จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณนอนน้อยลง 2 ชั่วโมงทุกคืน?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
AsapSCIENCE
แนะนำวิดีโอ: การทดสอบปฏิกิริยา ภาวะหลับวูบ และความเสี่ยงสุขภาพแสดงว่า การนอนน้อยลงคืนละสองชั่วโมงทำลายสมาธิและการตัดสินใจ แม้เจ้าตัวจะยังรู้สึกปกติ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. "do away with." | กริยาวลี: เข้าใจว่าหมายถึงการขจัดความจำเป็นในการนอน และจำแนกได้เมื่อมีการยกเลิกกฎ ค่าธรรมเนียม ระบบ หรือแนวปฏิบัติเก่า ไม่ใช่ย้ายสิ่งของ 2. "In other words," | วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ติดตามการกล่าวใหม่จากการขาดช่วงของการรับรู้เป็นภาพว่าสมองหยุดชั่วขณะ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังชี้แจง 3. "more than you may have bargained for." | สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าการเลือกก่อให้เกิดต้นทุน ปัญหา หรือความเสี่ยงมากกว่าที่คาด และใช้เตือนถึงผลที่เกินความคาดหมาย
คำอธิบายในบทเรียนนี้
sleep is a burden which they would love to do away with. กริยาวลี
0:01การนอนเป็นภาระที่พวกเขาอยากกำจัดทิ้งไป
do away with: กำจัดบางสิ่งโดยสิ้นเชิง
ในประโยคนี้ do away with หมายถึงกำจัด ยกเลิก หรือทำให้บางสิ่งหมดไป ประโยคมองการนอนหลับว่าเป็นภาระที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งผู้คนอยากเอาออกจากชีวิต วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการไปที่อื่นหรือการเคลื่อนย้ายสิ่งของจริง ๆ กรรมถูกแทนด้วย which ที่อยู่ก่อนหน้าในอนุประโยคขยาย: a burden which they would love to do away with โครงสร้างพื้นฐานยังคงเป็น do away with + สิ่งของ แม้กรรมของอนุประโยคขยายจะปรากฏอยู่ข้างหน้า
แบบฝึกหัด
ใช้ do away with เติมประโยคให้สมบูรณ์: The council voted to ____ the outdated fee.
ดูคำตอบ
do away with
I mean, imagine how much more you could do in a day with two extra hours.
0:03ลองคิดดูสิว่า ถ้ามีเวลาเพิ่มอีกสองชั่วโมง คุณจะทำอะไรได้มากขึ้นแค่ไหนในหนึ่งวัน
But what would actually happen if you cut out two hours of your sleep every night? กริยาวลี
0:08แต่จริง ๆ แล้วจะเกิดอะไรขึ้น หากคุณลดเวลานอนลงคืนละสองชั่วโมง?
cut out + ปริมาณ: เอาบางส่วนออกจากยอดรวม
ในที่นี้ cut out หมายถึงเอาออก กรรม two hours of your sleep คือส่วนที่วัดได้จากเวลานอนทั้งหมดในแต่ละคืน ดังนั้นคำถามจึงถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเอาเวลาส่วนนั้นออกทุกคืน ขอบเขตของกรรมมีความสำคัญ เพราะไม่ได้หมายถึงหยุดนอนโดยสิ้นเชิง โดยทั่วไป cut out สามารถบอกถึงการเอาส่วนที่ระบุออกจากสิ่งที่ใหญ่กว่า หรือการตัดรายการที่ระบุออกทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ใช้ cut out เติมประโยคให้สมบูรณ์: To shorten the report, we need to ____ the final section.
ดูคำตอบ
cut out
First, we need to understand how much sleep your body and brain actually need.
0:13ก่อนอื่น เราต้องเข้าใจก่อนว่าร่างกายและสมองของคุณต้องการเวลานอนจริง ๆ เท่าไร
has concluded that around 8 hours of sleep is optimal for the average person.
0:20สรุปว่า สำหรับคนทั่วไป การนอนประมาณ 8 ชั่วโมงคือระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุด
vast majority of: เกือบทั้งหมดของกลุ่ม
ในประโยคนี้ vast majority of หมายถึง “เกือบทั้งหมด” โดยบอกว่างานวิจัยที่ได้ข้อสรุปนี้มีสัดส่วนสูงมาก vast ทำหน้าที่เน้นระดับของ majority ไม่ได้บอกว่างานวิจัยมีขนาดใหญ่ รูปแบบคือ the vast majority of + คำนามที่ระบุกลุ่มหรือส่วนรวมที่กำลังพูดถึง ในที่นี้ research on the topic คือส่วนรวมนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เกือบทั้งหมด”: The ____ studies supported the new policy.
ดูคำตอบ
vast majority of
But today, almost 50% of people get 6 hours or less each night.
0:24แต่ทุกวันนี้ เกือบ 50% ของผู้คนนอนคืนละ 6 ชั่วโมงหรือน้อยกว่านั้น
Now, the first night of less sleep may actually trigger the mesolimbic system,
0:29ในคืนแรกที่นอนน้อยลง ระบบเมโซลิมบิกอาจถูกกระตุ้น
releasing dopamine and giving you a sense of adrenaline.
0:33ทำให้มีการหลั่งโดพามีนและคุณรู้สึกถึงอะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่าน
But your brain slowly begins to shut off the areas associated with planning and making decisions. กริยาวลี
0:36แต่สมองของคุณจะค่อย ๆ ปิดการทำงานของส่วนที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนและการตัดสินใจ
shut off: ทำให้หน้าที่หนึ่งหยุดทำงาน
ในที่นี้ shut off ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงสมองค่อย ๆ ทำให้บางบริเวณหยุดทำงานตามปกติ ประโยคนี้อธิบายการทำงานที่ลดลงในบริเวณที่ใช้วางแผนและตัดสินใจ ไม่ได้หมายความว่าสมองทั้งหมดปิดลงจริง ๆ แนวคิดที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ “ทำให้อุปกรณ์ แหล่งจ่าย กระบวนการ หรือหน้าที่หยุดทำงาน” บริบทจะบอกว่าเป็นการหยุดตามตัวอักษรหรือเชิงเปรียบเทียบ
แบบฝึกหัด
ในประโยค "During the test, panic seemed to shut off Maya's ability to think clearly," shut off หมายถึงอะไร?
- มันย้ายความสามารถนั้นไปยังอีกสถานที่หนึ่ง
- มันทำให้สมองทั้งหมดของมายาหยุดทำงานอย่างถาวร
- มันทำให้ความสามารถนั้นหยุดทำงานชั่วคราว
ดูคำตอบ
มันทำให้ความสามารถนั้นหยุดทำงานชั่วคราว
the truth is actually much darker and worrisome than you might realize.
0:45แต่ความจริงกลับมืดมนและน่ากังวลกว่าที่คุณคิดมาก
even though: ยอมรับข้อเท็จจริงก่อนเสนอข้อความที่ขัดแย้งกัน
even though ใช้นำข้อความที่ยอมรับข้อเท็จจริง โดยอนุประโยคที่ตามมาถูกมองว่าเป็นจริงหรือได้รับการยอมรับแล้ว ส่วนประโยคหลักให้ผลลัพธ์หรือข้อกล่าวที่ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงนั้น ในที่นี้ ผู้พูดยอมรับว่าการนอนหกชั่วโมงอาจทำให้ยังรู้สึกสบายดี แต่ไม่ได้ทำให้คำเตือนว่าสถานการณ์จริงร้ายแรงกว่านั้นอ่อนลง even though + อนุประโยค, ประโยคหลัก เป็นโครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้ โครงสร้างนี้บอกให้ผู้ฟังยอมรับข้อเท็จจริงแรก แต่ยังคงจดจำประเด็นหลักที่ตรงข้ามกันไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมแสดงการยอมรับที่เน้นย้ำและนำเสนออนุประโยคแรกว่าเป็นข้อเท็จจริง: ____ Mia felt nervous, she gave a clear presentation.
ดูคำตอบ
Even though
to understand the impact of sleep deprivation on humans in studies.
0:54เพื่อทำความเข้าใจผลกระทบของการอดนอนที่มีต่อมนุษย์ในการศึกษาวิจัย
psychomotor vigilance tasks or PVTs: ศัพท์เต็ม คำย่อ และคำจำกัดความแบบง่าย
psychomotor vigilance tasks เป็นแบบทดสอบเวลาตอบสนองที่มีมาตรฐาน ใช้วัดว่าบุคคลตอบสนองต่อสัญญาณง่าย ๆ ได้เร็วและสม่ำเสมอเพียงใด ในการศึกษาการนอนหลับ แบบทดสอบนี้ช่วยให้นักวิจัยสังเกตการลดลงของความตื่นตัวหลังจากนอนไม่พอ คำอธิบายเริ่มจากศัพท์เทคนิคแบบเต็ม ตามด้วยคำย่อ PVTs แล้วจึงใช้คำอธิบายแบบง่ายว่า reaction test คำว่า or ใช้บอกชื่ออีกชื่อหนึ่งของแบบทดสอบเดียวกัน ไม่ได้หมายถึงการทดสอบคนละอย่าง รูปแบบ “ศัพท์เต็ม คำย่อ คำจำกัดความง่าย ๆ” พบได้บ่อยในการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง psychomotor vigilance tasks, PVTs และ reaction test หมายถึงอะไร?
- เป็นสามขั้นตอนแยกกันของการทดลองเดียว
- เป็นชื่อเรียกสามแบบที่มีระดับรายละเอียดต่างกันสำหรับการทดสอบชนิดเดียวกัน
- PVTs คือผลลัพธ์ตัวเลขที่ได้จาก reaction test
ดูคำตอบ
เป็นชื่อเรียกสามแบบที่มีระดับรายละเอียดต่างกันสำหรับการทดสอบชนิดเดียวกัน
Simply put, เพื่อเกริ่นการกล่าวใหม่ให้ง่ายขึ้น
Simply put, เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะอธิบายแนวคิดที่ซับซ้อนด้วยคำที่เข้าใจง่ายขึ้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเปลี่ยนคำอธิบายเชิงเทคนิคให้เป็นคำง่าย ๆ ว่า reaction test ในสำนวนนี้ put หมายถึง “ถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูด” ไม่ใช่ “วาง” การเรียบเรียงใหม่ทำให้ใจความสำคัญชัดเจน แต่ไม่จำเป็นต้องตรงกับรายละเอียดทุกอย่างของคำอธิบายเดิม
แบบฝึกหัด
Simply put, ทำหน้าที่อะไรในประโยคตัวอย่าง?
- นำเข้าสู่การกล่าวใหม่ที่เข้าใจง่ายขึ้น
- แสดงว่าผู้พูดกำลังอ้างคำพูดของผู้อื่น
- ยกตัวอย่างหนึ่งของแนวคิดนั้น
ดูคำตอบ
นำเข้าสู่การกล่าวใหม่ที่เข้าใจง่ายขึ้น
as fast as possible: โครงสร้าง as + คำกริยาวิเศษณ์ + as possible
as fast as possible หมายถึงด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่สถานการณ์จะเอื้ออำนวย ในประโยคนี้ ผู้คนต้องกดปุ่มโดยไม่ชักช้าเกินความจำเป็น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ as + คำคุณศัพท์หรือคำกริยาวิเศษณ์ + as possible ในที่นี้ fast เป็นคำกริยาวิเศษณ์ที่บอกลักษณะของการ push ให้คงรูปพื้นฐาน fast ไว้และอย่าเปลี่ยนเป็นรูปเปรียบเทียบ faster
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง as ... as possible และคำว่า fast: When the whistle blows, run ____.
ดูคำตอบ
as fast as possible
Not so surprisingly, those who get 8 hours of sleep over a 2-week period
1:05ไม่น่าแปลกใจที่ผู้ซึ่งได้นอน 8 ชั่วโมงตลอดช่วง 2 สัปดาห์
show very few lapses in attention and no cognitive declines. การใช้คำ
1:09แทบไม่เสียสมาธิ และความสามารถด้านการคิดก็ไม่ลดลง
ทำความเข้าใจ lapses in attention
lapses in attention หมายถึงช่วงเวลาสั้น ๆ ที่คนหยุดจดจ่อหรือพลาดบางสิ่งไป lapse เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นชั่วคราว ดังนั้นวลีนี้ไม่ได้หมายถึงการสูญเสียสมาธิหรือความสามารถทางความคิดอย่างถาวร ในประโยคนี้ very few บอกว่ากลุ่มที่นอนเพียงพอมีอาการหลุดโฟกัสชั่วคราวเช่นนี้เพียงไม่กี่ครั้งระหว่างการทดสอบ
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึงช่วงสั้น ๆ ที่เสียสมาธิเพื่อเติมประโยค: During the long test, researchers recorded several ____.
ดูคำตอบ
lapses in attention
But those groups that received either 6 or 4 hours of sleep
1:13แต่กลุ่มที่ได้นอนเพียง 6 หรือ 4 ชั่วโมง
see declining PVT results on almost a daily basis for the entire 2-week period. วลี
1:17มีผลทดสอบ PVT แย่ลงแทบทุกวันตลอดช่วง 2 สัปดาห์
การใช้ on almost a daily basis
on almost a daily basis หมายถึง “แทบทุกวัน” รูปแบบ on a/an + adjective + basis บอกว่าบางสิ่งเกิดขึ้นสม่ำเสมอเพียงใด ส่วน almost จำกัดความถี่แบบรายวัน จึงอาจมีบางวันที่ผลไม่ได้ลดลง ในที่นี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าผลลดลงซ้ำ ๆ ตลอดสองสัปดาห์ ไม่ได้หมายถึงการลดลงครั้งเดียวที่ “เกือบ” เสร็จสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายแบบเป็นทางการที่หมายถึง “แทบทุกวัน”: During the trial, the team checked the sensors ____.
ดูคำตอบ
on almost a daily basis
they show full lapses in awareness called microsleeps. การใช้คำ
1:29แต่ยังแสดงถึงช่วงที่ขาดการรับรู้โดยสิ้นเชิง ซึ่งเรียกว่าไมโครสลีป
don't just show X, they show Y: ไม่เพียงแสดง X แต่ยังแสดง Y
don't just ในที่นี้หมายถึง “ไม่ได้แสดงเพียงอย่างเดียว” และไม่ได้ปฏิเสธผลการค้นพบข้อแรก การสูญเสียสมาธิยังคงเป็นส่วนหนึ่งของผลลัพธ์ อนุประโยคถัดไป they show full lapses in awareness ยกระดับข้อสรุปให้ร้ายแรงขึ้น โครงสร้างนี้เสนอการตีความที่เบากว่าก่อน แล้วจึงเพิ่มข้อมูลที่รุนแรงกว่าหรือกว้างกว่า ทำให้ผู้ฟังปรับการประเมินความร้ายแรงให้สูงขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้แสดงความสัมพันธ์แบบใดระหว่างผลการค้นพบทั้งสองข้อ
- ผลลัพธ์ไม่ได้แสดงการสูญเสียสมาธิเลย แต่แสดงเพียงการขาดการรับรู้
- ผลลัพธ์แสดงการสูญเสียสมาธิ และยังเผยให้เห็นการขาดการรับรู้ที่ร้ายแรงกว่า
- ผลการค้นพบทั้งสองเป็นข้อสังเกตที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
ดูคำตอบ
ผลลัพธ์แสดงการสูญเสียสมาธิ และยังเผยให้เห็นการขาดการรับรู้ที่ร้ายแรงกว่า
microsleeps (ไมโครสลีป)
microsleep คือภาวะหลับที่สั้นมากและเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ มักกินเวลาเพียงไม่กี่วินาที ในช่วงนั้น การรับรู้และความสามารถในการตอบสนองอาจลดลง แม้บุคคลนั้นจะดูเหมือนยังตื่นอยู่หรือไม่รู้ตัวว่าหลับไป ในที่นี้ รูปพหูพจน์ microsleeps ใช้เรียกช่วงที่ขาดการรับรู้โดยสิ้นเชิงซึ่งพบในผลลัพธ์ ภาวะนี้ร้ายแรงกว่าการเสียสมาธิทั่วไปและไม่ใช่การงีบสั้น ๆ ที่วางแผนไว้
แบบฝึกหัด
ผู้ขับขี่ที่เหนื่อยล้าหลับไปสองวินาทีโดยไม่รู้ตัว คำใดเหมาะสมที่สุด
- daydreaming
- a microsleep
- a planned nap
ดูคำตอบ
a microsleep
In other words, ในฐานะสัญญาณของการกล่าวใหม่
“In other words,” บอกผู้ฟังว่าข้อความที่ตามมาเป็นการกล่าวแนวคิดก่อนหน้าใหม่ให้ชัดเจนหรือเห็นภาพมากขึ้น ในที่นี้ คำอธิบายว่าสมอง “หยุดทำงาน” ช่วยอธิบายความหมายของคำว่า microsleeps ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ถ้อยคำใหม่ไม่จำเป็นต้องตรงกับถ้อยคำเดิมทุกคำ ให้เข้าใจข้อมูลหลังสัญญาณนี้ว่าเป็นคำชี้แจงหรือบทสรุปที่ผู้พูดต้องการสื่อ ไม่ใช่การเริ่มหัวข้อใหม่
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้“In other words,” ส่งสัญญาณอะไรให้ผู้ฟัง?
- ผู้พูดกำลังยกตัวอย่างหนึ่งของแนวคิดก่อนหน้า
- ผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ผู้พูดกำลังกล่าวแนวคิดก่อนหน้าใหม่ให้ชัดเจนขึ้น
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังกล่าวแนวคิดก่อนหน้าใหม่ให้ชัดเจนขึ้น
was the same as not sleeping for 24 hours straight.
1:44ให้ผลไม่ต่างจากการไม่ได้นอนเลยตลอด 24 ชั่วโมง
10 days in a row: ลำดับต่อเนื่องที่ไม่ขาดตอน
ใน“10 days in a row” คำว่า“in a row” หมายถึงวันต่อเนื่องกันโดยไม่มีวันใดถูกข้ามไป ทำให้“10 days” ไม่ได้เป็นเพียงจำนวนรวม แต่เป็นลำดับที่ไม่ขาดตอน รูปแบบนี้ใช้ตามหลังตัวเลขกับหน่วยหรือเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำได้ เช่น“four nights in a row”,“won twice in a row” หรือ“called me three days in a row”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง“สามคืนติดต่อกัน”: She worked late three nights ____.
ดูคำตอบ
in a row
That's the same cognitive decline as being legally drunk. การใช้คำ
1:48ความสามารถด้านการคิดจะลดลงพอ ๆ กับคนที่เมาจนเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
legally drunk: ถึงเกณฑ์เมาตามกฎหมาย
ใน legally drunk คำว่า legally เป็นตัวกำหนดเกณฑ์ของ drunk หมายถึงสภาพของบุคคลนั้นถึงเกณฑ์ที่กฎหมายใช้จัดว่าเมา ซึ่งมักพบในกฎเกี่ยวกับการขับรถ ไม่ได้หมายถึง “เมาในแบบที่กฎหมายอนุญาต” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเปรียบเทียบ โดยเปรียบระดับการลดลงของความสามารถทางการคิดกับสถานะตามกฎหมายนั้น ไม่ได้บอกว่าผู้เข้าร่วมดื่มแอลกอฮอล์จริง ๆ เกณฑ์ที่แน่นอนขึ้นอยู่กับกฎหมายและไม่ได้ระบุไว้ที่นี่
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง legally drunk หมายถึงอะไร
- เมาในแบบที่กฎหมายอนุญาต
- ดื่มแอลกอฮอล์โดยไม่ฝ่าฝืนกฎหมายใด ๆ
- ถึงมาตรฐานทางกฎหมายที่ใช้จัดว่าบุคคลหนึ่งเมา
ดูคำตอบ
ถึงมาตรฐานทางกฎหมายที่ใช้จัดว่าบุคคลหนึ่งเมา
it's like you haven't slept for 48 hours straight.
1:55ก็เหมือนกับคุณไม่ได้นอนเลยติดต่อกัน 48 ชั่วโมง
These studies also show that participants were not at all aware of their cognitive declines. วลี
1:58งานวิจัยเหล่านี้ยังแสดงให้เห็นว่า ผู้เข้าร่วมไม่รู้ตัวเลยว่าความสามารถด้านการคิดของตนลดลง
not at all aware of: ไม่ตระหนักเลย
Be aware of X หมายถึงรู้เกี่ยวกับหรือสังเกตเห็น X เมื่อเติม not at all การปฏิเสธจะกลายเป็นการปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงและมีการเน้นย้ำ ดังนั้น were not at all aware of their cognitive declines จึงหมายความว่าพวกเขาไม่ตระหนักถึงการลดลงเหล่านั้นเลย โครงสร้างคือ be + not at all + aware of + คำนามหรือรูป -ing โดย At all ใช้เน้น not ไม่ได้บอกสถานที่ ส่วน Of ใช้นำหน้าสิ่งที่รู้หรือสังเกตเห็น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย not at all aware of เพื่อแสดงว่าไม่ตระหนักเลย: Maya was ____ the schedule change.
ดูคำตอบ
not at all aware of
it's like being ...: การเกริ่นการเปรียบเทียบ
วลี “it's like being ...” ใช้เกริ่นการเปรียบเทียบ โดยช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจสถานการณ์หนึ่งผ่านการเปรียบกับอีกสถานการณ์ที่คุ้นเคยกว่า ในที่นี้ คนที่เหนื่อยมากถูกเปรียบกับคนเมาที่เข้าใจผิดว่าตัวเองยังขับรถได้อย่างปลอดภัย ใจความของการเปรียบเทียบคือการประเมินตัวเองที่ไม่น่าเชื่อถือ ไม่ใช่เรื่องแอลกอฮอล์ คนที่เหนื่อยอาจรู้สึกว่าตัวเองยังทำได้ดี ทั้งที่ความสามารถลดลงแล้ว
แบบฝึกหัด
“it's like being that drunk person ...” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- เปรียบการประเมินตัวเองที่ไม่น่าเชื่อถือของคนเหนื่อยกับความมั่นใจที่ผิดของคนเมา
- บอกว่าคนที่มั่นใจสามารถขับรถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยเสมอ
- บอกว่าคนที่เหนื่อยได้ดื่มแอลกอฮอล์จริง ๆ
ดูคำตอบ
เปรียบการประเมินตัวเองที่ไม่น่าเชื่อถือของคนเหนื่อยกับความมั่นใจที่ผิดของคนเมา
or even do simple math or problem solving decline at similar rates. วลี
2:14หรือแม้แต่การคิดเลขง่าย ๆ หรือการแก้ปัญหา ก็ลดลงในอัตราใกล้เคียงกัน
memorize and retain information: จำเข้าไปและเก็บไว้ในความทรงจำ
ใน “memorize and retain information” คำกริยาสองคำนี้บอกถึงคนละขั้นของความจำ Memorize หมายถึงการนำข้อมูลเข้าไปไว้ในความจำอย่างตั้งใจ ส่วน retain หมายถึงการเก็บข้อมูลนั้นไว้ให้ยังเรียกใช้ได้ในภายหลัง คำทั้งสองเชื่อมด้วย and เพราะความสามารถทั้งสองอย่างสำคัญ คนหนึ่งอาจจำข้อมูลเพื่อสอบได้ แต่ไม่สามารถเก็บข้อมูลนั้นไว้ใช้ในภายหลัง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงสองขั้นใน “memorize and retain information” ได้ถูกต้อง?
- She memorized the code today and still retained it a week later.
- She read the code today but forgot it immediately.
- She saved the code in her phone without learning it.
ดูคำตอบ
She memorized the code today and still retained it a week later.
Decline at similar rates: ลดลงในอัตราที่ใกล้เคียงกัน
ในประโยคนี้ decline at similar rates หมายถึงความสามารถหลายด้านแย่ลงด้วยความเร็วหรือสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันในช่วงเวลาเดียวกัน คำว่า rates ในที่นี้หมายถึงอัตราการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ราคา อัตราดอกเบี้ย หรือคะแนนประเมิน วลีนี้ใช้สรุปการเปรียบเทียบแนวโน้ม แต่ไม่ได้หมายความว่าความสามารถทั้งหมดเริ่มต้นหรือสิ้นสุดที่ระดับเดียวกัน
แบบฝึกหัด
เติมรายงานโดยเปลี่ยน decline at similar rates ให้อยู่ในรูปที่ถูกต้อง: The study found that reading speed and accuracy ____ over six months.
ดูคำตอบ
declined at similar rates
But perhaps the scariest fact is that even after one night of 4 or 5 hours of sleep,
2:19แต่ข้อเท็จจริงที่อาจน่ากลัวที่สุดคือ แม้จะนอนเพียง 4 หรือ 5 ชั่วโมงแค่คืนเดียว
Natural killer cells: เซลล์นักฆ่าตามธรรมชาติ
Natural killer cells เป็นชื่อทางวิทยาศาสตร์เฉพาะของเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดหนึ่ง คำว่า natural เป็นส่วนหนึ่งของศัพท์วิทยาศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงธรรมดา ส่วน killer ก็ไม่ได้หมายถึงคนหรือเซลล์มะเร็ง อนุประโยคขยายที่ตามหลังศัพท์นี้ให้คำจำกัดความสำคัญสำหรับประโยคนี้ว่า เซลล์เหล่านี้ช่วยหยุดไม่ให้เซลล์มะเร็งเพิ่มจำนวนในร่างกาย ในเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพ ควรมองกลุ่มคำนามทั้งหมดเป็นศัพท์เดียวเพื่อหลีกเลี่ยงการแปลแยกทีละคำอย่างผิดความหมาย
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ natural killer cells คืออะไร?
- เซลล์ร่างกายทั่วไปที่ไม่มีหน้าที่ด้านภูมิคุ้มกัน
- เซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดหนึ่งที่ช่วยทำลายเซลล์ผิดปกติ
- เซลล์มะเร็งที่เพิ่มจำนวนตามธรรมชาติ
ดูคำตอบ
เซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดหนึ่งที่ช่วยทำลายเซลล์ผิดปกติ
drop by 70%: ขนาดของการลดลง
ในที่นี้ drop by 70% หมายถึงลดลงเป็นจำนวนเท่ากับ 70% ของระดับเดิม หากระดับเริ่มต้นคือ 100 ระดับใหม่จะเหลือ 30 ไม่ใช่ 70 ในสำนวนเกี่ยวกับการวัด by ใช้บอกขนาดของการเปลี่ยนแปลง สำนวนนี้จึงบอกอัตราการลดลงเมื่อเทียบกับระดับเดิมได้ แม้ไม่ได้ระบุตัวเลขเริ่มต้นหรือตัวเลขสุดท้าย
แบบฝึกหัด
ถังใบหนึ่งเคยเต็ม แต่ตอนนี้มีของเหลืออยู่เพียง 30% ของปริมาณเดิม ประโยคใดบอกขนาดของการลดลงได้ถูกต้อง
- The amount dropped by 30%.
- The amount dropped to 70%.
- The amount dropped by 70%.
ดูคำตอบ
The amount dropped by 70%.
You're also more likely to catch a cold because your immune system is weakened, วลี
2:31คุณยังมีโอกาสเป็นหวัดมากขึ้น เพราะระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง
catch a cold: เริ่มเป็นหวัด
Catch a cold เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ทั่วไป หมายถึงเริ่มป่วยเป็นหวัด คำว่า catch ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการจับสิ่งของจริง ๆ และ a cold หมายถึงโรคหวัด ไม่ใช่อุณหภูมิต่ำ ในสำนวนนี้ต้องใช้ catch ร่วมกับคำนำหน้านาม a เป็น catch a cold สำนวนนี้สื่อถึงการเริ่มเป็นหวัด
แบบฝึกหัด
เมื่อวาน Leo ยังสุขภาพดี แต่วันนี้เขาเริ่มเป็นหวัด ประโยคใดเน้นการเปลี่ยนจากสุขภาพดีเป็นป่วย
- Leo has a cold.
- Leo is cold.
- Leo caught a cold.
ดูคำตอบ
Leo caught a cold.
which is why when we're sick, we feel compelled to sleep so much. โน้ต
2:35นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาเราป่วย เราถึงรู้สึกอยากนอนมากเป็นพิเศษ
which is why: เชื่อมเหตุเข้ากับผลลัพธ์
which is why ย้อนกลับไปอ้างถึงใจความทั้งหมดในอนุประโยคก่อนหน้า แล้วนำเสนอสิ่งที่ตามมาว่าเป็นผลลัพธ์ ในที่นี้ คำอธิบายก่อนหน้าเกี่ยวกับการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันนำไปสู่ผลที่ว่า เมื่อป่วย คนเราจะรู้สึกว่าต้องนอนอย่างมาก รูปแบบคือ เหตุ + which is why + ผล ในที่นี้ which ไม่ได้ขยายคำนามคำเดียว แต่เชื่อมใจความหนึ่งทั้งใจความเข้ากับผลที่ตามมา
แบบฝึกหัด
เลือกคำเชื่อมที่นำเข้าสู่ผลลัพธ์ได้ถูกต้อง: The power went out, ___ the room became dark.
- which is why
- although
- which is because
ดูคำตอบ
which is why
feel compelled to: รู้สึกถึงความจำเป็นอย่างมากที่จะลงมือทำ
Feel compelled to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการรู้สึกถึงแรงกดดัน แรงผลักดัน หรือหน้าที่อย่างมากว่าต้องทำบางสิ่ง มีน้ำหนักมากกว่าการเพียงแค่อยากทำ ในประโยคนี้ แรงผลักดันมาจากสภาพร่างกายขณะป่วย ไม่ใช่คำสั่งจากคนอื่น feel เน้นประสบการณ์ภายในของบุคคล แม้ว่าสาเหตุอาจมาจากภายนอกก็ตาม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ feel compelled to เพื่อแสดงหน้าที่ที่รู้สึกอย่างแรงกล้า ไม่ใช่เพียงความอยากหรือแรงบังคับโดยตรงจากภายนอก
- I want to watch a comedy tonight.
- The guard forced me to leave the building.
- I feel compelled to report the mistake because it could harm someone.
ดูคำตอบ
I feel compelled to report the mistake because it could harm someone.
Chronic lack of sleep is also linked to bowel, prostate, and breast cancer, วลี
2:39การนอนหลับไม่เพียงพอเรื้อรังยังเชื่อมโยงกับมะเร็งลำไส้ มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งเต้านม
is also linked to: มีความสัมพันธ์ ไม่ใช่สาเหตุที่พิสูจน์แล้ว
ในประโยคนี้ is also linked to หมายถึง “มีความเชื่อมโยงกับ...ด้วย” โครงสร้างกรรมวาจก be linked to เชื่อมการอดนอนเรื้อรังเข้ากับมะเร็งที่กล่าวถึง ส่วน also แสดงว่าข้อมูลนี้เป็นสิ่งที่ผู้พูดเพิ่มจากข้อกล่าวก่อนหน้า ในงานวิจัยและข่าวสุขภาพ linked to เป็นถ้อยคำที่ระมัดระวังเกี่ยวกับหลักฐาน โดยบอกว่าสองสิ่งมีความสัมพันธ์ที่มีนัยสำคัญ แต่ตัวถ้อยคำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าสิ่งหนึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงของอีกสิ่งหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคงานวิจัยที่ใช้ถ้อยคำอย่างระมัดระวังด้วยสำนวนจากบทเรียน: The condition may involve several factors, and poor sleep ____ higher stress levels.
ดูคำตอบ
is linked to
and people over 45 who sleep under 6 hours a night
2:43ส่วนคนอายุมากกว่า 45 ปีที่นอนน้อยกว่าคืนละ 6 ชั่วโมง
are also 200% more likely to have a heart attack or a stroke. การใช้คำ
2:46ก็มีโอกาสหัวใจวายหรือเป็นโรคหลอดเลือดสมองสูงขึ้นถึง 200%
200% more likely to: การตีความความเสี่ยงสัมพัทธ์
ใน 200% more likely to ตัวเลขร้อยละวัดการเพิ่มขึ้นโดยเปรียบเทียบกับโอกาสของกลุ่มอ้างอิง การเพิ่มขึ้น 200% คือการนำค่าฐานเดิมมาบวกเพิ่มอีกสองเท่าของค่าฐาน ดังนั้นผลลัพธ์จึงเป็นสามเท่าของค่าฐาน ไม่ได้หมายความว่าความน่าจะเป็นแบบสัมบูรณ์เท่ากับ 200% เนื่องจากประโยคนี้ไม่ได้ระบุกลุ่มเปรียบเทียบหรือความเสี่ยงพื้นฐาน จึงไม่สามารถบอกโอกาสจริงของการเกิดหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมองได้
แบบฝึกหัด
รายงานฉบับหนึ่งระบุว่า: Group B is 200% more likely to experience the event than Group A. ข้อใดตีความได้ถูกต้อง?
- Group B มีความน่าจะเป็นแบบสัมบูรณ์ 200%
- โอกาสของ Group B เป็นสามเท่าของ Group A
- โอกาสของ Group B เป็นสองเท่าของ Group A
ดูคำตอบ
โอกาสของ Group B เป็นสามเท่าของ Group A
has classified any form of nighttime shift work as a probable carcinogen. โน้ต
2:52ยังจัดให้การทำงานกะกลางคืนทุกรูปแบบเป็นปัจจัยที่น่าจะก่อมะเร็ง
classify A as B: จัด A ให้อยู่ในหมวด B
classify A as B หมายถึงการจัด A เข้าไว้ในหมวด B อย่างเป็นทางการหรือเป็นระบบ ในประโยคนี้ องค์กรเป็นผู้จัดหมวดหมู่ any form of nighttime shift work คือ A และ a probable carcinogen คือ B ใช้โครงสร้าง ประธาน + classify + A + as + B เพื่ออธิบายว่าหน่วยงาน นักวิจัย หรือระบบกำหนดหมวดหมู่อย่างไร โครงสร้างนี้บอกผลของการจัดหมวดหมู่เท่านั้น และไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวมันเองว่า A ทุกกรณีจะทำให้เกิดผลที่เกี่ยวข้องกับ B
แบบฝึกหัด
เติมคำหนึ่งคำเพื่อทำให้โครงสร้างการจัดหมวดหมู่อย่างเป็นทางการสมบูรณ์: The safety board classified the device ____ a fire hazard.
ดูคำตอบ
as
probable carcinogen: ปัจจัยที่น่าจะก่อมะเร็ง
probable carcinogen หมายถึงสาร การสัมผัส หรือกิจกรรมที่จากหลักฐานแล้วถูกประเมินว่าน่าจะมีความสามารถในการก่อมะเร็ง probable แสดงการประเมินว่ามีความเป็นไปได้สูง ไม่ใช่ความแน่นอน carcinogen หมายถึงปัจจัยอันตรายที่ก่อมะเร็ง ไม่ใช่โรคมะเร็งเอง ในประโยคนี้ คำเรียกดังกล่าวบอกหมวดความเสี่ยงของงานกะกลางคืน ไม่ได้ทำนายว่าทุกคนที่ทำงานกลางคืนจะเป็นมะเร็ง
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดรักษาความหมายของ probable carcinogen ในประโยคได้ดีที่สุด
- เป็นเพียงอีกชื่อหนึ่งของโรคมะเร็ง
- พิสูจน์ว่าทุกคนที่ทำงานกลางคืนจะเป็นมะเร็ง
- เป็นปัจจัยที่ถูกประเมินว่าน่าจะสามารถก่อมะเร็งได้ แต่ถ้อยคำนี้ไม่ได้ทำนายว่าผู้สัมผัสทุกคนจะเป็นมะเร็ง
ดูคำตอบ
เป็นปัจจัยที่ถูกประเมินว่าน่าจะสามารถก่อมะเร็งได้ แต่ถ้อยคำนี้ไม่ได้ทำนายว่าผู้สัมผัสทุกคนจะเป็นมะเร็ง
swear that: ยืนกรานอย่างหนักแน่นว่าคำกล่าวนั้นเป็นความจริง
ในที่นี้ swear that หมายถึง “พูดอย่างหนักแน่นมากว่าคุณเชื่อว่าข้อความที่ตามมาเป็นความจริง” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกเนื้อหาที่ผู้พูดยืนยันว่า การลดเวลานอนลงสองชั่วโมงทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่ลง การใช้นี้แสดงความมั่นใจหรือการยืนกรานอย่างมาก มักใช้เมื่อผู้พูดคิดว่าคนอื่นอาจสงสัย ไม่ได้หมายถึงการพูดคำหยาบหรือการสาบานอย่างเป็นทางการในตัวมันเอง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “I swear that I put the permission slip in my backpack,” คำว่า swear that หมายถึงอะไร
- ฉันยืนกรานอย่างหนักแน่นว่านี่เป็นความจริง
- ฉันสาบานอย่างเป็นทางการตามกฎหมาย
- ฉันใช้คำหยาบพูดถึงเรื่องนี้
ดูคำตอบ
ฉันยืนกรานอย่างหนักแน่นว่านี่เป็นความจริง
makes you so much more productive: make + กรรม + คำคุณศัพท์
ใน makes you so much more productive คำว่า makes เป็นโครงสร้างแสดงเหตุให้เกิดผล โดยประธาน cutting two hours of sleep ถูกนำเสนอว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ you เปลี่ยนแปลง โครงสร้างคือ make + กรรม + คำคุณศัพท์ ได้แก่ makes + you + productive so much ใช้เน้นคำขั้นกว่า more productive หมายถึง “มีประสิทธิภาพมากขึ้นในระดับที่มาก” ไม่ใช่เพียง “มีประสิทธิภาพมาก”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย make + กรรม + คำคุณศัพท์ และใช้ so much เพื่อเน้นคำขั้นกว่า: Every day, the new schedule ____ organized than the old one did.
ดูคำตอบ
makes me so much more
don't feel any worse: any กับคำขั้นกว่า
ในที่นี้ any ช่วยเน้นคำขั้นกว่า worse ภายในโครงสร้างปฏิเสธ don't ... any worse วลีนี้หมายถึง “ฉันไม่ได้รู้สึกแย่ไปกว่าเดิม” หรือ “ฉันไม่รู้สึกว่าอาการแย่ลงอีก” ไม่ได้หมายถึง “ฉันรู้สึกดี” สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบคือความรู้สึกของผู้พูดก่อนและหลังลดเวลานอน นี่เป็นเพียงความรู้สึกส่วนตัว ไม่ได้พิสูจน์ว่าสุขภาพหรือความสามารถในการคิดยังคงเท่าเดิม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบภาษาอังกฤษสี่คำที่ตรงความหมายว่าสภาพของคุณไม่ได้แย่ลง: After the long trip, I ____.
ดูคำตอบ
don't feel any worse
just remember that every single day your cognitive abilities continue to decrease,
3:03แต่อย่าลืมว่า ทุก ๆ วันความสามารถด้านการคิดของคุณยังคงลดลง
costing you much more than you may have bargained for. โน้ต
3:08และสิ่งที่ต้องแลกไปอาจมากกว่าที่คุณคาดไว้มาก
costing you much more than you may have bargained for: อนุประโยค -ing ที่บอกผลลัพธ์
วลี costing หลังเครื่องหมายจุลภาคบอกผลที่เกิดจากอนุประโยคสมบูรณ์ก่อนหน้า โครงสร้างนี้เรียกว่าอนุประโยคบอกผลที่ใช้ present participle กล่าวคือ การที่ความสามารถด้านการคิดลดลงอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดความสูญเสียเพิ่มเติม Costing ไม่ใช่กริยาหลักรูปกำลังกระทำที่แยกเป็นอิสระ ในที่นี้ cost หมายถึงทำให้เกิดความสูญเสียหรือผลเสีย ไม่ได้หมายถึงต้องจ่ายเงินเท่านั้น ส่วน more than you may have bargained for หมายถึงมากกว่าที่คุณคาดไว้หรือพร้อมจะยอมรับ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ที่บอกผลของอนุประโยคแรก: The repair took three days, ____ me much more than I had expected.
ดูคำตอบ
costing
more than you may have bargained for: มากกว่าที่คุณคาดไว้
ในประโยคนี้ more than you may have bargained for หมายถึงความเสียหายหรือต้นทุนอาจมากกว่าที่คุณคาดไว้ตั้งแต่แรกหรือมากกว่าที่คุณคิดว่าพร้อมรับมือ สิ่งที่กล่าวถึงคือผลกระทบที่สะสมขึ้น ไม่ใช่การต่อรองราคา ในที่นี้ bargain for เป็นสำนวนที่หมายถึง “คาดไว้” หรือ “เตรียมพร้อมรับมือ” โครงสร้าง more ... than someone bargained for ใช้บรรยายงาน ปัญหา ค่าใช้จ่าย หรือผลลัพธ์หนัก ๆ ที่มากเกินคาดได้ ส่วน may have ทำให้คำเตือนไม่ฟันธงเกินไป แต่ยังบอกว่ามีความเสี่ยงจริง
แบบฝึกหัด
ในประโยค "The project was more than we bargained for," วลี more than we bargained for หมายถึงอะไร
- มันง่ายตามที่เราคาดไว้อย่างพอดี
- ต้องใช้ความพยายามหรือมีปัญหามากกว่าที่เราคาดไว้
- เราต่อรองราคาของมันได้สำเร็จ
ดูคำตอบ
ต้องใช้ความพยายามหรือมีปัญหามากกว่าที่เราคาดไว้
where we challenged ourselves to wear every single piece of plastic we used for 7 days
3:12ที่เราท้าตัวเองให้นำพลาสติกทุกชิ้นที่ใช้ตลอด 7 วันมาสวมไว้บนตัว
while living our normal life in public, which was insanely embarrassing.
3:17ขณะใช้ชีวิตตามปกติในที่สาธารณะ ซึ่งน่าอับอายสุด ๆ
We really want to make more content that can affect people's lives and the planet,
3:21เราอยากสร้างคอนเทนต์ที่ส่งผลต่อชีวิตผู้คนและโลกใบนี้ให้มากขึ้นจริง ๆ
and this one has a ton of cool science in it, การใช้คำ
3:24และคลิปนี้ก็มีเรื่องวิทยาศาสตร์เจ๋ง ๆ อยู่เพียบ
a ton of: วิธีพูดว่า “เยอะมาก” แบบไม่เป็นทางการ
ในประโยคนี้ a ton of หมายถึง “ปริมาณมากมาก” หรือพูดง่าย ๆ ว่า “เยอะมาก” คำว่า science เป็นคำนามนับไม่ได้ในที่นี้ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่าวิดีโออีกชิ้นมีข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจอยู่มาก ไม่ได้พูดถึงน้ำหนักจริง โครงสร้างคือ a ton of + คำนาม ในภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการ วลีนี้ใช้หน้าคำนามนับไม่ได้ได้ เช่น a ton of information และใช้หน้าคำนามนับได้พหูพจน์ได้ เช่น a ton of ideas
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการสามคำจากบทเรียนที่แปลว่า “จำนวนมาก”: The museum has ____ interactive exhibits.
ดูคำตอบ
a ton of
appreciate you checking it out: ขอบคุณสำหรับการกระทำของอีกฝ่าย
ในประโยคนี้ โครงสร้าง appreciate + บุคคล + รูป -ing ใช้ขอบคุณคนหนึ่งสำหรับสิ่งที่เขาทำ โดย appreciate you checking หมายถึง “รู้สึกขอบคุณที่คุณสละเวลาเข้าไปดู” หลัง appreciate ต้องบอกการกระทำด้วย checking ไม่ใช่ to check ตรงนี้ check it out หมายถึง “ลองเข้าไปดู” หรือ “ให้ความสนใจ” ทั้งวลีแสดงการยอมรับว่าผู้ชมเลือกทำสิ่งนั้นเอง คำขอบคุณจึงฟังอบอุ่นและกดดันน้อยกว่าการบอกให้เขาดูโดยตรง
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมงานเพิ่งตรวจร่างงานให้คุณ ประโยคใดขอบคุณเขาสำหรับการกระทำนั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- I appreciate you to take the time to review it.
- I appreciate you take the time to review it.
- I appreciate you taking the time to review it.
ดูคำตอบ
I appreciate you taking the time to review it.
And if you want to learn more about sleep and pushing yourself,
3:30และถ้าคุณอยากเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่องการนอนและการผลักดันตัวเอง
our latest podcast is about hustle culture and touches on a variety of studies related to stress, sleep, โน้ต
3:32พอดแคสต์ล่าสุดของเราพูดถึงวัฒนธรรมโหมงาน และกล่าวถึงงานวิจัยหลากหลายชิ้นเกี่ยวกับความเครียด การนอน
hustle culture: แรงกดดันให้ทำงานไม่หยุด
hustle culture คือแนวคิดที่ว่าคนเราควรยุ่งอยู่ตลอดเวลา ทำงานเป็นเวลานานมาก และตัดสินคุณค่าของตนเองจากปริมาณผลงานที่ทำได้ คำนี้มักมีความหมายเชิงวิจารณ์ โดยเฉพาะในการพูดถึงภาวะหมดไฟ ความเครียด การนอนหลับ และสมดุลระหว่างงานกับชีวิต คำนี้หมายถึงแรงกดดันทางสังคมเกี่ยวกับการทำงาน ไม่ใช่แค่การที่คนคนหนึ่งเลือกทำงานหนัก
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดแสดงถึง hustle culture ได้ชัดเจนที่สุด?
- บริษัทชมพนักงานที่ทำงานดึกทุกคืนและมองว่าการพักผ่อนคือความขี้เกียจ
- ทีมหนึ่งมีงานยุ่งกว่าปกติเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนถึงกำหนดส่ง
- คนคนหนึ่งทำงานอย่างตั้งใจในเวลางานที่กำหนดแล้วจึงพักผ่อน
ดูคำตอบ
บริษัทชมพนักงานที่ทำงานดึกทุกคืนและมองว่าการพักผ่อนคือความขี้เกียจ
touches on: กล่าวถึงหัวข้อหนึ่งอย่างสั้น ๆ
touches on เป็นรูปเอกพจน์บุรุษที่สามของกริยาวลี touch on ในประโยคนี้หมายถึง “กล่าวถึงหรือพูดถึงอย่างสั้น ๆ” พอดแคสต์นำงานวิจัยหลายชิ้นเกี่ยวกับความเครียดและการนอนหลับมาเป็นส่วนหนึ่งของหัวข้อ แต่สำนวนนี้ไม่ได้บอกว่าจะอธิบายงานวิจัยเหล่านั้นอย่างละเอียด ใช้ touch on + หัวข้อ เมื่อเนื้อหาหนึ่งครอบคลุมหัวข้อนั้น แต่ไม่ได้ทำให้เป็นประเด็นหลักเพียงประเด็นเดียวหรืออธิบายอย่างเต็มที่ สำนวนนี้บอกขอบเขตของเนื้อหา ไม่ได้บอกว่าแหล่งข้อมูลพิสูจน์ สนับสนุน หรือปฏิเสธงานวิจัยที่กล่าวถึง
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “กล่าวถึงอย่างสั้น ๆ” ลงในประโยค The short introduction only ____ the problem; it does not examine it in detail.
ดูคำตอบ
touches on
and how much you should be working to optimize your results.
3:38รวมถึงคุณควรทำงานมากแค่ไหนจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด