Phrasal Verbs สำหรับแฮงเอาท์กับเพื่อนๆ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Ariannita la Gringa

ความยากในการเรียน
2,041 คำ 209 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: ผู้ดำเนินรายการเดินเที่ยว ดื่มกาแฟ และไปดูบาสเกตบอลกับเพื่อนนักทำวิดีโอท่องเที่ยวสองคนในชิคาโก พร้อมสอนภาษาอังกฤษเพื่อการเข้าสังคมอย่างเป็นธรรมชาติ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. hang out — กริยาวลี: เข้าใจว่าหมายถึงใช้เวลาสบาย ๆ กับผู้อื่นหรืออยู่ในสถานที่หนึ่ง ไม่ใช่ “แขวน” ตามตัวอักษร และใช้กับคำชวนหรือแผนแบบกันเอง 2. What are you up to — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: รู้ว่าเป็นคำถามที่เป็นมิตรเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังทำหรือแผนปัจจุบัน ใช้เปิดบทสนทนา และไม่คิดว่าเป็นความสงสัยเสมอไป 3. end up doing — กริยาวลี: บอกผลสุดท้ายซึ่งอาจคาดไม่ถึงหลังแผนเปลี่ยนหรือไม่แน่นอน และถามว่าใครทำอะไรในท้ายที่สุดหลังเที่ยวชมเมือง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hey everybody,

0:00

สวัสดีทุกคน

it's Ariannita la Gringa and welcome back to my YouTube channel.

0:01

ฉัน Ariannita la Gringa และยินดีต้อนรับกลับสู่ช่อง YouTube ของฉันนะ

In today's video,

0:05

ในวิดีโอวันนี้

I'm going to teach all of you guys phrasal verbs about socializing.

0:06

ฉันจะมาสอนกริยาวลีเกี่ยวกับการเข้าสังคมให้ทุกคนได้เรียนรู้กัน

And one of the most important phrasal verbs about socializing is hang out.

0:10

และหนึ่งในกริยาวลีที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับการเข้าสังคมก็คือ hang out

What does to hang out mean? กริยาวลี

0:15

hang out หมายถึงอะไรล่ะ

กริยาวลี

hang out: ใช้เวลาสบาย ๆ ร่วมกัน

ในที่นี้ hang out หมายถึงใช้เวลาสบาย ๆ กับคนอื่น หรืออยู่เล่น ๆ ในสถานที่หนึ่ง มักสื่อว่าไม่มีกิจกรรมที่เป็นทางการหรือแผนที่เคร่งครัด out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี จึงควรเข้าใจ hang out เป็นหน่วยเดียว ในความหมายนี้ hang ไม่ได้หมายถึงการแขวนอยู่จริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีสองคำที่หมายถึง 'ใช้เวลาอย่างสบาย ๆ' ให้สมบูรณ์: After school, I like to ____ with my neighbors.

ดูคำตอบ

hang out

To hang out means to spend a lot of time in a place or with someone.

0:17

hang out หมายถึงการใช้เวลาส่วนใหญ่ในสถานที่หนึ่งหรือกับใครบางคน

And I'm in the middle of Chicago.

0:21

และตอนนี้ฉันก็อยู่ใจกลางชิคาโก (Chicago)

I'm all alone and I want to hang out with my friends.

0:23

ฉันอยู่คนเดียวและอยากไปเที่ยวเล่น (hang out) กับเพื่อนๆ

So, let me call up my friends Mateo and Lisanna. กริยาวลี

0:27

งั้นขอโทรหาเพื่อนของฉัน Mateo กับ Lisanna แป๊บนะ

กริยาวลี

call up: โทรศัพท์หาใครบางคน

ในที่นี้ call up หมายถึงโทรศัพท์หาใครบางคนเพื่อติดต่อเขา คำว่า up ไม่ได้บอกทิศทาง แต่ call up ทำหน้าที่เป็นกริยาวลี Call up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ หากกรรมเป็นคำนาม สามารถพูดว่า call up my friends หรือ call my friends up ได้ แต่ถ้าเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางว่า call them up ไม่ใช่ call up them

แบบฝึกหัด

เติมทั้งสองช่องเพื่อสร้าง call up โดยวางไว้รอบคำสรรพนาม them: I need to ____ them ____ before dinner.

ดูคำตอบ

call · up

Hey, Mateo and Lisanna.

0:34

ไง Mateo และ Lisanna

What are you up to today? น้ำเสียง/เจตนา

0:35

วันนี้พวกเธอทำอะไรกันอยู่เหรอ

น้ำเสียง/เจตนา

What are you up to? สำหรับถามแผน

What are you up to? เป็นคำถามที่เป็นมิตรและไม่เป็นทางการ ใช้ถามว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรหรือมีแผนอะไร การเติม today เป็นการกำหนดเวลาให้ชัดว่า ผู้พูดอยากรู้แผนของอีกฝ่ายในวันนั้น คำถามนี้มักใช้เปิดบทสนทนาก่อนชวนหรือเสนออะไรบางอย่าง up to ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นข้างบน แต่เป็นส่วนหนึ่งของรูปคำถามตายตัว what + be + คน + up to

แบบฝึกหัด

เติมคำถามแบบกันเองด้วยสำนวนตายตัวสองคำที่หมายถึงกำลังทำหรือวางแผนบางอย่าง: What are you ____ this weekend?

ดูคำตอบ

up to

Do you want to meet up at the Chicago Riverwalk? กริยาวลี

0:38

อยากมาเจอกัน (meet up) ที่ Chicago Riverwalk ไหม

กริยาวลี

meet up สำหรับการนัดพบแบบสบาย ๆ

Meet up หมายถึงการมาเจอกับใครบางคนตามเวลา或สถานที่ที่ตกลงกันไว้ โดยทั่วไปเป็นการพบกันทางสังคมแบบไม่เป็นทางการ ในประโยคนี้ at the Chicago Riverwalk บอกสถานที่นัดพบ ใช้ meet up เดี่ยว ๆ ได้เมื่อรู้อยู่แล้วว่าใครจะพบกัน หรือใช้ meet up with + คน เมื่อต้องการระบุคน ใช้ at + สถานที่ และ around/at + เวลา เพื่อเพิ่มรายละเอียด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีแบบไม่เป็นทางการสองคำที่หมายถึงมาเจอกัน: Let's ____ at the library after class.

ดูคำตอบ

meet up

Okay, nice.

0:43

โอเค เยี่ยมเลย

I'll see you then.

0:44

แล้วเจอกันนะ

Hey, I'm over here.

0:45

เฮ้ ฉันอยู่นี่

Hey, Lisanna.

0:46

ไง Lisanna

Hello.

0:47

สวัสดี

Hey, Mateo.

0:49

ไง Mateo

How have you guys been? ไวยากรณ์

0:50

พวกเธอเป็นไงกันบ้าง

ไวยากรณ์

How have you guys been? เมื่อไม่ได้พบกันมาระยะหนึ่ง

How have you guys been? ใช้ถามว่าผู้ฟังใช้ชีวิตหรือมีความเป็นอยู่อย่างไรตลอดช่วงเวลาตั้งแต่พบหรือคุยกันครั้งล่าสุดจนถึงตอนนี้ present perfect เชื่อมช่วงเวลาในอดีตนั้นเข้ากับปัจจุบัน คำว่า you guys แสดงว่ากำลังพูดกับมากกว่าหนึ่งคน ประโยคนี้เป็นคำทักทายอย่างอบอุ่นเมื่อกลับมาเจอกัน ไม่ได้ถามเพียงว่ารู้สึกอย่างไรในขณะนี้

แบบฝึกหัด

คุณพบเพื่อนสองคนหลังจากไม่ได้เจอกันมาหลายเดือน คำทักทายใดเหมาะที่สุดสำหรับถามถึงช่วงเวลาทั้งหมดนับจากครั้งล่าสุดที่พบกันจนถึงตอนนี้

  1. How are you guys?
  2. How were you guys?
  3. How have you guys been?
ดูคำตอบ

How have you guys been?

We've been great.

0:51

พวกเราสบายดีมากเลย

What are your plans for today?

0:52

วันนี้เธอมีแผนจะทำอะไรล่ะ

We would like to go to the Trump Tower.

0:53

พวกเราอยากไปที่ Trump Tower น่ะ

Awesome.

0:55

เจ๋งไปเลย

Well, let's go check it out. กริยาวลี

0:56

งั้นเราไปดูกันเถอะ

กริยาวลี

ความหมายของ check it out และตำแหน่งคำสรรพนาม

ในประโยคนี้ check it out หมายถึงไปดูสถานที่ที่เพิ่งกล่าวถึง เป็นการชวนให้ไปเห็นด้วยตนเองเพราะสถานที่นั้นฟังดูน่าสนใจ Check out เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามอย่าง it ต้องวางคำสรรพนามไว้ระหว่าง check กับ out

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบสามคำของ check out ที่วางคำสรรพนาม it ไว้ถูกตำแหน่ง: The new library sounds interesting. Let's ____.

ดูคำตอบ

check it out

Let's go.

0:57

ไปกันเลย

When you hang out with people,

1:06

เวลาที่คุณไปเที่ยวเล่นกับใครสักคน

you go to a place.

1:07

คุณก็จะไปที่ไหนสักแห่ง

So, right now I'm at Trump Tower on Terrace 16 and I'm hanging out with my friends and enjoying the beautiful city,

1:09

ตอนนี้ฉันอยู่ที่ Trump Tower ตรง Terrace 16 และกำลังเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ พร้อมกับเพลิดเพลินไปกับเมืองที่สวยงาม

looking at all the beautiful buildings and skyscrapers around me.

1:16

มองดูตึกสวยๆ และตึกระฟ้าทั้งหมดที่อยู่รอบตัวฉัน

Normally, when you hang out with your friends,

1:20

ปกติแล้ว เวลาที่คุณไปเที่ยวกับเพื่อน

you can hang out at a place and I like to hang out at places that are free.

1:22

คุณก็ไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งได้เลย และฉันชอบไปเที่ยวในสถานที่ที่เข้าฟรี

Right now,

1:26

ตอนนี้

we're at the Trump Tower and this terrace is free.

1:27

เราอยู่ที่ Trump Tower และระเบียงตรงนี้ก็ฟรี

But you can also go to different places that are free like the park and you can just talk and catch up with your friends. กริยาวลี

1:29

แต่คุณก็ไปสถานที่ฟรีอื่นๆ ได้เหมือนกัน อย่างเช่นสวนสาธารณะ แล้วก็ไปพูดคุยอัปเดตชีวิต (catch up) กับเพื่อนๆ ได้เลย

กริยาวลี

catch up with your friends: พูดคุยอัปเดตข่าวกับเพื่อน

ในประโยคนี้ catch up with your friends หมายถึงคุยกับเพื่อนและเล่าให้กันฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่ได้คุยกันดี ๆ คำว่า talk และ friends บอกว่าเป็นการแลกเปลี่ยนข่าวคราวกัน ไม่ใช่การแข่งขันวิ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ catch up with ในความหมายทางสังคมเหมือนกับในคำบรรยาย

  1. I spent Saturday catching up on my homework.
  2. I ran faster to catch up with Nora before the gate closed.
  3. I met Nora after a year to catch up with her over lunch.
ดูคำตอบ

I met Nora after a year to catch up with her over lunch.

I have a question for both of my friends,

1:35

ฉันมีคำถามอยากถามเพื่อนทั้งสองคน

Mateo and Lisanna.

1:38

Mateo กับ Lisanna

When you guys normally catch up with your friends and hang out with them,

1:39

เวลาที่พวกเธอไปอัปเดตชีวิตและเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ

do you guys normally go to places that are free like strolling around a park or walking around the city or do you guys normally go to places that are expensive, maybe an expensive restaurant?

1:42

ปกติแล้วพวกเธอไปที่ที่เข้าฟรีอย่างการเดินเล่นรอบสวนสาธารณะ หรือเดินชมเมือง หรือมักจะไปสถานที่ที่แพงๆ อย่างร้านอาหารหรูๆ เหรอ

Well, we really love free places.

1:53

อืม พวกเราชอบสถานที่ฟรีๆ มากเลยนะ

We prefer to talk more with friends and spend time in free places rather than spend a lot of money. ไวยากรณ์

1:55

พวกเราชอบคุยกับเพื่อนและใช้เวลาในที่ฟรีๆ มากกว่าการจ่ายเงินแพงๆ น่ะ

ไวยากรณ์

prefer to ... rather than spend: เปรียบเทียบสองทางเลือก

Prefer to ... rather than ... ใช้เปรียบเทียบสองทางเลือก การกระทำหลัง prefer to คือสิ่งที่ผู้พูดอยากทำมากกว่า ส่วนการกระทำหลัง rather than คือทางเลือกที่อยากทำน้อยกว่า รูปของการกระทำทั้งสองควรขนานกัน ในประโยคนี้ prefer to ตามด้วย talk และ spend ส่วน rather than ตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน spend โดยทั่วไปจะไม่ใส่ to ซ้ำหลัง rather than ในโครงสร้างนี้

แบบฝึกหัด

ใช้ prefer to ... rather than ... เติมประโยคให้สมบูรณ์: On rainy days, I ____ read at home ____ go outside.

ดูคำตอบ

prefer to · rather than

Maybe a little coffee, something to eat, but I would say more middle range,

2:01

อาจจะมีกาแฟนิดหน่อย หรือของกินบ้าง แต่ฉันว่าน่าจะอยู่ระดับราคากลางๆ มากกว่า

not too expensive.

2:07

ไม่แพงจนเกินไป

I'm the same.

2:08

ฉันก็เหมือนกัน

I'm like Mateo.

2:09

ฉันเป็นเหมือน Mateo

I like to go stroll around the park.

2:10

ฉันชอบไปเดินเล่นรอบๆ สวนสาธารณะ

I like to walk a lot like you.

2:11

ฉันชอบเดินเยอะๆ เหมือนพวกเธอเลย

Yeah.

2:13

ใช่เลย

So, I don't like to spend a lot of money.

2:13

ดังนั้น ฉันก็เลยไม่ชอบใช้เงินเยอะๆ น่ะ

And then,

2:15

และจากนั้น

I also do like to spend some money going out to eat, ไวยากรณ์

2:15

ฉันก็ยังชอบใช้เงินไปกับการออกไปหาอะไรกิน

ไวยากรณ์

do ที่ใช้เน้นใน do like

ในประโยคบอกเล่า do ช่วยเน้นความหมาย: I do like หมายถึง “ฉันชอบจริง ๆ” หรือ “ฉันชอบแน่นอน” ตรงนี้ช่วยแก้ความเข้าใจที่อาจเกิดขึ้นว่าผู้พูดไม่เคยอยากใช้เงินเลย ใช้โครงสร้าง do + กริยารูปพื้นฐาน: do like ไม่ใช่ do likes หรือ do liking ในประโยคบอกเล่าทั่วไปไม่จำเป็นต้องมี do แต่เมื่อใส่จะช่วยเน้นความต่างหรือยืนยันให้ผู้ฟังมั่นใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย do ที่ใช้เน้นและรูปที่ถูกต้องของ like: I rarely buy sweets, but I ____ dark chocolate.

ดูคำตอบ

do like

drinking a cup of coffee at a cafe.

2:18

ดื่มกาแฟสักแก้วที่คาเฟ่ด้วย

I would rather walk 10 km instead of paying $100 for an attraction. ไวยากรณ์

2:20

ฉันยอมเดินสัก 10 กิโลเมตรดีกว่าจ่ายเงิน 100 ดอลลาร์เพื่อเข้าสถานที่ท่องเที่ยว

ไวยากรณ์

โครงสร้าง would rather ... instead of + -ing

Would rather ใช้บอกตัวเลือกที่ผู้พูดต้องการมากกว่า และตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน: would rather walk Instead of ใช้บอกตัวเลือกที่ถูกแทนที่หรือไม่ได้เลือก เนื่องจาก instead of เป็นบุพบท ถ้าตามด้วยกริยา กริยานั้นมักอยู่ในรูป -ing: instead of paying เมื่อนำสองส่วนนี้มาใช้ร่วมกัน ตัวเลือกของผู้พูดจะชัดเจนมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคบอกความชอบด้วยรูปที่ถูกต้องของ cook และ order: I would rather ____ dinner at home instead of ____ takeout.

ดูคำตอบ

cook · ordering

And for my audience,

2:25

และสำหรับผู้ชมของฉัน

my subscribers,

2:26

ผู้ติดตามของฉัน

where do you guys normally like to hang out with your friends?

2:27

ปกติแล้วพวกคุณชอบไปเที่ยวกับเพื่อนที่ไหนกันบ้างคะ

Let me know down below.

2:30

บอกให้ฉันรู้ที่คอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะ

Now, Mateo and Lisanna,

2:31

เอาล่ะ Mateo กับ Lisanna

let's go ahead and stroll around the city because we have a lot to catch up on. กริยาวลี

2:33

เราไปเดินเล่นรอบๆ เมืองกันเถอะ เพราะเรามีเรื่องต้องคุยกันอีกเยอะเลย

กริยาวลี

a lot to catch up on: มีหลายเรื่องที่ต้องตามให้ทัน

catch up on something หมายถึงใช้เวลาไล่ตามข้อมูล งาน หรือเรื่องอื่นที่พลาดไปให้ทัน ในบทสนทนาระหว่างเพื่อนนี้ หมายถึงการเล่าข่าวคราวและประสบการณ์ที่สะสมมาตอนที่ไม่ได้เจอกัน ใน a lot to catch up on คำว่า a lot แทนหลายเรื่องที่ต้องคุยกัน โดยอยู่หน้าส่วนที่เป็นรูป infinitive ส่วนคำบุพบท on จะอยู่ท้ายอย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย catch, up และคำบุพบทที่ถูกต้อง: After vacation, I need to ____ my emails.

ดูคำตอบ

catch up on

Let's go.

2:37

ไปกันเลย

Right now,

2:37

ตอนนี้

we're in front of the coffee shop and I'm with my friend Lisanna and I think a coffee shop is a great way to go and catch up with your friends because you can hang out with them.

2:38

เราอยู่หน้าร้านกาแฟกับ Lisanna เพื่อนของฉัน และฉันคิดว่าร้านกาแฟเป็นที่ที่ดีมากในการมาคุยอัปเดตชีวิตกับเพื่อนๆ เพราะคุณสามารถมาเที่ยวเล่นกับพวกเขาได้

You can ask them a lot of questions,

2:48

คุณสามารถถามคำถามพวกเขาได้มากมาย

catch up about their life.

2:49

อัปเดตเรื่องราวชีวิตของพวกเขา

I haven't seen my friend Lisanna in a while. ไวยากรณ์

2:51

ฉันไม่ได้เจอ Lisanna เพื่อนของฉันมาสักพักแล้ว

ไวยากรณ์

haven't seen ... in a while: ไม่ได้เจอกันมาสักพัก

โครงสร้าง present perfect แบบ haven't + คำกริยาช่องที่สามเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน Haven't seen หมายถึงไม่ได้เห็นหรือพบคนนั้นตลอดช่วงเวลาหนึ่งที่ต่อเนื่องมาถึงตอนนี้ เมื่ออยู่หลังประโยคปฏิเสธ in a while หมายถึงมาระยะหนึ่งแล้วหรือในช่วงหลังนี้ ตรงนี้อธิบายว่าไม่ได้เจอ Lisanna มานาน ไม่ได้หมายความว่าจะเจอเธอในอีกสักครู่

แบบฝึกหัด

ประโยค "I haven't seen Maya in a while" หมายความว่าอย่างไร?

  1. ฉันเจอ Maya เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ
  2. ฉันจะเจอ Maya หลังจากรอสักครู่
  3. ช่วงหลังนี้ฉันไม่ได้เจอ Maya
ดูคำตอบ

ช่วงหลังนี้ฉันไม่ได้เจอ Maya

So, I'm going to ask her how her life is in Estonia inside the coffee shop.

2:53

ฉันก็เลยจะถามเธอเกี่ยวกับชีวิตของเธอใน Estonia ตอนที่เข้าไปในร้านกาแฟ

Also, inside the coffee shop,

2:56

นอกจากนี้ ภายในร้านกาแฟ

you can chit-chat with your friends, การใช้คำ

2:58

คุณยังสามารถพูดคุยสัพเพเหระกับเพื่อนๆ

การใช้คำ

Chit-chat: การคุยเบา ๆ แบบไม่เป็นทางการ

Chit-chat หมายถึงการคุยสบาย ๆ อย่างเป็นกันเองเกี่ยวกับเรื่องในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เรื่องสำคัญหรือจริงจัง ในประโยคนี้ คำนี้บอกถึงการคุยเล่นแบบผ่อนคลายที่เพื่อน ๆ ทำได้ในร้านกาแฟ คำนี้เป็นคำนามได้ เช่น We had a little chit-chat และเป็นคำกริยาแบบไม่เป็นทางการได้เหมือนในประโยคนี้ โดยวางหลัง can เป็น can chit-chat

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะกับการใช้ chit-chat มากที่สุด

  1. เพื่อนสองคนคุยกันสบาย ๆ ระหว่างรอรถประจำทาง
  2. แพทย์อธิบายการตัดสินใจเร่งด่วนเกี่ยวกับการรักษา
  3. คณะกรรมการตรวจสอบรายงานความปลอดภัยในการประชุมอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

เพื่อนสองคนคุยกันสบาย ๆ ระหว่างรอรถประจำทาง

drink a cup of coffee,

3:00

ดื่มกาแฟสักแก้ว

and enjoy the environment because it's pretty quiet.

3:01

และเพลิดเพลินกับบรรยากาศ เพราะมันค่อนข้างเงียบสงบ

Lisanna,

3:04

Lisanna

what's your favorite coffee?

3:04

กาแฟที่คุณชอบที่สุดคืออะไรเหรอ

I love a warm cappuccino with oat milk.

3:06

ฉันชอบคาปูชิโน่อุ่นๆ ใส่นมข้าวโอ๊ตน่ะ

Awesome.

3:08

เยี่ยมเลย

I think I might order a white chocolate mocha.

3:09

ฉันว่าฉันน่าจะสั่งไวท์ช็อกโกแลตมอคค่านะ

So, let's go ahead and head on over to the coffee shop. กริยาวลี

3:11

งั้นเราเดินเข้าไปในร้านกาแฟกันเถอะ

กริยาวลี

Head on over: ไปยังอีกสถานที่หนึ่งอย่างสบาย ๆ

Head on over หมายถึงการไปยังสถานที่อื่นด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ แบบภาษาพูด ในประโยคนี้ head เป็นคำกริยาที่หมายถึง “มุ่งหน้าไป” ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงส่วนหนึ่งของร่างกาย on เพิ่มความรู้สึกของการเริ่มหรือเดินทางต่อ ส่วน over ชี้ไปยังอีกสถานที่หนึ่ง โดยปกติสถานที่ปลายทางจะตามหลัง to เช่น head on over to the coffee shop รูปที่สั้นกว่าอย่าง head over to และรูปทั่วไปอย่าง go to บอกการเคลื่อนที่พื้นฐานแบบเดียวกันได้ แต่ head on over ฟังเป็นภาษาสนทนามากกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ไปยังสถานที่อื่น” อย่างสบาย ๆ: “It's almost noon, so let's ____ to the café.”

ดูคำตอบ

head on over

Normally, when I invite my friends to hang out with me,

3:14

ปกติแล้ว เวลาฉันชวนเพื่อนไปเที่ยว

I like to treat them with something.

3:17

ฉันชอบเลี้ยงอะไรพวกเขาหน่อยน่ะ

So, if we go out to drink a cup of coffee,

3:18

ดังนั้น ถ้าเราออกไปดื่มกาแฟกัน

I like to pay for their cup of coffee.

3:21

ฉันก็ชอบจะเป็นคนจ่ายค่ากาแฟให้พวกเขา

But normally,

3:23

แต่โดยปกติแล้ว

Americans will just pay separately when they pay for their things.

3:23

คนอเมริกันมักจะต่างคนต่างจ่ายในส่วนของตัวเอง

So, today,

3:27

ดังนั้น วันนี้

I'm going to treat my friends Mateo and Lisanna.

3:28

ฉันจะเลี้ยงเพื่อนของฉัน Mateo กับ Lisanna

I'm going to pay for their cup of coffee and I'm going to ask them some questions about their life because I want to catch up with them and see what they've been up to.

3:30

ฉันจะจ่ายค่ากาแฟให้พวกเขาและจะถามคำถามเกี่ยวกับชีวิตของพวกเขาสักหน่อย เพราะฉันอยากอัปเดตและดูว่าพวกเขาทำอะไรกันอยู่บ้าง

What have their lives been up to,

3:38

ชีวิตของพวกเขาเป็นยังไงบ้าง

traveling all over the world?

3:39

กับการเดินทางไปทั่วโลก

Because if you guys haven't seen their YouTube channel,

3:41

เพราะถ้าพวกคุณยังไม่เคยดูช่อง YouTube ของพวกเขา

they are both travel vloggers and they go all around the world and they visit different countries,

3:43

พวกเขาทั้งคู่เป็นนักทำวิดีโอบล็อกท่องเที่ยว เดินทางไปทั่วโลกและไปเยือนประเทศต่างๆ

different cities,

3:49

เมืองต่างๆ

and I'm sure they have a lot of good stories to tell me.

3:50

และฉันมั่นใจว่าพวกเขาต้องมีเรื่องดีๆ มาเล่าให้ฉันฟังเพียบเลย

Hey guys,

3:52

นี่ทุกคน

before continuing the video,

3:53

ก่อนจะไปดูวิดีโอกันต่อ

I want to emphasize Open English.

3:55

ฉันอยากขอเน้นเรื่อง Open English หน่อย

It is one of the best,

3:57

มันเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ดีที่สุด

if not the best, ลำดับความ

3:58

หรือไม่ก็ดีที่สุดเลยล่ะ

ลำดับความ

one of the best, if not the best: การยกระดับคำกล่าว

ในโครงสร้างอย่าง one of the best, if not the best ส่วนหลังจะยกระดับคำกล่าวให้แรงขึ้น โดยหมายถึงว่าอาจถึงขั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเพียงหนึ่งเดียว ตรงนี้ if not ไม่ได้ปฏิเสธว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ผู้พูดเริ่มจากคำกล่าวที่ระมัดระวังกว่า แล้วจึงเสนอความเป็นไปได้ที่แรงขึ้น วิธีนี้ทำให้รีวิวหรือคำพูดโน้มน้าวใจฟังดูหนักแน่น แต่ยังคงเหลือความไม่แน่นอนไว้เล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง if not + ขั้นสูงสุด เพื่อยกระดับคำชมจาก “หนึ่งในการแสดงที่ตลกที่สุด” เป็น “อาจเป็นการแสดงที่ตลกที่สุด”: That was one of the funniest shows this year, ____.

ดูคำตอบ

if not the funniest

platform to learn English online.

3:59

สำหรับการเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์

I know this because I've been using the platform and I was impressed by how professional they are. โน้ต

4:00

ฉันรู้ดีเพราะฉันใช้แพลตฟอร์มนี้อยู่ และฉันประทับใจมากว่าพวกเขามีความเป็นมืออาชีพแค่ไหน

ไวยากรณ์

I've been using: ประสบการณ์ที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

I've been using เป็น present perfect continuous ซึ่งมีโครงสร้าง have + been + คำกริยา-ing รูปนี้แสดงว่าการใช้งานเริ่มขึ้นในอดีตและดำเนินต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่งจนถึงตอนนี้หรือจนถึงช่วงที่ผ่านมาไม่นาน ในประโยคนี้ ประสบการณ์ใช้งานอย่างต่อเนื่องเป็นหลักฐานสนับสนุนการประเมินในปัจจุบันของผู้พูด รูปนี้เน้นกิจกรรมที่ต่อเนื่องและความเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน ไม่ได้กล่าวเพียงถึงการใช้งานครั้งเดียวที่จบไปแล้วในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect continuous ของ use: I ____ this app for three months, so I know its features well.

ดูคำตอบ

have been using

วลี

was impressed by: รู้สึกประทับใจกับ…

Was impressed by หมายถึงบางสิ่งทำให้ผู้พูดมีความเห็นในแง่ดีอย่างมาก ในประโยคนี้ ความเป็นมืออาชีพของพวกเขาคือสาเหตุของความรู้สึกนั้น โครงสร้างคือ be impressed by + คน สิ่งของ หรือคุณสมบัติ ผู้ที่รู้สึกประทับใจเป็นประธาน ส่วนสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกจะอยู่หลัง by

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่า Mia มีความเห็นในแง่ดีอย่างมากต่อผลงานของทีม?

  1. Mia was impressed by the team's work.
  2. The team was impressed by Mia's work.
  3. Mia impressed the team with her work.
ดูคำตอบ

Mia was impressed by the team's work.

I have also seen how many of their students have significantly improved their English in a short time.

4:05

ฉันยังเห็นนักเรียนหลายคนพัฒนาภาษาอังกฤษของพวกเขาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในเวลาสั้นๆ ด้วย

I personally recommend it since their teachers are native speakers like me and they have helped me improve my way of teaching English.

4:10

ส่วนตัวฉันขอแนะนำเลย เพราะคุณครูของพวกเขาเป็นเจ้าของภาษาเหมือนกับฉัน และพวกเขาก็ช่วยให้ฉันพัฒนาวิธีสอนภาษาอังกฤษของตัวเองด้วย

I have learned a lot from them.

4:17

ฉันเรียนรู้จากพวกเขามาเยอะมาก

They also have very flexible schedules since they have classes 24/7 and you can access them from any device at any time.

4:19

พวกเขายังมีตารางเรียนที่ยืดหยุ่นมาก เพราะมีคลาสเรียนตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ และคุณสามารถเข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์ในทุกเวลา

And best of all,

4:26

และที่ดีที่สุดคือ

you won't believe it,

4:26

คุณจะไม่เชื่อเลยว่า

all of their teachers are native.

4:27

คุณครูของพวกเขาเป็นเจ้าของภาษาทั้งหมด

So, you will have the opportunity to practice your English and improve your pronunciation.

4:29

ดังนั้น คุณก็จะมีโอกาสได้ฝึกภาษาอังกฤษและพัฒนาการออกเสียงของคุณ

Trust me,

4:33

เชื่อฉันสิ

go and click on the link in my description to start becoming more bilingual every day.

4:34

ไปคลิกที่ลิงก์ในช่องรายละเอียดของฉันเพื่อเริ่มต้นการเป็นคนสองภาษาให้มากขึ้นในทุกๆ วันเลย

Don't miss out on it. กริยาวลี

4:38

อย่าพลาดเด็ดขาดนะ

กริยาวลี

miss out on: พลาดโอกาส

Miss out on หมายถึงพลาดโอกาสที่จะได้รับ ทำ หรือเพลิดเพลินกับบางสิ่ง มักเกิดขึ้นเพราะโอกาสสิ้นสุดลงหรือไม่ได้ลงมือทำทันเวลา ใน Don't miss out on it คำว่า it หมายถึงโอกาสที่กำลังแนะนำอยู่ รูปแบบคือ miss out on + คำนาม คำสรรพนาม หรือคำกริยารูป -ing: miss out on the trip, miss out on it, miss out on meeting the team ในที่นี้ miss ไม่ได้หมายถึงคิดถึงคนที่ไม่อยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเตือนเพื่อนไม่ให้พลาดโอกาสไปสนุกกับกิจกรรม?

  1. Don't miss the last train.
  2. I miss my friend.
  3. Don't miss out on the concert.
ดูคำตอบ

Don't miss out on the concert.

I just bought my cup of coffee and I gave Lisanna a cup of coffee for free because she's my friend.

4:39

ฉันเพิ่งซื้อกาแฟมา แล้วก็ให้กาแฟ Lisanna ฟรีแก้วนึงเพราะเธอเป็นเพื่อนฉัน

And I also bought us a Bundt cake for us to share. วัฒนธรรม

4:45

แล้วฉันก็ซื้อ Bundt cake มาแบ่งกันกินด้วย

วัฒนธรรม

Bundt cake: เค้กที่ตั้งชื่อตามพิมพ์ทรงวงแหวน

Bundt cake คือเค้กที่อบในพิมพ์ทรงวงแหวนแบบพิเศษซึ่งมีรูตรงกลาง ชื่อนี้บอกถึงรูปทรงของเค้กเป็นหลัก ไม่ใช่รสชาติ ดังนั้น Bundt cake จึงมีได้หลายรส

แบบฝึกหัด

ชื่อ Bundt cake บอกลักษณะใดของเค้กเป็นหลัก?

  1. เค้กนี้อบในพิมพ์ทรงวงแหวน
  2. เค้กนี้ต้องมีรสช็อกโกแลต
  3. คำนี้เป็นเพียงอีกชื่อหนึ่งของเค้กทุกชนิด
ดูคำตอบ

เค้กนี้อบในพิมพ์ทรงวงแหวน

Mateo,

4:48

Mateo

why didn't you order something?

4:48

ทำไมเธอไม่สั่งอะไรเลยล่ะ

Because coffee gives me anxiety.

4:50

เพราะกาแฟทำให้ฉันวิตกกังวลน่ะ

Anxiety.

4:52

วิตกกังวล

And I cannot eat chocolate because I am on a diet.

4:53

แล้วฉันก็กินช็อกโกแลตไม่ได้ด้วยเพราะฉันกำลังไดเอทอยู่

Okay,

4:56

โอเค

you're on a diet.

4:57

เธอกำลังไดเอท

You want to cut out the sugar from your diet. กริยาวลี

4:57

เธออยากลดน้ำตาลจากอาหารของเธอล่ะสิ

กริยาวลี

cut out: หยุดกินหรือดื่มบางอย่างอย่างสิ้นเชิง

ในที่นี้ cut out หมายถึงหยุดกินหรือดื่มบางอย่างอย่างสิ้นเชิง โดยมองว่าน้ำตาลเป็นสิ่งที่นำออกจากอาหาร ไม่ได้หมายถึงการใช้กรรไกรตัด ในโครงสร้างนี้ สามารถพูดว่า cut out sugar หรือ cut sugar out of your diet ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงหยุดบริโภคอย่างสิ้นเชิง: Because caffeine keeps Leo awake, he needs to ____ coffee completely.

ดูคำตอบ

cut out

The sugar,

4:59

น้ำตาล

the coffee,

5:00

กาแฟ

and the alcohol as well.

5:00

แล้วก็แอลกอฮอล์ด้วย

I paid $13.92 for two cups of coffee,

5:01

ฉันจ่ายไป 13.92 ดอลลาร์สำหรับกาแฟสองแก้ว

a small and a medium, ไวยากรณ์

5:05

แก้วเล็กหนึ่งและแก้วกลางหนึ่ง

ไวยากรณ์

a small and a medium: ใช้คำบอกขนาดแทนคำนามเวลาสั่งของ

ในการสั่งครั้งนี้ “a small and a medium” หมายถึงเครื่องดื่มขนาดเล็กหนึ่งแก้วและขนาดกลางหนึ่งแก้ว ปกติ small และ medium ใช้บอกขนาด แต่ในที่นี้ใช้เดี่ยว ๆ เหมือนคำนามได้ เพราะรู้อยู่แล้วว่าสินค้านั้นคือกาแฟ การละชื่อสินค้าแบบนี้พบได้บ่อยเวลาสั่งของ เมื่อรู้ชัดแล้วว่าเป็นสินค้าอะไร สามารถใช้ a หรือ an กับคำบอกขนาดเพื่อหมายถึงสินค้าขนาดนั้นหนึ่งชิ้นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคสั่งเครื่องดื่มขนาดเล็กหนึ่งแก้ว ตามด้วยขนาดกลางหนึ่งแก้ว ใช้ a หน้าขนาดแต่ละคำ เชื่อมด้วย and และละชื่อสินค้า: “I'll have ____, please.”

ดูคำตอบ

a small and a medium

and a cake.

5:07

แล้วก็เค้กอีกหนึ่งชิ้น

Do you guys think that's expensive or do you guys think it's cheap?

5:07

ทุกคนคิดว่ามันแพงหรือว่าถูกล่ะคะ

Let me know down below.

5:10

คอมเมนต์บอกด้านล่างได้เลยนะ

And I also think that this is a pretty cheap price for me because you can sit down with your friends,

5:11

และฉันก็คิดว่านี่เป็นราคาที่ค่อนข้างถูกสำหรับฉันนะ เพราะคุณได้นั่งลงกับเพื่อนๆ

hang out with them,

5:16

ไปเที่ยวเล่นกับพวกเขา

chit-chat,

5:17

พูดคุยสัพเพเหระ

and catch up about their life.

5:18

และอัปเดตเรื่องราวชีวิตของพวกเขากัน

So, I'm going to ask Mateo and Lisanna some questions about their life because they are both travel vloggers that travel all around the world.

5:20

งั้นฉันจะถามคำถาม Mateo กับ Lisanna เกี่ยวกับชีวิตของพวกเขา เพราะทั้งสองคนเป็นนักทำวิดีโอบล็อกท่องเที่ยวที่เดินทางไปทั่วโลก

So, both of my friends are not from the United States. ไวยากรณ์

5:27

เพื่อนของฉันทั้งสองคนไม่ได้มาจากสหรัฐอเมริกา

ไวยากรณ์

both of my friends are not ...: ขอบเขตการปฏิเสธที่กำกวม

ในบริบทนี้ “both of my friends are not from the United States” ตั้งใจหมายความว่าเพื่อน A ไม่ได้มาจากสหรัฐอเมริกา และเพื่อน B ก็ไม่ได้มาจากที่นั่นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การวาง not หลัง both อาจทำให้ขอบเขตของการปฏิเสธกำกวม ผู้ฟังบางคนอาจเข้าใจเป็น “not both” คือไม่จริงที่เพื่อนทั้งสองคนมาจากสหรัฐอเมริกา ถ้าไม่มีใครในสองคนนั้นมาจากที่นั่นเลย “neither of my friends is ...” จะชัดเจนกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ชัดเจนที่สุดว่าไม่มีใครในเพื่อนสองคนมาจากสหรัฐอเมริกาเลย

  1. Both of my friends are not from the United States.
  2. Neither of my friends is from the United States.
  3. Not both of my friends are from the United States.
ดูคำตอบ

Neither of my friends is from the United States.

He's from Argentina. การใช้คำ

5:30

เขามาจากประเทศอาร์เจนตินา (Argentina)

He's Argentinian.

5:31

เขาเป็นชาวอาร์เจนตินา (Argentinian)

การใช้คำ

Argentina กับ Argentinian: ประเทศและสัญชาติ

Argentina เป็นชื่อประเทศ หลัง from ให้ใช้ชื่อประเทศ: He's from Argentina. Argentinian เป็นคำบอกสัญชาติ ใน He's Argentinian คำนี้ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์หลัง be ถ้าใช้เป็นคำนามหมายถึงคนหนึ่งคน โดยทั่วไปต้องมีคำนำหน้านาม: He's an Argentinian.

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้ชื่อประเทศและคำบอกสัญชาติได้ถูกต้อง

  1. Leo is from Argentinian. He's Argentina.
  2. Leo is from Argentina. He's Argentinian.
  3. Leo is Argentina. He's from Argentinian.
ดูคำตอบ

Leo is from Argentina. He's Argentinian.

Lisanna is from Estonia.

5:32

ส่วน Lisanna มาจากเอสโตเนีย (Estonia)

She's Estonian.

5:34

เธอเป็นชาวเอสโตเนีย (Estonian)

I have a question.

5:35

ฉันมีคำถามนะ

So, I know you guys travel all around the world.

5:35

ฉันรู้ว่าพวกเธอเดินทางไปทั่วโลก

Where do you guys live right now?

5:38

ตอนนี้พวกเธออาศัยอยู่ที่ไหนเหรอ

We actually live in Estonia.

5:39

จริงๆ แล้วพวกเราอยู่ที่ Estonia

This is our place.

5:41

ที่นี่คือที่อยู่ของเรา

It's where we have our house.

5:42

เป็นที่ที่บ้านของเราตั้งอยู่น่ะ

Do you guys think you'll live there your whole life or since you're traveling so much,

5:43

พวกเธอคิดว่าจะอยู่ที่นั่นไปตลอดชีวิตเลยไหม หรือในเมื่อเดินทางบ่อยขนาดนี้

do you think you'll move to a different place?

5:46

คิดว่าจะย้ายไปอยู่ที่อื่นหรือเปล่า

We are very spontaneous.

5:48

พวกเราทำอะไรตามใจชอบมากเลยล่ะ

So, we never know.

5:50

เราก็เลยไม่เคยรู้เลย

But right now,

5:51

แต่ตอนนี้

it's Estonia.

5:52

ก็คือที่ Estonia

What country have you guys traveled to lately? ไวยากรณ์

5:53

ช่วงนี้พวกเธอไปเที่ยวประเทศไหนมาบ้าง

ไวยากรณ์

ใช้ have ... traveled ... lately? ถามประสบการณ์ช่วงไม่นานมานี้

คำถามนี้ใช้ present perfect: have + traveled ซึ่งเป็น past participle โดยถามถึงประสบการณ์เดินทางในช่วงเวลาไม่นานมานี้ที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน lately หมายถึง “ในช่วงที่ผ่านมาไม่นานจนถึงตอนนี้” จึงเปิดช่วงเวลาไว้และไม่ได้เน้นวันที่เดินทางที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมคำถาม present perfect เกี่ยวกับประสบการณ์ช่วงไม่นานมานี้ให้สมบูรณ์: What good books ____ you read lately?

ดูคำตอบ

have

Lately,

5:56

ช่วงนี้เหรอ

we've been to maybe Lisanna remembers more than me.

5:57

เราไปมา... บางที Lisanna น่าจะจำได้มากกว่าฉันนะ

We went to Japan,

6:01

เราไปญี่ปุ่น (Japan)

United Arab Emirates,

6:02

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates)

and Maldives.

6:04

แล้วก็มัลดีฟส์ (Maldives)

What are your favorite types of food or what is the best food you've had in these countries or countries in South America?

6:05

อาหารประเภทไหนที่พวกเธอชอบที่สุด หรืออาหารอะไรที่อร่อยที่สุดที่พวกเธอเคยกินในประเทศเหล่านี้หรือประเทศในอเมริกาใต้ (South America)

For me,

6:11

สำหรับฉันนะ

the best one is ceviche from Peru and also I love beans,

6:12

ที่อร่อยที่สุดคือเซวิเช (ceviche) จากเปรู (Peru) แล้วฉันก็ชอบถั่ว

rice,

6:16

ข้าว

and meat,

6:17

แล้วก็เนื้อสัตว์

which is a typical Latin American food.

6:18

ซึ่งเป็นอาหารตามแบบฉบับของละตินอเมริกาเลย

The most delicious thing recently that I tried was Japanese tomato ramen.

6:20

ของที่อร่อยที่สุดที่ฉันเพิ่งลองกินมาคือราเมนมะเขือเทศของญี่ปุ่น (Japanese tomato ramen)

And I know both of you travel around the world and you guys work with YouTube.

6:25

และฉันรู้ว่าทั้งคู่เดินทางรอบโลกแถมยังทำงานกับ YouTube ด้วย

You guys make videos on YouTube.

6:29

พวกเธอทำวิดีโอลง YouTube

So, what is the best thing about your job?

6:31

แล้วอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดเกี่ยวกับงานของพวกเธอเหรอ

In my opinion,

6:33

ในความเห็นฉันนะ

it's that I have a lot of fun and I do this job because I can have fun.

6:34

คือฉันได้สนุกมากๆ และฉันทำงานนี้ก็เพราะฉันสนุกกับมันนั่นแหละ

I love that we have a free schedule.

6:39

ฉันชอบที่เรามีตารางงานที่เป็นอิสระ

So, if I want to wake up at 10:00 a.m. and start my day later, ไวยากรณ์

6:41

ดังนั้น ถ้าฉันอยากตื่นสิบโมงเช้าแล้วค่อยเริ่มวันทีหลัง

I can do it.

6:45

ฉันก็ทำได้

ไวยากรณ์

if I want to ... I can do it: เงื่อนไขที่เป็นจริงและทางเลือกที่ทำได้

ในประโยคเงื่อนไขที่เป็นไปได้จริงนี้ if I want to บอกเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นได้จริง แม้ตัวเลือกจะเกี่ยวกับอนาคต กริยาหลัง if ก็ใช้ present simple I can do it บอกผลลัพธ์ที่ทำได้เมื่อเงื่อนไขนั้นเป็นจริง ผู้พูดมีอิสระหรือความสามารถที่จะตื่นและเริ่มวันช้าลง ในที่นี้ it ย้อนถึงการกระทำที่วางแผนไว้ทั้งหมด ไม่ได้แทนกริยาเพียงคำเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นได้จริงและทางเลือกที่ทำได้?

  1. If Maya wants to play outside, she can put on her shoes and go.
  2. If Maya wanted to play outside, she can put on her shoes and go.
  3. If Maya will want to play outside, she can put on her shoes and go.
ดูคำตอบ

If Maya wants to play outside, she can put on her shoes and go.

And if I want to start really early,

6:46

และถ้าฉันอยากเริ่มงานตั้งแต่เช้าตรู่เลย

also I can do it.

6:48

ฉันก็ทำได้เหมือนกัน

I feel like with YouTube,

6:50

ฉันรู้สึกว่าพอทำ YouTube

you're your own boss. สำนวน

6:51

คุณได้เป็นเจ้านายตัวเอง

สำนวน

you're your own boss: ควบคุมงานของตัวเอง

You're เป็นรูปย่อของ you are ส่วน your แสดงความเป็นเจ้าของ ดังนั้นรูปเต็มคือ you are your own boss วลี be your own boss มักเป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงการควบคุมงานและตารางเวลาของตนเอง แทนที่จะถูกคนอื่นจัดการโดยตรง ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของบริษัทตามกฎหมายหรือบริหารพนักงาน ประเด็นสำคัญคือความเป็นอิสระ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึงการควบคุมการตัดสินใจเรื่องงานของตนเอง: When you work for yourself, you can ____.

ดูคำตอบ

be your own boss

You know,

6:52

รู้ไหม

you can wake up when you want to wake up.

6:52

คุณตื่นตอนไหนก็ได้ที่อยากตื่น

You can work when you want to work.

6:54

ทำงานตอนไหนก็ได้ที่อยากทำ

But you're also having fun and traveling the world.

6:55

แต่คุณก็ยังได้สนุกและได้เดินทางรอบโลกไปด้วย

So, I think that's such a cool job that you guys have.

6:58

ฉันเลยคิดว่างานที่พวกเธอทำนี่มันเจ๋งมากจริงๆ

Yeah.

7:00

ใช่เลย

It's amazing.

7:00

มันวิเศษมาก

It also has the negative sides like any kind of other job.

7:01

มันก็มีด้านลบเหมือนกับงานอื่นๆ นั่นแหละ

But we love what we do so far. การใช้คำ

7:06

แต่จนถึงตอนนี้พวกเราก็รักในสิ่งที่ทำนะ

การใช้คำ

so far: จนถึงตอนนี้

ในที่นี้ so far หมายถึง “จนถึงตอนนี้” โดยกำหนดช่วงเวลาตั้งแต่จุดหนึ่งในอดีตมาถึงปัจจุบัน ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่าตลอดช่วงเวลานั้นผู้พูดชอบงานที่ตนทำอยู่ ไม่ได้พูดถึงระยะทาง so far ยังทำให้ความคิดเห็นนี้เป็นการประเมิน ณ ตอนนี้ ไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย ตอนนี้อาจดีอยู่ แต่ภายหลังอาจเปลี่ยนได้ มักใช้กับ present perfect เช่น “We have enjoyed it so far,” แต่ในภาษาพูดก็วางหลังข้อความที่บอกสภาพปัจจุบันได้เหมือนในประโยคต้นฉบับ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ so far ในความหมายว่า “จนถึงตอนนี้”?

  1. The new game has been fun so far.
  2. This is by far the hardest level.
  3. The park is so far from our house.
ดูคำตอบ

The new game has been fun so far.

What do you think are the negatives to working with social media and online?

7:08

พวกเธอคิดว่าข้อเสียของการทำงานกับโซเชียลมีเดียและออนไลน์คืออะไรเหรอ

Uh, I would say that you have to be online the whole time and then that drains your energy a lot. สำนวน

7:11

เอ่อ ฉันว่าการที่คุณต้องออนไลน์ตลอดเวลานี่แหละที่ดูดพลังงานไปเยอะมากเลย

สำนวน

drains your energy: ทำให้หมดแรง

drains your energy เป็นการเปรียบเทียบเชิงอุปมา การ drain ภาชนะคือการเอาของเหลวข้างในออก ที่นี่มองพลังงานของคนเหมือนทรัพยากรที่มีจำกัดและถูกระบายจนหมด วลีนี้หมายถึงบางสิ่งค่อย ๆ ใช้พลังใจหรือพลังร่างกายจนทำให้เหนื่อยมาก ประธานบอกสาเหตุที่ทำให้เหนื่อย: “Being online the whole time drains your energy.” ส่วนกรรมบอกว่าพลังงานของใครได้รับผล จึงเปลี่ยนได้เป็น drains my energy, drains her energy หรือ drains our energy

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเดิมที่มีความหมายว่า “ใช้พลังของคุณจนหมดและทำให้เหนื่อย”: Staying alert through a long online meeting ____.

ดูคำตอบ

drains your energy

And also,

7:18

และอีกอย่าง

you have to travel from one country to another all the time. วลี

7:18

คุณต้องเดินทางจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่งอยู่ตลอดเวลา

วลี

from one country to another: การเคลื่อนย้ายภายในกลุ่มชนิดเดียวกัน

โครงสร้าง from one + คำนามนับได้เอกพจน์ + to another ใช้บอกการเคลื่อนย้ายหรือเปลี่ยนจากสมาชิกหนึ่งในกลุ่มไปสู่อีกสมาชิกหนึ่งในกลุ่มชนิดเดียวกัน ในประโยคนี้ all the time ทำให้เข้าใจว่าการย้ายระหว่างประเทศเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ชนิดของคำนามต้องสอดคล้องกัน เช่น from one country to another และ from one task to another คำว่า another ใช้แทน another country หรือ another task จึงละคำนามตัวหลังได้เมื่อรู้ชัดว่าหมายถึงอะไร

แบบฝึกหัด

ใช้คำว่า room และโครงสร้าง from one ... to another เติมประโยคให้สมบูรณ์: During the tour, we walked ____.

ดูคำตอบ

from one room to another

And sometimes,

7:22

และบางครั้ง

you want to stay at home and have a normal routine instead of just keep changing the places all the time. ไวยากรณ์

7:23

คุณก็แค่อยากอยู่บ้านและมีกิจวัตรธรรมดาๆ แทนที่จะต้องคอยเปลี่ยนที่อยู่ตลอดเวลา

ไวยากรณ์

การแก้ instead of just keep changing

instead of เป็นคำบุพบท เมื่อมีคำกริยาตามหลัง ต้องใช้รูป -ing ส่วนที่เน้นใช้คำกริยารูปพื้นฐาน keep ดังนั้นในภาษาอังกฤษมาตรฐานจึงใช้ instead of just keep changing ไม่ได้ ในประโยคนี้ วิธีแก้ที่ชัดเจนที่สุดคือ instead of just changing places all the time หากต้องการคงความหมายเพิ่มเติมว่าการกระทำนั้นดำเนินต่อไป ให้พูดว่า instead of just keeping on changing places โดย keeping อยู่หลัง instead of ส่วน changing อยู่หลัง keep on

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ change เติมประโยคให้สมบูรณ์: Instead of ____ plans every day, Leo chose one plan and followed it.

ดูคำตอบ

changing

That can be really exhausting.

7:29

นั่นมันเหนื่อยมากๆ เลยนะ

I definitely think it can be exhausting,

7:31

ฉันเชื่อเลยว่ามันต้องเหนื่อยแน่ๆ

especially traveling all around the world.

7:33

โดยเฉพาะการเดินทางไปทั่วโลก

You're changing your time.

7:35

คุณกำลังเปลี่ยนเวลาตัวเอง

You know,

7:36

แบบว่า

Europe is 6 hours ahead.

7:36

ยุโรปเร็วกว่าตั้ง 6 ชั่วโมง

Here,

7:38

ที่นี่

it's a different time.

7:38

ก็เป็นอีกเวลาหนึ่ง

It can be difficult adjusting to the time, วลี

7:39

มันคงจะยากในการปรับตัวกับเวลา

adjusting to the food if you've never tried the food before.

7:42

ปรับตัวกับอาหารถ้าคุณไม่เคยลองกินมาก่อน

วลี

การปรับตัวให้เข้ากับเวลาและอาหาร

Adjust to หมายถึงค่อย ๆ คุ้นเคยและปรับตัวเข้ากับสภาพใหม่ ในประโยคนี้ adjusting to the time และ adjusting to the food คือการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่อาจทำให้รู้สึกลำบากเวลาเดินทาง ในโครงสร้าง adjust to + คำนามหรือรูป -ing คำว่า to เป็นคำบุพบท เช่น adjust to the time, adjust to the food หรือ adjust to waking up early การใช้ adjusting to ซ้ำทำให้ความท้าทายทั้งสองมีโครงสร้างแบบเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ adjust to: Maya is still ____ her new school schedule.

ดูคำตอบ

adjusting to

I think it's great that you guys have more positives than negatives about your job because you guys wouldn't be doing it right now. ไวยากรณ์

7:44

ฉันคิดว่ามันเยี่ยมมากที่พวกเธอมองเห็นข้อดีมากกว่าข้อเสียของงานนี้ เพราะถ้าไม่เป็นอย่างนั้น พวกเธอคงไม่ทำมันอยู่จนถึงตอนนี้แน่ๆ

ไวยากรณ์

ตอนนี้ก็คงไม่ได้กำลังทำอยู่

Wouldn't be doing บอกผลลัพธ์ในปัจจุบันที่สมมุติขึ้น ไม่ได้บอกเพียงเหตุการณ์ในอดีต จริง ๆ แล้วการกระทำนั้นกำลังเกิดขึ้นตอนนี้ แต่ผู้พูดบอกว่ามันคงไม่เกิดขึ้นหากเงื่อนไขต่างออกไป เงื่อนไขไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ เพราะเข้าใจได้จากบริบท กล่าวคือ ถ้างานนี้ไม่ได้มีข้อดีมากกว่าข้อเสีย พวกเขาก็คงไม่ได้ทำงานนี้ต่ออยู่ในตอนนี้ โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดย้อนหาเหตุผลจากข้อเท็จจริงในปัจจุบันได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค "They wouldn't be doing it right now," wouldn't be doing แสดงความหมายใด

  1. ผลลัพธ์ปัจจุบันที่สมมุติขึ้นจากเงื่อนไขซึ่งเข้าใจได้จากบริบท
  2. คำบอกตรง ๆ ว่าพวกเขาไม่ได้ทำสิ่งนั้นอยู่ตอนนี้
  3. การกระทำที่เสร็จสิ้นแล้วในอดีต
ดูคำตอบ

ผลลัพธ์ปัจจุบันที่สมมุติขึ้นจากเงื่อนไขซึ่งเข้าใจได้จากบริบท

That's for sure.

7:50

แน่นอนอยู่แล้ว

Yes.

7:50

ใช่

Yeah.

7:51

ใช่เลย

We are really thankful to have this life and job.

7:51

พวกเราซาบซึ้งใจจริงๆ ที่มีชีวิตและงานแบบนี้

I know both of you are so intelligent and you guys speak so many languages.

7:55

ฉันรู้ว่าพวกเธอสองคนฉลาดมาก แถมยังพูดได้หลายภาษาด้วย

You're from Estonia.

7:59

เธอมาจาก Estonia

You speak Estonian,

8:00

พูดภาษาเอสโตเนีย (Estonian)

Spanish,

8:01

สเปน (Spanish)

and you also speak English.

8:02

แล้วก็พูดภาษาอังกฤษได้ด้วย

And you speak Spanish as well and Portuguese.

8:03

ส่วนเธอก็พูดสเปนได้ แล้วก็ภาษาโปรตุเกส (Portuguese) ด้วย

And English as well.

8:06

และภาษาอังกฤษด้วย

Do you guys think English is necessary to travel all around the world?

8:07

พวกเธอคิดว่าภาษาอังกฤษจำเป็นต่อการเดินทางรอบโลกไหม

I would say that English is not important anymore. ลำดับความ

8:12

ฉันจะบอกว่าภาษาอังกฤษไม่ได้แค่สำคัญอีกต่อไปแล้วล่ะ

I think it's essential.

8:15

ฉันคิดว่ามันจำเป็นสุดๆ เลย

ลำดับความ

English is not important anymore ... it's essential: การยกระดับข้อกล่าวอ้าง

สองประโยคนี้เป็นการแก้คำพูดของตนเองในภาษาพูด ประโยคแรกไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้ายของผู้พูดว่าภาษาอังกฤษหมดความสำคัญแล้ว ประโยคถัดไปยกระดับจาก important เป็น essential ซึ่งหมายความว่า important ยังเป็นคำที่เบาเกินไปสำหรับความเห็นที่แท้จริงของผู้พูด ความหมายที่ตั้งใจคือ “ภาษาอังกฤษไม่ได้เพียงแค่สำคัญ แต่จำเป็นอย่างยิ่ง” ถ้าต้องการพูดให้ชัดเจนขึ้น ปกติจะเติม just หรือ merely เพื่อแสดงความต่างนี้ เมื่อผู้พูดเปลี่ยนคำอธิบายเดิมเป็นคำที่แรงกว่าทันที ให้ใช้การแก้คำนั้นช่วยตีความข้อความก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

หลังจากฟังทั้งสองประโยคแล้ว ความหมายใดตรงกับจุดยืนสุดท้ายของผู้พูดมากที่สุด

  1. ภาษาอังกฤษสำคัญ แต่ไม่จำเป็น
  2. ภาษาอังกฤษหมดความสำคัญแล้ว
  3. การบอกว่าภาษาอังกฤษสำคัญยังไม่หนักแน่นพอ เพราะภาษาอังกฤษจำเป็นอย่างยิ่ง
ดูคำตอบ

การบอกว่าภาษาอังกฤษสำคัญยังไม่หนักแน่นพอ เพราะภาษาอังกฤษจำเป็นอย่างยิ่ง

You must speak English,

8:17

คุณต้องพูดภาษาอังกฤษให้ได้

in my opinion.

8:18

ในความเห็นของฉันนะ

If you speak English,

8:19

ถ้าคุณพูดภาษาอังกฤษได้

you will open the doors of the world, สำนวน

8:20

คุณก็จะเปิดประตูสู่โลกกว้าง

สำนวน

open the doors: การเปิดทางสู่โอกาส

open the doors เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึงการเปิดทางให้เข้าถึงโอกาส ประสบการณ์ หรือทางเลือก ในประโยคนี้ ภาษาอังกฤษถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่ช่วยให้เข้าถึงโลกกว้างได้ง่ายขึ้น ไม่ได้หมายถึงประตูจริง ๆ เมื่อต้องการพูดถึงโอกาสโดยรวม สามารถใช้ open doors และเมื่อต้องการพูดถึงความเป็นไปได้ที่เฉพาะเจาะจง ใช้ open the door to + คำนามหรือรูป -ing พหูพจน์ doors มักสื่อว่ามีโอกาสหลายประเภท

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำเปรียบเทียบเรื่องโอกาสได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Learning another language can open the doors of jobs abroad.
  2. Learning another language can open doors at jobs abroad.
  3. Learning another language can open doors to jobs abroad.
ดูคำตอบ

Learning another language can open doors to jobs abroad.

of the opportunities.

8:22

ประตูแห่งโอกาส

And your life,

8:24

แล้วชีวิตของคุณ

I'm pretty sure,

8:25

ฉันค่อนข้างมั่นใจเลยว่า

will improve and get better if you speak English.

8:27

จะพัฒนาและดีขึ้นถ้าคุณพูดภาษาอังกฤษได้

I think also because it's an international language and not only it allows you to travel, ไวยากรณ์

8:29

ฉันคิดว่าเป็นเพราะมันเป็นภาษาสากลด้วย และไม่เพียงแค่ช่วยให้คุณเดินทางได้เท่านั้น

it allows you to study,

8:35

มันยังให้โอกาสคุณได้เรียน

to work,

8:37

ได้ทำงาน

ไวยากรณ์

not only ... but also ที่ต้นอนุประโยคพร้อมการสลับตำแหน่ง

ความหมายที่ต้องการสื่อคือ ภาษานี้มีประโยชน์หลายด้าน ได้แก่ การเดินทาง การเรียน และการทำงาน เมื่อ not only อยู่ต้นอนุประโยค ภาษาอังกฤษมักสลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วย: not only does it allow you to travel ส่วนที่เพิ่มเข้ามาควรเชื่อมอย่างชัดเจนด้วย but (also) และทั้งสองส่วนควรมีโครงสร้างขนานกัน: but it also allows you to study and work ประโยคที่แก้ให้เป็นธรรมชาติคือ: Not only does it allow you to travel, but it also allows you to study and work.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ not only ... but also ที่ต้นอนุประโยคได้ถูกต้อง

  1. Not only this app saves time, but it also reduces mistakes.
  2. Not only does this app save time, but it also reducing mistakes.
  3. Not only does this app save time, but it also reduces mistakes.
ดูคำตอบ

Not only does this app save time, but it also reduces mistakes.

uh, maybe even meet someone.

8:38

เอ่อ หรืออาจจะไปเจอใครสักคนก็ได้

Now that I have caught up with my great friends, ไวยากรณ์

8:40

ตอนนี้ฉันอัปเดตชีวิตกับเพื่อนที่ดีของฉันเรียบร้อยแล้ว

ไวยากรณ์

Now that + สถานการณ์ที่เสร็จสิ้นหรือเกิดขึ้นแล้ว

Now that นำหน้าอนุประโยคสมบูรณ์ที่แสดงว่าสถานการณ์หนึ่งเป็นจริงแล้วหรือเพิ่งเกิดขึ้น ในประโยคนี้ I have caught up with my great friends คือสถานการณ์ที่เพิ่งเสร็จสิ้น สถานการณ์นั้นกลายเป็นเหตุผลเบื้องหลังหรือกรอบเวลาของสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป วลีนี้มักหมายถึง เพราะตอนนี้สถานการณ์เป็นเช่นนี้แล้ว ไม่ได้หมายถึงเพียง ณ ขณะนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ now that เพื่อนำเสนอสถานการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นแล้วเป็นพื้นฐานของการกระทำถัดไป

  1. The library is open now, and we can return the books.
  2. When the library opens, we can return the books.
  3. Now that the library is open, we can return the books.
ดูคำตอบ

Now that the library is open, we can return the books.

Mateo and Lisanna,

8:42

Mateo และ Lisanna

I'm going to drink my cup of coffee.

8:43

ฉันจะกินกาแฟของฉันต่อล่ะ

She is too and we're going to share this Bundt cake together.

8:45

เธอก็ด้วยเหมือนกัน แล้วเราก็จะแบ่ง Bundt cake นี้กินด้วยกัน

I just got done drinking my cup of coffee with my friends, ไวยากรณ์

8:49

ฉันเพิ่งดื่มกาแฟกับเพื่อนของฉันเสร็จ

ไวยากรณ์

get done + -ing ใน “got done drinking”

ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันที่ไม่เป็นทางการ get done + รูป -ing หมายถึง “ทำบางอย่างเสร็จ” ในที่นี้ got เป็นรูปอดีตของ get และ drinking บอกกิจกรรมที่จบลงแล้ว just เน้นว่ากิจกรรมนั้นเพิ่งเสร็จไปไม่นาน ผู้พูดดื่มกาแฟหมดก่อนพูดเพียงเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษแบบอเมริกันที่ไม่เป็นทางการ get done + -ing เติมประโยคให้สมบูรณ์: I just ____ my coffee.

ดูคำตอบ

got done drinking

Mateo and Lisanna,

8:51

Mateo กับ Lisanna

and I had a great time chit-chatting with them, ไวยากรณ์

8:53

และฉันก็มีช่วงเวลาที่ดีมากในการพูดคุยกับพวกเขา

ไวยากรณ์

have a great time + -ing ใน “had a great time chit-chatting”

have a great time + รูป -ing หมายถึง “สนุกกับประสบการณ์ที่ได้ทำกิจกรรมหนึ่ง” had แสดงอดีต และ chit-chatting บอกกิจกรรมที่ทำแล้วรู้สึกสนุก chit-chat หมายถึงการพูดคุยแบบเป็นกันเองเกี่ยวกับเรื่องเบา ๆ ประโยคนี้บอกว่าการสนทนานั้นสนุก ไม่ใช่เพียงแค่มีเวลาพอที่จะคุยกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าผู้พูดสนุกกับการพูดคุยแบบเป็นกันเอง?

  1. We had a great time to chit-chat after lunch.
  2. We had time to chit-chat after lunch.
  3. We had a great time chit-chatting after lunch.
ดูคำตอบ

We had a great time chit-chatting after lunch.

getting to know them a little bit more, วลี

8:55

ได้รู้จักพวกเขามากขึ้นอีกนิด

วลี

getting to know them: ค่อย ๆ ทำความรู้จักให้มากขึ้น

Getting to know them หมายถึงการค่อย ๆ รู้จักคนเหล่านั้นมากขึ้นจากการใช้เวลาร่วมกัน การพูดคุย หรือประสบการณ์ที่มีร่วมกัน ในประโยคนี้ ผู้พูดรู้จักและเข้าใจเพื่อนสองคนมากกว่าเดิมเล็กน้อย โครงสร้างคือ get to know + คน โดย get เปลี่ยนรูปตามเวลา เช่น getting to know หรือ got to know ส่วน know หลัง to คงอยู่ในรูปพื้นฐาน วลีนี้เน้นกระบวนการสร้างความคุ้นเคย ไม่ใช่เพียงการรู้ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งเกี่ยวกับใครบางคน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ get to know: I am ____ my new classmates better each day.

ดูคำตอบ

getting to know

and hearing the stories they have from around the world.

8:56

และได้ฟังเรื่องราวต่างๆ ของพวกเขาจากทั่วทุกมุมโลก

And later,

8:59

แล้วเดี๋ยวหลังจากนี้

I'm going to meet up with my friends and hang out with them again.

9:00

ฉันจะไปเจอ (meet up) กับเพื่อนๆ แล้วก็เที่ยวเล่น (hang out) กับพวกเขาอีกรอบ

We are going to the NBA game where the Chicago Bulls are going to play against the Brooklyn Nets.

9:03

เราจะไปดูเกมแข่ง NBA ที่ Chicago Bulls จะแข่งกับ Brooklyn Nets

Okay, guys.

9:09

โอเคทุกคน

I'll meet up with you later and I'll see you then,

9:10

เดี๋ยวฉันไปเจอพวกเธอทีหลัง แล้วเจอกันนะ

okay?

9:11

ตกลงไหม

All right.

9:12

ได้เลย

Bye.

9:12

ลาก่อน

Bye.

9:13

บ๊ายบาย

My friends just left and I'm all alone right now because they went to explore the city of downtown Chicago because it's their first time here.

9:14

เพื่อนของฉันเพิ่งกลับไป ตอนนี้ฉันเลยอยู่คนเดียว เพราะพวกเขาไปสำรวจตัวเมือง Chicago กันต่อ เพราะมันเป็นครั้งแรกที่พวกเขามาที่นี่

Also, I told them that I'm going to meet up with them later.

9:22

และฉันบอกพวกเขาไปว่าเดี๋ยวจะตามไปเจอทีหลัง

What does the phrasal verb meet up mean?

9:25

กริยาวลี meet up หมายความว่ายังไง

That means that I'm going to see them at a specific time or location and I'm going to meet up with them at the NBA stadium.

9:28

นั่นหมายความว่าฉันจะไปพบพวกเขาในเวลาหรือสถานที่ที่กำหนด และฉันจะไปพบ (meet up) พวกเขาที่สนามกีฬา NBA

Also, let me know down below what questions you guys normally ask to your friends when you meet up with them.

9:36

และช่วยบอกฉันที่คอมเมนต์ด้านล่างหน่อยว่า ปกติแล้วคุณมักจะถามอะไรเวลาที่ไปเจอกับเพื่อนๆ

Hey, Mateo and Lisanna.

9:48

ไง Mateo กับ Lisanna

How are you guys?

9:49

เป็นยังไงกันบ้าง

Good?

9:51

ดีไหม

Good?

9:51

ดีป่าว

What did you guys end up doing while you were in downtown Chicago? กริยาวลี

9:52

สรุปแล้วพวกเธอได้ทำอะไรบ้างตอนที่อยู่ในตัวเมือง Chicago

กริยาวลี

end up doing: ผลลัพธ์สุดท้าย

End up doing หมายถึงสุดท้ายได้ทำบางอย่างหลังจากผ่านสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน มีการเปลี่ยนแปลง หรือไม่เป็นไปตามคาด คำถามนี้ถามว่ากลุ่มนั้นสุดท้ายทำอะไรในย่านใจกลางเมือง ไม่ใช่ว่าเดิมวางแผนจะทำอะไร ใช้โครงสร้าง end up + กริยา-ing เช่น end up eating และ ended up walking โดย end เปลี่ยนตามเวลา ส่วนการกระทำข้างหลังใช้รูป -ing วลีนี้บอกผลลัพธ์สุดท้าย ไม่ได้หมายถึงการทำกิจกรรมหนึ่งให้เสร็จ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ end up ตามด้วยรูป -ing ของ eat: We had no plan, so we ____ at a small cafe.

ดูคำตอบ

ended up eating

Oh, we walked all around the city.

9:55

โอ้ เราเดินรอบเมืองเลย

It was super awesome.

9:57

มันสุดยอดมาก

Really? Was it cold?

9:58

จริงเหรอ หนาวไหม

It was pretty cold and windy, but it was okay,

10:00

ก็ค่อนข้างหนาวแถมลมแรงนะ แต่ก็โอเคอยู่

not too bad. น้ำเสียง/เจตนา

10:02

ไม่แย่เท่าไหร่

น้ำเสียง/เจตนา

not too bad: การประเมินเชิงบวกแบบอ่อน ๆ

ในประโยคนี้ not too bad หมายถึงพอใช้ได้หรือค่อนข้างดี ไม่ได้หมายเพียงว่าแย่เล็กน้อย ผู้พูดยอมรับว่าอากาศหนาวและลมแรง แต่โดยรวมแล้วยังให้ความเห็นเชิงบวกแบบอ่อน ๆ การใช้รูปปฏิเสธแบบนี้ทำให้คำชมฟังดูสงบและไม่เกินจริง ความหมายเป็นบวกกว่าการแปลตามตัวอักษรในเชิงลบ แต่ไม่กระตือรือร้นเท่า great หรือ excellent

แบบฝึกหัด

not too bad ในที่นี้น่าจะหมายถึงอะไร?

  1. แย่มาก แม้ว่าผู้พูดจะใช้น้ำเสียงสงบ
  2. ยอดเยี่ยมมากและไม่มีทางดีไปกว่านี้ได้
  3. พอรับได้และค่อนข้างดี แต่ไม่ได้ยอดเยี่ยม
ดูคำตอบ

พอรับได้และค่อนข้างดี แต่ไม่ได้ยอดเยี่ยม

What places did you guys go to?

10:03

พวกเธอไปที่ไหนมาบ้าง

What places did you visit?

10:05

ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างล่ะ

We went to visit the What was the name of the Navy Pier?

10:06

เราไปเที่ยว... เอ่อ Navy Pier มันชื่ออะไรนะ

Navy Pier.

10:10

Navy Pier

The Navy Pier,

10:11

ใช่ Navy Pier

yeah.

10:11

ใช่ๆ

That's right.

10:12

ถูกต้องเลย

Well, I'm glad we met up and we're finally at the NBA stadium.

10:13

เอาล่ะ ฉันดีใจที่เราได้มาเจอกัน และในที่สุดเราก็มาถึงสนามกีฬา NBA

We're going to watch the Chicago Bulls play basketball. ไวยากรณ์

10:16

เราจะไปดูทีม Chicago Bulls แข่งบาสเกตบอลกัน

ไวยากรณ์

watch + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน: watch the Chicago Bulls play

ใน watch the Chicago Bulls play คำว่า the Chicago Bulls เป็นกรรมของ watch และเป็นผู้ทำกริยา play ด้วย หลังโครงสร้าง watch + กรรม คำว่า play ใช้รูปกริยาพื้นฐานโดยไม่ใส่ to โครงสร้างนี้นำเสนอการกระทำของทีมว่าเป็นเหตุการณ์ที่ผู้พูดดูอยู่ โดยมักมองการกระทำเป็นภาพรวมหรือมองอย่างเป็นกลาง: watch someone do something ใช้ได้กับกีฬา การแสดง และการกระทำอื่น ๆ ที่เราสังเกตดู

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปกริยาพื้นฐานของ perform หลัง watched: We watched the dancers ____ onstage.

ดูคำตอบ

perform

I'm so excited.

10:19

ฉันตื่นเต้นมากเลย

Let me know down below if you guys in the future want me to go to an NBA stadium and record a video teaching you guys English at a basketball stadium.

10:20

คอมเมนต์บอกด้านล่างหน่อยนะว่าในอนาคตพวกคุณอยากให้ฉันไปสนามกีฬา NBA แล้วถ่ายวิดีโอสอนภาษาอังกฤษที่สนามบาสเกตบอลไหม

Go ahead and subscribe to their channel,

10:28

ฝากไปกดติดตามช่องของพวกเขาด้วยนะ

Mateo and Lisanna

10:30

ช่องของ Mateo และ Lisanna

because they are travel vloggers and they speak Spanish too.

10:32

เพราะพวกเขาเป็นนักทำวิดีโอบล็อกท่องเที่ยว แถมยังพูดภาษาสเปนได้ด้วย

So, if you're a Spanish speaker,

10:35

ดังนั้น ถ้าคุณพูดภาษาสเปนได้

go ahead and subscribe to them.

10:36

ก็ไปกดติดตามพวกเขากันได้เลย

I'll see you guys next week for the video.

10:38

แล้วเจอกันใหม่สัปดาห์หน้าในวิดีโอหน้านะคะ

Bye.

10:40

บ๊ายบาย