เอาชนะเสียงด้านลบในหัว: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
785 คำ 155 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: คำตัดสินที่ถูกพูดซ้ำอาจกลายเป็นเสียงภายในที่รุนแรง ส่วนมุมมองที่อ่อนโยนช่วยแยกความรักจากความสำเร็จและฟื้นการตัดสินใจเมื่อกลัว ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “a murmuring stream of thoughts” (สำนวนและการเปรียบเปรย) ใช้ภาพเสียงพึมพำกับสายน้ำบรรยายความคิดภายในที่ต่อเนื่อง ช่วยให้เข้าใจอุปมาทางจิตใจที่กระชับ 2. “Part of achieving happiness and maturity involves altering our inner voices,” (ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค) สอนโครงสร้าง Part of + รูป -ing + involves + รูป -ing เพื่อกล่าวถึงกระบวนการหนึ่งในเป้าหมายใหญ่โดยไม่เรียกว่าเป็นคำตอบทั้งหมด 3. “take on board.” (กริยาวลี) หมายถึงรับและซึมซับความคิดอย่างจริงจัง ไม่ใช่ขึ้นยานพาหนะ ใช้ได้กับคำแนะนำ ข้อเสนอแนะ และมุมมองใหม่

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Overcoming bad inner voices.

0:02

การเอาชนะเสียงแย่ๆ ในหัว

We don't often think about it and may never discuss it with others at all,

0:07

เรามักจะไม่ค่อยคิดถึงมัน และอาจจะไม่เคยคุยเรื่องนี้กับคนอื่นเลย

but pretty much everyone has voices in their heads, โน้ต

0:11

แต่แทบทุกคนต่างก็มีเสียงอยู่ในหัวตัวเอง

วลี

Pretty much: “เกือบ” โดยยังอาจมีข้อยกเว้น

ใน pretty much everyone คำว่า pretty much หมายถึง “เกือบทุกคน” หรือ “แทบทุกคน” ทำให้ข้อความเหมารวมนี้ไม่เด็ดขาดเกินไป โดยผู้พูดยังยอมรับว่าอาจมีข้อยกเว้นอยู่เล็กน้อย วลีบอกระดับที่มีสองคำนี้มักขยายคำบอกปริมาณที่ครอบคลุมกว้าง ๆ และคำบรรยายสภาพ วลีนี้ไม่ได้หมายถึง very much และ pretty ในที่นี้ก็ไม่ได้หมายถึง “สวย”

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Pretty much everyone at the meeting agreed,” คำว่า pretty much สื่อถึงอะไร?

  1. ทุกคนเห็นด้วยโดยไม่มีทางมีข้อยกเว้น
  2. คนครึ่งหนึ่งพอดีเห็นด้วย
  3. เกือบทุกคนเห็นด้วย แต่อาจมีข้อยกเว้น
ดูคำตอบ

เกือบทุกคนเห็นด้วย แต่อาจมีข้อยกเว้น

สำนวน

Voices in their heads: คำเปรียบเทียบถึงการพูดกับตัวเองในใจ

ในประโยคนี้ voices in their heads เป็นคำเปรียบเทียบถึงการพูดกับตัวเองในใจ ได้แก่ ความคิด คำตัดสิน หรือถ้อยคำที่จำได้ซึ่งวนกลับมาและผู้คน “ได้ยิน” อยู่ในใจ คำว่า heads หมายถึงจิตใจหรือความคิด ไม่ได้หมายความว่ามีเสียงอยู่ภายในศีรษะจริง ๆ ตัววลีเองไม่ได้บอกว่าผู้คนกำลังได้ยินเสียงเหมือนมาจากภายนอกหรือกำลังมีอาการทางการแพทย์ ต้องดูบริบทว่า voice หมายถึงคำพูดในใจเชิงเปรียบเทียบหรือเสียงที่รับรู้จริง

แบบฝึกหัด

ใน “Old comments from my teachers became voices in my head,” คำว่า voices in my head น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. คนที่กำลังพูดออกเสียงอยู่ในห้องเดียวกัน
  2. คำตัดสินและความคิดที่จำได้ซึ่งส่งผลต่อการพูดกับตัวเองในใจ
  3. เสียงบันทึกที่เล่นผ่านหูฟังที่ซ่อนอยู่
ดูคำตอบ

คำตัดสินและความคิดที่จำได้ซึ่งส่งผลต่อการพูดกับตัวเองในใจ

a murmuring stream of thoughts that run along inside our minds most of the time. สำนวน

0:15

เป็นกระแสความคิดที่พึมพำและวิ่งวนอยู่ในใจของเราแทบจะตลอดเวลา

สำนวน

a murmuring stream of thoughts: อุปลักษณ์ของกระแสความคิดที่ไหลเบา ๆ

ในที่นี้ a murmuring stream of thoughts เป็นอุปลักษณ์ที่เปรียบความคิดกับสิ่งที่ไหลผ่านใจอย่างเบา ๆ และต่อเนื่อง stream สื่อถึงการไหลที่ไม่ขาดตอน ส่วน murmuring เพิ่มภาพของเสียงเบาที่อยู่ในฉากหลังแทนที่จะดึงความสนใจทั้งหมด วลีนี้ทำให้กระบวนการทางจิตใจที่เป็นนามธรรมดูเหมือนน้ำที่กำลังเคลื่อนไหว รูปแบบนี้ใช้ในงานเขียนเชิงพรรณนาเพื่อแสดงได้ทั้งว่าความคิดมีอยู่ เคลื่อนไหวอย่างไร และเด่นชัดต่อความรู้สึกมากน้อยเพียงใด

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a murmuring stream of thoughts สื่อถึงอะไร

  1. กระแสความคิดที่เบาและต่อเนื่องอยู่ในฉากหลัง
  2. ความคิดฉับพลันที่ทำให้จิตใจหยุดทำงานโดยสิ้นเชิง
  3. ชุดการให้เหตุผลเชิงตรรกะที่จัดไว้อย่างรอบคอบ
  4. ลำธารจริงที่ผู้พูดได้ยิน
ดูคำตอบ

กระแสความคิดที่เบาและต่อเนื่องอยู่ในฉากหลัง

Sometimes the inner voice is encouraging,

0:20

บางครั้งเสียงในหัวก็เป็นเสียงให้กำลังใจ

calling for you to run those final few yards,

0:23

คอยร้องเรียกให้คุณวิ่งไปให้ถึงระยะไม่กี่หลาสุดท้าย

you're nearly there, keep going, keep going,

0:26

คุณใกล้จะถึงแล้ว ไปต่อ ไปต่อ

or urging you to calm down because you know it will all be okay in the end. โน้ต

0:30

หรือกระตุ้นให้คุณใจเย็นลง เพราะคุณรู้ว่าในท้ายที่สุดทุกอย่างจะโอเค

กริยาวลี

calm down: สงบลงจากภาวะอารมณ์รุนแรง

Calm down เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการเปลี่ยนเป็นรู้สึกกังวล โกรธ หรือตื่นตระหนกน้อยลง ในที่นี้เสียงภายในกำลังกระตุ้นให้คุณปล่อยให้ความกังวลลดลง เพราะสถานการณ์จะจบลงด้วยดี วลีนี้ใช้โดยไม่มีกรรมได้ เช่น I need to calm down หรือแยกคำโดยวางบุคคลที่เป็นกรรมไว้ตรงกลางได้ เช่น The music calmed me down เมื่อใช้เป็นประโยคคำสั่ง Calm down จะบอกให้อีกฝ่ายเปลี่ยนจากภาวะอารมณ์รุนแรงไปสู่ภาวะที่สงบกว่า

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยา calm ร่วมกับคำอนุภาคที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Before you answer, take a slow breath and ____.

ดูคำตอบ

calm down

วลี

ใช้ it will all be okay in the end เพื่อปลอบใจ

ในประโยคนี้ it will all be okay ใช้เพื่อปลอบใจ โดย all รวบรวมความกังวลหลายเรื่องให้เป็นภาพรวมเดียว และ okay หมายความว่าสถานการณ์จะกลับมาอยู่ในระดับที่รับมือหรือยอมรับได้ ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ in the end เปลี่ยนจุดสนใจจากความยากลำบากในปัจจุบันไปยังผลลัพธ์สุดท้ายหลังจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ดำเนินไป ผู้พูดกำลังสื่อถึงการปลอบโยนและความมั่นใจ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดปลอบใจได้ดีที่สุดว่าสุดท้ายแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น แม้ตอนนี้จะมีปัญหาอยู่ก็ตาม

  1. It was okay at the end of the meeting.
  2. It might be okay for now.
  3. It will all be okay in the end.
ดูคำตอบ

It will all be okay in the end.

But sometimes the inner voice is simply not very nice at all. ไวยากรณ์

0:35

แต่บางครั้งเสียงในหัวก็ไม่ได้ใจดีเอาเสียเลย

ไวยากรณ์

โครงสร้างปฏิเสธแบบเน้นย้ำ not ... at all

not ... at all เป็นโครงสร้างปฏิเสธที่เน้นย้ำ ในที่นี้ at all ทำให้ not very nice มีน้ำหนักมากขึ้น ดังนั้นเสียงในใจไม่ได้แค่ใจดีน้อยกว่าระดับที่เรียกว่าใจดีมาก แต่เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ใจดี คำที่อยู่ระหว่าง not กับ at all เปลี่ยนได้ เช่น not helpful at all หรือ not clear at all โครงสร้างนี้ปฏิเสธคุณสมบัติหรือระดับที่กล่าวถึงอย่างชัดเจนและหนักแน่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างปฏิเสธแบบเน้นย้ำ not ... at all: The instructions were ____ clear ____.

ดูคำตอบ

not · at all

It is defeatist and punitive,

0:42

มันเป็นเสียงที่พ่ายแพ้และลงโทษ

panic-ridden and humiliating. การใช้คำ

0:44

เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและน่าอับอาย

การใช้คำ

panic-ridden: ถูกความตื่นตระหนกครอบงำ

ใน panic-ridden ส่วนประกอบ -ridden ซึ่งทำหน้าที่คล้ายคำต่อท้าย หมายถึง “เต็มไปด้วย” หรือ “ถูกครอบงำโดย” สิ่งที่เป็นอันตราย สำนวนนี้บรรยายสิ่งที่ได้รับอิทธิพลจากความตื่นตระหนกอย่างรุนแรง ราวกับว่าความตื่นตระหนกแทรกซึมอยู่ทั่วทั้งหมด จึงมีน้ำหนักมากกว่าเพียง anxious ในประโยคนี้ panic-ridden เรียงอยู่กับคำคุณศัพท์เชิงลบหลายคำ เพื่อบรรยายเสียงภายในว่าเป็นอันตรายและทำให้อับอาย ridden ในที่นี้มาจากรูป past participle ของ ride แต่คำประสมนี้มีความหมายเชิงเปรียบเทียบที่ตายตัว ไม่ได้หมายถึงการขี่ตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมคำประสมที่ลงท้ายด้วย -ridden และมีความหมายว่า “เต็มไปด้วยและถูกควบคุมด้วยความตื่นตระหนก” ลงในประโยค: Her ____ response made the problem worse.

ดูคำตอบ

panic-ridden

It doesn't represent anything like our best insights or most mature capacities. วลี

0:47

มันไม่ได้เป็นตัวแทนของข้อมูลเชิงลึกที่ดีที่สุดหรือความสามารถที่เป็นผู้ใหญ่ที่สุดของเราเลยแม้แต่น้อย

วลี

anything like ในการเปรียบเทียบเชิงปฏิเสธ

ในประโยคปฏิเสธ anything like หมายถึง “ใกล้เคียงแม้แต่น้อย” หรือ “พอจะคล้าย” มาตรฐานบางอย่าง วลีนี้ทำให้การปฏิเสธหนักแน่นขึ้น โดย doesn't represent anything like our best insights หมายความว่า สิ่งนั้นห่างไกลจากการสะท้อนความเข้าใจที่ดีที่สุดของเราอย่างมาก like ในที่นี้แสดงความคล้ายคลึงหรือความใกล้เคียง ไม่ได้หมายถึงความชอบ วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดปฏิเสธไม่เพียงแต่ความตรงกันแบบพอดี แต่รวมถึงความใกล้เคียงที่มีนัยสำคัญด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยค “This rehearsal isn't anything like the final performance” หมายความว่าอย่างไร?

  1. การซ้อมแตกต่างจากการแสดงจริงอย่างมาก
  2. ผู้พูดชอบการแสดงทั้งสองแบบ
  3. การซ้อมแทบจะเหมือนกับการแสดงจริงทุกประการ
ดูคำตอบ

การซ้อมแตกต่างจากการแสดงจริงอย่างมาก

It's not the voice of our better nature. สำนวน

0:53

มันไม่ใช่เสียงของตัวตนที่ดีกว่าของเรา

สำนวน

our better nature: ด้านที่ดีกว่าในเชิงศีลธรรมของเรา

ในประโยคนี้ our better nature หมายถึงด้านที่เมตตา มีเหตุผล และยึดมั่นในหลักการมากกว่าของเรา คำว่า better เป็นการประเมินเชิงศีลธรรม ไม่ใช่การเปรียบเทียบความสามารถ ส่วน nature หมายถึงด้านหนึ่งของอุปนิสัย ไม่ใช่โลกธรรมชาติ คำว่าเสียงของด้านที่ดีกว่านี้เป็นอุปมา หมายถึงเสียงชี้นำภายในที่กระตุ้นให้เราทำตัวในแบบที่ดีที่สุด การบอกว่านี่ไม่ใช่เสียงนั้นจึงเป็นการปฏิเสธว่าความคิดดังกล่าวมาจากด้านที่ฉลาดกว่าในตัวเรา

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึงด้านที่เมตตาและยึดมั่นในหลักการมากกว่าของบุคคล: "After his anger faded, Leo listened to his ____ and apologized."

ดูคำตอบ

better nature

We find ourselves saying

0:57

เราพบว่าตัวเองกำลังพูดว่า

"You disgust me.

0:59

"เธอมันน่าขยะแขยง

Things always go to shit with you." สำนวน

1:00

อะไรๆ ก็พังพินาศไปหมดเพราะเธอ"

สำนวน

go to shit: สำนวนหยาบที่หมายถึงการแย่ลงอย่างหนัก

Go to shit เป็นสำนวนหยาบ หมายถึงการแย่ลงอย่างมาก ยุ่งเหยิง พัง หรือไม่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้กล่าวถึงอุจจาระตามตัวอักษร แต่ในที่นี้หมายความว่าสถานการณ์ที่เกี่ยวกับคุณมักจะแย่ลงอย่างหนักเสมอ ประโยคนี้กล่าวโทษ you โดยตรง คำว่า always ทำให้คำกล่าวหาดูตายตัว และตัวสำนวนก็เป็นคำหยาบ จึงทำให้ทั้งประโยคฟังรุนแรงและดูหมิ่น เป็นการตัดสินตัวเองอย่างเป็นปฏิปักษ์ ไม่ใช่คำบรรยายที่เป็นกลาง

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าข้อความต่อไปนี้ถูกต้องหรือไม่: "Go to shit is appropriate in a formal email to a client when a project has serious problems."

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

or "You useless little idiot."

1:01

หรือ "แกมันไอ้เด็กโง่ไร้ประโยชน์"

Where do inner voices come from?

1:05

เสียงในหัวมาจากไหนกันล่ะ?

An inner voice always used to be an outer voice.

1:08

เสียงในหัวมักจะเคยเป็นเสียงจากภายนอกมาก่อนเสมอ

We absorb the tone of others,

1:12

เราซึมซับน้ำเสียงของคนอื่น

a harassed or angry parent,

1:14

พ่อแม่ที่เคร่งเครียดหรือเกรี้ยวกราด

the menacing threats of an elder sibling keen to put us down, กริยาวลี

1:17

คำขู่ที่น่ากลัวของพี่ที่ชอบกดเราให้ต่ำลง

กริยาวลี

put us down: ดูถูกใครบางคน

กริยาวลี put someone down หมายถึงการวิจารณ์ ล้อเลียน หรือดูถูกใครบางคนจนทำให้คนนั้นรู้สึกว่าตนมีความสามารถน้อยกว่าหรือมีความสำคัญน้อยกว่า ในที่นี้ put us down กล่าวถึงการที่พี่ดูถูกเรา ไม่ได้หมายถึงการวางเราลงในสถานที่ใดทางกายภาพ กริยาวลีนี้แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางคำสรรพนามระหว่างคำกริยากับคำอนุภาค เช่น put us down, put him down หรือ put them down บริบททำให้เลือกความหมายด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลนี้ ไม่ใช่ความหมายอื่นของ put down เช่น จดบางสิ่งลงไปหรือทำการุณยฆาตสัตว์

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึง “ดูถูกเรา” ให้สมบูรณ์: Maya mocked every idea we shared because she wanted to ____.

ดูคำตอบ

put us down

the words of a schoolyard bully or a teacher who seemed impossible to please. ไวยากรณ์

1:21

คำพูดของเด็กเกเรในโรงเรียน หรือครูที่ดูเหมือนจะไม่มีทางทำให้พอใจได้เลย

ไวยากรณ์

impossible to please: คำนามก่อนหน้าเป็นกรรมที่เข้าใจกัน

ใน a teacher who seemed impossible to please คำว่า teacher เป็นกรรมที่เข้าใจกันของ please ความหมายคือดูเหมือนว่าคนอื่นจะทำให้ครูพอใจไม่ได้ ไม่ใช่ว่าครูดูเหมือนจะไม่สามารถทำให้คนอื่นพอใจได้ โครงสร้างนี้มักเรียกว่า tough construction: คำนาม + be/seem + คำคุณศัพท์ + to + กริยาสกรรม โดยเข้าใจว่าคำนามก่อนหน้าอยู่ในตำแหน่งกรรมที่หายไปของกริยา This app is easy to use หมายความว่าใครสักคนสามารถใช้แอปนี้ได้ง่าย

แบบฝึกหัด

“The coach seemed impossible to please” มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร?

  1. ดูเหมือนว่าไม่มีใครสามารถทำให้โค้ชพอใจได้
  2. โค้ชดูเหมือนจะไม่สามารถทำให้คนอื่นมีความสุขได้
  3. โค้ชดูเหมือนจะไม่เต็มใจลองทำให้ใครพอใจ
ดูคำตอบ

ดูเหมือนว่าไม่มีใครสามารถทำให้โค้ชพอใจได้

We internalize the unhelpful voices

1:27

เราจดจำเอาเสียงที่ไร้ประโยชน์เหล่านั้นเข้ามาไว้ในใจ

because at certain key moments in the past they sounded compelling.

1:31

เพราะในช่วงเวลาสำคัญในอดีต เสียงเหล่านั้นฟังดูมีน้ำหนัก

The authority figures repeated their messages over and over วลี

1:36

ผู้มีอำนาจมักจะพูดข้อความของพวกเขาย้ำแล้วย้ำเล่า

วลี

over and over: ซ้ำแล้วซ้ำอีก

over and over หมายถึงการกระทำหรือข้อความเดิมเกิดขึ้นซ้ำหลายครั้ง และมักซ้ำมากพอจนก่อให้เกิดผลสะสม over ทั้งสองคำรวมกันเป็นวลีวิเศษณ์ตายตัวหนึ่งวลี โดยในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนข้ามสิ่งใด ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าบุคคลผู้มีอำนาจพูดข้อความเดิมบ่อยเพียงใด เมื่อต้องการเน้นว่าการทำซ้ำเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง วลีนี้ใช้แทน many times ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่ประกอบด้วย over + and + over: The puppy chased its tail ____.

ดูคำตอบ

over and over

until they got lodged in our own way of thinking. สำนวน

1:41

จนกระทั่งมันฝังรากลึกลงไปในวิธีคิดของเราเอง

สำนวน

got lodged in our own way of thinking: ฝังแน่นอยู่ในวิธีคิดของเราเอง

got lodged in ใช้โครงสร้าง get + คำกริยาช่อง 3 เพื่อแสดงการเปลี่ยนสถานะ กล่าวคือข้อความต่าง ๆ ค่อย ๆ ฝังแน่นอยู่ในวิธีคิดของกลุ่ม คำว่า lodge ตามตัวอักษรหมายถึงสิ่งที่ติดค้างอยู่ในสถานที่หนึ่ง แต่ที่นี่ใช้เป็นภาพเปรียบเทียบถึงความคิดที่คงอยู่ในใจและส่งผลต่อการตัดสิน They หมายถึงข้อความที่ถูกพูดซ้ำ ไม่ได้หมายถึงบุคคลผู้มีอำนาจ ส่วน own เน้นว่าข้อความจากภายนอกค่อย ๆ ถูกซึมซับจนรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของความคิดของกลุ่มเอง

แบบฝึกหัด

got lodged in ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร? The false rule got lodged in Noah's mind after he heard it for years.

  1. มันฝังแน่นอยู่ในใจของเขา
  2. มันเข้าไปในสมองของเขาจริง ๆ
  3. Noah พูดกฎนั้นออกเสียงดังหลายครั้ง
ดูคำตอบ

มันฝังแน่นอยู่ในใจของเขา

Part of achieving happiness and maturity involves altering our inner voices, ไวยากรณ์

1:44

ส่วนหนึ่งของการบรรลุถึงความสุขและวุฒิภาวะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนเสียงในหัวของเรา

ไวยากรณ์

Part of achieving ... involves altering ...: ระบุส่วนหนึ่งของกระบวนการ

โครงสร้าง Part of + คำนามหรือวลี -ing + involves + คำนามหรือวลี -ing ใช้นำเสนอการกระทำหนึ่งว่าเป็นองค์ประกอบของเป้าหมายหรือกระบวนการที่ใหญ่กว่า ในที่นี้ การบรรลุความสุขและวุฒิภาวะคือกระบวนการใหญ่ ส่วนการเปลี่ยนเสียงภายในใจคือองค์ประกอบที่ถูกระบุ Part of จำกัดขอบเขตของข้อความ ประโยคนี้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีส่วนช่วยให้เกิดความสุขและวุฒิภาวะ ไม่ได้บอกว่านี่คือกระบวนการทั้งหมดหรือเงื่อนไขเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง Part of ... involves ... ให้ถูกต้อง: ____ learning to play an instrument ____ practicing slowly and regularly.

ดูคำตอบ

Part of · involves

which means encountering equally convincing and confident,

1:51

ซึ่งหมายถึงการได้พบกับเสียงที่น่าเชื่อถือและมั่นใจไม่แพ้กัน

but also helpful and constructive varieties of voices over long periods and taking care to internalize them. วลี

1:55

แต่เป็นเสียงที่สร้างสรรค์และมีประโยชน์เป็นเวลานาน และเอาใจใส่ที่จะนำมันเข้ามาไว้ในใจ

วลี

taking care to: ตั้งใจทำให้แน่ใจว่าการกระทำจะเสร็จ

ในโครงสร้าง take care to + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า take care หมายถึงพยายามอย่างมีสติและรอบคอบ ไม่ได้หมายถึงดูแลใครหรือสิ่งใด คำว่า taking อยู่ในรูป -ing เพราะวางขนานกับ encountering ที่มาก่อนในประโยค ส่วน to internalize คือ infinitive ที่ทำให้สำนวนนี้สมบูรณ์ ในที่นี้ taking care to internalize them หมายถึงตั้งใจทำให้แน่ใจว่า เมื่อเวลาผ่านไป เสียงที่เป็นประโยชน์เหล่านั้นจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของความคิดของตนเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ take care to ในความหมายว่าพยายามอย่างตั้งใจเพื่อทำให้แน่ใจว่าการกระทำหนึ่งจะเสร็จสมบูรณ์

  1. If the room is cold, try closing the window.
  2. While I am away, please take care of the children.
  3. Before you leave, take care to lock every window.
ดูคำตอบ

Before you leave, take care to lock every window.

They might be the voices of a friend,

2:04

อาจจะเป็นเสียงของเพื่อน

a therapist, or an author.

2:07

นักบำบัด หรือนักเขียน

We need to hear them often enough ไวยากรณ์

2:10

เราจำเป็นต้องได้ยินพวกเขาย่อยพอ

and around tricky enough issues that they come to feel normal and natural responses,

2:13

และได้ยินบ่อยๆ ในประเด็นที่ยากลำบาก จนมันกลายเป็นความรู้สึกตอบสนองที่ปกติและเป็นธรรมชาติ

ไวยากรณ์

often enough ... tricky enough issues that: ระดับความถี่และความยากที่นำไปสู่ผลลัพธ์

ใน often enough คำว่า enough วางหลังคำวิเศษณ์ often และกำหนดระดับความถี่ที่ต้องถึง กล่าวคือ ต้องได้ยินเสียงที่เป็นประโยชน์เหล่านั้นบ่อยเพียงพอ ใน tricky enough issues that ... คำว่า enough วางหลังคำคุณศัพท์ tricky แต่ก่อนคำนาม issues โดยกำหนดระดับความยากที่ต้องถึง และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลที่เกิดขึ้นเมื่อถึงระดับนั้น ในที่นี้ tricky หมายถึงยากหรือซับซ้อน ไม่ได้หมายถึงเจ้าเล่ห์หรือหลอกลวง

แบบฝึกหัด

เติม enough ลงในช่องว่างทั้งสองตำแหน่งให้ถูกต้อง: We met often ____ and discussed challenging ____ problems that the new routine started to feel natural.

ดูคำตอบ

enough · enough

so that eventually they come to feel like things we are saying to ourselves. ไวยากรณ์

2:19

เพื่อที่ในท้ายที่สุด เสียงเหล่านั้นจะรู้สึกเหมือนสิ่งที่เรากำลังบอกกับตัวเอง

ไวยากรณ์

so that สำหรับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในท้ายที่สุด

So that เชื่อมสถานการณ์หนึ่งเข้ากับจุดประสงค์หรือผลลัพธ์ที่ตามมา ในที่นี้ใช้บอกผลที่เกิดขึ้นจริงจากการได้ยินซ้ำ ๆ คือในที่สุดเสียงจากภายนอกเริ่มให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคำพูดภายในใจของบุคคลนั้น คำว่า eventually และการเชื่อมกลับไปยังกระบวนการก่อนหน้า ทำให้ความหมายว่าเป็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด ในบริบทอื่น so that อาจใช้บอกจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้ จึงต้องดูบริบท ไม่ใช่ตัดสินจากคำเชื่อมเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

so that ในประโยคนี้นำเข้าสิ่งใด? We repeated the steps for weeks, so that eventually they felt automatic.

  1. จุดประสงค์ที่วางแผนไว้ก่อนเริ่มทำซ้ำ
  2. ผลลัพธ์จริงที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นตามเวลา
  3. ระดับของคำคุณศัพท์ automatic
ดูคำตอบ

ผลลัพธ์จริงที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นตามเวลา

They become our own thoughts.

2:25

พวกมันกลายมาเป็นความคิดของเราเอง

The best sort of inner voice speaks to us in a gentle, kind, and unhurried way. วลี

2:28

เสียงในหัวแบบที่ดีที่สุดจะพูดกับเราด้วยวิธีที่อ่อนโยน ใจดี และไม่รีบร้อน

วลี

ด้วยท่าทีที่อ่อนโยน ใจดี และไม่เร่งรีบ

โครงสร้าง in a + คำคุณศัพท์ + way เปลี่ยนคุณสมบัติให้เป็นคำบรรยายว่าการกระทำเกิดขึ้นอย่างไร ในที่นี้ gentle, kind และ unhurried ล้วนบอกลักษณะที่เสียงภายในพูด ส่วน way หมายถึงวิธีหรือลักษณะ ไม่ใช่ถนนหรือทิศทาง โครงสร้างนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อต้องใช้คำคุณศัพท์หลายคำร่วมกัน วางคำคุณศัพท์ไว้หน้า way แล้ววางวลีบุพบททั้งหมดไว้หลังคำกริยาหรือวลีกริยาที่ขยาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง in a ... way โดยใช้ calm และ patient ตามลำดับนี้: The nurse explained each step ____.

ดูคำตอบ

in a calm and patient way

It should feel as if a sympathetic arm were being put around our shoulder ไวยากรณ์

2:35

มันควรรู้สึกราวกับว่ามีแขนที่เห็นอกเห็นใจโอบรอบไหล่เรา

ไวยากรณ์

ราวกับว่า...กำลังถูกโอบรอบไหล่ของเรา

อนุประโยค as if ... สร้างการเปรียบเทียบในจินตนาการ คือความรู้สึกคล้ายกับมีแขนที่ช่วยปลอบโยนวางโอบไหล่ แต่ไม่ได้หมายความว่ามีแขนอยู่จริง ใน a sympathetic arm คำว่า sympathetic ถูกถ่ายไปใช้กับแขนเพื่อเป็นภาพแทนคนที่ห่วงใยและท่าทางปลอบโยน ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าตัวแขนมีความรู้สึก ภายในการเปรียบเทียบนี้ were บอกว่าสถานการณ์ไม่เป็นจริงหรือเป็นเพียงสมมติ ส่วน were being put เป็นรูปถูกกระทำแบบกำลังดำเนินอยู่ด้วย โดย being put แสดงว่าการกระทำกำลังเกิดขึ้น และ arm เป็นฝ่ายรับการกระทำ โครงสร้างรวมคือ as if + were ที่บอกความไม่เป็นจริง + being + คำกริยาช่องที่สาม

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ as if + were ที่บอกความไม่เป็นจริง + รูปถูกกระทำแบบกำลังดำเนินอยู่ เพื่อบรรยายความรู้สึกในจินตนาการ

  1. Their warm welcome made it feel as if we were wrapping ourselves in a soft blanket.
  2. Their warm welcome made it feel as if a soft blanket had been wrapped around us.
  3. Their warm welcome made it feel as if a soft blanket were being wrapped around us.
ดูคำตอบ

Their warm welcome made it feel as if a soft blanket were being wrapped around us.

by someone who had lived long and seen a great many sad things,

2:40

โดยคนที่ผ่านชีวิตมานานและเห็นเรื่องเศร้ามามากมาย

but wasn't embittered or panicked by them.

2:45

แต่ไม่ได้รู้สึกขมขื่นหรือตื่นตระหนกกับสิ่งเหล่านั้น

In certain states of humiliation around work,

2:49

ในภาวะที่รู้สึกอัปยศอดสูเรื่องงานในบางครั้ง

in many of us, there is a mocking and contemptuous voice inside one's head.

2:52

ในพวกเราหลายคน จะมีเสียงเยาะเย้ยและดูถูกอยู่ในหัว

It suggests that love, respect, and kindness

2:58

มันบอกเป็นนัยว่า ความรัก ความเคารพ และความเมตตา

only ever come via worldly success and competence. การใช้คำ

3:02

จะได้มาก็ต่อเมื่อประสบความสำเร็จในทางโลกและมีความสามารถเท่านั้น

การใช้คำ

worldly success: ความสำเร็จภายนอกตามมาตรฐานสังคม

ใน worldly success คำว่า worldly หมายถึงความสำเร็จที่วัดด้วยมาตรฐานภายนอกของสังคม วัตถุ หรือทางโลก เช่น สถานะ เงิน ชื่อเสียง หรือความสามารถที่ได้รับการยอมรับ ไม่ได้หมายถึงการประสบความสำเร็จทั่วโลก ประโยคนี้นำความสำเร็จที่มองเห็นได้มาเปรียบต่างกับความรัก ความเคารพ และความเมตตา โดยแสดงความเชื่ออันเข้มงวดว่าคนเราต้องได้รับความรักจากผลงานที่สังคมยอมรับ แทนที่จะได้รับเพราะคุณค่าความเป็นมนุษย์ของตน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Noah had worldly success—a high-paying job and public respect—but little peace of mind,” worldly success หมายถึงอะไร

  1. ความสำเร็จในทุกประเทศทั่วโลก
  2. การเติบโตทางศีลธรรมหรือจิตวิญญาณภายใน
  3. ความสำเร็จที่วัดด้วยสถานะ เงิน หรือการยอมรับจากสาธารณะ
ดูคำตอบ

ความสำเร็จที่วัดด้วยสถานะ เงิน หรือการยอมรับจากสาธารณะ

Our failure, not being able to make a public speech,

3:07

ความล้มเหลวของเรา เช่น การไม่สามารถพูดในที่สาธารณะได้

taking time to learn to drive a car,

3:11

การต้องใช้เวลาในการเรียนขับรถ

not being especially brilliant at sales,

3:14

การไม่ได้เก่งกาจเป็นพิเศษในเรื่องงานขาย

rightly debars us from love and appreciation. การใช้คำ

3:17

ได้พรากสิทธิ์ที่เราจะได้รับความรักและความชื่นชมไปอย่างชอบธรรม

การใช้คำ

rightly debars us from...: การตัดสินอันรุนแรงที่มีน้ำเสียงเป็นทางการ

โครงสร้าง debar someone from something หรือ debar someone from doing something หมายถึงการตัดสิทธิ์หรือกีดกันบุคคลอย่างเป็นทางการไม่ให้ได้รับ เข้าถึง หรือทำบางสิ่ง คำว่า debar เป็นภาษาทางการและมักมีน้ำเสียงแบบกฎหมาย กฎระเบียบ หรือสถาบัน ในที่นี้ ความรักและการชื่นชมถูกพูดถึงเหมือนเป็นสิทธิประโยชน์ที่คนเราอาจหมดสิทธิ์ได้รับ ส่วน rightly แสดงการตัดสินที่ผิดของเสียงภายในอันเข้มงวดว่า “การกีดกันนี้ชอบธรรม” ไม่ได้แสดงว่าผู้เขียนเห็นด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ debar และคำบุพบทที่จำเป็น: The agency ____ the contractor ____ bidding on public projects.

ดูคำตอบ

debarred · from

We need to incorporate a voice that separates out achievement from love, กริยาวลี

3:22

เราต้องรวมเอาเสียงที่แยกความสำเร็จออกจากความรักเข้ามาไว้ในใจ

กริยาวลี

separate out achievement from love: แยกความสำเร็จออกจากความรัก

Separate out X from Y หมายถึงการระบุ X แล้วแยกออกจาก Y เมื่อทั้งสองสิ่งปะปนกันหรือถูกมองว่าเป็นแนวคิดเดียวที่เชื่อมโยงกัน คำว่า out เพิ่มนัยของการคัดแยกหรือดึงบางสิ่งออกมา จึงเฉพาะเจาะจงกว่าการนำสองสิ่งไปไว้คนละที่เท่านั้น ในที่นี้ ความสำเร็จกับความรักถูกมองราวกับว่าสิ่งหนึ่งขึ้นอยู่กับอีกสิ่งหนึ่ง วลีนี้บอกให้คลายความเชื่อมโยงทางความคิดดังกล่าว กล่าวคือ เราสามารถประเมินความสำเร็จแยกจากการที่คนคนหนึ่งสมควรได้รับความรักหรือไม่

แบบฝึกหัด

เลือกคู่คำที่เติมประโยคได้ดีที่สุดในความหมายว่า “คัดแยกข้อมูลประเภทหนึ่งออกจากอีกประเภทหนึ่ง”: When checking the article, we should (1) verified facts (2) speculation.

  1. separate out; from
  2. distinguish; from
  3. separate out; with
ดูคำตอบ

separate out; from

that reminds us that we may be worthy of affection even if we fail, โน้ต

3:28

เสียงที่คอยเตือนเราว่าเราคู่ควรกับความรักแม้ว่าเราจะล้มเหลว

วลี

worthy of affection: สมควรได้รับความรักความเอ็นดู

Worthy of + คำนาม หมายถึงสมควรหรือคู่ควรที่จะได้รับสิ่งที่คำนามนั้นระบุ ใน worthy of affection สิ่งที่บุคคลนั้นสมควรได้รับคือ affection หรือความรักความเอ็นดู วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าความรักนั้นถูกมอบให้หรือได้รับไปแล้ว ในประโยคนี้ แม้แต่ความล้มเหลวก็ไม่ได้ทำให้คุณค่าของบุคคลในฐานะผู้ที่สมควรได้รับการเอาใจใส่และความรักหายไป โครงสร้างนี้นำไปใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติกับ worthy of respect, worthy of attention และ worthy of consideration

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเติมประโยคได้ถูกต้อง? The proposal is (blank) careful consideration.

  1. worth of
  2. worthy of
  3. worthy for
ดูคำตอบ

worthy of

ไวยากรณ์

even if we fail: ผลลัพธ์ที่ไม่เปลี่ยนแม้มีเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้น

Even if นำเสนอเงื่อนไขที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ คือเราอาจล้มเหลว แต่แนวคิดหลักที่ว่าเรายังคู่ควรกับความรักยังคงเป็นจริง ไม่ว่าเงื่อนไขนั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม อนุประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าความล้มเหลวเกิดขึ้นแล้ว โครงสร้างนี้ใช้บอกได้ว่าผลลัพธ์ การตัดสินใจ หรือความเชื่อจะไม่เปลี่ยนไปแม้มีอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าแผนจะดำเนินต่อไป ไม่ว่าความเป็นไปได้ที่ไม่พึงประสงค์นั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่?

  1. We will keep hiking even though it has started to rain.
  2. We will keep hiking even if it starts to rain.
  3. We will keep hiking if it starts to rain.
ดูคำตอบ

We will keep hiking even if it starts to rain.

and that being a winner is only one part, ลำดับความ

3:33

และการเป็นผู้ชนะนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง

and not necessarily the most important part of one's identity.

3:36

และไม่จำเป็นต้องเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในตัวตนของคนเรา

ลำดับความ

only one part ... not necessarily the most important part: การจำกัดความแบบสองขั้น

Only one part เริ่มจากลดสัดส่วนที่การเป็นผู้ชนะมีต่ออัตลักษณ์ของบุคคล ความสำเร็จเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่ง ไม่ใช่ตัวตนทั้งหมดของคนนั้น จากนั้น and not necessarily the most important part จำกัดความแน่นอนของการจัดลำดับความสำคัญ วลีนี้ไม่ได้ยืนยันว่าการชนะไม่สำคัญอย่างแน่นอน แต่บอกว่าเราไม่ควรสรุปเองว่ามันสำคัญกว่าส่วนอื่นทั้งหมด กรอบสองขั้นนี้จำกัดขอบเขตของข้อกล่าวอ้างก่อน แล้วจึงทำให้การประเมินระมัดระวังขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้กรอบสองขั้นเพื่อบอกว่าราคามีความสำคัญ แต่อาจไม่ได้อยู่ในอันดับแรก?

  1. Price is one consideration, but it is definitely not the most important one.
  2. Price is the only consideration and therefore the most important one.
  3. Price is only one consideration, and not necessarily the most important one.
ดูคำตอบ

Price is only one consideration, and not necessarily the most important one.

This is traditionally the voice of the mother,

3:41

โดยปกติแล้วนี่คือเสียงของแม่

but it might also be the voice of a lover,

3:45

แต่อาจจะเป็นเสียงของคนรัก

a poet we like,

3:47

กวีที่เราชื่นชอบ

or a 9-year-old child chatting to his or her mom or dad about stress at the office.

3:49

หรือเด็ก 9 ขวบที่กำลังคุยกับพ่อหรือแม่เกี่ยวกับความเครียดในที่ทำงาน

It is the voice of a person who loves you for being you outside of achievement. วลี

3:56

มันคือเสียงของคนที่รักคุณที่คุณเป็นคุณ นอกเหนือจากความสำเร็จ

วลี

for being you: รักใครสักคนเพราะตัวตนที่แท้จริง

ใน for being you คำว่า for ใช้บอกเหตุผลของความรักและตามด้วยรูป -ing ส่วน being you หมายถึงการเป็นตัวตนที่แท้จริงของคุณ ทั้งอัตลักษณ์และลักษณะนิสัย ไม่ได้หมายถึงการแกล้งเป็นคนอื่นหรือแสดงบทบาทใด โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ กริยา + คน + for + กริยารูป -ing โดยส่วน -ing บอกเหตุผลของการกระทำหรือความรู้สึกที่มีต่อคนนั้น ในประโยคนี้ ความรักคือการยอมรับตัวบุคคล ไม่ใช่รางวัลจากความสำเร็จ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าคนนั้นได้รับความรักเพราะตัวตนที่แท้จริง ไม่ใช่เพราะความสำเร็จ

  1. I love the award you won.
  2. I love you for winning the award.
  3. I love you for being you.
ดูคำตอบ

I love you for being you.

Many of us grew up around nervous people,

4:02

พวกเราหลายคนเติบโตมาท่ามกลางคนที่วิตกกังวล

people who lost their tempers the moment the parking ticket couldn't be found, โน้ต

4:06

คนที่หงุดหงิดทันทีที่หาบัตรจอดรถไม่เจอ

สำนวน

lose one's temper: จู่ ๆ ก็โกรธจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่

lost their tempers เป็นรูปอดีตของสำนวน lose one's temper หมายถึงจู่ ๆ พวกเขาก็แสดงความโกรธออกมาอย่างชัดเจนและควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งใดสูญหายไปจริง ๆ คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องเปลี่ยนตามบุคคล เช่น lose my, your, his, her, our หรือ their temper เมื่อเป็นกลุ่มพหูพจน์อย่าง people รูป their tempers สามารถสื่อว่าแต่ละคนควบคุมอารมณ์ของตนเองไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ lose one's temper ลงในประโยค: Even after the customer shouted, Maya did not ____.

ดูคำตอบ

lose her temper

ไวยากรณ์

the moment ในความหมายว่า “ทันทีที่”

ในที่นี้ the moment นำหน้าอนุประโยค the parking ticket couldn't be found โดยมีความหมายเหมือน as soon as หรือ “ทันทีที่” และแสดงว่าเหตุการณ์นั้นเป็นตัวกระตุ้นให้โมโหในทันที ใช้โครงสร้าง the moment + ประธาน + กริยา หน้าเหตุการณ์ที่มีอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดตามมาแทบจะทันที เมื่อใช้เป็นคำเชื่อม ไม่ต้องเติม when หลัง the moment

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นชัดเจนที่สุดว่าทุกคนออกจากอาคารทันทีหลังสัญญาณเตือนดัง

  1. When the alarm rang, everyone left the building.
  2. Before the alarm rang, everyone left the building.
  3. The moment the alarm rang, everyone left the building.
ดูคำตอบ

The moment the alarm rang, everyone left the building.

and who were knocked off course by relatively minor administrative hurdles like the electricity bill. สำนวน

4:10

และเป็นคนที่เสียศูนย์ไปกับอุปสรรคทางธุรการเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นบิลค่าไฟ

สำนวน

ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ be knocked off course

ในที่นี้ were knocked off course เป็นรูปถูกกระทำและใช้ในเชิงเปรียบเทียบ คนเหล่านั้นไม่ได้ถูกกระแทกจริง ๆ แต่ปัญหาด้านธุรการเล็กน้อยรบกวนความสงบ การตัดสินใจ หรือวิธีรับมือกับเรื่องต่าง ๆ ตามปกติของพวกเขา Course ในที่นี้เปรียบเหมือนเส้นทางของความคิด การกระทำ หรือความก้าวหน้าที่มั่นคง Be knocked off course หมายถึงการถูกเหตุการณ์ภายนอกทำให้เบี่ยงออกจากเส้นทางนั้น โดยไม่จำเป็นต้องหมายถึงความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย was + คำเปรียบเทียบเป้าหมายสามคำ: Our schedule ____ by a last-minute change.

ดูคำตอบ

was knocked off course

These people had no faith in themselves,

4:17

คนเหล่านี้ไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง

and therefore, without necessarily wanting to do us harm, ไวยากรณ์

4:20

และด้วยเหตุนี้ แม้จะไม่ได้อยากทำร้ายเรา

couldn't have much faith in our own abilities either.

4:24

แต่ก็ไม่สามารถมีความเชื่อมั่นในความสามารถของเราได้มากนักเช่นกัน

ไวยากรณ์

ความหมายที่ระมัดระวังของ without necessarily wanting to do us harm

ในประโยคนี้ without necessarily wanting to do us harm หมายความว่า ความเสียหายหรือความไม่ไว้วางใจอาจเกิดขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องถือว่าความต้องการทำร้ายเป็นคำอธิบายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ necessarily จำกัดข้อสรุปเรื่องเจตนา ผู้พูดไม่ได้บอกว่าผู้ใหญ่เหล่านั้นต้องการทำร้ายพวกเขาอย่างแน่นอน รูปแบบ without necessarily + -ing ใช้แยกผลที่เกิดขึ้นออกจากเจตนาที่คาดเดาอย่างระมัดระวัง รูปแบบนี้ยังเปิดไว้ว่าเจตนาดังกล่าวอาจมีอยู่ แต่บอกว่าไม่แน่นอนและไม่ใช่ข้อสรุปที่จำเป็นทางตรรกะ ทั้งยังไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีเจตนานั้นอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

without necessarily wanting to do us harm ในประโยคนี้สื่อความหมายอะไร?

  1. บอกว่าพวกเขาจะทำร้ายได้ก็ต่อเมื่อวางแผนไว้แล้วเท่านั้น
  2. ยังเปิดไว้ว่าอาจต้องการทำร้ายหรือไม่ และบอกว่าเจตนาทำร้ายไม่ใช่ข้อสรุปที่จำเป็น
  3. พิสูจน์ว่าพวกเขาไม่มีเจตนาทำร้ายอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

ยังเปิดไว้ว่าอาจต้องการทำร้ายหรือไม่ และบอกว่าเจตนาทำร้ายไม่ใช่ข้อสรุปที่จำเป็น

Every time we faced an exam,

4:29

ทุกครั้งที่เราต้องเผชิญกับการสอบ

they got more alarmed than we did. ไวยากรณ์

4:31

พวกเขาจะตื่นตระหนกยิ่งกว่าพวกเราเสียอีก

ไวยากรณ์

did ใน more alarmed than we did

ใน more alarmed than we did คำว่า did ใช้แทนวลีกริยาก่อนหน้า got alarmed หากไม่ละคำ การเปรียบเทียบจะต้องกล่าวซ้ำว่า they got more alarmed than we got alarmed แต่ภาษาอังกฤษมักหลีกเลี่ยงการกล่าวซ้ำแบบนี้ นี่คือการละวลีกริยาในอนุประโยคเปรียบเทียบ คำกริยาช่วย did ยังคงกาลอดีตไว้ และประธาน we แสดงอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกนำมาเปรียบเทียบ did ไม่ได้แสดงการกระทำอีกอย่างที่แยกต่างหาก

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาช่วยที่ใช้แทน got nervous เพื่อทำประโยคเปรียบเทียบให้สมบูรณ์: Maya got more nervous before the interview than I ____.

ดูคำตอบ

did

They always asked multiple times if we had enough to wear when we went outside.

4:33

พวกเขามักจะถามหลายครั้งเสมอว่าเราใส่เสื้อผ้าหนาพอไหมเวลาออกไปข้างนอก

They worried about our friends and our teachers.

4:38

พวกเขากังวลเรื่องเพื่อนๆ และคุณครูของเรา

They were sure the holiday was going to turn into a disaster. กริยาวลี

4:41

พวกเขามั่นใจว่าวันหยุดจะกลายเป็นหายนะ

กริยาวลี

Turn into a disaster: การเปลี่ยนไปเป็นสภาพใหม่

Turn into หมายถึง “เปลี่ยนแล้วกลายเป็นอีกสิ่งหรืออีกสภาพหนึ่ง” หลังคำนี้จะตามด้วยรูปแบบ สภาพ หรือผลลัพธ์ใหม่: turn into + นามวลี ในที่นี้ วันหยุดพักผ่อนที่ควรจะสนุกถูกจินตนาการว่าจะกลายเป็นหายนะ Was going to turn into นำเสนอสิ่งนี้ในฐานะผลลัพธ์ที่พวกเขามั่นใจว่าจะเกิดขึ้น เป็นการบอกการคาดการณ์ของพวกเขา ไม่ได้หมายความว่าหายนะเกิดขึ้นไปแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย turn และคำที่ใช้บอกสภาพผลลัพธ์: The quiet discussion began to ____ a serious argument.

ดูคำตอบ

turn into

Now these voices have become our own

4:45

ตอนนี้เสียงเหล่านี้ได้กลายมาเป็นเสียงของเราเอง

and cloud our capacity to take an accurate measurement of what we are capable of. โน้ต

4:49

และบดบังความสามารถของเราในการประเมินศักยภาพที่แท้จริงของตัวเรา

สำนวน

Cloud our capacity: ทำให้ความสามารถไม่ชัดเจนหรือไม่น่าเชื่อถือเท่าเดิม

Cloud ในที่นี้เป็นสกรรมกริยา โครงสร้าง cloud + ความสามารถหรือกระบวนการทางความคิด หมายถึง “ทำให้สิ่งนั้นไม่ชัดเจนหรือไม่น่าเชื่อถือเท่าเดิม” เป็นภาพเปรียบเทียบจากเมฆที่บดบังทัศนวิสัย แต่ไม่ได้หมายถึงเมฆจริง ๆ Cloud our capacity ไม่ได้หมายความว่าความสามารถนั้นหายไป เสียงภายในรบกวนความสามารถในการประเมินอย่างแม่นยำว่าเราทำอะไรได้บ้าง ดังนั้นข้อสรุปที่ได้จึงอาจบิดเบือนไป

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Stress can cloud our capacity to make a fair decision,” คำว่า cloud หมายถึงอะไร

  1. ทำให้ความสามารถนั้นไม่ชัดเจนหรือไม่น่าเชื่อถือเท่าเดิม
  2. กำจัดความสามารถนั้นจนหมดไป
  3. เก็บความสามารถนั้นไว้ทางออนไลน์
  4. วัดความสามารถนั้นอย่างแม่นยำ
ดูคำตอบ

ทำให้ความสามารถนั้นไม่ชัดเจนหรือไม่น่าเชื่อถือเท่าเดิม

ไวยากรณ์

what we are capable of ในฐานะอนุประโยคสัมพัทธ์แบบรวม

ในประโยคนี้ what we are capable of เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบรวม โดย what มีความหมายเท่ากับ “the thing or things that” ดังนั้นทั้งอนุประโยคจึงหมายถึง “สิ่งที่เรามีความสามารถทำได้” อนุประโยคนี้ทำหน้าที่เหมือนคำนามและเติมความหมายให้ an accurate measurement of... ว่ากำลังวัดอะไร capable ปกติใช้คู่กับคำบุพบท of ในที่นี้ what เป็นกรรมของ of ในเชิงความหมาย แต่ of ยังคงอยู่ท้ายวลี: what we are capable of อนุประโยคนี้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ไม่ใช่ลำดับคำของคำถามโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่ถูกต้องซึ่งใช้ capable: Finishing the climb reminded us ____.

ดูคำตอบ

what we are capable of

We have internalized voices of irrational fear and fragility.

4:55

เราได้รับเอาเสียงแห่งความกลัวและความเปราะบางที่ไร้เหตุผลมาไว้ในใจ

At such moments,

5:01

ในเวลาเช่นนั้น

we need an alternative voice that can pause our runaway fears สำนวน

5:02

เราต้องการเสียงทางเลือกที่สามารถหยุดยั้งความกลัวที่เตลิดเปิดเปิงของเราได้

and remind us of the strength we have latent within us, การใช้คำ

5:07

และเตือนให้เราระลึกถึงความเข้มแข็งที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเรา

สำนวน

อุปมาสองชั้นใน pause our runaway fears

pause our runaway fears รวมอุปมาสองอย่างเข้าด้วยกัน runaway ใช้บรรยายสิ่งที่หลุดจากการควบคุมและกำลังเร่งตัวขึ้น เมื่อนำไปขยาย fears จึงหมายถึงความกลัวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วน pause มองการเพิ่มขึ้นทางอารมณ์นี้เหมือนกระบวนการที่หยุดไว้ชั่วคราวได้ แต่ไม่ได้ถูกลบหายไป เมื่อรวมกัน วลีนี้หมายถึงเสียงภายในที่คอยสนับสนุนสามารถขัดจังหวะความกลัวที่ทวีขึ้นเป็นวงจรได้นานพอให้เรากลับมาคิดอย่างสงบขึ้น ไม่ได้หมายถึงการวิ่งหนีหรือการกดปุ่มจริง ๆ

แบบฝึกหัด

“pause his runaway fears” หมายถึงอะไรในประโยคนี้? Her calm voice helped pause his runaway fears.

  1. ขัดจังหวะความกลัวที่กำลังเพิ่มขึ้นจนควบคุมไม่ได้เป็นการชั่วคราว
  2. ช่วยให้คนที่หวาดกลัววิ่งหนีได้เร็วขึ้น
  3. กำจัดความกลัวทุกอย่างอย่างถาวร
ดูคำตอบ

ขัดจังหวะความกลัวที่กำลังเพิ่มขึ้นจนควบคุมไม่ได้เป็นการชั่วคราว

การใช้คำ

ความหมายของ latent ใน strength we have latent within us

ในที่นี้ latent หมายถึง “มีอยู่แล้ว แต่ยังไม่ปรากฏหรือทำงานอย่างชัดเจน” พลังนั้นอยู่ภายในผู้คนในขณะนี้ เพียงแต่ถูกความตื่นตระหนกบดบัง ไม่ใช่แค่พลังที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตเท่านั้น ใน strength we have latent within us วลี latent within us อยู่หลังกรรม strength และบอกสภาพของ strength โครงสร้างนี้เป็นรูปแบบที่กระชับและค่อนข้างเป็นทางการ มีความหมายใกล้กับ “พลังที่มีอยู่ภายในตัวเราในสภาพที่ยังซ่อนอยู่”

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The mentoring program revealed skills that had been latent for years," คำว่า latent หมายถึงอะไร

  1. มีอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้แสดงออกมา
  2. ทำงานและมองเห็นได้ชัดมาตลอด
  3. เพิ่งเกิดขึ้นในตอนนั้น
ดูคำตอบ

มีอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้แสดงออกมา

which the currents of panic have hidden from us. สำนวน

5:11

ซึ่งกระแสความตื่นตระหนกได้บดบังมันไปจากเรา

สำนวน

currents of panic ในฐานะอุปมาเกี่ยวกับกระแสน้ำ

currents of panic เป็นอุปมาเกี่ยวกับกระแสน้ำ currents คือกระแสที่เคลื่อนที่ ดังนั้นวลีนี้จึงนำเสนอความตื่นตระหนกเป็นแรงที่พัดพาความสนใจของผู้คนและบดบังพลังที่มีอยู่ภายในพวกเขาอยู่แล้ว ไม่ได้หมายถึงกระแสไฟฟ้าหรือข่าวปัจจุบัน การใช้ภาพของน้ำที่ไหลซ้ำยังเชื่อมประโยคนี้กับภาพเกี่ยวกับน้ำที่อยู่ใกล้กัน การซ้ำดังกล่าวทำให้ความตื่นตระหนกดูเหมือนแรงที่ส่งผลอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงความคิดหวาดกลัวชั่วครู่

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Currents of panic swept through the crowd," วลี currents of panic สื่อถึงอะไร

  1. ไฟฟ้าถูกตัดระหว่างเหตุฉุกเฉิน
  2. ความตื่นตระหนกทำหน้าที่เหมือนแรงเคลื่อนที่ที่แพร่กระจายและส่งผลต่อผู้คน
  3. รายงานข่าวล่าสุดเกี่ยวกับความตื่นตระหนก
ดูคำตอบ

ความตื่นตระหนกทำหน้าที่เหมือนแรงเคลื่อนที่ที่แพร่กระจายและส่งผลต่อผู้คน

Our heads are large, cavernous spaces. สำนวน

5:15

หัวของเราเป็นพื้นที่ที่ใหญ่โตและกว้างขวางเหมือนถ้ำ

สำนวน

Our heads are large, cavernous spaces: จิตใจในฐานะพื้นที่ทางกายภาพ

ในที่นี้ heads หมายถึงจิตใจของเรา และทั้งประโยคเป็นอุปลักษณ์ โดยนึกภาพจิตใจของแต่ละคนเป็นพื้นที่ภายในขนาดมหึมาคล้ายถ้ำ ซึ่งกว้าง ลึก และรองรับเสียงสะท้อนได้ ข้อความนี้ไม่ได้อธิบายกายวิภาค ภาพพื้นที่ที่เป็นรูปธรรมช่วยให้เข้าใจแนวคิดนามธรรมได้ง่ายขึ้นว่า จิตใจสามารถเก็บเสียง ความคิดเห็น และอิทธิพลมากมายไว้ในความทรงจำ

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ อุปลักษณ์ Our heads are large, cavernous spaces สื่อถึงอะไร

  1. กะโหลกศีรษะของมนุษย์มีขนาดใหญ่กว่าที่เห็นมาก
  2. คนเราจะได้ยินเสียงเฉพาะเมื่ออยู่ในถ้ำเท่านั้น
  3. จิตใจของเราสามารถเก็บเสียงและอิทธิพลมากมายไว้ในความทรงจำ
ดูคำตอบ

จิตใจของเราสามารถเก็บเสียงและอิทธิพลมากมายไว้ในความทรงจำ

They contain the voices of all the people we have ever known. ไวยากรณ์

5:19

ซึ่งบรรจุเสียงของคนทุกคนที่เราเคยรู้จัก

ไวยากรณ์

we have ever known: present perfect สำหรับประสบการณ์จนถึงปัจจุบัน

ใน we have ever known คำว่า have known เป็น present perfect ซึ่งประกอบด้วย have + past participle known โครงสร้างนี้มองย้อนถึงประสบการณ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยไม่ได้ระบุเวลาหนึ่งในอดีตที่จบไปแล้ว Ever ขยายขอบเขตให้รวมทุกช่วงเวลาในระยะเวลานั้น เมื่ออยู่หลัง all the people จึงหมายถึงทุกคนที่เราเคยรู้จักในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิตจนถึงตอนนี้อย่างเป็นธรรมชาติ ในที่นี้ known หมายถึงรู้จักหรือคุ้นเคยกับบุคคล ไม่ใช่รู้ข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปของ know และ ever ที่แสดงประสบการณ์ชีวิตจนถึงปัจจุบัน: Of all the neighbors we ____, Marta is the friendliest.

ดูคำตอบ

have ever known

We should learn to mute the unhelpful ones สำนวน

5:25

เราควรเรียนรู้ที่จะปิดเสียงของสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์

สำนวน

ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ mute the unhelpful ones

ในที่นี้ mute ยืมแนวคิดมาจากปุ่มควบคุมเสียง คำว่า the unhelpful ones หมายถึงเสียงในใจที่ไม่เป็นประโยชน์ และการ mute เสียงเหล่านั้นหมายถึงการลดอิทธิพลและให้ความสนใจน้อยลง ไม่ใช่ทำให้ความคิดทุกอย่างหายไป อุปมานี้มองความสนใจเหมือนระดับเสียง เราสามารถเลือกเบาเสียงที่เป็นโทษลง โดยยังคงรับฟังคำชี้แนะที่มีประโยชน์กว่าได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ mute ในความหมายว่าลดอิทธิพลของเสียงในใจที่ไม่เป็นประโยชน์

  1. Before the interview, I mute every thought until my mind is completely empty.
  2. Before the interview, I mute my phone so it will not ring.
  3. Before the interview, I mute my inner critic and focus on what I know.
ดูคำตอบ

Before the interview, I mute my inner critic and focus on what I know.

and focus on the voices we really need to guide us through the thickets of life. สำนวน

5:28

และจดจ่อกับเสียงที่เราต้องการจริงๆ เพื่อนำทางเราผ่านพงหนามของชีวิต

สำนวน

อุปมาเรื่องเส้นทางใน guide us through the thickets of life

ใน guide us through คำว่า guide หมายถึงช่วยให้ใครบางคนหาทางผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบาก ส่วน thicket คือพุ่มไม้ที่หนาทึบและพันกันจนผ่านได้ยาก ดังนั้น the thickets of life จึงเปรียบถึงปัญหาและทางเลือกในชีวิตที่ซับซ้อนชวนสับสน เมื่อใช้ร่วมกัน คำเหล่านี้เปลี่ยนชีวิตให้เป็นพื้นที่ที่เดินทางลำบาก และเปลี่ยนเสียงที่เป็นประโยชน์ให้เป็นผู้นำทาง ประโยคนี้พูดถึงการได้รับทิศทางและการสนับสนุน ไม่ใช่การเดินผ่านพุ่มไม้จริง ๆ

แบบฝึกหัด

guide us through the thickets of life ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. เสียงที่เป็นประโยชน์สามารถชี้นำเราผ่านความยากลำบากอันซับซ้อนของชีวิต
  2. เสียงที่เป็นประโยชน์สามารถชี้ทางจริง ๆ ให้เราผ่านพุ่มไม้หนาทึบ
  3. ชีวิตจะง่ายขึ้นก็ต่อเมื่อเราหลีกเลี่ยงทางเลือกที่ยากทั้งหมด
ดูคำตอบ

เสียงที่เป็นประโยชน์สามารถชี้นำเราผ่านความยากลำบากอันซับซ้อนของชีวิต

We humbly offer this voice as one of the more helpful ones we might take on board. กริยาวลี

5:33

เราขอเสนอเสียงนี้อย่างถ่อมตนในฐานะเสียงหนึ่งที่มีประโยชน์มากกว่าซึ่งเราอาจน้อมรับไว้

กริยาวลี

take something on board: รับและพิจารณาบางสิ่งอย่างจริงจัง

ในประโยคนี้ take ... on board หมายถึงการรับฟังแนวคิด ยอมรับว่าแนวคิดนั้นมีประโยชน์ และปล่อยให้แนวคิดนั้นมีอิทธิพลต่อความคิดของเรา กรรมที่เข้าใจกันของ take คือ that ที่ละไว้และย้อนกลับไปหา ones: the more helpful ones [that] we might take on board สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการขึ้นเรือหรือขนสิ่งของขึ้นเรือ โครงสร้างคือ take + idea/advice/feedback + on board โดยมักสื่อมากกว่าแค่การได้ยินบางสิ่ง เพราะหมายถึงการพิจารณาและซึมซับสิ่งนั้นอย่างจริงจัง แต่ไม่ได้รับประกันเสมอไปว่าจะเห็นด้วยทั้งหมดหรือลงมือทำทันที

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย take something on board ในรูป present perfect และใช้ it แทนข้อเสนอแนะ: “I have ____, and I’ll revise the plan.”

ดูคำตอบ

taken it on board

From a young age, we're taught it's a terrible thing.

5:51

ตั้งแต่เด็ก เราถูกสอนว่านี่คือสิ่งที่เลวร้าย

So when we feel it, as we all do,

5:55

ดังนั้นเมื่อเราสัมผัสได้ถึงมัน อย่างที่เราทุกคนเป็น

we're inclined not to examine it.

5:58

เราจึงมีแนวโน้มที่จะไม่พิจารณามัน

We just feel the regional Italian.

6:00

เราแค่สัมผัสได้ถึงความเป็นอิตาเลียนประจำภูมิภาค

Whatever that means.

6:03

ไม่ว่านั่นจะหมายความว่าอะไรก็ตาม

It got some amazing reviews online.

6:05

มันได้รับคำวิจารณ์ออนไลน์ที่น่าทึ่งมาก