particular object: บอกต้นเหตุของการเสียสมาธิ

be distracted by + คำนาม ใช้บอกว่าสิ่งใดดึงความสนใจของคนออกไป ในประโยคนี้ one particular object คือแหล่งที่ทำให้เสียสมาธิ หมายถึงวัตถุเฉพาะชิ้นหนึ่งที่ดึงความสนใจไว้ particular ในที่นี้หมายถึง “เฉพาะเจาะจง” ไม่ได้หมายถึง “ช่างเลือก” เมื่อใช้บรรยายคน วลีนี้ชี้ให้เห็นวัตถุที่เป็นต้นเหตุของการเสียสมาธิอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่บอกต้นเหตุของการเสียสมาธิให้สมบูรณ์: Ava was distracted ____ the loud conversation behind her.

ดูคำตอบ

by

When our attention returns, we feel as if we've been here before.

2:47

เมื่อความสนใจของเรากลับมา เราจะรู้สึกราวกับว่าเราเคยมาที่นี่มาก่อน

For example, just now you focused on the fork and didn't observe the tablecloth or the falling waiter. โน้ต

2:50

ตัวอย่างเช่น เมื่อครู่นี้คุณมุ่งความสนใจไปที่ส้อม และไม่ได้สังเกตผ้าปูโต๊ะหรือพนักงานเสิร์ฟที่ล้มลง

ลำดับความ

For example, just now: เปลี่ยนประสบการณ์เมื่อครู่นี้ให้เป็นตัวอย่าง

For example บอกว่าสิ่งที่จะตามมาเป็นตัวอย่างที่อธิบายหรือสนับสนุนแนวคิดก่อนหน้า ส่วน just now วางตัวอย่างนั้นไว้ในอดีตที่เพิ่งผ่านไป จึงหมายถึง “เมื่อครู่นี้” ในประโยคนี้ เมื่อนำ For example, just now... มาใช้ร่วมกัน ประสบการณ์ที่ผู้ฟังเพิ่งพบจะกลายเป็นตัวอย่างสนับสนุนคำอธิบาย รูปแบบนี้เหมาะกับการสาธิต โดยให้ผู้ฟังมีประสบการณ์บางอย่างก่อน แล้วจึงย้อนกลับมากล่าวถึงประสบการณ์นั้นเป็นตัวอย่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นมาใช้เป็นตัวอย่างสำหรับคำอธิบาย?

  1. For example, just now, you tapped the screen before reading the message.
  2. For example, next week, you will receive a new message.
  3. For example, right now, you are reading the message on the screen.
ดูคำตอบ

For example, just now, you tapped the screen before reading the message.

วลี

focused on: มุ่งความสนใจไปยังสิ่งหนึ่ง

focus on + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงการมุ่งความสนใจ ความพยายาม หรือความคิดไปยังเป้าหมายนั้น ในประโยคนี้ on the fork ระบุว่าส้อมคือสิ่งที่ผู้ชมให้ความสนใจ ส่วน on ไม่ได้บอกสถานที่ที่การกระทำเกิดขึ้น focused เป็นรูปอดีตแบบ simple past ซึ่งสอดคล้องกับ just now การเปรียบต่างกับ didn't observe แสดงให้เห็นว่าการสนใจสิ่งหนึ่งอาจทำให้พลาดสิ่งอื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ถูกต้องเพื่อทำสำนวนให้สมบูรณ์: During the quiz, Lena focused ____ the final question.

ดูคำตอบ

on

Although your brain has been recording everything in your peripheral vision, การใช้คำ

2:55

แม้ว่าสมองของคุณจะบันทึกทุกสิ่งที่อยู่ในการมองเห็นรอบนอกของคุณไปแล้ว

การใช้คำ

peripheral vision: การมองเห็นบริเวณขอบสายตา

Peripheral vision คือสิ่งที่มองเห็นได้นอกจุดศูนย์กลางของสายตา บริเวณขอบของลานสายตา การมองเห็นแบบนี้ช่วยให้สังเกตการเคลื่อนไหวหรือวัตถุใกล้เคียงได้ แม้ไม่ได้มองสิ่งนั้นโดยตรง ในประโยคนี้ everything in your peripheral vision หมายถึงข้อมูลที่เข้าสู่ขอบลานสายตาของผู้ชม คำว่า peripheral ในที่นี้หมายถึงอยู่ทางขอบด้านนอก ไม่ได้หมายถึงไม่สำคัญ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของการใช้ peripheral vision

  1. ผู้ขี่จักรยานใช้ peripheral vision สังเกตเห็นสุนัขที่ขอบลานสายตาขณะมองไปข้างหน้า
  2. ผู้ขี่จักรยานใช้ peripheral vision เพื่อได้ยินเสียงสุนัขเห่าหลังกำแพง
  3. ผู้ขี่จักรยานใช้ peripheral vision เพื่อจ้องปลอกคอสุนัขโดยตรงและอ่านป้ายชื่อ
ดูคำตอบ

ผู้ขี่จักรยานใช้ peripheral vision สังเกตเห็นสุนัขที่ขอบลานสายตาขณะมองไปข้างหน้า

it's been doing so below conscious awareness. โน้ต

2:58

แต่มันทำเช่นนั้นภายใต้ระดับความรู้สึกตัว

วลี

been doing so: อ้างกลับไปยังการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

ใน it's been doing so คำว่า it's มีความหมายว่า it has และ has been doing แสดงว่าการกระทำดำเนินต่อเนื่องมาเป็นระยะหนึ่งจนถึงช่วงเวลาที่กำลังกล่าวถึง doing so ใช้แทนการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ซึ่งก็คือการบันทึกข้อมูลจากการมองเห็นรอบนอก เพื่อไม่ต้องพูดซ้ำ ในที่นี้ so เป็นส่วนหนึ่งของ do so ไม่ได้หมายถึง therefore หรือ “ดังนั้น”

แบบฝึกหัด

been doing so ในที่นี้หมายความว่าอะไร?

  1. มันเริ่มการกระทำใหม่ที่ไม่เคยกล่าวถึงมาก่อน
  2. ข้อความนี้อธิบายเหตุผลที่การกระทำก่อนหน้าเกิดขึ้น
  3. มันยังคงทำการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
ดูคำตอบ

มันยังคงทำการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

การใช้คำ

below conscious awareness: การประมวลผลที่ไม่เข้าสู่การรับรู้อย่างมีสติ

below conscious awareness หมายถึงกระบวนการหนึ่งเกิดขึ้นโดยไม่เข้าสู่การรับรู้ที่บุคคลนั้นสังเกตได้อย่างตั้งใจและรู้ตัว ข้อมูลยังอาจถูกรับหรือประมวลผล แม้เจ้าตัวจะไม่รู้ตัวก็ตาม below ในที่นี้หมายถึงเกณฑ์หรือระดับการรับรู้เชิงนามธรรม ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพที่อยู่ใต้สิ่งใด

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ below conscious awareness ในประโยคนี้ได้ตรงที่สุด?

  1. บุคคลนั้นสังเกตเห็นข้อมูลแล้วจงใจเพิกเฉย
  2. การประมวลผลเกิดขึ้นในพื้นที่ทางกายภาพใต้สมอง
  3. การประมวลผลเกิดขึ้นโดยที่บุคคลนั้นไม่ได้รับรู้อย่างมีสติ
ดูคำตอบ

การประมวลผลเกิดขึ้นโดยที่บุคคลนั้นไม่ได้รับรู้อย่างมีสติ

When you finally pull yourself away from the fork, you think you've been here before because you have. โน้ต

3:01

เมื่อคุณละสายตาจากส้อมในที่สุด คุณก็คิดว่าคุณเคยมาที่นี่มาก่อน เพราะคุณเคยมาจริงๆ

กริยาวลี

pull yourself away from: บังคับตัวเองให้ออกจากสิ่งที่ชวนให้หมกมุ่น

Pull yourself away from something หมายถึงการบังคับตัวเองให้หยุดมอง หยุดทำ หรือเลิกอยู่กับบางสิ่ง มักเป็นเพราะสิ่งนั้นดึงดูดความสนใจอย่างมาก ในประโยคนี้หมายถึงการละความสนใจจากส้อม ไม่ได้หมายถึงมีใครดึงตัวคุณออกไปจริง ๆ โครงสร้างคือ pull + สรรพนามสะท้อนกลับ + away from + กรรม สรรพนามสะท้อนกลับแสดงว่าประธานเป็นผู้พยายามด้วยตัวเอง เช่น I pull myself, she pulls herself และ they pull themselves

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ pull yourself away from: The game was so exciting that I couldn't ____ the screen.

ดูคำตอบ

pull myself away from

ไวยากรณ์

because you have: การละคำหลัง present perfect

ใน because you have คำว่า have เป็นกริยาช่วยที่ใช้แทนวลี present perfect ที่กล่าวซ้ำคือ have been here before ดังนั้นความหมายเต็มคือ because you have been here before ในที่นี้ have ไม่ได้แปลว่าเป็นเจ้าของ การละคำแบบนี้จะคงกริยาช่วยไว้ แต่ตัดคำที่มีความหมายชัดเจนอยู่แล้วออก การจบด้วย have ยังเป็นการยืนยันอย่างหนักแน่นว่าความคิดนั้นเป็นความจริง ไม่ใช่เพียงความรู้สึก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาช่วยที่ใช้แทนวลี present perfect ที่ถูกละไว้: You think you've seen this painting before because you ____.

ดูคำตอบ

have

You just weren't paying attention. น้ำเสียง/เจตนา

3:05

คุณแค่ไม่ได้ให้ความสนใจในตอนนั้น

น้ำเสียง/เจตนา

just weren't paying attention: just ที่หมายถึง “แค่”

ในที่นี้ just หมายถึง “แค่” หรือ “เพียงเท่านั้น” โดยจำกัดคำอธิบายไว้ที่เหตุผลง่าย ๆ เพียงข้อเดียว คือ ตอนนั้นอีกฝ่ายไม่ได้ใส่ใจ ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” วลี weren't paying attention บอกถึงภาวะที่ไม่ได้ใส่ใจต่อเนื่องในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง เมื่อมี just ผู้พูดจึงเสนอว่านี่คือคำอธิบายทั้งหมดที่ไม่ซับซ้อน

แบบฝึกหัด

just ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. เน้นว่าคนนั้นใส่ใจอย่างมาก
  2. จำกัดคำอธิบายไว้ที่เหตุผลง่าย ๆ เพียงข้อเดียว
  3. บอกว่าคนนั้นเพิ่งหยุดใส่ใจเมื่อสักครู่
ดูคำตอบ

จำกัดคำอธิบายไว้ที่เหตุผลง่าย ๆ เพียงข้อเดียว

While all three of these theories share the common features of déjà vu, วลี

3:07

แม้ว่าทั้งสามทฤษฎีนี้จะมีลักษณะร่วมกันของเดจาวู

วลี

share the common features of: share ที่หมายถึง “มีร่วมกัน”

ในที่นี้ share หมายถึง “มีร่วมกัน” ทฤษฎีทั้งสามถูกอธิบายว่ามีชุดลักษณะที่เกี่ยวข้องกับเดจาวูเหมือนกัน ไม่ได้หมายความว่าทฤษฎีเหล่านี้มอบลักษณะดังกล่าวให้ใคร กรรม features ทำให้เห็นชัดว่า share ใช้ในความหมายของการเปรียบเทียบ การใช้แบบนี้พบได้บ่อยเมื่อเปรียบเทียบทฤษฎี การออกแบบ ผลิตภัณฑ์ หรือกรณีต่าง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ share เพื่อบอกว่าสิ่งที่ต่างกันมีลักษณะเหมือนกัน

  1. Please share the photos with your family.
  2. Leo and Mia share a desk.
  3. The two cameras share several useful features.
ดูคำตอบ

The two cameras share several useful features.

none of them propose to be the conclusive source of the phenomenon. โน้ต

3:10

แต่ก็ไม่มีทฤษฎีใดที่เสนอตัวเป็นต้นตอที่สรุปแน่ชัดของปรากฏการณ์นี้

ไวยากรณ์

“none of them propose to be”: ปฏิเสธตัวเลือกทุกตัว

none of them หมายถึง “ไม่มีสักสิ่งเดียวในกลุ่มนั้น” จึงตัดทฤษฎีทั้งสามที่ them อ้างถึงออกทั้งหมด สำนวนนี้มีความหมายแรงกว่า not all of them ซึ่งยังเปิดโอกาสให้ทฤษฎีหนึ่งหรือสองทฤษฎีเข้าเงื่อนไขได้ ในที่นี้ propose to be ตั้งใจใช้ในความหมายว่า “เสนอตนว่าเป็น” หรือ “อ้างว่าเป็น” ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่าไม่มีทฤษฎีใดเสนอตนว่าเป็นต้นเหตุที่สรุปแน่ชัดแล้ว

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบายขอบเขตของ none of them ได้ถูกต้อง

  1. ทุกทฤษฎีเสนออีกทฤษฎีหนึ่งว่าเป็นคำตอบสุดท้าย
  2. มีอย่างน้อยหนึ่งทฤษฎีเสนอตนว่าเป็นคำตอบสุดท้าย
  3. ไม่มีทฤษฎีใดในกลุ่มเสนอตนว่าเป็นคำตอบสุดท้าย
ดูคำตอบ

ไม่มีทฤษฎีใดในกลุ่มเสนอตนว่าเป็นคำตอบสุดท้าย

การใช้คำ

“conclusive source of the phenomenon”: สาเหตุที่ทำให้ข้อสงสัยได้ข้อยุติ

ในวลีทางการนี้ source หมายถึงต้นกำเนิดหรือสาเหตุของปรากฏการณ์ ส่วน conclusive หมายถึงแน่นอนหรือชี้ขาดมากพอที่จะทำให้คำถามได้ข้อยุติ ไม่ได้หมายถึง “อยู่ตอนท้าย” none ที่อยู่ก่อนหน้าปฏิเสธคำเรียกที่แสดงความแน่นอนสูงนี้ กล่าวคือ ไม่มีทฤษฎีใดถูกนำเสนอว่าเป็นสาเหตุที่พิสูจน์แล้ว วลีนี้จึงสื่อถึงมาตรฐานการพิสูจน์ที่สูงมาก

แบบฝึกหัด

conclusive source of the phenomenon ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. สถานที่ที่มีการบันทึกปรากฏการณ์
  2. สาเหตุที่ถือว่าแน่นอนพอจะทำให้คำถามได้ข้อยุติ
  3. ย่อหน้าสุดท้ายที่บรรยายปรากฏการณ์
ดูคำตอบ

สาเหตุที่ถือว่าแน่นอนพอจะทำให้คำถามได้ข้อยุติ

Still, while we wait for researchers and inventors to come up with new ways to capture this fleeting moment, โน้ต

3:14

ถึงกระนั้น ในขณะที่เรารอให้นักวิจัยและนักประดิษฐ์คิดค้นวิธีใหม่ๆ ในการจับภาพช่วงเวลาอันแสนสั้นนี้

กริยาวลี

come up with: คิดแนวคิดหรือวิธีแก้ปัญหา

come up with หมายถึงการคิดจนได้หรือสร้างแนวคิด แผน วิธีแก้ปัญหา หรือวิธีการขึ้นมา ในประโยคนี้ นักวิจัยและนักประดิษฐ์ถูกคาดหวังว่าจะสร้างวิธีใหม่ในการบันทึกประสบการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ วลีนี้เป็นกริยาวลีสามคำที่มีกรรมตามหลัง: come up with + บางสิ่ง ต้องเข้าใจทั้งวลีเป็นหน่วยเดียว ไม่ใช่การเคลื่อนไหวตามความหมายตรงตัวของ come, up และ with

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “คิดและเสนอ”: Can you ____ a name for the new club?

ดูคำตอบ

come up with

วลี

capture this fleeting moment: บันทึกช่วงเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

capture this fleeting moment หมายถึงการบันทึก สังเกต หรือเก็บรักษาช่วงเวลานั้นก่อนที่จะหายไป คำว่า capture ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการบันทึกข้อมูลหรือภาพของประสบการณ์ได้สำเร็จ ไม่ใช่การจับวัตถุจริง ๆ fleeting หมายถึงสิ่งที่คงอยู่เพียงช่วงเวลาสั้นมาก เมื่อใช้ capture + a fleeting moment ร่วมกัน จะเน้นว่าการบันทึกเหตุการณ์สั้น ๆ ให้ทันเวลาอาจเป็นเรื่องยาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ capture a fleeting moment ได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. The photographer carried the fleeting moment in a box.
  2. The photographer captured the fleeting moment when the bird took flight.
  3. The photographer made the fleeting moment last for three hours.
ดูคำตอบ

The photographer captured the fleeting moment when the bird took flight.

we can study the moment ourselves.

3:19

เราก็สามารถศึกษาช่วงเวลานี้ได้ด้วยตัวเราเอง

After all, most studies of déjà vu are based on firsthand accounts, โน้ต

3:21

ท้ายที่สุดแล้ว การศึกษาส่วนใหญ่เกี่ยวกับเดจาวูนั้นอิงจากเรื่องเล่าโดยตรง

ลำดับความ

After all, สำหรับนำเสนอเหตุผลที่สนับสนุนข้อความก่อนหน้า

เมื่ออยู่ต้นประโยค After all ใช้นำเสนอเหตุผลที่สนับสนุนหรือทำให้ข้อความก่อนหน้าสมเหตุสมผล ผู้พูดเสนอเหตุผลนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่ผู้ฟังน่าจะยอมรับได้ คล้ายกับการพูดว่า “อย่าลืมว่า...” หรือ “เพราะอย่างที่รู้กันว่า...”. ในประโยคนี้ คำดังกล่าวชี้ว่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวิธีที่งานวิจัยได้หลักฐานมาสนับสนุนแนวคิดก่อนหน้า หน้าที่ของมันคือจัดความสัมพันธ์ของเหตุผล ไม่ได้หมายถึง “หลังจากทุกอย่าง”

แบบฝึกหัด

ใน “We should take a flashlight. After all, the path gets dark early,” After all ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกขั้นตอนสุดท้ายของลำดับ
  2. บอกว่าใช้ไฟฉายหลังจากทุกอย่างเสร็จแล้ว
  3. นำเสนอเหตุผลที่สนับสนุนข้อเสนอ
ดูคำตอบ

นำเสนอเหตุผลที่สนับสนุนข้อเสนอ

วลี

based on firsthand accounts: ใช้คำบอกเล่าโดยตรงเป็นหลักฐาน

Be based on หมายถึง “ใช้บางสิ่งเป็นพื้นฐานหรือหลักฐาน” ส่วน firsthand accounts คือคำบอกเล่าที่มาจากผู้ที่มีประสบการณ์หรือเห็นเหตุการณ์นั้นโดยตรง เมื่อรวมกัน based on firsthand accounts จะบอกแหล่งที่มาของหลักฐานในการวิจัยว่าเป็นรายงานจากผู้เข้าร่วมเอง ไม่ใช่ข้อมูลที่ผู้อื่นนำมาเล่าต่อ ในที่นี้ account หมายถึง “คำบอกเล่าหรือรายงาน” ไม่ใช่บัญชีธนาคาร

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ตรงความหมายว่า รายงานใช้คำบรรยายโดยตรงจากพยาน: The report is ____ from people who saw the flood.

ดูคำตอบ

based on firsthand accounts

so why can't one be yours? ลำดับความ

3:25

แล้วทำไมหนึ่งในนั้นจะเป็นเรื่องของคุณไม่ได้ล่ะ?

ลำดับความ

why can't one be yours? ในฐานะคำถามเชิงวาทศิลป์ที่ชวนให้มีส่วนร่วม

ในประโยคนี้ why can't one be yours? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ไม่ได้ถามเป็นหลักว่าอะไรทำให้ผู้ฟังไม่สามารถมีคำบอกเล่าหนึ่งเรื่องได้ แต่สื่อว่าไม่มีเหตุผลที่ดีใด ๆ ที่ประสบการณ์ของผู้ฟังเองจะเป็นหนึ่งในคำบอกเล่าจากประสบการณ์ตรงไม่ได้ one ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ account ที่กล่าวถึงก่อนหน้า และ yours หมายถึง your account การเลือกใช้คำแบบนี้ดึงประเด็นมาที่ผู้ฟังและเชิญชวนให้มีส่วนร่วมด้วยตนเอง

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ why can't one be yours? มีหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. ถามว่าผู้ฟังมีความสามารถที่จะเป็นเจ้าของสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือไม่
  2. เชิญชวนให้ผู้ฟังมองว่าประสบการณ์ของตนอาจเป็นคำบอกเล่าจากประสบการณ์ตรงได้
  3. พิสูจน์ว่าประสบการณ์ของผู้ฟังได้รับการยอมรับเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์แล้ว
ดูคำตอบ

เชิญชวนให้ผู้ฟังมองว่าประสบการณ์ของตนอาจเป็นคำบอกเล่าจากประสบการณ์ตรงได้

The next time you get déjà vu, take a moment to think about it. โน้ต

3:27

ครั้งต่อไปที่คุณมีอาการเดจาวู ลองใช้เวลาสักครู่เพื่อคิดถึงมัน

ไวยากรณ์

The next time you get... สำหรับเปิดสถานการณ์ในอนาคตด้วยอนุประโยคบอกเวลา

The next time + ประธาน + กริยารูป simple present เป็นอนุประโยคบอกเวลาที่หมายถึง “ในครั้งถัดไปที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น” ในที่นี้ The next time you get déjà vu กำหนดสถานการณ์ในอนาคตสำหรับคำแนะนำที่ตามมา แม้จะพูดถึงอนาคต ภาษาอังกฤษมักใช้ get รูป simple present ในอนุประโยคบอกเวลานี้ ไม่ใช้ will get และ The next time ทำหน้าที่นำอนุประโยคอยู่แล้ว จึงไม่ต้องเติม when

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ The next time เพื่อเปิดสถานการณ์ในอนาคตได้ถูกต้อง?

  1. The next time you see Maya, give her this note.
  2. The next time you will see Maya, give her this note.
  3. When the next time you see Maya, give her this note.
ดูคำตอบ

The next time you see Maya, give her this note.

วลี

take a moment to + คำกริยารูปพื้นฐาน

take a moment to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “หยุดชั่วครู่แล้วใช้เวลาหรือใส่ใจกับการกระทำหนึ่ง” ในที่นี้ take หมายถึง “ใช้หรือกันเวลาไว้” ไม่ใช่หยิบสิ่งของขึ้นมาจริง ๆ ในประโยคนี้ ผู้พูดชวนผู้ฟังอย่างนุ่มนวลให้หยุดแล้วคิด รูปแบบนี้มักทำให้คำแนะนำหรือคำสั่งฟังดูเป็นการชี้นำมากกว่าคำสั่งตรง ๆ อย่าง Think about it.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “หยุดชั่วครู่ก่อนทำสิ่งถัดไป”: Before you submit the form, ____ check your email address.

ดูคำตอบ

take a moment to

Have you been distracted?

3:30

คุณกำลังเสียสมาธิหรือเปล่า?

Is there a familiar object somewhere?

3:32

มีสิ่งของที่คุ้นเคยอยู่ที่ไหนสักแห่งไหม?

Is your brain just acting slow? การใช้คำ

3:34

สมองของคุณแค่ทำงานช้าลงหรือเปล่า?

การใช้คำ

acting slow: act + คำคุณศัพท์

act + คำคุณศัพท์ ใช้อธิบายว่าคนหรือสิ่งของมีพฤติกรรมหรือดูเหมือนอยู่ในสภาพใด ณ เวลาหนึ่งได้ acting slow ในที่นี้หมายถึง “ดูเหมือนตอบสนองหรือประมวลผลข้อมูลช้า” ไม่ใช่การทำสิ่งหนึ่งด้วยความเร็วต่ำ การบอกว่าสมองสามารถ “แสดงพฤติกรรม” แบบมนุษย์ได้เป็นบุคลาธิษฐานแบบไม่เป็นทางการ คำถามนี้ฟังเหมือนการตรวจสอบอย่างสบาย ๆ และติดตลกเล็กน้อยว่าปัญหานั้นเป็นเพียงชั่วคราวหรือไม่

แบบฝึกหัด

ในประโยค “My laptop is acting slow today,” acting slow หมายความว่าอะไร?

  1. มันหยุดทำงานอย่างถาวรแล้ว
  2. มันตอบสนองหรือทำงานช้าชั่วคราว
  3. มันกำลังแสดงอยู่ในละครที่ดำเนินเรื่องช้า
ดูคำตอบ

มันตอบสนองหรือทำงานช้าชั่วคราว

Or is it something else?

3:36

หรือว่ามันเป็นอย่างอื่น?