ประโยชน์ของการนอนหลับฝันดี - Shai Marcu: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
789 คำ 156 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าการนอนหลับช่วยควบคุมระบบสำคัญของร่างกายและปรับโครงสร้างสมองเพื่อทำให้ความจำมั่นคงได้อย่างไร โดยเปรียบเทียบการจำข้อเท็จจริงกับการฝึกทักษะทางกาย จึงเห็นว่าการนอนหลังอ่านหนังสือหรือซ้อมเปียโนช่วยให้จำได้ดีขึ้น ส่วนการลดเวลานอนกระทบทั้งสุขภาพและผลงาน ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. might be better off closing — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การใช้ be better off + กริยาเติม -ing เพื่อแนะนำทางเลือกที่น่าจะให้ผลดีกว่า โดยเฉพาะคำแนะนำที่ขัดกับแรงกระตุ้นแรก เช่น ควรนอนแทนที่จะฝืนอ่านหนังสือแบบเร่งรัดต่อไป 2. long-term declarative memory, / rather than procedural memory, — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: แยกศัพท์ทางประสาทวิทยาแบบเป็นทางการระหว่างความจำเกี่ยวกับข้อเท็จจริงและแนวคิด กับความจำสำหรับทักษะทางกาย ความต่างนี้ช่วยให้เข้าใจว่าระบบความจำและช่วงการนอนแต่ละแบบเกี่ยวข้องกับการสอบและการแสดงเปียโนอย่างไร 3. not only harms / but actually makes it less likely — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ not only...but actually... เพื่อเชื่อมผลเสียสองอย่างพร้อมเน้นผลข้อที่สองซึ่งคาดไม่ถึงกว่า นั่นคือการนอนไม่พอไม่เพียงทำร้ายสุขภาพ แต่ยังลดโอกาสที่จะจำสิ่งที่เรียนและฝึกมาก่อนหน้านั้นได้ด้วย

คำอธิบายในบทเรียนนี้

It's 4:00 a.m.

0:07

ตอนนี้เวลาตี 4

and the big test is in 8 hours followed by a piano recital. วลี

0:09

และการสอบครั้งใหญ่จะเริ่มในอีก 8 ชั่วโมง ตามด้วยการแสดงเปียโน

วลี

followed by: บอกเหตุการณ์ถัดไป

ในประโยคนี้ followed by ใช้บอกเหตุการณ์ที่ตามมา: มีการสอบครั้งสำคัญก่อน แล้วจึงเป็นการแสดงเดี่ยวเปียโน วลีนี้เป็นวลี past participle ที่เพิ่มรายการถัดไปเข้าไปในกำหนดการ ไม่ได้หมายถึงว่ามีใครเดินตามการสอบจริง ๆ เมื่อต้องการบอกลำดับ สามารถใช้ A, followed by B หรือ A is followed by B ทั้งสองรูปหมายถึง A เกิดก่อน แล้ว B จึงเกิดตามมา

แบบฝึกหัด

เติมกำหนดการด้วยวลีเป้าหมายที่วางช่วงพักสั้น ๆ ไว้หลังคำกล่าว: The opening talk will be ____ a short break.

ดูคำตอบ

followed by

You've been studying and playing for days, ไวยากรณ์

0:15

คุณทั้งอ่านหนังสือและซ้อมดนตรีมาเป็นวันๆ

ไวยากรณ์

You've been studying and playing for days: กิจกรรมที่ต่อเนื่องมาถึงตอนนี้

You've been studying and playing เป็น present perfect progressive โดยมีโครงสร้าง you have been + คำกริยา-ing ส่วน studying และ playing เป็นรูป -ing ที่เชื่อมขนานกันและใช้ You've been ร่วมกัน for days บอกระยะเวลาตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้ ผู้พูดเน้นความพยายามที่ต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำ และผลที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น ความเหนื่อยหรือความกดดัน กิจกรรมอาจยังดำเนินอยู่หรือเพิ่งหยุดไปก็ได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูป present perfect progressive ของ practice เติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya looks tired because she ____ for the concert all afternoon.

ดูคำตอบ

has been practicing

but you still don't feel ready for either. วลี

0:18

แต่คุณก็ยังรู้สึกว่าตัวเองไม่พร้อมสำหรับทั้งสองอย่าง

วลี

feel ready for either: “อย่างใดอย่างหนึ่งในสองอย่าง” ภายใต้การปฏิเสธ

feel ready for + คำนามหรือคำสรรพนาม หมายถึง “รู้สึกว่าตนเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งนั้นแล้ว” ในที่นี้ either เป็นคำสรรพนามที่ย้อนถึงสองสิ่งที่กล่าวก่อนหน้า คือการสอบกับการแสดงเดี่ยว เนื่องจากประโยคใช้รูปปฏิเสธ don’t feel ready วลี don’t feel ready for either จึงหมายถึง “รู้สึกว่ายังไม่พร้อมสำหรับทั้งสองอย่าง” ในโครงสร้างนี้ either หมายถึง “อย่างใดอย่างหนึ่งในสองอย่าง” ไม่ใช่ “ด้วย” หรือ “เช่นกัน”

แบบฝึกหัด

เติมคำสรรพนามภาษาอังกฤษหนึ่งคำเพื่อให้ประโยคหมายถึงคนคนนั้นรู้สึกว่าไม่พร้อมสำหรับการสัมภาษณ์ทั้งสองครั้ง: I have two interviews tomorrow, but I don't feel ready for ____.

ดูคำตอบ

either

So what can you do? ลำดับความ

0:21

แล้วคุณจะทำอย่างไรดี?

ลำดับความ

So what can you do?: การเปลี่ยนจากปัญหาไปสู่แนวทางแก้

So เชื่อมคำถามเข้ากับปัญหาที่เพิ่งอธิบายไป ส่วน What can you do? เปลี่ยนปัญหานั้นให้เป็นเรื่องถัดไปที่ต้องหาทางแก้ ทำให้คำอธิบายเคลื่อนจากตัวปัญหาไปสู่การกระทำที่เป็นไปได้ ในที่นี้ผู้พูดตั้งใจจะให้คำแนะนำต่อ ไม่ได้รอคำตอบ นี่เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่ใช้เป็นช่วงเปลี่ยน ช่วยดึงความสนใจและเปิดส่วนของวิธีแก้ปัญหาอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ผู้พูดอธิบายปัญหา ถามว่า “So what can you do?” แล้วให้คำแนะนำทันที คำถามนี้ทำหน้าที่อะไร

  1. จบการพูดโดยไม่เสนอความช่วยเหลือ
  2. เปลี่ยนจากปัญหาไปสู่แนวทางแก้ที่เป็นไปได้
  3. ขอให้ผู้ฟังเล่าเหตุการณ์ในอดีต
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากปัญหาไปสู่แนวทางแก้ที่เป็นไปได้

Well, you can drink another cup of coffee

0:23

เอาล่ะ คุณอาจจะดื่มกาแฟอีกสักแก้ว

and spend the next few hours cramming and practicing, วลี

0:25

และใช้เวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าเพื่ออัดความรู้และฝึกซ้อม

วลี

spend the next few hours cramming and practicing: spend + เวลา + กริยา-ing

โครงสร้าง spend + ช่วงเวลา + คำกริยาลงท้ายด้วย -ing หมายถึงใช้ช่วงเวลานั้นทำกิจกรรมหนึ่ง ในประโยคนี้ the next few hours คือช่วงเวลา ส่วน cramming และ practicing เป็นรูป -ing สองคำที่วางขนานกัน หลัง spend + เวลา ให้ใช้รูป -ing ไม่ใช้ to + กริยารูปพื้นฐาน เช่น spend two hours preparing ไม่ใช่ spend two hours to prepare คำว่า cram หมายถึงอ่านหนังสือจำนวนมากในเวลาสั้น ๆ และมักใช้เมื่อพูดถึงช่วงก่อนสอบ

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยาในวงเล็บเติมโครงสร้าง spend + เวลา + -ing ให้สมบูรณ์: Mia spent two hours ____ for the math test. (study)

ดูคำตอบ

studying

but believe it or not, น้ำเสียง/เจตนา

0:28

แต่เชื่อหรือไม่

น้ำเสียง/เจตนา

believe it or not: การเกริ่นข้อมูลที่น่าประหลาดใจ

Believe it or not เป็นวลีเกริ่นที่ใช้ก่อนข้อมูลซึ่งอาจทำให้ผู้ฟังประหลาดใจหรือขัดกับสิ่งที่คาดไว้ ในส่วนนี้ but เน้นการเปลี่ยนไปสู่คำแนะนำที่คาดไม่ถึงให้ชัดขึ้น โดยทั่วไป วลีนี้ไม่ใช่คำสั่งตามตัวอักษรที่บอกให้อีกฝ่ายเชื่อ แต่เป็นการเตรียมผู้ฟังให้พร้อมสำหรับข้อความถัดไป คล้ายกับการบอกว่า “เรื่องนี้อาจฟังดูน่าแปลกใจ แต่มันเป็นความจริง”

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่ใช้เกริ่นข้อมูลน่าประหลาดใจให้สมบูรณ์: ____, our smallest robot won the race.

ดูคำตอบ

Believe it or not

you might be better off closing the books, ไวยากรณ์

0:29

คุณอาจจะทำได้ดีกว่าถ้าคุณปิดหนังสือ

ไวยากรณ์

might be better off closing: แนะนำอย่างนุ่มนวลด้วย be better off + -ing

Be better off doing something หมายถึง การทำสิ่งนั้นน่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการเลือกแบบที่ทำอยู่หรือทางเลือกอื่น ในประโยคนี้ closing the books ถูกเสนอว่าเป็นทางเลือกที่ช่วยได้มากกว่า เมื่อกล่าวถึงการกระทำ หลัง be better off ใช้รูป -ing: ใช้ be better off closing ไม่ใช่ be better off to close ส่วน might ทำให้คำแนะนำฟังดูไม่ฟันธงและไม่ตรงเกินไป หมายถึง “นี่อาจเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่า” ไม่ได้รับประกันว่าจะเป็นเช่นนั้นแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง be better off + -ing: The roads are icy, so you might ____ the train.

ดูคำตอบ

be better off taking

putting away the music, กริยาวลี

0:32

เก็บโน้ตเพลง

กริยาวลี

putting away: เก็บสิ่งของไว้ในที่ของมัน

Put away เป็นกริยาวลีที่หมายถึงนำสิ่งของที่กำลังใช้อยู่หรือวางทิ้งไว้ออกมา ไปเก็บในที่ของมัน away เน้นผลว่าสิ่งของนั้นไม่ได้วางอยู่นอกที่เก็บแล้ว ไม่ได้หมายถึงแค่ย้ายไปให้ไกล ในประโยคนี้ the music หมายถึงโน้ตเพลงหรือสื่อดนตรีอื่น ๆ ดังนั้น putting away the music จึงหมายถึงเก็บสื่อเหล่านั้นและจบการฝึกส่วนนั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำขอโดยใช้ put away และวางคำสรรพนามตามลำดับที่เป็นธรรมชาติ: The puzzle is still on the table. Please ____.

ดูคำตอบ

put it away

and going to sleep.

0:33

แล้วไปนอนซะ

Sleep occupies nearly a third of our lives, วลี

0:35

การนอนหลับใช้เวลาเกือบหนึ่งในสามของชีวิตเรา

วลี

occupies nearly a third of our lives: การใช้ occupy บอกสัดส่วนของเวลา

occupies ในที่นี้หมายถึง “ใช้หรือกินพื้นที่บางส่วนของช่วงเวลา” ไม่ได้หมายถึง “เข้ายึดครองสถานที่” Sleep เป็นประธาน ส่วน our lives คือช่วงเวลาทั้งหมดที่นำมาวัด nearly a third of หมายถึง “เกือบหนึ่งในสาม แต่ยังไม่ถึงหนึ่งในสามเต็ม ๆ” โครงสร้าง occupy + เศษส่วน + of + ช่วงเวลา ใช้บอกอย่างกระชับว่าสิ่งหนึ่งกินเวลาจากช่วงเวลาทั้งหมดไปเท่าใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า งานธุรการกินเวลาเกือบครึ่งหนึ่งของวันทำงานของเธอ

  1. Administrative tasks occupy from nearly half of her workday.
  2. Administrative tasks occupy nearly half of her workday.
  3. Administrative tasks occupy nearly half her workday of.
ดูคำตอบ

Administrative tasks occupy nearly half of her workday.

but many of us give surprisingly little attention and care to it. วลี

0:38

แต่หลายคนกลับให้ความสนใจและใส่ใจมันน้อยอย่างน่าประหลาดใจ

วลี

give surprisingly little attention and care to it: ทั้งความสนใจและความพยายามดูแล

โครงสร้าง give attention and care to something หมายถึงการมอบทั้งความสนใจและความพยายามดูแลเอาใจใส่ให้สิ่งหนึ่ง attention เน้นการสังเกตหรือพิจารณา ส่วน care เพิ่มความหมายเรื่องความห่วงใยและการลงมือช่วยเหลือ surprisingly little บอกว่าทั้ง attention และ care มีอยู่น้อย คำบุพบท to ใช้นำหน้าสิ่งที่ได้รับความสนใจและการดูแล ส่วน it ในประโยคนี้หมายถึง sleep

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ give attention and care to ได้ถูกต้อง

  1. We need to give more attention and care to our mental health.
  2. We need to give more attention and care our mental health.
  3. We need to give our mental health to more attention and care.
ดูคำตอบ

We need to give more attention and care to our mental health.

This neglect is often the result of a major misunderstanding. ลำดับความ

0:42

การละเลยนี้มักเกิดจากความเข้าใจผิดครั้งใหญ่

ลำดับความ

the result of a major misunderstanding: จากผลไปหาสาเหตุ

โครงสร้าง be the result of + สาเหตุ แสดงว่าประธานเป็นผลลัพธ์และบอกว่าอะไรเป็นสาเหตุ ในที่นี้ การละเลยการนอนคือผลลัพธ์ และ a major misunderstanding คือสาเหตุ ในด้านการจัดลำดับข้อมูล ประโยคนี้เปลี่ยนจากปัญหาที่สังเกตเห็นไปสู่คำอธิบายว่าทำไมปัญหาจึงเกิดขึ้น โครงสร้างนี้ใช้ได้เมื่อการอธิบายเดินจากผลไปหาสาเหตุ

แบบฝึกหัด

"This neglect is often the result of a major misunderstanding" จัดลำดับข้อมูลอย่างไร

  1. นำเสนอความเข้าใจผิดเป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากการละเลย
  2. ให้คำอธิบายสองอย่างที่ไม่มีความสัมพันธ์เชิงเหตุผล
  3. นำเสนอการละเลยเป็นผลลัพธ์และระบุว่าความเข้าใจผิดเป็นสาเหตุ
ดูคำตอบ

นำเสนอการละเลยเป็นผลลัพธ์และระบุว่าความเข้าใจผิดเป็นสาเหตุ

Sleep isn't lost time สำนวน

0:46

การนอนหลับไม่ใช่การเสียเวลา

สำนวน

isn't lost time: ปฏิเสธความคิดว่าเป็นการเสียเวลา

ในที่นี้ lost time หมายถึงเวลาที่ถูกมองว่าสูญเปล่าหรือไม่ได้ใช้ไปกับสิ่งที่มีคุณค่า ไม่ได้หมายความว่าเวลาหายไปจริง ๆ เมื่อพูดว่า Sleep isn't lost time ผู้พูดกำลังปฏิเสธความคิดที่ว่าการนอนไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ โครงสร้าง X isn't lost time ใช้โต้แย้งคำกล่าวที่ว่ากิจกรรมที่มีประโยชน์เป็นการเสียเวลาได้

แบบฝึกหัด

"Reading for fun isn't lost time" หมายความว่าอย่างไร

  1. ผู้อ่านจำไม่ได้ว่าอ่านหนังสือเมื่อใด
  2. เวลาหยุดเดินขณะที่ผู้อ่านกำลังเพลิดเพลิน
  3. การอ่านเพื่อความเพลิดเพลินไม่ควรถูกมองว่าเป็นการเสียเวลา
ดูคำตอบ

การอ่านเพื่อความเพลิดเพลินไม่ควรถูกมองว่าเป็นการเสียเวลา

or just a way to rest when all our important work is done.

0:48

หรือเป็นแค่วิธีการพักผ่อนเมื่อเราทำงานสำคัญทั้งหมดเสร็จแล้ว

Instead, it's a critical function ลำดับความ

0:52

ในทางกลับกัน มันเป็นหน้าที่ที่สำคัญมาก

ลำดับความ

Instead, เป็นสัญญาณให้เปลี่ยนไปใช้แนวคิดใหม่

เมื่ออยู่ต้นประโยค Instead, บอกว่าแนวคิดก่อนหน้าถูกปฏิเสธ และจะมีคำอธิบายใหม่มาแทน หลังจากปฏิเสธมุมมองที่ว่าการนอนเป็นเพียงการพักหรือการเสียเวลา ผู้พูดก็นำเสนอคำอธิบายใหม่ว่า การนอนเป็นการทำงานที่สำคัญ ในฐานะคำเชื่อมระดับข้อความ Instead, พาผู้ฟังเปลี่ยนจากมุมมองหนึ่งไปสู่อีกมุมมองหนึ่ง สิ่งที่ตามมาคือจุดยืนใหม่ที่ใช้แทนแนวคิดเดิม ไม่ใช่เพียงตัวอย่างหรือรายละเอียดเพิ่มเติม

แบบฝึกหัด

ใน “Sleep is not wasted time. Instead, it is a critical function,” คำว่า Instead ส่งสัญญาณอะไร?

  1. เพิ่มอีกตัวอย่างหนึ่งให้แนวคิดที่ถูกปฏิเสธ
  2. ใช้คำอธิบายใหม่แทนแนวคิดที่ถูกปฏิเสธ
  3. แสดงว่าคำอธิบายทั้งสองเป็นจริงเท่ากัน
ดูคำตอบ

ใช้คำอธิบายใหม่แทนแนวคิดที่ถูกปฏิเสธ

during which your body balances and regulates its vital systems, โน้ต

0:54

ซึ่งในระหว่างนั้นร่างกายของคุณจะปรับสมดุลและควบคุมระบบที่สำคัญต่างๆ

ไวยากรณ์

during which: เชื่อมช่วงเวลากับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น

during which เป็นการรวมคำบุพบท during กับคำสรรพนามเชื่อมความ which โดย which ย้อนกลับไปหา a critical function ส่วน during บอกว่าการกระทำถัดไปเกิดขึ้นภายในช่วงเวลาที่การทำงานนั้นกำลังดำเนินอยู่ อนุประโยคเชื่อมความอธิบายว่าร่างกายทำอะไรในช่วงนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ช่วงเวลา เหตุการณ์ ขั้นตอน หรือกระบวนการ + during which + ประธาน + กริยา รูปแบบนี้เชื่อมข้อความบอกเวลากับอนุประโยคสมบูรณ์เป็นประโยคเดียวที่กระชับและเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ during which ได้ถูกต้องเพื่อเชื่อมเหตุการณ์กับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในช่วงเวลานั้น

  1. The school held a science week during that students built simple robots.
  2. The school held during which a science week students built simple robots.
  3. The school held a science week during which students built simple robots.
ดูคำตอบ

The school held a science week during which students built simple robots.

วลี

balances and regulates its vital systems: รักษาระบบสำคัญให้มั่นคง

ในประโยควิทยาศาสตร์นี้ balances หมายถึงการรักษาสภาวะของร่างกายให้อยู่ในช่วงที่มั่นคงและเหมาะสม ไม่ได้หมายถึงการทรงตัวขณะยืน ส่วน regulates หมายถึงการควบคุมหรือปรับการทำงานของระบบต่าง ๆ vital systems คือระบบสำคัญของร่างกายที่จำเป็นต่อชีวิตและสุขภาพ Balances และ regulates เป็นคำกริยาที่เชื่อมกันและทำหน้าที่เท่ากัน ทั้งสองคำมี your body เป็นประธานและ its vital systems เป็นกรรม โดย its อ้างกลับไปที่ your body

แบบฝึกหัด

balances and regulates its vital systems ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ช่วยให้ร่างกายยืนตรงเท่านั้น แต่ไม่ส่งผลต่อระบบภายใน
  2. รักษาระบบสำคัญของร่างกายให้มั่นคงและปรับการทำงานของระบบเหล่านั้น
  3. ปิดระบบสำคัญทั้งหมดของร่างกาย
ดูคำตอบ

รักษาระบบสำคัญของร่างกายให้มั่นคงและปรับการทำงานของระบบเหล่านั้น

affecting respiration and regulating everything from circulation to growth and immune response. ไวยากรณ์

0:58

ส่งผลต่อการหายใจและควบคุมทุกอย่างตั้งแต่การไหลเวียนโลหิตไปจนถึงการเจริญเติบโตและการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน

ไวยากรณ์

everything from circulation to growth and immune response: การแสดงขอบเขตที่กว้าง

รูปแบบ everything from A to B ใช้แสดงขอบเขตที่กว้าง ในที่นี้ circulation, growth และ immune response เป็นตัวอย่างที่แสดงว่าร่างกายควบคุมการทำงานหลายอย่างที่แตกต่างกัน การทำงานที่ระบุไว้เป็นเพียงตัวอย่าง ไม่ใช่รายการทั้งหมด ควรเข้าใจวลีนี้ว่าหมายถึงสิ่งหลายชนิดภายในขอบเขตนั้น ไม่ใช่เฉพาะสิ่งที่ระบุชื่อไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำสองคำในรูปแบบ everything from A to B: The community center offers everything ____ art classes ____ sports and homework help.

ดูคำตอบ

from · to

That's great, น้ำเสียง/เจตนา

1:05

นั่นเยี่ยมไปเลย

but you can worry about all those things after this test,

1:06

แต่คุณสามารถกังวลเรื่องทั้งหมดนั้นหลังสอบเสร็จก็ได้

น้ำเสียง/เจตนา

That's great, but ...: ยอมรับก่อนแล้วจึงเปลี่ยนประเด็น

That's great เป็นการยอมรับประเด็นของอีกฝ่ายสั้น ๆ จากนั้น but ส่งสัญญาณว่าจะเปลี่ยนไปพูดถึงข้อจำกัด ความไม่เห็นด้วย หรือเรื่องที่เร่งด่วนกว่า ในรูปแบบนี้ ใจความหลักของผู้พูดมักอยู่หลัง but การยอมรับในตอนต้นช่วยให้การเปลี่ยนประเด็นไม่หักเกินไป แต่ไม่ได้หมายความว่าเห็นด้วยทั้งหมดเสมอไป

แบบฝึกหัด

ในการสนทนา That's great, but ... มักส่งสัญญาณถึงอะไร?

  1. ยอมรับประเด็นหนึ่งก่อนเปลี่ยนไปพูดถึงข้อกังวลหรือลำดับความสำคัญที่ต่างออกไป
  2. ผู้พูดเห็นด้วยทั้งหมดและจบการสนทนาแล้ว
  3. ผู้พูดกำลังกล่าวคำชมที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่คุย
ดูคำตอบ

ยอมรับประเด็นหนึ่งก่อนเปลี่ยนไปพูดถึงข้อกังวลหรือลำดับความสำคัญที่ต่างออกไป

right?

1:09

ใช่ไหมล่ะ?

Well, not so fast. สำนวน

1:10

อืม อย่าเพิ่งด่วนสรุปไป

สำนวน

not so fast: หยุดการด่วนสรุป

Not so fast เป็นสำนวนที่หมายถึง “รอก่อน” หรือ “อย่าเพิ่งตัดสินใจ” ในที่นี้พูดถึงความเร็วในการคิดของคนคนหนึ่ง ไม่ใช่ความเร็วทางกายภาพ ผู้พูดหยุดแนวคิดก่อนหน้านี้ เพราะอาจมีข้อมูลเพิ่มเติมที่ทำให้ต้องสงสัยหรือเปลี่ยนข้อสรุปนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ not so fast เพื่อหยุดการด่วนสรุป?

  1. That old computer is not so fast anymore.
  2. Not so fast—the speed limit here is twenty miles per hour.
  3. Not so fast—we still need to check the last result.
ดูคำตอบ

Not so fast—we still need to check the last result.

It turns out that sleep is also crucial for your brain, ลำดับความ

1:12

ปรากฏว่าการนอนหลับก็มีความสำคัญต่อสมองของคุณเช่นกัน

ลำดับความ

It turns out that: เกริ่นข้อเท็จจริงที่ค้นพบภายหลัง

It turns out that + อนุประโยค ใช้เกริ่นข้อมูลที่ชัดเจนขึ้นจากหลักฐาน คำอธิบาย หรือสิ่งที่ค้นพบภายหลัง ในประโยคนี้ ผู้พูดนำเสนอว่าการนอนหลับสำคัญต่อสมองในฐานะข้อเท็จจริงที่ผู้ฟังอาจไม่คาดคิด โดย turn out หมายถึง “ปรากฏว่าเป็นจริง” ไม่ใช่การหมุนทางกายภาพ ในด้านการจัดลำดับข้อมูล วลีนี้ส่งสัญญาณว่ากำลังเปลี่ยนจากสิ่งที่ผู้ฟังอาจเคยคิดไปสู่ข้อสรุปใหม่ที่ได้รับการยืนยันแล้ว ส่วน it เป็นประธานที่ใช้ตามโครงสร้างและไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

คุณตรวจสอบเวลาเปิดที่ประกาศไว้แล้วและตอนนี้รู้ว่าคาเฟ่เปิดอยู่ เลือกประโยคที่นำเสนอเรื่องนี้ว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันภายหลัง

  1. I guess the café is open today.
  2. It turns out that the café is open today.
  3. It seems that the café might be open today.
ดูคำตอบ

It turns out that the café is open today.

with a fifth of your body's circulatory blood ไวยากรณ์

1:15

โดยหนึ่งในห้าของเลือดที่ไหลเวียนในร่างกายของคุณ

being channeled to it as you drift off. กริยาวลี

1:18

จะถูกส่งไปยังสมองเมื่อคุณผล็อยหลับไป

ไวยากรณ์

with ... being channeled: เพิ่มสภาวะประกอบแบบถูกกระทำ

วลีทั้งหมดใช้โครงสร้าง with + นามวลี + being + คำกริยาช่องที่สาม เพื่อเพิ่มสภาวะที่เกิดควบคู่กับข้อความหลัก a fifth of your body's circulatory blood เป็นสิ่งที่รับการกระทำ ส่วน being channeled หมายถึงเลือดกำลังถูกนำหรือส่งไปยังที่ใดที่หนึ่ง ส่วนนี้เป็นอนุประโยคเสริมที่ไม่มีคำกริยาแท้ ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์ที่มีคำกริยาแท้ของตนเอง it ที่ท้ายวลีหมายถึง your brain ในงานเขียนเชิงอธิบาย โครงสร้างนี้ช่วยเพิ่มกลไกเบื้องหลังโดยไม่ทำให้กลไกนั้นกลายเป็นเหตุการณ์หลัก

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ with + คำนาม + being + คำกริยาช่องที่สามอย่างถูกต้อง เพื่อเพิ่มสภาวะเบื้องหลังแบบถูกกระทำ

  1. The room stayed cool, with being pushed fresh air through the vents.
  2. The room stayed cool, with fresh air being pushed through the vents.
  3. The room stayed cool, with fresh air was being pushed through the vents.
ดูคำตอบ

The room stayed cool, with fresh air being pushed through the vents.

กริยาวลี

drift off: ค่อย ๆ หลับไป

ใน you drift off คำว่า drift off หมายถึง “ค่อย ๆ หลับไปและมักเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ” สำนวนนี้ทำให้การหลับดูเป็นกระบวนการที่นุ่มนวล ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันที ในที่นี้ off รวมกับ drift เป็นกริยาวลี จึงไม่ควรตีความ drift ตามตัวอักษรว่าเคลื่อนลอยหรือล่องไป

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึง “ค่อย ๆ หลับไป” ให้ประโยคสมบูรณ์: The baby began to ____ as the room grew quiet.

ดูคำตอบ

drift off

And what goes on in your brain while you sleep กริยาวลี

1:20

และสิ่งที่เกิดขึ้นในสมองของคุณขณะที่คุณนอนหลับ

กริยาวลี

what goes on: เกิดอะไรขึ้น

ใน what goes on in your brain คำว่า go on หมายถึง “เกิดขึ้น” หรือ “ดำเนินอยู่” ส่วน what แทนเรื่องหรือกิจกรรมที่กำลังถาม ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึง “สิ่งที่เกิดขึ้น” หรือ “เกิดอะไรขึ้น” รูปปัจจุบันธรรมดา goes on เหมาะกับกระบวนการทั่วไป เช่น สิ่งที่มักเกิดขึ้นระหว่างการนอน ในโครงสร้างนี้ไม่ได้หมายถึงสมองเคลื่อนไปข้างหน้าหรือ “ดำเนินต่อไป”

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่หมายถึง “เกิดขึ้น” ให้ประโยคสมบูรณ์: The documentary explains what ____ inside a volcano before an eruption.

ดูคำตอบ

goes on

is an intensely active period of restructuring การใช้คำ

1:23

คือช่วงเวลาที่ตื่นตัวอย่างมากของการปรับโครงสร้างใหม่

การใช้คำ

an intensely active period of restructuring: การจัดระเบียบภายในที่เกิดขึ้นอย่างเข้มข้น

คำนามหลักคือ period คำว่า intensely เพิ่มระดับความหมายของ active ส่วน of restructuring ระบุกระบวนการที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น ในสำนวนเชิงวิทยาศาสตร์นี้ restructuring หมายถึงการจัดระเบียบข้อมูลและการเชื่อมต่อภายในสมองใหม่ active บอกว่าสมองมีกิจกรรมภายในระดับสูง ไม่ได้หมายถึงการขยับร่างกายอย่างรุนแรง วลีนี้อธิบายว่าการนอนหลับเป็นช่วงที่ยังมีการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง ไม่ใช่ช่วงที่สมองหยุดนิ่งโดยสิ้นเชิง

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบาย an intensely active period of restructuring ในบริบทนี้ได้ตรงที่สุด

  1. ช่วงที่คนนอนหลับกำลังออกกำลังกายอย่างหนัก
  2. ช่วงที่สมองหยุดทำงานโดยสิ้นเชิง
  3. ช่วงที่สมองกำลังจัดระเบียบข้อมูลและการเชื่อมต่อใหม่อย่างแข็งขัน
ดูคำตอบ

ช่วงที่สมองกำลังจัดระเบียบข้อมูลและการเชื่อมต่อใหม่อย่างแข็งขัน

that's crucial for how our memory works.

1:26

ซึ่งมีความสำคัญต่อการทำงานของความจำของเรา

At first glance, ลำดับความ

1:29

เมื่อมองเผินๆ

ลำดับความ

At first glance: การบอกความประทับใจแรก

At first glance เป็นคำบอกลำดับความคิดที่ระบุว่าแนวคิดถัดไปเป็นเพียงความประทับใจแรกหรือสิ่งที่เห็นจากภายนอก วลีนี้ช่วยจัดระเบียบข้อมูลด้วยการบอกผู้ฟังว่าไม่ควรมองความประทับใจนั้นเป็นข้อสรุปทั้งหมด วลีนี้มักเตรียมให้เกิดการแก้ไขหรือขยายความด้วยคำอย่าง but, however หรือ actually คำว่า glance ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการมองด้วยตาเพียงแวบเดียว ความประทับใจอาจเกิดจากการดูอย่างรวดเร็ว การอ่านครั้งแรก การได้ยินครั้งแรก หรือการคิดเพียงสั้น ๆ ก็ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ At first glance อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อนำเสนอความประทับใจที่ถูกแก้ไขในภายหลัง

  1. At first glance, look at the picture for exactly one second.
  2. At first glance, I reached my final conclusion after studying every detail for three weeks.
  3. At first glance, the puzzle looks easy, but the final step is quite difficult.
ดูคำตอบ

At first glance, the puzzle looks easy, but the final step is quite difficult.

our ability to remember things doesn't seem very impressive at all. น้ำเสียง/เจตนา

1:30

ความสามารถในการจดจำสิ่งต่างๆ ของเราดูเหมือนจะไม่น่าประทับใจเลย

น้ำเสียง/เจตนา

doesn't seem ... at all: ตัดสินอย่างนุ่มนวลแต่ปฏิเสธอย่างหนักแน่น

ในโครงสร้าง doesn't seem + คำคุณศัพท์ คำว่า seem ทำให้คำบรรยายเป็นความรู้สึกที่ได้จากสิ่งที่สังเกตเห็น แทนที่จะเป็นการยืนยันอย่างตรงไปตรงมา ในที่นี้ doesn't seem very impressive หมายถึงความสามารถนั้นดูไม่ดีนักหรือไม่โดดเด่น at all ทำให้คำปฏิเสธหนักแน่นขึ้น คือไม่น่าประทับใจเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นวลีนี้จึงใช้วิธีตัดสินที่นุ่มนวลลง แต่ยังคงสื่อการประเมินเชิงลบอย่างชัดเจนและหนักแน่น

แบบฝึกหัด

เติมสองส่วนของโครงสร้างเป้าหมายให้สมบูรณ์: The first draft ____ very clear ____.

ดูคำตอบ

doesn't seem · at all

19th century psychologist Herman Ebbinghaus

1:34

นักจิตวิทยาในศตวรรษที่ 19 เฮอร์แมน เอ็บบิงเฮาส์

demonstrated that we normally forget 40% of new material within the first 20 minutes, วลี

1:37

ได้แสดงให้เห็นว่าปกติแล้วเราจะลืมเนื้อหาใหม่ๆ ไปถึง 40% ภายใน 20 นาทีแรก

วลี

demonstrated that: รายงานข้อสรุปที่มีหลักฐานชัดเจนรองรับ

ในโครงสร้าง demonstrated that + อนุประโยค demonstrated หมายถึง “ให้หลักฐานที่ชัดเจนซึ่งแสดงว่า” ส่วน that นำเข้าสู่ข้อสรุปที่สมบูรณ์ซึ่งมีหลักฐานรองรับ นี่คือความหมายที่ใช้รายงานผลการวิจัยโดยอาศัยหลักฐาน ไม่ได้หมายถึงการที่ใครสักคนสาธิตวิธีทำบางอย่างให้ผู้ชมดูต่อหน้า

แบบฝึกหัด

การทดลองที่ควบคุมอย่างรัดกุมให้หลักฐานที่ชัดเจน ประโยคใดรายงานข้อสรุปได้แม่นยำที่สุด

  1. The experiment asked whether daily review improved recall.
  2. The experiment demonstrated that daily review improved recall.
  3. The experiment suggested that daily review might improve recall.
ดูคำตอบ

The experiment demonstrated that daily review improved recall.

a phenomenon known as the forgetting curve. การใช้คำ

1:43

ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่าเส้นโค้งแห่งการลืม

การใช้คำ

a phenomenon known as the forgetting curve: การแนะนำคำศัพท์

วลีนี้บอกก่อนว่าสิ่งที่กล่าวถึงเป็นปรากฏการณ์ แล้วจึงให้ชื่อที่ใช้เรียกกัน known as the forgetting curve เป็น relative clause แบบย่อและมีความหมายเท่ากับ that is known as the forgetting curve โครงสร้าง noun + known as + name มักใช้ในงานเขียนเชิงวิทยาศาสตร์เมื่อต้องการแนะนำคำศัพท์ ในที่นี้ the forgetting curve เป็นชื่อของรูปแบบที่ข้อมูลซึ่งเพิ่งเรียนรู้ถูกลืมอย่างรวดเร็วเมื่อเวลาผ่านไป

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้แนะนำชื่อของปรากฏการณ์ให้สมบูรณ์: This effect is known ____ the spacing effect.

ดูคำตอบ

as

But this loss can be prevented through memory consolidation, การใช้คำ

1:46

แต่การสูญเสียนี้สามารถป้องกันได้ผ่านการรวบรวมความจำ

การใช้คำ

through memory consolidation: กระบวนการที่ทำให้ความทรงจำใหม่คงตัว

through ใช้บอกวิธีหรือกระบวนการที่ช่วยป้องกันการสูญเสียนี้ ซึ่งก็คือ memory consolidation memory consolidation คือกระบวนการที่ความทรงจำซึ่งเพิ่งก่อตัวและยังไม่มั่นคงค่อย ๆ มีความมั่นคงและจดจำได้นานขึ้น ในที่นี้ consolidation ไม่ได้หมายถึงการนำความทรงจำหลายอย่างมารวมเป็นอันเดียวกัน

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: Sleep can protect learning through memory consolidation. through memory consolidation หมายความว่าอะไร?

  1. ด้วยการลบทุกอย่างที่เพิ่งเรียนรู้ทันที
  2. ด้วยการนำสมุดเรียนหลายเล่มมารวมกันทางกายภาพ
  3. ผ่านกระบวนการที่ทำให้ความทรงจำซึ่งเพิ่งก่อตัวมีความมั่นคงขึ้น
ดูคำตอบ

ผ่านกระบวนการที่ทำให้ความทรงจำซึ่งเพิ่งก่อตัวมีความมั่นคงขึ้น

the process by which information is moved from our fleeting short-term memory โน้ต

1:50

ซึ่งเป็นกระบวนการที่ข้อมูลถูกย้ายจากความจำระยะสั้นที่หายไปอย่างรวดเร็ว

to our more durable long-term memory.

1:55

ไปสู่ความจำระยะยาวที่คงทนกว่าของเรา

ไวยากรณ์

the process by which: โครงสร้างทางการสำหรับนิยามกลไก

ในโครงสร้าง the process by which + อนุประโยค คำว่า which ย้อนกลับไปหมายถึง process ส่วน by แสดงว่ากระบวนการนั้นเป็นวิธีหรือกลไก อนุประโยคหลัง by which บอกว่าเกิดอะไรขึ้นผ่านกระบวนการนั้น ในที่นี้ โครงสร้างนี้นิยามการทำให้ความจำคงอยู่โดยระบุการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น นั่นคือ ข้อมูลย้ายจากความจำระยะสั้นไปยังความจำระยะยาว โดยทั่วไป ใช้โครงสร้างนี้เพื่ออธิบายว่ากระบวนการหนึ่งทำให้เกิดผลลัพธ์ได้อย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างสองคำที่หมายถึงผ่านกระบวนการนี้เพื่อให้คำนิยามทางการสมบูรณ์: Photosynthesis is the process ____ plants convert light energy into chemical energy.

ดูคำตอบ

by which

การใช้คำ

fleeting short-term memory ... more durable long-term memory: ความแตกต่างระหว่างสิ่งที่เลือนหายเร็วกับสิ่งที่คงทน

Fleeting หมายถึงคงอยู่เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ และเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว ไม่ได้หมายถึงการบิน ส่วน durable หมายถึงสามารถคงอยู่หรือยังใช้ประโยชน์ได้เป็นเวลานาน More durable เป็นรูปเปรียบเทียบ จึงบอกว่าความจำระยะยาวคงอยู่ได้นานกว่าโดยเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่ถาวร นามวลีทั้งสองร่วมกันสร้างทิศทางของการเปลี่ยนแปลง จากรูปแบบความจำที่สั้นและไม่มั่นคงนักไปสู่รูปแบบที่คงอยู่นานกว่า คำคุณศัพท์ทั้งคู่ช่วยเน้นความแตกต่างที่ short-term และ long-term แสดงไว้อยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบายความแตกต่างในประโยคได้ถูกต้อง?

  1. ความจำระยะสั้นเลือนหายเร็ว ส่วนความจำระยะยาวมีแนวโน้มคงอยู่นานกว่า
  2. ความจำระยะสั้นเกี่ยวข้องกับการบิน ส่วนความจำระยะยาวแข็งแรงกว่าในทางกายภาพ
  3. ความจำทั้งสองประเภทถูกอธิบายว่าคงอยู่ถาวร
ดูคำตอบ

ความจำระยะสั้นเลือนหายเร็ว ส่วนความจำระยะยาวมีแนวโน้มคงอยู่นานกว่า

This consolidation occurs with the help of a major part of the brain วลี

1:58

การรวบรวมนี้เกิดขึ้นด้วยความช่วยเหลือของส่วนสำคัญของสมอง

วลี

occurs with the help of: อธิบายกระบวนการที่เกิดขึ้นโดยมีสิ่งช่วย

ในประโยคนี้ occurs บอกว่ากระบวนการทำให้คงตัวเกิดขึ้น ส่วน with the help of ใช้ระบุโครงสร้างสมองที่ช่วยให้กระบวนการนั้นเกิดขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “กระบวนการ + occurs with the help of + สิ่งที่ช่วย” สิ่งที่ช่วยอาจเป็นคน เครื่องมือ สาร อวัยวะ หรือระบบก็ได้ และวลีนี้ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “โดยอาศัยความช่วยเหลือจาก”: The reaction occurs ____ an enzyme.

ดูคำตอบ

with the help of

known as the hippocampus. การใช้คำ

2:02

ที่รู้จักกันในชื่อ ฮิปโปแคมปัส

การใช้คำ

known as the hippocampus: การระบุชื่อโครงสร้างสมอง

Known as the hippocampus ใช้บอกชื่อของโครงสร้างสมองที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ Known as หมายถึง “เรียกว่า” หรือ “เป็นที่รู้จักในชื่อนี้” ดังนั้นวลีนี้จึงให้ชื่อทางวิชาการ ไม่ได้บรรยายสถานที่หรือบุคคล ฮิปโปแคมปัสเป็นโครงสร้างสมองที่เกี่ยวข้องอย่างมากกับการสร้างและการทำให้ความจำคงตัว ข้อมูลพื้นฐานนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมจึงกล่าวถึงสมองส่วนนี้เมื่อพูดถึงการทำให้ความจำคงตัว

แบบฝึกหัด

known as the hippocampus ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. วลีนี้บอกว่าโครงสร้างสมองนั้นเป็นบุคคล
  2. วลีนี้บอกชื่อของโครงสร้างสมองที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้
  3. วลีนี้อธิบายวิธีวิจัยที่ใช้กับสมอง
ดูคำตอบ

วลีนี้บอกชื่อของโครงสร้างสมองที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้

Its role in long-term memory formation was demonstrated in the 1950s ไวยากรณ์

2:05

บทบาทของมันในการสร้างความจำระยะยาวถูกแสดงให้เห็นในทศวรรษที่ 1950

ไวยากรณ์

was demonstrated: การรายงานหลักฐานด้วยรูป passive

ใน was demonstrated คำว่า was + demonstrated ซึ่งเป็น past participle ทำให้เกิดรูปประโยค passive ใน simple past Its role คือสิ่งที่หลักฐานแสดงให้เห็น ไม่ใช่บุคคลหรืองานวิจัยที่เป็นผู้แสดงให้เห็น โครงสร้างนี้เน้นผลการค้นพบหรือผลลัพธ์ไว้เป็นประเด็นหลัก และสามารถเติมวลี by เพื่อบอกนักวิจัยหรืองานวิจัยภายหลังได้ เช่น by Brenda Milner

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้รูป passive เพื่อบอกว่า effect เป็นสิ่งที่การทดลองแสดงให้เห็น

  1. The effect demonstrated several experiments.
  2. The effect was demonstrated by several experiments.
  3. Several experiments were demonstrated by the effect.
ดูคำตอบ

The effect was demonstrated by several experiments.

by Brenda Milner in her research with a patient known as H.M. วัฒนธรรม

2:09

โดย เบรนดา มิลเนอร์ ในงานวิจัยของเธอกับผู้ป่วยที่รู้จักในชื่อ H.M.

วัฒนธรรม

a patient known as H.M.:รหัสเรียกผู้ป่วยในงานวิจัยความจำ

a patient known as H.M. หมายถึงผู้ป่วยคนหนึ่งที่ถูกเรียกด้วยชื่อหรือรหัส H.M. โดย known as ใช้แนะนำชื่อหรือรหัสที่ใช้เรียกบุคคลนั้น H.M. เป็นรหัสของผู้ป่วยที่มีชื่อเสียงในงานวิจัยด้านความจำ ไม่ใช่ชื่อของ Brenda Milner และไม่ใช่คำย่อของบริเวณสมอง พื้นฐานขั้นต่ำที่ต้องเข้าใจคือ กรณีของผู้ป่วยคนนี้มีความสำคัญต่อการวิจัยเรื่องความจำและฮิปโปแคมปัส วลีนี้ระบุกรณีที่กำลังศึกษา ไม่ได้ระบุนักวิจัย

แบบฝึกหัด

ในข้อความนี้ H.M. หมายถึงอะไร

  1. H.M. คือชื่อของ Brenda Milner
  2. H.M. คือชื่อของบริเวณสมองที่เกี่ยวข้องกับความจำ
  3. H.M. คือรหัสของผู้ป่วยในกรณีศึกษาสำคัญด้านความจำ
ดูคำตอบ

H.M. คือรหัสของผู้ป่วยในกรณีศึกษาสำคัญด้านความจำ

After having his hippocampus removed, ไวยากรณ์

2:14

หลังจากที่ฮิปโปแคมปัสของเขาถูกตัดออก

ไวยากรณ์

After having his hippocampus removed: after having + กรรม + กริยาช่อง 3

After having his hippocampus removed หมายความว่าการผ่าตัดเอาออกเกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ในประโยคหลัก After แสดงความสัมพันธ์ด้านเวลา ส่วน having แสดงว่าประสบการณ์นั้นเสร็จสิ้นไปก่อนแล้ว ในโครงสร้าง having + กรรม + กริยาช่อง 3 กรรมเป็นสิ่งที่ถูกกระทำ ในที่นี้บุคลากรทางการแพทย์เป็นผู้ผ่าตัดเอาฮิปโปแคมปัสของ H.M. ออก ไม่ใช่ H.M. ทำเอง โครงสร้างนี้มักใช้พูดถึงบริการ การรักษา หรือหัตถการที่บุคคลหนึ่งจัดการให้เกิดขึ้นหรือเข้ารับ

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง have something done และคำว่า have, his glasses และ repair เติมประโยคให้สมบูรณ์: After ____, Omar could see the board clearly.

ดูคำตอบ

having his glasses repaired

H.M.'s ability to form new short-term memories was damaged, วลี

2:17

ความสามารถในการสร้างความจำระยะสั้นใหม่ๆ ของ H.M. ก็ได้รับความเสียหาย

วลี

ability to form new short-term memories: ability to + กริยา และคำที่ใช้ร่วมกัน form memories

Ability to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ระบุว่าคนหรือสิ่งหนึ่งสามารถทำอะไรได้ ใน ability to form new short-term memories คำกริยา infinitive คือ to form บอกว่าเป็นความสามารถด้านใดโดยเฉพาะ Form memories เป็นคำที่ใช้ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ หมายถึงการสร้างหรือก่อให้เกิดความทรงจำในจิตใจ นามวลีทั้งหมดเป็นประธานของ was damaged ดังนั้นประโยคจึงบอกว่าความสามารถนี้ได้รับความเสียหาย ในที่นี้ form ไม่ได้หมายถึงการสร้างวัตถุที่จับต้องได้

แบบฝึกหัด

ใช้ form กับโครงสร้าง ability to + กริยา เพื่อเติมประโยค: Healthy sleep supports the ability ____ new memories.

ดูคำตอบ

to form

but he was able to learn physical tasks through repetition. วลี

2:21

แต่เขาสามารถเรียนรู้งานที่ต้องใช้ร่างกายผ่านการทำซ้ำได้

วลี

was able to learn ... through repetition: เรียนรู้ได้ด้วยการทำซ้ำ

Was able to learn บอกถึงความสามารถที่แสดงให้เห็นจริงในอดีต คือแม้จะมีข้อจำกัดอีกด้านหนึ่ง เขาก็ยังเรียนรู้ทักษะชนิดนี้ได้ ในที่นี้ physical tasks หมายถึงงานหรือทักษะที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวและขั้นตอน ไม่ได้หมายถึงงานใช้แรงกายหนัก Through repetition บอกวิธีการเรียนรู้ว่าเกิดจากการทำซ้ำ รูปแบบ was able to learn + ทักษะ + through repetition ใช้บอกว่าเรียนรู้ทักษะได้จากการฝึกการเคลื่อนไหวเดิมหลายครั้ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า Jon เรียนรู้ทักษะการเคลื่อนไหวได้สำเร็จด้วยการฝึกซ้ำหลายครั้ง

  1. Jon learned the hand movement after watching it once.
  2. Jon was able to learn the hand movement through repetition.
  3. Jon could lift a heavy box with one hand.
ดูคำตอบ

Jon was able to learn the hand movement through repetition.

Due to the removal of his hippocampus, วลี

2:25

เนื่องจากการตัดฮิปโปแคมปัสออก

วลี

Due to + นามวลีเพื่อบอกสาเหตุ

Due to ใช้บอกสาเหตุและตามด้วยนามวลี ในที่นี้ the removal of his hippocampus เปลี่ยนการกระทำ his hippocampus was removed ให้เป็นนามวลี ดังนั้นส่วนนี้จึงหมายความว่าการตัดออกดังกล่าวทำให้เกิดผลที่กล่าวต่อมา เมื่อวลี due to อยู่ต้นประโยค โดยทั่วไปจะมีเครื่องหมายจุลภาคก่อนบอกผลลัพธ์ การบอกสาเหตุแบบนี้พบบ่อยในคำอธิบายที่เป็นกลางหรือค่อนข้างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ due to หน้านามวลีได้ถูกต้อง

  1. Because a power outage, the library closed early.
  2. Due to a power outage, the library closed early.
  3. Due to the power went out, the library closed early.
ดูคำตอบ

Due to a power outage, the library closed early.

H.M.'s ability to form long-term memories was also damaged.

2:27

ความสามารถในการสร้างความจำระยะยาวของ H.M. ก็ถูกทำลายเช่นกัน

What this case revealed, ลำดับความ

2:32

สิ่งที่กรณีนี้เปิดเผย

ลำดับความ

What this case revealed: การใช้อนุประโยค what เป็นประธาน

What this case revealed หมายถึงสิ่งหรือข้อมูลที่กรณีนี้เผยให้เห็น ในที่นี้ what ใช้นำอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ไม่ได้ใช้ถามคำถาม ในข้อความนี้ this case หมายถึงกรณีทางการแพทย์ของ H.M. อนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานและทำให้ข้อสรุปจากหลักฐานเป็นจุดสนใจ ในประโยคที่สมบูรณ์จะต้องมีภาคแสดงตามมา เช่น What this case revealed was that memory depends on more than one system.

แบบฝึกหัด

ใช้ what, the inspection และ revealed เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยอนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นประธาน: ____ was a serious safety problem.

ดูคำตอบ

What the inspection revealed

among other things, วลี

2:33

นอกจากเรื่องอื่นๆ แล้ว

วลี

among other things: บอกว่ารายการที่กล่าวมายังไม่ครบ

Among other things หมายถึงรวมทั้งเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึง เป็นการบอกว่าข้อเท็จจริง ผลลัพธ์ กิจกรรม หรือลักษณะที่กล่าวถึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของรายการที่ใหญ่กว่า วลีนี้ทำหน้าที่เป็นข้อความแทรกและมักคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค things ในที่นี้หมายถึงเรื่องที่เป็นนามธรรม ไม่ได้บรรยายตำแหน่งทางกายภาพระหว่างสิ่งของต่าง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้สื่อความหมายอะไร? The library offers, among other things, free computer classes.

  1. ห้องสมุดยังมีบริการอื่น ๆ และชั้นเรียนคอมพิวเตอร์ฟรีเป็นตัวอย่างหนึ่ง
  2. ชั้นเรียนคอมพิวเตอร์ฟรีเป็นบริการเพียงอย่างเดียวของห้องสมุด
  3. ชั้นเรียนคอมพิวเตอร์จัดขึ้นระหว่างสิ่งของต่าง ๆ
ดูคำตอบ

ห้องสมุดยังมีบริการอื่น ๆ และชั้นเรียนคอมพิวเตอร์ฟรีเป็นตัวอย่างหนึ่ง

was that the hippocampus was specifically involved in the consolidation of long-term declarative memory, โน้ต

2:34

ก็คือฮิปโปแคมปัสมีส่วนเกี่ยวข้องโดยเฉพาะกับการรวบรวมความจำระยะยาวแบบบอกเล่า

วลี

was specifically involved in: การมีบทบาทเฉพาะในกระบวนการ

ในที่นี้ was specifically involved in หมายถึงฮิปโปแคมปัสมีบทบาทในกระบวนการทำให้ความจำมั่นคงขึ้น involved in ไม่ได้หมายถึง “เข้าไปพัวพันกับปัญหา” เมื่อใช้กับกระบวนการทางชีววิทยา จะสื่อถึงการมีส่วนร่วมหรือการทำหน้าที่ในกระบวนการนั้น specifically จำกัดขอบเขตของข้อกล่าวไว้ที่หน้าที่เฉพาะนี้ ไม่ได้หมายความว่าฮิปโปแคมปัสทำงานเพียงลำพังหรือเป็นโครงสร้างเดียวที่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถอดความ “the hippocampus was specifically involved in memory consolidation” ได้ดีที่สุด โดยไม่ทำให้ข้อกล่าวหนักแน่นขึ้นหรืออ่อนลง

  1. The hippocampus played a particular role in memory consolidation.
  2. The hippocampus merely showed a statistical connection with memory consolidation.
  3. The hippocampus alone caused all memory consolidation.
ดูคำตอบ

The hippocampus played a particular role in memory consolidation.

such as the facts and concepts you need to remember for that test,

2:41

เช่น ข้อเท็จจริงและแนวคิดที่คุณต้องจำสำหรับการสอบนั้น

rather than procedural memory,

2:45

มากกว่าที่จะเป็นความจำเชิงกระบวนการ

such as the finger movements you need to master for that recital. วลี

2:47

เช่น การขยับนิ้วที่คุณต้องทำให้เชี่ยวชาญสำหรับการแสดงนั้น

การใช้คำ

long-term declarative memory rather than procedural memory: ความจำระยะยาวแบบบอกเล่า ไม่ใช่ความจำเชิงกระบวนวิธี

Declarative memory คือความจำเกี่ยวกับข้อมูลที่เรานึกย้อนกลับอย่างมีสติและบอกออกมาได้ เช่น ข้อเท็จจริงและแนวคิด ส่วน procedural memory แสดงออกผ่านการรู้วิธีทำทักษะและการเคลื่อนไหวที่เรียนรู้มาแล้ว rather than สร้างความต่างที่สำคัญในประโยคนี้ กล่าวคือ ผลการค้นพบเกี่ยวข้องกับความจำระยะยาวแบบบอกเล่า ไม่ใช่ความจำเชิงกระบวนวิธี ความแตกต่างนี้ช่วยอธิบายว่าการจำข้อมูลกับการรักษาทักษะการเคลื่อนไหวที่ฝึกมาแล้วอาจได้รับผลกระทบต่างกัน

แบบฝึกหัด

ข้อใดเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของ procedural memory

  1. Remembering that Paris is the capital of France.
  2. Playing a familiar piano scale automatically.
  3. Remembering the definition of photosynthesis.
ดูคำตอบ

Playing a familiar piano scale automatically.

วลี

you need to master: ไปถึงระดับที่ชำนาญ

ใน you need to master โครงสร้าง need to + คำกริยารูปพื้นฐานแสดงความจำเป็น ที่นี่ master เป็นคำกริยา หมายถึงเรียนรู้และฝึกฝนจนสามารถทำสิ่งนั้นได้อย่างชำนาญและสม่ำเสมอ คำนี้อธิบายการขยับนิ้วที่จำเป็นสำหรับการแสดงเดี่ยว ไม่ได้หมายถึง master ที่เป็นคำนามว่า “เจ้านาย” ใจความสำคัญคือผลลัพธ์ที่ต้องไปให้ถึง การขยับนิ้วต้องควบคุมได้และทำได้อย่างมั่นคง ไม่ใช่แค่รู้จักหรือคุ้นเคยเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าผู้พูดต้องชำนาญเทคนิคนั้นมาก?

  1. I need to practice the technique for ten minutes today.
  2. I need to learn about the technique before deciding whether to try it.
  3. I need to master the technique before the competition.
ดูคำตอบ

I need to master the technique before the competition.

Milner's findings,

2:51

การค้นพบของมิลเนอร์

along with work by Eric Kandel in the '90s, วลี

2:52

ประกอบกับผลงานของ เอริก แคนเดล ในยุค 90

วลี

along with: เพิ่มข้อมูลสนับสนุน

ในที่นี้ along with หมายถึง “ร่วมกับ” หรือ “นอกจากนี้ยังมี” โดยใช้เพิ่มผลงานของ Eric Kandel เข้าไปในแหล่งหลักฐานอีกแหล่งที่กล่าวถึงอยู่แล้ว ไม่ได้พูดถึงการเคลื่อนที่ไปตามเส้นทาง รูปแบบ A, along with B, ทำให้ A เป็นรายการหลักและเพิ่ม B เป็นข้อมูลสนับสนุน เหมาะสำหรับการเพิ่มแหล่งหลักฐานอีกแหล่งโดยไม่ให้ทั้งสองส่วนมีหน้าที่ทางไวยากรณ์เหมือนกันทุกอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปัจจุบันของ be ที่ถูกต้อง: The report, along with two charts, ____ on the desk.

ดูคำตอบ

is

have given us our current model of how this consolidation process works. ลำดับความ

2:55

ได้ให้แบบจำลองปัจจุบันแก่เราเกี่ยวกับวิธีที่กระบวนการรวบรวมนี้ทำงาน

ลำดับความ

have given us our current model: จากหลักฐานการวิจัยสู่คำอธิบายในปัจจุบัน

ในประโยคนี้ have given us our current model หมายความว่างานวิจัยก่อนหน้าได้ช่วยสร้างคำอธิบายที่นักวิทยาศาสตร์ใช้อยู่ในปัจจุบัน คำว่า model ในที่นี้หมายถึงกรอบทางทฤษฎีที่อธิบายว่าการทำให้ความจำคงรูปทำงานอย่างไร ไม่ใช่บุคคลหรือแบบจำลองที่เป็นวัตถุ รูป present perfect have given เชื่อมงานวิจัยในอดีตกับผลที่ยังสำคัญในปัจจุบัน ในฐานะวลีที่ใช้จัดลำดับข้อมูล วลีนี้ปิดช่วงที่กล่าวถึงหลักฐานและเปิดเข้าสู่คำอธิบายทฤษฎีปัจจุบัน คำว่า current ยังบอกเป็นนัยว่าแบบจำลองอาจเปลี่ยนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นไว้ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้?

  1. บอกว่านักวิจัยสร้างแบบจำลองนิวรอนที่เป็นวัตถุขึ้นมา
  2. สรุปงานวิจัยก่อนหน้าและเปลี่ยนเข้าสู่คำอธิบายที่นักวิทยาศาสตร์ใช้อยู่ในปัจจุบัน
  3. ประกาศว่าหลักฐานก่อนหน้าไม่มีประโยชน์อีกต่อไป
ดูคำตอบ

สรุปงานวิจัยก่อนหน้าและเปลี่ยนเข้าสู่คำอธิบายที่นักวิทยาศาสตร์ใช้อยู่ในปัจจุบัน

Sensory data is initially transcribed and temporarily recorded in the neurons as short-term memory. การใช้คำ

3:00

ข้อมูลทางประสาทสัมผัสจะถูกบันทึกและเก็บไว้ชั่วคราวในเซลล์ประสาทในฐานะความจำระยะสั้น

การใช้คำ

is initially transcribed ... recorded ... as short-term memory: การเปลี่ยนรูปและการจัดเก็บชั่วคราว

รูปกริยาทั้งสองใช้กริยาช่วยในโครงสร้างกรรมวาจก is ร่วมกัน กล่าวคือข้อมูลจากประสาทสัมผัสเป็นสิ่งที่ถูกกระทำ ไม่ใช่ผู้กระทำ Initially transcribed แสดงว่าข้อมูลถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบที่เซลล์ประสาทสามารถแทนค่าได้ก่อน ในที่นี้ transcribed ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม ไม่ได้หมายถึงเพียงการถอดคำพูดเป็นตัวหนังสือ Temporarily recorded in the neurons as short-term memory อธิบายผลของการจัดเก็บ recorded เน้นการเก็บข้อมูล ส่วน as นำเข้าสู่รูปแบบหรือประเภทของการเก็บนั้น และ initially กับ temporarily แสดงว่านี่เป็นระยะเริ่มต้นที่ไม่ถาวร

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับกระบวนการที่เน้นไว้มากที่สุด?

  1. ข้อมูลจากประสาทสัมผัสถูกเปลี่ยนเป็นตัวแทนทางประสาทก่อน แล้วเก็บไว้ชั่วคราวเป็นความจำระยะสั้น
  2. ความจำระยะสั้นถูกแปลเป็นภาษาพูดแล้วนำออกจากเซลล์ประสาท
  3. เซลล์ประสาทคัดลอกข้อมูลจากประสาทสัมผัสเป็นคำเขียนไว้อย่างถาวร
ดูคำตอบ

ข้อมูลจากประสาทสัมผัสถูกเปลี่ยนเป็นตัวแทนทางประสาทก่อน แล้วเก็บไว้ชั่วคราวเป็นความจำระยะสั้น

From there,

3:06

จากตรงนั้น

it travels to the hippocampus,

3:07

มันจะเดินทางไปที่ฮิปโปแคมปัส

which strengthens and enhances the neurons in that cortical area.

3:09

ซึ่งทำหน้าที่เสริมสร้างและกระตุ้นเซลล์ประสาทในบริเวณเปลือกสมองนั้น

Thanks to the phenomenon of neuroplasticity, วลี

3:13

ต้องขอบคุณปรากฏการณ์ความยืดหยุ่นของระบบประสาท

วลี

Thanks to the phenomenon of ...: การนำเสนอสาเหตุทางวิทยาศาสตร์

ในประโยคนี้ Thanks to หมายถึง “เนื่องจาก” หรือ “เป็นผลจาก” ไม่ได้เป็นการกล่าวขอบคุณ โดยนำเสนอ neuroplasticity หรือความยืดหยุ่นของระบบประสาทว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ผลลัพธ์ถัดไปเกิดขึ้นได้ The phenomenon of ระบุอย่างชัดเจนว่าความยืดหยุ่นของระบบประสาทเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่สังเกตได้ โครงสร้าง Thanks to the phenomenon of + คำนามช่วยให้คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นำเสนอกลไกก่อน แล้วจึงบอกผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างบอกเหตุจากบทเรียน: ____ evaporation, wet clothes dry faster on a warm, breezy day.

ดูคำตอบ

Thanks to the phenomenon of

new synaptic buds are formed, การใช้คำ

3:15

ตุ่มจุดประสานประสาทใหม่จะถูกสร้างขึ้น

การใช้คำ

synaptic buds: โครงสร้างใหม่ที่ก่อตัวขึ้นบริเวณไซแนปส์

Synaptic หมายถึง “เกี่ยวกับไซแนปส์” ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อที่เซลล์ประสาทหนึ่งสื่อสารกับอีกเซลล์หนึ่ง ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ synaptic buds คือส่วนยื่นหรือโครงสร้างขนาดเล็กที่เกิดขึ้นใหม่และมีส่วนในการสร้างจุดเชื่อมต่อไซแนปส์ใหม่ Buds ใช้ภาพของพืชที่กำลังเริ่มแตกหน่อ เพื่อช่วยให้ผู้ฟังนึกภาพโครงสร้างประสาทใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น แต่ไม่ได้หมายถึงดอกตูมจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “New synaptic buds are formed,” คำว่า synaptic buds หมายถึงอะไร?

  1. โครงสร้างใหม่ขนาดเล็กที่มีส่วนในการสร้างจุดเชื่อมต่อไซแนปส์
  2. สัญญาณไฟฟ้าที่เดินทางระหว่างไซแนปส์ซึ่งก่อตัวสมบูรณ์แล้ว
  3. ดอกตูมจริง ๆ ที่เติบโตอยู่ภายในเนื้อเยื่อประสาท
ดูคำตอบ

โครงสร้างใหม่ขนาดเล็กที่มีส่วนในการสร้างจุดเชื่อมต่อไซแนปส์

allowing new connections between neurons ไวยากรณ์

3:18

ช่วยให้เกิดการเชื่อมต่อใหม่ๆ ระหว่างเซลล์ประสาท

ไวยากรณ์

allowing new connections between neurons: วลี -ing ที่แสดงผลลัพธ์

ในประโยคเต็ม allowing new connections between neurons เป็นวลี present participle ที่ต่อจากอนุประโยคก่อนหน้าเกี่ยวกับการเกิดปุ่มไซแนปส์ใหม่ วลีนี้บอกผลของการเปลี่ยนแปลงนั้น คือโครงสร้างใหม่ทำให้เกิดการเชื่อมต่อใหม่ระหว่างเซลล์ประสาทได้ ตรงนี้ allowing ไม่มีประธานหรือรูปกาลของตัวเอง จึงไม่ได้เริ่มประโยคหลักใหม่ รูปแบบ “ประโยคหลัก, allowing + ผลลัพธ์” เป็นวิธีกระชับในการเชื่อมเหตุและผล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี -ing ได้ถูกต้องเพื่อแสดงผลของการกระทำที่เสร็จสิ้นแล้ว

  1. The school opened a second gate, allowed students to enter more quickly.
  2. The school opened a second gate, allowing students to enter more quickly.
  3. The school opened a second gate, allow students to enter more quickly.
ดูคำตอบ

The school opened a second gate, allowing students to enter more quickly.

and strengthening the neural network where the information will be returned as long-term memory. ไวยากรณ์

3:20

และทำให้เครือข่ายประสาทแข็งแรงขึ้น โดยข้อมูลจะถูกส่งกลับมาเป็นความจำระยะยาว

ไวยากรณ์

will be returned as long-term memory: รูป passive ในอนาคต

ใน will be returned คำว่า will วางเหตุการณ์ไว้ในอนาคต และ be + returned ทำให้เป็นรูป passive โดย returned เป็น past participle ของ return ข้อมูลเป็นสิ่งที่ผ่านกระบวนการในภายหลัง จึงไม่จำเป็นต้องระบุว่าอะไรเป็นผู้ทำให้เกิดกระบวนการนั้น ตรงนี้ returned ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของไปคืนจริง ๆ เมื่อใช้กับ as long-term memory จะหมายความว่าข้อมูลจะปรากฏขึ้นอีกครั้งหรือกลับมาใช้งานได้ในรูปของความจำระยะยาว ถ้อยคำนี้เน้นผลลัพธ์ของกระบวนการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป passive ในอนาคตของ return: After processing, the information ____ as long-term memory.

ดูคำตอบ

will be returned

So why do we remember some things and not others? ลำดับความ

3:25

แล้วทำไมเราถึงจำบางสิ่งได้และลืมบางสิ่งไปล่ะ?

ลำดับความ

So why do we remember some things and not others? ในฐานะคำถามเปลี่ยนผ่าน

คำถามนี้เปิดเข้าสู่ขั้นต่อไปของคำอธิบาย โดยทำหน้าที่เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ กล่าวคือ ผู้พูดไม่ได้ต้องการให้ผู้ฟังตอบเป็นหลัก แต่กำลังส่งสัญญาณว่าส่วนถัดไปจะอธิบายว่าเหตุใดความจำของเราจึงแตกต่างกันไปในแต่ละเรื่อง So เชื่อมคำถามใหม่นี้กับเนื้อหาก่อนหน้า ส่วนการเปรียบต่างระหว่าง some things and not others ทำให้หัวข้อถูกมองว่าเป็นความแตกต่างที่กำลังจะได้รับคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในการบรรยายเชิงอธิบาย “So why do we remember some things and not others?” สามารถใช้เพื่อส่งสัญญาณเป็นหลักว่าผู้พูดกำลังจะอธิบายสาเหตุของความแตกต่างนี้

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

จริง

Well,

3:28

อืม

there are a few ways to influence the extent and effectiveness of memory retention. การใช้คำ

3:29

มีหลายวิธีที่ส่งผลต่อระดับและประสิทธิภาพในการรักษาความจำ

การใช้คำ

the extent and effectiveness of memory retention: ระดับและประสิทธิผลของการคงอยู่ของความจำ

Memory retention หมายถึงการเก็บข้อมูลไว้ในความทรงจำเมื่อเวลาผ่านไป ในรูปแบบ the X and Y of Z คำว่า extent และ effectiveness ถูกเชื่อมเข้าด้วยกัน และ memory retention ใช้ขยายความหมายของทั้งสองคำ วลีนี้แสดงให้เห็นว่าการจดจำสามารถวัดได้มากกว่าหนึ่งด้าน

แบบฝึกหัด

งานวิจัยหนึ่งวัดทั้งปริมาณเนื้อหาที่ผู้เรียนยังจำได้และความแม่นยำในการเรียกคืนเนื้อหานั้น วลีใดอธิบายเกณฑ์วัดทั้งสองด้านได้ดีที่สุด?

  1. the extent and effectiveness of memory retention
  2. the extent of memory retention
  3. the effectiveness of memory retention
ดูคำตอบ

the extent and effectiveness of memory retention

For example,

3:34

ตัวอย่างเช่น

memories that are formed in times of heightened feeling or even stress วลี

3:35

ความจำที่ก่อตัวขึ้นในช่วงเวลาที่มีความรู้สึกรุนแรงหรือแม้กระทั่งความเครียด

วลี

in times of heightened feeling or even stress: ในช่วงที่อารมณ์รุนแรงหรือมีความเครียด

in times of + นามวลี ใช้กำหนดช่วงเวลาหรือสถานการณ์ที่เป็นฉากหลังของเหตุการณ์ ในประโยคนี้หมายความว่าความทรงจำก่อตัวขึ้นขณะที่อารมณ์รุนแรงกว่าปกติ หรือขณะที่บุคคลอยู่ภายใต้ความเครียด heightened หมายถึงความเข้มข้นที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่อยู่สูงขึ้นทางกายภาพ ส่วน even ใช้เน้นและยก stress เป็นกรณีที่ไปไกลกว่าและเด่นกว่า

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ in times of heightened feeling or even stress ในประโยคมากที่สุด

  1. ในช่วงที่อารมณ์รุนแรงกว่าปกติหรือแม้แต่มีความเครียด
  2. หลังจากอารมณ์และความเครียดทั้งหมดสิ้นสุดลงแล้วเท่านั้น
  3. ในสถานที่ที่อยู่สูงขึ้นทางกายภาพซึ่งใช้วัดความเครียด
ดูคำตอบ

ในช่วงที่อารมณ์รุนแรงกว่าปกติหรือแม้แต่มีความเครียด

will be better recorded due to the hippocampus's link with emotion. วลี

3:39

จะถูกบันทึกได้ดีกว่าเนื่องจากความเชื่อมโยงของฮิปโปแคมปัสกับอารมณ์

วลี

due to the hippocampus's link with emotion: เนื่องจากความเชื่อมโยงของฮิปโปแคมปัสกับอารมณ์

due to ใช้บอกสาเหตุ และตรงนี้ตามด้วยนามวลี the hippocampus's link with emotion ประโยคนี้บอกว่าความทรงจำถูกบันทึกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะฮิปโปแคมปัสมีความสัมพันธ์เชิงหน้าที่กับอารมณ์ รูปแสดงความเป็นเจ้าของ hippocampus's หมายถึงความเชื่อมโยงที่เป็นของหรือเกี่ยวข้องกับฮิปโปแคมปัส และ link with หมายถึงความสัมพันธ์หรือความเชื่อมโยง ไม่ใช่ลิงก์อินเทอร์เน็ต

แบบฝึกหัด

เลือกสำนวนบอกสาเหตุที่ถูกต้อง: The memory may be stronger ___ its connection with emotion.

  1. although
  2. due to
  3. because
ดูคำตอบ

due to

But one of the major factors contributing to memory consolidation is, ไวยากรณ์

3:44

แต่หนึ่งในปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการรวบรวมความจำก็คือ

ไวยากรณ์

one of the major factors contributing to...: การระบุปัจจัยสำคัญหนึ่งอย่าง

one of the major factors หมายถึง “ปัจจัยสำคัญหนึ่งอย่างจากหลายปัจจัย” หลัง one of คำนามนับได้ต้องเป็นพหูพจน์ คือ factors แต่แกนทางไวยากรณ์ของประธานทั้งกลุ่มคือ one กริยาจึงใช้รูปเอกพจน์ is contributing to memory consolidation เป็นวลี present participle ที่ขยาย factors และมีความหมายใกล้เคียงกับ factors that contribute to memory consolidation ใน contribute to คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing ไม่ใช่กริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง one of the ... factors contributing to ... ได้ถูกต้อง

  1. One of the major factors contributing to road safety is good lighting.
  2. One of the major factor contributing to road safety is good lighting.
  3. One of the major factors contributing to road safety are good lighting.
ดูคำตอบ

One of the major factors contributing to road safety is good lighting.

you guessed it, น้ำเสียง/เจตนา

3:49

คุณเดาถูกแล้วล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

you guessed it: การเฉลยคำตอบที่คาดเดาได้

you guessed it เป็นข้อความแทรกที่ใช้ก่อนหรือระหว่างที่ผู้พูดเฉลยคำตอบซึ่งผู้ฟังอาจคาดไว้อยู่แล้ว มีความหมายใกล้เคียงกับ “อย่างที่คุณคงเดาไว้” และช่วยสร้างจังหวะหยุดสั้น ๆ ความลุ้นเล็กน้อย และความรู้สึกว่าผู้พูดกำลังสื่อสารกับผู้ฟังโดยตรง ไม่ได้เป็นคำถามจริง ๆ ว่ามีใครเดาหรือไม่ จึงไม่ต้องตอบ ในบริบทนี้ วลีนี้บอกว่าการนอนหลับเต็มอิ่มตลอดคืนเป็นคำตอบที่คุ้นเคยหรือไม่น่าแปลกใจ

แบบฝึกหัด

พิจารณาการใช้นี้: ในเนื้อหาของรายงานวิจัยที่เป็นทางการ ผู้เขียนเขียนว่า “The main factor is, you guessed it, sleep.”

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

a good night's sleep. วลี

3:50

การนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม

วลี

a good night's sleep: การนอนหลับเต็มอิ่มตลอดคืน

a good night's sleep เป็นวลีนามแบบตายตัว หมายถึงการนอนหลับอย่างเต็มอิ่มและมีคุณภาพตลอดทั้งคืน รูปแสดงความเป็นเจ้าของ night's เชื่อม sleep เข้ากับช่วงเวลาหนึ่งคืน ดังนั้นสำนวนที่เป็นธรรมชาติจึงต้องคง night's ไว้ วลีทั้งหมดทำหน้าที่เป็นคำนาม จึงตามหลังคำกริยาอย่าง need, get หรือ have ได้ เช่น I need a good night's sleep. ไม่สามารถสลับคำเป็น good sleep night ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึงการนอนหลับเต็มอิ่มตลอดหนึ่งคืน: After the long trip, I need ____.

ดูคำตอบ

a good night's sleep

Sleep is composed of four stages, วลี

3:51

การนอนหลับประกอบด้วยสี่ระยะ

วลี

is composed of four: การบอกส่วนประกอบของภาพรวม

be composed of หมายถึง “ประกอบด้วย” โครงสร้างนี้กล่าวถึงสิ่งที่เป็นภาพรวมก่อน แล้วใช้ of นำส่วนประกอบต่าง ๆ ในตัวอย่าง sleep คือสิ่งที่เป็นภาพรวม และ four stages คือส่วนประกอบ รูปแบบคือ ภาพรวม + รูปของ be + composed of + ส่วนประกอบ ตรงนี้ is สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ Sleep และ four บอกจำนวนระยะ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าคณะกรรมการมีสมาชิกสี่คน?

  1. The committee is composed by four members.
  2. The committee is composed of four members.
  3. The committee composes of four members.
ดูคำตอบ

The committee is composed of four members.

the deepest of which are known as slow-wave sleep and rapid eye movement. โน้ต

3:54

ซึ่งระยะที่ลึกที่สุดเป็นที่รู้จักในชื่อ การนอนหลับระยะคลื่นช้า และ ระยะกลอกตาอย่างรวดเร็ว (REM)

ไวยากรณ์

'the deepest of which': การเลือกสมาชิกจากกลุ่มที่กล่าวถึงก่อนหน้า

ในที่นี้ which ย้อนกลับไปแทนระยะทั้งสี่ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ วลี of which หมายถึงในบรรดาระยะเหล่านั้น ดังนั้น the deepest of which จึงเลือกกลุ่มระยะที่ลึกที่สุดจากทั้งหมด โดยละคำนาม stages ที่จะซ้ำกันไว้ นี่คือโครงสร้างอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความที่กระชับ มีรูปเป็นวลีนามที่บอกกลุ่ม, + สมาชิกที่เลือก + of which + กริยา กริยาต้องสอดคล้องกับสมาชิกที่เลือก ในประโยคนี้ประธานที่เลือกเป็นพหูพจน์ จึงใช้ are known

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสัมพันธ์แบบทางการที่หมายถึงทางเดินที่ยาวที่สุดในกลุ่ม: The park has three trails, ____ takes two hours to walk.

ดูคำตอบ

the longest of which

การใช้คำ

'slow-wave sleep' และ 'rapid eye movement': ศัพท์เกี่ยวกับการนอนหลับสองคำ

slow-wave sleep คือช่วงลึกของการนอนหลับที่ไม่มีการกลอกตาอย่างรวดเร็ว หรือการนอนหลับแบบ non-REM ชื่อนี้มาจากคลื่นสมองที่ช้าซึ่งพบในช่วงดังกล่าว ในบริบทนี้ rapid eye movement หมายถึงการนอนหลับช่วงกลอกตาอย่างรวดเร็ว หรือ REM sleep ซึ่งเป็นภาวะการนอนหลับอีกแบบหนึ่งที่ตั้งชื่อตามการเคลื่อนไหวของดวงตาที่เป็นลักษณะเฉพาะ วลีนามทั้งสองเป็นศัพท์เฉพาะ ไม่ใช่คำบรรยายสองแบบของเหตุการณ์เดียวกัน เมื่อพูดถึงการนอนหลับ rapid eye movement จึงเข้าใจว่าเป็นชื่อของภาวะการนอนหลับ ไม่ใช่เพียงการเคลื่อนไหวของดวงตาอย่างรวดเร็วแบบใดก็ได้

แบบฝึกหัด

ข้อความใดแยกความหมายของศัพท์ทั้งสองได้ถูกต้อง

  1. slow-wave sleep คือการนอนหลับแบบ non-REM ระยะลึก ส่วน rapid eye movement sleep คือ REM sleep
  2. ทั้งสองศัพท์หมายถึงการเคลื่อนไหวตามปกติของดวงตาในขณะที่คนตื่นอยู่
  3. rapid eye movement sleep เป็นอีกชื่อหนึ่งของ slow-wave sleep
ดูคำตอบ

slow-wave sleep คือการนอนหลับแบบ non-REM ระยะลึก ส่วน rapid eye movement sleep คือ REM sleep

EEG machines monitoring people during these stages การใช้คำ

3:59

เครื่อง EEG ที่ตรวจวัดผู้คนในระหว่างระยะเหล่านี้

การใช้คำ

EEG machines: อุปกรณ์ที่บันทึกกิจกรรมไฟฟ้าของสมอง

EEG เป็นอักษรย่อของ electroencephalogram หรือการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง เครื่อง EEG ใช้ขั้วไฟฟ้าที่ติดบนหนังศีรษะเพื่อตรวจจับและบันทึกกิจกรรมไฟฟ้าของสมอง คำว่า EEG เป็นชื่อของการตรวจหรือการบันทึกชนิดนี้ ไม่ใช่ยี่ห้อเครื่อง ในประโยคนี้ เครื่องเหล่านี้กำลังติดตามกิจกรรมของสมองในช่วงระยะที่กล่าวถึง ดังนั้น EEG machines จึงระบุว่าใช้เครื่องมือวัดชนิดใดเพื่อให้ได้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ EEG machines หมายถึงอะไร?

  1. อุปกรณ์ที่บันทึกกิจกรรมไฟฟ้าของสมอง
  2. เครื่องที่ทำให้คนหลับ
  3. อุปกรณ์ที่วัดเฉพาะอุณหภูมิร่างกาย
  4. ยี่ห้อกล้องที่บันทึกความฝัน
ดูคำตอบ

อุปกรณ์ที่บันทึกกิจกรรมไฟฟ้าของสมอง

have shown electrical impulses moving between the brainstem, hippocampus, thalamus, and cortex,

4:02

ได้แสดงให้เห็นถึงกระแสไฟฟ้าที่เคลื่อนที่ไปมาระหว่างก้านสมอง ฮิปโปแคมปัส ทาลามัส และเปลือกสมอง

which serve as relay stations of memory formation. สำนวน

4:09

ซึ่งทำหน้าที่เป็นสถานีถ่ายทอดของการสร้างความจำ

สำนวน

serve as relay stations: ทำหน้าที่เป็นจุดส่งต่อข้อมูล

โครงสร้าง serve as + คำนาม หมายถึงทำหน้าที่เป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือรับบทบาทของสิ่งนั้น ในที่นี้ ประธานคือบริเวณสมองหลายส่วน และ relay stations เปรียบบริเวณเหล่านั้นกับจุดในเครือข่ายสื่อสารที่รับข้อมูลแล้วส่งต่อไป นี่เป็นอุปมาเกี่ยวกับหน้าที่ ไม่ได้หมายความว่ามีสถานีจริง ๆ อยู่ในสมอง สำนวนนี้แสดงให้เห็นว่าบริเวณสมองเหล่านั้นเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างทางที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความทรงจำ

แบบฝึกหัด

serve as relay stations ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. บริเวณเหล่านั้นเป็นสถานีรถไฟจริง ๆ ภายในสมอง
  2. บริเวณเหล่านั้นส่งข้อความเสียงหากัน
  3. บริเวณเหล่านั้นทำหน้าที่เป็นจุดระหว่างทางที่รับข้อมูลแล้วส่งต่อ
  4. บริเวณเหล่านั้นเก็บทุกความทรงจำไว้อย่างถาวรในที่เดียว
ดูคำตอบ

บริเวณเหล่านั้นทำหน้าที่เป็นจุดระหว่างทางที่รับข้อมูลแล้วส่งต่อ

And the different stages of sleep

4:13

และระยะต่างๆ ของการนอนหลับ

have been shown to help consolidate different types of memories. ไวยากรณ์

4:15

ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยรวบรวมความจำประเภทต่างๆ

ไวยากรณ์

have been shown to help consolidate: การรายงานหลักฐานจากงานวิจัย

โครงสร้าง ประธาน + has/have been shown to help + กริยารูปพื้นฐาน ใช้รายงานข้อสรุปที่มีหลักฐานสะสมมาจนถึงปัจจุบันสนับสนุนอยู่ โครงสร้างนี้เป็น present perfect ในรูปถูกกระทำ โดยประธานคือสิ่งที่ถูกศึกษา ไม่ใช่ผู้วิจัย ในประโยคนี้ the different stages of sleep เป็นประธาน และ consolidate memories หมายถึงทำให้ความทรงจำมั่นคงขึ้น ส่วน shown หมายถึง “มีหลักฐานแสดงให้เห็น” ไม่ใช่ “นำมาแสดงให้มองเห็น”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างรายงานงานวิจัยเป้าหมายที่ใช้ show: Regular exercise ____ reduce stress.

ดูคำตอบ

has been shown to help

During the non-REM slow-wave sleep,

4:19

ในระหว่างการนอนหลับระยะคลื่นช้าแบบ non-REM

declarative memory is encoded into a temporary store in the anterior part of the hippocampus. การใช้คำ

4:22

ความจำแบบบอกเล่าจะถูกเข้ารหัสลงในที่เก็บชั่วคราวในส่วนหน้าของฮิปโปแคมปัส

การใช้คำ

is encoded into a temporary store: ความหมายด้านการจัดเก็บในบริบททางเทคนิค

โครงสร้างถูกกระทำ be encoded into + ตำแหน่งจัดเก็บ อธิบายว่าข้อมูลถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบที่ระบบประมวลผลได้ แล้วนำไปไว้ในตำแหน่งนั้น Declarative memory เป็นสิ่งที่รับการกระทำ ใน a temporary store คำว่า store เป็นคำนามที่หมายถึงพื้นที่หรือระบบจัดเก็บ ไม่ใช่ร้านค้า ส่วน Temporary บอกว่าข้อมูลถูกเก็บไว้ที่นั่นเพียงช่วงหนึ่ง ก่อนการประมวลผลต่อไปหรือการจัดเก็บระยะยาว

แบบฝึกหัด

is encoded into a temporary store ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ข้อมูลถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบเข้ารหัสและนำไปไว้ในพื้นที่เก็บข้อมูลชั่วคราว
  2. ข้อมูลถูกคัดลอกอย่างถาวรโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง
  3. ข้อมูลถูกนำออกก่อนที่จะมีการจัดเก็บใด ๆ เกิดขึ้น
ดูคำตอบ

ข้อมูลถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบเข้ารหัสและนำไปไว้ในพื้นที่เก็บข้อมูลชั่วคราว

Through a continuing dialogue between the cortex and hippocampus, สำนวน

4:29

ผ่านการสื่อสารอย่างต่อเนื่องระหว่างเปลือกสมองและฮิปโปแคมปัส

สำนวน

Through a continuing dialogue between the cortex and hippocampus: ปฏิสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องระหว่างเปลือกสมองกับฮิปโปแคมปัส

ในที่นี้ a continuing dialogue เป็นอุปลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์ หมายถึงปฏิสัมพันธ์แบบสองทางที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องระหว่างเปลือกสมองกับฮิปโปแคมปัส สมองสองส่วนนี้แลกเปลี่ยนข้อมูลและตอบสนองต่อกัน ไม่ได้พูดคุยกันจริง ๆ Through แสดงว่าปฏิสัมพันธ์นี้เป็นวิธีหรือกลไกที่ทำให้กระบวนการถัดไปเกิดขึ้น โครงสร้างนี้ยังใช้บรรยายส่วนต่าง ๆ ของระบบที่ส่งผลต่อกันอย่างต่อเนื่องได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a continuing dialogue between the cortex and hippocampus หมายถึงอะไร?

  1. บทสนทนาที่บันทึกไว้ระหว่างนักวิทยาศาสตร์สองคน
  2. สมองสองส่วนพูดกันด้วยภาษามนุษย์
  3. ปฏิสัมพันธ์แบบสองทางที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องระหว่างสมองสองส่วน
  4. คำสั่งทางเดียวจากเปลือกสมองโดยไม่มีการตอบสนอง
ดูคำตอบ

ปฏิสัมพันธ์แบบสองทางที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องระหว่างสมองสองส่วน

it is then repeatedly reactivated, การใช้คำ

4:33

จากนั้นมันจะถูกกระตุ้นซ้ำๆ

การใช้คำ

then repeatedly reactivated: จากนั้นกลับมาทำงานอีกครั้งซ้ำ ๆ

ในบริบทนี้ reactivated หมายถึงกิจกรรมของเซลล์ประสาทที่เชื่อมโยงกับความจำเชิงบอกเล่าซึ่งก่อตัวขึ้นก่อนหน้านี้กลับมาทำงานอีกครั้ง Repeatedly แสดงว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลายครั้ง ส่วน then แสดงว่าเกิดหลังจากขั้นตอนก่อนหน้า รูปถูกกระทำ is reactivated เน้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับความจำ มากกว่าจะเน้นว่าใครหรืออะไรเป็นสาเหตุ กระบวนการนี้ไม่ได้หมายถึงการเปิดอุปกรณ์ใหม่

แบบฝึกหัด

then repeatedly reactivated ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. สมองไม่มีการทำงานเลยตลอดเวลา
  2. หลังจากขั้นตอนก่อนหน้า รูปแบบกิจกรรมของเซลล์ประสาทที่เกี่ยวข้องกับความจำกลับมาทำงานอีกครั้งหลายครั้ง
  3. เครื่องจักรถูกเปิดใหม่เพียงครั้งเดียว
  4. ความจำถูกลบอย่างถาวรเป็นหลายขั้นตอน
ดูคำตอบ

หลังจากขั้นตอนก่อนหน้า รูปแบบกิจกรรมของเซลล์ประสาทที่เกี่ยวข้องกับความจำกลับมาทำงานอีกครั้งหลายครั้ง

driving its gradual redistribution to long-term storage in the cortex. ไวยากรณ์

4:35

ผลักดันให้ค่อยๆ กระจายกลับไปสู่การเก็บระยะยาวในเปลือกสมอง

ไวยากรณ์

driving its gradual redistribution: อนุประโยค -ing ที่แสดงผลลัพธ์

ในประโยคนี้ driving ไม่ได้หมายถึง “ขับรถ” แต่หมายถึง “ทำให้เกิด” หรือ “ผลักดันกระบวนการ” คำสรรพนาม its หมายถึงข้อมูลความจำเชิงบอกเล่าที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ส่วน gradual redistribution หมายถึงการที่ข้อมูลดังกล่าวค่อย ๆ เคลื่อนไปสู่พื้นที่เก็บระยะยาวในเปลือกสมอง อนุประโยค -ing เพิ่มผลลัพธ์ของกระบวนการก่อนหน้า กล่าวคือ การกระตุ้นซ้ำทำให้เกิดการจัดสรรใหม่นี้ ในงานเขียนอธิบายที่เป็นทางการ เครื่องหมายจุลภาคตามด้วยอนุประโยค -ing สามารถแสดงผลที่เกิดจากอนุประโยคก่อนหน้าทั้งหมดได้อย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

“driving its gradual redistribution” แสดงความสัมพันธ์อย่างไรกับการกระตุ้นซ้ำที่กล่าวถึงก่อนบรรทัดนี้

  1. กล่าวว่ามีคนขนส่งข้อมูลความจำด้วยยานพาหนะ
  2. แสดงว่าการเคลื่อนย้ายข้อมูลความจำอย่างค่อยเป็นค่อยไปเป็นผลจากการกระตุ้นซ้ำ
  3. นำเสนอกระบวนการแยกต่างหากที่ไม่มีความสัมพันธ์เชิงเหตุผล
ดูคำตอบ

แสดงว่าการเคลื่อนย้ายข้อมูลความจำอย่างค่อยเป็นค่อยไปเป็นผลจากการกระตุ้นซ้ำ

REM sleep,

4:40

ในทางกลับกัน

on the other hand, ลำดับความ

4:41

การนอนหลับระยะ REM

ลำดับความ

on the other hand: การนำเสนออีกด้านที่แตกต่างกัน

On the other hand เป็นคำเชื่อมระดับข้อความที่ใช้แนะนำอีกด้านหนึ่งซึ่งแตกต่างหรือขัดแย้งกันภายในหัวข้อเดียวกัน ในที่นี้ คำนี้เปลี่ยนจากการนอนหลับแบบคลื่นช้าระยะ non-REM ไปเป็นการนอนหลับระยะ REM และส่งสัญญาณให้ผู้ฟังเปรียบเทียบบทบาทของทั้งสองแบบ คำนี้ไม่ได้ปฏิเสธประเด็นแรกโดยอัตโนมัติ แต่จัดให้ข้อมูลถัดไปเป็นด้านที่สอง และไม่จำเป็นต้องกล่าว on the one hand อย่างชัดเจนหากด้านแรกเห็นได้ชัดจากบริบทแล้ว

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมการเปรียบเทียบนี้? Printed books are often cheaper. ___, e-books are easier to carry.

  1. On the other hand
  2. In addition
  3. On the contrary
ดูคำตอบ

On the other hand

with its similarity to waking brain activity, วลี

4:42

ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับการทำงานของสมองขณะตื่น

วลี

its similarity to waking brain activity: ความคล้ายคลึงกับการทำงานของสมองขณะตื่นอยู่

Similarity to + คำนาม ใช้บอกความคล้ายคลึงของสิ่งหนึ่งกับสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ในที่นี้ its หมายถึงการนอนหลับช่วง REM ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าการทำงานของสมองช่วง REM คล้ายกับการทำงานของสมองขณะตื่นอยู่ ใน waking brain activity คำว่า waking เป็นคำขยายที่หมายถึง “ในภาวะตื่น” หรือ “ขณะที่คนยังตื่นอยู่” ไม่ได้หมายความว่าการทำงานของสมองกำลังตื่นขึ้น วลี with ที่อยู่ต้นประโยคเพิ่มลักษณะนี้เป็นข้อมูลพื้นหลังสำหรับข้อความที่ตามมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ similarity กับคำบุพบทที่ถูกต้อง: The new fabric surprised everyone with its ____ natural silk.

ดูคำตอบ

similarity to

is associated with the consolidation of procedural memory. วลี

4:45

มีความเกี่ยวข้องกับการรวบรวมความจำเชิงกระบวนการ

วลี

is associated with the consolidation of procedural memory: มีความสัมพันธ์กับการทำให้ความจำเชิงกระบวนการมั่นคงขึ้น

Be associated with + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงสองสิ่งมีความเชื่อมโยงกันหรือมีแนวโน้มเกิดขึ้นร่วมกัน เป็นสำนวนที่ระมัดระวังและเป็นทางการกว่า be related to และใช้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ สำนวนนี้รายงานความสัมพันธ์ แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าสิ่งหนึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงของอีกสิ่งหนึ่ง การทำให้ความจำเชิงกระบวนการมั่นคงขึ้นคือกระบวนการที่ทำให้ความจำเกี่ยวกับทักษะ การกระทำ และกิจวัตรมีความมั่นคงมากขึ้น ดังนั้นประโยคนี้จึงเชื่อมโยงการนอนหลับช่วง REM กับกระบวนการดังกล่าวโดยไม่ได้อ้างว่ามีความเป็นเหตุเป็นผลโดยตรง

แบบฝึกหัด

พิจารณาว่าข้อสรุปนี้สมเหตุสมผลหรือไม่: “A study found that late-night screen use is associated with less sleep. Therefore, it proved that screen use directly causes people to sleep less.”

  1. ข้อสรุปนี้สมเหตุสมผล
  2. ข้อสรุปนี้ไม่สมเหตุสมผล
ดูคำตอบ

ข้อสรุปนี้ไม่สมเหตุสมผล

So based on the studies, ลำดับความ

4:48

ดังนั้น อิงจากการศึกษาเหล่านี้

ลำดับความ

So based on the studies: จากหลักฐานไปสู่ข้อสรุปหรือคำแนะนำ

So บอกว่ากำลังจะมีข้อสรุปหรือคำแนะนำตามมา ส่วน based on the studies ระบุหลักฐานที่ใช้เพื่อให้ได้ข้อสรุปนั้น เมื่อนำมารวมกัน คำขึ้นต้นนี้จะพาผู้ฟังจากผลการศึกษาที่กล่าวไว้ก่อนหน้าไปสู่การตัดสินใจเชิงปฏิบัติ ในที่นี้ based on หมายถึง “ใช้บางสิ่งเป็นหลักฐานหรือเหตุผล” ไม่ได้หมายถึงฐานหรือตำแหน่งทางกายภาพ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ So, based on + หลักฐาน, + ข้อสรุปหรือคำแนะนำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ So, based on ... อย่างชัดเจนเพื่อเกริ่นคำแนะนำที่ได้จากหลักฐาน?

  1. So, based on the survey results, we should add a second bus.
  2. Besides the survey results, the school has a large parking lot.
  3. According to Maya, the school added a second bus last year.
ดูคำตอบ

So, based on the survey results, we should add a second bus.

going to sleep 3 hours after memorizing your formulas ไวยากรณ์

4:50

การเข้านอน 3 ชั่วโมงหลังจากท่องสูตรจำต่างๆ

and 1 hour after practicing your scales would be the most ideal.

4:53

และ 1 ชั่วโมงหลังจากฝึกไล่สเกลเสียง น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

ไวยากรณ์

going to sleep ... after ... and ... after ... ในฐานะประธานที่เป็นวลี gerund หนึ่งชุด

คำที่เน้นไว้รวมกันเป็นวลี gerund ที่ยาวหนึ่งวลี และวลีทั้งหมดนี้เป็นประธานของ would be the most ideal โครงสร้างนี้รวมแผนการนอนที่มีรายละเอียดหลายอย่างให้เป็นเรื่องเดียวเพื่อประเมิน วลีบอกเวลาสองวลีวางขนานกัน ได้แก่ 3 hours after memorizing your formulas และ 1 hour after practicing your scales ทั้งสองวลีบอกว่า going to sleep ควรเกิดขึ้นเมื่อใด after ตัวแรกเชื่อมกับการท่องจำสูตร ส่วน after ตัวที่สองเชื่อมกับการฝึกบันไดเสียง

แบบฝึกหัด

คุณท่องจำสูตรและฝึกบันไดเสียงแล้ว แผนใดตรงกับเงื่อนไขเวลาสองข้อในประธานที่เน้นไว้?

  1. Go to sleep one hour after memorizing your formulas and three hours after practicing your scales.
  2. Go to sleep three hours after practicing your scales and one hour after memorizing your formulas.
  3. Go to sleep three hours after memorizing your formulas and one hour after practicing your scales.
ดูคำตอบ

Go to sleep three hours after memorizing your formulas and one hour after practicing your scales.

So hopefully you can see now that ลำดับความ

4:58

ดังนั้นหวังว่าตอนนี้คุณจะเห็นแล้วว่า

ลำดับความ

So hopefully you can see now that: นำเข้าสู่ข้อสรุปอย่างนุ่มนวล

So เชื่อมสิ่งที่จะพูดต่อไปเข้ากับคำอธิบายก่อนหน้า ส่วน you can see now that หมายถึง “ตอนนี้คุณสามารถเข้าใจหรือตระหนักได้ว่า” และ that ใช้นำเข้าสู่ข้อสรุป ในที่นี้ see หมายถึงการเข้าใจ ไม่ใช่การมองเห็น hopefully ทำให้การเปลี่ยนเข้าสู่ข้อสรุปนุ่มนวลขึ้น ผู้พูดไม่ได้บอกให้ผู้ฟังเห็นด้วยโดยตรง แต่สื่อว่าคำอธิบายก่อนหน้าน่าจะทำให้ข้อสรุปชัดเจนแล้ว วลีทั้งหมดจึงเป็นสัญญาณว่าคำอธิบายกำลังจบและข้อสรุปกำลังจะตามมา

แบบฝึกหัด

So hopefully you can see now that มีหน้าที่หลักอย่างไรในคำอธิบาย?

  1. นำเข้าสู่หัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. ถามว่าผู้ฟังมองเห็นวัตถุหรือไม่
  3. แสดงว่าผู้พูดไม่มีข้อสรุป
  4. นำผู้ฟังจากคำอธิบายไปสู่ข้อสรุปอย่างนุ่มนวล
ดูคำตอบ

นำผู้ฟังจากคำอธิบายไปสู่ข้อสรุปอย่างนุ่มนวล

skimping on sleep not only harms your long-term health, โน้ต

4:59

การลดเวลานอนไม่เพียงแต่ทำลายสุขภาพในระยะยาวของคุณ

กริยาวลี

skimping on sleep: ลดเวลานอนจนต่ำกว่าที่จำเป็น

Skimp on + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงการให้เวลา เงิน วัสดุ หรือความพยายามแก่สิ่งหนึ่งน้อยกว่าที่จำเป็น โดยทั่วไปเพื่อประหยัดทรัพยากร skimping on sleep จึงหมายถึงการนอนน้อยเกินไป และมีนัยเชิงลบว่าลดการนอนลงต่ำกว่าระดับที่สมเหตุสมผล รูป -ing ทำให้พฤติกรรมนี้ถูกกล่าวถึงในฐานะกิจกรรม โครงสร้างเดียวกันใช้ได้ในวลีอย่าง skimp on preparation หรือ skimp on safety ซึ่งสื่อว่าการทำน้อยเกินไปอาจก่อปัญหา

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะจะอธิบายว่าเป็น skimping on sleep มากที่สุด?

  1. คนหนึ่งตื่นเร็วขึ้นสิบนาทีเพียงครั้งเดียวเพื่อออกเดินทาง
  2. คนหนึ่งนอนครบตามที่ต้องการก่อนสอบ
  3. คนหนึ่งนอนเพียงห้าชั่วโมงเป็นประจำเพื่อเพิ่มเวลาทำงาน
  4. คนหนึ่งงีบสั้น ๆ หลังอาหารกลางวัน
ดูคำตอบ

คนหนึ่งนอนเพียงห้าชั่วโมงเป็นประจำเพื่อเพิ่มเวลาทำงาน

but actually makes it less likely

5:03

แต่ยังทำให้มีความเป็นไปได้น้อยลงอย่างแท้จริง

that you'll retain all that knowledge and practice from the previous night.

5:05

ที่คุณจะจดจำความรู้และการฝึกฝนทั้งหมดจากคืนก่อนหน้านั้น

ไวยากรณ์

not only harms ... but actually makes it less likely: เน้นผลลัพธ์ที่สองซึ่งหนักแน่นกว่า

โครงสร้าง not only ... but actually ... เชื่อมผลลัพธ์สองอย่างที่มาจากประธานเดียวกัน คือ skimping on sleep ประธานนี้ใช้ร่วมกับคำกริยาที่วางขนานกันคือ harms และ makes จึงนำเสนอว่าผลทั้งสองอย่างเกิดขึ้นจริง not only เริ่มด้วยผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวที่คนคุ้นเคยกว่า จากนั้น but actually พาไปสู่ผลเสียต่อการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นใกล้ตัวกว่าและอาจน่าประหลาดใจ ในที่นี้ but ไม่ได้หักล้างผลลัพธ์แรก แต่ทำงานคู่กับ not only ส่วน actually ช่วยเน้นผลลัพธ์ที่สองมากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองส่วนจากบทเรียนนี้ ซึ่งเสนอผลลัพธ์แรกแล้วเน้นผลลัพธ์ที่สองว่าเกิดขึ้นจริงและน่าประหลาดใจ: The update ____ fixes the security flaw, ____ makes the app faster.

ดูคำตอบ

not only · but actually

All of which just goes to affirm the wisdom of the phrase "sleep on it." โน้ต

5:09

ทั้งหมดนี้เพียงเพื่อยืนยันความชาญฉลาดของวลีที่ว่า "เก็บไปนอนคิดดูก่อน" (sleep on it)

ลำดับความ

All of which just goes to affirm: รวบรวมหลักฐานเพื่อนำไปสู่ข้อสรุป

All of which ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อกล่าวอ้างทั้งหมดก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการนอน สุขภาพ และความจำ ไม่ได้อ้างถึงเพียงคำนามที่อยู่ใกล้ที่สุด โครงสร้างนี้รวบรวมประเด็นก่อนหน้าทั้งหมดเป็นหลักฐานชุดเดียว Goes to affirm หมายถึง “ช่วยยืนยันหรือสนับสนุน” ส่วน just ในที่นี้นำเสนอว่าการสนับสนุนนั้นเป็นผลโดยตรงจากหลักฐานก่อนหน้า วลีนี้จึงปิดท้ายข้อโต้แย้งด้วยการนำทุกสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้าไปสนับสนุนภูมิปัญญาของคำว่า “sleep on it.”

แบบฝึกหัด

All of which just goes to affirm ทำหน้าที่อะไรในประโยคต้นฉบับ

  1. ปฏิเสธหลักฐานก่อนหน้าและเสนอข้อยกเว้น
  2. อ้างถึงเฉพาะนามวลีที่อยู่ก่อนหน้าทันที
  3. เริ่มคำถามใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาก่อนหน้า
  4. รวบรวมหลักฐานก่อนหน้าและใช้หลักฐานเหล่านั้นสนับสนุนข้อสรุป
ดูคำตอบ

รวบรวมหลักฐานก่อนหน้าและใช้หลักฐานเหล่านั้นสนับสนุนข้อสรุป

สำนวน

sleep on it: พักไว้คิดข้ามคืนก่อนตัดสินใจ

sleep on it เป็นสำนวนที่หมายถึง “ยังไม่ตัดสินใจตอนนี้ แต่เก็บไปคิดข้ามคืนแล้วค่อยตัดสินใจ” คำสรรพนาม it หมายถึงคำถาม ข้อเสนอ หรือตัวเลือกที่กำลังพิจารณา ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่ใครนอนทับ ในที่นี้ถ้อยคำยังเชื่อมโยงกันอย่างมีชั้นเชิง: การนอนจริง ๆ ช่วยให้สมองสร้างการเชื่อมโยงใหม่ได้ ดังนั้นเนื้อหาที่อธิบายมาก่อนหน้าจึงสนับสนุนคำแนะนำในชีวิตประจำวันที่อยู่ในสำนวนนี้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสามคำที่หมายถึง “รอคิดข้ามคืนก่อนตัดสินใจ” ลงในประโยค: The invitation sounds exciting, but I am not ready to decide tonight. Let me ____ and answer you tomorrow.

ดูคำตอบ

sleep on it

When you think about all the internal restructuring and forming of new connections that occurs while you slumber, การใช้คำ

5:13

เมื่อคุณคิดถึงการปรับโครงสร้างภายในและการสร้างการเชื่อมต่อใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นขณะที่คุณหลับ

การใช้คำ

while you slumber: วิธีพูด while you sleep แบบวรรณกรรม

ใน while you slumber คำว่า slumber เป็นคำกริยาที่หมายถึง “นอนหลับ” ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “ขณะที่คุณกำลังนอนหลับ” Slumber มีลักษณะเป็นภาษาเขียนหรือเชิงวาทศิลป์มากกว่าคำกริยาทั่วไปอย่าง sleep ในที่นี้คำดังกล่าวทำให้ประโยคปิดท้ายดูสละสลวยและมีความเป็นกวีเล็กน้อย ไม่ใช่ศัพท์เทคนิคสำหรับการนอนประเภทพิเศษ

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ในการสนทนาทั่วไปกับเพื่อน Did you slumber well last night? เป็นวิธีถามเรื่องการนอนที่พบได้บ่อยและเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. เป็นธรรมชาติและใช้กันทั่วไปในบริบทนี้
  2. ไม่เป็นธรรมชาติในบริบทนี้
ดูคำตอบ

ไม่เป็นธรรมชาติในบริบทนี้

you could even say that proper sleep น้ำเสียง/เจตนา

5:19

คุณอาจพูดได้ด้วยซ้ำว่าการนอนหลับอย่างเหมาะสม

น้ำเสียง/เจตนา

you could even say that: เกริ่นข้อสรุปที่กล้าขึ้นอย่างนุ่มนวล

ในประโยคนี้ you could even say that ใช้เสนอข้อความถัดไปว่าเป็นวิธีหนึ่งที่อาจใช้อธิบายสิ่งนั้น ไม่ได้พูดถึงความสามารถในการพูดของผู้ฟัง คำว่า could ช่วยลดความหนักแน่นของข้อความ ทำให้ผู้พูดนำเสนอว่าเป็นวิธีหนึ่งที่อาจใช้ถ่ายทอดความคิดนี้ได้ even บอกว่าข้อความถัดไปก้าวไปไกลกว่าสิ่งที่พูดมาก่อน วลีนี้มักปูทางไปสู่ข้อสรุปที่กล้าขึ้น เป็นเชิงเปรียบเทียบ หรือเกินจริงเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

you could even say that ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. เกริ่นข้อความที่กล้าขึ้นหรือเป็นเชิงเปรียบเทียบอย่างระมัดระวัง
  2. บอกว่าผู้ฟังมีความสามารถทางกายในการพูด
  3. พิสูจน์ว่าข้อความถัดไปเป็นจริงตามตัวอักษร
  4. สั่งให้ผู้ฟังพูดข้อความนั้นซ้ำ
ดูคำตอบ

เกริ่นข้อความที่กล้าขึ้นหรือเป็นเชิงเปรียบเทียบอย่างระมัดระวัง

will have you waking up every morning with a new and improved brain, ไวยากรณ์

5:21

จะทำให้คุณตื่นขึ้นมาทุกเช้าด้วยสมองที่สดใหม่และได้รับการปรับปรุง

ไวยากรณ์

will have you waking up: โครงสร้าง have + กรรม + -ing เพื่อบอกกิจกรรมที่เป็นผลตามมา

Will have you waking up ใช้โครงสร้าง have + กรรม + -ing ในที่นี้ you คือผู้ที่ได้รับผล และ waking up คือกิจกรรมที่เกิดเป็นผลตามมา ส่วนประธาน proper sleep ถูกนำเสนอว่าเป็นสาเหตุของผลนั้น ตรงนี้ have เป็นกริยาเชิงเหตุ ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของ วลีนี้หมายความว่าการนอนอย่างเพียงพอจะทำให้คุณตื่นในลักษณะที่บรรยายไว้ รูป -ing นำเสนอกิจกรรมนั้นเป็นรูปแบบของผลที่เกิดตามมา และ every morning ก็ย้ำว่าผลนี้เกิดซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย have + you + รูป -ing ของ laugh: That comedy will ____ all night.

ดูคำตอบ

have you laughing

ready to face the challenges ahead. วลี

5:25

พร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายที่อยู่ข้างหน้า

วลี

ready to face the challenges ahead: พร้อมเผชิญความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า

Ready to face... ใช้โครงสร้าง be ready to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกว่าคนหนึ่งพร้อมและเต็มใจรับมือกับบางสิ่ง เมื่ออยู่ลำพัง ข้อความที่ยกมานี้เป็นเพียงวลี โดยปกติประโยคที่สมบูรณ์ต้องมีประธานและรูปหนึ่งของ be เช่น We are ready to face.... ในที่นี้ face เป็นคำกริยาที่หมายถึงเผชิญหน้าหรือรับมือ ไม่ใช่คำนามภาษาอังกฤษที่หมายถึงใบหน้า ส่วน the challenges ahead หมายถึงความยากลำบากที่จะเกิดขึ้นต่อไปหรือในอนาคต ดังนั้นทั้งวลีจึงแสดงท่าทีที่พร้อมและมองไปข้างหน้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตรงตามบทเรียนนี้ ซึ่งหมายถึงการรับมือกับความยากลำบากที่ยังมาไม่ถึง: With a solid plan, our team is ready to ____.

ดูคำตอบ

face the challenges ahead