Bluey "เกมเงียบ" ตอนเต็ม! 🤫 | สองสาวปิดปากเงียบกริบ! | @disneyjr: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Disney Jr.

ความยากในการเรียน
818 คำ 175 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: Bluey และ Bingo รับคำท้าให้เงียบโดยไม่ส่งเสียง แต่เกมนี้ทำให้ Dad ตามหา Moonlight Unicorn แบบที่ Muffin ต้องการได้ยากขึ้น ท่าทางของเด็กทั้งสองกับการใช้เหตุผลอย่างรอบคอบของพนักงานร้านมือใหม่ช่วยให้พบของเล่นที่ถูกต้อง และ Dad ก็ตระหนักว่าเสียงอึกทึกของครอบครัวอาจเป็นสิ่งที่น่ายินดีได้เช่นกัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. got the hang of it. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่าสำนวนกันเองนี้หมายถึงการเริ่มจับทางเกม เครื่องมือ หรือขั้นตอนต่าง ๆ ได้ และสามารถทำได้สำเร็จแล้ว ไม่ได้หมายถึงการจับสิ่งใดไว้ด้วยมือตามความหมายตรงตัว 2. It's not what you're writing, it's what you're writing with. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตและใช้โครงสร้างเปรียบต่าง not what..., what... เพื่อแก้ความเข้าใจของอีกฝ่าย พร้อมเปลี่ยนจุดสนใจจากเนื้อหาที่ดูเหมือนกำลังทำอยู่ไปยังเครื่องมือหรือวิธีการที่ใช้จริง 3. music to my ears. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: ตีความว่าเป็นสิ่งที่ได้ยินแล้วน่ายินดีหรือทำให้โล่งใจ และใช้เพื่อแสดงความพอใจแทนการกล่าวถึงดนตรีจริง ๆ ในเรื่องนี้สำนวนดังกล่าวพลิกคำบ่นก่อนหน้าของ Dad เกี่ยวกับเสียงดังของเด็ก ๆ อย่างขบขัน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Mum!

0:08

แม่!

Dad!

0:14

พ่อ!

Bingo!

0:20

บิงโก!

Bluey!

0:25

บลูอี้!

Ah.

0:28

อ่า

Oh man.

0:29

โถ่เอ๊ย

Peace and quiet. วลี

0:31

ความสงบสุข

วลี

Peace and quiet: ความสงบเงียบที่ไม่มีใครรบกวน

Peace and quiet เป็นกลุ่มคำนามตายตัวที่หมายถึงสภาพสงบ มีเสียงรบกวนน้อย และไม่มีใครมารบกวน ในประโยคนี้ใช้เดี่ยว ๆ เป็นคำอุทานที่แสดงความพอใจว่าผู้พูดได้อยู่โดยไม่มีใครรบกวนในที่สุด ในสำนวนที่ใช้ในชีวิตประจำวันนี้ peace หมายถึงความสงบส่วนตัว ไม่ใช่สันติภาพระหว่างประเทศ ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นความหมายเดียว วลีนี้มักตามหลังคำกริยาอย่าง want, need, get หรือ enjoy และมักใช้ร่วมกับ some

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่หมายถึงความสงบโดยไม่มีเสียงหรือสิ่งรบกวน: After the noisy guests left, Maya finally had some ____.

ดูคำตอบ

peace and quiet

Hey, here comes my big bum. ไวยากรณ์

0:33

เฮ้ ก้นใหญ่ๆ ของพ่อมาแล้ว

ไวยากรณ์

Here comes + คำนาม: บอกว่าคนหรือสิ่งของกำลังมา

Here comes + คำนามเอกพจน์ ใช้นำเสนอคนหรือสิ่งของในขณะที่กำลังปรากฏตัวหรือเคลื่อนเข้ามา ให้ความรู้สึกคล้าย “ดูสิ ... มาแล้ว” โดย here เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างนำเสนอ ไม่ได้มีหน้าที่เพียงบอกว่าสิ่งนั้นอยู่ที่ไหน คำกริยา comes อยู่หน้าคำนาม ดังนั้น Here comes my big bum จึงเป็นการประกาศการปรากฏตัวแบบเกินจริงของผู้พูดอย่างขบขัน ถ้าเป็นคำนามพหูพจน์ ให้ใช้ Here come + คำนามพหูพจน์

แบบฝึกหัด

คุณเห็นรถไฟกำลังเข้ามาและต้องการประกาศว่ารถไฟมาแล้วโดยใช้กลุ่มคำนาม ประโยคใดเป็นธรรมชาติ?

  1. Here comes it.
  2. The train comes here.
  3. Here comes the train.
ดูคำตอบ

Here comes the train.

Oh, sorry love. Wasn't me. การใช้คำ

0:37

โอ้ โทษทีที่รัก พ่อไม่ได้ทำ

การใช้คำ

love ในฐานะคำเรียกอย่างสนิทสนม

ในที่นี้ love เป็นคำเรียกผู้ฟัง คล้ายคำว่า “ที่รัก” จึงทำหน้าที่ระบุว่ากำลังพูดกับใคร ไม่ได้หมายถึงความรักในฐานะความรู้สึก และไม่ใช่การสารภาพรัก เมื่อวางไว้หลัง sorry คำนี้ทำให้คำขอโทษฟังดูสนิทสนมและไม่เป็นทางการ การใช้แบบนี้พบได้เด่นในภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวันของอังกฤษและออสเตรเลีย แต่จะฟังเป็นธรรมชาติหรือไม่ยังขึ้นอยู่กับภูมิภาค ความสัมพันธ์ และน้ำเสียง

แบบฝึกหัด

love ทำหน้าที่อะไรใน “Sorry, love”?

  1. บอกว่าผู้พูดกำลังพูดเรื่องความรัก
  2. ระบุชื่อสิ่งของที่ผู้พูดชอบ
  3. ใช้เรียกอีกฝ่ายอย่างสนิทสนม
ดูคำตอบ

ใช้เรียกอีกฝ่ายอย่างสนิทสนม

It was my big beanbag bum.

0:40

ก้นบีนแบ็กใหญ่ๆ ของพ่อต่างหาก

Girls, it was nice and quiet in here.

0:44

สาวๆ ในนี้เคยสงบและเงียบดีนะ

Not anymore.

0:47

ไม่เงียบแล้วล่ะ

Kids.

0:49

เด็กๆ

Okay, we'll go somewhere else.

0:50

โอเค เราจะไปที่อื่นกัน

Hey, My big bum's stuck.

0:52

เฮ้ ก้นใหญ่ๆ ของพ่อติดแหง็กเลย

Kids, come on.

0:56

เด็กๆ มาเร็ว

You're too noisy.

0:57

ลูกเสียงดังเกินไปแล้ว

We're just playing.

0:58

เราแค่เล่นกันเอง

Well, can't you play a quieter game? น้ำเสียง/เจตนา

1:00

อืม ลูกเล่นเกมที่เงียบกว่านี้หน่อยไม่ได้เหรอ?

น้ำเสียง/เจตนา

can't you play ...? ในฐานะคำขอที่กดดัน

ในประโยคนี้ can't you play ...? ไม่ใช่คำถามกลาง ๆ ว่าผู้ฟังมีความสามารถเล่นหรือไม่ แต่เป็นคำถามเชิงปฏิเสธที่ใช้บ่นและขอให้ผู้ฟังเปลี่ยนสิ่งที่กำลังทำอยู่ รูปแบบ Can't you + คำกริยารูปพื้นฐาน ...? มักสื่อว่าผู้พูดคิดว่าอีกฝ่ายสามารถหรือควรทำสิ่งที่ขอได้ สมมติฐานนี้เพิ่มความรู้สึกไม่อดทนหรือตำหนิ คล้าย “ทำไมถึง...ไม่ได้?” หรือ “ก็น่าจะ...ได้สิ”

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเป็นหลักด้วย “can't you play” ในประโยคนี้?

  1. บ่นและกดดันให้ผู้ฟังเลือกเกมที่เงียบกว่า
  2. ถามว่าจะซื้อเกมที่เงียบกว่าได้ที่ไหน
  3. ทดสอบอย่างเป็นกลางว่าผู้ฟังเล่นเกมเป็นหรือไม่
ดูคำตอบ

บ่นและกดดันให้ผู้ฟังเลือกเกมที่เงียบกว่า

Like what?

1:01

อย่างเช่นอะไรคะ?

Oh, I know the best game ever.

1:02

โอ้ พ่อรู้จักเกมที่ดีที่สุดในโลกเลยล่ะ

What?

1:04

อะไรคะ?

You have to see how long you can go without making a single noise. ไวยากรณ์

1:05

ลูกต้องดูว่าลูกจะอยู่ได้นานแค่ไหนโดยไม่ส่งเสียงเลยแม้แต่นิดเดียว

ไวยากรณ์

see how long you can go: วัดว่าจะทำภารกิจท้าทายได้นานแค่ไหน

see ในที่นี้หมายถึง “ลองทำเพื่อดูผล” ไม่ได้หมายถึงแค่ “มองดู” ส่วนอนุประโยค how long you can go ถามว่าคุณสามารถทำหรือไม่ทำบางอย่างต่อไปได้นานเท่าไร go ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปที่อื่น แต่หมายถึงการทำหรือคงสภาพนั้นต่อไป โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ see how long + ประธาน + can go ซึ่งมักใช้เริ่มภารกิจท้าทายหรือการทดสอบความอดทน

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง see how long ... can go ให้ตรงตามแบบเพื่อทำประโยคท้าทายของทีมให้สมบูรณ์: Let's ____ before taking a break.

ดูคำตอบ

see how long we can go

ไวยากรณ์

without making a single noise: การใช้ without + -ing

Without เป็นคำบุพบท เมื่อมีคำกริยาตามหลัง ต้องใช้รูป -ing คือ without making โครงสร้างนี้บอกว่ามีการทำสิ่งหนึ่งโดยหลีกเลี่ยงอีกสิ่งหนึ่ง ใน a single noise คำว่า single ช่วยเน้นความหมาย เมื่ออยู่ในความหมายเชิงปฏิเสธของ without วลีนี้หมายถึง “ไม่มีเสียงแม้แต่เสียงเดียว” หรือเงียบสนิท ไม่ได้หมายถึงแค่เลขหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ without หน้าคำกริยาได้ถูกต้องเพื่อบรรยายการกระทำที่เงียบสนิท

  1. She closed the door without to make a single sound.
  2. She closed the door without making a single sound.
  3. She closed the door without make a single sound.
ดูคำตอบ

She closed the door without making a single sound.

Oh, okay.

1:09

โอ้ โอเคค่ะ

You ready?

1:10

พร้อมไหม?

Yeah.

1:10

พร้อมค่ะ

Okay, go.

1:11

โอเค เริ่มเลย

I think you've got the hang of it. สำนวน

1:15

พ่อว่าลูกเริ่มจับจุดได้แล้วล่ะ

สำนวน

got the hang of it: จับทางวิธีพื้นฐานได้

Get the hang of something หมายถึงเรียนรู้วิธีทำสิ่งหนึ่งได้หลังจากฝึกมาบ้าง ใน you've got the hang of it ผู้พูดคิดว่าอีกฝ่ายเข้าใจวิธีพื้นฐานและทำกิจกรรมนั้นได้แล้ว hang ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “แขวน” ต้องเข้าใจทั้งวลีเป็นหน่วยเดียว ส่วน it หมายถึงกิจกรรม เครื่องมือ หรือขั้นตอนที่กำลังเรียนรู้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “เรียนรู้วิธีพื้นฐานได้แล้ว”: After practicing with the sewing machine for an hour, Nina finally ____.

ดูคำตอบ

got the hang of it

See if you can make it till your 13th birthdays. โน้ต

1:16

ดูสิว่าลูกจะทำได้ถึงวันเกิดอายุ 13 ปีไหม

น้ำเสียง/เจตนา

See if you can ...: เปลี่ยนคำขอให้เป็นความท้าทาย

See if you can + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “ลองทำดูเพื่อให้รู้ว่าคุณทำได้หรือไม่” ในการใช้แบบนี้ see ไม่ได้หมายถึงการมองด้วยตา โครงสร้างนี้มักเปลี่ยนคำขอให้เป็นความท้าทายเบา ๆ จึงฟังดูสนุกหรือให้กำลังใจมากกว่าคำสั่งตรง ๆ แต่ผู้ฟังก็ยังถูกขอให้ลงมือทำอยู่

แบบฝึกหัด

เติมวลีเปิดสี่คำเพื่อให้ความท้าทายแบบเป็นมิตรสมบูรณ์: ____ carry all three boxes in one trip.

ดูคำตอบ

See if you can

วลี

make it till your 13th birthdays: อดทนไปจนถึงเวลาหนึ่ง

make it till + จุดเวลา หมายถึงพยายามไปต่อ อดทน หรือคงอยู่จนถึงจุดเวลานั้น ในประโยคนี้ make it ไม่ได้หมายถึง “ทำบางสิ่ง” แต่หมายถึง “อดทนต่อไปได้” และ till ใช้บอกจุดสิ้นสุดของช่วงเวลา ผู้พูดกำลังท้าทายเด็ก ๆ แบบพูดเกินจริงว่า พวกเขาจะอดทนไปจนถึงวันเกิดอายุครบ 13 ปีของแต่ละคนได้หรือไม่ คำว่า birthdays เป็นพหูพจน์เพราะพูดกับหลายคน และแต่ละคนมีวันเกิดของตัวเอง

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ make it till ในความหมายว่าอดทนหรือดำเนินต่อไปจนถึงเวลาหนึ่ง

  1. I can make it to the station. ฉันไปถึงสถานีได้
  2. I can make it till Friday. ฉันอดทนไปจนถึงวันศุกร์ได้
  3. I can make it by Friday. ฉันทำให้เสร็จภายในวันศุกร์ได้
ดูคำตอบ

I can make it till Friday. ฉันอดทนไปจนถึงวันศุกร์ได้

Bandit, you're a genius.

1:27

แบนดิท คุณเป็นอัจฉริยะเลย

Honey, Madge just rang in sick. วลี

1:29

ที่รัก แมดจ์เพิ่งโทรมาลางานน่ะ

วลี

rang in sick: โทรแจ้งที่ทำงานว่าป่วย

rang in sick เป็นวลีรูปอดีต หมายถึงโทรไปที่ที่ทำงานเพื่อบอกว่าตนเองป่วยและจะไม่มาทำงาน rang เป็นรูปอดีตของ ring โดยในวลีนี้ ring หมายถึงโทรศัพท์ ไม่ได้หมายถึงเสียงกระดิ่งดัง ในประโยคนี้ Madge แจ้งว่าตนเองจะขาดงาน ดังนั้นวลีนี้จึงบอกถึงการแจ้งที่ทำงาน ซึ่งทำให้ต้องมีคนอื่นมารับหน้าที่แทน ไม่ได้หมายถึงแค่การบอกว่าเธอรู้สึกป่วย

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ rang in sick ในความหมายว่าพนักงานโทรไปที่ทำงานเพื่อแจ้งว่าป่วย

  1. Rosa was sick at home but never contacted work. Rosa ป่วยอยู่ที่บ้านแต่ไม่เคยติดต่อที่ทำงาน
  2. Rosa rang a bell because she felt sick. Rosa สั่นกระดิ่งเพราะรู้สึกป่วย
  3. Rosa rang in sick, so her manager found a replacement. Rosa โทรมาแจ้งว่าป่วย ผู้จัดการของเธอจึงหาคนมาแทน
ดูคำตอบ

Rosa rang in sick, so her manager found a replacement. Rosa โทรมาแจ้งว่าป่วย ผู้จัดการของเธอจึงหาคนมาแทน

I have to get to work.

1:31

ฉันต้องไปทำงานแล้ว

I'll be on the couch.

1:32

ผมจะนอนอยู่บนโซฟานะ

No, I need you to go and buy a birthday present for Muffin. ไวยากรณ์

1:33

ไม่ได้ คุณต้องไปซื้อของขวัญวันเกิดให้มัฟฟิน

ไวยากรณ์

I need you to ...: มอบหมายงานที่จำเป็นโดยตรง

I need you to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกอีกฝ่ายว่าผู้พูดต้องการให้อีกฝ่ายทำบางอย่าง ในประโยคนี้ you คือคนที่ต้องไปซื้อของขวัญ ส่วน need ไม่ได้หมายถึงความต้องการทางร่างกาย โครงสร้างนี้ทำให้การกระทำดูเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นการมอบหมายงานโดยตรง จึงหนักแน่นและเน้นงานมากกว่า I want you to ... ซึ่งหลัก ๆ บอกว่าผู้พูดอยากให้เกิดอะไรขึ้น

แบบฝึกหัด

ผู้จัดการกำลังมอบหมายงานที่จำเป็นให้ Alex โดยตรง จงเติมประโยคด้วยโครงสร้าง need + คน + to: I ____ Alex ____ send the report before noon.

ดูคำตอบ

need · to

Oh, Madge.

1:36

โอ้ แมดจ์

Trixie said to get a Moonlight Unicorn.

1:37

ทริกซี่บอกให้ซื้อยูนิคอร์นแสงจันทร์

She collects them.

1:39

แกสะสมพวกมันน่ะ

But don't get one she's already got, okay? ไวยากรณ์

1:40

แต่อย่าซื้อตัวที่แกมีแล้วนะ เข้าใจไหม?

ไวยากรณ์

one she's already got: ใช้แทนคำนามเอกพจน์ที่ไม่ต้องการกล่าวซ้ำ

One ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ที่กล่าวถึงไปแล้ว เช่น ของเล่นหนึ่งชิ้นหรือรุ่นหนึ่งรุ่น ส่วนข้อความขยาย she's already got จำกัดความหมายให้เป็นของที่เธอมีอยู่แล้ว คำสรรพนามเชื่อมความแบบกรรม that ถูกละไว้: one (that) she's already got ในที่นี้ she's หมายถึง she has และ has got แสดงการครอบครอง ส่วน got ไม่ได้บอกจังหวะที่ได้รับสิ่งของ

แบบฝึกหัด

ก่อนหน้านี้มีการกล่าวถึงของเล่นชนิดหนึ่งหลายรุ่น จงเติมคำที่ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ในประโยค: Don't choose ____ you've already got.

ดูคำตอบ

one

Or she'll go bananas. สำนวน

1:42

ไม่งั้นแกคงสติแตกแน่

สำนวน

go bananas: ตื่นเต้นมากหรือควบคุมตัวเองไม่ได้

Go bananas เป็นสำนวนไม่เป็นทางการ หมายถึง ตื่นเต้นมาก โกรธมาก หรือควบคุมตัวเองไม่ได้ อารมณ์ที่แน่ชัดต้องดูจากบริบท ในประโยคนี้ ผู้พูดคาดว่าเธอจะโกรธและแสดงอาการรุนแรงจนควบคุมไม่ได้ คำว่า bananas ไม่ได้หมายถึงผลไม้ แต่ทั้งสำนวนบอกถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันและรุนแรง

แบบฝึกหัด

ในประโยค The crowd went bananas when the singer came back onstage คำว่า went bananas หมายถึงอะไร

  1. ฝูงชนเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ
  2. ฝูงชนตื่นเต้นอย่างมาก
  3. ฝูงชนซื้อผลไม้
ดูคำตอบ

ฝูงชนตื่นเต้นอย่างมาก

Well, how do I know which one she's already got? ไวยากรณ์

1:43

อ้าว แล้วผมจะรู้ได้ไงว่าแกมีตัวไหนแล้ว?

ไวยากรณ์

ลำดับคำของคำถามซ้อนใน how do I know which one she's already got?

How do I know ...? เป็นคำถามตรงที่อยู่ด้านนอก ส่วน which one she's already got เป็นเนื้อหาคำถามที่ซ้อนอยู่ข้างใน เมื่อส่วนด้านในเป็นคำถามซ้อน จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: which one + she has already got ในที่นี้ she's ย่อมาจาก she has รูปแบบนี้ถามว่าผู้พูดจะอาศัยข้อมูลหรือเหตุผลอะไรเพื่อให้รู้คำตอบได้ นอกจากนี้ยังอาจเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ด้วย ในประโยคนี้ผู้พูดกำลังชี้ว่ามีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะรู้คำตอบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าภายในคำถามซ้อนหลัง How do I know ได้ถูกต้อง

  1. How do I know which bus did you take?
  2. How do I know which bus you took?
  3. How I know which bus you took?
ดูคำตอบ

How do I know which bus you took?

The kids know.

1:45

เด็กๆ รู้

Don't you girls?

1:46

ใช่ไหมจ๊ะสาวๆ?

See, they'll tell you.

1:48

เห็นไหม พวกแกจะบอกคุณเอง

Gotta go. วลี

1:49

ต้องไปแล้วนะ

วลี

Gotta go.: การพูดว่า “ต้องไปแล้ว” แบบไม่เป็นทางการ

“Gotta go.” หมายถึง “ตอนนี้ฉันต้องไปแล้ว” โดยเข้าใจได้ว่าเป็นรูปตัดสั้นของ “I've got to go” ซึ่ง gotta เป็นรูปภาษาพูดแบบกันเองของ got to ส่วน I และ have ถูกละไว้ วลีนี้บอกว่าจำเป็นต้องไป และยังใช้จบบทสนทนาอย่างรวดเร็วก่อนออกไปได้ด้วย got ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการได้รับหรือมีสิ่งของ

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยค แล้วเลือกประโยคที่มีสำนวนบอกลาแบบไม่เป็นทางการ gotta go

  1. I've got a goal now.
  2. I've got to know the answer now.
  3. I've gotta go now.
ดูคำตอบ

I've gotta go now.

Hmm, it's quiet in here.

1:50

อืม ในนี้เงียบดีจัง

Oh, biscuits. สำนวน

1:52

โอ้ บิสกิต

สำนวน

Oh, biscuits.: คำอุทานแสดงความหงุดหงิดแบบเบา ๆ

ในที่นี้ “Oh, biscuits.” เป็นคำอุทานเบา ๆ ที่แสดงความหงุดหงิด ผิดหวัง หรือไม่สบายใจ คล้ายกับ Oh, no หรือ Darn คำว่า biscuits ในการใช้นี้ไม่ได้หมายถึงอาหาร การใช้คำเรียกอาหารธรรมดาแทนคำสบถที่รุนแรงกว่า ทำให้ปฏิกิริยานี้เหมาะกับเด็กและมีอารมณ์ขำ ๆ ใช้กับความผิดพลาดหรือปัญหาเล็กน้อย ไม่ใช่ความโกรธอย่างรุนแรง

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ "Oh, biscuits—I forgot my keys," คำว่า biscuits ทำหน้าที่อะไร?

  1. ระบุอาหารที่ผู้พูดอยากได้
  2. ถามว่ามีบิสกิตหรือไม่
  3. แสดงความหงุดหงิดเล็กน้อย
ดูคำตอบ

แสดงความหงุดหงิดเล็กน้อย

This episode of Bluey is called The Quiet Game.

1:54

บลูอี้ตอน นี้ชื่อว่า เกมเงียบสงบ

Oh, well, at least it's still nice and quiet.

1:57

โอ้ เอาเถอะ อย่างน้อยมันก็ยังสงบและเงียบดีนะ

Hey, you kids want some ice cream?

2:00

เฮ้ เด็กๆ อยากกินไอศกรีมไหม?

Kids?

2:04

เด็กๆ?

No?

2:05

ไม่อยากเหรอ?

Can't hear anything.

2:06

ไม่ได้ยินอะไรเลย

All right,

2:07

เอาล่ะ

well, if you change your mind, just speak up. โน้ต

2:07

อืม ถ้าเปลี่ยนใจก็พูดออกมาละกัน

วลี

change your mind: เปลี่ยนการตัดสินใจเดิม

Change your mind หมายถึงเปลี่ยนการตัดสินใจหรือความคิดเห็นที่มีอยู่แล้วไปเป็นอย่างอื่น ในประโยคนี้ ผู้ฟังเลือกที่จะเงียบอยู่ก่อนแล้ว ถ้าเปลี่ยนการตัดสินใจก็สามารถพูดออกมาได้ Mind ในที่นี้หมายถึงความคิด ความต้องการ หรือการตัดสินใจ ไม่ได้หมายถึงสมองที่เป็นอวัยวะ วลีนี้ใช้ได้เมื่อใครสักคนทบทวนและเปลี่ยนตัวเลือกเดิม

แบบฝึกหัด

Maya ตัดสินใจไว้แล้วว่าจะไม่ไป แต่ต่อมาเธอตัดสินใจไป ประโยคใดสื่ออย่างชัดเจนว่าเธอเปลี่ยนการตัดสินใจเดิม

  1. She made up her mind.
  2. She changed her brain.
  3. She changed her mind.
ดูคำตอบ

She changed her mind.

กริยาวลี

speak up: พูดสิ่งที่คิดหรือต้องการออกมา

ในประโยคนี้ speak up หมายถึงเลิกเงียบแล้วพูดสิ่งที่ตัวเองต้องการ เนื่องจากผู้ฟังไม่ได้พูดอยู่ก่อน จึงเป็นการชวนให้บอกตัวเลือกที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่การขอให้เพิ่มระดับเสียง กริยาวลีนี้ยังหมายถึงพูดให้ดังขึ้นเมื่ออีกฝ่ายได้ยินไม่ชัดได้ด้วย ให้ดูบริบทว่าปัญหาคืออะไร ถ้าเป็นความเงียบหรือความคิดเห็นที่ยังไม่ได้พูด หมายถึงให้พูดออกมา แต่ถ้าเสียงเบาเกินไปจึงหมายถึงให้พูดดังขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค "If you see a mistake in the report, speak up," คำว่า speak up หมายถึงอะไร

  1. ไม่พูดอะไรจนกว่าจะมีคนถาม
  2. บอกข้อผิดพลาดแทนที่จะเงียบไว้
  3. พูดให้ดังขึ้นเพราะไม่มีใครได้ยินคุณ
ดูคำตอบ

บอกข้อผิดพลาดแทนที่จะเงียบไว้

This is awesome.

2:11

เยี่ยมไปเลย

Good luck on your first day of work, Alfie. วลี

2:12

ขอให้โชคดีกับวันแรกของการทำงานนะ อัลฟี่

วลี

Good luck on + วันหรือเหตุการณ์ที่เฉพาะเจาะจง

Good luck on + วันหรือเหตุการณ์ที่เฉพาะเจาะจง ใช้เพื่ออวยพรให้อีกฝ่ายประสบความสำเร็จในสถานการณ์นั้น ในประโยคนี้ on your first day of work ระบุโอกาสที่ Alfie กำลังจะเผชิญ ใช้ on นำหน้าโอกาสที่ระบุชัด เช่น การสอบ การสัมภาษณ์ การแข่งขัน หรือวันแรก วลีทั้งหมดเป็นคำอวยพรที่ให้กำลังใจ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าความสำเร็จขึ้นอยู่กับโชคเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Good luck on + เหตุการณ์ที่เฉพาะเจาะจงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Good luck by your presentation this afternoon.
  2. Good luck on your presentation this afternoon.
  3. Good luck to your presentation this afternoon.
ดูคำตอบ

Good luck on your presentation this afternoon.

You're gonna do great. น้ำเสียง/เจตนา

2:15

ลูกต้องทำได้ดีแน่

น้ำเสียง/เจตนา

You're gonna do great: คำให้กำลังใจอย่างมั่นใจ

ประโยค You're gonna do great เป็นวิธีให้กำลังใจที่อบอุ่นและมั่นใจ ก่อนที่อีกฝ่ายจะเผชิญความท้าทาย หมายถึง “ฉันเชื่อว่าเธอจะทำได้ดีมาก” ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายจะทำสิ่งที่ชื่อ great Gonna เป็นรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ going to และ do great หมายถึงทำได้ดีมาก เมื่อเทียบกับ Good luck ประโยคนี้แสดงความเชื่อมั่นในความสามารถของอีกฝ่ายได้ตรงกว่า

แบบฝึกหัด

เพื่อนรู้สึกกังวลก่อนนำเสนอ ประโยคใดเป็นคำให้กำลังใจที่เป็นธรรมชาติ มั่นใจ และไม่เป็นทางการ

  1. You're gonna do greatly.
  2. You're gonna to do great.
  3. You're gonna do great.
ดูคำตอบ

You're gonna do great.

Trust me.

2:16

เชื่อแม่สิ

How do you know I won't mess it all up? กริยาวลี

2:17

แม่รู้ได้ไงว่าผมจะไม่ทำพังหมด?

กริยาวลี

mess it all up: ทำทุกอย่างพัง

mess ... up หมายถึงทำให้บางอย่างผิดพลาดหรือล้มเหลว ในประโยคนี้ mess it all up แสดงความกังวลว่าจะทำให้สถานการณ์ทั้งหมดพัง โดย up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้บอกทิศทาง mess up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม it ต้องวาง it ระหว่าง mess กับ up เป็น mess it up ส่วน all ใน mess it all up เน้นว่าหมายถึงเรื่องทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อความหมายว่า “ฉันอาจทำทุกอย่างพัง” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. I might mess up it all.
  2. I might make it all up.
  3. I might mess it all up.
ดูคำตอบ

I might mess it all up.

You won't.

2:19

ลูกจะไม่ทำพังหรอก

Just do your best and be as helpful as you can. โน้ต

2:20

แค่ทำเต็มที่และพยายามช่วยเหลือให้มากที่สุดก็พอ

วลี

do your best: พยายามให้ดีที่สุด

do your best หมายถึงพยายามให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ในสถานการณ์นั้น best หมายถึงความพยายามสูงสุดของตัวคุณเอง ไม่ใช่การต้องเก่งกว่าทุกคนหรือรับประกันว่าผลลัพธ์จะสมบูรณ์แบบ คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามบุคคล เช่น I do my best, she does her best และ they do their best ในที่นี้ Just ทำให้คำแนะนำฟังดูให้กำลังใจว่า แค่พยายามอย่างจริงใจก็เพียงพอแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมข้อความให้กำลังใจด้วย do your best: You cannot control every result, so just ____.

ดูคำตอบ

do your best

ไวยากรณ์

as helpful as you can: ระดับสูงสุดเท่าที่ทำได้

ในประโยคนี้ as helpful as you can หมายถึง ช่วยเหลือให้มากที่สุดเท่าที่คุณทำได้ ขีดจำกัดขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ฟัง ไม่ใช่การเปรียบเทียบผู้ฟังกับคนอื่น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ as + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ + as you can เช่น as clear as you can, as carefully as you can และ as soon as you can

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง as ... as you can และคำคุณศัพท์ในวงเล็บ: Please make your answer ____. (clear)

ดูคำตอบ

as clear as you can

Okay, Mum.

2:22

โอเคครับแม่

All right, toy section.

2:26

เอาล่ะ แผนกของเล่น

Uh, what's this thing called again, kids? น้ำเสียง/เจตนา

2:28

เอ่อ เจ้านี่มันเรียกว่าอะไรนะเด็กๆ?

น้ำเสียง/เจตนา

what's this thing called again: ถามชื่อที่ลืมไปแล้ว

ใน What's this thing called? คำว่า called หมายถึง การที่สิ่งหนึ่งมีชื่อเรียกเฉพาะ คำถามนี้จึงใช้ถามชื่อของสิ่งของ Again บอกว่าผู้พูดเคยรู้ เคยได้ยิน หรือเคยถามชื่อนั้นมาก่อน แต่ตอนนี้ลืมไปแล้ว ดังนั้นคำถามจึงหมายถึง ช่วยเตือนหน่อยว่าสิ่งนี้เรียกว่าอะไร ไม่ได้หมายถึง ตั้งชื่อให้สิ่งนี้อีกครั้ง

แบบฝึกหัด

เมื่อวานคุณได้ยินชื่อเครื่องมือในครัวชิ้นหนึ่ง แต่ลืมไปแล้ว คำถามใดเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. Should we give this tool another name?
  2. Could you use this tool again?
  3. What's this tool called again?
ดูคำตอบ

What's this tool called again?

Moonbeam something?

2:30

ลำแสงจันทร์อะไรสักอย่าง?

Kids?

2:32

เด็กๆ?

Oh, yeah.

2:34

โอ้ ใช่

You're still playing the Quiet Game.

2:35

ลูกๆ ยังเล่นเกมเงียบสงบกันอยู่

Okay, boop.

2:37

โอเค ปี๊บ

I've paused the game so you can tell me what toy Muffin wants. ไวยากรณ์

2:38

พ่อหยุดเกมไว้ก่อน ลูกจะได้บอกพ่อได้ว่ามัฟฟินอยากได้ของเล่นอะไร

ไวยากรณ์

so you can tell me: ใช้ so เพื่อบอกจุดประสงค์

ใน so you can tell me คำว่า so ใช้นำหน้าจุดประสงค์ของการหยุดเกมชั่วคราว การหยุดนี้ทำให้ผู้ฟังมีโอกาสพูด ไม่ได้เพียงบอกว่าเกิดอะไรขึ้นตามมาภายหลัง รูปแบบที่พบบ่อยคือ การกระทำโดยตั้งใจ + so (that) + ประธาน + can/could + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ can สำหรับโอกาสที่มีอยู่ตอนนี้หรือในภายหน้า ส่วน could มักใช้เมื่อมองจุดประสงค์จากช่วงเวลาในอดีต เช่น I moved closer so I could hear

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ so เพื่อนำหน้าจุดประสงค์ของการกระทำโดยตั้งใจ?

  1. Leo forgot his lunch, so he went home.
  2. The road was icy, so the school closed.
  3. I moved closer so I could hear the speaker.
ดูคำตอบ

I moved closer so I could hear the speaker.

Look, at least nod if I get it right. โน้ต

2:43

นี่ อย่างน้อยก็พยักหน้าถ้าพ่อทายถูกนะ

น้ำเสียง/เจตนา

at least nod: กำหนดการตอบสนองขั้นต่ำที่ยอมรับได้

At least nod ลดคำขอให้เหลือเพียงการตอบสนองขั้นต่ำที่ยอมรับได้ ผู้พูดอาจอยากได้คำตอบเป็นคำพูดมากกว่า แต่ถ้าผู้ฟังทำได้หรือยอมทำเพียงเท่านี้ การพยักหน้าก็เพียงพอ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ at least + การกระทำ ซึ่งหมายถึง “แม้จะไม่ทำอย่างอื่น อย่างน้อยก็ทำสิ่งนี้” ในที่นี้ไม่ได้เกี่ยวกับการคำนวณจำนวน

แบบฝึกหัด

at least nod ในประโยค If you don't want to speak, at least nod หมายความว่าอย่างไร?

  1. การพยักหน้าเป็นการตอบสนองขั้นต่ำที่ยอมรับได้
  2. การพยักหน้ามีประโยชน์น้อยกว่าการเงียบ
  3. การพยักหน้าเป็นสิ่งสูงสุดที่อนุญาตให้ทำได้
ดูคำตอบ

การพยักหน้าเป็นการตอบสนองขั้นต่ำที่ยอมรับได้

วลี

get it right: ได้คำตอบที่ถูกต้อง

get it right หมายถึง “ได้คำตอบที่ถูก เดาถูก หรือทำบางอย่างถูกต้อง” ในประโยคนี้ ผู้พูดต้องการให้อีกฝ่ายพยักหน้าเมื่อเดาถูก โครงสร้าง get + กรรม + right สื่อว่ากรรมหรือผลลัพธ์นั้นถูกต้อง it อาจหมายถึงคำถาม ชื่อ คำแนะนำ หรือความเข้าใจ ในที่นี้ right แปลว่า “ถูกต้อง” ไม่ใช่ทิศ “ขวา”

แบบฝึกหัด

ใน “If I get it right, nod” คำว่า get it right หมายถึงอะไร

  1. ได้คำตอบที่ถูกต้อง
  2. ย้ายสิ่งของไปทางขวา
  3. ได้รับสิ่งของนั้น
ดูคำตอบ

ได้คำตอบที่ถูกต้อง

Uh, what about this?

2:45

เอ่อ อันนี้ล่ะ?

How about this one?

2:47

แล้วอันนี้ล่ะ?

Oh, give me a clue. วลี

2:49

โอ้ ใบ้ให้พ่อหน่อยสิ

วลี

give me a clue: ขอคำใบ้

give me a clue หมายถึง “ให้ข้อมูลบางอย่างที่จะช่วยให้ฉันหาคำตอบได้” clue จะช่วยชี้ทางไปสู่คำตอบ แต่โดยปกติจะไม่เปิดเผยคำตอบทั้งหมด โครงสร้างคือ give + คน + สิ่งของ โดย me คือผู้รับ และ a clue คือสิ่งที่ขอ

แบบฝึกหัด

ถ้าคุณต้องการเพียงคำใบ้เล็กน้อยสำหรับปริศนา ไม่ได้ต้องการคำตอบทั้งหมด ควรพูดว่าอะไร

  1. Can you give me the answer?
  2. Can you give me a clue?
  3. Can you keep every clue from me?
ดูคำตอบ

Can you give me a clue?

Come on.

2:50

มาเถอะน่า

Uh, okay.

2:53

เอ่อ โอเค

Yep, Moon.

2:54

ใช่ พระจันทร์ (Moon)

Yes, I knew that one.

2:55

ใช่ อันนั้นพ่อรู้

Uh, Moon Roof?

2:57

เอ่อ หลังคาพระจันทร์ (Moon Roof)?

No, Moon Ceiling.

2:59

ไม่ใช่ เพดานพระจันทร์ (Moon Ceiling)

Moon Sprinkler?

3:00

สปริงเกอร์พระจันทร์ (Moon Sprinkler)?

Hey mate, have you got a toy called a Moon Sprinkler? โน้ต

3:01

เฮ้เพื่อน นายมีของเล่นที่ชื่อสปริงเกอร์พระจันทร์ไหม?

การใช้คำ

Hey mate: คำเรียกแบบไม่เป็นทางการ

mate ในที่นี้เป็นคำเรียกผู้ฟังโดยตรง ในภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการของออสเตรเลียและอังกฤษ คำนี้อาจฟังเป็นมิตรและสบาย ๆ ไม่ได้ยืนยันว่าทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน และอาจใช้เรียกคนแปลกหน้าได้ด้วย Hey mate ใช้เรียกความสนใจของพนักงานร้านก่อนขอความช่วยเหลือ และทำให้บทสนทนามีน้ำเสียงกันเองมากกว่าเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ตัดสินสถานการณ์: ในการสัมภาษณ์งานอย่างเป็นทางการ ผู้สมัครเริ่มพูดกับผู้สัมภาษณ์ว่า “Hey mate” โดยทั่วไปเป็นธรรมชาติหรือไม่?

  1. โดยทั่วไปเป็นธรรมชาติ
  2. โดยทั่วไปไม่เป็นธรรมชาติ
ดูคำตอบ

โดยทั่วไปไม่เป็นธรรมชาติ

ไวยากรณ์

have you got ...?: ถามถึงการครอบครองหรือสต็อกในปัจจุบัน

ใน have you got ...? คำว่า have got ทำหน้าที่รวมกันเป็นหน่วยเดียว หมายถึงมีหรือครอบครอง ในบริบทของร้านค้า คำถามนี้ถามว่าสินค้ามีอยู่ตอนนี้หรือไม่ ส่วน got ไม่ได้บอกถึงการกระทำที่ได้สินค้ามาแล้ว รูปคำถามนี้พบบ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลียที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และในที่นี้มีความหมายเท่ากับ Do you have ...?

แบบฝึกหัด

คำถามใดถามโดยตรงว่าตอนนี้ร้านมีที่ชาร์จรุ่นนี้สีดำหรือไม่?

  1. Have you gotten the black chargers from the supplier yet?
  2. Did you get this charger yesterday?
  3. Have you got this charger in black?
ดูคำตอบ

Have you got this charger in black?

Uh, I don't know.

3:03

เอ่อ ผมไม่ทราบครับ

Sorry.

3:05

ขอโทษด้วยครับ

It's my first day today.

3:05

วันนี้เป็นวันแรกของผม

I can check out the back. วลี

3:07

ผมไปเช็คดูข้างหลังให้ได้ครับ

วลี

check out the back: ไปตรวจดูบริเวณด้านหลังร้าน

ในบริบทของร้านค้า check out หมายถึง “ไปดู” หรือ “ตรวจสอบ” ส่วน the back หมายถึงบริเวณร้านที่อยู่หลังพื้นที่ของลูกค้า ซึ่งมักใช้เก็บสินค้าในสต็อกหรือเป็นพื้นที่ทำงานของพนักงาน ผู้พูดกำลังเสนอว่าจะไปดูว่ามีอะไรอยู่ในบริเวณด้านหลังนั้น ไม่ได้หมายถึงการคิดเงินหรือดูด้านหลังของสินค้า

แบบฝึกหัด

ในร้านค้า “I can check out the back” น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. ฉันช่วยลูกค้าชำระเงินได้
  2. ฉันไปดูพื้นที่เก็บสต็อกหรือพื้นที่ทำงานด้านหลังร้านได้
  3. ฉันตรวจดูด้านหลังของสินค้าได้
ดูคำตอบ

ฉันไปดูพื้นที่เก็บสต็อกหรือพื้นที่ทำงานด้านหลังร้านได้

Thanks, mate.

3:08

ขอบใจมากเพื่อน

Okay, where was I? น้ำเสียง/เจตนา

3:09

โอเค พ่อถึงไหนแล้วนะ?

น้ำเสียง/เจตนา

where was I?: กลับสู่ความคิดที่ถูกขัดจังหวะ

Where was I? เป็นสำนวนสนทนาที่ใช้เมื่อต้องการกลับไปยังจุดเดิมหลังจากถูกขัดจังหวะหรือลืมว่ากำลังคิดถึงอะไรอยู่ ในที่นี้ where หมายถึงจุดที่ดำเนินมาถึงในเรื่องเล่า คำอธิบาย งาน หรือความคิด ไม่ใช่สถานที่จริง ผู้พูดอาจถามคนอื่นหรือพูดกับตัวเองก็ได้ แล้วจึงพูดต่อด้วยคำอย่าง “Oh, right...”

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดสำหรับการพูดว่า “Where was I?”

  1. คุณถูกขัดจังหวะขณะเล่าเรื่องและต้องการเล่าต่อ
  2. คุณกำลังถามว่าอีกคนหนึ่งไปที่ไหน
  3. คุณต้องการให้ใครสักคนบอกตำแหน่งจริงที่คุณอยู่ตอนนี้
ดูคำตอบ

คุณถูกขัดจังหวะขณะเล่าเรื่องและต้องการเล่าต่อ

Moon.

3:12

พระจันทร์

Moon Truck?

3:15

รถบรรทุกพระจันทร์ (Moon Truck)?

Moon Headlight?

3:17

ไฟหน้าพระจันทร์ (Moon Headlight)?

Moon light?

3:18

แสง พระจันทร์ (Moon light)?

Moonlight!

3:19

แสงจันทร์ (Moonlight)!

Horse.

3:21

ม้า

Um, horse.

3:23

อืม ม้า

No, not horse.

3:24

ไม่ ไม่ใช่ม้า

That's a horn.

3:25

นั่นมันเขา

Horses don't have horns.

3:27

ม้าไม่มีเขา

Wait.

3:28

เดี๋ยวนะ

Unicorn.

3:29

ยูนิคอร์น

Moonlight Unicorn.

3:29

ยูนิคอร์นแสงจันทร์ (Moonlight Unicorn)

Boom.

3:31

ปิ๊งป่อง

Okay, where are the Moonlight Unicorns?

3:32

โอเค ยูนิคอร์นแสงจันทร์อยู่ไหนเนี่ย?

There's thousands of them. ไวยากรณ์

3:37

มีเป็นพันๆ ตัวเลยนะ

ไวยากรณ์

There's thousands of them: there's แบบไม่เป็นทางการหน้าพหูพจน์

There's เป็นรูปย่อของ there is ในประโยคนี้ใช้ขึ้นต้นวลีพหูพจน์ thousands of them และหมายความว่ามีสิ่งเหล่านั้นอยู่เป็นจำนวนมาก ในการพูดแบบสบาย ๆ และพูดโดยไม่ได้เตรียมตัว ผู้พูดบางคนใช้ there's เป็นคำขึ้นต้นตายตัวแม้ว่าคำที่ตามมาจะเป็นพหูพจน์ก็ตาม แต่ในภาษาอังกฤษมาตรฐานที่ผ่านการตรวจแก้ การสอดคล้องกับพหูพจน์ต้องใช้ There are thousands of them.

แบบฝึกหัด

เลือกคำอธิบายระดับภาษาของตัวอย่างที่ถูกต้องที่สุด

  1. There's thousands of them เป็นรูปไม่เป็นทางการที่อาจพบในการสนทนาสบาย ๆ แต่ในงานเขียนทางการควรใช้ There are thousands of them
  2. There's thousands of them ทำให้ thousands กลายเป็นรูปเอกพจน์
  3. There's thousands of them เป็นรูปที่ถูกต้องเพียงรูปเดียวในทุกระดับภาษา
ดูคำตอบ

There's thousands of them เป็นรูปไม่เป็นทางการที่อาจพบในการสนทนาสบาย ๆ แต่ในงานเขียนทางการควรใช้ There are thousands of them

And they're all different.

3:39

แถมแต่ละตัวก็ไม่เหมือนกันด้วย

Appledate. Pebbledasher.

3:40

แอปเปิลเดต เพบเบิลแดชเชอร์

Do you know which one Muffin wants?

3:43

ลูกรู้ไหมว่ามัฟฟินอยากได้ตัวไหน?

Can you tell me?

3:45

บอกพ่อได้ไหม?

No, you can't tell me.

3:46

ไม่ ลูกบอกพ่อไม่ได้

Can you point at it? วลี

3:47

ลูกชี้ให้ดูได้ไหม?

วลี

point at it: ชี้นิ้วไปยังเป้าหมาย

point at + คนหรือสิ่งของ หมายถึงหันนิ้ว มือ หรืออุปกรณ์ชี้อื่น ๆ ไปยังเป้าหมายนั้น ใน Can you point at it? ผู้พูดกำลังขอให้ทำท่าทางเพื่อระบุวัตถุนั้น คำบุพบท at ใช้นำหน้าเป้าหมาย Point it ไม่ได้หมายถึง “ทำท่าชี้ไปที่สิ่งนั้น” เมื่อ point เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม กรรมมักเป็นสิ่งที่ถูกหันหรือเล็ง เช่น Point the camera at the door.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดขอให้ใครชี้นิ้วไปยังภาพที่เจาะจงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Please point the picture you want.
  2. Please point at the picture you want.
  3. Please point on the picture you want.
ดูคำตอบ

Please point at the picture you want.

Look, kids, you win the Quiet Game, okay?

3:49

นี่ เด็กๆ ลูกชนะเกมเงียบสงบแล้ว โอเคไหม?

Hooray.

3:52

ไชโย

Gold medal, gold medal.

3:53

เหรียญทอง เหรียญทอง

You can talk now.

3:54

ลูกพูดได้แล้ว

Hooray.

3:56

ไชโย

Look, the Quiet Game isn't actually a real game.

3:57

นี่ เกมเงียบสงบจริงๆ แล้วไม่ใช่เกมจริงๆ หรอกนะ

I made it up cuz you kids were too noisy. กริยาวลี

4:00

พ่อแต่งมันขึ้นมาเพราะพวกลูกเสียงดังเกินไปน่ะ

กริยาวลี

made it up: แต่งสิ่งที่ไม่เป็นความจริงขึ้นมา

made it up เป็นรูปอดีตของ make something up ในที่นี้หมายถึงแต่งเรื่องนั้นขึ้นมาหรือสร้างสิ่งที่ไม่เป็นความจริง ผู้พูดยอมรับว่าเกมที่กล่าวถึงเป็นสิ่งที่ตนคิดขึ้นเอง เมื่อใช้ในความหมายนี้ make up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ คำนามวางไว้ข้างหลังหรือแทรกตรงกลางก็ได้: make up a story หรือ make a story up แต่ถ้าเป็นคำสรรพนามต้องวางตรงกลาง: made it up ไม่ใช่ made up it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ make something up: The excuse wasn't true; I ____.

ดูคำตอบ

made it up

I'm sorry.

4:04

พ่อขอโทษนะ

I'm a dodgy dad. การใช้คำ

4:05

พ่อมันเป็นพ่อที่เจ้าเล่ห์

การใช้คำ

dodgy dad: คำเรียกตัวเองแบบไม่เป็นทางการและขำตัวเอง

dodgy ใน dodgy dad หมายถึงไม่น่าไว้วางใจ น่าสงสัย หรือไม่ซื่อสัตย์ทั้งหมด ผู้พูดไม่ได้บอกว่าตนเป็นอันตรายทางร่างกาย แต่กำลังยอมรับว่าพฤติกรรมของตนในฐานะพ่อไม่น่าเชื่อถือเท่าไร การเรียกตัวเองว่า dodgy dad เป็นการประเมินตัวเองในแง่ลบด้วยน้ำเสียงเบา ๆ และขำตัวเอง แต่ถ้าใช้คำเดียวกันกับคนอื่นอย่างจริงจัง จะฟังดูเป็นการตำหนิมากกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ dodgy เป็นคำเรียกแบบไม่เป็นทางการและขำตัวเอง เพื่อบอกว่าคนหนึ่งไม่น่าไว้วางใจ

  1. I'm a careful babysitter—I wrote down every instruction.
  2. The babysitter dodged the ball before it hit her.
  3. I'm a dodgy babysitter—I forgot what time the children were supposed to go to bed.
ดูคำตอบ

I'm a dodgy babysitter—I forgot what time the children were supposed to go to bed.

So, that means you can talk now?

4:07

งั้นแปลว่า ตอนนี้เราพูดได้แล้วใช่ไหมคะ?

Oh, forget this. น้ำเสียง/เจตนา

4:11

โอ้ ลืมเรื่องนี้ไปซะเถอะ

น้ำเสียง/เจตนา

forget this: เลิกใช้วิธีที่กำลังลองอยู่

ในประโยคนี้ forget this หมายถึง “หยุดลองวิธีนี้” หรือ “เลิกใช้แนวทางนี้” ไม่ได้หมายถึงให้ลบเรื่องนี้ออกจากความทรงจำ ผู้พูดรู้สึกหงุดหงิดและตัดสินใจไม่ทำด้วยวิธีเดิมต่อ เป็นสำนวนสนทนาที่ใช้ยุติสิ่งที่กำลังลองอย่างรวดเร็ว และมักบอกเป็นนัยว่าจะเปลี่ยนไปใช้แผนอื่น

แบบฝึกหัด

forget this ใน “This method isn't working. Forget this—let's try another way” หมายถึงอะไร

  1. จดจำวิธีนี้อย่างตั้งใจ
  2. ใช้วิธีเดิมต่อไป
  3. หยุดใช้วิธีนี้แล้วเปลี่ยนแผน
ดูคำตอบ

หยุดใช้วิธีนี้แล้วเปลี่ยนแผน

Bramblehop. he'll do. วลี

4:12

แบรอมเบิลฮอป ตัวนี้แหละได้อยู่

วลี

he'll do: ยอมรับคนที่ดีพอสำหรับงาน

ในที่นี้ he'll do หมายถึง “เขาดีพอสำหรับจุดประสงค์นี้” หรือ “เราเลือกเขาได้” คำว่า do ไม่มีกรรมและหมายถึง “เพียงพอ” ไม่ได้หมายความว่าเขาจะลงมือทำบางอย่าง สำนวนนี้มักสื่อว่าเป็นตัวเลือกที่ใช้ได้จริง แม้อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด ถ้าพูดถึงสิ่งของให้ใช้ it'll do เช่น This box is small, but it'll do.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวน will do เพื่อบอกว่าสิ่งของนั้นใช้ได้: The shelf isn't ideal, but ____ for now.

ดูคำตอบ

it'll do

So, Muffin gets a unicorn she's already got.

4:15

สมมุติว่ามัฟฟินได้ยูนิคอร์นที่แกมีอยู่แล้ว

What's the worst that can happen? สำนวน

4:18

สิ่งที่แย่ที่สุดที่จะเกิดขึ้นได้คืออะไรกัน?

สำนวน

What's the worst that can happen? ในฐานะคำถามเชิงวาทศิลป์ที่ลดทอนความเสี่ยง

แม้รูปประโยคตามตัวอักษรจะถามถึงผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุด แต่ What's the worst that can happen? ในที่นี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดสื่อว่าแม้แต่ผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดก็คงไม่ร้ายแรงนัก มักใช้เพื่อปลอบใจตัวเองหรือหาเหตุผลให้กับการเสี่ยงเล็กน้อย ในเรื่องเล่า คำพูดที่มั่นใจเช่นนี้ยังอาจปูทางไปสู่ความย้อนแย้งได้ เพราะปัญหาอาจตามมาเพราะผู้พูดประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป ให้ดูจากบริบทว่าผู้พูดต้องการคำตอบจริงหรือไม่

แบบฝึกหัด

ในประโยค “I might sing in the talent show. What's the worst that can happen?” คำถามท้ายประโยคน่าจะทำหน้าที่ใดมากที่สุด

  1. ลดทอนความเสี่ยงและกระตุ้นให้ผู้พูดลองทำ
  2. ประกาศว่าผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดเกิดขึ้นแล้ว
  3. ขอรายการเหตุร้ายทั้งหมดที่อาจเกิดขึ้นอย่างครบถ้วน
ดูคำตอบ

ลดทอนความเสี่ยงและกระตุ้นให้ผู้พูดลองทำ

Huh?

4:20

หะ?

Okay, you're Muffin.

4:25

โอเค ลูกคือมัฟฟิน

Got it.

4:26

เข้าใจละ

It's your birthday.

4:27

วันนี้วันเกิดลูก

You get your present.

4:28

ลูกได้ของขวัญ

You unwrap it.

4:30

ลูกแกะห่อ

It's Bramblehop.

4:31

มันคือแบรอมเบิลฮอป

Oh, boy.

4:34

โอ้ ตายละ

Oh.

4:36

โอ้

Oh, well, that's not good.

4:39

โอ้ อืม นั่นไม่ดีเลย

Wow.

4:45

ว้าว

Can I help you? น้ำเสียง/เจตนา

4:46

ให้ผมช่วยอะไรไหมครับ?

น้ำเสียง/เจตนา

Can I help you? ในฐานะคำเปิดบทสนทนาในงานบริการ

ในร้านค้า โรงแรม หรือเคาน์เตอร์บริการ Can I help you? เป็นคำเปิดบทสนทนาที่พนักงานใช้เพื่อเสนอความช่วยเหลือและเชิญให้ลูกค้าบอกสิ่งที่ต้องการ คำถามนี้ไม่ได้เน้นถามว่าพนักงานมีความสามารถช่วยหรือไม่ แต่มีหน้าที่ทางสังคมใกล้เคียงกับคำว่า “มีอะไรให้ช่วยไหม?”

แบบฝึกหัด

ลูกค้าคนหนึ่งกำลังมองไปรอบ ๆ ร้านและดูเหมือนไม่แน่ใจ พนักงานควรใช้ประโยคใดเพื่อเสนอความช่วยเหลืออย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Can you help me?
  2. Can I help you?
  3. You must tell me what you want.
ดูคำตอบ

Can I help you?

I'll be right back. วลี

4:48

เดี๋ยวพ่อมานะ

วลี

I'll be right back: บอกว่าจะกลับมาในไม่ช้า

I'll be right back หมายถึง “ฉันจะกลับมาในอีกไม่นาน” ผู้พูดออกไปเพียงชั่วครู่และทำให้ผู้ฟังสบายใจว่าการหยุดสนทนาหรือกิจกรรมจะใช้เวลาไม่นาน ในที่นี้ right เน้นความหมายด้านเวลาของ back ว่า “ทันที” หรือ “อีกเดี๋ยว” ไม่ได้หมายถึงทิศ “ขวา”

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำจากบทเรียนนี้เพื่อบอกว่าจะกลับมาในอีกไม่นาน: I need to answer the door. I'll be ____.

ดูคำตอบ

right back

Right, act out the name of the one Muffin wants and I'll guess it. กริยาวลี

4:49

เอาล่ะ แสดงท่าทางชื่อตัวที่มัฟฟินอยากได้มา แล้วพ่อจะทาย

กริยาวลี

act out: แสดงเนื้อหาด้วยท่าทาง

ในประโยคนี้ act out หมายถึงแสดงคำตอบด้วยการเคลื่อนไหว สีหน้า หรือการแสดงสั้น ๆ แทนการพูดคำตอบ ความหมายนี้พบได้บ่อยในเกมทายคำ กิจกรรมในชั้นเรียน และการแสดงละคร act out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ โดยพูดได้ทั้ง act out the word และ act the word out หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางเป็น act it out

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีจากบทเรียนนี้ในคำสั่งของเกมทายคำ: Do not say the answer. ____ the animal so we can guess it.

ดูคำตอบ

Act out

Uh, writing, writing bird book.

4:55

เอ่อ เขียนหนังสือ เขียนหนังสือ นก หนังสือ

Book bird.

4:58

หนังสือนก

Book chicken.

4:59

หนังสือไก่

Yes.

5:00

ใช่

No, not book chicken.

5:01

ไม่ ไม่ใช่หนังสือไก่

Hand, finger, finger chicken, chicken hands.

5:02

มือ นิ้ว นิ้วไก่ มือไก่

Is it chicken hands?

5:05

มือไก่เหรอ?

Oh, Madge,

5:06

โอ้ แมดจ์

Why can't you take better care of yourself? วลี

5:08

ทำไมคุณดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้ไม่ได้นะ?

วลี

take better care of yourself: ดูแลตัวเองให้ดียิ่งขึ้น

Take care of yourself หมายถึงดูแลสุขภาพ ความปลอดภัย การพักผ่อน และความต้องการในชีวิตประจำวันของตัวเอง คำว่า better เพิ่มความหมายว่าตอนนี้ยังดูแลตัวเองได้ไม่ดีพอและควรปรับปรุง เมื่ออยู่ในรูป Why can't you...? คำถามนี้ไม่ได้ถามข้อมูลอย่างเป็นกลาง แต่มักสื่อความหงุดหงิดหรือตำหนิ ผู้พูดคิดว่าอีกฝ่ายควรดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้อยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ดูแลสุขภาพและความต้องการในชีวิตประจำวันของตัวเองให้ดีกว่าเดิม”: You have been skipping meals and sleeping too little, so please ____.

ดูคำตอบ

take better care of yourself

Sorry, sir.

5:10

ขอโทษครับท่าน

We don't have any Moon Sprinklers.

5:11

เราไม่มีสปริงเกอร์พระจันทร์เลยครับ

I'm not actually sure they exist. น้ำเสียง/เจตนา

5:13

ผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ามันมีอยู่จริงไหม

น้ำเสียง/เจตนา

not actually sure they exist: ไม่แน่ใจอย่างระมัดระวังว่ามีอยู่จริง

I'm not actually sure they exist หมายความว่าผู้พูดยืนยันไม่ได้ว่าสิ่งเหล่านั้นมีอยู่จริง sure ตามด้วยอนุประโยค they exist ซึ่งระบุชัดว่าไม่แน่ใจเรื่องอะไร ประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดมั่นใจว่าสิ่งเหล่านั้นไม่มีอยู่ actually ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังแก้สมมติฐานก่อนหน้า กล่าวคือ มีคนมองว่าสิ่งเหล่านั้นมีอยู่จริง แต่ตอนนี้ผู้พูดตั้งข้อสงสัยกับสมมติฐานนั้น ความระมัดระวังมาจาก I'm not sure เป็นหลัก จึงไม่ฟันธงเท่ากับ They don't exist

แบบฝึกหัด

ลูกค้าถามหาสินค้าที่พนักงานหาไม่พบ แต่พนักงานยังไม่ได้ยืนยันว่าสินค้านั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง คำตอบใดตั้งคำถามกับสมมติฐานของลูกค้าอย่างระมัดระวัง

  1. I'm sure that item exists.
  2. I'm not actually sure that item exists.
  3. That item definitely doesn't exist.
ดูคำตอบ

I'm not actually sure that item exists.

Forget the Sprinklers, I've got a new problem. ลำดับความ

5:15

ลืมสปริงเกอร์ไปเถอะ ฉันมีปัญหาใหม่แล้ว

ลำดับความ

Forget X ... I've got a new problem: การเปลี่ยนจุดสนใจและลำดับความสำคัญ

ในที่นี้ Forget the Sprinklers หมายถึง “ตอนนี้อย่าเพิ่งสนใจเรื่องสปริงเกลอร์” ไม่ได้สั่งให้ลืมออกจากความทรงจำจริง ๆ ประโยคคำสั่งนี้นำปัญหาเดิมออกจากจุดสนใจในขณะนั้น I've got a new problem เสนอเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญใหม่ทันที รูปแบบ Forget X; Y เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการเพื่อเปลี่ยนทิศทางบทสนทนาอย่างรวดเร็ว เมื่อขณะนี้ Y สำคัญกว่า

แบบฝึกหัด

ปัญหาเล็กน้อยของเครื่องพิมพ์ถูกแทนที่ด้วยเหตุขัดข้องเร่งด่วนของเซิร์ฟเวอร์ ประโยคใดเปลี่ยนลำดับความสำคัญได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Keep talking about the printer; the server has stopped working.
  2. The printer forgot the server because it stopped working.
  3. Forget the printer for now; the server has stopped working.
ดูคำตอบ

Forget the printer for now; the server has stopped working.

Muffin wants a unicorn thing. การใช้คำ

5:17

มัฟฟินอยากได้พวกยูนิคอร์น

การใช้คำ

unicorn thing: ใช้ thing เรียกสิ่งของที่ไม่รู้ชื่อ

ใน unicorn thing คำว่า thing เป็นคำนามหลัก หมายถึงสิ่งของที่ผู้พูดไม่รู้ จำไม่ได้ หรือไม่จำเป็นต้องบอกชื่อที่แน่นอน ส่วน Unicorn จำกัดความหมายให้เป็นสิ่งที่เกี่ยวกับยูนิคอร์น รูปแบบคำนามหรือคำคุณศัพท์ + thing พบได้บ่อยในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ เช่น a kitchen thing, that phone thing เป็นชื่อเรียกชั่วคราวที่คลุมเครือ ไม่ใช่ชื่อสินค้าอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

คุณไม่รู้ชื่อของสิ่งของชิ้นเล็กที่อยู่ข้างโคมไฟ ประโยคใดใช้ thing ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Can you pass me that little metal person beside the lamp?
  2. Can you pass me that little metal thing beside the lamp?
  3. Can you pass me that little metal idea beside the lamp?
ดูคำตอบ

Can you pass me that little metal thing beside the lamp?

These kids know which one.

5:19

เด็กพวกนี้รู้ว่าตัวไหน

I need you to figure it out. กริยาวลี

5:20

ฉันต้องการให้นายหาคำตอบให้ที

กริยาวลี

figure it out: คิดเพื่อแก้หรือทำความเข้าใจ

ในประโยคนี้ figure it out หมายถึงทำความเข้าใจสถานการณ์หรือหาคำตอบด้วยการคิด สังเกต หรือลองทำ figure out ทำหน้าที่เป็นกริยาวลีหนึ่งชุด โดย out ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ออกไปข้างนอก figure out เป็นกริยาวลีที่แยกได้ ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง figure กับ out เป็น figure it out ไม่ใช่ figure out it ส่วนกรรมที่เป็นคำนามวางไว้หลังทั้งวลีได้ เช่น figure out the answer

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย figure out โดยเรียงคำให้ถูกต้อง: I can't open the lock yet, but I'll ____.

ดูคำตอบ

figure it out

Why don't you just ask them? น้ำเสียง/เจตนา

5:22

ทำไมคุณไม่ถามพวกเธอไปเลยล่ะครับ?

น้ำเสียง/เจตนา

Why don't you just + กริยา: การเสนอแนะโดยตรง

Why don't you + กริยารูปพื้นฐาน มักใช้เพื่อเสนอแนะ ไม่ได้ถามหาเหตุผลตามตัวอักษร ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังแนะนำให้ไปถามพวกเขาโดยตรง just ทำให้การกระทำนั้นดูง่ายหรือเห็นได้ชัด โดยให้อารมณ์ประมาณว่า “ทำไมไม่ทำแบบนี้ไปเลยล่ะ” น้ำเสียงและบริบทอาจทำให้ข้อเสนอนี้ฟังดูเป็นการช่วยเหลือ หรือฟังดูไม่อดทนและเหมือนมองข้ามความยากของปัญหาเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานหาห้องประชุมไม่เจอ และคุณคิดว่าการถามพนักงานต้อนรับเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ประโยคใดเป็นคำแนะนำโดยตรงแบบนี้

  1. Why didn't you ask the receptionist?
  2. Why do you never ask the receptionist?
  3. Why don't you just ask the receptionist?
ดูคำตอบ

Why don't you just ask the receptionist?

Look, Alfie, you'll understand one day.

5:24

นี่ อัลฟี่ สักวันนายจะเข้าใจ

Can you help me?

5:26

นายช่วยฉันได้ไหม?

Yes, I can help you.

5:29

ได้ครับ ผมช่วยคุณได้

Good man, Alfie. น้ำเสียง/เจตนา

5:31

ดีมาก อัลฟี่

น้ำเสียง/เจตนา

“Good man, Alfie.” ในฐานะคำชมแบบไม่เป็นทางการ

ในที่นี้ Good man เป็นคำชมหรือแสดงการยอมรับสั้น ๆ ในภาษาพูดที่พูดกับ Alfie หลังจากเขาตกลงจะช่วย ความหมายใกล้กับ “ทำได้ดี” หรือ “อย่างนี้สิ” ไม่ใช่การตัดสินอย่างจริงจังว่าเขาเป็นคนดีทางศีลธรรม Alfie เป็นคำเรียกผู้ฟังโดยตรง วลีนี้ชมการตอบรับหรือการกระทำของเขา และเพราะเป็นคำพูดสั้น ๆ จึงฟังดูให้กำลังใจ แต่ก็อาจทำให้ผู้พูดดูอาวุโสกว่าหรือเป็นฝ่ายคุมสถานการณ์

แบบฝึกหัด

เพื่อนผู้ชายเพิ่งตกลงจะช่วยคุณยกกล่องหลายใบ คำตอบใดใช้ Good man เป็นคำชมแบบไม่เป็นทางการได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. You are a good man, Leo; people trust your honesty.
  2. Good man, Leo. Thanks for helping.
  3. Good man, Professor Chen. Your formal evaluation will now begin.
ดูคำตอบ

Good man, Leo. Thanks for helping.

All right, action.

5:31

เอาล่ะ แอคชั่น

See, that one's writing.

5:34

ดูสิ คนนั้นกำลังเขียนหนังสือ

I think it's book,

5:35

ผมคิดว่ามันคือหนังสือ (book) นะครับ

but I can't see any starting with book.

5:36

แต่ผมไม่เห็นตัวไหนขึ้นต้นด้วยหนังสือเลย

You're definitely writing something, but not a book.

5:39

เธอกำลังเขียนอะไรสักอย่างอยู่แน่ๆ แต่ไม่ใช่หนังสือ

It's not what you're writing, ลำดับความ

5:43

ไม่ใช่สิ่งที่เธอกำลังเขียน

it's what you're writing with.

5:45

แต่มันคือสิ่งที่เธอใช้เขียน

ลำดับความ

It's not what ..., it's what ... with: การย้ายจุดสนใจ

รูปแบบ It's not X, it's Y ใช้แก้จุดที่ผู้ฟังกำลังให้ความสำคัญ ส่วนแรกปฏิเสธจุดที่เข้าใจไปก่อน และส่วนที่สองบอกจุดที่แท้จริง ในประโยคนี้ what you're writing หมายถึงเนื้อหาที่เขียน ส่วน what you're writing with หมายถึงเครื่องมือที่ใช้เขียน ใน what you're writing with คำว่า what ทำหน้าที่เป็นกรรมของ with ในภาษาอังกฤษทั่วไป บุพบทนี้วางท้ายได้อย่างเป็นธรรมชาติและละไม่ได้ในประโยคนี้ เพราะถ้าไม่มี with ทั้งสองส่วนจะถามถึงสิ่งที่กำลังเขียนเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

เบาะแสอยู่ที่เครื่องมือวาดภาพ ไม่ใช่ตัวภาพ ประโยคใดย้ายจุดสนใจได้ถูกต้อง

  1. It's not what Nina painted; it's where she painted with.
  2. It's not what Nina painted; it's what she painted with.
  3. It's not what Nina painted with; it's what she painted.
ดูคำตอบ

It's not what Nina painted; it's what she painted with.

Pen.

5:48

ปากกา (Pen)

Yeah.

5:49

ใช่แล้ว

Good one, Alfie.

5:50

เก่งมาก อัลฟี่

Now, what about you?

5:52

เอาล่ะ แล้วหนูล่ะ?

See, I thought it was a chicken or some sort of pheasant, วลี

5:54

ดูสิ ฉันนึกว่ามันเป็นไก่หรือไก่ฟ้าอะไรพวกนั้นซะอีก

maybe a partridge.

5:56

อาจจะเป็นนกกระทา

วลี

some sort of pheasant: ประเภทที่ไม่แน่ชัด

ใน some sort of pheasant คำว่า some sort of แสดงว่าผู้พูดพอจัดสัตว์นั้นไว้ในกลุ่มกว้าง ๆ ได้ แต่บอกชื่อที่แน่นอนไม่ได้ ในที่นี้ sort หมายถึง “ชนิด” หรือ “ประเภท” โครงสร้าง some sort of + คำนาม ใช้คาดเดาแบบคร่าว ๆ จากข้อมูลที่มีจำกัด ทำให้ฟังไม่แน่ใจเท่ากับการพูดตรง ๆ ว่า it was a pheasant

แบบฝึกหัด

คุณเห็นสัตว์ที่ไม่คุ้นเคยในความมืดและทำได้เพียงคาดเดาคร่าว ๆ ประโยคใดแสดงความไม่แน่ใจนี้ได้ดีที่สุด

  1. It was definitely a sparrow.
  2. It was some sort of bird, but I couldn't identify it.
  3. I liked the bird.
ดูคำตอบ

It was some sort of bird, but I couldn't identify it.

Is there a pen partridge?

5:57

มีนกกระทาปากกาไหม?

Shh.

5:59

ชู่ว

Oh, yeah.

5:59

โอ้ ใช่

Sorry.

5:59

ขอโทษที

You've got wings like a bird, ไวยากรณ์

6:01

เธอมีปีกเหมือนนก

ไวยากรณ์

like a bird: การเปรียบเทียบลักษณะที่คล้ายกัน

ใน like a bird คำว่า like นำสิ่งที่ใช้เป็นตัวเปรียบเทียบเข้ามา วลีนี้ขยาย wings และเปรียบปีกเหล่านั้นกับปีกของนก ไม่ได้หมายความว่าใครชอบนก ใช้ like + คำนามหรือคำสรรพนาม เพื่อบอกว่าคนหรือสิ่งของมีรูปลักษณ์ เสียง หรือวิธีเคลื่อนไหวที่คล้ายกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำเปรียบเทียบที่หมายถึง “คล้ายกับ” ไม่ใช่ “ในบทบาทของ” ลงในประโยค: The dancer moved ____ a bird across the stage.

ดูคำตอบ

like

but they're big wings.

6:04

แต่มันเป็นปีกที่ใหญ่มาก

Come on, Alfie.

6:06

มาเถอะ อัลฟี่

You have to be helpful.

6:07

นายต้องช่วยนะ

Oh, you're squawking.

6:09

โอ้ เธอกำลังร้องเสียงแหลม

No, no, that's not squawking.

6:11

ไม่ ไม่ นั่นไม่ใช่เสียงร้อง

That's breathing fire. วลี

6:14

นั่นคือการพ่นไฟต่างหาก

วลี

breathing fire: สำนวนมาตรฐานสำหรับการพ่นไฟของมังกร

ในประโยคนี้ breathing fire หมายถึงการปล่อยเปลวไฟออกจากปาก เป็นสำนวนภาษาอังกฤษมาตรฐานที่ใช้บอกสิ่งที่มังกรและสัตว์ในจินตนาการที่คล้ายกันทำ ไม่ได้หมายถึงการหายใจตามปกติใกล้กองไฟ Breathing เป็นรูป -ing ของ breathe เมื่ออยู่หลัง That's (That is) จะระบุการกระทำที่กำลังแสดงอยู่ ดังนั้นการกระทำนี้จึงเป็นคำใบ้ว่าเป็นมังกร

แบบฝึกหัด

ใช้ breathe fire ในรูป present progressive เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The dragon is ____.

ดูคำตอบ

breathing fire

Pen Dragon. Yes. สำนวน

6:18

ปากกามังกร (Pen Dragon) ใช่แล้ว

สำนวน

Pen Dragon: การรวม pen + dragon ให้เป็นชื่อ

ในที่นี้ Pen Dragon เกิดจากการนำคำใบ้สองส่วนที่แสดงท่าทางไว้ คือ pen และ dragon มาต่อกันเป็นชื่อของเล่นที่ต้องการทาย Pen และ dragon เป็นคำใบ้คนละส่วน และ Yes ยืนยันว่าการรวมกันนี้คือคำตอบ อย่าเข้าใจว่าเป็นคำบรรยายทั่วไปของมังกรที่มีหรือใช้ปากกา การเล่นคำในเกมใบ้นี้ทำงานโดยแยกชื่อออกเป็นส่วนภาษาอังกฤษที่มีความหมาย แสดงท่าทางของแต่ละส่วน แล้วนำส่วนเหล่านั้นกลับมารวมกัน

แบบฝึกหัด

ในเกมใบ้นี้ ควรเข้าใจ Pen Dragon อย่างไร

  1. เป็นการรวมคำใบ้ pen และ dragon เพื่อสร้างชื่อที่ต้องการทาย
  2. เป็นการบรรยายมังกรที่กำลังใช้ปากกา
  3. เป็นคำภาษาอังกฤษทั่วไปสำหรับมังกรของเล่นทุกชนิด
ดูคำตอบ

เป็นการรวมคำใบ้ pen และ dragon เพื่อสร้างชื่อที่ต้องการทาย

Yes.

6:20

ใช่

We got it. วลี

6:21

เราหาเจอแล้ว

วลี

We got it. ในความหมายว่า “เราหาคำตอบได้แล้ว”

ในที่นี้ We got it หมายถึง “เราเข้าใจแล้ว” หรือ “เราหาคำตอบได้แล้ว” รูปอดีต got แสดงว่ากลุ่มทำสำเร็จแล้ว ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาได้รับหรือหยิบสิ่งของชิ้นหนึ่ง คำสรรพนาม it ชี้ไปยังปัญหาหรือคำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้วจากบทสนทนา ในบริบทอื่น get it อาจหมายถึงเข้าใจ ได้รับ หรือได้บางสิ่งมา จึงต้องดูสถานการณ์รอบข้างเพื่อระบุความหมายที่ตั้งใจสื่อ

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งเพิ่งแก้ปริศนาได้ ประโยคใดใช้ We got it ในความหมายว่า “เราหาคำตอบได้แล้ว”

  1. We got it from the top shelf.
  2. We got it in the mail this morning.
  3. We got it! The answer is twelve.
ดูคำตอบ

We got it! The answer is twelve.

Bingo, you spoke.

6:23

บิงโก พี่พูดแล้วนะ

So did you. ไวยากรณ์

6:24

น้องก็เหมือนกัน

ไวยากรณ์

So did you. ในความหมายว่า “คุณก็ทำเหมือนกัน”

So did you หมายถึง “คุณก็ทำสิ่งเดียวกัน” โดยใช้โครงสร้าง so + กริยาช่วย + ประธาน คำว่า did ใช้แทนการกระทำในอดีตที่กล่าวถึงไปแล้ว จึงไม่ต้องพูดวลีกริยาทั้งหมดซ้ำ ในบทสนทนานี้ ประโยคดังกล่าวชี้การกระทำนั้นกลับไปยังอีกฝ่าย จึงใช้เป็นคำตอบสั้น ๆ หรือการโต้กลับแบบไม่รุนแรงได้ ในที่นี้ so หมายถึง “ด้วย” ไม่ใช่ “ดังนั้น”

แบบฝึกหัด

Alex พูดว่า “You laughed at the joke.” คำตอบใดหมายถึง “คุณก็หัวเราะเหมือนกัน”

  1. So you did.
  2. So do you.
  3. So did you.
ดูคำตอบ

So did you.

Oh, I did.

6:25

โอ้ ฉันพูดจริงๆ ด้วย

Alfie, you rock star. สำนวน

6:27

อัลฟี่ นายมันร็อคสตาร์

สำนวน

you rock star: คำชมเชิงเปรียบเทียบอย่างตื่นเต้น

ในประโยคนี้ you rock star เป็นวลีนามที่ใช้เรียก Alfie โดยตรง ผู้พูดเปรียบเขากับนักแสดงที่โดดเด่นและเป็นที่ชื่นชม เพื่อสื่อว่า “ทำได้ยอดเยี่ยมมาก” หรือ “ช่วยได้มากจริง ๆ” เป็นคำชมอย่างตื่นเต้น ไม่ได้บอกว่าเขาเป็นนักดนตรีจริง ๆ ต่างจากประโยคเต็ม You are a rock star รูปสั้นนี้ใช้โครงสร้าง you + คำนามที่เป็นคำชม เพื่อเรียกอีกฝ่ายโดยตรง เช่น You genius! รูปสั้นทำให้คำชมฟังฉับไวและมีชีวิตชีวา

แบบฝึกหัด

เพื่อนช่วยแก้ปัญหายากให้คุณได้อย่างรวดเร็ว คำตอบใดเป็นคำชมที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

  1. You are literally a rock musician.
  2. You rock star!
  3. Your performance is satisfactory.
ดูคำตอบ

You rock star!

Alfie, Alfie, Alfie.

6:29

อัลฟี่ อัลฟี่ อัลฟี่

Hey mate, are you his boss?

6:32

เฮ้เพื่อน คุณเป็นเจ้านายเขาเหรอ?

Yes.

6:34

ใช่ครับ

Well, he's a legend.

6:35

แหม เขาคือตำนานเลยนะเนี่ย

Yay.

6:36

เย่

Wrapping Muffin's present.

6:39

ห่อของขวัญให้มัฟฟินอยู่จ้า

Oh, we need some more sticky tape. การใช้คำ

6:42

โอ้ เราต้องใช้เทปใสเพิ่ม

การใช้คำ

sticky tape: คำภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลียสำหรับเทปกาว

Sticky tape เป็นคำที่ใช้ในชีวิตประจำวันในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย หมายถึงเทปกาว ซึ่งมักเป็นชนิดใสที่ใช้ห่อของขวัญหรือติดกระดาษ ในประโยคนี้ some more sticky tape หมายถึงต้องใช้เทปชนิดนั้นเพิ่มอีกเล็กน้อย โดย tape เป็นคำนามนับไม่ได้ในที่นี้ ในบริบทอื่น tape อาจหมายถึงสื่อสำหรับบันทึกเสียงหรือภาพ แต่บริบทของการห่อของขวัญทำให้ชัดเจนว่าหมายถึงเทปกาว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ขอเทปกาวใสได้เป็นธรรมชาติที่สุดในภาษาอังกฤษแบบบริติชหรือออสเตรเลียในชีวิตประจำวัน

  1. Please pass me the sticky tape.
  2. Please pass me the sticky notes.
  3. Please pass me the recording tape.
ดูคำตอบ

Please pass me the sticky tape.

Oh, here's some more.

6:44

โอ้ อยู่นี่ไง

Thank you.

6:46

ขอบคุณจ้า

I'm back.

6:48

กลับมาแล้ว

Our mother is back.

6:49

แม่เรากลับมาแล้ว

How's Madge?

6:51

แมดจ์เป็นไงบ้าง?

Wow, it's loud in here.

6:53

ว้าว ในนี้เสียงดังจัง

We like it loud.

6:55

เราชอบเสียงดังๆ

Well, maybe just a little quieter for your poor Dad. น้ำเสียง/เจตนา

6:57

อืม บางทีอาจจะเบาเสียงลงหน่อยเพื่อพ่อผู้น่าสงสารของลูกนะ

น้ำเสียง/เจตนา

maybe just a little quieter: คำขออย่างนุ่มนวลให้เบาเสียงลง

maybe just a little quieter เป็นคำขอแบบนุ่มนวลให้ลดระดับเสียงลงเล็กน้อยจากตอนนี้ quieter เป็นรูปเปรียบเทียบ หมายถึง “เบากว่าตอนนี้” ส่วน maybe เปิดโอกาสให้ต่อรอง และ just a little ทำให้การเปลี่ยนแปลงดูเล็กน้อย ในประโยคนี้ maybe ไม่ได้แสดงความไม่แน่ใจ แต่ช่วยลดความรู้สึกเหมือนคำสั่ง เมื่อใช้ร่วมกับ for your poor Dad จึงเป็นการขอให้เด็ก ๆ เบาเสียงลงโดยไม่ตรงเกินไปเหมือน Be quiet

แบบฝึกหัด

คุณต้องการขอให้คนในครอบครัวลดเสียงลงเล็กน้อยโดยไม่ออกคำสั่งแรง ๆ ประโยคใดใช้รูปแบบที่ทำให้นุ่มนวลนี้ได้ดีที่สุด

  1. Turn the music down.
  2. Be quiet right now.
  3. Maybe just a little quieter, please.
ดูคำตอบ

Maybe just a little quieter, please.

Uh, I'm fine.

7:00

เอ่อ ผมไม่เป็นไร

It's music to my ears. สำนวน

7:02

มันเป็นเสียงสวรรค์สำหรับผมเลยล่ะ

สำนวน

music to my ears: สำนวนแสดงความดีใจเมื่อได้ยินบางอย่าง

music to my ears เป็นสำนวนที่ใช้บอกว่าสิ่งที่ได้ยินทำให้ผู้พูดดีใจหรือโล่งใจมาก อาจใช้กับเสียงที่น่าพอใจ ข่าวดี การเห็นด้วย หรือคำสัญญาก็ได้ ไม่ได้หมายความว่ามีเพลงกำลังเล่นอยู่จริง ในประโยคนี้ It's music to my ears เปลี่ยนภาพเสียงอึกทึกของเด็ก ๆ ให้กลายเป็นสิ่งที่พ่อดีใจที่ได้ยินอย่างขบขัน สำนวนนี้แสดงปฏิกิริยาเชิงบวกและพลิกจากความต้องการให้เงียบก่อนหน้านี้

แบบฝึกหัด

ผู้จัดการบอกว่าทีมกลับบ้านเร็วได้วันนี้ คำตอบใดแสดงความดีใจที่ได้ยินข่าวนี้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. I can hear music in the office.
  2. That's music to my ears.
  3. That news is hard to hear.
ดูคำตอบ

That's music to my ears.