เสียง.: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Vsauce
ภาพรวม: วิดีโอติดตามเรื่องเสียงจากประวัติการบันทึก ไปสู่ความถี่ของเสียงขูด สัญญาณวอยเอเจอร์ 1 การสั่นผ่านร่างกายในอวกาศ และการทดลองยิงปืน ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. ไวยากรณ์และรูปประโยค: "it wasn't until 1859" กับ "that we first recorded sound." เน้นว่าเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นหลังเวลาที่ระบุ 2. สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: "Some of them argue that" กับ "But more recent research suggests that" เปรียบเทียบทฤษฎีเดิมกับงานวิจัยใหม่และแยกระดับความแน่นอน 3. ไวยากรณ์และรูปประโยค: "would outer space really be silent if I were to walk" สร้างการทดลองทางความคิดที่แทบไม่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แผนหรือเหตุการณ์ในอดีต
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Michael here and I'm with Destin in Alabama.
0:04Michael เองครับ และตอนนี้ผมอยู่กับ Destin ที่แอละแบมา
What he's about to do is capture on a Phantom camera
0:07สิ่งที่เขากำลังจะทำคือใช้กล้อง Phantom บันทึกภาพ
First things first ในฐานะคำเปิดเพื่อจัดลำดับเนื้อหา
First things first เป็นวลีเปิดแบบตายตัวที่หมายถึง “ก่อนทำอย่างอื่น เรามาจัดการเรื่องพื้นฐานที่สุดหรือสำคัญที่สุดก่อน” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวส่งสัญญาณว่าจะอธิบายข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นก่อนเข้าสู่เรื่องหลัก วลีนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลที่จะตามมา ไม่ได้ใช้เรียกข้อแรกในรายการที่มีหมายเลข
แบบฝึกหัด
คำเปิดใดแสดงอย่างเป็นธรรมชาติว่าขั้นตอนแรกที่จำเป็นต้องมาก่อนเรื่องอื่นทั้งหมด? “____, let's make sure everyone has a helmet.”
- For the first time
- At first
- First things first
ดูคำตอบ
First things first
or would otherwise not be able to survive in the wild on their own. โน้ต
0:24หรือไม่ก็เป็นนกที่ไม่สามารถเอาตัวรอดในธรรมชาติได้ด้วยตัวเอง
takes care of ในความหมายว่า “ดูแล”
ในที่นี้ takes care of หมายถึง “ดูแล” ศูนย์แห่งนี้ให้ความช่วยเหลือและการปกป้องที่นกล่าเหยื่อซึ่งบาดเจ็บต้องการ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ take/takes care of + คนหรือสัตว์ คำกริยาต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น I take care of... แต่ the center takes care of...
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “ดูแล”: Ben ____ his little sister after school.
ดูคำตอบ
takes care of
would otherwise not be able to
ในประโยคนี้ would otherwise not be able to บอกผลลัพธ์เชิงลบที่สมมุติขึ้นว่า หากไม่มีการดูแลที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ นกเหล่านี้จะไม่สามารถอยู่รอดได้ด้วยตนเอง otherwise หมายถึง “ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น” และ would ใช้ชี้ผลลัพธ์ที่สมมุติขึ้น ใช้รูป would otherwise + คำกริยา หรือ would otherwise not be able to + คำกริยา เพื่อเชื่อมการกระทำหรือเงื่อนไขที่มีอยู่จริงเข้ากับผลลัพธ์ที่การกระทำหรือเงื่อนไขนั้นช่วยป้องกันไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “หากไม่มีทุนการศึกษา พวกเขาจะไม่สามารถทำได้”:The scholarship supports students who ____ afford the course.
ดูคำตอบ
would otherwise not be able to
in the wild
In the wild หมายถึงการอยู่ในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติของสัตว์ ไม่ใช่ในที่เลี้ยงกักหรือสถานที่อื่นที่มนุษย์ควบคุม ในที่นี้วลีนี้ระบุสถานที่ที่นกจะต้องเอาชีวิตรอด วลีนี้มีรูปคงที่คือ in + the wild ในการใช้นี้ the wild ทำหน้าที่เป็นนามวลีที่หมายถึงโลกธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึงสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติของสัตว์:Researchers observed the wolves ____ rather than in captivity.
ดูคำตอบ
in the wild
But what I'm interested in today is the recording of sound. ไวยากรณ์
0:41แต่สิ่งที่ผมสนใจในวันนี้คือการบันทึกเสียง
ใช้ What I'm interested in today is ... เพื่อเน้นหัวข้อ
ใน What I'm interested in today คำว่า what ใช้นำหน้านามานุประโยคที่มีความหมายว่า “the thing that” (“สิ่งที่…”) ทั้ง what-clause ทำหน้าที่เป็นประธานของกริยาหลัก is และไม่ใช่คำถามโดยตรง โครงสร้างนี้เริ่มจากบอกขอบเขตความสนใจของผู้พูด แล้วจึงวางจุดเน้นที่แท้จริงไว้หลัง is คือ the recording of sound เหมาะสำหรับจำกัดเนื้อหาการพูดให้เหลือหัวข้อเฉพาะที่สำคัญในขณะนั้น
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบนามานุประโยคเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: '____ I'm interested in today is how children learn new words.'
ดูคำตอบ
What
It hasn't really been that long in human's history
0:45ที่จริงแล้ว ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ เราเพิ่งจะ
ใช้ It wasn't until 1859 ... that ... เพื่อเน้นว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในเวลาที่ค่อนข้างช้า
It wasn't until 1859 that we first recorded sound ใช้โครงสร้างเน้นเวลา It wasn't until + เวลา + that + เหตุการณ์ หมายความว่าเหตุการณ์ไม่ได้เกิดก่อนเวลานั้น แต่เกิดขึ้นเมื่อถึงเวลานั้น ไม่ได้หมายความว่าไม่มีการบันทึกเสียงในปี 1859 วลีที่มี with ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์เพิ่มเติม แต่กรอบหลักยังคงเป็น It wasn't until 1859 ... that we first recorded sound การใส่เวลาที่ค่อนข้างช้าลงในกรอบนี้ทำให้ความล่าช้าเด่นชัดกว่าประโยคทั่วไปอย่าง We first recorded sound in 1859
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสองส่วนของโครงสร้างเน้นเวลาแบบย่อที่เรียนมา: 'It ____ 10 p.m. ____ the power came back.'
ดูคำตอบ
wasn't until · that
“blows your mind”: ความทึ่งอย่างมาก
“blows your mind” เป็นสำนวนที่หมายถึง “ทำให้คุณรู้สึกประหลาดใจ ประทับใจ หรือทึ่งอย่างมาก” ไม่ได้หมายถึงว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับสมองหรือจิตใจจริง ๆ ทางกายภาพ ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าการฟังเสียงบันทึกนั้นน่าทึ่งมาก คำว่า “really” ทำให้ปฏิกิริยานี้เข้มข้นขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ something blows someone's mind โดยประธานเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดปฏิกิริยารุนแรง และคำแสดงความเป็นเจ้าของระบุผู้ที่รู้สึกเช่นนั้น
แบบฝึกหัด
“blows your mind” ในตัวอย่างหมายความว่าอะไร
- ทำให้เกิดลมแรงใกล้ศีรษะของคุณ
- ทำให้คุณจำอะไรไม่ได้เลย
- ทำให้คุณรู้สึกทึ่งอย่างมาก
ดูคำตอบ
ทำให้คุณรู้สึกทึ่งอย่างมาก
What you're about to hear is the very first recording ever of any kind of sound. ไวยากรณ์
0:59สิ่งที่คุณกำลังจะได้ยินคือบันทึกเสียงครั้งแรกสุดเท่าที่เคยมีมา ไม่ว่าจะเป็นเสียงชนิดใดก็ตาม
“What you're about to hear is ...”: การเกริ่นเสียงที่จะได้ยินทันที
“What you're about to hear” เป็นอนุประโยค what ที่หมายถึง “สิ่งที่คุณกำลังจะได้ยินต่อไป” อนุประโยคทั้งหมดเป็นประธานของ “is” ประโยคนี้เป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถาม “Be about to” บอกว่าเหตุการณ์นั้นคาดว่าจะเกิดขึ้นทันทีหรือในอีกไม่ช้า โครงสร้างนี้ดึงความสนใจไปยังเสียงที่กำลังจะมา แล้วจึงระบุหลัง “is” ว่าเสียงนั้นคืออะไร จึงเหมาะกับการนำเสนอ บทเรียน พอดแคสต์ และการสาธิต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเกริ่นนำที่ใช้ทันทีก่อนเสียงเริ่มเล่น: “____ a message recorded in 1969.”
ดูคำตอบ
What you're about to hear is
One thing I found fascinating was that these large birds have such high metabolisms ไวยากรณ์
1:11สิ่งหนึ่งที่ผมว่าน่าทึ่งคือ นกขนาดใหญ่เหล่านี้มีอัตราการเผาผลาญสูงมาก
One thing I found fascinating was that...: การเน้นสิ่งที่ค้นพบ
One thing I found fascinating was that... เป็นโครงสร้างสำหรับเน้นสิ่งที่ค้นพบ โดยเริ่มจากบอกผู้ฟังว่าผู้พูดรู้สึกว่าสิ่งหนึ่งน่าสนใจมาก แล้วส่วนหลัง was that จึงบอกว่าสิ่งที่ค้นพบนั้นคืออะไร ใน one thing I found fascinating ส่วน I found fascinating ขยายคำว่า thing และมีความหมายว่า 'that I found fascinating' ภาษาอังกฤษมักละ that ตัวแรกตรงนี้ ประโยคหลักจึงดำเนินต่อด้วย was that... ดังนั้น I found fascinating ไม่ใช่ประโยคหลักอีกประโยคหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเดียวกับในบทเรียนนี้และใช้ fascinating: ____ octopuses can solve simple puzzles.
ดูคำตอบ
One thing I found fascinating was that
such high metabolisms that: such + คำคุณศัพท์ + คำนาม + that
such high metabolisms that ใช้รูปแบบ such + adjective + noun + that โดย such นำหน้ากลุ่มคำนาม high metabolisms ทั้งกลุ่ม และ that เริ่มบอกผลที่เกิดจากระดับที่สูงมากนี้ เมื่อใช้คำนามนับได้พหูพจน์ ให้ใช้ such + adjective + plural noun + that หากเป็นคำนามนับได้เอกพจน์หนึ่งสิ่ง ให้เติม a หรือ an เช่น such a high metabolism that โครงสร้างนี้หมายถึงคุณสมบัตินั้นอยู่ในระดับที่มากพอจะนำไปสู่ผลที่ตามมา
แบบฝึกหัด
เลือกคำเติมที่เป็นธรรมชาติ: These desert animals have ___ they need to eat frequently.
- such high metabolisms that
- such metabolisms high that
- so high metabolisms that
ดูคำตอบ
such high metabolisms that
in order to: บอกจุดประสงค์อย่างชัดเจน
in order to ใช้นำหน้าจุดประสงค์ โดยบอกผู้ฟังว่าทำไมจึงทำสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ การชั่งน้ำหนักนกมีจุดประสงค์เพื่อดูว่าพวกมันหิวหรือไม่ รูปแบบคือ in order to + คำกริยารูปพื้นฐาน รูปแบบนี้ทำให้ความสัมพันธ์ด้านจุดประสงค์ชัดเจน จึงมีประโยชน์เป็นพิเศษในประโยคยาวที่การใช้เพียง to อาจไม่ชัดเท่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่ระบุจุดประสงค์อย่างชัดเจน: We left early ____ avoid traffic.
ดูคำตอบ
in order to
figure out: คิดจนได้คำตอบ
figure out หมายถึงการได้คำตอบหรือเกิดความเข้าใจจากการคิด การสังเกต หรือการตรวจสอบ ในที่นี้ เจ้าหน้าที่ใช้น้ำหนักของนกเพื่อพิจารณาว่าพวกมันหิวหรือไม่ วลีนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ว่ารู้อยู่แล้ว หลังวลีนี้สามารถตามด้วยคำนามหรือคำถามแฝงได้ เช่น figure out the problem; figure out if/whether.... ในวลีนี้ out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้บอกทิศทางตามความหมายตรงตัว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ figure out ในความหมายว่า “ได้คำตอบจากการคิดหรือการตรวจสอบ”?
- I already know her phone number.
- We need to figure out why the door keeps locking.
- Please draw a figure on the page.
ดูคำตอบ
We need to figure out why the door keeps locking.
คุณแค่ต้องชั่งน้ำหนักพวกมัน
โครงสร้าง “all you have to do is + คำกริยารูปพื้นฐาน” นำเสนอว่ามีเพียงการกระทำเดียวที่จำเป็นต่อการได้ผลลัพธ์ ในประโยคนี้ แค่ชั่งน้ำหนักพวกมันก็เพียงพอ ผู้พูดจึงทำให้วิธีแก้ดูง่ายและทำได้ไม่ยาก เนื่องจากอนุประโยคข้างหน้ามี do อยู่แล้ว คำกริยาหลัง is จึงมักใช้รูปพื้นฐานได้เลย: “is weigh” ฟังเป็นธรรมชาติและไม่ต้องเติม to สามารถเปลี่ยน weigh เป็นคำกริยารูปพื้นฐานอื่นได้ เช่น “All you have to do is wait.”
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งด้วยโครงสร้างที่ตรงกับบทเรียน: To open the box, ____ lift the blue tab.
ดูคำตอบ
all you have to do is
it means it's not hungry and so they won't bring it out to fly
1:22ก็แปลว่ามันไม่หิว พวกเขาจึงไม่พามันออกมาบิน
It's not going to obey commands to get little bits of food.
1:27มันจึงไม่ยอมทำตามคำสั่งเพื่อแลกกับอาหารชิ้นเล็ก ๆ
But let's now time travel to 1860 and listen to the very earliest recording of the human voice. ลำดับความ
1:30ตอนนี้เรามาย้อนเวลาไปปี 1860 แล้วฟังบันทึกเสียงมนุษย์ที่เก่าแก่ที่สุดกัน
ตอนนี้เรามาย้อนเวลาไปปี 1860 กัน
“Let’s now time travel to 1860” เป็นการเปลี่ยนช่วงการเล่าเรื่องที่มีชีวิตชีวา Let’s ชวนผู้ฟังให้เดินทางไปพร้อมกับผู้พูด ส่วน now ส่งสัญญาณว่าการนำเสนอกำลังเข้าสู่ช่วงใหม่ time travel ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ ผู้พูดพาเรื่องราวย้อนกลับไปปี 1860 เพื่อให้ผู้ฟังจินตนาการถึงยุคนั้นและฟังบันทึกเสียงจากช่วงเวลาดังกล่าว การเปลี่ยนผ่านแบบนี้ทำให้การเปลี่ยนปีเป็นการเดินทางในจินตนาการร่วมกัน แทนที่จะเป็นเพียงการบอกลำดับเวลาแบบเรียบ ๆ
แบบฝึกหัด
“Let’s now time travel to 1860” ทำหน้าที่จัดลำดับเรื่องอย่างไรในที่นี้?
- คำสั่งให้รอจนถึงปี 1860
- การชวนให้จินตนาการว่าได้ย้ายไปยังช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ที่เก่ากว่า
- การอ้างว่ากลุ่มนี้จะเดินทางข้ามเวลาจริง ๆ
ดูคำตอบ
การชวนให้จินตนาการว่าได้ย้ายไปยังช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ที่เก่ากว่า
What you're about to hear is the voice of the inventor of the phonautograph
1:38สิ่งที่คุณกำลังจะได้ยินคือเสียงของผู้ประดิษฐ์เครื่องโฟโนออโตกราฟ
Abraham Lincoln delivered the Gettysburg Address. วลี
1:57อับราฮัม ลินคอล์นได้กล่าวสุนทรพจน์เกตตีสเบิร์ก
delivered the Gettysburg Address: ใช้ deliver an address ในความหมายว่า “กล่าวสุนทรพจน์อย่างเป็นทางการ”
ใน delivered the Gettysburg Address คำว่า delivered หมายถึง “กล่าวหรือนำเสนอต่อสาธารณะ” และ Address หมายถึงสุนทรพจน์ที่เป็นทางการ ดังนั้น deliver an address จึงเป็นกลุ่มคำแบบเป็นทางการสำหรับการกล่าวสุนทรพจน์ต่อสาธารณะ ไม่ได้หมายถึงการขนส่งสิ่งของ โครงสร้างคือ deliver + a/the + speech หรือ address ถ้าสุนทรพจน์มีชื่อเฉพาะจะใช้ the เช่น deliver the Gettysburg Address
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกลุ่มคำแบบเป็นทางการจากบทเรียน: At yesterday's ceremony, the mayor ____ on the town's future.
ดูคำตอบ
delivered an address
the only known photo of Lincoln at the historic event.
2:04เป็นภาพถ่ายเพียงภาพเดียวของลินคอล์นในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนั้นเท่าที่ทราบกัน
It dedicated a cemetery in Pennsylvania to the Battle of Gettysburg, วลี
2:07สุนทรพจน์นั้นกล่าวขึ้นเพื่ออุทิศสุสานแห่งหนึ่งในเพนซิลเวเนียแก่ผู้เสียชีวิตในสมรภูมิเกตตีสเบิร์ก
dedicated a cemetery ... to the Battle of Gettysburg: โครงสร้าง dedicate X to Y
dedicated a cemetery ... to the Battle of Gettysburg ใช้โครงสร้าง dedicate X to Y ในที่นี้ dedicate หมายถึงการกำหนดหรือเปิดใช้สุสานอย่างเป็นทางการในพิธี และเชื่อมโยงวัตถุประสงค์ของสุสานกับการรำลึกถึงการสู้รบ ส่วน to ใช้นำสิ่งที่ได้รับการยกย่องหรือจุดประสงค์ที่ให้บริการ กรรมตรงระบุสิ่งที่ถูกอุทิศ ส่วนวลีหลัง to ระบุบุคคล กลุ่ม อุดมการณ์ เหตุการณ์ หรือจุดประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการอุทิศนั้น
แบบฝึกหัด
เติมทั้งสองส่วนของ dedicate X to Y: At yesterday's ceremony, the city ____ the new memorial ____ local firefighters.
ดูคำตอบ
dedicated · to
the deadliest battle of America's Civil War where more than 23,000 men died.
2:11ซึ่งเป็นสมรภูมิที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในสงครามกลางเมืองอเมริกา โดยมีชายเสียชีวิตกว่า 23,000 คน
Now, in attendance was a 9-year-old boy named William V. Rathvon. ไวยากรณ์
2:16ในหมู่ผู้เข้าร่วมงานมีเด็กชายวัย 9 ขวบชื่อ William V. Rathvon อยู่ด้วย
การสลับตำแหน่งแบบเป็นทางการด้วย in attendance was
ในที่นี้ in attendance ถูกย้ายมาไว้ต้นประโยค และคำกริยา was อยู่ก่อนประธานที่แท้จริงคือ a 9-year-old boy named William V. Rathvon ลำดับคำปกติคือ A 9-year-old boy named William V. Rathvon was in attendance. นี่คือการสลับตำแหน่งประธานกับกริยาหลังจากนำวลีบอกสภาวะมาไว้ข้างหน้า ในการเล่าเรื่องแบบเป็นทางการ โครงสร้างนี้ช่วยวางกรอบก่อนว่ามีใครอยู่ในงาน แล้วจึงแนะนำบุคคลใหม่เป็นข้อมูลสำคัญในภายหลัง Now เพียงช่วยดำเนินเรื่องต่อไปและไม่ใช่ส่วนหนึ่งของโครงสร้างสลับตำแหน่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบสลับตำแหน่งแบบเป็นทางการจากบทเรียน: Also ____ the mayor.
ดูคำตอบ
in attendance was
And in 1938, as he neared the end of his life, วลี
2:21และในปี 1938 เมื่อชีวิตของเขาใกล้ถึงวาระสุดท้าย
neared the end of his life: สำนวนที่นุ่มนวลและเป็นทางการ
ใน neared the end of his life คำว่า neared เป็นรูปอดีตของคำกริยา near ซึ่งหมายถึง “เข้าใกล้” กรรมของคำกริยาคือ the end of his life ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่าเขากำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของชีวิต นี่เป็นวิธีกล่าวถึงการเข้าใกล้ความตายอย่างนุ่มนวลและเป็นทางการ โดยเฉพาะในชีวประวัติหรืองานเขียนประวัติศาสตร์ วลีนี้ไม่ได้ระบุอย่างแน่นอนว่าความตายเกิดขึ้นเมื่อใด คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องเปลี่ยนตามบุคคล เช่น her life และ our lives
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่นุ่มนวลและเป็นทางการซึ่งหมายถึง “เข้าใกล้ช่วงสุดท้ายของชีวิตเธอ”: As the historian ____, she recorded stories she had never shared before.
ดูคำตอบ
neared the end of her life
Rathvon took a copy of the speech and recorded himself delivering it ไวยากรณ์
2:25Rathvon ได้นำสำเนาสุนทรพจน์มาอ่านและบันทึกเสียงตัวเองไว้
recorded himself delivering it: โครงสร้าง record oneself doing something
ใน recorded himself delivering it นั้น Rathvon เป็นทั้งผู้บันทึกและผู้ที่อยู่ในบันทึก คำสรรพนามสะท้อนกลับ himself ย้อนกลับไปหา Rathvon โครงสร้าง record + oneself + รูป -ing หมายถึงบันทึกตัวเองขณะกำลังทำสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ delivering หมายถึงกล่าวหรือนำเสนอสุนทรพจน์ออกเสียง ไม่ได้หมายถึงนำสิ่งของไปส่ง คำนี้บอกการกระทำที่ถูกบันทึกไว้ ส่วน it หมายถึงสุนทรพจน์นั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตธรรมดาของ record คำสรรพนามสะท้อนกลับที่ถูกต้อง และรูป -ing ของ perform: Yesterday, Maya ____ the monologue for her audition.
ดูคำตอบ
recorded herself performing
We don't have any audio of Lincoln delivering the speech,
2:32เราไม่มีเสียงบันทึกตอนที่ลินคอล์นกล่าวสุนทรพจน์
which makes this recording the only one done by an eyewitness of the event. โน้ต
2:35ทำให้บันทึกนี้เป็นบันทึกเพียงชิ้นเดียวที่ทำโดยผู้เห็นเหตุการณ์ด้วยตาตัวเอง
which makes this recording the only one: which ที่อ้างถึงทั้งประโยค + make + กรรม + ส่วนเติมเต็ม
อนุประโยคหลัง comma + which กล่าวถึงข้อเท็จจริงทั้งหมดที่อยู่ข้างหน้า นั่นคือไม่มีเสียงของลินคอล์นขณะกล่าวสุนทรพจน์ ไม่ได้ขยายเฉพาะคำนาม speech โครงสร้างนี้เชื่อมข้อเท็จจริงเข้ากับผลที่เกิดขึ้นโดยตรง ใน makes this recording the only one นั้น this recording เป็นกรรม และ the only one เป็นส่วนเติมเต็มของกรรม โดยให้สถานะแก่บันทึกอันเป็นผลจากข้อเท็จจริงก่อนหน้า ในที่นี้หมายถึงบันทึกประเภทนี้เพียงชิ้นเดียวที่ทำโดยผู้เห็นเหตุการณ์ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ข้อเท็จจริง, which makes + กรรม + ส่วนเติมเต็มที่เป็นคำนามหรือคำคุณศัพท์
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'The road is flooded, which makes the train our only safe choice,' คำว่า which หมายถึงอะไร และ makes the train our only safe choice แสดงความหมายอะไร
- หมายถึงเฉพาะคำนาม train และบอกว่ารถไฟกำลังเลือกบางอย่าง
- หมายถึงข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ว่าถนนถูกน้ำท่วม และข้อเท็จจริงนั้นทำให้รถไฟมีสถานะเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยเพียงอย่างเดียว
- หมายถึงเฉพาะคำนาม road และบอกว่ารถไฟทำให้เกิดน้ำท่วม
ดูคำตอบ
หมายถึงข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ว่าถนนถูกน้ำท่วม และข้อเท็จจริงนั้นทำให้รถไฟมีสถานะเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยเพียงอย่างเดียว
An eyewitness of the event: ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ด้วยตาตนเอง
Eyewitness หมายถึงผู้ที่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุและเห็นเหตุการณ์เกิดขึ้นด้วยตาตนเอง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวระบุว่าผู้ทำบันทึกเสียงมีประสบการณ์เห็นเหตุการณ์โดยตรง ไม่ใช่อาศัยเพียงเรื่องเล่าที่ได้ยินในภายหลัง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าบุคคลหนึ่งเห็นอุบัติเหตุด้วยตาตนเอง
- An eyewitness to the crash spoke to the police.
- A reporter read a summary of the crash.
- A bystander heard about the crash the next day.
ดูคำตอบ
An eyewitness to the crash spoke to the police.
Four score and seven years ago: 87 ปีก่อน
ในคำขึ้นต้นทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงนี้ score เป็นคำบอกจำนวนแบบเก่าที่หมายถึงยี่สิบ Four score คือ 4 × 20 = 80 และเมื่อบวก seven จะได้ 87 ปีก่อน วลีนี้มองย้อนกลับไปยังยุคของคำประกาศอิสรภาพ และทำให้ประโยคมีน้ำเสียงสง่างามจริงจังและเป็นประวัติศาสตร์
แบบฝึกหัด
ใน “Four score and seven years ago,” วลีนี้หมายถึงกี่ปีก่อน
- 87 ปีก่อน
- 27 ปีก่อน
- 47 ปีก่อน
ดูคำตอบ
87 ปีก่อน
our fathers brought forth on this continent a new nation, กริยาวลี
2:44บรรพบุรุษของเราได้ก่อกำเนิดชาติใหม่ขึ้นบนทวีปแห่งนี้
Brought forth: วิธีพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “สร้างขึ้น”
ในที่นี้ brought forth หมายถึงทำให้เกิดขึ้นหรือสร้างขึ้น บรรดาผู้ก่อตั้งไม่ได้เอาสิ่งของออกมา แต่ได้ก่อตั้งชาติใหม่ขึ้น สำนวนนี้ทำให้ประโยคมีน้ำเสียงเคร่งขรึมและให้ความรู้สึกทางประวัติศาสตร์ ในสุนทรพจน์ที่เป็นทางการและงานเขียนเก่า bring forth อาจหมายถึงการก่อให้เกิดแนวคิด ผลลัพธ์ หรือระเบียบสังคมใหม่ ไม่ได้หมายถึงเพียงการหยิบสิ่งของออกมา
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ brought forth บอกว่าบรรดาผู้ก่อตั้งทำอะไร?
- พวกเขาขนย้ายชาติหนึ่งมายังทวีปนี้
- พวกเขาเลื่อนเวลาประชุมให้เร็วขึ้น
- พวกเขาสร้างชาติใหม่ขึ้น
ดูคำตอบ
พวกเขาสร้างชาติใหม่ขึ้น
conceived in liberty and dedicated to the proposition that all men are created equal. ลำดับความ
2:49ชาติที่ถือกำเนิดจากเสรีภาพ และยึดมั่นในหลักการที่ว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน
Conceived in liberty and dedicated to the proposition: คำอธิบายสองส่วนที่ขนานกัน
conceived in liberty และ dedicated to the proposition เป็นวลี past participle สองวลีที่วางขนานกัน ทั้งสองวลีย้อนกลับไปขยาย a new nation โดยชาตินั้นก่อตั้งขึ้นโดยมีเสรีภาพเป็นแนวคิดนำทาง และยึดมั่นในข้อความที่ตามมา การวางวลีที่มีรูปแบบเหมือนกันสองวลีไว้คู่กันช่วยรวมข้อเท็จจริงสองอย่างเป็นคำอธิบายที่สมดุล เริ่มจากที่มาของชาติ แล้วตามด้วยเป้าหมายที่ชาติยังคงยึดถือ รูปแบบ past participle + ส่วนเติมเต็มที่ซ้ำกันทำให้สุนทรพจน์มีจังหวะมั่นคงและน่าเชื่อถือ
แบบฝึกหัด
โครงสร้างขนานในประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร?
- ให้คำอธิบายที่สมดุลสองอย่างเกี่ยวกับชาติใหม่ชาติเดียวกัน
- บอกว่าเสรีภาพเป็นผู้คิดหลักการนั้นขึ้น
- กล่าวถึงชาติที่แตกต่างกันสองชาติ
ดูคำตอบ
ให้คำอธิบายที่สมดุลสองอย่างเกี่ยวกับชาติใหม่ชาติเดียวกัน
But what about...? เพื่อยกมุมที่ตัดกันและถูกมองข้าม
But เชื่อมคำถามนี้กับแนวคิดก่อนหน้าและบอกว่ากำลังเปลี่ยนทิศทางการพูด What about + นามวลี ใช้นำประเด็นที่ยังไม่ได้กล่าวถึงหรือประเด็นที่ตัดกันเข้ามาในการสนทนา ในที่นี้ what about sounds we don't want to hear? ไม่ได้ถามเพื่อขอคำแนะนำ แต่ชวนผู้ฟังให้คิดถึงเสียงอีกด้านหนึ่ง โดยเปลี่ยนจากเสียงที่เราอยากฟังไปเป็นเสียงที่เราไม่อยากฟัง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ But what about...? เพื่อยกข้อกังวลที่ถูกมองข้ามขึ้นมาหลังจากกล่าวถึงประเด็นก่อนหน้า?
- How about meeting after lunch?
- The plan sounds cheap, but what about the repair costs?
- What is the repair cost?
ดูคำตอบ
The plan sounds cheap, but what about the repair costs?
Well, there are a lot of theories about why that sound affects us so viscerally and so immediately.
3:02มีทฤษฎีมากมายว่าทำไมเสียงนั้นจึงทำให้เรารู้สึกขนลุกอย่างรุนแรงและฉับพลัน
But more recent research suggests that it's actually certain frequencies inside that scratching sound,
3:13แต่งานวิจัยใหม่ ๆ ชี้ว่าแท้จริงแล้วเป็นเพราะความถี่บางช่วงในเสียงขูดนั้น
Some of them argue that... และ But more recent research suggests that... เพื่อเปรียบเทียบข้ออ้างกับหลักฐาน
กรอบการรายงานสองแบบนี้แยกว่าใครเป็นผู้เสนอข้ออ้าง กับหลักฐานที่ใหม่กว่าบ่งชี้อะไร Some of them argue that นำเสนอจุดยืนของคนกลุ่มหนึ่ง แต่ไม่ได้บอกว่าจุดยืนนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว But more recent research suggests that เปลี่ยนไปกล่าวถึงหลักฐานที่ใหม่กว่าและเปลี่ยนทิศทางของคำอธิบาย Suggests หมายถึงหลักฐานชี้ไปยังข้อสรุปหนึ่ง แต่ระมัดระวังกว่า proves
แบบฝึกหัด
ประโยคใดรายงานข้ออ้างเดิมก่อน แล้วแสดงอย่างระมัดระวังว่าหลักฐานที่ใหม่กว่าชี้ไปอีกทิศทางหนึ่ง โดยไม่ได้อ้างว่าพิสูจน์ได้อย่างเด็ดขาด?
- Some experts prove that the diet works, and newer research guarantees that the benefits are small.
- Some experts argue that the diet works, but newer research suggests that the benefits are small.
- Some experts wonder whether the diet works, and newer research lists the ingredients.
ดูคำตอบ
Some experts argue that the diet works, but newer research suggests that the benefits are small.
Our ear canals actually amplify those frequencies so that we can hear them better. ไวยากรณ์
3:26ช่องหูของเราจะขยายความถี่เหล่านั้น เพื่อให้เราได้ยินชัดขึ้น
so that we can hear them better: ผลที่ทำให้บางสิ่งเป็นไปได้
so that นำหน้าอนุประโยคสมบูรณ์ we can hear them better โดยแสดงว่าการได้ยินชัดขึ้นเป็นหน้าที่หรือผลที่เกิดขึ้นได้จากการที่ช่องหูขยายความถี่เหล่านั้น คำกริยาช่วย can มีความสำคัญ เพราะการขยายเสียงทำให้ความสามารถในการได้ยินเกิดขึ้นได้ ในบริบทอื่น so that สามารถเชื่อมการกระทำเข้ากับจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้หรือผลที่การกระทำนั้นทำให้เป็นไปได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่นำผลซึ่งทำให้บางสิ่งเป็นไปได้: The lamp shines on the steps ____ we can see them at night.
ดูคำตอบ
so that
But when it comes to the scratching of things on a chalkboard or Styrofoam against Styrofoam, วลี
3:31แต่เมื่อมีสิ่งของขูดกระดานดำ หรือสไตโรโฟมเสียดสีกับสไตโรโฟม
when it comes to: จำกัดหัวข้อให้แคบลง
when it comes to เป็นวลีตายตัวสำหรับกำหนดหัวข้อ มีความหมายว่า “เกี่ยวกับ” หรือ “เมื่อพูดถึง” ในที่นี้วลีดังกล่าวเปลี่ยนจากผลทั่วไปของช่องหูไปยังกรณีเฉพาะของเสียงเสียดสีที่บาดหู to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing เช่น when it comes to music และ when it comes to choosing หลังจากวลีเปิดนี้ ผู้พูดจะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อที่ถูกจำกัดให้แคบลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีตายตัวสำหรับกำหนดหัวข้อ: ____ choosing a team leader, patience matters.
ดูคำตอบ
When it comes to
those frequencies become too loud, making it painful. ไวยากรณ์
3:36ความถี่เหล่านั้นจะดังเกินไปจนทำให้รู้สึกเจ็บ
making it painful ในฐานะอนุประโยคบอกผล
ในประโยคนี้ making it painful เป็นอนุประโยคกริยารูปปัจจุบันที่บอกผลของสถานการณ์ก่อนหน้า กล่าวคือ ความถี่เหล่านั้นดังเกินไป และผลที่ตามมาคือประสบการณ์ในการได้ยินกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เจ็บปวด making ไม่ใช่กริยาหลักตัวที่สองที่เชื่อมคู่กับ become และไม่ได้แสดงจุดประสงค์ รูปแบบนี้วาง “เครื่องหมายจุลภาค + อนุประโยค -ing” หลังอนุประโยคสมบูรณ์เพื่อเพิ่มผลที่ตามมาอย่างกระชับ ในที่นี้ making it painful ใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ โดยสถานการณ์ก่อนหน้าทำให้ประสบการณ์ที่ it แทนอยู่กลายเป็นสิ่งที่เจ็บปวด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปของ make ที่ใช้ในอนุประโยคบอกผล: “The bright screen lit up the room, ____ it difficult to sleep.”
ดูคำตอบ
making
Okay, now let's leave Earth and listen to sounds from outer space.
3:40เอาละ ตอนนี้เราออกจากโลกไปฟังเสียงจากอวกาศกัน
Now, I know what you're thinking, sounds in outer space, impossible. น้ำเสียง/เจตนา
3:44ผมรู้ว่าคุณกำลังคิดอะไร เสียงในอวกาศน่ะเหรอ เป็นไปไม่ได้
ใช้ I know what you're thinking เพื่อดักข้อโต้แย้งล่วงหน้า
I know what you're thinking เป็นสำนวนเชิงวาทศิลป์ที่ใช้คาดการณ์ปฏิกิริยาที่ผู้ฟังน่าจะมี ผู้พูดไม่ได้อ้างว่าอ่านใจได้ แต่สำนวนนี้มีความหมายประมาณว่า “ฉันเดาข้อโต้แย้งหรือคำถามที่อาจผุดขึ้นมาในใจคุณได้” การบอกปฏิกิริยานั้นก่อนที่ผู้ฟังจะพูดออกมาช่วยสร้างความรู้สึกเหมือนกำลังสนทนากัน และปูทางไปสู่คำตอบ การแก้ความเข้าใจ หรือคำอธิบายที่น่าประหลาดใจ รูปแบบที่พบบ่อยคือพูด I know what you're thinking แล้วตามด้วยข้อโต้แย้งที่คาดไว้
แบบฝึกหัด
ผู้นำเสนอพูดว่า “I know what you're thinking: the schedule is impossible. But we have already added two more weeks.” สำนวนนี้ทำหน้าที่อะไร?
- เป็นการคาดการณ์ข้อโต้แย้งของผู้ฟังก่อนที่จะตอบ
- เป็นการเปลี่ยนเรื่องโดยไม่ตอบประเด็นเรื่องกำหนดการ
- เป็นการอ้างว่าผู้นำเสนออ่านใจได้จริง
ดูคำตอบ
เป็นการคาดการณ์ข้อโต้แย้งของผู้ฟังก่อนที่จะตอบ
medium ในความหมายว่าสสารที่พาคลื่นไป
ในที่นี้ medium เป็นคำนามนับได้ในบริบทวิทยาศาสตร์ หมายถึงสสารที่พาคลื่นเคลื่อนที่ไป อากาศ น้ำ และของแข็งสามารถเป็นตัวกลางของเสียงได้ เพราะอนุภาคในสิ่งเหล่านี้ส่งต่อการสั่นสะเทือนได้ คำใบ้คือ waves, travel และ through กล่าวคือคลื่นเดินทางผ่าน medium นอกจากนี้ การมีคำนำหน้านาม a ยังแสดงว่า medium ในที่นี้เป็นคำนาม ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ขนาดปานกลาง”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ medium ในความหมายทางวิทยาศาสตร์เช่นเดียวกับคำบรรยายต้นฉบับ
- She ordered a medium pizza.
- Water is a medium through which sound can travel.
- The story spread through social media.
ดูคำตอบ
Water is a medium through which sound can travel.
The radio antenna on Voyager 1 was broadcasting a signal back to Earth
3:55เสาอากาศวิทยุบน Voyager 1 กำลังส่งสัญญาณกลับมายังโลก
and all the static and pings you hear are actual pieces of Saturn's rings hitting the radio antenna.
4:07เสียงซ่าและเสียงปิ๊งทั้งหมดที่ได้ยินล้วนเกิดจากชิ้นส่วนจริง ๆ ของวงแหวนดาวเสาร์กระแทกเสาอากาศวิทยุ
But would outer space really be silent if I were to walk right out of a spacecraft into it? ไวยากรณ์
4:25แต่ถ้าผมก้าวออกจากยานอวกาศไปสู่อวกาศตรง ๆ ที่นั่นจะเงียบจริงหรือ
would ... if I were to สำหรับสมมุติฐานที่มีโอกาสเกิดขึ้นต่ำ
คำถามนี้ใช้ would ในอนุประโยคที่บอกผล และใช้ if I were to + คำกริยารูปพื้นฐานในอนุประโยคเงื่อนไข เมื่อใช้ร่วมกัน โครงสร้างนี้ถามถึงผลลัพธ์ที่จินตนาการขึ้นจากการกระทำที่ไม่ได้คาดว่าจะเกิดขึ้นจริง Were ไม่ได้บอกว่าการเดินออกไปเกิดขึ้นในอดีต แต่ทำเครื่องหมายว่าสถานการณ์นี้ห่างไกลจากความจริงหรือไม่เป็นจริง ในโครงสร้างสมมุตินี้ รูปมาตรฐานคือ I were ไม่ใช่ I was โครงสร้างนี้เหมาะกับการทดลองทางความคิด ความเป็นไปได้ต่ำ และสถานการณ์ที่ตั้งใจจินตนาการขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคสมมุติที่มีโอกาสเกิดขึ้นต่ำด้วย would ... if I were to: ____ the team continue ____ resign tomorrow?
ดูคำตอบ
Would · if I were to
I mean, I wouldn't survive very long because of a lack of air, วลี
4:31คือผมคงอยู่รอดได้ไม่นาน เพราะไม่มีอากาศ
because of a lack of air: เพราะขาดอากาศ
ในประโยคนี้ because of a lack of air บอกเหตุผลที่ผู้พูดจะมีชีวิตรอดได้ไม่นาน because of เป็นบุพบท จึงต้องตามด้วยนามวลี a lack of air ไม่ใช่อนุประโยคสมบูรณ์ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ because of a lack of + คำนาม ซึ่งอธิบายว่าการมีบางสิ่งไม่เพียงพอทำให้เกิดผลอย่างหนึ่ง ในที่นี้ lack เป็นคำนาม และ air ระบุสิ่งที่ขาด
แบบฝึกหัด
เลือกข้อความเติมที่ถูกต้องตามไวยากรณ์: “The test was canceled ___.”
- because of there was no reliable data
- because a lack of reliable data
- because of a lack of reliable data
ดูคำตอบ
because of a lack of reliable data
a lack of air pressure, freezing temperatures, radiation.
4:33ไม่มีความดันอากาศ อุณหภูมิก็เยือกแข็ง แถมยังมีรังสี
even though ... there is ...: การยอมรับข้อเท็จจริงก่อนเสนอผลอีกด้าน
Even though นำหน้าอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ผู้พูดถือว่าเป็นจริง นั่นคือคลื่นเสียงไม่สามารถเดินทางผ่านอวกาศเองได้ จากนั้นประโยคหลักเพิ่มข้อเท็จจริงที่อาจดูน่าประหลาดใจเมื่อพิจารณาข้อจำกัดนี้ คือมีตัวกลางอื่นที่เสียงเดินทางผ่านได้ ส่วนที่สองไม่ได้ลบล้างหรือขัดแย้งกับส่วนแรก ตรรกะที่นำไปใช้ต่อได้คือ “X เป็นจริง แต่ Y ยังเป็นไปได้ผ่านอีกเส้นทางหนึ่ง” ในที่นี้อวกาศเองไม่ได้เป็นตัวนำเสียง แต่ตัวกลางอื่นเป็นสิ่งที่นำการสั่นสะเทือน
แบบฝึกหัด
คำเชื่อมใดแสดงได้ดีที่สุดว่าข้อความแรกได้รับการยอมรับว่าเป็นข้อเท็จจริง แต่ข้อความที่สองยังคงเป็นจริงแม้จะมีข้อเท็จจริงนั้น? “___ the road was closed, the clinic remained open.”
- Even if
- Because
- Even though
ดูคำตอบ
Even though
การใช้ in turn เพื่อแสดงผลลัพธ์ถัดไปในห่วงโซ่เหตุและผล
ในที่นี้ in turn เชื่อมขั้นหนึ่งของห่วงโซ่เหตุและผลไปยังขั้นถัดไป กล่าวคือ การสั่นก่อนหน้านี้ทำให้แก้วหูสั่นตาม ความหมายคือ “เป็นผลลัพธ์ถัดมา” ไม่ใช่ “คนหรือสิ่งของผลัดกันทำ” ใช้ in turn เมื่อผลลัพธ์หนึ่งกลายเป็นสาเหตุของผลลัพธ์ต่อไป สำนวนนี้ช่วยเรียบเรียงกลไก กระบวนการ และห่วงโซ่ของผลที่ตามมาในรูป A ทำให้เกิด B และ B ก็ทำให้เกิด C ต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่แสดงผลลัพธ์ถัดไป: The battery powers the motor, which ____ drives the fan.
ดูคำตอบ
in turn
which is something that we experience every day if you own a Justin Bieber singing toothbrush.
4:58ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเจอทุกวัน ถ้าคุณมีแปรงสีฟันที่เล่นเสียงร้องของ Justin Bieber
Special toothbrushes like these vibrate in a way that you can barely hear, ไวยากรณ์
5:05แปรงสีฟันแบบพิเศษเช่นนี้จะสั่นเบาจนคุณแทบไม่ได้ยิน
in a way that you can barely hear: ลักษณะและระดับที่รับรู้ได้
วลี in a way that you can barely hear อธิบายว่าแปรงสีฟันสั่นอย่างไร โดยเพิ่มอนุประโยคขยายความเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้ฟังรับรู้ได้ โครงสร้าง in a way that + อนุประโยค ใช้อธิบายลักษณะของการกระทำผ่านผลหรือประสบการณ์ แทนที่จะรวมความคิดทั้งหมดไว้ในคำวิเศษณ์เพียงคำเดียว ในที่นี้ barely ขยาย hear และหมายถึง “พอได้ยินเพียงเล็กน้อย” หรือ “แทบไม่ได้ยิน” การสั่นทำให้เกิดเสียงที่เบามาก ไม่ใช่เสียงที่ได้ยินง่าย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสี่คำที่นำหน้าอนุประโยคซึ่งอธิบายระดับการรับรู้: The fan vibrates ____ you can barely hear.
ดูคำตอบ
in a way that
as soon as: เชื่อมเหตุการณ์ที่แทบไม่มีช่วงห่าง
ในประโยคนี้ as soon as นำเหตุการณ์ที่กระตุ้นให้ผลลัพธ์ถัดไปเกิดขึ้น กล่าวคือ ทันทีที่คุณกัดแน่น ผลลัพธ์ก็ตามมาแทบไม่มีช่วงห่าง วลีนี้เชื่อมสองเหตุการณ์ตามเวลา แต่ไม่ได้อธิบายด้วยตัวเองว่าทำไมผลลัพธ์จึงเกิดขึ้น ใช้ as soon as เพื่อแสดงว่าเหตุการณ์หนึ่งเป็นจุดเริ่มต้นทันทีของอีกเหตุการณ์หนึ่ง อนุประโยค as soon as วางไว้หน้าหรือหลังประโยคหลักได้
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมสามคำที่แปลว่า “ทันทีที่” และขึ้นต้นกับลงท้ายด้วย as: I'll call you ____ I arrive.
ดูคำตอบ
as soon as
bite down on: ปิดฟันลงบนสิ่งของอย่างแน่น
Bite down on หมายถึงการปิดฟันลงอย่างแน่นรอบสิ่งของหรือกดฟันเข้ากับสิ่งของเพื่อออกแรงกด ในที่นี้ on ใช้นำสิ่งที่อยู่ระหว่างฟัน ส่วน down ใช้เน้นการกระทำ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนลงด้านล่าง วลีนี้มักสื่อถึงการกดหรือคาบไว้ชั่วขณะ ไม่ใช่เพียงกัดเร็ว ๆ หนึ่งครั้ง
แบบฝึกหัด
เติมวลีสามคำที่หมายถึง “กดอย่างแน่นด้วยฟัน” โดยขึ้นต้นด้วย bite และลงท้ายด้วย on: Please ____ this pad.
ดูคำตอบ
bite down on
the vibrations go through your jaw and jiggle your eardrum and you hear a quite high fidelity version of Justin Bieber's Baby การใช้คำ
5:08แรงสั่นสะเทือนจะเดินทางผ่านกรามไปสั่นแก้วหู ทำให้คุณได้ยินเพลง Baby ของ Justin Bieber ด้วยคุณภาพเสียงที่ค่อนข้างดี
high fidelity version of: เวอร์ชันที่ถ่ายทอดเสียงได้อย่างแม่นยำ
ในบริบทของเสียง fidelity หมายถึงระดับที่เสียงซึ่งถ่ายทอดออกมาตรงกับเสียงต้นฉบับ ส่วน high fidelity หมายถึงการถ่ายทอดที่แม่นยำและมีความเพี้ยนค่อนข้างน้อย ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความซื่อสัตย์ต่อบุคคล ใน high fidelity version of วลีนี้ขยายเวอร์ชันของเพลงที่ได้ยิน quite ขยาย high จึงหมายความว่าผู้พูดประเมินว่าความเที่ยงตรงอยู่ในระดับค่อนข้างสูง ในภาษาเขียนที่พิถีพิถัน เมื่ออยู่หน้าคำนามมักใส่ยัติภังค์เป็น a high-fidelity version
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ a quite high fidelity version of the song หมายความว่าอย่างไร
- เวอร์ชันที่ถ่ายทอดเสียงต้นฉบับได้แม่นยำและมีความเพี้ยนน้อย
- เวอร์ชันที่ร้องโดยแฟนเพลงผู้ซื่อสัตย์
- เวอร์ชันที่ดังกว่าเสียงบันทึกอื่นทุกชิ้น
ดูคำตอบ
เวอร์ชันที่ถ่ายทอดเสียงต้นฉบับได้แม่นยำและมีความเพี้ยนน้อย
what this really means is that: นำไปสู่ข้อสรุปสำคัญ
What this really means is that เป็นกรอบประโยคสำหรับนำเสนอข้อสรุป what-clause ทั้งหมดคือ what this really means ทำหน้าที่เป็นประธาน และ is เชื่อมประธานนี้เข้ากับ that-clause ที่บรรจุข้อสรุป กรอบนี้บอกผู้ฟังให้เปลี่ยนความสนใจจากรายละเอียดก่อนหน้าไปยังนัยสำคัญหลัก really เน้นข้อสรุปที่แท้จริง และมักใช้แยกผลที่ซ่อนอยู่จากข้อเท็จจริงบนผิวหน้า ไม่ได้หมายถึงเพียงคำว่า มาก เท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมข้อสรุปด้วยกรอบประโยคตรงตามบทเรียน: The phone stores a copy of every photo online. ____ replacing the phone will not erase the photos.
ดูคำตอบ
What this really means is that
ไม่มีใครได้ยินเสียงคุณกรีดร้อง……แต่คุณได้ยินเสียงตัวเองพองขึ้น
ช่วงแรกพาดพิงถึงคำโปรยอันโด่งดังของภาพยนตร์ Alien ว่า “In space no one can hear you scream.” คำโปรยนี้สื่อถึงความโดดเดี่ยวและอันตรายในสุญญากาศ ซึ่งเสียงไม่สามารถเดินทางผ่านอากาศรอบตัวได้ จากนั้นประโยคเปลี่ยนเป็น “but you can hear yourself inflate” โดยแทนที่ตอนจบแบบหนังสยองขวัญที่ผู้ฟังคาดไว้ด้วยภาพร่างกายที่เกินจริง ความขัดกันระหว่างความสยองแบบภาพยนตร์กับบทสรุปอันประหลาดของการทดลองก่อให้เกิดอารมณ์ขันแบบมืด นี่เป็นมุกตลก ไม่ใช่คำกล่าวเรื่องความปลอดภัยหรือคำแนะนำตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
อะไรทำให้ประโยคนี้เป็นมุกตลก?
- ประโยคนี้พาดพิงถ้อยคำอันโด่งดังเกี่ยวกับการไม่มีใครได้ยินเสียงในอวกาศ แล้วแทนที่ตอนจบที่คาดไว้ด้วยภาพร่างกายที่เกินจริง
- ประโยคนี้ให้คำแนะนำทีละขั้นสำหรับการทดลองอย่างปลอดภัยในสุญญากาศ
- ประโยคนี้อ้างว่าเสียงกรีดร้องจะดังขึ้นเมื่อร่างกายของคนพองตัว
ดูคำตอบ
ประโยคนี้พาดพิงถ้อยคำอันโด่งดังเกี่ยวกับการไม่มีใครได้ยินเสียงในอวกาศ แล้วแทนที่ตอนจบที่คาดไว้ด้วยภาพร่างกายที่เกินจริง
Okay, as you guys know, I'm in Alabama with Destin from Smarter Every Day.
5:30เอาละ อย่างที่ทุกคนรู้ ผมอยู่ที่แอละแบมากับ Destin จาก Smarter Every Day
ความขัดแย้งใน Even though ... I've never in my entire life ...
Even though นำเสนอข้อเท็จจริงที่ทำให้ข้อความหลักดูน่าประหลาดใจ การเติบโตในรัฐแคนซัสอาจทำให้ผู้ฟังคาดว่าผู้พูดเคยใช้ปืน แต่ใจความหลักกลับขัดกับความคาดหมายนั้น “I've never ... fired” เป็น present perfect ซึ่งสร้างด้วย have และ past participle fired เมื่อใช้ร่วมกับ never และ in my entire life จะบอกประสบการณ์ของผู้พูดตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้ ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ในอดีตที่จบไปแล้วหนึ่งครั้ง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Even though + ข้อเท็จจริงเบื้องหลัง, ประธาน + have หรือ has never + past participle
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมแสดงการยอมรับสองคำจากบทเรียนและรูปย่อของ I have: ____ I grew up near the ocean, ____ never learned to swim.
ดูคำตอบ
Even though · I've
He's one of the smartest guys I've ever met. ไวยากรณ์
5:42เขาเป็นหนึ่งในคนที่ฉลาดที่สุดเท่าที่ผมเคยพบ
one of the smartest guys I've ever met: การประเมินระดับสูงสุดจากประสบการณ์ส่วนตัว
one of the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามนับได้พหูพจน์ หมายถึงบุคคลหรือสิ่งหนึ่งอยู่ในกลุ่มเล็ก ๆ ที่มีอันดับสูงสุดของการเปรียบเทียบ แม้ one จะเป็นเอกพจน์ แต่คำนามนับได้หลัง of ต้องเป็นพหูพจน์: one of the smartest guys I've ever met เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย guys โดยละ who หรือ that ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมไว้ present perfect ร่วมกับ ever จำกัดขอบเขตการเปรียบเทียบไว้ที่ทุกคนที่ผู้พูดเคยพบจนถึงตอนนี้ จึงเป็นคำชมที่หนักแน่นแต่ตั้งอยู่บนประสบการณ์ส่วนตัว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง one of the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์: Maya is ____ I've ever worked with.
ดูคำตอบ
one of the most creative designers
And tonight, he's going to let me fire a gun for the first time in my life. โน้ต
5:44และคืนนี้ เขาจะให้ผมยิงปืนเป็นครั้งแรกในชีวิต
let me fire: let + บุคคล + กริยารูปพื้นฐาน
let + บุคคล + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงอนุญาตให้บุคคลนั้นทำการกระทำดังกล่าว ใน let me fire คำว่า me เป็นกรรมของ let และ fire เป็นกริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to จึงไม่ใส่ to ในที่นี้ fire a gun หมายถึงยิงปืน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน เช่น let her speak หรือ let them leave
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย let และสรรพนามกรรมที่หมายถึงผู้พูด: The coach ____ try the new position.
ดูคำตอบ
let me
for the first time in my life: เป็นครั้งแรกในชีวิต
“for the first time in my life” เป็นวลีบอกเวลาที่หมายความว่า ก่อนถึงช่วงเวลานี้ ผู้พูดไม่เคยมีประสบการณ์นี้มาก่อน “in my life” กำหนดให้ทั้งชีวิตของผู้พูดเป็นช่วงเวลา จึงทำให้การเน้นว่าเป็นครั้งแรกมีความเป็นส่วนตัวและหนักแน่นยิ่งขึ้น ใช้รูปแบบ “for the first time in + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + life/lives” เช่น “in my life”, “in her life” หรือ “in their lives” บุพบทมาตรฐานสำหรับการบอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกคือ “for” ไม่ใช่ “at”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเต็มที่หมายความว่า Maya ไม่เคยสัมผัสหิมะจริงมาก่อนเลยในชีวิต: “After years of seeing snow only in movies, Maya touched real snow ____.”
ดูคำตอบ
for the first time in her life
This is not going to be the first thing I shoot in my life.
5:52นี่จะไม่ใช่กระสุนนัดแรกที่ผมยิงในชีวิต
This is. ในฐานะการแก้ความเข้าใจที่อาศัยบริบท
ในที่นี้ “This is.” ไม่ได้ให้ข้อมูลครบถ้วนเมื่ออยู่ตามลำพัง แต่ใช้คำอธิบายจากประโยคก่อนหน้าซ้ำโดยละไว้ กล่าวคือ “This is [going to be the first thing I shoot in my life].” “this” ตัวใหม่ชี้ไปที่กระสุนขนาด .50 คาลิเบอร์ที่กำลังแสดง ส่วน “this” ก่อนหน้านี้ชี้ไปที่กระสุน 9 มม. การพูดเฉพาะประธานที่เปลี่ยนไปกับคำกริยาทำให้ผู้พูดวางวัตถุใหม่ไว้ที่จุดเน้นของข้อมูลและไม่ต้องพูดส่วนท้ายยาว ๆ ซ้ำ เครื่องหมายจุดและการหยุดสร้างการแก้ความเข้าใจและการเปิดเผยที่ชัดเจนว่า ไม่ใช่วัตถุก่อนหน้า แต่เป็นชิ้นนี้
แบบฝึกหัด
ผู้นำเสนอชี้ไปที่รุ่นสีแดงพร้อมพูดว่า “The blue model is not our fastest one. This is,” คำว่า “This is” หมายความว่าอย่างไร?
- ทั้งสองรุ่นมีความเร็วเท่ากัน
- รุ่นสีแดงเป็นรุ่นที่เร็วที่สุด
- รุ่นสีแดงไม่พร้อมใช้งาน
ดูคำตอบ
รุ่นสีแดงเป็นรุ่นที่เร็วที่สุด
.50 caliber bullet: ขนาดอาวุธปืนที่อิงหน่วยนิ้ว
ในบริบทของอาวุธปืน caliber หมายถึงเส้นผ่านศูนย์กลางโดยประมาณของหัวกระสุนหรือด้านในของลำกล้องปืน ในที่นี้ .50 caliber หมายถึงประมาณ 0.50 นิ้ว หรือครึ่งนิ้ว ไม่ได้บอกระดับทักษะหรือคุณภาพ ตัวเลขนี้ต้องเข้าใจตามระบบการระบุขนาดลำกล้องที่ใช้นิ้วเป็นหลัก ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวระบุว่าเป็นกระสุนชนิดที่มีขนาดใหญ่มาก และช่วยสร้างความแตกต่างด้านขนาดและอานุภาพเมื่อเทียบกับกระสุน 9 mm ที่พบได้บ่อยกว่า
แบบฝึกหัด
ในวลี A .50 caliber bullet คำว่า .50 caliber บอกอะไร?
- ผู้ยิงมีทักษะระดับสูง
- กระสุนมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.50 มิลลิเมตร
- กระสุนมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณครึ่งนิ้ว
ดูคำตอบ
กระสุนมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณครึ่งนิ้ว
Destin says it's a good idea and that I'll be okay because I have a beard. น้ำเสียง/เจตนา
5:57Destin บอกว่านี่เป็นความคิดที่ดี และผมจะไม่เป็นไรเพราะผมมีเครา
because I have a beard: เหตุผลไร้สาระที่ใช้สร้างมุกหน้าตาย
ในทางไวยากรณ์ because I have a beard ให้เหตุผลของ I'll be okay ดังนั้นอนุประโยค because จึงสร้างโครงสร้างเหตุและผลตามปกติ แต่ในแง่เจตนาที่แท้จริง เหตุผลนี้ไม่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการใช้อาวุธปืนอย่างเห็นได้ชัด ผู้พูดนำเสนออย่างจริงจังเพื่อสร้างมุกหน้าตายที่ไร้เหตุผล ผู้ชมไม่ควรสรุปว่าเคราช่วยป้องกันอันตรายได้ เบาะแสที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือความไม่เข้ากันระหว่างกรอบเหตุและผลที่ดูสมเหตุสมผลกับเหตุผลที่เป็นไปไม่ได้หรือไม่เกี่ยวข้อง
แบบฝึกหัด
because I have a beard ในประโยคนี้ต้องการสร้างผลแบบใด?
- ให้เหตุผลที่ไร้สาระและไม่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนเพื่อสร้างมุกหน้าตาย
- อธิบายว่าขนบนใบหน้าช่วยป้องกันคนจากกระสุน
- ระบุคุณสมบัติด้านความปลอดภัยของอาวุธปืนที่ผู้พูดมีจริง
ดูคำตอบ
ให้เหตุผลที่ไร้สาระและไม่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนเพื่อสร้างมุกหน้าตาย