วิทยาศาสตร์แห่งความขี้เกียจ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
515 คำ 205 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: วิดีโอเชื่อมโยงแรงจูงใจในการออกกำลังกายกับระบบรางวัลของโดพามีน หนูที่คัดเลือกสายพันธุ์ให้วิ่ง และการกลายพันธุ์ของยีนที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม พร้อมย้ำว่าสิ่งแวดล้อมยังมีอิทธิพลและยีนไม่ได้กำหนดชะตากรรม ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. "couch potato" (สำนวนและภาษาภาพพจน์): เข้าใจว่าเป็นคำไม่เป็นทางการสำหรับคนที่แทบไม่เคลื่อนไหว และเห็นมุกใน "couch potato gene." 2. "After 10 generations," และ "by 16 generations," (ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค): แยกเวลาที่ผ่านไปจากจุดสิ้นสุดที่กำหนด เพื่อติดตามผลการวิ่งของหนูได้ถูกต้อง 3. "it turns out" (วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์): สังเกตการเปลี่ยนจากหลักฐานไปสู่ข้อสรุปใหม่ที่บางครั้งเหนือความคาดหมาย

คำอธิบายในบทเรียนนี้

It can feel good lounging around and doing nothing, กริยาวลี

0:00

การนอนเล่นเฉย ๆ โดยไม่ทำอะไรเลยอาจทำให้รู้สึกดี,

sometimes too good.

0:03

บางครั้งก็ดีเกินไปด้วยซ้ำ.

กริยาวลี

lounging around: ใช้เวลาแบบสบาย ๆ โดยแทบไม่ทำอะไร

ในที่นี้ lounging around หมายถึงการใช้เวลาอย่างผ่อนคลายและแทบไม่ทำกิจกรรมใด ๆ โดยปกติจะไม่มีแผนหรืองานที่เป็นประโยชน์ให้ทำ around เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการเดินไปรอบ ๆ สถานที่หนึ่ง Lounging around เชื่อมแบบขนานกับ doing nothing ทั้งสองอย่างบอกถึงพฤติกรรมที่ทำให้รู้สึกสบาย นั่นคือการอยู่นิ่ง ๆ อย่างผ่อนคลายและแทบไม่ทำอะไรเป็นระยะเวลาหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ lounge around: After lunch, we spent an hour ____ on the sofa.

ดูคำตอบ

lounging around

Whether it's to avoid work or escape physical activity, ไวยากรณ์

0:04

ไม่ว่าจะเพื่อเลี่ยงงานหรือหนีการเคลื่อนไหวร่างกาย,

we've all had those days. วลี

0:07

เราทุกคนต่างเคยมีวันแบบนั้น.

ไวยากรณ์

Whether it's to A or B: การเสนอแรงจูงใจทางเลือก

Whether it's to A or B ใช้เสนอแรงจูงใจที่เป็นไปได้หลายทางก่อนกล่าวข้อสรุปหลัก ในประโยคนี้ to avoid work และ (to) escape physical activity คือสองทางเลือก โดยกริยาตัวที่สองสามารถใช้ to ร่วมกับกริยาตัวแรกได้ อนุประโยคนี้ไม่ใช่คำถามที่ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่หมายความว่าไม่ว่าแรงจูงใจใดจะตรงกับความจริง ข้อความที่ตามมาคือ we've all had those days ก็ยังคงเป็นจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Whether it's to A or B เพื่อแสดงว่าข้อสรุปเดียวกันใช้ได้กับแรงจูงใจทั้งสองอย่าง?

  1. If it's to save money or reduce waste, carrying a reusable bottle is a smart choice.
  2. Whether it's to save money or reduce waste, carrying a reusable bottle is a smart choice.
  3. Whether it's to save money and reduce waste, carrying a reusable bottle is a smart choice.
ดูคำตอบ

Whether it's to save money or reduce waste, carrying a reusable bottle is a smart choice.

วลี

we've all had those days: เราทุกคนเคยมีวันแบบนั้น

ในประโยคนี้ we've all had those days หมายความว่าทุกคนเคยมีวันที่เป็นแบบที่เพิ่งกล่าวถึงเป็นครั้งคราว those ย้อนกลับไปกล่าวถึงวันประเภทหนึ่ง—ในที่นี้คือวันที่อยากเลี่ยงงานหรือกิจกรรมที่ต้องออกแรง—ไม่ใช่วันที่ใดวันที่หนึ่งซึ่งทุกคนเคยผ่านมาพร้อมกัน สำนวนนี้สร้างความรู้สึกร่วมกัน ผู้พูดสามารถใช้หลังกล่าวถึงความเหนื่อยล้า ความผิดพลาด การขาดแรงจูงใจ หรือประสบการณ์แย่ ๆ ที่พบได้ทั่วไป เพื่อทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าสิ่งนั้นเป็นเรื่องปกติและเข้าใจได้

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยคแล้วเลือกข้อความที่ได้ยิน โดยเน้นฟังเสียง /v/ ระหว่าง we กับ all

  1. We've all had those days.
  2. We all had those days.
ดูคำตอบ

We've all had those days.

But why are some people way lazier than others? ไวยากรณ์

0:08

แต่ทำไมบางคนถึงขี้เกียจกว่าคนอื่นมาก?

ไวยากรณ์

way + ขั้นกว่า: way lazier than others

ใน way lazier than others คำว่า way เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการที่วางหน้าคำคุณศัพท์ขั้นกว่า lazier มีความหมายว่า much lazier หรือ «ขี้เกียจกว่ามาก» โดย way ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงถนนหรือวิธีการ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ way + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ขั้นกว่า + than ตัวอย่างเช่น way faster than และ way more carefully than ซึ่งเน้นความแตกต่างอย่างมากในภาษาอังกฤษแบบสนทนา

แบบฝึกหัด

ใช้คำเพิ่มน้ำหนักแบบไม่เป็นทางการ way และรูปขั้นกว่าของ slow เติมประโยคให้สมบูรณ์: My old laptop is ____ than the new one.

ดูคำตอบ

way slower

Is there a couch potato gene that causes lazy behavior? สำนวน

0:11

มี “ยีนคนติดโซฟา” ที่ทำให้เกิดพฤติกรรมขี้เกียจหรือเปล่า?

สำนวน

couch potato: คำเรียกแบบขำ ๆ สำหรับคนที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหว

ในคำถามนี้ couch potato หมายถึงคนที่ใช้เวลานั่งนาน ๆ และแทบไม่เคลื่อนไหวร่างกาย เป็นสำนวนแบบขำ ๆ ไม่ได้หมายถึงมันฝรั่งจริง ๆ ที่อยู่บนโซฟา couch potato gene เป็นชื่อเล่นแบบขำ ๆ สำหรับยีนที่อาจทำให้คนไม่ค่อยกระฉับกระเฉง ไม่ใช่ชื่อยีนอย่างเป็นทางการหรือคำวินิจฉัยทางการแพทย์

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงคนที่เอาแต่นั่งและแทบไม่ออกกำลังกายลงในประโยค: After spending every weekend in front of the TV, Ben became a ____.

ดูคำตอบ

couch potato

Evolution has molded our brains and bodies to respond positively to natural rewards such as food, สำนวน

0:14

วิวัฒนาการได้หล่อหลอมสมองและร่างกายของเราให้ตอบสนองในเชิงบวกต่อรางวัลตามธรรมชาติอย่างอาหาร,

sex, and even exercise.

0:19

เซ็กซ์ และแม้กระทั่งการออกกำลังกาย.

สำนวน

molded our brains and bodies: ถูกหล่อหลอมเมื่อเวลาผ่านไป

ในที่นี้ molded เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงถูกหล่อหลอมหรือได้รับอิทธิพลเป็นเวลานาน วิวัฒนาการไม่ได้กดสมองและร่างกายลงในแม่พิมพ์จริง ๆ โครงสร้าง mold + กรรม แสดงให้เห็นว่าอะไรถูกหล่อหลอม เช่น mold our brains and bodies นอกจากนี้ยังใช้กับประสบการณ์ วัฒนธรรม หรือนิสัยที่ค่อย ๆ มีอิทธิพลต่อคนหรือความคิดได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Moving often molded his view of home,” คำว่า molded หมายความว่าอะไร

  1. ค่อย ๆ หล่อหลอมหรือมีอิทธิพล
  2. ถูกปกคลุมด้วยเชื้อรา
  3. ทำให้เป็นรูปทรงด้วยแม่พิมพ์จริง
ดูคำตอบ

ค่อย ๆ หล่อหลอมหรือมีอิทธิพล

Wait, exercise? น้ำเสียง/เจตนา

0:21

เดี๋ยวนะ การออกกำลังกายเหรอ?

น้ำเสียง/เจตนา

Wait, exercise? ในฐานะคำถามทวนที่แสดงความประหลาดใจ

Wait ในที่นี้เป็นคำบอกปฏิกิริยาในบทสนทนา แสดงว่าผู้พูดได้ยินสิ่งที่ไม่คาดคิด ไม่ใช่คำสั่งตามตัวอักษรให้หยุดหรือเลื่อนบางอย่างออกไป ผู้พูดทวนเฉพาะคำสำคัญที่น่าประหลาดใจอย่าง exercise เป็นคำถามสั้น ๆ เพื่อสะท้อนคำพูดก่อนหน้าและขอคำยืนยัน ภาษาอังกฤษมักใช้รูปย่อ Wait, + คำหรือวลีที่น่าประหลาดใจ? เมื่อสามารถเติมประโยคที่ละไว้ได้จากบริบท

แบบฝึกหัด

หลังจากได้ยินว่า exercise ถูกจัดเป็นรางวัล ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า Wait, exercise?

  1. ขอความหมายของ exercise
  2. แสดงความประหลาดใจและขอคำยืนยัน
  3. สั่งให้หยุดก่อนออกกำลังกาย
ดูคำตอบ

แสดงความประหลาดใจและขอคำยืนยัน

Yep, the pleasure we experience comes largely from the dopamine system in our brain,

0:22

ใช่แล้ว ความสุขที่เรารู้สึกส่วนใหญ่มาจากระบบโดพามีนในสมอง,

which conveys these messages throughout the body, ไวยากรณ์

0:26

ซึ่งส่งต่อข้อความเหล่านี้ไปทั่วร่างกาย,

ultimately helping to ensure the survival of our species. ไวยากรณ์

0:28

และท้ายที่สุดก็ช่วยให้เผ่าพันธุ์ของเราอยู่รอด.

ไวยากรณ์

which conveys these messages...: อนุประโยคสัมพัทธ์แบบไม่จำกัดความ

อนุประโยคที่มีเครื่องหมายจุลภาค + which เพิ่มข้อมูลเสริมเกี่ยวกับคำนำหน้าที่ระบุไว้แล้วคือ the dopamine system in our brain ใน which conveys these messages throughout the body คำว่า which ทำหน้าที่เป็นประธานของ conveys เมื่อติดตามประโยคยาวนี้ ให้เชื่อม which กับนามวลีที่เหมาะสมและอยู่ใกล้ที่สุดคือ the dopamine system in our brain ไม่ใช่ pleasure ที่อยู่ไกลกว่า อนุประโยคนี้อธิบายว่าระบบนั้นทำอะไร ไม่ได้ใช้ระบุความพึงพอใจชนิดพิเศษ

แบบฝึกหัด

ใน the dopamine system in our brain, which conveys these messages throughout the body คำว่า which อ้างถึงอะไร?

  1. the dopamine system in our brain
  2. the survival of our species
  3. the pleasure we experience
ดูคำตอบ

the dopamine system in our brain

ไวยากรณ์

ultimately helping to ensure ในฐานะอนุประโยคบอกผล

ultimately helping to ensure เป็นอนุประโยคเสริมรูป -ing ที่บอกผลลัพธ์สุดท้ายของกระบวนการก่อนหน้า ในที่นี้ helping เข้าใจได้ว่าเกิดจากกระบวนการที่ระบบโดพามีนส่งสารไปทั่วร่างกาย ไม่ได้กล่าวถึงบุคคลที่ไม่ได้ระบุไว้ว่าเป็นผู้ช่วย ultimately วางผลกระทบไว้ที่ปลายสุดของลำดับเหตุการณ์ ส่วน help to ensure หมายถึงมีส่วนช่วยให้ผลลัพธ์หนึ่งมั่นคง ไม่ใช่รับประกันผลลัพธ์นั้นด้วยตัวมันเอง รูปแบบนี้ทำให้ภาษาอังกฤษเชิงอธิบายเชื่อมกลไกกับผลระยะยาวได้อย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกผลสี่คำจากบทเรียนนี้: Several safety checks happen before launch, ____ that the equipment works when needed.

ดูคำตอบ

ultimately helping to ensure

For many, the pleasure derived from exercise can become just as addictive as food and sex. ไวยากรณ์

0:31

สำหรับหลายคน ความสุขที่ได้จากการออกกำลังกายอาจชวนให้เสพติดพอ ๆ กับอาหารและเซ็กซ์.

ไวยากรณ์

derived from exercise ในฐานะอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำแบบลดรูป

ใน derived from exercise คำว่า derived เป็นกริยาช่องสามที่อยู่หลัง pleasure และทำหน้าที่ขยายคำนั้น วลีนี้เป็นอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำที่ลดรูปมาจาก the pleasure which is derived from exercise โดยหมายความว่าการออกกำลังกายเป็นแหล่งที่มาของความพึงพอใจ เนื่องจากละคำเชื่อมสัมพันธ์ which is ไว้ derived จึงไม่ใช่กริยาหลักของประโยค กริยาหลักคือ can become การลดรูปนี้ทำให้ภาษาอังกฤษเขียนใส่ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มาไว้หลังคำนามได้อย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำแบบลดรูป โดยใช้ derive และแหล่งที่มาที่กำหนด: The evidence ____ supports a different conclusion. แหล่งที่มา: three independent studies.

ดูคำตอบ

derived from three independent studies

ไวยากรณ์

just as addictive as: การเปรียบเทียบระดับที่เท่ากัน

โครงสร้างคู่ just as + adjective + as บอกว่าสองสิ่งมีระดับของคุณสมบัติหนึ่งเท่ากัน ในที่นี้ การออกกำลังกายอาจทำให้เสพติดได้พอ ๆ กับอาหารและเซ็กซ์ และ just ช่วยเน้นว่าระดับนั้นเท่ากัน สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบมีเพียงระดับของการทำให้เสพติดเท่านั้น ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าการออกกำลังกาย อาหาร และเซ็กซ์เหมือนกันในทุกด้าน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเน้นระดับเท่ากัน just as ... as: A good team can be ____ important ____ a talented leader.

ดูคำตอบ

just as · as

But while we're all up for more food and sex, วลี

0:36

แต่แม้เราทุกคนจะอยากได้อาหารและเซ็กซ์มากขึ้น,

many struggle with the desire for physical activity,

0:38

หลายคนกลับปลุกความอยากเคลื่อนไหวร่างกายได้ยาก,

even though it's an essential part of human biology. ไวยากรณ์

0:40

ทั้งที่มันเป็นส่วนสำคัญของชีววิทยามนุษย์.

วลี

be up for something: เต็มใจรับหรือทำสิ่งนั้น

Be up for + คำนามหรือรูป -ing เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการว่าคนหนึ่งเต็มใจ สนใจ หรือพร้อมรับข้อเสนอหรือกิจกรรม ใน we're all up for more food and sex คำว่า we're หมายถึง we are และวลีนี้บอกว่าโดยทั่วไปผู้คนพร้อมรับสิ่งเหล่านั้นเพิ่มขึ้น วลีนี้มักใช้ตอบตัวเลือกที่เสนอขึ้นในขณะนั้น เช่น Are you up for a walk? ไม่ได้หมายถึงทิศทางขึ้นตามตัวอักษร และไม่ได้บอกว่าคนนั้นสมัครไว้แล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนแบบสบาย ๆ จากบทเรียน: Mia suggested a board game, and I'm ____ playing with her.

ดูคำตอบ

up for

ไวยากรณ์

even though: การนำเสนอความขัดแย้งกับข้อเท็จจริง

Even though ใช้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกัน โดยอนุประโยคหลังคำนี้เสนอข้อเท็จจริงที่ตามปกติแล้วน่าจะทำให้สถานการณ์ในประโยคหลักเกิดขึ้นได้ยาก ในประโยคนี้ กิจกรรมทางกายเป็นส่วนสำคัญของชีววิทยามนุษย์ แต่หลายคนก็ยังรู้สึกมีแรงจูงใจที่จะทำได้ยาก รูปแบบอาจเป็น “ประโยคหลัก + even though + ข้อเท็จจริงที่ขัดแย้ง” หรือ “Even though + ข้อเท็จจริงที่ขัดแย้ง, ประโยคหลัก” มีความหมายว่า “แม้จะมีข้อเท็จจริงว่า” ไม่ใช่ “เพราะว่า”

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่นำเสนอการที่ฝนตกเป็นข้อเท็จจริงและทำให้ขัดแย้งกับการเดินเล่น: We went for a walk, ___ it was raining.

  1. even though
  2. because
  3. even if
ดูคำตอบ

even though

Scientists studying mice have found an interesting genetic connection. ไวยากรณ์

0:43

นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาหนูพบความเชื่อมโยงทางพันธุกรรมที่น่าสนใจ.

ไวยากรณ์

Scientists studying mice: อนุประโยค relative แบบ active ที่ย่อแล้ว

ใน Scientists studying mice ส่วน studying mice เป็นอนุประโยค participle รูป -ing ที่ขยาย Scientists โดยระบุว่านักวิทยาศาสตร์กลุ่มใดศึกษาหนู Scientists เป็นประธานที่เข้าใจได้ของ studying และ mice เป็นกรรม รูปแบบสั้น “คำนาม + อนุประโยค -ing” นี้ใช้แทนอนุประโยค relative แบบ active เช่น scientists who study mice ได้ กริยาหลักของประโยคคือ have found ดังนั้น studying จึงไม่ใช่กริยาหลัก

แบบฝึกหัด

เขียนอนุประโยค relative ใหม่โดยใช้อนุประโยค -ing: The scientists who were studying sleep published the report. The scientists ____ sleep published the report.

ดูคำตอบ

studying

After separating mice into two groups, วลี

0:46

หลังจากแบ่งหนูออกเป็นสองกลุ่ม,

those that chose to run on their wheel more often and those that decided not to run as much, ไวยากรณ์

0:48

กลุ่มที่เลือกวิ่งบนวงล้อบ่อยกว่า กับกลุ่มที่เลือกวิ่งน้อยกว่า,

the difference was clear in their offspring.

0:52

ความแตกต่างก็ปรากฏชัดในลูกหลานของพวกมัน.

วลี

separating mice into two groups: แบ่งหนูออกเป็นสองกลุ่ม

Separate X into groups ใช้บอกการจัดสมาชิกของสิ่งหนึ่งที่เป็นชุดเดียวให้เกิดผลลัพธ์เป็นหลายกลุ่ม ในประโยคนี้ mice คือชุดทั้งหมดที่ถูกจัดกลุ่ม และ two groups คือผลลัพธ์ที่ into นำมาแสดง รูปแบบนี้หมายถึงการแบ่งตัวหนูออกเป็นหมวดหมู่ ไม่ใช่การนำหนูออกห่างจากสองกลุ่มที่มีอยู่แล้ว โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ separate + X + into + groups

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสามคำที่แสดงว่าผู้เข้าร่วมถูกแบ่งเป็นสามกลุ่มในที่สุด: The researchers separated the participants ____ based on diet.

ดูคำตอบ

into three groups

ไวยากรณ์

those that ... and those that ... สำหรับกล่าวถึงสองกลุ่ม

วลีคู่ขนาน those that ... and those that ... แต่ละวลีแทนกลุ่มย่อยของ mice ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ วลีแรกระบุหนูที่วิ่งบ่อยกว่า ส่วนวลีที่สองระบุหนูที่วิ่งน้อยกว่า Those ใช้แทนคำนามพหูพจน์ที่ไม่ต้องการกล่าวซ้ำ ส่วนอนุประโยค that แต่ละส่วนจะบอกว่าหมายถึงกลุ่มย่อยใด การใช้โครงสร้างเดียวกันซ้ำทั้งสองข้างของ and ทำให้เกิดการเปรียบเทียบที่ชัดเจนและช่วยให้ติดตามประโยคยาวได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมทั้งสองช่องด้วยรูปแบบภาษาอังกฤษสองคำที่ตรงตามบทเรียน เพื่ออ้างกลับไปยัง seedlings โดยไม่กล่าวคำนามซ้ำ: The seedlings fell into two groups: ____ grew in full sun and ____ grew in shade.

ดูคำตอบ

those that · those that

After 10 generations, ไวยากรณ์

0:54

หลังผ่านไป 10 รุ่น,

the running mice would run on their wheels 75% more often than the other group, ไวยากรณ์

0:56

หนูกลุ่มนักวิ่งจะวิ่งบนวงล้อบ่อยกว่าอีกกลุ่มถึง 75%,

ไวยากรณ์

75% more often than the other group: ความถี่เพิ่มขึ้น 75%

75% more often than the other group เปรียบเทียบความถี่ที่หนูซึ่งชอบวิ่งใช้วงล้อกับความถี่ของอีกกลุ่ม โดย 75% ขยายความ more often ส่วน than ใช้นำหน้ากลุ่มที่เป็นค่าฐาน การเพิ่มขึ้น 75% หมายความว่ากลุ่มแรกทำพฤติกรรมนั้นบ่อยเป็น 1.75 เท่าของกลุ่มเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าความถี่มีเพียง 75% ของอีกกลุ่ม

แบบฝึกหัด

เติมวลีเปรียบเทียบที่ทำให้ประโยคหมายความว่าสมาชิกแบบชำระเงินทำพฤติกรรมนั้นบ่อยกว่าสมาชิกแบบฟรี 40%: “Last month, paid members opened the app 40% ____ free members.”

ดูคำตอบ

more often than

and by 16 generations,

1:00

และเมื่อถึงรุ่นที่ 16,

they were running 7 miles a day as opposed to the average 4 miles. วลี

1:01

พวกมันวิ่งวันละ 7 ไมล์ เทียบกับค่าเฉลี่ย 4 ไมล์.

ไวยากรณ์

After 10 generations ... by 16 generations: ลำดับเวลากับเส้นตาย

After 10 generations หมายความว่าได้ผ่านครบสิบรุ่นก่อนจึงทำการสังเกต โดยนำเสนอผลว่าเป็นสิ่งที่พบหลังจากช่วงเวลาการทดลองดังกล่าวผ่านไปแล้ว By 16 generations หมายถึง “ไม่ช้ากว่ารุ่นที่สิบหก” โดยระบุจุดที่ผลลัพธ์ถัดมาเกิดขึ้นแล้ว ไม่ได้หมายถึงผ่านไปอีกสิบหกรุ่นหลังจากผลลัพธ์แรก

แบบฝึกหัด

เติมรายงานด้วยคำบอกเวลาสองคำ โดยคำแรกแสดงการสังเกตหลังจากช่วงเวลาหนึ่งสิ้นสุดลง และคำที่สองแสดงผลที่เกิดขึ้นไม่ช้ากว่ากำหนดเวลา: “____ four weeks, the plants showed new growth, and ____ week six, nearly all had flowered.”

ดูคำตอบ

After · by

วลี

as opposed to: การเปรียบต่างโดยตรง

ในประโยคนี้ as opposed to นำตัวเลขสองค่ามาเปรียบต่างกันโดยตรง คือ 7 ไมล์ต่อวันกับค่าเฉลี่ย 4 ไมล์ ไม่ได้หมายความว่ามีใครคัดค้านค่าเฉลี่ยสี่ไมล์ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X as opposed to Y โดย X และ Y ควรเปรียบเทียบกันได้ทั้งในด้านรูปแบบและความหมาย เช่น ปริมาณ แผน หรือความชอบสองอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่มี opposed และใช้เปรียบต่างราคาสองราคาโดยตรง: The basic plan costs $10 a month, ____ $25 for the premium plan.

ดูคำตอบ

as opposed to

It seemed their motivation for physical activity was genetic. ไวยากรณ์

1:05

ดูเหมือนว่าแรงจูงใจในการเคลื่อนไหวร่างกายของพวกมันจะเป็นผลจากพันธุกรรม.

ไวยากรณ์

It seemed (that) + อนุประโยค

It seemed นำเสนอความคิดที่ตามมาในฐานะข้อสรุปเบื้องต้น กล่าวคือ หลักฐานทำให้เกิดความรู้สึกเช่นนั้น แต่ผู้พูดไม่ได้เสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว โครงสร้างเต็มคือ It seemed (that) + อนุประโยค ในตัวอย่างมีการละ that หน้าอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย their motivation แต่คำที่ตามมายังคงประกอบเป็นอนุประโยคที่สมบูรณ์ It ในที่นี้เป็นประธานสมมติและไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

การตีความใดอธิบายทั้ง It และ seemed ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด? It seemed their motivation for physical activity was genetic.

  1. หลักฐานชี้ว่าสิ่งนี้อาจเป็นจริง แต่ไม่ได้ระบุว่าแน่นอน
  2. คำว่า It อ้างถึง physical activity โดยเฉพาะ
  3. มีการพิสูจน์อย่างเด็ดขาดแล้วว่าสิ่งนี้เป็นจริง
ดูคำตอบ

หลักฐานชี้ว่าสิ่งนี้อาจเป็นจริง แต่ไม่ได้ระบุว่าแน่นอน

We all inherit genes from our parents that play a key role in the development of our brains, วลี

1:08

เราทุกคนได้รับยีนจากพ่อแม่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาสมอง,

วลี

play a key role in: มีบทบาทสำคัญใน

วลี play a key role in หมายถึง “มีความสำคัญมากต่อการก่อให้เกิด การกำหนดรูปแบบ หรือการสนับสนุน” กระบวนการหรือผลลัพธ์ ในประโยคนี้ ยีนที่ได้รับมาจากพ่อแม่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาสมอง โครงสร้างคือ ประธาน + play a key role in + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ play และ role ไม่ได้หมายถึงการเล่นหรือการแสดง แต่เมื่อใช้ร่วมกันจะสื่อถึงการมีส่วนช่วยที่สำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมวลีสี่คำที่หมายถึง “มีความสำคัญมากในเรื่องหนึ่ง” ลงในประโยค: Regular sleep can ____ healthy brain development.

ดูคำตอบ

play a key role in

and these genes can make some literally crave activity. ไวยากรณ์

1:12

และยีนเหล่านี้อาจทำให้บางคนโหยหาการเคลื่อนไหวอย่างแท้จริง.

ไวยากรณ์

make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน: make some literally crave activity

ใน make some literally crave activity คำว่า make เป็นกริยาแสดงเหตุ หมายถึง “ทำให้เกิด” ส่วน some เป็นคำสรรพนามที่หมายถึง some people และ crave เป็นกริยารูปพื้นฐานที่บอกถึงสิ่งที่พวกเขาต้องการอย่างมาก โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดยไม่ใช้ to หน้ากริยาตัวที่สอง ต้องใช้ make someone crave ไม่ใช่ make someone to crave ส่วน Literally เน้นว่าความโหยหานั้นเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เพียงการพูดเกินจริง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ laugh หลังคำกริยาแสดงเหตุ made: The funny video made the children ____.

ดูคำตอบ

laugh

In fact, the brains of the running mice had larger dopamine systems and regions that deal with motivation and reward. กริยาวลี

1:15

ที่จริง ระบบโดพามีนและบริเวณสมองที่เกี่ยวข้องกับแรงจูงใจและรางวัลของหนูกลุ่มนักวิ่งมีขนาดใหญ่กว่า.

กริยาวลี

ความหมายของ deal with motivation and reward

ในที่นี้ deal with หมายถึง “มีส่วนในการประมวลผลหรือควบคุม” ประธานคือบริเวณต่าง ๆ ของสมอง ส่วนแรงจูงใจและรางวัลคือหน้าที่ที่บริเวณเหล่านั้นทำงานเกี่ยวข้องด้วย deal with ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “แก้ปัญหา” ให้ดูทั้งประธานและกรรมเพื่อเลือกความหมาย เช่น บริเวณของสมองอาจจัดการหน้าที่หนึ่ง ส่วนคนอาจรับมือกับปัญหาหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “This part of the brain deals with memory,” คำว่า deals with หมายความว่าอะไร?

  1. มีส่วนในการประมวลผลความจำ
  2. ทำข้อตกลงเกี่ยวกับความจำ
  3. แก้ปัญหาที่เกิดจากความจำ
ดูคำตอบ

มีส่วนในการประมวลผลความจำ

They needed activity, otherwise their brains would react similar to a drug-addicted rodent when deprived of cocaine or nicotine. โน้ต

1:21

พวกมันจำเป็นต้องเคลื่อนไหว ไม่เช่นนั้นสมองจะตอบสนองคล้ายกับสัตว์ฟันแทะที่ติดยาเมื่อไม่ได้รับโคเคนหรือนิโคติน.

ลำดับความ

otherwise ในความหมายว่า “ถ้าไม่เช่นนั้น”

Otherwise ใช้บอกสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากความต้องการในข้อความก่อนหน้าไม่ได้รับการตอบสนอง เงื่อนไขที่ละไว้คือ “ถ้าพวกมันไม่ได้ทำกิจกรรม” หากไม่มีกิจกรรม สมองของพวกมันก็จะตอบสนองตามที่ประโยคอธิบาย การใช้นี้ช่วยไม่ให้ต้องพูดอนุประโยคเงื่อนไขที่มี if ซ้ำทั้งหมด โดยเชื่อม “ทำหรือได้รับสิ่งนี้” กับ “ถ้าไม่เช่นนั้น ผลนี้จะตามมา”

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่หมายถึง “ถ้าคุณไม่ทำสิ่งนี้”: Put the milk in the fridge; _____, it may spoil.

  1. however
  2. otherwise
  3. for example
ดูคำตอบ

otherwise

ไวยากรณ์

when deprived of cocaine or nicotine ในฐานะอนุประโยคกรรมวาจกแบบย่อ

when deprived of cocaine or nicotine เป็นอนุประโยคกรรมวาจกแบบย่อ ประธานที่เข้าใจได้ในที่นี้คือ a drug-addicted rodent จึงขยายเป็น when a drug-addicted rodent is deprived of cocaine or nicotine ได้ โดยบอกเวลาหรือเงื่อนไขที่สัตว์ฟันแทะมีปฏิกิริยา คำกริยานี้ใช้โครงสร้าง deprive someone or something of something ฝ่ายที่ถูกพรากสิ่งใดจะเป็นประธานของกรรมวาจก ส่วน of นำหน้าสิ่งที่ไม่ได้รับหรือถูกพรากไป อนุประโยคย่อแบบ when + กริยาช่องที่สามช่วยย่อข้อมูลและพบได้บ่อยในงานเขียนวิทยาศาสตร์กับข่าว

แบบฝึกหัด

เติมอนุประโยคกรรมวาจกแบบย่อโดยใช้ deprive: The patients became weak when ____ ____ sleep.

ดูคำตอบ

deprived · of

They were genetically addicted to running.

1:28

พันธุกรรมทำให้พวกมันเสพติดการวิ่ง.

We also inherit genes responsible for our other traits,

1:30

นอกจากนี้ เรายังสืบทอดยีนที่กำหนดลักษณะอื่น ๆ ของเรา,

from impulsivity to procrastination,

1:33

ตั้งแต่ความหุนหันพลันแล่น การผัดวันประกันพรุ่ง,

to work ethic, and straight up laziness. การใช้คำ

1:35

ไปจนถึงทัศนคติต่อการทำงานและความขี้เกียจแบบเต็มขั้น.

การใช้คำ

straight up laziness ในฐานะการเน้นแบบตรงไปตรงมาและไม่เป็นทางการ

ในที่นี้ straight up เป็นคำเน้นแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง อย่างสิ้นเชิง เห็นได้ชัด หรือไม่มีอะไรนอกจากสิ่งนั้น straight up laziness ตัดสินลักษณะสุดท้ายอย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นความขี้เกียจอย่างแท้จริง ไม่ได้บอกทิศทางขึ้นด้านบน วลีนี้จงใจเปลี่ยนน้ำเสียงจากรายการลักษณะที่ค่อนข้างเป็นกลางไปเป็นการตัดสินโดยตรงและหนักแน่น ในบริบทอื่น straight up อาจมีความหมายตามตัวอักษรได้ จึงต้องดูว่ากำลังขยายคำใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาพูดด้วยคำเน้นสองคำจากบทเรียนนี้: Skipping every rehearsal was ____ irresponsible.

ดูคำตอบ

straight up

And it turns out our physical laziness may be linked to a couch potato gene, โน้ต

1:37

และปรากฏว่าความขี้เกียจเคลื่อนไหวของเราอาจเชื่อมโยงกับ “ยีนคนติดโซฟา”,

ลำดับความ

it turns out: ใช้นำเสนอผลที่เพิ่งค้นพบ

ในที่นี้ it turns out เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะบอกผลที่พบหลังจากดูหลักฐานแล้ว วลีนี้พาคำอธิบายจากส่วนเกริ่นไปสู่ข้อสรุป ผลนั้นอาจน่าประหลาดใจ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้นเสมอไป คำว่า it ไม่ได้แทนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตายตัว it turns out (that)...

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนนี้ที่ใช้บอกผลซึ่งเพิ่งค้นพบ: Everyone thinks the library is closed today, but ____ it is open until six.

ดูคำตอบ

it turns out

วลี

may be linked to: กล่าวถึงความสัมพันธ์ที่เป็นไปได้อย่างระมัดระวัง

ในประโยคนี้ may be linked to หมายความว่าความขี้เกียจขยับร่างกายกับยีนหนึ่งอาจมีความเกี่ยวข้องกัน may แสดงความเป็นไปได้ ส่วน be linked to ใช้นำเสนออีกปัจจัยหนึ่งในความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้นั้น วลีนี้รายงานความสัมพันธ์อย่างระมัดระวัง ตัววลีเองไม่ได้พิสูจน์ว่ายีนนั้นเป็นสาเหตุของพฤติกรรมหรือเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

งานวิจัยพบความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้ แต่ยังไม่ได้พิสูจน์สาเหตุ ประโยคใดรายงานผลได้ถูกต้อง?

  1. Poor sleep is caused by late-night screen use.
  2. Poor sleep may be linked to late-night screen use.
  3. Poor sleep has no connection to late-night screen use.
ดูคำตอบ

Poor sleep may be linked to late-night screen use.

or rather, a mutation in a normal gene which regulates activity levels. ลำดับความ

1:41

หรือพูดให้ถูกคือ การกลายพันธุ์ในยีนปกติที่ควบคุมระดับการเคลื่อนไหว.

ลำดับความ

การใช้ “or rather” เพื่อแก้ไขคำพูดทันที

ในประโยคนี้ “or rather” ไม่ได้ใช้เสนอทางเลือกที่สอง แต่เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังแทนคำเรียกก่อนหน้าด้วยคำอธิบายที่แม่นยำกว่าทันที กล่าวคือไม่ได้หมายถึง “ยีนคนขี้เกียจ” ชนิดพิเศษตามตัวอักษร แต่หมายถึงการกลายพันธุ์ในยีนปกติที่ควบคุมระดับกิจกรรม ใช้ “or rather” หลังถ้อยคำแรกเมื่อถ้อยคำถัดไปเป็นการแก้ไข จำกัดความหมาย หรือทำให้แม่นยำขึ้น วิธีนี้ช่วยให้การแก้คำพูดของตนเองยังคงอยู่ในกระแสเดียวกันของการพูดหรือการเขียน

แบบฝึกหัด

วลีใดแสดงได้ดีที่สุดว่าผู้พูดกำลังแก้ไขค่าประมาณแรก? The route is five miles long, ___, just over four miles long.

  1. rather than
  2. or rather
  3. or
ดูคำตอบ

or rather

This gene is responsible for a type of dopamine receptor. การใช้คำ

1:46

ยีนนี้มีหน้าที่สร้างตัวรับโดพามีนชนิดหนึ่ง.

การใช้คำ

คำนามประสม “dopamine receptor”

“dopamine receptor” คือตัวรับที่ตอบสนองต่อโดพามีนซึ่งเป็นสารสื่อเคมี ในคำนามประสมนี้ “receptor” เป็นคำนามหลัก ส่วน “dopamine” บอกว่าตัวรับนี้รับสัญญาณชนิดใด คำนี้ไม่ใช่อีกชื่อหนึ่งของโดพามีนเอง ประโยคนี้เชื่อมโยงยีนเข้ากับตัวรับชนิดหนึ่ง และช่วยอธิบายว่าความแตกต่างทางพันธุกรรมอาจส่งผลต่อการส่งสัญญาณโดพามีนอย่างไร

แบบฝึกหัด

คำใดหมายถึงโปรตีนที่รับสัญญาณ ไม่ใช่ตัวสัญญาณเคมีหรือเครือข่ายทั้งหมด?

  1. dopamine receptor
  2. dopamine system
  3. dopamine
ดูคำตอบ

dopamine receptor

Without it, you're more likely to prefer sitting around and simply doing less than those who have the properly functioning gene. ไวยากรณ์

1:49

หากไม่มียีนนี้ คุณมีแนวโน้มจะเลือกนั่งเฉย ๆ และทำอะไรน้อยกว่าคนที่มียีนซึ่งทำงานเป็นปกติ.

ไวยากรณ์

Without it, you're more likely to ...: หากไม่มีมัน คุณก็มีแนวโน้มที่จะ...

Without it ใช้ตั้งเงื่อนไขก่อนว่าให้ลองนึกถึงกรณีที่ “มัน” ไม่มีอยู่ โดย it ในที่นี้หมายถึงตัวรับโดพามีนที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ You're more likely to prefer ... หมายความว่า ภายใต้เงื่อนไขนี้ ผลลัพธ์ดังกล่าวมีโอกาสเกิดมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน โครงสร้างคือ without + คำนามหรือคำสรรพนาม, ประธาน + be more likely to + คำกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำที่หมายถึง “มีโอกาสมากกว่าที่จะ”: Without enough sleep, Maya is ____ feel tired tomorrow.

ดูคำตอบ

more likely to

ไวยากรณ์

prefer sitting around and simply doing less: ชอบนั่งเฉย ๆ และทำอะไรน้อยลง

หลัง prefer สามารถใช้รูป -ing เพื่อเรียกกิจกรรมหรือพฤติกรรมที่คนหนึ่งเลือกทำได้ sitting around หมายถึงการใช้เวลาโดยไม่ค่อยทำกิจกรรม ส่วน doing less เป็นพฤติกรรมที่สอง และ simply เพิ่มความหมายว่า “เพียงแค่” ส่วนเติมเต็มทั้งสองเชื่อมด้วย and จึงใช้รูปที่เหมือนกันคือ sitting ... and doing ... ทั้งสองเป็นรูป -ing ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ไม่ใช่ present continuous เพราะไม่มีรูปของ be อยู่ข้างหน้า

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของคำกริยาในวงเล็บเพื่อเติมกิจกรรมสองอย่างที่มีรูปแบบตรงกัน: On rainy days, Mia prefers ____ at home and ____ books. (stay, read)

ดูคำตอบ

staying · reading

So, the truth is, your desire for activity may not be entirely up to you. โน้ต

1:54

ดังนั้น ความจริงก็คือ ความอยากเคลื่อนไหวของคุณอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณทั้งหมด.

ลำดับความ

the truth is, เพื่อเกริ่นข้อสรุปสำคัญ

The truth is ใช้นำข้อความที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังมองว่าเป็นความจริงหลักหรือข้อสรุปที่สำคัญที่สุด ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวรวบรวมหลักฐานก่อนหน้าให้เป็นประเด็นเดียว ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่พูดมาก่อนหน้านั้นเป็นเท็จทั้งหมด กรอบวลีนี้มักปรากฏหลังคำอธิบาย ทางเลือก หรือสถานการณ์ที่ซับซ้อน โดยส่งสัญญาณว่า “นี่คือประเด็นสำคัญที่ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมา” จึงเน้นข้อความที่ตามมาเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

the truth is ส่งสัญญาณอะไรในประโยคนี้: “We considered several plans, but the truth is, none fits our budget.”

  1. หลักฐานว่าข้อความก่อนหน้าทุกอย่างเป็นเรื่องโกหก
  2. ทางเลือกที่ปล่อยให้ผู้ฟังตัดสินใจทั้งหมด
  3. ข้อสรุปหลักที่ผู้พูดบอกอย่างตรงไปตรงมา
ดูคำตอบ

ข้อสรุปหลักที่ผู้พูดบอกอย่างตรงไปตรงมา

สำนวน

not be entirely up to you: ควบคุมได้เพียงบางส่วน

ในโครงสร้าง be up to someone คำว่า up to ระบุว่าใครเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ ความรับผิดชอบ หรือการควบคุม เมื่อ your desire for activity เป็นประธาน be up to you จึงหมายถึงสิ่งนั้นถูกกำหนดหรือควบคุมโดยคุณ ถ้อยคำ may not be entirely จำกัดความหมายไว้อย่างระมัดระวัง โดย may แสดงความเป็นไปได้ และ not entirely หมายถึง “ไม่ทั้งหมด” ประโยคนี้เปิดโอกาสให้เข้าใจว่าการเลือกส่วนบุคคลยังมีความสำคัญ ขณะเดียวกันก็ระบุว่าปัจจัยอื่นอาจส่งผลต่อความอยากนั้นด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึงคุณมีอิทธิพลอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ควบคุมทั้งหมด: Because the landlord must approve the date, the timing may ____.

ดูคำตอบ

not be entirely up to you

But many environmental factors are also at play, สำนวน

1:59

แต่ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมอีกมากมายก็มีส่วนด้วย,

สำนวน

“at play” ในความหมายว่า “กำลังส่งผลต่อสถานการณ์”

ในประโยคนี้ at play หมายถึง “กำลังทำงานหรือส่งผลต่อผลลัพธ์อยู่” ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมไม่ได้กำลังเล่นสนุก แต่เป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุที่กำหนดว่าคนคนหนึ่งมีแนวโน้มจะกระตือรือร้นเพียงใด รูปแบบ be + at play มักตามหลังประธานพหูพจน์ เช่น factors, forces หรือ mechanisms รูปแบบนี้ช่วยสื่อว่าสถานการณ์หนึ่งเกิดจากหลายสาเหตุที่มีปฏิสัมพันธ์กัน ไม่ใช่คำอธิบายง่าย ๆ เพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึง “กำลังส่งผลต่อสถานการณ์อย่างจริงจัง”: Several social and economic factors are ____.

ดูคำตอบ

at play

which means you aren't doomed to a life of laziness. การใช้คำ

2:01

นั่นหมายความว่าคุณไม่ได้ถูกกำหนดให้ต้องขี้เกียจไปตลอดชีวิต.

การใช้คำ

“be doomed to a life of laziness” ในฐานะคำตัดสินแบบเชื่อในชะตากรรม

โครงสร้าง be doomed to + นามวลี หรือ be doomed to + กริยารูปพื้นฐาน นำเสนอผลลัพธ์ที่เลวร้ายว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในที่นี้ doomed to a life of laziness หมายถึงถูกมองว่าถูกกำหนดให้ต้องขี้เกียจไปตลอดชีวิต เนื่องจากประโยคใช้ aren't doomed จึงเป็นการปฏิเสธข้อสรุปแบบเชื่อในชะตากรรมดังกล่าว กล่าวคือ แนวโน้มทางพันธุกรรมไม่ได้กำหนดอนาคตของบุคคล การเลือกใช้คำนี้จงใจให้หนักแน่นกว่าการบอกเพียงว่าความขี้เกียจอาจเกิดขึ้นได้

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งคิดว่าความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวทำลายอนาคตของตนไปตลอดกาล คำตอบใดใช้สำนวนเป้าหมายเพื่อปฏิเสธความคิดแบบเชื่อในชะตากรรมนี้?

  1. One mistake doesn't mean you're doomed to fail.
  2. One mistake guarantees that you will fail.
  3. One mistake means you're likely to fail.
ดูคำตอบ

One mistake doesn't mean you're doomed to fail.

Although making a change will be harder for some, knowledge is power. โน้ต

2:03

แม้การเปลี่ยนแปลงจะยากกว่าสำหรับบางคน แต่ความรู้คือพลัง.

ไวยากรณ์

Although making a change will be harder for some, ... (แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงจะยากกว่าสำหรับบางคน...)

Although ใช้นำอนุประโยคที่แสดงการยอมรับข้อจำกัด โดยยอมรับก่อนว่าการเปลี่ยนแปลงอาจยากกว่าสำหรับบางคน ในอนุประโยค although วลี making a change เป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของ will be harder อนุประโยค although ไม่ใช่ใจความหลักของผู้พูด แต่เตรียมผู้ฟังไปสู่ประโยคหลัก knowledge is power ซึ่งยังคงเป็นจริงแม้จะมีความยากลำบาก โครงสร้างนี้ช่วยให้ยอมรับอุปสรรคที่มีอยู่จริงก่อน แล้วจึงบอกข้อสรุปที่อุปสรรคนั้นไม่ได้ลบล้าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ although ได้ถูกต้องเพื่อยอมรับความยากก่อน แล้วจึงบอกใจความหลัก?

  1. Although learning to swim may be hard for some, but practice can help.
  2. Although learning to swim may be hard for some, practice can help.
  3. Although learning to swim may be hard for some.
ดูคำตอบ

Although learning to swim may be hard for some, practice can help.

สำนวน

knowledge is power: ความรู้คือพลัง

Knowledge is power เป็นข้อความคล้ายสุภาษิต ในที่นี้หมายถึง การเข้าใจข้อเท็จจริงสำคัญช่วยให้คนเราประเมินสถานการณ์ เลือกได้ดี และลงมือทำได้มากขึ้น ข้อความนี้ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าความรู้เท่ากับพลัง และไม่ได้รับประกันว่าเพียงแค่รู้แล้วการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ในประโยคนี้ รูปแบบที่สั้นและคุ้นเคยเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นข้อสรุปที่ให้กำลังใจว่า ยิ่งเข้าใจดี ก็ยิ่งควบคุมสิ่งที่จะทำต่อไปได้มากขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ knowledge is power มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด?

  1. การรู้ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งจะแก้ปัญหาโดยอัตโนมัติ
  2. ความรู้เป็นพลังทางกายภาพชนิดหนึ่ง
  3. การเข้าใจข้อเท็จจริงช่วยให้คนเลือกได้ดีขึ้นและลงมือทำได้
ดูคำตอบ

การเข้าใจข้อเท็จจริงช่วยให้คนเลือกได้ดีขึ้นและลงมือทำได้

So, if you think you're genetically lazy, get off the couch and fight your DNA. โน้ต

2:07

ดังนั้น ถ้าคิดว่าตัวเองขี้เกียจเพราะพันธุกรรม ก็ลุกจากโซฟาแล้วสู้กับ DNA ของตัวเอง.

ไวยากรณ์

If you think..., get... and fight...: เงื่อนไขที่ตามด้วยคำสั่งสองอย่าง

อนุประโยคที่มี if เสนอสถานการณ์ที่เป็นไปได้ คือคุณคิดว่าความขี้เกียจของคุณมาจากยีน ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดรู้ว่านี่เป็นความจริง ประโยคหลักบอกการกระทำโดยตรงสองอย่างด้วยคำกริยาคำสั่งที่วางขนานกัน ได้แก่ get off the couch และ fight your DNA รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ If + อนุประโยคปัจจุบัน, ประโยคคำสั่ง... โดยบอกเงื่อนไขก่อน แล้วจึงบอกว่าต้องทำอะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้เงื่อนไขที่มี if แล้วตามด้วยการกระทำแบบคำสั่งสองอย่างที่วางขนานกันได้ถูกต้อง

  1. If you want to catch the bus, you left now and taking the shortcut.
  2. If you want to catch the bus, leave now and take the shortcut.
  3. You want to catch the bus if leave now and take the shortcut.
ดูคำตอบ

If you want to catch the bus, leave now and take the shortcut.

สำนวน

fight your DNA: อุปมาที่หนักแน่นถึงการต้านแนวโน้มทางพันธุกรรม

Fight your DNA เป็นอุปมาที่ให้ภาพชัดและเกินจริง DNA สื่อถึงลักษณะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการลงมือทำเพื่อต้านแนวโน้มที่อาจมาจากยีน ในประโยคนี้คือแนวโน้มที่จะไม่ค่อยเคลื่อนไหว ไม่ได้หมายถึงการโจมตีหรือเปลี่ยน DNA จริง ๆ ผู้พูดใช้ภาพการต่อสู้เพื่อทำให้คำแนะนำตอนท้ายฟังดูหนักแน่นและจดจำได้ง่าย

แบบฝึกหัด

fight your DNA ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ทำลาย DNA ภายในร่างกายจริง ๆ
  2. พิสูจน์ว่ายีนไม่มีผลใด ๆ เลย
  3. ลงมือทำเพื่อต้านแนวโน้มที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม
ดูคำตอบ

ลงมือทำเพื่อต้านแนวโน้มที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม

Your brain will reward you in the end.

2:11

สุดท้ายแล้ว สมองจะมอบรางวัลให้คุณ.

Need some help to get there?

2:13

ต้องการความช่วยเหลือสักหน่อยเพื่อไปให้ถึงจุดนั้นไหม?

Check out our past videos on the science of productivity,

2:14

ลองดูวิดีโอก่อนหน้านี้ของเราเกี่ยวกับศาสตร์แห่งประสิทธิภาพการทำงาน,

which might help you improve your motivation and fight that laziness.

2:17

ซึ่งอาจช่วยเพิ่มแรงจูงใจและเอาชนะความขี้เกียจได้.

And if you'd like to learn more about the amazing science behind extraordinary athletic performance,

2:20

และถ้าอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์อันน่าทึ่งเบื้องหลังสมรรถนะทางกีฬาที่เหนือธรรมดา,

check out one of our favorite books,

2:24

ลองดูหนังสือเล่มโปรดของเราสักเล่ม:

The Sports Gene by David Epstein,

2:26

The Sports Gene โดย David Epstein.

which was a major source for this episode.

2:28

หนังสือเล่มนี้เป็นแหล่งข้อมูลหลักแหล่งหนึ่งของตอนนี้.

It's a great read and you can get a copy of it using the link in the description below.

2:30

หนังสือเล่มนี้อ่านสนุกมาก และซื้อได้ผ่านลิงก์ในคำอธิบายด้านล่าง.

And subscribe for more weekly science videos.

2:34

และอย่าลืมกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ทุกสัปดาห์.